บทวิเคราะห์รายบริษัท

20
กันยายน
2018
PRM (BUY/18TP: 9), คาดกำไรสุทธิ 3Q18 ร้อนแรงสุดในรอบ 8 ไตรมาส แนะนำซื้อ
(views 6)
เรายังแนะนำซื้อ PRM ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 9 บาท แม้ราคาหุ้นจะขึ้นมาแล้วพอควร แต่ประมาณการของเราพร้อมเปิด Upside ใน 2 ประเด็น คือ (1) เรายังไม่รวมโอกาสที่จะได้งานในกลุ่ม FSU และ Offshore หลังประมูลแหล่งบงกชและเอรวัณ และ (2) เรา Valuation โดยอิง PE Multiplier ที่ 22 เท่า ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดตั้งแต่เข้าตลาด ขณะที่ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 30 เท่า และภูมิภาคเทรดกันที่ 33 เท่า โดยมีปัจจัยหนุนระยะสั้นคือแนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 ที่เราคาดว่าจะกลับมาแตะระดับ 300 ล้านบาทได้อีกครั้ง +52% Q-Q, +112% Y-Y สูงสุดในรอบ 8 ไตรมาส และยังมีโมเมนตัมที่ดีใน 4Q18 ต่อเนื่องถึงปีหน้า จากการลงทุนด้านพลังงานของกลุ่ม PTT นอกจากนี้ เรามองว่า PRM จะได้ประโยชน์จากภาพอุตสาหกรรมเดินเรือขนส่งน้ำมันและปิโตรเคมีที่กำลังกลับมาเป็นขาขึ้น ตรงข้ามกับเรือเทกองที่กำลังอ่อนตัวลง อีกทั้ง ด้วยโครงสร้างรายได้ที่กระจุกตัวอยู่ในประเทศและอาเซียน จึงแทบไม่ถูกกระทบจากสงครามการค้า เราจึงยกให้เป็น Top Pick ของกลุ่มขนส่งทางเรือ
อ่านเพิ่มเติม
19
กันยายน
2018
CPALL (BUY/18TP: 82), คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q18 และโตดีขึ้นในปี 2019
(views 14)
ระยะสั้นแนวโน้มกำไรอาจทำได้เพียงทรงตัว Q-Q ใน 3Q18 จากทั้ง Low Season มีฝนตกเยอะ และผลตอบรับ Stamp Promotion ในปีนี้ไม่สดใสนัก แต่เชื่อว่าน่าจะได้เห็นการปรับกลยุทธ์นำเสนอของพรีเมี่ยมล็อตใหม่ในช่วงครึ่งหลังของ Promotion ซึ่งอาจเป็นที่ถูกใจลูกค้าได้มากขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวของราคาเนื้อสัตว์น่าจะช่วยหนุนผลประกอบการของ MAKRO และลดทอนผลกระทบจากค่าใช้จ่ายการเปิดสาขาใหม่ในต่างประเทศได้ และคาดภาระดอกเบี้ยจ่ายอาจลดลงใน 4Q18 ภายหลังนำเงินที่ได้จากการขายหุ้น MAKRO มาชำระหุ้นกู้ 1 หมื่นล้านบาท ที่จะครบกำหนดในเดือน ต.ค. นี้ จึงคาดกำไรสุทธิ 4Q18 จะกลับมาฟื้นตัวในแง่ Q-Q อีกครั้ง ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปีนี้ลงเล็กน้อย 2% เป็นการเติบโต 2.7% Y-Y จากเดิมคาดโต 4.8% Y-Y ถือเป็นการเติบโตต่ำสุดในรอบ 4 ปี และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตดีขึ้นในปี 2019 ราว 14.6% Y-Y เราปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้ลงเป็น 82 บาท จากเดิม 84 บาท (DCF) ยังมี Upside 19.7% มองราคาหุ้นได้สะท้อนกำไรที่ไม่สดใสในปีนี้ไปแล้ว และ CPALL ถือเป็นหุ้นในกลุ่มค้าปลีกที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในช่วงเลือกตั้ง เมื่ออิงการเลือกตั้ง 4 ครั้งหลังสุด ดัชนี SETCOM ให้ผลตอบแทนดีสุดในช่วง 3 เดือนก่อนเลือกตั้งที่ 9.2% และรองมาคือ 5 เดือนหลังเลือกตั้งที่ 8.2% แนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
19
กันยายน
2018
KSL (HOLD/19TP: 3.5), แนวโน้มราคาน้ำตาลปีหน้ายังไม่สดใส
(views 6)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรายังไม่เห็นปัจจัยหนุนราคาน้ำตาลตลาดโลกให้กลับมาปรับขึ้นอย่างสดใสได้ โดยคาดการณ์ภาวะผลผลิตน้ำตาลโลกปีหน้าจะยังเกินดุลต่อเป็นปีที่ 2 จากปริมาณผลผลิตที่ค่อนข้างสูงของอินเดียและไทย และแม้ปี 2020 อาจจะกลับมาสมดุลได้ แต่ราคาน้ำตาลน่าจะปรับขึ้นไม่เร็ว เพราะปริมาณสต็อกน้ำตาลโลกจะมีมากและกดดันราคาน้ำตาลสักระยะหนึ่ง ถือเป็นลบต่อแนวโน้มราคาขายน้ำตาลของ KSL ต่อเนื่อง ระยะสั้น แนวโน้มผลประกอบการใน 4Q18 น่าจะยังไม่ฟื้นตัว อาจขาดทุนต่อเนื่องจาก 3Q18 แต่คาดมีรับรู้ส่วนแบ่งรายได้จากเงินที่นำส่งกองทุนอ้อยและน้ำตาลตั้งแต่ต้นปีที่มีการลอยตัวราคาน้ำตาลในประเทศ ซึ่งอาจทำให้ 4Q18 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ แต่ด้วยแนวโน้มราคาน้ำตาลที่ยังไม่สดใส เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018-2019 ลง 36% และ 32% เป็นกำไรที่ -57.7% Y-Y และ +17.7% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 3.5 บาท (อิง PE เดิมที่ 15 เท่า) มี Upside จำกัด เรายังไม่ชอบหุ้นกลุ่มน้ำตาล โดย Catalyst ที่จะทำให้เรากลับไปชอบหุ้นน้ำตาลคือ ต้องเห็นสัญญาณราคาน้ำตาลมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม
19
กันยายน
2018
RS (HOLD/19TP: 21.5), แนวโน้ม 3Q18 ฟื้นช้ากว่าเคยคาด ราคาขึ้นมามาก Upside แคบลง
(views 8)
แนวโน้มกำไรปกติ 3Q18 ฟื้นตัวดีขึ้น Q-Q ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสก่อน แต่ Flat Y-Y นับว่าฟื้นช้ากว่าเคยคาด จากยอดขายสินค้ากลุ่ม MPC เพิ่งมาเร่งตัวอย่างมีนัยฯ ในช่วงท้ายไตรมาส และการใช้เม็ดเงินโฆษณาทีวีในภาพรวมยังอ่อนแอขณะที่ Rating ช่อง 8 ฟื้นช้า ทำให้อัตราใช้เวลาโฆษณาjเพิ่มไม่เพิ่มเท่าที่เคยคาด ประมาณการกำไรปกติทั้งปีจึงเริ่มมี Downside แม้โตสูง Y-Y ขณะที่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาเร็วมาก +21% .ในช่วง 1 เดือน มี Upside ไม่ตื่นเต้น 8% จากราคาเป้าหมายปรับใช้ปี 2019 ที่ 21.50 บาท จึงปรับคำแนะนำลง จาก ซื้อ เป็น ถือ โดยในกลุ่ม Media ตอนนี้ เลือก PLANB เป็นTop-Pick จาก Upside น่าสนใจกว่า 16% จากเป้าหมายปี 2019 ที่ 8.20 บาท ปัจจัยหนุนแนวโน้มกำไร 3Q18 ทำ New High โต 20% Y-Y และทั้งปีโตสูง
อ่านเพิ่มเติม
18
กันยายน
2018
MODERN (BUY/18TP: 5.2), ลูกค้ากลุ่มอสังหาฯชะลอกว่าที่คิด ปรับเป้าลง แต่ยังแนะนำซื้อ
(views 5)
เราปรับประมาณกำไรสุทธิปี 2018-2019 ของ MODERN ลงจากเดิม 24% และ 22% เหลือ 215 ล้านบาท (ทรงตัว Y-Y) และ 232 ล้านบาท (+8% Y-Y) ตามลำดับ จากการปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลง ตามสภาพการแข่งขันในตลาดลูกค้าบ้านและคอนโดฯที่รุนแรงขึ้น อีกทั้ง ยังปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจากทั้งการโฆษณาสินค้าใหม่และการรุกตลาดใหม่เพิ่มขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลประกอบการของ MODERN กำลังอยู่ในช่วง Bottom Out เพราะลูกค้าอีกกว่าครึ่งของรายได้รวมคือกลุ่มตลาดออฟฟิสและมิกซ์ยูสที่เติบโตดี อีกทั้ง โมเดอร์นฟอร์มเฮลท์แอนด์แคร์ยังมีกำไรเติบโตต่อเนื่อง และมีแผนเข้า MAI ในปีหน้า หลังจากปรับลดกำไรลง ทำให้ราคาเป้าหมายปีนี้ลดลงเหลือ 5.20 บาท (อิง PE 18 เท่า) แนะนำซื้อในฐานะหุ้นปันผลที่สม่ำเสมอราว 6-7% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
17
กันยายน
2018
GUNKUL (BUY/19TP: 4), ค่าใช้จ่ายพิเศษฉุด Bottom Line ปีนี้ มองข้ามไปปีหน้า
(views 10)
แนวโน้มกำไรปกติ 2H18 ได้แรงหนุนจาก 2 โรงไฟฟ้าใหม่และแรงลมดีใน 3Q18-4Q18 ช่วง 1H18 มีกำไรสุทธิต่ำมาก ลดลง 96.3% Y-Y จากค่าใช้จ่ายพิเศษหนัก แต่กำไรปกติโตสูง 175.1% Y-Y ส่วนหนึ่งจากรายได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าสูงมากใน 1Q18 กำไรปกติ 2H18 น่าจะอ่อนลง H-H และแม้ปรับลดเล็กน้อย 8% คาดทั้งปีกำไรปกติโตสูง 77.2% แต่กำไรสุทธิลดลง 26.1% และคาดกำไรปกติปี 2019 โตอีก 27.2% จากผลการดำเนินงานเต็มปีของ 2 โรงไฟฟ้าลม และโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น ไม่รวมโครงการ Solar Rooftop รูปแบบ Private PPA ระยะสั้น ราคาหุ้นอาจยังปรับขึ้นในกรอบจำกัด จากกำไรสุทธิปีนี้ที่ถูกกดดันจากรายการพิเศษและหุ้นพลังงานทดแทนขาด Catalyst จากข่าวภาครัฐชะลอซื้อไฟ แต่หากมองข้ามไปปีหน้ากำไรโตต่อเนื่อง โปรแกรมการซื้อหุ้นคืนถึง 24 ต.ค.นี้ และราคาปัจจุบันที่ PEG เพียง 0.6 เท่า คงแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว ราคาเป้าหมายปรับใช้ปี 2019 ที่ 4 บาท (SOTP)
อ่านเพิ่มเติม
13
กันยายน
2018
SEAFCO (BUY/19TP: 10.5), งานในมือหนุนกำไรโตเด่น …ปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ
(views 9)
ทิศทางรายได้และกำไรจะเด่นขึ้นใน 2H18 จากการก่อสร้างหลายโครงการใหญ่พร้อมกัน ทั้งรถไฟฟ้าสีส้ม, สีชมพู และ One Bangkok บวกกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากการส่งมอบงานที่รับเฉพาะค่าแรงเพิ่มขึ้น เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-2019 ขึ้นเฉลี่ย 10% เป็น 305 ล้านบาท (+45% Y-Y) และโตต่อ 6% Y-Y ในปีหน้า จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้ดีกว่าคาด ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 10.50 บาท และเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ จากโมเมนตัมกำไรที่เร่งขึ้น ตาม Backlog ที่แข็งแกร่ง มากกว่า 2 เท่าตัวจากค่าเฉลี่ยในอดีต และมีโอกาสรับงานเข้ามาเติมจากงานที่อยู่ระหว่างการประมูลอย่างน้อย 1 พันล้านบาท บน Success rate 20% ขณะที่การเร่งผลักดันโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐตั้งแต่ 4Q18 น่าจะเป็นปัจจัยบวกหนุนราคาหุ้นได้
อ่านเพิ่มเติม
13
กันยายน
2018
CPN (BUY/18TP: 93), GLAND ตอบโจทย์การพัฒนาโครงการในเขต CBD ในกรุงเทพ
(views 8)
การซื้อ GLAND ซึ่งมีที่ดิน อาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย พื้นที่ค้าปลีกให้เช่าในกรุงเทพที่เป็นเขต new CBD (พระราม 9, ดอนเมือง, พหลโยธิน) และส่วนใหญ่เป็น free hold ช่วยให้พอร์ตของ CPN แข็งแรงขึ้นมาก ตอบโจทย์การพัฒนาโครงการ Mixed use ที่บริษัทมีความชำนาญ และมี synergy กับโครงการเดิมที่ CPN มีอยู่ทั้งศูนย์การค้าและสำนักงาน ในระยะสั้นไม่สามารถคาดหวังกำไรได้เพราะกำไรของ GLAND คิดเป็นไม่ถึง 2% ของ CPN และอาจไม่พอกับภาระดอกเบี้ยที่จะเพิ่มขึ้นหาก CPN ซื้อหุ้นได้ 100% แต่คาดหวังได้กับการเติบโตในระยะยาวจากการต่อยอดสินทรัพย์ใหม่ในทำเลทองในเมือง เรายังแนะนำซื้อ คงราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 93 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
กันยายน
2018
EKH (BUY/19TP: 7.4), โมเมนตัมการเติบโตใน 2H18 ยังแกร่ง
(views 4)
แนวโน้มกำไร 3Q18 คาดว่ายังโตทั้ง Q-Q และ Y-Y และเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีจากอานิสงส์ของ High Season และมีโรคระบาดค่อนข้างมาก ขณะที่ศูนย์ผู้มีบุตรยากเริ่มมีผู้ใช้บริการเร่งตัวขึ้นในช่วง 2 เดือนล่าสุดและมากกว่าเป้าของบริษัทซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่หนุนการเติบโตและคาดว่าจะช่วยลดผลกระทบเชิงลบจากการเปิดอาคารศูนย์กุมารเวชใน 2Q19 ได้ เราปรับประมาณการกำไรปกตีปี 2018-2019 ขึ้นเฉลี่ยราว 10% เป็นเติบโต 20.2% Y-Y และ 4.3% Y-Y ตามลำดับ สะท้อนกำไร 1H18 ที่เด่นกว่าคาด พร้อมปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 7.40 บาท โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็น Top Pick สำหรับโรงพยาบาลขนาดเล็ก
อ่านเพิ่มเติม
11
กันยายน
2018
KKP (BUY/19TP: 90), รายได้ค่าธรรมเนียมแข็งแกร่งใน 2H18 แนวโน้มไม่แผ่วในปีหน้า
(views 11)
คงคำแนะนำ ซื้อ และปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 90 บาท เราคาดว่าผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังปี 2018 จะน่าสนใจกว่า 1H18 โดยเฉพาะใน 4Q18 ซึ่งคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจะเป็น Catalyst หนุนผลกำไรได้ราว 16-20% จากไตรมาสปกติ เราคาดว่า KKP จะรับรู้รายได้จาก TFFIF เฟส 1 ราว 100 ลบ. และยังมีดีลการจำหน่ายหุ้น IPO ขนาดใหญ่ของปีนี้คือโอสถสภาพร้อมกันใน 4Q18 เราปรับประมาณการกำไรปีนี้ขึ้น 3% เป็น 6.2 พันลบ. (+7.6%Y-Y) โดยเป็นการปรับการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมจาก 8% เป็น 14% ส่วนประมาณการกำไรปีหน้าเท่าเดิมที่ 6.4 พันลบ. (+4%Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
10
กันยายน
2018
PLANB (BUY/19TP: 8.2), แนวโน้มครึ่งปีหลังยังแข็งแกร่ง 3Q18 ทำ New High
(views 7)
แนวโน้มกำไร 3Q18 ยังแข็งแกร่ง เบื้องต้น คาดทำ New High และเพิ่ม 18% Q-Q, 20% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล การขยายตัวของตลาดโฆษณาสื่อนอกบ้านดีกว่าตลาดรวมต่อเนื่อง การพัฒนาสื่อใหม่ และเริ่มรับรู้กำไรจากการลงทุน 35% ใน BNK เล็กน้อย จากแนวโน้มครึ่งปีหลังดีกว่าเคยคาด เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-2019 ขึ้นจากเดิม 6-10% เป็นกำไรโต 35% ในปี 2018 และ 22% ในปี 2019 ขณะที่การลงทุน 19.48% ใน BMN บ.ย่อยของ BEM ที่ทำธุรกิจสื่อในรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เราคงมองเป็นบวกระยะยาวเนื่องจากจะเพิ่มโอกาสได้บริหารสื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนขยายในอนาคต และโอกาสลงทุนเพิ่มในต่างประเทศ ราคาหุ้นปรับฐานลงมามี Upside น่าสนใจมากขึ้น จากราคาเป้าหมายปรับไปใช้ปี 2019 ที่ 8.20 บาท จากเดิม 7.10 บาท (ปี 2018 ก่อนปรับประมาณการ) ปรับคำแนะนำขึ้นจากเดิม ถือ เป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
07
กันยายน
2018
PT (BUY/18TP: 8.8), ได้ประโยชน์จากการลงทุนของแบงก์และคลัสเตอร์หุ่นยนต์
(views 11)
เรามองว่า PT กำลังได้แรงหนุนใน 2 ประเด็น คือ การลงทุนด้านไอทีที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้นใน 2H18 หลังจาก KBANK ประสบปัญหาการโอนเงินผ่าน Mobile Banking และ ATM ส่งผลให้สถาบันการเงินเร่งลงทุนด้านไอทีทั้งในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน และระบบรักษาความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่ง PT ถือเป็นผู้นำในตลาดนี้ ส่วนปัจจัยหนุนระยะยาว คือการสนับสนุนให้เกิดคลัสเตอร์หุ่นยนต์ ที่ธุรกิจ SI ถูกมองว่าเป็นจุดเชื่อมระหว่างการผลิตหรือบริการแบบดั้งเดิมไปเป็นระบบอัตโนมัติ โดยสำหรับบริษัทที่ลงทุนเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีการผลิตแล้วใช้ SI ในประเทศอย่างน้อย 30% ของมูลค่าเงินลงทุน จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% จากรายได้ที่มาจากเงินลงทุนนั้นเป็นเวลา 3 ปี เราคาดว่าจะไปเอื้อต่อการรุกธุรกิจด้านนี้ร่วมกับ KDDI ที่เป็นพันธมิตรจากญี่ปุ่น เรายังคงคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ 212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% Y-Y และปีหน้า 230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% Y-Y ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2018-19 เพียง 8-9 เท่า และให้ปันผลสูงถึง 6-7% ต่อปี เราจึงยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 8.80 บาท อิง PE Multiplier 12 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
05
กันยายน
2018
HANA (BUY/19TP: 45), คำสั่งซื้อดูแข็งแกร่งมาก น่าจะหนุนการฟื้นตัวใน 2H18
(views 14)
แนวโน้มคำสั่งซื้อใน 2H18 - 2019 ดูแข็งแกร่ง ภายหลังที่ตลาดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เกิดการ Consolidate เมื่อ 12-18 เดือนก่อน และบริษัทได้รับอานิสงส์เชิงบวกโดยได้รับคำสั่งซื้อมากขึ้น กอปรกับได้รับคำสั่งซื้อจากกลุ่มสินค้า Smart Phone ที่เป็นแบรนด์ในจีน คาดจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ 2H18 เป็นต้นไป แม้ล่าสุดจะมีลูกค้า 1 รายในจีนที่ได้รับผลกระทบจาก Trade War แต่สัดส่วนยังน้อยมาก ซึ่งไม่กระทบต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ในทางกลับกัน ลูกค้าได้เริ่มส่งสัญญาณสนใจฐานการผลิตนอกประเทศจีนแล้ว ทำให้บริษัทอยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิตโรงงานที่ไทย ส่วนโรงงานที่กัมพูชา ซึ่งยังมีกำลังการผลิตเหลืออยู่มาก ก็ได้รับความสนใจมากขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามประเด็น Trade War กันต่อไป แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน เราคาดว่าแนวโน้มกำไรสุทธิจะกลับมาดีขึ้นใน 2H18 และต่อเนื่องไปในปี 2019 แต่จากกำไร 2Q18 ที่ต่ำกว่าคาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 9.8% เป็นการลดลงจากปีก่อน -27.8% และคาดจะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 15.2% Y-Y เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 45 บาท (อิง PE เดิม 15 เท่า) ยังมี upside 12.5% และคาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปีนี้ที่ 4.5% จึงแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
กันยายน
2018
SYNEX (BUY/18TP: 20), คาดกำไรสร้างสถิติสูงสุดใหม่ตั้งแต่ 3Q18 และจะยิ่งแรงใน 4Q18
(views 12)
ประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ทำให้เรามั่นใจกับแนวโน้มการเติบโตใน 2H18 มากขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้นที่ชะลอ และผลขาดทุนใน BAF รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงใน 2Q18 ได้รับการยืนยันว่าเป็นผลกระทบชั่วคราว หลังจากนี้จะเห็นภาพบวกตั้งแต่ยอดขาย ที่จะได้แรงหนุนจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ของ Huawei, Samsung, และ Apple ใน ต.ค.-พ.ย. 18 ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นจะกลับมาเร่งตัวขึ้นจากการต่อรองส่วนลดเงินสดได้มากขึ้น ซึ่งจะหนุนให้อัตรากำไรสุทธิกลับไปยืนเหนือระดับ 2% ได้อีกครั้ง ถ้าอิงการเติบโตของรายได้ใกล้เคียงกับ 1H18 ที่ 13% Y-Y เป็นไปได้สูงที่กำไรสุทธิจะกลับมายืนเหนือ 200 บาทต่อไตรมาสตั้งแต่ 3Q18 ส่วนความกังวลในประเด็นการเติบโตอย่างยั่งยืน เรามองว่าทุกวันนี้ SYNEX กำลัง Disrupt ตัวเองอยู่แล้ว จากการเป็นทั้งผู้จัดการคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์ให้กับ Dealer บางราย ซึ่งถือเป็นงานบริการที่มีความจำเป็นในธุรกิจ eCommerce เมื่อผนวกกับ PE2018-19 ที่ต่ำเพียง 11-13 เท่า เราจึงยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
กันยายน
2018
PTTGC (BUY/18TP: 110), ต่อยอดผลิตภัณฑ์ปลายน้ำเพื่อการเติบโตในอนาคต
(views 14)
เรากลับมา Reinitiate PTTGC ด้วยคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเหมาะสม 110 บาท/หุ้น บน EV/EBITDA ที่ 8.3 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี หรือคิดเป็น Implied PE 11.5 เท่า ในขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบัน ซื้อขายกันเพียง PE 8.4 เท่า และมีปันผลราว 5.4% ซึ่งถือว่าถูกเกินไปเมื่อเทียบกับประโยชน์จากการลงทุนที่จะได้รับในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า จากโครงการ Olefins Reconfiguration และ PO/Polyols ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าที่มีอยู่เดิมและลดความผันผวนของผลกำไรได้ในระยะยาว ในขณะที่ฐานะการเงินแข็งแรงมากเพียงพอสำหรับการลงทุนในอนาคต แม้ในระยะสั้นจะมีความกังวลเรื่องผลกำไรใน 3Q18 ที่ชะลอตัวลงบ้างจากแผนการหยุดซ่อมบำรุงและต้นทุนก๊าซธรรมชาติ
อ่านเพิ่มเติม
04
กันยายน
2018
THMUI (BUY/18TP: 3.1), ลวดสลิงกำลังดึงให้มูลค่าของ THMUI เพิ่มสูงขึ้น
(views 10)
เรายังคงแนะนำซื้อ THMUI ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 3.10 บาท อิง PE Multiplier 20 เท่า โดยเรามีมุมมองเชิงบวกใน 3 ประเด็นคือ (1) กำไรสุทธิ 2H18 มีแนวโน้มเติบโตสูงทั้ง H-H และ Y-Y จากยอดขายลวดสลิงที่จะเร่งตัวขึ้นตามการขยายท่าเรือ และรับรู้งานวางท่อปะปาส่วนที่เหลือ รวมถึงการได้งานวางระบบบำบัดน้ำเสียเพิ่ม (2) อัตรากำไรขั้นต้นจะเริ่มขยับขึ้น จากการให้บริการทดสอบลวดสลิงที่เป็นธุรกิจ High Margin (3) ราคาหุ้นปัจจุบันยังถูกมาก โดยคิดเป็น PE2018-19 เพียง 9-11 เท่า และ PBV 1.3-1.4 เท่า ขณะที่ ROE สามารถสร้างได้ในระดับที่ดีราว 13-15% และให้ปันผลสูง 5% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
04
กันยายน
2018
ASAP (BUY/19TP: 7.5), แผน 3 ปี น่าตื่นเต้นและเป็นไปได้
(views 8)
ASAP ประกาศแผนธุรกิจ 3 ปี ซึ่งน่าตื่นเต้นกว่าที่เราคาดไว้ เราอาจต้องมองข้ามผลประกอบการในปี 2018 เนื่องจากธุรกิจการขายรถหมดสัญญาที่เกิดขึ้นช้ากว่าคาด สำหรับแผนปี 2020 บริษัทตั้งเป้ารถยนต์ให้เช่าที่ 20,000 คัน ซึ่งเติบโตตามความนิยมของลูกค้าองค์กร (การใช้ Outsource ที่มากขึ้น) และการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ Logistic นอกจากนั้นบริษัทจะมีรถหมดสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้นเท่าตัวในปี 2020 หรือราว 3-4 พันคัน ซึ่งการปรับกลยุทธช่องทางการขาย (ขายเองมากขึ้น) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทดีกว่าการขายในรูปแบบเดิม (Wholesale) บนประมาณการณ์กำไรถึงปี 2020 เราคาดว่าจะเห็น ROE ของบริษัทที่ 17% ในปี 2020 จาก 11% ในปี 2018 ซึ่งใกล้เคียงกับผู้ประกอบการในกลุ่มเดียวกัน และคาดกำไรสุทธิน่าจะจะเติบโตที่ 37% ในปี 2019 และ 38% ในปี 2020 เราปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 7.50 บาท อิง PER 25 เท่า (Justified PER g8% และ Ke 10.3%) ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
03
กันยายน
2018
AH (HOLD/18TP: 40), ปรับเป้าลงสะท้อนค่าใช้จ่ายที่มากกว่าคาด แนะนำเพียงถือ
(views 11)
ผลจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เร่งตัวขึ้นมากกว่าคาด และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทลูกที่อ่อนตัวลง ทำให้เราปรับกำไรสุทธิปี 2018-2019 ลง 9% และ 6% เหลือ 1,285 ล้านบาท (+11% Y-Y) และ 1,336 ล้านบาท (+4% Y-Y) ตามลำดับ ส่งผลให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ลดลงจาก 47 บาท เหลือ 40 บาท อิง PE Multiplier 10 เท่า โดยเรามองว่ากำไรสุทธิได้ผ่านช่วงเติบโตสูงไปแล้ว แนวโน้ม 2H18 จะไม่โดดเด่น (คาด -6% Y-Y เหลือ 583 ล้านบาท) เพราะเทียบบนฐานกำไรที่มีการรับรู้ดอกเบี้ยจาก SGAH เหมือนกัน อีกทั้ง ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทลูกจะยังถูกกดดันจากการขยายการลงทุนของ SGAH ในสหรัฐฯ นอกจากนี้ เราคาดว่ายอดผลิตรถยนต์ในประเทศ จะถูกกระทบจากการส่งออกที่มีโอกาสกลับมาชะลอตัว ขณะที่ การลงทุนในวินฟาสท์ที่เวียดนามคาดว่าจะส่งผลบวกเล็กน้อย เพราะมูลค่าทั้งการจำหน่ายแท่นพิมพ์และอุปกรณ์จับยึด รวมถึงทูลลิ่งยังไม่ได้สูงนัก
อ่านเพิ่มเติม
31
สิงหาคม
2018
TACC (BUY/19TP: 4.5), แนวโน้มกำไรจะฟื้นต่อเนื่องใน 2H18 และปี 2019
(views 9)
ข้อมูลที่ได้รับจากประชุมวานนี้ โทนบวก โดยรายได้จากลูกค้าหลัก 7-11 ยังเติบโตดีต่อเนื่อง และสามารถชดเชยการหยุดขายที่กัมพูชาได้ ระยะสั้นมีแผนวางขายเครื่องดื่มโถกดตามฤดูกาลรสโอเลี้ยงใน 3Q18 และ 4Q18 จะกลับมาวางขายเครื่องดื่มช็อคโกแกลต Hershey’s อีกครั้ง แต่จะกลับมาในรูปแบบโถกดถาวรแบบ Optional และล่าสุดบริษัทหาลูกค้ารายใหม่ใน Character Business ได้เพิ่ม 7 ราย รวมจำนวนลูกค้าปัจจุบันที่ 27 ราย คาดเห็นการเติบโตน่าตื่นเต้นของธุรกิจนี้มากขึ้นในระยะถัดไป กอปรกับคาดเห็นการกลับมาของอัตรากำไรขั้นต้นเหนือระดับ 30% อีกครั้งใน 2H18 ภายหลังรับรู้รายได้ขายเครื่องดื่มผงสูตรใหม่น้ำตาลน้อยได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ 3Q18 จึงคาดกำไรจะฟื้นตัวใน 2H18 โดยเฉพาะ 4Q18 ที่เป็น High Season ของธุรกิจ ยังคาดกำไรสุทธิปี 2018 ลดลง 20.8% Y-Y และคาดจะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 22.8% Y-Y เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 4.5 บาท (ปรับลด PE ลงเป็น 25 เท่า ใกล้เคียงกลุ่มเครื่องดื่ม จากเดิมที่ 28 เท่า) ยังมี Upside 12% ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
31
สิงหาคม
2018
WORK (SELL/18TP: 37), Rating ขึ้นชั่วคราวจากการถ่ายทอดเอเชียนเกมส์ถึงสิ้นอาทิตย์นี้
(views 10)
Rating ช่อง WPTV เดือนส.ค.ดีดขึ้น จากการเป็นผู้ถ่ายทอดเอเชียนเกมส์ในช่วง 18 ส.ค.-2 ก.ย.นี้ คาดว่าหลังจบกีฬา Rating จะกลับมาระดับเดิมๆ ซึ่งฟื้นตัวช้า และจากกำไร 2Q18 ที่แย่กว่าเราและคาดมาก ขณะที่แนวโน้ม 3Q18 กำไร 3Q18 ฟื้นตัวช้ากว่าเคยคาดต่อเนื่อง จาก Rating ของรายการใหม่ๆ ที่ต่ำ ขณะที่การควบคุมต้นทุนทำได้น้อยกว่าเคยคาด มีต้นทุนค่าลิขสิทธิรายการเอเชียนเกมส์ใน 3Q18-4Q18 เราจึงปรับประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ลง 27-34% เป็นกำไรลดลงถึง 41.6% จากปีก่อนที่สูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับลงเป็น 37 บาท จากเดิม 48 บาท (DCF) โดยคงคาดกำไร 3Q18 ลดลงมากต่อเนื่อง Y-Y จากฐานสูงใน 2Q17-3Q17 และตืดตามการฟื้นตัวของ Rating หลังการปรับผังรายการรอบใหม่ที่คาดในช่วงต้น 4Q18 คงคำแนะนำ ขาย
อ่านเพิ่มเติม
30
สิงหาคม
2018
ASK (BUY/18TP: 26.2), Impressive Dividend Yield
(views 8)
ASK เป็นบริษัทที่มีความสม่ำเสมอของผลกำไรและยังในทิศทางที่ดีอยู่ โดยทิศทางกำไรใน 2H18 จะดีกว่าครึ่งปีแรกเนื่องจากการปรับส่วนผสมของสินเชื่อที่มี High-Yield loan ให้มากขึ้นและ CoF ที่ยังต่ำลง สิ่งที่เซอร์ไพรส์เราในผลประกอบการล่าสุดคือ NPL ที่ลดลงอย่างน่าประทับใจและต่ำกว่า 3% เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส เราจึงคาดว่าการตั้งสำรองฯน่าจะผ่อนคลายลงในปี 2019 เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 ที่ 808 ลบ. +5.5%Y-Y ประเด็นดังกล่าวยังไม่น่าสนใจเท่ากับคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลในอัตราผลตอบแทนที่ราว 6.7% ต่อปี (จ่ายปีละครั้ง) ซึ่งสูงกว่าธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกันที่จ่ายปันผลที่ราว 4% ต่อปี คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 26.20 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ เป็น dividend play
อ่านเพิ่มเติม
30
สิงหาคม
2018
CHG (BUY/18TP: 2.86), ยังเป็นหนึ่งใน Top Pick ของกลุ่มการแพทย์
(views 11)
โมเมนตัมการเติบโตของกำไรใน 2H18 ยังคงแข็งแกร่งทั้ง H-H และ Y-Y จากอานิสงส์ของ High Season และฐานปีก่อนที่ยังไม่สูง โดยผู้ป่วยเงินสดยังมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นต่อเนื่องและเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนกำไร ซึ่งจากกำไรปกติ 1H18 ที่ดีกว่าคาด ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2018 ขึ้น 6% เป็นเติบโต 27.6% Y-Y และยังคงดีกว่าการเติบโตเฉลี่ยของกลุ่มการแพทย์ที่ราว 16% Y-Y เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 2.86 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” และยังเป็นหนึ่งใน Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
30
สิงหาคม
2018
IT (HOLD/18TP: 5), แนวโน้ม 3Q18 ดูชะลอกว่าคาด ปรับลดเป้าและคำแนะนำเป็นถือ
(views 8)
ด้วยแนวโน้มผลประกอบการ 3Q18 ที่อาจชะลอตัวกว่าคาด จากผลของฤดูฝนที่ยาวนานกว่าปกติและปัญหาน้ำท่วมหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้บรรยากาศการซื้อขายสินค้าไอทีในสาขาต่างจังหวัด ที่มีสัดส่วนราว 60% เป็นไปอย่างเงียบเหงา แต่ค่าใช้จ่ายกลับเร่งตัวขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ในโลตัส ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ลงจากเดิม 13% เหลือ 73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปี 2018 ลงจาก 6.90 บาทเหลือ 5.00 บาท อิง PE Multiplier 20 เท่า พร้อมกับปรับลดคำแนะนำลงจากซื้อเป็นถือ โดยคาดหวังจะเห็นการฟื้นตัวอีกครั้งใน 4Q18 ที่กำลังซื้อควรจะกลับมาตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season โดยเราให้ switch ไปเป็น SYNEX ชั่วคราว จากลักษณะธุรกิจที่มีความอ่อนไหวต่อการบริโภคของภาคครัวเรือนน้อยกว่า และผลประกอบการ 2H18 ที่จะ Outperform กลุ่มเพราะฐานปีก่อนต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
27
สิงหาคม
2018
BJC (BUY/19TP: 71), แนวโน้มกำไรโตต่อเนื่องใน 2H18 และปี 2019
(views 19)
จากประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โทนค่อนข้างบวก แนวโน้ม SSSG ของ BIGC ในเดือน ก.ค. พลิกเป็นบวก หลังจากที่ติดลบเล็กน้อยใน 2Q18 และอยู่ระหว่างเตรียมเปิดสาขารูปแบบใหม่ที่เน้นสินค้าประเภทอาหาร และกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อดี ในขณะที่กลุ่ม Packaging และ Consumer ยังดูดี แม้ต้นทุนพลังงานและอลูมิเนียมปรับขึ้นใน 2H18 แต่เชื่อว่าจะถูกหักล้างด้วยแนวโน้มต้นทุนเศษแก้วที่ราคาปรับลง รวมถึงราคาน้ำมันปาล์มและน้ำมันมะพร้าวที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ แนวโน้มกำไร 3Q18 อาจทรงตัวถึงปรับขึ้น Q-Q ปัจจัยหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นของ BIGC ที่มักสูงขึ้นใน 3Q เพราะนโยบายการนับสต็อก และคาดกำไร 4Q18 จะโตต่อทำจุดสูงสุดของปี เพราะจะเริ่มดำเนินการผลิตโรงงานแก้วแห่งใหม่ และคาดจะปรับโครงสร้างภาษีแล้วเสร็จ ยังคาดกำไรสุทธิปี 2018-2019 เติบโต 26% Y-Y และ 21% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 71 บาท (อิง DCF) ยังมี Upside 24.6% แนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
27
สิงหาคม
2018
PRM (BUY/18TP: 9), บรรยากาศเดินเรือหลังผ่านมรสุมงดงามเสมอ “ซื้อ”
(views 15)
เรากลับมาแนะนำซื้อ PRM โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 9.00 บาท อิง PE Multiplier ที่ 22 เท่า ปัจจัยหนุนอยู่ที่การฟื้นตัวของกำไรสุทธิ 2H18 ที่จะโดดเด่นทั้ง H-H และ Y-Y จากการปรับปรุงธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศและธุรกิจจัดเก็บน้ำมันดิบที่มีผลขาดทุนให้กลับมามีกำไร ทั้งในรูปแบบของการหาตลาดใหม่ เปลี่ยนสัญญาเช่า และลดขนาดธุรกิจ ซึ่งถ้าอิงจากอัตราการใช้บริการของเรือเหล่านี้ที่สูงกว่า 90% แน่นอนว่าจะไม่เห็นผลขาดทุนอีกใน 2H18 กอปรกับ เป็นช่วงรวมผลประกอบการของ Big Sea ในสัดส่วนการถือหุ้น 70% ซึ่งช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีกำไรเฉลี่ยราว 100 ล้านบาทต่อปี เราคาดกำไรสุทธิของ PRM ปีนี้จะจบที่ 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% Y-Y และจะเพิ่มขึ้นอีก 28% Y-Y เป็น 1,277 ล้านบาทในปีหน้า ขณะที่ ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2018-19 เพียง 14-18 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 33 เท่า ทั้งที่ PRM สร้าง ROE ได้สูงถึง 19% มากกว่าค่าเฉลี่ยที่ทำได้เพียง 7% และคาดว่าปันผลจะทรงตัวในระดับที่ดี 4-5% ต่อปี ความเสี่ยงในการเข้าลงทุนระยะนี้จึงถือว่าจำกัดมาก
อ่านเพิ่มเติม
24
สิงหาคม
2018
BCH (T-BUY/18TP: 19.2), แนวโน้มยังดี แต่ Upside เริ่มจำกัด
(views 13)
แนวโน้มการเติบโตของกำไร 3Q18 คาดว่ายังดีจากอานิสงส์ของ High Season และมีปัจจัยหนุนจากการบันทึกรายได้ส่วนเพิ่มในฝั่งค่าภาระเสี่ยงของประกันสังคม ภาพรวมกำไร 2H18 ต่อเนื่อง 2019 ยังแข็งแกร่งโดยยังไม่มีแรงกดดันจากการเปิดโรงพยาบาลใหม่และได้แรงหนุนจากการตรวจสุขภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาของภาครัฐ เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกตีปี 2018-2020 ขึ้น 6-10% สะท้อนการเติบโตในช่วง 1H18 ที่เด่นกว่าคาดและปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2018 ขึ้นเป็น 19.20 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 20% QTD ซึ่งสะท้อนปัจจัยบวกไปมากพอสมควร เราจึงปรับคำแนะนำลงจากเดิม “ซื้อ” เป็น “ซื้อเก็งกำไร”
อ่านเพิ่มเติม
24
สิงหาคม
2018
PCSGH (BUY/18TP: 11), ปรับลดเป้า แต่คาดกำไร 2H18 จะดีสุดในกลุ่ม ยังแนะนำซื้อ
(views 15)
เราปรับลดประมาณการในระยะยาวลง จากการปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มากกว่าคาด ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรวมโรงงานในยุโรปที่ยังไม่สามารถลดต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายได้ในทันที ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ตามวิธี DCF (WACC 8.5%, Terminal Growth 2%) ลดลงจาก 13 บาท เหลือ 11 บาท แต่ด้วยธุรกิจในไทยยังอยู่ในโมเมนตัมที่ดี กำลังการผลิตอยู่ในระดับสูงราว 85% และมีการควบคุมต้นทุน รวมถึงการเพิ่มสินค้าในกลุ่มอัตรากำไรขั้นต้นสูงเข้ามาต่อเนื่อง อีกทั้ง ต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะอะลูมีเนียมที่ลดลง ยังทำให้ Yield การผลิตเพิ่มสูงขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อผนวกกับฐาน 2H17 ที่ต่ำ ทำให้เราคาดว่าผลประกอบการ 2H18 จะออกมาดีกว่ากลุ่ม เรายังคงคำแนะนำซื้อ และให้เป็น Top Pick ของกลุ่มยานยนต์ในระยะนี้
อ่านเพิ่มเติม
24
สิงหาคม
2018
SVI (BUY/19TP: 6.6), สถานการณ์กลับมาเอื้อต่อบริษัทอีกครั้ง และดีกว่าที่เคยคาด
(views 13)
ข้อมูลจากประชุมวานนี้ โทนบวกมาก ผู้บริหารให้ภาพคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งใน 2H18 และต่อเนื่องไปในปี 2019 โดยปรับเป้ารายได้ในปี 2018 ขึ้น 9% เป็น US$480 ล้าน และจะโตต่อเนื่องเป็น US$640 ล้านในปี 2019 ส่วนปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบคลี่คลายลงไปมากจนเกือบปกติ และทำให้บริษัทสามารถสร้างอัตรากำไรขั้นต้นกลับสู่ระดับที่เคยทำได้ 9% - 10% อีกครั้ง โดยมองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 1Q18 คาดกำไรจะโตต่อเนื่องใน 2H18 หลังจากที่ฟื้นตัวได้น่าประทับในใจ 2Q18 ด้วยคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่ทำจุดสูงสุดใหม่ในปีหน้า ทำให้บริษัทได้ทยอยขยายกำลังการผลิตที่ไทย และยุโรปต่อเนื่อง ซึ่งใช้เวลาไม่นานเพียงติดตั้งเครื่องจักร โดยผู้บริหารมั่นใจว่าจะสามารถรองรับคำสั่งซื้อได้ทั้งหมด ด้วยสถานการณ์ที่กลับมาเอื้อต่อการทำธุรกิจของบริษัทอีกครั้ง และดีกว่าเดิมที่เราเคยคาด ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 – 2019 ขึ้น 12% และ 15% เป็นการเติบโต 50% Y-Y และ 20% Y-Y ตามลำดับ ภายใต้สมมติฐานที่ Conservative กว่าเป้าหมายของบริษัท และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 6.6 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 23.4% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
สิงหาคม
2018
CK (BUY/18TP: 34), รับปัจจัยบวกจากการเร่งประมูลงานในช่วงปลายปี
(views 8)
ผู้บริหารคงเป้ารายได้ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท โดย 1H18 เป็น 50% ของทั้งปี ซึ่งยังสอดคล้องกับประมาณการของเรา โดยรายได้ 2H18 น่าจะทำได้ดีขึ้น H-H ตามความคืบหน้าของงานก่อสร้างที่เร่งตัวขึ้น แม้งานภาครัฐมีความล่าช้า แต่เชื่อว่าจะเปิดประมูลได้ใน 4Q18 กว่า 7.8 แสนล้านบาท โดยเราคาดว่า CK จะได้รับงานเข้ามาเติมอย่างน้อย 3 หมื่นล้านบาท บน Succession rate 20% ช่วยลดความกังวลกับ Backlog ที่อยู่ในระดับไม่สูงราว 5.96 หมื่นล้านบาท รองรับรายได้เพียง 2 ปี ขณะที่ราคาหุ้น Discount NAV ของบริษัทลูกถึง 27% ประกอบกับงานประมูลของภาครัฐที่เริ่มมีความชัดเจนขึ้น และคาดเปิดประมูลได้ใน 4Q18 น่าจะเป็นปัจจัยบวกหนุนราคาหุ้นได้ จึงคงคำแนะนำซื้อลงทุน ราคาเหมาะสม 34 บาท
อ่านเพิ่มเติม
22
สิงหาคม
2018
ASEFA (HOLD/18TP: 5), กำไร 2Q18 ยังไม่ประทับใจ แต่หวังครึ่งปีหลังดีขึ้น
(views 8)
กำไร 2Q18 ลดลง 3.0% Q-Q, 24.1% Y-Y กำไร 1Q18 ที่ 52 ล้านบาท ลดลง 3.0% Q-Q, 24.1% Y-Y น้อยกว่าคาด กำไรลดลงเล็กน้อย Q-Q จาก Gross margin ต่ำสุดในรอบ 2.5 ปี เหลือ 22.0% (อดีตปี 2016-2017 ที่ 23-25.6%) จากการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจมากขึ้นมาตั้งแต่ต้นปีก่อน เนื่องจากการลงทุนโดยรวมขยายตัวช้า ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 23.4% หักล้างรายได้ขายและบริการรวมที่เพิ่มขึ้น 6.0% กำไรลดลงมาก Y-Y จากทั้งรายได้รวมลดลง 4.5% Y-Y Gross margin ลดลงจาก 2Q17 ที่ 23.3% รวมทั้งค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น Y-Y จากการขยายการลงทุนด้านการตลาด
อ่านเพิ่มเติม
22
สิงหาคม
2018
KTC (BUY/18TP: 35), ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรและราคาเหมาะสมขึ้น
(views 13)
คงคำแนะนำ ซื้อ และปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 35 บาท อิงกับประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ใหม่ที่ 5.1 พันลบ. EPS 1.98 บาท โดยเราได้ปรับเพิ่มประมาณการจาก Credit cost และหนี้สูญรับคืนที่คาดว่าจะน้อยกว่าคาดเนื่องจากคุณภาพลูกหนี้ที่ดีขึ้น และการเก็บหนี้ทำได้ดีอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้เราปรับ Loan spread เพิ่มขึ้นจากส่วนผสมของพอร์ตสินเชื่อบุคคลที่เพิ่มขึ้น และในเร็วๆนี้มีแผนธุรกิจใหม่ในสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์และพิโกไฟแนนซ์ ซึ่งเป็น High-Yield loan
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2018
BDMS (BUY/18TP: 29), 2H18 เริ่ม Normalized แต่ระยะยาวยังแข็งแกร่ง
(views 20)
แนวโน้มกำไร 3Q18 อาจไม่ใช่ไตรมาสที่ดีที่สุดของปี แต่คาดว่ายังเติบโตได้แข็งแกร่งทั้ง Q-Q และ Y-Y จากอานิสงส์ของ High Season ขณะที่แนวโน้มการเติบโตระยะยาวยังแข็งแกร่งจากการใช้ประโยชน์เครือข่ายโรงพยาบาลที่มากที่สุดในประเทศ และการเติบโตที่โดดเด่นของลูกค้าในกลุ่มประกันซึ่ง BDMS เริ่มมีการจับมือออกแพคเกจร่วมกันและคาดเห็นผลบวกมากขึ้นต่อเนื่อง รวมถึง Margin ที่ขยายตัวจากการพัฒนา Center of Excellent โดยเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018-2020 เติบโตเฉลี่ย 15.7% ต่อปี ราคาหุ้นอาจอ่อนตัวเป็นบางช่วงจากผลของการทยอยแปลงสภาพหุ้นกู้ แต่เรามองจังหวะดังกล่าวเป็นโอกาสในการเข้า “ซื้อ” โดยยังคงราคาเหมาะสมที่ 29 บาท
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2018
TVO (BUY/18TP: 35), ราคาถั่วเหลืองไม่สดใส แต่ปันผลดีปีละ 7%
(views 11)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนกลางๆ ระยะสั้นแนวโน้มราคาถั่วเหลืองอาจอ่อนตัวลงได้อีกจนถึงเดือน ต.ค. จากช่วง Harvest Pressure โดยมองกรอบล่างไม่ต่ำกว่า US$7.8 ต่อบุชเชล (ต้นทุนชาวไร่) และเมื่อผ่านช่วงเก็บเกี่ยวของสหรัฐฯในเดือน ก.ย. – ต.ค. คาดเห็นราคาถั่วเหลืองกลับมาปรับขึ้นโดยมองกรอบบนไว้ที่ US$9.4 - US$9.8 ต่อบุชเชล ทั้งนี้ Upside ของราคาถั่วเหลืองในแง่พื้นฐานดูค่อนข้างจำกัดเพราะคาดการณ์ภาวะถั่วเหลืองโลกปีหน้าจะกลับมาเกินดุลอีกครั้ง จากผลผลิตที่จะสูงขึ้นทั้งสหรัฐ และอาร์เจนติน่า ในขณะที่ Trade War อาจจะสร้างความผันผวนให้ราคาถั่วเหลืองต่อไป แต่มีข่าวบวกคือ จีนเริ่มส่งสัญญาณต้องการซื้อน้ำมันถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองจากประเทศในเอเชีย ภายหลังโรงสกัดหลายแห่งเริ่มประสบผลขาดทุน เพราะต้องหันไปนำเข้าถั่วเหลืองจากบราซิลซึ่งมีราคาสูงขึ้น ถ้าเป็นจริง TVO อาจได้รับอานิสงส์บวกไปด้วย เพราะเป็นโรงสกัดที่ใหญ่สุดในอาเซียน ส่วนแนวโน้มกำไร 3Q18 อาจชะลอตัว เพราะจากเหตุน้ำท่วมหลายพื้นที่ กระทบต่อภาวะการเลี้ยงสัตว์ และคาดกำไรจะกลับมาดีขึ้นอีกครั้งใน 4Q18 หลังรับรู้ต้นทุนถั่วเหลืองล็อตใหม่ที่ถูกลงจากสหรัฐฯ แต่เราปรับลดกำไรสุทธิปีนี้ลง 7.8% สะท้อนกำไร 3Q18 เป็นกำไรเติบโต 54% Y-Y และคาดกำไรสุทธิปี 2019 อาจทรงตัว โดยความผันผวนอยู่ที่ราคาถั่วเหลืองเป็นหลัก และปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้ลงเป็น 35 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ยังมี Upside 13% และคาด Dividend Yield ปีนี้ราว 7% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
20
สิงหาคม
2018
CENTEL (HOLD/18TP: 45), การเติบโตจำกัดมากขึ้นในปี 2019
(views 18)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์โทนค่อนไปในเชิงลบ แนวโน้มกำไร 3Q18 คาดว่ายังไม่โดดเด่นจากธุรกิจโรงแรมที่ยังถ่วง ขณะที่แนวโน้มการเติบโตในปี 2019 คาดว่าจะท้าทายและจำกัดมากขึ้นเนื่องจาก 2 โรงแรมหลักที่สมุยและ CTW จะมีการปิด Renovation รวมถึงการต่อสัญญาเช่าที่ดินจากการรถไฟที่หัวหิน ส่งผลให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ลง 8-13% โดยคาดเติบโต 8.9% Y-Y ในปีนี้และชะลอลงเหลือเพียง 4.3% ในปี 2019 ส่งผลให้ราคาเหมาะสมถูกปรับลงเหลือ 45 บาท และเราลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ
อ่านเพิ่มเติม
20
สิงหาคม
2018
FSMART (HOLD/18TP: 9.8), กำไร 2Q18 ฟื้นช้า ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ปันผลตามคาด
(views 14)
กำไร 2Q18 เพิ่ม 3.7% Q-Q, 4.6% Y-Y กำไร 2Q18 ที่ 150 ล้านบาท ต่ำกว่าคาด 4% (คาด 156 ล้านบาท) เพิ่ม 3.7% Q-Q, 4.6% Y-Y เป็นกำไรฟื้นตัวต่อเนื่องจากระดับต่ำสุดใน 4Q17 โดยรายได้รวมเพิ่ม 0.6% Q-Q, 8.1% Y-Y Gross margin ที่ 21.5% ใกล้เคียงไตรมาสก่อน แต่ลดลงจาก 2Q17 ที่ 24.9% เนื่องจากปีก่อนเร่งขยายตู้มาก ค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง 7.2% Q-Q จากการควบคุมต้นทุนดำเนินงาน
อ่านเพิ่มเติม
20
สิงหาคม
2018
CMAN (BUY/18TP: 3.8), ราคาหุ้นยังไม่ตอบรับปีทองของปูนไลม์
(views 12)
เรากลับมาจัดทำบทวิเคราะห์ CMAN และเริ่มต้นด้วยคำแนะนำซื้อ โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 ด้วยวิธี Relative PE ได้เท่ากับ 3.80 บาท อิง PE Multiler 18 เท่า ความน่าสนใจในการลงทุนอยู่ที่อัตราการเติบโตที่สูงและ Valuation ที่ไม่แพง โดยเราคาดกำไรสุทธิปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 86% Y-Y อยู่ที่ 204 ล้านบาท จาก (1) ยอดขายปูนไลม์และหินยังอยู่ในระดับสูงตามความต้องการของโรงงานน้ำตาล (2) ได้รับผลดีจากการอ่อนค่าของเงินบาท เพราะรายได้กว่า 60% มาจากการส่งออก (3) อัตรากำไรขั้นต้นจะเร่งตัวขึ้นใน 2H18 จากการโยกกำลังการผลิตไปโรงงานใหม่ที่มีอัตรากำไรสูงกว่าเดิม (4) แนวโน้มดอกเบี้ยจ่ายจะลดลงจากการ Refinance หนี้ ส่วนในด้าน Valuation ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายใกล้เคียงมูลค่าทางบัญชี และคิดเป็น PE2018-19 เพียง 12-15 เท่า ต่ำกว่า SUTHA และค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 18-20 เท่า อีกทั้งยังมีปันผลในระดับที่ดีราว 3-4% ต่อปี การเข้าลงทุนในช่วงนี้จึงมีความเสี่ยงขาลงที่จำกัดมาก
อ่านเพิ่มเติม
20
สิงหาคม
2018
TOP (HOLD/18TP: 88), แนวโน้มครึ่งปีหลังฟื้นตัว ในขณะที่ความกังวลเรื่องเพิ่มทุนลดลง
(views 9)
จากการประชุมนักวิเคราะห์ แนวโน้มผลประกอบการของ TOP คาดว่าจะฟื้นตัวได้ดีใน 2H18 จากทั้งธุรกิจโรงกลั่นที่เริ่มเข้าสู่ฤดูหยุดซ่อมบำรุงในสหรัฐและต้นทุน Crude Premium ที่ลดลงราว 12% Q-Q รวมไปถึงธุรกิจอโรมาติกส์ที่ Supply มาช้ากว่าคาด ทั้งหมดนี้จะช่วยหนุนให้ GRM 3Q18 ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ $6/บาร์เรล (+50.0% Q-Q) แต่จะไม่มี Stock gain หลังน้ำมันดิบดูไบยังทรงตัวจากไตรมาสก่อน นอกจากนี้ ประเด็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนในโครงการ CFP จะช่วยให้ TOP ลดเงินลงทุนไปได้ราว 13.5% ซึ่งจะลดความกังวลในกระแสเงินสดและความไม่แน่นอนของฐานะการเงินในอนาคตลงได้
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2018
RS (BUY/18TP: 20), ปรับลดประมาณการทั้งปี แต่ยังแนะนำ ซื้อ คาด 2H18 ดีขึ้น
(views 10)
คาดกำไรปกติผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q18 ที่ต่ำกว่าเราและตลาดคาด โดยแนวโน้มกำไรปกติดีขึ้นในครึ่งปีหลัง จากยอดขายสินค้ากลุ่ม MPC ฟื้นตัวหลังจากได้รับผลกระทบจากการปราบสินค้าเถื่อนและการคุมโฆษณาในไตรมาสก่อน Y-Y แม้ได้รับผลกระทบในช่วงกลางไตรมาสจากการปราบของเถือนในตลาด และคาดอัตราใช้เวลาโฆษณา (U-Rate) ช่อง 8 ดีขึ้น กอปรกับการควบคุมต้นทุน อย่างไรก็ตาม เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2018 ลง 22% แต่ปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิไม่มาก 5% และปี 2019 ปรับลดคาดการณ์กำไรปกติ 17% ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับลงเป็น 20 บาท จากเดิม 23 บาท ขณะที่ราคาหุ้นปรับลงมามี Upside มาก คงคำแนะนำ ซื้อ ทั้งนี้ จ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.25 บาท คิดเป็น Yield 1.6%
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2018
SAWAD (T-BUY/18TP: 41.4), กำไรจะดีขึ้นใน 2H18
(views 14)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผบห.กล่าวว่าบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในการตั้งสำรองฯของกลุ่ม จากเดิม “ไม่หักหลักประกัน” เป็น “หักหลักประกัน” ซึ่งจะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายสำรองฯของบริษัทจะ “ลดลง” ตั้งแต่ 3Q18 เป็นต้นไป เราปรับลดประมาณการสำรองฯลง 15% จากประมาณการเดิม และปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 3.6% เป็น 2,496 ลบ. (-6.4%Y-Y) เรามองเป็นกลางเพราะถึงแม้นโยบายสำรองฯใหม่จะกระตุ้นกำไรสุทธิได้แต่บริษัทอาจเผชิญความเสี่ยงที่ผันผวนตามเศรษฐกิจในระดับสูงขึ้น ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ที่ 41.40 บาท (เดิม 40 บาท) แต่ de-rated PER ลงมาที่ 18 เท่า (Discount จาก ROE ที่ลดระดับลง) และ 2018 Prospective EPS ที่ 2.30 บาท คงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2018
BH (BUY/18TP: 210), การเติบโตเริ่มท้าทายมากขึ้น แต่ยังแนะนำ “ซื้อ”
(views 13)
เราคาดว่าแนวโน้มการเติบโตของ BH เริ่มมีความท้าทายมากขึ้น โดยระยะสั้นกำไร 2H18 คาดว่าจะโตจำกัดมากขึ้นจากฐานที่สูงใน 2H17 ขณะที่ระยะกลาง-ยาวตลาดต่างประเทศยังอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างฐานลูกค้าที่เคยเน้นกลุ่มตะวันออกกลางเป็นหลักมายังภูมิภาคใกล้เคียงอย่างอินโดจีนมากขึ้น ขณะที่ Margin คาดว่าขยายตัวได้จำกัดมากขึ้นเนื่องจากปัจจุบันอยู่ในระดับสูงกว่าคู่แข่งมาก เราจึงปรับประมาณการกำไรปกติปี 2018-2020 ลงเล็กน้อย 3-5% ทำให้การเติบโตเฉลี่ยลดลงเหลือ 6.1% ต่อปี ขณะที่ราคาเหมาะสมปรับลงเหลือ 210 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบดังกล่าวไปพอสมควรแล้วและยังมี Upside เปิดกว้าง จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
AP (HOLD/18TP: 10), กำไร 2Q18 ดีตามคาด หนุนจากยอดโอน และส่วนแบ่ง JV
(views 8)
กำไรสุทธิ 2Q18 โตสดใส +46% Q-Q, +93% Y-Y AP รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 1,183 ล้านบาท (+46% Q-Q, +93% Y-Y) หากตัดกำไรจากการขายเงินลงทุนราว 5.2 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 1,178 ล้านบาท (46% Q-Q, +113% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด แต่ดีกว่าตลาดคาด 7% กำไรที่เติบโตเด่นทั้ง Q-Q และ Y-Y มาจากยอดโอนที่เพิ่มขึ้น 18% Q-Q และ 36% Y-Y แตะระดับ 6.3 พันล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ : คอนโดที่ 74 : 26 จากทั้งแนวราบที่มีทำยอดขายของโครงการเดิมและใหม่ได้ดีต่อเนื่อง บวกกับการเริ่มโอนคอนโด Luxury อย่าง Vittorio มูลค่า 3.2 พันล้านบาท มียอดขายแล้ว 55% นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ JV ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 522 ล้านบาท (+437% Q-Q, +374% Y-Y) จากการเริ่มโอนคอนโดขนาดใหญ่อย่าง Life Asoke มูลค่า 7.5 พันล้านบาท มียอดขายแล้ว 99% ซึ่งโอนไปแล้วราว 38% ภายใน 2 เดือน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 34.7% จาก 35.3% ใน 1Q18 จากการโอนโครงการที่มีมาร์จิ้นต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
BDMS (BUY/18TP: 29), กำไร 2Q18 ใกล้เคียงคาด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 17)
กำไร 2Q18 ใกล้เคียงคาด แต่ยังโตแรง Y-Y BDMS ประกาศกำไรปกติ 2Q18 ออกมาที่ 2,043 ลบ. -30% Q-Q, +28% Y-Y อ่อนกว่าที่เราคาดเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามในแง่การดำเนินงานโดยภาพรวมของ BDMS ถือว่าทำให้ใกล้เคียงคาดโดยรายได้เติบโตดี 9.4% Y-Y ซึ่งมาจากฝั่งผู้ป่วยไทยเป็นหลักโดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างจังหวัดตามโรคระบาดที่มากกว่าปีก่อนและการบริโภคในประเทศที่ฟื้น ขณะที่การควบคุมต้นทุนยังทำได้ค่อนข้างดี ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นเป็น 20.8% ในไตรมาสนี้จาก 19.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
AMATA (BUY/18TP: 30), กำไรปกติ 2Q18 แย่กว่าคาดจากการโอนที่ดินน้อยกว่าคาด
(views 12)
กำไรปกติ 2Q18 แย่กว่าคาดมากเพราะโอนที่ดินได้น้อย ที่ดินที่โอนมีมาร์จิ้นต่ำ AMATA รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 187.7 ล้านบาท แต่เป็นกำไรจากการขายโรงงานให้เช่าในนิคมฯเวียดนามและกำไรจาก FX หากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติเหลือเพียง 52.7 ล้านบาท -88.7% Q-Q, -77.6% Y-Y แย่กว่าคาดมาก สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการโอนที่ดินน้อยกว่าคาด โดยใน 2Q18 โอนที่ดินได้ 71 ไร่ (ไทย 46 ไร่ + เวียดนาม 25 ไร่) น้อยกว่าการโอนที่ดินใน 1Q18 ที่โอนได้ 107 ไร่ (ไทย 37 ไร่ + เวียดนาม 70 ไร่) และ 2Q17 ที่โอนได้ 112 ไร่ (ในไทยทั้งหมด) และที่ดินส่วนใหญ่ที่โอนในไตรมาสนี้อยู่ในโครงการอมตะไทย-ไชนีสซึ่งมีราคาและอัตรากำไรไม่สูง ทำให้รายได้จากการโอนที่ดินใน 2Q18 เป็น 277 ล้านบาท -47.2% Q-Q, -35.5% Y-Y เป็นสาเหตุหลักที่ฉุดรายได้รวม เพราะรายได้จากการขายสาธารณูปโภคและค่าเช่าโรงงานสำเร็จรูปมีการเติบโตต่อไตรมาส 1-2% ในไตรมาสนี้มีรายได้รวมกัน 613 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
BGRIM (BUY/18TP: 32), กำไรสุทธิ 2Q18 ลดลงมาก แต่กำไรปกติยังเพิ่มเป็นขาขึ้น
(views 13)
กำไรสุทธิถูกกระทบจาก FX Loss แต่กำไรปกติยังเพิ่มเป็นขาขึ้นดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 215 ล้านบาท ลดลง 70.2% Q-Q, 48.8% Y-Y หากไม่รวม FX Loss จากค่าเงินบาทอ่อนค่า และค่าใช้จ่ายพิเศษไม่ประจำอื่นๆ จะเป็นกำไรปกติที่ 688 ล้านบาท เพิ่ม 34.4% Q-Q, 51.9% Y-Y จากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ABP3 (133 MW ถือหุ้น 55%) ผลิตเต็มไตรมาสหลังเริ่ม COD ต้นปี และโครงการ ABPR4 (133 MW ถือหุ้น 55%) เริ่ม COD มิ.ย. รายได้ขายไฟโครงการที่ลาวเพิ่ม Q-Q และดอกเบี้ยจ่ายลดลงกว่าคาด จากการทำ Refinancing แม้ต้นทุนบริการเพิ่มกว่าคาด และค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่ม
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
BJC (BUY/18TP: 61), กำไร 2Q18 ดีตามคาด และจะดีต่อเนื่องใน 2H18
(views 8)
กำไร 2Q18 ทำได้ดีตามคาด กำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 1,396 ล้านบาท (-3.4% Q-Q, +40.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 1,374 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุนและขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาสก่อน กำไรปกติในไตรมาสนี้จะทรงตัว Q-Q ถือเป็นกำไรที่ดีและสวนทางกลุ่มที่มีกำไรลดลง Q-Q โดยมีการเติบโตที่ดีทั้ง 3 ธุรกิจ 1) Retail แม้ BIGC จะมี SSSG ทำได้เพียง +0.5% Y-Y แต่ด้วยผลของสาขาใหม่ โดยมีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งที่สัตหีบ และยังรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี ทำให้มีกำไรสุทธิ +9% Q-Q, +14% Y-Y 2) Consumer มีการฟื้นตัวที่ดีต่อเนื่อง โดยรายได้เติบโต +7.8% Y-Y แต่แผ่วลงเล็กน้อย -2.5% Q-Q แต่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น +5.5% Q-Q และ +107% Y-Y ส่วนหนึ่งได้อานิสงส์จากเทศกาลบอลโลก และมีการรวมกับวีนาเปเปอร์เต็มไตรมาส 3) Healthcare and Technical ที่มีรายได้กลับมาฟื้นตัว +11% Q-Q และ +21.5% Y-Y และมีกำไรสุทธทรงตัว Q-Q และ +18.5% Y-Y ซึ่งทั้ง 3 ธุรกิจนี้สามารถชดเชยการแผ่วลงของธุรกิจ Packaging ที่มีกำไรสุทธิลดลง -11% Q-Q, -6.3% Y-Y จากเหตุประสบปัญหาสายการผลิตขัดข้องที่มาเลเซีย (มีประกันภัยครอบคลุม) ส่งผลให้รายได้รวมในไตรมาสนี้ +5.3% Q-Q, +5.2% Y-Y และมีอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวได้อยู่ที่ 18.8% จาก 18.9% ใน 1Q18 แต่เพิ่มขึ้นจาก 18.3% ใน 2Q17 ในขณะที่คุมค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 20.6% จาก 20.5% ใน 1Q18 และเพิ่มขึ้น 20.2% ใน 2Q17 และเห็นพัฒนาการการลดลงของอัตราภาษีจ่ายเป็น 22.3% จาก 25.6% ใน 1Q18 และ 32.7% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
CENTEL (BUY/18TP: 54), กำไร 2Q18 ออกมาตามคาด
(views 11)
กำไรปกติ 2Q18 ลดลง Q-Q และ Y-Y ตามคาด CENTEL ประกาศกำไรปกติ 2Q18 ออกมาตามคาดที่ 372 ลบ. -57.9% Q-Q จากผลของ Low Season และ -6.7% Y-Y จากฐานที่สูงในปีก่อนเพราะภาษีจ่ายต่ำกว่าปกติมาก ธุรกิจโรงแรมยังคงเติบโตแม้ Rev Par ในภาพรวมจะติดลบราว 1.4% แต่ชดเชยได้จากการลงทุนใหม่ๆทั้งโรงแรม Centra ศูนย์ราชการและ COSI สมุย ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจอาหารแม้ Total System Sales Growth จะโตดีราว 10% Y-Y แต่ Same Store Sales Growth ทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อน ขณะที่ Margin หดตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิของธุรกิจลดลง
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
CK (BUY/18TP: 34), กำไร 2Q18 ตามคาด ..2H18 คาดเร่งขึ้นตามความคืบหน้าก่อสร้าง
(views 8)
กำไรสุทธิ 2Q18 โต 79.5% Q-Q แต่หดตัว 19% Y-Y จากฐานรายได้ที่สูง CK รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 541 ล้านบาท (+79.5% Q-Q แต่ -19% Y-Y) เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด กำไรที่โตเด่น Q-Q มาจากเงินปันผลรับจาก TTW ราว 232 ล้านบาท บวกกับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 37% Q-Q เป็น 274 ล้านบาท มีแรงหนุนหลักจาก BEM ที่มีการบันทึกกำไรพิเศษการขายเงินลงทุน ส่วนการหดตัวของกำไร Y-Y จากรายได้จากงานก่อสร้างลดลง 38% Y-Y อยู่ที่ 7.6 พันล้านบาท สาเหตุหลักคือฐานรายได้ที่สูงใน 2Q17 ประกอบกับโครงการที่มูลค่ามากที่สุดอย่างไซยะบุรีเข้าสู่ช่วงปลายโครงการ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 7.8% ปรับลดเล็กน้อยจาก 8% ใน 1Q18 และ 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
CPN (BUY/18TP: 93), กำไร 2Q18 โตต่อเนื่องตามคาด แนวโน้มเติบโตต่อใน 2H18
(views 14)
กำไร 2Q18 โตต่อเนื่องตามคาด +4.0% Q-Q, +18.2% Y-Y CPN รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 2,935 ล้านบาท +4.0% Q-Q, +18.2% Y-Y เป็นไปตามเราและตลาดคาด เป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้ในไตรมาสนี้ +14.8% Q-Q, +23.9% Y-Y จากอัตราค่าเช่าเฉลี่ยของศูนย์เดิม (Same store rental rate) เพิ่มขึ้น 3.0% Y-Y เป็น 1,655 บาท/ตรมเดือน รวมถึงการรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากเซ็นทรัลโคราชและมหาชัยที่เปิดตั้งแต่ พ.ย. 2017 และรายได้ที่ดีขึ้นของเซ็นทรัลพลาซ่าพระราม 3 หลังจากปิดปรับปรุงใหญ่แล้วเสร็จในปี 2017 ในส่วนของรายได้จากอาหารและเครื่องดื่มเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงรายได้การโอนคอนโด Escent เพิ่มต่อเนื่องเช่นกัน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจากไตรมาสก่อนๆที่อยู่ที่ระดับ 50% เป็น 48% เพราะการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าไฟฟ้าซึ่งเป็นต้นทุนหลัก (30% ของค่าเช่าและค่าบริการ) และต้นทุนการดำเนินการและค่าเสื่อมราคาของศูนย์ใหม่ที่เปิด
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
GFPT (BUY/18TP: 14.5), กำไร 2Q18 ฟื้นตามคาด และจะดีต่อเนื่องใน 3Q18
(views 9)
กำไร 2Q18 ฟื้นตัวใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 212 ล้านบาท (+45.2% Q-Q, -57.1% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 220 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 14 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 198 ล้านบาท (+12.5% Q-Q, -58.6% Y-Y) สาเหตุที่กำไรลดลง Y-Y มาจากฐานที่สูงในปีก่อน ค่าเงินบาทแข็งค่า และราคาไก่ในประเทศลดลง -19% Y-Y ส่วนกำไรที่กลับมาฟื้นตัว Q-Q ส่วนหนึ่งเพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลของการส่งออก โดยมีปริมาณไก่ส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 7,900 ตัน (+9.7% Q-Q, +5.3% Y-Y) แต่ด้วยผลของค่าเงินบาทที่แข็งค่าราว 7% Y-Y ทำให้รายได้รวมลดลง 4.4% Y-Y แต่โตได้เล็กน้อย 0.6% Q-Q รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเป็น 14.8% จาก 13.1% ใน 1Q18 ในขณะที่มีค่าใช้จ่ายปรับขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นเป็น 8.5% จาก 7.9% ใน 1Q18 และ 7.7% ใน 2Q17 สำหรับส่วนแบ่งผลประกอบการจากบริษัทร่วมดีขึ้น โดยส่วนแบ่งขาดทุนจาก GFN ลดลงเป็น -45ล้านบาท จาก -54 ล้านบาทใน 1Q18 และส่วนแบ่งกำไรจาก McKey ขยับขึ้นเป็น 23ล้านบาท จาก 12 ล้านบาทใน 1Q18
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
SAPPE (BUY/18TP: 29), กำไร 2Q18 ต่ำกว่าคาด แนวโน้มกำไร 2H18 จะแผ่วลงตามฤดูกาล
(views 12)
กำไร 2Q18 ต่ำกว่าคาด จากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ปรับขึ้นแรง กำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 118 ล้านบาท (+0.9% Q-Q, -27.6% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 13% (เราคาดไว้ 136 ล้านบาท) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ 10 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 128 ล้านบาท (+23.1% Q-Q, -20.5% Y-Y) กำไรที่ลดลง Y-Y มาจากฐานที่สูงในปีก่อน และค่าเงินบาทแข็งค่า Y-Y ส่วนกำไรที่เติบโต Q-Q มาจากทั้งปัจจัยฤดูกาล และการเติบโตของรายได้ส่งออก ทำให้รายได้รวมเติบโต +20.7% Q-Q, +0.2% Y-Y และสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 18.9% จาก 21.7% ใน 1Q18 และ 19.9% ใน 2Q17 แต่รายการที่น่าผิดหวังและทำให้กำไรต่ำกว่าที่เราคาดคือ อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงเหลือ 36.2% Y-Y ลดลงจาก 39.4% ใน 1Q18 และ 42.6% ใน 2Q17 เพราะได้รับผลกระทบจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ (เม็ดพลาสติก) ปรับตัวขึ้นแรง ในขณะที่ส่วนแบ่งผลประกอบการของ All Coco ไตรมาสนี้ยังขาดทุนเล็กน้อยราว 4.4 แสนบาท (ลดลงจาก 1Q18 ที่ขาดทุน 2.6 ล้านบาท) เป็นผลจากต้นทุนมะพร้าวที่สูงขึ้นตามฤดูกาล
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
SAWAD (T-BUY/18TP: 40), กำไรดีขึ้น และ NPL ลดลงแล้ว
(views 8)
กำไร 2Q18 ดีกว่าที่คาด SAWAD รายงานกำไร 2Q18 ที่ 606 ลบ. เพิ่มขึ้น 7.5%Q-Q แต่ลดลง 3.7%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 8% แต่ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด กำไรที่ดีกว่าคาดมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 11%Q-Q, 11%Y-Y ซึ่งเพิ่มมากกว่าการปรับขึ้นของสินเชื่อ ในเบื้องต้นเราคาดว่าน่าจะมี extra income จากรายได้ดอกเบี้ยค้างรับจาก NPL ที่แก้ไขสำเร็จแล้ว ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นเป็น 15.6% จาก 13.8% ในไตรมาสก่อน ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของ Loan Yield ราว 2% ส่วน CoF เห็นการปรับขึ้นราว 0.10% ในไตรมาสนี้บริษัทมีค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่ 133 ลบ. เพิ่มขึ้น 74%Q-Q, 90%Y-Y และ Credit cost อยู่ที่ 1.87% คาดว่าเกิดจากการ Write-off หนี้ NPL ส่วนหนึ่งและนโยบายการตั้งสำรองฯที่เข้มงวดขึ้นของบริษัทเอง
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
THMUI (BUY/18TP: 3.1), กำไร 2Q18 ดีกว่าคาด และ 2H18 จะยิ่งสวยสมชื่อ แนะนำซื้อ
(views 9)
กำไรสุทธิ 2Q18 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 16.5 ลบ. ดีกว่าคาดกาณ์ของเราที่ 14 ลบ. กำไรสุทธิ 1Q18 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 16.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 306% Q-Q และ 656% Y-Y ดีกว่าคาดการณ์ของเราที่ 14 ล้านบาท อยู่ 18% แรงหนุนหลักมาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 148% Q-Q และ 188% Y-Y อยู่ที่ 237 ล้านบาท ตามการรับรู้งานขายและติดตั้งโครงการเดินท่อปะปา HDPE และท่อเหล็กในภูเก็ตมูลค่า 156 ล้านบาท จากมูลค่ารวม 165 ล้านบาท และมีการรับรู้รายได้งานขายลวดสลิงเข้ามาในระดับปกติที่ราว 80 ล้านบาทต่อไตรมาส แต่อัตรากำไรขั้นต้นทรุดตัวเหลือ 22.3% จาก 37.8% ใน 1Q18 และ 38.4% ใน 2Q17 เนื่องจากมูลค่างานวางท่อปะปาส่วนใหญ่คืองานรับเหมาติดตั้งที่มีอัตรากำไรต่ำ จึงดึงให้อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยของทั้งกลุ่มอ่อนตัวลง แต่ด้วยการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดี ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 6% Q-Q และ 14% Y-Y อยู่ที่ 32 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพียง 13.7% ของรายได้รวม ลดลงจาก 31.8% ใน 1Q18 และ 34.6% ใน 2Q17 ทำให้อัตรากำไรสุทธิยังทรงตัวในระดับสูงราว 7% ดีกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 3 ปีล่าสุดที่ทำได้ราว 4.8%
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
TRUE (BUY/18TP: 8), เริ่มพลิกมามีกำไรปกติใน 2Q18
(views 13)
มีทั้งกำไรสุทธิและกำไรปกติใน 2Q18 TRUE ประกาศกำไรสุทธิ 2Q18 ออกมาที่ 10,037 ลบ. พลิกจากขาดทุน 387 ลบ. และ 1,245 ลบ. ใน 1Q18 และ 2Q18 ตามลำดับ และแม้ตัดหากตัดรายการกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้า DIF จำนวนราว 2.4 หมื่นลบ. การตั้งด้อยค่าสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายพิเศษอื่นๆจำนวนราว 1.4 หมื่นลบ. TRUE ยังสามารถพลิกมามีกำไรปกติ 456 ลบ. ซึ่งดีกว่าที่เราและตลาดคาด โดย True Mobile ยังเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตและล่าสุดมี Market Share ในแง่รายได้เพิ่มเป็น 28% ในไตรมาสนี้ (27.6% ใน 1Q18) ขณะที่ True Online มีรายได้เติบโตเด่น +31% Y-Y จากการขยายโครงขาย Fiber Optic ส่วนรายได้ True Vision + 13.4% Y-Y ได้อานิสงส์จากฟุตบอลโลก ขณะที่ฝั่งต้นทุนถือว่าควบคุมได้ดีกว่าคาดในส่วนของค่าใช้จ่ายโครงข่าย รวมถึงค่าเสื่อมราคาที่ลดลงซึ่งเป็นผลจากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
VIBHA (BUY/18TP: 3), กำไร 2Q18 โตได้เล็กน้อย
(views 10)
กำไรปกติ 2Q18 โตเล็กน้อย Y-Y VIBHA ประกาศกำไรปกติ 2Q18 ออกมาที่ 193 ลบ. -0.2% Q-Q, +3.1% Y-Y ถือว่าไม่ได้โดดเด่นนัก แม้รายได้จากการดำเนินงานจะเติบโตดี 11.2% Y-Y ขณะที่ Gross Margin ขยายตัวได้เล็กน้อย แต่สาเหตุที่ทำให้กำไรเติบโตในระดับต่ำเกิดจากฐานที่สูงในปีก่อนเพราะมีอัตราภาษีจ่ายที่ต่ำผิดปกติ นอกจากนี้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมยังลดลงอย่างมีนัยยะเหลือเพียง 11 ลบ.ในไตรมาสนี้ จากระดับ 40-50 ลบ.ต่อไตรมาสในปีก่อน ซึ่งหลักๆมาจากโรงพยาบาลวิภารามที่หดตัวแรง
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
SPALI (HOLD/18TP: 26), กำไร 2Q18 ตามคาด …ถูกกดดันจาก SG&A ที่สูงขึ้น
(views 11)
กำไร 2Q18 โต 40.5% Q-Q แต่หดตัว 8% Y-Y SPALI รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท (+40.5% Q-Q แต่ -8% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาด 9% โดยยอดโอนเติบโตดี 42% Q-Q และ 8% Y-Y อยู่ที่ 6.4 พันล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ : คอนโดที่ 51 : 49 จากการโอนแนวราบที่ไปได้ดี บวกกับเริ่มโอน Supalai Veranda รัตนาธิเบศร์ มูลค่า 2.4 พันล้านบาท มียอดขายแล้ว 32% ส่วนการหดตัวของกำไร Y-Y มีสาเหตุหลักจาก SG&A ที่เพิ่มขึ้น 30% Q-Q และ 33% Y-Y จากค่าใช้จ่าย Agent สำหรับกระตุ้นยอดขายต่างชาติในโครงการ Supalai Oriental สุขุมวิท 39 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาอยู่ที่ 37.8% ใกล้เคียงกับ 1Q18 แต่ลดลงเล็กน้อยจาก 38.1% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
CPF (HOLD/18TP: 28), ราคาเนื้อสัตว์ยังขึ้นต่อ แต่มีเพิ่ม 2 ประเด็นลบให้ติดตาม
(views 16)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหารยังเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานหลักในช่วง 2H18 เพราะราคาหมูในเวียดนามยังสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำจุดสูงสุดในรอบ 2 ปีแล้ว และราคาหมู ไก่ กุ้งในไทยก็ปรับตัวดีขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน คาดธุรกิจหมูและกุ้งของไทยจะพลิกเป็นกำไรได้อีกครั้งใน 3Q18 ส่วนธุรกิจไก่น่าจะขาดทุนน้อยลงหรือมีลุ้นคุ้มทุนได้ ส่วนแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบทรงตัวถึงอ่อนตัวลงในช่วง 2H18 เราคาดกำไรสุทธิปีนี้ที่ 1.42 หมื่นล้านบาท (-6.9% Y-Y) คาดกำไรปกติจะโตต่อเนื่องใน 3Q18 แต่ในส่วนกำไรสุทธิมองผ่านจุดสูงสุดของปีไปแล้วใน 2Q18 น่าจะไม่มีกำไรขายเงินลงทุนมากเหมือนไตรมาสก่อนอีก และจะรับรู้มูลค่าความเสียหายจากการทำลายหมูในรัสเซียบางส่วนใน 3Q18 ทั้งนี้ประมาณการของเราดูมี Downside จาก 2 ประเด็นลบคือ โรคอหิวาต์ในหมูในรัสเซียและจีน ซึ่งต้องติดตามสถาณการณ์ต่อไป และวิกฤติการณ์ในตุรกีที่ค่าเงินอ่อนค่าแรงมาก และอัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นสูงมาก อาจกระทบให้ธุรกิจในตุรกีพลิกกลับมาขาดทุนอีกครั้งใน 2H18 เรายังคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 28 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นจากที่เราแนะนำซื้อในรายงานฉบับก่อน (9 ก.ค. 18) จนมี Upside แคบลงเหลือ 8.7% จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
ERW (BUY/18TP: 9), กำไร 2Q18 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
(views 9)
กำไรปกติ 2Q18 อ่อนค่าคาดเล็กน้อย ERW ประกาศกำไรปกติ 2Q18 ออกมาที่ 30 ลบ. -89.6% Q-Q, -48.5% Y-Y ต่ำกว่าที่เราคาดเล็กน้อย โดยรายได้หดตัว 24% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลเนื่องจากเป็น Low Season และเติบโตได้เพียง 0.3% Y-Y เนื่องจากผลกระทบจากการปรับปรุงห้องพักโรงแรม JW Marriott (40% ของห้องทั้งหมด) และผลของฟุตบอลโลกที่ทำให้นักท่องเที่ยวรัสเซียหดตัวชั่วคราว ขณะที่ต้นทุนบางส่วนเป็นต้นทุนคงที่ทำให้ไม่ได้รับประโยชน์จาก Operating Leverage อย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต และส่งผลให้ EBITDA Margin หดตัวเหลือ 24.1% ในไตรมาสนี้จาก 36.4% และ 26.4% ใน 1Q18 และ 2Q17 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
BIG (HOLD/18TP: 2.5), กำไร 2Q18 แย่กว่าคาด การฟื้นตัวยังเป็นสิ่งที่ท้าทาย แนะนำถือ
(views 13)
กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 114 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดที่ 122 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 114 ล้านบาท ลดลง 46% Q-Q และ 26% Y-Y ถือเป็นกำไรที่ลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y เป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน และต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ 122 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของตลาดกล้องซึ่งทำให้การแข่งขันสูงขึ้นโดยปริยาย ส่งผลให้แม้รายได้รวมจะยังปรับตัวเพิ่มขึ้น 10% Y-Y อยู่ที่ 1,462 ล้านบาท แต่ต้องแลกมาด้วยการส่งเสริมการตลาดทั้งด้านราคาและการประชาสัมพันธ์ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 26.3% จาก 30.5% ใน 1Q18 และ 30.1% ใน 2Q17 รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเร่งตัวขึ้นเป็น 16.6% ของรายได้รวม จาก 14.7% ใน 1Q18 และ 15.7% ใน 2Q17 นอกจากนี้ ผลของการที่ผู้ผลิตกล้องเน้นขายสินค้าตัวบน ซึ่งไม่จำเป็นต้องกระตุ้นตลาดมากเท่าตัวล่าง ยังทำให้ยอดรีเบทไม่ปรับตัวขึ้นตามรายได้ที่โตด้วย โดยทรงตัว Y-Y ที่ระดับ 162 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
BKD (BUY/18TP: 4.5), กำไรสุทธิ 2Q18 ดีกว่าคาด ดีลธุรกิจน้ำใกล้จบ แนะนำซื้อ
(views 8)
กำไรปกติ 2Q18 อยู่ที่ 38 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนปกติ 82 ล้านบาทใน 2Q17 กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 38 ล้านบาท ลดลง 54% Q-Q เพราะ 1Q18 มีรับรู้กำไรส่วนที่ไม่สามารถรับรู้ได้ในปี 2017 ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ลดลงมากถึง 86% เพราะ 2Q17 มีบันทึกกำไรจากการขายที่ดิน 367 ล้านบาท หากหักออก (หลังภาษี) จะเป็นขาดทุนจากการดำเนินงานมากถึง 82 ล้านบาท เพราะฉะนั้น ถ้าเทียบที่ธุรกิจหลักถือว่าฟื้นตัวได้ดีมาก และมากกว่าคาดการณ์ของเราที่ 30 ล้านบาทอยู่พอควร ปัจจัยที่ทำให้ดีหลักๆ มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่กลับมาอยู่ในระดับสูง 30.1% ดีกว่า -2.7% ใน 2Q17 ขณะที่ รายได้รวมลดลง 16% Q-Q และ 33% Y-Y อยู่ที่ 282 ล้านบาท เพราะหันมาโฟกัสงานที่ตัวเองถนัด คือ ตกแต่งภายในโรงแรมและโรงพยาบาล ซึ่งมีขนาดเล็กลงเมื่อเทียบกับงานตกแต่งและรับเหมาปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 13.6% จาก 4.6% ใน 1Q18 และ 5.8% ใน 2Q17 เนื่องจากมีการตั้งสำรองหนี้สูยเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามลักษณะการค้าปกติ ที่เมื่อได้รับเงินค่าจ้างแล้วจะมีการกลับรายการในไตรมาสถัดๆไป
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
EPG (BUY/19TP: 12), กำไรปกติ 1Q19 ส่งสัญญาณฟื้น แต่ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
(views 7)
กำไรปกติ 1Q19 (เม.ย.-มิ.ย. 2018) ค่อยๆฟื้นแต่ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยที่ธุรกิจ EPP กำไรสุทธิ 1Q19 (เม.ย.-มิ.ย. 2018) ทำได้ 304.9 ล้านบาท เป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 31.3 ล้านบาทเพราะเงินบาทที่อ่อนค่า ตรงข้ามกับปีก่อนที่เงินบาทแข็งค่าตลอดทั้งปีทำให้บริษัทมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนทุกไตรมาส หากตัดรายการดังกล่าวออก จะเป็นกำไรปกติ 273.7 ล้านบาท +0.3% Q-Q, -8.0% Y-Y ต่ำกว่าที่เราคาดเล็กน้อย แต่ภาพโดยรวมยังเป็นการฟื้นตัวทั้ง 3 ธุรกิจ ทั้งยอดขายของ Aeroklas – ชิ้นส่วนยานยนต์ (+8% Q-Q, +22% Y-Y) ซึ่งได้แรงหนุนจาก Flexiglass (ร้านขายสินค้าตกแต่งรถกระบะในออสเตรเลียที่ซื้อมาตั้งแต่ปลาย ม.ค. 2018) เข้ามาช่วยเต็มไตรมาส และ Aeroflex – ฉนวนยาง (+13% Q-Q, +1% Y-Y) รวมถึงธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างช้าๆ (+3% Q-Q, +1% Y-Y) ตามกำลังซื้อในต่างจังหวัดขณะที่ Gross margin ของ Aeroklas และ Aeroflex ปรับตัวดีขึ้น แต่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกยังมี Gross margin ชะลอเป็น 17.9% จาก 19.3% ในไตรมาสก่อนและ 21.1% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เพราะยังถูกกระทบจากการตัดราคาอยู่บ้าง ส่งผลให้ Gross margin โดยรวมยังฟื้นไม่เต็มที่จากไตรมาสก่อนที่ทำได้ 28.2% เป็น 28.8% ในไตรมาสนี้
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
FTE (BUY/18TP: 3.15), กำไร 2Q18 ทำสถิติสูงสุดใหม่ Valuation ยังถูก แนะนำซื้อ
(views 6)
กำไรสุทธิ 2Q18 ดีกว่าคาดมาก ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 42 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 152% Q-Q และ 54% Y-Y จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 15% Q-Q และ 18% Y-Y อยู่ที่ 254 ล้านบาท เนื่องจากทั้งงานขายอุปกรณ์ดับเพลิงและงานติดตั้งให้โครงการขนาดใหญ่เร่งตัวขึ้น หลังจากชะลอหนักใน 1Q18 ซึ่งประจวบเหมาะกับต้นทุนการส่งมอบที่เป็นต้นทุนเดิม จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 31.8% จาก 21.2% ใน 1Q18 และ 27.3% ใน 2Q17 ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ควบคุมได้ดีเช่นกัน โดยอยู่ที่ 11.6% ของรายได้รวม ลดลงจาก 13.4% ใน 1Q18 และ 11.8% ใน 2Q17 ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมด หนุนให้อัตรากำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 16.5% เพิ่มขึ้นจาก 7.5% ใน 1Q18 และ 12.7% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
ROBINS (BUY/18TP: 78), กำไร 2Q18 ทำได้ดีตามคาด
(views 7)
กำไร 2Q18 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 694 ล้านบาท (-8.9% Q-Q, +15.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 679 ล้านบาท) กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q มาจากฝนที่ตกเร็วในเดือน เม.ย. ส่วนสาเหตุที่กำไรเติบโต Y-Y มาจาก SSSG ที่ฟื้นตัวกลับมาได้ในช่วงเดือน พ.ค. - มิ.ย. ทำให้ทั้งไตรมาส +0.5% Y-Y แม้จะแผ่วลงจาก 1Q18 ที่ +1.8% Y-Y แต่ยังถือเป็นตัวเลขที่บวกได้ บริษัทได้เห็นการฟื้นตัวของกำลังซื้อในต่างจังหวัดแบบค่อยเป็นค่อยไป ยกเว้นโซนภาคใต้ที่ยังไม่ดีนัก เพราะราคายางพารายังไม่ฟื้น ส่วนสาขาใหม่ที่ชลบุรี เปิดในวันที่ 27 มิ.ย. จึงยังไม่ส่งผลบวกต่อ 2Q18 มากนัก ทำให้รายได้รวมเติบโต 2.8% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ที่ 24.8% ใกล้เคียง 24.7% ใน 2Q17 แต่ปรับลดลงจาก 25.5% ใน 1Q18 เป็นผลจากการทำโปรโมชั่น Greatest Grand Sales ครั้งใหญ่ของปีที่มีการให้ส่วนลดมากกว่าปีก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังสูงใกล้เคียงปีก่อนอยู่ที่ 31.9% แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 29.9% ใน 1Q18 และส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมปรับขึ้นได้ดี +20% Q-Q, +21.7% Y-Y จากฐานต่ำในปีก่อนและได้รับอานิสงส์จากเทศกาลบอลโลก
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
SAT (SELL/18TP: 24.1), กำไรสุทธิ 2Q18 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ราคาหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว
(views 8)
กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 183 ล้านบาท ลดลง 22% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 36% Y-Y กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 183 ล้านบาท ลดลง 22% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น Low Season ของการผลิตรถยนต์เพราะมีวันหยุดมาก แต่เมื่อเทียบ Y-Y ยังเติบโตได้ดี โดยเพื่มขึ้นถึง 36% รายได้รวมยังลดลง 1% Y-Y อยู่ที่ 1,920 ล้านบาท จากผลของการโอนธุรกิจสปริงไปที่บริษัทร่วมช่วงปลายปีก่อน ทำให้ต้องเปลี่ยนวิธีบันทึกบัญชีจากรายได้เป็นส่วนแบ่งกำไร ฐานในทางบัญชีระหว่าง 2 งวดจึงแตกต่างกัน ซึ่งถ้าหักประเด็นนี้ออก เราคาดว่ารายได้จะโตราว 14% Y-Y ซึ่งเป็นไปตามอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยอดผลิตใน 2Q18 เพิ่มขึ้น 11% Y-Y และชิ้นส่วนเครื่องจักรการเกษตรก็โตในระดับใกล้เคียงกัน อีกทั้ง ยังเป็นผลจากการส่งมอบคำสั่งซื้อใหม่ในกลุ่มรถบรรทุกด้วย ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.0% ลดลงจาก 18.2% ใน 1Q18 ตามอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง แต่เพิ่มขึ้นจาก 14.8% ใน 2Q17 ตามรายได้ที่โตและส่วนหนึ่งเป็นผลจากการโอนธุรกิจสปริงที่มีอัตรากำไรต่ำไปยังบริษัทร่วม อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 8.8% ของรายได้รวม จาก 7.6% ใน 1Q18 และ 8.5% ใน 2Q17 เพราะมีการทำ R&D เพื่อรองรับรถยนต์ EV ในอนาคต ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กำไรออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ 188 ล้านบาทไป 3%
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
SC (BUY/18TP: 4.8), กำไร 2Q18 ดีตามคาด และจะเด่นขึ้นมากใน 2H18
(views 13)
กำไร 2Q18 โตเด่น +72% Q-Q, +68.5% Y-Y SC รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 เป็น 446 ล้านบาท โตแกร่ง 72% Q-Q และ 68.5% Y-Y เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด จากยอดโอนที่โตเด่นที่ 3.7 พันล้านบาท (+51% Q-Q, +42% Y-Y) แบ่งเป็นคอนโด : แนวราบที่ 62 : 38 โดยมีแรงหนุนหลักจากยอดโอนจากคอนโดที่แตะระดับ 1.4 พันล้านบาท โตสูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส จากการเริ่มโอนคอนโด Luxury อย่าง Saladaeng One มูลค่า 4.7 พันล้านบาท มียอดขายแล้ว 49% บวกกับแนวราบที่ไปได้ดี ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาปรับลดเป็น 32.7% จาก 33.8% ใน 1Q18 และ 2Q17 เนื่องจากมีการรับรู้โครงการที่มีมาร์จิ้นต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
MAJOR (BUY/18TP: 28.5), กำไรปกติ 2Q18 โตแรง Q-Q ใกล้เคียงคาด ปันผล 0.65 บาท
(views 7)
2Q18 กำไรปกติโตแรง Q-Q สูงสุดของปี แต่เพิ่มเล็กน้อย Y-Y ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 534 ล้านบาท เพิ่ม 87.9% Q-Q แต่ลดลงเล็กน้อย 3.7% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษกำไรจากการขายเงินลงทุนบางส่วนใน SF สุทธิภาษี 53 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติ 481 ล้านบาท ใกล้เคียงคาดที่ 465 ล้านบาท กำไรเพิ่มแรง Q-Q เนื่องจากเป็นช่วงหน้าหนังฮอลลีวู๊ด โดยหนังที่ทำเงิน เด่นๆ คือ Avengers DEADPOOL 2, Jurassic World และหนังไทย “น้อง พี่ ที่รัก” แม้หนังไทย 2 เรื่อง คือ “หลวงพี่แจ๊ส 5G” และ “ตุ๊ดตู่กู้ชาติ” ทำรายได้ต่ำกว่าเป้า และขาดทุนขั้นต้นของบ.ย่อย ราว 27 ล้านบาท ทั้งนี้ รายได้ตั๋วหนัง (สัดส่วนรายได้ราว 55%) ในไตรมาสนี้โต 71.1% Q-Q และเพิ่มเล็กน้อย 7.1% Y-Y จากฐานสูงในปีก่อน รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหาร (สัดส่วนรายได้ราว 20%) เพิ่มสูงตาม 66.2% Q-Q และเพิ่มดี 13.0% Y-Y กอปรกับการควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
MBAX (HOLD/18TP: 4.5), กำไร 2Q8 กลับมาโตแรง จากมาร์จิ้นที่ขยายตัว
(views 7)
กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 434% Q-Q และ 21% Y-Y กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 434% Q-Q และ 21% Y-Y จากรายได้ที่ฟื้นตัว 20% Q-Q อยู่ที่ 417 ล้านบาท ตามคำสั่งซื้อของลูกค้าในสหรัฐฯที่เร่งตัวขึ้น (ได้ประโยชน์จากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน) ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นก็เพิ่มขึ้นด้วยเป็น 12.5% จาก 6.2% ใน 1Q18 และ 9.5% ใน 2Q17 ตามการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและผลของแผนควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ควบคุมได้ดีอีกเช่นกัน โดยคิดเป็น 5.97% ของรายได้รวม ลดลงจาก 7.20% ใน 1Q18 อย่างไรก็ตาม ด้วยกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ออกมาต่ำมาก จึงทำให้กำไรสุทธิ 1H18 อยู่ที่ 27 ล้านบาท ลดลง 25% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
STEC (BUY/18TP: 23), กำไร 2Q18 ดีกว่าคาด ...ปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ
(views 6)
กำไรปกติ 2Q18 เพิ่มขึ้น 29% Q-Q และ 25% Y-Y STEC รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 305 ล้านบาท (+5% Q-Q, +25% Y-Y) หากตัดกำไรพิเศษใน 1Q18 ออก กำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 29% Q-Q มากกว่าเรา และตลาดคาด 21% และ 22% ตามลำดับ มาจากรายได้ที่ทำได้ดีกว่าคาดที่ 5.7 พันล้านบาท (+7% Q-Q, +29% Y-Y) ตามความคืบหน้าของงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสีส้ม ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ที่ 7.7% ใกล้เคียงกับ 1Q18 ที่ 7.7% แต่ลดลงจาก 8.5% ใน 2Q17 เนื่องจากมีการรับรู้รายได้จากโครงการรัฐสภาใหม่ที่มีมาร์จิ้นเป็นศูนย์ อย่างไรก็ตาม นับว่าดีกว่าที่บริษัทประเมินไว้ที่ 6.5-7%
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
SVI (T-BUY/18TP: 4.9), กำไร 2Q18 ดีกว่าคาดมาก แนวโน้มจะดีต่อใน 2H18
(views 6)
กำไร 2Q18 ดีกว่าคาดมากอย่างน่าประทับใจ กำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 271 ล้านบาท (+323.4% Q-Q, +116.8% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 218 ล้านบาท) แม้ไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 64 ล้านบาท ยังมีกำไรปกติเท่ากับ 207 ล้านบาท (+168.8% Q-Q, +61.7% Y-Y) ถือเป็นการฟื้นตัวได้น่าประทับใจ เพราะมาจากทั้งรายได้ที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง เติบโตเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกันและทำจุดสูงสุดใหม่ที่ US$118 ล้าน (+13% Q-Q, +30.8% Y-Y) และด้วยค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ทำให้รายได้สกุลบาทเติบโตได้ +14.8% Q-Q และ +20.6% Y-Y ในขณะที่สามารถใช้กำลังการผลิตได้ถึงระดับที่เกิด Economies of Scale ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่คลี่คลายแล้ว ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 9.7% จาก 7.1% ใน 1Q18 และ 8.7% ใน 2Q17 (ดีกว่าที่เราคาดไว้ที่ 9%) และยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายปรับลดลงมาอยู่ที่ 4.3% จาก 4.9% ใน 1Q18 และ 5.1% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
ORI (BUY/18TP: 25.4), กำไรปกติ 2Q18 ดีตามคาด และจะเร่งขึ้นต่อเนื่อง
(views 7)
กำไรสุทธิ 2Q18 +108.5% Q-Q +327% Y-Y หนุนจากกำไรพิเศษ ORI รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 1,019 ล้านบาท (+108.5% Q-Q, +327% Y-Y) หากตัดกำไรพิเศษจากการโอนสิทธิสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินราว 312 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 707 ล้านบาท (+45% Q-Q, +196% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาดและตลาดคาด กำไรที่โตเด่นทั้ง Q-Q และ Y-Y มีแรงหนุนมาจากยอดโอนที่สูงถึง 3.6 พันล้านบาท (+82.5% Q-Q, +212% Y-Y) จากการเริ่มโอนโครงการใหม่ตามแผน 3 แห่ง มูลค่ารวม 3.3 พันล้านบาท มียอดขายเฉลี่ยแล้ว 68% พร้อมเริ่มโอนโครงการใหญ่อย่าง Park 24 เฟส 2 มูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท มียอดขายแล้ว 60% และ Kensington Kaset Campus มูลค่า 1 พันล้านบาท มียอดขายแล้ว 95% ได้เร็วกว่าคาด ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฟื้นตัวขึ้นที่ 41% จาก 39% ใน 1Q18 แต่ยังลดลงเมื่อเทียบกับ 2Q17 ที่ 46% เนื่องจากมีการรับรู้โครงการที่มาร์จิ้นต่ำอย่าง Park24 เฟส 1
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
TKN (BUY/19TP: 18), กำไร 2Q18 ต่ำคาด จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดสูงขึ้น
(views 10)
กำไร 2Q18 ต่ำกว่าคาด จากค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าคาด กำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 154 ล้านบาท (+1.3% Q-Q, +14.1% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 7% (เราคาดไว้ 166 ล้านบาท) มาจากค่าใช้จ่ายที่มากกว่าคาด ในส่วนของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นถือว่าฟื้นตัวได้ดี แม้รายได้จากจีนในไตรมาสนี้ จะลดลง -16% Q-Q, +10% Y-Y บริษัทให้เหตุผลการลดลง Q-Q ว่ามาจากการเร่งส่งมอบไปมากในช่วงปลาย 1Q18 แต่ได้รับการชดเชยด้วยการขายในประเทศที่เติบโต +12% Q-Q, +18% Y-Y จากการออกสินค้าใหม่ และทำการตลาดมากขึ้น ส่งผลให้รายได้รวม +0.7% Q-Q, +11.1% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับฟื้นตัวได้ดีเป็น 32.2% จาก 28.2% ใน 1Q18 และ 31.7% Y-Y ใน 2Q17 โดยรับรู้ต้นทุนสาหร่ายล็อตใหม่ที่ราคาถูกลงราว 10% - 15% Y-Y ในช่วงปลายเดือน พ.ค. เป็นต้นมา แต่ทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี ถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายที่เร่งตัวขึ้น จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดในจีนที่เริ่มเข้าไปสร้างแบรนด์มากขึ้น, การทำการตลาดในประเทศ และการออกสินค้าใหม่ รวมถึงการเริ่มวางขายสินค้า Whey Protein ใน Modern Trade มากขึ้น จากก่อนหน้าที่ขายผ่าน Online เป็นหลัก ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นเป็น 19.8% เพิ่มจาก 16.2% ใน 1Q18 และ 17.1% ใน 2Q17 (สูงกว่าที่เราคาดไว้ที่ 16%) ส่วนอัตราภาษีจ่ายเริ่มขยับลงมาอยู่ที่ 15.7% จาก 19% ใน 2Q17 จากสิทธิพิเศษทางภาษี BOI
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2018
BLA (HOLD/18TP: 37.5), ความเสี่ยงทางธุรกิจเพิ่มขึ้น
(views 13)
แม้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้นราว 29% เป็น 4.8 พันลบ. (+32%Y-Y) เพื่อสะท้อนกำไร 2Q18 ที่ออกมาดีกว่าที่คาดไว้จากกำไรจากเงินลงทุนมากกว่าคาดและอัตราภาษีจ่ายที่น้อยกว่าคาด แต่คาดว่ากำไรน่าจะชะลอตัวลงใน 2H18 เนื่องจากความเสี่ยง 2 ประการได้แก่ เบี้ยประกันรับผ่านช่องทางธนาคารที่มีแนวโน้มลดลงจากการแข่งขันในช่องทางเดียวกันที่เพิ่มขึ้นจากพันธมิตรใหม่ของ BBL อย่าง AIA และ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายค่าสินไหมและการครบอายุของกรมธรรม์ที่มากขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะสูงขึ้นต่อเนื่องใน 1Q19 จากกรมธรรม์ที่จะครบอายุก้อนใหญ่ราว 1 หมื่นลบ.ทำให้ Underwriting margin น่าจะติดลบสูงไปอีกอย่างน้อย 3 ไตรมาส เราราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 37.50 บาท แต่ปรับคำแนะนำจาก ขาย เป็น ถือ
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018
AIT (HOLD/18TP: 24), กำไร 2Q18 ยังแย่ // แนะนำเพียง “ถือ” รับปันผล
(views 17)
กำไร 2Q18 ยังอ่อนแอ AIT ประกาศกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 72 ลบ. แม้จะฟื้นตัว 6.9% Q-Q แต่ยังคงหดตัวแรง 31.5% Y-Y ซึ่งยังเป็นระดับที่น่าผิดหวัง ซึ่งเกิดตั้งแต่ฝั่งรายได้ที่หดตัวอย่างมีนัยยะ 2.9% Q-Q และ 24.6% Y-Y จากงานภาครัฐที่มีค่อนข้างน้อย ซึ่งถือว่าไม่สอดคล้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรมที่ควรจะเติบโตจากนโยบาย Thailand 4.0 ขณะที่ Gross Margin ทำได้เพียงแค่ทรงตัวจากไตรมาสก่อนที่ 19% และลดลงอย่างมีนัยยะจากระดับ 20.2% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018
ATP30 (BUY/18TP: 2.3), กำไร 2Q18 ตามคาด และจะเด่นขึ้นใน 3Q18
(views 20)
กำไร 2Q18 โตสูง 72% Y-Y แต่หดตัว 11% Q-Q จากต้นทุนน้ำมัน ATP30 รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 9.3 ล้านบาท (-11% Q-Q แต่ +72% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด การหดตัวของกำไร Q-Q มีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 25% จาก 27.5% ใน 1Q18 อย่างไรก็ตาม กำไรที่โตสูง Y-Y มีปัจจัยสนับสนุนมาจากรายได้จากการให้บริการทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 101.3 ล้านบาท (+22% Y-Y) หนุนจากการรับรู้ลูกค้าใหม่อย่าง BSTMT, IRPC, TOP ด้วยรถบัสรวม 20 คันเต็มไตรมาส รวมถึงความสำเร็จจากการขยายไปจับตลาดใหม่อย่างการให้บริการรถท่องเที่ยว
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018
BEM (BUY/18TP: 10), กำไรสุทธิ 2Q18 ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
(views 16)
กำไรปกติ 2Q18 +10% Y-Y เป็นไปตามที่เราคาด BEM รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 เป็น 978 ล้านบาท โตเด่น +33% Q-Q, +35% Y-Y พร้อมทำจุดสูงสุดใหม่ หากหักรายการพิเศษจากกำไรการขายเงินลงทุน XPCL ให้ CKP ราว 184 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 794 ล้านบาท (-1.5% Q-Q แต่ +10% Y-Y) เป็นไปตามที่เรา และตลาดคาด โดยการลดลงของกำไรเล็กน้อย Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดยาว แต่ถูกบรรเทาด้วยผลของการ Refinance เงินกู้สำหรับโครงการทางด่วนศรีรัชฯใน 1Q18 ช่วยประหยัดดอกเบี้ยจ่ายให้ลดลง 11% Q-Q ส่วนกำไรที่โตดี Y-Y มีแรงหนุนมาจาก 1) รายได้รวม +2.5% Y-Y อยู่ที่ 3.8 พันล้านบาท จากการเติบโตของธุรกิจทางด่วน และรถไฟฟ้า 2) อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 39% เทียบกับ 38.5% ใน 2Q17 จากการประหยัดต่อขนาดในธุรกิจทางด่วน 3) ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมอย่าง CKP และ TTW เติบโตดีที่ 110 ล้านบาท (+17% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018
EKH (BUY/18TP: 7), กำไร 2Q18 น่าประทับใจ คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 13)
กำไร 2Q18 ยังโตโดดเด่น EKH ประกาศกำไรปกติ 2Q18 ออกมาที่ 22 ลบ. +1.5% Q-Q, +90.4% Y-Y ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่โดดเด่นมาก โดยรายได้จากการรักษาพยาบาลเติบโต +2.1% Q-Q, +22% Y-Y จากฝนที่มาเร็วและโรคระบาดที่มากในปีนี้ ขณะที่ศูนย์ผู้มีบุตรยากที่เริ่มเปิดดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีแสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ได้ถ่วงผลการดำเนินงานในภาพรวม ขณะที่การควบคุมต้นทุนยังทำได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมถึงได้ประโยชน์จาก Operating Leverage จากต้นทุนส่วนใหญ่ที่เป็นต้นทุนคงที่ ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวอย่างมีนัยยะเป็น 25% ในไตรมาสนี้จาก 24.3% และ 18% ใน 1Q18 และ 2Q17 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018
M (HOLD/18TP: 78), ค่าใช้จ่ายมากกว่าคาด ฉุดกำไร 2Q18 ลดลง Y-
(views 14)
กำไร 2Q18 น่าผิดหวัง มาจากค่าใช้จ่ายที่มากกว่าคาด กำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 660 ล้านบาท (+4.4% Q-Q, -2.2% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 8% (เราคาดไว้ 721 ล้านบาท) มาจากค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าคาด ส่วนรายการอื่นถือว่าทำได้ดีตามคาด แม้ SSSG ไตรมาสนี้จะแผ่วลงเพราะไปสะดุดตอนเดือน เม.ย. ที่กำลังซื้ออ่อนตัวลงจากฝนที่ตกเยอะ และการใช้จ่ายถูกเร่งตัวไปมากในช่วงก่อนหน้า โดย SSSG ร้าน MK พลิกกลับมา -1% Y-Y ส่วนร้าน Yayoi +1% Y-Y แต่มีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง ทำให้รายได้รวมเติบโต +4.9% Q-Q และ +3.5% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นยังทำได้น่าประทับใจอยู่ที่ 68.5% เท่ากับไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นจาก 68.2% ใน 2Q17 แม้เผชิญกับราคาเป็ดปรับตัวสูงขึ้น แต่ยังถูกหักล้างด้วยราคาหมูที่ปรับลดลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด +5.6% Q-Q และ +7.7% Y-Y จากทั้งค่าแรงและเงินเดือนพนักงาน, ค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่ และค่าใช้จ่ายทางการตลาดจากการให้ BNK48 มาเป็น Presenter ให้กับแบรนด์ Yayoi ในช่วงเดือน มี.ค. - ส.ค. ซึ่งค่าใช้จ่ายปรับขึ้นมากกว่าการเติบโตของรายได้ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 52.6 % จาก 52.2% ใน 1Q18 และ 50.5% ใน 2Q17 (เราคาดไว้ 50.5%)
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018
PLANB (BUY/18TP: 7.1), กำไร 2Q18 โตดีตามคาด
(views 13)
กำไร 2Q18 โตต่อเนื่อง 9.7% Q-Q, 26.2% Y-Y ตามคาด 2Q18 กำไรที่ 153 ล้านบาท ใกล้เคียงคาดที่ 151 ล้านบาท โต 9.7% Q-Q, 26.2% Y-Y ตามรายได้โต 9.6% Q-Q, 18.9% Y-Y ทำ New High จากปัจจัยฤดูกาลและการเติบโตของตลาดโฆษณาสื่อนอกบ้าน (Out of Home: OOH) ที่ดีกว่าตลาดโฆษณาโดยรวม
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018
CHG (BUY/18TP: 2.7), กำไร 2Q18 ออกมาน่าประทับใจ
(views 17)
กำไร 2Q18 สูงกว่าคาด CHG ประกาศกำไรปกติ 2Q18 ที่ 177 ลบ. -8.7% Q-Q, +48.8% Y-Y ดีกว่าคาดถึง 26% และแม้ไม่นับรายการหนี้สูญรับคืนราว 27 ลบ.ออก กำไรจะอยู่ที่ 149 ลบ. ยังคงเติบโตได้สูงถึง 25.8% Y-Y มากกว่าคาดเล็กน้อยเช่นกัน รายได้ใน 2Q18 แม้จะหดตัว 3.7% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่เติบโตได้สูงถึง 16.7% Y-Y ซึ่งดีกว่าที่เราคาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มเงินสดที่โต 31% Y-Y จากการบริโภคทื่ฟื้นตัว ฝนที่มาเร็วในปีนี้ รวมถึงโรคระบาดที่มาก ซึ่งชดเชยรายได้ฝั่งประกันสังคมที่ชะลอตัว 5% Y-Y ได้ทั้งหมด ขณะที่ฝั่งต้นทุนควบคุมได้ดีเยี่ยมทั้งต้นทุนทางตรงและ SG&A ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นอย่างมีนัยยะเป็น 26.9% จากเพียง 23.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018
PTTGC (BUY/18TP: 110), คาดว่ากำไรในไตรมาสหน้าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้
(views 16)
กำไรสุทธิ 2Q18 ออกมาตามคาด จากค่าใช้จ่ายพิเศษกดดัน PTTGC รายงานกำไรสุทธิ 10,828 ลบ. -12.6% Q-Q, +64.0% Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาด กำไรที่ปรับลงแรง Q-Q มาจากการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษจากสินค้าคงคลังที่หายไปของ GGC จำนวน 1,388ลบ. และ Fx Loss 545 ลบ. จากค่าเงินบาทที่อ่อนลงมาอยู่ที่ 33.33 บาท/ดอลลาร์ (-5.7% Q-Q) ในขณะที่กำไรที่ปรับตัวขึ้น Y-Y มาจาก Margin ในธุรกิจโอเลฟินส์ที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 29% (+3.0% Y-Y) และจากธุรกิจฟีนอลที่ 17% (+12.0 Y-Y) รวมไปถึงจาก Stock Gain ที่ $3.26/บาร์เรล เมื่อเทียบกับ 2Q17 ที่มี Stock Loss จำนวน $-1.59/บาร์เรล หากตัดค่าใช้จ่ายพิเศษออกไป กำไรปกติดีตามคาด
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018
SYNEX (BUY/18TP: 20), กำไร 2Q18 ชะลอตามคาด แต่จะกลับมาฟื้นใน 2H18 แนะนำซื้อ
(views 17)
กำไรสุทธิ 2Q18 ตามคาดที่ 160 ล้านบาท ลดลง 23% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 7% Y-Y กำไรสุทธิ 2Q18 ออกมาใกล้เคียงคาดที่ 161 ล้านบาท ลดลง 23% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 7% Y-Y สาเหตุที่กำไรดูชะลอไม่ได้มีปัญหาจากรายได้รวม เพราะยังโต 7% Q-Q, 16% Y-Y อยู่ที่ 9,590 ล้านบาท แต่เป็นเพราะอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเหลือ 4.26% จาก 5.03% ใน 1Q18 และ 4.33% ใน 2Q17 จากผลของ Product Mix และการจัดงานเคลียร์สต็อกสินค้าครั้งใหญ่ของปี ขณะที่ ส่วนแบ่งจากบริษัทร่วมพลิกเป็นขาดทุน 1 ล้านบาท จากปกติมีกำไร 6-8 ล้านบาทต่อไตรมาส อีกทั้ง ความผันผวนของค่าเงินบาทยังทำให้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการป้องกันความเสี่ยงลดลงด้วย จึงทำให้อัตรากำไรสุทธิร่วงลงต่ำกว่าระดับ 2% เหลือเพียง 1.68% ต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018
TACC (HOLD/18TP: 4.2), กำไร 2Q18 ฟื้นตามคาด จะกลับมาดีอีกครั้งใน 4Q18
(views 14)
กำไร 2Q18 ฟื้นตัวเท่ากับคาด แม้หยุดการขายที่กัมพูชาแล้ว กำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 21 ล้านบาท (+31.3% Q-Q, -32.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 22 ล้านบาท) ถือเป็นการฟื้นตัวที่ดี แม้จะไม่มีรายได้ในกัมพูชาแล้ว เพราะได้หยุดการขายไปตั้งแต่ต้น 2Q18 ที่ผ่านมา จากการแข่งขันที่รุนแรง แต่ได้รับการชดเชยด้วยการเติบโตของรายได้ในประเทศทั้งการขายเครื่องดื่มผงสำหรับโถกด, การขายผงเครื่องดื่ม Non-coffee ให้กับ All Caf? และเริ่มรับรู้รายได้จาก Character Business ทำให้รายได้รวมสามารถเติบโตได้ 15.2% Q-Q แต่ยังลดลงเล็กน้อย -1.5% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นกลับมาฟื้นตัวน่าประทับใจที่ 29.4% จาก 25.6% ใน 1Q18 ภายหลังปรับสูตรเครื่องดื่มให้มีน้ำตาลน้อยลงแล้วเสร็จและเริ่มวางขายตั้งแต่กลางเดือน พ.ค. เป็นต้นมา แต่ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 22.3% จาก 19.2% ใน 1Q18 และ 20.5% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018
WORK (SELL/18TP: UR), กำไร 2Q18 ลดลง ต่ำกว่าคาดมาก
(views 12)
กำไรสุทธิ 2Q18 ลดลง 30.2% Q-Q, 69.0% Y-Y ต่ำกว่าคาดของเราและตลาดมาก 2Q18 กำไรสุทธิ 116 ล้านบาท ลดลง 30.2% Q-Q, 69.0% Y-Y กำไรปกติ 120 ล้านบาท ลดลง 29.5% Q-Q, 68.3% Y-Y ต่ำกว่าคาดของเรา ถึง 52% (คาด 250 ล้านบาท) และตลาดคาด (ที่ 200-250 ล้านบาท) จากรายได้ทีวี (ช่อง WPTV) ต่ำกว่าคาด ลดลง 3.6% Q-Q 27.0% Y-Y จากฐานสูงใน 2Q17 ขณะที่ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นจากรายการใหม่ๆ มีต้นทุนผลิตสูงขึ้น ค่าใช้จ่าย SG&A ใกล้เคียงคาด เพิ่มขึ้น 10.9% Q-Q, 4.1% Y-Y จากการเริ่มเปลี่ยนมาตั้งสำรองโบนัสพนักงานรายไตรมาส จากเดิมบันทึกทั้งก้อนในไตรมาสสุดท้ายของปี
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018
MTC (BUY/18TP: 54), เติบโตสร้าง ROE สูง >35% ดีสุดในกลุ่มการเงิน
(views 14)
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 7% เป็น 3.9 พันลบ. +56%Y-Y หลักๆเกิดจากการปรับลดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายสำรองค่าเผื่อหนี้สูญ (Credit cost) ลดลงจาก 2.3% เป็น 1.55% ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองฯลดลงจากประมาณการเดิม 30% เนื่องจากการเลื่อนการบังคับใช้มาตรฐานบัญชี IFRS 9 ทำให้บริษัทมีระยะเวลาในการเตรียมตัวสำหรับ General reserve ที่นานขึ้น คงคำแนะนำ ซื้อ ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 54 บาท (เดิม 51 บาท) อิง PEG 1 เท่า เทียบเท่า PER 30 เท่า (2018 Prospective EPS 1.8 บาท) โดยคาดการณ์การเติบโตของกำไรปี 2019-2020 เติบโตเฉลี่ย 30% ต่อปี นอกจากการเติบโตและคุณภาพหนี้ที่ดีแล้ว เราชอบ ROE ที่แข็งแกร่งมาก เราคาดการณ์ที่ 36% สำหรับปี 2018 สูงสุดในกลุ่มการเงิน
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018
CPALL (BUY/18TP: 84), กำไร 2Q18 ต่ำกว่าคาด แต่มองเป็นกำไรต่ำสุดของปี
(views 17)
กำไรสุทธิ 2Q18 ต่ำกว่าคาด เป็นกำไรที่ลดลง -11.8% Q-Q และโต 2.8 % Y-Y จากกำไรของ MAKRO ที่อ่อนแอ รวมถึงต้นทุนและค่าใช้จ่ายของ 7-11 ที่สูงขึ้นมากกว่าคาด โดยคาดกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งใน 2H18 แม้ยังมีปัจจัยลบจากค่าใช้จ่ายการเปิดสาขาใหม่ในต่างประเทศของ MAKRO ที่ยังสูงต่อ แต่เชื่อว่าจะได้รับการชดเชยด้วยราคาเนื้อสัตว์ที่กลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง รวมถึง Stamp Promotion และการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องของ 7-11 และผลของฤดูกาลที่เป็น High Season ของธุรกิจ แต่ด้วยกำไรที่ต่ำกว่าคาดใน 2Q18 เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ลง 14% เป็นการเติบโต 4.8% Y-Y และคาดว่าจะกลับมาเติบโตได้มากขึ้นในปี 2019 ราว 15.4% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 84 บาท จากเดิม 98 บาท (DCF) มี Upside 13.5% ราคาหุ้นที่ปรับลงมาได้สะท้อนกำไรที่ต่ำกว่าคาดใน 2Q18 ไปแล้ว และมองกำไร 2Q18 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี ยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018
COMAN (BUY/18TP: 7), กำไร 2Q18 ออกมาโตโดดเด่น แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 7 บาท
(views 18)
กำไรสุทธิ 2Q18 โตสูง 97% Q-Q และ 245% Y-Y อยู่ที่ 7 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97% Q-Q และ 245% Y-Y จากรายได้งานขายซอฟแวร์ที่กลับมาโต โดยเฉพาะในตัวของธุรกิจเดิมที่เป็นการซอฟแวร์ให้กับกลุ่มโรงแรม หนุนรายได้รวมเพิ่มขึ้น 28% Q-Q และ 0.3% Y-Y อยู่ที่ 40 ล้านบาท และด้วยผลของต้นทุนการพัฒนาซอฟแวร์ที่ส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเร่งตัวขึ้นเป็น 66.6% จาก 60.7% ใน 1Q18 และ 48.8% ใน 2Q17 ขณะที่ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังทำได้ดี โดยคิดเป็น 44.98% ของรายได้รวม ลดลงจาก 45.31% ใน 1Q18 แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการซื้อกิจการวิสตาร์เทค (ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟแวร์สนามกอล์ฟ) เข้ามาบางส่วน กำไรสุทธิ 1H18 อยู่ที่ 10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% Y-Y ทั้งที่ไม่ได้มีการรวมงบของ MSL ตั้งแต่ 5 เม.ย. 18 สะท้อนการเติบโตของธุรกิจเดิมที่แข็งแกร่งขึ้นมากขึ้น ซึ่งทั้งซอฟแวร์ที่พัฒนาให้กับโรงแรม ร้านอาหาร และสนามกอล์ฟ ล้วนได้แรงหนุนจากการเติบโตที่ดีของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อีกทั้งยังทำให้กลุ่ม COMAN มีความชัดเจนในการดำเนินธุรกิจพัฒนาซอฟแวร์เพื่อจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศมากขึ้นด้วย
อ่านเพิ่มเติม
10
สิงหาคม
2018
ARROW (HOLD/18TP: 9.9), กำไร 2Q18 ออกมาน่าผิดหวัง ปรับเป้าลงเหลือ 9.90 บาท “ถือ”
(views 12)
กำไรสุทธิ 2Q8 ทรุดตัวต่อเนื่อง กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 27 ล้านบาท ลดลง 30% Q-Q และ 51% Y-Y จากรายได้รวมที่ลดลง 20% Q-Q และ 6% Y-Y เหลือ 309 ล้านบาท จากทั้งรายได้งานขายท่อร้อยสายไฟที่ลดลง และการปิดงานรับเหมาวางระบบไฟฟ้าของ เม-ฆา เอส ที่ทำได้น้อยกว่าระดับปกติเนื่องจากกำลังเตรียมตัวเพื่อรับงานวางท่อร้อยสายไฟใต้ดิน ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นทรุดตัวเหลือ 20.4% จาก 22.5% ใน 1Q18 และ 31.6% ใน 2Q17 จากการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง และต้นทุนเหล็กที่ยังแพงจากสต็อกเก่า รวมถึงการเริ่มรับรู้ต้นทุนจากธุรกิจใหม่ทั้งในส่วนของท่อลม เหล็กหล่อ และอุปกรณ์ของท่อ Post-tension ที่ยังไม่มีรายได้เข้ามาในระดับที่คุ้มทุน
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2018
IT (BUY/18TP: 6.9), ผ่านช่วง Turnaround และกำลังเข้า Growth Stage เต็มตัว
(views 21)
กำไรสุทธิ 2Q18 ออกมาดีกว่าคาด จากทั้งรายได้และมาร์จิ้นที่ขยายตัว กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% Q-Q และ 25% Y-Y สูงสุดในรอบ 24 ไตรมาส และเป็นกำไรที่โตแบบ Q-Q และ Y-Y ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 สะท้อนให้เห็นว่ากำไรผ่านช่วง Turnaround มาแล้ว หลังจากนี้จะกลับมาเข้า Growth Stage อย่างเต็มตัว ที่น่าสนใจคือ งบดีตั้งแต่บรรทัดแรก รายได้รวมเพิ่มขึ้น 5% ทั้ง Q-Q และ Y-Y อยู่ที่ 1,350 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 12.8% จาก 12.5% ใน 1Q18 และ 12.4% ใน 2Q17 ตาม Product Mix ที่โน้มเอียงมาทางเกมมิ่งมากขึ้น (กลุ่ม Accessory มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 20% จากระดับเฉลี่ยที่ 12-13%) อีกทั้ง ยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีเยี่ยม โดยคิดเป็น 10.7% ของรายได้รวม ลดลงจาก 11.0% ใน 1Q18 ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มเป็น 1.9% สูงสุดในรอบ 6 ปี
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2018
MINT (BUY/18TP: 44), กำไร 2Q18 ดีกว่าคาด
(views 20)
กำไรปกติ 2Q18 ดีกว่าคาด MINT ประกาศกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 1,205 ลบ. -29.9% Q-Q, +63.6% Y-Y หากตัดรายการกำไรจากการซื้อเบนิฮานาในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม 121 ลบ. และเงินปันผลรับจาก NH Hotel (สุทธิหลังค่าใช้จ่ายและภาษี) จำนวน 215 ลบ. กำไรปกติ 2Q18 จะอยู่ที่ 869 ลบ. -49.4% Q-Q, +18% Y-Y ดีกว่าที่เราคาดราว 14% โดยสาเหตุหลักๆเกิดจากรายได้และ Margin ของธุรกิจอสังหาฯที่สูงกว่า ขณะที่ค่าใช้ SG&A ต่ำกว่าที่คาด อย่างไรก็ตามธุรกิจอาหารค่อนข้างอ่อนแอทั้งในแง่ Same Store Sales Growth ที่ติดลบเร่งขึ้นเป็น 3.1% Y-Y และ Margin ที่หดตัวค่อนข้างมีนัยยะซึ่งแย่กว่าที่เราประเมิน แต่ธุรกิจโรงแรมยังถือว่าอยู่ในระดับที่ยังแข็งแกร่ง
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2018
RS (BUY/18TP: 23), กำไร 2Q18 สูงกว่าคาดจากกำไรพิเศษ แต่กำไรปกติต่ำกว่าคาด
(views 15)
แต่หากไม่รวมรายการพิเศษกำไรจากการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระค่าใบอนุญาตทีวีดิจิตอลสุทธิภาษี จำนวน 76 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติ 96 ล้านบาท ลดลง 9.9% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 69.0% Y-Y ตามรายได้ธุรกิจ MTC ลดลง 13.1% Q-Q แม้เพิ่ม 67.6% Y-Y
กำไรปกติดังกล่าว นับว่าต่ำกว่าคาดของเรา 29% (คาด 136 ล้านบาท) และตลาดคาด ส่วนใหญ่จากรายได้ขายผลิตภัณฑ์ H&B ถูกผลกระทบจากกรณีปราบสินค้าเครื่องสำอางและอาหารเสริมปลอมมากกว่าคาด แม้มียอดขายสินค้ากลุ่มใหม่ Home lifestyle (H&L) เข้ามามากขึ้น ทำให้รายได้ธุรกิจ MTC (H&B+ HL) รวมลดลง 13.1% Q-Q ขณะที่รายได้ธุรกิจสื่อ (หลักๆ รายได้ช่อง 8) ใกล้เคียงคาด เพิ่มขึ้น 18.6% Q-Q จากการปรับขึ้นค่าโฆษณา(แต่ลดลง 16.5% Y-Y จากอัตราใช้เวลาโฆษณาลดลง Y-Y) หนุนจากค่าโฆษณา (Ad. Rate) ปรับขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2018
VGI (HOLD/19TP: 7.2), กำไร 1Q19 (สิ้นมิ.ย.18) ดีกว่าคาด รวมรายการ One-Time
(views 16)
กำไรปกติ 1Q19 (สิ้นมิ.ย.18) Flat Q-Q แต่โตดี 49.4% Y-Y กำไรสุทธิและกำไรปกติ 1Q19 ที่ 261 ล้านบาท กำไรสุทธิลดลง 9.3% Q-Q แต่โต 49.4% Y-Y กำไรปกติ Flat Q-Q แต่โต 49.4% Y-Y ดีกว่าคาด 11% แต่หากไม่รวมรายได้ค่า License Rabbit Today คาดราว 25 ล้านบาท (เป็น One-Time) จะเป็นกำไรราว 236 ล้านบาท ใกล้เคียงกับคาดของเราที่ 234 ล้านบาท และตลาด เป็นกำไรลดลง 9.7% Q-Q แต่เพิ่ม 35.1% Y-Y ตามรายได้รวมลดลง 4.6% Q-Q จากฐานสูงในไตรมาสก่อน แต่เพิ่ม 26.5% Y-Y Gross Profit มากกว่าคาด แต่ชดเชยด้วยขาดทุนรับรู้จากบริษัทร่วม 30 ล้านบาท และภาษีจ่ายมากกว่าคาด
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2018
TPCH (BUY/18TP: 13), กำไร 2Q18 โตก้าวกระโดด Y-Y ดีกว่าคาด
(views 17)
กำไรปกติ 2Q18 เพิ่ม 11.1% Q-Q, 49.6% Y-Y กำไรสุทธิโตแรง 122.8% Y-Y กำไรสุทธิและกำไรปกติ 2Q18 ที่ 90 ล้านบาท ดีกว่าคาด 6% เป็นกำไรสุทธิเพิ่ม 11.1% Q-Q และเพิ่มถึง 122.8% Y-Y เนื่องจาก 2Q17 มีค่าใช้จ่ายตั้งสำรองขาดทุนตั๋ว BE 20 ล้านบาท กำไรปกติเพิ่ม 11.1% Q-Q, 49.6% Y-Y จากการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าสตูลกรีน พาวเวอร์ (SGP: 9.2 MW, TPCH ถือหุ้น 51%) เต็มไตรมาส (COD 9 ก.พ.18) และการเดินเครื่อง 6 โรงไฟฟ้า จาก 4 โรงใน 2Q17 Gross margin ดีขึ้น ส่วนหนึ่งจากการเริ่มทยอยใช้ พีชพลังงานรากแก้ว มาผสมในกระบวนการผลิต ช่วยลดอัตราการใช้เชื้อเพลิง แต่มีขาดทุนจากบริษัทร่วม 4 ล้านบาท แย่กว่าคาดกำไร 3 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2018
KCE (T-BUY/19TP: 47), แนวโน้ม 2H18 ต่อเนื่องไปในปีหน้าดูสดใสมากขึ้น
(views 14)
จากประชุมวานนี้ โทนค่อนข้างบวก คาดเห็นการฟื้นตัวของกำไรต่อเนื่องใน 3Q18 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่า ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q18 อาจไม่แผ่วลง Q-Q ตามฤดูกาล แม้คาดรายได้จะอ่อนตัวลง แต่จะถูกชดเชยด้วยมาร์จิ้นที่ดีขึ้น จากการรับรู้ต้นทุนทองแดงล็อตใหม่ที่ราคาถูกลง ในขณะที่แนวโน้มการทำธุรกิจในปีหน้าดูผ่อนคลายมากขึ้น ภายหลังขจัดปัญหาคอขวดแล้วเสร็จ สามารถเพิ่มรายได้สินค้ามาร์จิ้นสูงได้มากขึ้น กอปรกับต้นทุนทองแดงโดยเฉลี่ยถูกลงจากปีนี้ ล่าสุดเริ่มเห็นสัญญาณการปรับลดราคาขายในปีหน้าน้อยลงต่อเนื่อง ถือเป็นบวกและจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของผลประกอบการในปีหน้า ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 11% เป็น -4% Y-Y และปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2019 ขึ้น 4% เป็นเติบโต 33% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2019 เป็น 47 บาท จากเดิม 45 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาสะท้อนการฟื้นตัวไปบ้างแล้ว ทำให้มี Upside เพียง 5% และประกาศจ่ายปันผลงวด 1H18 หุ้นละ 0.55 บาท คิดเป็น Yield 1.2% กำหนดขึ้น XD 20 ส.ค. และจ่ายเงิน 6 ก.ย. จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
08
สิงหาคม
2018
GLOBAL (HOLD/18TP: 19), กำไร 2Q18 ทำจุดสูงสุดใหม่ แต่มองเป็นจุดสูงสุดของปี
(views 16)
กำไร 2Q18 ดีกว่าคาด โดยมี SSSG โดดเด่น +11.6% Y-Y กำไรสุทธิ 2Q18 ทำจุดสูงสุดใหม่เท่ากับ 574 ล้านบาท (+1.4% Q-Q, +32.9% Y-Y) ดีกว่าคาด 7% (เราคาดไว้ 535 ล้านบาท) โดยมี SSSG เป็นบวกได้สูงที่สุดในกลุ่มค้าปลีกที่ +11.6% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน (SSSG 2Q17 -9.8% Y-Y) และการฟื้นตัวของกำลังซื้ออย่างค่อยเป็นค่อยไปในต่างจังหวัด รวมถึงได้อานิสงส์เชิงบวกจากการปรับขึ้นของราคาเหล็กใน 2Q18 ที่ผ่านมา บริษัทมีการเปิด 2 สาขาใหม่ในไตรมาสนี้คือ อยุธยา และชัยนาถ ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 23.2% Y-Y แต่ลดลงเล็กน้อย Q-Q ด้วยผลของฤดูกาล ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 21.5% เพิ่มขึ้นจาก 20.7% ใน 1Q18 และ 21.2% ใน 2Q17 จากทั้ง Product Mix และการปรับขึ้นของราคาเหล็ก ในส่วนของรายได้อื่นมีการเติบโตสูง 33.8% Y-Y เกิดจากรายได้ส่งเสริมการขายและรายได้บริหารคลังสินค้าที่เริ่มรับรู้ตั้งแต่ 1Q18 ที่ผ่านมา แต่มีค่าใช้จ่ายเร่งตัวขึ้นจากค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่ และเตรียมเปิดสาขาใหม่ทั้งในและต่างประเทศ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 13.2% จาก 12.9% ใน 1Q18 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 13.6%
อ่านเพิ่มเติม
08
สิงหาคม
2018
MTC (BUY/18TP: 51), กำไร 2Q18 ดีกว่าคาด ก่อนเข้าสู่ High Season ใน 2H18
(views 16)
กำไร 2Q18 เซอร์ไพรส์ MTC รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 912 ลบ. เพิ่มขึ้น 9.4%Q-Q, +59.7%Y-Y ครองสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่องและเป็นผลการดำเนินงานที่ดีกว่าที่เราและตลาดคาด ซึ่งเกิดจากการเติบโตของทั้งรายได้ดอกเบี้ยรับและรายได้ค่าธรรมเนียมที่มากกว่าคาด รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ +8%Q-Q, +42%Y-Y เป็นไปตามยอดการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้น 17%Q-Q, 40%Y-Y มาอยู่ที่ 1.97 หมื่นลบ. ในไตรมาสนี้มีสาขาใหม่ 251 สาขาเป็น 2,889 สาขา และ Loan per branch พลิกฟื้นมาอยู่ที่ 28.6 ลบ.ต่อสาขาต่อปี จาก 26.7 ลบ. ต่อสาขาต่อปีในไตรมาสก่อน ขณะที่รักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยได้ที่ 19.8% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน โดยสังเกตว่ามีแรงกดดันจาก CoF ที่เพิ่มขึ้น ในไตรมาสนี้มี Credit cost ที่ 1.52% คิดเป็นค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ทรงตัว Q-Q และลดลง 20%Y-Y เนื่องจาก NPL ที่อยู่ในระดับต่ำ และการเลื่อนใช้ IFRS 9 ทำให้การตั้งสำรองฯในกลุ่ม Non-Bank ผ่อนคลายขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
08
สิงหาคม
2018
TU (BUY/19TP: 20), ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว จะฟื้นตัวใน 2H18 ต่อเนื่องไปในปีหน้า
(views 14)
จากประชุมวานนี้ โทนค่อนข้างบวก บริษัทได้มุ่งเน้นเพิ่มความสามารถทำกำไร และควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตของกำไรในระยะถัดไป หลังจากที่เผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นของอุตสาหกรรม และความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งจะกระทบต่อรายได้ในปีนี้ ในขณะที่การปรับลงของราคาปลาทูน่าที่ค่อนข้างแรงในเดือน ก.ค. น่าจะเป็นเหตุการณ์ระยะสั้น โดยผู้บริหารมองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว หากราคาปลากลับมาปรับขึ้นในระยะถัดไป จะเป็นบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทเพราะได้สต็อกปลาไว้มากพอควร คาดแนวโน้มกำไรจะกลับมาฟื้นตัวในช่วง 2H18 โดยเฉพาะ 3Q18 ที่เป็น High Season ของธุรกิจ และสถานการณ์ค่าเงินบาทที่ยังเอื้อต่อผลประกอบการของบริษัท เรามองผ่านกำไรต่ำสุดปีนี้แล้วใน 2Q18 เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 (ไม่รวมตั้งสำรองก้อนใหญ่) ไว้ที่ 4.79 พันล้านบาท (-20.5% Y-Y) และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 14.6% Y-Y เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 20 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside 10.5% และประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลงวด 1H18 หุ้นละ 0.25 บาท คิดเป็น Yield 1.4% กำหนดขึ้น XD 20 ส.ค. และจ่ายเงิน 3 ก.ย. คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
สิงหาคม
2018
TOP (HOLD/18TP: 88), กำไรปกติ ไม่รวมผลกระทบจาก Stock น้ำมัน ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
(views 14)
กำไรสุทธิ 2Q18 ชะลอตัวจากปัญหา Crude Premium และ FX Loss TOP รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 4,795 ลบ. -14.5% Q-Q, +47.6% Y-Y กำไรที่ปรับตัวลง Q-Q มาจาก GRM ที่ปรับลงแรงเหลือ US$4/บาร์เรล -29.8% Q-Q หลัง Crude Premium ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ US$3.7/บาร์เรล และมี Fx Loss จำนวน 1,159 ลบ. หลังค่าเงินบาทอ่อนค่าลง 1.92 บาท/ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 33.33 บาท/ดอลลาร์ -6.1% Q-Q ขณะที่กำไรที่ปรับตัวขึ้น Y-Y เพราะมี Stock Gain จำนวน US$5/บาร์เรล หลังราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ US$71.6/บาร์เรล +12.7% Q-Q, +44.1% Y-Y ตรงข้ามกับ Stock Loss US$ -2.2/บาร์เรลใน 2Q17 นอกจากนี้ ใน 2Q18 ยังมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการ Refinance หุ้นกู้ 431 ลบ. ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพียงครั้งเดียวเพื่อแลกกับประโยชน์ทางภาษีที่บริษัทคาดว่าจะประหยัดได้ราว 100 ลบ./ปี
อ่านเพิ่มเติม
07
สิงหาคม
2018
MVP (IPO: 1.9/18TP: 2.5), MVP เป็นมากกว่าผู้จัดงาน Thailand Mobile Expo
(views 19)
MVP เป็นที่รู้จักในนามผู้จัดงาน Thailand Mobile Expo ซึ่งจัดปีละ 3 ครั้ง แต่ด้วยประสบการณ์ในการจัดงานที่มีมากกว่า 11 ปี และมีการกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจเกี่ยวเนื่องได้ดี ทั้งการจัดงานอีเว้นท์ให้กับเจ้าของแบรนด์สมาร์ทโฟน การจัดงานวิ่งที่กำลังได้แรงหนุนจากกระแสรักสุขภาพ และการให้บริการรถคาราวานที่จะเติบโตไปตามอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจ e-Commerce ที่ขายสินค้าให้แบรนด์ Samsung ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดด้านสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ของประเทศ ทำให้กำไรสุทธิปี 2015-2017 เติบโตเฉลี่ย (CAGR) สูงถึง 188% ต่อปี และผลจากการกระจายแหล่งที่มาของรายได้นี้เอง ทำให้ผลประกอบการรายไตรมาสผันผวนน้อยกว่าผู้ประกอบธุรกิจจัดงานอีเว้นท์อื่นในตลาด เช่น ARIP CMO GPI และ K เราคาดกำไรสุทธิปี 2018 โต 14% Y-Y อยู่ที่ 33 ล้านบาท ส่วนปี 2019-2020 คาดโตเฉลี่ย 16% ต่อปี จากการขยายพื้นที่จัดงาน TME, การจัดงานวิ่งเพิ่มขึ้น, และการเพิ่มรถคาราวาน เราประเมินมูลค่าที่เหมาะสมปี 2018 โดยอิง PE Multiplier 15 เท่า ซึ่ง Implied จาก PEG 1 เท่า ได้เท่ากับ 2.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
สิงหาคม
2018
PCSGH (BUY/18TP: 13), คาด 2Q18 สดใส จากอุตสาหกรรมที่โต และการรับรู้โรงงานยุโรป
(views 15)
คาดกำไรสุทธิ 2Q18 โต 22% Y-Y อยู่ที่ 196 ล้านบาท จากการเติบโตที่ดีของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ การขยายตัวของกลุ่มลูกค้า Non-Auto และการเริ่มรวมงบของโรงงานในยุโรป ซึ่งเราคาดว่าจะเข้ามาเป็นส่วนเพิ่มเพราะได้แรงหนุนจากเงินบาทที่พลิกมาอ่อนค่าเร็ว ส่วนเมื่อเทียบ Q-Q คาดว่ากำไรสุทธิจะลดลง 2% ตามผลของฤดูกาลที่มีวันหยุดมาก ทั้งนี้ เรายังคาดว่าจะเห็นการเติบโตแบบ Y-Y เร่งตัวขึ้นอีกใน 2H18 จากการใช้กำลังการผลิตของโรงงานในยุโรปที่เพิ่มขึ้น และเป็นช่วงส่งมอบชิ้นส่วนกลุ่ม Non-Auto ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง เรายังคงคาดกำไรสุทธิทั้งปีนี้ที่ 790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% Y-Y ราคาปัจจุบันคิดเป็น PE2018-19 เพียง 12-14 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 20 เท่า อยู่มาก (PCSGH ซื้อขายบน PE สูงกว่ากลุ่มเพราะสามารถสร้างอัตรากำไรสุทธิได้สูงถึง 14% มากกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ทำได้เพียง 7%) เราจึงยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปีนี้เท่ากับ 13 บาท (รวมโครงการ EV ที่จะเริ่มผลิตใน 4Q19 แล้ว)
อ่านเพิ่มเติม
06
สิงหาคม
2018
INTUCH (BUY/18TP: 67.5), กำไร 2Q18 ตามคาด// Valuation ยัง Laggard ลูก
(views 18)
กำไร 2Q18 โตตาม ADVANC INTUCH ประกาศกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 3,298 ลบ. -9.4% Q-Q, +14.9% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษจากการขายหุ้น CSL ของ THCOM ใน 1Q18 รวมถึงกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 3,274 ลบ. +3% Q-Q, +14.3% Y-Y ซึ่งใกล้เคียงกับที่เราประเมิน โดยการเติบโตหลักๆยังถูกขับเคลื่อนจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่เพิ่มขึ้นจากแรงกดดันด้านต้นทุนที่ลดลงหลังการลงทุนผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ขณะที่ THCOM เริ่มฟื้นตัวได้บ้างจากการเน้นควบคุมต้นทุนเป็นหลักและค่าเสื่อมราคาที่ลดลงหลังจากตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ก้อนใหญ่ในส่วนของ IPSTAR ใน 4Q17 แต่ภาวะอุตสาหกรรมและธุรกิจยังแย่และต้องปรับตัว
อ่านเพิ่มเติม
06
สิงหาคม
2018
TPCH (BUY/18TP: 13), คาดกำไรปกติ 2Q18 โต 4.7% Q-Q, 40.9% Y-Y กำไรสุทธิโตเท่าตัว Y-Y
(views 12)
คาดกำไรสุทธิ 2Q18 เพิ่ม 4.7% Q-Q, 109.8% Y-Y จากฐานต่ำใน 2Q17 ที่มีค่าใช้จ่ายพิเศษตั้งสำรอง และกำไรจากการดำเนินงานปกติดีขึ้น จากผลเต็มไตรมาสของโรงไฟฟ้า SGP และเดินเครื่อง 6 โรงไฟฟ้า จาก 4 โรงใน 1H17 หากคาดของเราเป็นจริง จะทำให้กำไรปกติ 1H18 โต 33.9% Y-Y และเป็นสัดส่วน 46% ของคาดทั้งปีที่คาดโต 33% แม้ยังขาด Catalyst ในกลุ่มพลังงานทดแทน จากข่าวรัฐชะลอการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทน แต่คาดบริษัทยังมีกำไรโตดีใน 3 ปีข้างหน้า (2018-2020) เฉลี่ย 24.8% CAGR และปัจจุบันเทรดที่ PE ปี 18 ที่ 11.5x จะลดลงเหลือ 8x ในปี 2020 โดยยังรอ กกพ.ประกาศรายชื่อโรงไฟฟ้าขยะชุมชน (โครงการ Quick Win) ที่ผ่านการพิจารณาความพร้อมภายในสิ้นเดือนต.ค. นี้ (ล่าช้ามาจากเดิมเม.ย.) ซึ่งบริษัท ยื่นขอด้วย 10 MW คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
03
สิงหาคม
2018
ADVANC (BUY/18TP: 220), กำไร 2Q18 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย//รอซื้ออ่อนตัว
(views 18)
กำไร 2Q18 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ADVANC ประกาศกำไรปกติ 2Q18 ออกมาต่ำกว่าคาดเล็กน้อยราว 5% อยู่ที่ 7,899 ลบ. -3.3% Q-Q, +9.7% Y-Y โดยไตรมาสนี้รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC เติบโต 1% Q-Q และ 4.1% Y-Y ซึ่งยังต่ำกว่า Guidance ทั้งปีของผู้บริหารที่ 7-8% Y-Y โดยสาเหตุหลักเกิดจากฝั่งธุรกิจ Mobile ที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันในบางตลาด (นิยมใช้ Fixed-speed Package) ซึ่งกดดัน ARPU ให้เติบโตได้จำกัด ขณะที่ฝั่งต้นทุนปรับตัวขึ้นแรงกว่ารายได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยเฉพาะในส่วนค่าใข้จ่ายโครงข่ายและ Handset Subsidy ที่สุงกว่าเราคาด ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวลงเหลือ 45.3% ในไตรมาสนี้จาก 46.4% ใน 1Q18 แต่ยังคงปรับขึ้นจาก 44.1% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
03
สิงหาคม
2018
FSMART (HOLD/18TP: 9.8), คาดกำไร 2Q18 ฟื้นต่อช้าๆ
(views 17)
คาดกำไร 2Q18 เพิ่มต่อเนื่อง 7.4% Q-Q, 8.4% Y-Y เป็นกำไรฟื้นตัวต่อเนื่องจากระดับต่ำสุดใน 4Q17 แนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังฟื้นต่อ แต่ปรับคาดปี 2018-2019 ลงเล็กน้อย 2-5% โดยกำไร 1H18 ที่คาดเป็นสัดส่วน 48% ของทั้งปีที่ 625 ล้านบาท +15% Y-Y และราคาเป้าหมายปี 2018 .ใหม่ที่ 9.80 บาท จากเดิม 10.50 บาท แม้ประเมินผลกระทบจากการยกเว้นค่าธรรมเนียม Mobile banking และ Banking Agent ต่อสถานะในปัจจุบันค่อนข้างจำกัด แต่คงมุมมองระมัดระวังความไม่แน่นอนในอนาคตจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี่ ขณะที่บริษัทมีแผนบริการใหม่ๆ ผ่านตู้ เช่น ขายซิมโทรศัพท์มือถือ การพัฒนาระบบ KYC ผ่านระบบอิเลคทอนิคส์ ที่คาดว่าจะเห็นความคืบหน้าใน 4Q18 แต่ยังต้องใช้เวลา คงคำคงคำแนะนำ ถือ คาดจ่ายงวด 1H18 หุ้นละ 0.25-0.30 บาท คิดเป็น Yield 2.5-3%
อ่านเพิ่มเติม
03
สิงหาคม
2018
SAT (HOLD/18TP: 24.1), คาดกำไรสุทธิ 2Q18 สดใส แต่ Upside จำกัด แนะนำถือ
(views 14)
คาดกำไรสุทธิ 2Q18 เพิ่มขึ้น 40% Y-Y อยู่ที่ 188 ล้านบาท จากอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศที่มีการเติบโตต่อเนื่อง และการขยายตัวของกลุ่มเครื่องจักรการเกษตร รวมถึงการส่งมอบคำสั่งซื้อใหม่ในกลุ่มรถบรรทุก ขณะที่ แนวโน้ม 2H18 ยังคาดเห็นการเติบโตที่ดี Y-Y จากตลาดส่งออกรถยนต์ที่กลับมาโต ซึ่งทั้งปีนี้คาดว่ายังไม่เห็นผลกระทบเชิงลบจากมาตรการกำแพงภาษีสหรัฐฯ อีกทั้ง SAT ยังได้รับคำสั่งซื้อใหม่เข้ามาเพิ่ม และได้ผลบวกจากการปรับโครงสร้างธุรกิจสปริงไปให้ MSA ด้วย เราคงคาดกำไรสุทธิทั้งปีนี้ที่ 854 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% Y-Y แต่ด้วยราคาหุ้นที่ Outperform กลุ่มจนทำให้ Upside เหลือน้อยลงเมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายที่ 24.10 บาท เราจึงปรับคำแนะนำเป็นถือ
อ่านเพิ่มเติม
03
สิงหาคม
2018
TCAP (HOLD/18TP: 55), แม้กำไรจะชะลอลง แต่การซื้อหุ้นคืน+ Interim Div จำกัด downside ได้
(views 15)
ภาพรวมของตลาดรถยนต์มีแนวโน้มสดใสต่อเนื่องใน 2H18 และคาดว่ายอดขายน่าจะแตะ 1 ล้านคันได้ในปีนี้ ซึ่งเป็นบวกต่อสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในช่วงที่เหลือของปี เราคาดว่าจะเห็นการเติบโตของสินเชื่อปีนี้ของ TCAP ที่ราว 6%Y-Y (1H18 ทำได้ราว 2%) อย่างไรก็ตามผลประกอบการ 2H18 จะชะลอตัวจากการกลับมาจ่ายภาษีในอัตราปกติ โดยคาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q18 น่าจะลดลง 16%Q-Q แล 4%Y-Y และมีโอกาสชะลอตัวในไตรมาสสุดท้าย นั่นทำให้การที่ TCAP มีมติซื้อหุ้นคืน จะช่วยจำกัด Downside ของราคาหุ้นได้ คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 55 บาท ราคาล่าสุดมี Upside น้อยลง จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จาก ซื้อ และคาดการณ์ Interim DPS 0.90 บาท
อ่านเพิ่มเติม
02
สิงหาคม
2018
EPG (BUY/19TP: 12), กำไร 1Q19 อยู่ในทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่องทุกธุรกิจ
(views 19)
ผลประกอบการ 1Q19 (เม.ย.-มิ.ย. 2018) อยู่ในทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่องทั้ง 3 ธุรกิจ โดย Aeroklas (ชิ้นส่วนยานยนต์) มียอดขายเติบโตดีทั้งในและต่างประเทศ และได้ Flexiglass เข้ามาช่วยหนุนเต็มไตรมาส ส่วน Aeroflex (ฉนวนยาง) สามารถปรับราคาขายขึ้นสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นได้ และธุรกิจ EPP (บรรจุภัณฑ์พลาสติก) ที่แม้จะฟื้นช้าที่สุดเพราะต้องพึ่งพากำลังซื้อในต่างจังหวัด แต่การแข่งขันด้านราคาที่บรรเทาลงก็ทำให้อัตรากำไรดีขึ้น เราคาดกำไรปกติ 300 ล้านบาทใน 1Q19 +9.8% Q-Q, +0.7% Y-Y และคิดเป็น 24% ของประมาณการทั้งปีที่คาดโต 26.3% Y-Y เรายังคงราคาเป้าหมายที่ 12 บาท แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
02
สิงหาคม
2018
ATP30 (BUY/18TP: 2.3), คาดกำไร 2Q18 โตแกร่ง Y-Y
(views 17)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q18 เป็น 9.8 ล้านบาท โตเด่น 81% Y-Y แต่ลดลง 7% Q-Q จาก Low Season ที่มีวันหยุดยาว และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยคาดรายได้ยังโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y จากการรับรู้รายได้จาก BSTMT, IRPC และ TOP ด้วยรถบัส 20 คันเต็มไตรมาส ขณะทีแนวโน้มกำไรคาดโตต่อเนื่อง และทำจุดสูงสุดใหม่ใน 3Q18 จากวันหยุดที่น้อย และเริ่มรับรู้รายได้จากลูกค้าใหม่อีก 16 คัน เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 54% Y-Y ขณะที่ Valuation ยังถือว่าไม่แพง ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2018-19 เฉลี่ย 24 เท่า เมื่อเทียบกับคาดการณ์การเติบโตของกำไรในปี 2018-19 ที่เฉลี่ย 35% CAGR จะคิดเป็น PEG เพียง 0.7 เท่า จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 2.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
สิงหาคม
2018
BIG (HOLD/18TP: 2.5), คาดกำไร 2Q18 ชะลอ ปรับเป้าลงเหลือ 2.50 บาท แนะนำถือ
(views 18)
ด้วยภาพ Product Mix ที่เปลี่ยนไป และการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่กดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลง ทำให้ผลประกอบการ 2Q18 มีแนวโน้มออกมาน่าผิดหวัง เราคาดมีกำไรสุทธิ 122 ล้านบาท ลดลง 42% Q-Q และ 21% Y-Y และด้วยสาเหตุเดียวกัน ทำให้เราปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018-2020 ลงเฉลี่ยปีละ 16% และปรับลด PE Multiplier ลงจาก 20 เท่าเหลือ 13 เท่า ตามอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ลดลง ส่งผลให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ลดลงจาก 4.30 บาท เหลือ 2.50 บาท ในเชิงของคำแนะนำ เราปรับลดจากซื้อเป็นถือ จนกว่าจะเห็นอุตสาหกรรมกล้อง Mirrorless กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม
31
กรกฏาคม
2018
BGRIM (BUY/18TP: 32), คาดกำไรปกติ 2Q18 เพิ่ม Q-Q, Y-Y แต่กำไรสุทธิลดลง
(views 22)
คาดกำไรปกติ 2Q18 อยู่ในขาขึ้น เพิ่ม 4.2% Q-Q, 17.8% Y-Y จากโรงไฟฟ้าใหม่ผลิตเต็มไตรมาสและมีรายได้ลูกค้าอุตฯ เพิ่ม แต่กำไรสุทธิลดลง 58.0% Q-Q, 27.9% Y-Y ส่วนใหญ่จาก FX Loss จากค่าเงินบาทสิ้นงวดอ่อนลง แนวโน้มครึ่งปีหลังกำไรปกติเพิ่มต่อ และคงคาดทั้งปีโตสูง 39.6% ขณะที่ราคาปรับฐานเกือบ 16% จากสูงสุดในช่วง 2 เดือน น่าจะสะท้อนความกังวลประเด็นการย้ายพื้นที่โรงไฟฟ้าใหม่ ซึ่งบริษัทยังมีเวลาก่อนสรุปอย่างเร็วในปลายปี และประเด็นต่ออายุสัญญา 3 โรงไฟฟ้า SPP ขณะที่บริษัทมีแผนเพิ่มกำลังผลิตในต่างประเทศอีกมาก หลังล่าสุดเข้าลงทุน 55% ในโครงการโซลาร์ฟาร์มที่เวียดนาม 420 MW คงแนะนำ ซื้อสะสม ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 32 บาท
อ่านเพิ่มเติม
31
กรกฏาคม
2018
HMPRO (HOLD/18TP: 15.5), กำไร 2Q18 ดีตามคาด และจะดีต่อเนื่องใน 4Q18
(views 17)
กำไร 2Q18 ทำได้ดีตามคาด กำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 1,313 ล้านบาท (+5.2% Q-Q, +16.1% Y-Y) เท่ากับคาด (เราคาดไว้ 1,315 ล้านบาท) ถือว่าทำได้ดีมีการเติบโตทั้งในแง่ Q-Q และ Y-Y โดยมี SSSG +3% Y-Y และมีเปิดสาขาใหม่ 2 แห่งได้แก่ HMPRO S (บิ๊กซี บางนา) และ HMPRO (กัลปพฤกษ์) กอปรกับรับรู้รายได้จากงาน Expo ส่วนที่เหลือ ซึ่งมีการจัดงานขึ้นในเดือน มี.ค. ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 3.8% Q-Q และ 4.3% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีขึ้นมาอยู่ที่ 27% จาก 26.8% ใน 1Q18 และ 26% ใน 2Q17 ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นได้มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ +30-40 bps แม้สินค้าขายดีส่วนหนึ่งในไตรมาสนี้จะเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งมีอัตรากำไรไม่สูงนัก แต่ด้วยประสิทธิผลของการปรับ Sourcing ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ในขณะที่ยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ทรงตัวอยู่ที่ 22.5% จาก 22.4% ใน 2Q17 และ 22.8% ใน 1Q18
อ่านเพิ่มเติม
31
กรกฏาคม
2018
PTTEP (T-BUY/18TP: 130), กำไรปกติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ค่าเงินที่อ่อนจะกดดันระยะสั้น
(views 16)
แม้กำไรสุทธิจะลดลง แต่เกิดจากรายการที่ไม่ได้มาจากการดำเนินงานปกติ PTTEP รายงานกำไรสุทธิที่ 3,590 ลบ. -73% Q-Q, -52% Y-Y หลักๆเกิดจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า 1.94 บาท/ดอลลาร์จากไตรมาสก่อน ทำให้ PTTEP มีภาษีเงินได้ที่เกิดจากความแตกต่างของสกุลเงินที่ใช้ในการยื่นภาษี กับสกุลเงินที่ใช้ในการบันทึกบัญชีตามมาตรฐานบัญชี รวมถึงการขาดทุนจากอัตราแลฃกเปลี่ยน และ Hedging ในสัญญาน้ำมันดิบ รวมทั้งหมดประมาณ 7,500 ลบ. อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานปกติก่อนภาษีใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาด ซึ่งดีขึ้นมาก +10% Q-Q, +66% Y-Y เป็น 15,013 ลบ. จากทั้งปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นเป็น 302,846 BOEPD +3% Q-Q, +8% Y-Y และราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นเป็น US$46.94/บาร์เรล +7%Q-Q, +23%Y-Y ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นแรง
อ่านเพิ่มเติม
26
กรกฏาคม
2018
KKP (BUY/18TP: 85), สินเชื่อแข็งแกร่งสุดในกลุ่ม ปันผลสูง
(views 29)
คงคำแนะนำ ซื้อ KKP โดยคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 85 บาท และคาดการณ์ Interim Div Yield 2.8% และทั้งปีราว 6.9% เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 6 พันลบ. +5%Y-Y โดยมี Upside จากธุรกิจตลาดทุน ทั้งด้านการฟื้นตัวของการค้าหลักทรัพย์ การลงทุนและรายได้จากงานวาณิชธนกิจ และธุรกิจ SAM คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 85 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ เพราะคงเหลือ Upside จากราคาปิดล่าสุดราว 13% และคาดการณ์ผลตอบแทนเงินปันผลสำหรับ 1H18 หุ้นละ 2 บาท Yield 2.8% แต่คาดการณ์เงินปันผลทั้งปี 5 บาทต่อหุ้น (Yield 6.9%)
อ่านเพิ่มเติม
26
กรกฏาคม
2018
KTB (BUY/18TP: 21.5), Extra-Reserve อาจไม่จำเป็นสำหรับปีนี้
(views 30)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ผู้บริหารฉายภาพเศรษฐกิจและคุณภาพหนี้เป็นบวกมากขึ้น เราปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรปี 2018 ขึ้น 25% เป็น 2.95 หมื่นลบ. +31%Y-Y โดยส่วนใหญ่เป็นการปรับลดประมาณการค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญลดลง 1 หมื่นลบ. (Credit cost จาก 2% เป็น 1.5%) ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบของ NIM ที่อ่อนตัวลงเพราะลงจาก 3.13% เป็น 3.06% เพราะเห็นแรงกดดันด้าน Asset Yield จากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนสินเชื่อภาครัฐที่ให้ผลตอบแทนต่ำ และผลกระทบของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่เกิดจากการ Free รายได้ค่าธรรมเนียมการโอนผ่านดิจิทัล ปรับราคาเหมาะสมปี 2018 ขึ้นเป็น 21.50 บาท แนะนำ ซื้อ จาก ถือ
อ่านเพิ่มเติม
26
กรกฏาคม
2018
CK (BUY/18TP: 34), คาดกำไร 2Q18 โต Q-Q หนุนจากเงินลงทุนในบริษัทลูก
(views 18)
คาดการณ์กำไรปกติ 2Q18 เป็น 540 ล้านบาท ลดลง 19% Y-Y จากฐานรายได้ที่สูงกว่าปกติใน 2Q17 แต่เติบโต 79% Q-Q หนุนจากเงินปันผลจาก TTW และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม โดยเฉพาะ BEM ที่บันทึกกำไรจากการขายหุ้น สำหรับแนวโน้มกำไร 2H18 คาดเร่งตัวขึ้นจากรับรู้ความคืบหน้าของงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้คงคาดกำไรปกติปี 2018 โต 17% Y-Y เป็น 1.76 พันล้านบาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PBV 2018-19 เพียง 1.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และDiscount NAV ของบริษัทลูกถึง 25% สะท้อนว่าหุ้นยัง Undervalue มาก ประกอบกับเชื่อว่าการเร่งประมูลงานในช่วงที่เหลือของปีน่าจะเป็น Catalyst บวกหนุนราคาหุ้นได้ จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 34 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
กรกฏาคม
2018
CENTEL (BUY/18TP: 54), คาดกำไร 2Q18 ไม่ตื่นเต้น แต่ 2H18 จะดีขึ้น
(views 26)
เราคาดกำไรปกติ 2Q18 ของ CENTEL ไม่น่าตื่นเต้น -57.6% Q-Q จาก Low Season -5.9% Y-Y จากฐานที่สูงปีก่อนเพราะภาษีจ่ายต่ำกว่าปกติ ธุรกิจโรงแรมชะลอชั่วคราวจากผลของฟุตบอลโลก ส่วนธุรกิจร้านอาหารยังมี Same Store Sales Growth ติดลบ อย่างไรก็ตามเราคาดว่าแนวโน้มกำไรในช่วง 2H18 จะฟื้นตัวขึ้นโดยเฉพาะใน 4Q18 ที่เข้าสู่ช่วง High Season อีกครั้งและจำนวนนักท่องเที่ยวคาดว่าจะกลับมาเติบโตเร่งตัว เรายังคงคาดการณ์กำไรปกติปี 2018 +19.1% Y-Y ส่วนด้านราคาหุ้นปรับตัวลง 25% YTD ซึ่งเรามองว่ามากเกินไปและไม่สอดคล้องกับทิศทางกำไร เราจึงยังมองเป็นจังหวะในการ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 54 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
กรกฏาคม
2018
DELTA (HOLD/18TP: 74), กำไร 2Q18 ฟื้นตัวตามคาด และจะดีต่อใน 3Q18
(views 27)
กำไร 2Q18 กลับมาฟื้นตัวได้ดี กำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 1,390 ล้านบาท (+31.4% Q-Q, +64.9% Y-Y) ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยราว 5% (เราคาดไว้ 1,462 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 97 ล้านบาท และรายการพิเศษในปีก่อนทั้งค่าใช้จ่ายภาษีย้อนหลัง และกำไรจากการขายบริษัทย่อย จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,294 ล้านบาท (+17% Q-Q, -8.5% Y-Y) สาเหตุที่กำไรลดลง Y-Y เพราะค่าเงินบาทแข็งค่าราว 7% Y-Y แต่ถือเป็นการฟื้นตัวที่ดี Q-Q ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยฤดูกาล และค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่าเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แม้จะยังมีปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบอยู่ แต่ด้วยการบริหารจัดการที่ดี ทำให้รายได้สกุลบาทเติบโตได้ 4.9% Q-Q และ 6.9% Y-Y และมีอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวเล็กน้อยอยู่ที่ 22% จาก 21.8% ใน 1Q18 แต่ยังต่ำกว่า 25.4% ใน 2Q17 ในขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 13.2% จาก 13.7% ใน 1Q18 และ 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
25
กรกฏาคม
2018
THANI (BUY/18TP: 9.6), 2H18 คาดกำไรยังสร้าง New High
(views 22)
เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q18 ของ THANI จะทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 11 ติดต่อกันมาแตะระดับที่สูงกว่า 400 ลบ. และสดใสต่อเนื่องใน 4Q18 ด้วยเนื่องจากครึ่งปีหลังเป็นฤดูกาลที่ดีของสินเชื่อ และความต้องการสินเชื่อสำหรับรถเชิงพาณิชย์ได้แก่ รถบรรทุก และแท๊กซี่ ยังเติบโตแข็งแกร่ง ขณะที่รถยนต์นั่งประเภท SuperCar ความต้องการมาเพิ่มจากการออกรถรุ่นใหม่ นอกจากนี้เราเห็นสัญญาณเชิงบวกจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของ THANI ซึ่งจะทำให้ Loan spread ฟื้นตัวใน 2H18 เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 1,520 ลบ. +35%Y-Y คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 9.60 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
กรกฏาคม
2018
EA (BUY/18TP: 47), คาดกำไรปกติ 2Q18 ชะลอตามฤดูกาลและรับรู้ขาดทุนจาก Amita
(views 26)
เราคาดกำไรปกติ 2Q28 -8% Q-Q, -1% Y-Y ตามฤดูกาลและรับรู้ผลขาดทุนจากผลประกอบการของ Amita ประมาณ 20 ล้านดอลลาร์ไต้หวันต่อไตรมาส หลังจากรวมงบการเงินตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา หากเป็นไปตามคาด กำไร 1H18 จะคิดเป็น 50% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีที่เราคาด 5.3 พันล้านบาท +40% Y-Y การเติบโตของกำไรปีหน้าที่ +15% Y-Y จะมาจากการรับรู้รายได้เต็มปีของโรงไฟฟ้า 260MW ที่จะเข้ามาตั้งแต่ 4Q18 นี้ บวกกับธุรกิจ Battery storage ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ Norm PE 29.7 เท่า คิดเป็น PEG 1.1 เท่า ถูกไปสำหรับบริษัทที่อยู่ในช่วงเติบโต ยังคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 47 บาท
อ่านเพิ่มเติม
24
กรกฏาคม
2018
BBL (BUY/18TP: 232), สินเชื่อโตแกร่งจึงเป็นบวกต่อกำไรช่วงที่เหลือ
(views 23)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้มีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของสินเชื่อที่แข็งแกร่งต่อเนื่องจาก 2Q18 ที่เห็นความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นจากสินเชื่อภาคธุรกิจซึ่งเป็นสินเชื่อระยะยาว และสินเชื่อกิจการต่างประเทศ นอกจากนี้ BBL มีแนวโน้มจะตั้งสำรองฯน้อยลงในครึ่งปีหลังเนื่องจากคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้นและการเลื่อนใช้เกณฑ์มาตรฐานบัญชี IFRS9 ทำให้ธนาคารยังไม่ต้องทบทวนความเพียงพอของการตั้งสำรองฯตามมาตรฐานใหม่โดยเร็ว มีเพียงแนวโน้มรายได้ Bancassurance fee ที่อาจต่ำกว่าที่เราคาดไว้เนื่องจากการล่าช้าของระบบการขายและผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่หลากหลาย เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 3.57 หมื่นลบ. +8%Y-Y และคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 232 บาท
อ่านเพิ่มเติม
24
กรกฏาคม
2018
BJC (BUY/18TP: 61), คาดกำไรปกติ 2Q18 จะเติบโตทั้ง Q-Q, Y-Y
(views 20)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 จะเติบโตดี 38% Y-Y และอาจแผ่วลงเล็กน้อย -4.9% Q-Q แต่ถ้าไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรขายเงินลงทุนใน 1Q18 เราคาดกำไรปกติ 2Q18 จะกลายเป็นเติบโต 4.7% Q-Q ทำได้ดีสวนทางบริษัทอื่นในกลุ่มค้าปลีก (คาดมีเพียง BJC และ HMPRO ที่จะมีกำไรหลัก 2Q18 เพิ่มขึ้น Q-Q) โดยคาดเห็นการเติบโตของทั้ง 4 ธุรกิจหลัก ช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ และยังรักษาระดับความสามารถทำกำไรได้ดีต่อเนื่อง รวมถึงการลดลงของอัตราภาษีจ่าย โดยคาดจะเห็นการลดลงมากขึ้นในช่วง 2H18 ซึ่งอาจทำให้แนวโน้มกำไร 3Q18 ไม่แผ่วลงตามฤดูกาลก็เป็นได้ และคาดกำไรจะโตต่อและทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18 เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 26% Y-Y และคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 61 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงจนมี Upside กว้างขึ้นเป็น 11% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
24
กรกฏาคม
2018
SCB (HOLD/18TP: 142), ค่าใช้จ่ายน่าจะ Peak ในปลายปีนี้
(views 21)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ประชุมให้ความสนใจต่อแนวโน้มค่าใช้จ่าย ซึ่งผู้บริหารคาดว่าน่าจะเห็น Peak ในอีกไม่กี่ไตรมาสนี้ (เราคาดว่าน่าจะเห็นใน 4Q18) ซึ่งนั่นทำให้ธนาคารปรับเพิ่มเป้าหมาย C/I เพิ่มเป็น 45-49% จากเดิมที่ 42-45% หลังจากนั้นเมื่อการลงทุนสิ้นสุดในปี 2021 เป็นต้นไป อัตราส่วน C/I น่าจะลงมาต่ำกว่า 30% ซึ่งนั่นเป็นข่าวที่ดีต่อการลงทุนระยะยาวแม้ว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก เราคงคาดการณ์กำไรปี 2018 ที่ 4.12 หมื่นลบ. (-4%Y-Y) โดยแนวโน้มใน 2H18 มีทิศทางชะลอตัวลง H-H จากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลและการเร่งตัวของการลงทุน Transformation ซึ่งรวมไปถึงค่าใช้จ่ายด้านการตลาดด้วย เราคงราคาเหมาะสมที่ 142 บาท แนะนำ ถือ (เดิม ซื้อ) จาก Upside ที่แคบลง
อ่านเพิ่มเติม
24
กรกฏาคม
2018
TMB (HOLD/18TP: 2.6), ปรับลดกำไร สะท้อนความผิดหวังของกำไรใน 2Q18
(views 21)
เราปรับประมาณการกำไรปี 2018 และปี 2019 ลง 7% และ 11% ตามลำดับสะท้อนสินเชื่อ, NIM และ รายได้ค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าคาดใน 2Q18 และธนาคารที่ระบุว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียมน่าจะพลาดจากเป้าหมายเดิม เราคาดว่ากำไรปี 2018 จะชะลอตัว 1.6%Y-Y หรืออยู่ที่ 8.5 พันลบ. เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2018 เป็น 2.60 บาท (เดิม 2.86 บาท) สะท้อนประมาณการใหม่และ ROE ที่ชะลอลง ปรับลดคำแนะนำลงเป็น ถือ หรือ Switch เป็น TISCO และ KKP (เป็นธนาคารที่ขนาดเล็กรองลงมาแต่มีอัตราการเติบโตและจ่ายปันผลสูง)
อ่านเพิ่มเติม
24
กรกฏาคม
2018
ORI (BUY/18TP: 25.4), คาดกำไร 2Q18 โตแกร่งสุดในกลุ่ม
(views 21)
คาดการณ์กำไรปกติ 2Q18 ที่ 730 ล้านบาท โตเด่น 49% Q-Q และ 206% Y-Y หนุนจากยอดโอนที่คาดแตะระดับ 3.3 พันล้านบาท (+67% Q-Q, +185% Y-Y) จากการเริ่มโอนโครงการใหม่ 4 แห่ง มูลค่ารวม 1.5 หมื่นล้านบาท มียอดขายเฉลี่ยแล้ว 66% บวกกับความสำเร็จของการระบายสต็อคจากแคมเปญโปรเหนือเมฆ ขณะที่โมเมนตัมกำไร 2H18 คาดเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง จากการโอนคอนโดใหญ่ Park 24 เฟส 2 เต็มที่ และเริ่มโอนอีก 2 โครงการใหม่ คงคาดกำไรปกติปี 2018 โตแรง +108% Y-Y ทำ All Time High ที่ 2.9 พันล้านบาท และยังเลือกเป็น Top Pick จากภาพการเติบโตที่แกร่งสุดในกลุ่ม โดยคาดกำไรปกติปี 2018-19 โตเฉลี่ย 69% CAGR พร้อมมี Backlog หนุนเป้ารายได้ของเราแล้ว 79% และ 52% ตามลำดับ ขณะที่ Valuation ถือว่าไม่แพง ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2018-19 ราว 10-13 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และคิดเป็น PEG เพียง 0.35 เท่า จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 25.40 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
กรกฏาคม
2018
KKP (BUY/18TP: 85), กำไร 2Q18 แข็งแกร่ง สินเชื่อยิ่งแข็งแกร่ง
(views 31)
กำไร 2Q18 ใกล้เคียงกับที่เราคาด KKP รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 1,551 ลบ. เพิ่มขึ้น 2.5%Q-Q และ 31%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดแต่ดีกว่าที่ตลาดไว้ราว 8% หากไม่นับค่าใช้จ่ายทางภาษีซึ่งมีอัตราการจ่ายภาษีที่ต่ำเพียง 12.7% กำไรก่อนหักภาษีเป็นไปตามที่คาดไว้ ทั้งนี้เราเห็นการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยที่ดีกว่าคาดโดย +4.9%Q-Q ส่วนใหญ่มาจากรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อตามการเติบโตอย่างรวดเร็ว สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิปรับตัวลง 7%Q-Q หรือราว 100 ลบ. ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารและหลักทรัพย์ไม่ใช่เกิดจากการยกเลิกค่าธรรมเนียมการโอนผ่านโมบาย
อ่านเพิ่มเติม
23
กรกฏาคม
2018
KTB (HOLD/18TP: 19.5), กำไร 2Q18 ดีกว่าคาด แต่ยังกังวล NPL
(views 27)
กำไร 2Q18 ดีกว่าคาด จากสำรองฯที่น้อยลงไม่สอดคล้องกับ NPL ที่ปรับขึ้น KTB รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 7,712 ลบ. เพิ่มขึ้น 13.6%Q-Q และ 139.3%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ จากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่น้อยกว่าคาดโดยลดลง 2%Q-Q และ 51%Y-Y มี Credit cost ที่ 1.38% เทียบกับคาดการณ์ของเราที่ 1.6% และสวนทางกับ NPL ที่เพิ่มขึ้น หากไม่นับรายการสำรองฯดังกล่าว PPOP ใกล้เคียงกับที่คาดโดยเพิ่มขึ้น 7%Q-Q (เนื่องจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่ลดลงจากไตรมาสก่อนที่มีการจ่ายโบนัสพนักงาน) แต่ลดลง 5.8%Y-Y (จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง 3.7%Y-Y ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในปีก่อน) สังเกตว่า NIM เริ่มฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.09% จาก 3.02% ในไตรมาสก่อนเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของ Loan yield ซึ่งน่าจะเกิดจากสินเชื่อรายย่อยมีสัดส่วนมากขึ้น ในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลง 5%Q-Q (ราว 300 ลบ.) เนื่องจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนผ่าน Mobile
อ่านเพิ่มเติม
23
กรกฏาคม
2018
KBANK (BUY/18TP: 235), ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสะท้อนกำไร 2Q18 ที่แข็งแกร่ง
(views 29)
เราปรับประมาณการกำไรปี 2018 ขึ้น 5% เป็น 3.9 หมื่นลบ. (+13.8%Y-Y) เพื่อสะท้อนกำไร 2Q18 ที่ดีกว่าคาดจากผลกระทบของรายได้ค่าธรรมเนียมการโอนผ่านดิจิทัลที่น้อยกว่าคาด, รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่มากกว่าคาด และรายได้ดอกเบี้ยที่เติบโตดีกว่าคาดทำให้ NIM เริ่มฟื้นตัว ภายหลังปรับประมาณการ ทำให้กำไร 1H18 ที่ 2.17 หมื่นลบ. +13%Y-Y และคิดเป็น 55% ของประมาณการทั้งปี สะท้อนว่าแนวโน้มกำไร 2H18 น่าจะอ่อนตัวลงจากการชะลอตัวลงของรายได้ค่าธรรมเนียม, รายได้เงินลงทุนที่ลดลงและค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มตามฤดูกาล เราคงคำแนะนำ ซื้อ แต่คงราคาเหมาะสมเท่าเดิมที่ 235 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
กรกฏาคม
2018
AH (BUY/18TP: 47), ราคาหุ้นที่ลงมองเป็นโอกาสซื้อ ราคาเป้าหมาย 47 บาท
(views 28)
เราคาดว่าจะยังเห็นกำไรสุทธิ 2Q18 ของ AH มีการเติบโต 4% Y-Y อยู่ที่ 329 ล้านบาท แม้ว่า 2Q17 จะมีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทย่อยรวมกัน 147 ล้านบาท เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศมีการเติบโตที่ดี ซึ่งเราคาดว่ายอดผลิตรถยนต์จะเพิ่มขึ้น 11% Y-Y อยู่ที่ 5.17 แสนคัน ขณะที่ ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในไทยและมาเลเซียก็มีการเติบโตที่ดีเช่นกัน อีกทั้ง ยังมีการรับรู้ดอกเบี้ยรับจาก SGAH ตามปกติที่ไตรมาสละ 80 ล้านบาท ซึ่ง 2Q17 ไม่มี ส่วนเมื่อเทียบ Q-Q กำไรสุทธิจะลดลงถึง 17% จาก Low Season ที่มีวันหยุดมาก เรายังคาดกำไรสุทธิทั้งปีนี้ที่ 1,473 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% Y-Y ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงในสัปดาห์ก่อน ทำให้ PE2018-19 ลดลงเหลือเพียง 7-8 เท่า ต่ำสุดในรอบ 5 ปี และปันผลสูง 4-5% ต่อปี Downside จึงค่อนข้างจำกัด แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 47 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
กรกฏาคม
2018
AP (BUY/18TP: 10), คาดกำไร 2Q18 โตแกร่ง ทั้งยอดโอนดี และ JV เด่น
(views 25)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 1.1 พันล้านบาท โตเด่น 40% Q-Q และ 85% Y-Y จากยอดโอนที่คาดแตะระดับ 6.3 พันล้านบาท (+17% Q-Q, +37% Y-Y) หนุนจากแนวราบเป็นหลัก และเริ่มโอนคอนโด Luxury อย่าง Vittorio มูลค่า 3.2 พันล้านบาท รวมถึงส่วนแบ่งโครงการ JV ที่คาดโตแรง +300% ทั้ง Q-Q และ Y-Y จากการเริ่มโอนคอนโดใหญ่อย่าง Life Asoke มูลค่า 7.5 พันล้านบาท เราปรับกำไรปี 2018-19 ขึ้น 3% ตามการโอนโครงการได้เร็วกว่าคาด และแผนเร่งเปิดตัวแนวราบ หนุนให้คาดกำไรปกติปี 2018 ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 3.5 พันล้านบาท (+14% Y-Y) และโตต่อ 7% Y-Y ในปีหน้า ปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 10 บาท คงคำแนะนำซื้อ จากโมเมนตัมยอดขายที่ไปได้ดี และจะเร่งขึ้นมากใน 2H18 เสริมทัพด้วยความสำเร็จของโครงการ JV พร้อมคาดอัตราปันผลราว 4-5% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2018
BAY (BUY/18TP: 44.6), กำไร 2Q18 ใกล้เคียงคาด
(views 33)
กำไร 2Q18 ใกล้เคียงคาด BAY รายงานกำไร 2Q18 ที่ 6.27 พันลบ. ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น +6.8%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังเห็นการปรับขึ้น 2.6%Q-Q, +9.1%Y-Y ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของสินเชื่อรายย่อย แม้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเห็นการเร่งตัวขึ้น แต่ NIM ยังทรงตัวที่ 3.75% ใกล้กับไตรมาสก่อน รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 4%Q-Q เนื่องจากการลดลงของกำไรจากเงินลงทุนและกำไรจากการปริวรรต ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลง 2.5%Q-Q มาจากการลดลงของธุรกิจ Mutual Fund และ Brokerage ส่วนค่าธรรมเนียมการทำรายการผ่านดิจิทัล ลดลงเพียง 71 ลบ. หรือคิดเป็น 0.26% ของรายได้รวมและ 1% ของกำไรสุทธิ น้อยกว่าที่คาดการณ์
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2018
BBL (BUY/18TP: 232), Positive Surprise ทั้งกำไร สินเชื่อ และ NPL ที่ลดลง
(views 37)
กำไร 2Q18 ดีกว่าที่เราและตลาดคาด BBL รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 9.2 พันลบ. +2%Q-Q และ +14%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 10% เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่ดีกว่าคาด (ตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อและ Loan yield ที่สูงขึ้น ทำให้ NIM ขยับขึ้นได้ราว 0.02% เป็น 2.24%) และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่สูงกว่าคาดจากกำไรจากเงินลงทุนและกำไรจากการค้าเงินตราที่สูงกว่าคาด ทั้งนี้รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลง 12.5%Q-Q หรือราว 1 พันลบ. เกิดจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านดิจิตอลซึ่งเป็นไปตามคาด อีกส่วนเกิดจากการลดลงของค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์และการให้สินเชื่อ
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2018
SCB (BUY/18TP: 142), กำไร 2Q18 เป็นไปตามที่คาด แนวโน้ม 2H18 ชะลอลง
(views 35)
กำไร 2Q18 ใกล้เคียงคาด SCB รายงานกำไร 2Q18 ที่ 1.11 หมื่นลบ. ลดลง 2%Q-Q และ 6.7%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดแต่ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ราว 10% กำไรที่ลดลงเกิดจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 13%Q-Q, 6.2%Y-Y จากผลกระทบการยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านดิจิทัลและรายได้ประกันภัย ในส่วนของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลง 2%Q-Q จากการลดลงของค่าใช้จ่ายอื่นและค่าใช้จ่ายพนักงาน แต่ยังเพิ่มขึ้น 13%Y-Y ตามการลงทุนในโครงการ SCB Transformation และค่าใช้จ่ายในการขยายฐานลูกค้าดิจิทัล cost to income ratio เพิ่มขึ้นเป็น 46% ใกล้เคียงไตรมาสก่อน และจาก 42% ใน 2Q17 สังเกตว่า NIM ของธนาคารดีขึ้นมาอยู่ที่ 3.21% เกิดจากสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นและ CoF ที่อยู่ในระดับต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2018
TACC (T-BUY/18TP: 4.2), คาดกำไร 2Q18 จะฟื้นตัวดีกว่าที่เคยคาด
(views 25)
แนวโน้มกำไร 2Q18 ดูดีกว่าที่เคยคาด อาจทำได้เติบโต 37.5% Q-Q แต่ยังจะลดลง 29% Y-Y เพราะฐานสูงปีก่อน และหยุดการขายที่กัมพูชาแล้ว แต่การฟื้นตัว Q-Q มาจากทั้งการขายเครื่องดื่มผงสำหรับโถกด และร้าน All Caf? รวมถึงเริ่มรับรู้รายได้จาก Character Business แล้ว กอปรกับเริ่มขายเครื่องดื่มผงสูตรใหม่น้ำตาลน้อยตั้งแต่กลางเดือน พ.ค. เป็นต้นมา ทำให้ผลกระทบจากภาษีน้ำตาลน้อยลง และช่วยหนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น แนวโน้มกำไรอาจทรงตัวถึงอ่อนตัวลงใน 3Q18 เพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ แต่คาดจะกลับมาฟื้นตัวและทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18 ตามปัจจัยฤดูกาล และจะกลับมาขายเครื่องดื่ม Hershey’s อีกครั้งในช่วงเดือน พ.ย. เป็นต้นไป ซึ่งอาจกลายเป็นโถกดถาวร โดยขึ้นอยู่กับการเลือกของแต่ละสาขาร้าน 7-11 แต่ด้วยกำไรที่ไม่สดใสใน 1H18 เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 29% เป็นกำไรลดลง 21% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 4.2 บาท (อิง PE เดิม 28 เท่า) แต่มองผ่านกำไรต่ำสุดปีนี้ไปแล้วใน 1Q18 และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 22.8% Y-Y (เบื้องต้นประเมินราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 5 บาท) จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2018
TMB (BUY/18TP: 2.86), กำไร 2Q18 น้อยกว่าคาด มีแนวโน้มทบทวนประมาณการ
(views 22)
กำไร 2Q18 น้อยกว่าคาดจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง TMB รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 2 พันลบ. ลดลง 11%Q-Q และ 13%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 10% เนื่องจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 7.7%Q-Q, 6.5%Y-Y แย่กว่าที่คาดเนื่องจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมการขายกองทุนและกำไรจากการค้าเงินตรา ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิใกล้เคียงกับที่คาดซึ่ง NIM ปรับขึ้นมาแตะ 3% ได้อีกครั้งจากลงสู่ 2.98% ในไตรมาสก่อน ซึ่งเกิดจาก Loan Yield ที่ดีขึ้น ในไตรมาสนี้ TMB มีการตั้งสำรองฯเพิ่มขึ้น 3%Q-Q, 4%Y-Y Credit cost ที่ 1.46% ใกล้เคียงกับที่คาดและ in-line กับเป้าหมายธนาคาร
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2018
AMATA (BUY/18TP: 30), คาดกำไร 2Q18 ชะลอเพราะลูกค้าเร่งโอนที่ดินไปมากใน 1Q18
(views 27)
หลังจากลูกค้าเร่งโอนที่ดินไปเป็นจำนวนมาก (107 ไร่) ในไตรมาสแรก การโอนที่ดินใน 2Q18 จึงชะลอเหลือเพียง 50 ไร่เศษ และส่วนใหญ่อยู่ในโครงการไทย-ไชนีสซึ่งมีอัตรากำไรไม่สูงนัก แม้รายได้จากการขายสาธารณูปโภคและรายได้ค่าเช่าโรงงานซึ่งเป็น Recurring income ยังโตต่อเนื่องตามลูกค้าที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยรายได้ขายที่ดินที่ลดลง ทำให้เราคาดกำไรปกติใน 2Q18 -54% Q-Q และ -10% Y-Y เหลือ 211.4 ล้านบาท แม้กำไรงวด 1H18 น่าจะคิดเป็นเพียง 36% ของประมาณการทั้งปี แต่เราไม่กังวลเพราะบริษัทมีลูกค้าหลายรายที่อยู่ระหว่างเจรจา ซึ่งต้องการที่ดินตั้งแต่ 20 ถึง 200 ไร่ แต่รอความชัดเจนของกม.ลูกของ EEC ก่อนจะตัดสินใจ เรายังแนะนำซื้อลงทุน คงราคาเป้าหมาย 30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2018
SC (BUY/18TP: 4.8), 2Q18 ว่าดีแล้ว …2H18 จะดีขึ้นอีก
(views 28)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 440 ล้านบาท โตแกร่ง 70% Q-Q และ 66% Y-Y จากการเน้นขายและโอนแนวราบที่บริษัทถนัด หนุนด้วยการเริ่มโอนคอนโดใหญ่อย่าง Saladaeng One มูลค่า 4.7 พันล้านบาท ขณะที่โมเมนตัมกำไร และยอดขายคาดเร่งขึ้นพร้อมกันใน 2H18 จากการเริ่มโอนคอนโด Luxury อีก 1 แห่ง พร้อมรุกเปิดตัวแนวราบมากถึง 15 แห่ง และคอนโดอีก 1 แห่ง มูลค่ารวม 1.6 หมื่นล้านบาท ส่วน Valuation ถือว่าน่าสนใจ ราคาหุ้นปรับลงจนซื้อขายบน PE2018-19 เพียง 7 เท่า มีส่วนลดจากค่าเฉลี่ยในอดีตถึง 1SD และถูกกว่ากลุ่มอสังหาที่ 10 เท่า สวนทางกับพื้นฐานที่แข็งแกร่งจากแนวโน้มกำไรที่จะกลับมาโตเด่นในปีนี้ +58% Y-Y อีกทั้ง ยังคาดอัตราเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง 5-6% ต่อปี ช่วยจำกัด Downside หุ้น คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 4.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2018
TCAP (BUY/18TP: 55), กำไร 2Q18 สูงกว่าคาด
(views 38)
กำไร 2Q18 ดีกว่าคาด รายได้หลักเติบโตดี TCAP รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 20% มาอยู่ที่ 2.1 พันลบ. +8%Q-Q, +22%Y-Y เนื่องจากมีกำไรจากการขาย NPA ที่ราว 300 ลบ. เกินกว่าคาดซึ่งชดเชยการจ่ายภาษีในอัตราที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด ทั้งนี้ Effective tax rate ในไตรมาสนี้ขยับขึ้นมาที่ 13% จาก 5% ในไตรมาสก่อน หากหักรายการกำไรจากการขาย NPA ออก ผลประกอบการโดยรวมเป็นไปตามที่คาดไว้ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 2.2%Q-Q, 5.4%Y-Y และ NIM ขยับขึ้นเป็น 3.05% จาก 3.01% ในไตรมาสก่อนเนื่องจาก Earning Yield ที่ดีขึ้น ขณะที่ CoF ทรงตัว ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +6.5%Q-Q, +15%Y-Y จากกำไรของการขาย NPA และ รายได้จากธุรกิจประกันภัย ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลง 7.9%Q-Q เกิดจากรายได้ค่านายหน้าจากธุรกิจหลักทรัพย์ที่ลดลง (ไม่ใช่ผลกระทบของการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนผ่านโทรศัพท์ซึ่ง TBANK แทบไม่ได้รับผลกระทบ)
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2018
THANI (BUY/18TP: 9.6), กำไร 2Q18 แข็งแกร่งตามคาด
(views 25)
กำไร 2Q18 ใกล้เคียงกับที่คาด แข็งแกร่งทุกบรรทัด THANI รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 เป็นไปตามที่คาดที่ 392 ลบ. +7.8%Q-Q, +52%Y-Y กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ +6%Q-Q, +27%Y-Y โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นสู่ 5.6% จาก 5.45% ในไตรมาสก่อน จากทั้ง loan yield ที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อ และ Cost of fund ที่ลดลง นอกจากนี้ยังเกิดจากการตั้งสำรองฯที่ลดลง 8%Q-Q, 22%Y-Y ตามคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้นและสำรองฯทั่วไปที่ลดลง ทั้งยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง โดย Cost to income ratio ลดต่ำลงมาที่ 17% จาก 18% ในไตรมาสก่อนและค่าเฉลี่ยที่ราว 20% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2018
DELTA (BUY/18TP: 74), คาดกำไร 2Q18 ฟื้นตัวดี และจะดีต่อเนื่องใน 3Q18
(views 28)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 จะเติบโตดีทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้ยังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้อย่างดี ทำให้ส่งมอบสินค้าได้ทันกับความต้องการของลูกค้าได้ ช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ในไตรมาสนี้ กอปรกับค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่าลงในแง่ Q-Q ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นยังขยับขึ้นได้เล็กน้อย จึงคาดกำไรสุทธิ 1H18 จะเติบโตราว 15% Y-Y และคาดกำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องและอาจเป็นกำไรสูงสุดของปีนี้ใน 3Q18 เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ ก่อนจะอ่อนตัวลงใน 4Q18 ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ด้วยการฟื้นตัวที่ทำได้ดีกว่าคาดใน 2Q18 เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 5% เป็นการเติบโต 10% Y-Y และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2019 ราว 15% Y-Y เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 74 บาท จากเดิม 71 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside 16.1% และคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปีนี้ราว 4.7% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2018
THMUI (BUY/18TP: 3.1), คาดกำไรสุทธิ 2Q18 สร้างสถิติสูงสุดใหม่ที่ 14 ล้านบาท แนะนำซื้อ
(views 27)
เราคาดกำไรสุทธิ 2Q18 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 249% Q-Q และ 551% Y-Y จากการส่งมอบลวดสลิงที่เป็นธุรกิจหลักของ THMUI ให้กับลูกค้ากลุ่มท่าเรือ และกลุ่มที่ใช้ในงานก่อสร้างเช่น เสาเข็ม รวมถึงการเริ่มส่งมอบงานติดตั้งท่อปะปาในจังหวัดพังงา-ภูเก็ต ซึ่งเป็นงานขนาดใหญ่สุดที่ THMUI เคยได้รับ (มูลค่าราว 165 ล้านบาท) ส่วนแนวโน้ม 2H18 จะได้แรงหนุนจากแนวโน้มงานก่อสร้างที่จะเร่งตัวขึ้น และการส่งมอบงานท่อปะปาส่วนที่เหลือ รวมถึงงานให้บริการทดสอบแรงดึงลวดสลิง หลังติดตั้งเครื่องจักรใหม่แล้วเสร็จใน มิ.ย. 18 เรายังคาดกำไรสุทธิทั้งปีนี้ที่ 53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147% Y-Y และปีหน้า 67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% Y-Y ราคาหุ้นปรับตัวลงจนทำให้ PE2018-19 เหลือเพียง 7-8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์+การก่อสร้างที่ 23-33 เท่า อีกทั้งคาดปันผลสูง 6-7% ต่อปี จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 3.10 บาท อิง PE Multiplier ที่ 20 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
18
กรกฏาคม
2018
GFPT (BUY/19TP: 14.5), ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว คาดกำไร 2Q18 จะกลับมาฟื้นตัว Q-Q
(views 23)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 จะกลับมาฟื้นตัว Q-Q อีกครั้งจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับขึ้นเพราะค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่า และส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมลดลงเพราะเข้าสู่ฤดูกาลของการส่งออก และราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศเริ่มปรับดีขึ้น แต่ยังเป็นกำไรที่ลดลงมาก Y-Y เพราะฐานสูงและค่าเงินบาทแข็งค่าราว 7% Y-Y แนวโน้มกำไรน่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องใน 3Q18 เพราะเป็นช่วง High Season ของการส่งออก คาดผลประกอบการของบริษัทร่วมจะฟื้นตัวทั้ง GFN และ McKey และส่งผลดีต่อมายัง GFPT อย่างไรก็ตาม จากกำไรที่ไม่สดใสใน 1H18 เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 38% เป็นกำไรลดลง 48% Y-Y และคาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 44% Y-Y ทั้งนี้เรามองผ่านกำไรต่ำสุดปีนี้ไปแล้วใน 1Q18 และคาดเห็นการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปจนถึงปีหน้า เราจึงปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 เพื่อสะท้อนการฟื้นตัวของผลประกอบการ ทำให้ได้ราคาเป้าหมายเท่ากับ 14.5 บาท (ปรับ PE ขึ้นจาก 12 เท่า เป็น 14 เท่า ให้เท่ากับ TFG) จึงปรับคำแนะนำเป็น ทยอยซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
กรกฏาคม
2018
RS (BUY/18TP: 23), เจอสะดุดชั่วคราวใน 2Q18 แต่คาดกำไรยังโตดีและไปต่อ
(views 23)
คาดกำไรปกติ 2Q18 โต 27.6% Q-Q, 139.3% Y-Y กำไรเพิ่ม Q-Q จากรายได้ค่าโฆษณาช่อง 8 เพิ่ม Q-Q จากค่าโฆษณาเพิ่ม กำไรโต Y-Y จากยอดขายกลุ่ม MPC โตสูง Y-Y แม้ได้รับผลกระทบในช่วงกลางไตรมาสจากการปราบของเถือนในตลาด แม้มองแนวโน้มครึ่งปีหลังดีขึ้น เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ลง 23-38% สะท้อนคาดการณ์กำไร 2Q18 น้อยกว่าเคยคาด และมุมมองระมัดระวังมากขึ้น ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับลงเป็น 23 บาท จากเดิม 32 บาท ขณะที่ราคาหุ้นปรับลงถึงเกือบ 44% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
กรกฏาคม
2018
SAPPE (BUY/18TP: 29), คาดกำไร 2Q18 โต Q-Q ดูดีสุดในกลุ่มเครื่องดื่ม
(views 25)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 ดูดีสุดในกลุ่มเครื่องดื่ม คาดจะฟื้นตัวต่อเนื่อง Q-Q จากการเติบโตของการขายต่างประเทศ กอปรกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงจากไตรมาสก่อน และด้วยการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น น่าจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น ส่วนกำไรในแง่ Y-Y คาดจะแผ่วลงเพราะฐานที่สูงในปีก่อน และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 7% Y-Y โดยคาดการณ์กำไรสุทธิ 1H18 คิดเป็นสัดส่วน 58% ของประมาณการทั้งปี แนวโน้มกำไรจะอ่อนตัวลงในช่วง 2H18 ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ยังมีแผนออกสินค้าใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังทั้งในกลุ่มกาแฟเพรียว และ Healthy Snack หากประสบความสำเร็จ น่าจะช่วยหนุนการเติบโตในปีหน้า เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 9.3% Y-Y และคาดโตต่อเนื่องในปี 2019 ราว 13% Y-Y คงราคาเป้าหมายปีนี้ 29 บาท (อิง PE เดิม 20 เท่า) ยังมี Upside 18.4% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
กรกฏาคม
2018
SPALI (HOLD/18TP: 26), 2Q18 ยอดโอนไปได้ดี แต่ถูกกดดันจาก SG&A
(views 35)
คาดการณ์กำไรปกติ 2Q18 โต 43% Q-Q แต่หดตัว 6% Y-Y แม้แนวโน้มยอดโอนโตดีทั้งแนวราบและคอนโด +37% Q-Q, +4% Y-Y แตะระดับ 6.1 พันล้านบาท แต่ถูกกดดันด้วย SG&A ที่สูงขึ้นจากการจ่ายค่า Commission ให้กับ Agent ในการขายให้ชาวต่างชาติ ขณะที่โมเมนตัมกำไรใน 2H18 คาดไต่ระดับขึ้น และทำจุดสูงสุดใน 4Q18 จากเน้นขายและโอนแนวราบต่อเนื่อง ประกอบกับมี Backlog ที่รอโอนอยู่กว่า 9.7 พันล้านบาท ส่วนการเข้าซื้อหุ้น MK เรามองเป็นบวกในระยะยาว จาก Asset ที่ MK มีอย่าง Land Bank, สนามกอล์ฟ และคลังสินค้า ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม และเป็นแหล่ง Recurring Income ชั้นดี โดยบริษัทยืนยันว่าจะไม่กระทบการจ่ายปันผล ราคาปิดมี Upside จำกัดเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 26 บาท จึงแนะนำถือรับปันผลที่คาดจ่าย Yield 2% ใน 1H18
อ่านเพิ่มเติม
18
กรกฏาคม
2018
SYNEX (BUY/18TP: 20), แนวโน้มกำไร 2Q18 สะดุดเล็กน้อย แต่จะกลับมาโตแรงใน 2H18
(views 25)
เราคาดกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 160 ล้านบาท ลดลง 24% Q-Q ตามฤดูกาล และอัตรากำไรที่ถูกกดดันจากการจัดงานเคลียร์สต็อก รวมถึง ผลลบจากเงินบาทที่พลิกกลับมาอ่อนค่าเร็ว ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y คาดว่ายังโตได้ 6% จากรายได้ที่โตตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมสินค้าไอที และการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ Huawei หากกำไร 2Q18 เป็นไปตามคาด กำไร 1H18 จะคิดเป็น 49% ของคาดการณ์ทั้งปีที่ 750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% Y-Y ซึ่งปกติครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก และเราคาดว่าจะเห็นการเติบโตที่โดดเด่นอย่างมากใน 2H18 จากฐานกำไร 2H17 ที่ต่ำ และการเพิ่มสินค้าใหม่ในกลุ่ม Apple รวมถึง Synergy ที่จะเกิดขึ้นกับบัฟ (ประเทศไทย) เราจึงยังคงประมาณการเดิม และยังคงราคาเป้าหมายที่ 20 บาท แนะนำซื้อ โดยประเมินว่าการชะลอตัวของงบเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว ขณะที่ การกลับมาโตของอุตสาหกรรมสินค้าไอทีรอบนี้คาดว่าจะกินเวลา 2-3 ปีข้างหน้า จึงถือเป็นโอกาสซื้อลงทุนมากกว่าขาย
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2018
DTAC (BUY/18TP: 52), กำไร 2Q18 ใกล้เคียงคาด//จ่ายปันผลสูงอย่างน่าประหลาดใจ
(views 30)
กำไร 2Q18 ใกล้เคียงคาด DTAC ประกาศกำไรสุทธิ 2Q18 ออกมาที่ 179 ลบ. -86.4% Q-Q, -75.9% Y-Y หากตัดกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยน และรายการพิเศษในไตรมาสก่อนๆออก กำไรปกติอยู่ที่ 125 ลบ. -87.1% Q-Q, -83.1% Y-Y ใกล้เคียงคาด โดยสาเหตุของการหดตัวแรงเกิดจากการเริ่มรับรู้ต้นทุนคลื่น 2300 MHz จาก TOT ตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC Flat Q-Q, -2.3% Y-Y ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยจาก ARPU ที่ขยายตัวน้อยกว่าคาด แต่ Net Add ติดลบชะลอลงอย่างมีนัยยะเหลือ 2 แสนรายซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี ขณะที่ฝั่งต้นทุนควบคุมได้ดีกว่าคาดในส่วนค่าใช้จ่ายโครงข่าย ขณะที่ Regulatory Cost ลดลงตามปริมาณการใช้งานคลื่นบนระบบสัมปทาน
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2018
FTE (BUY/18TP: 3.15), คาดกำไร 2Q18 ฟื้นตัว จุดเด่นอยู่ที่ Bottom Out และปันผลสูง
(views 24)
เราคาดกำไรสุทธิ 2Q18 จะกลับมาฟื้นเด่น 74% Q-Q และ 6% Y-Y อยู่ที่ 29 ล้านบาท จากรายได้งานขายที่เพิ่มขึ้นหักล้างงานโครงการที่ชะลอตัว โดยงานขายส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มลูกค้าคอนโดฯ และออฟฟิสสร้างใหม่ ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มยอดจดทะเบียนอาคารชุดที่เร่งตัวมาตั้งแต่ต้นปี (4M18 +206% อยู่ที่ 40,881 ห้อง) ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นก็คาดว่าจะกลับเข้าสู่ระดับปกติ เพราะงานอัตรากำไรขั้นต้นต่ำถูกรับรู้ไปมากใน 1Q18 ส่วนแนวโน้ม 2H18 ยังคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัว H-H จากฐานที่ต่ำใน 1H18 และงานโครงการที่จะถูกปล่อยออกมามากขึ้น ก่อนปิดปีงบประมาณใน 3Q18 เรายังคาดว่า FTE จะคง Payout Ratio ที่ 100% ทำให้คาดปันผล 1H18 จะจ่ายได้ที่ 0.08 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทน 3.6% จากการถือหุ้นในช่วง 3 เดือนข้างหน้า
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2018
KTC (BUY/18TP: 32.4), กำไร 2Q18 ดีกว่าที่คาด ราคาลงมาเป็นโอกาสซื้อ
(views 32)
กำไรสุทธิ 2Q18 ดีกว่าที่คาด KTC รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 1.3 พันลบ. เพิ่มขึ้น 8%Q-Q และ 66%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดเนื่องจากการรายได้ดอกเบี้ยที่ดีกว่าคาดและหนี้สูญรับคืนที่สูงกว่าคาดการณ์ไว้ ในไตรมาสนี้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (ตามการคำนวณของเรา) อยู่ที่ 10% เพิ่มขึ้นจาก 9% ในไตรมาสก่อนตามการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อและการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อบัตรเครดิต ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +6%Q-Q, +13%Y-Y ขณะที่จำนวนหนี้สูญรับคืนในไตรมาสนี้อยู่ที่ 871 ลบ. +4%Q-Q, +28%Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2018
SVI (BUY/18TP: 4.9), เริ่มตื่นเต้นกับการฟื้นตัวของกำไรใน 2Q18
(views 27)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 จะกลับมาฟื้นตัวอย่างน่าประทับใจ แม้ไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่น่าจะสูงราว 50 ล้านบาท ยังคาดกำไรปกติจะฟื้นตัวได้ดี +118.2% Q-Q และ +31.3% Y-Y ทำจุดสูงสุดในรอบ 8 ไตรมาส ส่วนหนึ่งมาจากค่าเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่าเมื่อเทียบกับ 1Q18 ช่วยหนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น ในขณะที่รายได้ยังเติบโตดีต่อเนื่องปรับขึ้นเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกันและคาดทำจุดสูงสุดใหม่ที่ US$114 ล้าน โดยปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบได้คลี่คลายจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แนวโน้มกำไรจะฟื้นตัวดีต่อในช่วง 2H18 ทั้งนี้เราค่อนข้างมั่นใจต่อรายได้เพราะบริษัทเห็นคำสั่งซื้อล่วงหน้าแล้ว น่าจะบรรลุเป้าหมายทั้งปีที่ US$440 ล้านได้ไม่ยาก แต่ยังคงต้องติดตามอัตราแลกเปลี่ยนเพราะค่าเงินบาทแข็งค่าจะกระทบต่อความสามารถทำกำไรของบริษัท เราคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 33.4% Y-Y และคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 4.9 บาท (อิง PE 17 เท่า) ยังมี Upside 18.9% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2018
VGI (HOLD/19TP: 7.2), คาดกำไร 1Q19 (สิ้นมิ.ย.18) อ่อนลง Q-Q แต่โตดี Y-Y
(views 25)
คาดกำไรปกติ 1Q19 (สิ้นมิ.ย.18) อ่อนลง อ่อนลง 10.6% จากรายได้สูงพิเศษในไตรมาสก่อน แต่เป็นกำไรโตดี 33.8% Y-Y จากรายได้เพิ่มของทุกสื่อโฆษณา เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019 (สิ้นงวดมี.ค.2019) ขึ้น 13% เป็นกำไรโตสูง 55.9% และปี 2020-21 ปรับขึ้น 23-28% โต 34% และ 16% ตามลำดับ จากการรวมกำไรรับรู้จากการลงทุน 23% ใน Kerry TH แต่จากจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นจากการแปลงสภาพ VGI-W1 และหุ้น PP ทำให้ EPS และราคาเป้าหมายปี 2019 เพิ่มไม่มาก ขณะที่ราคาหุ้นปรับฐานลงมา แต่ยังมี Upside จำกัด แนะนำ ถือ จากเดิม ขาย ราคาเป้าหมายปี 19 ที่ 7.20 บาท จากเดิม 6.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2018
PTTEP (T-BUY/18TP: 130), ตัดสินใจขายในเวลาที่เหมาะสม
(views 30)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการขายการลงทุน 100% ในแหล่งมอนทาราและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องซึ่งตั้งอยู่ในรัฐออสเตรเลียให้แก่บริษัท Jadestone Energy (Eagle) Pty Ltd เนื่องจากจะช่วยให้บริษัทไม่ต้องแบกภาระขาดทุนเหมือนในอดีตอีกต่อไป นอกจากนี้ยังช่วยให้บริษัทนำเงินไปพัฒนาแหล่งอื่นที่มีศักยภาพมากกว่า และที่ตัวเองถนัดกว่าแทน ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตของมอนทาราคิดเป็นเพียง 2% ของผลผลิตทั้งหมดของ PTTEP ดังนั้น ผลกระทบที่มีต่อแผนการผลิตและกำไรของ PTTEP จึงจำกัดมาก ในขณะที่ความไม่แน่นอนของราคาขายรวมถึงผลกำไรสุทธิ 2Q18 ที่เราคาด -59% Q-Q, -28% Y-Y เพราะขาดทุนจาก FX อาจกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น (แต่กำไรปกติดีมาก) แต่เรายังแนะนำเก็งกำไรจากโอกาสในการชนะประมูลสัมปทานรอบใหม่ที่อาจเพิ่มมูลค่าหุ้นอีก 25-30 บาทจากราคาเป้าหมายปัจจุบันที่ 130 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
กรกฏาคม
2018
MAJOR (BUY/18TP: 28.5), คาดกำไรปกติ 2Q18 โตแรง Q-Q แต่ Flat Y-Y จากฐานสูง
(views 25)
คาดกำไรปกติ 2Q18 โตแรง Q-Q สูงสุดของปี เนื่องจากเป็นช่วงหน้าหนังฮอลลีวู๊ด และหนังทำเงินหลายเรื่อง รวมทั้งการควบคุมค่าใช้จ่าย แต่เป็นกำไร Flat Y-Y จากฐานสูงในปีก่อน ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงาน 2H18 อ่อนลงจากครึ่งปีแรก แต่เพิ่มดี Y-Y จากฐานที่ต่ำมากปีก่อน เราคงประมาณการกำไรปกติทั้งปีที่คาดฟื้นตัว 19.5% Y-Y แม้กำไรสุทธิ Flat Y-Y และคงราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 28.50 บาท (DCF) และจัดเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลค่อนข้างสม่ำเสมอในอัตราใช้ได้ ระดับ 4.5-5% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
13
กรกฏาคม
2018
IT (BUY/18TP: 6.9), คาดกำไรสุทธิ 2Q18 ดีสุดในรอบ 23 ไตรมาส ยืนยัน “ซื้อ”
(views 29)
เรายังแนะนำซื้อ IT ราคาเป้าหมายปีนี้เท่ากับ 6.90 บาท โดยระยะสั้นจะได้แรงหนุนจากกำไรสุทธิ 2Q18 ที่คาดทำจุดสูงสุดในรอบ 23 ไตรมาสที่ 24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% Q-Q และ 17% Y-Y ส่วนระยะยาวจะได้แรงหนุนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมคอมฯและอุปกรณ์ ที่จะขยายตัวแรงต่อเนื่องใน 3 ปีข้างหน้า จากทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคที่วิ่งเข้าหาสินค้าไอทีมากขึ้น และการสนับสนุนของภาครัฐฯที่อยากให้ราชการและเอกชนใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนองค์กร ขณะที่ ตัวของ IT จะกลับมาใช้กลยุทธ์เชิงรุกเร่งขยายสาขาเพื่อหวังให้เกิด Economy of scale มาเพิ่ม Gearing ให้กับผลกำไร ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดดูจะไม่สอดคล้องกับราคาหุ้นที่ยังถูกอยู่มาก โดย PE2018-19 ต่ำเพียง 12-15 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 23 เท่า และค่าเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลังของตัวเองที่ 24 เท่า อีกทั้ง ฐานะทางการเงินยังแข็งแกร่ง มีเงินสดในมือมากถึง 1.2 บาท/หุ้น ทำให้สามารถจ่ายปันผลได้สูง 5-6% ต่อปีด้วย
อ่านเพิ่มเติม
13
กรกฏาคม
2018
TISCO (BUY/18TP: 98), Dividend Yield ที่ราว 7% ทำให้เป็นหุ้นน่าซื้อลงทุน
(views 45)
ประเด็นการเพิ่มขึ้นของ NPL ใน 2Q18 อาจจะกดดันราคาหุ้นภายหลังประกาศผลประกอบการ แต่เรายังเห็นถึงโอกาสในการเข้าซื้อ (เดิม ถือ) เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ธนาคารคาดว่าอยู่ในการจัดการได้และไม่กระทบต่อการตั้งสำรองฯเพิ่มเติม นอกจากนี้เราเห็นสัญญาณจากเงินกองทุนที่แข็งแกร่งของธนาคารและการที่ธนาคารมีแผนที่จะบริหารจัดการเพื่อลดความกดดันต่อ ROE เราคาดว่าธนาคารจะจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่าคาดการณ์เดิมของเรา โดยเราปรับคาดการณ์เงินปันผลประจำปี 2018 ขึ้นเป็น 5.80-6 บาท ซึ่งคิดเป็น Yield ราว 7% คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 98 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
กรกฏาคม
2018
TEAMG (IPO: 2.42/18TP: 4.2), ผู้นำด้านที่ปรึกษาวิศวกรรมในไทยและกำลังก้าวสู่ระดับภูมิภาค
(views 63)
TEAMG เป็นผู้ให้บริการที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม โดยมีจุดเด่นที่บริการที่ครบวงจรและเป็น One Stop Service รวมถึงมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการและหลายอุตสาหกรรม ขณะที่การลงทุนภาครัฐเพื่อยกระดับและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศเป็นบวกโดยตรงต่อธุรกิจของ TEAMG รวมถึงยังมีโอกาสเติบโตในส่วนงานภาคเอกชนรวมถึงตลาดต่างประเทศที่เร่งลงทุนด้วยเช่นกัน เราคาดกำไรสุทธิปี 2017-2020 เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 23.4% CAGR และประเมินราคาเหมาะสมที่ 4.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
กรกฏาคม
2018
TISCO (HOLD/18TP: 98), กำไร 2Q18 น้อยกว่าคาดแต่ไม่กระทบประมาณการทั้งปี
(views 23)
กำไรปกติใกล้เคียงกับที่คาดไว้ TISCO รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 1.71 พันลบ. ลดลง 3.2%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 13.5%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดจากรายการพิเศษจากการดำเนินงานที่ถูกยกเลิกราว 45 ลบ. (เป็นรายการที่เกี่ยวข้องกับการขายธุรกิจบัตรเครดิตให้กับ CITI ซึ่งจะเกิดการโอนในครึ่งปีหลัง ส่วนลูกหนี้ส่วนบุคคล ไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษและได้โอนเรียบร้อยแล้วในเดือน มิย 2018) หากไม่นับรายการดังกล่าว ผลกำไรปกติถือว่าใกล้เคียงกับที่คาดไว้โดย PPOP ลดลง 13%Q-Q เพราะรายได้ค่าธรรมเนียมลดลงและค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้น แต่ +13%Y-Y จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มจากพอร์ตสินเชื่อใหม่
อ่านเพิ่มเติม
12
กรกฏาคม
2018
BEM (BUY/18TP: 10), คาดกำไรสุทธิ 2Q18 ทำจุดสูงสุดใหม่
(views 26)
เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 2Q18 แตะระดับ 1 พันล้านบาทเป็นไตรมาสแรก โตเด่น 40% Q-Q และ 43% Y-Y หนุนจากกำไรการขายเงินลงทุนราว 242 ล้านบาท ส่วนกำไรปกติคาดหดตัว 2% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่เติบโต 9% Y-Y หนุนจากรายได้ที่เติบโตดีทั้ง 3 ธุรกิจ และส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่ปรับขึ้น ส่วนแนวโน้มกำไรปกติ 3Q18 คาดขยายตัวต่อ Q-Q จากวันหยุดที่น้อย คงประมาณการกำไรปี 2018 เติบโต 19% Y-Y และโตต่อเนื่อง 10% Y-Y ในปีหน้า นอกจากนี้ ยังมี Upside จากการเปิดประมูลทางด่วน 3 สาย และรถไฟฟ้าอีก 1 เส้นที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ เราชอบ BEM จากการเป็นหุ้น Defensive ทนทานต่อภาวะตลาดผันผวนได้ดี ประกอบกับมีการเติบโตของรายได้ดีในระยะยาว โดยเฉพาะผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย ภายหลังเปิดน้ำเงินส่วนต่อขยายครบเส้นในปี 2020 คงคำแนะนำซื้อลงทุน ราคาเหมาะสม 10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
กรกฏาคม
2018
ERW (BUY/18TP: 9), กำไรจะ Bottom ใน 2Q18 และฟื้นตัวต่อจากนี้
(views 21)
เราคาดกำไร 2Q18 ของ ERW หดตัว 86.2% Q-Q และ 31.2% Y-Y จากการปรับปรุงห้องพักโรงแรม JW Marriott และนักท่องเที่ยวรัสเซียที่หดตัวชั่วคราวจากฟุตบอลโลก อย่างไรก็ตามคาดเป็นจุดต่ำสุดของปีและจะเห็นการฟื้นตัวในช่วง 2H18 โดยเฉพาะไตรมาส 4 ซึ่งเป็น High Season เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 ทำ New High ต่อเนื่อง +18.1% Y-Y ขณะที่ด้านราคาหุ้นเรามองว่าปรับตัวลงมากเกินไปและทำให้ Valuation น่าสนใจมาก เราจึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 9 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
กรกฏาคม
2018
TKN (BUY/18TP: 19), คาดกำไร 2Q18 เริ่มฟื้น แต่ฟื้นช้ากว่าคาด
(views 21)
แนวโน้มกำไรจะกลับมาฟื้นตัวได้ใน 2Q18 เราคาดโตทั้ง Q-Q และ Y-Y แต่ถือว่าช้ากว่าคาด เพราะรับรู้ต้นทุนสาหร่ายล็อตใหม่ราคาถูกลงเพียง 1.5 เดือนสำหรับ 2Q18 กอปรกับการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ยังไม่ถึงระดับที่ได้ Economies of Scale จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวแต่ยังไม่กลับไปสู่ระดับที่เคยทำได้ แต่การเติบโตของรายได้ยังดูดี สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทต่อเนื่อง และคาดกำไรจะกลับมาโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2H18 นอกจากจะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และจะรับรู้สาหร่ายต้นทุนใหม่ได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ 3Q18 รวมถึงอัตราการใช้กำลังการผลิตจะทยอยเพิ่มขึ้น ซึ่งจะได้ประโยชน์จาก BOI อีกทางหนึ่งด้วย ทั้งนี้เพื่อสะท้อนการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นที่ช้ากว่าคาก เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 9% เป็นเติบโต 22% Y-Y จากเดิมคาดโต 34% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 19 บาท จากเดิม 21 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 30% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
กรกฏาคม
2018
BKD (BUY/18TP: 4.5), Backlog สูงสุดตั้งแต่เข้าตลาด และมี Upside จากธุรกิจบริหารน้ำ
(views 35)
เรากลับมาแนะนำซื้อ BKD ในฐานะหุ้น Turnaround โดยคาดว่าผลประกอบการหลังจากนี้จะมีเสถียรภาพมากขึ้น จากการหันมาโฟกัสธุรกิจตกแต่งภายในที่ตัวเองถนัด จนทำให้ Backlog พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ตั้งแต่จัดตั้งบริษัทมา ซึ่งก่อนหน้านี้ BKD ได้ขยายตัวเองไปรับงานก่อสร้างที่ไม่ชำนาญ จนทำให้ผลประกอบการปี 2016-2017 ทรุดตัว ขณะที่ การลงทุนในธุรกิจบริหารจัดการน้ำ จะช่วยเพิ่มรายได้ประจำ ที่จะเข้ามาช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจและ Risk Premium ในการประเมินมูลค่าหุ้น โดยเราคาดกำไรปกติปีนี้ 172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 366% Y-Y และปีหน้า 228 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% Y-Y นอกจากนี้ BKD ยังมีการถือครองที่ดินสภาพคล่องสูง ที่คิดเป็นมูลค่าราว 1 บาทต่อหุ้น และมีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ 4-5% ต่อปี เราประเมินมูลค่าที่เหมาะสมด้วยวิธี SOTP ได้เท่ากับ 4.50 บาท แบ่งเป็นธุรกิจตกแต่งภายใน 3.70 บาท และธุรกิจบริหารจัดการน้ำ 0.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
11
กรกฏาคม
2018
CHG (BUY/18TP: 2.7), 1 ใน 15 หุ้นเด่นที่โมเมนตัมกำไร 2Q18 ยังแกร่ง
(views 22)
เราคาดกำไร 2Q18 ของ CHG จะหดตัว 27.4% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ยังโตโดดเด่น 18.3% Y-Y โดยได้อานิสงส์จากฝนที่มาเร็วและการบริโภคที่ฟื้นตัว ขณะที่แนวโน้มช่วง 2H18 ยังดีต่อโดยเฉพาะ 3Q18 ที่จะเป็นจุดสูงสุดของปีจาก High Season เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนใหญ่ในช่วง 2 ปีที่แล้วที่ออกดอกออกผลชัดเจนตั้งแต่ 1Q18 ที่ผ่านมาและยังคงประมาณการกำไรปกติโตแกร่ง 20.1% Y-Y ราคาหุ้นปรับตัวลง 14% ในช่วง 1 เดือนทำให้ Valuation อยู่ในโซนถูก และเป็น 1 ใน 15 หุ้นเด่นของเรา จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 2.70 บาท
อ่านเพิ่มเติม
11
กรกฏาคม
2018
M (BUY/18TP: 90), แม้ SSSG จะแผ่วลง แต่คาดกำไร 2Q18 ยังโตต่อเนื่อง
(views 20)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 ยังโตต่อเนื่องทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้ SSSG จะแผ่วลงเพราะได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกเยอะ แต่ด้วยผลของรายได้สาขาใหม่ จึงคาดรายได้จะยังเติบโตได้ และคาดอัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง จากราคาหมูที่ปรับลงช่วยชดเชยการปรับขึ้นของราคาเป็ด คาดกำไรจะอ่อนตัวลงใน 3Q18 และจะกลับมาดีขึ้น อาจเป็นจุดสูงสุดของปีใน 4Q18 เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ กอปรกับจะมีการเปิดสาขาใหม่ค่อนข้างมากเป็นปกติใน 4Q ทั้งนี้คาดการณ์กำไรสุทธิ 1H18 เติบโต 10% Y-Y คิดเป็นสัดส่วน 48% ของประมาณการทั้งปี ดังนั้นเรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 15.5% Y-Y และคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 90 บาท (อิง PE 30 เท่า) ยังมี Upside 19.6% และคาดจ่ายปันผลระหว่างกาลงวด 1H18 หุ้นละ 1.3 บาท คิดเป็น Yield 1.7% คงคำแนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
11
กรกฏาคม
2018
ROBINS (BUY/18TP: 78), คาด SSSG 2Q18 ยังบวกได้ต่อ และบริษัทร่วมกำไรดี
(views 22)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 อาจอ่อนตัวลง Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่คาดยังเติบโตได้ดี 13% Y-Y แม้ SSSG อาจบวกเพียงเล็กน้อย +0.5% Y-Y ถือว่าดีกว่าก่อนหน้าที่เราคาดจะติดลบ เพราะได้อานิสงส์จากการทำโปรโมชั่นครั้งใหญ่ของปี Greatest Grand Sales กอปรกับการทยอยฟื้นตัวของกำลังซื้อในต่างจังหวัด และบริษัทร่วมอย่าง Super Sport และ Power Buy ได้รับอานิสงส์จากเทศกาลฟุตบอลโลก จึงคาดเห็นส่วนแบ่งกำไรเติบโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y และคาดกำไรสุทธิจะกลับมาเติบโตทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และมีการเปิดสาขาใหม่อีก 1 แห่งที่ชัยภูมิ เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 13.5% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 78 บาท (DCF) ยังมี Upside 32.8% ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน Forward PE เพียง 21 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต 5 ปีย้อนหลังที่ 26 เท่า แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
กรกฏาคม
2018
CPALL (BUY/18TP: 98), คาด 7-11 ยังโตดี หนุนการเติบโตของกำไร 2Q18
(views 48)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 จะอ่อนตัวลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่คาดยังเติบโตดี Y-Y แม้ผลงานของ MAKRO อาจไม่สดใสนัก เพราะ SSSG ยังติดลบและเจอค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แต่เชื่อว่าจะถูกชดเชยด้วยผลงานที่ดีของ 7-11 ที่คาดมี SSSG บวกต่อเนื่องที่ 4% Y-Y และยังเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง แนวโน้มกำไรจะโตต่อเนื่องใน 2H18 จากการเริ่มทำ Stamp Promotion ใน 3Q18 และต่อเนื่องไปใน 4Q18 ซึ่งคาดจะเห็นกำไรทำจุดสูงสุดของปี เพราะเป็น High Season ของธุรกิจทั้งร้าน 7-11 และ MAKRO เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะเติบโตราว 23% Y-Y และโตต่อเนื่อง 17.4% Y-Y ในปี 2019 คงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 98 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงสะท้อนผลประกอบการ MAKRO ที่ไม่สดใสไปพอสมควร ทำให้ปัจจุบันเทรดบน Forward PE 2018-19 ที่ 28.4 เท่า และเหลือ 24.1 เท่า ตามลำดับ ต่ำกว่า PE เฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 34 เท่า คงคำแนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
09
กรกฏาคม
2018
CPF (BUY/18TP: 28), คาด 2Q18 สดใสทั้งธุรกิจหลักและกำไรสุทธิ
(views 42)
แนวโน้มธุรกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ 2Q18 จากการฟื้นตัวของราคาหมูในเวียดนาม และราคาหมูในไทยที่ขยับขึ้นสูงกว่าต้นทุนการเลี้ยงแล้ว รวมถึงการกลับมาอ่อนค่าของเงินบาท จึงคาดกำไรปกติจะฟื้นตัวดี Q-Q ส่วนในแง่ Y-Y อาจจะยังลดลงอยู่ เพราะราคาเนื้อสัตว์ในประเทศโดยรวมปรับลดลง และค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้เราคาดจะมีกำไรจากการขายเงินลงทุน CPALL จากการใช้สิทธิแปลงหุ้นกู้อนุพันธ์ และน่าจะมีกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมพันธุ์หมู ซึ่งอาจทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ขยับขึ้นโดดเด่นสู่ระดับ 4.9 พันล้านบาท (+60.5% Q-Q, +20% Y-Y) แนวโน้มกำไรธุรกิจหลักจะฟื้นตัวต่อเนื่อง และอาจทำจุดสูงสุดของปีใน 3Q18 เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ไว้ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท (-6.9% Y-Y) จากฐานสูงในปีก่อน และคาดกำไรจะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 16% Y-Y ยังคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 28 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 12.9% ถือเป็นบริษัทที่มีแนวโน้มกำไร 2Q18 ดูดีสุดในกลุ่มเกษตรอาหาร คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
กรกฏาคม
2018
PTTEP (T-BUY/18TP: 130), คาดกำไรปกติ 2Q18 โตแกร่ง แต่ขาดทุน FX กดดันระยะสั้น
(views 21)
เราปรับประมาณการกำไรปกติปีนี้ขึ้น 7% เป็น 3.74 หมื่นล้านบาท +2% Y-Y (เดิม -4.7% Y-Y) โดยปรับสมมติฐานราคาน้ำมันดิบเพิ่มเป็น US$66/บาร์เรล จากเดิม US$62/บาร์เรล ทำให้ราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 130 บาท จากเดิม 123 บาท สำหรับกำไรปกติก่อนภาษีใน 2Q18 คาด +15% Q-Q และ +74% Y-Y ตามราคาขายที่สูงขึ้น แต่จะมีผลขาดทุนจาก FX และอนุพันธ์ราว US$230 ล้าน ทำให้กำไรสุทธิ -59% Q-Q, -28% Y-Y แนวโน้มกำไรปกติใน 2H18 จะดีขึ้นเพราะราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงและปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ส่วนเพิ่มในแหล่งบงกชอีก 22.22% แม้ราคาหุ้นเต็มมูลค่า แต่โอกาสชนะประมูลสัมปทานรอบใหม่ คาดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหุ้นได้อีก 25-30 บาท จึงยังคงแนะนำเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
09
กรกฏาคม
2018
MINT (BUY/18TP: 44), กำไร 2Q18 ยังไม่น่าตื่นเต้น//เหมาะสมหรับลงทุน 6 เดือนขึ้นไป
(views 27)
เราคากำไรปกติ 2Q18 ของ MINT -55.6% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลและ +3.7% Y-Y ซึ่งเป็นระดับที่ยังไม่น่าตื่นเต้นโดยทั้งธุรกิจโรงแรมและอาหารยังโตได้ไม่เต็มที่ ส่วนดีล NH Hotel เรามองว่าจะเริ่มเห็นผลบวกในปีหน้าภายหลัง Tender Offer ทำให้ระยะสั้นขาดความน่าสนใจ อย่างไรก็ตามราคาหุ้นยังมี Upside เปิดกว้างจากราคาเหมาะสมที่ 44 บาท (ไม่รวมดีล NH Hotel) เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเหมาะสำหรับลงทุนระยะ 6 เดือนขึ้นไป
อ่านเพิ่มเติม
06
กรกฏาคม
2018
TU (BUY/18TP: 17), 2Q18 อาจเจอตั้งสำรองค่าใช้จ่ายหนัก แต่มองเป็นจุดต่ำสุด
(views 33)
ภาพรวมธุรกิจหลักใน 2Q18 เริ่มดูดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจปลาทูน่าที่ราคาเริ่มปรับขึ้นและทรงตัวได้ ทำให้บริหารสต็อกได้ง่ายขึ้น คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัว Q-Q แต่ในแง่ Y-Y อาจจะยังปรับลงเพราะราคาปลาทูน่าที่ลดลง กอปรกับค่าเงินบาทแข็งค่า แต่ไตรมาสนี้อาจมีการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายพิเศษก้อนใหญ่ เกิดจากการยอมความกับลูกค้า 65 รายในสหรัฐฯ ที่มีการฟ้องร้องบริษัทก่อนหน้านี้ เบื้องต้นค่าใช้จ่ายก้อนนี้อาจมีขนาดราว US$30 – US$50 ล้าน ซึ่งกรณี Worst Case หากมากถึง US$50 ล้าน และตั้งสำรองทั้งก้อนในคราวเดียว อาจกระทบให้ 2Q18 พลิกเป็นขาดทุนได้ แต่ถือเป็น One Time และคาดบริษัทจะยังรักษานโยบายการจ่ายปันผลในงวด 1H18 ไม่ต่ำกว่าปีก่อนในอัตรา 0.32 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield 2.2% และคาดกำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องใน 3Q18 ที่เป็น High Season ของธุรกิจ แต่จากผลงาน 1H18 ที่ไม่สดใสนัก เราจึงปรับลดกำไรปีนี้ลง 16.7% เป็นกำไรที่ลดลงจากปีก่อน 20.4% และปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 17 บาท จากเดิม 21 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) เรามองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 2Q18 และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 14.6% Y-Y จึงแนะนำทยอยซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
กรกฏาคม
2018
PLANB (BUY/18TP: 7.1), คาดกำไร 2Q18 โตต่อเนื่อง Q-Q, Y-Y
(views 22)
คาดกำไร 2Q18 โตต่อเนื่อง 8.5% Q-Q, 24.8% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาลและการเติบโตของตลาดโฆษณาสื่อนอกบ้าน (Out of Home: OOH) ดีกว่าตลาดโฆษณาโดยรวม และคาดกำไรในไตรมาสถัดไปโตขึ้นอีก เราคงคาดกำไรทั้งปีโตดีต่อเนื่อง 28% โดยการลงทุน 35% คาดเป็น Upside ไม่มาก 3-4% และเรามีมุมมองเป็นกลาง ขณะที่การลงทุน 19.48% ใน BMN บ.ย่อยของ BEM ที่ทำธุรกิจสื่อในรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เรามองเป็นบวกเนื่องจากจะเพิ่มโอกาสได้บริหารสื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนขยายในอนาคต และบริษัทยังมองหาโอกาสลงทุนเพิ่มในต่างประเทศ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 7.10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
กรกฏาคม
2018
SAWAD (HOLD/18TP: 38), ถือ BFIT เพิ่ม แต่ไม่ส่งผลต่อประมาณการของเรา
(views 260)
SAWAD แจ้งการเข้าถือหุ้น BFIT เป็น 45% (เดิม 36.4%) ไม่ส่งผลต่อประมาณการของเรา และเราคาดหวังการถือ BFIT มากกว่านี้ ขณะที่แนวโน้มกำไร 2Q18 คาดทรงตัวในฐานต่ำที่ราว 560 ลบ. โดยคาดว่าสินเชื่อจะลดลงราว 1-2%Q-Q เพราะมีการจ่ายชำระคืนของลูกค้าในกลุ่ม SME ที่เป็น NPL ในไตรมาสก่อน ขณะที่คาดสินเชื่อใหม่น่าจะขยายตัวได้เล็กน้อยเนื่องจากยังอยู่ในระหว่าการเปลี่ยนโครงสร้างการให้สินเชื่อในกลุ่มบริษัท เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ที่ 2.1 พันลบ. หรือ -21.6%Y-%Y-Y และคงราคาเหมาะสมที่ 38 บาท แต่ปรับคำแนะนำเป็น ถือ (จาก ขาย) จาก Upside ที่กว้างขึ้นจากคำแนะนำในครั้งก่อน แต่กระนั้นเรายังเห็นความเสี่ยงของการฟื้นตัวของ Loan Yield และรอดู NPL รวมถึงความชัดเจนของการตั้งสำรองฯใหม่ตามการกำกับรวมของกลุ่มธนาคาร
อ่านเพิ่มเติม
05
กรกฏาคม
2018
BCH (BUY/18TP: 18.3), กำไร 2Q18 จะโตทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 29)
เราคาดกำไรปกติ 2Q18 ของ BCH เติบโตแข็งแกร่ง 3.2% Q-Q และ 28.8% Y-Y หนุนโดยรายได้ฝั่งประกันสังคมที่ยังได้อานิสงส์จากการปรบเพิ่มเงินตั้งแต่กลางปีก่อน ผู้ป่วยเงินสดโตดีโดยเฉพาะ WMC ขณะที่ต้นทุนยังไม่ได้รับแรงกดดัน ทำให้ Margin ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเราเริ่มเห็น Upside ของประมาณการราว 5% จากปัจจุบันที่คาดโต 11% Y-Y ในปีนี้ ราคาหุ้นปรับลงระยะหลังทำให้ Upside เปิดกว้างขึ้น เราจึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 18.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
กรกฏาคม
2018
BEAUTY (SELL/18TP: 7), ความสวยโรยราไปตามกาลเวลา แนะนำขาย เป้า 7 บาท
(views 37)
จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ทำให้เรากังวลกับแนวโน้มการเติบโตของ BEAUTY มากขึ้น โดยระยะสั้นคาดว่ากำไรสุทธิ 2Q18 จะลดลงแบบ Y-Y ครั้งแรกตั้งแต่เข้าตลาดฯ จากยอดขายในกลุ่ม Beauty Cottage (8-9% ของรายได้รวม) ที่ชะลอตัวหนัก และผลของการคุมเข้มสินค้าและโรงงานผลิตเครื่องสำอางของ อย. ที่ทำให้การออกสินค้าใหม่ล่าช้า รวมถึง ทำให้การส่งออกสินค้าไปจีนยากลำบากมากขึ้น ขณะที่ แนวทางการแก้ปัญหาของ BEAUTY ที่มุ่งเน้นการทำตลาดแบบ Cross Border และการรุกช่องทาง Modern Trade เรามองว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแม้จะเป็นตลาดที่ใหญ่ แต่การแข่งขันก็สูงมากเช่นกัน เราปรับลดกำไรปีนี้ลง 26% เหลือ 1,168 ล้านบาท (-5% Y-Y) และปรับลดกำไรระยะยาวในช่วง 5 ปีข้างหน้าลงเฉลี่ย 32% ต่อปี พร้อมทั้งเปลี่ยนวิธีประเมินมูลค่าจากเดิม DCF เป็น Relative PE เพราะกำไรระยะยาวเริ่มคาดการณ์ได้ยากขึ้น โดยอิง PE Multiplier 18 เท่า ได้ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 7.00 บาท ยังคงแนะนำขาย
อ่านเพิ่มเติม
05
กรกฏาคม
2018
MVP (IPO/18TP: 2.5), MVP: Not just organizer of Thailand Mobile Expo
(views 28)
MVP is mostly known as the organizer of Thailand Mobile Expo, a triannual event. The company has over 11 years of experience in event organizer business and a strong diversification strategy. To elaborate, MVP has diversified to event-related business. First, the company also organizes events for smartphone companies and sports events, e.g. marathons which are being supported by health-conscious consumer trend. Second, it provides caravan rental, a service which will grow in line with the tourism industry. Third, MVP is in an e-commerce business. In particular, the company sells products for Samsung, which has the largest smartphone market share in Thailand. In 2015-2017, MVPs net profit grows by 188% CAGR. Given the companys well-diversified strategy, its quarterly earnings are less volatile than other event organizers in the market, e.g. ARIP, CMO, GPI, and K. In 2018, our forecast calls for MVPs net profit to jump 14% Y-Y to Bt33mn. In 2019-2020, we expect the company’s net profit to grow at an average annual rate of 16% thanks to a rise in TME space, number of sports events (marathons), and its caravan fleet size. We value our 2018 TP at Bt2.5 (PE multiplier 15x). It’s equal to implied PEG of 1x. Note FSS might become an underwriter of MVPs IPO.
อ่านเพิ่มเติม
04
กรกฏาคม
2018
BDMS (BUY/18TP: 29), โมเมนตัม 2Q18 ยังเด่น// ยังเป็น Top Pick
(views 35)
เราคาดกำไรปกติ 2Q18 ยังโตแกร่ง 31.5% Y-Y หนุนจากทั้งฝั่งรายได้ที่โตดีต่อเนื่องนำโดยผู้ป่วยไทยจากฝนที่มาเร็วและการบริโภคที่ฟื้นตัว ขณะที่ต้นทุนคาดว่ายังคุมได้ดีต่อเนื่อง ทำให้ EBITDA Margin ขยายตัวจากปีก่อน ขณะที่ราคาหุ้นปรับฐานลงในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาสะท้อนปัจจัยเสี่ยงของตลาดฯและผลกระทบจากการแปลงสภาพหุ้นกู้ไปมาก เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 29 บาท ยังเป็น Top Pick ของกลุ่ม และเป็นหุ้น Domestic และ Defensive Play เหมาะกับสภาวะตลาดที่ผันผวนในปัจจุบัน
อ่านเพิ่มเติม
04
กรกฏาคม
2018
THANI (BUY/18TP: 9.6), น้องใหม่ SET 100 และยังคาดการสร้างกำไร New High ต่อเนื่อง
(views 24)
คาดการณ์กำไร 2Q18 ยังคงทำสถิติ New Record High ที่ 389 ลบ. +7%Q-Q และ +51%Y-Y เนื่องจากการคาดการณ์การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 5%Q-Q, 27%Y-Y ตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อที่คาด +5%Q-Q และ 21%Y-Y ข้อมูลยอดขายรถบรรทุกใน 2Q18 ดีกว่า 1Q18 และแนวโน้มจะดีขึ้นใน 2H18 ตามภาคการขนส่ง และการส่งออก เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 35%Y-Y เติบโตโดดเด่นในกลุ่ม Non-Bank (คาดการณ์ Sector avg growth 21%Y-Y) คงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 9.60 บาท
อ่านเพิ่มเติม
03
กรกฏาคม
2018
HMPRO (BUY/18TP: 15.5), คาดกำไร 2Q18 จะโตทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 36)
แนวโน้มกำไร 2Q18 จะเติบโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y ถือว่าดีกว่ากลุ่มที่คาดกำไรจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย Q-Q โดยคาด SSSG จะเป็นบวกต่อเนื่องอยู่ที่ระดับ 3% Y-Y ถือว่าทำได้ดีทั้งที่เผชิญกับฝนตกที่เยอะกว่าปกติ ในขณะที่คาดจะมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นได้ดีกว่าเป้าหมาย แม้สินค้ามาร์จิ้นไม่สูงนัก อย่างเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขายดีในไตรมาสนี้ แต่สินค้า House Brand ก็ยังขายดีต่อเนื่อง และคาดกำไรจะอ่อนตัวลงเล็กน้อยใน 3Q18 ตามปัจจัยฤดูกาล และคาดกำไรจะกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง และทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18 เพราะเป็นช่วง High Season และมีการขยายสาขาในประเทศต่อเนื่องในช่วง 2H18 กอปรกับจะมีการจัดงาน Hmpro Expo ครั้งที่ 2 ของปี ดังนั้นเรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 20% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 15.5 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมาจากที่เราแนะนำถือในรายงานฉบับก่อน จนมี Upside กว้างขึ้นเป็น 12.3% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
03
กรกฏาคม
2018
TOP (BUY/18TP: 88), ระยะสั้นอาจดูไม่ดี แต่ Downside Risk จำกัดมากแล้ว
(views 42)
เราแนะนำ “ซื้อ” TOP ที่ราคาเหมาะสม 88 บาท บนสมมติฐาน Market GRM ที่ US$5/บาร์เรล ในขณะที่ Singapore Refinery Margin ใน 1H18 อยู่ที่ US$6.5/บาร์เรล ซึ่งคาดว่าจะทำให้ EBITDA ในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 18,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 63% ของประมาณการกำไรทั้งปี โดยเรามองว่าการคาดการผลประกอบการของเราค่อนข้าง Conservative และมี Downside Risk ที่น้อย เนื่องจากการปรับตัวลงของค่าการกลั่นจะค่อนข้างจำกัด เพราะ ณ ค่าการกลั่นปัจจุบันที่ US$4/บาร์เรล ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาวถึง 40% เนื่องจาก Seasonal Effect ที่โรงกลั่นจะเร่งกลั่นน้ำมันเพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าคงคลังก่อนจะเข้าอยู่ช่วงฤดูมรสุมและการหยุดซ่อมบำรุงในช่วงปลาย 3Q18 ก่อนที่ค่าการกลั่นจะกลับขึ้นมาสูงขึ้นอีกครั้งจากปริมาณความต้องการในช่วงหยุดยาวและฤดูหนาวตอนปลายปี นอกจากนี้ เรายังเห็นประโยชน์ระยะยาวจากการลงทุนในโครงการ CFP ที่คาดว่าจะสามารถเพิ่ม Market GRM ให้กับบริษัทได้อีก US$3.5/บาร์เรลตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นไป การปรับตัวลงของราคาหุ้น TOP ที่ -30% YTD เทียบกับกลุ่มที่ปรับตัวลง -4% YTD จนมีระดับ Valuation ที่น่าสนใจ เพราะว่าที่ราคาปัจจุบัน ได้สะท้อน Market GRM เพียงแค่ US$4.5/บาร์เรล ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ มากไปกว่านั้น ได้สะท้อนผลประกอบการในกรณี Worst Case ของเราบน EBITDA 23,000 ล้านบาท ซึ่งโอกาสเป็นไปได้น้อย หลังจากคาดการณ์กำไรในครึ่งปีแรกไปแล้วกว่า 80% ของประมาณการทั้งปี
อ่านเพิ่มเติม
29
มิถุนายน
2018
DTAC (BUY/18TP: 52), คาดกำไร 2Q18 หดแรง แต่ราคาตอบรับเชิงลบเรื่องประมูลไปมาก
(views 29)
เราคาดกำไรปกติ 2Q18 ของ DTAC จะหดตัวแรงเหลือเพียง 51 ลบ. -94.7% Q-Q, -93.1% Y-Y โดยถูกกดดันจากการเริ่มใช้งานคลื่น 2300 MHz ส่วนการดึงคลื่น 900 MHz กลับมาประมูลเรามองเป็นบวกต่อ DTAC และเป็นไปได้ที่จะตัดสินใจเข้าประมูล ราคาหุ้นปรับตัวลง 25% หลังจากประกาศไม่ประมูล 1800 MHz เรามองว่าสะท้อนปัจจัยลบไปมากและมี Downside ค่อนข้างจำกัดเที่ยบกับมูลค่าเหมาะสมเบื้องต้นหาก DTAC ไม่เข้าประมูลคลื่นใดเลย เราจึงยังมองเป็นจังหวะในการ “ซื้อ” โดยปรับราคาเหมาะสมลงเล็กน้อยเป็น 52 บาท
อ่านเพิ่มเติม
27
มิถุนายน
2018
KCE (BUY/19TP: 45), คาดกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ 2Q18 และจะดีต่อเนื่องไปในปี 2019
(views 35)
ผ่านกำไรต่ำสุดปีนี้แล้วใน 1Q18 เราคาดเห็นการฟื้นตัวของกำไรใน 2Q18 จากราคาทองแดงที่เริ่มอ่อนตัวลง, ค่าเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่า และคลี่คลายปัญหาคอขวดสายการผลิตแล้วเสร็จตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังเป็นเพียงบริษัทเดียวที่ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ และคาดกำไรจะฟื้นตัวในช่วง 2H18 อย่างชัดเจน จากคำสั่งซื้อที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง และยังเป็นช่วง High Season ของการส่งออก กอปรกับมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 1.7 ล้านตร.ฟุตต่อเดือน จากสิ้น 2Q18 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1.5 ล้านตร.ฟุตต่อเดือน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านตร.ฟุตต่อเดือนในปีหน้า ซึ่งเราเชื่อว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติที่เอื้อต่อการทำธุรกิจของบริษัท โดยเฉพาะกระบวนการผลิตที่จะกลับมาราบรื่นอีกครั้ง ส่วนราคาทองแดง เรามองว่ายังคงอยู่ในระดับสูง เพราะปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นจำกัด ยังไม่สามารถครอบคลุมความต้องการที่สูงขึ้นได้ แต่ไม่กระทบต่อการแข่งขันของบริษัท เพราะผู้ผลิต PCB ทุกรายต้องเผชิญกับต้นทุนทองแดงในราคาที่ใกล้เคียงกัน เราคาดกำไรสุทธิปี 2018 โต 8% Y-Y และคาดจะโตมากขึ้นเป็น 13.5% Y-Y ในปี 2019 ทั้งนี้เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 เป็น 45 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) เพื่อสะท้อนการฟื้นตัวชัดเจนใน 2H18 ต่อเนื่องไปในปี 2019 มี Upside 20% ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
27
มิถุนายน
2018
ADVANC (BUY/18TP: 220), กำไร 2Q18 ยังดี // อาจประมูล 1800 MHz เพิ่ม
(views 38)
เราคาดกำไรปกติ 2Q18 ของ ADVANC ยังโตดี 1.9% Q-Q และ 15.5% Y-Y โดยภาพรวมการแข่งขันในธุรกิจมือถือไม่ได้รุนแรงขึ้น ขณะที่เกณฑ์ประมูลคลื่น 1800 MHz ที่ผ่อนคลายมากขึ้น เรามองว่ามีโอกาสที่จะทำให้ ADVANC เข้าประมูลอีก 1 ใบอนุญาต (5 MHz) เพื่อให้ประสิทธิภาพโครงข่าย 4G แตะจุดสูงสุด ซึ่งเราประเมินผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มจะไม่กดดันผลการดำเนินงานอย่างมีนัยยะโดยคิดเป็น 2.5% ของกำไรทั้งปีที่ 3.26 หมื่นลบ. +9.1% Y-Y ราคาหุ้นที่ปรับลงมาในช่วง 2 เดือนล่าสุดทำให้ Upside เปิดกว้าง รวมถึง Dividend Yield ที่กลับมาเหนือ 4% อีกครั้ง เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อลงทุน”
อ่านเพิ่มเติม
25
มิถุนายน
2018
CK (BUY/18TP: 34), อนาคตที่สดใสรออยู่
(views 38)
เราชอบ CK จากการเป็น 1 ใน 3 ยักษ์ใหญ่รับเหมาก่อสร้างไทย ผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเร่งลงทุนงานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ พร้อมกระจายการลงทุนในบริษัทลูกสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยง และเป็นแต้มต่อในการรับงานเพิ่ม สำหรับแนวโน้มกำไรปกติปี 2018 คาดฟื้นตัวดี +17% Y-Y เป็น 1.76 พันล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากการเติบโตของเงินลงทุนในบริษัทลูก และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีราว 8% ปัจจุบันมี Backlog อยู่ที่ 6.5 หมื่นล้านบาท และมีโอกาสรับงานเข้ามาเติมอีกมากจากแผนประมูลโครงการใหญ่ในช่วงที่เหลือของปี รวมมูลค่า 7.8 แสนล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้น Discount NAV ของบริษัทลูกถึง 19% ประกอบกับงานประมูลของภาครัฐเริ่มมีความชัดเจนขึ้น เราจึงมองว่าเป็นจังหวะที่ดีของการซื้อลงทุน ประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 34 บาท
อ่านเพิ่มเติม
22
มิถุนายน
2018
KSL (T-BUY/18TP: 4.5), ราคาน้ำตาลผ่านจุดต่ำสุด แต่การฟื้นตัวช้าและน้อยกว่าคาด
(views 34)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ แม้จะมุมมองว่าราคาน้ำตาลที่ตกต่ำได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่เรายังเห็นปัจจัยที่ยังกดดันให้ราคาน้ำตาลฟื้นตัวได้ช้าหรือน้อยกว่าที่เคยคาดไว้ จากทั้งคาดการณ์ผลผลิตน้ำตาลโลกปีหน้าจะเกินดุลต่อเนื่องจากปีนี้, คาดเห็นการระบายสต็อกของผู้ประกอบการทั่วโลกในระยะถัดไป และค่าเงินของบราซิลอ่อนค่า ทั้งนี้เรามองกรอบราคาน้ำตาลโลกในปีหน้า 2018/19 จะอยู่ที่ราว 13-15 เซนต์ต่อปอนด์ จากปัจจุบันที่ 11-12 เซนต์ต่อปอนด์ ในส่วนของผลการดำเนินงาน เรามองว่าได้ผ่านกำไรสูงสุดปีนี้แล้วใน 2Q18 และคาดกำไรในช่วง 2H18 จะแผ่วลงตามฤดูกาล ซึ่งผ่านช่วงหีบอ้อยไปแล้ว และจะมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าราว 1 เดือนใน 4Q18 จึงคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ไว้ที่ 1.33 พันล้านบาท (-32.4% Y-Y) โดยกำไรสุทธิ 1H18 คิดเป็นสัดส่วน 62% ของประมาณการทั้งปี แต่ด้วยการฟื้นตัวของราคาน้ำตาลที่ช้าและน้อยกว่าคาด เราจึงปรับลด PE ลงเป็น 15 เท่า จากเดิม 17 เท่า และปรับลดราคาเป้าหมายปี 2018 เป็น 4.5 บาท จากเดิม 5.1 บาท แม้จะมี Upside 46.1% แต่ยังคงคำแนะนำ เก็งกำไรตามราคาน้ำตาลตลาดโลกเท่านั้น
อ่านเพิ่มเติม
20
มิถุนายน
2018
DOD (IPO: 9.3/18TP: 12), ผู้เชี่ยวชาญอาหารเสริมเพื่อสุขภาพและความงาม
(views 70)
DOD เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและความงาม โดยมาจากส่วนประกอบจากธรรมชาติเป็นหลัก รายได้ส่วนใหญ่เป็นการรับจ้างผลิตของลูกค้าในประเทศ อาทิ บริษัทซื้อมาขายไป, บริษัทขายตรง และเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์สินค้า เช่น ดารา นักแสดง ล่าสุดมีจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของตนเองแล้ว ถือเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จรายหนึ่ง เพราะความน่าเชื่อถือในผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับรองมาตรฐานอย่างถูกต้อง และผลลัพธ์ที่ดีของสินค้า ทำให้ได้รับความพึงพอใจและการยอมรับจากลูกค้า ทั้งในปี 2018 บริษัทฯได้ลูกค้ารายใหม่เพิ่ม 1 ราย ซึ่งมีขนาดคำสั่งซื้อที่ค่อนข้างใหญ่ และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ 1Q18 จึงคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะทำจุดสูงสุดใหม่ เติบโตสูง 73.2% Y-Y และด้วยแผนการขยายโรงสกัดแห่งที่ 2, ห้องปฏิบัติการวิจัยระดับสากล และแผนออกสินค้าใหม่แบรนด์ตนเองอีก 2 กลุ่ม น่าจะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรสุทธิในช่วงปี 2019 - 2020 ให้โตเฉลี่ยปีละ 13% เราประเมินราคาเป้าหมายเท่ากับ 12 บาท (อิง PE 20 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
15
มิถุนายน
2018
TEAMG (IPO/18TP: 4.2), Thailand’s leading integrated consulting company
(views 140)
TEAMG is a provider of integrated consulting services. It provides one-stop services and has experience and expertise in a number of large projects in various industries. Meanwhile, the government investments in order to develop and upgrade Thailands infrastructure system are direct positive for TEAMG. Whats more, the company has potential to grow in the private sector as well as in foreign markets where investments also accelerate. In 2017-2020, we expect TEAMG’s net profit to record a high growth of 23.4% CAGR. We value our 2018 TP at Bt4.2 (PE 23x).
อ่านเพิ่มเติม
14
มิถุนายน
2018
TACC (HOLD/18TP: U.R.), แนวโน้มกำไร 2Q18 ฟื้นช้ากว่าคาด อยู่ระหว่างปรับลดกำไร ปีนี้
(views 41)
การฟื้นตัวใน 2Q18 ดูช้ากว่าที่คาด แม้จะเริ่มขายเครื่องดื่มผงสูตรใหม่น้ำตาลน้อยได้ตั้งแต่ปลาย พ.ค. เป็นต้นมา ช่วยให้มาร์จิ้นดีขึ้นได้ แต่กลับถูกหักล้างด้วยการแข่งขันในกัมพูชาที่รุนแรงขึ้นจนไม่สามารถรักษากำไรไว้ได้อีกต่อปี ทำให้บริษัทต้องเลือกที่จะหยุดการขายในกัมพูชา เพื่อเลี่ยงการเผชิญผลขาดทุน ถือว่าบริษัทจัดการได้ค่อนข้างเร็ว เพราะการไม่มีโรงงานผลิตของตัวเอง ทำให้มีความยืดหยุ่นในการหยุดธุรกิจได้ง่ายกว่า เราคาดเห็นการฟื้นตัวใน 2H18 โดยให้น้ำหนักไปที่การขายในประเทศ เป็นหลัก ทั้งเครื่องดื่ม Hershey’s, รับรู้รายได้ค่าธรรมเนียมจากการเป็นตัวแทนให้สิทธิ์ใช้ตัวการ์ตูน Rilakkuma และรับรู้ต้นทุนเครื่องดื่มผงสูตรใหม่น้ำตาลน้อยลงเต็มไตรมาสตั้งแต่ 3Q18 ส่วนการทำ JV กับ NPP รุกตลาดจีนและตลาดอื่นๆในภูมิภาค เราคาดจะได้เห็นแผนงานและตัวเลขชัดเจนมากขึ้นในปีหน้า แต่ด้วยการฟื้นตัวของกำไรที่ช้ากว่าคาด จึงอยู่ระหว่างทบทวนปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปีนี้จากปัจจุบันที่คาดไว้โต 11% Y-Y อาจปรับเป็นลดลงจากปีก่อน 15% - 24% และจะปรับลดราคาเป้าหมายจากปัจจุบันที่ให้ไว้ 6 บาท (อิง PE 28 เท่า) ด้วยราคาหุ้นที่ปรับลงมาค่อนข้างมาก และยังคาดว่า 1Q18 จะเป็นกำไรต่ำสุดของปี จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ
อ่านเพิ่มเติม
14
มิถุนายน
2018
TISCO (BUY/18TP: 98), สินเชื่อเริ่มกลับเป็นบวก ขณะแนวโน้มกำไร 2Q18 สดใส
(views 49)
TISCO มีสินเชื่อเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้นเป็นเดือนแรกของปี 0.06%M-M ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ และสินเชื่อรายย่อยทั้งสินเชื่อ Auto Cash และสินเชื่อเช่าซื้อ (ขยับบวกได้เล็กน้อย) ขณะที่เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 2Q18 ที่ดูสดใสกว่ากลุ่มธนาคารที่ 1.84 พันลบ. +4%Q-Q และ +22%Y-Y และเป็นจุดสูงสุดใหม่ เนื่องจากการตั้งสำรองฯและค่าใช้จ่ายพิเศษที่ลดลง เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 7.18 พันลบ. +18%Y-Y ปีนี้เป็นปีที่ดีของ TISCO เนื่องจากมีรายได้ที่เพิ่มจากพอร์ตสินเชื่อใหม่ และการตั้งสำรองหนี้สูญที่ลดลง และรายได้เพิ่มขึ้นจากพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ซื้อจาก SCBT เต็มปี คงราคาเหมาะสมที่ 98 บาท ปรับคำแนะนำจาก ถือ เป็น ซื้อ (TOP Pick) เพราะ upside ที่เปิดกว้างขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
13
มิถุนายน
2018
GLOBAL (BUY/18TP: 19), ไม่ใช่หุ้นในธีมบอลโลก แต่แนวโน้มกำไร 2Q18 เด่นกว่ากลุ่ม
(views 44)
เรามอง GLOBAL เป็นหุ้นในกลุ่มค้าปลีกที่น่าสนใจในช่วงนี้ แม้จะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากเทศกาลบอลโลกจำกัดมาก แต่น่าสนใจในเชิงของโมเมนตัมของผลประกอบการ เนื่องจากคาด SSSG ใน 2QTD จะยังเป็นบวกต่อเนื่อง (เช่นเดียวกับ CPALL และอาจมี HMPRO) ซึ่งสวนทางกับบริษัทอื่นในกลุ่มค้าปลีกที่ส่วนใหญ่จะทรงตัวถึงพลิกเป็นติดลบ เพราะปีนี้มีฝนตกเยอะกว่าปกติ ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน, กำลังซื้อในต่างจังหวัดเริ่มฟื้นอย่างช้าๆตามการขยับขึ้นของราคาสินค้าเกษตร และได้รับผลบวกจากการปรับขึ้นของราคาเหล็ก กอปรกับจะรับรู้รายได้ค่าเช่าศูนย์กระจายสินค้าต่อเนื่องจาก 1Q18 จึงคาดเห็นกำไรสุทธิ 2Q18 ยังเติบโตได้ดี Y-Y ก่อนที่กำไรจะน่าแผ่วลงใน 2H18 เพราะเป็น Low Season ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 27.4% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 19 บาท (DCF) แม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นมาแล้วราว 6% จากที่เราแนะนำเป็นหุ้นเด่นในเดือน มิ.ย. แต่ยังมี Upside ราว 11% บวกกับแนวโน้มกำไร 2Q18 ที่ดูโดดเด่นกว่ากลุ่ม จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
มิถุนายน
2018
KTB (HOLD/18TP: 19.5), NPL แนวโน้มขึ้นต่อ ส่งผลสำรองฯสูงต่อไป
(views 52)
แนวโน้มผลประกอบการ 2Q18 คาดว่าจะแผ่วลงราว 8.5%Q-Q เนื่องจากคาดการณ์การตั้งสำรองฯที่สูงขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของ NPL ในกลุ่มเกษตรกรทำให้เราเกรงว่าอาจเกิด Negative surprise ต่อตลาด แม้เรายังคงประมาณการกำไรทั้งปีที่ 2.36 หมื่นลบ. (+5%Y-Y) แต่เห็นความเสี่ยงของ NPL และการตั้งสำรองฯตามมาตรฐานบัญชี IFRS 9 ที่เพิ่มขึ้น ทำให้เราปรับมาใช้ราคาเหมาะสมโดยอิง Adj BVS (ปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายสำรองฯผ่าน Equity โดยให้มี Coverage ratio 150%) ที่ 19.50 บาท (เดิม 21.80 บาท) ปรับลดคำแนะนำจาก ซื้อ เป็น ถือ/ Switch เป็น TISCO (Top Pick)
อ่านเพิ่มเติม
12
มิถุนายน
2018
ORI (BUY/18TP: 25.4), ต่อจิ๊กซอว์ด้วยธุรกิจ One Origin
(views 58)
เรามีมุมมองบวกกับกลยุทธ์การขยายพอร์ตไปยัง Recurring Income ผ่านบริษัท One Origin จากการพัฒนา 3 ธุรกิจหลักอย่างโรงแรม, ออฟฟิต และอาหาร ด้วยแผนลงทุน 5 ปีข้างหน้า รวม 23 โครงการ มูลค่ากว่า 2.5 หมื่นล้านบาท เน้นพื้นที่กรุงเทพฯ และ EEC เป็นหลัก โดยเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ 4Q19 ช่วยสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอในระยะกลาง-ยาว และกระจายความเสี่ยงได้ดี รวมถึงสามารถขายสินทรัพย์เข้า REIT ในอนาคต ขณะที่แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 คาดเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง โตทั้ง Q-Q และ Y-Y หนุนจากการเริ่มโอน 4 โครงการใหม่ และมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้นให้ NRED อีกราว 59 ล้านบาท คงคาดกำไรปกติปีนี้โตเด่นสุดในกลุ่ม +107% Y-Y และคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 25.40 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
มิถุนายน
2018
MINT (BUY/18TP: 44), ดีล NH Hotel เป็นบวก//คลายความกังวลเรื่องเพิ่มทุน
(views 56)
เรามองดีลซื้อ NH Hotel เป็นบวกระยะยาวในแง่การขยายธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคยุโรปและอเมริกาซึ่ง MINT ยังขาดและยกระดับ MINT ขึ้นเป็นผู้เล่นระดับโลก ล่าสุด MINT จะเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 34.7% และเตรียมทำ Tender Offer ในเดือน ต.ค. นี้ โดยหากอิงจากเป้าหมายสัดส่วนการถือหุ้น 51-55% เราประเมินว่าจะทำให้ประมาณการกำไรปกติปี 2019 มีส่วนเพิ่มราว 14% ขณะที่ประเด็นความกังวลเรื่องเพิ่มทุนเริ่มคลี่คลายโดย MINT สามารถเข้าถือหุ้นในสัดส่วนสูงสุดถึง 68.4% โดยไม่ต้องเพิ่มทุน และจากการประเมินเบื้องต้นเราคาดว่าดีลดังกล่าวไม่ได้ส่งผลลบให้ราคาเหมาะสมลดลงจากปัจจุบันที่ 44 บาท (ไม่รวมดีล NH Hotel) เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
06
มิถุนายน
2018
TK (BUY/18TP: 14.2), การเติบโตจะสดใสครึ่งปีหลัง
(views 46)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2018 ลง 15% เป็น 473 ลบ. (+1.3%Y-Y) เพื่อสะท้อนผลประกอบการ 1Q18 ที่ต่ำกว่าคาด และปรับลดประมาณการสินเชื่อและเพิ่ม Credit cost จากสัญญาณการจ่ายชำระในกลุ่มลูกค้าฐานรากที่อ่อนแอลง ประเด็นการซื้อกิจการ TK แผนที่จะซื้อกิจการในต่างประเทศเพื่อขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความถนัด พร้อมปฏิเสธข่าวการซื้อธุรกิจเงินติดล้อ (เรามองการ “ไม่ซื้อ” เป็น บวก มากกว่า “ซื้อ”) แม้กระนั้น เราคาดว่าผลประกอบการจะมีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปีตามสินเชื่อฟื้นตัวตามฤดูกาล จึงคงคำแนะนำ ซื้อ โดยปรับราคาเหมาะสมใหม่ลงมาอยู่ที่ 14.20 บาท (เดิม 16.70 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
05
มิถุนายน
2018
TMB (BUY/18TP: 2.86), ปรับลดกำไรแต่ยังคงคำแนะนำ ซื้อ
(views 41)
เราคาดว่าแนวโน้มกำไร 2Q18 ของ TMB น่าจะดูดีกว่าธนาคารขนาดใหญ่อื่น เนื่องจากคาดว่า NIM และ Fee ยังไม่เปลี่ยนแปลงเชิงลบจากผลกระทบของการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่าน mobile อย่างไรก็ตามเราได้ปรับลดประมาณการกำไรทั้งปี 2018 ลง 8.5% มาอยู่ที่ 9.2 พันลบ. (+5.8%Y-Y) โดยส่วนใหญ่เป็นการปรับลดการเติบโตรายได้ค่าธรรมเนียมจาก Loan-related fee ที่น่าจะชะลอตามการปล่อยกู้ฝั่งธุรกิจที่ชะลอตัวเช่นกัน รวมถึงปรับเพิ่ม Credit cost เพื่อสะท้อนความอนุรักษ์นิยมของคุณภาพหนี้ เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 2.86 บาท (เดิม 3.30 บาท) แต่คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
มิถุนายน
2018
AH (BUY/18TP: 47), ระยะสั้นดูดีสุดในกลุ่ม แต่ระยะยาวยังต้องพิสูจน์ฝีมือของ SGAH
(views 46)
เรากลับมาจัดทำบทวิเคราะห์ AH และเริ่มต้นด้วยคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 47 บาท โดยมีปัจจัยหนุนระยะสั้นจากแนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิ 1H18 ที่จะ Outperform กลุ่ม จากการรับรู้ดอกเบี้ยรับของ SGAH ที่เริ่มตั้งแต่ 2H17 ก่อนจะกลับมาโตปกติตามกลุ่มใน 2H18 โดยเราคาดกำไรสุทธิทั้งปีนี้ที่ 1,418 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% Y-Y ขณะที่ การเติบโตในระยะยาวขึ้นอยู่กับส่วนแบ่งกำไรจาก SGAH ซึ่งปัจจุบันยังไม่มากนัก และการลงทุนในตลาดใหม่ๆ เช่น เวียดนาม ทั้งหมดยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ว่าจะเข้ามาชดเชยดอกเบี้ยรับที่หายไปราว 320 ล้านบาท/ปี ตั้งแต่ปี 2021 ได้หรือไม่ ส่วนด้าน Valuation ยังถือว่าไม่แพง แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นมาแล้ว 9% เทียบกับกลุ่มยานยนต์ที่ -0.8% YTD แต่ยังคิดเป็น PE2018-19 เพียง 8.3-8.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตของตัวเองที่ 11 เท่า และค่าเฉลี่ยกลุ่มยานยนต์ที่ 15 เท่า สำหรับการลงทุนระยะสั้นภายในปีนี้ AH จึงดูน่าสนใจสุดในกลุ่ม แต่ระยะยาว 3-5 ปีเรามองว่าคนที่ก้าวเข้าสู้ตลาด EV ก่อนอย่าง PCSGH ยังดูน่าสนใจมากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
04
มิถุนายน
2018
CHG (BUY/18TP: 2.7), ยังเป็นหนึ่งใน Top Pick ของกลุ่ม
(views 49)
โมเมนตัมการเติบโตของกำไรใน 2Q18 คาดว่ายังแข็งแกร่งต่อเนื่องเมื่อเทียบ Y-Y จากฝนที่มาเร็วซึ่งหนุนให้ผู้ป่วยเงินสดคาดว่ายังเติบโตแข็งแกร่ง ขณะที่ฝั่ง Margin คาดยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่องจาก Operating Leverage จากการลงทุนในช่วง 2 ปีที่แล้วที่เริ่มออกดอกออกผล เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2018 ขึ้น 5% สะท้อน Upside ที่เคยประเมินหลังประกาศกำไร 1Q18 ดีกว่าคาดมาก โดยคาดเติบโตถึง 20.1% Y-Y สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มการแพทย์และสูงที่สุดในกลุ่ม ส่งผลให้ราคาเหมาะสมขยับขึ้นเป็น 2.70 บาท ซึ่งยังมี Upside เปิดกว้างเมื่อเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบัน เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็นหนึ่งใน Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
04
มิถุนายน
2018
WORK (HOLD/18TP: 48), แนวโน้มกำไร 2Q18 เพิ่ม Q-Q น้อยกว่าเคยคาด ลดลงมาก Y-Y
(views 49)
แนวโน้ม 2Q18 กำไรน้อยกว่าตลาดเคยคาด โตปานกลาง Q-Q และลดลงมาก Y-Y จากอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยลดลงราว 3% Q-Q จาก Rating ช่อง WPTV ฟื้นช้า แม้คาดอัตราใช้เวลาโฆษณาเพิ่มตามฤดูกาล และจะเริ่มตั้งสำรองโบนัสพนักงานในไตรมาสนี้ จากเดิมบันทึกทั้งก้อนในไตรมาสสุดท้าย แม้คาดหวัง Rating ดีขึ้นตั้งแต่เดือนมิ.ย. เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ลง 24-28% เป็นกำไรลดลง 10.9% จากฐานสูงใน 2Q17-3Q17 ส่วนใหญ่จากปรับประมาณการรายได้ช่อง WPTV ลง สอดคล้องกับเป้าของบริษัทที่ปรับลง และปรับลด L-T Growth เป็น 2% สะท้อนมุมมองแนวโน้มระยะยาวด้อยกว่าเคยคาด ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับลงเป็น 48 บาท จากเดิม 78 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมาสะท้อนส่วนใหญ่แล้ว คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
01
มิถุนายน
2018
BCH (BUY/18TP: 18.3), ราคาหุ้นที่ปรับลงเปิดโอกาสให้เข้าซื้ออีกครั้ง
(views 68)
โมเมนตัมการเติบโตของกำไรใน 2Q18 คาดว่ายังแกร่ง Y-Y จากฝนที่มาเร็ว การบริโภคที่ยังดี รวมถึงยังได้อานิสงส์จากฝั่งประกันสังคมที่ยังโตจากฝั่ง Billing เฉลี่ยต่อผู้ประกันตนแม้จำนวนจะทรงตัว ขณะที่การลงทุนโรงพยาบาลใหม่ยังคงเดินหน้าตามแผนและเราประเมินว่าจะไม่ถ่วงผลการดำเนินงานในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า เนื่องจากส่วนใหญ่จะเข้าในปี 2020 ทำให้เรายังคงประมาณการกำไรปกติ 2018-2029 เติบโตในระดับที่ดีเฉลี่ยราว 10.7% ต่อปี ราคาหุ้นปรับตัวลงหลังจากที่เราลดคำแนะนำเป็น “ถือ” ทำให้ Upside เริ่มเปิดกว้างกว่า 10% อีกครั้ง เรามองเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนรอบใหม่จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 18.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤษภาคม
2018
EPG (BUY/19TP: 12), กำไรปกติ 4Q18 ฟื้นตัวทุกธุรกิจ และจะค่อยๆฟื้นอย่างต่อเนื่อง
(views 57)
กำไรปกติ 4Q18 (ม.ค.-มี.ค. 2018) ฟื้นตัวตามคาด +37% Q-Q, -9% Y-Y หากไม่รวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรปกติ 4Q18 (ม.ค.-มี.ค. 2018) ที่ 273 ล้านบาท สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างช้าๆตามที่เราคาด โดย +36.6% Q-Q แต่ยัง -8.6% Y-Y การฟื้นตัวมาจากทุกธุรกิจทั้งการเพิ่มรายได้และคุมต้นทุน โดยเฉพาะธุรกิจหลัก Aeroklas – ชิ้นส่วนยานยนต์ (49% ของรายได้รวม) ซึ่งรายได้ทำ new high ที่ 1,185 ล้านบาท +8% Q-Q, +20% Y-Y และมีอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเป็น 40.3% แต่ยังต่ำกว่าช่วงที่ดีที่สุดที่เคยทำได้ 44-45% ส่วน ธุรกิจ Aeroflex – ฉนวนยาง (27% ของรายได้รวม) มีรายได้ลดลงจาก 3 ไตรมาสก่อนหน้าที่มีรายได้เฉลี่ย 700-730 ล้านบาท เหลือ 649 ล้านบาท แต่เป็นระดับที่ใกล้เคียง 4Q ของในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จึงอธิบายได้ว่าฤดูกาลมีผลอยู่มาก สำหรับธุรกิจ EPP - บรรจุภัณฑ์พลาสติก (24% ของรายได้รวม) มีรายได้ดีขึ้น 4% Q-Q, 3% Y-Y ซึ่งทำให้อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นขึ้นเป็น 19.3% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายขายและบริหารยังสูงต่อเนื่อง โดยเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวกับการเปิดสาขาร้าน TJM และการส่งเสริมการขายและทำตลาด อันที่จริง ถ้าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลดลงใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนๆ บริษัทจะสามารถทำกำไรได้ 300 ล้านบาทเศษในไตรมาสนี้ซึ่งเป็นระดับปกติแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤษภาคม
2018
BGRIM (BUY/18TP: 32), มีทั้งเรื่องลบเรื่องบวก
(views 138)
จาก Analyst Meeting ผู้บริหารชี้แจงประเด็นแผนย้ายที่ตั้ง 2 โรงไฟฟ้า น่าจะทำให้ตลาดคลายกังวลลง แต่มีประเด็นใหม่ ภาครัฐมีแนวทางเปลี่ยนการต่อสัญญาโรงไฟฟ้าจากเดิมแบบ SPP Replacement เป็น SPP Extension 10 ปี ข้อดี ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก และกำไรช่วงดังกล่าวมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าแนวทางเดิม แต่การต่ออายุสัญญาที่สั้นกว่าเดิม ทำให้มี Downside ราว 5-10% ต่อราคาเป้าหมาย แต่น่าจะชดเชยจาก Upside โอกาสได้โครงการร่วมทุน Solar Farm ในเวียดนาม ซึ่งคาดสรุปใน 2Q18 นี้ และคงคาดกำไรปกติ 2Q18 โตต่อ Q-Q, Y-Y ทั้งปีโตสูง 40% จาก 3 โรงไฟฟ้าทยอย COD แนะนำ ซื้อสะสม เป้าหมายปี 2018 ที่ 32 บาท (SOTP)
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤษภาคม
2018
ASAP (BUY/18TP: 8), การเติบโตน่าจะสนใจขึ้นในครึ่งปีหลัง
(views 57)
แม้เราคงมีมุมมองการเติบโตที่สดใสสำหรับธุรกิจรถเช่า และเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตของ ASAP แต่เราปรับประมาณการลง 17% เป็น 204 ลบ. +35%Y-Y เนื่องจากการเปิดตัว ASAP Auto Park ที่ช้ากว่าประมาณการเดิม และปรับลดจำนวนการขายรถยนต์หมดสัญญาเช่าลง ปัจจัยสนับสนุนราคาหุ้นน่าจะเริ่มใน 2H18 ซึ่งโครงการ Auto Park จะเริ่มเปิดดำเนินงาน และการขยายกองรถเช่าที่เพิ่มขึ้น ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 8 บาท (เดิม 8.20 บาท) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤษภาคม
2018
PCSGH (BUY/18TP: 13), แนวโน้มปีนี้สดใสตามอุตสาหกรรมและการรับรู้สินทรัพย์ยุโรป
(views 62)
เรายังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 13 บาท (DCF, WACC 8%) ปัจจัยหนุนระยะสั้นคือการเติบโตของยอดผลิตรถยนต์ จากทั้งกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัว และการส่งออกที่กลับมาขยายตัวดี และคาดจะดีขึ้นอีกใน 2H18 จากเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่า ส่วนมาตรการภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐฯ ถ้าเกิดขึ้นจริง คาดว่ากระทบจำกัด เพราะมีสัดส่วนเพียง 3% ของยอดส่งออกรถยนต์ทั้งหมด ขณะที่ การรวมผลประกอบการจากโรงงานในยุโรป จะเริ่มตั้งแต่ 2Q18 นี้ ซึ่งผู้บริหารยังเชื่อว่าจะไม่เป็นตัวฉุดธุรกิจในไทย และการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ EV จะเริ่มใน 4Q19 ซึ่งเร็วกว่าคาดการณ์เดิม เรายังคาดกำไรสุทธิทั้งปีนี้ที่ 790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% Y-Y ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PE2018 เพียง 15 เท่า ใกล้เคียงกลุ่มยานยนต์ ซึ่งเรามองว่า PCSGH ควรซื้อขายที่ PE สูงกว่า เพราะมีความสามารถในการทำกำไรดีกว่า และความเสี่ยงทางการเงินต่ำกว่า โดยมีค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 20 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
24
พฤษภาคม
2018
HANA (BUY/18TP: 43), คาดกำไร 2Q18 จะฟื้นตัว แต่จะสดใสมากขึ้นใน 3Q18
(views 59)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรายังมองบวกต่อภาพคำสั่งซื้อที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่องทั้งในกลุ่ม PCBA และ IC แต่ยังมีปัจจัยกดดันจากทั้งค่าเงินบาทแข็งค่า (ช่วงครึ่งหลังของ 2Q18 ดูดีขึ้นจากบาทที่กลับมาอ่อนค่าเล็กน้อย) และปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่ยังมีอยู่ ซึ่งน่าจะคลี่คลายมากขึ้นใน 3Q18 รวมถึงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตั้งแต่เดือน เม.ย. อาจทำให้แนวโน้มกำไร 2Q18 ฟื้นตัวได้แต่ยังไม่สดใสนัก และคาดกำไรจะสดใสมากขึ้นใน 3Q18 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ จากกำไรสุทธิ 1Q18 คิดเป็นสัดส่วน 25% ของประมาณการทั้งปี และสถานการณ์ภาพรวมยังดูสอดคล้องกับประมาณการของเรา ดังนั้นเรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 ไว้ที่ 2.3 พันล้านบาท ลดลง 20% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 43 บาท (อิง PE เดิม 15 เท่า) ยังมี Upside 18.6% และคาด Dividend Yield ปีนี้ 5.5% จึงยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
พฤษภาคม
2018
EPG (BUY/18TP: 12), คาดกำไรเริ่มฟื้นใน 4Q18 (สิ้นสุด มี.ค. 2018)
(views 74)
แนวโน้มกำไร 4Q18 (ม.ค.-มี.ค. 2018) ฟื้นจากจุดต่ำสุดในไตรมาสก่อน ตามการฟื้นตัวอย่างช้าๆ ของทั้ง 3 ธุรกิจทั้งชิ้นส่วนยานยนต์ ฉนวนยาง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ฉุดผลประกอบการในไตรมาสที่ผ่านมาเพราะกำลังซื้อที่ชะลอและถูกตัดราคาขาย แต่เงินบาทที่แข็งค่าและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่หลงเหลือมาจากไตรมาสก่อนทำให้กำไรยังฟื้นไม่เต็มที่ เราคาดกำไรสุทธิ +23% Q-Q, -18% Y-Y เป็น 225 ล้านบาท รวมกำไรทั้งปี 2018 (สิ้นสุด มี.ค. 2018) น่าจะจบที่ 983 ล้านบาท -29% Y-Y แย่กว่าที่เคยคาด แต่ด้วยการจับจ่ายในประเทศที่เริ่มฟื้นชัดเจนและการควบคุมรายจ่ายอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นปัญหาหลักในปีที่ผ่านมา คาดว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวตั้งแต่ 1Q19 เราคาดกำไรสุทธิปี 2019 (สิ้นสุด มี.ค. 2019) +27% Y-Y เป็น 1,250 ล้านบาท แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงเล็กน้อยเป็น 12 บาทจาก 14 บาท (ปรับ EV/EBITDA ลงเป็น 18 เท่า) ยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤษภาคม
2018
TVO (BUY/18TP: 38), มองบวกต่อแนวโน้มราคาถั่วเหลืองปีหน้า
(views 73)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มราคาถั่วเหลืองในปีหน้า จากภาวะถั่วเหลืองโลกน่าจะยังขาดดุลต่อเนื่อง และคาดสต็อกถั่วเหลืองโลกจะปรับลดลง 6% Y-Y แม้ระยะสั้น แนวโน้มราคาถั่วเหลืองอาจอ่อนตัวลงได้ในช่วง 2H18 ภายหลังผลผลิต Crop ใหม่ของสหรัฐฯจะออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือน ก.ย. เป็นต้น แต่เชื่อว่าการปรับลงค่อนข้างจำกัด เพราะยังมีเรื่องของจีนที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ทำให้หันไปนำเข้าจากบราซิลมากขึ้น จนบราซิลได้ขายล่วงหน้าไปหมดแล้วในเดือน มิ.ย. และผลผลิตจากอาร์เจนติน่าก็ขาดแคลนเพราะปํญหาภัยแล้ง ทั้งนี้เราคาดกำไรของ TVO จะกลับมาเติบโตใน 2H18 จากการแข่งขันของกากถั่วเหลืองนำเข้าที่น้อยลงเพราะผลผลิตน้อยและราคาสูง จะเป็นบวกต่อการขายกากถั่วเหลืองของบริษัท เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 โต 67.2% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และคงราคาเป้าหมายที่ 38 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงจนมี Upside กว้างขึ้นเป็น 19.7% และคาด Dividend Yield 7.3% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2018
BDMS (BUY/18TP: 29), เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
(views 60)
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2018-2020 ของ BDMS ขึ้น 6-8% สะท้อนรายได้และ Margin ที่ดีกว่าคาด โดยคาดว่ากำไรปกติจะทำ New High ได้อีกครั้งตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป นอกจากนี้เราเห็นผลบวกจากกลุ่มประกันมีบทบาทมากขึ้น และ BDMS เริ่มจับมือกับพันธมิตรในการออกประกันสุขภาพให้ใช้บริการเฉพาะกลุ่ม BDMS เพื่อใช้ประโยชน์จากเครือข่ายโรงพยาบาลที่มีทั่วประเทศและ Capacity ที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมจาก 26 บาทเป็น 29 บาท ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2018
KTC (SELL/18TP: 324), Good Non-Bank
(views 93)
KTC เป็น Non-Bank คุณภาพเยี่ยมทั้งด้านการเติบโตของธุรกิจ และการบริหารคุณภาพสินเชื่อ การคาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทจะอ่อนตัวใน 2Q18 น่าจะเปิดโอกาสให้ราคาหุ้นมี Upside มากกว่าขณะนี้และน่าจะเข้าซื้อสะสมได้ในช่วงราคาอ่อนตัว KTC อยู่ในระหว่างกระบวนการแตกพาร์ ซึ่งน่าจะทำให้สภาพคล่องของหุ้นดีขึ้น (เข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้น 6 ก.ค. นี้และถ้าอนุมัติจะซื้อขายได้ที่พาร์ใหม่อีกราว 1 สัปดาห์) เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 4.6 พันลบ. +40%Y-Y โดยมีสมมติฐาน Credit cost ที่ 7.8% และ CoF ที่ 3% และคงราคาเหมาะสมที่ 324 บาท อิง Justified PER ที่ 18 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2018
AMATA (BUY/18TP: 30), กำไรปกติ 1Q18 ดีเกินคาดจากการโอนที่ดินจำนวนมาก
(views 55)
กำไรปกติ 1Q18 ดีเกินคาดมาก AMATA รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 413.4 ล้านบาท โดยมีรายการพิเศษคือกำไรจากการขายสินทรัพย์และขาดทุน FX หากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติอยู่ที่ 464.9 ล้านบาท +30.0% Q-Q, +59.8% Y-Y ดีเกินคาดมาก เพราะยอดโอนที่ดินที่สูงเกินคาด โดยใน 1Q18 AMATA มียอดโอนที่ดิน 107 ไร่ (ไทย 37 ไร่ และเวียดนาม 70 ไร่) ขณะที่ใน 1Q17 โอนที่ดินได้เพียง 35 ไร่ แม้จะต่ำกว่า 4Q17 ที่โอนได้ 146 ไร่ แต่พื้นที่ที่โอนให้ลูกค้าส่วนใหญ่ใน 1Q18 เป็นพื้นที่ที่ถูกปรับราคาขายขึ้นมาแล้ว และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในโครงการอมตะซิตี้ชลบุรี และอมตะซิตี้เบียนหัวในเวียดนาม ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าในอมตะซิตี้ระยอง ส่งผลให้รายได้จากการขายที่ดินใน 1Q18 เพิ่มขึ้นถึง 172% Y-Y เป็น 525 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 47% ของรายได้รวม รายได้ดังกล่าวลดลง 7% Q-Q เพราะ 4Q เป็น peak season สำหรับธุรกิจขายสาธารณูปโภคและให้เช่าโรงงานสำเร็จรูปซึ่งเป็น Recurring income และโตต่อเนื่องตามจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ในไตรมาสนี้มีรายได้รวมกัน 602 ล้านบาท (53% ของรายได้รวม) -2% Q-Q (ตามฤดูกาล), +3% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2018
SAWAD (SELL/18TP: 38), กำไรสร้างความผิดหวังพร้อมกับ NPL เพิ่มขึ้น
(views 73)
กำไร 1Q18 น่าผิดหวัง SAWAD รายงานกำไร 1Q18 น่าผิดหวังที่ 565 ลบ. ลดลง 22%Q-Q (ก่อนปรับปรุงกำไร 4Q17) และ 36%Y-Y เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงมากกว่าคาด +28%Q-Q และ 10%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารซึ่งมาจากการขยายสาขา และรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าคาด Interest spread ทรงตัวในระดับต่ำที่ราว 13.8% สะท้อนว่าการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อเข้าสู่ BFIT ยังไม่นิ่ง (ถ้านิ่งต้องดีขึ้น) ในไตรมาสนี้ SAWAD มีการตั้งสำรองหนี้สูญลดลง 59%Q-Q แต่ +88%Y-Y ซึ่งไม่สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของ NPL โดยคิดเป็น Credit cost ที่เพียง 1.1% เท่านั้น หากไม่รวมรายการสำรองฯและกำไรพิเศษจากเงินลงทุน (PPOP) ก็ยังเห็นการลดลงของกำไรที่ 9%Q-Q (ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น) และลดลง 21%Y-Y (ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น)
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2018
SPALI (HOLD/18TP: 26), ยอดขายและยอดโอนยังไปได้สวย… แต่ Upside ไม่จูงใจ
(views 79)
กำไร 1Q18 ต่ำกว่าคาด จาก SG&A ที่สูงกว่าคาด SPALI รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 870 ล้านบาท หดตัว 49% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่เติบโต 27% Y-Y ต่ำกว่าที่เราคาด 7% และตลาดคาด 9% จาก SG&A ที่สูงกว่าคาด เพราะมีค่าใช้จ่าย Commission ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยอดโอนยังทำได้ดี ขยายตัว Y-Y ทั้งแนวราบและคอนโดสู่ระดับ 4.5 พันล้านบาท (-40% Q-Q แต่ +23% Y-Y) หนุนจากสินค้าแนวราบในสัดส่วนถึง 62% บวกกับมีการเริ่มโอนคอนโดใหม่อย่าง Supalai Elite พญาไท มูลค่า 2 พันล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในเกณฑ์ดีที่ 38.3% ใกล้เคียงกับ 4Q17 และ 1Q17 ทั้งนี้ ยอด Presales 1Q18 อยู่ที่ 8.8 พันล้านบาท (+56% Q-Q, +17% Y-Y) คิดเป็น 27% ของเป้าทั้งปีที่ 3.3 หมื่นล้านบาท (+7% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2018
SAMTEL (BUY/18TP: 11.2), กำไร 1Q18 เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว
(views 52)
กำไร 1Q18 เริ่มฟื้น SAMTEL ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาที่ 61 ลบ. +709.7% Q-Q, +15.3% Y-Y ซึ่งเริ่มเห็นการฟื้นตัว แม้รายได้จะหดตัว 27.6% Q-Q และโตเพียง 2% Y-Y เพราะยังรับรู้รายได้จากงานโครงการน้อย แต่ปัจจัยหนุนการฟื้นตัวเกิดจาก Gross Margin ที่กลับมาขยายตัวดีขึ้นอย่างมีนัยยะจากไตรมาสก่อนที่ 11.6% ขึ้นเป็น 17.3% ในไตรมาสนี้และเข้าใกล้ระดับที่เคยทำได้ใน 1Q17 ซึ่งมาจากทั้งส่วนรายได้จากการขายและงานตามสัญญา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้จากการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2018
CPF (BUY/18TP: 28), แนวโน้มกำไร 2Q18 ดูดีขึ้น และน่าจะกลับมาฟื้นตัวดีใน 3Q18
(views 98)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ สถานการณ์เริ่มดูดีขึ้นจากราคาหมูเวียดนามขยับขึ้นเหนือต้นทุนการเลี้ยงแล้ว และปรับขึ้นค่อนข้างแรง น่าจะช่วยหักล้างธุรกิจหมูในไทยที่ยังน่าจะขาดทุนต่อเนื่อง รวมถึงธุรกิจไก่ที่ยังไม่สดใสนัก และส่งผลให้เห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการใน 2Q18 และคาดจะสดใสมากขึ้นในช่วง 2H18 นอกจากคาดหวังธุรกิจหมูเวียดนามกลับมามีกำไรได้เต็มไตรมาสแล้ว คาดหมูไทยและไก่ไทยจะพลิกฟื้นจากที่ขาดทุนด้วย เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ไว้ที่ 1.42 หมื่นล้านบาท (-6.9% Y-Y) และคงราคาเป้าหมายที่ 28 บาท (อิง PE 17 เท่า) ยังมี Upside 12% ทั้งนี้ปัจจัยเสี่ยงที่จะกระทบต่อผลประกอบการยังมีอยู่ ทั้งความผันผวนของราคาเนื้อสัตว์ และบาทแข็งค่า ดังนั้นจึงแนะนำเป็น ทยอยซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2018
TRUE (T-BUY/18TP: 8), 1Q18 ขาดทุนลดลง ปรับเป้าขึ้นและยังแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”
(views 59)
1Q18 ขาดทุนลดลง TRUE ประกาศผลการดำเนินงาน 1Q18 ออกมามีผลขาดทุนปกติ 602 ลบ. (เราตัดรายการกำไรจากการตีราคาสินทรัพย์ใหม่ของ DIF ออก) ดีขึ้นจาก 4Q17 และ 1Q17 ที่ขาดทุนปกติ 1,027 และ 2,726 ลบ. ตามลำดับ โดยการฟื้นตัวมาจากทั้งรายได้ของ True Mobile ที่โตแกร่ง 10% Y-Y จากจำนวน Net Add ที่ยังปรับตัวเพิ่มขึ้น (True Mobile +412 แสนราย) และทำให้ Market Share ในแง่รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 27.6% ในไตรมาสนี้ ขณะที่ True Online มีรายได้เติบโตเด่น +29.2% Y-Y เช่นกัน นอกจากนี้ปัจจัยที่ทำให้มีผลขาดทุนปกติลดลงคือการควบคุมต้นทุนที่ดีมากขึ้น แม้จะเริ่มรับรู้ค่าเช่าบางส่วนจากการขายสินทรัพย์เข้า DIF รอบใหม่ใน 4Q17 โดย EBITDA เติบโตถึง 26.2% Y-Y และ EBITDA Margin ปรับตัวขึ้นเป็น 37% จาก 36.5% และ 31.6% ใน 4Q17 และ 1Q17 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
BDMS (BUY/18TP: 26), กำไร 1Q18 โตสูงกว่าเราและตลาดคาดมาก
(views 52)
กำไร 1Q18 สูงกว่าคาดอย่างน่าประทับใจ BDMS ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาที่ 2,919 ลบ. +43.5% Q-Q, +47.9% Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดมากถึง 15-20% โดยรายได้เติบโตสูง 7.2% Q-Q และ 15.3 % Y-Y ดีกว่าที่เราคาดเนื่องจากโรงระบาดที่มากในปีนี้ซึ่งแตกต่างจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างสิ้นเชิง ขณะที่การควบคุมต้นทุนทำได้ดีกว่าคาดมากเช่นกันทั้งต้นทุนทางตรงและ SG&A ส่งผลให้ได้ประโยชน์จาก Operating Leverage อย่างมีนัยยะและทำให้ EBITDA Margin พุ่งสูงขึ้นเป็น 24.7% ในไตรมาสนี้จาก 20.9% และ 21.8% ใน 4Q17 และ 1Q17 ตามลำดับ สูงสุดในรอบ 13 ไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
BGRIM (BUY/18TP: 32), กำไรปกติ 1Q18 โตตามคาด ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น
(views 57)
กำไรปกติ 1Q18 เพิ่ม 53.3% Q-Q, 21.6% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 723 ล้านบาท เพิ่ม 57.8% Q-Q, 6.4% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษ FX Gain เป็นกำไรปกติที่ 512 ล้านบาท ใกล้เคียงคาด เพิ่ม 53.3% Q-Q, 21.6% Y-Y จากการเริ่ม COD ของโรงไฟฟ้า ABPR3 (133 MW BGRIM ถือหุ้น 55%) ขายไฟให้กฟผ.ตั้งแต่ต้นเดือนก.พ. ที่ผ่านมา รายได้รวมเพิ่ม 5.1% Q-Q, 6.6% Y-Y กอปรกับค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง Q-Q ตามฤดูกาล และค่าใช้จ่ายทางการเงินบันทึกลดลง Q-Q
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
CPN (BUY/18TP: 93), กำไร 1Q18 เป็นไปตามคาด แนวโน้มธุรกิจยังมีทิศทางที่ดี
(views 57)
กำไร 1Q18 เป็นไปตามคาด CPN รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 2,822.3 ล้านบาท +16.4% Q-Q, +1.7% Y-Y เป็นไปตามเราและตลาดคาด ในไตรมาสนี้บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่คือคอนโด Escent เป็นไตรมาสแรก โดยมีการโอนของ Escent ระยองและเชียงใหม่บางส่วน คิดเป็นรายได้ 216 ล้านบาท หรือ 2.8% ของรายได้รวม ซึ่งสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ 37.5% ไม่ทิ้งห่างจากผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดมากนัก สำหรับธุรกิจหลักคือค่าเช่าศูนย์การค้า (88% ของรายได้รวม) +4.4% Q-Q, +7.3% Y-Y โดยรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากศูนย์การค้า 2 ใหม่ที่เปิดปลายปีก่อน คือ มหาชัยและนครราชสีมา แต่ยังถูกกระทบจากศูนย์เซ็นทรัลเวิลด์ที่ยังปรับปรุงพื้นที่ไม่แล้วเสร็จ (คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 3Q18) ส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรม (4% ของรายได้รวม) เติบโตดี +1.9% Q-Q, +5.7% Y-Y ตามฤดูกาล ในส่วนของรายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (6% ของรายได้รวม) ลดลง 16.9% Q-Q จาก high season ในไตรมาสก่อน แต่ +12.4% Y-Y ซึ่งถือว่าแข็งแกร่ง
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
CENTEL (BUY/18TP: 54), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดเล็กน้อย ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
(views 80)
กำไรปกติ 1Q18 โตแข็งแกร่ง CENTEL ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาที่ 883 ลบ. +100% Q-Q, 17.2% Y-Y ดีกว่าคาดเล็กน้อย รายได้เติบโตแข็งแกร่ง +8% ทั้ง Q-Q และ Y-Y ใกล้เคียงคาด จากทั้งธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร โดย Rev Par ของธุรกิจโรงแรมโต 4.4% Y-Y ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารแม้ Same Store Sales Growth จะติดลบ 0.6% แต่ชดเชยจากการเปิดสาขาใหม่และทำให้ Total System Sales Growth โต 7.9% Y-Y ขณะที่ฝั่งต้นทุนควบคุมได้ดีและได้ประโยชน์จาก Operating Leverage ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวขึ้นเป็น 27.2% ในไตรมาสนี้จาก 21.1% ใน 4Q17 แต่ลดลงเล็กน้อยจาก 27.9% ใน 1Q17 (ค่าเสื่อมราคาลดลง Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
EKH (BUY/18TP: 7), กำไร 1Q18 โตเด่นกว่าคาดเล็กน้อย คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 71)
กำไร 4Q17 แข็งแกร่งกว่าคาด EKH ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาที่ 22 ลบ. +1.1% Q-Q, +60.7% Y-Y ดีกว่าคาด 5% โดยรายได้เติบโตโดดเด่นตามคาด +3.9% Q-Q, +18.6% Y-Y จากโรคระบาดที่มากในปีนี้ทั้งไวรัสโรต้า โรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงโรคหลักอย่างไข้หวัดใหญ่และไข้เลือดออก ขณะที่ต้นทุนยังอยู่ภายใต้การควบคุมที่ค่อนข้างดีแม้จะเริ่มเปิดศูนย์ผู้มีบุตรยาก แต่โดยรวมไม่ได้เป็นตัวถ่วงผลการดำเนินงาน ขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ทำให้ได้ประโยชน์จาก Operating Leverage จากรายได้ที่โตแรง และส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวอย่างมีนัยยะเป็น 24.3% ในไตรมาสนี้จาก 23.9% และ 19.7% ใน 4Q17 และ 1Q17 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
ERW (BUY/18TP: 9), กำไร 1Q18 สวยหรู เป็น Top Pick ของกลุ่ม
(views 47)
กำไรปกติ 1Q18 สูงกว่าเราและตลาดคาด ERW ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาแข็งแกร่งอย่างน่าประทับใจที่ 286 ลบ. +77.3% Q-Q, +37.5% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด รายได้เติบโตอย่างโดดเด่น +12.2% Q-Q, +9.7% Y-Y จาก Rev Par ที่เติบโตดีในทุกระดับโรงแรม (รวมทุกโรงแรม ex. Hop Inn +8% Y-Y, Hop Inn +9% Y-Y) ตามทิศทางอุตสาหกรรมและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เป็นขาขึ้น ขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ทำให้ได้ประโยชน์จาก Operating Leverage อย่างมีนัยยะและทำให้ EBITDA Margin เพิ่มขึ้นเป็น 36.4% ในไตรมาสนี้จาก 31.9% และ 33.8% ใน 4Q17 และ 1Q17 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
ICHI (U.R./18TP: U.R.), กำไร 1Q18 ต่ำคาดมาก แนะนำชะลอการลงทุน
(views 45)
กำไร 1Q18 น่าผิดหวังต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 33 ล้านบาท (-64.5% Q-Q, -46.8% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 67 ล้านบาท) จากอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าคาด ถือเป็นกำไรที่ไม่สดใสนัก แม้รายได้ต่างประเทศจะเติบโตสูง 41% Y-Y เพราะมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน แต่ไม่สามารถชดเชยการหดตัวลงของรายได้ในประเทศที่ -22% Y-Y ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาสินค้า เพราะเริ่มถูกจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องชาเขียว และภาษีน้ำตาล ทำให้สัดส่วนของรายได้ในประเทศ : ส่งออกเปลี่ยนแปลงเป็น 73% : 27% จาก 83% : 17% สิ้น 1Q17 ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นน่าผิดหวังมากลดลงมาอยู่ที่ 17.1% จาก 24.7% ใน 4Q17 และ 23.7% ใน 1Q17 จากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับลดลง ทั้งที่เริ่มเข้าสู่ช่วงการทำโปรโมชั่นครั้งใหญ่ (1 มี.ค. - 9 พ.ค.) แต่เพราะปรับลดงบประมาณในการทำโปรโมชั่นลงราว 30% จากภาวะตลาดชาเขียวในประเทศที่ไม่สดใส
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
ITEL (BUY/18TP: 5.4), กำไร 1Q18 ออกมาตามคาด ส่วนใหญ่มาจากรายได้ต่อเนื่อง
(views 47)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 31 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 69% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 ออกมาตามคาดที่ 31 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 69% Y-Y โดยสาเหตุที่ทรงตัว Q-Q เพราะรับรู้งานติดตั้งโครงข่ายลดลง 32% Q-Q เหลือ 288 ล้านบาท ส่วนที่เพิ่มขึ้นสูง Y-Y มาจากรายได้บริการโครงข่ายและดาต้าเซ็นเตอร์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง จากทั้งการได้ลูกค้ารายใหม่, การเปิดให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 2, รวมถึงฐานรายได้ติดตั้งโครงข่ายที่ต่างกัน เพราะ 1Q17 ยังไม่มีโครงการใหญ่จากภาครัฐฯ เช่น เน็บชายขอบ โดยรายได้รวมลดลง 19% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 96% Y-Y อยู่ที่ 365 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 24.9% จาก 20% ใน 4Q17 เพราะสัดส่วนรายได้ให้เช่าโครงข่ายเพิ่มจาก 31% เป็น 40% แต่เมื่อเทียบกับ 1Q17 อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 28.9% เพราะช่วงนั้นมีการรับรู้งานติดตั้งโครงข่ายอัตรากำไรต่ำไม่มากนัก
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
M (BUY/18TP: 90), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด และคาดจะดีมากขึ้นใน 2Q18
(views 93)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดเล็กน้อย กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 632 ล้านบาท (15.8% Q-Q, 14.3% Y-Y) ดีกว่าคาดเล็กน้อย (เราคาดไว้ 603 ล้านบาท) ถือว่าทำได้ดี ส่วนหนึ่งมาจาก SSSG ที่ยังเป็นบวกได้ต่อเนื่อง +3% Y-Y จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และมีปริมาณลูกค้าเข้าร้านคึกคักมากขึ้น ทำให้ SSS สามารถเติบโตได้ทั้งในกทม. และต่างจังหวัด โดยมีการเปิดสาขาใหม่ 8 แห่งในไตรมาสนี้ได้แก่ 2MK, 5 Yayoi และ 1 Hakata แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย -2.2% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่เติบโตได้ 6.7% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังสามารถปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 68.5% เพิ่มขึ้นจาก 67.7% ใน 4Q17 และ 67.5% ใน 1Q17 แม้ราคาวัตถุดิบเป็ดจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ถูกหักล้างด้วยราคาหมูที่ปรับลดลง และสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 52.2% จาก 53.8% ใน 4Q17 เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายโบนัสพิเศษเหมือนในไตรมาสก่อน แต่ปรับขึ้นจาก 51.6% ใน 1Q17 จากค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่ และค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
MINT (BUY/18TP: 44), กำไร 1Q18 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
(views 49)
กำไรปกติ 1Q18 ต่ำกว่าคาด MINT ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาที่ 1,719 ลบ. +6.7% Q-Q, -10.7% Y-Y ต่ำกว่าคาด 8% ภาพรวมธุรกิจอาหารและค้าปลีกถือว่าทำได้ใกล้เคียงคาดทั้งรายได้และอัตรากำไร แต่สาเหตุที่กำไรต่ำกว่าคาดเกิดจาก Margin ที่ต่ำกว่าคาดในส่วนของธุรกิจโรงแรมและอสังหาฯ ซึ่งผู้บริหารให้ข้อมูลว่าเกิดจากการรวมงบการเงิน Corbin and King ที่ได้เข้าลงทุนตั้งแต่ปลายปีก่อนและการเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาตต (ซึ่งทำให้เราผิดหวังเล็กน้อย) นอกจากนี้สาเหตุที่ทำให้กำไรลดลง Y-Y เกิดจากผลของการแปลงค่างบการเงินจากค่าเงินบาททีแข็ง รวมถึงช่วงเวลาการโอนของธุรกิจอสังหาฯ โดยใน 1Q17 มีโอนวิลล่าโครงการ Anantara Layan ถึง 3 หลังมูลค่าเกือบ 1 พันลบ. ในขณะที่ไตรมาสนี้ไม่มี
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
ORI (BUY/18TP: 25.4), กำไร 1Q18 น่าประทับใจ ปรับประมาณการกำไรทั้งปีขึ้น
(views 97)
กำไรสุทธิ 1Q18 ดีกว่าเราและตลาดคาด +184% Y-Y ORI รายงานกำไรปกติ 1Q18 อยู่ที่ 489 ล้านบาท หดตัว 28% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่โตแรง 184% Y-Y ดีกว่าเราคาด 53% และตลาดคาดถึง 82% จาก GPM การขายอสังหาฯที่ทำได้ดีกว่าคาดเป็น 39.2% (จาก 33.6% ใน 4Q17) จาก GPM ของ Park24 เฟส 1 ที่ดีขึ้น ขณะที่ยอดโอนแตะระดับ 2 พันล้านบาท (-60% Q-Q แต่ +130% Y-Y) ใกล้เคียงคาด หนุนจากการโอนโครงการ Park24 เฟส 1 ต่อเนื่องราว 800 ล้านบาท และเริ่มโอนคอนโดใหม่อย่าง KnightsBridge ติวานนท์ มูลค่า 1.15 พันล้านบาท (Sold 72%) ประกอบกับมีรายได้จากการบริหารโครงการให้ NRED อยู่ที่ 408 ล้านบาท จากการเปิดคอนโดใหม่อย่าง KnightsBridge Space รัชโยธิน มูลค่า 2.7 พันล้านบาท ทั้งนี้ ยอด Presales 1Q18 อยู่ที่ 5.1 พันล้านบาท (+20% Q-Q, +255% Y-Y) คิดเป็น 25% ของเป้าทั้งปีที่ 2 หมื่นล้านบาท (+36% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
RS (BUY/18TP: 32), กำไร 1Q18 อ่อนลง Q-Q แต่โตสูง Y-Y ดีกว่าคาด 11%
(views 81)
กำไรสุทธิ 1Q18 อ่อนลง 7.5% Q-Q แต่โตสูง 116.9% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 102 ล้านบาท ลดลง 7.5% Q-Q แต่ยังเพิ่มสูง 116.9% Y-Y กำไรปกติ 107 ล้านบาท ลดลง 7.2% Q-Q แต่เพิ่ม 586.6% Y-Y เป็นกำไรมากกว่าคาด 11% ส่วนใหญ่จากค่าใช้จ่าย SG&A น้อยกว่าคาด กำไรอ่อนลง Q-Q จากภาษีจ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรเพิ่ม Y-Y ตามรายได้รวมเพิ่ม 28.9% แรงหนุนจากยอดขายธุรกิจ MPC (จากเดิมเรียก H&B โดยรวมสินค้าประเภท Home lifestyle) +24.4% Q-Q, +191.1% Y-Y ชดเชยรายได้ธุรกิจสื่อรวมทีวีดิจิตอล (ช่อง 8) ที่ลดลง 13.2% Q-Q, 31.0% Y-Y จากอัตราการใช้เวลาโฆษณาลดลง โดยได้รับผลกระทบจากตลาดโฆษณาสื่อทีวีที่ซบเซาลงในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส และบริษัทมีนโยบายไม่ขายโฆษณาโดยให้ส่วนลดมากๆ และใช้เวลาสื่อไปเพื่อการขายสำหรับธุรกิจ MPC
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
SAPPE (BUY/18TP: 29), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด ทำได้ดีสุดในกลุ่มเครื่องดื่ม
(views 55)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 117 ล้านบาท (+50% Q-Q, +138.8% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 87 ล้านบาท) จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่ 13 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 104 ล้านบาท (+44.4% Q-Q, +142% Y-Y) ถือเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่องได้น่าประทับใจดีสุดในกลุ่มเครื่องดื่ม โดยการเติบโตสูง Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน จากปัญหาการสต็อกสินค้าและเกิดเหตุน้ำท่วมที่อินโดนีเซีย ทำให้รายได้ส่งออกชะงักลงในปีก่อน ส่วนปีนี้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้ เติบโตดี 12.9% Q-Q และ 41.2% แม้จะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า แต่ด้วยรายได้ที่เติบโตดีทั้งส่งออกและการขายในประเทศ กอปรกับมีอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นมาอยู่ที่ 60% - 65% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นสามารถขยับขึ้นมาอยู่ที่ 39.4% (เราคาดที่ 37.5%) จาก 36.3% ใน 1Q17 และ 37.6% ใน 4Q17 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังควบคุมได้ดีอยู่ที่ 21.7% ลดลงจาก 24.9% ใน 4Q17 และ 26% ใน 1Q17 มีเพียงส่วนแบ่งจาก All Coco ที่พลิกเป็นขาดทุนราว -3 ล้านบาท จากกำไร 0.3 ล้านบาทใน 4Q17 มาจากค่าซ่อมแซมและปรับปรุงเครื่องจักรเฉพาะใน 1Q18 หลังจากนี้น่าจะได้เห็นพัฒนาการกำไรดีขึ้นต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
SC (BUY/18TP: 4.8), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด… มีแนวราบเป็นพระเอก
(views 48)
กำไร 1Q18 มาตามนัด โตก้าวกระโดด 244% Y-Y SC รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 เป็น 259 ล้านบาท หดตัว 53% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่โตแรง 244% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด 8% จากยอดโอนที่ทำได้มากกว่าคาด แตะระดับ 2.5 พันล้านบาท (-44% Q-Q แต่ +60% Y-Y) ส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของสินค้าแนวราบเป็นหลักอยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท (+93% Y-Y) สะท้อนถึงความสำเร็จจากการเน้นขายแนวราบระดับ Luxury ที่บริษัทถนัด และการปรับกลยุทธ์เริ่มขยายไปจับตลาด Mid-to-Low มากขึ้น ส่วนรายได้จากคอนโดหดตัว 31% Y-Y เนื่องจากไม่มีคอนโดใหม่ที่เริ่มโอนในไตรมาสนี้ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับที่ดีราว 36% เทียบกับ 34.4% ใน 4Q17 และ 39.5% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
MBAX (HOLD/18TP: 4.5), กำไร 1Q18 ออกมาต่ำคาดจากบาทแข็ง ปรับคำแนะนำเป็นถือ
(views 53)
กำไรสุทธิ 1Q18 เหลือเพียง 4 ล้านบาท ลดลง 65% Q-Q และ 75% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 4 ล้านบาท ลดลง 65% Q-Q และ 75% Y-Y รายได้รวมทำได้ 348 ล้านบาท ลดลง 20% Q-Q และลดลง 2% Y-Y ส่วนสำคัญมาจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นถึง 11% Y-Y เพราะ MBAX ผลิตและส่งออกโดยรับเงินในรูปของดอลล่าร์สหรัฐฯเกือบทั้งหมด ซึ่งถ้าหักผลกระทบจากบาทแข็งออก ปริมาณการขายยังเพิ่มขึ้น 9% Y-Y และด้วยต้นทุนเม็ดพลาสติกที่เพิ่มขึ้น จึงกดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 6.2% จาก 8.1% ใน 4Q17 และ 9.3% ใน 1Q17 ซึ่งหักล้างผลบวกของ Economy of scale จากการใช้กำลังการผลิตเต็มที่ไปทั้งหมด นอกจากนี้ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารแม้จะทำได้ดี โดยลดลง 5% Q-Q และ 0.4% Y-Y เหลือ 25 ล้านบาท แต่เพราะจ่ายเป็นเงินบาททั้งหมด (แต่รายรับเป็นดอลล่าร์สหรัฐฯ) เมื่อคิดเป็นต่อรายได้ จึงทำให้ SG&A/Sales เพิ่มขึ้นเป็น 7.2% จาก 6.0% ใน 4Q17 และ 7.1% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
AP (BUY/18TP: 9.7), กำไร 1Q18 โตเด่นตามคาด พร้อมเพิ่มเป้าเปิดโครงการใหม่
(views 44)
กำไรสุทธิ 1Q18 ออกมาดี +47% Y-Y AP รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 809 ล้านบาท เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด ลดลง 40% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ขยายตัวเด่น 47% Y-Y โดยมีแรงหนุนจากยอดโอนที่แตะระดับ 5.4 พันล้านบาท (-31% Q-Q แต่ +33% Y-Y) ซึ่งมาจากการเติบโตของแนวราบเป็นหลักที่ 4 พันล้านบาท (+58% Y-Y) จากการเน้นโอน และขายสินค้าที่ไปได้ดีทั้งโครงการที่ต่อเนื่องจาก 4Q17 และเริ่มโอน 2 โครงการใหม่ ส่วนยอดโอนคอนโดหดตัว 11% Y-Y เนื่องจากไม่มีการเริ่มโอนคอนโดใหม่ในไตรมาสนี้ ประกอบกับมีการจัดโปรโมชั่นลดราคาเพื่อระบายสต็อกของคอนโดต่างจังหวัด ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีที่ 35.3% จาก 32.8% ใน 1Q17 เนื่องจากโครงการใหม่มีมาร์จิ้นที่สูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
ASEFA (HOLD/18TP: 5.8), กำไร 1Q18 ลดลง Q-Q, Y-Y ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
(views 40)
กำไร 1Q17 ลดลง 12.1% Q-Q, 3.2% Y-Y กำไร 1Q18 ที่ 54 ล้านบาท ลดลง 12.1% Q-Q, 3..2% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล ตามปกติที่มีการรับรู้รายได้มากในช่วงครึ่งปีหลัง และค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น Y-Y จากการขยายการลงทุนด้านการตลาด รายได้รวมลดลง 11.1% Q-Q แต่เพิ่มเล็กน้อย 2.8% Y-Y Gross margin ที่ 23.4% ใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 23.5% แต่นับว่าต่ำลงจากรายไตรมาสในช่วงอดีตปี 2016 ที่ 24-25.6% จากการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจมากขึ้นตั้งแต่ต้นปีก่อน เนื่องจากการลงทุนโดยรวมขยายตัวช้า
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
BIG (BUY/18TP: 4.3), กำไร 1Q18 ตามคาด ชะลอเล็กน้อย แต่ดีกว่าค่าเฉลี่ยปีก่อน
(views 87)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 210 ล้านบาท ตามที่เราคาด กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 210 ล้านบาท ลดลง 15% Q-Q และ 12% Y-Y ตามที่เราคาด จากผลของกำลังซื้อที่ชะลอตัวในช่วงต้นปี เพราะถูกดึงไปล่วงหน้าจากมาตรการช้อปช่วยชาติ และความต้องการกล้อง Mirrorless ที่มาเร่งในช่วงปลายปี 2017 หลังจากทรุดตัวมาเกือบตลอดทั้งปี ทำให้ BIG ต้องจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วง ม.ค.-ก.พ. 18 ส่งผลให้รายได้รวมพลิกมาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3% Y-Y อยู่ที่ 1,642 ล้านบาท แต่กดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 30.5% จาก 31.9% ใน 4Q17 และ 32.1% ใน 1Q17 ขณะเดียวกัน ก็ส่งผลให้ SG&A/Sales เพิ่มขึ้นเป็น 14.7% จาก 14.6% ใน 4Q17 และ 13.4% ใน 1Q17 อย่างไรก็ตาม พัฒนาการเชิงบวกที่เห็นในไตรมาสนี้คือ ยอดรีเบทกลับมาอยู่ในระดับ 200 ล้านบาท/ไตรมาสอีกครั้ง หลังจากลดลงเหลือเพียง 150-170 ล้านบาท/ไตรมาศใน 1Q-3Q17 และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่พลิกเป็นบวก แม้จะมีการสต็อกสินค้ามากขึ้นก็ตาม
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
BJC (HOLD/18TP: 61), กำไร 1Q18 ดีตามคาด
(views 52)
กำไร 1Q18 ทำได้ดีเท่ากับคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 1,445 ล้านบาท (-22.4% Q-Q, +49.7% Y-Y) หากไม่รวมกำไรจากการขายเงินลงทุน 191 ล้านบาท (สุทธิภาษี) และขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 58 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,312 ล้านบาท (-24.2% Q-Q, +29.1% Y-Y) เท่ากับคาด (เราคาดไว้ 1,314 ล้านบาท) กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล ส่วนกำไรที่เติบโตดี Y-Y มาจากการเติบโตในทุกธุรกิจ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
BLA (SELL/18TP: 37.5), ความเสี่ยงทางธุรกิจเพิ่มขึ้น
(views 92)
แม้ว่า BLA รายงานกำไร 1Q18 ดีกว่าคาด แต่คาดว่าน่าจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีและไตรมาสที่เหลือจะไม่สดใสนัก เราจึงคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 3.7 พันลบ. +2%Y-Y โดยมีความเสี่ยงรายได้เบี้ยประกันรับที่เกิดขึ้นจากตารางมรณะใหม่และช่องทางการขายประกันผ่านธนาคารที่ค่อยชะลอตัวลง คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 37.50 บาท ราคาขึ้นมาเรามองเป็นโอกาสขาย (เดิม ถือ)
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
CMO (BUY/18TP: 3), งบ 1Q18 ตามคาด พลิกเป็นขาดทุนตามภาวะปกติ
(views 73)
ผลประกอบการ 1Q18 ออกมาตามคาด พลิกเป็นขาดทุนปกติ รายได้รวมค่อนข้างทรงตัว Y-Y แต่ลดลง 31% Q-Q ตามฤดูกาลเหลือ 307 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 21.2% จาก 29.4% ใน 4Q17 และ 22.0% ใน 1Q17 ขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 16.7% จาก 12.4% ใน 4Q17 และ 15.3% ใน 1Q17 สาเหตุหลักมาจากฐานการรับรู้งานที่ต่างกัน โดย 1Q17 เป็นช่วงที่ได้งานใหญ่จากภาครัฐฯ ซึ่งเป็นงานที่จบเร็วจึงไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดมากนัก ต่างจากปีนี้ที่ส่วนใหญ่เป็นงานของภาคเอกชน อีกทั้ง ผลขาดทุนในบริษัทร่วม CMO Show Corp. ก็เพิ่มขึ้น Y-Y ราว 3 ล้านบาทด้วย ส่งผลให้มีผลประกอบการเป็นขาดทุนสุทธิ 3 ล้านบาท จากที่มีกำไรสุทธิ 7 ล้านบาทใน 1Q17 อย่างไรก็ตาม ภาวะขาดทุนเล็กน้อยในไตรมาส 1 ของทุกปิ ถือเป็นเรื่องปกติของ CMO โดยช่วงทำกำไรหลักๆจะเป็นไตรมาส 4 เราจึงไม่ได้มองลบกับผลประกอบการที่ออกมา ส่วนเมื่อพิจารณาจากงบเดี่ยว จะเห็นว่า CMO มีตั้งด้อยค่าเงินลงทุนใน CMO Show Corp. ไปอีก 12 ล้านบาท รวมตั้งไปแล้วทั้งหมด 30 ล้านบาท จากเงินลงทุนทั้งสิ้น 55 ล้านบาท คงเหลือความเสี่ยงที่จะต้องถูกตั้งในปีนี้อีกราว 25 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
CPALL (BUY/18TP: 98), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด และจะดีขึ้นต่อในช่วงที่เหลือของปี
(views 53)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 5,417 ล้านบาท (-2% Q-Q, +13.7% Y-Y) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายทางภาษีจากการขายหุ้น MAKRO (Non-recurring item) ที่ 114 ล้าน จะมีกำไรปกติเท่ากับ 5,530 ล้านบาท (ทรงตัว Q-Q, +16.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 5,688 ล้านบาท) ถือว่าทำได้ดี แม้กำไรของ MAKRO จะเท่ากับ 1,628 ล้านบาท
(-13% Q-Q, ทรงตัว Y-Y) แต่ด้วยผลงานของธุรกิจ 7-11 ที่ดี โดยมี SSSG เป็นบวกต่อเนื่องที่ +5.6% Y-Y ส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการปรับขึ้นราคาบุหรี่และแอลกอฮอล์ และมีการเปิดสาขาใหม่ที่ 265 แห่ง ทำให้รายได้รวมทรงตัว Q-Q (ตามฤดูกาล) และ +9.1% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ที่ 22.2% ปรับขึ้นเล็กน้อยจาก 22% ใน 1Q17 แต่ปรับลงจาก 22.6% ใน 4Q17 เป็นผลจาก Product Mix โดยมีการขายสินค้ามาร์จิ้นต่ำเพิ่มขึ้น สำหรับสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 18.9% ใกล้เคียง 18.8% ใน 1Q17 แต่ลดลงจาก 19.7% ใน 4Q17 จากปัจจัยฤดูกาลและไม่มีค่าใช้จ่ายจาก Stamp Promotion เหมือนไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
EA (BUY/18TP: 47), กำไรปกติ 1Q18 แตะพันล้านตามนัด จะนิวไฮอีกครั้งใน 4Q18
(views 85)
กำไรปกติ 1Q18 แตะพันล้านบาทเป็นไตรมาสแรก กำไรสุทธิ 1Q18 ของ EA 1,947 ล้านบาท มีรายการพิเศษเป็นกำไรทางบัญชี 888 ล้านบาทจากสถานะของ Amita Tehnologies ที่เปลี่ยนจากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยหลัง EA เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น (จาก 50.69% เป็น 69.99%) หากไม่รวมรายการดังกล่าว ธุรกิจหลักมีกำไรปกติ 1,028 ล้านบาท +14.9% Q-Q, +8.6% Y-Y ใกล้เคียงคาด และเป็นกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แตะหลักพันล้านบาทเป็นไตรมาสแรก จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ทยอย COD เข้ามาในปีก่อน ทำให้ปัจจุบัน EA มีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 404MW แบ่งเป็นโซลาร์ 278MW และพลังงานลม 126MW
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
FTE (HOLD/18TP: 3.15), กำไร 1Q18 น่าผิดหวังมาก ปรับเป้าลง และลดคำแนะนำเป็นถือ
(views 48)
กำไรสุทธิ 1Q18 ทำได้เพียง 17 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดที่ 28 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 17 ล้านบาท ลดลงถึง 54% Q-Q และ 39% Y-Y ต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ 28 ล้านบาทอยู่มาก สาเหตุหลักไม่ได้มาจากรายได้ เพราะลดลงเพียง 12% Q-Q และ 5% Y-Y อยู่ที่ 221 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับที่เราคาด แต่เป็นเพราะอัตรากำไรขั้นต้นที่ทรุดตัวหนักเหลือเพียง 21.2% ต่ำกว่าคาดการณ์การของเราที่ 27.5% และต่ำกว่า 28.4% ใน 4Q17 และ 24.4% ใน 1Q17 เนื่องจากรับรู้งานโครงการได้น้อย และงานขายอุปกรณ์งวดนี้ขายผ่านตัวแทนเป็นส่วนใหญ่ ต่างจากปีก่อนที่ขายผ่านเจ้าของโครงการ นอกจากนี้ การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังทำได้แย่ลง โดย SG&A/Sales เพิ่มขึ้นเป็น 13.4% จาก 12.1% ใน 4Q17 และ 11.4% ใน 1Q17 เพราะค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นเงินเดือนพนักงาน ซึ่งไม่ได้ผันแปรโดยตรงกับรายได้ที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
GLOBAL (BUY/18TP: 19), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ
(views 92)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 566 ล้านบาท (+62.2% Q-Q, 16.9% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 489 ล้านบาท) มาจากทั้งรายได้, อัตรากำไรขั้นต้น และรายได้อื่นที่ดีกว่าคาด ถือว่าเป็นการเติบโตสอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ โดย SSSG เติบโตได้ +6.8% Y-Y เป็นบวกไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน และรับรู้รายได้สาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ส่วน 1Q18 ไม่มีการเปิดสาขาใหม่ ทำให้รายได้รวมเติบโตสูงถึง 20.1% Q-Q และ 20% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังทำได้ดีต่อเนื่องอยู่ที่ 20.7% เพิ่มขึ้นจาก 19.9% ใน 4Q17 และลดลงเล็กน้อยจาก 21% ใน 1Q17 ถือว่าดีกว่าที่เราคาดไว้ที่ 20% และรายได้อื่นเติบโตสูง 43.6% Q-Q, 35.9% Y-Y (สูงกว่าคาด 35%) เพราะมีรายได้ค่าเช่าศูนย์กระจายสินค้าที่เก็บจากคู่ค้าของบริษัท แม้ไตรมาสนี้จะเริ่มเปลี่ยนแปลงขยายประมาณการอายุการใช้งานของอาคารจาก 20 ปี เป็น 30 ปี ทำให้ค่าเสื่อมราคาปรับลดลงราว 24 ล้านบาทต่อไตรมาส แต่ค่าใช้จ่ายยังปรับตัวสูงขึ้น 6% Q-Q และ 27.1% Y-Y จากทั้งค่าใช้จ่ายเตรียมเปิดสาขาใหม่ในไทยและสาขาแรกที่กัมพูชา ทั้งนี้ด้วยรายได้ที่เติบโตดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงอยู่ที่ 12.9% ใน 14.7% แต่ปรับขึ้นจาก 12.2% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
INTUCH (BUY/18TP: 67.5), กำไร 1Q18 ตามคาด จุดเด่นยังคือความ “ถูก”
(views 57)
กำไร 1Q18 ออกมาตามคาด INTUCH ประกาศกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 3,640 ลบ. +107.5% Q-Q, +16.7% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษจากการขายหุ้น CSL ของ THCOM ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 3,177 ลบ. +2% Q-Q, +2.9% Y-Y ซึ่งเป็นไปตามที่เราคาด การเติบโตหลักๆยังคงขับเคลื่อนจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่เพิ่มขึ้นจากพัฒนาการด้านความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น สังเกตได้จากการอุดหนุนราคาเครื่องที่ลดลงแต่ Net Add ติดลบน้อยลงอย่างมีนัยยะ ส่วน THCOM ยังคงเป็นตัวถ่วงโดยไตรมาสล่าสุดพลิกมาขาดทุนปกติเล็กน้อย และภาวะอุตสาหกรรมและธุรกิจยังอยู่ในช่วงที่ท้าทายและต้องปรับตัว
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
LPH (HOLD/18TP: 7), กำไรแย่กว่าคาด ปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
(views 46)
กำไรปกติ 1Q18 น่าผิดหวัง LPH ประกาศกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 75 ลบ. +13.4% Q-Q, +59.9% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์ออก กำไรปกติจะอยู่ทีเพียง 29 ลบ. +6.1% Q-Q, -24.1% Y-Y และต่ำกว่าคาดถึง 20% แม้รายได้จะเติบโตในระดับที่ดี +4.9% Q-Q, +10.7% Y-Y แต่ต้นทุนปรับตัวขึ้นในอัตราที่สูงกว่าเนื่องจากการเปิดให้บริการอาคารศูนบ์แพทย์เฉพาะทางใหม่และแผนขยายธุรกิจแล็บของ AMARC ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรรวมถึงค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ Norm Profit Margin หดตัวเหลือเพียง 7.7% ในไตรมาสนี้จาก 11.2% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
ROBINS (BUY/18TP: 78), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด
(views 91)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 762 ล้านบาท (-7.1% Q-Q, +7.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 795 ล้านบาท) กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล ส่วนสาเหตุที่กำไรเติบโต Y-Y มาจาก SSSG ที่พลิกฟื้นเป็นบวกที่ +1.8% Y-Y ถือเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส ส่วนหนึ่งมาจากฐานต่ำ และการฟื้นตัวของกำลังซื้อในต่างจังหวัด กอปรกับรับรู้รายได้ของสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 3.8% Y-Y ในขณะที่บริษัทสามารถปรับ Product Mix ได้ตามเป้าหมาย ด้วยการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand มาอยู่ที่ 10.7% ของรายได้รวม จาก 10.1% ใน 1Q17 ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 25.5% จาก 25.2% ใน 4Q17 และ 25.3% ใน 1Q17 และอัตราการเติบโตของรายได้ค่าเช่ายังทำได้ดีอยู่ที่ +11.8% Y-Y จากสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน สำหรับค่าใช้จ่ายยังคงปรับตัวสูงขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 29.9% จาก 29% ใน 4Q17 และ 29.1% ใน 1Q17 ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอยู่ที่ 131 ล้านบาท (ทรงตัว Q-Q, -11% Y-Y) หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุนของ Power Buy ในปีก่อนราว 35 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมไตรมาสนี้จะโต 17% Y-Y โดย Super Sport ยังมีผลงานดีต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
RSP (BUY/18TP: 8.4), กำไร 1Q18 ตามคาด น่าจะดีต่อใน 2Q18 และ 4Q18
(views 84)
กำไร 1Q18 ฟื้นตัวต่อเนื่องใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 61 ล้านบาท (+5.1% Q-Q, -23.8% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 63 ล้านบาท) กำไรที่ลดลง Y-Y มาจากฐานที่สูงในปีก่อน ส่วนกำไรที่ฟื้นตัว Q-Q ได้ต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์กำลังซื้อที่ดีขึ้น โดยมีรายได้ในไตรมาสนี้ค่อนข้างทรงตัว Q-Q ทั้งที่ 4Q ถือเป็น High Season ของธุรกิจ และถึงแม้บริษัทจะหยุดผลิตสินค้าแบรนด์ Converse และหันไปนำเข้าทั้งหมดตั้งแต่เดือน ม.ค. 2018 ที่ผ่านมา (ส่วนโรงงานไว้ผลิต Pony เป็นหลัก) ซึ่งต้นทุนการนำเข้าจะสูงกว่าการผลิตเองอยู่แล้ว แต่ด้วยการปรับ Product Mix ต่อเนื่อง กอปรกับได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทแข็งค่า สะท้อนให้เห็นในอัตรากำไรขั้นต้นยังทำได้ดีต่อเนื่องอยู่ที่ระดับ 54.6% เพิ่มขึ้นจาก 53.8% ใน 4Q17 และ 53.5% ใน 1Q17 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 30.9% จาก 33.4% ใน 4Q17 แต่เพิ่มขึ้นจากฐานที่ต่ำใน 1Q17 ซึ่งอยู่ที่ 25.4%
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
SAT (BUY/18TP: 24.1), กำไร 1Q18 ออกมาดีกว่าคาด ตามภาวะอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัว
(views 73)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 235 ล้านบาท ดีกว่าคาด 20% กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 235 ล้านบาท ลดลง 16% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่เพิ่มขึ้น 38% Y-Y ตามอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ฟื้นตัว โดยยอดผลิตรถยนต์ 1Q18 อยู่ที่ 539,690 คัน เพิ่มขึ้น 6% Q-Q และ 11% Y-Y และยอดผลิตเครื่องจักรการเกษตรที่เพิ่มขึ้น 24% Y-Y รายได้รวมลดลง 14% Q-Q และ 5% Y-Y เหลือ 1,991 ล้านบาท จากการโอนธุรกิจผลิตสปริงไปที่บริษัทร่วม (MSA) ทำให้ต้องเปลี่ยนมารับรู้เป็นส่วนแบ่งกำไรแทน ซึ่งเพิ่มขึ้น 23% Q-Q และ 30% Y-Y อยู่ที่ 29 ล้านบาท เมื่อรวมกับผลของ Economy of scale ตามการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น และแผนการควคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 18.2% จาก 14.2% ใน 4Q17 และ 15.9% ใน 1Q17 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดีต่อเนื่อง โดยคิดเป็น 7.6% ของรายได้รวม ลดลงจาก 7.9% ใน 4Q17 และ 8.0% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
SEAFCO (HOLD/18TP: 9.1), กำไร 1Q18 ตามคาด และจะขยายตัวเด่นตั้งแต่ 2Q18
(views 77)
กำไรปกติ 1Q18 โต 32% Q-Q และทรงตัว Y-Y จากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น SEAFCO รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 52.4 ล้านบาท (-22% Q-Q, -14% Y-Y) แต่หากตัดรายการพิเศษจากการขายเครื่องจักรใน 1Q17 และ4Q17 กำไรปกติจะเติบโต 32% Q-Q และทรงตัว Y-Y เป็นไปตามที่เราคาด แม้รายได้จะหดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y เนื่องจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้าของรถไฟฟ้าสายสีส้ม และอยู่ระหว่างเคลื่อนย้ายเครื่องจักรเข้าทำเข็มทดสอบหลายโครงการ อย่างไรก็ตาม กำไรปกติที่เติบโตได้มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยเป็น 21.9% จาก 20.4% ใน 4Q17 และ 16.6% ใน 1Q17 เนื่องจากมีการส่งมอบงานที่รับเฉพาะค่าแรงเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
SVI (BUY/18TP: 4.9), กำไร 1Q18 ลดลงแรง เป็นไปในทิศทางเดียวกับกลุ่ม
(views 67)
กำไร 1Q18 ลดลงแรง กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 64 ล้านบาท (-42.9% Q-Q, -63.2% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 12 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 77 ล้านบาท (-49.3% Q-Q, -38.4% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 6% (เราคาดไว้ 82 ล้านบาท) สิ่งที่ดีคือ คำสั่งซื้อที่แข็งแกร่ง ทำให้รายได้สกุล USD เติบโต +4% Q-Q และ +25.3% Y-Y เป็น US$104 ล้าน แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าได้ ทำให้รายได้สกุลบาททรงตัว Q-Q และโต 13% Y-Y ในขณะที่ยังมีวัตถุดิบต้นทุนแพงใช้อยู่จากที่สต็อกไว้ในปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ และผลจากบาทแข็งค่า ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 7.1% จาก 8.6% ใน 4Q17 และ 9.2% ใน 1Q17 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายควบคุมได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเป็น 4.9% จาก 6.3% ใน 4Q17 และ 5.2% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
BEAUTY (SELL/18TP: 20.5), กำไร 1Q18 ต่ำคาด จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้น
(views 96)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 282 ล้านบาท ลดลง 31% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 41% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 282 ล้านบาท ลดลง 31% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 41% Y-Y ต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ระดับ 300 ล้านบาท SSSG ยังเพิ่มขึ้นดี 18.4% Y-Y แต่ชะลอจาก 25.9% ใน 4Q47 และมีการเปิดสาขาเพิ่ม 19 แห่งเป็น 380 สาขา อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 67.7% ทรงตัวจาก 67.4% ใน 4Q17 และ 66.7% ใน 1Q17 แต่ด้วยค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นมาก ตามการเพิ่มพนักงานและขยายสาขา ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 31.4% จาก 37.4% ใน 4Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
MGT (BUY/18TP: 3), กำไร 1Q18 ออกมาใกล้เคียงคาด และประกาศ M&A
(views 38)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% Q-Q และ 18% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% Q-Q และ 18% Y-Y จากรายได้ที่โต 7% Q-Q อยู่ที่ 145 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบ Y-Y ลดลง 9% ตัวแปรที่หนุนกำไรอย่างมากคืออัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 31.8% จาก 29.9% ใน 4Q17 และ 28.5% ใน 1Q17 จากผลบวกของเงินบาทแข็ง ซึ่งหักล้างกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวขึ้นเป็น 19.6% ของรายได้รวม จาก 15.8% ใน 4Q17 และ 17.9% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
ADB (BUY/18TP: 2.3), กำไร 1Q18 ตามคาด แนวโน้มจะดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี
(views 36)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 9 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิใน 1Q17 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6% Q-Q แต่ลดลง 3% Y-Y อยู่ที่ 353 ลบ. ที่รับรู้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพีวีซีคอมปาวด์ที่ใช้ในสายไฟ ขณะที่ ตลาดส่งออกกาวและยาแนวยังชะลอต่อเนื่องจากผลของเงินบาทแข็งอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 15.2% จาก 17.6% ใน 4Q17 เพราะกลุ่มกาวและยาแนวมีอัตรากำไรต่ำลงตามกำลังการผลิตที่ลดลง แต่เพิ่มขึ้นจาก 14.7% ใน 1Q17 จากการใช้กำลังการผลิตของพีวีซีคอมปาวด์ได้เต็มที่ และการควบคุมต้นทุนเม็ดพลาสติกได้ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยปีก่อนที่ 13.2% ของรายได้รวม โดยอยู่ที่ 12.9% เพิ่มขึ้นจาก 11.6% ใน 4Q17 แต่ลดลงจาก 13.6% ใน 1Q17 ส่งผลให้ไตรมาสนี้พลิกมามีกำไรสุทธิ 9 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 0.3 ล้านบาทใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
ADVANC (BUY/18TP: 220), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดเล็กน้อย ราคาปรับลงเป็นโอกาส “ซื้อ”
(views 85)
โดยรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ใน 1Q18 เติบโต 1.6% Q-Q และ 5.7% Y-Y ดีกว่าคาดเล็กน้อย แต่ยังตำกว่า Guidance ผู้บริหารทั้งปีที่คาด +7-8% Y-Y โดยได้อานิสงส์บางส่วนจากการควบรวม CSL นอกจากนี้ Net Add ของธุรกิจมือถือมีพัฒนาการดีขึ้นชัดเจนโดยติดลบเพียง 5.5 พันรายแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น ส่วน Handset Margin ติดลบลดลงเหลือ 1.1% จากการเลือกอุดหนุนเฉพาะกลุ่มและแสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่ชะลอลงบ้าง ขณะที่ฝั่งต้นทุนโดยรวมควบคุมได้ดีกว่าคาดจากการลงทุนที่ชะลอตัวและน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวขึ้นเป็น 46.4% ในไตรมาสนี้จาก 45.1% และ 44.8% ใน 4Q17 และ 1Q17 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
BEM (BUY/18TP: 10), กำไรปกติ 1Q18 โตดีตามคาด แต่มี One-time expense
(views 83)
กำไรปกติ 1Q18 ขยายตัว +6% Q-Q, +15% Y-Y BEM รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 เป็น 736 ล้านบาท (-3% Q-Q แต่ +5% Y-Y) หากหักรายการพิเศษจากค่าธรรมเนียมการชำระหนี้ก่อนกำหนดของเงินกู้ราว 112 ล้านบาท และกำไรจากการขายเงินลงทุนราว 42 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 806 ล้านบาท (+6% Q-Q, +15% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด โดยกำไรที่โตทั้ง Q-Q และ Y-Y มีแรงหนุนมาจาก 1) รายได้รวม +2% Q-Q, +4% Y-Y อยู่ที่ 3.9 พันล้านบาท จากการเติบโตของทั้ง 3 ธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจทางด่วนจากการขยายตัวของปริมาณรถบนทางด่วนศรีรัชรอบนอก และธุรกิจรถไฟฟ้าภายหลังการเชื่อมสายสีม่วง-น้ำเงิน 2) อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนที่ 39.2% เทียบกับ 37.8% ใน 1Q17 จากค่าตัดจำหน่ายที่ลดลงตามการขยายอายุสัมปทานรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน 3) ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมอย่าง CKP และ TTW เติบโตดีที่ 96 ล้านบาท (-6% Q-Q แต่ +33% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
CHG (BUY/18TP: 2.5), หากไม่ลงทุนวันนั้น... ก็คงไม่มีวันนี้
(views 88)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดอย่างน่าประทับใจ CHG ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ที่ 193 ลบ. +54% Q-Q, +26.6% Y-Y ดีกว่าคาดถึง 16% โดยรายได้เติบโตสูงถึง 15.3% Y-Y โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเงินสดที่เพิ่มขึ้นถึง 31.1% Y-Y จากโรคระบาดที่มากกว่าปีก่อนอย่างมีนัยยะและการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัว ซึ่งชดเชยรายได้จากประกันสังคมที่ชะลอตัว 5.5% Y-Y ได้ทั้งหมด ขณะที่ฝั่งต้นทุนควบคุมได้ดีเยี่ยมทั้งต้นทุนทางตรงและ SG&A ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นอย่างมีนัยยะเป็น 28.4% ในไตรมาสนี้จาก 22.3% และ 26.8% ใน 4Q17 และ 1Q17 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
FSMART (HOLD/18TP: 10.5), กำไร 1Q18 กลับมาเพิ่มขึ้นตามคาด แต่มีปัจจัยเสี่ยงระยะยาว
(views 80)
กำไร 1Q18 เพิ่ม 18.5% Q-Q, 10.1% Y-Y ใกล้เคียงคาด กำไร 1Q17 ที่ 145 ล้านบาท กลับมาเพิ่ม 18.5% Q-Q, 10.1% Y-Y กำไรเพิ่ม Q-Q จาก Gross margin ดีขึ้นเป็น 21.8% จากไตรมาสก่อนที่ต่ำเพียง 20.8% จาก (1) ต้นทุนบริการชะลอตัวกว่าคาด ชดเชยรายได้บริการที่โตน้อยกว่าคาด +0.5% Q-Q, (+15.5% Y-Y) แม้มูลค่าใช้บริการผ่านตู้บุญเติม +3.3% Q-Q, (+30.3% Y-Y) และค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง 24.0% จากไตรมาสก่อนที่สูงเป็นพิเศษ กำไรเพิ่ม Y-Y สวนใหญ่จากรายได้อื่นเพิ่มและภาษีจ่ายลดลง 13.7% Y-Y จากสิทธิประโยชน์ททางภาษีจากการลงทุนขยายตู้
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
MAJOR (HOLD/18TP: 28.5), กำไรปกติ 1Q18 ลดลง Y-Y ดีกว่าเราคาดแต่ใกล้ตลาดคาด
(views 74)
กำไรปกติ 1Q18 ฟื้นแรง Q-Q แต่ลดลง 13.4% Y-Y MAJOR ประกาศกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 284 ล้านบาท เพิ่ม 280.6% จากฐานต่ำในไตรมาสก่อน ที่มีผลกระทบจากงานพระราชพิธี 1 เดือน และเพิ่ม 8.6% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษกำไรจากขายเงินลงทุนล๊อตสุดท้ายใน PVR 136 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติ 148 ล้านบาท เพิ่ม 685.7 Q-Q แต่ลดลง 13.4% Y-Y นับว่าหดตัว Y-Y น้อยกว่าเราคาด (ที่ 115 ล้านบาท) ส่วนใหญ่จาก Gross margin สูงกว่าคาด และกำไรรับรู้จากบริษัทร่วมมากกว่าคาด ทั้งนี้ รายได้รวม +5.0% Q-Q แต่ -8.6% Y-Y จากรายได้ตั๋วหนัง (สัดส่วนรายได้ 53%) +13.6% Q-Q แต่ -11.6% Y-Y รายได้โฆษณา (สัดส่วนรายได้ 15%) -10.1% Q-Q, -4.3% Y-Y แม้รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหาร (สัดส่วนรายได้ 19%) +9.9% Q-Q, +3.0% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
MALEE (HOLD/18TP: 20), กำไร 1Q18 แย่กว่าคาด
(views 40)
กำไร 1Q18 คาดว่าแย่แล้ว ออกมาแย่กว่ามาก กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 9 ล้านบาท (-67.9% Q-Q, -92.4% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 19 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรที่อ่อนแอมากและเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 10 ปี ตั้งแต่ 2Q09 แม้จะปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพน้ำมะพร้าวแล้วเสร็จตั้งแต่ปลายปีก่อน แต่ยังไม่สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการของธุรกิจน้ำมะพร้าวได้ เพราะได้สูญเสียลูกค้าบางส่วนไป ทำให้ยังคงต้องใช้เวลาในการหาลูกค้าใหม่และดึงลูกค้าเดิมกลับมา อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจอื่นๆก็ไม่สดใสนัก ทั้งการส่งออกภายใต้แบรนด์ของตนเอง เพราะปีก่อนมีฐานสูงจากลูกค้าน้ำมะพร้าวรายหนึ่งแต่ปีนี้ไม่มี และได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า รวมถึงธุรกิจแบรนด์ในประเทศค่อนไปในทางทรงตัวตามภาวะอุตสาหกรรม มีเพียงธุรกิจ CMG ในประเทศที่ดูสดใสต่อเนื่อง เพราะมีลูกค้าใหม่เพิ่ม 2 ราย แต่ยังไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของธุรกิจอื่นได้ ทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้ -11.1% Q-Q, -10.2% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงแรงต่อเนื่องเป็น 24.9% จาก 26.3% ใน 4Q17 และ 31.3% ใน 1Q17 ต่ำสุดในรอบ 35 ไตรมาส เพราะมีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรผลิตขวด PET ไลน์ใหม่ ซึ่งการผลิตยังไม่ได้ระดับที่มีประสิทธิภาพ ยังมีอัตราของเสียสูง
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
MTC (BUY/18TP: 51), สาขาครบตั้งแต่ต้นปี สะท้อนกลยุทธเชิงรุก
(views 283)
MTC รายงานการเปิดสาขาครบ 2,800 สาขาแล้วในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา เร็วกว่าที่คาดและเท่ากับเป้าหมายทั้งปีที่กำหนดไว้แล้ว สะท้อนมุมมองความต้องการสินเชื่อ consumer finance ที่ยังเข้มข้น แนวโน้ม 2Q18 คาดกำไรจะทำจุดสูงสุดต่อเนื่องที่ราว 850-860 ลบ. +2-3%Q-Q, +50%Y-Y การปล่อยสินเชื่อคาดว่าจะเติบโตตามเป้าหมายที่ 40-50%Y-Y เนื่องจากเป็นช่วงเปิดเทอม และการเร่งเปิดสาขาในช่วงต้นปี ก่อนหน้านี้ MTC มีความกังวลต่อกฏระเบียบภาครัฐ ซึ่งหลายประเด็นคลี่คลายไปในเชิงบวก เราคงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสม 51 บาท
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
TACC (BUY/18TP: 6), ผ่านกำไรต่ำสุดใน 1Q18 แล้ว
(views 76)
กำไร 1Q18 ไม่สดใสตามคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 16 ล้านบาท (-51.5% Q-Q, -38.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 15 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรที่ไม่ดีนัก เพราะได้รับผลกระทบจากภาษีน้ำตาลในประเทศ ในขณะที่การปรับสูตรน้ำตาลน้อยเพิ่งได้รับอนุมัติแล้วเสร็จในช่วง 2Q18 กอปรกับการแข่งขันในกัมพูชารุนแรงขึ้นมาก ทำให้การขายในกัมพูชาเผชิญความยากลำบากมากขึ้น และต้องมีการปรับลดราคาสินค้า กระทบต่อไปยังรายได้และอัตรากำไรในกัมพูชา ส่งผลให้รายได้รวมในไตรมาสนี้ลดลง 21.7% Q-Q และทรงตัว Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงมาอยู่ที่ 25.6% จาก 27.7% ใน 4Q17 และ 31.9% ใน 4Q17 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 19.2% จาก 16.6% ใน 4Q17 แต่ลดลงจาก 21.8% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
SVOA (BUY/18TP: 2.9), กำไร 1Q18 เพิ่มขึ้น Y-Y แต่ลดลง Q-Q จากฐานที่สูงใน 4Q17
(views 74)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 33 ล้านบาท ลดลง 49% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 7% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 33 ล้านบาท ลดลง 49% Q-Q จากฐานที่สูงใน 4Q17 เพราะยังมีการบันทึกกำไรจากการลดสัดส่วนการถือหุ้นใน LIT อีกบางส่วน แต่เมื่อเทียบ Y-Y กำไรสุทธิโต 7% แม้รายได้รวมจะลดลง 5% Q-Q และ 6% Y-Y เหลือ 2,103 ล้านบาท ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 10.2% จาก 13.5% ใน 4Q17 และ 12.5% ใน 1Q17 แต่เพราะบริษัทลูกทำกำไรได้ดีขึ้น โดยเฉพาะ IT จึงทำให้บันทึกรับส่วนแบ่งเงินลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 26% Q-Q และ 35% Y-Y อยู่ที่ 21 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
PT (BUY/18TP: 8.8), กำไร 1Q18 ออกมาดีกว่าคาด จากงานวางระบบให้แบงก์
(views 87)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 44 ล้านบาท ลดลง 52% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลของการปิดงานด้านไอทีที่มักเร่งให้จบก่อนหยุดยาวสิ้นปี แต่เมื่อเทียบ Y-Y เพิ่มขึ้นถึง 22% มากกว่าคาดการณ์ของเราที่ประเมินว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 11% Y-Y อยู่ที่ 40 ล้านบาท ปัจจัยหนุนยังมาจากงานวางระบบไอทีให้กลุ่มแบงก์ที่กำลังรุกด้าน Digital Banking รวมถึงกลุ่มโทรคมนาคมที่กลับมาลงทุนอีกครั้ง (หลังชะลอไปในช่วงประมูลคลื่น) หนุนให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 8% Y-Y อยู่ที่ 638 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 26.8% ชะลอจาก 28.6% ใน 1Q17 แต่ฟื้นตัวขึ้นมากเมื่อเทียบกับ 20.9% ใน 4Q17 จากการส่งมองงานที่มีอัตรากำไรสูงมากขึ้น ขณะที่ การควบคุมค่าใช้จ่ายยังทำได้ดี โดย SG&A ลดลง 20% Q-Q และ 11% Y-Y เหลือเพียง 121 ล้านบาท จากการเปลี่ยนโครงสร้างผลตอบแทนพนักงานกำไรสุทธิ 1Q18 คิดเป็น 21% ของคาดการณ์ทั้งปีที่ 212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% Y-Y ซึ่งถือเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับอดีต เราจึงคงประมาณการเดิมไว้ก่อน
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
PDG (BUY/18TP: 4.5), กำไร 1Q18 ชะลอ Q-Q ตามฤดูกาล แต่ยังรักษาระดับ Y-Y
(views 78)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 21 ล้านบาท ลดลง 6% Q-Q และ 3% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 21 ล้านบาท ลดลง 6% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล ที่ไตรมาส 4 ของทุกปีจะได้แรงหนุนจากคำสั่งผลิตขวดน้ำมันพืชจาก TVO ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่กำไรลดลงเล็กน้อย 3% ไม่ได้มาจากรายได้ชะลอ เพราะยังโต 3% Q-Q และ 2% Y-Y อยู่ที่ 177 ล้านบาท แต่เป็นผลจากต้นทุน PET ที่ทรงตัวในระดับสูง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 21.6% จาก 22.7% ใน 4Q17 และ 22.2% ใน 1Q17 ส่วนการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังทำได้ในเกณฑ์ดี โดยคิดเป็น 7.7% ของรายได้รวม ลดลงจาก 7.8% ใน 4Q17 แต่เพิ่มขึ้นจาก 7.5% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
TK (BUY/18TP: U.R.), กำไร 1Q18 ฟื้นตัว และคาดหวังการฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี
(views 78)
กำไร 1Q18 ฟื้นตัวตามคาด TK รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 112 ลบ. +1.7%Q-Q และ +7.8%Y-Y ฟื้นตัวตามคาด การฟื้นตัวของกำไรเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่ฟื้นตัวขึ้นราว 4%Q-Q และ 16%Y-Y โดยที่ Loan spread เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 33% จาก 32.7% ในไตรมาสก่อน และใกล้เคียงกับ 1Q17 ในไตรมาสนี้ TK มีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญ 233 ลบ. เพิ่มขึ้น 1.8%Q-Q และ 2.8%Y-Y โดยมี Credit cost ที่ 10.2% ใกล้เคียงกัยไตรมาสก่อนแต่ลดลงจาก 2.85% ใน 1Q17 สะท้อนคุณภาพหนี้ที่ยังไม่ผ่อนคลายลงอย่างที่เคยคาดไว้ สังเกตว่าค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 5.1%Q-Q และ 14%Y-Y และ Cost to income ratio ที่ 61% สูงกว่าคาดเนื่องจากการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษจากการครบรอบบริษัทที่ต่อเนื่องมาจากไตรมาสก่อน คาดว่าไม่น่าเกิดอีกในไตรมาสหน้า
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
TKN (BUY/18TP: 21), กำไร 1Q18 เท่ากับคาด และน่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้
(views 60)
กำไร 1Q18 เท่ากับคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 152 ล้านบาท (+7% Q-Q, -11.1% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 151 ล้านบาท) หากไม่รวมรายการพิเศษทางภาษีในไตรมาสก่อน และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จะมีกำไรปกติเท่ากับ 160 ล้านบาท (-9.1% Q-Q, -6.4% Y-Y) กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q ถือเป็นการอ่อนตัวลงตามฤดูกาล เพราะปกติช่วง High Season จะอยู่ใน 4Q และช่วง 1Q มักเป็น Low Season ของทุกปี ส่วนกำไรที่ลดลง Y-Y มาจากต้นทุนวัตถุดิบสาหร่ายยังเป็นล็อตเก่าที่มีราคาสูง กอปรกับโรงงานใหม่ยังใช้กำลังการผลิตไม่เต็มที่ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 28.2% ลดลงจาก 34.5% ใน 1Q17 และ 31.6% ใน 4Q17 ในขณะที่รายได้ถือว่าฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง เติบโต 19.2% Y-Y มาจากทั้งการเติบโตของรายได้ในประเทศ +14.4% Y-Y และจากการส่งออก +22.4% Y-Y และได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่อนข้างจำกัด เพราะมีรายได้เป็นสกุล USD ในขณะที่มีต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบสาหร่าย (44% ของต้นทุน) เป็น USD ทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
THCOM (HOLD/18TP: 11), 1Q18 พลิกมาขาดทุนปกติ
(views 42)
1Q18 พลิกมาขาดทุน THCOM ประกาศกำไรสุทธิ 1Q18 ออกมาที่ 1,864 ลบ. พลิกจากขาดทุนสุทธิ 3,190 ลบ.ใน 4Q17 +620.4% Y-Y แต่หากตัดรายการกำไรพิเศษจากการขายหุ้น CSL ค่าเสียหายจากอุปกรณ์ชำรุดและการด้อยค่าสินทรัพย์จะพลิกมาขาดทุนปกติราว 24 ลบ. -121.1% Q-Q, -113.3% Y-Y ถือว่าแย่ตามภาวะอุตสาหกรรมและธุรกิจอย่างที่เราประเมิน รายได้แม้จะฟื้นตัว 2.8% Q-Q แต่ยังคงหดตัวแรง 25.5% Y-Y จากลูกค้าที่หายไปทั้งดาวเทียม Broadcast และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง IPSTAR จากการสูญเสียลูกค้าหลักตั้งแต่ 2H17 แม้ Gross Margin จะฟื้นตัวเพราะมีการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ก้อนใหญ่ใน 4Q17 แต่ SG&A ยังคงอยู่ในระดับสูงและกดดันผลการดำเนินงาน
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
KCE (HOLD/18TP: 79), ยังเห็น Downside ต่อประมาณการกำไรปีนี้
(views 87)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนกลางๆ แม้เราจะมองว่าอาจผ่านกำไรต่ำสุดปีนี้แล้วใน 1Q18 โดยการฟื้นตัวใน 2Q18 จะมาจากคำสั่งซื้อที่สูงขึ้นตามฤดูกาลและค่าเงินบาทเริ่มกลับมาอ่อนค่า แต่ปัญหาที่บริษัทยังต้องเผชิญอยู่คือ แรงกดดันจากต้นทุนทองแดงที่ปรับตัวสูงขึ้น และราคาขายตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้จะปรับลงจากปีก่อน รวมถึงบริษัทยังอยู่ระหว่างนำเข้าเครื่องจักรเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาคอขวดสายการผลิต ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้บริษัทไม่สามารถผลิตและส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าได้ครบทุกคำสั่งซื้อในไตรมาสนั้นๆ คาดจะแก้ปัญหาได้แล้วเสร็จใน 2H18 ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 8% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 79 บาท อิง PE เดิม 17 เท่า (หลังแตกพาร์วันที่ 16 พ.ค. ราคาเป้าหมายจะอยู่ที่ 39.5 บาท) ราคาหุ้นปรับลงจากที่เราแนะขายในรายงานฉบับก่อน และมี Upside กว้างขึ้น 12% แต่สถานการณ์ปัจจุบันของบริษัท ทำให้ประมาณกำไรของเราดูมี Downside มากขึ้น จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
COMAN (BUY/18TP: 7), กำไร 1Q18 อยู่ในช่วงปรับโครงสร้าง แต่ไม่ได้แย่ แนะนำซื้อ
(views 75)
กำไรสุทธิ 1Q18 ทำได้เพียง 3 ล้านบาท เพราะยังต้องรับรู้ขาดทุนจาก MSL กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 3 ล้านบาท ลดลง 75% Q-Q และ 40% Y-Y จากรายได้งานขายซอฟแวร์ให้โรงแรมขอโคแมนชี่ที่ลดลง เพราะลูกค้ารายใหญ่เลื่อนไปรับมอบใน 2Q18 เนื่องจากยังก่อสร้างไม่เสร็จ ขณะที่ รายได้ของซินเนเจอร์ยังรับรู้ปกติที่ 2-3 ล้านบาทต่อไตรมาส แต่ด้วยความที่ไม่มีการรับรู้รายได้ของ MSL จึงทำให้รายได้รวมลดลง 44% Q-Q และ 2% Y-Y เหลือ 31 ล้านบาท ซึ่งถูกนำไปบันทึกเป็นส่วนการดำเนินงานที่ถูกยกเลิก เป็นผลขาดทุนอยู่ราว 1 ล้านบาท จากที่มีกำไร 9 แสนบาทใน 1Q17 อีกทั้ง ยังมีค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีของ MSL และขายคืนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม จึงทำให้อัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยลดลงเหลือ 10.8% จาก 24.3% ใน 4Q17 และ 17.5% ใน 1Q17 ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้กำไรของกลุ่ม COMAN ลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยถ้าหักรายการของ MSL ที่เราคาดว่าจะบันทึกเป็นไตรมาสสุดท้ายออก กำไรปกติจะทรงตัว Y-Y ที่ราว 5-6 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
TPCH (BUY/18TP: 13), กำไร 1Q18 ตามคาด ปรับประมาณการลงแต่ยังโตใน 3 ปีข้างหน้า
(views 145)
กำไรปกติ 1Q18 เพิ่ม 4.3% Q-Q, 27.2% Y-Y ใกล้เราและตลาดคาด จากการเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้าสตูลกรีน พาวเวอร์ (SGP) เมื่อต้น ก.พ. และการดำเนินงานโรงไฟฟ้า 6 โรง จาก 4 โรงใน 1Q17 (ปัจจุบัน 6 โรง) กำไร 1Q18 เป็นสัดส่วน 23% ของทั้งปีที่คาดโต 33% หลังปรับลงเล็กน้อย 6% และปี 2019-2020 ปรับลง 20-28% จากการปรับลด Gross margin สะท้อน 1Q18 และคาดเลื่อน COD โรง PTG (23 MW) เป็น 4Q19 จากเดิม 1Q19 แต่ยังมีการเติบโตใน 3 ปีข้างหน้า (2018-2020) เฉลี่ย 24.8% (CAGR) และ เป็น PE ปี 18 ที่ 11.5x เหลือ 8x ในปี 2020 ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 13 บาท จากเดิม 18 บาท จากการปรับประมาณการกำไรลงและปรับ WACC ขึ้นจากเดิม 6.2-6.5% เป็น 7.2-7.5% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
PCSGH (BUY/18TP: 13), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด จากรายได้ที่โตและอัตรากำไรที่ขยายตัว
(views 46)
PCSGH (BUY/18TP: 13), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด จากรายได้ที่โตและอัตรากำไรที่ขยายตัว
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% Q-Q และ 33% Y-Y รายได้รวมเพิ่มขึ้น 18% Q-Q และ 16% Y-Y อยู่ที่ 1,147 ล้านบาท จากยอดผลิตรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น 6% Q-Q และ 11% Y-Y อยู่ที่ 539,690 คัน และการผลิตสินค้ากลุ่ม Non-Auto ที่กลับมาขยายตัวดีอีกครั้ง ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 21.99% จาก 19.78% ใน 4Q17 และ 18.99% ใน 1Q17 ตามการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น, แผนการลดปริมาณการใช้วัสดุการผลิต, และสัดส่วนสินค้าที่โน้มเอียงมาทางกลุ่มอัตรากำไรสูงมากขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 4.35% ของรายได้รวม ลดลงจาก 4.48% ใน 4Q17 และใกล้เคียงกับ 1Q17 โดยรวมจึงทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 26% Q-Q และ 33% Y-Y อยู่ที่ 200 ล้านบาท ซึ่งถือว่าโตแรงกว่าอุตสาหกรรมยานยนต์
กำไรสุทธิ 1Q18 คิดเป็น 25% ของคาดการณ์กำไรทั้งปีที่ 790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% Y-Y ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่กำไรไตรมาส 1 จะคิดเป็น 23-25% ของกำไรทั้งปี เราจึงยังคงประมาณการเดิมไว้ก่อน
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2018
SYNEX (BUY/18TP: 20), กำไร 1Q18 ออกมาดีกว่าคาดมาก และเป็นจุดสูงสุดใหม่
(views 42)
กำไรสุทธิ 1Q18 ทุบสถิติสูงสุดใหม่ที่ 210 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1Q18 ออกมาสดใสกว่าคาด โดยอยู่ที่ 210 ล้านบาท 28% Q-Q และ 41% Y-Y ได้แรงหนุนจากรายได้รวมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12% Q-Q และ 9% Y-Y อยู่ที่ 8,927 ล้านบาท ตามกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัว การออกรุ่นใหม่ของสมาร์ทโฟน และการเป็นตัวแทนจำหน่ายในสินค้าที่หลากหลายขึ้น ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 5.03% จาก 4.86% ใน 4Q17 และ 4.42% ใน 1Q17 จากทั้ง Product Mix และการแข็งค่าของเงินบาทที่เป็นบวกกับสินค้านำเข้า ขณะที่ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ซึ่งโดยหลักคือการจัดการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ยังทำได้อย่างประสิทธิภาพ หนุนให้อัตรากำไรสุทธิสร้างสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2.5% ดีกว่าค่าเฉลี่ยผู้ค้าส่งสินค้าไอทีทั่วโลกที่ทำได้เพียง 1.5% นอกจากนี้ สิ่งที่เราประทับใจมากที่สุดคือ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เป็นบวกมากถึง 308 ล้านบาท สะท้อนอำนาจการต่อรองกับ Supplier ที่สูงขึ้น ช่วยลดความกังวลด้านการตึงตัวของกระแสเงินสด (ที่ตลาดกังวลก่อนหน้านี้) โดยที่ยังไม่ต้องพึงพิงธุรกิจลิสซิ่งของ BAF
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2018
ADB (BUY/18TP: 2.3), คาดกำไรสุทธิ 1Q18 ฟื้นตัวต่อเนื่อง และโตแรง Y-Y
(views 56)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 จะโตโดดเด่นเมื่อเทียบ Y-Y เพราะ 1Q17 ประสบปัญหาต้นทุน PVC ผันผวน จนทำให้งบพลิกเป็นขาดทุน แต่หลังจากเปลี่ยนนโยบายบริหารต้นทุนและตั้งราคาขายให้สอดคล้องกัน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นกลับมาปกติอีกครั้ง เราคาดพลิกมามีกำไรสุทธิ 10 ล้านบาท แม้ธุรกิจกาวและยาแนว ซึ่งตลาดส่วนใหญ่คือส่งออก จะชะลอตัวเพราะบาทแข็ง แต่จะถูกหักล้างด้วยการเติบโตของธุรกิจพีวีซีคอมปาวด์ ที่ได้แรงหนุนจากการเติบโตของตลาดสายไฟ เรายังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 2.30 บาท อิง PE Multiplier 20 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2018
ATP30 (BUY/18TP: 2.3), กำไร 1Q18 ดีตามคาด และจะโดดเด่นขึ้นอีกใน 2Q18
(views 49)
กำไร 1Q18 โตดีตามคาด +446% Y-Y ATP30 รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 10.5 ล้านบาท เป็นไปตามที่เราคาด โตแรง 446% Y-Y แต่ทรงตัว Q-Q จาก SG&A ที่สูงขึ้น จากค่าใช้จ่ายของการเตรียมให้บริการลูกค้ารายใหม่ โดยกำไรที่โตสูง Y-Y มีปัจจัยสนับสนุนมาจากฐานต่ำ และรายได้จากการให้บริการทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 101 ล้านบาท (+6% Q-Q, +27% Y-Y) หนุนจากการเริ่มให้บริการลูกค้าใหม่อย่าง BSTMT ตั้งแต่เดือนม.ค. และ IRPC, TOP ตั้งแต่เดือนก.พ. ด้วยรถบัสรวม 20 คัน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เช่นกันที่ 27.5% จาก 25.8% ใน 4Q17 และ 18.9% ใน 1Q17 เนื่องจากไม่ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงรถเหมือนใน 1H17
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2018
MTC (BUY/18TP: 51), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด ไตรมาสที่เหลือแนวโน้มดีขึ้นอีก
(views 201)
กำไร 1Q18 น่าประทับใจ MTC รายงานกำไร 1Q18 เป็นจุดสูงสุดใหม่ ดีกว่าที่เราและตลาดคาดที่ 834 ลบ. +12%Q-Q และ+55%Y-Y เนื่องจากรายได้รวมที่สูงกว่าคาด ทั้งรายได้ดอกเบี้ยรับและรายได้ค่าธรรมเนียม ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยทรงตัวที่ 20% แต่สังเกตว่า Loan per branch ชะลอลงมาอยู่ที่ 26.7 ลบ.ต่อสาขาต่อปี จากเดิม 28 ลบ. ต่อสาขาต่อปี เนื่องจากการเร่งการเปิดสาขาใหม่ตั้งแต่ต้นปีราว 214 สาขา YTD (หรือครึ่งหนึ่งของเป้าหมายทั้งปี 400 สาขา) เป็นไปตามภาวะปกติและเราคาดหวังการฟื้นตัวกลับสู่ระดับปกติในช่วงที่เหลือของปี MTC มีค่าใช้จ่ายสำรองฯลดลง 6%Q-Q แต่ +7%Y-Y โดยมี Credit cost ที่ 1.6% น้อยกว่าปีก่อนที่มีค่าเฉลี่ยการตั้งสำรองฯที่ 2.3% สะท้อนมุมมองคุณภาพหนี้ที่ผ่อนคลายลง และ Cost to income ratio อยู่ที่ 43% ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2018
THMUI (BUY/18TP: 3.1), กำไร 1Q18 ต่ำกว่าคาด แต่จะดีขึ้นมาใน 2Q18
(views 86)
กำไรสุทธิ 1Q18 ทำได้เพียง 4 ล้านบาท ลดลง 56% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 4 ล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 3 ล้านบาท ใน 4Q17 แต่ลดลง 56% จาก 1Q17 แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 22% Q-Q และลดลงเพียง 5% Y-Y อยู่ที่ 96 ล้านบาท แต่เพราะไตรมาสนี้ยังมีผลจากการปรับยอดรีเบทย้อนหลังให้กับลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่ง จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดันต่อเนื่องเหลือ 37.8% จาก 40.0% ใน 4Q17 และ 40.5% ใน 1Q17 อีกทั้ง งานใหญ่ที่ได้รับทั้งงานขายลวดสลิงให้กลุ่มรับเหมาก่อสร้างและท่าเรือ รวมถึงงานขายท่อประปา HDPE ให้กับกลุ่มลูกค้าภาคใต้ ถูกเลื่อนไปรับรู้ใน 2Q18 แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารบางส่วนรับรู้เข้ามาแล้วใน 1Q18 จึงทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 4.3% จาก 9.1% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2018
IT (BUY/18TP: 6.9), กำไร 1Q18 ออกมาดีกว่าคาด 20% แนวโน้มสดใสต่อเนื่อง “ซื้อ”
(views 89)
เริ่มต้นปีด้วยกำไรสุทธิ 1Q18 ที่กระชากแรง 202% Y-Y อยู่ที่ 19 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1Q18 เพิ่มขึ้นถึง 35% Q-Q และ 202% Y-Y อยู่ที่ 19 ล้านบาท ดีกว่าเราคาดที่ 15 ล้านบาท อยู่ราว 20% จากรายได้ที่โตตามอุตสาหกรรม ดังที่เราได้ตั้งข้อสังเกตไปแล้วว่ายอดนำเข้าสินค้าไอที 1Q18 ที่โดดเด่น โดยเพิ่มขึ้นถึง 13% Y-Y อยู่ที่ 6.9 หมื่นล้านบาท (จากรายงานของกรุมศุลกากร) ได้สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัว ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประกอบการของผู้ขายสินค้าไอทีทั้งกลุ่ม ขณะเดียวกัน IT มีการปรับพอร์ตสินค้ามาทางสมาร์ทโฟนและเกมมิ่งมากขึ้นด้วย ซึ่งเป็นกลุ่มที่โตแรงและมีอัตรากำไรสูงสุดในตลาดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ณ ขณะนี้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 12.52% จาก 12.21% ใน 4Q17 และ 12.18% ใน 1Q17 นอกจากนี้ การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง โดย SG&A/Sales อยู่ที่ 11.02% ลดลงจาก 11.20% ใน 4Q17 และ 11.65% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2018
PTTGC (BUY/18TP: 115), กำไรปกติ 1Q18 แข็งแกร่งกว่าคาด ปรับกำไรขึ้น 10%
(views 101)
กำไรปกติ 1Q18 แม้จะลดลง 10% Q-Q แต่แข็งแกร่งกว่าคาด หากตัดรายการพิเศษ (กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์) ออกไป PTTGC จะมีกำไรปกติ 11,775.2 ล้านบาทใน 1Q18 -9.9% Q-Q, +0.9% Y-Y แม้ว่ากำไรจะลดลง Q-Q แต่ถือว่าแข็งแกร่งกว่าคาด โดยยังมีธุรกิจโอเลฟินส์เป็นพระเอก ทั้งนี้ ราคาเม็ดพลาสติก HDPE ในไตรมาสนี้ +12% Q-Q, +17% Y-Y เป็น US$1,379/ตัน จาก supply ที่หายไปเพราะการปิดซ่อมบำรุงในโรงโพลีเอทิลีนในตะวันออกกลาง และ demand จากจีนเพิ่มขึ้นหลังรัฐบาลคุมเข้มกับเรื่องมลพิษมากขึ้น นอกจากนี้ราคาเอทิลีนก็ +4% Q-Q, +14% Y-Y เป็น US$1,243/ตัน เพราะ supply ตึงตัวจากการปิดซ่อมบำรุงของหลายโรงงานในต่างประเทศ สำหรับธุรกิจที่ชะลอลงคือโรงกลั่นและอะโรเมติกส์ ซึ่งทำให้กำไรปกติลดลง Q-Q โดยค่าการกลั่น (Market GRM) -9% Q-Q เหลือ US$6.15/บาร์เรล จาก crude premium ที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับโรงกลั่นอื่น นอกจากนี้ ส่วนต่างของผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ (Market P2F) -14% Q-Q, -48% Y-Y เหลือ US$166/ตัน เพราะแนฟทาและก๊าซ LPG ปรับลงมากโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับฐานสูงผิดปกติใน 1Q17 นอกจากนี้ ธุรกิจปิโตรเคมที่ PTTGC เข้าไปซื้อในปีที่ผ่านมาก็มีผลประกอบการที่แข็งแกร่งทำให้บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น 17% Q-Q และ 40% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2018
TU (BUY/18TP: 21), กำไร 1Q18 ไม่สดใส แต่คาดเป็นจุดต่ำสุดของปี
(views 58)
กำไร 1Q18 อ่อนแอตามคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 869 ล้านบาท (-38.1% Q-Q, -40.8% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 880 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 581 ล้านบาท, กำไรขายเงินลงทุนบริษัทร่วม 139 ล้านบาท และกำไรจากธุรกิจที่ยกเลิก 10 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเหลือเพียง 139 ล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 20 ไตรมาส ซึ่งถ้าไตรมาสนี้ไม่มีรายการเครดิตภาษีจาก Red Lobster และ Rugen Fish และส่วนแบ่งกำไรที่ดีจาก Avanti และ Red Lobster เข้ามาช่วย บริษัทฯจะแย่ถึงขั้นขาดทุน สาเหตุที่กำไรไตรมาสนี้ไม่ดีมาจากค่าเงินบาทแข็งค่า และการปรับลดราคาขายตามการปรับลงของราคาวัตถุดิบ ทำให้รายได้สกุลบาท -15.4% Q-Q และ -5.5% Y-Y กอปรกับมีต้นทุนปลาทูน่าราคาแพงขึ้น จากสต็อกที่ซื้อไว้ในช่วงก่อนหน้า ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือเพียง 11.3% จาก 12.8% ใน 4Q17 และ 13.8% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤษภาคม
2018
BBL (BUY/18TP: 230), การขายประกันกับ AIA ยังไม่เห็นผลเร็ว
(views 88)
เราคาดว่า BBL จะได้รับผลกระทบจากการยกเว้น Mobile-banking fee น้อยกว่าธนาคารขนาดใหญ่อื่น โดยจากที่ประชุมนักวิเคราะห์ ผู้บริหารเผยว่า รายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลว่าอยู่ที่ราว 3-4% ของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ หรือราว 800-1000 ลบ.ต่อปี และแม้จะกดดันรายได้ค่าธรรมเนียมอยู่บ้างแต่ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมที่ 5-10%Y-Y เนื่องจากแนวโน้มจากธุรกิจอื่นดีขึ้นอาทิธุรกิจจัดการกองทุนและการให้สินเชื่อ อย่างไรก็ตาม Bancassurance fee ยังมาไม่เต็มที่ใน 2Q18 แม้ว่าจะเริ่มขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตผ่าน AIA แล้วแต่อยู่ในช่วงเริ่มต้นและในบางสาขา ดังนั้นแนวโน้มกำไร 2Q18 น่าจะชะลอตัว Q-Q เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับกลุ่ม แม้เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 230 บาท แต่ธนาคารขนาดใหญ่ทั้งหมด ขาด catalyst ระยะสั้นจากประเด็นการลดค่าธรรมเนียมการโอน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องรีบ โดยธนาคารขนาดเล็กอย่าง KKP และ TISCO น่าสนใจกว่า
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤษภาคม
2018
GLOBAL (HOLD/18TP: 19), แม้ SSSG 1Q18 จะฟื้นดี แต่คาดกำไรไม่ตื่นเต้น
(views 85)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 ไม่สดใส ทั้งที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และคาด SSSG จะฟื้นตัวต่อเนื่องราว 6% - 7% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานต่ำ กอปรกับรายได้ของสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ทำให้รายได้ไตรมาสนี้น่าจะเติบโตได้ดี แต่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่แผ่วลง จาก Product Mix และค่าใช้จ่ายน่าจะยังอยู่ในระดับสูง เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วมาก จากทั้งรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เปิดในไตรมาสก่อนเต็มไตรมาส และเริ่มทยอยรับรู้ค่าใช้จ่ายเตรียมเปิดสาขาแรกที่กัมพูชาด้วย ซึ่งหากกำไร 1Q18 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 24% ของประมาณการทั้งปี ต่ำกว่าในอดีตที่มักอยู่ที่ราว 30% ทำให้เราเริ่มเห็น Downside ต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ของเราที่คาดโต 27.4% Y-Y และเราประเมินราคาเป้าหมายที่ 19 บาท (DCF) ทั้งนี้หากการฟื้นตัวของกำไรในช่วงที่เหลือของปีนี้ช้ากว่าคาด อาจนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรในระยะถัดไปได้ จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤษภาคม
2018
TCAP (HOLD/18TP: 55), แนวโน้มกำไรช่วงที่เหลือจะเริ่มชะลอ
(views 46)
การประชุมเมื่อวานนี้เราสนใจต่อการปรับขึ้นของ NPL ใน 2 ไตรมาสที่ผ่านมาติดต่อกัน ผบห. กล่าวว่าบางส่วนเกิดจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกันจึงไม่กังวล อีกส่วนมาจากสินเชื่อที่ปรับโครงสร้างหนี้แล้วไม่สำเร็จ โดยรวมแล้วยังไม่เห็นปัญหาที่มีนัย และควบคุมได้ ไม่จำเป็นต้องสำรองฯเพิ่ม อย่างไรก็ตามเราเห็นว่า TCAP น่าจะผ่านช่วงที่มีกำไรดีที่สุดไปแล้วใน 1Q18 (2Q18 น่าจะชะลอ Q-Q ตามการชะลอตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมและเสียภาษีบางส่วน และ 2H18 จะจ่ายภาษีในอัตราปกติเต็มไตรมาส) คงคำแนะนำ ถือ คงราคาเหมาะสม 55 บาท ในกลุ่มนี้ เราชอบ TISCO (ราคาเป้าหมาย 98 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤษภาคม
2018
BIG (BUY/18TP: 4.3), คาดกำไรสุทธิ 1Q18 ชะลอ แต่จะกลับมาโตแรงใน 2Q18
(views 61)
เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงทำจุดต่ำสุดในรอบ 25 เดือน จน PE2018 เหลือเพียง 11 เท่า สะท้อนมุมมองเชิงลบต่อแนวโน้มกำไร 1Q18 ที่มากเกินไป แม้เราคาด -15% Q-Q, -12% Y-Y อยู่ที่ 211 ล้านบาท แต่ก็เป็นระดับที่ดีเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปีก่อนที่ 194 ล้านบาทต่อไตรมาส อีกทั้ง เราคาดว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนจะกลับมาโตแรงตั้งแต่ 2Q18 จาก (1) โมเมนตัมของตลาดกล้องทั่วโลกที่พลิกเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 7 ปี (2) ผู้ผลิตกล้องมีการเร่งเปิดตัวรุ่นใหม่เร็วขึ้น (3) เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในไทย (4) การจัดงาน Big Camera Festival 2018 ขณะที่ ธุรกิจพิมพ์ภาพดิจิตอลขยายตัวต่อเนื่อง และภาพการแข่งกับทั้ง World Camera และ Fotofile เริ่มเบาลง เราจึงยังคงคาดกำไรทั้งปีนี้เพิ่มขึ้น 8% Y-Y เป็น 833 ล้านบาท และคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 4.30 บาท (อิง PE 20 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
03
พฤษภาคม
2018
EA (BUY/18TP: 47), คาดกำไรแตะหลักพันล้านเป็นไตรมาสแรกใน 1Q18
(views 100)
เราคาดกำไร 1Q18 แตะหลักพันล้านบาทได้เป็นไตรมาสแรก +12% Q-Q, +3% Y-Y เป็น 1,005 ล้านบาทเพราะรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการหาดกังหังที่ทยอย COD ในปีก่อน และคาดกำไรทั้งปีนี้เติบโต 28% Y-Y จากกำลังการผลิตส่วนเพิ่มอีก 260MW ที่จะเข้ามาใน 4Q18 และจะรับรู้รายได้เต็มปีในปีหน้า EA จึงเป็นบริษัทที่กำไรอยู่ในช่วงขยายตัว การเติบโตหลังจากนั้นจะมาจากโครงการแบตสำรองที่คาดว่าจะเริ่มผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงปลายปีหน้าสำหรับ 1GWh แรก และอีก 49GWh ในอีก 4 ปีข้างหน้าด้วยเทคโนโลยีที่เป็นที่นิยมและใช้กันทั่วโลกในปัจจุบัน การจะถูก disrupt ด้วยเทคโนโลยีใหม่จึงไม่เร็วนัก เรายังคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 47 บาท
อ่านเพิ่มเติม
02
พฤษภาคม
2018
ITEL (BUY/18TP: 5.4), คาดกำไร 1Q18 โตสูง Y-Y ปรับประมาณการลง แต่ยังแนะนำซื้อ
(views 174)
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2018-2022 ของ ITEL ลงเฉลี่ยปีละ 20% จากประมาณการเดิม เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่มีแนวโน้มทำได้แย่กว่าคาด จากงานรับเหมาติดตั้งโครงข่าย ที่บริษัทไม่สามารถสร้างอัตรากำไรได้ตามที่เราคาดหวัง และเราได้ปรับผลกระทบจากการออก ITEL-W1 ให้เป็น Fully Dilute ส่งผลให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ตามวิธี DCF ลดลงจาก 7.70 บาท เหลือ 5.40 บาท แต่เรายังคงแนะนำซื้อ เพราะที่ราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็น PE2018 ที่ 27 เท่า และเมื่อคิดเป็น PEG อิงการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2019-2021 ที่ 27% ต่อปี จะอยู่ที่ 1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม ICT ที่ 1.4 เท่า อีกทั้ง เราคาดว่ากำไรสุทธิ 1Q18 จะโตโดดเด่นถึง 68% Y-Y อยู่ที่ 31 ล้านบาท และคาดกำไรสุทธิทั้งปีนี้โตสูง 44% Y-Y อยู่ที่ 154 ล้านบาท ทำให้ ITEL ยังเป็น Growth Stock ที่น่าสนใจ ทั้งในมุมมองของแนวโน้มธุรกิจและผลประกอบการ
อ่านเพิ่มเติม
30
เมษายน
2018
DELTA (HOLD/18TP: 71), กำไร 1Q18 ไม่สดใส และน่าจะยังไม่ฟื้นตัวดีใน 2Q18
(views 82)
กำไร 1Q18 อ่อนแอเท่ากับคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 1,058 ล้านบาท (-20.5% Q-Q, -21.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 1,092 ล้านบาท) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 48 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,106 ล้านบาท (-33.5% Q-Q, -16.4% Y-Y) เป็นกำไรที่ไม่ดีนัก เพราะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า และค่าเงินอินเดียรูปีอ่อนค่า ทำให้ต้นทุนของธุรกิจที่อินเดียปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อความสามารถทำกำไร กอปรกับเผชิญปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบรุนแรงขึ้น กระทบต่อทั้งต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดลงบ้าง จาก Lead time ของวัตถุดิบที่ยาวขึ้น ส่งผลให้รายได้รวม -1.3% Q-Q, +3.3% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงแรงมาอยู่ที่ 21.5% จาก 24.5% ใน 4Q17 และ 26.5% ใน 1Q17 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี นับตั้งแต่ 2Q07 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 13.7% ใกล้เคียงไตรมาสก่อน และลดลงจาก 15.2% ใน 1Q17 ส่วนหนึ่งมาจากรายได้ที่เพิ่ม และมีการควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
30
เมษายน
2018
ICHI (HOLD/18TP: 8.5), รายได้ในประเทศยังไม่ฟื้น กดดันกำไร 1Q18
(views 99)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 ยังไม่สดใสนัก คาดโตได้เพียง 8.1% Y-Y แต่ยังลดลง 28% Q-Q แม้รายได้ส่งออกยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง แต่ถูกหักล้างด้วยการอ่อนตัวลงของรายได้ในประเทศ จากปริมาณขายที่ลดลง ซึ่งเป็นผลจากการปรับขึ้นราคาขายเต็มไตรมาส และยังมีค่าใช้จ่ายปรับสูงขึ้นจากการเริ่มเข้าสู่ช่วงทำโปรโมชั่นครั้งใหญ่ของปี คาดกำไรน่าจะกลับมาเติบโตใน 2Q18 ตามฤดูกาล เพราะเป็นช่วงหน้าร้อน เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโตราว 53.3% Y-Y เติบโตสูงเพราะฐานที่ต่ำในปีก่อน แต่ต้องยอมรับว่าประมาณการของเราถือว่ามี Downside หากปริมาณขายในประเทศฟื้นตัวช้ากว่าคาดด้วยผลของการปรับขึ้นราคา และด้วยราคาเป้าหมายของเราที่ 8.5 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) มี Upside เพียง 7.6% จึงคงคำแนะนำเพียง ถือ
อ่านเพิ่มเติม
30
เมษายน
2018
SPALI (BUY/18TP: 26), ความน่าสนใจกลับมาพร้อมกับปันผล
(views 131)
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ“ซื้อ” และประเมินราคาเหมาะสมที่ 26 บาท จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ดีต่อเนื่องจาก Backlog ที่อยู่ในระดับสูง ทยอยรับรู้ไปอีก 3 ปีข้างหน้า และสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงเป็นอันดับต้นๆของกลุ่ม สำหรับภาพรวม 1Q18 ยอดขายยังไปได้ดี +56% Q-Q, +17% Y-Y โตจากทั้งแนวราบและคอนโด และคิดเป็น 27% ของเป้าทั้งปี แต่คาดกำไรสุทธิลดลง 45% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่โตเด่น 37% Y-Y จากการเน้นโอนแนวราบ