บทวิเคราะห์รายบริษัท

22
เมษายน
2019
ROBINS (BUY/19TP: 74), คาดกำไร 1Q19 โต Y-Y แม้ SSSG ติดลบ
(views 7)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q19 จะลดลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่คาดโต 7.6% Y-Y แม้ SSSG จะพลิกเป็นติดลบเล็กน้อย แต่ด้วยผลของสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน 2 แห่ง ทำให้สามารถรับรู้รายได้การขายและรายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมได้ แนวโน้มกำไรน่าจะดีขึ้นใน 2Q19 และคาดกำไรจะฟื้นตัวทำจุดสูงสุดของปีได้ใน 4Q19 เพราะเป็น High Season และมีแผนเปิด 1 สาขาที่ลาดกระบังใน 2H19 กอปรกับสาขาเดิมที่จะถูกปรับปรุงในปีนี้ 3 แห่ง จะแล้วเสร็จและกลับมาให้บริการได้เต็มที่ใน 4Q19 ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่เช่าได้ราว 4.6% และจะหนุนผลประกอบการได้เต็มที่ในปี 2020 ทั้งนี้เรายังคาดกำไรปกติปี 2019 เติบโต 8.8% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 74 บาท (DCF) มี Upside 26.5% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
เมษายน
2019
BAY (BUY/19TP: 44.6), กำไรสุทธิและกำไรปกติ 1Q18 ดีกว่าคาด
(views 3)
กำไรปกติ 1Q19 ดีกว่าที่เราคาด BAY รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 1.27 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 108.5%Q-Q และ 105%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดเนื่องจากมีกำไรจากการขายเงินลงทุนบริษัทเงินติดล้อ กำไรปกติ (ไม่รวมกำไรจากการขายเงินลงทุน 50% ในบริษัทเงินติดล้อจำนวน 4,290 ลบ. และกำไรจากการเปลี่ยนแปลงการควบคุมจำนวน 4,335 ลบ. และ One-time Employee Retirement Benefit จำนวน 1.2 พันลบ.) อยู่ที่ 6,929 ยังคงเป็นกำไรที่ดีกว่าที่เราคาดและเป็นกำไรประจำไตรมาสที่ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้น 13.4%Q-Q และ 11.5%Y-Y เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยและรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ทั้งนี้ NIM ลดลงอยู่ที่ 3.77% ลดลงจาก 3.88% เนื่องจากสัดส่วนสินเชื่อที่ไปโตที่สินเชื่อเพื่อธุรกิจระหว่างไตรมาส ซึ่งเป็นไปตาม guidance ของบริษัทที่จะเน้นการเติบโตของสินเชื่อรายใหญ่มากขึ้นในปีนี้
อ่านเพิ่มเติม
22
เมษายน
2019
BEM (BUY/19TP: 11.7), คาดงบ 1Q19 อยู่ในเกณฑ์ดี มีปัจจัยบวกรออยู่
(views 4)
คาดกำไรสุทธิ 1Q19 อยู่ที่ 790 ล้านบาท (+63% Q-Q, +7% Y-Y) ส่วนกำไรปกติ +29% Q-Q แต่ -2% Y-Y จากค่าใช้จ่ายซ่อมแซมทางด่วน แนวโน้ม 2Q19 คาดอ่อนตัว Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ไฮไลท์อยู่ใน 3Q19 ที่มีการเปิดรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยายช่วงที่ 2 ตั้งแต่เดือนก.ย. 2019 คาดหนุนให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย คงประมาณการกำไรปกติปี 2019 ที่ 3.7 พันล้านบาท (+22% Y-Y) และมี Upside Risk จากการเข้าร่วมประมูลมอเตอร์เวย์ และรถไฟฟ้ารวม 4 เส้นทางในปีนี้ ซึ่ง BEM ถือเป็นผู้เล่นที่มีแต้มต่อคู่แข่งจากศักยภาพในการบริหารทั้งระบบรางและทางด่วน ขณะที่ราคาหุ้น YTD ยัง Laggard ทั้ง BTS และกลุ่มขนส่ง คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 11.70 บาท (รวมขยายสัมปทานทางด่วน) ระยะสั้น แนะจับตาการเจรจารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในวันที่ 23 เม.ย.นี้
อ่านเพิ่มเติม
22
เมษายน
2019
BJC (BUY/19TP: 66), คาดกำไรปกติ 1Q19 โต Y-Y เป็นตัวเลขสองหลัก
(views 3)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q19 จะลดลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่คาดโต 18.8% Y-Y แม้ลูกค้ากระป๋องรายหนึ่งเริ่มลดคำสั่งซื้อลงตามแผน และเริ่มมีลูกค้าใหม่มาทดแทน แต่ยังไม่สามารถชดเชยได้หมด ทำให้ธุรกิจ Packaging แผ่วลงในไตรมาสนี้ แต่อีก 3 ธุรกิจเติบโตชดเชยได้ทั้งหมด โดยเฉพาะ Healthcare and Technical ที่จะรับรู้ White Group (เพิ่งซื้อเมื่อปลายปี 2018) เข้ามาเต็มไตรมาส ซึ่งมีรายได้และกำไรที่ดี กอปรกับรับรู้อัตราภาษีจ่ายลดลงกลับสู่ระดับปกติที่ 18% ลดลงจาก 26.4% ใน 1Q18 แนวโน้มกำไรน่าจะโตได้ต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี โดยเฉพาะ 2Q19 ที่ปีนี้มีวันหยุดมากและอากาศร้อนกว่าปกติ และคาดกำไรจะทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q19 เพราะเป็น High Season และ BIGC มีแผนเปิดสาขามากในช่วงครึ่งปีหลัง คงประมาณการกำไรปกติปี 2019 เติบโต 13.5% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 66 บาท (DCF) ยังมี Upside 28.8% คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
เมษายน
2019
KKP (HOLD/19TP: 76), กำไร 1Q19 น่าผิดหวัง
(views 5)
กำไร 1Q19 น่าผิดหวังจากส่วนของเงินลงทุนและการขายทรัพย์ NPA KKP รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 1,228 ลบ. ลดลง 14% Q-Q และ 6%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 20-25% ซึ่งเกิดจากมีผลขาดทุนจากการขายและการปรับมูลค่า NPA จำนวน 284 ลบ. และมีผลขาดทุนจากเงินลงทุนอีกราว 100 ลบ. รายได้หลักจากธุรกิจธนาคารถือว่ายังอยู่ในระดับที่ดี โดยรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ +3.4%Q-Q และ +15%Y-Y ซึ่งเป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อ แต่ Loan spread ปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.8% จาก 5% ในไตรมาสก่อนเนื่องจากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจซึ่งมี Low yield และสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำในช่วงแรก ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 30%Q-Q และ 13%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง (ไตรมาสก่อนมีรายได้จากธุรกิจ IB เข้ามามาก) และมีผลขาดทุนจากเงินลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2019
GFPT (HOLD/19TP: 15.6), คาดกำไร 1Q19 กลับมาฟื้นตัวดี Y-Y
(views 8)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q19 จะลดลง Q-Q ตามฤดูกาล ส่วน Y-Y คาดกลับมาฟื้นตัวดี เพราะปริมาณส่งออกไก่สูงขึ้น มาจากตลาดจีนเป็นหลัก และราคาไก่ในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.8% Y-Y รวมถึงส่วนแบ่งจากบริษัทร่วมพลิกกลับมามีกำไร เชื่อว่าการฟื้นตัวของผลประกอบการจะเร่งตัวขึ้นใน 2Q19 - 3Q19 เพราะเริ่มเข้าสู่ช่วง High Season ของการส่งออก และภาวะตลาดส่งออกยังดูสดใสต่อเนื่อง กอปรกับจะเริ่มได้รับประโยชน์จากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์อ่อนตัวลงตั้งแต่ 2Q19 เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 เติบโต 21.7% Y-Y หากกำไร 1Q19 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็น 17% ของประมาณการทั้งปี และคงราคาเป้าหมายที่ 15.6 บาท (อิง PE 14 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาจากที่เราแนะนำซื้อในรายงานฉบับก่อน (22 ก.พ. 2019) จนมี Upside แคบลงเหลือ 6.8% จึงปรับคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2019
BBL (BUY/19TP: 245), กำไร 1Q19 ดีตามคาด
(views 5)
กำไร 1Q19 เป็นไปตามที่คาด BBL รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 9 พันลบ. เพิ่มขึ้น 11.4%Q-Q และ Flat Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ กำไรที่เพิ่มขึ้น Q-Q เกิดจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 25%Q-Q ส่งผลให้ cost to income ratio ลดลงจาก 56% ในไตรมาสก่อนเป็น 42.6% ส่วนใหญ่เป็นการลดลงของค่าใช้จ่ายพนักงานซึ่ง BBL ได้บันทึกรายการชดเชยกรณีพนักงานเกษียณราว 2.5 พันลบ.ใน 4Q18 หากหักรายการดังกล่าวออก กำไรปกติจะลดลงราว 10%Q-Q หากเทียบกับ 1Q18 กำไรสุทธิทรงตัว Y-Y โดยมีปัจจัยกดดันจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ลดลง 28%Y-Y เนื่องจากกำไรจากเงินลงทุนและรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงจากผลกระทบของการยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมการโอน ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเห็นการปรับขึ้น 6.9%Y-Y จากรายได้ดอกเบี้ยรับที่สูงขึ้น และ NIM ที่เพิ่มขึ้นเป็น 2.35% จาก 2.22% ใน 1Q18 ซึ่งเกิดจาก Loan yield ที่ปรับขึ้นและปริมาณสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2019
KBANK (BUY/19TP: 212), กำไร 1Q19ใกล้เคียงตลาดคาด โดย Non-NII ยังอ่อนแอ
(views 6)
กำไร 1Q19 ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอ่อนแอกว่าคาด KBANK รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 10,044 ลบ. เพิ่มขึ้น 43%Q-Q แต่ลดลง 7%Y-Y ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ แต่น้อยกว่าที่เราคาดไว้ราว 9% จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าคาดโดยเฉพาะจากธุรกิจประกัน รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 1%Q-Q และ NIM อ่อนตัวกว่าที่คาดลงมาอยู่ที่ 3.3% ซึ่งเกิดจากดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น (น่าจะมาจากการ package เงินฝากประจำพิเศษ) ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 2.4%Q-Q และ 19%Y-Y ซึ่งเกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมการโอนเงินและธุรกิจบัตรที่ลดลงและรายได้จากธุรกิจประกันที่ชะลอตัวลง ในไตรมาสนี้ KBANK มีค่าใช้จ่ายสำรองฯลดลง 11%Q-Q, 3%Y-Y และ Credit cost ที่ 1.57% ใกล้เคียงกับที่เราคาดและที่ธนาคารเคยให้ Guidance ไว้ สะท้อนคุณภาพหนี้ที่ยังบริหารจัดการได้ ส่วนค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 18%Q-Q, Flat Y-Y เป็นไปตามฤดูกาลที่มีค่าใช้จ่ายทางการตลาดน้อยกว่าทุกไตรมาส (หมายเหตุ เรายังไม่พบว่า KBANK มีค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้นผิดปกติ KBANK อาจยังไม่ได้บันทึก Employee retirement benefit ในไตรมาสนี้)
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2019
KTC (BUY/19TP: 44), กำไร 1Q19 สุดหรู ปรับประมาณการและราคาเหมาะสมขึ้น
(views 6)
กำไรสุทธิ 1Q19 แข็งแกร่ง KTC รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 1,589 ลบ. +29%Q-Q และ +32%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 15-20% โดยเป็นผลจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่น้อยกว่าที่เราคาดไว้, รายได้หนี้สูญรับคืนและรายได้ค่าธรรมเนียมที่ดีกว่าที่คาด ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 15.76% ดีขึ้นจาก 15.26% ใน 1Q18 เนื่องจากการเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อบุคคลทำให้ Loan yield ดีขึ้นแต่หากเทียบกับไตรมาสก่อน NIM ลดลงราว 0.5% ตามสินเชื่อที่ชะลอตัวลง อีกด้านหนึ่ง ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานทำได้ดีกว่าที่คาด Cost to income ratio อยู่ที่ 33% จาก 37.6% ในไตรมาสก่อนเนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายทางการตลาดและรายได้รวมที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2019
TCAP (BUY/19TP: 60), กำไร 1Q19 แข็งแกร่งตามคาด
(views 10)
กำไร 1Q19 ใกล้เคียงคาดแต่ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ TCAP รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 2,016 ลบ. ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 6.2%Y-Y แข็งแกร่งตามที่เราคาดไว้แต่ดีกว่าที่ตลาดคาดราว 11% รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยทำได้ดีกว่าที่เราคาด แม้ว่าจะลดลง 8%Q-Q และ 7.7%Y-Y เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่หดตัวราว 20%Q-Q และ 19%Y-Y แต่ได้รับการชดเชยจากกำไรจากเงินลงทุนและรายได้เงินปันผลที่ดีกว่าที่คาด ในขณะที่การลดลงของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานและการตั้งสำรองฯช่วยหนุนกำไรในไตรมาสนี้อีกทางหนึ่ง กล่าวคือค่าใช้จ่ายที่ไมใช่ดอกเบี้ยลดลง 15%Q-Q, -7%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งส่งผลให้ Cost to income ratio ลดลงมาอยู่ที่ 45% จาก 52% ในไตรมาสก่อน และค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง 31%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 0.52% เป็นอัตราที่ต่ำกว่าการตั้งสำรองฯในปี 2018 ที่อยู่ที่ 0.65% ซึ่งสอดคล้องกับคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2019
THANI (BUY/19TP: 7.4), กำไร 1Q19 ยังสร้าง New high
(views 5)
กำไร 1Q19 ดีกว่าคาดแต่ตัดรายการสำรองฯออก PPOP 1Q19 น้อยกว่าคาด THANI รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 496 ลบ.+9.1%Q-Q, +36.5%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 5% แต่ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ กำไรที่ดีกว่าที่เราคาดเกิดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง 68%Q-Q และ 76%Y-Y โดยคิดเป็น Credit cost เพียง 0.29% จาก 0.79% ในไตรมาสก่อนหน้าและคาดการณ์ของเราที่ 0.75% ท้งนี้น่าจะเกิดจากการกลับรายการสำรองฯทั่วไปที่ได้ตั้งไปเกินพอสำหรับมาตรฐานบัญชี IFRS 9 หากไม่นับรายการสำรองฯดังกล่าว PPOP น้อยกว่าที่เราคาดโดยลดลง 1.4%Q-Q, +13.7%Y-Y ซึ่งเกิดจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงกว่าคาด ส่งผลให้ Cost to income ratio ปรับขึ้นเป็น 17% จาก 15% ในไตรมาสก่อน ส่วน NIM ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 5.3% ลดลงจาก 5.42% ในไตรมาสก่อนเกิดจากการอ่อนตัวลงของ Loan yield น่าจะมาจากสัดส่วนสินเชื่อรถใหม่ที่เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2019
TISCO (HOLD/19TP: 92), กำไรปกติดีกว่าที่คาด แต่ NPL เพิ่มขึ้นเซอร์ไพรส์เรา
(views 3)
กำไร 1Q19 ใกล้เคียงที่เราคาดแต่น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ราว 7% TISCO กำไรสุทธิ 1Q19 ใกล้เคียงกับที่เราคาดแต่น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ราว 7% อยู่ที่ 1,730 ลบ. Flat Q-Q แต่ลดลง 2%Y-Y รายได้รวมดีกว่าที่คาดไว้ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่ดีกว่าคาดเพราะการเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อ High-yield ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงกว่าคาดเนื่องจากมีการบันทึก Employee retirement benefit ราว 200 ลบ. หากไม่รวมรายการค่าใช้จ่าย One-time ดังกล่าว กำไรปกติจะอยู่ที่ราว 2 พันลบ. ดีกว่าที่เราคาดไว้ เนื่องจากการตั้งสำรองฯน้อยกว่าที่คาดไว้ โดยในไตรมาสนี้ค่าใช้จ่ายสำรองฯลดลง 65%Q-Q และ 84%Y-Y Credit cost อยู่ที่ 0.23% แม้เป็นระดับสำรองที่ต่ำที่สุดในรอบหลายไตรมาสแต่ TISCO ระบุว่าเป็นระดับการตั้งสำรองฯปกติและสอดคล้องกับคุณภาพหนี้ที่แท้จริงรวมถึงการที่มี General reserve ที่เพียงพอรองรับกับภาวะเศรษฐกิจ
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2019
SCB (HOLD/19TP: 137), กำไรปกติ 1Q19 ดีกว่าคาด
(views 3)
กำไรปกติ 1Q19 ดีกว่าคาด จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น SCB รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 9,157 ลบ. เพิ่มขึ้น 29%Q-Q แต่ลดลง 19%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดไว้ราว 3-8% (ตลาดคาดไว้ที่ราว 9.4-1 หมื่นลบ.) เนื่องจากในไตรมาสนี้ SCB มีการบันทึกค่าใช้จ่าย Employee retirement benefit ราว 1.4 พันลบ. ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +11%Q-Q, +10%Y-Y และ Cost to income ratio สูงขึ้นเป็น 51.6% แต่หากไม่รวมรายการดังกล่าวจะอยู่ที่ 47.5% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนแต่ถือว่าอยู่ในระดับสูง หากปรับรายการค่าใช้จ่ายพนักงาน One-time ดังกล่าวออก จะเห็นว่ากำไรปกติดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 2% หรืออยู่ที่ราว 1.03 หมื่นลบ. +45%Q-Q, -9.6%Y-Y เกิดจากไตรมาสนี้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ดีกว่าคาดโดย +9.7%Q-Q ดีกว่าคาดเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตรา และการฟื้นตัวของรายได้สุทธิจากธุรกิจประกันชีวิต (สวนทางกับ KBANK ที่ชะลอตัวแรง) ส่วน NIM ยังเห็นการหดตัวลงราว 0.06%Q-Q มาอยู่ที่ 3.2% เนื่องจากการขยายตัวของสินเชื่อ High-Yield ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นยังไม่ช่วย Loan yield ขณะที่ CoF ขยับขึ้นจากต้นทุนหุ้นกู้ (หุ้นกู้ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ)
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2019
TMB (SWITCH/19TP: 2.58), PPOP อ่อนแอ และกำไรสุทธิ 1Q19 น้อยกว่าคาด
(views 6)
PPOP 1Q19 น้อยกว่าคาด TMB รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 1.58 พันลบ. ลดลง 7%Q-Q และ 31%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้เนื่องจาก 1. การบันทึกค่าใช้จ่าย Employee Retirement Benefit จำนวน 500 ลบ. (ส่งผลต่อกำไรสุทธิประจำไตรมาสราว 20%) 2. PPOP ต่ำกว่าที่คาดราว 8% จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่น้อยกว่าคาดเนื่องจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจ Bancasurance และธุรกิจกองทุนรวม และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่น้อยกว่าที่คาดไว้ราว 2% เนื่องจากดอกเบี้ยจ่ายที่สุงขึ้นโดยส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ยจ่ายจากรายการระหว่างธนาคารส่งผลให้ NIM ไตรมาสนี้ลดลงมาอยู่ที่ 2.84% จาก 2.87% ในไตรมาสก่อน น้อยกว่าที่เราคาดไว้ ในไตรมาสนี้ TMB มีค่าใช้จ่ายสำรองฯลดลง 9.4%Q-Q, 20%Y-Y คิดเป็น credit cost ที่ 1.07% ซึ่งถือว่าน้อยกว่าเป้าหมายทั้งปีที่ราว 1.3-1.4% เราคาดว่า TMB น่าจะเพิ่มระดับสำรองฯในไตรมาสที่เหลือของปี
อ่านเพิ่มเติม
17
เมษายน
2019
EA (BUY/19TP: 62), กระแสลมแรงทำให้คาดกำไร 1Q19 +44.6% Q-Q +8.1% Y-Y
(views 13)
เราคาดกำไรปกติ 1Q19 ที่ 1,111.2 ล้านบาท +44.6% Q-Q +8.1% Y-Y โรงไฟฟ้าพลังงานลมเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในไตรมาสนี้ หลังจากที่ในช่วง 4Q18 ฝนตกน้อยและมรสุมไม่ได้มาตามฤดูกาล (เลื่อนมาเข้าใน 1Q19 แทน) ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานลมชุดท้าย 260 MW เริ่ม COD ปลายเดือน มี.ค. 90 MW และอีก 170 MW COD แล้วในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ผลประกอบการจะสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใน 2Q19 ขณะที่ธุรกิจรถ EV มีแนวโน้มดีกว่าเป้า เพราะรถยนต์ไฟฟ้า “MINE รุ่น SPA 1” มียอดจองในงาน Motor show แล้วถึง 90% ของเป้าบริษัท 5,000 คันในปี 2020 เรายังคงคาดกำไรปกติปีนี้ +53.7% Y-Y เป็น 6,016 ล้านบาท และโตต่อ 21.7% Y-Y เป็น 7,322 ล้านบาทในปี 2020 คงราคาเป้าหมาย 62 บาท (DCF) คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
17
เมษายน
2019
SEAFCO (BUY/19TP: 10.2(after XD)), คาดกำไร 1Q19 สดใส ลุ้นรับงานใหม่เข้ามาเติม
(views 7)
คาดกำไรปกติ 1Q19 ที่ 123 ล้านบาท (+5% Q-Q, +137% Y-Y) ทำระดับสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง หนุนจากรายได้ที่คาด +3% Q-Q, +94% Y-Y แตะ 872 ล้านบาท ตามความคืบหน้าของงานที่เร่งขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวสูง ปัจจุบันมีงานในมือ 2.75 พันล้านบาท Secured คาดการณ์รายได้แล้ว 95% พร้อมมีโอกาสรับเพิ่มจากงานที่อยู่ระหว่างยื่นประมูลราว 2.3 หมื่นล้านบาท เราให้น้ำหนักกับการรับงานภาคเอกชนใน 1H19 ส่วนงานภาครัฐจะเป็นบวกต่อรายได้ในปี 2020 โดยมี Upside หากกรอบเวลาประมูลเร็วกว่าคาด ขณะที่ Valuation น่าสนใจ ราคาหุ้นปรับลง -12% YTD มากที่สุดในกลุ่ม และเทรดบน PE2019 เพียง 16x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 4 ปีย้อนหลังถึง 1SD ไม่สอดคล้องกับ Backlog ที่มากกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตเกือบ 2 เท่าตัว รวมถึงผลประกอบการ 1H19 มีโมเมนตัมเชิงบวก และกรอบเวลาประมูลที่ชัดเจนขึ้น จึงเป็นจังหวะที่ดีของการซื้อสะสม ราคาเหมาะสม 10.20 บาท (รวม Dilution จากหุ้นปันผล)
อ่านเพิ่มเติม
12
เมษายน
2019
CPF (HOLD/19TP: 30), คาดกำไร 1Q19 ยังดี แต่ 2Q-3Q19 ดูเสี่ยงมากขึ้น
(views 6)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไปกติ 1Q19 คาดโตดีทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะราคาหมูทั้งในไทยและเวียดนาม รวมถึงราคาไก่ในไทยปรับตัวขึ้น คาดเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการในไทยและเวียดนาม พลิกจากที่ขาดทุนในปีก่อน แต่เรามีความกังวลต่อโรค AFS ที่ระบาดในเวียดนาม และเริ่มเข้าที่กัมพูชา เพราะราคาหมูเวียดนามเริ่มปรับลดลงตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. โดยปรับลงแรง -20% M-M และหากอิงกับเหตุการณ์ที่เกิดในจีนตั้งแต่เดือน ส.ค. 2018 ซึ่งใช้เวลาราว 6 เดือนกว่าราคาหมูจะกลับมาปรับขึ้นอีกครั้ง แต่โรคไม่ได้หายไป โดยเกิดจากปริมาณผลผลิตลดลงจนเข้าสู่ภาวะตึงตัว ส่วนกัมพูชาเพิ่งเริ่มเข้าไป ราคาหมูยังไม่ได้รับผลกระทบ ทำให้แนวโน้มผลประกอบการ 2Q-3Q19 ยังมีความไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับโรค AFS เป็นหลัก และในกรณี Worst Case ถ้าลุกลามเข้ามาในไทย จะเป็นลบต่อราคาหุ้นอย่างมาก แต่เชื่อว่าจะฟื้นกลับได้ในระยะถัดไป ภายใน 3-6 เดือน และหลังจากนั้นน่าจะได้รับผลบวกจากราคาหมูที่กลับมาปรับขึ้น เรายังคาดกำไรปกติปี 2019 โต 15.8% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 30 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้จะมี Upside 18.8% แต่ด้วยแนวโน้มผลประกอบการ 2Q-3Q19 ดูมีความเสี่ยงมากขึ้น จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
เมษายน
2019
MTC (BUY/19TP: 55), คาดกำไร 1Q19 ยังดี และแนวโน้มจะดีขึ้นในไตรมาสที่เหลือของปี
(views 8)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q19 ของ MTC ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ราว 1.08 พันลบ. +8%Q-Q, +30%Y-Y สินเชื่อใหม่และสินเชื่อคงค้างเติบโตตามเป้าหมายที่ราว 35%Y-Y, 30%Y-Y ตามลำดับ ขณะที่ NPL อยู่ในระดับต่ำ ส่วน Loan spread อาจชะลอลง Q-Q เนื่องจากการออกหุ้นกู้ใหม่อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ราว 4.3% (4.5 พันลบ.) ในเดือนก.พ. อาจส่งผลต่อ CoF แต่คาดรายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังเติบโตได้ 6%Q-Q, 27%Y-Y แนวโน้ม CoF มีโอกาสดีขึ้นเพราะ MTC กำลังรอผลการประเมินอันดับเครดิตครั้งใหม่จาก TRIS ซึ่งโดยรวม TRIS ไม่มีความกังวลเพิ่มเติม ในไตรมาสนี้จะมีค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับมาตรฐานบัญชีเกษียณอายุพนักงานราว 14 ลบ. ไม่ส่งผลกระทบต่อกำไร 1Q19 อย่างมีนัย คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 55 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
เมษายน
2019
PTTGC (BUY/19TP: 85), ปรับราคาเป้าหมายลงตามแนวโน้มกำไรที่ต่ำกว่าที่คาดเดิม
(views 11)
เราคาดกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 6.6 พันลบ. +63% Q-Q, -47% Y-Y กำไรที่ปรับขึ้นแรง Q-Q เพราะ Stock gain & NRV ที่คาดจำนวนราว 1.4 พันลบ. เทียบกับ 4Q18 ที่มี Stock loss & NRV ถึง 6.5 พันลบ. ส่วนกำไรที่ปรับลดลง Y-Y สาเหตุหลักมาจาก Margin ที่แคบลงทั้งในธุรกิจโรงกลั่นและโอเลฟินส์ ตาม Spread น้ำมันสำเร็จรูปและเม็ดพลาสติคที่ลดลง และจากประมาณการกำไร 1Q19 ที่น้อยกว่าคาดเดิม รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลงเร็ว เราปรับสมมติฐาน Spread เม็ดพลาสติดทุกชนิดลงราว 10% - 12% ส่งผลให้คาดการณ์กำไรปี 2019 - 2020 ต่ำกว่าประมาณการเดิม 15% และ 9% มาอยู่ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท -18% Y-Y ในปี 2019 และ 3.6 หมื่นลบ. +10% Y-Y ในปี 2020 ปรับราคาเป้าหมายลงจากเดิม 100 บาท เหลือ 85 บาท อิง EV/EBITDA เดิมที่ 7.8 เท่า อย่างไรก็ตาม เรายังคงแนะนำ ซื้อ ปัจจุบัน PE ต่ำกว่า 10 เท่าทั้งปีนี้และปีหน้า PBV เหลือเพียง 1 เท่า และคาดการณ์ปันผลค่อนข้างสูงราว 5% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
12
เมษายน
2019
PRM (BUY/19TP: 8), คาดกำไรเริ่มโตแรงตั้งแต่ 1Q19 ทั้งที่เรือใหม่ยังไม่สร้างรายได้
(views 11)
เราคาดกำไรสุทธิ 1Q19 ฟื้นตัวแรงเป็น 195 ล้านบาท +26.8% Q-Q, +88.9% Y-Y แม้ว่าเรือใหม่ที่รับเข้ามา 4 ลำในช่วงไตรมาสแรกยังทำรายได้ไม่ได้ทันที (เริ่มสร้างรายได้ปลาย เม.ย. เป็นต้นไป) แต่เนื่องจากรายได้เพิ่มขึ้นทั้งจากลูกค้าเก่าและมีลูกค้าใหม่เพ่มขึ้น ขณะที่อัตรากำรั้นต้นทำได้ดีขึ้นหลังการควบคุมและลดรายจ่ายในปีก่อน ส่งผลให้กำไรเติบโตดีมาก และจะยิ่งดีขึ้นใน 2Q19 หลังจากเรือใหม่ที่รับเข้ามาสามารถสร้างรายได้ได้ บวกกับจะมีการรับเรืออีก 2 ลำในไตรมาสนี้ โดยที่ Demand ยังมีอยู่สูงทั้งในและต่างประเทศ อัตราค่าขนส่งยังอยู่ในระดับสูงจาก demand ที่ดีและ supply มีจำกัด เราคาดกำไรทั้งปี +18% Y-Y เป็น 838 ล้านบาท และโตต่อเนื่อง 14% Y-Y ในปีหน้า ยังคงแนะนำซื้อจากผลประกอบการที่ Turnaround ในปีนี้ ราคาเป้าหมาย 8 บาท (PE 22 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
11
เมษายน
2019
BDMS (BUY/19TP: 28), กำไรปกติ 1Q19 ชะลอชั่วคราว แต่กำไรสุทธิโตแรง
(views 9)
เราคาดกำไรปกติ 1Q19 ของ BDMS +29.8% Q-Q, -7.6% Y-Y ชะลอชั่วคราวจากฐานสูงใน 1Q18 จากโรคระบาดที่มาก แต่กำไรสุทธิคาดโตก้าวกระโดด +497.5% Q-Q, +176.3% Y-Y จากการบันทึกกำไรพิเศษหลังขายหุ้น RAM อย่างไรก็ตามเราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019 ลงเล็กน้อย 4% เหลือเติบโต 5.4% Y-Y สะท้อนรายได้ที่โตชะลอและต้นทุนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นหลังเปิดโรงพยาบาลและโรงแรมในช่วงกลางปี แต่ยังสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ต่อเนื่อง เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 28 บาท แต่ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
11
เมษายน
2019
KCE (AVOID/19TP: U.R.), แนวโน้มกำไร 1Q19 ฟื้นตัวช้ากว่าคาด
(views 9)
คาดกำไรปกติ 1Q19 อาจจะแผ่วลงต่อทั้ง Q-Q และ Y-Y ถือว่าช้ากว่าที่เคยคาดว่าจะฟื้นตัว Q-Q เพราะยังเจอปัญหา WLTP และยอดขายรถยนต์ในยุโรป สหรัฐ และจีนชะลอตัว บวกกับเจอเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับ USD และ EUR จะกดดันทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น สำหรับ 2QTD เรายังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อ แต่คาดหวังการกลับมาฟื้นตัวใน 3Q19 ที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ กอปรกับคาดปัญหา WLTP ใกล้จบลง และคาดเห็นลูกค้ากลับมา Restocking ส่วนด้าน Raw Material ไม่มีอะไรน่ากังวลนักสำหรับปีนี้ ในขณะที่ ความเสี่ยงที่เห็นมีเพียงคำสั่งซื้อไม่สดใสและบาทแข็งค่าเป็นหลัก ซึ่งหากกำไร 1Q19 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็นเพียง 13% ของประมาณการทั้งปี จึงมีแนวโน้มปรับลดประมาณการกำไรปกติปีนี้ลงจากปัจจุบันที่คาดโต 26.2% Y-Y และจะปรับลดราคาเป้าหมายจากปัจจุบันที่ให้ไว้ 32 บาท (อิง PE 17 เท่า) ปรับลดคำแนะนำเป็น ชะลอการลงทุน จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
11
เมษายน
2019
SPRC (HOLD/19TP: 12), ณ เวลานี้ ยังไม่ใช่จังหวะของ SPRC
(views 5)
คาด 1Q19 มีกำไรสุทธิ 1.5 พันลบ. จากที่เคยขาดทุนใน 4Q18 ที่ 3.9 พันลบ. สาเหตุที่ฟื้นตัว Q-Q แม้คาด Market GRM จะเหลือเพียง US$2.9/บาร์เรล (-34.1% Q-Q, -59.7% Y-Y) เนื่องจาก 4Q18 มี Stock loss ถึง US$10.4บาร์เรล แต่ไตรมาสนี้น่าจะมี Stock gain ราว US$4/บาร์เรล อย่างไรก็ตาม กำไรยังลดลง -40.8% Y-Y หลักๆมาจากสมมติฐาน Market GRM ที่ลดลงตาม Spread น้ำมันสำเร็จรูปที่อ่อนตัวลงและสำรองค่าใช้จ่าย Major turnaround ประมาณ US$12 ล้าน แม้ว่า ผลประกอบการน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อปีก่อน และน่าจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้นในปี 2019-2020 ตามสมมติฐานค่าการกลั่นที่ US$5.8-6.8/บาร์เรล ตามลำดับ แต่ถ้าดูรายไตรมาส ผลกำไรในช่วงครึ่งปีหลังยังคงถูกกดดันจาก Major turnaround ปัจจุบัน ราคาหุ้นปรับขึ้นมาจนทำให้ Upside เหลือไม่ถึง 10% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมของเราที่ 12 บาท (อิง EV/EBITDA 7.2 เท่าตามเดิม) จึงลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
เมษายน
2019
PLANB (BUY/19TP: 8), จับมือ (VGI) ไว้ แล้วไปด้วยกัน
(views 8)
เรารวมผลบวก Synergy ด้านรายได้เพิ่มและค่าใช้จ่ายที่จะลดลง จากคาดเดิม ตั้งแต่ 2Q19 หลัง VGI เข้าถือหุ้น 18.59% โดยคาดหวังการร่วมกันบริหารสื่อ การขายแบบแพ๊คเกจ จากพื้นที่สื่อโฆษณาในมือของ 2 บริษัทที่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจสื่อนอกบ้าน ทำให้ประมาณการกำไรปกติในปี 2019-2020 ปรับเพิ่มจากเดิม 5-9% ตามลำดับ เป็นกำไรโต 23% ในปี 2019 และ 19% ในปี 2020 โดยความร่วมมือจะช่วยเพิ่มความสามารถในการประมูลงานในพื้นที่ใหม่ๆ และการขยายการลงทุนในต่างประเทศอีกด้วย ราคาหุ้นปรับขึ้นมา 10% รับข่าว แต่ยังมี Upside 14% จากราคาเป้าหมายปี 2019 หลัง PP ที่ 8 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
10
เมษายน
2019
MAJOR (BUY/19TP: 31), หนังปีนี้กระแสแรง… ปรับประมาณการขึ้น
(views 15)
เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019 ขึ้น 11% จากมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อความสามารถในการทำรายได้ของบริษัท หนุนโดยหนังเข้าฉายที่แข็งแกร่ง เริ่มต้นใน 1Q19 คาดรายได้ตั๋วหนังโตดี 12-15% Y-Y เข้าช่วง High season ใน 2Q19 เป็นหน้าหนังและมีหนังกระแสแรง โดยเฉพาะ Avengers Endgame ตั้งแต่วันที่ 24 เดือนนี้ ต่อเนื่องไปใน 2H19 ขณะที่จะขยายโรงหนังอีกราว 70 โรงโดยเน้นควบคุมต้นทุนมากขึ้น ราคาเป้าหมายปี 2019 ปรับขึ้นเป็น 31 บาท จากเดิม 27 บาท (DCF) ยังมี Upside 14% และเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลค่อนข้างสม่ำเสมอระดับ 5% ปรับคำแนะนำขึ้นจากเดิม ซื้อเก็งกำไร เป็น ซื้อ ทั้งนี้ จ่ายปันผลงวด 2H18 หุ้นละ 0.70 บาท yield 2.6% XD 23 เม.ย. จ่าย 3 พ.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
10
เมษายน
2019
THANI (BUY/19TP: 8.1), คาดการณ์กำไร 1Q19 เป็น new record high
(views 5)
คาดการณ์กำไร 1Q19 เป็น Record high ที่ 471 ลบ. +3.6%Q-Q, +29.7%Y-Y จากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ +1.3%Q-Q, +15%Y-Y, สินเชื่อที่คาดว่าจะ +2%YTD และคาดการณ์ credit cost ที่ลดลง เราคาดว่ากำไรสุทธิในช่วงที่เหลือของปีจะดีขึ้นตามลำดับ โดย 2Q19 สินเชื่อมีแนวโน้มความต้องการดีกว่า 1Q19 ที่ชะลอจากปัจจัยการเมือง และ 2H19 คาดการฟื้นตัวของยอดขายรถเชิงพาณิชย์ที่ชัดเจนขึ้นตามฤดูกาลและสำรองฯที่ทะยอยลดลง เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 ที่ 1,820 ลบ. +11%Y-Y คงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 8.10 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
เมษายน
2019
EKH (BUY/19TP: 7.6), โมเมนตัมกำไร 1Q19 ยังดีต่อเนื่อง
(views 14)
เราคาดกำไรปกติ 1Q19 ของ EKH -6.6% Q-Q, +16.2% Y-Y ยังโตแข็งแกร่งต่อเนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่ยังหนาแน่นและศูนย์ IVF เป็นปัจจัยหนุน ขณะที่ศูนย์กุมารเวชแห่งใหม่แม้จะเปิดให้บริการอย่างเร็วช่วงปลาย 2Q19 ซึ่งล่าช้ากว่าแผนเล็กน้อย แต่เรามองเป็นบวกเนื่องจากธุรกิจกำลังเข้าช่วง High Season พอดีและจะปลดล็อค Capacity ของ EKH ที่ค่อนข้างเต็มในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตามเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 ของ EKH อย่าง Conservative ที่ Flat Y-Y แต่เริ่มเห็น Upside ขณะที่ Valuation ยังไม่แพง จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 7.60 บาท
อ่านเพิ่มเติม
09
เมษายน
2019
GLOBAL (BUY/19TP: 21), คาดกำไร 1H19 กลับมาสดใสตามฤดูกาล
(views 10)
แนวโน้มกำไร 1Q19 จะกลับมาเติบโตดี เพราะเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจ คาด SSSG จะเป็นบวกต่อเนื่องติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 6 ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอาจแผ่วลงเล็กน้อยเพราะมีการทำโปรโมชั่นกระตุ้นรายได้ แต่ยังถือเป็นระดับที่ดีคาดยังยืนเหนือระดับ 20% สิ่งที่ทำได้ดีน่าประทับใจคือ สาขาใหม่ที่กัมพูชาพลิกมีกำไรตั้งแต่เดือน ม.ค. และแนวโน้มกำไรน่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องใน 2Q19 ตามฤดูกาล และปีนี้น่าจะได้รับอานิสงส์จากอากาศที่ร้อนกว่าปกติ เอื้อต่อการซ่อมแซมบ้าน ก่อนที่กำไรจะอ่อนตัวลงใน 2H19 บริษัทมีแผนเปิดสาขาใหม่ปีนี้ 6-7 แห่งในไทย ส่วนในกัมพูชาคาดจะเปิดสาขาที่ 2 ในปี 2020 ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 โต 22.4% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 21 บาท (DCF) ยังมี Upside 22.1% ยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
เมษายน
2019
TOP (BUY/19TP: 81), คาด 1Q19 พลิกกลับมากำไรจาก Stock gain
(views 12)
เราคาดว่า TOP จะกลับมามีกำไรสุทธิ 4.8 พันลบ.ใน 1Q19 จากที่เคยขาดทุน 4.8 พันลบ. ใน 4Q18 จากคาดการณ์ Stock gain ราว US$4.2/บาร์เรล เทียบกับ 4Q18 ที่มี Stock loss ถึง US$7.5/บาร์เรล แต่ถ้าเทียบกับ 1Q18 กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ยังลดลง 14.5% Y-Y เพราะ Market GIM ที่เราคาดไว้ที่ US$5.2/บาร์เรล ลดลงถึง 37% Y-Y และผลจากรายการพิเศษอย่าง Fx และ Hedging gain ใน 1Q18 กว่า 1.6 พันลบ. ซึ่ง Stock gain ใน 1Q19 ไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบเหล่านี้ได้ทั้งหมด แนวโน้มกำไรสุทธิในช่วงที่เหลือของปีถึงปี 2020 คาดว่าจะฟื้นต่อเนื่องเป็น 1.36 หมื่นลบ. +34% Y-Y ในปี 2019 และเป็น 1.55 หมื่นลบ. +14% Y-Y ในปี 2020 สาเหตุจาก 1. มาตรการ IMO ที่จะหนุน Spread น้ำมันในกลุ่ม Middle Distillate และ 2. Utilization Rate ที่คงไว้ในระดับสูงหลังเสร็จสิ้น Major Turnaround ส่งผลให้ Market GIM ที่คาดไว้ในปี 2019-2020 อยู่ในระดับ US$7.7-8.1/บาร์เรล (+12% -5% Y-Y), จากกำไรที่ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นและราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาจนมี Upside มากกว่า 10% เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ คงราคาเป้าหมายที่ 81 บาท (EV/EBITDA 6.2 เท่า ตามค่าเฉลี่ยในระยะยาว)
อ่านเพิ่มเติม
05
เมษายน
2019
TK (HOLD/19TP: 9.5), ขยายธุรกิจไปประเทศเพื่อนบ้านเป็นโฟกัสหลักของปีนี้
(views 12)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของสินเชื่อที่จะขยายตัวเชิงรุกมากขึ้นไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่ง TK เริ่มเห็นผลสำเร็จในปี 2018 และผู้บริหารคงเป้าการเติบโตกว่าเท่าตัวต่อเนื่องในปี 2019 ทำให้เราคาดว่า TK จะไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะการชะลอตัวของยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศ (คาดการหดตัว 3-4%Y-Y) และรถยนต์ (คาดการหดตัว 4%Y-Y) เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2019 ขึ้น 8% จากแนวโน้มสินเชื่อที่ดีกว่าคาดและการตั้งสำรองฯที่น้อยกว่าคาด และปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 9.50 บาท (เดิม 8.50 บาท) ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ จากเดิม ขายทำกำไร
อ่านเพิ่มเติม
04
เมษายน
2019
PTTEP (BUY/19TP: 160), กำไรค่อยๆฟื้นตัวตามราคาน้ำมันดิบโลกที่เพิ่มขึ้น
(views 11)
เราคาดกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 1.1 หมื่นลบ. +24.7% Q-Q, -17.6% Y-Y สาเหตุจากรายการพิเศษทางภาษี ได้แก่ Deferred tax liability ใน 4Q18 จำนวน US$74 ล้าน ทำให้บริษัทบันทึกภาษีมากกว่าปกติ ตรงข้ามกับ 1Q18 ที่มี Tax saving จำนวนประมาณ US$150 ล้าน จากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ส่วนกำไรปกติก่อนภาษีในไตรมาสนี้ เราคาดไว้ที่ 1.49 หมื่นลบ. -8.3% Q-Q, +9.0% Y-Y ตามปริมาณขายที่ 316,000 BOEPD -1.4% Q-Q, +8.0 % Y-Y มากกว่าที่เราคาดเดิมเล็กน้อยราว 3% และราคาขายเฉลี่ยที่ US$47/บาร์เรล -1.4% Q-Q, +7.0% Y-Y ในขณะที่กำไรสุทธิปี 2019-2020 เราคาดที่ 41,946 ลบ. และ 43,041 ลบ. เติบโต 15.9% และ 2.6% Y-Y ตามลำดับ จากการเข้าซื้อ Murphy Oil Corporation ในมาเลเซีย และจากแนวโน้มกำไร 1-2 ปีข้างหน้าที่ยังเติบโตได้จากการเพิ่มปริมาณขาย ทำให้เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 160 บาท (DCF, WACC 9.58%)
อ่านเพิ่มเติม
04
เมษายน
2019
TU (HOLD/19TP: 20), คาดกำไร 1Q19 เติบโต Y-Y แต่ไม่ตื่นเต้น
(views 13)
คาดกำไรปกติ 1Q19 จะเติบโต Y-Y มาจากการฟื้นตัวของธุรกิจทูน่า และการบริหารสต็อกที่ทำได้ดีขึ้น แม้จะเผชิญค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับปอนด์และยูโร แต่ด้วยการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน กอปรกับเริ่มใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ Hedge Accounting ทำให้สามารถรับรู้รายการ FX Gain/Loss เข้าไปในรายการรายได้และต้นทุนเลย ส่งผลให้รายได้ยังทรงตัวได้ และอัตรากำไรขั้นต้นมีการฟื้นตัว แต่ภาพรวมกา ไร 1Q19 ไม่ตื่นเต้นนัก เพราะยังมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง มาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดในการออกสินค้าใหม่ เราคาดหวังเห็นการฟื้นตัวของกำไรในช่วงที่เหลือของปี ทั้งจากปัจจัยฤดูกาล ปริมาณขายเพิ่มขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น ยังคาดกำไรปกติปี 2019 โต 32.4% Y-Y หากกำไร 1Q19 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็นเพียง 15% ของประมาณการทั้งปีประมาณการของเราดูมี Downside หากการฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี มาช้ากว่าคาด เรายังคงราคาเป้าหมายที่ 20 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside เพียง5.3% คงคำแนะนำซื้ออ่อนตัวคาดกาไรปกติ 1Q19 เติบโต Y-Y แต่ไม่ตื่นเต้น
อ่านเพิ่มเติม
03
เมษายน
2019
SSP (BUY/19TP: 10), อยู่ในช่วงเติบโตดี มีลุ้นโครงการใหม่
(views 16)
SSP เป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่อยู่ในช่วงเติบโต ตามกำลังผลิตไฟฟ้าทีมีสัญญาขายไฟระยะยาว (PPA) รองรับ เพิ่ม 1.6 เท่า จากสิ้นปี 2018 หลักๆ จากโครงการใหม่ในต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้กำไรปกติใน 3 ข้างหน้า (2019-2021) โตเฉลี่ย 24% เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 10 บาท โดยวิธี SOTP โดยมี Upside จากโครงการใหม่ที่อยุ่ระหว่างศึกษา และมีโอกาสเห็นความคืบหน้าของโรงไฟฟ้าพลังลมขนาด 20-50 MW ในช่วง 2Q19-3Q19 ทั้งนี้ ที่ราคาเป้าหมาย คิดเป็น PE ที่ 15 เท่า ใกล้ค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงไฟฟ้าและ SET ซึ่ง SSP ย้ายเข้ามาเทรดตั้งแต่ปลายเดือนก่อน และเป็นหุ้นปันผลใช้ได้ Dividend yield ระดับ 3.5% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
02
เมษายน
2019
ADVANC (HOLD/19TP: 200), โมเมนตัมกำไร 1Q19 ยังไม่สดใส แนะนำเพียง “ถือ”
(views 13)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q19 ของ ADVANC ยังไม่สดใส เราคาด +5.1% Q-Q แต่ยัง -13.7% Y-Y ปัจจัยกดดันยังมาจากรายได้ที่ยังโตต่ำจากผลกระทบของ Fixed Speed Unlimited Package ส่วนต้นทุนยังขยับขึ้นตามการลงทุนขยายโครงข่าย เราคาดว่าการฟื้นตัวของกำไรจะค่อยๆดีขึ้นในช่วง 2H19 จากรายได้ที่จะกลับมาเติบโตในอัตราเร่งจากการแข่งขันที่เริ่มผ่อนคลายขึ้นหลังปัจจุบันยกเลิก Package ดังกล่าวแล้ว แต่เรายังมองกำไรทั้งปี 2019 โตจำกัด +1.8% Y-Y ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นจนทำให้ Upside เริ่มแคบเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 200 บาท เราจึงยังคงคำแนะนำเพียง “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
02
เมษายน
2019
HMPRO (BUY/19TP: 17), คาดกำไร 1Q19 เติบโตดี Y-Y และจะดีต่อเนื่องใน 2Q19
(views 8)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q19 จะเติบโตดี Y-Y คาด SSSG จะพลิกเป็นบวก 2.9% Y-Y จาก -1.2% Y-Y ใน 4Q18 โดยเดือน ม.ค. และ ก.พ. ทำได้ค่อนข้างดี แต่มาแผ่วลงเล็กน้อยใน มี.ค. เพราะมีการเลือกตั้ง และมีการย้ายสาขาที่แฟชั่นไอส์แลนด์ ทำให้สะดุดเล็กน้อย ในขณะที่รายได้จากงาน Expo ยังทำได้รับการตอบรับที่ดีใกล้เคียงปีก่อน ส่วนมาร์จิ้นและค่าใช้จ่ายยังทำได้ดี ทำให้คาดกำไรสุทธิจะยังเติบโตได้ดีกว่าการเติบโตของรายได้ แนวโน้มกำไรจะดีขึ้นต่อเนื่องใน 2Q19 เพราะเป็นหน้าร้อน เอื้อต่อการปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน ก่อนที่อ่อนตัวลงใน 3Q19 และกลับมาโตทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q19 ที่เป็น High Season กอปรมีแผนเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ 7-8 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเปิดในช่วง 2H19 เรายังคาดกำไรสุทธิปีนี้โต 16% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 17 บาท (DCF) ยังมี Upside 11.8% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
02
เมษายน
2019
M (HOLD/19TP: 79), คาดกำไร 1Q19 ยังเติบโตได้ แต่ไม่ตื่นเต้น
(views 9)
แนวโน้มกำไร 1Q19 จะเติบโตราว 5.1% Y-Y แม้คาดรายได้รวมโต 6% Y-Y จากคาด SSSG MK +1% - 2% Y-Y และมีเปิดสาขาใหม่ 11 แห่งในไตรมาสนี้ แต่คาดอัตรากำไรขั้นต้นจะแผ่วลงจากราคาวัตถุดิบเป็ดปรับตัวสูงขึ้น และโปรโมชั่น MK คุ้มจัดได้ค่อนข้างประสบความสำเร็จ จึงกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเล็กน้อย และไตรมาสนี้เริ่มมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจากการปรับเปลี่ยนชุดพนักงานครั้งใหญ่ในรอบ 4 ปี ซึ่งจะทยอยรับรู้มากขึ้นใน 2Q19 – 3Q19 รวมทั้งปีจะมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ราว 50 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มกำไร 2Q19 น่าจะดีต่อเนื่องเพราะเริ่มเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว และคาดกำไรจะทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q19 ทั้งนี้บริษัทมีแผนเปิดสาขาใหม่ค่อนข้างมากในช่วงปลายปี โดยทั้งปีมีแผนเปิดสาขาใหม่ 45 – 50 แห่ง ส่วนราคาหมูแม้ราคาตลาดจะปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 10% แต่บริษัทสามารถล็อกราคาล่วงหน้ายาวทั้งปีไว้ใกล้เคียงปีก่อน ถือว่าทำได้ดี ส่วนการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานไว้ตั้งไว้ครบหมดแล้วในปีก่อน ยังคาดกำไรปกติปี 2019 โต 9.1% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 79 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) แม้ราคาหุ้นจะเริ่มอ่อนตัวลงมา แต่ยังมี Upside เพียง 9.3% จึงคงคำแนะนำเพียงถือ
อ่านเพิ่มเติม
01
เมษายน
2019
TACC (BUY/19TP: 5), คาดกำไร 1Q19 สดใสกว่าที่เคยมอง และจะกลับมาโตเด่นในปีนี้
(views 11)
จากประชุม Opp Day โทนบวก ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 15% - 20% จากการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจทั้ง โถกดเครื่องดื่ม (ออกรสชาติใหม่, สาขาใหม่ 7-11 เพิ่มขื้น), เติบโตตามร้าน All Caf? เพิ่มขึ้น และ Character Business เติบโตได้ดี ล่าสุดได้กลับเข้าไปขายในกัมพูชาอีกครั้ง แต่เข้าไปอย่างระมัดระวัง และปิดความเสี่ยงไว้หมดแล้ว โดยมีการปรับลดต้นทุนให้ต่ำลง เพื่อให้แข่งขันได้ และเปลี่ยนนโยบายการขาย โดยให้ Distributor รายใหม่ต้องชำระเงินก่อนรับสินค้า และเชื่อว่าในอนาคตหาก CPALL สามารถเปิด 7-11 ในกัมพูชาได้สำเร็จ TACC น่าจะได้รับผลบวกจากการเป็น Supplier ของสาขาในกัมพูชาด้วย ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 1Q19 ดูสดใสกว่าที่เคยคาด จากเครื่องดื่มโถกด 2 รสชาติใหม่ (Seasonal) ได้รับการตอบรับที่ดี และล่าสุดมีเมนูใหม่เครื่องดื่มมะม่วงร่วมกับ All Caf? ต้อนรับช่วงหน้าร้อนนี้ กอปรกับรับรู้เครื่องดื่มผงสูตรใหม่ที่น้ำตาลน้อยลง เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ยังปรับสูตรไม่เสร็จ เราจึงปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2019 ขึ้น 11% เป็นการเติบโต 29.3% Y-Y จากเดิมคาดโต 16% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 5 บาท จากเดิม 4.5 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) แม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นมาค่อนข้างเร็ว จากที่เราแนะนำซื้อในรายงานฉบับก่อน (25 ก.พ. 2019) แต่ด้วย Upside ที่ยังสูง 31.6% เราจึงยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
มีนาคม
2019
ASAP (SELL/19TP: 2.05), 2019 ROE และกำไรหดตัวแรง
(views 13)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลงเป็น 54 ลบ. -40%Y-Y โดยหลักๆเป็นการปรับลด Gross margin ของธูรกิจให้เช่ารถยนต์ลง จากแนวโน้มต้นทุนค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้น เหตุการณ์จะดีขึ้นในปี 2020 จากจำนวนรถมือสองที่เพิ่มขึ้นและการชะลอการเพิ่มกองรถ เราคาดว่า ROE จะกลับมาอยู่ที่ 11% ในปี 2020 จาก 3.6% ในปี 2019 แม้กระนั้นเราเริ่มเห็นความเสี่ยงของภาระหนี้ ซึ่งคาด D/E Ratio จะแตะระดับ 9 เท่าในปี 2019 ซึ่งอาจทำให้ ASAP อาจต้องเพิ่มทุน เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2019 ลงเป็น 2.05 บาท (เดิม 4.50 บาท) อิง PBV 1 เท่า แนะนำ ขาย และเปลี่ยนตัวเล่นเป็น Finance company อื่น เช่น KTC, ASK หรือ THANI
อ่านเพิ่มเติม
27
มีนาคม
2019
DTAC (HOLD/19TP: 54), คาด 1Q19 กลับมากำไร แต่อาจเป็นจุดสูงสุดของปี
(views 11)
เราคาดผลการดำเนินงาน 1Q19 จะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,631 ลบ. จากขาดทุนใน 4Q18 และ +24.1% Y-Y โดยปัจจัยหลักมาจากต้นุทนสัมปทานที่หายไป อย่างไรก็ตามโมเมนตัมกำไรใน 3 ไตรมาสที่เหลืออาจชะลอลงจากรายได้ที่ยังไม่เห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจน ขณะที่ต้นทุนมีแนวโน้มสูงขึ้นตามการลงทุน แม้เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 +118.1% Y-Y แต่ในแง่ EBITDA คาด -14.4% Y-Y ขณะที่ด้านราคาเหมาะสมเราปรับลดจาก 58 บาทเหลือ 54 บาท สะท้อนการจ่ายเงินยุติข้อพิพาทกับ CAT ประกอบกับราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside จำกัด จึงปรับลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
27
มีนาคม
2019
SAWAD (HOLD/19TP: 56 (52 after XD)), กำไรปี 2019 น่าจะกลับมาเติบโตได้ดีอีกครั้ง
(views 15)
SAWAD ยังไม่สามารถบอกในรายละเอียดการปรับโครงสร้างของสินเชื่อจากทั้ง S2014 และ BFIT ได้ชัดเจนในตอนนี้ ซึ่งอาจจะต้องรอผ่านการเพิ่มทุน BFIT ให้เสร็จสิ้นก่อนเพื่อรู้สัดส่วนการถือหุ้นใหม่ (เรียกเพิ่มทุนปลายเดือน พ.ค.) อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อน่าจะไม่เปลี่ยนแปลงไปมากจากเป้าที่ 20-30% แต่เชื่อว่ากำไรจะมี Upside หาก SAWAD สามารถเข้าถือ BFIT ได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 70-75% จากปัจจุบันที่ถือราว 45% ในเบื้องต้นเราคงประมาณการกำไรปี 2019 ที่ 3.4 พันลบ. +23%Y-Y และยังคงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 56 บาท และจะเป็น 52 บาท (หลังรวม PP และหุ้นปันผลที่จะ XD 3 พ.ค. 2019) ซึ่งราคาหุ้นมี Upside จำกัด ปรับลดคำแนะนำจาก ซื้อ เป็น ถือ
อ่านเพิ่มเติม
27
มีนาคม
2019
TU (BUY-W/19TP: 20), แผนนำบริษัทย่อย TFM เข้าตลท. กระทบต่อ TU จำกัด
(views 13)
วานนี้ TU ประกาศนำบริษัทย่อย TFM เข้าจดทะเบียนในตลท. โดย TFM จะออกขาย IPO 90 ล้านหุ้น และ TU จะนำหุ้น TFM ของตนเองออกขายให้ประชาชนทั่วไปอีก 19.3 ล้านหุ้น ในราคาเสนอขายเดียวกัน คาดจะแล้วเสร็จในช่วง 2H19 ผลกระทบต่อ TU ค่อนข้างจำกัด เพราะภายหลังขาย IPO ส่ดส่วนการถือหุ้นของ TU จะลดลงจาก 66.9% เป็น 51% โดยการรับรู้กำไรจาก TFM จะลดลงเพียง 65 ล้านบาท คิดเป็นเพียง 1% ของประมาณการกำไรของ TU และด้วยต้นทุนทางบัญชีของ TFM ที่ 3.5 บาท/หุ้น ในขณะที่เราคาดราคาขายเบื้องต้นจะอยู่ในช่วง 11 - 12.3 บาท จึงคาดจะรับรู้กำไรจากการ TFM ครั้งนี้เพียง 145 - 170 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นของ TU เพียง 0.03 – 0.04 บาท เรายังคงประมาณการกำไรปี 2019 ของ TU ไว้เติบโต 32.4% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 20 บาท ด้วย Upside จำกัด จึงแนะนำถือ / ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
26
มีนาคม
2019
SVI (BUY/19TP: 6.2), ระยะสั้นกำไร 1Q19 อาจสะดุด และจะกลับมาฟื้นใน 2Q19
(views 14)
ระยะสั้น คาดกำไร 1Q19 จะโตสูง Y-Y จากฐานต่ำในปีก่อน แต่คาดลดลง Q-Q เพราะไตรมาสก่อนเร่งขายไปมาก และได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าในไตรมาสนี้ กอปรกับคาดจะรับรู้ขาดทุนจากกัมพูชาต่อเนื่อง ส่วนเป้าหมายทั้งปี 2019 ของบริษัทยัง Aggressive ด้วยรายได้โต 24% - 32% และตั้งเป้ากัมพูชาถึงจุดคุ้มทุนภายใน 2Q19 ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 ไว้ที่ 829 ล้านบาท โต 6.6% Y-Y โดยอิงสมมติฐานที่ Conservative กว่าเป้าหมายของบริษัท ด้วยรายได้โต 7.2% Y-Y และมองว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะยังไม่สามารถกลับสู่ระดับตัวเลขสองหลักได้ เพราะยังถูกกดดันจากค่าเงินบาทแข็งค่า เรายังคงราคาเป้าหมายที่ 6.2 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้กำไร 1Q19 อาจสะดุด แต่เชื่อว่าจะกลับมาฟื้นใน 2Q19 และราคาหุ้นปัจจุบันเทรดอยู่บน Forward PE เพียง 13 เท่า จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มีนาคม
2019
VGI (HOLD/20TP: 8.5), ปรับประมาณการปี 20 (สิ้นมี.ค.20) ลงเล็กน้อย
(views 16)
บริษัทเผยเป้าหมายรายได้รวมปี 2020 (เม.ย.19-มี.ค.20) และเรามีการปรับสมมุติฐานรายได้รวมขึ้นเล็กน้อย 5% เป็นการโตดีต่อเนื่อง 26% บนฐานคาดการณ์ปีก่อนของเรา การเติบโตมาจากทั้งสื่อหลักเดิมและสื่อใหม่ที่เข้าไปซื้อปีก่อน อย่างไรก็ตาม เรามองแนวโน้มขาดทุนจาก Rabbit มากขึ้น จากค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่ม ทำให้ปรับประมาณการกำไรปกติปีดังกล่าวลง แม้ยังเป็นกำไรโตสูง 34% และราคาเป้าหมายปรับลงเล็กน้อยเป็น 8.50 บาท จากเดิม 8.70 บาท เราคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของกำไรใน 2 ปีข้างหน้า จากการประสานและเกื้อกูลกันในธุรกิจสื่อนอกบ้าน Online และ Logistics ผ่าน Kerry TH ส(VGI ถือหุ้น 23%) แต่สะท้อนจาก PE สูง 47 เท่า แนะนำ ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มีนาคม
2019
DOD (HOLD/19TP: 11.3), กำไร 1H19 ไม่สดใส รอดูการกลับมาฟื้นใน 2H19
(views 12)
แนวโน้มกำไร 1H19 ไม่สดใส เพราะสูญเสียลูกค้ารายใหญ่ที่มีสัดส่วนรายได้ถึง 45% ของรายได้ในปี 2018 ปัจจุบันมีการลงทุนในหลายโครงการ อาทิ การซื้อ PCCA โรงงานผลิตเครื่องสำอาง ระยะยาวจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่ง แต่ระยะสั้นยังต้องปรับปรุงคอขวดการผลิต และหาลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้น, การสร้างแบรนด์สินค้าของตนเองผ่านการทำธุรกิจขายตรง และการจับมือกับเจ้าของ แบรนด์อาหารเสริมจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อให้ย้ายฐานการผลิตมายังโรงงานของ DOD แทน ทั้งนี้บริษัทตรียมซื้อที่ดินข้างโรงงานเดิมเพื่อสร้างโรงงานใหม่ เพราะหากทุกโครงการประสบความสำเร็จ กำลังการผลิตเดิมจะไม่เพียงพอ จึงได้เสนอขาย Warrant 182 ล้านหน่วย ราคา 0.1 บาทต่อหน่วย จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 2.25 หุ้นเดิมต่อ 1 Warrant อายุ 2 ปี และเริ่มใช้สิทธิแปลงได้ครั้งแรก 29 พ.ย. 2019 ที่ราคาใช้สิทธิ 15.75 บาท (จะไม่เกิด Price Dilution เพราะราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาหุ้นปัจจุบัน) อย่างไรก็ตาม เราปรับลดกำไรปี 2019 ลงเป็น 258 ล้านบาท -15.8% Y-Y และให้น้ำหนักการฟื้นตัวของกำไรอยู่ใน 2H19 และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 11.3 บาท โดยลด PE เป็น 18 เท่า จากเดิม 20 เท่า ซึ่งประมาณการของเรายังมีความเสี่ยงหากโครงการไม่ประสบความสำเร็จ หรือคำสั่งซื้อมาช้ากว่าคาด จึงแนะนำ ถือ และรอดูการฟื้นตัวก่อนดีกว่า
อ่านเพิ่มเติม
22
มีนาคม
2019
PTTEP (BUY/19TP: 160), กลับมาลงทุนใหญ่ใกล้บ้าน สร้างความมั่นคงในพลังงานให้ไทย
(views 14)
PTTEP ประกาศเข้าซื้อธุรกิจทั้งหมดของ Murphy Oil Corporation ในมาเลเซียมูลค่าราว US$2,127ล้าน ซึ่งมีโครงการ 5 แห่งด้วยกัน โดย 2 แห่งเป็นแหล่งที่ผลิตอยู่แล้ว ทำให้สามารถรับรู้กำไรเข้ามาได้ทันทีในช่วง 2H19 นอกจากนี้ บริษัทย่อยของ PTTEP ยังได้ลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับ PETRONAS เพื่อรับสิทธิในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจำนวน 2 แปลง บริเวณพื้นที่นอกชายฝั่งเพนนินซูลาร์ในมาเลเซีย ทั้ง 2 ดีลนี้เรามองว่าสำคัญอย่างมากต่อทั้งบริษัทและของไทย เนื่องจากประเทศมาเลเซียเป็นแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ใกล้ไทย ทำให้ต้นทุนต่างๆไม่ได้ต่างจากไทยมากนัก และยังช่วยเพิ่มสำรองพลังงานของประเทศไทยในอนาคต ช่วงที่แหล่งก๊าซในอ่าวไทยเริ่มลดลง ด้วยปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นทันทีราว 48,000 BOEPD และเพิ่มอีก 22,000 BOEPD ในปี 2021 จากปัจจุบันที่ระดับ 318,000 BOEPD ทำให้เราปรับคาดการณ์กำไรปี 2019-2020 ขึ้น 4-9% เป็น41,946 - 43,041 ลบ. ปรับราคาเป้าหมายปี 2019 ขึ้นจาก 150 บาทเป็น 160 บาท (DCF, WACC 9.58%) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
20
มีนาคม
2019
HANA (HOLD/19TP: 41), คำสั่งซื้อ 1H19 ไม่สดใส ปรับลดกำไรและราคาเป้าหมายปีนี้
(views 12)
จากประชุมวานนี้ โทนเป็นลบ โดยเริ่มเห็นผลกระทบจาก Trade War ซึ่งสร้างความกังวลให้กับลูกค้า ทำให้เริ่มมีการลดระดับ Inventory และชะลอคำสั่งซื้อในช่วง 1H19 กอปรกับได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า ซึ่งนอกจากกระทบต่อการแปลงรายได้เป็นสกุลบาทแล้ว ยังทำให้ต้นทุนวัตถุดิบที่ซื้อไว้ช่วงก่อนหน้า กลายเป็นต้นทุนแพง จึงอาจทำให้แนวโน้มกำไรใน 1H19 ไม่สดใส และคาดคำสั่งซื้อน่าจะกลับมาฟื้นตัวในช่วง 2H19 อย่างน้อยมองว่าลูกค้าน่าจะกลับมา Restocking หรือถ้าหากสถานการณ์ Trade War คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น น่าจะทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจมากขึ้น แต่อาจไม่เพียงพอที่จะหนุนให้ทั้งปีกลับมาเติบโตได้ เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลง 7% เป็นกำไรที่ทรงตัวจากปีก่อน จากเดิมคาดโต 8% และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 41 บาท จากเดิม 44 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) แม้ราคาหุ้นจะปรับลงมาจนยังมี Upside 23.3% แต่ด้วยโมเมนตัมของกำไรที่ไม่สดใส และยังมี Sentiment เชิงลบจากนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ คงคำแนะนำเพียง ถือ
อ่านเพิ่มเติม
18
มีนาคม
2019
SPRC (BUY/19TP: 12), ปิดซ่อมใหญ่แบบนี้ อีก 6 ปีถึงจะมีอีกหน
(views 17)
Major Turnaround ของ SPRC ครั้งนี้ใช้เงินราว US$256 ล้าน โดยมีเป้าหมายหลักคือการขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 10KBD เป็น 175KBD และปรับปรุงคุณภาพโรงกลั่น เรามองว่าบริษัทจะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นราว US$30-40 ล้าน/ปีหลังการซ่อมบำรุงแล้วเสร็จ (บนสมมติฐาน Market GRM ที่ US$4-6/บาร์เรล) แต่การบันทึกค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่สูงกว่าที่เราคาดเดิม ทำให้เราปรับกำไรปี 2019 ลง 27% เหลือ 3.9 พันลบ. แต่เพิ่มกำไรในปี 2020 ขึ้น 3% เป็น 5.9 พันลบ. โดยยังยึดสมมติฐาน GRM ของ SPRC ในปี 2019-20ไว้ที่เดิมที่ US$5.8-6.8/บาร์เรล กำไรที่ปรับลงทำให้ราคาเหมาะสมปี 2019 ลดลงเหลือ 12 บาท (อิง EV/EBITDA 7.2 เท่า) และคาดเงินปันผลปีนี้ 0.60 บาท/หุ้น แม้จะน้อยกว่าปีก่อนๆที่จ่ายปีละกว่า 1 บาท/หุ้น แต่ Dividend yield 5.6% ในปีนี้ก็ไม่แย่นักและสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งตลาด และเชื่อว่า Dividend yield จะกลับมาอยู่ในระดับ 7% ตามเดิมตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไป เราจึงยังคงแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
15
มีนาคม
2019
BCH (BUY/19TP: 21), ยังยืนยันภาพการเติบโตในปี 2019 ที่แข็งแกร่ง
(views 23)
จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้เรายังยืนยันว่ากำไร 4Q18 ที่อ่อนแอเป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราวจากการปรับวิธีจ่ายเงินของสปส.ในส่วนค่าภาระเสี่ยง ขณะที่แนวโน้มการเติบโตในปี 2019 คาดว่ายังคงแข็งแกร่งหนุนทั้งฝั่งผู้ป่วยเงินสดโดยเฉพาะ WMC ที่คาดว่ายังโตแรง ส่วนประกันสังคมคาดว่าจะโตเร่งตัวขึ้นเช่นกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นหลังได้โควต้าเพิ่ม ขณะที่ฝั่งต้นทุนคาดว่ายังไม่ได้รับแรงกดดันจากการลงทุนโรงพยาบาลใหม่เนื่องจากจะทยอยเปิดให้บริการในปี 2020-2021 เราจึงยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 +13.8% Y-Y เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 21 บาทและยังแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
15
มีนาคม
2019
ROBINS (BUY/19TP: 74), ปรับลดกำไรและราคาเป้าหมาย จากแผนสาขาใหม่ลดลง
(views 19)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนข้างลบ บริษัทปรับลดแผนการเปิดสาขาใหม่จากเดิม 1 สาขาเล็ก 2 สาขาใหญ่ เป็น 1 สาขาเล็กที่พะเยา และ 1 สาขาใหญ่ (Lifestyle Center) ที่ลาดกระบัง ทำให้พื้นที่เช่าจากสาขาใหม่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด แม้จะมีแผนปรับปรุงสาขาเดิมในปีนี้ 3 แห่งเพื่อเพิ่มพื้นที่เช่ามากขึ้น แต่จะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี ส่วน SSSG ทั้งปีตั้งเป้าเพียง 0% - 1% Y-Y โดยในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา ยังติดลบอยู่เล็กน้อย ในขณะที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand เพิ่มขึ้นเป็น 14% จากสิ้นปี 2018 ที่ 11.6% เรามองว่าค่อนข้าง Aggressive และด้วยแผนการทำโปรโมชั่นกระตุ้นรายได้ต่อเนื่อง น่าจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเพียงเล็กน้อย เราใช้สมมติฐานเดิม +20 จากปี 2018 ทั้งนี้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2019 ลง 5% เป็นเติบโต 9.5% Y-Y จากเดิมคาดโต 15.3% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 74 บาท จากเดิม 80 บาท (DCF) ยังมี Upside 17.9% ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน Forward PE 21.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตัวเองในอดีตและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปัจจุบันของกลุ่มที่ 26 เท่าและ 28 เท่า ตามลำดับ จึงยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
15
มีนาคม
2019
SEAFCO (BUY/19TP: 10.2 after xd), โมเมนตัมกำไร 1H19 เด่นต่อ ราคาปรับลงเป็นโอกาสสะสม
(views 14)
เรายังมีมุมมองบวกกับอุตสาหกรรมฐานรากที่เป็นขาขึ้น ตามการเดินหน้าลงทุนของภาครัฐ และเอกชน ปัจจุบันมีงานในมือ 2.3 พันล้านบาท คาดทยอยรับรู้ใน 1H19 ราว 2 พันล้านบาท ส่วน 2H19 มาจากการรับงานเพิ่มระหว่างปี โดยบริษัทคาดหวัง 30% จากงานที่อยู่ระหว่างยื่นประมูล 2.3 หมื่นล้านบาท เราปรับประมาณการกำไรปี 2019 ขึ้น 5% เป็น 375 ล้านบาท (+2% Y-Y) จากการปรับเพิ่มรายได้เป็น 2.9 พันล้านบาท บน Backlog ที่รองรับแล้ว 79% แต่ด้วยอัตราการขยายตัวของกำไรที่ชะลอจากฐานสูง จึงปรับลด PER เป็น 20x (ค่าเฉลี่ย +0.5SD) ทำให้ราคาเหมาะสมอยู่ที่ 10.20 บาท (รวม Dilution จากหุ้นปันผล XD 7 พ.ค.) ขณะที่ราคาหุ้นที่ปรับลง -14% YTD Underperform กลุ่ม และเทรดบน PE2019 เพียง 15x สวนทางกับทิศทางกำไร 1H19 ที่แข็งแกร่ง และรับประโยชน์อันดันแรกจากวัฎจักรการลงทุนรอบใหม่ จึงมองเป็นโอกาสเข้าซื้อสะสม
อ่านเพิ่มเติม
14
มีนาคม
2019
JKN (BUY/19TP: 9), Backlog สูงหนุนกำไรปีนี้โตต่อ
(views 15)
เราคงประมาณการกำไรของ JKN ปีนี้ โตต่อเนื่องระดับ 18% หนุนโดย Backlog ปัจจุบันที่สูง จากสัญญาขายสิทธิ Content แก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ คิดเป็นส้ดส่วน 43% ของคาดการณ์รายได้ทั้งปีของเราซึ่ง Conservative กว่าของบริษัท (+15% VS +20%) ประมาณการของเราจึงน่าจะมี Downside ไม่มาก แต่ปรับลดราคาเป้าหมายปี 2019 จากเดิม 11 บาท เป็น 9 บาท ที่ PE 18 เท่า สะท้อนมุมมอง Conservative มากขึ้นต่อปัจจัยเสี่ยงความนิยมซีรีย์อินเดียและจำนวนช่องทีวีดิจิตอลน้อยลง หากสามารถคืนคลื่นได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าประมูลงวดที่เหลือ ราคาหุ้นที่ปรับฐานลงมา ยังมี Upside กว่า 10% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
13
มีนาคม
2019
CMAN (BUY/19TP: 3.75), เหมืองทองกลับมาโต หนุนความต้องการปูนไลม์เร่งตัวขึ้น
(views 21)
เรายังแนะนำซื้อ CMAN โดยปรับราคาเป้าหมายปีนี้ลงเล็กน้อยเหลือ 3.75 บาท จาก 3.90 บาท (อิง PE 18 เท่า) จากการปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลงเหลือ 200 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 24% Y-Y) จากเดิม 208 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 29% Y-Y) เพราะโรงงานในอินเดียเปิดช้ากว่าคาดการณ์ของเรา อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าจะเห็นกำไรสุทธิเติบโตแบบ Y-Y ทุกไตรมาสตั้งแต่ 1Q19 จาก (1) ความต้องการปูนไลม์ในต่างประเทศที่สูง จากการขยายเหมืองทองคำตามทิศทางราคาทองคำที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น (2) อัตรากำไรขั้นต้นจะเร่งตัวขึ้น เพราะสัดส่วนผลผลิตจากเตาเผาที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงสูงถึง 75-80% ของกำลังการผลิตทั้งหมด จากปีก่อนที่มีสัดส่วน 65-70% (3) ดอกเบี้ยจ่ายลดลงเต็มปี จากการจ่ายคืนหนี้และ Refinance ในช่วง 2H18 นอกจากนี้ ในเชิงของ Valuation ยังน่าสนใจ โดย PE2019 เพียง 14 เท่า มีปันผล 3-4% ต่อปี ความเสี่ยงขาลงถือว่าจำกัดมาก
อ่านเพิ่มเติม
12
มีนาคม
2019
TRUE (BUY/19TP: 5.7), ปรับราคาเหมาะสมลง ราคาตอบรับปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว
(views 25)
เรามองการยุติข้อพิพาทระหว่าง TRUE กับ CAT เป็นบวกในแง่การปลดล็อคความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อมูลค่ากิจการอย่างมีนัยยะหากแพ้คดี รวมถึงวิธีการบันทึกบัญชีจากการยุติข้อพิพาทไม่ส่งผลลบต่องบการเงินอย่างมีนัยยะ อย่างไรก็ตาม ในแง่ของประมาณการกำไรปกติปี 2019 เราปรับมีการปรับลง 74% เหลือ 844 ลบ.สะท้อนผลการดำเนินงาน 4Q18 ที่อ่อนแอและรายได้ที่เริ่มโตชะลอ แต่ยังสามารถพลิกจากขาดทุนในปี 2018 ขณะที่ด้านราคาหุ้นถือว่าปรับตัวลงสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรทำให้ยังมี Upside เปิดกว้างแม้เราจะปรับลดราคาเหมาะสมลงจาก 8.50 เหลือ 5.70 บาท เราจึงแนะนำ “ซื้อสะสม”
อ่านเพิ่มเติม
11
มีนาคม
2019
CK (BUY/19TP: 32), ลุ้นรับงานใหม่อีกมาก ช่วยปลดล็อก Backlog ที่อยู่ในระดับต่ำ
(views 20)
ภาครัฐทยอยผลักดันโครงการประมูลอย่างต่อเนื่อง เป็นบวกต่อการเติม Backlog หนุนผลประกอบการในอนาคต อย่างไรก็ตาม เรามองว่ากรอบเวลาหลังการเลือกตั้ง อาจทำให้งานใหม่รับรู้เข้ามาไม่ทันในปีนี้ จึงปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019 ลง 6% เป็น 1.8 พันล้านบาท (+8% Y-Y) และปรับราคาเหมาะสมเป็น 32 บาท (SOTP) บนสมมติฐานอนุรักษ์นิยมให้รับรู้รายได้จาก Backlog เท่านั้น โดยการเติบโตของเงินลงทุนบริษัทลูกจะช่วยหนุนให้ผลประกอบการขยายตัวได้ ยังแนะนำซื้อ ในฐานะผู้รับเหมารายใหญ่ที่ได้รับประโยชน์จากอุตสาหกรรมก่อสร้างที่อยู่ในช่วงขาขึ้นรอบใหม่ ขณะที่ราคาหุ้น CK ไม่ได้ปรับขึ้นเลยเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี Laggard STEC ที่ +11% และ UNIQ +6% รวมถึงยัง Discount NAV ของบริษัทลูกถึง 58% ระยะสั้น แนะจับตาการเจรจาข้อสรุปรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินวันที่ 19 มี.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
11
มีนาคม
2019
LIT (HOLD/19TP: 6.2), กำไรพัก รักษาคุณภาพหนี้
(views 27)
เราคาดว่าน่าจะเห็นการฟื้นตัวของสินเชื่อและรายได้ใน 2Q19 เนื่องจากลูกค้าในกลุ่มภาครัฐซึ่งได้งานพระราชพิธีและการเลือกตั้ง จาก 1Q19 ที่อาจยังไม่เห็นอะไรที่ตื่นเต้นเนื่องจากอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล สำหรับประมาณการกำไรปี 2019 ของเราดูแผ่วลงมาอยู่ที่ 156 ลบ. +5%Y-Y โดยคาดสินเชื่อ +12%Y-Y เราคาดว่า 2019 ROE ของ LIT จะอยู่ที่ราว 14% ลดลงจากค่าเฉลี่ยที่ 20% ในปี 2012-2017 สะท้อนการจบรอบขาขึ้นของผลกำไรแล้ว คงราคาเหมาะสมที่ 6.20 บาท ปรับเป็น ถือ (เดิม ขาย) หรือ SWITCH เป็น THANI / ASK
อ่านเพิ่มเติม
05
มีนาคม
2019
MINT (BUY/19TP: 48), NHH จะช่วยหนุนการเติบโของกำไรปีนี้
(views 30)
แนวโน้มกำไร 1Q19 ของ MINT คาดว่ายังไม่สดใสเนื่องจากธุรกิจโรงแรมและอาหารเดิมยังดูชะลอตัว รวมถึงเป็นช่วง Low Season ของ NHH ซึ่งปกติจะขาดทุน อย่างไรก็ตามเรายังมองภาพรวมทั้งปี 2019 แข็งแกร่งและดีกว่าที่เคยประเมินจากแรงหนุนของการรวมงบการเงิน NHH เต็มปี ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2019 ขึ้น 9% เป็นเติบโต 17.1% Y-Y รวมถึงปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากการเกิด Synergy ร่วมกัน นอกจากนี้ MINT ยังมีแผนลดภาระหนี้และดอกเบี้ยโดยการขายและเช่ากลับโรงแรมบางแห่งในยุโรปรวมถึงจะทำให้มีการบันทึกกำไรพิเศษซึ่งเป็นอีกหนึ่ง Catalyst เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 48 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
มีนาคม
2019
TKN (BUY/19TP: 12.5), ผ่านกำไรต่ำสุดในปี 2018 แล้ว รอการกลับมาฟื้นตัวในปี 2019
(views 30)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนข้างบวก ผู้บริหารตั้งเป้ากลับมาเติบโตอีกครั้งในปีนี้ โดยตั้งเป้ารายได้โต 10% - 12% จากการกลับมาของตลาดจีน ซึ่งปรับเปลี่ยน Distributor รายใหม่เสร็จแล้ว และอยู่ระหว่างทยอยสร้างรายได้กลับมา รวมถึงการหันไปรุกตลาดสหรัฐอย่างจริงจังมากขึ้น เพี่อกระจายฐานลูกค้า และอยู่ระหว่างกระจายสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยเริ่มจากในประเทศก่อน ล่าสุดได้เปิดร้านแฟรนไชส์ข้าวแกงหรี่ Hinoya เพี่อลดการพึ่งพิงขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่ายเพียงอย่างเดียว สิ่งที่ดีคือ แนวโน้มวัตถุดิบสาหร่ายน่าจะปรับลงได้อีก 10% - 15% และตั้งเป้าสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเป็น 16% - 17% จากปีก่อนที่ 19.1% (ไม่รวมค่าใช้จ่าย One Time) แต่ด้วยแผนธุรกิจในปีนี้ที่ค่อนข้าง Aggressive เรามองว่ามีความเป็นไปได้ที่ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าเป้าหมาย เราจึงใช้สมมติฐานที่ 18.5% โดยปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2019 เป็น 696 ล้านบาท เป็นเติบโต 15.8% Y-Y จากเดิมคาดโต 21% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 12.5 บาท จากเดิม 14 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงมามาก จนมี Upside 25% แต่แนะนำรอซื้อหลังเห็นความชัดเจนของการกลับมาฟื้นตัวใน 1Q19 ก่อนดีกว่า
อ่านเพิ่มเติม
05
มีนาคม
2019
TVO (BUY/19TP: 32), คาดกำไร 1Q19 ฟื้น และมองราคาถั่วเหลืองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
(views 24)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ระยะสั้นกำไร 1Q19 จะกลับมาโต Q-Q เพราะปริมาณขายกากถั่วเหลืองสูงขึ้น และสามารถซื้อวัตถุดิบในราคาที่ถูกลง คาดเห็นการเติบโตทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น แต่เรามีปรับลดประมาณการกำไรปกติปีนี้ลง 5% เป็นเติบโต 3.7% Y-Y จากเดิมคาดโต 9.2% Y-Y เพราะบริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตน้ำมัน และปรับเปลี่ยนสายบรรจุขวดแบบใหม่ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และตอบสนอบความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น แม้บริษัทจะมีการเตรียยมแผนการผลิตสต็อกสินค้าเพื่อให้การขายมีความต่อเนื่อง แต่เพื่อความ Conservative เราจึงปรับลดสมมติฐานการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นลงเล็กน้อย แต่ยังเป็นกำไรที่เติบโต ตามปริมาณขายเพิ่มขึ้น และแนวโน้มราคาถั่วเหลืองที่มองผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และน่าจะผ่อนคลายมากขึ้น จากปัญหา Trade War ที่ดูคลี่คลาย และปริมาณผลผลิตถั่วเหลืองโลกถูกคาดการณ์ลดลงจากครั้งก่อน เพราะทั้งสหรัฐและบราซิลเผชิญกับความแปรปรวนของภาวะอากาศ และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 32 บาท จากเดิม 34 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) และจ่ายปันผลงวด 2H18 หุ้นละ 0.8 บาท Yield 2.9% ขึ้น XD 13 มี.ค. จ่ายเงิน 17 พ.ค. ยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2019
PLANB (BUY/19TP: 8.2), กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
(views 24)
กำไร 4Q18 ลดลง 2.8% Q-Q แต่โตแรง 95.6% Y-Y ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย กำไร 4Q18 ที่ 173 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดของเราเล็กน้อย (คาด 182 ล้านบาท) และตลาดคาดที่ราว 190 ล้านบาท กำไรลดลงเล็กน้อย Q-Q จากรายได้รวมอ่อนลง 3.9% Q-Q (แต่เพิ่ม 48.1% Y-Y) และค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มตามฤดูกาล กำไรที่โตแรงเท่าตัว Y-Y จากฐานต่ำใน 4Q17 ที่มีผลกระทบจากงานพระราชพิธีราว 1 เดือน การใช้กำลังผลิตสื่อโฆษณาที่บริษัทได้พัฒนาในปีก่อนๆ มากขึ้น และการขยายพื้นที่สื่อโฆษณาในกรุงเทพและต่างจังหวัด รวมจอขนาดใหญ่ Interactive DOOH หน้าห้าง Central World ซึ่งรับรู้รายได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ 3Q18 โดยอัตราการใช้สื่อโฆษณา (Utilization rate) เฉลี่ยเพิ่มเป็นราว 78% จากไตรมาสก่อนที่ 74.5% และ 4Q17 ที่ 71.7%
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2019
ASK (BUY/19TP: 28.6), Attractive dividend
(views 29)
เราคงมุมมองเชิงบวก ASK ต่อการเติบโตของยอดขายรถเชิงพาณิชย์ ทั้งรถบรรทุก (เติบโตตามการขนส่ง และการบริโภค การลงทุน ภายหลังการเลือกตั้ง) และบัส + มินิบัส ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตแทนรถตู้จากการเปลี่ยนกฏระเบียบของการขนส่งคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q19 น่าจะเห็นการฟื้นตัวมาอยู่ที่ 225 ลบ. +3-4%Q-Q และ +25%Y-Y และเราคงประมาณการกำไรปี 2019 คงไว้ที่ 898 ลบ. +10.7%Y-Y โดยมีสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อในปี 2019 ที่ 10%Y-Y มากกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ 8% นอกจากนี้เราคาดว่า ASK จะเข้าสู่ระยะขาขึ้นของ ROE ด้วยผลของกำไรที่เพิ่มขึ้นและ Financial leverage คงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 28.60 บาท ประกาศจ่ายปันผลปี 2018 หุ้นละ 1.61 บาท Yield 6.65% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2019
BEM (BUY/19TP: 11.7), 4Q18 ต่ำกว่าคาดจากรายการพิเศษ แนวโน้มปี 2019 ยังสดใส
(views 36)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด จากค่าใช้จ่ายทางบัญชี 2 รายการ BEM รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 483 ล้านบาท (-84% Q-Q, -36% Y-Y) ต่ำกว่าเรา และตลาดคาด 42% และ 45% ตามลำดับ มีสาเหตุหลักมาจากการบันทึกค่าใช้จ่ายทางบัญชี 2 รายการ ดังนี้ 1) ค่าใช้จ่ายพนักงานกรณีเลิกจ้างหรือเกษียณอายุจากเดิม 300 วัน เป็น 400 วันตามกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ราว 130 ล้านบาท ซึ่งเป็น One-time Expense 2) ค่าตัดจำหน่ายสิทธิในการใช้ประโยชน์บนงานก่อสร้างทางด่วนที่เพิ่มขึ้นจากระดับปกติราว 250 ล้านบาท จากผลของการปรับเพิ่มประมาณการปริมาณรถบนทางด่วนศรีรัชรอบนอก ซึ่งจะมีการปรับปรุงในทุกๆ 2-3 ปี อย่างไรก็ตาม หากไม่รวม 2 รายการดังกล่าวซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ กำไรจะอยู่ที่ 862 ล้านบาท ใกล้เคียงที่เราคาด หดตัว 72% Q-Q จากการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้น CKP ใน 3Q18 แต่เติบโต 14% Y-Y สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) รายได้รวมขยายตัว 4% Y-Y จากการเติบโตของทั้งธุรกิจทางด่วน +3% Y-Y, รถไฟฟ้า +5% Y-Y และพัฒนาเชิงพาณิชย์ +18% Y-Y 2) อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 32.3% เทียบกับ 39.4% ใน 3Q18 และ 39.7% ใน 4Q17 จากค่าตัดจำหน่ายทางด่วนที่เพิ่มขึ้น 3) SG&A ต่อรายได้ปรับขึ้นเป็น 12% จาก 7% ใน 3Q18 และ 9% ใน 4Q17 จากค่าใช้จ่ายพนักงานตามกฎหมายแรงงานใหม่
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2019
CENTEL (HOLD/19TP: 46), กำไร 1Q19 และ 2019 ดูไม่โดดเด่น//ลดคำแนะนำเป็น “ถือ”
(views 22)
จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ แนวโน้มกำไร 1Q19 ของ CENTEL อาจยังไม่ดีนักจาก Rev Par และ SSSG ที่ยังติดลบในช่วง 2 เดือนแรกของปี ขณะที่ภาพการทั้งปี 2019 คาดว่ายังจำกัดเนื่องจาก CENTEL จะเริ่มปรับปรุงห้องพักโรงแรมใหญ่ 2 แห่งในช่วง 2Q19 เป็นต้นไป เราจึงคงมุมมอง Conservative โดยคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 ที่คาดว่าจะเติบโตเพียง 3.9% Y-Y ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมามากตั้งแต่ต้นปีทำให้ปัจจุบันมี Upside จำกัดเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 46 บาท เราจึงลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ” โดยชอบ ERW และ MINT มากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2019
AMATA (BUY/19TP: 28), กำไรต่ำกว่าคาดมากเพราะค่าปรับของ AMATAV และโอนที่ดินราคาต่ำ
(views 24)
แนะนำซื้อลงทุน เรายังคงมุมมองการฟื้นตัวในปีนี้ตามเดิม โดยเห็นสัญญาณการขายที่เร่งตัวขึ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา และผลของสงครามการค้าเริ่มทำให้ลูกค้าบางส่วนตัดสินใจง่ายขึ้นในการย้าย/กระจายฐานการผลิตมาไทย คาดกำไรปกติ +16.9% Y-Y เป็น 1,684.1 ล้านบาท คงราคาเป้าหมาย 28 บาท (อิง PE 17 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2019
BDMS (BUY/19TP: 30), กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย แต่ไม่ได้น่ากังวล
(views 29)
กำไรสุทธิ 4Q18 ต่ำกว่าคาดมากจากรายการ Deferred Tax BDMS ประกาศกำไรสุทธิ 4Q18 ออกมาที่ 1,350 ลบ. -53.1% Q-Q, -33.7% Y-Y ต่ำกว่าคาดมากเนื่องจากต้องบันทึกหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจำนวน 727 ลบ.จากรายการขายหุ้น RAM แต่หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรปกติ 4Q18 จะอยู่ที่ 2,077 ลบ. -27.9% Q-Q, +2.1% Y-Y ต่ำกว่าคาดราว 8% โดยการเติบโตของรายได้และ Gross Margin เป็นไปตามคาด แต่สาเหตุที่ทำให้กำไรต่ำกว่าคาดเกิดจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่เร่งตัวขึ้นแรงเป็นสัดส่วน 23.5% ของรายได้จาก 20.4-20.5% ใน 3Q18 และ 4Q17 โดยหลักๆเกิดจากส่วนของค่าใช้จ่ายพนักงานและการตลาด อย่างไรก็ตามหลายรายการคาดว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว โดยรวมถือว่ายังไม่ได้น่ากังวล ส่งผลให้ทั้งปี 2018 BDMS มีกำไรปกติที่ 9,918 ลบ. +23.7% Y-Y ทำ New High ต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2019
CK (BUY/19TP: 33), 4Q18 น้อยกว่าคาด จับตาเจรจารถไฟความเร็วสูง 5 มี.ค.นี้
(views 17)
ผลการดำเนินงานปกติ 4Q18 -53% Q-Q แต่ดีขึ้นจาก 4Q17 ที่ขาดทุน CK รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 367 ล้านบาท (-71% Q-Q, +71% Y-Y) โดยมีรายการพิเศษ ดังนี้ 1) กำไรจากการขายหุ้น BEM ราว 208 ล้านบาท (หลังหักภาษี) เป็นจำนวน 40 ล้านหุ้น 2) กำไรจากการขายหุ้น CKP ราว 52 ล้านบาท (หลังหักภาษี) เป็นจำนวน 14 ล้านหุ้น 3) ค่าใช้จ่ายของพนักงานกรณีเลิกจ้างหรือเกษียณอายุจากเดิม 300 วัน เป็น 400 วันตามกฎหมายแรงงานฉบับใหม่อยู่ที่ 117 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออกพบว่า กำไรปกติอยู่ที่ 277 ล้านบาท หดตัว 53% Q-Q แต่ดีขึ้นจากขาดทุน 50 ล้านบาทใน 4Q17 ต่ำกว่าเรา และตลาดคาดที่ 12% และ 24% ตามลำดับ มีสาเหตุหลักจากรายได้งานก่อสร้างที่ทำได้ต่ำกว่าคาดที่ 7.1 พันล้านบาท (-1% Q-Q, +4% Y-Y) และอัตรากำไรขั้นต้นที่น้อยกว่าคาดอยู่ที่ 7.7% เทียบกับ 8.2% ใน 3Q18 และ 7.9% ใน 4Q17
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2019
MTC (BUY/19TP: 55), คาดการเติบโตของรายได้และกำไรปี 2019 ยังน่าสนใจ
(views 26)
คำแนะนำ ซื้อ โดยคงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 55 บาท เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ที่ 4.6 พันลบ. +25%Y-Y โดยคาดสินเชื่อ +30%Y-Y และคาดรายได้ดอกเบี้ย +30%Y-Y แต่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะ +28%Y-Y เราคาดว่าแรงกดดันต้นทุนทางการเงินจะสูงขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ MTC ได้ระดมทุนผ่านตราสารระยะยาวมากขึ้น (LT funding ล่าสุดอยู่ที่ 70% จาก 60% ในปี 2017) เพื่อล็อคต้นทุนระยะยาวก่อนอัตราดอกเบี้ยปรับเป็นขาขึ้น ทำให้เราคาดการณ์ว่า Loan spread 18.8% ชะลอตัวลงจาก 19.4% ในปีก่อนหน้า เรายังชอบ MTC จากการเติบโตของสินเชื่อและกำไร ขณะที่การควบคุมคุณภาพสินเชื่อทำได้ดีต่อเนื่อง สังเกตจาก NPL ที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 1.12% และ Coverage ratio ที่สูงถึง 278% ในปี 2018
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2019
SAPPE (BUY/19TP: 22), กำไร 4Q18 ต่ำคาด และคาดกำไรจะกลับมาโตในช่วง 1H19
(views 22)
กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาด จากค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 49 ล้านบาท (-26.9% Q-Q, -37.2% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 79 ล้านบาท) กำไรที่ลดลง Q-Q สอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง Low Season อยู่แล้ว ส่วนกำไรที่ลดลง Y-Y แม้รายได้จะโตได้ 3.5% Y-Y แต่อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 35.9% จาก 37.6% ใน 4Q17 เป็นผลจากต้นทุนเม็ดพลาสติกปรับตัวสูงขึ้น แม้จะเริ่มมีการปรับลดลงในช่วงเดือน ธ.ค. 2018 แต่บริษัทมีสต็อกเก่าราคาสูงใช้อยู่ ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นเป็น 30.6% (สูงกว่าที่เราคาดไว้ที่ 23%) จาก 21.9% ใน 3Q18 และ 24.9% ใน 4Q17 คาดว่ามาจากทั้งค่าใช้จ่ายทางการตลาด, ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน และค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาต่างๆ ในขณะที่ส่วนแบ่งผลประกอบการของ All Coco พลิกมามีกำไรที่ 5.8 ล้านบาท จากที่ขาดทุน -2.7 ล้านบาทใน 3Q18 และเป็นกำไรที่มากขึ้นจาก 4Q17 ที่ทำได้ 0.25 ล้านบาท เป็นผลจากต้นทุนมะพร้าวที่ถูกลงมากในช่วง 4Q18
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2019
STEC (BUY/19TP: 28.5), 4Q18 ดีกว่าคาด ปี 2019 โมเมนตัมขาขึ้น
(views 20)
กำไรปกติ 4Q18 ดีขึ้นจากปีก่อน แต่ชะลอ Q-Q STEC รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 638 ล้านบาท เติบโต 67% Q-Q และดีขึ้นจาก 4Q17 ที่ขาดทุน 1.3 พันล้านบาท หากตัดรายการพิเศษจากการปรับมูลค่าอสังหาฯ ราว 263 ล้านบาท กำไรปกติเท่ากับ 375 ล้านบาท (-2% Q-Q ) ดีกว่าที่เราคาด 20% เนื่องจากรายได้งานก่อสร้างทำได้สูงกว่าคาดที่ 9.3 พันล้านบาท (+29% Q-Q, +55% Y-Y) ตามความคืบหน้าของงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้น่าพอใจที่ 7.6% ใกล้เคียงกับ 3Q18 อย่างไรก็ตาม SG&A ต่อรายได้ปรับขึ้นเป็น 1.9% จาก 1.6% ใน 3Q18 จากค่าใช้จ่ายผลตอบแทนพนักงานประจำปี
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2019
ZEN (HOLD/19TP: 16.5), กำไร 4Q18 ต่ำคาด และงดจ่ายปันผล
(views 19)
กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาด ลดลงทั้ง Q-Q, Y-Y กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 31 ล้านบาท (-18.4% Q-Q, -6.1% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 41 ล้านบาท) แม้ SSSG จะเติบโตได้ +2% Y-Y กอปรกับมีการเปิดสาขาใหม่ตลอดทั้งปี ทำให้รายได้รวม +8.1% Y-Y แต่ลดลง -2.7% Q-Q แต่อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงมาอยู่ที่ 23.6% จาก 24.5% ใน 3Q18 และ 24.6% ใน 4Q17 ซึ่งเป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบอาหาร และต้นทุนค่าบริการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ภายนอกเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับขึ้นเล็กน้อย Y-Y ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายพนักงานเพื่อรองรับการขยายสาขา และโบนัสพนักงานเพิ่มขึ้น แต่ด้วยรายได้ที่เติบโตมากกว่า ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 18.5% จาก 19.4% ใน 4Q17 ทำให้ผลประกอบการไตรมาสนี้แผ่วลงทั้ง Q-Q และ Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2019
BGRIM (BUY/19TP: 34), กำไร 4Q18 อ่อนแอกว่าคาด มองข้ามมาปีนี้ที่จะโตสูง
(views 17)
กำไรปกติ 4Q18 ลดลง 48.1% Q-Q, 34.2% Y-Y กำไรปกติ 4Q18 ที่ 220 ล้านบาท น้อยกว่าคาดของเราและตลาด (ที่ 250-350 ล้านบาท) ลดลงมาก 48.1% Q-Q, 34.2% Y-Y จาก (1) ต้นทุนค่าก๊าซเพิ่มต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน ตามราคาก๊าซเพิ่มประมาณ 4% Q-Q (2) มีการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้ามากในไตรมาสนี้ และ (3) ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มตามฤดูกาล +33.1% Q-Q โดยรายได้ขายไฟเพิ่มไม่มาก 2.7% Q-Q จากวันหยุดเยอะ และเพิ่ม 28.0% Y-Y จากการทยอย COD ของ 3 โรงไฟฟ้า SPP ในระหว่างปี โดยการขายไฟในส่วนลูกค้าอุตสาหกรรมทยอยเพิ่มขึ้น (Load factor 61% - 71%) และการซื้อหุ้นเพิ่มเป็น 100% ในโรงไฟฟ้า BGYSP ใน 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2019
BJC (BUY/19TP: 66), กำไร 4Q18 ดีกว่าคาด และคาดปีนี้จะโตต่อเนื่อง
(views 29)
กำไรสุทธิ 4Q18 ดีกว่าคาด และทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 2,126 ล้านบาท (+26.3% Q-Q, +14.1% Y-Y) ดีกว่าคาด 10% (เราคาดไว้ 1,925 ล้านบาท) ถือเป็นจุดสุงสุดใหม่ โดยกำไรที่โต Q-Q มาจากช่วง High Season ของธุรกิจ ส่วนการเติบโต Y-Y ทำได้ดีทุกกลุ่มธุรกิจ เริ่มจาก 1) BIGC มี SSSG +1.8% Y-Y ถือว่าดีภายใต้การแข่งขันที่ยังรุนแรงต่อเนื่อง และเปิดสาขาใหม่ครบตามแผน 3HM, 1 BigC Food Place, 82 Mini BigC และ 3 ร้านขายยาเพรียว ทำให้รายได้ยังโตต่อเนื่อง +5% Y-Y อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีอยู่ที่ 17.2% ทรงตัว Y-Y และเพิ่มขึ้นจาก 16.8% ใน 3Q18 2) Packaging รายได้โตดี 10% Y-Y ภายหลังลูกค้ากระป๋อง Repackaging ไตรมาสก่อนเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเริ่มรับรู้กำลังการผลิตใหม่ของขวดแก้ว 3) Consumer รายได้โต 4.3% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีมาก +50 bps Q-Q, +90 bps Y-Y เพราะราคาวัตถุดิบลดลงทั้งมันฝรั่ง น้ำมันปาล์ม และน้ำมันมะพร้าว 4) Healthcare and Technical รายได้โตเพียง 1% Y-Y แต่อัตรากำไรดีขึ้นทำให้กำไรโตได้มากกว่า รวม 4 ธุรกิจสร้างรายได้ไตรมาสนี้ +6.2% Q-Q และ +4.9% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีกว่าคาดมาอยู่ที่ 20% (เราคาดไว้ 19.6%) เพิ่มจาก 19.1% ใน 3Q18 และ 19.8% ใน 4Q17 ถือเป็นจุดสูงสุดใหม่นับตั้งแต่มีการรวม BIGC ในปี 2016 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้นจาก BIGC เป็นหลักที่มีการขยายสาขาใหม่ต่อเนื่อง แต่ด้วยรายได้ที่เติบโต ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 20.7% ลดลงเล็กน้อยจาก 20.9% ใน 3Q18 และ 20.8% ใน 4Q17 ส่วนอัตราภาษีจ่ายลดลงต่ำกว่าระดับปกติเล็กน้อยมาอยู่ที่ 15.4%
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2019
WORK (HOLD/19TP: 26), 4Q18 ขาดทุนมากกว่าคาด
(views 16)
4Q18 ขาดทุนมากกว่าคาด รวมขาดทุนจาก JV เป็น One-Time 4Q18 ขาดทุน 77 ล้านบาท ขาดทุนมากกว่าที่เราคาด (-47 ล้านบาท) ส่วนใหญ่จากค่าใช้จ่าย SG&A มากกว่าคาด และมีขาดทุนรับรู้จากบริษัทร่วม (คาดส่วนใหญ่จาก JV ที่จัด Event Music Festival) ไตรมาสนี้ 46 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นรายการ One-Time ทั้งนี้ ในไตรมาสนี้ที่กลับเป็นขาดทุน จากไตรมาสก่อนที่กำไร 142 ล้านบาท จากรายได้โฆษณาข่อง WPTV ลดลง 12.0% Q-Q (-0.7% Y-Y) และรายได้จัดคอนเสิร์ตลดลง ขณะที่ต้นทุนทีวีดิจิตอลเพิ่ม 15.9% Q-, 36.2% Y-Y จากต้นทุนค่าลิขสิทธิถ่ายทอดกีฬา (รวมกีฬาวอลเลย์บอลและเอเชียนเกมส์) ทีรับรู้มากในไตรมาสนี้ และค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่ม
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2019
SEAFCO (BUY/19TP: 11.6), กำไร 4Q18 ดีกว่าคาด ปี 2019 มีแนวโน้มปรับประมาณการขึ้น
(views 12)
กำไร 4Q18 โตแกร่ง 11% Q-Q และ 75% Y-Y SEAFCO รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 117 ล้านบาท (+11% Q-Q, +75% Y-Y) ดีกว่าเรา และตลาดคาด 14% และ 11% ตามลำดับ เนื่องจากมีการกลับรายการส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมราว 15 ล้านบาท กำไรที่โตเด่นมีแรงหนุนจากรายได้ที่เร่งขึ้นสูงถึง 850 ล้านบาท (+5% Q-Q, +54% Y-Y) ตามการเดินหน้างานก่อสร้างหลายโครงการใหญ่พร้อมกัน ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นอย่างมีนัยที่ 24.6% ปรับขึ้นจาก 20.8% ใน 3Q18 และ 19.5% ใน 4Q17 ขณะที่ SG&A ต่อรายได้สูงกว่าคาดที่ 9.5% เทียบกับ 7.4% ใน 4Q17
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2019
EA (BUY/19TP: 62), กำไรปกติ 4Q18 ต่ำคาดแต่ story การเติบโตยังอยู่
(views 17)
Story การเติบโตในอนาคตยังอยู่ เราปรับกำไรและราคาเป้าหมายลงเล็กน้อย แม้จะต่ำกว่าคาดแต่ EA ยังมี story การเติบโตจากธุรกิจใหม่คือ Battery storage และรถยนต์ EV ที่จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ปลายปี 2019 สำหรับการเติบโตของกำไรในปี 2019 จะมาจากโรงไฟฟ้าไฟฟ้าพลังงานลมชุดสุดท้าย 260MW (รวมเป็นกำลังผลิตทั้งสิ้น 664MW สิ้นปีนี้) ที่เริ่มทยอย COD ตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2019-20 ลงเล็กน้อย 6% เพราะเพิ่มค่าใช้จ่ายของ Amita ให้มากขึ้น แต่พบว่ากำไรปกติโต 53.7% Y-Y ในปีนี้ และ +21.7% Y-Y ในปีหน้า ราคาเป้าหมายปรับลงเป็น 62 บาทจากเดิม 65 บาท (DCF) ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
AP (HOLD/19TP: 8.2), กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด แต่ปี 2019 ความน่าสนใจลดลง
(views 12)
กำไร 4Q18 โต Q-Q แต่หดตัว Y-Y AP รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 957 ล้านบาท (+4% Q-Q, -30% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด แต่ดีกว่าตลาดคาด 5.2% จากยอดโอนเร่งขึ้นแตะ 8.3 พันล้านบาท (+26% Q-Q, +7% Y-Y) แบ่งเป็นสัดส่วนของแนวราบ และคอนโดที่ 56% และ 44% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การหดตัว Y-Y มีสาเหตุมาจากอัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาที่ปรับลดเป็น 30.8% เทียบกับ 34.8% ใน 4Q17 ตามการโอนโครงการที่มีมาร์จิ้นต่ำอย่าง Vittorio ในสัดส่วนที่สูง และ SG&A ต่อรายได้ที่ปรับขึ้น 22% จาก 18.7% ใน 4Q17 หนุนให้กำไรปี 2560 เติบโต 22% Y-Y ทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 3.86 พันล้านบาท และประกาศจ่ายเงินปันผลงวดปี 2018 เท่ากับ 0.40 บาทต่อหุ้น ให้ผลตอบแทน 5.3% ขึ้น XD วันที่ 8 พ.ค. 2019 และจ่ายวันที่ 23 พ.ค. 2019
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
BEAUTY (SELL/19TP: 5.3), กำไร 4Q18 และทั้งปี 2018 ต่ำกว่าคาดมา ปรับเป้าลง แนะนำขาย
(views 21)
กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 124 ล้านบาท ลดลง 62% Q-Q และ 70% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 124 ล้านบาท ลดลง 62% Q-Q และ 70% Y-Y จากรายได้รวมที่ลดลง 39% Q-Q และ 40% Y-Y เหลือ 653 ล้านบาท โดย SSSG ลดลง 45% Y-Y และรายได้จากต่างประเทศที่ชะลอต่อเนื่อง ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 66.1% เพิ่มขึ้นจาก 62.7% ใน 3Q18 แต่อัตรากำไรสุทธิเหลือเพียง 19% จาก 30.5% ใน 3Q18 และ 37.4% ใน 4Q17 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เข้าตลาด เพราะการจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย กำไรสุทธิทั้งปี 2018 เท่ากับ 992 ล้านบาท ลดลง 19% Y-Y จากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
BKD (BUY/19TP: 3.5), กำไรปี 2018 ตามคาด ปรับลดประมาณการปีนี้ แต่ยังให้ซื้อ
(views 15)
กำไรสุทธิ 4Q18 ทำได้ 20 ล้านบาท ลดลง 31% Q-Q แต่พลิกจากขาดทุนใน 4Q17 กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 20 ล้านบาท ลดลง 31% Q-Q แต่พลิกจากขาดทุนสุทธิ 4 ล้านบาทใน 4Q17 รายได้รวมลดลง 26% Q-Q และ 41% Y-Y เหลือ 232 ล้านบาท เพราะเป็นช่วง Low Season ของการปิดงานตกแต่งภายใน ขณะเดียวกัน อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 9.2% จาก 18.2% ใน 3Q18 จากการรับรู้ต้นทุนบางงานที่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้เข้ามาได้ ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เป็นบวกเพราะมีกลับรายการหนี้สงสัยจะสูญ กำไรทั้งปี 2018 จบที่ 170 ล้านบาท ใกล้เคียงคาดการณ์ของเราที่ 172 ล้านบาท ที่เห็นว่าลดลง 48% Y-Y เพราะปี 2017 มีบันทึกกำไรจากการขายที่ดิน 367 ล้านบาท ถ้าหักออก กำไรปกติโตสูงถึง 361% Y-Y จากการกลับมาโฟกัสงานตกแต่งภายในที่ตัวเองถนัด โดยยังไม่รวมธุรกิจบริหารจัดการน้ำในภูเก็ตที่เป็นธุรกิจใหม่
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
ERW (BUY/19TP: 8), กำไร 4Q18 ดีกว่าคาด ยังเป็น Top Pick
(views 16)
กำไร 4Q18 ดีกว่าคาดเล็กน้อย ERW ประกาศกำไรปกติ 4Q18 ที่ 180 ลบ. +333.5% Q-Q, 11.5% Y-Y ดีกว่าคาดเล็กน้อย โดยรายได้เติบโตในอัตราเร่งเป็น 7.5% Y-Y จากที่ทรงตัวในช่วง 2Q18-3Q18 โดยแรงหนุนหลักมาจากการเปิดโรมแรมใหม่ทั้ง Hop Inn ในไทยและฟิลิปปินส์รวมถึงโรงแรม Novotel & IBIS Style ในขณะที่การควบคุมต้นทุนทำได้ดีกว่าคาดโดยเฉพาะในส่วนของค่าใช้จ่าย SG&A ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นเป็น 32.7% จาก 31.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรปกติปี 2018 จบที่ 536 ลบ. +1.7% Y-Y (กำไรสุทธิ +6.1% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
HMPRO (BUY/19TP: 17), กำไร 4Q18 ทำได้ดีตามคาด และจะโตต่อเนื่องในปีนี้
(views 14)
กำไรปกติ 4Q18 เท่ากับคาด กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 1,686 ล้านบาท (+23.4% Q-Q, +10.5% Y-Y) หากไม่รวมการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานที่ 50 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,726 ล้านบาท (+26.4% Q-Q, +13.1% Y-Y) เท่ากับคาด (เราคาดไว้ 1,725 ล้านบาท) กำไรที่เติบโต Q-Q สอดคล้องกับช่วง High Season ของธุรกิจ ส่วนกำไรที่โต Y-Y แม้ SSSG จะติดลบเล็กน้อย -1% Y-Y เพราะฐานที่สูงในปีก่อนจากการมีมาตรการช้อปช่วยชาติที่ครอบคลุมสินค้าของบริษัท แต่ได้รับการชดเชยด้วยผลของการเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ และสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 3% Q-Q และ 0.9% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังน่าประทับใจทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 28.6% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 110 bps ซึ่งมาจากการ Sourcing สินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับสัดส่วนสินค้า House Brand ยังใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ระดับ 19.6% และเพิ่มขึ้นจาก 19.1% ในปี 2017 สำหรับค่าใช้จ่ายถือว่าควบคุมได้ดีขึ้น หากไม่รวมการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน จะมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 22.8% ลดลงจาก 23.1% ใน 3Q18 และ 23.5% ใน 4Q17
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
ITEL (BUY/19TP: 5.5), กำไร 4Q18 เป็นไปตามคาด ปีนี้ยังโตสูง ยังแนะนำซื้อ
(views 16)
กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 34 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 8% Y-Y รายได้รวมอยู่ที่ 314 ล้านบาท ลดลง 25% Q-Q และ 30% Y-Y เพราะมีการรับรู้งานติดตั้งโครงข่ายลดลง 59% Q-Q และ 67% Y-Y เหลือ 95 ล้านบาท เนื่องจากโครงการเน็ตชายขอบเฟสแรกส่งมอบไปหมดแล้ว แต่อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 28.7% จาก 22.5% ใน 3Q18 และ20.0% ใน 4Q17 จากสัดส่วนรายได้งานบริการโครงข่ายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แม้จะเร่งตัวจากการเพิ่มพนักงานเพื่อรองรับโครงการเน็ตชายขอบ แต่ไม่ได้เป็นภาระมากนัก โดยคิดเป็น 9.9% ของรายได้รวม จาก 6.3% ของรายได้รวมใน 3Q18 ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 34 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 8% Y-Y จบปี 2018 ทำกำไรสุทธิได้ 133 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% Y-Y ตามที่เราคาด
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
K (BUY/19TP: 3.8), กำไร 4Q18 ทำให้กำไรทั้งปี 2018 พลิกเป็นบวก แนวโน้มปีหน้ายังดี
(views 13)
กำไรสุทธิ 4Q18 ออกมาดีกว่าคาด และทำให้กำไรทั้งปี 2018 พลิกเป็นบวก กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 80 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 6 ล้านบาท ใน 3Q18 และโต 17% Y-Y จากการรับรู้งาน Interior ที่คงค้างจาก 9M18 และงานส่วนเพิ่มนอกเหนือจากสัญญาเดิม หนุนให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 86% Q-Q และ 48% Y-Y อยู่ที่ 874 ล้านบาท รวมถึงการควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้นจาก Learning Curve ที่เร่งตัวตามประสบการณ์รับงาน Public Area ที่มีมากขึ้น ซึ่งเมื่อผนวกกับการปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season ของงาน Exhibition ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่างาน Interior ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 18.2% จาก 5.4% ใน 3Q18 และทำให้ผลประกอบการทั้งปี 2018 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 62 ล้านบาท จากขาดทุน 15 ล้านบาท ในปี 2017
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
M (HOLD/19TP: 79), กำไร 4Q18 ตามคาด คงประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย
(views 11)
กำไรสุทธิ 4Q18 ต่ำคาดเพราะมีตั้งสำรอง ส่วนกำไรปกติตามคาด กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 606 ล้านบาท (-10.4% Q-Q, 11% Y-Y) หากไม่รวมการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน 104 ล้านบาท จะมีกำไรปกติ 689 ล้านบาท (+1.9% Q-Q, +26.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 703 ล้านบาท) กำไรโตเล็กน้อย Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ ส่วนการเติบโต Y-Y แม้ SSSG จะติดลบเล็กน้อย -1% Y-Y สำหรับร้าน MK และทรงตัวสำหรับร้าน Yayoi จากฐานที่สูงในปีก่อนเพราะได้รับผลบวกจากมาตรการช้อปช่วยชาติ แต่ด้วยผลของการเปิดสาขาใหม่ในปีก่อน และในไตรมาสนี้เปิดสาขาใหม่ 20 แห่ง ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 2.8% Q-Q และ 3.8% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นยังทำได้ทรงตัวที่ระดับ 68.3% ใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 68.4% แต่เพิ่มขึ้นจาก 67.7% ใน 4Q17 เป็นผลจากราคาวัตถุดิบอาหารที่ปรับลดลง Y-Y ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (ไม่รวมตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน) อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 51.2% จาก 51.9% ใน 3Q18 และ 53.8% ใน 4Q17 มาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และไม่มีค่าใช้จ่ายโบนัสพิเศษเหมือนในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
MINT (BUY/19TP: 45), กำไร 4Q18 ดีกว่าคาด ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 14)
กำไร 4Q18 ดีกว่าคาดจากการรวมงบ NHH 3 เดือน MINT ประกาศกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1,500 ลบ. +47.1% Q-Q, -6.9% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษทั้งจากดีลซื้อ NHH และด้อยค่าสินทรัพย์ต่างๆออกซึ่งมีหลายรายการ กำไรปกติจะอยู่ที่ 2,133 ลบ. +109.2% Q-Q, +32.4% Y-Y ดีกว่าคาดราว 28% โดยเป็นผลจากการรวมงบการเงินของ NHH เข้ามาตั้งแต่ 2 ต.ค. 2018 (เร็วกว่าที่เราคาดว่าจะเริ่มในเดือน พ.ย. 2018) ซึงทำให้รายได้เติบโตก้าวกระโดดกว่า 1 เท่าตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y รวมถึงมีรายการค่าใช้จ่ายเป็นบวกจากผลกระทบจากเงินเฟ้อรุนแรงในอาร์เจนตินา 343 ลบ. ซึ่งชดเชย Margin ที่หดตัวลงได้ ส่งผลให้ปี 2018 MINT มีกำไรสุทธิ 5,445 ลบ. +0.5% Y-Y ส่วนกำไรปกติอยู่ที่ 5,957 +10% Y-Y โดยยังไม่มีการบันทึกกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายยุติธรรมใน NHH ก้อนใหญ่เข้ามาอย่างที่เราคาด
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
MTC (BUY/19TP: 55), กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด
(views 15)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด MTC รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1,002 ลบ. เพิ่มขึ้น 3.8%Q-Q, 35%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 4-8% กำไรที่น้อยกว่าคาดเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่ทำได้น้อยกว่าที่เราคาดไว้ โดยแม้ว่าจะ +5.4%Q-Q และ +31.7%Y-Y เนื่องจากสินเชื่อคงค้างทำได้ต่ำคาดขณะที่ Loan yield ชะลอตัวลงจาก 23.4% ในไตรมาสก่อนเป็น 22.9% ในไตรมาสนี้ซึ่งคาดว่าเกิดจากการปล่อยสินเชื่อที่กระจุกตัวในเดือนสุดท้ายของไตรมาส ขณะเดียวกัน CoF เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.6% จาก 3.5% ในไตรมาสก่อน ส่งผลต่อ Loan spread ที่ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ราว 19.3% จาก 19.8% ในไตรมาสก่อน กำไรสุทธิปี 2018 ทำได้ที่ 3,713 ลบ. +48.5%Y-Y ซึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 39%Y-Y และค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง 13.7%Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
SPALI (BUY/19TP: 22.5), กำไรปี 2018 ดีกว่าคาด แนวโน้มปี 2019 ดูดีต่อ
(views 12)
กำไรปกติปี 2018 เร่งขึ้น 22% ทำระดับสูงสุดใหม่ ยอดโอนปี 2018 อยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท (+3% Y-Y) แบ่งเป็นสัดส่วนของแนวราบ และคอนโดที่ 55% และ 45% ตามลำดับ หนุนให้กำไรปกติปี 2018 เติบโต 22% Y-Y ที่ 5.8 พันล้านบาท ดีกว่าที่เราคาด 12% จาก SG&A ที่น้อยกว่าคาด โดย SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 11% เทียบกับค่าเฉลี่ย 9M18 ที่ 15% เนื่องจากบริษัทมีการปรับปรุงงบการเงินงวดปี 2018 ตามมาตรฐานบัญชี IFRS15 ซึ่งส่งผลให้รายได้ และอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงจากการเปลี่ยนวิธีบันทึกค่าใช้จ่าย ขณะที่ SG&A จะลดลงเช่นกันจากการบันทึกค่าคอมมิชชั่นจากเดิมที่บันทึกเมื่อจ่ายจริงเป็นเมื่อโอน ทั้งนี้ ประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H18 ที่ 0.60 บาทต่อหุ้น ให้ผลตอบแทน 3.1% ขึ้น XD 12 มี.ค. 2019 และจ่าย 8 พ.ค. 2019
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
CHG (BUY/19TP: 2.2), กำไร 1H19 ยังไม่สดใส เหมาะสำหรับลงทุนระยะยาว
(views 13)
แนวโน้มผลการดำเนินงาน 1H19 ของ CHG คาดว่ายังไม่สดใส โดยยังถูกกดดันจากผลขาดทุนเริ่มแรกของโรงพยาบาลที่เปิดใหม่ในช่วง 2H18 รวมถึงฐานกำไรที่สูงในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดว่ากำไรของ CHG จะกลับมาเติบโต Y-Y ได้อีกครั้งใน 2H19 เป็นต้นไป เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2019 ลง 11% เหลือเติบโต 3.7% Y-Y สะท้อน Margin ที่ต่ำกว่าคาดจากต้นทุนที่พุ่งขึ้นจากการลงทุน ส่งผลให้ราคาเหมาะสมลดลงจาก 2.70 บาทเหลือ 2.20 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปค่อนข้างมากและทำให้ Upside ยังเปิดกว้าง จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยเหมาะสำหรับการลงทุนระยะ 6 เดือนขึ้นไป
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
SAWAD (BUY/19TP: 56), มีแผนปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อใหม่ เปิด Upside มากขึ้น
(views 11)
ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ โดยปรับราคาเหมาะสมปี 2019 เป็น 56 บาท (และ 52 บาทหลัง PP และหุ้นปันผล) ตามการปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 ขึ้น 7% จาก Loan yield ที่มีทิศทางดีขึ้นและค่าใช้จ่ายสำรองฯที่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ การที่ผู้บริหารระบุว่ามีแผนที่จะปรับโครงสร้างสินเชื่อ (ยังไม่ได้ประกาศรายละเอียด) เรามองเป็นบวกต่อประมาณการกำไรในระยะต่อไป
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
RS (BUY/19TP: 20), ร่วมกับช่องไทยรัฐ เพิ่มช่องทางขายธุรกิจ MPC
(views 13)
จากประชุมนักวิเคราะห์ ผู้บริหารแจ้งจะเริ่มขายสินค้าในช่องไทยรัฐทีวี ตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.นี้ โดยตั้งเป้ายอดขาย 500 ล้านบาท และแบ่งรายได้ให้ 30% เรามองบวกเป็นการเพิ่มช่องทางการขายของสินค้าธุรกิจ MPC ที่บริษัททำได้ค่อนข้างดี และกำไรปี 2019 จะเพิ่มราว 10% และปี 2020 เพิ่ม 14% หากได้ต่อสัญญารายปี ขณะที่มองแนวโน้มผลประกอบการใน 1Q19 ยังแข็งแกร่งจากยอดขายธุรกิจ MPC ทำ New High แม้รายได้ช่อง 8 ลดลง Q-Q แต่เพิ่ม Y-Y อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับขึ้นมาเกือบ 16% น่าจะรับข่าวบ้างแล้ว แนะนำ ซื้อสะสม ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 20 บาท จากเดิม 18 บาท
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2019
EKH (BUY/19TP: 7.6), กำไร 4Q18 เด่นกว่าคาด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 14)
กำไร 4Q18 โดดเด่นกว่าคาด EKH ประกาศกำไรปกติ 4Q18 ออกมาที่ 27 ลบ. -39.8% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ +25.8% Y-Y ซึ่งดีกว่าคาดราว 20% โดยรายได้จากการให้บริการเติบโตโดดเด่น +25.9% Y-Y จากทั้งการเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาลที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงหนุนจากจำนวนลูกค้าเข้ารับบริการศูนย์ IVF ที่เร่งตัวขึ้น ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นเป็น 24.6% ใน 4Q18 จาก 23.9% ใน 4Q17 และเป็นปัจจัยที่ทำให้กำไรเด่นกว่าคาด รวมทั้งปี 2018 EKH มีกำไรปกติ 117 ลบ. +29.9% Y-Y ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2019
CPN (BUY/19TP: 93), กำไรปกติ 4Q18 -6.7% Q-Q เพราะค่าใช้จ่ายพิเศษเพิ่ม
(views 15)
กำไรปกติ 4Q18 -6.7% Q-Q, +0.9% Y-Y ต่ำกว่าคาดเพราะค่าใช้จ่ายพิเศษ CPN รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 2,529.9 ล้านบาท ถ้าหักรายการปรับปรุงค่าเช่าที่ดินของเซ็นทรัลพระราม 2 จำนวน 85 ล้านบาทซึ่งบันทึกเป็นรายได้อื่น จะเป็นกำไรปกติ 2,444.9 ล้านบาท -6.7% Q-Q, +0.9% Y-Y ต่ำกว่าเราคาด 10% เพราะค่าใช้จ่ายในการบริหาร เช่นค่าใช้จ่ายพนักงานด้านการตลาดเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการโอนคอนโด และค่าใช้จ่ายในการซื้อ GLAND สูงกว่าคาด แต่ Operation หลักถือว่าทำได้ดี รายได้รวมในไตรมาสนี้ที่ -0.2% Q-Q เพราะรายได้จากการโอนคอนโดที่ -53.9% Q-Q เหลือ 376.9 ล้านบาทเพราะคอนโดส่วนใหญ่โอนไปแล้วใน 2Q-3Q18 จึงเหลือโอนในไตรมาสนี้เพียงเล็กน้อย ส่วนรายได้หลักคือรายได้จากการให้เช่าศูนย์การค้า (85% ของรายได้รวม) +3.7% Q-Q เพราะยังมีผลกระทบของการปรับปรุงศูนย์เซ็นทรัลเวิลด์และการโอนเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช (บางส่วน) เข้ากอง CPNREIT แต่ยังโต 11.9% Y-Y เพราะในระหว่าง 4Q17-4Q18 มีการเปิดห้างใหม่ 3 แห่งคือที่โคราช มหาชัย และภูเก็ต สำหรับ EBITDA margin ชะลอจาก 53.8% ใน 3Q18 เหลือ 51.1% ในไตรมาสนี้เพราะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นดังกล่าว ซึ่งบางส่วนเช่น ค่าซื้อ GLAND เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ส่วนค่าใช้จ่ายในการโอนคอนโดเป็นไปตามสัดส่วนการโอน
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2019
ORI (BUY/19TP: 10.1), กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด พร้อมจ่ายปันผลสูงกว่าคาด
(views 17)
กำไรปกติ 4Q18 เติบโต 47% Q-Q และ 13% Y-Y ORI รายงานกำไรปกติ 4Q18 ทำระดับสูงสุดของปีที่ 938 ล้านบาท (+47% Q-Q, +13% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด แต่ดีกว่าตลาดคาด 6% ผลประกอบการที่โตเด่นมาจากยอดโอนที่เร่งขึ้นแตะ 5.7 พันล้านบาท (+76% Q-Q, +2% Y-Y) โดยมีแรงหนุนมาจากการรับรู้ Backlog ของโครงการ Park24 เฟส 2 คิดเป็นสัดส่วนถึง 57% ของยอดโอนรวม บวกกับเริ่มโอนคอนโดใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 3 พันล้านบาท มียอดขายเฉลี่ย 90% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาปรับดีขึ้นเป็น 41.3% เทียบกับ 40.4% ใน 3Q18 และ 33.6% ใน 4Q17 ตามการโอนโครงการใหม่ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม SG&A ต่อรายได้การขายเพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y อยู่ที่ 21.5% หลักๆมาจากค่าใช้จ่าย Commission ให้กับ Agent ในโครงการ Park24 เฟส 2
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2019
ASK (BUY/19TP: 28.6), กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด แลกกับคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น
(views 15)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาดแต่ไม่ถึงกับผิดหวัง ASK รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 217 ลบ. ลดลง 2.2%Q-Q แต่ +14.47%Y-Y น้อยกว่าที่เราคาดไว้ราว 7% จากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่สูงกว่าที่คาด โดย Credit cost ใน 4Q18 อยู่ที่ 1.35% จาก 1.1% ในไตรมาสก่อนแต่ลดลงจาก 1.8% ในงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นการตั้งเผื่อสำหรับสินเชื่อสิทธิเรียกร้องเพื่อความอนุรักษ์นิยม ซึ่งทำให้ Coverage ของพอร์ตสิทธิเรียกร้องอยู่ที่ 100% โดยรวมแล้วทำให้ Coverage ratio ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมดปรับขึ้นมาอยู่ที่ 95% ของ NPL (overdue > 3 เดือน) หากตัดรายการสำรองฯออก PPOP ถือว่าใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +0.5%Q-Q, +3.9%Y-Y จากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อ ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +8.5%Q-Q, +11.9%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าปรับล่าช้าและรายได้จากการแนะนำลูกค้าประกันภัย กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 811 ลบ. +8.9%Y-Y กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ +5.7%Y-Y และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +15%Y-Y ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองฯ -1%Y-Y และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมอยู่ที่ 37% ใกล้เคียงจาก 36% ในปีก่อนหน้า
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2019
SAWAD (HOLD/19TP: 53), กำไร 4Q18 ดีกว่าที่คาด พร้อมคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น
(views 14)
กำไร 4Q18 ดีกว่าที่เราคาด SAWAD รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 831 ลบ. เพิ่มขึ้น 8.4%Q-Q, 14.6%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดราว 7% แต่ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ กำไรที่ดีกว่าที่คาดเกิดจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่น้อยกว่าที่เราคาดไว้ โดยในไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ 64 ลบ. ลดลง 45%Q-Q, 66%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 0.8% คาดว่าน่าจะเกิดจากจำหน่ายหนี้สูญ (เนื่องจาก NPL ก็ลดลงสอดคล้องกับสำรองฯที่ลดลงด้วย) ซึ่งโดยรวมแล้วไม่กระทบ Coverage ratio เนื่องจาก Coverage ratio เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 88% จาก 80% ในไตรมาสก่อน หากไม่นับรายการสำรองดังกล่าว PPOP น้อยกว่าที่เราคาดไว้ราว 4% เนื่องจากรายได้ค่าบริการที่น้อยกว่าที่เราคาดไว้ โดยลดลง 9%Q-Q แต่ +21%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิทำได้ใกล้เคียงคาด Loan spread ชะลอตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 16.66% จาก 16.9% ในไตรมาสก่อนเนื่องจาก Loan yield ที่ชะลอตัวลง กำไรปี 2018 อยู่ที่ 2,768 ลบ. +3.8%Y-Y กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ย 17%Y-Y โดย loan spread อยู่ที่ 15.8% จาก 17.7% ในปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่เป็นผลจาก Loan yield ที่ลดลงเนื่องจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจากการแข่งขันและการปรับสัญญาเงินกู้เป็นสัญญาเช่าซื้อในช่วงต้นปี
อ่านเพิ่มเติม
25
กุมภาพันธ์
2019
BEC (SELL/19TP: 5.5), กำไร 4Q18 กลับมาขาดทุนมากตามคาด รวมค่าใช่จ่ายพิเศษ
(views 10)
4Q18 ขาดทุนสุทธิมาก รวมค่าใช้จ่ายพิเศษ และขาดทุนดำเนินงานปกติ 4Q18 ขาดทุนสุทธิ 260 ล้านบาท ใกล้เคียงคาดที่ -241 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษส่วนใหญ่ค่าใช่จ่ายเกี่ยวกับ Early Retirement และสำรองค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มตามกฎหมายแรงงานใหม่สุทธิจากภาษีบันทึกในไตรมาสนี้รวมกันประมาณ 213 ล้านบาท จะเป็นขาดทุนปกติ 47 ล้านบาท กลับจากไตรมาสก่อนที่กำไรปกติ 78 ล้านบาท จากรายได้รวมลดลง 5.5% Q-Q จากรายได้หลักค่าโฆษณา TV (สัดส่วนรายได้ 82-85%) ที่ลดลง 8.4% Q-Q จากการแข่งขันที่ยังรุนแรง และมีค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น แม้ขาดทุนปกติลดลงมาก จากฐานต่ำใน 4Q17 ที่แย่สุดของปีก่อน (-357 ล้านบาท) จากผลกระทบงานพระราชพิธีราว 1 เดือน
อ่านเพิ่มเติม
25
กุมภาพันธ์
2019
ROBINS (BUY/19TP: 80), กำไรปกติ 4Q18 ใกล้เคียงคาด แต่มาร์จิ้นฟื้นตัวช้า
(views 11)
กำไรปกติ 4Q18 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 816 ล้านบาท (+22.9% Q-Q, -0.5% Y-Y) หากไม่รวมการปรับปรุง Deferred Tax 32 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ 848 ล้านบาท (+27.7% Q-Q, +3.4% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 889 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรโต Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ ส่วนกำไรที่เติบโตเล็กน้อย Y-Y มาจาก SSSG ที่บวกเล็กน้อย +0.8% Y-Y และมีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งที่ชัยภูมิ ซึ่งเป็นสาขาในรูปแบบ Lifestyle Center ทำให้รายได้รวมเติบโต 13.8% Q-Q, 3.1% Y-Y และรายได้ค่าเช่าเติบโต 2.5% Q-Q, 11.4% Y-Y จากพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้น ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นทำได้ 25.1% ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน แม้มีสัดส่วนสินค้า House Brand เป็น 11.6% แต่ถูกหักล้างด้วยผลของการทำโปรโมชั่นมากขึ้นในเดือน ธ.ค. ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 29.5% จาก 29% ใน 4Q17 ซึ่งเป็นผลจากค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่ และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมกลับมาเติบโต Q-Q เพราะไม่มีรายการพิเศษของ Super Sport แต่ลดลง Y-Y เพราะฐานที่สูงในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
25
กุมภาพันธ์
2019
SISB (BUY/19TP: 8.84), กำไรปี 2018 ดีกว่าที่คาด
(views 14)
กำไร 4Q18 ดีกว่าที่คาด SISB รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 23 ลบ. ลดลง 17%Q-Q แต่พลิกจากผลขาดทุน 12 ลบ. ใน 4Q17 เป็นกำไรที่ดีกว่าที่เราคาดไว้ ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมซึ่ง +4.8%Q-Q, +40%Y-Y ตามการเติบโตของจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2,222 คน จาก 2,191 คนใน 3Q18 และ 1,977 คนใน 4Q17 ขณะที่มีอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาเพิ่มขึ้นเป็น 4.4 แสนบาทต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้นจาก 4.18 แสนบาทต่อคนต่อปีใน 3Q18 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 38% ชะลอตัวลงเล็กน้อยจาก 40.9% ในไตรมาสก่อนหน้าแต่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดจาก 26% ใน 4Q17 เนื่องจากจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นขณะที่ต้นทุนค่าบริการส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่
อ่านเพิ่มเติม
25
กุมภาพันธ์
2019
SVI (BUY-W/19TP: 6.2), กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาด และคาดกำไรปีนี้จะโตต่อเนื่อง
(views 9)
กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 210 ล้านบาท (-18.6% Q-Q, +87.5% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 273 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 21 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 189 ล้านบาท (-26.2% Q-Q, +24.3% Y-Y) สิ่งที่ดีคือรายได้เพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ US$136 ล้าน (+7% Q-Q, +36% Y-Y) แต่สิ่งที่ทำให้กำไรต่ำกว่าที่เราคาดคือ อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ที่ 8.3% (เราคาดไว้ 9.9%) ลดลงจาก 9.9% ใน 3Q18 และ 8.6% ใน 4Q17 ทั้งที่คาดว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตน่าจะสูงขึ้น และปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบได้เริ่มคลี่คลายตั้งแต่กลางปี 2018 รวมถึงค่าเงินบาทที่ค่อนข้างทรงตัว สาเหตุที่อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงสวนทางที่คาด น่าจะยังมีสต็อกราคาสูงใช้อยู่ และอาจจะมาจาก Product Mix ที่เปลี่ยนแปลง สัดส่วนการขายสินค้าที่มาร์จิ้นไม่สูงนักเพิ่มขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังค่อนข้างสูงปรับเพิ่มขึ้น Q-Q ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพิมขึ้นเป็น 4.4% จาก 3.9% ใน 3Q18 แต่ลดลงจาก 6.3% ใน 4Q18 เพราะรายได้โตได้มากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
25
กุมภาพันธ์
2019
TACC (BUY/19TP: 4.5), ผ่านกำไรต่ำสุดแล้ว คาดกำไรจะกลับมาโตในปีนี้
(views 7)
กำไรปกติ 4Q18 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 9 ล้านบาท (-59.1% Q-Q, -72.7% Y-Y) หากไม่รวมค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 19 ล้านบาท จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 29 ล้านบาท (+26.1% Q-Q, -12.1% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 30 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรเติบโต Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ ส่วนกำไรที่ลดลง Y-Y มาจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทั้งนี้หากไม่รวมค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ บริษัทมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 18.3% เพิ่มขึ้นจาก 16.6% ใน 4Q17 จากค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่องกดร้อนอัตโนมัติ และค่าใช้จ่ายพนักงาน แต่ลดลงจาก 21.6% ใน 3Q18 รวมถึงรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม สยามเกตเวย์ (บริษัทถือหุ้น 49%) ราว 2 ล้านบาท ในขณะที่ภาพรวมรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นเราถือว่าทำได้ดีขึ้น ทั้งที่ปีก่อนยังมีรายได้การขายไปกัมพูชาอยู่บางส่วน ส่วนใน 4Q18 ไม่มี แต่รายได้รวมยังเติบโตได้ 18.2% Q-Q และ 2.8% Y-Y กอปรกับอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 29% จาก 27.7% ใน 4Q17 ซึ่งเป็นผลจากการปรับสูตรน้ำตาลแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2018 ที่ผ่านมา แต่ลดลงจาก 30.7% ใน 3Q18 น่าจะมาจากการปรับเปลี่ยนของ Product Mix
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2019
CPALL (BUY/19TP: 90), กำไร 4Q18 ฟื้นตามคาด และกำลังศึกษาเปิดสาขาในกัมพูชา,ลาว
(views 19)
กำไรปกติ 4Q18 ฟื้นตัวใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 5,552 ล้านบาท (+7.1% Q-Q, +0.5% Y-Y) ทั้งนี้บริษัทมีการประเมินการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน (ค่าชดเชย 300 วัน เป็น 400 วัน) ของทั้งกลุ่มที่ 909 ล้านบาท โดยทยอยรับรู้ใน 4Q18 ราว 100 ล้านบาท และมีรับรู้ตั้งสำรองค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปรับปรุงการเกษียณอายุของพนักงานอีก 100 ล้านบาท หากไม่รวมรายการดังกล่าว (สุทธิจากภาษี) จะมีกำไรปกติเท่ากับ 5,719 ล้านบาท (+11.6% Q-Q, +3.7% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 5,655 ล้านบาท)
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2019
GFPT (BUY/19TP: 15.6), กำไร 4Q18 ตามคาด และคาดกำไรจะกลับมาโตในปีนี้
(views 11)
กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 244 ล้านบาท (-44.2% Q-Q, -28.2% Y-Y) หากไม่รวมการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานที่ราว 110 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 343 ล้านบาท (-19.7% Q-Q, +20.4% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 338 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล และราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศอ่อนตัวลง ส่วนกำไรที่เติบโตดี Y-Y แม้รายได้จะดูลดลง Q-Q และ Y-Y แต่มาจากการปรับใช้มาตรฐานบัญชี TFRS 28 เกี่ยวกับกิจการร่วมค้า (GFN) กระทบต่อรายได้ในไตรมาสนี้ 260 ล้านบาท หากไม่รวมรายการดังกล่าว พบว่ารายได้ที่แท้จริงอยู่ที่ 4,450 ล้านบาท (-1.5% Q-Q, +4.8% Y-Y) มาจากปริมาณส่งออกไก่ที่เพิ่มขึ้น 21.3% Y-Y เป็น 9,100 ตัน ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 13.6% จาก 15.6% ใน 3Q18 และ 15.9% ใน 4Q17 มาจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาข้าวโพดเฉลี่ย 4Q18 อยู่ที่ 9.97 บาท/กก. (+10.5% Q-Q, +19.8% Y-Y) ส่วนราคากากถั่วเหลืองปรับขึ้นเล็กน้อย +2.3% Y-Y แต่ -6% Q-Q ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอยู่ที่ 60 ล้านบาท เติบโตสูง 253% Y-Y จากฐานที่ต่ำในปีก่อน แต่ลดลง 23% Q-Q เพราะราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศอ่อนตัวลง และปรับลงตามฤดูกาล
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2019
SYNEX (BUY/19TP: 16.25), กำไร 4Q18 ดีกว่าคาด แนวโน้มจะโดดเด่นต่อเนื่องใน 1Q19
(views 10)
กำไรสุทธิ 4Q18 ออกมาดีกว่าคาด จากรายได้และมาร์จิ้นที่ขยายตัว กำไรสุทธิ 4Q18 ออกมาดีกว่าคาด โดยอยู่ที่ 190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% Q-Q และ 16% Y-Y จากรายได้ที่โตแตะ 1 หมื่นลบ.ครั้งแรก เพิ่มขึ้น 11% Q-Q และ 31% Y-Y และอัตรากำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเป็น 1.83% จาก 1.72% ใน 3Q18 เพราะควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น โดย SG&A/Sales คิดเป็น 2.13% ของรายได้รวม ลดลงจาก 2.38% ใน 3Q18 และ 2.69% ใน 4Q17 กำไรสุทธิทั้งปี 2018 จบที่ 721 ลบ. เพิ่มขึ้น 16% Y-Y จากการเพิ่มแบรนด์ โดยเฉพาะ Apple ที่สามารถจำหน่าย iPhone ได้ใน 2H18 รวมถึงเมมิ่งที่ภาพรวมอุตสาหกรรมยังเป็นขาขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2019
TPCH (BUY/19TP: 13.5), กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด
(views 18)
กำไรปกติ 4Q18 อ่อนลง 1.8% Q-Q แต่ยังโต 15.9% Y-Y ใกล้เคียงคาด กำไรปกติ 4Q18 ที่ 90 ล้านบาท อ่อนลงเล็กน้อย 1.8% Q-Q แต่ยังโต 15.9% Y-Y กำไรทีอ่อนลง Q-Q จากค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น กำไรที่เพิ่มขึ้น Y-Y จากรายได้ขายไฟเพิ่ม จากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า 6 โรง รวมโรงไฟฟ้าสตูลกรีน พาวเวอร์ (SGP: 9.2 MW, TPCH ถือหุ้น 51%) ที่ COD ในกลาง 1Q18
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2019
PT (BUY/19TP: 7.5), ปี 2018 ชะลอตัว แต่ปันผลสูง 8% และจะกลับมาโตในปี 2019-2020
(views 12)
กำไรสุทธิปี 2018 ชะลอเพราะฐานสูง แต่ยังเห็นโมเมนตัมที่ดีใน 4Q18 เราคาดปี 2019-2020 กลับมาโตเฉลี่ยปีละ 13% จากการขยายดาต้าเซ็นเตอร์เฟส 4 และการรุกธุรกิจรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ขณะที่ ภาพระยะสั้น คาดว่ากำไรสุทธิ 1Q19 จะออกมาโดดเด่น เพราะมีงานค้างที่รับรู้รายได้ไม่ทันใน 4Q18 ราว 400 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นจะขยายตัวจากเงินบาทที่แข็งค่าเร็ว เรามีการทบทวนและปรับลดประมาณการของ PT ลง เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรมระยะยาวที่กำลังเปลี่ยนจากการขายและติดตั้งระบบแบบดั้งเดิม มาอยู่ในรูปแบบของงานบริการมากขึ้น โดยเมื่ออิง PE Multiplier 12 เท่า จากการ Implied ด้วย DDM (Ke 9%, Terminal growth 2%) จะได้ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 7.50 บาท แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2019
SPRC (BUY/19TP: 13), ธุรกิจโรงกลั่นดีกว่าคาด แต่โดนบดบังจาก Stock loss
(views 16)
4Q18 ขาดทุนมากกกว่าคาด จากผลของ Stock loss และ NRV SPRC รายงานขาดทุนสุทธิ 3,881 ลบ. จากที่มีกำไรสุทธิ 1,248 ลบ. ใน 3Q18 และ 2,573 ลบ. ใน 4Q17 หากหักรายการ Fx และ Hedging gain/loss ออก บริษัทจะมีผลขาดทุนปกติรวม Stock gain/loss อยู่ที่ 3,924 ลบ. ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดราว 20% จากผลของ Stock loss และ NRV (Net Realizable Value) ที่มากถึง US$10.4/บาร์เรล (ราว 5,012 ลบ.) มากกว่าที่คาดไป 1,200 ลบ. อย่างไรก็ตาม Market GRM ที่ US$4.4/บาร์เรล (-13% Q-Q, -20% Y-Y) ดีกว่าที่เราคาดประมาณ 5% เข้ามาชดเชยผลของ Stock loss ได้บางส่วน ในแง่ของปริมาณน้ำมันดิบที่เข้ากลั่นใน 4Q18 ขยับขึ้นมาที่ 165KBD (+15% Q-Q, +4% Y-Y) ฟื้นตัวขึ้นหลังมีการหยุดซ่อมไปในไตรมาสก่อน กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 2,263 ลบ. (-75% Y-Y) โดยเป็นผลจาก Stock loss US$0.94/บาร์เรล ส่วนปีก่อนมี Stock gain US$1.18/บาร์เรล รวมถึง Market GRM ที่ลดลงเหลือ US$5.67/บาร์เรล ลดลงถึง 23% Y-Y เนื่องจาก Supply โรงกลั่นที่หายไปในปีก่อนจากพายุเฮอร์ริเคน ทั้งนี้ บริษัทงดจ่ายเงินปันผลช่วง 2H18 หลังในครึ่งปีแรกได้จ่ายไปมากกว่ากำไรสุทธิปี 2018 แล้ว
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2019
FTE (BUY/19TP: 3.5), กำไร 4Q18 ออกมาโตแรงตามคาด +35% Q-Q, +14% Y-Y
(views 20)
กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% Q-Q และ 14% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 41 ล้านบาท เป็นไปตามที่เราคาด เพิ่มขึ้น 35% Q-Q และ 14% Y-Y ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season และงานโครงการเร่งตัวขึ้น เพราะได้ลูกค้าใหม่ในกลุ่มโรงงาน ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 21% Q-Q, 19% Y-Y อยู่ที่ 246 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นชะลอลงเหลือ 27.4% จาก 30.3% ใน 3Q18 เพราะสัดส่วนงานโครงการที่เพิ่มขึ้น แต่ข้อดีของงานประเภทนี้คือ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะไม่สูงนัก อัตรากำไรสุทธิจึงยังปรับตัวขึ้นเป็น 13.8% จาก 12.4% ใน 3Q18 กำไรสุทธิทั้งปี 2018 อยู่ที่ 130 ล้านบาท พลิกกลับมาทรงตัว Y-Y ทั้งที่กำไรสุทธิ 1Q18 และ 3Q18 ทำได้ต่ำกว่ามาตรฐาน
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2019
SC (BUY/19TP: 3.7), กำไร 4Q18 แกร่ง แนวโน้มปี 2019 โตดีกว่ากลุ่ม
(views 17)
กำไร 4Q18 มาตามนัด โตสูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส SC รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 แข็งแกร่ง +75% Q-Q และ +23.5% Y-Y อยู่ที่ 686 ล้านบาท เป็นไปตามที่เรา และตลาดคาด โดยมีแรงหนุนหลักจากยอดโอนที่เร่งขึ้นแตะ 5 พันล้านบาท (+45% Q-Q, +15% Y-Y) แบ่งเป็นรายได้แนวราบที่ทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 3.8 พันล้านบาท (+51% Q-Q, +8% Y-Y) จากความสำเร็จของโครงการเปิดตัวใหม่ใน 2H18 บวกกับรายได้คอนโดอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท (+28% Q-Q, +44% Y-Y) จากเร่งรับรู้ Backlog ของโครงการ Saladaeng และ Beatniq ต่อเนื่อง ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาอยู่ที่ 33% ทรงตัว Q-Q และ Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2019
TU (HOLD/19TP: 20), ผ่านกำไรต่ำสุดในปี 2018 และจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปีนี้
(views 19)
กำไรปกติ 4Q18 ต่ำกว่าคาด แต่ถือเป็นการฟื้นตัว Y-Y กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 1,223 ล้านบาท (-6.6% Q-Q, -13.4% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษได้แก่ การตั้งด้อยค่า, ค่าใช้จ่ายปิดโรงงานแซลมอน และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,329 ล้านบาท (-15.7% Q-Q, +24.8% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 1,481 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรลดลง Q-Q สอดคล้องกับช่วง Low Season ของธุรกิจ ส่วนกำไรที่เติบโตดี Y-Y แม้ราคาปลาทูน่าเฉลี่ย 4Q18 จะปรับลดลง -30.7% Y-Y แต่จากการบริหารจัดการที่ดี ทำให้ต้นทุนสต็อกปลาโดยเฉลี่ยไม่สูง จึงไม่ต้องเผชิญกับ Inventory Loss ในไตรมาสนี้ กอปรกับราคาปลาที่ถือว่าอยู่ในระดับต่ำลงมาแตะระดับ US$1,300 ต่อตัน ทำให้ปริมาณขายปลาทูน่ากลับมาคึกคักมากขึ้น ในขณะที่ธุรกิจกุ้งถือว่าฟื้นตัวได้ดี จากการแข่งขันที่ดีขึ้นตามภาวะค่าเงินบาทที่ทรงตัว ทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้พอเติบโตได้ 5.4% Q-Q, 3.7% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.9% จาก 13.8% ใน 4Q17 ในขณะที่ยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี โดยมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 10.7% ลดลงจาก 11.1% ใน 4Q17 และไตรมาสนี้มีส่วนแบ่งผลประกอบการจากบริษัทร่วมขาดทุนที่ -137 ล้านบาท (ทำให้กำไรต่ำกว่าที่เราคาด) จากที่กำไร 142 ล้านบาทใน 3Q18 และขาดทุนมากขึ้นจาก -65 ล้านบาทใน 4Q17 โดย Red Lobster ยังขาดทุนอยู่ และธุรกิจในอินเดียมีผลประกอบการแผ่วลง
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2019
CPF (BUY/19TP: 30), กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2019
(views 16)
กำไร 4Q18 ถือว่าทำได้ดีตามคาด แม้จะมีรายการพิเศษค่อนข้างมาก แต่ในส่วนของ Operation สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น โดยภาพรวมในปี 2018 ธุรกิจในต่างประเทศค่อนข้างสดใส มีกำไรแทบทุกประเทศ ยกเว้นที่สหรัฐ ซึ่งสามารถชดเชยผลขาดทุนของธุรกิจในประเทศได้ทั้งหมด ทำให้กำไรปกติปี 2018 จบลงด้วยการเติบโต 32% Y-Y ทั้งนี้เราคาดธุรกิจในประเทศจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ 1Q19 และฟื้นดีมากขึ้นใน 2Q19 โดยราคาเนื้อสัตว์ล่าสุดทั้งหมูและไก่เริ่มปรับตัวขึ้นแล้ว ส่วนราคาหมูที่เวียดนามอาจจะแผ่วลงมาบ้าง แต่ยังเป็นระดับที่สูงกว่าต้นทุนการเลี้ยงอยู่มาก ส่วนแนวโน้มราคาวัตถุดิบน่าจะทรงตัวถึงอ่อนตัวลง ไม่ใช่ตัวที่เป็นปัญหาสำหรับปีนี้ และยังมีเรื่องโรคระบาดแอฟริกันหมูที่เกิดในต่างประเทศ ยังไม่กระทบต่อ CPF และยังไม่ได้ลุกลามเข้ามาในไทย แต่คงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป เราคาดกำไรปกติปี 2019 จะโตต่อเนื่อง 15.8% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 30 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ประกาศจ่ายปันผลงวด 2H18 หุ้นละ 0.3 บาท คิดเป็น Yield 1.2% กำหนดขึ้น XD 7 พ.ค. และจ่ายเงิน 23 พ.ค. คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2019
BH (BUY/19TP: 210), กำไร 4Q18 ตามคาด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 13)
กำไร 4Q18 และทั้งปี 2018 ออกมาตามคาด BH ประกาศกำไรปกติ 4Q18 ออกมาตามคาดที่ 972 ลบ. -13.9% Q-Q, +5.6% Y-Y โดยรายได้จากการให้บริการเติบโตได้ 4% Y-Y (ผู้ป่วยต่างชาติ +8.3% Y-Y ขณะที่ผู้ป่วยไทย -5.4% Y-Y) ในขณะที่ฝั่งต้นทุนยังควบคุมต้นทุนได้ดีโดย Gross Margin ใน 4Q18 ขยายตัวขึ้นอย่างมีนัยยะ 43.4% จาก 41.6% ใน 4Q17 และทำให้ทั้งปี 2018 มีกำไรปกติจบที่ 4,152 ลบ. +5.3% Y-Y สูงกว่าการเติบโตของรายได้ที่ +1.4% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
20
กุมภาพันธ์
2019
ZEN (IPO: 13/19TP: 16.5), ผู้บุกเบิกร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย แบรนด์ ZEN
(views 50)
ZEN บมจ. เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ถือเป็นผู้บุกเบิกร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทย โดยมีแบรนด์แรกในปี 1991 ชื่อว่า ZEN และได้มีการพัฒนาแบรนด์อื่นๆ เช่น AKA, On The Table รวมถึงเข้าซื้อธุรกิจร้านอาหารไทยอย่างเครือ ตำมั่ว โดยมีการเปิดสาขาทั้งของกลุ่มบริษัท และสาขาแฟรนไชส์ ปัจจัยหนุนการเติบโตในอนาคตจะมาจากการฟื้นตัวของ SSSG, การเปิดสาขาใหม่มากขึ้น, อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากทั้งประสิทธิภาพการบริหารที่ดีขึ้น และรายได้การให้สิทธิแฟรนไชส์เพิ่มขึ้น และคาดค่าใช้จ่ายจะทยอยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คาดกำไรสุทธิปี 2018 จะฟื้นตัวแรงจากฐานต่ำ +82.6% Y-Y และคาดโตต่อเนื่องในปี 2019 - 2020 ราว 33.3% Y-Y และ 34.9% Y-Y ตามลำดับ เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 16.5 บาท (อิง PE 25 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
20
กุมภาพันธ์
2019
DELTA (HOLD/19TP: 77), กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาด แนวโน้ม 1H19 ยังดูไม่สดใส
(views 13)
กำไรปกติ 4Q18 ต่ำกว่าคาดและต่ำสุดในรอบ 24 ไตรมาส กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 1,008 ล้านบาท (-40% Q-Q, -24.3% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 13% หากไม่รวมค่าปรับภาษีย้อนหลัง 23 ล้านบาท และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 60 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 971 ล้านบาท (-39.8% Q-Q, -41.6% Y-Y) สาเหตุที่กำไรลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล ส่วนกำไรที่ลดลง Y-Y แม้รายได้จะเติบโตได้ 7.6% Y-Y แต่ส่วนหนึ่งมาจากรายได้กลุ่ม Auto ที่เริ่มส่งออกไปจีน ซึ่งเป็นสินค้ามาร์จิ้นไม่สูงนัก กอปรกับยังได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบอยู่บ้าง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 23% จาก 24.4% ใน 3Q18 และ 24.5% ใน 4Q17 รวมถึงสินค้าที่ขายไปจีนเป็นกลุ่มสินค้าที่ต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายการขอใช้ทรัพย์สินทางปัญญาและเทคโนโลยี (ส่วนหนึ่งของ R&D Cost) จึงทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับสูงขึ้นเป็น 15.3% จาก 14.3% ใน 3Q18 และ 13.7% ใน 4Q17 สูงสุดในรอบ 10 ไตรมาส ส่งผลให้อัตรากำไรปกติลดลงเหลือเพียง 7.1% เป็นอัตรากำไรในไตรมาส 4 ที่ต่ำสุดในรอบ 7 ปี
อ่านเพิ่มเติม
20
กุมภาพันธ์
2019
GLOBAL (BUY/19TP: 22), กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด และจะโตต่อเนื่องในปี 2019
(views 17)
กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 414 ล้านบาท (-6.5% Q-Q, +18.6% Y-Y) หากไม่รวมการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน (ชดเชยเพิ่มเป็น 400 วัน) ที่ตั้งเพิ่มขึ้น 11 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 425 ล้านบาท (-4% Q-Q, +26.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 438 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรอ่อนตัวลง Q-Q มาจากช่วง Low Season ของธุรกิจ ส่วนกำไรที่เติบโต Y-Y มาจาก SSSG ที่ยังบวกต่อเนื่องราว 10% Y-Y ซึ่งเป็นผลมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และการฟื้นตัวของราคาข้าว รวมถึงมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องอีก 4 แห่งในไตรมาสนี้ (3 ไทย 1 กัมพูชา) ส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 6.5% Q-Q และ 20.7% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นยังทำได้ดีอยู่ที่ 20.8% เพิ่มขึ้นจาก 20.6% ใน 3Q18 และ 19.9% ใน 4Q17 แม้ราคาเหล็กเริ่มปรับลดลง แต่การปรับ Product Mix และการ Sourcing สินค้าทำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น ตามการขยายสาขาใหม่ แต่ด้วยรายได้ที่เติบโตได้ดีกว่า ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 14.3% จาก 14.7% ใน 4Q17 แต่ปรับขึ้นเล็กน้อยจาก 14.1% ใน 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
20
กุมภาพันธ์
2019
PTTGC (BUY/19TP: 100), กำไรแย่กว่าคาดจาก Stock loss แต่ราคาหุ้นยังถูกเกินไป
(views 15)
กำไรสุทธิ 4Q18 ออกมาต่ำคาดจากผลของ Stock loss และ NRV PTTGC รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 จำนวน 4,060 ลบ. (-68% Q-Q , -58% Y-Y) ต่ำกว่าที่เราคาด 20% และต่ำกว่าที่ตลาดคาดราว 10% สาเหตุหลักมาจาก Stock loss และ NRV จำนวน 6,524 ลบ. (จากที่เคยเป็นบวกใน 3Q18 และ 4Q17 จำนวน 804 ลบ. และ 2,488 ลบ.ตามลำดับ) อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกำไรจากการซื้อมูลค่าต่ำกว่ากิจการจำนวน 1,355 ลบ. ชดเชย Stock loss ได้บางส่วน หากหักรายการพิเศษออกไป กำไรปกติรวม Stock gain/loss จะอยู่ที่ 3,587ลบ. (-70% Q-Q, -73%Y-Y) เพราะมาร์จิ้นในกลุ่มโอเลฟินส์แคบลง หลังราคาเม็ดพลาสติค HDPE, LLDPE และ LDPE ลดเหลือ US$1,207/ตัน (-11% Q-Q, -2% Y-Y), US$1,098/ตัน (-6% Q-Q, -8% Y-Y) และ US$1,102/ตัน (-8% Q-Q, -13% Y-Y ตามลำดับ และต้นทุนก๊าซที่ปรับลดลงช้ากว่าราคาน้ำมัน นอกจากนี้ Market GRM ของธุรกิจโรงกลั่นยังลดลงเหลือUS$5.52/บาร์เรล (-14% Q-Q, -18% Y-Y) จาก Spread ผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้อย่างแนฟทาที่แคบลง ส่วนกำไรสุทธิทั้งปียังโตได้ 2% เป็น 40,069 ลบ.เพราะรับรู้กำไรในโครงการ Asset Injection เต็มปี ขยายกำลังการผลิตและเพิ่มสินค้าในกลุ่ม HVA รวมทั้งประโยชน์จากโครงการ MAX ทั้งนี้ PTTGC ประกาศจ่ายปันผล 2.50 บาท/หุ้น (Yield 3.6%) XD 5 มี.ค. จ่ายเงิน 24 เม.ย.
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2019
BIG (BUY/19TP: 2.4), กำไร 4Q18 แย่กว่าคาด แต่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว
(views 15)
กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 131 ล้านบาท ฟื้นตัว 39% Q-Q แต่ลดลง 47% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 131 ล้านบาท ฟื้นตัว 39% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season ของการท่องเที่ยวและจับจ่ายใช้สอย แต่เมื่อเทียบ Y-Y กำไรสุทธิลดลง 47% เพราะยังถูกกดดันจากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 28.2% เพิ่มขึ้นจาก 25.9% ใน 3Q18 ตามส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่โน้มเอียงมาทางสินค้าอัตรากำไรขั้นต้นสูงมากขึ้น แต่ลดลงเมื่อเทียบกับ 31.9% ใน 4Q17 เพราะต้องจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารถือว่าคุมได้ดีมาก ลดลงเหลือเพียง 15.3% ของรายได้รวม จากที่พุ่งขึ้นไปถึง 17.4% ใน 3Q18 กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 549 ล้านบาท ลดลง 29% Y-Y ต่ำกว่าคาดคาดการณ์ของเราที่ 596 ล้านบาท เพราะยอดรีเบทต่ำกว่าที่เราคาด ด้วยเหตุผลด้านส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่กล่าวไปข้างต้น
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2019
KTC (BUY/19TP: 38), แคมเปญการตลาดเข้มข้นขึ้น แต่คาดการเติบโตของกำไรยังดี
(views 16)
ปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลง 7% เป็น 6.15 พันลบ. แต่ยังเห็นการขยายตัวราว 20%Y-Y หลังจากผู้บริหารเปิดเผยแนวทางการตั้งสำรองฯที่ สูงกว่าที่เราคาดไว้ และ Guidance ค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงกว่าที่เราคาดการณ์จากแผนธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลที่เป็นเชิงรุกมากขึ้น ทั้งนี้ปัจจัยที่อยู่ในความกังวลของตลาดคือการต่ออายุของ CEO คุณระเฑียร ซึ่งจะครบอายุในเดือนพ.ย. คุณระเฑียรระบุว่าขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริษัท (ต้องติดตามต่อไป) อย่างไรก็ตามคุณระเฑียรได้รับการต่ออายุกรรมการบริษัทแล้ว ประเด็นนี้เป็น Sentiment เชิงลบแต่สุดท้ายเราเชื่อว่าบริษัทจะเดินต่อได้ด้วยระบบไม่ใช่บุคคล ปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 38 บาท แต่คงคำแนะนำ ซื้อ (ประกาศเงินปันผลจากกำไรปี 2018 หุ้นละ 0.82 บาท Yield 2.7%
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2019
MAJOR (BUY/19TP: 27), กำไรปกติ 4Q18 โตดีกว่าคาด 13% ปันผล 2H18 @0.70 บาท
(views 14)
กำไรปกติ 4Q18 โต 64.6%, 10.7 เท่าตัว Y-Y จากฐานต่ำ ดีกว่าคาด 13% กำไรปกติ 4Q18 ที่ 221 ล้านบาท ดีกว่าคาดที่ 191 ล้านบาท เพิ่ม 64.6% Q-Q และโตแรง 1063% จากฐานต่ำเป็นพิเศษใน 4Q17 ที่ขาดทุนปกติ 19 ล้านบาท จากผลกระทบงานพระราชพิธีราว 1 เดือน โดยในไตรมาสนี้มีหนังทำเงินหลายเรื่อง เช่น หนังไทย “นาคี 2” “Aquaman” “Fantastic Beast 2 และ “Bumblebee” หนุนให้รายได้ตั๋วหนัง (สัดส่วนรายได้ 50-55% ของรายได้รวม) เพิ่ม 54.8% Q-Q และ 87.8% Y-Y รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหาร (สัดส่วนรายได้ 18-20%) เพิ่ม 45.1% Q-Q และ 69.8% Y-Y ขณะที่รายได้โฆษณากลับมาเพิ่ม 31.6% Q-Q จากการได้ลูกค้าต่อสัญญามากขึ้น สามารถชดเชยค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้นมากได้ โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาจากการเปิดสาขาใหม่ที่ Icon Siam และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน รวมทั้งไตรมาสนี้มีรายการพิเศษกำไรขายเงินลงทุนบางส่วนใน SF ราว 38 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 259 ล้านบาท +25.9% Q-Q, +246.8% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2019
RS (BUY/19TP: 18), กำไรปกติ 4Q18 ฟื้นต่อเนื่อง ดีใกล้เคียงคาด ธุรกิจ MPC หนุน
(views 9)
กำไรปกติ 4Q18 เพิ่ม 27.0% Q-Q, 17.6% Y-Y ดีใกล้เคียงคาด กำไรปกติ 4Q18 ที่ 135 ล้านบาท ใกล้เคียงเราคาดที่ 128 ล้านบาท และตลาดคาดเป็นกำไรฟื้นตัวต่อเนื่อง 27.0% Q-Q ,17.6% Y-Y หนุนโดยยอดขายธุรกิจ Multi-Platform Commerce (Health & Beauty + Home & Lifestyle) ช่วง 4Q18 ฟื้นกลับมาอยู่ที่ 583 ล้านบาท เพิ่ม 26.5% Q-Q, 26.0% Y-Y จากไตรมาสก่อน ที่ยังได้รับผลกระทบจากการปราบปรามสินค้าเครื่องสำอางอาหารเสริมเถื่อนและการคุมโฆษณาของทางการมาตั้งแต่กลาง 2Q18 ยอดขายสินค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะประเภทเครื่องประดับและสินค้าความเชื่อต่างๆ รวมการทำ New Year Grand sales ช่วงปลายปี ขณะที่รายได้ทีวีช่อง 8 เพิ่มขึ้น 19.2% Q-Q (แม้ลดลง 19.7% Y-Y) และรายได้โฆษณาวิทยุก็เพิ่ม Q-Q ทำให้รายได้รวม 4Q18 เพิ่ม 27.2% Q-Q, 18.9% Y-Y Gross margin เพิ่มเป็น 47.0% จากไตรมาสก่อนที่ 40.8% และ 4Q17 ที่ 41.6% แม้ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มตามรายได้ธุรกิจ MPC ที่เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2019
TOP (HOLD/19TP: 81), ปรับลดประมาณการกำไร 2019 จากค่าการกลั่นฟื้นช้า
(views 9)
4Q18 ขาดทุนมากกกว่าคาดจาก Stock loss และ NRV TOP รายงานขาดทุนสุทธิ 4,812 ลบ. จากที่มีกำไรสุทธิ 4,558 ลบ. ใน 3Q18 และ 6,972 ลบ. ใน 4Q17 หากหักรายการ Fx และ Hedging gain/loss ออก บริษัทจะมีผลขาดทุนปกติรวม Stock gain/loss อยู่ที่ 3,702 ลบ. ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดราว 30% จากผลของ Stock loss และ NRV (Net Realizable Value) ที่มากกว่าคาด 1,305 ลบ. รวมถึง Market GRM ที่ลดลงเหลือ US$3.9/บาร์เรล (-22% Q-Q, -35% Y-Y) ซึ่งถูกฉุดจาก Inventory น้ำมันเบนซินล้นตลาด อย่างไรก็ตาม มาร์จิ้นของกลุ่มอโรมาติกส์ฟื้นตัวขึ้นมาที่ US$2.2/บาร์เรล (+11% Q-Q, +48% Y-Y) เพราะต้นทุนเบนซินถูกลง รวมถึงอุปสงค์ในธุรกิจผลิตเสื้อผ้ายังคงแข็งแกร่ง ส่งผลให้ Utilization Rate ขยับขึ้นมาที่ 94% (+5% Q-Q, +12% Y-Y) ส่วนกำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 10,149 ลบ. (-59% Y-Y) โดยเป็นผลจาก Stock loss จำนวน 2,628 ลบ. ตรงข้ามกับปีก่อนที่มี Stock gain 3,415 ลบ. รวมถึงค่าการกลั่นที่สูงผิดปกติในปี 2017 จากผลของพายุฮาร์วี่ในสหรัฐ
อ่านเพิ่มเติม
15
กุมภาพันธ์
2019
SAT (BUY/19TP: 20.7), กำไรสุทธิ 4Q18 ดีตามคาด เป็นหนึ่งเดียวในกลุ่มที่แนะนำซื้อ
(views 17)
กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 255 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% Q-Q แต่ลดลง 9% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 255 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% Q-Q ทั้งที่เป็น Low Season ได้แรงหนุนจากภาวะอุตสาหกรรมที่โตตามความต้องการในประเทศ และการผลิตชิ้นส่วนให้กลุ่มลูกค้าใหม่ที่เป็น Teir 1 ในสหรัฐฯ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 19.6% จาก 18.7% ใน 3Q18 ส่วนกำไรสุทธิเมื่อเทียบ Y-Y ที่ลดลง 9% เพราะ 4Q17 มีกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ก่อนรวมกิจการของบริษัทร่วม 85 ล้านบาท ถ้าหักออก กำไรปกติจะโต 26% Y-Y กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 916 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% Y-Y ส่วนกำไรปกติโต 25% Y-Y จากทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนเครื่องจักรการเกษตรที่ขยายตัว รวมถึงการได้ลูกค้าใหม่และการควมคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด
อ่านเพิ่มเติม
15
กุมภาพันธ์
2019
AP (BUY/19TP: 9), คาดกำไร 4Q18 ไม่เด่น แต่ Valuation น่าสนใจ ปันผลดี
(views 19)
คาดการณ์กำไรปกติ 4Q18 ที่ 930 ล้านบาท (+1.5% Q-Q, -31% Y-Y) ถูกกดดันด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลดจากการโอนโครงการที่มีมาร์จิ้นต่ำอย่าง Vittorio ในสัดส่วนที่สูงขึ้น ขณะที่ยอดโอนคาดโตทั้ง Q-Q และ Y-Y แตะ 8.2 พันล้านบาท หนุนจากความสำเร็จของการขายแนวราบที่ไปได้ดี บวกกับรับรู้ Backlog คอนโด Vittorio ได้มากกว่าแผน หนุนให้ประมาณการกำไรปกติปี 2018 ของเราที่ 3.5 พันล้านบาท (+14% Y-Y) มี Upside ราว 9% ส่วนภาพปี 2019 บริษัทมีมุมมองระมัดระวังขึ้น ตั้งเป้ายอดขายชะลอ 6% Y-Y เป็น 3.9 หมื่นล้านบาท เทียบกับการเปิดโครงการใหม่ 39 โครงการ มูลค่า 5.68 หมื่นล้านบาท (+26% Y-Y) และรุกแนวราบมากขึ้น เราปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 9.00 บาท โดยปรับลด PER เป็น 7.6x อิงค่าเฉลี่ยในอดีต -0.5SD สะท้อนตลาดอสังหาที่ท้าทายขึ้น แต่ยังแนะนำซื้อ จากราคาปัจจุบันที่ซื้อขายบน PE2019 ที่ 6x เทียบกับกลุ่มที่ 8.2x พร้อมคาดให้ผลตอบแทนปันผลสูงถึง 6%
อ่านเพิ่มเติม
15
กุมภาพันธ์
2019
KCE (HOLD/19TP: 32), การฟื้นตัวยังดูช้าและยากกว่าที่เคยคาด
(views 18)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนข้างลบ เพราะการกลับมาฟื้นตัวดูช้าและยากกว่าที่เคยคาด แม้ปัญหา WLTP จะเริ่มคลี่คลาย แต่ยังมีกระทบอยู่บ้างใน 1Q19 กอปรกับสถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์ในสหรัฐ, ยุโรป และจีนไม่สดใส ยอดขายรถยนต์ของทั้ง 3 ตลาดหดตัวลง กระทบต่อบริษัท เพราะลูกค้าทำการปรับและระบายสต็อก จึงได้ชะลอคำสั่งซื้อ ทำให้บริษัทปรับลดเป้าการเติบโตของปริมาณขายในปีนี้เป็นโต 10%-11% Y-Y เดิมตั้งเป้าโต 15-16% Y-Y ในขณะที่ราคาขายโดยเฉลี่ยลดลงราว 2% Y-Y แม้จะมีข่าวดีอยู่บ้างจากแนวโน้มราคาวัตถุดิบที่อ่อนตัวลงทั้ง Copper และ Copper Foil แต่ด้วยคำสั่งซื้อที่ไม่สดใส ทำให้อัตราการใช้กำลังผลิตลดลง กระทบต่อประสิทธิภาพในการผลิต เราจึงปรับลดประมาณการรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น นำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 11% เป็นการเติบโต 10.5% จากเดิมคาดโต 24% และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 32 บาท จากเดิม 37 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้ราคาหุ้นจะปรับลงมาก แต่ที่ราคาเป้าหมายใหม่ของเรามี Upside เพียง 10.3% กอปรกับระยะสั้นแนวโน้มกำไร 1Q19 แม้จะฟื้นตัว Q-Q แต่จะยังลดลง Y-Y ถือว่าไม่สดใสนัก (คาดมีค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานเข้ามาราว 54 ล้านบาทด้วย) และต้องติดตามว่าแนวโน้มกำไร 2Q19 จะฟื้นตัวได้มากขึ้นหรือไม่ จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
14
กุมภาพันธ์
2019
AOT (HOLD/19TP: 73), กำไรสุทธิ 1Q19 ใกล้เคียงคาด Upside เริ่มจำกัด แนะนำถือ
(views 15)
กำไรสุทธิ 1Q19 (ต.ค.-ธ.ค. 18) ออกมาใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 1Q19 (ต.ค. – ธ.ค. 18) อยู่ที่ 6,376 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% Q-Q และ 2.5% Y-Y ต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ 6,515 ล้านบาทเล็กน้อย โดยกำไรที่โตแรง Q-Q ,มาจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season ของการท่องเที่ยว และค่าใช้จ่ายพนักงานที่ลดลงกลับสู่ระดับปกติ จากที่เร่งตัวใน 3Q18 (ก.ค. – ก.ย. 18) เพราะจ่ายโบนัสและปรับเพิ่มผลประโยชน์พนักงานประจำปี ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่โตเล็กน้อยเพราะรายได้ค่าธรรมเนียมผู้โดยสารยังถูกกระทบจากการชะลอของนักท่องเที่ยวจีน โดยโตเพียง 2.3% Y-Y อยู่ที่ 6,396 ล้านบาท อีกทั้ง อัตรากำไรจากการดำเนินก็ลดลงเหลือ 55.9% จาก 56.2% ใน 1Q18 เนื่องจากค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นจากการจัดโปรโมชั่นให้สายการบินช่วง Off Peak (02.00 – 06.59 น.)
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2019
VGI (BUY/20TP: 8.7), กำไร 3Q19 (สิ้นธ.ค.18) โตดีตามคาด
(views 28)
กำไรปกติ 3Q19 (สิ้นธ.ค.18) +18.9% Q-Q, +70.8% Y-Y ใกล้เราและตลาดคาด กำไรปกติ 3Q19 ที่ 309 ล้านบาท ใกล้เคียงเราคาด (ที่ 296 ล้านบาท) และตลาดคาดเป็น New High เพิ่ม 18.9% Q-Q, 70.8% Y-Y ตามรายได้รวมเพิ่ม 21.6% Q-Q, 50.2% Y-Y จากรายได้ธุรกิจหลักเดิม สื่อรถไฟฟ้า BTS +7.7% Q-Q, +4.9% Y-Y สื่อกลางแจ้งผ่าน MACO (VGI ถือหุ้น 32%) +13.0% Q-Q, 11.7% Y-Y และ Conso.รายได้จากบริษัท Trans Ad และ Roctec. (บริษัทย่อยของ MACO ทำธุรกิจให้บริการด้านการออกแบบติดตั้งระบบสื่อผสมและวางระบบ ) เต็มไตรมาสจากไตรมาสก่อนรับรู้ 2 เดือน แม้ Gross margin ลดลง 2.8% Q-Q, 7.9% Y-Y เนื่องจาก Trans Ad และ Roctec มี Gross margin ต่ำกว่า นอกจากนี้ มีกำไรรับรู้จากบริษัทร่วมเป็นบวกที่ 18 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนที่ 15 ล้านบาท (แต่ดีกว่า 3Q18 ที่ติดลบ 55 ล้านบาท) คาดจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการเข้าถือหุ้น 23% ใน Kerry TH เต็มไตรมาส (จากไตรมาสก่อนที่รับรู้ 2 เดือน) หักล้างจากคาดขาดทุนเพิ่มขึ้นของ Rabbit Group จากค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่ม จากการแข่งขันมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2019
ORI (BUY/19TP: 10.1), คาดกำไรปกติ 4Q18 แกร่ง ปี 2019 ปรับแผนรับตลาดที่ท้าทาย
(views 16)
คาดการณ์กำไรปกติ 4Q18 โตเด่น 48.5% Q-Q และ 14.5% Y-Y ทำจุดสูงสุดของปีที่ 950 ล้านบาท จากยอดโอนที่คาดแตะ 5.3 พันล้านบาท (+65% Q-Q, -4% Y-Y) ตามการเร่งรับรู้ Backlog โครงการใหญ่ Park24 เฟส 2 บวกกับเริ่มโอนคอนโดใหม่ 2 แห่ง ทำให้ทั้งปี 2018 คาดจบที่ 2.8 พันล้านบาท (+90% Y-Y) ส่วนปี 2019 ผู้บริหารมีมุมมองระมัดระวังขึ้น ปรับกลยุทธ์เน้น Real Demand ตั้งเป้ายอดขายโตเพียง 2% Y-Y ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท ผ่านการเปิดตัวใหม่ 15 โครงการ มูลค่า 2.75 หมื่นล้านบาทใกล้เคียงกับปีก่อน เราปรับประมาณการปี 2019 ลง 9% เป็น 3.24 พันล้านบาท (+13% Y-Y) บน Backlog ที่รองรับแล้ว 71% ซึ่งถือว่ายังโตเด่นกว่ากลุ่มที่ +7% Y-Y ทำให้ราคาเหมาะสมเป็น 10.10 บาท อิง PER 7.6x (ค่าเฉลี่ย -1SD) ด้วยสมมติฐานใหม่ไม่รวมผลการแปลงสภาพ ORI-W1 ขณะที่มูลค่าหุ้นปัจจุบันน่าสนใจ เทรดบน PE2019 ที่ 5.2x ต่ำกว่ากลุ่มที่ 8.2x และคิดเป็น PEG เพียง 0.4x พร้อมให้ผลตอบแทนปันผลสูงถึง 7% จึงคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2019
EPG (BUY/19TP: 12), กำไรปกติ 3Q19 +16.3% Y-Y เติบโต Y-Y เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส
(views 20)
กำไรปกติ 3Q19 (ต.ค.-ธ.ค. 2018) เติบโต Y-Y เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส หากไม่รวมกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรปกติ 3Q19 (ต.ค.-ธ.ค. 2018) อยู่ที่ 232.3 ล้นบาท +16.3% Y-Y เติบโต Y-Y เป็นไตรมาสแรกในรอบ 9 ไตรมาส แต่กำไรยังหดตัว 18.1% Q-Q เพราะธุรกิจในต่างประเทศ (ราว 67% ของรายได้รวม) อยู่ในช่วง Low season ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก (EPP) เริ่มฟื้นตัวในไตรมาสนี้ +4.5% Q-Q เป็น 568.3 ล้านบาท แม้ว่าจะยังต่ำกว่าในอดีตที่เคยมียอดขายไตรมาสละ 600+ ล้านบาท แต่ด้วยการหันมาทำตลาดใหม่ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์อาหารซึ่งการแข่งขันน้อยกว่า คำนึงถึงคุณภาพมากกว่า ทำให้ทั้งรายได้และ Gross margin เพิ่มขึ้น (จาก 15.0% ใน 2Q19 เป็น 15.6% ใน 3Q19) ขณะที่ทั้งรายได้และ Gross margin ในธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ (Aeroklas) และธุรกิจฉนวนยาง (Aeroflex) นอกจากจะอยู่ในช่วง Low season แล้ว ยังไม่ได้ประโยชน์จากราคาวัตถุดิบที่ปรับลงเพราะบริษัทมีสต็อกวัตถุดิบราคาเก่าที่สูงอยู่และน่าจะยังใช้ได้อีกประมาณ 1 ไตรมาส ส่วนรายได้จากธุรกิจ TJM เริ่มดีขึ้นเช่นกัน +3.6% Q-Q, +14.8% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
11
กุมภาพันธ์
2019
INTUCH (HOLD/19TP: 61), กำไร 4Q18 ถูกถ่วงจาก THCOM // ลดคำแนะนำเป็น “ถือ”
(views 30)
กำไร 4Q18 ถูกถ่วงจากทั้ง ADVANC และ THCOM INTUCH ประกาศกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1,847 ลบ. -31.7% Q-Q, +5.3% Y-Y แต่หากตัดรายการด้อยค่าสินทรัยพ์จาก THCOM ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 2,596 ลบ. -4.5% Q-Q, -8.7% Y-Y ซึ่งยังไม่สดใสโดยส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ยังลดลงจากรายได้ที่ยังโตต่ำในขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น ส่วน THCOM ยังถูกกดดันจากภาวะอุตสาหกรรมดาวเทียมที่ยังคงแย่จากความต้องการใช้งานที่ลดลง ส่งผลให้ปี 2019 INTUCH มีกำไรปกติจบที่ 11,764 ทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
08
กุมภาพันธ์
2019
ADVANC (HOLD/19TP: 200), กำไร 4Q18 ไม่โดดเด่นตามคาด ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ”
(views 27)
กำไร 4Q18 ออกมาไม่สดใสตามคาด ADVANC ประกาศกำไรปกติ 4Q18 ออกมาใกล้เคียงคาดที่ 6,710 ลบ. -3.1% Q-Q, -12.6% Y-Y โดยรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ในไตรมาสนี้ยังโตในระดับต่ำ +1.7% Q-Q, +3.3% Y-Y โดยเฉพาะธุรกิจ Mobile ที่โตเพียง +1.6% Q-Q, +1% Y-Y จากผลของ Fixed-speed Unlimited Package ที่ยังกดดัน ARPU และบดบัง Net Add ที่บวกแรงกว่า 5 แสนรายติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 ส่วนฝั่งต้นทุนต้องเริ่มรับรู้ค่าตัดจำหน่ายคลื่น 1800 MHz ล็อตใหม่เต็มไตรมาสรวมถึงค่าใช้จ่ายโครงข่ายและการตลาดที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวลงเหลือเพียง 40.9% ใน 4Q18 จาก 42.5% และ 45.1% ใน 3Q18 และ 4Q17 ตามลำดับ ซึ่งต่ำสุดในรอบ 9 ไตรมาส และส่งผลให้ทั้งปี 2018 มีกำไรปกติ 29,698 ลบ. -0.5% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
08
กุมภาพันธ์
2019
BBL (BUY/19TP: 245), ฐานเงินทุนและเงินฝากพร้อมรับสินเชื่อภาคการลงทุนที่ทิศทางดีขึ้น
(views 34)
คงราคาเหมาะสมปี 245 บาท อิง PBV 1.05 เท่า คงคำแนะนำ ซื้อ คาดการจ่ายเงินปันผลสำหรับ 2H18 ที่ 5.50 บาท (Payout 40.52%) คิดเป็น Yield 2.6% BBL นำเสนอแผนการเงินปี 2019 ซึ่งมีทิศทางเชิงบวกจากการเติบโตของสินเชื่อ (โดยเฉพาะการเติบโตสินเชื่อธุรกิจ) และแนวโน้ม NIM ที่น่าจะดีจากปี 2018 (คาดเกิดจากการเพิ่มขึ้น Loan yield และรักษาต้นทุนทางการเงินให้อยู่ในระดับต่ำ) เราคาดว่า BBL จะเป็นหนึ่งในผู้รับประโยชน์สูงสุดจากการขยายตัวของสินเชื่อภาคการลงทุนหลังการเลือกตั้ง เราคาดว่า BBL น่าจะเป็นธนาคารขนาดใหญ่ธนาคารเดียวที่น่าจะเห็น Net fee income มีการปรับขึ้น เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ขึ้นมาที่ 3.84 หมื่นลบ. +8.7% Y-Y น่าจะเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่มีกำไรปกติเติบโตสูงที่สุดในปี 2019
อ่านเพิ่มเติม
08
กุมภาพันธ์
2019
DELTA (HOLD/19TP: 79), คาดกำไร 4Q18-1Q19 สะดุด จึงปรับลดกำไรและราคาเป้าหมาย
(views 23)
แนวโน้มกำไร 4Q18 อาจไม่สดใส คาดลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y จากรายได้กลุ่มสินค้ามาร์จิ้นต่ำที่สูงขึ้น และเป็นตัวที่มีค่าใช้จ่ายสูง กอปรกับต้นทุนวัตถุดิบที่ยังสูงเพราะปัญหาขาดแคลนที่ยังมีอยู่บ้าง คาดจะกดดันอัตรากำไรจากการดำเนินงานระดับหนึ่ง โดยคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะโต 7.1% Y-Y หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุนและกำไรอัตราแลกเปลี่ยน คาดกำไรปกติจะอ่อนตัวลง -11% Y-Yแนวโน้มสถานการณ์นี้น่าจะยืดเยื้อต่อเนื่องมาใน 1Q19 และคาดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบจะทยอยดีขึ้นในระยะถัดไป แต่การเติบโตของรายได้ในปี 2019 ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากกลุ่มสินค้า Auto ที่ส่งออกไปจีนมากขึ้น ซึ่งมีมาร์จิ้นที่ไม่สูงนัก เราจึงปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2019 ลงจากเดิม 80 bps นำไปสู่การปรับลดกำไรปี 2019 ลง 6.8% เป็นการกลับมาการเติบโต 10% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 79 บาท จากเดิม 82 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ทั้งนี้ยังอยู่ระหว่างรอทำ Tender Offer ของ Delta Taiwan ล่าสุดกำลังขอความเห็นชอบจากหน่วยงานราชการของจีนเรื่องการควบรวมกิจการ คาดจะใช้เวลาอีกราว 2 เดือน ราคาหุ้นน่าจะยังแกว่งตัวใกล้เคียงกับราคา Tender ที่ 71 บาท/หุ้น และด้วยแนวโน้มกำไรที่ไม่สดใสใน 4Q18 – 1Q19 จึงแนะนำเป็น ถือรับปันผล จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
06
กุมภาพันธ์
2019
BAY (BUY/19TP: 44.6), ปี 2019 กรุงศรีฯบุกสินเชื่อรายใหญ่
(views 42)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหารให้เป้าหมายทางการเงินปี 2019 ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในการคาดการณ์ของเรา เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 ที่ 2.5 หมื่นลบ. +0.8%Y-Y กำไรปี 2019 ที่คาดว่าจะทำได้เพียงใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจากแนวโน้ม Loan yield ที่ลดลง ประมาณการกำไรดังกล่าวยังไม่รวมกำไรจากการขายบริษัทเงินติดล้อ คาดว่าจะบันทึกกำไรจากการขายได้ภายใน 1H19 ซึ่งในเบื้องต้นเราคาดการณ์ว่าน่าจะมีกำไรจากการขายหลังหักภาษีที่ราว 2-4 พันลบ. และยังไม่รวมกำไรจากการตีมูลค่าหุ้นจากการเปลี่ยนแปลงการบันทีกบัญชี จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม หรือเงินลงทุน คงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 44.60 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
06
กุมภาพันธ์
2019
SC (BUY/19TP: 3.7), คาดงบ 4Q18 เด่นสุดของปี Valuation น่าสนใจพร้อมปันผลสูง
(views 31)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q18 โตแกร่ง 81% Q-Q และ 27% Y-Y ที่ 708 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส จากยอดโอนที่คาดแตะระดับ 5 พันล้านบาท (+44% Q-Q, +14% Y-Y) จากการโอนแนวราบที่ไปได้ดี และเร่งส่งมอบคอนโดใหญ่อย่าง Saladaeng One และ Beatniq ทำให้กำไรปี 2018 คาดจบที่ 1.8 พันล้านบาท (+43% Y-Y) ส่วนภาพปี 2019 คาดกำไรขยายตัวต่อ 10% Y-Y ที่ 1.98 พันล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากความสำเร็จจากการเน้นขายโครงการแนวราบที่บริษัทถนัด และเริ่มโอนคอนโดอีก 2 แห่ง มูลค่ารวม 9.5 พันล้านบาท เราปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 3.70 บาท โดยปรับลด PER เป็น 7.7x อิงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 4 ปี -0.5SD เพื่อสะท้อนตลาดอสังหาที่ท้าทายขึ้น แต่ยังแนะนำซื้อ จากมูลค่าหุ้นปัจจุบันที่น่าสนใจ ซื้อขายบน PE2019 เพียง 6x เทียบกับกลุ่มที่ 8x ไม่สอดคล้องกับการเติบโตของกำไรปีนี้ที่เด่นกว่ากลุ่ม พร้อมคาดให้ผลตอบแทนปันผลสูงถึง 6%
อ่านเพิ่มเติม
01
กุมภาพันธ์
2019
EA (BUY/19TP: 65), คาดกำไร 4Q18 ไม่น่าตื่นเต้นเพราะยังไม่มีกำลังการผลิตชุดใหม่
(views 40)
แนวโน้มกำไรใน 4Q18 ยังไม่น่าตื่นเต้นเมื่อเทียบกับ 3Q18 เพราะกำลังการผลิตไฟฟ้ายังคงเท่าเดิม มีผลกระทบจากฤดูกาลบ้างสำหรับโรงไฟฟ้าโซลาร์และลม แต่ไม่มีนัยสำคัญ เราคาดกำไรสุทธิ 1,180 ล้านบาท -7% Q-Q, +31% Y-Y และกำไรสุทธิจบปี 2018 ที่ 5,386.8 ล้านบาท +41% Y-Y ซึ่งรวมกำไรทางบัญชีจากการเปลี่ยนแปลงฐานะของ Amita จากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยใน 1Q18 หากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติปี 2018 คาดที่ 4,326.7 ล้านบาท +15% Y-Y การเติบโตของกำไรจะสูงขึ้นตั้งแต่ 1Q19 ที่กำลังการผลิตชุดสุดท้าย 260MW ทยอยเข้ามา เราคาดกำไรสุทธิปีนี้ +20% Y-Y แต่กำไรปกติ +49% Y-Y เป็น 6,465.6 ล้านบาทมาจากการรับรู้รายได้เต็มปีของโรงไฟฟ้าพลังลม 260MW บวกกับธุรกิจจำหน่ายรถ EV สถานีบริการชาร์จไฟรถยนต์ และโครงการ Green Diesel สำหรับธุรกิจ Battery storage จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงปลายปีนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ Norm PE 27.4 เท่า คิดเป็น PEG 1.1 เท่า ถูกไปสำหรับบริษัทที่อยู่ในช่วงเติบโต ยังคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 65 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
กุมภาพันธ์
2019
KTB (BUY/19TP: 23), ค่าใช้จ่ายลงทุน IT กดดันกำไร
(views 29)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลง 8% จากแนวโน้มค่าใช้จ่ายการลงทุนด้านเทคโนโลยีและเพิ่มทักษะพนักงานที่สูงกว่าคาด โดยเราปรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานขึ้น 6% ซึ่งส่งผลต่อ Cost to income ratio ปรับขึ้นจากเดิม 45% เป็น 47.7%, ปรับลดรายได้ค่าธรรมเนียม เป็น -5% จากผลกระทบของรายได้การโอนเงินที่จะเริ่มส่งผลมากขึ้นในปีนี้ และปรับลดคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อ เป็น 5% ประมาณการดังกล่าวยังไม่รวมรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์ AQ ที่น่าจะเกิดขึ้นใน 1Q19 ซึ่งน่าจะแต่น่าจะเป็นบวกกว่าลบ และยังไม่รวมการตั้งสำรองฯเกณฑ์เกษียณอายุพนักงาน แนะนำ ซื้อลงทุน จาก Valuation ที่น่าสนใจและคาด Dividend yield ราว 4% คงราคาเหมาะสม 23 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
กุมภาพันธ์
2019
THANI (BUY/19TP: 10), ปี 2019 กำไรน่าจะยังเห็น New High
(views 35)
เราคงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 10 บาท ประมาณการกำไรปี 2019 ปรับขึ้นเป็น 1.82 พันลบ. +11%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นการปรับลดรายการการตั้งสำรองฯลง จากคาดการณ์เดิมที่ 0.9% ของสินเชื่อเป็น 0.65% ของสินเชื่อเนื่องจากสำรองทั่วไปฯเพื่อรองรับเกณฑ์ IFRS 9 เพียงพอแล้วและยังมีส่วนเกินรอการกลับรายการด้วย นอกจากนี้ เราคาดว่าบริษัทยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยในระดับที่ต่ำกว่า 20% และสินเชื่อที่มีแนวโน้มเติบโตต่ออีกราว 8-10% ในปี 2019 แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายเดิม 10 บาท คาดจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.28 บาท Yield 4%
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2019
FTE (BUY/19TP: 3.5), แนวโน้มกำไร 4Q18 โดดเด่น ปีนี้จะโตจากตลาดใหม่และบาทแข็ง
(views 25)
เราคาดกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% Q-Q และ 13% Y-Y จากการรับรู้รายได้งานโครงการที่เป็นส่วนติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงให้โรงงานปิโตรเคมี ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ FTE เพิ่งเจาะตลาดสำเร็จใน 2H18 อีกทั้งยังมีการรับรู้รายได้จากกลุ่มลูกค้าเดิมที่เลื่อนจาก 1H18 ถ้ากำไร 4Q18 เป็นไปตามคาด จะทำให้กำไรทั้งปี 2018 จบทรงตัว Y-Y ที่ 130 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นโมเมนตัมที่ดี เมื่อเทียบจากกับ 9M18 ที่กำไรยังชะลอ 6% Y-Y เหลือ 89 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มกำไรสุทธิปี 2019 เราคาดโต 10% Y-Y อยู่ที่ 142 ล้านบาท แม้รายได้จากงานขายจะชะลอตามภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่งานโครงการจะเร่งตัวขึ้นจาก (1) งานของ กฟผ. ที่เลื่อนมาเข้าปีนี้ 100 ล้านบาท (2) งานโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐฯ (3) กลุ่มลูกค้าโรงงานที่เป็นตลาดใหม่ ราคาปัจจุบันคิดเป็น PE2019 เพียง 9 เท่า และให้ปันผลสูงถึง 10% เราจึงแนะนำซื้อ ประเมินราคาเป้าหมายปี 2019 ได้เท่ากับ 3.50 บาท อิง PE Multiplier 15 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2019
VGI (BUY/20TP: 8.7), คาดกำไร 3Q19 (สิ้นธ.ค.18) ยังโตสูงต่อเนื่อง แม้น้อยกว่าเคยคาด
(views 24)
คาดกำไรปกติ 3Q19 (สิ้นธ.ค.18) โตต่อเนื่อง 13.7% Q-Q, 63.4% Y-Y จากรายได้สื่อหลักเดิมเพิ่ม Conso. รายได้ธุรกิจใหม่ในกลุ่มและรับรู้กำไรจาก Kerry TH (VGI ถือหุ้น 23%) เต็มไตรมาส แม้ Gross margin ลดลงจากธุรกิจใหม่ และมีขาดทุนจาก Rabbit มากขึ้น นับเป็นกำไรที่น้อยกว่าที่เคยคาด ทำให้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019 (สิ้นมี.ค.2019) ลง 11% และปี 2020 ลงเล็กน้อย 3% ยังเป็นกำไรโตสูงใน 3 ปีข้างหน้า จากการประสานและเกื้อกูลกันระหว่างธุรกิจสื่อนอกบ้าน Online และ Logistics ผ่าน Kerry TH และโอกาสขยายตัวมากกว่าคาด จากการรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2019
SAPPE (BUY/19TP: 24), คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 1H19
(views 64)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 4Q18 อาจกลับมาโตได้ Q-Q และ Y-Y แต่ไม่สดใสนักเพราะปกติเป็น Low Season อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ดีขึ้นคือ ต้นทุนเม็ดพลาสติกเริ่มลดลงและส่งผลบวกต่อบริษัทในเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา รวมถึง All Coco พลิกกลับมามีกำไรได้อีกครั้ง จากต้นทุนมะพร้าวที่ถูกลง แต่ด้วยผลประกอบการที่ไม่สดใสในช่วง 3Q18 จึงคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะหดตัวราว -5.1% Y-Y ทั้งนี้ต้นทุนเม็ดพลาสติกที่ถูกลงจะส่งผลบวกเต็มไตรมาสตั้งแต่ 1Q19 น่าจะช่วยหนุนผลประกอบการในช่วง 1H19 ที่เป็น High Season กลับมาฟื้นตัวได้ดี และวานนี้บริษัทแจ้งตลาดฯเข้าลงทุนใน All Coco เพิ่มเป็น 51% จากเดิม 40% ถือเป็นบวก เพราะคาดปีนี้ All Coco จะพลิกกลับมามีกำไร และประกาศเข้าร่วมทุนกับ Danone บริษัทเครื่องดื่มรายใหญ่ของฝรั่งเศส เพื่อทำธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในไทย โดย SAPPE จะเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 25% เรามองเป็นกลาง และอยู่ระหว่างรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมจากทางบริษัท จึงยังไม่รวมดีลนี้ไว้ในประมาณการ ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2019 ขึ้นเล็กน้อย 2% เป็นการกลับมาเติบโตราว 7.8% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 24 บาท จากเดิม 23 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) ยังมี Upside 27.7% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2019
PTTEP (BUY/19TP: 150), กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาดจากรายการพิเศษ กำไรปกติดีตามคาด
(views 31)
กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาดจากรายการพิเศษทางภาษีราว US$ 128 ล้าน PTTEP รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 8,834 ลบ. (-15% Q-Q, -6% Y-Y) ต่ำคาดจากรายการพิเศษที่ทำให้ภาษีจ่ายสูงผิดปกติ ได้แก่ 1. การบันทึก deferred tax liability ของโครงการซอติก้าจำนวน US$74 ล้าน 2. รายการตัดจำหน่าย deferred tax asset ของโครงการมอนทาราจำนวน US$54 ล้านเนื่องจากไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้และมีการขายแหล่งมอนทาราทำให้เกิดขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ และ 3. กำไรจากอนุพันธ์ทางการเงิน หากหักรายการพิเศษออกไป กำไรปกติก่อนภาษีจะอยู่ที่ 16,264 (+8% Q-Q, +39% Y-Y) ใกล้เคียงคาด กำไรที่ดีขึ้นมาจากปริมาณขายใน 4Q18 ที่เพิ่มขึ้นเป็น 320,905 BOEPD (+5% Q-Q, +3% Y-Y) และราคาขายเฉลี่ยขยับขึ้นมาที่ US$47.79/บาร์เรล (+1%Q-Q, +15%Y-Y) ตามราคาก๊าซที่เพิ่มขึ้นตามหลังน้ำมันดิบราว 6 เดือน ส่วนกำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 36,206 ลบ. (+76% Y-Y) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายการ Impairment แหล่งมอนทารา และถ้าหักรายการพิเศษออก กำไรปกติก่อนภาษีจะอยู่ที่ 60,038 ลบ. (+42% Y-Y) ซึ่งใกล้เคียงกับที่เราคาด
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2019
BAFS (BUY/19TP: 40), ท่อส่งน้ำมันไม่ฉุดกำไรมากนัก กำไรปีนี้พักฐานก่อนจะพุ่งปีหน้า
(views 28)
แนะนำซื้อ BAFS ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 40 บาท ปัจจัยหนุนระยะสั้นคือคาดการณ์กำไร 4Q18 ที่ยังโตดี 11% Y-Y อยู่ที่ 183 ล้านบาท ตามจำนวนเที่ยวบินที่โต 5% Y-Y และธุรกิจท่อส่งน้ำมันของ FPT ดำเนินการได้ปกติ ส่วนระยะยาวจะได้แรงหนุนตามการเติบโตของภาคท่องเที่ยว การขยายสนามบินทั้งสุวรรณภูมิและอู่ตะเภา รวมถึงการให้บริการท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือ แม้ปีนี้เราคาดกำไรสุทธิชะลอ 8% Y-Y เหลือ 968 ล้านบาท เพราะเริ่มให้บริการท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือเฟสแรกใน 2Q19 และเฟส 2 ใน 4Q19 ซึ่งเป็นปกติที่ค่าเสื่อมจะมากกว่ารายได้ในช่วงต้น แต่คาดว่ากำไรสุทธิจะกลับมาโต 8% Y-Y อยู่ที่ 1,048 ล้านบาทในปี 2020 โดยค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ยจ่ายโครงการท่อขนส่งน้ำมันไม่ได้เป็นภาระมากนัก เนื่องจากตัดตามอายุโครงการนานถึง 30 ปี และดอกเบี้ยที่ได้ก็อยู่ในระดับต่ำมากด้วย ราคาหุ้ปัจจุบันคิดเป็น PE2019 ที่ 22 เท่า แต่จะลดเหลือ 20 เท่าในปี 2020 และ 19 เท่าในปี 2021 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 22 เท่า จึงถือว่าไม่แพงสำหรับการลงทุนใน 1-3 ปีข้างหน้า
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2019
CK (BUY/19TP: 33), กำไร 4Q18 กลับสู่ระดับปกติ ราคาหุ้นยัง Laggard
(views 31)
เราคาดกำไรปกติ 4Q18 ที่ 315 ล้านบาท ดีขึ้นจาก 4Q17 ที่ขาดทุนจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ แต่ลดลง 46% Q-Q จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่อ่อนตัวตามปัจจัยฤดูกาล และไม่มีเงินปันผลรับ เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2018-19 ที่ 1.76 พันล้านบาท (+17% Y-Y) และ 1.95 พันล้านบาท (+11% Y-Y) แม้มีความเสี่ยงจากความล่าช้าของกรอบเวลาประมูลหลังการเลือกตั้ง อาจส่งผลให้รายได้ปี 2019 มีโอกาสต่ำกว่าที่เราคาด แต่การเติบโตของเงินลงทุนในบริษัทลูกจะเข้ามาช่วยหนุนให้กำไรปกติเพิ่มขึ้นได้แม้ในกรณีเลวร้ายที่ไม่มีรายได้จากงานใหม่ขณะที่ตั้งแต่ 23 ม.ค. 2019 ที่ประกาศวันเลือกตั้ง ราคาหุ้น CK ปรับขึ้นเพียง 3% Laggard STEC และ UNIQ ที่ +7% และ +6% ตามลำดับ รวมถึงต่ำกว่า NAV ของบริษัทลูกที่ 40 บาท/หุ้น จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 33 บาท พร้อมแนะจับตาผลเจรจารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินกลางก.พ. 2019 หากกลุ่ม CP ชนะจะหนุนให้ Backlog ของ CK แตะแสนล้านบาทอีกครั้งในรอบ 4 ปี
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2019
TCAP (BUY/19TP: 60), เป็นธนาคารเดียวที่มีกำไร 4Q18 ที่ดีกว่าคาดและเราปรับประมาณการขึ้น
(views 28)
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ขึ้น 5% เป็น 7 พันลบ. สะท้อนฐานรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ดีกว่าคาดในปีก่อน และ Spread ที่มีทิศทางเพิ่มขึ้น เราคาดว่าโมเมนตัมนี้ยังคงต่อเนื่องในปี 2019 เนื่องจากสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยที่เพิ่มขึ้นและเป็นการเพิ่มจากสินเชื่อที่เป็น High-yield อย่างไรก็ตามสังเกตว่ากำไรสุทธิจะเห็นการชะลอตัวลง 10% Y-Y เนื่องจากในปี 2019 TBANK จะกลับมาจ่ายภาษีเต็มปี ในระยะสั้นกลุ่มแบงก์รวมถึง TCAP อาจถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับการเกษียณอายุพนักงานที่น่าจะเกิดขึ้นใน 1Q19 สำหรับ TCAP จะมีค่าใช้จ่าย One-time เป็นจำนวนราว 700 ลบ มีผลต่อกำไรสุทธิประจำไตรมาสราว 30% ซึ่ง ผบห. แจ้งว่าได้รวมในแผนงานประจำปีไปแล้ว เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ เราปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 60 บาท (เดิม 58 บาท) แนะนำ ซื้อลงทุน เราคาดจ่ายปันผลจากกำไร 2H18 อีก 1.30-1.40 บาทต่อหุ้น yield~ 2.5%
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2019
SPRC (BUY/19TP: 13), ขาดทุน Stock loss หนักใน 4Q18 แต่น่าจะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว
(views 38)
เราคาดผลประกอบการ 4Q18 พลิกมาขาดทุน 3,120 ลบ. สาเหตุหลักมาจาก Stock loss ราว 3,689 ลบ. ประกอบกับค่าการกลั่นที่คาดว่าจะลดลงเหลือ US$4.2/บาร์เรล (-18% Q-Q, -24% Y-Y) เราปรับคาดการณ์กำไรปี 2018 ลงเป็น 3,167 ลบ. (-64% Y-Y) ในขณะที่กำไรปี 2019 คาดว่าจะฟื้นกลับมาที่ 5,264 ลบ. (+66% Y-Y) บนสมมติฐานค่าการกลั่นจะฟื้นกลับมาจากมาตรการ IMO ที่จะทำให้ค่าการกลั่นปรับสูงขึ้น และโอกาสในการปรับลดกำลังการผลิตของโรงกลั่นเนื่องจากเริ่มไม่คุ้มต้นทุนการผลิต แม้เราปรับราคาเหมาะสมลงเหลือ 13.0 บาท (อิง EV/EBITDA ที่ 6.2 เท่า) จากเดิม 16.70 บาท ตามประมาณการกำไรที่ลดลงจาก Stock loss และแผนการหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ในปีนี้ แต่ยังคงแนะนำ ซื้อ จากแนวโน้มกำไรที่น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แม้จะคาดปันผลงวด 2H18 ที่ 0.20 บาท/หุ้น คิดเป็น yield เพียง 2% แต่เชื่อว่าจะกลับมาให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลได้ราว 7.6% ต่อปีในปีนี้
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2019
EPG (BUY/19TP: 12), คาดกำไร 3Q19 ชะลอ Q-Q เพราะ low season ในต่างประเทศ
(views 35)
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q19 (ต.ค.-ธ.ค. 2018) -12.2% Q-Q เป็น 230 ล้านบาทเพราะธุรกิจในต่างประเทศเผชิญกับ low season ขณะที่ธุรกิจ EPP ที่พึ่งกำลังซื้อในประเทศ ทยอยฟื้นตัวแต่ยังไม่ได้ประโยชน์จากราคาวัตถุดิบที่ปรับลงเพราะยังมีสต็อกเก่าในราคาสูงและจะยังมีใช้ถึงไตรมาสหน้า ซึ่งทำให้กำไรปกติทั้งปี 2019 (สิ้นสุด มี.ค. 2019) คาดว่าจะฟื้นเพียง 8% เป็น 1.1 พันล้านบาทยังต่ำกว่าปีที่ดีที่สุดที่เคยทำได้ 1.4 พันล้านบาท เราคาดว่ากำไรของ EPG จะฟื้นตัวเต็มที่ตั้งแต่งวดปีบัญชี 2020 (เม.ย. 2019 - มี.ค. 2020) เพราะเหลือเพียงธุรกิจ EPP ที่เริ่มมีสัญญาณดีขึ้นและ TJM ที่ใกล้ปรับโครงสร้างแล้วเสร็จ และได้ประโยชน์เต็มที่จากวัตถุดิบล๊อตใหม่ในราคาต่ำลง คงราคาเป้าหมายที่ 12 บาท แนะนำซื้อรอการฟื้นตัว
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2019
KKP (BUY/19TP: 76), ถึงเวลาหุ้นปันผล
(views 28)
การประชุมเมื่อวานนี้ ธนาคารได้เปิดเผยแผนการดำเนินงานปี 2019 โดยรวมยังเห็นการชะลอตัวของธุรกิจทั้งในแง่ของสินเชื่อ Spread และรายได้ค่าธรรมเนียม เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลงเป็น 5.9 พันลบ. (-2%Y-Y) จาก Loan spread และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ชะลอลงกว่าคาด เราคาดจ่ายเงินปันผลจาก 2H18 หุ้นละ 3 บาท yield 4.4% หรือราว 7.4% ต่อปี ราคาเหมาะสมปี 2019 ปรับลดลงเป็น 76 บาท (เดิม 81 บาท) ราคาล่าสุดยังมี Upside + Dividend Yield ที่น่าสนใจ จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
28
มกราคม
2019
MAJOR (BUY/19TP: 27), คาดกำไรปกติ 4Q18 กลับมาโตแรง
(views 35)
คาดกำไรปกติ 4Q18 กลับมาโตแรง 42.0% Q-Q และ 9 เท่าตัว Y-Y จากฐานต่ำใน 4Q17 ที่มีผลกระทบงานพระราชพิธีราว 1 เดือน และหนังทำเงินหลายเรื่อง ทั้งหนังไทย “นาคี 2” และหนังฮอลลีวู๊ด อย่าง “Aquaman”, “Venom”, Fantastic Beast 2 แม้มีค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มมากรวม One-time และปรับลดคาดการณ์กำไรปกติปี 2018-2019 เล็กน้อย 2-4% แต่ยังโตดี 14.7% และ 12.7% ตามลำดับ จากหนังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในช่วง 2Q ที่เป็นหน้าหนัง และการขยายโรงหนังโดยเน้นควบคุมต้นทุนมากขึ้น ราคาเป้าหมายปี 2019 ปรับลงเป็น 27 บาท จากเดิม 28.50 บาท (DCF) ยังมี Upside 17% และเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลค่อนข้างสม่ำเสมอในอัตราใช้ได้ระดับ 5% (คาดจ่ายงวด 2H18 @0.6 บาท yield 2.5%) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
มกราคม
2019
GLOBAL (BUY/19TP: 22), คาดกำไร 4Q18 จะอ่อนลงตามฤดูกาล และกลับมาสดใสใน 1H19
(views 30)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q18 จะอ่อนตัวลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่คาดเติบโตได้ดี Y-Y จาก SSSG น่าจะบวกสูงราว 9.5% Y-Y และมีการเปิดสาขาใหม่ 4 แห่ง (3 ไทย และ 1 กัมพูชา) ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอาจอ่อนตัวลงตามราคาเหล็กที่อ่อนตัวลง แนวโน้มกำไร 1Q19 จะกลับมาเติบโตดี ตามปัจจัยฤดูกาล ซึ่งปกติช่วง High Season ของบริษัทจะอยู่ใน 1H อยู่แล้ว ล่าสุด SSSG เดือน ม.ค. ยังบวกต่อ และด้วยมุมมองการฟื้นตัวของกำลังซื้อในต่างจังหวัดในปีนี้ คาด SSSG ทั้งปียังบวกได้ต่อเนื่อง และมีแผนเปิดสาขาใหม่อีก 6-7 แห่งในไทย กอปรกับตั้งเป้าสาขาในกัมพูชาจะถึงจุดคุ้นทุนภายใน 4Q19 คาดกำไรสุทธิปี 2018 – 2019 เติบโต 25.7% Y-Y และ 21.9% Y-Y ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายเท่ากับ 22 บาท (DCF) ยังมี Upside 18.3% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2019
M (HOLD/19TP: 79), คาดกำไร 4Q18 โตดี และน่าจะโตต่อเนื่องในปี 2019
(views 32)
แนวโน้มกำไร 4Q18 จะโตทั้ง Q-Q และ Y-Y ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 703 ล้านบาท เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ และคาดไม่มีค่าใช้จ่ายโบนัสพิเศษเหมือนในปีก่อน จึงคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะเติบโตได้ราว 10.1% Y-Y ระยะสั้นในช่วง 1Q19 คาดบริษัทจะมีการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้นตามกฏหมายแรงที่เพิ่มค่าชดเชยให้กับพนักงานอายุงานเกิน 20 ปี เป็น 400 วัน แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่เป็น One-time และ Non-cash ส่วนปัจจัยหนุนการเติบโตในปีนี้จะมาจากทั้ง SSSG ที่คาดกลับมาฟื้นตัวได้มากขึ้นและการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง ถึงแม้แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบอาหารจะปรับตัวสูงขึ้นทั้งเป็ดและหมู แต่บริษัทได้มีการปรับขึ้นราคาอาหารเพื่อรองรับต้นทุนดังกล่าวไปแล้วในช่วงปลายปีที่ผ่านมา คาดจะกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นจำกัด เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2019 ไว้ที่ 2.9 พันล้านบาท โต 8.6% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 79 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) มี Upside 6% ยังคงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2019
PLANB (BUY/19TP: 8.2), คาดกำไร 4Q18 โตเล็กน้อย Q-Q แต่แรง Y-Y
(views 42)
คาดกำไร 4Q18 ยังดีเป็นระดับสูงสุดของปี เพิ่มเล็กน้อย 2.7% Q-Q จากค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง แต่โตแรงเท่าตัว Y-Y จากฐานต่ำใน 4Q17 ที่มีผลกระทบจากงานพระราชพิธีราว 1 เดือน การใช้กำลังผลิตสื่อโฆษณาที่บริษัทได้พัฒนาในปีก่อนๆ มากขึ้น การขยายพื้นที่สื่อโฆษณาเพิ่มขึ้น และการขยายตัวของตลาดโฆษณาสื่อนอกบ้านดีกว่าตลาดรวมต่อเนื่อง ทำให้มี Upside ของประมาณการกำไรในปี 2018-2019 ที่เดิมคาดโต 35% และ 22% ตามลำดับ ขณะที่การลงทุน 19.48% ใน BMN บ.ย่อยของ BEM ที่ทำธุรกิจสื่อในรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เป็นบวกระยะยาวเนื่องจากจะเพิ่มโอกาสได้บริหารสื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนขยายในอนาคต โอกาสลงทุนเพิ่มในต่างประเทศ รวมทั้ง Sentiment บวก ตามความคืบหน้าของการเลือกตั้ง ขณะที่ราคาหุ้นยังมี Upside สูงถึง 38% จากราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 8.20 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2019
AOT (BUY/19TP: 73), แนวโน้มกำไร 1Q19 ยังสวย ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็หนุนสนามบิน
(views 35)
เรายังแนะนำซื้อ แม้ว่าราคาหุ้นปัจจุบันจะเหลือ Upside ไม่ถึง 10% เมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 73 บาท แต่เพราะเรายังไม่ได้รวมส่วนเพิ่มจากการประมูลพื้นที่ Duty Free รอบใหม่ของสนามบินสุวรรณภูมิทั้งส่วนพื้นที่เดิมและ Satellite ซึ่งคาดว่า TOR จะออกปลาย ก.พ. 19 และจะเปิด Upside ให้กับ AOT อีกพอควร ขณะที่ ระยะสั้น จะได้แรงหนุนจากคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q19 (ต.ค.-ธ.ค. 18) ที่จะโดดเด่น 24% Q-Q และ 5% Y-Y อยู่ที่ 6,515 ล้านบาท เพราะจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารมีการเติบโต เสริมด้วยการจัดโปรโมชั่นช่วง Off Peak ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 18 – 31 มี.ค. 19 เรายังคงคาดกำไรทั้งปีนี้ (ต.ค. 18 – ก.ย. 19) ที่ 27,133 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% Y-Y และจะโตต่ออีก 11% Y-Y อยู่ที่ 30,125 ล้านบาทในปี 2020 จากการเปิดอาคาร Satellite ในแง่ของ Valuation ถือว่าไม่ถูกเมื่อเทียบกับสนามบินภูมิภาค แต่ก็สมเหตุสมผลเพราะการเติบโตไม่หยุดแค่นี้ และความผันผวนของกำไรรวมถึงความเสี่ยงทางการเงินก็ต่ำกว่ามากเช่นกัน
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2019
BJC (BUY/19TP: 66), คาดกำไร 4Q18 จะดีกว่าที่เคยคาด และทำจุดสูงสุดใหม่
(views 34)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q18 ดูดีกว่าที่เคยคาด และน่าจะทำจุดสูงสุดใหม่ มาจากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ โดย BIGC ยังมี SSSG เป็นบวกต่อเนื่อง และมีลูกค้ากระป๋องมีคำสั่งซื้อฟื้นกลับมา ภายหลัง Repackaging แล้วเสร็จ ส่วนธุรกิจ Consumer และ Healthcare and Technical เติบโตได้ตามช่วง High Season ของธุรกิจ ส่วนอัตราภาษีจ่ายคาดลดลงกลับสู่ระดับปกติ และน่าจะรับรู้ในอัตราที่ลดลงได้เต็มปีในปี 2019 รวมถึงคาดรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2019 จะยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ การเปิดสาขาใหม่ และการปรับลดลงของต้นทุนการผลิต Packaging กอปรกับอัตราการใช้กำลังการผลิตโรงแก้วแห่งใหม่ได้เต็มปี ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 3% เป็นการเติบโต 23.8% Y-Y จากเดิมคาดโต 20.4% Y-Y แต่ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ไว้ตามเดิม เป็นการเติบโตราว 13.7% Y-Y ทั้งนี้ประมาณการของเราถือว่ามี Downside หากอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปีนี้ 3.8 หมื่นล้านบาท ปรับขึ้นมากกว่า โดยอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นทุกๆ 1% จะกระทบกำไร 4% อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าผลกระทบจะไม่มาก เพราะบริษัทมีแผนลดหนี้อยู่แล้ว จึงยังคงราคาเป้าหมายที่ 66 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมาก ยังมี Upside 38.9% ยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2019
RS (BUY/19TP: 18), คาดกำไรปกติ 4Q18 ฟื้นต่อเนื่อง 21% Q-Q สูงสุดของปี
(views 26)
คาดยอดขายสินค้าธุรกิจ MPC ใน 4Q18 กลับมาแกร่ง ฟื้นจากไตรมาสก่อนที่ยังได้ผลกระทบจากการปราบสินค้าเครื่องสำอางอาหารเสริมเถื่อนตั้งแต่กลาง 2Q18 มียอดขายสินค้าใหม่ๆ และการทำ Grand sales ช่วงปลายปี และคาดรายได้ทีวีช่อง 8 ก็ฟื้นจากไตรมาสก่อน ทำให้คาดกำไรปกติ 4Q18 สูงสุดของปี ฟื้นต่อเนื่อง 20.6% Q-Q และประมาณการกำไรปกติปี 2018 มี upside 3% จากเดิมคาดโต 35% และคงคาดปีนี้โตอีก 34% ราคาหุ้นขึ้นมา 8% ในช่วง 1 เดือน แต่ยังมี Upside 15% จากเป้าหมายปี 2019 ที่ 18 บาท และส่วนเพิ่ม 1.50 บาท ที่ Best case จากแผนเยียวยาทีวีดิจิตอลจากเงินประมูลคลื่น 700 MHz ของกสทช. ในปีนี้ แต่ยังไม่แน่นอน คงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 18 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2019
SPALI (BUY/19TP: 22.5), 4Q18 ยอดโอนเด่น หนุนกำไรทำจุดสูงสุดใหม่
(views 27)
คาดกำไรปกติ 4Q18 แตะระดับ 2.1 พันล้านบาท ทำ New High โตแกร่ง 70% Q-Q และ 24% Y-Y หนุนจากยอดโอนที่คาดเร่งขึ้นเป็น 9.1 พันล้านบาท (+56% Q-Q, +21% Y-Y) จากแนวราบที่ไปได้ดี และการเริ่มโอน 3 คอนโดใหม่ ส่วนปี 2019 บริษัทตั้งเป้าระมัดระวังขึ้น สะท้อนยอดขายที่คาดโตลดลงที่ +5% Y-Y เป็น 3.3 หมื่นล้านบาท เทียบกับการเปิดโครงการใหม่ 4 หมื่นล้านบาท (+54% Y-Y) ซึ่งถือว่ายังสอดคล้องกับประมาณการกำไรปี 2019 ของเราที่ 5.9 พันล้านบาท (+12% Y-Y) บน Backlog secured 49% เราปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 22.50 บาท โดยปรับลด PER เป็น 8.2x อิงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี -0.25SD เพื่อสะท้อนตลาดอสังหาที่ท้าทายขึ้น, การแข่งขันสูง และลูกค้าจีนที่ชะลอตัว แต่ยังแนะนำซื้อ จากการเติบโตของกำไรปี 2019 ที่เด่นกว่ากลุ่ม และได้รับผลกระทบไม่มากจากมาตรการธปท. นอกจากนี้ Valuation น่าสนใจ ราคาหุ้นเทรดบน PE2019 เพียง 6.8x (ค่าเฉลี่ย-2.5SD) และให้ปันผล 5-6% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2019
TMB (BUY/19TP: 2.58), แผนปี 2019 ยังค่อนข้าง conservative
(views 32)
TMB เปิดเผยแผนปี 2019 ผู้บริหารยังมอง conservative คาดการทำธุรกิจแบงก์ยากขึ้น เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลง จากฐานรายได้ค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าคาดใน 2018 และแผนกลยุทธ์ที่ระมัดระวัง เราประเมินราคาเหมาะสมใหม่ที่ 2.58 บาทสะท้อนการปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 แม้ราคายังมี upside แต่เราชอบแบงก์ใหญ่มากกว่า ทั้ง KBANK และ BBL
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
CAZ (IPO: 3.9/19TP: 5.5), เติบโตตามการลงทุนด้านพลังงานของประเทศ
(views 31)
CAZ ให้บริการรับเหมาก่อสร้างครบวงจร รับเหมาก่อสร้างติดตั้งโครงสร้างและระบบ รวมถึงงานบริการด้านวิศวกรรมโยธาและอาคารที่มีความซับซ้อน มีกลุ่ม PTT เป็นลูกค้าเพียงกลุ่มเดียวซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง การเพิ่มทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มฐานเงินทุนเพื่อรองรับการประมูลงานขนาดใหญ่ในอนาคตที่มีแนวโน้มจะมากขึ้นตามแผนลงทุนของกลุ่มพลังงานและปิโตรฯของไทยหลังจากขาดการลงทุนขนาดใหญ่มานาน ปัจจุบันบริษัทมี Backlog ราว 3 พันลบ.รองรับประมาณการรายได้ในปี 2018 - 2019 ของเราแล้ว 90% สำหรับปี 2020 ที่มีงานในมือน้อยมาก แต่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น คาดหวังว่าบริษัทจะได้รับงานเพิ่ม เราคาดรายได้ปี 2018-2020 เติบโตเฉลี่ย 29% Gross margin รักษาได้ใกล้เคียงในอดีตที่ 10% +/- เงินจากการเพิ่มทุนจะนำไปคืนหนี้บางส่วน ทำให้กำไรสุทธิโตเฉลี่ย 56% CAGR เราประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2019 ที่ 5.5 บาท อิง PE 15 เท่า ใกล้เคียงกับคู่แข่งในอุตสาหกรรม
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
GFPT (BUY/19TP: 15.6), คาดกำไรจะกลับมาโตอีกครั้งในปีนี้
(views 26)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q18 จะลดลง Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่คาดโตดี +18.6% Y-Y จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณไก่ส่งออก ราคาไก่ที่ยังค่อนข้างทรงตัว และการกลับมาฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม แต่ด้วยกำไร 1H18 ที่ไม่สดใส เพราะราคาไก่อ่อนแอและค่าเงินบาทแข็ง จึงคาดกำไรปกติปี 2018 จะจบลงด้วยการลดลงราว -31.5% Y-Y เป็นระดับกำไรต่ำสุดในรอบ 6 ปี แต่เรามองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 23.2% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำ โดยภาพรวมราคาไก่ในปีนี้อาจจะทรงตัวถึงปรับขึ้นเล็กน้อย เพราะภาวะการส่งออกไก่ของไทยยังดูสดใสอยู่มาก โดยเฉพาะความต้องการที่สูงขึ้นของตลาดญี่ปุ่น และการเริ่มนำเข้าชิ้นส่วนไก่จากตลาดจีน รวมถึงคาดเห้นการฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรบริษัทได้เต็มปี ยังคงราคาเป้าหมายที่ 15.6 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงมาจนมี Upside 18.2% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
KTB (BUY/19TP: 23), กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด แต่ทั้งปีเติบโตได้ดีสุดในกลุ่มธ.ใหญ่
(views 25)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าที่คาด KTB รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 6,159 ลบ. ลดลง 21.4%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 28.1%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดไว้ราว 20% เนื่องจากค่าใช้จ่ายพนักงาน (การเพิ่มขึ้นของบุคลากร) และค่าใช้จ่ายอื่น (ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาด) ที่สูงกว่าที่คาดไว้ โดยในไตรมาสนี้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 15%Q-Q, 14%Y-Y ซึ่งส่งผลให้ Cost to income ratio ขึ้นมาสูงที่ 50% เทียบกับคาดการณ์เราที่ 42% ด้านรายได้หลักทำได้ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +2.7%Q-Q, +0.3%Y-Y ซึ่ง NIM เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.26% มาจากผลตอบแทนสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น 0.1% ตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อรายย่อยในช่วงปลายปี ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย -2.3%Q-Q จากรายได้การปริวรรตเงินตราที่น้อยลง ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ +6%Q-Q ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (TFFIF) กำไรปี 2018 อยู่ที่ 2.85 หมื่นลบ. +27%Y-Y เกิดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง 41%Y-Y PPOP ลดลง 13%Y-Y จากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง (ปรับลด MRR) และรายได้อื่นๆ (รายได้เงินชดเชยความเสียหายตามคดีความ) ที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
ROBINS (BUY/19TP: 83), คาดกำไรปี 2018 จะโตได้ และโตดีมากขึ้นในปี 2019
(views 21)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q18 น่าจะทำจุดสูงสุดใหม่ มีการเติบโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยคาด SSSG ยังเป็นบวกต่อเนื่อง, มีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่ง ซึ่งมีสัดส่วนพื้นที่เช่าค่อนข้างมาก น่าจะช่วยหนุนการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่าได่ต่อเนื่อง คาดจบกำไรทั้งปี 2018 เติบโต 9.8% Y-Y สาเหตุที่โตไม่มากนัก เพราะมีติดปัญหาเรื่องการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ล่าช้ากว่าแผน รวมถึง SSSG ยังไม่สดใสนัก แต่ในปีนี้เราคาดเห็น SSSG จะเติบโตได้ดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ ซึ่งล่าสุด SSSG ของบริษัทเป็นบวกทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด กอปรกับการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งเล็ก และ 2 แห่งใหญ่ในรูปแบบ Lifestyle Center ซึ่งนอกจากช่วยเพิ่มรายได้การขายแล้ว ยังช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ค่าเช่าด้วย และคาดจะกลับมาเพิ่มสินค้า House Brand ได้ตามเป้าหมาย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเติบโตได้ คาดกำไรสุทธิปี 2019 จะเติบโตได้มากขึ้น 16.6% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 83 บาท (DCF) ยังมี Upside 23.4% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
SCB (HOLD/19TP: 137), ค่าใช้จ่ายยังกดดันกำไรต่ออีกปี
(views 28)
SCB จะบันทึกค่าใช้จ่ายพนักงานตามเกณฑ์เกษียณอายุใหม่ใน 1Q19 ในเบื้องต้นน่าจะเป็น one-time expense ราว 1,500 ลบ ซึ่งหากรวมในการคาดการณ์ เราคาดว่ากำไรสุทธิ 1Q19 จะอยู่ที่ราว 1 หมื่นลบ. -12%Y-Y (จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน คาดว่า Cost to income ratio จะอยู่ที่ 46%) แต่ +41%Q-Q (คชจ. สำรองฯลด Y-Y โดยคาดการณ์ 1Q19 credit cost ที่ 1.15% VS 4Q18 credit cost ที่ 1.67%) ขณะที่ผลประกอบการปี 2019 อาจเห็นแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายสำรองฯและค่าใช้จ่ายการลงทุน IT คงราคาเป้าหมาย 137 บาท คงคำแนะนำ ถือ โดยคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลจากกำไร 2H18 หุ้นละ 4 บาท Yield 3%
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
TMB (BUY/19TP: 2.64), กำไรสุทธิ 4Q18 น้อยกว่าคาด รายได้ค่าธรรมเนียมอ่อนแอ
(views 25)
กำไรสุทธิ 4Q18 น้อยกว่าคาดจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่อ่อนตัวลง TMB รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1.7 พันลบ. ลดลง 70%Q-Q และ 25%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้จากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่น้อยกว่าคาดเนื่องจากการชะลอตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจกองทุนรวม ขณะที่รายได้จากธุรกิจ Bancasurance และ Loan-related fee มีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นใน 4Q ตามฤดูกาล การลดลงของกำไร Q-Q เกิดจากรายได้จากการขายเงินลงทุนที่ลดลง (3Q18 มีกำไรจากการขายเงินลงทุนใน บลจ.ทหารไทยเข้ามาราว 1 หมื่นลบ.) ส่วนกำไรที่ลดลง Y-Y เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่ลดลงซึ่งเกิดจากการชะลอตัวของธุรกิจกองทุนและ Bancassurance กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 1.16 หมื่นลบ. เติบโตแรง 33.6%Y-Y เนื่องจากกำไรจากเงินลงทุนในการขายหุ้น 65% ใน TMBAM เป็นจำนวนราว 1.18 หมื่นลบ. หากไม่นับรายการดังกล่าวและคชจ.สำรองฯ เห็นว่า Oper profit ลดลงราว 5%Y-Y เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ชะลอตัวลงอย่างน่าผิดหวัง
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
SEAFCO (BUY/19TP: 11.6), แนวโน้มกำไร 4Q18 ดีต่อ เดินหน้ารับงานใหม่ต่อเนื่อง
(views 26)
คาดกำไร 4Q18 ทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 102 ล้านบาท โตแกร่ง 53% Y-Y จากรายได้ที่คาดทำจุดสูงสุดรายไตรมาสที่ 815 ล้านบาท (+1% Q-Q, +50% Y-Y) ตามความคืบหน้าของงานที่เร่งขึ้น ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวสูง ขณะที่งานในมือ ณ เดือนม.ค. 2019 คาดอยู่ที่ 2.4 พันล้านบาท หนุนให้โมเมนตัมกำไรโดดเด่นไปถึงกลางปี และ Secured คาดการณ์รายได้ปี 2019 แล้ว 84% โดยมองว่าประมาณการของเรายังเป็นไปได้ แม้รวมความเสี่ยงของโครงการภาครัฐที่ล่าช้า เนื่องจากบริษัทมีศักยภาพในการรับงานเพิ่มจากภาคเอกชน และต่างประเทศ โดยตั้งเป้าได้งานใหม่ 2-3 พันล้านบาท คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 11.60 บาท จากทิศทางผลประกอบการที่ดีต่อเนื่อง รวมถึงมูลค่าหุ้นอยู่ในระดับน่าสนใจ ราคาหุ้นเทรดบน PE2019 ที่ 16x เท่ากับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี -2SD สวนทางกับทิศทางที่เป็นขาขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
BBL (BUY/19TP: 245), กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด แต่กำไรทั้งปียังเติบโตได้ดี
(views 28)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าที่เราและตลาดคาด มี One-time expense ส่วนพนักงาน BBL รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 8.1 พันลบ. ลดลง 10.3%Q-Q และ 4.6%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดไว้ราว 10% จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงกว่าคาดโดยในไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น 2,582 ลบ. เพื่อรองรับประมาณการหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับค่าชดเชยกรณีพนักงานเกษียณและเลิกจ้าง รวมถึงการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายอื่นเพื่อพัฒนาระบบการดำเนินงาน ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ Cost to income ratio สูงขึ้นมาอยู่ที่ 56.2% ด้านรายได้ทำได้น้อยกว่าคาดเช่นกัน เนื่องจากการลดลงของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยทั้งกำไรจากเงินลงทุนและกำไรจากการปริวรรตเงินตรา ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเห็นการเพิ่มขึ้นราว 1%Q-Q และ NIM ขยายตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2.39% ในไตรมาสนี้ กำไรปี 2018 อยู่ที่ 3.53 หมื่นลบ. +7%Y-Y เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย 7.1%Y-Y และ 9.1%Y-Y ตามลำดับ แม้ว่ารายได้จากการโอนลดลงแต่ได้ชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายประกันผ่านธนาคารและกองทุนรวม
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
KKP (BUY/19TP: 81), กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด แต่ภาพรวมยังดีจากโมเมนตัมรายได้เชิงบวก
(views 31)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าที่คาด แต่รายได้หลักเติบโตได้ดีกว่าคาด KKP รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1,427 ลบ. ลดลง 8% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 9.4%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 10% เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงกว่าคาดอันเกิดจาก ผลขาดทุนจากการขายรถยึดจำนวน 379 ลบ. +63%Q-Q, +24%Y-Y และค่าใช้จ่ายการปรับปรุงอาคารสนง.อโศกทำให้ PP&E +54%Q-Q, +64%Y-Y และค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงกว่าคาด รายได้หลักถือว่าดีกว่าที่คาดไว้โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ +1.5%Q-Q, +11.2%Y-Y เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อที่เติบโตได้ดี ส่งผล Loan spread ยังอยู่ในระดับสูงที่ราว 5% ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยได้แรงหนุนจากกำไรจากเงินลงทุนจำนวน 267 ลบ. นอกเหนือไปจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตได้ตามคาด +24%Q-Q, +12%Y-Y ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากธุรกิจ IB (มีรายได้ 348 ลบ.), รายได้จากธุรกิจจัดการกองทุนและรายได้จากการขายประกัน ผลกำไรรวมปี 2018 อยู่ที่ 6,042 ลบ. +5.32%Y-Y เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย 6%Y-Y และ 20%Y-Y ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
ITEL (BUY/19TP: 5.5), ภาพปี 2019 เป็นบวก และตั้งแต่ปี 2020 จะโตแบบ Exponential
(views 33)
เรายังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 5.50 บาท (DFC, WACC 7%) และยังคงมุมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะยาวของ ITEL ซึ่งคาดว่ารายได้ต่อเนื่องจากการให้บริการโครงข่ายและ Data Center จะมีสัดส่วนรวมกันมากถึง 70% ตั้งแต่ปี 2020 จากการให้บริการโครงการเน็ตชายขอบ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความผันผวนให้กับรายได้และกำไรแล้ว ยังส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเร่งตัวขึ้นจากการใช้โครงข่ายอย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะที่ ตัวถ่วงงบทั้งค่านำสาย Fiber Optic ลงใต้ดิน และผลขาดทุนจากเจเนซิส ดาต้า เซ็นเตอร์ จะเคลียร์จบในปีนี้ และเป็นไปได้ที่จะมีกำไรพิเศษราว 20-30 ล้านบาท เมื่อผนวกกับสายสัมพันธ์อันดีกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งภาครัฐฯและเอกชน ทำให้เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2019 จะโตโดดเด่น 34% Y-Y อยู่ที่ 185 ล้านบาท และโตต่ออีก 23% Y-Y อยู่ที่ 228 ล้านบาท ในปี 2020 ถือว่าโดดเด่นที่สุดใน MAI ที่เราจัดทำบทวิเคราะห์
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
KBANK (BUY/19TP: 212), ราคาหุ้นเริ่มมีความน่าสนใจสะสม แผนกลยุทธรุกมากขึ้น
(views 31)
KBANK แสดงกลยุทธปี 2018 เป็นเชิงรุกมากขึ้นด้านการหารายได้ โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ย ซึ่งธนาคารมีแผนโฟกัสที่ลูกค้ารายย่อยซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วน 25% ของสินเชื่อ ต้องการเพิ่มเป็น 29% ในระยะยาว เพื่อเพิ่ม Loan yield และสร้าง NIM ในขณะที่ดูเหมือนว่าผู้บริหารจะมีความกังวลลดลงต่อผลกระทบของการปรับลดค่าธรรมเนียมการโอน แม้ว่าธนาคารยังคงคาดการณ์รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะลดลงในอัตรา 5-7%Y-Y แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการชะลอตัวของธุรกิจประกัน และการชะลอตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมอื่นๆเช่น ค่าธรรมเนียมในการอำนวยสินเชื่อ เราเห็นศักยภาพเชิงบวกของธนาคารทำให้แม้ว่าภายหลังการประกาศกำไรปี 2018 เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 3% ตามฐานรายได้ค่าธรรมเนียมที่น้อยกว่าคาด และราคาเหมาะสมปรับลงมาที่ 212 บาท แต่คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
TU (BUY/19TP: 20), กำไรจะกลับมา Turnaround ในปีนี้
(views 26)
คาดกำไรปกติ 4Q18 จะลดลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่โตดี Y-Y แม้ราคาปลาทูน่าจะปรับลงแรง แต่ด้วยการบริหารจัดการสต็อกที่ดี กอปรกับค่าเงินบาททรงตัว เอื้อต่อการค้าขายและแข่งขัน ทำให้ปริมาณขายเติบโตได้ดี หนุนให้รายได้ยังเติบโตได้ และมีอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวได้ดีด้วย ส่วนค่าใช้จ่ายปิดโรงงานน่าจะเหลืออยู่เล็กน้อย แต่ถือว่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 3Q18 มองผ่านผลประกอบการต่ำสุดในปี 2018 แล้ว ซึ่งเราคาดกำไรปกติจะลดลง 6.1% Y-Y ส่วนกำไรสุทธิจะลดลงแรงกว่า -40% Y-Y เพราะค่าใช้จ่ายพิเศษ และคาดกำไรจะกลับมา Turnaround ในปี 2019 จากการฟื้นตัวของธุรกิจทูน่าและกุ้ง รวมถึงธุรกิจแซลมอนที่จะกลับมามีกำไรอีกครั้ง กอปรกับคาดไม่มีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เหมือนในปี 2018 อีก จึงคาดกำไรปกติปี 2019 กลับมาโต 24.1% Y-Y ส่วนกำไรสุทธิจะโตมากกว่าที่ 52.4% Y-Y คงราคาเป้าหมาย 20 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 14.9% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
TCAP (BUY/19TP: 58), กำไร 4Q18 ดีกว่าคาด
(views 15)
กำไร 4Q18 ดีกว่าคาดจากสำรองฯที่ลดลง TCAP รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 2,020 ลบ. เพิ่มขึ้น 8%Q-Q, +4.4%Y-Y ดีกว่าที่คาดจากค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯที่น้อยกว่าที่เราคาดไว้ โดยในไตรมาสนี้ TCAP มีอัตราการตั้งสำรองฯที่ 0.36% ของสินเชื่อรวมหรือ 672 ลบ. ลดลง 46%Q-Q, 71%Y-Y ซึ่งทำให้ทั้งปี 2018 TCAP มี Credit cost ที่ 0.65% ของสินเชื่อรวม เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ หากไม่นับรายการดังกล่าว PPOP ต่ำกว่าคาดเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานสูงขึ้น 32%Q-Q, 28%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายอื่นๆอาทิ ค่าใช้จ่ายทางการตลาด โฆษณาและประชาสัมพันธ์ตามฤดูกาล กำไรสุทธิปี 2018 อยุ่ที่ 7,839 ลบ. เพิ่มขึ้น 12%Y-Y ส่วนใหญ่มาจากเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +13%Y-Y (มาจากรายได้ค่าธรรมเนียม และรายได้จากธุรกิจประกัน) ขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยได้ดี (Cost to income ratio อยู่ที่ 47.5% จาก 49% ในไตรมาสก่อน) และค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
THANI (BUY/19TP: 10), กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด
(views 25)
กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด THANI รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 455 ลบ.+5.7%Q-Q, +42%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ กำไรที่เพิ่มขึ้น Q-Q เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 3.4%Q-Q และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 15%Q-Q ในไตรมาสนี้ THANI มี Credit cost ที่ 0.8% จาก 0.71% ในไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงจาก 1H18 ที่อยู่ที่ 1.1-1.2% สะท้อนการลดลงของ General reserve (ไตรมาสนี้มี General reserve ที่ 40 ลบ. หรือ 0.35% ของสินเชื่อ) เนื่องจากการเตรียมพร้อมสำหรับมาตรฐาน IFRS 9 ไปมากพอแล้ว กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 1,641 ลบ. +45.7%Y-Y เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 24%Y-Y ตามรายได้จากเงินให้สินเชื่อที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่ลดลง 23%Y-Y โดยมี Credit cost ที่ 0.95% สำหรับปี 2018 ลดลงจาก 1.47% ในปีก่อนหน้า (ในจำนวนนี้มี General reserve สำหรับรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ 170 ลบ.)
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
BAY (BUY/19TP: 44.6), กำไร 4Q18 เป็นไปตามที่คาด
(views 22)
กำไร 4Q18 ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาด BAY รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 6.1 พันลบ. ลดลง 1.7%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 7.6%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q เกิดจากการค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นตามฤดูกาลและการตั้งสำรองฯที่เพิ่มขึ้น 7.7%Q-Q ขณะที่ PPOP ยังเห็นการเพิ่ม 1.4%Q-Q ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของทั้งรายได้ดอกเบี้ยและไม่ใช่ดอกเบี้ย ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น Y-Y เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 11%Y-Y ตามการปรับเพิ่มของสินเชื่อรายย่อยที่เห็นการเติบโตสูง 14%Y-Y (รวมเงินติดล้อ) สังเกตว่า NIM ปรับสูงขึ้นทุกไตรมาส ล่าสุดอยู่ที่ 3.88% เนื่องจากกลยุทธการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูง กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 2.48 หมื่นลบ. +6.9%Y-Y เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยรวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
KTC (BUY/19TP: 46), กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาดแต่โดยรวมปี 2018 ยังเป็นปีที่ดีมาก
(views 32)
กำไรสุทธิ 4Q18 น้อยกว่าคาดแต่ทั้งปีไม่ทำให้ผิดหวัง KTC รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1.23 พันลบ. -12%Q-Q แต่ +31%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดราว 12-15% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงกว่าคาด (น่าจะมาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาด) ส่วนรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม รวมถึงการตั้งสำรองฯใกล้เคียงกับที่คาดไว้
กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 5,140 ลบ +56%Y-Y น้อยกว่าที่คาด 3% เนื่องจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่สูงกว่าคาดใน 4Q18 เป็นที่สังเกตว่าผลกำไรไม่ได้รับผลกระทบจากรายได้จากธุรกิจบัตรเครดิตที่ชะลอตัวลง -1%Y-Y เนื่องจากได้ชดเชยจากธุรกิจสินเชื่อบุคคลที่มีรายได้ +13%Y-Y เมื่อประกอบกับ CoF ที่ลดลงราว 0.2% ทำให้ Loan spread อยู่ที่ 15% ใกล้เคียงกับปีก่อน ส่งผลให้ รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมและหนี้สูญรับคืนที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
SCB (HOLD/19TP: 137), กำไร 4Q18 ลดลงมากกว่าคาด สำรองฯยังสูงต่อปี 2019
(views 23)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาดจากสำรองฯพิเศษ SCB รายงานกำไร 4Q18 ที่ 7 พันลบ. ลดลง 33%Q-Q และ 23%Y-Y น้อยกว่าที่เรา 25% และน้อยกว่าที่ตลาดคาดราว 30% ซึ่งเกิดจากการตั้งสำรองฯที่สูงกว่าคาด โดยในไตรมาสนี้ SCB มีการตั้งสำรองฯ 8.87 พันลบ. +73%Q-Q, +18%Y-Y หรือคิดเป็น Credit cost ที่ราว 1.67% ในจำนวนนี้เป็นสำรองฯพิเศษจำนวน 4 พันลบ. ซึ่งธนาคารตั้งเป็นส่วนเกินเพื่อความระมัดระวังและให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธในอนาคตที่เน้นการเติบโตของสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันและสินเชื่อในรูปแบบดิจิทัล หากหักสำรองพิเศษออก กำไรก่อนสำรองฯ (PPOP) ถือว่าใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ โดย -2.3%Q-Q (เนื่องจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่อ่อนตัวลง) แต่ +4.7%Y-Y (เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ) กำไรปี 2018 อยู่ที่ 4 หมื่นลบ. -7%Y-Y เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่ลดลง 6%Y-Y หลังการยกเลิกค่าธรรมเนียมการโอนผ่านดิจิทัล และค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +12%Y-Y จากการลงทุนในโปรแกรม Transformation
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
AMATA (BUY/19TP: 28), คาดกำไร 2Q18 ชะลอเพราะลูกค้าเร่งโอนที่ดินไปมากใน 1Q18
(views 20)
ยอดขายที่ดินในไทยใน 4Q18 น่าประใจและทำให้เป้าทั้งปีที่ผู้บริหารตั้งไว้ 800 ไร่ ไม่พลาดเป้าทั้งที่ 9 เดือนแรกยังขายได้เพียง 200 กว่าไร่ แต่การขายที่ดินในเวียดนามพลาดเป้าไปมาก เหตุเพราะขั้นตอนทางราชการ ไม่ใช่เกิดจากไม่มี demand ประเด็นนี้จึงไม่น่ากังวล สำหรับผลประกอบการใน 4Q18 เราคาดว่าจะฟื้นแรง +67.2% Q-Q, +59.3% Y-Y เป็น 503.1 ล้านบาทตามการเร่งตัวของการโอนที่ดินให้ลูกค้า และเพราะฐานกำไรที่ต่ำใน 3Q18 และ 4Q17 ประกอบกับมีโรงไฟฟ้าใหม่เปิดดำเนินการ ทำให้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น สำหรับปี 2019 เราเราปรับประมาณการกำไรลงเล็กน้อย 5% เป็น 1,790.9 ล้านบาทจากการปรับอัตรากำไรขั้นต้นลง แต่กำไรยังเติบโต 27.5% Y-Y ราคาเป้าหมายที่อิงจาก PE 17 เท่าจึงขยับลงเป็น 28 บาท (เดิม 30 บาท) ยังคงแนะนำซื้อ เราชอบ AMATA จากประโยชน์ในระยะยาวที่จะได้จาก EEC และการมีรายได้ประจำที่โตต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
SVI (BUY/19TP: 6.6), คาดกำไร 4Q18 โตดี และจะโตต่อเนื่องในปี 2019
(views 26)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวกมาก ระยะสั้นคาดกำไร 4Q18 จะโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้ปกติเป็น Low Season ของธุรกิจ แต่คาดจะมีรายได้เติบดตทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ทำให้ทั้งปี 2018 บริษัททำรายได้บรรลุเป้าหมายที่ระดับ US$480 ล้าน และคาดจบกำไรปี 2018 เติบโตสูง 72.4% Y-Y ผู้บริหารยังตั้งเป้า Aggressive ต่อเนื่องในปี 2019 คาดรายได้โต 25-33% เป็น US$600 – US$640 ล้าน สูงกว่าประมาณการปัจจุบันของเราที่คาดรายได้จะโต 8% Y-Y ส่วนวัตถุดิบราคาสูงจะถูกใช้หมดไปใน 1Q19 และแนวโน้มราคาวัตถุดิบจะลดลงตั้งแต่ 2Q19 เพราะสต็อกของผู้ผลิตอยู่ในระดับสูง จาก Demand ของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางกลุ่มลดลง น่าจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้เราอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายปี 2019 จากปัจจุบันที่ให้ไว้ 6.6 บาท (อิง PE 17 เท่า) โดยยังมี Upside 28.2% คงคำแนะนำ ซื้อ ซึ่งถือเป็นหุ้นทีไม่ถูกกระเชิงลบจาก Trade War และหุ้นที่บริษัทซื้อคืนไว้ 96.13 ล้านหุ้น บริษัทไม่มีแผนนำออกมาขาย
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
TRUE (AVOID/19TP: U.R.), คาด 4Q18 ยังกำไรต่อเนื่อง//ประเด็นข้อพิพาทยัง Overhang
(views 26)
คาดผลการดำเนินงาน 4Q18 ของ TRUE ยังมีกำไรปกติต่อเนื่องที่ 309 ลบ. โดยธุรกิจ Mobile ยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ส่งผลให้ปี 2018 คาดพลิกมีกำไร 548 ลบ.จากขาดทุนกว่า 6,000 ลบ.ในปีก่อน อย่างไรก็ตามเราอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการกำไรปี 2019 เป็นต้นไปเนื่องจากคาดว่า TRUE จะมีการเจรจายุติข้อพิพาทกับ CAT เช่นเดียวกันกับ DTAC แต่ยังไม่ทราบถึงผลตอบแทนและวิธีการบันทึกบัญชี อย่างไรก็ตาม TRUE ยังเหลือข้อพิพาทซึ่งมีมูลฟ้องกว่าแสนลบ.ค้างอยู่จึงยังเป็นปัจจัย Overhang และมีความเสี่ยงจะกระทบฐานะการเงินและมูลค่าการกิจการอย่างมีนัยยะ เราจึงแนะนำให้ “ชะลอการลงทุน”
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
KBANK (BUY/19TP: 238), กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด
(views 15)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด รายได้ค่าธรรมเนียมแผ่วและ OPex สูงกว่าคาด KBANK รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 7,033 ลบ. ลดลง 28%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 23%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ หลักๆเกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิและรายได้จากธุรกิจประกันน้อยกว่าที่เราคาด และค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงกว่าคาด โดยในไตรมาสนี้ Net Fee Income ลดลง 4%Q-Q และ 13%Y-Y ซึ่งทำให้ Net fee income ทั้งปีลดลง 7.7%Y-Y แย่กว่าที่เราคาด ขณะที่รายได้จากธุรกิจประกันพบว่าเบี้ยรับเติบโตตามฤดูกกาลแต่เกิดค่าใช้จ่ายในการรับประกันสูงกว่าที่คาดไว้ (น่าจะเกิดจากทั้งการตั้งสำรองเบี้ยและ Benefit claim) ส่วน Cost to income ratio สูงขึ้นเป็น 51% สูงกว่าคาดที่ 47% และทั้งปีอยู่ที่ 44% สูงกว่าที่เราคาดการณ์ที่ 43% กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 3.85 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 12%Y-Y เนื่องจากการตั้งสำรองฯที่ลดลงและรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ดีขึ้น NIM ทั้งปีอยู่ที่ 3.39%และสามารถยืนเหนือ 3.4% ได้ใน 4Q ถือว่ามี Momentum ที่ดีขึ้น เราคาดว่า KBANK จะจ่ายเงินปันผลจากกำไร 2H18 อีกหุ้นละ 3.50 บาท รวมทั้งปี 4 บาทต่อหุ้น
อ่านเพิ่มเติม
17
มกราคม
2019
MINT (BUY/19TP: 45), การเติบโตปี 2019 ยังเด่นแม้จะปรับประมาณการลง
(views 25)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q18 ของ MINT คาดว่าจะกลับมา +63% Q-Q,+ 3.1% Y-Y จากการเริ่ม Consolidate งบ NHH ตั้งแต่เดือน พ.ย. 18 และทำให้กำไรปกติปี 2018 คาดจบที่ -2.7% Y-Y นอกจากนี้คาดว่า MINT จะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการตีมูลค่ายุติธรรมของ NHH ใน 4Q18 และทำให้กำไรสุทธิโตก้าวกระโดด ส่วนแนวโน้มปี 2019 แม้เราจะปรับประมาณการกำไรปกติลง 12% เหลือ +20.9% Y-Y จากมุมมองที่ Conservative มากขึ้นในดีล NHH แต่ยังเป็นระดับการเติบโตที่สูงสุดในรอบ 6 ปีและดีสุดในกลุ่ม เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 45 บาท แต่ยังแนะนำ “ซื้อลงทุน”
อ่านเพิ่มเติม
17
มกราคม
2019
CPF (BUY/19TP: 30), คาดกำไรปี 2019 จะโตต่อเนื่อง จากธุรกิจในประเทศพลิกมีกำไร
(views 31)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q18 จะลดลง Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่คาดฟื้นตัวดีพลิกจากที่ขาดทุนในปีก่อน ภาพรวมทั้งปี 2018 คาดกำไรปกติโตดี +24.9% Y-Y ส่วนกำไรสุทธิ +11.3% Y-Y มาจากการฟื้นตัวของราคาหมูเวียดนามเป็นหลัก ทำให้ผลประกอบการของเวียดนามพลิกกลับมามีกำไรได้ และน่าจะปรับตัวขึ้นได้อีกเล็กน้อยในปี 2019 จากราคาหมูที่ยังยืนอยู่ในระดับที่ดี ภาพรวมธุรกิจในปต่างประเทศน่าจะทรงตัวถึงปรับขึ้นได้ในปี 2019 ควบคู่ไปกับปัจจัยหลักที่จะช่วยหนุนการเติบโตในปี 2019 คือ การฟื้นตัวของธุรกิจในประเทศ ที่ปีก่อนประสบขาดทุนในทุกรายเนื้อสัตว์ หมูไก่กุ้ง ล่าสุดเราได้เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของราคาหมูปรับขึ้นแรงทำจุดสุงสุดในรอบ 30 เดือนแล้ว ส่วนราคาไก่ยังนิ่ง แต่ยังมีปัจจัยบวกจากการส่งออกที่มีแนวโน้มดี เชื่อว่าหากธุรกิจในประเทศพลิกกลับมาคุ้มทุนหรือมีกำไรได้ จะช่วยหนุนการเติบโตในปีนี้ได้พอสมควร เราปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2019 ขึ้น 13% เป็นการเติบโต 26.9% Y-Y จากเดิมคาดโต 12% Y-Y ส่วนกำไรสุทธิคาดจะลดลงเป็น -7.9% Y-Y จากเดิมคาด -14.4% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 30 บาท จากเดิม 28 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 14.3% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2019
TISCO (BUY/19TP: 92), ยังเป็นที่ต้องการสำหรับพอร์ตเงินปันผล
(views 36)
การประชุมเมื่อวานนี้ เราคลายกังวล NPL ที่เพิ่มขึ้นใน 4Q18 น่าจะเป็น one-time คุณภาพหนี้ที่แท้จริงยังไม่เปลี่ยนแปลง แม้กระนั้นเราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลงเนื่องจากแนวโน้ม credit cost สูงที่กว่าคาดการณ์เดิมของเราและการชะลอลงของ loan spread มากกว่าที่คาด หลังขายพอร์ตสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิตออกไป เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ปัจจัยการลงทุนหลักยังคงเป็นการเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจในกลุ่มธนาคารที่ราว 6.3% ต่อปี และ ROE ที่แข็งแกร่งสุดในกลุ่มที่ราว 17%
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2019
TISCO (BUY/19TP: 104), กำไรปี 2018 เป็นไปตามคาด แต่มีแนวโน้มปรับลดกำไรปี 2019 ลง
(views 24)
กำไร 4Q18 ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาด TISCO รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1,726 ลบ. ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ (ตลาดคาดที่ราว 1.76 พันลบ.) ลดลง 5%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 13.4%Y-Y กำไรที่ลดลง Q-Q เกิดจากกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลงและกำไรจากการขายธุรกิจสินเชื่อบุคคล (หากหักรายการดังกล่าวออก PPOP จะทรงตัว Q-Q) ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น Y-Y เกิดจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 21%Y-Y (4Q17 มีค่าใช้จ่ายจากการจดจำนองสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่รับมาจาก SCNB) และค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯลดลง 65%Y-Y พิจารณาจากผลการดำเนินงานหลัก เห็นว่าในไตรมาสนี้รายได้หลักลดลงทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อลดลงจากสินเชื่อเก่าที่ทยอยครบอายุ) ซึ่งส่งผลให้ Spread ชะลอลงมาอยู่ที่ 4.7% จาก 4.97% ในไตรมาสก่อนจึงเป็นปัจจัยเชิงลบที่ต้องติดตามต่อ และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (ชะลอลงจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง) กำไรปี 2018 อยู่ที่ 7,016 ลบ. เพิ่มขึ้น 15.2%Y-Y การเพิ่มขึ้นของกำไรส่วนใหญ่มาจากรายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2019
BEM (BUY/19TP: 11.7), คาดกำไร 4Q18 ทำได้ดี …ปี 2019 รับปัจจัยบวกอีกมาก
(views 29)
คาดกำไรปกติ 4Q18 อยู่ที่ 828 ล้านบาท เร่งขึ้น 9% Y-Y จากปริมาณรถ และจำนวนผู้โดยสารที่ขยายตัว รวมถึงการประหยัดดอกเบี้ยจ่ายหลังปรับโครงสร้างหนี้ แต่อ่อนตัว 10% Q-Q จากค่าใช้จ่ายประจำปี สำหรับปี 2019 ยังเป็นปีที่ดีของ BEM ทั้งการเติบโตของกำไรปกติที่คาดอยู่ที่ 4 พันล้านบาท (+16% Y-Y) โดยมีแรงหนุนจากการเปิดน้ำเงินต่อขยายส่วนที่ 2 ตั้งแต่เดือนส.ค. 2019 รวมถึงยังมีปัจจัยบวกจากการเข้าประมูลงานอีกมาก ซึ่งจะเป็น Upside Risk ต่อประมาณการในอนาคต เรายังแนะนำซื้อ พร้อมปรับราคาเหมาะสมปี 2019 ขึ้นเป็น 11.70 บาท จากการรวมมูลค่าการขยายสัมปทานทางด่วน โดยระยะสั้น แนะจับตาการประกาศผลประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินภายในเดือนนี้
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2019
BLA (BUY/19TP: 36), Valuation สิ่งเดียวที่น่าสนใจ
(views 28)
คงคำแนะนำ ซื้อ BLA แต่ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2019 ลงเป็น 36 บาท (เดิม 38 บาท) เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรปี 2019 ใหม่ซึ่งปรับลงจากแนวโน้มค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้นจากแผนกลยุทธการขายผ่านช่องทางตัวแทน (การฝึกอบรมและการการันตีผลตอบแทนรวมถึงการพัฒนา application ต่างๆ) แม้กระนั้นประเด็นการลงทุนใน BLA ยังคงเป็น Valuation ที่ ราคาล่าสุด Discount 2017 EV ราว 15% ขณะที่เราคาดว่า BLA น่าจะกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นแม้ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งถึงจะเห็นสัดส่วนช่องทางการขายที่เปลี่ยนไป
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2019
PTTGC (BUY/19TP: 100), กำไรระยะสั้นถูกกดดันจาก Spread ที่แคบลง แต่ราคาหุ้นถูกเกินไป
(views 32)
เราคาดผลประกอบการใน 4Q18 ชะลอลงเหลือ 5.4 พันลบ. -58% Q-Q, -44% Y-Y จากผลของ Stock loss ราว 4.3 พันลบ. ซึ่งเป็นไปตามทิศทางเดียวกันกับโรงกลั่นและโรงปิโตรเคมีอื่นๆในประเทศ ในขณะที่กำไรปกติไม่รวม Stock gain/loss คาดว่าจะชะลอลงเช่นกันจากค่าการกลั่นที่ลดลง และส่วนต่างราคา HDPE, LDPE และ LLDPE ที่แคบลงจากผลของ Supply ใหม่ที่เข้ามา เราปรับประมาณการการณ์กำไรปี 2018-19 ลงเป็น 4.15 หมื่นลบ. (+6% Y-Y) ในปี 2018 จาก Stock loss ที่มากกว่าคาด และเป็น 3.99 หมื่นลบ.ในปี 2019 ลดลง 4% Y-Y จากผลกระทบของ Supply ใหม่เต็มปี เราปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 100 บาท (อิง EV/EBITDA 7.8 เท่า) จากเดิม 120 บาท ยังคงคำแนะนำ ซื้อ จากกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง การมุ่งไปสู่ปิโตรฯปลายน้ำมากขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต้นน้ำ รวมทั้ง Valuation ที่ถูก ปัจจุบันมี PE เพียง 7.6 เท่า PBV เพียง 1 เท่า และ EV/EBITDA 5.4 เท่า และคาดเงินปันผลงวด 2H18 ที่ 2.40 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield 3.6%
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2019
TOP (BUY/19TP: 86), คาดว่า 4Q18 จะพลิกมาขาดทุนจากผลของ Stock Loss
(views 22)
เราคาดผลประกอบการ 4Q18 ของ TOP จะพลิกมาขาดทุนสุทธิ 3.6 พันลบ. จากที่มีกำไรสุทธิ 4.6 พันลบ.ใน 3Q18 และ 6.9 พันลบ.ใน 4Q17 สาเหตุหลักมาจาก Stock loss ราว 7 พันลบ. และคาดว่า Market GRM จะชะลอลงเหลือ US$4.6/บาร์เรล (-8% Q-Q, -23% Y-Y) หลังส่วนต่างน้ำมันเบนซินลดเหลือเพียง US$4.7/บาร์เรล (-59% Q-Q, -68% Y-Y) ซึ่งแย่กว่าที่เคยคาด บวกกับค่าการกลั่นที่ฟื้นช้า เราจึงปรับคาดการณ์กำไรปี 2018-19 ลงเหลือ 1.14 หมื่นลบ.ในปี 2018 (-54% Y-Y) สำหรับปี 2019 แม้จะปรับกำไรลงแต่เป็นการฟื้นตัว 24% Y-Y เป็น 1.41 หมื่นลบ.เพราะราคาน้ำมันที่ถูกลงเป็นบวกต่อผู้ใช้อย่างกลุ่มโรงกลั่น และมาตรการ IMO ที่จะเริ่มมีผล 1 ม.ค. 2020 จะทำให้ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นบวกกับ TOP และน่าจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ 2H19 เราปรับราคาเป้าหมายปีนี้ลงเป็น 86 บาท (อิง EV/EBITDA 6.2 เท่า) ตามกำไรที่ปรับลง ยังคงแนะนำ ซื้อ ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ EV/EBITDA เพียง 5 เท่า PBV 1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต (-1SD) และคาดปันผลสำหรับงวด 2H18 ราว 2.50 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield 3.7%
อ่านเพิ่มเติม
11
มกราคม
2019
DTAC (AVOID/19TP: 54), ประเด็นเคลียร์ข้อพิพาทจะ Overhang และสร้างความกังวล
(views 24)
DTAC ตกลงชำระค่าตอบแทนให้ CAT 9,510 ลบ.เพื่อระงัดข้อพิพาทที่มีอยู่บางส่วน ซึ่งคาดว่าจะบันทึกทันทีใน 4Q18 ทำให้ผลการดำเนินงานคาดว่าจะพลิกเป็นขาดทุนกว่า 6,000 ลบ. ขณะที่ DTAC ยังเหลือข้อพิพาทกับทั้ง CAT และ TOT อยู่ซึ่งมูลฟ้องอยู่ระดับสูงและอาจส่งผลต่อฐานะการเงินและมูลค่าอย่างมีนัยยะหากผลลัพท์ไม่เป็นประโยชน์กับ DTAC เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 54 บาทสะท้อนการจ่ายชำระค่าตอบแทน อย่างไรก็ตามแม้ราคาหุ้นจะปรับลงสะท้อนปัจจัยไปแล้วและมี Upside เปิดกว้าง แต่เราคาดว่าประเด็นการเคลียร์ข้อพิพาทจะยัง Overhang ต่อเนื่องและเป็นประเด็นหลักที่ตลาดกังวล จึงมองว่ายังไม่น่าสนใจในการเข้าลงทุนระยะนี้
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2019
CPALL (BUY/19TP: 90), คาดกำไร 4Q18 ฟื้นต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดใหม่
(views 46)
แนวโน้มกำไร 4Q18 จะฟื้นตัวต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดใหม่ จากทั้งช่วง High Season ของธุรกิจ, Stamp Promotion ช่วงครึ่งหลังประสบความสำเร็จ และคาด MAKRO น่าจะทำได้ดีกว่าที่เคยคาด โดยคาด SSSG ของ 7-11 และ MAKRO ในไตรมาสนี้จะเป็นบวกได้ทั้งคู่ที่ 3% Y-Y และ 2% Y-Y ตามลำดับ และคาดทำให้กำไรปกติปี 2018 โตได้เล็กน้อยที่ 5.6% Y-Y ก่อนที่จะกลับมาเติบโตได้มากขึ้นในปี 2019 เราคาดไว้โต 14.8% Y-Y โดย CPALL ถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่จะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในต่างจังหวัดมากขึ้น จากทั้งมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้ และการเลือกตั้ง แม้ MAKRO ยังเดินหน้าเปิดสาขาในต่างประเทศมากขึ้น แต่เชื่อว่าจะถูกชดเชยด้วยผลงานของสาขาในประเทศที่คาดยังโตต่อเนื่องได้ คงราคาเป้าหมายเท่ากับ 90 บาท (DCF) ยังมี Upside 24.1% คงคำแนะนำซื้อ และเป็น Top Pick ของกลุ่มค้าปลีก
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2019
STEC (BUY/19TP: 28.5), 4Q18 น่าพอใจ …พลาดประมูลรถไฟเชื่อม 3 สนามบินไม่กระทบ
(views 30)
คาดกำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 313 ล้านบาท ดีขึ้นจาก 4Q17 ที่ขาดทุนจากการตั้งสำรอง 2 โครงการ แต่อ่อนตัว 18% Q-Q จาก SG&A ที่คาดสูงขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นที่ถูกกดดันด้วยการเร่งรับรู้งานที่ไม่มีกำไรอย่างรัฐสภา ส่วนรายได้คาดยังอยู่ในระดับสูงตามความคืบหน้าของงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เราไม่กังวลหาก STEC ไม่ชนะประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เนื่องจากมีงานในมือสูงกว่า 1.14 แสนล้านบาท รองรับรายได้ไปอีก 3 ปี พร้อมคาดหวังงานใหม่เข้ามาเติมอีก 3-4 หมื่นล้านบาท ราคาหุ้นปรับลง 11% หลังเปิดซองรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน สะท้อนความผิดหวังไปแล้ว มูลค่าหุ้นปัจจุบันน่าสนใจ เทรดบน PBV19 ที่ 2.9x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 4x ไม่สอดคล้องกับผลประกอบการที่เป็นขาขึ้น คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 28.50 บาท โดยมีปัจจัยบวกจากการผลักดันงานประมูลจำนวนมาก และเป็นหนึ่งหุ้นใน Theme Election Play
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2019
PTTEP (BUY/19TP: 150), กำไรสุทธิอาจต่ำกว่าที่เคยคาด เพราะมีค่าใช้จ่ายพิเศษ
(views 28)
เราคาดกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1.01 หมื่นลบ. (-3.1% Q-Q, +6.8% Y-Y) ต่ำกว่าที่เคยคาดไว้ประมาณ -13% เนื่องจากค่าใช้จ่ายพิเศษเพิ่มเติมจากการขายแหล่งมอนทาราอีก 1.6 พันลบ. และปริมาณขายที่น้อยกว่าคาด -14,000 BOEPD ผลจากการหยุดซ่อมบำรุงและการเรียกรับก๊าซในพม่าที่ลดลง แต่กำไรตลอดทั้งปี 2018 ยังคงเพิ่มขึ้นจากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มเป็น US$46/BOEPD (+17.9%) หนุนโดยราคาขายก๊าซที่สูงขึ้นเป็น US$6.45/MMBTU (+15.3%) ปัจจุบัน เรายังคงราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 150 บาท คิดเป็น PE 12 เท่า, BV 1.1 เท่า แม้ยังแนะนำ ซื้อ แต่ด้วยแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่อาจลดลงในปี 2019-20 เรามองว่ากลุ่มผู้ใช้น้ำมันอย่างโรงกลั่นและปิโตรเคมีจะเป็นผู้ได้ประโยชน์มากกว่าในระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
08
มกราคม
2019
HMPRO (BUY/19TP: 17), คาดกำไร 4Q18 จะโตดี ทำจุดสูงสุดของปี และดีต่อเนื่องในปีนี้
(views 27)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q18 ยังดูสดใสคาดโตดีทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้คาด SSSG อาจจะยังติดลบเล็กน้อย แต่เชื่อว่ายังเห็นพัฒนาการของอัตรากำไรขั้นต้นที่น่าประทับใจต่อเนื่อง จากการ Sourcing สินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่ไปกับการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ช่วยหนุนการเติบโตของกำไรตลอดทั้งปี 2018 ที่ผ่านมา ทั้งนี้บริษัทยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง และคาดปีนี้จะกลับมาพิจารณาเปิดสาขาในต่างจังหวัดอีกครั้ง แม้บริษัทยังมีมุมมองระมัดระวัง แต่ด้วยปัจจัยต่างๆที่ส่งผลบวกต่อกำลังซื้อในระยะถัดไปทั้งมาตรการของภาครัฐ และความชัดเจนของการเลือกตั้ง น่าจะทำให้ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นมากขึ้น เราคาดกำไรสุทธิปี 2018 – 2019 โต 15.7% Y-Y และ 15.3% Y-Y ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 17 บาท (DCF) ยังมี Upside 13.3% คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
มกราคม
2019
SYNEX (BUY/19TP: 16.25), SYNEX ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Huawei ในไทย
(views 28)
เรายังแนะนำซื้อ SYNEX แม้ว่าจะมีการปรับลดราคาเป้าหมายปี 2019 ลงเหลือ 16.25 บาท ซึ่งเป็นผลจากการปรับลดอัตรากำไรขั้นต้น ตามสัดส่วนสินค้าสมาร์ทโฟนที่เพิ่มสูงขึ้น และปรับลด PE Multiplier ตามอัตราการเติบโตที่ลดลง แต่สำหรับภาพระยะสั้นเราคาดว่ากำไรสุทธิ 4Q18 จะออกมาโดดเด่นที่ 184 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% Q-Q และ 12% Y-Y เพราะเป็นช่วงเปิดตัวรุ่นใหม่ของ Huawei และ Samsung ที่มีสัดส่วนรายได้รวมกันราว 40% ของรายได้รวม อีกทั้งยังกลับมารับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก BAF ตามปกติ และมีการรับรู้กำไรจากงานโครงการที่เลื่อนจาก 3Q18 มาเข้า 4Q18 ราว 10 ล้านบาท ขณะที่ ภาพการเติบโต 3 ปีข้างหน้า จะเร่งตัวขึ้นตามการเติบโตของ Huawei ที่ตั้งเป้าเป็นเบอร์ 1 ของโลกในปี 2021 ราคาหุ้นตอนนี้ซื้อขายบน PE2019 เพียง 11 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มที่ 20 เท่า และค่าเฉลี่ยในอดีตของตัวเองที่ 15 เท่า ถือว่าไม่แพง และด้วยหุ้นในกลุ่มสินค้าไอทีหลายตัวถูกกดดันจากการชะลอของ Apple แต่ SYNEX แทบไม่ไดถูกกระทบ เราจึงคาดว่าผลประกอบการจะ Outperform กลุ่มอย่างมากในปีนี้
อ่านเพิ่มเติม
07
มกราคม
2019
SAAM (IPO: 1.8/19TP: 2.1), นักพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมืออาชีพ
(views 28)
SAAM เป็นผู้ประกอบการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อจำหน่าย รายได้หลักปัจจุบัน 75-76% มาจากบริการจัดหาที่ตั้งและบริการที่เกี่ยวข้องภายในโครงการโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ซึ่งบริษัทเคยพัฒนามา อีก 24-25% จากการขายไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนา 2 โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศญี่ปุ่นเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นโครงการที่พัฒนาจนได้รับใบอนุมัติให้เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าแรงสูง และใบอนุมัติสนับสนุนค่าไฟฟ้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว รวมทั้งได้ลงนามสัญญากำหนดกรอบการพัฒนากับลูกค้าแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินงานในด้านต่างๆ ต่อไปจนสามารถขาย 1 โครงการแก่ลูกค้าใน 2H19 ซึ่งจะหนุนให้กำไรปี 2019 โตสูง 133.3% Y-Y ประเมินราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 2.10 บาท อิง PE 12.5 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
07
มกราคม
2019
ADVANC (BUY/19TP: 210), แนวโน้มยังไม่สดใส แต่ราคาสะท้อนไปมากแล้ว
(views 33)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q18 ของ ADVANC ยังไม่สดใสโดยคาดว่าจะทรงตัว Q-Q และ -9.9% Y-Y จากรายได้ที่ยังโตไม่เต็มที่เนื่งอจากยังถูกกดดันจาก Fixed Speed Package ขณะที่ฝั่งต้นทุนต้องรับรุ้ค่าตัดจำหน่ายคลื่น 1800 MHz เต็มไตรมาสและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้กำไรปกติปี 2018 จะทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อนที่ราว 3 หมื่นลบ. ขณะที่ประมาณการปี 2019 ที่คาด +5.8% Y-Y เริ่มมี Downside จากมุมมองของผู้บริการที่คาดว่าตลาดโดยรวมจะโตไม่มากและเน้นรักษา Market Share มากขึ้น อย่างไรก็ตามเรามองราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรและยังมี Dividend Yield ราว 4% ต่อปีช่วยพยุง จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อลงทุน” ราคาเหมาะสม 210 บาท
อ่านเพิ่มเติม
03
มกราคม
2019
BKD (BUY/19TP: 4.5), คาดกำไร 4Q18 โดดเด่น และปีนี้จะกลับมาทวงแชมป์หุ้นโตเร็ว
(views 36)
เรายังแนะนำซื้อ BKD ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 4.50 บาท โดยมีปัจจัยหนุนระยะสั้นคืองบ 4Q18 จะออกมาสวยต่อเนื่อง เบื้องต้นคาดที่ 21 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 4 ล้านบาทใน 4Q17 ส่วนปัจจัยหนุนระยะยาวคือ การฟื้นตัวของงานก่อสร้างที่จะทำให้งานตกแต่งเร่งตัวขึ้นตาม และการเริ่มให้บริการน้ำปะปาที่ภูเก็ตตั้งแต่ปี 2019 เราคาดกำไรปกติปี 2018 ที่ 172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 364% Y-Y และโตต่อเนื่องอีก 33% Y-Y อยู่ที่ 228 ล้านบาทในปี 2019 ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2019 เพียง 16 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 28 เท่า และคิดเป็น PEG เพียง 0.8 เท่า อิงการเติบโตเฉลี่ยปี 2020-2022 ที่ 20% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
26
ธันวาคม
2018
RS (BUY/19TP: 18), ยอดขาย MPC แข็งแกร่ง หนุนกำไร 4Q18
(views 29)
ยอดขายสินค้าธุรกิจ MPC ในช่วง 4 วันแรกของการทำแคมเปญโปรโมชั่น Shop 1781 New Year Grand sales ระหว่างวันที่ 21-31 ธ.ค. นี้ ดีมาก เพิ่มเท่าตัวจากยอดขายปกติ นับว่าดีกว่าที่เคยคาดว่าจะเพิ่มจากปกติ 10-15% แม้ Gross margin ลดลง ขณะที่ยอดขายปกติก็ฟื้นขึ้นมาจากไตรมาสก่อนที่ยังได้รับผลกระทบจากการปราบสินค้าเครื่องสำอางอาหารเสริมเถื่อนตั้งแต่กลาง 2Q18 รวมทั้งมียอดขายสินค้าใหม่ๆ เช่น เตรื่องประดับ สินค้าเกี่ยวกับความเชื่อ ขณะที่คาดรายได้ทีวีช่อง 8 ยังไม่ดีนักแต่ฟื้นขึ้นจากไตรมาสก่อน ทำให้ประมาณการกำไรปกติทั้งปีมี upside 5-10% จากเดิมคาดโต 35% และคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 18 บาท
อ่านเพิ่มเติม
20
ธันวาคม
2018
DTAC (BUY/19TP: 58), โมเมนตัมจะค่อยๆดีขึ้นหลังได้คลื่นใหม่
(views 42)
เราคาดผลการดำเนินงาน 4Q18 จะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,310 ลบ. จากขาดทุนชั่วคราวใน 3Q18 โดยได้อานิสงส์หลักจากต้นทุนสัมปทานที่หายไปและทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2018 คาดว่าจะจบที่ 1,883 ลบ. -11% Y-Y ขณะที่การได้คลื่นใหม่เข้ามาเพิ่มเติมหลังจากสิ้นสุดสัมปทานทำให้ความสามารถในการแข่งขันและความเชื่อมั่นของลูกค้าเพิ่มขึ้น เราคาดว่า DTAC ผ่านจุดที่แย่สุดไปแล้ว โดยกำไรปกติปี 2019 คาดว่าจะกลับมาโต 136.7% Y-Y จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 58 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
ธันวาคม
2018
ERW (BUY/19TP: 8), ปรับประมาณการลง แต่ยังคาดหวังการกลับมาโตในปีหน้า
(views 24)
เราลดประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ของ ERW ลง 11-19% สะท้อนจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด โดยคาดว่ากำไรปกติในปี 2018 จะชะลอตัวลง -4.2% Y-Y อย่างไรก็ตามเรายังให้น้ำหนักกับการหดตัวของนักท่องเที่ยวจีนไปที่ประเด็นความเชื่อมั่นจากเหตุเรือล่ม นอกจากนี้คาดว่ายังได้แรงหนุนจากโรงแรม JW Marriott ที่ Renovate เสร็จแล้วทั้ง 100% จึงคาดว่ากำไรปกติของ ERW ในปี 2019 จะกลับมาเติบโตแข็งแกร่ง +20.4% Y-Y แม้เราจะปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 8 บาท แต่มองว่าราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว เราจึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อลงทุน”
อ่านเพิ่มเติม
19
ธันวาคม
2018
KKP (BUY/19TP: 81), ปันผลดี กำไรเติบโตได้
(views 34)
เราคาดว่า KKP จะจ่ายเงินปันผลสำหรับกำไร 2H18 อีกหุ้นละ 3 บาท คิดเป็น Yield 4.5% (รวมทั้งปีคาดจ่ายหุ้นละ 5 บาท Yield 7.4% ต่อปี) นอกจากเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลที่ดีแล้ว เราคาดว่า KKP จะแสดงกำไร 4Q18 ที่ดีที่สุดในปีที่ 1.62 พันลบ. +4.5%Q-Q, +24%Y-Y จากรายได้งาน IB ที่คึกคักและปี 2019 เราคาดว่า KKP จะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นจากกระบวนการปรับโครงสร้างสินเชื่อในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ เราชอบ KKP มากขึ้นจากศักยภาพในการทำกำไรที่ดีขึ้นโดยพิจารณาจาก ROE ที่คาดว่าจะเป็นขาขึ้นต่อเนื่องในปี 2019-2020 มาอยู่ที่ราว 15% ซึ่งสูงรองจาก TISCO และดีที่สุดในรอบ 14 ปี คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 81 บาท
อ่านเพิ่มเติม
18
ธันวาคม
2018
ITEL (BUY/19TP: 5.5), อัตราการเติบโตสูงและ Valuation ไม่แพง แนะนำซื้อ
(views 35)
เรายังแนะนำซื้อ ITEL ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 5.50 บาท (DFC, WACC 7%) โดยหลังจากได้งานติดตั้งโครงข่าย 2 โครงการใหญ่ ทำให้แนวโน้มกำไรสุทธิปี 2019 โดดเด่นและมีความชัดเจนมากขึ้น เรามีการปรับลดกำไรปีนี้ลงเล็กน้อย 7% จากเดิมเหลือ 133 ล้านบาท (+30% Y-Y) เพราะดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 2 ขาดทุนมากกกว่าคาด แต่ปรับเพิ่มกำไรปีหน้า 31% เป็น 244 ล้านบาท (+84% Y-Y) จากการรับรู้รายได้งานติดตั้งโครงข่ายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเรามีการปรับเพิ่ม Risk Premium ตามค่าเบต้า และปรับลดคาดการณ์การเติบโตของกำไรในระยะยาว จึงทำให้ราคาเป้าหมายไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
อ่านเพิ่มเติม
17
ธันวาคม
2018
SEAFCO (BUY/19TP: 11.6), โมเมนตัมกำไรดีต่อเนื่อง …ลุ้นรับงานใหม่เข้ามาเติมอีกมาก
(views 35)
ทิศทางกำไร 4Q18 มีโอกาสทำได้ดีกว่าคาด อยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกับ 3Q18 แม้มีวันหยุดมาก แต่เดินเครื่องก่อสร้างเต็มที่ทั้งรถไฟฟ้าสีส้ม, สีชมพู และ One Bangkok เฟส 1 และ 2 รวมถึงเริ่มรับรู้ One Bangkok เฟส 4 เข้ามา ปัจจุบันมี Backlog อยู่กว่า 2.9 พันล้านบาท คาดทยอยรับรู้ถึงกลางปี 2019 พร้อมคาดหวังได้รับงานเข้ามาเติมราว 20% จากงานที่อยู่ระหว่างการประมูล 2.3 หมื่นล้านบาท เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-2019 ขึ้นเฉลี่ย 7.5% เป็น 345 ล้านบาท (+63% Y-Y) และ 356 ล้านบาท (+3% Y-Y) ตามลำดับ ทำให้ราคาเหมาะสมปี 2019 ปรับขึ้นเป็น 11.60 บาท และคงคำแนะนำซื้อ จากโมเมนตัมกำไรรายไตรมาสที่โตโดดเด่น Y-Y ต่อเนื่องจนถึงกลางปี 2019 และยังได้รับอานิสงค์จากการเร่งผลักดันงานประมูลรอบใหญ่ในฐานะธุรกิจต้นน้ำ
อ่านเพิ่มเติม
14
ธันวาคม
2018
PTTEP (BUY/19TP: 150), แม้จะปรับกำไรลง แต่ราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง
(views 35)
เราปรับราคาเป้าหมาย PTTEP ปี 2019 ลงจาก 169 บาทมาอยู่ที่ 150 บาท จากผลกระทบของมาร์จิ้นบนสัญญาสัมปทานใหม่ในแหล่งบงกช-เอราวัณที่น้อยกว่าที่คาดราว 5% และปรับสมมติฐานราคาน้ำมันดิบในระยะยาวลงมาอยู่ที่ US$65/บาร์เรล จากเดิม US$69/บาร์เรล จากความกังวลด้านปริมาณความต้องการใช้น้ำมันดิบที่อาจชะลอตัวลงในปีหน้าจากภาวะเศรษฐกิจโลก แต่เรายังคงแนะนำ ซื้อ PTTEP เนื่องจากการชนะการประมูลทั้งสองแหล่ง เบื้องต้นคาดว่าจะช่วยเพิ่มปริมาณสำรองให้กับบริษัทได้เป็น 8-9 ปี จากปัจจุบันที่อยู่ราว 5 ปี ในขณะที่ Downside ของราคาน้ำมันดิบน่าจะจำกัด หลังกลุ่ม OPEC+ จะเริ่มทยอยปรับลดกำลังการผลิตลงในปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
13
ธันวาคม
2018
SVOA (BUY/19TP: 2), ความเสี่ยงขาลงจำกัด ทุกธุรกิจยังทำกำไรได้ดี แนะนำซื้อ
(views 24)
เรากลับมาแนะนำซื้อ SVOA จาก Valuation ที่น่าสนใจ และแนวโน้มอุตสาหกรรมที่ยังมีการเติบโตใน 3 ปีข้างหน้า ตามการลงทุนด้านไอทีของรัฐฯและเอกชน เราคาดกำไรสุทธิปี 2018 ชะลอ 13% Y-Y อยู่ที่ 165 ล้านบาท เพราะปี 2017 มีกำไรจากการขาย LIT 73 ล้านบาท ถ้าหักออกกำไรปกติจะโต 22% Y-Y ส่วนปี 2019 คาดกำไรสุทธิที่ 188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% Y-Y ราคาหุ้นตอนนี้ซื้อขายที่ PE Band ล่างในรอบ 10 ปีเพียง 6-7 เท่า และคิดเป็นครึ่งหนึ่งของมูลค่าทางบัญชีที่ 2.30 บาท/หุ้น เราประเมินมูลค่าที่เหมาะสมปี 2019 โดยอิง PE 10 เท่า (จากการ Implied ด้วย DDM) ได้เท่ากับ 2.00 บาท มี Upside 61% ซึ่งถือว่าระมัดระวังกว่าเดิมที่เคยประเมินมูลค่าโดยอิง PE เฉลี่ยในอดีตที่ 15 เท่า ขณะที่ มูลค่าตามราคาตลาดของของ LIT และ IT เมื่อคิดกลับมาเป็นส่วนของ SVOA ณ วันที่ 12 ธ.ค. 18 รวมกันอยู่ที่ 0.93 บาท/หุ้น Downside ณ ปัจจุบันจึงจำกัดมากทั้งในเชิงของ Intrinsic Value และ Market Value
อ่านเพิ่มเติม
13
ธันวาคม
2018
KTB (BUY/19TP: 23), คุณภาพสินเชื่อเริ่มดีขึ้น
(views 34)
เราปรับราคาเหมาะสมปี 2019 ขึ้นเป็น 23 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ ประเด็นการลงทุนคือระยะสั้นเราคาดว่า KTB น่าจะมีกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ดีที่สุดในปีที่ราว 8.2 พันลบ. +4%Q-Q, +69%Y-Y เนื่องจาก NIM ที่ฟื้นตัวขึ้นและการตั้งสำรองฯที่น้อยลง คุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้นทำให้การตั้งสำรองฯผ่อนคลายลง เราคาดว่า KTB จะมีกำไรสุทธิปี 2018 ที่ราว 3.05 หมื่นลบ. +36%Y-Y และเพิ่มขึ้น 4%Y-Y เป็น 3.18 หมื่นลบ.ในปี 2019 แม้ว่าเป็นปีที่จะเริ่มลงทุนด้าน IT ซึ่งใช้งบลงทุนราว 1.2 หมื่นลบ. แต่คาดไม่กดดันกำไรเนื่องจาก KTB จะมีรายได้พิเศษ AQ และการตั้งสำรองฯที่กลับสู่ปกติ นอกจากนี้คาดว่าอัตราเงินปันผลน่าสนใจที่ราว 4%
อ่านเพิ่มเติม
12
ธันวาคม
2018
GUNKUL (BUY/19TP: 4.1), ปรับคาดทั้งปีขึ้น แม้ 4Q18 อ่อนลงจากฐานสูงไตรมาสก่อน
(views 32)
กำไร 3Q18 โตแรงเป็นพิเศษเป็นประวัติการณ์ สูงกว่าเราและตลาดคาดมาก แรงหนุนจากโรงไฟฟ้าลมแรงลมดี ทำให้เราปรับประมาณการทั้งปีขึ้นถึง 44% เป็นกำไรปกติโตแรงถึง 157% แต่กำไรสุทธิโต 40% Y-Y จากค่าใช้จ่ายพิเศษใน 1Q18 แม้แนวโน้ม 4Q18 อ่อนลง Q-Q คงแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว ราคาเป้าหมายปี 2019 ปรับขึ้นเล็กน้อยที่ 4.10 บาท จากเดิม 4 บาท (SOTP) ไม่รวมโครงการ Solar Rooftop รูปแบบ Private PPA ซึ่งมีแนวโน้มได้รับการสนับสนุนในแผน PDP ฉบับใหม่ และโอกาสได้กำลังผลิตใหม่ โดยบริษัทคงเป้าเพิ่มเป็น 1,000 MW ภายในปี 2020-2021 จากปัจจุบันที่ระดับ 546 MW โดยเฉพาะโครงการลม-โซลาร์ ในเวียดนาม
อ่านเพิ่มเติม
06
ธันวาคม
2018
BBL (BUY/19TP: 245), หนึ่งในผู้รับประโยชน์สูงสุดต่อภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ย
(views 51)
คงราคาเหมาะสมปี 245 บาท และคงคำแนะนำ ซื้อ เราคาดว่า BBL จะเป็นหนึ่งในผู้รับประโยชน์สูงสุดจากการขยายตัวของสินเชื่อและ อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ทั้งยังมีประเด็นบวกจากการปรับโครงสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมที่โฟกัสที่ธุรกิจ Bancassurance มากขึ้น และคุณภาพหนี้ที่แข็งแรง คาดการณ์กำไร 4Q18 เติบโตได้ดี +1%Q-Q, +7%Y-Y เพราะ NIM ที่ทรงตัวสูงและการเติบโตของค่าธรรมเนียมตามฤดูการขายประกันและกองทุน ส่วนแนวโน้มกำไรปี 2019 คาดการณ์การเติบโต +5%Y-Y มีแรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมจากการ Cross selling, การเติบโตของสินเชื่อภาครัฐและภาคต่างประเทศ และ การขยับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย
อ่านเพิ่มเติม
06
ธันวาคม
2018
BGRIM (BUY/19TP: 34), คาดกำไรปกติ 4Q18 ยังอ่อนลง Q-Q สะดุดชั่วคราว โตแรงปีหน้า
(views 34)
แนวโน้มกำไรปกติใน 4Q18 อ่อนลงต่อเนื่อง Q-Q จากต้นทุนค่าก๊าซเพิ่ม และแผนซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า ทำให้ต้องปรับลดคาดการณ์กำไรปกติทั้งปีลง11% แต่ยังโต 17% และปีหน้าคงคาดโตสูง 48% รวมทั้งยังมีศักยภาพการได้กำลังผลิตเพิ่มอีกจากโครงการในหลายประเทศ โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าพลังลมในเกาหลีใต้ ที่มีโอกาสเห็นความคืบหน้ามากขึ้นใน 1Q19 คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 34 บาท
อ่านเพิ่มเติม
06
ธันวาคม
2018
EKH (BUY/19TP: 7.6), ศักยภาพการเติบโตยังสูงในระยะยาว
(views 46)
เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางการเติบโตของ EKH โดยศูนย์ IVF มีศักยภาพการเติบโตสูงมากในตลาดจีนผ่านการจับมือกับพาร์ทเนอร์ ขณะที่การเปิดอาคารศูนย์กุมารเวชใหม่ในช่วง 2Q19 คาดว่าจะไม่ถ่วงผลการดำเนินงานในภาพรวมอย่างมีนัยยะจากความต้องการที่ยังโตต่อเนื่องและช่วยให้รองรับผู้ป่วยได้มากขึ้นกว่า 60% จาก Capacity ปัจจุบันที่ค่อนข้างเต็ม เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ขึ้นราว 10% เป็นเติบโต 33.1% Y-Y และ 4.6% Y-Y ตามลำดับ พร้อมปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2019 ขึ้นเป็น 7.60 บาท Valuation ปัจจุบันยังไม่แพง จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
03
ธันวาคม
2018
RS (BUY/19TP: 18), แนวโน้มกำไรปกติ 4Q18 ฟื้นดีขึ้นต่อเนื่อง Q-Q
(views 35)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q18 ฟื้นจากไตรมาสก่อนที่ยังได้รับผลกระทบจากการปราบสินค้าเครื่องสำอางอาหารเสริมเถื่อนตั้งแต่กลาง 2Q18 และการทำ New Year Grand sale ในช่วงครึ่งหลังเดือนธ.ค. คาดเพิ่มยอดขายธุรกิจ MPC เพิ่ม 10-15% จากระดับปกติในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย. ที่ฟื้นขึ้นมาเป็นระดับ 180-190 ล้านบาทต่อเดือน แม้ Gross margin ลดลง ขณะที่คาดรายได้ทีวีช่อง 8 ก็ฟื้นขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ได้ผลกระทบมากจากกำลังซื้ออ่อนแอ การแข่งขันสูง ประมาณการกำไรปกติทั้งปีมี upside เล็กน้อย จากเดิมคาดโต 35% คงคำแนะนำ ซื้อราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 18 บาท
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤศจิกายน
2018
BCH (BUY/19TP: 21), คาดกำไรยังทำ New High ในปี 2019
(views 51)
ทิศทางกำไรปี 2019 ของ BCH คาดว่ายังสามารถเติบโตและทำจุดสูงสุดใหม่ได้ต่อเนื่องหนุนจากทั้งผู้ป่วยเงินสดที่โตตามการบริโภคและโควต้าประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ WMC ที่พลิกมีกำไรโดดเด่นแล้ว ขณะที่รพ.เกษมราษฎร์รามคำแหงคาดไม่ถ่วงผลการดำเนินงานอย่างมีนัยยะ ส่วนโครงการลงทุนโรงพยาบาลใหม่อื่นๆส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการในปี 2020 จึงยังไม่มีแรงกดดันจากผลขาดทุนเริ่มแรก เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 โต 17.4% Y-Y และ 15.2% Y-Y ตามลำดับ ราคาหุ้นอ่อนตัวจนทำให้ Upside เปิดกว้างอีกครั้ง เราจึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อลงทุน” ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 21 บาท
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤศจิกายน
2018
AOT (BUY/19TP: 73), กำไรสุทธิ 4Q18 ดีกว่าคาด แนวโน้มยังโตได้แม้ท่องเที่ยวชะลอ
(views 65)
กำไรสุทธิ 4Q18 ดีกว่าเราและตลาดคาด กำไรสุทธิ 4Q18 (ก.ค. - ก.ย. 18) อยู่ที่ 5,247 ล้านบาท ดีกว่าเราและตลาดคาดที่ 4.5-5.0 พันล้านบาท โดยกำไรสุทธิที่ลดลง 18% Q-Q เป็นไปตามฤดูกาลที่อยู่ในช่วง Low Season ของการท่องเที่ยว แต่เติบโตสูง 41% Y-Y เพราะปีก่อนฐานต่ำเนื่องจาก 4Q17 มีการบันทึกค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุย้อนหลัง 1.3 พันล้านบาท และเป็นผลจากการควบคุมค่าใช่จ่ายอย่างเข้มงวด เพื่อรองรับผลกระทบเชิงลบจากนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอตั้งแต่ต้นไตรมาส โดยอัตรากำไรจากการดำเนินอยู่ที่ 47.5% เพิ่มขึ้นจาก 38.5% ใน 4Q17 ขณะที่ จำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 6% Y-Y โดยต่างประเทศเพิ่มขึ้น 7% Y-Y และในประเทศเพิ่มขึ้น 3% Y-Y ส่วนจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 3% Y-Y ใกล้เคียงกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ
กำไรสุทธิปี 2018 (ต.ค. 17 – ก.ย. 18) อยู่ที่ 25,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% Y-Y จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 10% Y-Y อยู่ที่ 60,537 ล้านบาท ตามการเร่งตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวใน 1H18 และอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นเป็น 54.8% จาก 51.2% ในปี 2017 เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ และมีการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤศจิกายน
2018
SISB (IPO: 5.2/19TP: 8.84), การลงทุนด้านการศึกษาคือการลงทุนเพื่ออนาคต
(views 111)
SISB เป็นผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเอกชนนานาชาติและได้นำหลักสูตรของประเทศสิงคโปร์มาใช้เป็นพื้นฐานในการจัดการเรียนการสอน ปัจจุบันมีโรงเรียนในกลุ่ม 5 โรงเรียนและเปิดสอนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาลถึงม.6 สามารถรองรับนักเรียนได้สูงสุด 4,175 คน เราคาดว่า SISB อยู่ใน Growth Stage เนื่องจากการลงทุนครั้งใหญ่เสร็จสิ้นแล้วทำให้มี Capacity รองรับการเติบโตของจำนวนนักเรียนได้ในช่วงระยะ 3-5 ปี ระยะเวลาตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไปจะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวกำไร เนื่องจากลักษณะต้นทุนส่วนใหญ่เป็นคงที่/กึ่งคงที่ทำให้ธุรกิจมี Operating Leverage (ทุกๆการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักเรียนหรือรายได้ จะทำให้กำไรเพิ่มขึ้นในอัตราสูงกว่า) เราคาดว่า SISB จะมีการเติบโตของกำไรในปี 2019-2021 ที่ราว 51% ต่อปี โดยมีปัจจัยสำคัญจาก 1.การเติบโตของรายได้ 2. Efficiency ที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนการให้บริการทางการศึกษา และ 3.คาดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง ประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2019 ที่ 8.84 บาท (DCF)
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤศจิกายน
2018
ASK (BUY/19TP: 28.6), Small but beautiful
(views 30)
เราคาดว่า ROE จะปรับขึ้นสู่ 18% ในปี 2019 ซึ่งสูงสุดในรอบ 13 ปี และดีกว่าค่าเฉลี่ยใน 10 ปีย้อนหลังที่ราว 15%, คาด กำไรทำจุดสูงสุดใหม่ในปี 2019, การเติบโตของกำไรในปี 2019-2020 เฉลี่ย 7-8% ต่อปี ซึ่งดีกว่าค่าเฉลี่ยของการเติบโตใน 5 ปีอดีตที่อยู่ที่เพียง 5% ต่อปี และ Dividend Yield ที่ราว 7% ต่อปี สิ่งเหล่านี้ทำให้ ASK จัดเป็นหุ้นปันผลชั้นเยี่ยมและ Valuation น่าสนใจเพราะราคาล่าสุดซื้อขายที่ 2019 PER 9 เท่า ต่ำกว่า Hist Avg ที่ 9-10 เท่า บนฐาน ROE ที่สูงขึ้น เราประเมินราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 28.60 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤศจิกายน
2018
HANA (HOLD/19TP: 44), Trade War อาจเริ่มกระทบต่อคำสั่งซื้อในช่วง 1H19
(views 40)
จากประชุมวานนี้ โทนกลางๆ แม้จะชนะได้รับส่วนแบ่งการตลาดสินค้า Smart Phone แบรนด์จีน น่าจะช่วยหนุนรายได้กลุ่ม Smart Phone ต่อเนื่องไปในปีหน้า แต่ประเด็น Trade War เริ่มทำให้ลูกค้าของบริษัทมีความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกปีหน้ามากขึ้น ทั้งนี้ลูกค้าได้เริ่มส่งสัญญาณการสั่งซื้อสินค้าแบบพอใช้ในช่วง 1H19 จะไม่สต็อกสินค้าปริมาณมากเหมือนในอดีตอีกต่อไป จึงอาจทำให้ภาพรวมคำสั่งซื้อในปีหน้าของบริษัทเติบโตไม่สดใสนัก โดยเราน่าจะได้เห็นการย้ายสายการผลิตจากจีนมายังประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น ซึ่งบริษัทได้เตรียมขยายกำลังการผลิตโรงงานในไทย และยังมีโรงงานแห่งใหม่ที่กัมพูชารองรับการย้ายฐานการผลิตของลูกค้าในอนาคต ด้วยกำไร 3Q18 ที่ดีกว่าคาด เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2018 – 2019 ขึ้น 18% และ 6.3% ตามลำดับเป็นกำไรที่ลดลง -14.7% Y-Y ในปี 2018 และจะกลับมาโต 3.5% Y-Y ในปี 2019 เราปรับลดราคาเป้าหมายปี 2019 ลงเป็น 44 บาท จากเดิม 45 บาท (อิง PE 14 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงมามาก แต่เชื่อว่าน่าจะยังถูกกดดันต่อไปจากเรื่อง Trade War ในขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q18 จะอ่อนตัวลงตามฤดูกาล จึงปรับคำแนะนำเป็น ถือ โดยคาดเงินปันผลช่วง 2H18 หุ้นละ 0.85 บาท คิดเป็น Yield 2.5%
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤศจิกายน
2018
PRM (BUY/19TP: 9), แม้ฟื้นไม่เร็วเหมือนที่คาด แต่จะไม่กลับไปแย่เหมือนอดีตแล้ว
(views 41)
เรายังยืนยันว่าผลประกอบการของ PRM ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 4Q17 ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงหลังประกาศงบ 3Q18 จึงไม่ใช่จังหวะขาย ในทางตรงข้าม เรากลับมองเป็นโอกาสซื้อ โดยระยะสั้นมีปัจจัยหนุนด้านผลประกอบการ 4Q18 ที่คาดว่าโต 13% Q-Q และ 139% Y-Y อยู่ที่ 247 ล้านบาท เพราะการขนส่งน้ำมันในประเทศยังมีโมเมนตัมที่ดี และไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเหมือน 3Q18 ขณะที่ ภาพระยะยาวจะได้แรงหนุนจากการประมูลสัมปทานปิโตรเลียมทั้งในไทยและพม่า รวมถึง ความต้องการเรือจัดเก็บและผสมน้ำมันกลางทะเล เพื่อลดซัลเฟอร์ก่อนนำเข้าโรงกลั่นบนบก อีกทั้ง ยังมีการขยายกองเรือเพื่อรองรับการขนส่งปิโตรเคมีที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งแม้ยังไม่รวมธุรกิจ การเติบโตแบบ Organic Growth จะหนุนให้กำไรสุทธิปี 2019-2021 โตเฉลี่ย 22% ต่อปี แต่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PE2019 เพียง 16 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 33 เท่าอยู่มาก เราจึงคงคำแนะนำซื้อ โดยราคาเป้าหมายปี 2019 ของเรายังอยู่ที่ 9 บาท อิง PE 22 เท่า จากการ Implied PEG ที่ 1 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤศจิกายน
2018
TK (SELL/19TP: 8.5), คาด ROE ปีนี้-ปีหน้ายังสร้างความผิดหวัง
(views 33)
กำไร 3Q18 ที่น่าผิดหวังและแนวโน้มกำไร 4Q18 ที่ยังไม่กลับสู่ปกติ เนื่องจาก NPL ที่สูงขึ้น ในปี 2019 เราคาดการณ์กำไรที่ 427 ลบ. (+6.5%Y-Y) โดยคาดว่าการเติบโตของยอดขายรถจักรยานยนต์น่าจะไม่มีความตื่นเต้น ขณะที่น่าจะเห็น NPL และ CoF ที่กดดันกำไรเพิ่มขึ้นในปีหน้า ภายหลังการปรับประมาณการกำไรปี 2018 และจัดทำประมาณการกำไรปี 2019 ใหม่ เราพบว่า ROE ของ TK จะปรับลดลงเป็น 8-8.5% ต่ำที่สุดในรอบ > 10 ปี ปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 8.50 บาท ปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย (จากเดิม ซื้อ)
อ่านเพิ่มเติม
27
พฤศจิกายน
2018
KBANK (BUY/19TP: 238), Attractive Valuation
(views 61)
คงคำแนะนำ ซื้อ แม้ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2019 เป็น 238 บาท ราคาหุ้นได้ลงมาซื้อขายอยู่ที่ 2019 FWD PBV ที่ 1.14 เท่า ซื้อต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ PBV ของ KBANK 2Y ที่เฉลี่ยที่ราว 1.4 เท่า ได้ตอบรับความกังวลต่อมุมมอง NPL Ratio ของธนาคารแล้ว ซึ่ง Credit cost ที่ธนาคารปรับเป้าหมายลดลงสามารถอธิบายได้ว่าธนาคารยังสามารถควบคุมได้และไม่ได้กังวลต่อการปรับขึ้นในรอบนี้ ประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ใหม่ของเราอยู่ที่ 4.16 หมื่นลบ. ยังเห็นการเติบโตราว 3%Y-Y เนื่องจากคาดการณ์ Credit cost ที่ลดลงและ NIM ที่เพิ่มขึ้นเป็น 3.5% ตามอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤศจิกายน
2018
BJC (BUY/19TP: 66), คาดกำไรโตต่อเนื่องใน 4Q18 ส่วนดีล WG มองบวกระยะยาว
(views 51)
จากประชุมเมื่อวันศุกร์ โทนบวก ระยะสั้นกำไร 4Q18 จะเติบโตและทำจุดสูงสุดของปี ภายหลังรายได้กระป๋องอลูมิเนียมกลับมาฟื้นตัน จากที่ลูกค้ามีปรับเปลี่ยนดีไซน์ ทำให้ยอดชะลอไปใน 3Q18 กอปรกับแรงกดดันด้านต้นทุนลดลงทั้งราคาก๊าซธรรมชาติที่น่าจะลดลงตามราคาน้ำมันดิบ และราคาเศษแก้วที่เริ่มลดลง ในขณะที่ SSSG 4QTD ของ BIGC ยังเป็นบวกได้เล็กน้อย และอัตราภาษีจ่ายจดลดลงหลังจากนี้ ภายหลังปรับโครงสร้างแล้วเสร็จใน 3Q18 ส่วนดีลซื้อ WG อยู่ระหว่างเตรียมทำ Tender Offer คาดจะแล้วเสร็จภายในเดือน ม.ค. 2019 หากซื้อทั้ง 100% จะใช้เงินราว 3.2 พันล้านบาท มองเป็นบวกในระยะยาว จาก Synergies ที่จะเกิดขึ้นระหว่างกัน แต่ระยะสั้นอาจยังไม่ส่งผลต่อประมาณการอย่างมีนัยสำคัญ เพราะคาดดอกเบี้ยจ่ายที่จะเกิดขึ้นอาจมีมูลค่าใกล้เคียงกับกำไรของ WG เรายังคาดกำไรสุทธิ BJC ปี 2018-2019 โต 20.4% Y-Y และ 16.9% Y-Y ตามลำดับ คงราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 66 บาท (DCF) ยังมี Upside 28.8% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
พฤศจิกายน
2018
ROBINS (BUY/19TP: 83), คาดกำไร 4Q18 ทำจุดสูงสุดของปี และโตต่อเนื่องในปีหน้า
(views 40)
จากประชุมวานนี้ ภาพกำลังซื้อระยะนี้ยังดูทรงๆ แต่คาดหวังการฟื้นตัวในเดือน ธ.ค. ที่เป็น High Season ของธุรกิจ และอาจมีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย แต่ถึงแม้จะไม่มี เรายังคาดกำไร 4Q18 จะเติบโตทำจุดสูงสุดของปี เพราะอัตรากำไรขั้นต้นจะกลับมาฟื้นตัวแรง จากการเพิ่มขึ้นของ Private Brand และจะเปิดสาขาใหม่อีก 1 แห่ง ในรูปแบบ Lifestyle Center ช่วยหนุนการโตของพื้นที่เช่า ในขณะที่ยังมีหลายปัจจัยหนุนการเติบโตในปีหน้าทั้ง การเปิดสาขาใหม่ 3 แห่ง (2 ใหญ่ 1 เล็ก) การเพิ่มพื้นที่เช่า การเพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Brand ต่อเนื่อง และการเน้นธุรกิจ Online มากขึ้น แม้สัดส่วนยังน้อย แต่มีศักยภาพการเติบโตที่ดี เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 – 2019 เติบโต 13.5% Y-Y และ 15% Y-Y ตามลำดับ คงราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 83 บาท (DCF) ยังมี Upside 24.8% และจะเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในต่างจังหวัด คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
พฤศจิกายน
2018
SAWAD (BUY/19TP: 53), กำไรจะดีขึ้นใน 4Q18 ต่อเนื่องปี 2019
(views 46)
คงคำแนะนำ ซื้อ โดยคงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 53 บาท ระยะสั้นคาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q18 โตเป็นสถิติสูงสุดที่ 777 ลบ. +1.4%Q-Q, +7.2%Y-Y ตาม High Season ของการปล่อยสินเชื่อและคาด Loan yield ที่ทรงตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน ปี 2019 คาดการณ์กำไรสุทธิที่ 3.17 พันลบ. +17%Y-Y คาดการเติบโตของสินเชื่อที่ 20% และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +15%Y-Y, คาดการณ์ Credit cost ที่ 1.25% และ Cost to income ratio ที่ 44% จาก 42.8%
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤศจิกายน
2018
OSP (BUY/19TP: 28), ผู้นำเครื่องดื่มบำรุงกำลังในไทยและเมียนมาร์
(views 63)
แนวโน้มกำไรจะโตต่อเนื่องใน 4Q18 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และสินค้าใหม่ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งกลุ่มเครื่องดื่ม (ฉลามกระชายดำ C-Vitt) และกลุ่มของใช้ส่วนบุคคล (เบบี้มายด์ ทเวล์ฟพลัส) เราคาดกำไรปกติปี 2018 จะเติบโต 10.6% Y-Y และน่าจะโตต่อเนื่องในปี 2019 ราว 8.5% Y-Y ภายหลังรับรู้เตาหลอมแก้วที่หยุดซ่อมบำรุงได้เต็มปี, ต้นทุนเศษแก้วลดลง และหลายสินค้าใหม่ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สินค้ากลุ่มเดิมน่าจะทรงตัวถึงปรับขึ้นเล็กน้อย ส่วนโรงงานเครื่องดื่มแห่งใหม่ในเมียนมาร์จะแล้วเสร็จอย่างเร็วในช่วง 4Q19 และจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในปี 2020 เป็นต้นไป เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 28 บาท (อิง PE 27 เท่า) ยังมี Upside 14.3% อัตราการเติบโตของกำไรอาจดูไม่ตื่นเต้นนัก ด้วยฐานที่ค่อนข้างใหญ่ แต่มี Downside Risk ค่อนข้างต่ำ และมีความสม่ำเสมอของผลประกอบการ แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
พฤศจิกายน
2018
ASAP (BUY/19TP: 4.5), ปรับลดกำไรปี 2018-2019 ก่อนคาดการฟื้นตัวชัดเจนปี 2020
(views 39)
ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2019 มาที่ 4.50 บาท (เดิม 7.50 บาท) แต่ปรับคำแนะนำจาก ขาย เป็น ซื้อ ราคาหุ้นลงมารับข่าวกำไร 3Q18 ที่ผิดหวัง เราคาดว่ารายได้ยังเติบโตได้สูงตามแผนธุรกิจเนื่องจากเป้าหมายการเพิ่มจำนวนรถให้เช่าเป็น 2 หมื่นคันในปี 2019 จาก 1.6 หมื่นคันในปัจจุบันและเร็วกว่าแผนเดิมที่คาดว่าจะขยายได้ตามจำนวนในปี 2020 เราคาดว่าธุรกิจรถยนต์ให้เช่าระยะสั้น และ ASAP Go จะเป็น Upside ให้กับประมาณการในระยะต่อไป ตามการท่องเที่ยวในประเทศ และความนิยมของ Car Sharing สำหรับ ASAP Auto Park ปัจจุบันเปิดให้บริการเพียง 40% ของพื้นที่เช่าทั้งหมดที่มีอยู่ราว 2 พันตารางเมตร ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มพื้นที่ในราว มี.ค. 2019 เราคาดว่ากำไรจะชะลอตัวลงในปีนี้ และจะค่อยๆฟื้นตัวจากธุรกิจใหม่ในปี 2019 และก้าวกระโดดในปี 2020
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤศจิกายน
2018
KTC (BUY/19TP: 46), ทนทานทุกสภาวะ
(views 47)
ปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี ขึ้น 4% เป็น 5.3 พันลบ. +61%Y-Y จากกำไร 9M18 ที่ดีกว่าคาดและแนวโน้มกำไร 4Q18 ที่น่าจะทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้งตามฤดูกาลการจับจ่ายใช้สอย ส่วนคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 อยู่ที่ 6.6 พันลบ. +24%Y-Y โดยคาดการณ์รายได้ดอกเบี้ยสูงขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อที่เป็น High-yield ทำให้ Spread ดีขึ้นและคาด Credit cost ลดลงจากปี 2018 เนื่องจากการตั้งสำรองฯระดับสูงมีความจำเป็นน้อยลงจากคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น เราปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 46 บาท ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ (เดิม ซื้อเก็งกำไร)
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤศจิกายน
2018
CMAN (BUY/19TP: 3.9), 3Q18 ชะลอจากค่าใช้จ่ายพิเศษ แต่ 4Q18 จะเร่งขึ้น แนะนำซื้อ
(views 37)
กำไรสุทธิ 3Q18 ต่ำกว่าคาดเพราะมีค่าธรรมเนียม Refinance หนี้เพื่อประหยัดดอกเบี้ยจ่ายในอนาคต และพลิกมาขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนตามเงินบาทที่ผันผวนเร็ว แต่ยอดขายยังมีการเติบโต และอัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ แนวโน้ม 4Q18 จะโตสูงทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะเป็นช่วงที่มีการผลิตน้ำตาลออกมามาก อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่กำไรสุทธิ 9M18 ต่ำกว่าคาด และค่าใช้จ่ายในการขายยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการหาตลาดใหม่ เราจึงปรับลดประมาณการปี 2018-2019 ลงเหลือ 163 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% Y-Y และ 208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% Y-Y ตามลำดับ พร้อมปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 3.90 บาท อิง PE 18 เท่า เรายังคงยืนยันให้ซื้อ โดยมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันที่ซื้อขายบน PE2018-19 เพียง 14-17 เท่า และ PBV 1.2-1.3 เท่า ยังถูกเกินไปเมื่อเทียบกับ SUTHA ที่มี Valuation แพงกว่า ทั้งที่ความสามารถในการทำกำไรไม่ต่างกัน และ CMAN มีความเสี่ยงทางธุรกิจต่ำกว่ามาก จากการมีเหมืองเป็นของตัวเอง ซึ่งคิดเป็นมูลค่าขั้นต่ำราว 2.50 บาท/หุ้น
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2018
CMAN (BUY/19TP: 3.9), 3Q18 ชะลอจากค่าใช้จ่ายพิเศษ แต่ 4Q18 จะเร่งขึ้น แนะนำซื้อ
(views 38)
กำไรสุทธิ 3Q18 ต่ำกว่าคาดเพราะมีค่าธรรมเนียม Refinance หนี้เพื่อประหยัดดอกเบี้ยจ่ายในอนาคต และพลิกมาขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนตามเงินบาทที่ผันผวนเร็ว แต่ยอดขายยังมีการเติบโต และอัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ แนวโน้ม 4Q18 จะโตสูงทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะเป็นช่วงที่มีการผลิตน้ำตาลออกมามาก อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่กำไรสุทธิ 9M18 ต่ำกว่าคาด และค่าใช้จ่ายในการขายยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการหาตลาดใหม่ เราจึงปรับลดประมาณการปี 2018-2019 ลงเหลือ 163 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% Y-Y และ 208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% Y-Y ตามลำดับ พร้อมปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 3.90 บาท อิง PE 18 เท่า เรายังคงยืนยันให้ซื้อ โดยมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันที่ซื้อขายบน PE2018-19 เพียง 14-17 เท่า และ PBV 1.2-1.3 เท่า ยังถูกเกินไปเมื่อเทียบกับ SUTHA ที่มี Valuation แพงกว่า ทั้งที่ความสามารถในการทำกำไรไม่ต่างกัน และ CMAN มีความเสี่ยงทางธุรกิจต่ำกว่ามาก จากการมีเหมืองเป็นของตัวเอง ซึ่งคิดเป็นมูลค่าขั้นต่ำราว 2.50 บาท/หุ้น
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2018
ARROW (BUY/18TP: 9.9), กำไรสุทธิ 3Q18 ฟื้นตัว และดีกว่าคาด แนวโน้ม 4Q18 จะโต Y-Y
(views 37)
กำไรสุทธิ 3Q18 เริ่มฟื้นตัว และมีโอกาสผ่านจุดต่ำสุดของปี กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% Q-Q แต่ยังลดลง 8% Y-Y สัญญาณที่ดีคือรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 32% Q-Q และ 6% Y-Y อยู่ที่ 408 ล้านบาท จากความต้องการในงานโครงสร้างพื้นฐานที่เร่งตัวขึ้น ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นแม้จะฟื้นจาก 20.4% ใน 2Q18 มาอยู่ที่ 22.0% ใน 3Q18 แต่ยังต่ำกว่า 25.3% ใน 3Q17 เพราะต้นทุนเหล็กในตลาดโลกยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ ARROW ไม่สามารถปรับราคาขายสินค้าขึ้นตามได้ทัน (ลูกค้ารายใหญ่ล็อคราคาซื้อไปแล้วล่วงหน้า) จึงทำให้กำไรสุทธิยังคงปรับตัวลง Y-Y ขณะที่ การควบคุมค่าใช้จ่ายเริ่มเห็นผลบวกมากขึ้น โดย SG&A/Sales ลดลงเหลือ 11.1% จาก 12.8% ใน 2Q18 และ 12.4% ใน 3Q17 ทั้งนี้ แม้ผลประกอบการ 3Q18 ที่ออกมาจะยังไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับมาตรฐานที่ทำไว้สูงในปี 2015-2016 (เฉลี่ยไตรมาสละ 62-65 ล้านบาท) แต่การฟื้นกลับเร็ว Q-Q ก็น่าจะสะท้อนระดับหนึ่งว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 2Q18 ส่วนกำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 110 ล้านบาท ลดลง 27% Y-Y เหตุผลหลักยังมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ถูกกดดันจากราคาเหล็กที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเร็ว
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2018
BJC (BUY/19TP: 66), กำไร 3Q18 ตามคาด เพราะปรับโครงสร้างภาษีแล้วเสร็จ
(views 34)
กำไรสุทธิ 3Q18 ใกล้เคียงคาด แต่ผลการดำเนินงานหลักต่ำกว่าคาด กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 1,683 ล้านบาท (+20.6% Q-Q, +21.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 1,635 ล้านบาท) ซึ่งในไตรมาสนี้บริษัทได้ปรับโครงสร้างภาษีแล้วเสร็จ (เร็วกว่าที่เคยคาดว่าจะเสร็จใน 4Q18) ทำให้อัตราภาษีจ่ายลดลงเหลือเพียง 9.8% จาก 22.3% ใน 2Q18 และ 26.8% ใน 3Q17 หากไม่รวมรายการภาษี เราพบว่าผลการดำเนินงานต่ำกว่าคาด แม้ SSSG ของ BIGC จะทำได้ดี +2.5% Y-Y และมีการเปิดสาขาใหม่ได้ตามแผน รวมถึงมีการนับสต็อกทำให้มีการกลับรายการค่าเผื่อสินค้า โดยอัตรากำไรขั้นต้นของ BIGC 3Q18 อยู่ที่ 16.8% เพิ่มขึ้นจาก 16.1% ใน 2Q18 แต่ต่ำกว่า 17.7% ใน 3Q17 เพราะฐานสูงในปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจแก้วลดลงจากปีก่อนค่อนข้างมากถึง 160 bps จาก 22.4% ใน 3Q17 เป็น 20.8% ใน 3Q18 มาจากต้นทุนที่สูงขึ้นของก๊าซธรรมชาติ โซดาแอซ และทราย แม้ธุรกิจ Consumer และ Healthcare & Technical จะปรับตัวได้ดีขึ้น แต่ยังไม่สามารชดเชยได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมในไตรมาสนี้อยู่ที่ 19.1% ลดลงจากปีก่อนถึงราว 50 bps ในขณะที่ค่าใช้จ่ายได้ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 20.9% จาก 20.6% ใน 2Q18 และ 20.7% ใน 3Q17
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2018
MBAX (HOLD/19TP: 5.6), กำไร 3Q8 โดดเด่นต่อเนื่อง จากทั้งรายได้และมาร์จิ้นที่ขยายตัว
(views 38)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% Q-Q และ 208% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 สูงถึง 40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% Q-Q และ 208% Y-Y แม้รายได้จะเพิ่มขึ้นไม่มาก 4% Q-Q และ 2% Y-Y อยู่ที่ 435 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้สูงถึง 15.1% จาก 12.5% ใน 2Q18 และ 8.5% ใน 3Q17 ตามผลของ Economy of scale ที่มีการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ราคาวัตถุดับที่เริ่มอ่อนตัวลง และการควบคุมของเสียได้มีประสิทธิภาพ ส่วน SG&A/Sale ลดลงเหลือ 5.8% จาก 6.0% เท่ากันทั้งใน 2Q18 และ 3Q17 จากแผนลดการใช้พลังงานที่เริ่มเห็นผลในปีนี้
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2018
RS (BUY/19TP: 18), กำไรปกติ 3Q18 ใกล้เคียงคาด ธุรกิจ MTC เพิ่งเริ่มฟื้นท้ายไตรมาส
(views 43)
กำไรปกติ 3Q18 เพิ่ม 10.6% แต่ลดลง 17.2% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 ใกล้เคียงคาด ที่ 107 ล้านบาท ลดลง 38.1% Q-Q (2Q18 มีรายการพิเศษกำไรจากการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระค่าใบอนุญาตทีวีดิจิตอลสุทธิภาษี 76 ล้านบาท) และลดลง 13.9% Y-Y ขณะที่กำไรปกติเพิ่ม 10.6% Q-Q จากการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A แต่ลดลง 17.2% Y-Y จากรายได้รวมลดลง 15.9% Y-Y จากรายได้ธุรกิจสื่อ (หลักๆ คือ ทีวีดิจิตอล) ที่ลดลง36.2% Y-Y (17.4% Q-Q) ตามภาวะตลาดทีวีที่ยังอ่อนแอและการแข่งขันเข้มข้น รายได้ธุรกิจเพลงลดลง 16.6% Y-Y ขณะที่ยอดขายกลุ่ม MTC (Health & Beauty + Home & Lifestyle) เพิ่มเพียง 8.7% Y-Y (ยังลดลง 8.8% Q-Q) จากผลกระทบการปราบสินค้าเครื่องสำอางและอาหารเสริมเถื่อนและการคุมโฆษณามาตั้งแต่ 2Q18 เพิ่งมาเร่งตัวขึ้นในช่วงท้ายของไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2018
SAWAD (BUY/19TP: 53), กำไรดีกว่าคาด กลยุทธการปรับพอร์ตสินเชื่อเพิ่ม Yield ได้จริง
(views 30)
กำไร 3Q18 ดีกว่าที่คาด SAWAD รายงานกำไร 3Q18 ที่ 766 ลบ. เพิ่มขึ้น 26%Q-Q และ 23%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดคาดไว้ราว 10% เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ +11%Q-Q, 24%Y-Y ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของสินเชื่อและการเปลี่ยนรูปแบบการให้สินเชื่อที่เป็นการปล่อยสินเชื่อผ่านบ.ย่อยที่มีผลตอบแทนสูงกว่าเดิม เป็นการยืนยันว่า Spread ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 1Q18 โดย Loan spread ในไตรมาสนี้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 16.3% จาก 15.6% ในไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนั้นยังเกิดจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 7.3%Q-Q, 8.3%Y-Y ซึ่งเป็นไปตามการปล่อยสินเชื่อใหม่ แต่หากไม่นับรวม 3Q17 ที่มีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบ.ย่อยจำนวน 82.6 ลบ. รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นราว 20%Y-Y ในไตรมาสนี้ SAWAD มีอัตราการตั้งสำรองฯ (Credit cost) ที่ 1.5% สูงกว่าที่เราคาดไว้ แต่ลดลงจาก 1.87% ในไตรมาสก่อนซึ่งเกิดจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นและการปรับนโยบายสำรองฯ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2018
STEC (BUY/19TP: 28.5), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด หนุนจากรายได้งานก่อสร้าง
(views 39)
กำไร 3Q18 ขยายตัว 25% Q-Q และ 76% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด STEC รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 381 ล้านบาท (+25% Q-Q, +76% Y-Y) ดีกว่าเราและตลาดคาด 19% และ 26% ตามลำดับ มาจากรายได้งานก่อสร้างที่ทำได้ดีกว่าคาดที่ 7.2 พันล้านบาท (+27% Q-Q, +56% Y-Y) โดยมีแรงหนุนหลักมาจากการเดินเครื่องรับรู้รายได้งานรถไฟฟ้าสีชมพู-เหลือง และโรงไฟฟ้า Gulf 2 แห่ง รวมถึงความคืบหน้าของงานที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอย่างรถไฟฟ้าสายสีส้มที่เร่งขึ้น ประกอบกับรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้น่าพอใจใกล้เคียงกับ 2Q18 ที่ 7.8% ขณะที่ SG&A ต่อรายได้ปรับลดเป็น 1.6% เทียบกับ 2% ใน 2Q18 และ 2.9% ใน 3Q17 จากการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2018
CK (BUY/19TP: 33), กำไร 3Q18 แกร่ง หนุนจากรายการพิเศษของบริษัทร่วม
(views 32)
กำไร 3Q18 +137% Q-Q, +105 % Y-Y จากรายการพิเศษของ BEM CK รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 1.28 พันล้านบาท (+137% Q-Q, +105% Y-Y) หนุนจากรายการพิเศษของ BEM ราว 698 ล้านบาท หลัง BEM มีการขาย CKP ออกไป ทำให้มีการบันทึกกำไรจากการขาย และการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 585 ล้านบาท (+8% Q-Q, -6% Y-Y) ต่ำกว่าที่เรา และตลาดคาดเล็กน้อย 7% โดยรายได้งานก่อสร้างทำได้น้อยกว่าคาดที่ 7.2 พันล้านบาท (-5% Q-Q, -18% Y-Y) เนื่องจากอยู่ในช่วงปลายของโครงการโรงไฟฟ้าไซยะบุรี อย่างไรก็ตาม ถูกชดเชยด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับขึ้นเป็น 8.2% จาก 7.8% ใน 2Q18 เนื่องจากมีการรับรู้รายได้จากโครงการที่มาร์จิ้นดี โดยเฉพาะงาน M&E สายสีน้ำเงินต่อขยายในอัตราที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ขยายตัวเป็น 344 ล้านบาท (+25% Q-Q, +21% Y-Y) จากผลประกอบการที่ดีของทั้ง BEM และ CKP ช่วยหนุนให้กำไรยังสามารถเติบโตได้ Q-Q
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2018
AMATA (BUY/19TP: 30), กำไรปกติ 3Q18 ดีขึ้นหนุนจากส่งแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้า
(views 38)
กำไรปกติ 3Q18 ฟื้นเพราะส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า AMATA รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 300.9 ล้านบาท มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 60 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออก จะเป็นกำไรปกติ 306.9 ล้านบาท ฟื้นตัวแรงจากไตรมาสก่อน +584.6% Q-Q แต่ยังต่ำกว่า 3Q17 อยู่ 42.1% อันที่จริงการโอนที่ดินในไตรมาสนี้ทำได้เพียง 39 ไร่ ลดลงจาก 2Q18 ที่โอนได้ 56 ไร่ และลดลงมากจาก 3Q17 ที่โอนได้ถึง 161 ไร่ ทำให้รายได้จากการขายอสังหาฯ -22.5% Q-Q, -76.0% Y-Y เหลือ 214.8 ล้านบาท ในส่วนของรายได้ค่าสาธารณูปโภคและรายได้ค่าเช่ายังคงเติบโตต่อเนื่อง แต่ไม่เพียงพอที่จะทำให้รายได้รวมเติบโต รายได้รวมใน 3Q18 จึง -2.9% Q-Q, -42.9% Y-Y แต่เหตุที่กำไรฟื้นตัวแรง Q-Q เพราะบริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในโรงไฟฟ้าอมตะบีกริมเพาเวอร์เพิ่มถึง 134.9% Q-Q เป็น 218.7 ล้านบาท ประกอบกับการโอนที่ดินในไตรมาสนี้เป็นที่ดินในเวียดนามค่อนข้างมาก จึงทำให้ Gross margin โดยรวมสูงขึ้นจาก 44.6% ในไตรมาสก่อนเป็น 52.4%
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2018
AP (BUY/19TP: 9.5), กำไร 3Q18 ตามคาด …แนวราบเป็นพระเอก
(views 42)
กำไรสุทธิ 3Q18 ขยายตัว 44% Y-Y แต่ชะลอ 22.5% Q-Q AP รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 917 ล้านบาท (-22.5% Q-Q แต่ +44% Y-Y) เป็นไปตามที่เรา และตลาดคาด การชะลอ Q-Q มาจากส่วนแบ่งกำไร JV ที่ลดลงอยู่ที่ 271 ล้านบาท (-48% Q-Q) เนื่องจากไม่มีการเริ่มโอนโครงการใหม่ในไตรมาสนี้ ขณะที่ยอดโอนเร่งขึ้นต่อเนื่อง 5% Q-Q และ 43% Y-Y แตะระดับ 6.6 พันล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ : คอนโดที่ 68 : 32 หนุนจากแนวราบที่ยังไปได้ดี และการโอนคอนโดต่อเนื่องอย่างโครงการ Vittorio มูลค่า 3.2 พันล้านบาท ซึ่งทำยอดขายได้ดี และสามารถบรรลุยอดขายได้ทั้งหมดแล้วในไตรมาสนี้ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 33.3% จาก 34.7% ใน 2Q18 และ 36.6% ใน 3Q17 เนื่องจากมียอดโอนจากโครงการ Vittorio ซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำในสัดส่วนที่มากขึ้น ส่วน SG&A ต่อรายได้ปรับขึ้นเป็น 21.2% จาก 20.6% ใน 2Q18 ตามการเปิดโครงการใหม่ที่มากขึ้น และการออกแคมเปญการตลาด
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2018
SEAFCO (BUY/19TP: 11), กำไร 3Q18 ตามคาด …แนวราบเป็นพระเอก
(views 40)
กำไรสุทธิ 3Q18 ขยายตัว 44% Y-Y แต่ชะลอ 22.5% Q-Q AP รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 917 ล้านบาท (-22.5% Q-Q แต่ +44% Y-Y) เป็นไปตามที่เรา และตลาดคาด การชะลอ Q-Q มาจากส่วนแบ่งกำไร JV ที่ลดลงอยู่ที่ 271 ล้านบาท (-48% Q-Q) เนื่องจากไม่มีการเริ่มโอนโครงการใหม่ในไตรมาสนี้ ขณะที่ยอดโอนเร่งขึ้นต่อเนื่อง 5% Q-Q และ 43% Y-Y แตะระดับ 6.6 พันล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ : คอนโดที่ 68 : 32 หนุนจากแนวราบที่ยังไปได้ดี และการโอนคอนโดต่อเนื่องอย่างโครงการ Vittorio มูลค่า 3.2 พันล้านบาท ซึ่งทำยอดขายได้ดี และสามารถบรรลุยอดขายได้ทั้งหมดแล้วในไตรมาสนี้ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 33.3% จาก 34.7% ใน 2Q18 และ 36.6% ใน 3Q17 เนื่องจากมียอดโอนจากโครงการ Vittorio ซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำในสัดส่วนที่มากขึ้น ส่วน SG&A ต่อรายได้ปรับขึ้นเป็น 21.2% จาก 20.6% ใน 2Q18 ตามการเปิดโครงการใหม่ที่มากขึ้น และการออกแคมเปญการตลาด
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2018
CPALL (BUY/19TP: 90), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด โตทั้ง Q-Q และ Y-Y น่าจะดีต่อใน 4Q18
(views 48)
กำไร 3Q18 ฟื้นตัวได้ดีกว่าคาด เป็นการโตทั้ง Q-Q และ Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 5,182 ล้านบาท (+8.4% Q-Q, % +4.3Y-Y) ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 4,776 ล้านบาท) ในส่วนของ MAKRO มีกำไรที่ฟื้นตัวมาอยู่ที่ 1,357 ล้านบาท (+22% Q-Q, -6.2% Y-Y) มาจากการฟื้นตัวของราคาเนื้อสัตว์และการเปิดสาขาใหม่ แม้ Stamp Promotion ในธีมบุพเพสันนิวาสของธุรกิจ 7-11 จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ด้วย SSSG ที่ยังเป็นบวกต่อ +1.8% Y-Y และมีการเปิดสาขาใหม่ไตรมาสนี้ 142 แห่ง ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 0.5% Q-Q และ 6.1% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นค่อนไปในทางทรงตัว 22.3% ใกล้เคียง 22.4% ใน 3Q17 แต่ฟื้นตัวจาก 21.9% ใน 2Q18 ส่วนหนึ่งมาจากธุรกิจ MAKRO ที่ฟื้นตัว ส่วนของร้าน 7-11 อัตรากำไรขั้นต้นค่อนไปในทางทรงตัวอยู่ที่ 27.6% ลดลงจาก 27.9% ใน 3Q17 และใกล้เคียงกับ 27.7% ใน 2Q18 ซึ่งเป็นผลจาก Product Mix และรายได้บัตรโทรศัพท์ระบบเติมเงินยังหดตัวต่อเนื่อง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายขยับขึ้นเล็กน้อย ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมอยู่ที่ 19.9% เพิ่มขึ้นจาก 19.7% ใน 2Q18 และใกล้เคียง 20% ใน 3Q17 ส่วนหนึ่งยังมาจากค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขาใหม่ของ MAKRO
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2018
FTE (BUY/18TP: 3.7), กำไรปกติ 3Q18 ดีขึ้นหนุนจากส่งแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้า
(views 29)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 31 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 31 ล้านบาท ลดลง 27% Q-Q และ 24% Y-Y จากรายได้รวมที่ลดลง 3% Q-Q และ 11% Y-Y อยู่ที่ 246 ล้านบาท เพราะงานขายให้ตึกสูงและโครงสร้างพื้นฐานชะลอตัว แต่ได้ชดเชยบางส่วนจากงานโครงการที่กลับมาเร่งตัว โดยเฉพาะของ กฟผ. ที่หายไปตั้งแต่ต้นปี ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอ่อนลงเล็กน้อยเหลือ 30.3% จาก 31.8% ใน 2Q18 แต่เพิ่มขึ้นจาก 26.3% ใน 3Q17 จากผลของการบริหารสินค้าคงคลังและอัตราแลกเปลี่ยนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วน SG&A/Sales เร่งตัวขึ้นเป็น 15.7% จาก 11.7% ใน 2Q18 และ 10.4% ใน 3Q17 เพราะมีการเพิ่มทีมขายเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดใหม่ๆ เช่น EEC และโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ กำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 89 ล้านบาท คิดเป็น 69% ของคาดการณ์ทั้งปีที่ 130 ล้านบาท (ทรงตัว Y-Y) แปลว่า 4Q18 ต้องทำให้ได้อีก 41 ล้านบาท ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่เรามองว่าเป็นไปได้ เพราะงาน กฟผ. เริ่มกลับมาเร่งตัวในลักษณะ Front load ตามนโยบายเร่งเบิกจ่ายของภาครัฐฯ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2018
TVO (BUY/19TP: 34), แนวโน้มกำไร 4Q18 ไม่สดใส แต่ราคาถั่วเหลืองต่ำสุดแล้ว
(views 41)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ แม้คาดการณ์ปริมาณผลผลิตถั่วเหลืองโลกปีหน้าจะยังเกินดุลต่อเนื่อง แต่ตลาดรับรู้แล้ว ในขณะที่ยังมีหลาย Catalyst หนุนราคาถั่วเหลืองในระยะสั้น โดยเรามองราคาถั่วเหลืองปัจจุบันถือเป็นระดับต่ำสุดแล้ว เพราะใกล้เคียงต้นทุนการเพาะปลูกของเกษตรกรในสหรัฐฯ และสะท้อนประเด็น Trade War ไปพอสมควรแล้ว แม้จีนจะพยายามขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการปรับสูตรอาหารสัตว์เพื่อลดการใช้ถั่วเหลืองลงอีก แต่เรามองว่าเริ่มทำได้ยาก เพราะจะกระทบต่อคุณภาพของสัตว์ และอาจไม่คุ้มที่จะเปลี่ยนไปใช้โปรตีนประเภทอื่น เรามองกรอบราคาถั่วเหลืองปีหน้าที่ US$9 - US$10 ต่อบุชเชล จากปัจจุบันที่ US$8.8 ต่อบุชเชล แนวโน้มกำไร 4Q18 อาจจะแผ่วลงต่อ เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลงเล็กน้อย 6% เป็นการเติบโต 44.8% Y-Y ส่วนปี 2019 คาดโตราว 2.2% Y-Y ด้วยฐานที่สูงในปีนี้ เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 34 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) มี Upside 18.3% และคาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลงวด 2H18 ราว 3% และมองราคาถั่วเหลืองแตะระดับต่ำสุดแล้ว จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2018
SAT (BUY/19TP: 26), ได้ประโยชน์จากการเติบโตของรถยนต์ในประเทศมากสุดในกลุ่ม
(views 27)
เรามมองว่า SAT เป็นผู้ที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศมากกสุดในกลุ่ม เพราะยังไม่ได้การขยายตลาดไปต่างประเทศมากนัก และกลุ่มรถกระบะซึ่งเป็นลูกค้าหลักของ SAT มีการเติบโตที่ดีทั้งตลาดในประเทศ และแถบ CLMV อีกทั้ง ยังได้รับผลดีจากการขยายตัวของชิ้นส่วนเครื่องจักรการเกษตรที่เพิ่มขึ้น 12% Y-Y ในช่วง 9M18 ด้วย ส่วนแนวโน้ม 4Q18 คาดว่ากำไรปกติยังมีการเติบโต Y-Y แต่กำไรสุทธิจะอ่อนลงเพราะ 4Q17 มีบันทึกกำไรจากการสินทรัพย์ไปบริษัทร่วมราว 85 ลบ. เราปรับกำไรสุทธิปีนี้ขึ้น 2% เป็น 873 ล้านบาท (+8% Y-Y) และปีหน้าขึ้น 5% เป็น 926 ล้านบาท (+6% Y-Y) ราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็น PE2018-19 เพียง 10 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของตัวเองที่ 12 เท่า จึงแนะนำซื้อ โดยผลจากการปรับประมาณการ ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2019 เพิ่มขึ้นจาก 25 บาท เป็น 26 บาท (อิง PE 12 เท่า) โดยมี Upside เพิ่มเติมจากการรุกตลาดกลุ่ม Tier 1 และรถบรรทุกในต่างประเทศ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2018
SPALI (BUY/19TP: 25), กำไร 3Q18 ตามคาด …แนวโน้ม 4Q18 เป็นไตรมาสที่ดีสุดของปี
(views 23)
กำไร 3Q18 ทรงตัว Q-Q และหดตัว 41% Y-Y SPALI รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด อยู่ที่ 1.24 พันล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่หดตัว 41% Y-Y หากตัดกำไรพิเศษใน 3Q17 กำไรปกติจะลดลง 24% Y-Y มีสาเหตุมาจากยอดโอนที่ชะลอตัวเป็น 5.8 พันล้านบาท (-8% Q-Q, -22% Y-Y) แบ่งเป็นแนวราบ : คอนโดที่ 62 : 38 โดยรายได้จากคอนโด -29% Q-Q, -44% Y-Y อยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท เนื่องจากโครงการ Supalai Monte II Chiangmai (มูลค่า 1.8 พันล้านบาท มียอดขายแล้ว 79%) เริ่มโอนในปลายเดือนก.ย. จึงมีรายได้เข้ามาในไตรมาสนี้ไม่มาก รวมถึงถูกกดดันจาก SG&A ต่อรายได้ที่อยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกับ 2Q18 ที่ 14.6% ปรับขึ้นจาก 10.6% ใน 3Q17 จากค่าใช้จ่าย Commission ให้กับ Agent เพื่อกระตุ้นยอดขายต่างชาติ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาปรับขึ้นเป็น 39% เทียบกับ 37.8% ใน 2Q18 และ 38.3% ใน 3Q17 จากมาร์จิ้นของคอนโดที่ทำได้ดี
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2018
CPN (BUY/19TP: 93), กำไรปกติ 3Q18 ชะลอ 10.7% Q-Q เพราะต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่ม
(views 34)
CPN รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 2,928 ล้านบาท โดยมีรายการทางบัญชีเป็นการปรับปรุงค่าเช่าที่ดินของเซ็นทรัลพระราม 2 จำนวน 308 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก จะเป็นกำไรปกติ 2,620.1 ล้านบาท -10.7% Q-Q, +5.5% Y-Y ต่ำกว่าที่ตลาดคาดราว 6% ซึ่งเกิดจากต้นทุนค่าเช่าที่ดินและการตัดจำหน่ายสิทธิของเซ็นทรัลพระราม 2 ที่เพิ่มขึ้นเพราะมีการต่อสัญญา และต้นทุนค่าเสื่อมเพิ่มจากการเปิดศูนย์ใหม่ รวมถึงค่าสาธารณูปโภค (30% ของต้นทุนค่าเช่าและบริการ) เพิ่มขึ้นจากอัตราค่า Ft ที่สูงขึ้น ค่าบุคลากรและค่าโฆษณาเพิ่ม ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมทุกธุรกิจลดลงเล็กน้อยเป็น 47.5% จาก 48.0% ใน 2Q18 และ 48.5% ใน 3Q17 รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มจากการกู้เงินเพื่อซื้อ GLAND นอกจากนี้ รายได้จากการโอนคอนโดในไตรมาสนี้ลดลงหลังจากโอนไปเป็นจำนวนมากในไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2018
EPG (BUY/19TP: 12), กำไรปกติ 2Q19 ฟื้นช้า ฉุดโดยธุรกิจ EPP แต่ยังมีหวังใน 2 ไตรมาสที่เหลือ
(views 28)
กำไรปกติ 2Q19 (ก.ค.-ก.ย. 2018) ฟื้นช้า ถูกฉุดโดยธุรกิจ EPP กำไรสุทธิ 2Q19 (ก.ค.-ก.ย. 2018) ทำได้ 262.2 ล้านบาท เป็นขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 21.5 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก จะเป็นกำไรปกติ 283.7 ล้านบาท ฟื้นตัวต่อเนื่อง +3.7% Q-Q แต่ยัง -6.4% Y-Y ต่ำกว่าที่เราคาดเล็กน้อย แม้ว่ากำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องแต่ยังเป็นการฟื้นที่ค่อนข้างช้า โดยเฉพาะธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก (EPP) ที่แม้จะถูกกระทบจากหน้าฝน (low season) แต่เนื่องจากการบริโภคในประเทศยังไม่ได้ฟื้นตัวเต็มที่ จึงยังมีการแข่งขันทางด้านราคาอยู่ และด้วยการที่บริษัทมีกำลังการผลิตขนาดใหญ่ มีต้นทุนคงสูง จึงกระทบ Gross margin ทำให้ลดลงเหลือ 15.0% จากไตรมาสก่อนที่อยู่ที่ 17.9% และจาก 2Q18 ที่อยู่ที่ 19.3% เกือบต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ในทางตรงกันข้าม อีก 2 ธุรกิจ คือ Aeroklas – ชิ้นส่วนยานยนต์ และ Aeroflex – ฉนวนยาง ยังมียอดขายที่โตต่อเนื่องทั้ง Q-Q และ Y-Y ส่วน Gross margin ลดลงเพียงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนแต่ยังอยู่ในกรอบค่าเฉลี่ยที่บริษัททำได้ ทั้งนี้ EPG ประกาศจ่ายปันผลงวดครึ่งปี 0.08 บาท/หุ้น (Yield 1.1%) XD 27 พ.ย. จ่ายเงิน 7 ธ.ค. 2018
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2018
M (BUY/19TP: 79), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด และจะดีต่อใน 4Q18
(views 25)
กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด โตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y ทั้งที่ SSSG ไม่สดใสนัก กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 676 ล้านบาท (+2.4% Q-Q, +3.8% Y-Y) ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 618 ล้านบาท) จากค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าคาด ทำให้กำไรสามารถโตได้เล็กน้อย Q-Q ทั้งที่เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ ส่วนกำไรที่เติบโต Y-Y แม้ SSSG จะไม่สดใส โดยทำได้ทรงตัว 0% Y-Y สำหรับ MK และ -4% Y-Y สำหรับ Yayoi แต่ด้วยการเปิดสาขาใหม่ 8 แห่ง (4 MK, 3 Yayoi, 1 Bizzy Box) และอัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวได้ดีอยู่ที่ระดับ 68.4% ใกล้เคียง 68.5% ใน 2Q18 และเพิ่มขึ้นจาก 67.9% ใน 3Q17 จากต้นทุนวัตถุดิบอาหารที่ค่อนข้างทรงตัว เพราะมีการล็อกราคาไว้ล่วงหน้า 1 ปี ส่งผลให้รายได้รวม -1.7% Q-Q และ +3.6% Y-Y ในขณะที่ค่าใช้จ่ายควบคุมได้ดีกว่าคาด ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับลงมาอยู่ที่ 51.9% (เราคาดไว้ 53.4%) จาก 52.6% ใน 2Q18 แต่ปรับขึ้นจาก 50.6% ใน 3Q17 เพราะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายทางการตลาด ส่วนแบ่งผลประกอบการบริษัทร่วมพลิกเป็นกำไรไตรมาสแรกที่ 9.8 แสนบาท จากก่อนหน้าที่ขาดทุนมาตลอด -1.5 ล้านบาทใน 2Q18 และ -2.5 ล้านบาทใน 3Q18 ภายหลังบริษัทร่วมที่สิงคโปร์มีประกอบการที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2018
ORI (BUY/19TP: 12.3), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด …แต่ปี 2019 ท้าทาย
(views 22)
กำไรปกติ 3Q18 อ่อนตัว 17% Q-Q แต่โต 87% Y-Y ดีกว่าคาด ORI รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 892 ล้านบาท (-12.5% Q-Q, +60% Y-Y) หนุนจากกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยราว 252 ล้านบาท(หลังหักภาษี) หากตัดรายการดังกล่าว กำไรปกติจะอยู่ที่ 640 ล้านบาท (-17% Q-Q, +87% Y-Y) มากกว่าเรา และตลาดคาด 13% และ 15% ตามลำดับ จากรายได้จากการบริหารโครงการให้ NRED ที่โตกว่าเท่าตัวจากไตรมาสก่อนเป็น 434 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่มีต้นทุน จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมทำได้สูงกว่าคาดที่ 47.4% เทียบกับ 44% ใน 2Q18 และ 46.8% ใน 3Q17 อย่างไรก็ตาม กำไรที่ชะลอ Q-Q มาจากยอดโอนที่ลดลง 4% Q-Q เป็น 3.2 พันล้านบาท เนื่องจากไม่มีโครงการใหม่เริ่มโอน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาทำได้ใกล้เคียงกับ 2Q18 ที่ 40% แม้มีการรับรู้โครงการ Park 24 เฟส 2 ซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำกว่าโครงการอื่น
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2018
SAPPE (HOLD/19TP: 23), กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาดมาก และน่าจะยังไม่สดใสนักใน 4Q18
(views 24)
กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาดมาก ต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาส กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 67 ล้านบาท (-43.2% Q-Q, -39.6% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 88 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวแรง โดยกำไรที่ลดลง Q-Q ถือว่าสอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง Low Season ส่วนสาเหตุที่กำไรลดลง Y-Y มาจากการลดลงของรายได้ -25.3% Q-Q และ -12.6% Y-Y และต้นทุนเม็ดพลาสติกยังอยู่ในระดับสูง บวกกกับอัตราการใช้กำลังการผลิตที่อ่อนตัวลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงแรงมาอยู่ที่ 33.5% (เราคาดไว้ 36%) จาก 36.2% ใน 2Q18 และ 38.1% ใน 3Q17 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 19 ไตรมาส ในขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายให้ลดลงมากที่สุด แต่ด้วยรายได้ที่ลดลงมาก ยังคงทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 21.9% เพิ่มขึ้นจาก 18.9% ใน 2Q18 และ 21.3% ใน 3Q17 สำหรับส่วนแบ่งผลประกอบการจาก All Coco ยังขาดทุน -2.7 ล้านบาท ขาดทุนเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน เป็นผลจากต้นทุนมะพร้าวที่แพงขึ้น แต่ล่าสุดได้เริ่มถูกลงตั้งแต่ช่วงปลาย 3Q18 ที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2018
GUNKUL (BUY/19TP: 4), กำไร 3Q18 โตแรงกว่าคาดมาก
(views 22)
3Q18 ทำ New High กำไรสูงเป็นประวัติการณ์ 3Q18 กำไรสุทธิ 716 ล้านบาท กำไรปกติ 692 ล้านบาท โต 207.8% Q-Q, 436.2 % Y-Y จากรายได้รวมโตถึง 88.9% Q-Q., 31.5% Y-Y โดยเฉพาะรายได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่ม 117% Q-Q (แม้ลดลง 46.6% Y-Y) รวมทั้งรายได้ขายไฟฟ้าที่มีมาร์จิ้นสูงเพิ่มเท่าตัว Q-Q และ 2 เท่าตัว Y-Y จากการ COD ของ 2 โรงไฟฟ้าพลังลม “GNP” (67.5 MW) และ KWE (50 MW) ตั้งแต่ปลาย 1Q18 และปลาย 2Q18 ตามลำดับ และโรงไฟฟ้าลมทั้ง 3 โรงมีความสามารถในการผลิตไฟเต็มที่ เนื่องจากมีความเร็วลมสูงเป็นพิเศษ Gross margin เพิ่มเป็น 57.0% จากไตรมาส่กอนที่ 46.7% และ 3Q17 ที่ 28.8%
กำไรดังกล่าว นับเป็นกำไรสูงกว่าคาดของเราและตลาดที่ระดับ 400-500 ล้านบาท จากรายได้เพิ่มมากกว่าคาด และกำไร 9M18 มากกว่าที่คาดทั้งปีถึง 30% จึงจะมีการทบทวนประมาณการในทางบวก
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2018
SYNEX (BUY/18TP: 20), กำไร 3Q18 ทรงตัวตามคาด แนวโน้ม 4Q18 จะกลับมาโดดเด่น
(views 21)
กำไรสุทธิ 2Q18 ตามคาดที่ 160 ล้านบาท ลดลง 23% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 7% Y-Y รายได้รวมลดลง 3% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 16% Y-Y อยู่ที่ 9,345 ล้านบาท โดยรายได้ที่ชะลอ Q-Q เป็นผลจากฤดูกาล และะมีงานโครงการเลื่อนไปเข้า 4Q18 ราว 300 ล้านบาท ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่โตดีต่อเนื่องเพราะยอดขายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เกมมิ่งยังเร่งตัว ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 4.36% ฟื้นตัวจาก 4.26% ใน 2Q18 แต่ยังลดลงจาก 4.78% ใน 3Q17 จากผลของ Product Mix และการเจรจาเงื่อนไขทางการค้ากับ Supplier บางราย จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังชะลอจากปีก่อนเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน กำไรสุทธิจึงทรงตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y ที่ 161 ล้านบาท ใกล้เคียงกับคาดการณ์ของเราที่ 168 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 532 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% Y-Y จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 14% Y-Y และอัตรากำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเป็น 1.91% จาก 1.87% ใน 9M17
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
BEM (BUY/19TP: 9.7), 3Q18 ดีตามคาด ...มีปัจจัยบวกรออยู่ข้างหน้า
(views 32)
กำไรสุทธิ และกำไรปกติ 3Q18 เป็นไปตามที่เราคาด BEM รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 โตแกร่ง 219% Q-Q และ 232% Y-Y แตะ 3.1 พันล้านบาท หนุนจากรายการพิเศษจากการขายหุ้น CKP รวม 2.2 พันล้านบาท แบ่งเป็นกำไรการขาย 171 ล้านบาท และการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน (Non-cash) ราว 2 พันล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 918 ล้านบาท (+16% Q-Q, -2% Y-Y) เป็นไปตามที่เรา และตลาดคาด การขยายตัวของกำไร Q-Q มีแรงหนุนมาจาก 1) รายได้รวม +4% Q-Q อยู่ที่ 3.9 พันล้านบาท สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส จากการเติบโตของทั้ง 3 ธุรกิจ ตามปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดน้อย 2) อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 39.4% เทียบกับ 38.9% ใน 2Q18 จากมาร์จิ้นที่ดีขึ้นของธุรกิจรถไฟฟ้า 3) ส่วนแบ่งกำไร +21% Q-Q ตามปริมาณน้ำของ TTW ที่มาก และ 4) SG&A ต่อรายได้ปรับลดเป็น 7% จาก 8.2% ใน 2Q18 อย่างไรก็ตาม กำไรที่ลดลงเล็กน้อย Y-Y เป็นผลจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลดเป็น 39.4% จาก 40.9% ใน 3Q17 จากการเพิ่มขึ้นจากค่าตัดจำหน่ายของทางด่วน และค่าซ่อมแซม บำรุงรักษาของรถไฟฟ้า
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
BGRIM (BUY/19TP: 34), กำไรปกติ 3Q18 ลดลงมากกว่าคาดเล็กน้อย แต่ 9M18 ยังโต 16%
(views 26)
3Q18 กำไรสุทธิโต แต่กำไรปกติลดลง BGRIM รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 795 ล้านบาท เพิ่ม 269.1% Q-Q, 39.7% Y-Y ไม่รวมรายการพิเศษส่วนใหญ่ FX Gain กำไรจากการซื้อกิจการโรงไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายพิเศษไม่ประจำอื่นๆ กำไรปกติที่ 423 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ลดลง 38.6% Q-Q, 18.8% Y-Y จากต้นทุนค่าก๊าซเพิ่มตามราคาก๊าซเฉลี่ยเพิ่ม 6% Q-Q ชดเชยรายได้เพิ่มจากโรงไฟฟ้าใหม่ทยอย COD และการซื้อหุ้นเพิ่มเป็น 100% ในโรงไฟฟ้า BGYSP รวมทั้งค่าใช้จ่ายการเงินเพิ่ม
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
BLA (BUY/19TP: 38), Valuation น่าสนใจ
(views 24)
คงคำแนะนำ ซื้อ BLA จากราคาที่ซื้อขายในตลาดน่าสนใจหลังลงมาใกล้เคียงกับระดับ Embedded value ของธุรกิจ โดยที่ยังไม่ได้รวม Value of New Business ทั้งนี้ในเชิงพื้นฐาน เวลาที่เหมาะสมน่าจะเป็นในช่วง 2Q19 เนื่องจากระยะสั้นยังเห็นการชะลอตัวของกำไรโดยกำไร 4Q18 น่าจะน้อยที่สุดในปีเนื่องจากค่าใช้จ่ายจากการประกันภัยที่น่าจะสูงขึ้น และ 1Q19 ยังมีภาระการจ่ายกรมธรรม์ที่ครบกำหนดก้อนใหญ่ แต่หลังจากนั้นผลกำไรน่าจะกลับสู่ฐานที่ดีขึ้นจากการปรับกลยุทธการขายเบี้ยประกันที่เน้นประกันคุ้มครองและประกันระยะยาวซึ่งไม่เป็นภาระต่อการกันสำรองฯมากนัก อีกทั้งภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นน่าจะทำให้รายได้จากเงินลงทุนมี Upside จากคาดการณ์ของเรา ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 38 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
COMAN (BUY/18TP: 7), ขาดทุนสุทธิ แต่กำไรปกติโตสูง และปรับโครงสร้างเสร็จแล้ว
(views 38)
กำไรปกติ 3Q18 โตสูง 90% Q-Q และ 39% Y-Y COMAN รายงานผลการดำเนินงานเป็นขาดทุนสุทธิ 1.7 ลบ. เพราะมีการรับรู้ส่วนขาดทุนจากการยกเลิกธุรกิจ MSL ราว 14 ลบ. ถ้าหักออกจะมีกำไรปกติ 13 ลบ. เพิ่มขึ้น 90% Q-Q, 39% Y-Y แรงหนุนมาจากรายได้ขายซอฟแวร์ให้โรงแรมและร้านอาหารที่เพิ่มขึ้น 13% Q-Q แต่ลดลงเล็กน้อย 3% Y-Y (เพราะฐานปีก่อนยังมีรายได้ของ MSL รวมอยู่ด้วย) อยู่ที่ 45 ล้านบาท ตามการหาลูกค้าใหม่ได้เพิ่มขึ้นทั้งโรงแรมและร้านอาหาร รวมถึงการบริหารต้นทุนที่ทำได้ค่อนข้างดี โดยอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 69.2% มากกว่า 2Q18 ที่ 66.6% และ 3Q17 ที่ 64.2% อีกทั้ง การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังดีต่อเนื่องด้วย ลดลงเหลือเพียง 40% ของรายได้รวม จาก 45% ใน 2Q18 ส่วนกำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 8 ล้านบาท ลดลง 50% Y-Y แต่กำไรปกติอยู่ที่ 23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150% Y-Y สะท้อนภาพรวมของธุรกิจหลักที่กลับมาสดใส ซึ่งเป็นผลจากการทำตลาดเชิงรุกของผู้บริหาร หลังหมดความกังวลในกรณีของการขาย MSL
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
EA (BUY/19TP: 65), กำไรปกติ 3Q18 ทำนิวไฮและยังไม่หยุดโต
(views 32)
กำไรปกติ 3Q18 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1,120 ล้านบาท EA รายงานกำไรสุทธิ 1,274.6 ล้านบาท มีรายการพิเศษเป็นกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 155 ล้านบาท ถ้าตัดออกไป เป็นกำไรปกติ 1,120 ล้านบาท +12% Q-Q, +15% Y-Y เป็นสถิติสูงสุดใหม่ จากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากเพราะกระแสลมในภาคใต้แรงดี ประกอบกับรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากกำลังผลิตใหม่ 126 MW ที่ทยอย COD ตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา (ปัจจุบันมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 404MW แบ่งเป็นโซลาร์ 278MW และพลังงานลม 126MW) ชดเชยโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่แผ่วลงเพราะเข้าหน้าฝนและธุรกิจไบโอดีเซล (B100) ที่เผชิญกับผลปาล์มล้นตลาด แม้ต้นทุนจะถูกลงแต่ราคาขายก็ต้องปรับลงด้วยด้วย
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
ROBINS (BUY/19TP: 83), กำไร 3Q18 ต่ำคาด แต่ยังโต Y-Y และจะสูงสุดของปีใน 4Q18
(views 22)
กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย จากรายการพิเศษของบริษัทร่วม กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 664 ล้านบาท (-4.3% Q-Q, +8.7% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 6% (เราคาดไว้ 704 ล้านบาท) มาจากค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าคาด และส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมต่ำกว่าคาด สาเหตุที่กำไรลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาลเพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ ส่วนกำไรที่เติบโตดี Y-Y มาจาก SSSG ที่บวกได้ต่อเนื่อง แต่อยู่ในระดับต่ำ +0.2% Y-Y และรับรู้รายได้สาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 6.8% Q-Q และ 3.4% Y-Y ในขณะที่รายได้ค่าเช่ายังโตได้ +5.5% Q-Q และ +10% Y-Y ผลของพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้น และมีอัตราการเช่าถือว่าเต็มพื้นที่ในระดับ 99% ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 24.2% ลดลงจาก 24.8% ใน 2Q18 และใกล้เคียงปีก่อน ถือว่ายังไม่ดีนัก เพราะมีสินค้าสั่งซื้อบางส่วนที่เข้ามาล่าช้า ทำให้ยังไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ได้ตามแผน โดยสิ้น 9M18 มีสัดส่วนสินค้า House Brand อยู่ที่ 11.1% ของรายได้รวม ในส่วนของค่าใช้จ่ายยังปรับตัวสูงขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 31.1% จาก 30.8% ใน 3Q18 และ 31.9% ใน 2Q18 สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมไตรมาสนี้อยู่ที่ 100 ลบ. (เราคาดไว้ 120 ลบ.) ลดลง 36% Q-Q และโตเพียง 3% Y-Y หากไม่รวมรายการ One-off ของ Super Sport ที่ 19 ลบ. ก็ถือว่าส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมใกล้เคียงคาด
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
CHG (BUY/19TP: 2.7), กำไร 3Q18 แย่กว่าคาด แต่ราคาหุ้นตอบรับเชิงลบมากไป
(views 24)
กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาดมาก แต่คาดเป็นผลกระทบชั่วคราว กำไรปกติ 3Q18 ของ CHG ที่ประกาศออกมา 151 ลบ. -14.6% Q-Q, +48.8% Y-Y ถือว่าแย่กว่าคาดมากถึง 23% อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เราได้รับฟังข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัท เรามีความกังวลน้อยลงต่อแนวโน้มการเติบโตในอนาคต โดยประเด็นการกลับรายการรายได้จากประกันสังคมราว 30 ลบ.ในไตรมาสนี้ เรามองว่าเป็นผลกระทบจากวิธีการบันทึกบัญชีหลังได้รับเงินจริงจากสำนักงานประกันสังคม และคาดว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกใน 4Q18 รวมถึงปี 2019 ที่จะบันทึกบัญชีด้วยฐานที่ต่ำลงและมีโอกาสเห็น Surprise เชิงบวกแทนเช่นกัน
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
SAT (BUY/19TP: 25), กำไรสุทธิ 3Q18 ดีกว่าคาด แนวโน้มดีต่อเนื่องใน 4Q18
(views 26)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% Q-Q และ 8% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% Q-Q และ 8% Y-Y จากรายได้รวมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9% Q-Q อยู่ที่ 2,089 ล้านบาท ตามปัจจัยฤดูกาลที่ยอดผลิตรถยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้น 6% Q-Q และ 4% Y-Y อยู่ที่ 547,547 คัน ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ลดลง 7% เพราะผลจากการโอนธุรกิจสปริงไปที่บริษัทร่วม ทำให้เปลี่ยนจากการ Conso งบ เป็นส่วนแบ่งกำไรเข้ามาแทน แต่ด้วยธุรกิจสปริงเป็นส่วนที่มี GPM ต่ำ จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 18.7% จาก 17.0% ใน 2Q18 และ 17.1% ใน 3Q17 ขณะที่ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังทำได้ดี โดย SG&A/Sales อยู่ที่ 8.0% ลดลงจาก 8.8% ใน 2Q18 และ 7.4% ใน 3Q17 ซึ่งเมื่อรวมกับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอีก 20 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 11.6% จาก 9.5% ใน 2Q18 และ 10.0% ใน 3Q17 ส่วนกำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 661 ล้านบาท (คิดเป็น 77% ของประมาณการทั้งปี) เพิ่มขึ้น 25% Y-Y จากทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนเครื่องจักรการเกษตรที่ขยายตัว รวมถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจ และการควมคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
SVI (BUY/19TP: 6.6), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด รายได้โตดีทำจุดสูงสุดใหม่
(views 26)
กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด จากรายได้ที่สูงกว่าคาดและทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 258 ล้านบาท (-4.8% Q-Q, +222.5% Y-Y) ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 219 ล้านบาท) มาจากรายได้ที่ทำได้ดีกว่าคาด หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุนชั่วคราว 11 ล้านบาท และขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 9 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ 256 ล้านบาท (+28.6% Q-Q, +250.7% Y-Y) ทำจุดสูงสุดในรอบ 12 ไตรมาส สาเหตุที่กำไรโตดี Y-Y มาจากฐานที่ต่ำมากในปีก่อน ที่ยังประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบค่อนข้างมาก ส่วนการเติบโต Q-Q มาจากทั้งปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่คลี่คลายไปมาก ในขณะที่มีการเติมเครื่องจักรขยายกำลังการผลิตต่อเนื่อง สามารถรองรับการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อได้ดี โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตทรงตัวอยู่ในระดับสูง 75% - 80% ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้แตะจุดสูงสุดใหม่ที่ US$127ล้าน (+7.6% Q-Q, +33.7% Y-Y) สูงกว่าที่เราคาดไว้ที่ US$123 ล้าน ในขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงเล็กน้อยเอื้อต่อการทำธุรกิจของบริษัท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 9.9% จาก 9.7% ใน 2Q18 และ 5.8% ใน 3Q17 แต่เรามองว่ายังไม่เต็มที่ เพราะแม้ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบจะคลี่คลาย แต่ยังไม่ปกติ และเครื่องจักรใหม่น่าจะยังใช้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่วนค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ดี และด้วยการเติบโตของรายได้ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 3.9% จาก 4.3% ใน 2Q18 และ 4.9% ใน 3Q17
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
TOP (BUY/19TP: 93), Stock loss อาจกดดันระยะสั้น แต่ดีต่อ Demand ในระยะยาว
(views 24)
กำไรสุทธิ 3Q18 ชะลอตัวตามคาด จาก Stock gain ที่ลดลง TOP รายงานกำไรสุทธิที่ 4,558 ลบ. (-5% Q-Q , -40% Y-Y) หากหักรายการ Fx และ Hedging gain/loss ออกไปกำไรปกติอยู่ที่ 4,232ลบ. (-28% Q-Q, -39% Y-Y)เป็นไปตามที่เราคาด สาเหตุที่ลดลง Q-Q จาก Stock gain ที่ลดลงเหลือ US$1.2/บาร์เรล (-76% Q-Q, -50% Y-Y) ส่วนที่ลดลง Y-Y เนื่องจากปีที่แล้วค่าการกลั่นสูงผิดปกติจากพายุฮาร์วี่ นอกจากนี้ กำไรจากธุรกิจ Lube ลดลงจาก Supply ใหม่รวมถึงความต้องการใช้ที่ลดลงจากหน้าฝน อย่างไรก็ตามกำไรจากกลุ่มอโรมาติกส์ฟื้นตัวดีมากโดย Utilisation Rate ขึ้นมาอยู่ที่ 89% (+5% Q-Q, +8% Y-Y) และ มาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้นมาที่ US$129/ตัน (+48% Q-Q, +50%Y-Y) จาก Supply ใหม่ที่ล่าช้าออกไป
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
TKN (HOLD/19TP: 14), กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาด เรากังวลต่อการเติบโตในอนาคตมากขึ้น
(views 24)
กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาด จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าปรับ กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 128 ล้านบาท (-16.9% Q-Q, -5.2% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 177 ล้านบาท) หากไม่รวมค่าปรับจากกระทรวงอุตสาหกรรม กรณีกำจัดขยะไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด 21 ล้านบาท และขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 4 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 153 ล้านบาท (+7% Q-Q, +4.1% Y-Y) แม้ไม่รวมรายการพิเศษ กำไรก็ยังถือว่าไม่สดใสและต่ำกว่าคาดอยู่ดี สิ่งที่ทำให้ต่ำกว่าคาดคือ ค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงกว่าคาด ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 21% สูงสุดในรอบ 13 ไตรมาส และสูงกว่าปกติที่ทำได้ 16% - 18% ในขณะที่รายได้ถือว่าเติบโตได้ดี +13% Q-Q, +8% Y-Y จากการเติบโตของรายได้ในประเทศและส่งออก โดยมีการรับรู้สินค้าใหม่อย่างสาหร่ายเทมปุระไข่เค็มที่ได้รับการตอบรับที่ดี และอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นได้ดีมาอยู่ที่ 32.1% จาก 31.3% ใน 3Q17 แต่ทรงตัวจาก 32.2% ใน 2Q18 ถือว่าผิดไปจากที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นได้ เพราะรับรู้ต้นทุนสาหร่ายถูกลงได้เต็มไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2018
GFPT (HOLD/19TP: 15.6), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด แต่มองเป็นจุดสูงสุดของปีนี้แล้ว
(views 32)
กำไร 3Q18 ดีกว่าคาดมาก จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมฟื้นดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 437 ล้านบาท (+106.1% Q-Q, -11% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 378 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 10 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 427 ล้านบาท (+115.7% Q-Q, -15.6% Y-Y) กำไรที่ลดลง Y-Y มาจากฐานที่สูงในปีก่อน ทั้งราคาไก่ และค่าเงินบาท ส่วนสาเหตุที่กำไรดีขึ้น Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ ทำให้ปริมาณไก่ส่งออกปรับขึ้นมาอยู่ที่ 8,700 ตัน (+10% Q-Q, +4.8% Y-Y) และด้วยราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ค่อนข้างทรงตัว ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 15.6% จาก 14.8% ใน 2Q18 แต่ยังต่ำกว่า 18.1% ใน 3Q18 ในส่วนของค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 7.4% จาก 8.5% ใน 2Q18 และ 7.9% ใน 3Q17 และสิ่งที่ทำได้ดีกว่าคาดคือ ส่วนแบ่งผลประกอบการของบริษัทร่วมพลิกเป็นกำไรที่ 78 ล้านบาท จากที่ขาดทุน -22 ล้านบาทใน 2Q18 จากการฟื้นตัวของ McKey ภายหลังเพิ่มการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ได้มากขึ้น และ GFN พลิกเป็นกำไรที่ 22 ล้านบาท จากที่ขาดทุน -45 ล้านบาทในไตรมาสก่อน ตามการฟื้นตัวของราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศ และเป็นช่วง High season ของการขายเช่นเดียวกัน
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2018
GLOBAL (BUY/19TP: 22), กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาด และกำไรจะกลับมาโตดีอีกครั้งใน 1Q19
(views 34)
กำไรสุทธิ 3Q18 ต่ำกว่าคาด แต่โตดี Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 443 ล้านบาท (-22.8% Q-Q, 29.2% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 8% (เราคาดไว้ 479 ล้านบาท) กำไรที่ลดลง Q-Q สอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วงหน้าฝน ส่วนกำไรที่เติบโตสูง Y-Y มาจาก SSSG ที่ยังเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักที่ราว 12% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และการปรับขึ้นของราคาเหล็ก ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ 15% - 20% ของรายได้รวม รวมถึงไตรมาสนี้มีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งที่ด่านขุนทด ทำให้รายได้รวมเติบโต 24.1% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 20.6% จาก 20.2% ใน 3Q17 โดยมาจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 14% จาก 13% ในปีก่อน แต่เป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 21.5% ใน 2Q18 เพราะราคาเหล็กไม่ได้ปรับขึ้นแรง Q-Q เหมือนใน 2Q18 และเป็นผลจากการทำโปรโมชั่นมากขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นมากกว่าคาด จากค่าใช้จ่ายในการเปิดและเตรียมเปิดสาขาใหม่ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 14.1% (เราคาดไว้ 13.8%) จาก 13.2% ใน 2Q18 แต่ลดลงจาก 14.6% ใน 3Q17 เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของรายได้
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2018
TACC (BUY/19TP: 4.5), กำไร 3Q18 ดีตามคาด และคาดจะโตต่อทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18
(views 32)
กำไรสุทธิ 3Q18 ดีใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 22 ล้านบาท (+4.8% Q-Q, ทรงตัว Y-Y) เท่ากับคาด ถือว่าทำได้ดี แม้ปกติ 3Q จะเป็น Low Season ของธุรกิจ แต่กำไรยังเพิ่มขึ้น Q-Q เล็กน้อย เพราะมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 30.7% จาก 29.4% ใน 2Q18 และ 29.8% ใน 3Q17 ภายหลังรับรู้รายได้เครื่องดื่มผงที่ปรับสูตรลดน้ำตาลได้เต็มไตรมาส ส่วนสาเหตุที่กำไรทรงตัว Y-Y แม้ไม่มีรายได้จากกัมพูชาเหมือนในปีก่อน แต่ด้วยรายได้ในประเทศที่เติบโตดี ทั้งในส่วนของเครื่องดื่มโถกด และ All Cafe รวมถึงเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจ Character (ให้สิทธิใช้ตัวการ์ตูน Rilakkuma) ซึ่งสามารถเข้ามาช่วยชดเชยทำให้รายได้รวมเติบโตได้เล็กน้อย +1.6% Y-Y แต่ค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลจากค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและโฆษณา ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 21.6% จาก 21.2% ใน 3Q17 ทั้งนี้บริษัทเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมอย่าง บจ.สยามเกตเวย์ (ร่วมทุนกับ NPP ในการบุกตลาดจีน) ในไตรมาสนี้ที่ 1.1 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2018
KCE (BUY/19TP: 37), คาดกลับมาโตปีหน้า แต่กำไร 4Q18 จะแย่ต่อเป็นจุดต่ำสุดของปี
(views 37)
จากประชุมวานนี้ เรามองโทนลบ เพราะผลกระทบที่เกิดจากมาตรฐานการทดสอบรถยนต์ในยุโรปที่เข้มงวดมากขึ้นจะกระทบผลประกอบการ 4Q18 เต็มไตรมาส เทียบกับ 3Q18 ที่ได้รับผลกระทบเพียง 1 เดือน โดยคาดทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับลงต่อเนื่อง จากคำสั่งซื้อที่ลดลงและอัตราการใช้กำลังการผลิตชะลอตัวลง และทำให้กำไร 4Q18 เป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ ทั้งนี้ผู้บริหารมองปัญหานี้จะคลี่คลายภายใน 4Q18 หรืออย่างช้าคือ 1Q19 และยังตั้งเป้าการเติบโตของคำสั่งซื้อในปีหน้าราว 15% - 16% Y-Y ส่วนราคาขายอาจปรับลงต่อเนื่องราว 2% Y-Y ดังนั้นเราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 16% เป็นกำไรที่หดตัวลง -19% Y-Y และปรับลดกำไรปี 2019 ลง 21% เป็นกำไรที่จะกลับมาโต 24% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปี 2019 เป็น 37 บาท จากเดิม 47 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงค่อนข้างมาก เรามองสะท้อนข่าวร้ายไปแล้ว แต่ยังมีกำไร 4Q18 ที่ไม่สดใสและจะเป็นจุดต่ำสุดของปีกดดันอยู่ จึงแนะนำเป็นรอซื้อหลังผ่านงบ 4Q18 ซึ่งน่าจะเป็นช่วงที่ได้เห็นความชัดเจนว่าปัญหา WLTP จบจริงแล้วหรือไม่
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2018
MGT (BUY/19TP: 2.8), กำไรสุทธิ 3Q18 โตน้อยเพราะรายการพิเศษ แต่กำไรปกติโตเด่น
(views 32)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ทั้ง Q-Q และ Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ทั้ง Q-Q และ Y-Y รายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่น 39% Q-Q และ 33% Y-Y อยู่ที่ 200 ล้านบาท จากการรวมธุรกิจเอธิลแอลกอฮอล์แปลงสภาพ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นชะลอเล็กน้อยเหลือ 29.2% จาก 30.6% ใน 2Q18 แต่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 28.9% ใน 3Q17 ขณะที่ ค่าจ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดี โดยคิดเป็น 15.8% ของรายได้รวม ลดลงจาก 19.6% ใน 2Q18 และ 17.3% ใน 3Q17 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีการรับรู้ขาดทุนจากการยกเลิกธุรกิจหมอนยางพารา 6.4 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าการขาดทุนปกติที่ไตรมาสละ 1-2 ล้านบาท จึงทำให้กำไรสุทธิโตไม่มาก และอัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 6.9% จาก 8.4% ใน 2Q18 และ 8.1% ใน 3Q17 ซึ่งถ้าหักายการนี้ออก กำไรปกติจะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% ทั้ง Q-Q และ Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2018
PTTGC (BUY/19TP: 120), กำไรยังดี แม้มีการหยุดซ่อมบำรุง
(views 30)
กำไรสุทธิ 3Q18 ออกมาดีกว่าคาด แม้มีการหยุดซ่อมตามแผน PTTGC รายงานกำไรสุทธิ 12,793 ลบ. (+18% Q-Q , +29% Y-Y) สาเหตุที่เพิ่มขึ้น Q-Q เนื่องจากไตรมาสที่แล้วมีการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษของ GGC ในขณะที่ Y-Y ปรับตัวขึ้นจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นหลังโรงงาน LLDPE ขนาด 400,000 ตัน/ปี เริ่มเปิดดำเนินงานช่วงต้นปีที่ผ่านมา หากหักรายการพิเศษต่างๆออกไป กำไรปกติจะอยู่ที่ 11,942 ลบ. (-10% Q-Q, +23%Y-Y) แม้กำไรของกลุ่มโอเลฟินส์จะลดลงตามแผนการหยุดซ่อมโครงการโอเลฟินส์ 1 รวมถึงราคาผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ที่ลดลงเล็กน้อย แต่กำไรจากกลุ่มอโรมาติกส์ที่ปรับตัวดีขึ้นมากตาม Market P2F ที่พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ US$247/ตัน (+91% Q-Q, +34%Y-Y) หลังตลาดตึงตัวจาก Supply ใหม่ที่ล่าช้าออกไป ช่วยชดเชยกำไรจากธุรกิจโอเลฟินส์ได้เกือบทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2018
VGI (BUY/19TP: 8.7), กำไร 2Q19 (สิ้น ก.ย.18) ดีกว่าคาด
(views 23)
กำไรปกติ 2Q19 (สิ้นก.ย.18) Flat Q-Q แต่โต 28.8% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด กำไรปกติ 2Q19 ที่ 260 ล้านบาท ใกล้ไตรมาสก่อน แต่ยังโต 28.8% Y-Y มากกว่าตลาดคาดและคาดของเรา 9% ส่วนใหญ่จากรายได้อื่นมากกว่าคาดและกำไรรับรู้จากบริษัทร่วมกลับเป็นบวก 15 ล้านบาท มากกว่าคาดที่ 10 ล้านบาท (1Q19 ติดลบ 30 ล้านบาท) และช่วยทำให้กำไรไตรมาสนี้ Flat Q-Q (vs คาด -8% Q-Q) แม้กำไรขั้นต้นอ่อนลง 2.1% Q-Q และค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น โดย Gross margin ลดลงเป็นเฉลี่ย 55.5% จากไตรมาสก่อนที่ 63.6% จากรายได้ธุรกิจหลักเดิม สื่อรถไฟฟ้า BTS และสื่อกลางแจ้งผ่านบริษัทร่วม “MACO” (ถือหุ้น 32%) ลดลงจากไตรมาสก่อนที่สูงเป็นพิเศษ และการที่ MACO เริ่ม Conso. ผลการดำเนินงานของบริษัท Trans Ad และ Roctec. (บริษัททำธุรกิจให้บริการด้านการออกแบบติดตั้งระบบสื่อผสมและวางระบบ) ตั้งแต่เดือนส.ค.ที่ผ่านมาหลังเข้าลงทุน 81.7% และ 72.7% ตามลำดับ) โดย Trans Ad และ Roctec มี Gross margin ต่ำกว่า แม้รายได้รวมของ VGI เพิ่ม 12.2% Q-Q เป็น 1.2 พันล้านบาท กำไรเพิ่มดี Y-Y ส่วนใหญ่จากรายได้อื่นเพิ่มขึ้นและมีกำไรรับรู้จากบริษัทร่วม จาก 2Q18 ที่ติดลบ 7 ล้านบาท โดยมีตัวช่วยจากการเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการเข้าถือหุ้น 23% ใน Kerry TH (ผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนทั่วประเทศ) ตั้งแต่เดือนส.ค.ที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2018
ITEL (BUY/19TP: 5.5), กำไร 3Q18 อยู่ที่ 34 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 24% Y-Y
(views 30)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 34 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 24% Y-Y รายได้รวมอยู่ที่ 420 ล้านบาท ลดลง 14% Q-Q จากงานติดตั้งโครงข่ายที่รับรู้ลดลง (ส่วนใหญ่คือเน็ตชายขอบที่ส่งมอบหมดแล้ว) แต่เพิ่มขึ้น 78% Y-Y จากรายได้ให้เช่าโครงข่าย, ติดตั้งโครงข่าย, และให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 22.5% เพิ่มขึ้นจาก 20.4% ใน 2Q18 แต่ลดลงจาก 29.2% ใน 3Q17 จากการรับรู้งานติดตั้งโครงข่ายอัตรากำไรต่ำที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดี โดยคิดเป็น 6.3% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 6.0% ใน 2Q18 แต่ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับ 7.9% ใน 3Q17 ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 34 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 24% Y-Y กำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% Y-Y จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 103% Y-Y อยู่ที่ 1,276 ล้านบาท เพราะมีการรับรู้งานติดตั้งโครงข่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แลกกับอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยที่ชะลอตัวลงเหลือ 22.4% จาก 29.6%
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2018
NER (IPO: 2.58/19TP: 4.16), ช้างเผือกบุรีรัมย์
(views 64)
NER เป็นผู้ผลิตและและจำหน่ายยางแผ่นรมควัน ( RSS) ยางแท่ง (STR) และยางผสม (Mixtures Rubber) รายใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นพื้นที่ที่มียางพาราคุณภาพและเป็นที่ต้องการของลูกค้ามาอย่างยาวนาน เราคาดว่ากำไรปี 2018 จะเพิ่มขึ้น 40%Y-Y เนื่องจากการปรับขั้นตอนการผลิตตั้งแต่การสั่งซื้อวัตถุดิบ, การบริหารแรงงาน, และการปรับกระบวนการผลิตในส่วนของการผลิตยางผสม ผลกำไรจะเริ่มยกฐานขึ้นในปี 2019 จากแผนการเพิ่มกำลังการผลิตจากโรงงานใหม่ของยางผสม และในปี 2020 การเพิ่มกำลังการผลิตเท่าตัวในยางแท่งและยางผสม เราคาดว่ากำไร 2YCAGR จะ +50%Y-Y เราประเมินมูลค่าหุ้น NER ด้วยวิธี Relative PE โดยอิงกับ PE เฉลี่ยในอดีตของ STA 10 ปีย้อนหลังที่ 13 เท่า และใกล้เคียงกับ PE เฉลี่ยของบริษัทที่มีลักษณะธุรกิจใกล้เคียงกันในระดับโลก (Bloomberg) ที่มี PE เฉลี่ยที่ 13.2 เท่า และยังสอดคล้องกับอัตราการเติบโตในอีก 5 ปีข้างหน้าที่คาดการณ์ที่ 13% ด้วย บนระดับ PER ดังกล่าวและคาดการณ์ EPS ปี 2019 ที่ 0.32 บาท/หุ้น เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2019 ของ NER เท่ากับ 4.16 บาท (อิง PER 13 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2018
MTC (BUY/19TP: 60), กำไร 3Q18 แข็งแกร่งตามคาด
(views 37)
กำไร 3Q18 แข็งแกร่ง MTC รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 965 ลบ. เพิ่มขึ้น 5.8%Q-Q, 48%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 6%Q-Q และ 36%Y-Y และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 4.8%Q-Q และ 35.6%Y-Y ในไตรมาสนี้ MTC มีค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ 160 ลบ. ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน แต่ลดลง 5%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.48% เป็นไปตาม NPL Ratio ที่ปรับตัวลดลง สังเกตุว่า Loan spread ยังรักษาไว้ได้ที่ราว 19.8% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้าแม้ว่าจะเห็นการปรับขึ้นของต้นทุนทางการเงิน (CoF) ที่เพิ่มขึ้นราว 0.13% แต่ Loan yield ขยับขึ้นได้เล็กน้อยเนื่องจากการจัดการส่วนผสมของพอร์ตสินเชื่อและการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อใหม่
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2018
IT (BUY/19TP: 5.3), กำไรสุทธิ 3Q18 ชะลอมากกว่าคาด แต่ราคาหุ้นลงจนน่าสนใจซื้อ
(views 27)
กำไรสุทธิ 3Q18 ทรุดหนักกว่าคาดเพราะสาขาต่างจังหวัดถูกกระทบจากน้ำท่วม กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 13 ล้านบาท ลดลง 48% Q-Q และ 43% Y-Y แม้รายได้รวมจะชะลอไม่มาก โดยลดลง 4% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 1% Y-Y อยู่ที่ 1,293 ล้านบาท เช่นเดียวกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ทรงตัว 12.7% จาก 12.8% ใน 2Q18 และ 12.6% ใน 3Q17 แต่ด้วยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเร่งตัวขึ้น โดยคิดเป็น 11.7% ของรายได้รวม จาก 10.7% และ 10.6% ของรายได้รวมใน 2Q18 และ 3Q17 ตามลำดับ เพราะ IT เร่งเปิดสาขาในโลตัสหลายแห่ง แต่รายได้ยังเพิ่มขึ้นได้ไม่มากนัก เพราะบางสาขาถูกกระทบจากน้ำท่วม ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 1.0% จาก 1.9% ใน 2Q18 และ 1.8% ใน 3Q17 อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่กำไร 6M18 ทำไว้ดี จึงทำให้กำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% Y-Y โดยเป็นผลจากทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2018
PDG (HOLD/19TP: 3.56), กำไร 3Q18 ฟื้น Q-Q แต่ยังลง Y-Y แนวโน้มปีนี้ไม่ดี ต้องรอปีหน้า
(views 26)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% Q-Q แต่ลดลง 24% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% Q-Q แต่ลดลง 24% Y-Y โดยรายได้รวมยังเติบโตได้ดี 5% Q-Q และ 16% Y-Y อยู่ที่ 172 ล้านบาท จากการผลิตขวดน้ำผลไม้ (30% ของยอดขาย) ที่ขยายตัวดีขึ้น ตามการปรับกลยุทธ์การตลาดของลูกค้ารายสำคัญ ซึ่งสามารถชดเชยการชะลอตัวของการผลิตขวดน้ำดื่ม (20% ของยอดขาย) ที่ชะลอตัวลงจากการแข่งขันที่สูงขึ้นได้ ขณะที่ การผลิตขวดน้ำมันพืช (50% ของยอดขาย) ให้กลุ่ม TVO ยังทรงตัว อย่างไรก็ตาม ด้วยต้นทุนเม็ดพลาสติก PET ในประเทศที่ทรงตัวในระดับสูง โดยล่าสุดอยู่ที่ 50.50 บาท/ก.ก. จากต้นปีที่ 40.50 บาท/ก.ก. (+25% YTD) ผนวกกับค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรใหม่สำหรับการผลิตหลอดพรีฟอร์มที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นทรุดตัวต่อเนื่องเหลือเพียง 14.7% จาก 15.5% ใน 2Q18 และ 19.5% ใน 3Q17 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดี โดยรวมจึงทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 6.3% ต่ำสุดในรอบ 4 ปี
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2018
TU (BUY/19TP: 20), กำไร 3Q18 ถ้าไม่รวมด้อยค่า ออกมาดีกว่าคาด น่าประทับใจ
(views 28)
กำไรปกติ 3Q18 น่าประทับใจ สุงสุดในรอบ 8 ไตรมาส กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 1,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากที่ทำได้เพียง 10 ล้านบาทใน 2Q18 แต่ลดลง -24% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษได้แก่ การตั้งด้อยค่าปิดโรงงานแซลมอนในสก็อตแลนด์ และขาดทุนจากธุรกิจที่ยกเลิกอื่นๆ 451 ล้านบาท, กำไรอัตราแลกเปลี่ยน 128 ล้านบาท และกำไรจากการปรับปรุงทางบัญชีของ Red Lobster 58 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,576 ล้านบาท (+57.3% Q-Q, +15.7% Y-Y) ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 1,323 ล้านบาท) ทำจุดสูงสุดในรอบ 8 ไตรมาส สาเหตุกำไรโต Q-Q ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ แม้ราคาปลาทูน่าเฉลี่ย 3Q18 เท่ากับ US$1,467 ต่อตัน จะลดลง -12% Q-Q และ -27% Y-Y แต่การฟื้นตัวของราคาปลามาอยู่ที่ US$1,450 ต่อตัน ในเดือน ส.ค. และ US$1,650 ต่อตันในเดือน ก.ย. หลังจากที่ปรับลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 29 เดือนที่ US$1,300 ต่อตันในเดือน ก.ค. ทำให้บริษัทได้รับผลบวกจากการที่สต็อกปลาต้นทุนต่ำไว้ในปริมาณมาก กอปรกับการกลับมาซื้อของลูกค้า OEM รวมถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทที่ค่อนข้างทรงตัวจากไตรมาสก่อน จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 15.7% (เราคาดไว้ 14.7%) สูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส เพิ่มขึ้นจาก 13.8% ใน 2Q18 และ 14.2% ใน 3Q17 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ตามเป้าหมาย ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 10.6% ลดจาก 14.6% ใน 2Q18 และปรับขึ้นเล็กน้อยจาก 10.3% ใน 3Q17
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2018
SISB (IPO/19TP: 8.84), Education: Investment for future
(views 83)
SISB runs international private schools, the first to offer Singaporean curriculum in Thailand. Currently, the company has five schools, covering from pre- to high school, and are able to receive a maximum of 4,175 students. SISB is in its growth stage. The company has just passed its major round of investments and now has the capacity to cope with its growth in the next 3-5 years. In this regard, it will be able to reap profit starting from 2019 onward. Since most of its costs are either fixed or semi-fixed, there will be operating leverage. We expect SISB’s profit to grow at an average annual rate of 51% in 2019-2021 thanks to revenues growth, increased cost efficiency, and a decline in interest expense. We apply the DCF method and value our 2019 TP at Bt8.84.
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤศจิกายน
2018
INTUCH (BUY/19TP: 64), กำไร 3Q18 อ่อนแอตาม ADVANC//แต่ปันผลยังสูง
(views 30)
กำไร 3Q18 หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y ตาม ADVANC INTUCH ประกาศกำไรปกติ 3Q18 ที่ 2,717 ลบ. -17% Q-Q, -6.9% Y-Y ต่ำก่วาคาดและอ่อนแอ โดยสาเหตุหลักเกิดจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่ลดลงอย่างมีนัยยะจากทั้งรายได้ที่หดตัวสวนทางกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้เรามีมุมมองเป็นลมากขึ้นต่อแนวโน้มการเติบโตในอนาคต ขณะที่ผลการดำเนินงานของ THCOM เริ่มอยู่ในระดับทรงตัวได้หลังจากผ่านการปรับฐานแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจากภาวะอุตสาหกรรมที่ย่ำแย่ แต่ยังไม่เห็นปัจจัยหนุนการเติบโตจากธุรกิจใหม่ๆ
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤศจิกายน
2018
BIG (BUY/19TP: 2.4), กำไร 3Q18 แย่กว่าคาด ยังต้องรอการฟื้นตัวต่อไป
(views 27)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 94 ล้านบาท ลดลง 17%Q-Q และ 29% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 94 ล้านบาท ลดลง 17% Q-Q และ 29% Y-Y ถือเป็นกำไรที่ลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y ไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน สาเหตุยังมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่อ่อนตัวลงเหลือ 25.9% จาก 26.3% ใน 2Q18 และ 29.0% ใน 3Q17 เพราะความต้องการกล้อง Mirrorless ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง ขณะที่ สินค้ารุ่นใหม่ยังสร้างกระแสได้ไม่ดีนัก ทำให้ BIG ต้องจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการขายมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 17.4% จาก 16.6% ใน 2Q18 และ 16.7% ใน 3Q18 ด้วย อีกทั้ง ในแง่ของ Product Mix ยังคงโน้มเอียงมายังกล้อง DSLR ซึ่งเป็นสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำมากขึ้นด้วยเช่นกัน และด้วยความที่ค่าใช้จ่ายสาขาส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าเช่าและค่าแรงที่มีแต่จะเพิ่มขึ้น โดยรวมจึงยังเห็นภาพที่ดูขัดแย้ง คือ รายได้รวมยังมีการเติบโตที่ดีราว 5-6% Y-Y แต่กำไรสุทธิทรุดตัวลงหนัก จากผลของ Operationg Leverage ที่เกิดในเชิงลบ
อ่านเพิ่มเติม
02
พฤศจิกายน
2018