บทวิเคราะห์รายบริษัท

24
พฤษภาคม
2018
HANA (BUY/18TP: 43), คาดกำไร 2Q18 จะฟื้นตัว แต่จะสดใสมากขึ้นใน 3Q18
(views 9)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรายังมองบวกต่อภาพคำสั่งซื้อที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่องทั้งในกลุ่ม PCBA และ IC แต่ยังมีปัจจัยกดดันจากทั้งค่าเงินบาทแข็งค่า (ช่วงครึ่งหลังของ 2Q18 ดูดีขึ้นจากบาทที่กลับมาอ่อนค่าเล็กน้อย) และปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่ยังมีอยู่ ซึ่งน่าจะคลี่คลายมากขึ้นใน 3Q18 รวมถึงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตั้งแต่เดือน เม.ย. อาจทำให้แนวโน้มกำไร 2Q18 ฟื้นตัวได้แต่ยังไม่สดใสนัก และคาดกำไรจะสดใสมากขึ้นใน 3Q18 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ จากกำไรสุทธิ 1Q18 คิดเป็นสัดส่วน 25% ของประมาณการทั้งปี และสถานการณ์ภาพรวมยังดูสอดคล้องกับประมาณการของเรา ดังนั้นเรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 ไว้ที่ 2.3 พันล้านบาท ลดลง 20% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 43 บาท (อิง PE เดิม 15 เท่า) ยังมี Upside 18.6% และคาด Dividend Yield ปีนี้ 5.5% จึงยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
พฤษภาคม
2018
EPG (BUY/18TP: 12), คาดกำไรเริ่มฟื้นใน 4Q18 (สิ้นสุด มี.ค. 2018)
(views 9)
แนวโน้มกำไร 4Q18 (ม.ค.-มี.ค. 2018) ฟื้นจากจุดต่ำสุดในไตรมาสก่อน ตามการฟื้นตัวอย่างช้าๆ ของทั้ง 3 ธุรกิจทั้งชิ้นส่วนยานยนต์ ฉนวนยาง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ฉุดผลประกอบการในไตรมาสที่ผ่านมาเพราะกำลังซื้อที่ชะลอและถูกตัดราคาขาย แต่เงินบาทที่แข็งค่าและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่หลงเหลือมาจากไตรมาสก่อนทำให้กำไรยังฟื้นไม่เต็มที่ เราคาดกำไรสุทธิ +23% Q-Q, -18% Y-Y เป็น 225 ล้านบาท รวมกำไรทั้งปี 2018 (สิ้นสุด มี.ค. 2018) น่าจะจบที่ 983 ล้านบาท -29% Y-Y แย่กว่าที่เคยคาด แต่ด้วยการจับจ่ายในประเทศที่เริ่มฟื้นชัดเจนและการควบคุมรายจ่ายอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นปัญหาหลักในปีที่ผ่านมา คาดว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวตั้งแต่ 1Q19 เราคาดกำไรสุทธิปี 2019 (สิ้นสุด มี.ค. 2019) +27% Y-Y เป็น 1,250 ล้านบาท แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงเล็กน้อยเป็น 12 บาทจาก 14 บาท (ปรับ EV/EBITDA ลงเป็น 18 เท่า) ยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤษภาคม
2018
TVO (BUY/18TP: 38), มองบวกต่อแนวโน้มราคาถั่วเหลืองปีหน้า
(views 8)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มราคาถั่วเหลืองในปีหน้า จากภาวะถั่วเหลืองโลกน่าจะยังขาดดุลต่อเนื่อง และคาดสต็อกถั่วเหลืองโลกจะปรับลดลง 6% Y-Y แม้ระยะสั้น แนวโน้มราคาถั่วเหลืองอาจอ่อนตัวลงได้ในช่วง 2H18 ภายหลังผลผลิต Crop ใหม่ของสหรัฐฯจะออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือน ก.ย. เป็นต้น แต่เชื่อว่าการปรับลงค่อนข้างจำกัด เพราะยังมีเรื่องของจีนที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ทำให้หันไปนำเข้าจากบราซิลมากขึ้น จนบราซิลได้ขายล่วงหน้าไปหมดแล้วในเดือน มิ.ย. และผลผลิตจากอาร์เจนติน่าก็ขาดแคลนเพราะปํญหาภัยแล้ง ทั้งนี้เราคาดกำไรของ TVO จะกลับมาเติบโตใน 2H18 จากการแข่งขันของกากถั่วเหลืองนำเข้าที่น้อยลงเพราะผลผลิตน้อยและราคาสูง จะเป็นบวกต่อการขายกากถั่วเหลืองของบริษัท เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 โต 67.2% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และคงราคาเป้าหมายที่ 38 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงจนมี Upside กว้างขึ้นเป็น 19.7% และคาด Dividend Yield 7.3% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2018
BDMS (BUY/18TP: 29), เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
(views 17)
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2018-2020 ของ BDMS ขึ้น 6-8% สะท้อนรายได้และ Margin ที่ดีกว่าคาด โดยคาดว่ากำไรปกติจะทำ New High ได้อีกครั้งตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป นอกจากนี้เราเห็นผลบวกจากกลุ่มประกันมีบทบาทมากขึ้น และ BDMS เริ่มจับมือกับพันธมิตรในการออกประกันสุขภาพให้ใช้บริการเฉพาะกลุ่ม BDMS เพื่อใช้ประโยชน์จากเครือข่ายโรงพยาบาลที่มีทั่วประเทศและ Capacity ที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมจาก 26 บาทเป็น 29 บาท ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2018
KTC (SELL/18TP: 324), Good Non-Bank
(views 16)
KTC เป็น Non-Bank คุณภาพเยี่ยมทั้งด้านการเติบโตของธุรกิจ และการบริหารคุณภาพสินเชื่อ การคาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทจะอ่อนตัวใน 2Q18 น่าจะเปิดโอกาสให้ราคาหุ้นมี Upside มากกว่าขณะนี้และน่าจะเข้าซื้อสะสมได้ในช่วงราคาอ่อนตัว KTC อยู่ในระหว่างกระบวนการแตกพาร์ ซึ่งน่าจะทำให้สภาพคล่องของหุ้นดีขึ้น (เข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้น 6 ก.ค. นี้และถ้าอนุมัติจะซื้อขายได้ที่พาร์ใหม่อีกราว 1 สัปดาห์) เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 4.6 พันลบ. +40%Y-Y โดยมีสมมติฐาน Credit cost ที่ 7.8% และ CoF ที่ 3% และคงราคาเหมาะสมที่ 324 บาท อิง Justified PER ที่ 18 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2018
AMATA (BUY/18TP: 30), กำไรปกติ 1Q18 ดีเกินคาดจากการโอนที่ดินจำนวนมาก
(views 12)
กำไรปกติ 1Q18 ดีเกินคาดมาก AMATA รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 413.4 ล้านบาท โดยมีรายการพิเศษคือกำไรจากการขายสินทรัพย์และขาดทุน FX หากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติอยู่ที่ 464.9 ล้านบาท +30.0% Q-Q, +59.8% Y-Y ดีเกินคาดมาก เพราะยอดโอนที่ดินที่สูงเกินคาด โดยใน 1Q18 AMATA มียอดโอนที่ดิน 107 ไร่ (ไทย 37 ไร่ และเวียดนาม 70 ไร่) ขณะที่ใน 1Q17 โอนที่ดินได้เพียง 35 ไร่ แม้จะต่ำกว่า 4Q17 ที่โอนได้ 146 ไร่ แต่พื้นที่ที่โอนให้ลูกค้าส่วนใหญ่ใน 1Q18 เป็นพื้นที่ที่ถูกปรับราคาขายขึ้นมาแล้ว และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในโครงการอมตะซิตี้ชลบุรี และอมตะซิตี้เบียนหัวในเวียดนาม ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าในอมตะซิตี้ระยอง ส่งผลให้รายได้จากการขายที่ดินใน 1Q18 เพิ่มขึ้นถึง 172% Y-Y เป็น 525 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 47% ของรายได้รวม รายได้ดังกล่าวลดลง 7% Q-Q เพราะ 4Q เป็น peak season สำหรับธุรกิจขายสาธารณูปโภคและให้เช่าโรงงานสำเร็จรูปซึ่งเป็น Recurring income และโตต่อเนื่องตามจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ในไตรมาสนี้มีรายได้รวมกัน 602 ล้านบาท (53% ของรายได้รวม) -2% Q-Q (ตามฤดูกาล), +3% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2018
SAWAD (SELL/18TP: 38), กำไรสร้างความผิดหวังพร้อมกับ NPL เพิ่มขึ้น
(views 12)
กำไร 1Q18 น่าผิดหวัง SAWAD รายงานกำไร 1Q18 น่าผิดหวังที่ 565 ลบ. ลดลง 22%Q-Q (ก่อนปรับปรุงกำไร 4Q17) และ 36%Y-Y เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงมากกว่าคาด +28%Q-Q และ 10%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารซึ่งมาจากการขยายสาขา และรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าคาด Interest spread ทรงตัวในระดับต่ำที่ราว 13.8% สะท้อนว่าการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อเข้าสู่ BFIT ยังไม่นิ่ง (ถ้านิ่งต้องดีขึ้น) ในไตรมาสนี้ SAWAD มีการตั้งสำรองหนี้สูญลดลง 59%Q-Q แต่ +88%Y-Y ซึ่งไม่สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของ NPL โดยคิดเป็น Credit cost ที่เพียง 1.1% เท่านั้น หากไม่รวมรายการสำรองฯและกำไรพิเศษจากเงินลงทุน (PPOP) ก็ยังเห็นการลดลงของกำไรที่ 9%Q-Q (ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น) และลดลง 21%Y-Y (ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น)
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2018
SPALI (HOLD/18TP: 26), ยอดขายและยอดโอนยังไปได้สวย… แต่ Upside ไม่จูงใจ
(views 7)
กำไร 1Q18 ต่ำกว่าคาด จาก SG&A ที่สูงกว่าคาด SPALI รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 870 ล้านบาท หดตัว 49% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่เติบโต 27% Y-Y ต่ำกว่าที่เราคาด 7% และตลาดคาด 9% จาก SG&A ที่สูงกว่าคาด เพราะมีค่าใช้จ่าย Commission ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยอดโอนยังทำได้ดี ขยายตัว Y-Y ทั้งแนวราบและคอนโดสู่ระดับ 4.5 พันล้านบาท (-40% Q-Q แต่ +23% Y-Y) หนุนจากสินค้าแนวราบในสัดส่วนถึง 62% บวกกับมีการเริ่มโอนคอนโดใหม่อย่าง Supalai Elite พญาไท มูลค่า 2 พันล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในเกณฑ์ดีที่ 38.3% ใกล้เคียงกับ 4Q17 และ 1Q17 ทั้งนี้ ยอด Presales 1Q18 อยู่ที่ 8.8 พันล้านบาท (+56% Q-Q, +17% Y-Y) คิดเป็น 27% ของเป้าทั้งปีที่ 3.3 หมื่นล้านบาท (+7% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2018
SAMTEL (BUY/18TP: 11.2), กำไร 1Q18 เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว
(views 11)
กำไร 1Q18 เริ่มฟื้น SAMTEL ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาที่ 61 ลบ. +709.7% Q-Q, +15.3% Y-Y ซึ่งเริ่มเห็นการฟื้นตัว แม้รายได้จะหดตัว 27.6% Q-Q และโตเพียง 2% Y-Y เพราะยังรับรู้รายได้จากงานโครงการน้อย แต่ปัจจัยหนุนการฟื้นตัวเกิดจาก Gross Margin ที่กลับมาขยายตัวดีขึ้นอย่างมีนัยยะจากไตรมาสก่อนที่ 11.6% ขึ้นเป็น 17.3% ในไตรมาสนี้และเข้าใกล้ระดับที่เคยทำได้ใน 1Q17 ซึ่งมาจากทั้งส่วนรายได้จากการขายและงานตามสัญญา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้จากการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2018
CPF (BUY/18TP: 28), แนวโน้มกำไร 2Q18 ดูดีขึ้น และน่าจะกลับมาฟื้นตัวดีใน 3Q18
(views 10)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ สถานการณ์เริ่มดูดีขึ้นจากราคาหมูเวียดนามขยับขึ้นเหนือต้นทุนการเลี้ยงแล้ว และปรับขึ้นค่อนข้างแรง น่าจะช่วยหักล้างธุรกิจหมูในไทยที่ยังน่าจะขาดทุนต่อเนื่อง รวมถึงธุรกิจไก่ที่ยังไม่สดใสนัก และส่งผลให้เห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการใน 2Q18 และคาดจะสดใสมากขึ้นในช่วง 2H18 นอกจากคาดหวังธุรกิจหมูเวียดนามกลับมามีกำไรได้เต็มไตรมาสแล้ว คาดหมูไทยและไก่ไทยจะพลิกฟื้นจากที่ขาดทุนด้วย เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ไว้ที่ 1.42 หมื่นล้านบาท (-6.9% Y-Y) และคงราคาเป้าหมายที่ 28 บาท (อิง PE 17 เท่า) ยังมี Upside 12% ทั้งนี้ปัจจัยเสี่ยงที่จะกระทบต่อผลประกอบการยังมีอยู่ ทั้งความผันผวนของราคาเนื้อสัตว์ และบาทแข็งค่า ดังนั้นจึงแนะนำเป็น ทยอยซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2018
TRUE (T-BUY/18TP: 8), 1Q18 ขาดทุนลดลง ปรับเป้าขึ้นและยังแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”
(views 11)
1Q18 ขาดทุนลดลง TRUE ประกาศผลการดำเนินงาน 1Q18 ออกมามีผลขาดทุนปกติ 602 ลบ. (เราตัดรายการกำไรจากการตีราคาสินทรัพย์ใหม่ของ DIF ออก) ดีขึ้นจาก 4Q17 และ 1Q17 ที่ขาดทุนปกติ 1,027 และ 2,726 ลบ. ตามลำดับ โดยการฟื้นตัวมาจากทั้งรายได้ของ True Mobile ที่โตแกร่ง 10% Y-Y จากจำนวน Net Add ที่ยังปรับตัวเพิ่มขึ้น (True Mobile +412 แสนราย) และทำให้ Market Share ในแง่รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 27.6% ในไตรมาสนี้ ขณะที่ True Online มีรายได้เติบโตเด่น +29.2% Y-Y เช่นกัน นอกจากนี้ปัจจัยที่ทำให้มีผลขาดทุนปกติลดลงคือการควบคุมต้นทุนที่ดีมากขึ้น แม้จะเริ่มรับรู้ค่าเช่าบางส่วนจากการขายสินทรัพย์เข้า DIF รอบใหม่ใน 4Q17 โดย EBITDA เติบโตถึง 26.2% Y-Y และ EBITDA Margin ปรับตัวขึ้นเป็น 37% จาก 36.5% และ 31.6% ใน 4Q17 และ 1Q17 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
BDMS (BUY/18TP: 26), กำไร 1Q18 โตสูงกว่าเราและตลาดคาดมาก
(views 11)
กำไร 1Q18 สูงกว่าคาดอย่างน่าประทับใจ BDMS ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาที่ 2,919 ลบ. +43.5% Q-Q, +47.9% Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดมากถึง 15-20% โดยรายได้เติบโตสูง 7.2% Q-Q และ 15.3 % Y-Y ดีกว่าที่เราคาดเนื่องจากโรงระบาดที่มากในปีนี้ซึ่งแตกต่างจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างสิ้นเชิง ขณะที่การควบคุมต้นทุนทำได้ดีกว่าคาดมากเช่นกันทั้งต้นทุนทางตรงและ SG&A ส่งผลให้ได้ประโยชน์จาก Operating Leverage อย่างมีนัยยะและทำให้ EBITDA Margin พุ่งสูงขึ้นเป็น 24.7% ในไตรมาสนี้จาก 20.9% และ 21.8% ใน 4Q17 และ 1Q17 ตามลำดับ สูงสุดในรอบ 13 ไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
BGRIM (BUY/18TP: 32), กำไรปกติ 1Q18 โตตามคาด ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น
(views 10)
กำไรปกติ 1Q18 เพิ่ม 53.3% Q-Q, 21.6% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 723 ล้านบาท เพิ่ม 57.8% Q-Q, 6.4% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษ FX Gain เป็นกำไรปกติที่ 512 ล้านบาท ใกล้เคียงคาด เพิ่ม 53.3% Q-Q, 21.6% Y-Y จากการเริ่ม COD ของโรงไฟฟ้า ABPR3 (133 MW BGRIM ถือหุ้น 55%) ขายไฟให้กฟผ.ตั้งแต่ต้นเดือนก.พ. ที่ผ่านมา รายได้รวมเพิ่ม 5.1% Q-Q, 6.6% Y-Y กอปรกับค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง Q-Q ตามฤดูกาล และค่าใช้จ่ายทางการเงินบันทึกลดลง Q-Q
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
CPN (BUY/18TP: 93), กำไร 1Q18 เป็นไปตามคาด แนวโน้มธุรกิจยังมีทิศทางที่ดี
(views 9)
กำไร 1Q18 เป็นไปตามคาด CPN รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 2,822.3 ล้านบาท +16.4% Q-Q, +1.7% Y-Y เป็นไปตามเราและตลาดคาด ในไตรมาสนี้บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่คือคอนโด Escent เป็นไตรมาสแรก โดยมีการโอนของ Escent ระยองและเชียงใหม่บางส่วน คิดเป็นรายได้ 216 ล้านบาท หรือ 2.8% ของรายได้รวม ซึ่งสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ 37.5% ไม่ทิ้งห่างจากผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดมากนัก สำหรับธุรกิจหลักคือค่าเช่าศูนย์การค้า (88% ของรายได้รวม) +4.4% Q-Q, +7.3% Y-Y โดยรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากศูนย์การค้า 2 ใหม่ที่เปิดปลายปีก่อน คือ มหาชัยและนครราชสีมา แต่ยังถูกกระทบจากศูนย์เซ็นทรัลเวิลด์ที่ยังปรับปรุงพื้นที่ไม่แล้วเสร็จ (คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 3Q18) ส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรม (4% ของรายได้รวม) เติบโตดี +1.9% Q-Q, +5.7% Y-Y ตามฤดูกาล ในส่วนของรายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (6% ของรายได้รวม) ลดลง 16.9% Q-Q จาก high season ในไตรมาสก่อน แต่ +12.4% Y-Y ซึ่งถือว่าแข็งแกร่ง
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
CENTEL (BUY/18TP: 54), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดเล็กน้อย ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
(views 8)
กำไรปกติ 1Q18 โตแข็งแกร่ง CENTEL ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาที่ 883 ลบ. +100% Q-Q, 17.2% Y-Y ดีกว่าคาดเล็กน้อย รายได้เติบโตแข็งแกร่ง +8% ทั้ง Q-Q และ Y-Y ใกล้เคียงคาด จากทั้งธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร โดย Rev Par ของธุรกิจโรงแรมโต 4.4% Y-Y ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารแม้ Same Store Sales Growth จะติดลบ 0.6% แต่ชดเชยจากการเปิดสาขาใหม่และทำให้ Total System Sales Growth โต 7.9% Y-Y ขณะที่ฝั่งต้นทุนควบคุมได้ดีและได้ประโยชน์จาก Operating Leverage ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวขึ้นเป็น 27.2% ในไตรมาสนี้จาก 21.1% ใน 4Q17 แต่ลดลงเล็กน้อยจาก 27.9% ใน 1Q17 (ค่าเสื่อมราคาลดลง Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
EKH (BUY/18TP: 7), กำไร 1Q18 โตเด่นกว่าคาดเล็กน้อย คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 8)
กำไร 4Q17 แข็งแกร่งกว่าคาด EKH ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาที่ 22 ลบ. +1.1% Q-Q, +60.7% Y-Y ดีกว่าคาด 5% โดยรายได้เติบโตโดดเด่นตามคาด +3.9% Q-Q, +18.6% Y-Y จากโรคระบาดที่มากในปีนี้ทั้งไวรัสโรต้า โรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงโรคหลักอย่างไข้หวัดใหญ่และไข้เลือดออก ขณะที่ต้นทุนยังอยู่ภายใต้การควบคุมที่ค่อนข้างดีแม้จะเริ่มเปิดศูนย์ผู้มีบุตรยาก แต่โดยรวมไม่ได้เป็นตัวถ่วงผลการดำเนินงาน ขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ทำให้ได้ประโยชน์จาก Operating Leverage จากรายได้ที่โตแรง และส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวอย่างมีนัยยะเป็น 24.3% ในไตรมาสนี้จาก 23.9% และ 19.7% ใน 4Q17 และ 1Q17 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
ERW (BUY/18TP: 9), กำไร 1Q18 สวยหรู เป็น Top Pick ของกลุ่ม
(views 7)
กำไรปกติ 1Q18 สูงกว่าเราและตลาดคาด ERW ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาแข็งแกร่งอย่างน่าประทับใจที่ 286 ลบ. +77.3% Q-Q, +37.5% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด รายได้เติบโตอย่างโดดเด่น +12.2% Q-Q, +9.7% Y-Y จาก Rev Par ที่เติบโตดีในทุกระดับโรงแรม (รวมทุกโรงแรม ex. Hop Inn +8% Y-Y, Hop Inn +9% Y-Y) ตามทิศทางอุตสาหกรรมและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เป็นขาขึ้น ขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ทำให้ได้ประโยชน์จาก Operating Leverage อย่างมีนัยยะและทำให้ EBITDA Margin เพิ่มขึ้นเป็น 36.4% ในไตรมาสนี้จาก 31.9% และ 33.8% ใน 4Q17 และ 1Q17 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
ICHI (U.R./18TP: U.R.), กำไร 1Q18 ต่ำคาดมาก แนะนำชะลอการลงทุน
(views 7)
กำไร 1Q18 น่าผิดหวังต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 33 ล้านบาท (-64.5% Q-Q, -46.8% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 67 ล้านบาท) จากอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าคาด ถือเป็นกำไรที่ไม่สดใสนัก แม้รายได้ต่างประเทศจะเติบโตสูง 41% Y-Y เพราะมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน แต่ไม่สามารถชดเชยการหดตัวลงของรายได้ในประเทศที่ -22% Y-Y ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาสินค้า เพราะเริ่มถูกจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องชาเขียว และภาษีน้ำตาล ทำให้สัดส่วนของรายได้ในประเทศ : ส่งออกเปลี่ยนแปลงเป็น 73% : 27% จาก 83% : 17% สิ้น 1Q17 ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นน่าผิดหวังมากลดลงมาอยู่ที่ 17.1% จาก 24.7% ใน 4Q17 และ 23.7% ใน 1Q17 จากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับลดลง ทั้งที่เริ่มเข้าสู่ช่วงการทำโปรโมชั่นครั้งใหญ่ (1 มี.ค. - 9 พ.ค.) แต่เพราะปรับลดงบประมาณในการทำโปรโมชั่นลงราว 30% จากภาวะตลาดชาเขียวในประเทศที่ไม่สดใส
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
ITEL (BUY/18TP: 5.4), กำไร 1Q18 ออกมาตามคาด ส่วนใหญ่มาจากรายได้ต่อเนื่อง
(views 8)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 31 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 69% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 ออกมาตามคาดที่ 31 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 69% Y-Y โดยสาเหตุที่ทรงตัว Q-Q เพราะรับรู้งานติดตั้งโครงข่ายลดลง 32% Q-Q เหลือ 288 ล้านบาท ส่วนที่เพิ่มขึ้นสูง Y-Y มาจากรายได้บริการโครงข่ายและดาต้าเซ็นเตอร์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง จากทั้งการได้ลูกค้ารายใหม่, การเปิดให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 2, รวมถึงฐานรายได้ติดตั้งโครงข่ายที่ต่างกัน เพราะ 1Q17 ยังไม่มีโครงการใหญ่จากภาครัฐฯ เช่น เน็บชายขอบ โดยรายได้รวมลดลง 19% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 96% Y-Y อยู่ที่ 365 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 24.9% จาก 20% ใน 4Q17 เพราะสัดส่วนรายได้ให้เช่าโครงข่ายเพิ่มจาก 31% เป็น 40% แต่เมื่อเทียบกับ 1Q17 อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 28.9% เพราะช่วงนั้นมีการรับรู้งานติดตั้งโครงข่ายอัตรากำไรต่ำไม่มากนัก
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
M (BUY/18TP: 90), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด และคาดจะดีมากขึ้นใน 2Q18
(views 7)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดเล็กน้อย กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 632 ล้านบาท (15.8% Q-Q, 14.3% Y-Y) ดีกว่าคาดเล็กน้อย (เราคาดไว้ 603 ล้านบาท) ถือว่าทำได้ดี ส่วนหนึ่งมาจาก SSSG ที่ยังเป็นบวกได้ต่อเนื่อง +3% Y-Y จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และมีปริมาณลูกค้าเข้าร้านคึกคักมากขึ้น ทำให้ SSS สามารถเติบโตได้ทั้งในกทม. และต่างจังหวัด โดยมีการเปิดสาขาใหม่ 8 แห่งในไตรมาสนี้ได้แก่ 2MK, 5 Yayoi และ 1 Hakata แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย -2.2% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่เติบโตได้ 6.7% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังสามารถปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 68.5% เพิ่มขึ้นจาก 67.7% ใน 4Q17 และ 67.5% ใน 1Q17 แม้ราคาวัตถุดิบเป็ดจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ถูกหักล้างด้วยราคาหมูที่ปรับลดลง และสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 52.2% จาก 53.8% ใน 4Q17 เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายโบนัสพิเศษเหมือนในไตรมาสก่อน แต่ปรับขึ้นจาก 51.6% ใน 1Q17 จากค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่ และค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
MINT (BUY/18TP: 44), กำไร 1Q18 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
(views 9)
กำไรปกติ 1Q18 ต่ำกว่าคาด MINT ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาที่ 1,719 ลบ. +6.7% Q-Q, -10.7% Y-Y ต่ำกว่าคาด 8% ภาพรวมธุรกิจอาหารและค้าปลีกถือว่าทำได้ใกล้เคียงคาดทั้งรายได้และอัตรากำไร แต่สาเหตุที่กำไรต่ำกว่าคาดเกิดจาก Margin ที่ต่ำกว่าคาดในส่วนของธุรกิจโรงแรมและอสังหาฯ ซึ่งผู้บริหารให้ข้อมูลว่าเกิดจากการรวมงบการเงิน Corbin and King ที่ได้เข้าลงทุนตั้งแต่ปลายปีก่อนและการเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาตต (ซึ่งทำให้เราผิดหวังเล็กน้อย) นอกจากนี้สาเหตุที่ทำให้กำไรลดลง Y-Y เกิดจากผลของการแปลงค่างบการเงินจากค่าเงินบาททีแข็ง รวมถึงช่วงเวลาการโอนของธุรกิจอสังหาฯ โดยใน 1Q17 มีโอนวิลล่าโครงการ Anantara Layan ถึง 3 หลังมูลค่าเกือบ 1 พันลบ. ในขณะที่ไตรมาสนี้ไม่มี
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
ORI (BUY/18TP: 25.4), กำไร 1Q18 น่าประทับใจ ปรับประมาณการกำไรทั้งปีขึ้น
(views 7)
กำไรสุทธิ 1Q18 ดีกว่าเราและตลาดคาด +184% Y-Y ORI รายงานกำไรปกติ 1Q18 อยู่ที่ 489 ล้านบาท หดตัว 28% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่โตแรง 184% Y-Y ดีกว่าเราคาด 53% และตลาดคาดถึง 82% จาก GPM การขายอสังหาฯที่ทำได้ดีกว่าคาดเป็น 39.2% (จาก 33.6% ใน 4Q17) จาก GPM ของ Park24 เฟส 1 ที่ดีขึ้น ขณะที่ยอดโอนแตะระดับ 2 พันล้านบาท (-60% Q-Q แต่ +130% Y-Y) ใกล้เคียงคาด หนุนจากการโอนโครงการ Park24 เฟส 1 ต่อเนื่องราว 800 ล้านบาท และเริ่มโอนคอนโดใหม่อย่าง KnightsBridge ติวานนท์ มูลค่า 1.15 พันล้านบาท (Sold 72%) ประกอบกับมีรายได้จากการบริหารโครงการให้ NRED อยู่ที่ 408 ล้านบาท จากการเปิดคอนโดใหม่อย่าง KnightsBridge Space รัชโยธิน มูลค่า 2.7 พันล้านบาท ทั้งนี้ ยอด Presales 1Q18 อยู่ที่ 5.1 พันล้านบาท (+20% Q-Q, +255% Y-Y) คิดเป็น 25% ของเป้าทั้งปีที่ 2 หมื่นล้านบาท (+36% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
RS (BUY/18TP: 32), กำไร 1Q18 อ่อนลง Q-Q แต่โตสูง Y-Y ดีกว่าคาด 11%
(views 8)
กำไรสุทธิ 1Q18 อ่อนลง 7.5% Q-Q แต่โตสูง 116.9% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 102 ล้านบาท ลดลง 7.5% Q-Q แต่ยังเพิ่มสูง 116.9% Y-Y กำไรปกติ 107 ล้านบาท ลดลง 7.2% Q-Q แต่เพิ่ม 586.6% Y-Y เป็นกำไรมากกว่าคาด 11% ส่วนใหญ่จากค่าใช้จ่าย SG&A น้อยกว่าคาด กำไรอ่อนลง Q-Q จากภาษีจ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรเพิ่ม Y-Y ตามรายได้รวมเพิ่ม 28.9% แรงหนุนจากยอดขายธุรกิจ MPC (จากเดิมเรียก H&B โดยรวมสินค้าประเภท Home lifestyle) +24.4% Q-Q, +191.1% Y-Y ชดเชยรายได้ธุรกิจสื่อรวมทีวีดิจิตอล (ช่อง 8) ที่ลดลง 13.2% Q-Q, 31.0% Y-Y จากอัตราการใช้เวลาโฆษณาลดลง โดยได้รับผลกระทบจากตลาดโฆษณาสื่อทีวีที่ซบเซาลงในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส และบริษัทมีนโยบายไม่ขายโฆษณาโดยให้ส่วนลดมากๆ และใช้เวลาสื่อไปเพื่อการขายสำหรับธุรกิจ MPC
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
SAPPE (BUY/18TP: 29), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด ทำได้ดีสุดในกลุ่มเครื่องดื่ม
(views 7)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 117 ล้านบาท (+50% Q-Q, +138.8% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 87 ล้านบาท) จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่ 13 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 104 ล้านบาท (+44.4% Q-Q, +142% Y-Y) ถือเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่องได้น่าประทับใจดีสุดในกลุ่มเครื่องดื่ม โดยการเติบโตสูง Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน จากปัญหาการสต็อกสินค้าและเกิดเหตุน้ำท่วมที่อินโดนีเซีย ทำให้รายได้ส่งออกชะงักลงในปีก่อน ส่วนปีนี้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้ เติบโตดี 12.9% Q-Q และ 41.2% แม้จะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า แต่ด้วยรายได้ที่เติบโตดีทั้งส่งออกและการขายในประเทศ กอปรกับมีอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นมาอยู่ที่ 60% - 65% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นสามารถขยับขึ้นมาอยู่ที่ 39.4% (เราคาดที่ 37.5%) จาก 36.3% ใน 1Q17 และ 37.6% ใน 4Q17 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังควบคุมได้ดีอยู่ที่ 21.7% ลดลงจาก 24.9% ใน 4Q17 และ 26% ใน 1Q17 มีเพียงส่วนแบ่งจาก All Coco ที่พลิกเป็นขาดทุนราว -3 ล้านบาท จากกำไร 0.3 ล้านบาทใน 4Q17 มาจากค่าซ่อมแซมและปรับปรุงเครื่องจักรเฉพาะใน 1Q18 หลังจากนี้น่าจะได้เห็นพัฒนาการกำไรดีขึ้นต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
SC (BUY/18TP: 4.8), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด… มีแนวราบเป็นพระเอก
(views 7)
กำไร 1Q18 มาตามนัด โตก้าวกระโดด 244% Y-Y SC รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 เป็น 259 ล้านบาท หดตัว 53% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่โตแรง 244% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด 8% จากยอดโอนที่ทำได้มากกว่าคาด แตะระดับ 2.5 พันล้านบาท (-44% Q-Q แต่ +60% Y-Y) ส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของสินค้าแนวราบเป็นหลักอยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท (+93% Y-Y) สะท้อนถึงความสำเร็จจากการเน้นขายแนวราบระดับ Luxury ที่บริษัทถนัด และการปรับกลยุทธ์เริ่มขยายไปจับตลาด Mid-to-Low มากขึ้น ส่วนรายได้จากคอนโดหดตัว 31% Y-Y เนื่องจากไม่มีคอนโดใหม่ที่เริ่มโอนในไตรมาสนี้ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับที่ดีราว 36% เทียบกับ 34.4% ใน 4Q17 และ 39.5% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
MBAX (HOLD/18TP: 4.5), กำไร 1Q18 ออกมาต่ำคาดจากบาทแข็ง ปรับคำแนะนำเป็นถือ
(views 8)
กำไรสุทธิ 1Q18 เหลือเพียง 4 ล้านบาท ลดลง 65% Q-Q และ 75% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 4 ล้านบาท ลดลง 65% Q-Q และ 75% Y-Y รายได้รวมทำได้ 348 ล้านบาท ลดลง 20% Q-Q และลดลง 2% Y-Y ส่วนสำคัญมาจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นถึง 11% Y-Y เพราะ MBAX ผลิตและส่งออกโดยรับเงินในรูปของดอลล่าร์สหรัฐฯเกือบทั้งหมด ซึ่งถ้าหักผลกระทบจากบาทแข็งออก ปริมาณการขายยังเพิ่มขึ้น 9% Y-Y และด้วยต้นทุนเม็ดพลาสติกที่เพิ่มขึ้น จึงกดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 6.2% จาก 8.1% ใน 4Q17 และ 9.3% ใน 1Q17 ซึ่งหักล้างผลบวกของ Economy of scale จากการใช้กำลังการผลิตเต็มที่ไปทั้งหมด นอกจากนี้ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารแม้จะทำได้ดี โดยลดลง 5% Q-Q และ 0.4% Y-Y เหลือ 25 ล้านบาท แต่เพราะจ่ายเป็นเงินบาททั้งหมด (แต่รายรับเป็นดอลล่าร์สหรัฐฯ) เมื่อคิดเป็นต่อรายได้ จึงทำให้ SG&A/Sales เพิ่มขึ้นเป็น 7.2% จาก 6.0% ใน 4Q17 และ 7.1% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
AP (BUY/18TP: 9.7), กำไร 1Q18 โตเด่นตามคาด พร้อมเพิ่มเป้าเปิดโครงการใหม่
(views 8)
กำไรสุทธิ 1Q18 ออกมาดี +47% Y-Y AP รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 809 ล้านบาท เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด ลดลง 40% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ขยายตัวเด่น 47% Y-Y โดยมีแรงหนุนจากยอดโอนที่แตะระดับ 5.4 พันล้านบาท (-31% Q-Q แต่ +33% Y-Y) ซึ่งมาจากการเติบโตของแนวราบเป็นหลักที่ 4 พันล้านบาท (+58% Y-Y) จากการเน้นโอน และขายสินค้าที่ไปได้ดีทั้งโครงการที่ต่อเนื่องจาก 4Q17 และเริ่มโอน 2 โครงการใหม่ ส่วนยอดโอนคอนโดหดตัว 11% Y-Y เนื่องจากไม่มีการเริ่มโอนคอนโดใหม่ในไตรมาสนี้ ประกอบกับมีการจัดโปรโมชั่นลดราคาเพื่อระบายสต็อกของคอนโดต่างจังหวัด ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีที่ 35.3% จาก 32.8% ใน 1Q17 เนื่องจากโครงการใหม่มีมาร์จิ้นที่สูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
ASEFA (HOLD/18TP: 5.8), กำไร 1Q18 ลดลง Q-Q, Y-Y ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
(views 6)
กำไร 1Q17 ลดลง 12.1% Q-Q, 3.2% Y-Y กำไร 1Q18 ที่ 54 ล้านบาท ลดลง 12.1% Q-Q, 3..2% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล ตามปกติที่มีการรับรู้รายได้มากในช่วงครึ่งปีหลัง และค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น Y-Y จากการขยายการลงทุนด้านการตลาด รายได้รวมลดลง 11.1% Q-Q แต่เพิ่มเล็กน้อย 2.8% Y-Y Gross margin ที่ 23.4% ใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 23.5% แต่นับว่าต่ำลงจากรายไตรมาสในช่วงอดีตปี 2016 ที่ 24-25.6% จากการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจมากขึ้นตั้งแต่ต้นปีก่อน เนื่องจากการลงทุนโดยรวมขยายตัวช้า
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
BIG (BUY/18TP: 4.3), กำไร 1Q18 ตามคาด ชะลอเล็กน้อย แต่ดีกว่าค่าเฉลี่ยปีก่อน
(views 11)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 210 ล้านบาท ตามที่เราคาด กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 210 ล้านบาท ลดลง 15% Q-Q และ 12% Y-Y ตามที่เราคาด จากผลของกำลังซื้อที่ชะลอตัวในช่วงต้นปี เพราะถูกดึงไปล่วงหน้าจากมาตรการช้อปช่วยชาติ และความต้องการกล้อง Mirrorless ที่มาเร่งในช่วงปลายปี 2017 หลังจากทรุดตัวมาเกือบตลอดทั้งปี ทำให้ BIG ต้องจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วง ม.ค.-ก.พ. 18 ส่งผลให้รายได้รวมพลิกมาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3% Y-Y อยู่ที่ 1,642 ล้านบาท แต่กดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 30.5% จาก 31.9% ใน 4Q17 และ 32.1% ใน 1Q17 ขณะเดียวกัน ก็ส่งผลให้ SG&A/Sales เพิ่มขึ้นเป็น 14.7% จาก 14.6% ใน 4Q17 และ 13.4% ใน 1Q17 อย่างไรก็ตาม พัฒนาการเชิงบวกที่เห็นในไตรมาสนี้คือ ยอดรีเบทกลับมาอยู่ในระดับ 200 ล้านบาท/ไตรมาสอีกครั้ง หลังจากลดลงเหลือเพียง 150-170 ล้านบาท/ไตรมาศใน 1Q-3Q17 และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่พลิกเป็นบวก แม้จะมีการสต็อกสินค้ามากขึ้นก็ตาม
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
BJC (HOLD/18TP: 61), กำไร 1Q18 ดีตามคาด
(views 9)
กำไร 1Q18 ทำได้ดีเท่ากับคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 1,445 ล้านบาท (-22.4% Q-Q, +49.7% Y-Y) หากไม่รวมกำไรจากการขายเงินลงทุน 191 ล้านบาท (สุทธิภาษี) และขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 58 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,312 ล้านบาท (-24.2% Q-Q, +29.1% Y-Y) เท่ากับคาด (เราคาดไว้ 1,314 ล้านบาท) กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล ส่วนกำไรที่เติบโตดี Y-Y มาจากการเติบโตในทุกธุรกิจ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
BLA (SELL/18TP: 37.5), ความเสี่ยงทางธุรกิจเพิ่มขึ้น
(views 8)
แม้ว่า BLA รายงานกำไร 1Q18 ดีกว่าคาด แต่คาดว่าน่าจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีและไตรมาสที่เหลือจะไม่สดใสนัก เราจึงคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 3.7 พันลบ. +2%Y-Y โดยมีความเสี่ยงรายได้เบี้ยประกันรับที่เกิดขึ้นจากตารางมรณะใหม่และช่องทางการขายประกันผ่านธนาคารที่ค่อยชะลอตัวลง คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 37.50 บาท ราคาขึ้นมาเรามองเป็นโอกาสขาย (เดิม ถือ)
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
CMO (BUY/18TP: 3), งบ 1Q18 ตามคาด พลิกเป็นขาดทุนตามภาวะปกติ
(views 6)
ผลประกอบการ 1Q18 ออกมาตามคาด พลิกเป็นขาดทุนปกติ รายได้รวมค่อนข้างทรงตัว Y-Y แต่ลดลง 31% Q-Q ตามฤดูกาลเหลือ 307 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 21.2% จาก 29.4% ใน 4Q17 และ 22.0% ใน 1Q17 ขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 16.7% จาก 12.4% ใน 4Q17 และ 15.3% ใน 1Q17 สาเหตุหลักมาจากฐานการรับรู้งานที่ต่างกัน โดย 1Q17 เป็นช่วงที่ได้งานใหญ่จากภาครัฐฯ ซึ่งเป็นงานที่จบเร็วจึงไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดมากนัก ต่างจากปีนี้ที่ส่วนใหญ่เป็นงานของภาคเอกชน อีกทั้ง ผลขาดทุนในบริษัทร่วม CMO Show Corp. ก็เพิ่มขึ้น Y-Y ราว 3 ล้านบาทด้วย ส่งผลให้มีผลประกอบการเป็นขาดทุนสุทธิ 3 ล้านบาท จากที่มีกำไรสุทธิ 7 ล้านบาทใน 1Q17 อย่างไรก็ตาม ภาวะขาดทุนเล็กน้อยในไตรมาส 1 ของทุกปิ ถือเป็นเรื่องปกติของ CMO โดยช่วงทำกำไรหลักๆจะเป็นไตรมาส 4 เราจึงไม่ได้มองลบกับผลประกอบการที่ออกมา ส่วนเมื่อพิจารณาจากงบเดี่ยว จะเห็นว่า CMO มีตั้งด้อยค่าเงินลงทุนใน CMO Show Corp. ไปอีก 12 ล้านบาท รวมตั้งไปแล้วทั้งหมด 30 ล้านบาท จากเงินลงทุนทั้งสิ้น 55 ล้านบาท คงเหลือความเสี่ยงที่จะต้องถูกตั้งในปีนี้อีกราว 25 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
CPALL (BUY/18TP: 98), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด และจะดีขึ้นต่อในช่วงที่เหลือของปี
(views 8)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 5,417 ล้านบาท (-2% Q-Q, +13.7% Y-Y) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายทางภาษีจากการขายหุ้น MAKRO (Non-recurring item) ที่ 114 ล้าน จะมีกำไรปกติเท่ากับ 5,530 ล้านบาท (ทรงตัว Q-Q, +16.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 5,688 ล้านบาท) ถือว่าทำได้ดี แม้กำไรของ MAKRO จะเท่ากับ 1,628 ล้านบาท
(-13% Q-Q, ทรงตัว Y-Y) แต่ด้วยผลงานของธุรกิจ 7-11 ที่ดี โดยมี SSSG เป็นบวกต่อเนื่องที่ +5.6% Y-Y ส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการปรับขึ้นราคาบุหรี่และแอลกอฮอล์ และมีการเปิดสาขาใหม่ที่ 265 แห่ง ทำให้รายได้รวมทรงตัว Q-Q (ตามฤดูกาล) และ +9.1% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ที่ 22.2% ปรับขึ้นเล็กน้อยจาก 22% ใน 1Q17 แต่ปรับลงจาก 22.6% ใน 4Q17 เป็นผลจาก Product Mix โดยมีการขายสินค้ามาร์จิ้นต่ำเพิ่มขึ้น สำหรับสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 18.9% ใกล้เคียง 18.8% ใน 1Q17 แต่ลดลงจาก 19.7% ใน 4Q17 จากปัจจัยฤดูกาลและไม่มีค่าใช้จ่ายจาก Stamp Promotion เหมือนไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
EA (BUY/18TP: 47), กำไรปกติ 1Q18 แตะพันล้านตามนัด จะนิวไฮอีกครั้งใน 4Q18
(views 7)
กำไรปกติ 1Q18 แตะพันล้านบาทเป็นไตรมาสแรก กำไรสุทธิ 1Q18 ของ EA 1,947 ล้านบาท มีรายการพิเศษเป็นกำไรทางบัญชี 888 ล้านบาทจากสถานะของ Amita Tehnologies ที่เปลี่ยนจากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยหลัง EA เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น (จาก 50.69% เป็น 69.99%) หากไม่รวมรายการดังกล่าว ธุรกิจหลักมีกำไรปกติ 1,028 ล้านบาท +14.9% Q-Q, +8.6% Y-Y ใกล้เคียงคาด และเป็นกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แตะหลักพันล้านบาทเป็นไตรมาสแรก จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ทยอย COD เข้ามาในปีก่อน ทำให้ปัจจุบัน EA มีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 404MW แบ่งเป็นโซลาร์ 278MW และพลังงานลม 126MW
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
FTE (HOLD/18TP: 3.15), กำไร 1Q18 น่าผิดหวังมาก ปรับเป้าลง และลดคำแนะนำเป็นถือ
(views 5)
กำไรสุทธิ 1Q18 ทำได้เพียง 17 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดที่ 28 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 17 ล้านบาท ลดลงถึง 54% Q-Q และ 39% Y-Y ต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ 28 ล้านบาทอยู่มาก สาเหตุหลักไม่ได้มาจากรายได้ เพราะลดลงเพียง 12% Q-Q และ 5% Y-Y อยู่ที่ 221 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับที่เราคาด แต่เป็นเพราะอัตรากำไรขั้นต้นที่ทรุดตัวหนักเหลือเพียง 21.2% ต่ำกว่าคาดการณ์การของเราที่ 27.5% และต่ำกว่า 28.4% ใน 4Q17 และ 24.4% ใน 1Q17 เนื่องจากรับรู้งานโครงการได้น้อย และงานขายอุปกรณ์งวดนี้ขายผ่านตัวแทนเป็นส่วนใหญ่ ต่างจากปีก่อนที่ขายผ่านเจ้าของโครงการ นอกจากนี้ การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังทำได้แย่ลง โดย SG&A/Sales เพิ่มขึ้นเป็น 13.4% จาก 12.1% ใน 4Q17 และ 11.4% ใน 1Q17 เพราะค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นเงินเดือนพนักงาน ซึ่งไม่ได้ผันแปรโดยตรงกับรายได้ที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
GLOBAL (BUY/18TP: 19), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ
(views 6)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 566 ล้านบาท (+62.2% Q-Q, 16.9% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 489 ล้านบาท) มาจากทั้งรายได้, อัตรากำไรขั้นต้น และรายได้อื่นที่ดีกว่าคาด ถือว่าเป็นการเติบโตสอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ โดย SSSG เติบโตได้ +6.8% Y-Y เป็นบวกไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน และรับรู้รายได้สาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ส่วน 1Q18 ไม่มีการเปิดสาขาใหม่ ทำให้รายได้รวมเติบโตสูงถึง 20.1% Q-Q และ 20% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังทำได้ดีต่อเนื่องอยู่ที่ 20.7% เพิ่มขึ้นจาก 19.9% ใน 4Q17 และลดลงเล็กน้อยจาก 21% ใน 1Q17 ถือว่าดีกว่าที่เราคาดไว้ที่ 20% และรายได้อื่นเติบโตสูง 43.6% Q-Q, 35.9% Y-Y (สูงกว่าคาด 35%) เพราะมีรายได้ค่าเช่าศูนย์กระจายสินค้าที่เก็บจากคู่ค้าของบริษัท แม้ไตรมาสนี้จะเริ่มเปลี่ยนแปลงขยายประมาณการอายุการใช้งานของอาคารจาก 20 ปี เป็น 30 ปี ทำให้ค่าเสื่อมราคาปรับลดลงราว 24 ล้านบาทต่อไตรมาส แต่ค่าใช้จ่ายยังปรับตัวสูงขึ้น 6% Q-Q และ 27.1% Y-Y จากทั้งค่าใช้จ่ายเตรียมเปิดสาขาใหม่ในไทยและสาขาแรกที่กัมพูชา ทั้งนี้ด้วยรายได้ที่เติบโตดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงอยู่ที่ 12.9% ใน 14.7% แต่ปรับขึ้นจาก 12.2% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
INTUCH (BUY/18TP: 67.5), กำไร 1Q18 ตามคาด จุดเด่นยังคือความ “ถูก”
(views 6)
กำไร 1Q18 ออกมาตามคาด INTUCH ประกาศกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 3,640 ลบ. +107.5% Q-Q, +16.7% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษจากการขายหุ้น CSL ของ THCOM ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 3,177 ลบ. +2% Q-Q, +2.9% Y-Y ซึ่งเป็นไปตามที่เราคาด การเติบโตหลักๆยังคงขับเคลื่อนจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่เพิ่มขึ้นจากพัฒนาการด้านความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น สังเกตได้จากการอุดหนุนราคาเครื่องที่ลดลงแต่ Net Add ติดลบน้อยลงอย่างมีนัยยะ ส่วน THCOM ยังคงเป็นตัวถ่วงโดยไตรมาสล่าสุดพลิกมาขาดทุนปกติเล็กน้อย และภาวะอุตสาหกรรมและธุรกิจยังอยู่ในช่วงที่ท้าทายและต้องปรับตัว
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
LPH (HOLD/18TP: 7), กำไรแย่กว่าคาด ปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
(views 7)
กำไรปกติ 1Q18 น่าผิดหวัง LPH ประกาศกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 75 ลบ. +13.4% Q-Q, +59.9% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์ออก กำไรปกติจะอยู่ทีเพียง 29 ลบ. +6.1% Q-Q, -24.1% Y-Y และต่ำกว่าคาดถึง 20% แม้รายได้จะเติบโตในระดับที่ดี +4.9% Q-Q, +10.7% Y-Y แต่ต้นทุนปรับตัวขึ้นในอัตราที่สูงกว่าเนื่องจากการเปิดให้บริการอาคารศูนบ์แพทย์เฉพาะทางใหม่และแผนขยายธุรกิจแล็บของ AMARC ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรรวมถึงค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ Norm Profit Margin หดตัวเหลือเพียง 7.7% ในไตรมาสนี้จาก 11.2% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
ROBINS (BUY/18TP: 78), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด
(views 6)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 762 ล้านบาท (-7.1% Q-Q, +7.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 795 ล้านบาท) กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล ส่วนสาเหตุที่กำไรเติบโต Y-Y มาจาก SSSG ที่พลิกฟื้นเป็นบวกที่ +1.8% Y-Y ถือเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส ส่วนหนึ่งมาจากฐานต่ำ และการฟื้นตัวของกำลังซื้อในต่างจังหวัด กอปรกับรับรู้รายได้ของสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 3.8% Y-Y ในขณะที่บริษัทสามารถปรับ Product Mix ได้ตามเป้าหมาย ด้วยการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand มาอยู่ที่ 10.7% ของรายได้รวม จาก 10.1% ใน 1Q17 ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 25.5% จาก 25.2% ใน 4Q17 และ 25.3% ใน 1Q17 และอัตราการเติบโตของรายได้ค่าเช่ายังทำได้ดีอยู่ที่ +11.8% Y-Y จากสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน สำหรับค่าใช้จ่ายยังคงปรับตัวสูงขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 29.9% จาก 29% ใน 4Q17 และ 29.1% ใน 1Q17 ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอยู่ที่ 131 ล้านบาท (ทรงตัว Q-Q, -11% Y-Y) หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุนของ Power Buy ในปีก่อนราว 35 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมไตรมาสนี้จะโต 17% Y-Y โดย Super Sport ยังมีผลงานดีต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
RSP (BUY/18TP: 8.4), กำไร 1Q18 ตามคาด น่าจะดีต่อใน 2Q18 และ 4Q18
(views 5)
กำไร 1Q18 ฟื้นตัวต่อเนื่องใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 61 ล้านบาท (+5.1% Q-Q, -23.8% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 63 ล้านบาท) กำไรที่ลดลง Y-Y มาจากฐานที่สูงในปีก่อน ส่วนกำไรที่ฟื้นตัว Q-Q ได้ต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์กำลังซื้อที่ดีขึ้น โดยมีรายได้ในไตรมาสนี้ค่อนข้างทรงตัว Q-Q ทั้งที่ 4Q ถือเป็น High Season ของธุรกิจ และถึงแม้บริษัทจะหยุดผลิตสินค้าแบรนด์ Converse และหันไปนำเข้าทั้งหมดตั้งแต่เดือน ม.ค. 2018 ที่ผ่านมา (ส่วนโรงงานไว้ผลิต Pony เป็นหลัก) ซึ่งต้นทุนการนำเข้าจะสูงกว่าการผลิตเองอยู่แล้ว แต่ด้วยการปรับ Product Mix ต่อเนื่อง กอปรกับได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทแข็งค่า สะท้อนให้เห็นในอัตรากำไรขั้นต้นยังทำได้ดีต่อเนื่องอยู่ที่ระดับ 54.6% เพิ่มขึ้นจาก 53.8% ใน 4Q17 และ 53.5% ใน 1Q17 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 30.9% จาก 33.4% ใน 4Q17 แต่เพิ่มขึ้นจากฐานที่ต่ำใน 1Q17 ซึ่งอยู่ที่ 25.4%
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
SAT (BUY/18TP: 24.1), กำไร 1Q18 ออกมาดีกว่าคาด ตามภาวะอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัว
(views 5)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 235 ล้านบาท ดีกว่าคาด 20% กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 235 ล้านบาท ลดลง 16% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่เพิ่มขึ้น 38% Y-Y ตามอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ฟื้นตัว โดยยอดผลิตรถยนต์ 1Q18 อยู่ที่ 539,690 คัน เพิ่มขึ้น 6% Q-Q และ 11% Y-Y และยอดผลิตเครื่องจักรการเกษตรที่เพิ่มขึ้น 24% Y-Y รายได้รวมลดลง 14% Q-Q และ 5% Y-Y เหลือ 1,991 ล้านบาท จากการโอนธุรกิจผลิตสปริงไปที่บริษัทร่วม (MSA) ทำให้ต้องเปลี่ยนมารับรู้เป็นส่วนแบ่งกำไรแทน ซึ่งเพิ่มขึ้น 23% Q-Q และ 30% Y-Y อยู่ที่ 29 ล้านบาท เมื่อรวมกับผลของ Economy of scale ตามการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น และแผนการควคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 18.2% จาก 14.2% ใน 4Q17 และ 15.9% ใน 1Q17 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดีต่อเนื่อง โดยคิดเป็น 7.6% ของรายได้รวม ลดลงจาก 7.9% ใน 4Q17 และ 8.0% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
SEAFCO (HOLD/18TP: 9.1), กำไร 1Q18 ตามคาด และจะขยายตัวเด่นตั้งแต่ 2Q18
(views 4)
กำไรปกติ 1Q18 โต 32% Q-Q และทรงตัว Y-Y จากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น SEAFCO รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 52.4 ล้านบาท (-22% Q-Q, -14% Y-Y) แต่หากตัดรายการพิเศษจากการขายเครื่องจักรใน 1Q17 และ4Q17 กำไรปกติจะเติบโต 32% Q-Q และทรงตัว Y-Y เป็นไปตามที่เราคาด แม้รายได้จะหดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y เนื่องจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้าของรถไฟฟ้าสายสีส้ม และอยู่ระหว่างเคลื่อนย้ายเครื่องจักรเข้าทำเข็มทดสอบหลายโครงการ อย่างไรก็ตาม กำไรปกติที่เติบโตได้มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยเป็น 21.9% จาก 20.4% ใน 4Q17 และ 16.6% ใน 1Q17 เนื่องจากมีการส่งมอบงานที่รับเฉพาะค่าแรงเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
SVI (BUY/18TP: 4.9), กำไร 1Q18 ลดลงแรง เป็นไปในทิศทางเดียวกับกลุ่ม
(views 4)
กำไร 1Q18 ลดลงแรง กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 64 ล้านบาท (-42.9% Q-Q, -63.2% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 12 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 77 ล้านบาท (-49.3% Q-Q, -38.4% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 6% (เราคาดไว้ 82 ล้านบาท) สิ่งที่ดีคือ คำสั่งซื้อที่แข็งแกร่ง ทำให้รายได้สกุล USD เติบโต +4% Q-Q และ +25.3% Y-Y เป็น US$104 ล้าน แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าได้ ทำให้รายได้สกุลบาททรงตัว Q-Q และโต 13% Y-Y ในขณะที่ยังมีวัตถุดิบต้นทุนแพงใช้อยู่จากที่สต็อกไว้ในปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ และผลจากบาทแข็งค่า ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 7.1% จาก 8.6% ใน 4Q17 และ 9.2% ใน 1Q17 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายควบคุมได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเป็น 4.9% จาก 6.3% ใน 4Q17 และ 5.2% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
BEAUTY (SELL/18TP: 20.5), กำไร 1Q18 ต่ำคาด จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้น
(views 5)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 282 ล้านบาท ลดลง 31% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 41% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 282 ล้านบาท ลดลง 31% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 41% Y-Y ต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ระดับ 300 ล้านบาท SSSG ยังเพิ่มขึ้นดี 18.4% Y-Y แต่ชะลอจาก 25.9% ใน 4Q47 และมีการเปิดสาขาเพิ่ม 19 แห่งเป็น 380 สาขา อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 67.7% ทรงตัวจาก 67.4% ใน 4Q17 และ 66.7% ใน 1Q17 แต่ด้วยค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นมาก ตามการเพิ่มพนักงานและขยายสาขา ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 31.4% จาก 37.4% ใน 4Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
MGT (BUY/18TP: 3), กำไร 1Q18 ออกมาใกล้เคียงคาด และประกาศ M&A
(views 5)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% Q-Q และ 18% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% Q-Q และ 18% Y-Y จากรายได้ที่โต 7% Q-Q อยู่ที่ 145 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบ Y-Y ลดลง 9% ตัวแปรที่หนุนกำไรอย่างมากคืออัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 31.8% จาก 29.9% ใน 4Q17 และ 28.5% ใน 1Q17 จากผลบวกของเงินบาทแข็ง ซึ่งหักล้างกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวขึ้นเป็น 19.6% ของรายได้รวม จาก 15.8% ใน 4Q17 และ 17.9% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
ADB (BUY/18TP: 2.3), กำไร 1Q18 ตามคาด แนวโน้มจะดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี
(views 4)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 9 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิใน 1Q17 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6% Q-Q แต่ลดลง 3% Y-Y อยู่ที่ 353 ลบ. ที่รับรู้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพีวีซีคอมปาวด์ที่ใช้ในสายไฟ ขณะที่ ตลาดส่งออกกาวและยาแนวยังชะลอต่อเนื่องจากผลของเงินบาทแข็งอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 15.2% จาก 17.6% ใน 4Q17 เพราะกลุ่มกาวและยาแนวมีอัตรากำไรต่ำลงตามกำลังการผลิตที่ลดลง แต่เพิ่มขึ้นจาก 14.7% ใน 1Q17 จากการใช้กำลังการผลิตของพีวีซีคอมปาวด์ได้เต็มที่ และการควบคุมต้นทุนเม็ดพลาสติกได้ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยปีก่อนที่ 13.2% ของรายได้รวม โดยอยู่ที่ 12.9% เพิ่มขึ้นจาก 11.6% ใน 4Q17 แต่ลดลงจาก 13.6% ใน 1Q17 ส่งผลให้ไตรมาสนี้พลิกมามีกำไรสุทธิ 9 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 0.3 ล้านบาทใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
ADVANC (BUY/18TP: 220), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดเล็กน้อย ราคาปรับลงเป็นโอกาส “ซื้อ”
(views 12)
โดยรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ใน 1Q18 เติบโต 1.6% Q-Q และ 5.7% Y-Y ดีกว่าคาดเล็กน้อย แต่ยังตำกว่า Guidance ผู้บริหารทั้งปีที่คาด +7-8% Y-Y โดยได้อานิสงส์บางส่วนจากการควบรวม CSL นอกจากนี้ Net Add ของธุรกิจมือถือมีพัฒนาการดีขึ้นชัดเจนโดยติดลบเพียง 5.5 พันรายแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น ส่วน Handset Margin ติดลบลดลงเหลือ 1.1% จากการเลือกอุดหนุนเฉพาะกลุ่มและแสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่ชะลอลงบ้าง ขณะที่ฝั่งต้นทุนโดยรวมควบคุมได้ดีกว่าคาดจากการลงทุนที่ชะลอตัวและน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวขึ้นเป็น 46.4% ในไตรมาสนี้จาก 45.1% และ 44.8% ใน 4Q17 และ 1Q17 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
BEM (BUY/18TP: 10), กำไรปกติ 1Q18 โตดีตามคาด แต่มี One-time expense
(views 11)
กำไรปกติ 1Q18 ขยายตัว +6% Q-Q, +15% Y-Y BEM รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 เป็น 736 ล้านบาท (-3% Q-Q แต่ +5% Y-Y) หากหักรายการพิเศษจากค่าธรรมเนียมการชำระหนี้ก่อนกำหนดของเงินกู้ราว 112 ล้านบาท และกำไรจากการขายเงินลงทุนราว 42 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 806 ล้านบาท (+6% Q-Q, +15% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด โดยกำไรที่โตทั้ง Q-Q และ Y-Y มีแรงหนุนมาจาก 1) รายได้รวม +2% Q-Q, +4% Y-Y อยู่ที่ 3.9 พันล้านบาท จากการเติบโตของทั้ง 3 ธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจทางด่วนจากการขยายตัวของปริมาณรถบนทางด่วนศรีรัชรอบนอก และธุรกิจรถไฟฟ้าภายหลังการเชื่อมสายสีม่วง-น้ำเงิน 2) อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนที่ 39.2% เทียบกับ 37.8% ใน 1Q17 จากค่าตัดจำหน่ายที่ลดลงตามการขยายอายุสัมปทานรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน 3) ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมอย่าง CKP และ TTW เติบโตดีที่ 96 ล้านบาท (-6% Q-Q แต่ +33% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
CHG (BUY/18TP: 2.5), หากไม่ลงทุนวันนั้น... ก็คงไม่มีวันนี้
(views 12)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดอย่างน่าประทับใจ CHG ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ที่ 193 ลบ. +54% Q-Q, +26.6% Y-Y ดีกว่าคาดถึง 16% โดยรายได้เติบโตสูงถึง 15.3% Y-Y โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเงินสดที่เพิ่มขึ้นถึง 31.1% Y-Y จากโรคระบาดที่มากกว่าปีก่อนอย่างมีนัยยะและการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัว ซึ่งชดเชยรายได้จากประกันสังคมที่ชะลอตัว 5.5% Y-Y ได้ทั้งหมด ขณะที่ฝั่งต้นทุนควบคุมได้ดีเยี่ยมทั้งต้นทุนทางตรงและ SG&A ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นอย่างมีนัยยะเป็น 28.4% ในไตรมาสนี้จาก 22.3% และ 26.8% ใน 4Q17 และ 1Q17 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
FSMART (HOLD/18TP: 10.5), กำไร 1Q18 กลับมาเพิ่มขึ้นตามคาด แต่มีปัจจัยเสี่ยงระยะยาว
(views 6)
กำไร 1Q18 เพิ่ม 18.5% Q-Q, 10.1% Y-Y ใกล้เคียงคาด กำไร 1Q17 ที่ 145 ล้านบาท กลับมาเพิ่ม 18.5% Q-Q, 10.1% Y-Y กำไรเพิ่ม Q-Q จาก Gross margin ดีขึ้นเป็น 21.8% จากไตรมาสก่อนที่ต่ำเพียง 20.8% จาก (1) ต้นทุนบริการชะลอตัวกว่าคาด ชดเชยรายได้บริการที่โตน้อยกว่าคาด +0.5% Q-Q, (+15.5% Y-Y) แม้มูลค่าใช้บริการผ่านตู้บุญเติม +3.3% Q-Q, (+30.3% Y-Y) และค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง 24.0% จากไตรมาสก่อนที่สูงเป็นพิเศษ กำไรเพิ่ม Y-Y สวนใหญ่จากรายได้อื่นเพิ่มและภาษีจ่ายลดลง 13.7% Y-Y จากสิทธิประโยชน์ททางภาษีจากการลงทุนขยายตู้
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
MAJOR (HOLD/18TP: 28.5), กำไรปกติ 1Q18 ลดลง Y-Y ดีกว่าเราคาดแต่ใกล้ตลาดคาด
(views 11)
กำไรปกติ 1Q18 ฟื้นแรง Q-Q แต่ลดลง 13.4% Y-Y MAJOR ประกาศกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 284 ล้านบาท เพิ่ม 280.6% จากฐานต่ำในไตรมาสก่อน ที่มีผลกระทบจากงานพระราชพิธี 1 เดือน และเพิ่ม 8.6% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษกำไรจากขายเงินลงทุนล๊อตสุดท้ายใน PVR 136 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติ 148 ล้านบาท เพิ่ม 685.7 Q-Q แต่ลดลง 13.4% Y-Y นับว่าหดตัว Y-Y น้อยกว่าเราคาด (ที่ 115 ล้านบาท) ส่วนใหญ่จาก Gross margin สูงกว่าคาด และกำไรรับรู้จากบริษัทร่วมมากกว่าคาด ทั้งนี้ รายได้รวม +5.0% Q-Q แต่ -8.6% Y-Y จากรายได้ตั๋วหนัง (สัดส่วนรายได้ 53%) +13.6% Q-Q แต่ -11.6% Y-Y รายได้โฆษณา (สัดส่วนรายได้ 15%) -10.1% Q-Q, -4.3% Y-Y แม้รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหาร (สัดส่วนรายได้ 19%) +9.9% Q-Q, +3.0% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
MALEE (HOLD/18TP: 20), กำไร 1Q18 แย่กว่าคาด
(views 8)
กำไร 1Q18 คาดว่าแย่แล้ว ออกมาแย่กว่ามาก กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 9 ล้านบาท (-67.9% Q-Q, -92.4% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 19 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรที่อ่อนแอมากและเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 10 ปี ตั้งแต่ 2Q09 แม้จะปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพน้ำมะพร้าวแล้วเสร็จตั้งแต่ปลายปีก่อน แต่ยังไม่สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการของธุรกิจน้ำมะพร้าวได้ เพราะได้สูญเสียลูกค้าบางส่วนไป ทำให้ยังคงต้องใช้เวลาในการหาลูกค้าใหม่และดึงลูกค้าเดิมกลับมา อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจอื่นๆก็ไม่สดใสนัก ทั้งการส่งออกภายใต้แบรนด์ของตนเอง เพราะปีก่อนมีฐานสูงจากลูกค้าน้ำมะพร้าวรายหนึ่งแต่ปีนี้ไม่มี และได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า รวมถึงธุรกิจแบรนด์ในประเทศค่อนไปในทางทรงตัวตามภาวะอุตสาหกรรม มีเพียงธุรกิจ CMG ในประเทศที่ดูสดใสต่อเนื่อง เพราะมีลูกค้าใหม่เพิ่ม 2 ราย แต่ยังไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของธุรกิจอื่นได้ ทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้ -11.1% Q-Q, -10.2% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงแรงต่อเนื่องเป็น 24.9% จาก 26.3% ใน 4Q17 และ 31.3% ใน 1Q17 ต่ำสุดในรอบ 35 ไตรมาส เพราะมีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรผลิตขวด PET ไลน์ใหม่ ซึ่งการผลิตยังไม่ได้ระดับที่มีประสิทธิภาพ ยังมีอัตราของเสียสูง
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
MTC (BUY/18TP: 51), สาขาครบตั้งแต่ต้นปี สะท้อนกลยุทธเชิงรุก
(views 16)
MTC รายงานการเปิดสาขาครบ 2,800 สาขาแล้วในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา เร็วกว่าที่คาดและเท่ากับเป้าหมายทั้งปีที่กำหนดไว้แล้ว สะท้อนมุมมองความต้องการสินเชื่อ consumer finance ที่ยังเข้มข้น แนวโน้ม 2Q18 คาดกำไรจะทำจุดสูงสุดต่อเนื่องที่ราว 850-860 ลบ. +2-3%Q-Q, +50%Y-Y การปล่อยสินเชื่อคาดว่าจะเติบโตตามเป้าหมายที่ 40-50%Y-Y เนื่องจากเป็นช่วงเปิดเทอม และการเร่งเปิดสาขาในช่วงต้นปี ก่อนหน้านี้ MTC มีความกังวลต่อกฏระเบียบภาครัฐ ซึ่งหลายประเด็นคลี่คลายไปในเชิงบวก เราคงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสม 51 บาท
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
TACC (BUY/18TP: 6), ผ่านกำไรต่ำสุดใน 1Q18 แล้ว
(views 6)
กำไร 1Q18 ไม่สดใสตามคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 16 ล้านบาท (-51.5% Q-Q, -38.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 15 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรที่ไม่ดีนัก เพราะได้รับผลกระทบจากภาษีน้ำตาลในประเทศ ในขณะที่การปรับสูตรน้ำตาลน้อยเพิ่งได้รับอนุมัติแล้วเสร็จในช่วง 2Q18 กอปรกับการแข่งขันในกัมพูชารุนแรงขึ้นมาก ทำให้การขายในกัมพูชาเผชิญความยากลำบากมากขึ้น และต้องมีการปรับลดราคาสินค้า กระทบต่อไปยังรายได้และอัตรากำไรในกัมพูชา ส่งผลให้รายได้รวมในไตรมาสนี้ลดลง 21.7% Q-Q และทรงตัว Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงมาอยู่ที่ 25.6% จาก 27.7% ใน 4Q17 และ 31.9% ใน 4Q17 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 19.2% จาก 16.6% ใน 4Q17 แต่ลดลงจาก 21.8% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
SVOA (BUY/18TP: 2.9), กำไร 1Q18 เพิ่มขึ้น Y-Y แต่ลดลง Q-Q จากฐานที่สูงใน 4Q17
(views 7)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 33 ล้านบาท ลดลง 49% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 7% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 33 ล้านบาท ลดลง 49% Q-Q จากฐานที่สูงใน 4Q17 เพราะยังมีการบันทึกกำไรจากการลดสัดส่วนการถือหุ้นใน LIT อีกบางส่วน แต่เมื่อเทียบ Y-Y กำไรสุทธิโต 7% แม้รายได้รวมจะลดลง 5% Q-Q และ 6% Y-Y เหลือ 2,103 ล้านบาท ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 10.2% จาก 13.5% ใน 4Q17 และ 12.5% ใน 1Q17 แต่เพราะบริษัทลูกทำกำไรได้ดีขึ้น โดยเฉพาะ IT จึงทำให้บันทึกรับส่วนแบ่งเงินลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 26% Q-Q และ 35% Y-Y อยู่ที่ 21 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
PT (BUY/18TP: 8.8), กำไร 1Q18 ออกมาดีกว่าคาด จากงานวางระบบให้แบงก์
(views 5)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 44 ล้านบาท ลดลง 52% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลของการปิดงานด้านไอทีที่มักเร่งให้จบก่อนหยุดยาวสิ้นปี แต่เมื่อเทียบ Y-Y เพิ่มขึ้นถึง 22% มากกว่าคาดการณ์ของเราที่ประเมินว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 11% Y-Y อยู่ที่ 40 ล้านบาท ปัจจัยหนุนยังมาจากงานวางระบบไอทีให้กลุ่มแบงก์ที่กำลังรุกด้าน Digital Banking รวมถึงกลุ่มโทรคมนาคมที่กลับมาลงทุนอีกครั้ง (หลังชะลอไปในช่วงประมูลคลื่น) หนุนให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 8% Y-Y อยู่ที่ 638 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 26.8% ชะลอจาก 28.6% ใน 1Q17 แต่ฟื้นตัวขึ้นมากเมื่อเทียบกับ 20.9% ใน 4Q17 จากการส่งมองงานที่มีอัตรากำไรสูงมากขึ้น ขณะที่ การควบคุมค่าใช้จ่ายยังทำได้ดี โดย SG&A ลดลง 20% Q-Q และ 11% Y-Y เหลือเพียง 121 ล้านบาท จากการเปลี่ยนโครงสร้างผลตอบแทนพนักงานกำไรสุทธิ 1Q18 คิดเป็น 21% ของคาดการณ์ทั้งปีที่ 212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% Y-Y ซึ่งถือเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับอดีต เราจึงคงประมาณการเดิมไว้ก่อน
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
PDG (BUY/18TP: 4.5), กำไร 1Q18 ชะลอ Q-Q ตามฤดูกาล แต่ยังรักษาระดับ Y-Y
(views 5)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 21 ล้านบาท ลดลง 6% Q-Q และ 3% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 21 ล้านบาท ลดลง 6% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล ที่ไตรมาส 4 ของทุกปีจะได้แรงหนุนจากคำสั่งผลิตขวดน้ำมันพืชจาก TVO ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่กำไรลดลงเล็กน้อย 3% ไม่ได้มาจากรายได้ชะลอ เพราะยังโต 3% Q-Q และ 2% Y-Y อยู่ที่ 177 ล้านบาท แต่เป็นผลจากต้นทุน PET ที่ทรงตัวในระดับสูง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 21.6% จาก 22.7% ใน 4Q17 และ 22.2% ใน 1Q17 ส่วนการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังทำได้ในเกณฑ์ดี โดยคิดเป็น 7.7% ของรายได้รวม ลดลงจาก 7.8% ใน 4Q17 แต่เพิ่มขึ้นจาก 7.5% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
TK (BUY/18TP: U.R.), กำไร 1Q18 ฟื้นตัว และคาดหวังการฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี
(views 10)
กำไร 1Q18 ฟื้นตัวตามคาด TK รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 112 ลบ. +1.7%Q-Q และ +7.8%Y-Y ฟื้นตัวตามคาด การฟื้นตัวของกำไรเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่ฟื้นตัวขึ้นราว 4%Q-Q และ 16%Y-Y โดยที่ Loan spread เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 33% จาก 32.7% ในไตรมาสก่อน และใกล้เคียงกับ 1Q17 ในไตรมาสนี้ TK มีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญ 233 ลบ. เพิ่มขึ้น 1.8%Q-Q และ 2.8%Y-Y โดยมี Credit cost ที่ 10.2% ใกล้เคียงกัยไตรมาสก่อนแต่ลดลงจาก 2.85% ใน 1Q17 สะท้อนคุณภาพหนี้ที่ยังไม่ผ่อนคลายลงอย่างที่เคยคาดไว้ สังเกตว่าค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 5.1%Q-Q และ 14%Y-Y และ Cost to income ratio ที่ 61% สูงกว่าคาดเนื่องจากการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษจากการครบรอบบริษัทที่ต่อเนื่องมาจากไตรมาสก่อน คาดว่าไม่น่าเกิดอีกในไตรมาสหน้า
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
TKN (BUY/18TP: 21), กำไร 1Q18 เท่ากับคาด และน่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้
(views 11)
กำไร 1Q18 เท่ากับคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 152 ล้านบาท (+7% Q-Q, -11.1% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 151 ล้านบาท) หากไม่รวมรายการพิเศษทางภาษีในไตรมาสก่อน และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จะมีกำไรปกติเท่ากับ 160 ล้านบาท (-9.1% Q-Q, -6.4% Y-Y) กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q ถือเป็นการอ่อนตัวลงตามฤดูกาล เพราะปกติช่วง High Season จะอยู่ใน 4Q และช่วง 1Q มักเป็น Low Season ของทุกปี ส่วนกำไรที่ลดลง Y-Y มาจากต้นทุนวัตถุดิบสาหร่ายยังเป็นล็อตเก่าที่มีราคาสูง กอปรกับโรงงานใหม่ยังใช้กำลังการผลิตไม่เต็มที่ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 28.2% ลดลงจาก 34.5% ใน 1Q17 และ 31.6% ใน 4Q17 ในขณะที่รายได้ถือว่าฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง เติบโต 19.2% Y-Y มาจากทั้งการเติบโตของรายได้ในประเทศ +14.4% Y-Y และจากการส่งออก +22.4% Y-Y และได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่อนข้างจำกัด เพราะมีรายได้เป็นสกุล USD ในขณะที่มีต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบสาหร่าย (44% ของต้นทุน) เป็น USD ทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
THCOM (HOLD/18TP: 11), 1Q18 พลิกมาขาดทุนปกติ
(views 7)
1Q18 พลิกมาขาดทุน THCOM ประกาศกำไรสุทธิ 1Q18 ออกมาที่ 1,864 ลบ. พลิกจากขาดทุนสุทธิ 3,190 ลบ.ใน 4Q17 +620.4% Y-Y แต่หากตัดรายการกำไรพิเศษจากการขายหุ้น CSL ค่าเสียหายจากอุปกรณ์ชำรุดและการด้อยค่าสินทรัพย์จะพลิกมาขาดทุนปกติราว 24 ลบ. -121.1% Q-Q, -113.3% Y-Y ถือว่าแย่ตามภาวะอุตสาหกรรมและธุรกิจอย่างที่เราประเมิน รายได้แม้จะฟื้นตัว 2.8% Q-Q แต่ยังคงหดตัวแรง 25.5% Y-Y จากลูกค้าที่หายไปทั้งดาวเทียม Broadcast และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง IPSTAR จากการสูญเสียลูกค้าหลักตั้งแต่ 2H17 แม้ Gross Margin จะฟื้นตัวเพราะมีการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ก้อนใหญ่ใน 4Q17 แต่ SG&A ยังคงอยู่ในระดับสูงและกดดันผลการดำเนินงาน
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
KCE (HOLD/18TP: 79), ยังเห็น Downside ต่อประมาณการกำไรปีนี้
(views 11)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนกลางๆ แม้เราจะมองว่าอาจผ่านกำไรต่ำสุดปีนี้แล้วใน 1Q18 โดยการฟื้นตัวใน 2Q18 จะมาจากคำสั่งซื้อที่สูงขึ้นตามฤดูกาลและค่าเงินบาทเริ่มกลับมาอ่อนค่า แต่ปัญหาที่บริษัทยังต้องเผชิญอยู่คือ แรงกดดันจากต้นทุนทองแดงที่ปรับตัวสูงขึ้น และราคาขายตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้จะปรับลงจากปีก่อน รวมถึงบริษัทยังอยู่ระหว่างนำเข้าเครื่องจักรเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาคอขวดสายการผลิต ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้บริษัทไม่สามารถผลิตและส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าได้ครบทุกคำสั่งซื้อในไตรมาสนั้นๆ คาดจะแก้ปัญหาได้แล้วเสร็จใน 2H18 ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 8% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 79 บาท อิง PE เดิม 17 เท่า (หลังแตกพาร์วันที่ 16 พ.ค. ราคาเป้าหมายจะอยู่ที่ 39.5 บาท) ราคาหุ้นปรับลงจากที่เราแนะขายในรายงานฉบับก่อน และมี Upside กว้างขึ้น 12% แต่สถานการณ์ปัจจุบันของบริษัท ทำให้ประมาณกำไรของเราดูมี Downside มากขึ้น จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
COMAN (BUY/18TP: 7), กำไร 1Q18 อยู่ในช่วงปรับโครงสร้าง แต่ไม่ได้แย่ แนะนำซื้อ
(views 8)
กำไรสุทธิ 1Q18 ทำได้เพียง 3 ล้านบาท เพราะยังต้องรับรู้ขาดทุนจาก MSL กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 3 ล้านบาท ลดลง 75% Q-Q และ 40% Y-Y จากรายได้งานขายซอฟแวร์ให้โรงแรมขอโคแมนชี่ที่ลดลง เพราะลูกค้ารายใหญ่เลื่อนไปรับมอบใน 2Q18 เนื่องจากยังก่อสร้างไม่เสร็จ ขณะที่ รายได้ของซินเนเจอร์ยังรับรู้ปกติที่ 2-3 ล้านบาทต่อไตรมาส แต่ด้วยความที่ไม่มีการรับรู้รายได้ของ MSL จึงทำให้รายได้รวมลดลง 44% Q-Q และ 2% Y-Y เหลือ 31 ล้านบาท ซึ่งถูกนำไปบันทึกเป็นส่วนการดำเนินงานที่ถูกยกเลิก เป็นผลขาดทุนอยู่ราว 1 ล้านบาท จากที่มีกำไร 9 แสนบาทใน 1Q17 อีกทั้ง ยังมีค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีของ MSL และขายคืนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม จึงทำให้อัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยลดลงเหลือ 10.8% จาก 24.3% ใน 4Q17 และ 17.5% ใน 1Q17 ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้กำไรของกลุ่ม COMAN ลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยถ้าหักรายการของ MSL ที่เราคาดว่าจะบันทึกเป็นไตรมาสสุดท้ายออก กำไรปกติจะทรงตัว Y-Y ที่ราว 5-6 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
TPCH (BUY/18TP: 13), กำไร 1Q18 ตามคาด ปรับประมาณการลงแต่ยังโตใน 3 ปีข้างหน้า
(views 13)
กำไรปกติ 1Q18 เพิ่ม 4.3% Q-Q, 27.2% Y-Y ใกล้เราและตลาดคาด จากการเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้าสตูลกรีน พาวเวอร์ (SGP) เมื่อต้น ก.พ. และการดำเนินงานโรงไฟฟ้า 6 โรง จาก 4 โรงใน 1Q17 (ปัจจุบัน 6 โรง) กำไร 1Q18 เป็นสัดส่วน 23% ของทั้งปีที่คาดโต 33% หลังปรับลงเล็กน้อย 6% และปี 2019-2020 ปรับลง 20-28% จากการปรับลด Gross margin สะท้อน 1Q18 และคาดเลื่อน COD โรง PTG (23 MW) เป็น 4Q19 จากเดิม 1Q19 แต่ยังมีการเติบโตใน 3 ปีข้างหน้า (2018-2020) เฉลี่ย 24.8% (CAGR) และ เป็น PE ปี 18 ที่ 11.5x เหลือ 8x ในปี 2020 ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 13 บาท จากเดิม 18 บาท จากการปรับประมาณการกำไรลงและปรับ WACC ขึ้นจากเดิม 6.2-6.5% เป็น 7.2-7.5% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
PCSGH (BUY/18TP: 13), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด จากรายได้ที่โตและอัตรากำไรที่ขยายตัว
(views 9)
PCSGH (BUY/18TP: 13), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด จากรายได้ที่โตและอัตรากำไรที่ขยายตัว
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% Q-Q และ 33% Y-Y รายได้รวมเพิ่มขึ้น 18% Q-Q และ 16% Y-Y อยู่ที่ 1,147 ล้านบาท จากยอดผลิตรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น 6% Q-Q และ 11% Y-Y อยู่ที่ 539,690 คัน และการผลิตสินค้ากลุ่ม Non-Auto ที่กลับมาขยายตัวดีอีกครั้ง ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 21.99% จาก 19.78% ใน 4Q17 และ 18.99% ใน 1Q17 ตามการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น, แผนการลดปริมาณการใช้วัสดุการผลิต, และสัดส่วนสินค้าที่โน้มเอียงมาทางกลุ่มอัตรากำไรสูงมากขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 4.35% ของรายได้รวม ลดลงจาก 4.48% ใน 4Q17 และใกล้เคียงกับ 1Q17 โดยรวมจึงทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 26% Q-Q และ 33% Y-Y อยู่ที่ 200 ล้านบาท ซึ่งถือว่าโตแรงกว่าอุตสาหกรรมยานยนต์
กำไรสุทธิ 1Q18 คิดเป็น 25% ของคาดการณ์กำไรทั้งปีที่ 790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% Y-Y ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่กำไรไตรมาส 1 จะคิดเป็น 23-25% ของกำไรทั้งปี เราจึงยังคงประมาณการเดิมไว้ก่อน
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2018
SYNEX (BUY/18TP: 20), กำไร 1Q18 ออกมาดีกว่าคาดมาก และเป็นจุดสูงสุดใหม่
(views 9)
กำไรสุทธิ 1Q18 ทุบสถิติสูงสุดใหม่ที่ 210 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1Q18 ออกมาสดใสกว่าคาด โดยอยู่ที่ 210 ล้านบาท 28% Q-Q และ 41% Y-Y ได้แรงหนุนจากรายได้รวมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12% Q-Q และ 9% Y-Y อยู่ที่ 8,927 ล้านบาท ตามกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัว การออกรุ่นใหม่ของสมาร์ทโฟน และการเป็นตัวแทนจำหน่ายในสินค้าที่หลากหลายขึ้น ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 5.03% จาก 4.86% ใน 4Q17 และ 4.42% ใน 1Q17 จากทั้ง Product Mix และการแข็งค่าของเงินบาทที่เป็นบวกกับสินค้านำเข้า ขณะที่ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ซึ่งโดยหลักคือการจัดการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ยังทำได้อย่างประสิทธิภาพ หนุนให้อัตรากำไรสุทธิสร้างสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2.5% ดีกว่าค่าเฉลี่ยผู้ค้าส่งสินค้าไอทีทั่วโลกที่ทำได้เพียง 1.5% นอกจากนี้ สิ่งที่เราประทับใจมากที่สุดคือ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เป็นบวกมากถึง 308 ล้านบาท สะท้อนอำนาจการต่อรองกับ Supplier ที่สูงขึ้น ช่วยลดความกังวลด้านการตึงตัวของกระแสเงินสด (ที่ตลาดกังวลก่อนหน้านี้) โดยที่ยังไม่ต้องพึงพิงธุรกิจลิสซิ่งของ BAF
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2018
ADB (BUY/18TP: 2.3), คาดกำไรสุทธิ 1Q18 ฟื้นตัวต่อเนื่อง และโตแรง Y-Y
(views 6)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 จะโตโดดเด่นเมื่อเทียบ Y-Y เพราะ 1Q17 ประสบปัญหาต้นทุน PVC ผันผวน จนทำให้งบพลิกเป็นขาดทุน แต่หลังจากเปลี่ยนนโยบายบริหารต้นทุนและตั้งราคาขายให้สอดคล้องกัน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นกลับมาปกติอีกครั้ง เราคาดพลิกมามีกำไรสุทธิ 10 ล้านบาท แม้ธุรกิจกาวและยาแนว ซึ่งตลาดส่วนใหญ่คือส่งออก จะชะลอตัวเพราะบาทแข็ง แต่จะถูกหักล้างด้วยการเติบโตของธุรกิจพีวีซีคอมปาวด์ ที่ได้แรงหนุนจากการเติบโตของตลาดสายไฟ เรายังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 2.30 บาท อิง PE Multiplier 20 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2018
ATP30 (BUY/18TP: 2.3), กำไร 1Q18 ดีตามคาด และจะโดดเด่นขึ้นอีกใน 2Q18
(views 10)
กำไร 1Q18 โตดีตามคาด +446% Y-Y ATP30 รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 10.5 ล้านบาท เป็นไปตามที่เราคาด โตแรง 446% Y-Y แต่ทรงตัว Q-Q จาก SG&A ที่สูงขึ้น จากค่าใช้จ่ายของการเตรียมให้บริการลูกค้ารายใหม่ โดยกำไรที่โตสูง Y-Y มีปัจจัยสนับสนุนมาจากฐานต่ำ และรายได้จากการให้บริการทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 101 ล้านบาท (+6% Q-Q, +27% Y-Y) หนุนจากการเริ่มให้บริการลูกค้าใหม่อย่าง BSTMT ตั้งแต่เดือนม.ค. และ IRPC, TOP ตั้งแต่เดือนก.พ. ด้วยรถบัสรวม 20 คัน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เช่นกันที่ 27.5% จาก 25.8% ใน 4Q17 และ 18.9% ใน 1Q17 เนื่องจากไม่ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงรถเหมือนใน 1H17
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2018
MTC (BUY/18TP: 51), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด ไตรมาสที่เหลือแนวโน้มดีขึ้นอีก
(views 7)
กำไร 1Q18 น่าประทับใจ MTC รายงานกำไร 1Q18 เป็นจุดสูงสุดใหม่ ดีกว่าที่เราและตลาดคาดที่ 834 ลบ. +12%Q-Q และ+55%Y-Y เนื่องจากรายได้รวมที่สูงกว่าคาด ทั้งรายได้ดอกเบี้ยรับและรายได้ค่าธรรมเนียม ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยทรงตัวที่ 20% แต่สังเกตว่า Loan per branch ชะลอลงมาอยู่ที่ 26.7 ลบ.ต่อสาขาต่อปี จากเดิม 28 ลบ. ต่อสาขาต่อปี เนื่องจากการเร่งการเปิดสาขาใหม่ตั้งแต่ต้นปีราว 214 สาขา YTD (หรือครึ่งหนึ่งของเป้าหมายทั้งปี 400 สาขา) เป็นไปตามภาวะปกติและเราคาดหวังการฟื้นตัวกลับสู่ระดับปกติในช่วงที่เหลือของปี MTC มีค่าใช้จ่ายสำรองฯลดลง 6%Q-Q แต่ +7%Y-Y โดยมี Credit cost ที่ 1.6% น้อยกว่าปีก่อนที่มีค่าเฉลี่ยการตั้งสำรองฯที่ 2.3% สะท้อนมุมมองคุณภาพหนี้ที่ผ่อนคลายลง และ Cost to income ratio อยู่ที่ 43% ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2018
THMUI (BUY/18TP: 3.1), กำไร 1Q18 ต่ำกว่าคาด แต่จะดีขึ้นมาใน 2Q18
(views 10)
กำไรสุทธิ 1Q18 ทำได้เพียง 4 ล้านบาท ลดลง 56% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 4 ล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 3 ล้านบาท ใน 4Q17 แต่ลดลง 56% จาก 1Q17 แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 22% Q-Q และลดลงเพียง 5% Y-Y อยู่ที่ 96 ล้านบาท แต่เพราะไตรมาสนี้ยังมีผลจากการปรับยอดรีเบทย้อนหลังให้กับลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่ง จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดันต่อเนื่องเหลือ 37.8% จาก 40.0% ใน 4Q17 และ 40.5% ใน 1Q17 อีกทั้ง งานใหญ่ที่ได้รับทั้งงานขายลวดสลิงให้กลุ่มรับเหมาก่อสร้างและท่าเรือ รวมถึงงานขายท่อประปา HDPE ให้กับกลุ่มลูกค้าภาคใต้ ถูกเลื่อนไปรับรู้ใน 2Q18 แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารบางส่วนรับรู้เข้ามาแล้วใน 1Q18 จึงทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 4.3% จาก 9.1% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2018
IT (BUY/18TP: 6.9), กำไร 1Q18 ออกมาดีกว่าคาด 20% แนวโน้มสดใสต่อเนื่อง “ซื้อ”
(views 8)
เริ่มต้นปีด้วยกำไรสุทธิ 1Q18 ที่กระชากแรง 202% Y-Y อยู่ที่ 19 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1Q18 เพิ่มขึ้นถึง 35% Q-Q และ 202% Y-Y อยู่ที่ 19 ล้านบาท ดีกว่าเราคาดที่ 15 ล้านบาท อยู่ราว 20% จากรายได้ที่โตตามอุตสาหกรรม ดังที่เราได้ตั้งข้อสังเกตไปแล้วว่ายอดนำเข้าสินค้าไอที 1Q18 ที่โดดเด่น โดยเพิ่มขึ้นถึง 13% Y-Y อยู่ที่ 6.9 หมื่นล้านบาท (จากรายงานของกรุมศุลกากร) ได้สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัว ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประกอบการของผู้ขายสินค้าไอทีทั้งกลุ่ม ขณะเดียวกัน IT มีการปรับพอร์ตสินค้ามาทางสมาร์ทโฟนและเกมมิ่งมากขึ้นด้วย ซึ่งเป็นกลุ่มที่โตแรงและมีอัตรากำไรสูงสุดในตลาดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ณ ขณะนี้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 12.52% จาก 12.21% ใน 4Q17 และ 12.18% ใน 1Q17 นอกจากนี้ การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง โดย SG&A/Sales อยู่ที่ 11.02% ลดลงจาก 11.20% ใน 4Q17 และ 11.65% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2018
PTTGC (BUY/18TP: 115), กำไรปกติ 1Q18 แข็งแกร่งกว่าคาด ปรับกำไรขึ้น 10%
(views 16)
กำไรปกติ 1Q18 แม้จะลดลง 10% Q-Q แต่แข็งแกร่งกว่าคาด หากตัดรายการพิเศษ (กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์) ออกไป PTTGC จะมีกำไรปกติ 11,775.2 ล้านบาทใน 1Q18 -9.9% Q-Q, +0.9% Y-Y แม้ว่ากำไรจะลดลง Q-Q แต่ถือว่าแข็งแกร่งกว่าคาด โดยยังมีธุรกิจโอเลฟินส์เป็นพระเอก ทั้งนี้ ราคาเม็ดพลาสติก HDPE ในไตรมาสนี้ +12% Q-Q, +17% Y-Y เป็น US$1,379/ตัน จาก supply ที่หายไปเพราะการปิดซ่อมบำรุงในโรงโพลีเอทิลีนในตะวันออกกลาง และ demand จากจีนเพิ่มขึ้นหลังรัฐบาลคุมเข้มกับเรื่องมลพิษมากขึ้น นอกจากนี้ราคาเอทิลีนก็ +4% Q-Q, +14% Y-Y เป็น US$1,243/ตัน เพราะ supply ตึงตัวจากการปิดซ่อมบำรุงของหลายโรงงานในต่างประเทศ สำหรับธุรกิจที่ชะลอลงคือโรงกลั่นและอะโรเมติกส์ ซึ่งทำให้กำไรปกติลดลง Q-Q โดยค่าการกลั่น (Market GRM) -9% Q-Q เหลือ US$6.15/บาร์เรล จาก crude premium ที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับโรงกลั่นอื่น นอกจากนี้ ส่วนต่างของผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ (Market P2F) -14% Q-Q, -48% Y-Y เหลือ US$166/ตัน เพราะแนฟทาและก๊าซ LPG ปรับลงมากโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับฐานสูงผิดปกติใน 1Q17 นอกจากนี้ ธุรกิจปิโตรเคมที่ PTTGC เข้าไปซื้อในปีที่ผ่านมาก็มีผลประกอบการที่แข็งแกร่งทำให้บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น 17% Q-Q และ 40% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2018
TU (BUY/18TP: 21), กำไร 1Q18 ไม่สดใส แต่คาดเป็นจุดต่ำสุดของปี
(views 12)
กำไร 1Q18 อ่อนแอตามคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 869 ล้านบาท (-38.1% Q-Q, -40.8% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 880 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 581 ล้านบาท, กำไรขายเงินลงทุนบริษัทร่วม 139 ล้านบาท และกำไรจากธุรกิจที่ยกเลิก 10 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเหลือเพียง 139 ล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 20 ไตรมาส ซึ่งถ้าไตรมาสนี้ไม่มีรายการเครดิตภาษีจาก Red Lobster และ Rugen Fish และส่วนแบ่งกำไรที่ดีจาก Avanti และ Red Lobster เข้ามาช่วย บริษัทฯจะแย่ถึงขั้นขาดทุน สาเหตุที่กำไรไตรมาสนี้ไม่ดีมาจากค่าเงินบาทแข็งค่า และการปรับลดราคาขายตามการปรับลงของราคาวัตถุดิบ ทำให้รายได้สกุลบาท -15.4% Q-Q และ -5.5% Y-Y กอปรกับมีต้นทุนปลาทูน่าราคาแพงขึ้น จากสต็อกที่ซื้อไว้ในช่วงก่อนหน้า ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือเพียง 11.3% จาก 12.8% ใน 4Q17 และ 13.8% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤษภาคม
2018
BBL (BUY/18TP: 230), การขายประกันกับ AIA ยังไม่เห็นผลเร็ว
(views 12)
เราคาดว่า BBL จะได้รับผลกระทบจากการยกเว้น Mobile-banking fee น้อยกว่าธนาคารขนาดใหญ่อื่น โดยจากที่ประชุมนักวิเคราะห์ ผู้บริหารเผยว่า รายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลว่าอยู่ที่ราว 3-4% ของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ หรือราว 800-1000 ลบ.ต่อปี และแม้จะกดดันรายได้ค่าธรรมเนียมอยู่บ้างแต่ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมที่ 5-10%Y-Y เนื่องจากแนวโน้มจากธุรกิจอื่นดีขึ้นอาทิธุรกิจจัดการกองทุนและการให้สินเชื่อ อย่างไรก็ตาม Bancassurance fee ยังมาไม่เต็มที่ใน 2Q18 แม้ว่าจะเริ่มขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตผ่าน AIA แล้วแต่อยู่ในช่วงเริ่มต้นและในบางสาขา ดังนั้นแนวโน้มกำไร 2Q18 น่าจะชะลอตัว Q-Q เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับกลุ่ม แม้เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 230 บาท แต่ธนาคารขนาดใหญ่ทั้งหมด ขาด catalyst ระยะสั้นจากประเด็นการลดค่าธรรมเนียมการโอน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องรีบ โดยธนาคารขนาดเล็กอย่าง KKP และ TISCO น่าสนใจกว่า
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤษภาคม
2018
GLOBAL (HOLD/18TP: 19), แม้ SSSG 1Q18 จะฟื้นดี แต่คาดกำไรไม่ตื่นเต้น
(views 8)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 ไม่สดใส ทั้งที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และคาด SSSG จะฟื้นตัวต่อเนื่องราว 6% - 7% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานต่ำ กอปรกับรายได้ของสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ทำให้รายได้ไตรมาสนี้น่าจะเติบโตได้ดี แต่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่แผ่วลง จาก Product Mix และค่าใช้จ่ายน่าจะยังอยู่ในระดับสูง เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วมาก จากทั้งรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เปิดในไตรมาสก่อนเต็มไตรมาส และเริ่มทยอยรับรู้ค่าใช้จ่ายเตรียมเปิดสาขาแรกที่กัมพูชาด้วย ซึ่งหากกำไร 1Q18 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 24% ของประมาณการทั้งปี ต่ำกว่าในอดีตที่มักอยู่ที่ราว 30% ทำให้เราเริ่มเห็น Downside ต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ของเราที่คาดโต 27.4% Y-Y และเราประเมินราคาเป้าหมายที่ 19 บาท (DCF) ทั้งนี้หากการฟื้นตัวของกำไรในช่วงที่เหลือของปีนี้ช้ากว่าคาด อาจนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรในระยะถัดไปได้ จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤษภาคม
2018
TCAP (HOLD/18TP: 55), แนวโน้มกำไรช่วงที่เหลือจะเริ่มชะลอ
(views 9)
การประชุมเมื่อวานนี้เราสนใจต่อการปรับขึ้นของ NPL ใน 2 ไตรมาสที่ผ่านมาติดต่อกัน ผบห. กล่าวว่าบางส่วนเกิดจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกันจึงไม่กังวล อีกส่วนมาจากสินเชื่อที่ปรับโครงสร้างหนี้แล้วไม่สำเร็จ โดยรวมแล้วยังไม่เห็นปัญหาที่มีนัย และควบคุมได้ ไม่จำเป็นต้องสำรองฯเพิ่ม อย่างไรก็ตามเราเห็นว่า TCAP น่าจะผ่านช่วงที่มีกำไรดีที่สุดไปแล้วใน 1Q18 (2Q18 น่าจะชะลอ Q-Q ตามการชะลอตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมและเสียภาษีบางส่วน และ 2H18 จะจ่ายภาษีในอัตราปกติเต็มไตรมาส) คงคำแนะนำ ถือ คงราคาเหมาะสม 55 บาท ในกลุ่มนี้ เราชอบ TISCO (ราคาเป้าหมาย 98 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤษภาคม
2018
BIG (BUY/18TP: 4.3), คาดกำไรสุทธิ 1Q18 ชะลอ แต่จะกลับมาโตแรงใน 2Q18
(views 8)
เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงทำจุดต่ำสุดในรอบ 25 เดือน จน PE2018 เหลือเพียง 11 เท่า สะท้อนมุมมองเชิงลบต่อแนวโน้มกำไร 1Q18 ที่มากเกินไป แม้เราคาด -15% Q-Q, -12% Y-Y อยู่ที่ 211 ล้านบาท แต่ก็เป็นระดับที่ดีเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปีก่อนที่ 194 ล้านบาทต่อไตรมาส อีกทั้ง เราคาดว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนจะกลับมาโตแรงตั้งแต่ 2Q18 จาก (1) โมเมนตัมของตลาดกล้องทั่วโลกที่พลิกเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 7 ปี (2) ผู้ผลิตกล้องมีการเร่งเปิดตัวรุ่นใหม่เร็วขึ้น (3) เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในไทย (4) การจัดงาน Big Camera Festival 2018 ขณะที่ ธุรกิจพิมพ์ภาพดิจิตอลขยายตัวต่อเนื่อง และภาพการแข่งกับทั้ง World Camera และ Fotofile เริ่มเบาลง เราจึงยังคงคาดกำไรทั้งปีนี้เพิ่มขึ้น 8% Y-Y เป็น 833 ล้านบาท และคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 4.30 บาท (อิง PE 20 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
03
พฤษภาคม
2018
EA (BUY/18TP: 47), คาดกำไรแตะหลักพันล้านเป็นไตรมาสแรกใน 1Q18
(views 23)
เราคาดกำไร 1Q18 แตะหลักพันล้านบาทได้เป็นไตรมาสแรก +12% Q-Q, +3% Y-Y เป็น 1,005 ล้านบาทเพราะรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการหาดกังหังที่ทยอย COD ในปีก่อน และคาดกำไรทั้งปีนี้เติบโต 28% Y-Y จากกำลังการผลิตส่วนเพิ่มอีก 260MW ที่จะเข้ามาใน 4Q18 และจะรับรู้รายได้เต็มปีในปีหน้า EA จึงเป็นบริษัทที่กำไรอยู่ในช่วงขยายตัว การเติบโตหลังจากนั้นจะมาจากโครงการแบตสำรองที่คาดว่าจะเริ่มผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงปลายปีหน้าสำหรับ 1GWh แรก และอีก 49GWh ในอีก 4 ปีข้างหน้าด้วยเทคโนโลยีที่เป็นที่นิยมและใช้กันทั่วโลกในปัจจุบัน การจะถูก disrupt ด้วยเทคโนโลยีใหม่จึงไม่เร็วนัก เรายังคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 47 บาท
อ่านเพิ่มเติม
02
พฤษภาคม
2018
ITEL (BUY/18TP: 5.4), คาดกำไร 1Q18 โตสูง Y-Y ปรับประมาณการลง แต่ยังแนะนำซื้อ
(views 13)
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2018-2022 ของ ITEL ลงเฉลี่ยปีละ 20% จากประมาณการเดิม เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่มีแนวโน้มทำได้แย่กว่าคาด จากงานรับเหมาติดตั้งโครงข่าย ที่บริษัทไม่สามารถสร้างอัตรากำไรได้ตามที่เราคาดหวัง และเราได้ปรับผลกระทบจากการออก ITEL-W1 ให้เป็น Fully Dilute ส่งผลให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ตามวิธี DCF ลดลงจาก 7.70 บาท เหลือ 5.40 บาท แต่เรายังคงแนะนำซื้อ เพราะที่ราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็น PE2018 ที่ 27 เท่า และเมื่อคิดเป็น PEG อิงการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2019-2021 ที่ 27% ต่อปี จะอยู่ที่ 1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม ICT ที่ 1.4 เท่า อีกทั้ง เราคาดว่ากำไรสุทธิ 1Q18 จะโตโดดเด่นถึง 68% Y-Y อยู่ที่ 31 ล้านบาท และคาดกำไรสุทธิทั้งปีนี้โตสูง 44% Y-Y อยู่ที่ 154 ล้านบาท ทำให้ ITEL ยังเป็น Growth Stock ที่น่าสนใจ ทั้งในมุมมองของแนวโน้มธุรกิจและผลประกอบการ
อ่านเพิ่มเติม
30
เมษายน
2018
DELTA (HOLD/18TP: 71), กำไร 1Q18 ไม่สดใส และน่าจะยังไม่ฟื้นตัวดีใน 2Q18
(views 6)
กำไร 1Q18 อ่อนแอเท่ากับคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 1,058 ล้านบาท (-20.5% Q-Q, -21.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 1,092 ล้านบาท) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 48 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,106 ล้านบาท (-33.5% Q-Q, -16.4% Y-Y) เป็นกำไรที่ไม่ดีนัก เพราะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า และค่าเงินอินเดียรูปีอ่อนค่า ทำให้ต้นทุนของธุรกิจที่อินเดียปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อความสามารถทำกำไร กอปรกับเผชิญปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบรุนแรงขึ้น กระทบต่อทั้งต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดลงบ้าง จาก Lead time ของวัตถุดิบที่ยาวขึ้น ส่งผลให้รายได้รวม -1.3% Q-Q, +3.3% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงแรงมาอยู่ที่ 21.5% จาก 24.5% ใน 4Q17 และ 26.5% ใน 1Q17 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี นับตั้งแต่ 2Q07 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 13.7% ใกล้เคียงไตรมาสก่อน และลดลงจาก 15.2% ใน 1Q17 ส่วนหนึ่งมาจากรายได้ที่เพิ่ม และมีการควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
30
เมษายน
2018
ICHI (HOLD/18TP: 8.5), รายได้ในประเทศยังไม่ฟื้น กดดันกำไร 1Q18
(views 11)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 ยังไม่สดใสนัก คาดโตได้เพียง 8.1% Y-Y แต่ยังลดลง 28% Q-Q แม้รายได้ส่งออกยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง แต่ถูกหักล้างด้วยการอ่อนตัวลงของรายได้ในประเทศ จากปริมาณขายที่ลดลง ซึ่งเป็นผลจากการปรับขึ้นราคาขายเต็มไตรมาส และยังมีค่าใช้จ่ายปรับสูงขึ้นจากการเริ่มเข้าสู่ช่วงทำโปรโมชั่นครั้งใหญ่ของปี คาดกำไรน่าจะกลับมาเติบโตใน 2Q18 ตามฤดูกาล เพราะเป็นช่วงหน้าร้อน เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโตราว 53.3% Y-Y เติบโตสูงเพราะฐานที่ต่ำในปีก่อน แต่ต้องยอมรับว่าประมาณการของเราถือว่ามี Downside หากปริมาณขายในประเทศฟื้นตัวช้ากว่าคาดด้วยผลของการปรับขึ้นราคา และด้วยราคาเป้าหมายของเราที่ 8.5 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) มี Upside เพียง 7.6% จึงคงคำแนะนำเพียง ถือ
อ่านเพิ่มเติม
30
เมษายน
2018
SPALI (BUY/18TP: 26), ความน่าสนใจกลับมาพร้อมกับปันผล
(views 11)
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ“ซื้อ” และประเมินราคาเหมาะสมที่ 26 บาท จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ดีต่อเนื่องจาก Backlog ที่อยู่ในระดับสูง ทยอยรับรู้ไปอีก 3 ปีข้างหน้า และสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงเป็นอันดับต้นๆของกลุ่ม สำหรับภาพรวม 1Q18 ยอดขายยังไปได้ดี +56% Q-Q, +17% Y-Y โตจากทั้งแนวราบและคอนโด และคิดเป็น 27% ของเป้าทั้งปี แต่คาดกำไรสุทธิลดลง 45% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่โตเด่น 37% Y-Y จากการเน้นโอนแนวราบ และเริ่มโอนคอนโดใหม่ 1 แห่ง ขณะที่โมเมนตัมกำไรคาดเป็นบวกต่อเนื่องใน 2Q18 จากการรุกเปิดโครงการใหม่เพิ่ม และการเริ่มส่งมอบคอนโดอีกหลายแห่ง หนุนให้กำไรปกติปี 2018 คาดเติบโต 8% Y-Y และจะกลับมาจ่ายปันผลเป็นปกติในปีนี้ด้วย Yield ราว 4.6%
อ่านเพิ่มเติม
27
เมษายน
2018
PTTEP (T-BUY/18TP: 123), ผลประกอบการ 1Q18 ดีกว่าคาด
(views 14)
กำไร 1Q18 ทำได้ดีกว่าคาด กำไรจากการดำเนินงานปกติ 1Q18 เท่ากับ 13,381 ล้านบาท +40.4% Q-Q และ +20.0% Y-Y มากกว่าคาดเพราะต้นทุนที่ต่ำกว่าที่คาด จากค่าใช้จ่ายพนักงานซึ่งลดลงตามฤดูกาล และการประหยัดจากภาษี US$138 ล้าน หลังจากค่าเงินบาทได้แข็งค่าขึ้นอีก 1.45 บาท/ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับ 4Q17 นอกจากนี้ ปริมาณขายเฉลี่ยที่ลดลงเหลือ 293,099 BOEPD (-6.4% Q-Q และ -3.6% Y-Y) ส่งผลให้ต้นทุนค่าเสื่อมราคาลดลง จากเหตุการณ์พายุไซโคลน ทำให้ปริมาณขายจากแหล่งมอนทาราลดลง 6,000 BOEPD อย่างไรก็ตาม ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นเป็น US$ 44.01/BOEPD (+5.4% Q-Q และ +15.6% Y-Y) ส่งผลให้รายได้ลดลงไม่มากนัก
อ่านเพิ่มเติม
27
เมษายน
2018
BH (BUY/18TP: 245), กำไร 1Q18 ดีใกล้เคียงคาด
(views 16)
BH ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาดีใกล้เคียงคาด +17.2% Q-Q, +7.3% Y-Y โตจากทั้งรายได้และ Margin ที่ขยายตัว ส่วนทั้งปี 2018 เรายังคงประมาณการกำไรปกติโต 6.9% Y-Y และอาจมี Upside อีกเล็กน้อย นอกจากนี้เรายังมีมุมมองเป็นบวกในระยะยาวจากการที่ BH เพิ่มขีดความสามารถในการรักษาให้เป็นเลิศและทันสมัยขั้นสุดอยุ่เสมอ เพราะเราคาดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษาฐานลูกค้าหลักคือผู้ป่วยต่างชาติให้อยู่กับบริษัทในระยะยาว ราคาหุ้นยังมี Upside แม้จะปรับตัวขึ้น 10% YTD ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 245 บาท
อ่านเพิ่มเติม
27
เมษายน
2018
DELTA (SELL/18TP: 71), คาดกำไร 1Q18 ไม่สดใส และน่าจะยังไม่ดีขึ้นใน 2Q18
(views 8)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 ไม่สดใส คาดลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y จากผลกระทบของค่าเงินบาทแข็งค่า และค่าเงินอินเดียรูปีอ่อนค่าเมื่อเทียบกับ USD กระทบต่อต้นทุนของธุรกิจที่อินเดียที่เป็นสกุล USD เกือบทั้งหมด รวมถึงปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่รุนแรงมากขึ้นกว่าปีก่อน ทำให้รายได้รวมไม่สดใส และอัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลง แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 ยังดูน่าเป็นห่วง เพราะปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบเพิ่งเริ่มรุนแรงขึ้นในช่วงปลาย 1Q18 เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลงเป็นการเติบโตเพียง 5% Y-Y จากเดิมคาดโต 34% Y-Y ทั้งนี้ยังเป็นกำไรสุทธิที่เติบโตได้เพราะปีก่อนมีฐานกำไรที่ต่ำจากค่าใช้จ่ายภาษีย้อนหลังก้อนใหญ่ ซึ่งหากพิจารณากำไรปกติเราคาดจะลดลงราว 10.5% Y-Y นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 71 บาท จากเดิม 91 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ราคาหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว แนะนำขาย
อ่านเพิ่มเติม
27
เมษายน
2018
ORI (BUY/18TP: 24, เหนือกว่าด้วยการเติบโต และความปลอดภัย
(views 12)
คาดการณ์กำไรปกติ 1Q18 ที่ 320 ล้านบาท โตแกร่ง 86% Y-Y แต่ลดลง 53% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล โดยคาดยอดโอนอยู่ที่ 2 พันล้านบาท จากการโอน Park24 เฟส 1 ต่อเนื่องจากปลายปีก่อน และเริ่มโอนโครงการใหม่อีก 2 แห่ง มูลค่ารวม 2 พันล้านบาท ซึ่งแม้จะได้รับผลกระทบจากโครงการ Park24 เฟส 1 ที่มีมาร์จิ้นต่ำ แต่เชื่อว่าถูกบรรเทาด้วยมาร์จิ้นของโครงการอื่นที่ยังทำได้ดี ขณะที่โมเมนตัมกำไรคาดเป็นบวกต่อเนื่องใน 2Q18 จากการเริ่มโอนโครงการใหม่มากขึ้น และสัดส่วนของโครงการที่มาร์จิ้นต่ำเหลือน้อย ยังคาดกำไรปกติปี 2018 โตแรง +92% Y-Y จาก Backlog ที่จะรับรู้ในปีนี้กว่า 1.2 หมื่นล้านบาท เรายังชอบ ORI ในแง่ของ Growth stock ที่มาพร้อมความปลอดภัย ด้วยกำไรที่คาดโตเด่นสุดในกลุ่ม และBacklog ที่ Secured รายได้ปีนี้สูงถึง 79% มากที่สุดในกลุ่มเช่นกัน คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 24 บาท ระยะสั้นจะขึ้น XD เงินปันผลรอบปี 2017 คิดเป็น Yield 3.1% ในวันที่ 8 พ.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
27
เมษายน
2018
SYNEX (BUY/18TP: 20), คาดเจ้าแม่ไอทีจะกลับมาโตเด่น 13% Q-Q, 25% Y-Y ใน 1Q18
(views 14)
เรายังแนะนำซื้อ SYNEX ราคาเป้าหมาย 20 บาท โดยคาดว่ากำไรสุทธิ 1Q18 จะโตโดดเด่น 13% Q-Q และ 25% Y-Y ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 186 ล้านบาท จากทั้งรายได้ที่ขยายตัวตามการเพิ่มสินค้าใหม่ และการเปิดตัวสมาร์ทโฟน รวมถึงอัตรากำไรสุทธิที่ยืนเหนือ 2% ได้ต่อเนื่อง ส่วนกำไรทั้งปี เราคาดไว้ที่ 750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% Y-Y เพราะตลาดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ในประเทศฟื้นตัว และ Synergy ที่จะเกิดขึ้นกับ BAF ในการช่วยลดภาระทางการเงิน ราคาหุ้น SYNEX ซื้อขายบน PE2018 เพียง 14 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของตัวเองที่ 17 เท่า และกลุ่มสินค้าไอทีที่ 20 เท่า อีกทั้ง การเคลื่อนไหวของราคาที่ –8% YTD ยัง Underperform มากเกินไปเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ +9% YTD และเมื่อเทียบกับ Synnex ไต้หวันที่ +5% YTD ด้วย
อ่านเพิ่มเติม
26
เมษายน
2018
FN (AVOID/18TP: U.R.), คาดกำไร 1Q18 ยังอ่อนแอ สวนทางบริษัทอื่นในกลุ่มค้าปลีก
(views 14)
แนวโน้มกำไร 1Q18 ยังดูอ่อนแอ อาจเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดฯ สวนทางกับบริษัทอื่นในกลุ่มค้าปลีกที่เริ่มฟื้นตัวตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและอุปสรรคที่มาจากตัวบริษัทเอง ซึ่งอาจเกิดจากกลยุทธ์ของบริษัทที่ยังไม่สามารถสร้างตำแหน่งทางการตลาดของสินค้า House Brand ได้อย่างชัดเจน จึงยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดีนัก ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างการปรับกลยุทธ์อาจเพิ่มสัดส่วนสินค้า Other Brand มากขึ้น ซึ่งเป็นสินค้าที่ขายดีในงาน Fair ที่กทม.ใน 1Q18 ที่ผ่านมา แต่เป็นสินค้าที่มาร์จิ้นต่ำกว่าสินค้า House Brand ดังนั้นถ้าบริษัทไม่สามารถเพิ่มปริมาณขายได้มากพอ อาจเผชิญความเสี่ยงจากอัตรากำไรขั้นต้นลดลงในอนาคตได้ เราจึงอยู่ระหว่างปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 จากปัจจุบันคาดไว้ที่ 150 ล้านบาท +74.4% Y-Y และจะทบทวนราคาเป้าหมายที่ให้ไว้ 5.6 บาท (DCF) โดยจะขอรอประเมินผลจากการปรับกลยุทธ์ใหม่ของบริษัทก่อน ดังนั้นระหว่างนี้จึงแนะนำ ชะลอการลงทุนไปก่อน
อ่านเพิ่มเติม
26
เมษายน
2018
THANI (BUY/18TP: 9.6), ปรับคาดการณ์กำไรปีนี้ขึ้น
(views 12)
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 7% เป็น 1.52 พันลบ. (+35%Y-Y) เราคาดการณ์สินเชื่อเติบโต 20% (เดิมที่ 15%) ตามแนวโน้มยอดขายรถเชิงพาณิชย์ที่สดใสโดยเฉพาะรถบรรทุกและศักยภาพในการเติบโตของตลาดรถเชิงพาณิชย์ใหม่ๆเช่นตลาดรถบัส รถตู้ และรถ Luxury car นอกจากนี้เราปรับเพิ่ม Loan Spread เป็น 5% (เดิม 4.74%) ตามแนวโน้ม CoF ในช่วงที่เหลือของปีลดลงได้อีกเล็กน้อย เนื่องจากมีหุ้นกู้อัตราดอกเบี้ยสูงที่ทยอยครบกำหนดและปัจจุบันบริษัทมี Funding Structure ที่เป็น Fixed Rate 100% และมีแนวทาง funding ระยะยาวมากขึ้น ดังนั้นความเสี่ยงต่อการ re-pricing จึงน้อยลง ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 9.60 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
เมษายน
2018
AP (BUY/18TP: 9.7), 1Q18 ยอดขายโตดี ... กำไรโตเด่น Y-Y
(views 11)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 770 ล้านบาท โตเด่น 40% Y-Y แต่ลดลง 43% Q-Q จากฐานที่สูงของการเร่งโอนในช่วงโค้งสุดท้ายของปี คาดยอดโอนแตะระดับ 5 พันล้านบาท จากการทยอยส่งมอบสินค้าแนวราบ และคอนโดที่ต่อเนื่องจาก 4Q17 โดยเรายังคาดกำไรปกติปี 2018 เติบโต 10% Y-Y หนุนด้วยการเริ่มโอนคอนโด 2 แห่งใน 3Q-4Q18 มูลค่ารวม 6.2 พันล้านบาท มียอดขายเฉลี่ยแล้ว 32% บวกกับความสำเร็จของโครงการ JV จากการเริ่มโอนคอนโดขนาดใหญ่ มูลค่า 7.5 พันล้านบาทใน 3Q18 ซึ่งมียอดขายแล้วกว่า 99% ขณะที่มี Backlog อยู่ 1.28 หมื่นล้านบาท Secured รายได้แล้วกว่า 56% คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 9.70 บาท โดยมี Upside จากการเปิดโครงการเพิ่มเติม และPresales ที่มีโอกาสทำได้สูงกว่าเป้า ขณะที่ระยะสั้นจะขึ้น XD เงินปันผลรอบปี 2017 คิดเป็น Yield 4.2% ในวันที่ 9 พ.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
26
เมษายน
2018
KKP (BUY/18TP: 85), อัตราเงินปันผลที่น่าสนใจต้านทานความผันผวนของตลาดได้
(views 13)
คงคำแนะนำ ซื้อ เราคาดว่า KKP จะเป็น Defensive stock สำหรับภาวะการลงทุนที่มีความผันผวน โดยมีทั้ง Upside จากราคาปิดล่าสุดและราคาเป้าหมายที่ 85 บาท (PBV 1.67 เท่า) และคาดการณ์ผลตอบแทนเงินปันผลน่าสนใจ โดยมีปันผลสำหรับกำไร 2H17 ที่ 3 บาทต่อหุ้น (XD 2 พ.ค. จ่าย 21 พ.ค. 2018) และคาดการณ์เงินปันผลสำหรับ 1H18 อีกหุ้นละ 2 บาท รวมจ่าย 5 บาท สำหรับการลงทุน 6 เดือน คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 6.7%
อ่านเพิ่มเติม
26
เมษายน
2018
SC (BUY/18TP: 4.8), คาดกำไร 1Q18 โตแรง Y-Y และโดดเด่นขึ้นอีกตั้งแต่ 2Q18
(views 13)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 240 ล้านบาท โตแรง 219% Y-Y แต่ลดลง 57% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล โดยคาดยอดโอนยังไปได้ดีแตะระดับ 2.4 พันล้านบาท จากสินค้าแนวราบเป็นหลัก เรามองว่าโมเมนตัมของกำไรจะโตโดดเด่นตั้งแต่ 2Q18 หนุนจากการเริ่มโอนคอนโด Super Luxury 2 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 8.7 พันล้านบาทใน 2Q-3Q18 รวมถึงคาดหวังความสำเร็จจากการเน้นขายโครงการแนวราบ ซึ่งเริ่มขยายไปจับตลาด Mid-to-Low มากขึ้น ทำให้เราคงคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะกลับมาโตแกร่ง +58% Y-Y ขณะที่ Valuation ยังน่าสนใจ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PE2018 เพียง 7.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และกลุ่มอสังหา เราจึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 4.80 บาท ระยะสั้นจะขึ้น XD เงินปันผลรอบปี 2017 คิดเป็น Yield 3.2% ในวันที่ 2 พ.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
25
เมษายน
2018
BGRIM (BUY/18TP: 32), คาดกำไรปกติ 1Q18 โตสูงทั้ง Q-Q, Y-Y
(views 16)
คาดกำไรปกติ 1Q18 สดใส โต 55.7% Q-Q, 23.6% Y-Y จากโรงไฟฟ้าใหม่เริ่ม COD กลางไตรมาส ค่าใช้จ่าย SG&A และค่าใช้จ่ายการเงินลดลง Q-Q ตามฤดูกาล และมีแนวโน้มกำไรปกติ 2Q18 เพิ่มขึ้นอีก ทั้งปีคงคาดกำไรปกติโตสูง40% และโตต่อเนื่องเฉลี่ย 22% (CAGR) ใน 5 ปีข้างหน้า จากแผนการขยายกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ โดยคาดกำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุนในปี 2018-2022 เพิ่มเฉลี่ย 12.8% ต่อปี (CAGR) คงราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 32 บาท (SOTP) และมี Upside โอกาสการลงทุนโครงการใหม่ โดยเฉพาะโครงการ Solar ในเวียดนาม ที่มีแนวโน้มความชัดเจนมากขึ้นใน 2Q18 นี้ คงแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
เมษายน
2018
SAT (BUY/18TP: 24.1), คาดกำไร 1Q18 โตสวย Y-Y ตามอุตสาหกรรมที่กลับมาขยายตัว
(views 16)
คาดกำไร 1Q18 โต 15% Y-Y อยู่ที่ 196 ล้านบาท แม้คาดรายได้รวมลดลงจากการโอนสินทรัพย์ของ BSK ไปที่ MSA ซึ่งเป็นบริษัทร่วม ทำให้ต้องเปลี่ยนไปรับรู้เป็นส่วนแบ่งกำไรแทนการรับรู้รายได้ แต่การกลับมาขยายตัวของยอดผลิตรถยนต์และเครื่องจักรการเกษตร ทำให้คาดรายได้รวมจะลดลงเพียง 5% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น คาดเพิ่มขึ้นเป็น 16.5% จาก 15.9% ใน 1Q17 เพราะผลของโครงสร้างรายได้ที่เปลี่ยนไปและการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด แต่เมื่อเทียบ Q-Q กำไรสุทธิจะลดลงจากผลของรายการพิเศษ ที่เกิดขึ้นจากการโอนสินทรัพย์ราว 85 ล้านบาทใน 4Q17 หากหักออก คาดว่ากำไรปกติจะทรงตัว Q-Q เราปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018-2019 ขึ้น 13% และ 17% เป็น 854 ลบ. (+5% Y-Y) และ 873 ลบ. (+3% Y-Y) จากภาวะอุตสาหกรรมที่สดใสขึ้น และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 24.10 บาท จาก 22.40 บาท แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2018
DTAC (BUY/18TP: 55), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด//เซ็นคลื่น 2300 MHz กับ TOT สำเร็จ
(views 17)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด DTAC ประกาศกำไรสุทธิ 1Q18 ออกมาดีกว่าคาดที่ 1.315 ลบ. +142.4% Q-Q, +474% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษที่เกี่ยวข้องกับสำรองข้อพิพาทกับ CAT ซึ่งทำให้ภาษีจ่ายพลิกเป็นบวก กำไรปกติจะอยู่ที่ 967 ลบ. +71.2% Q-Q, +354.7% Y-Y รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC -1.2% Q-Q, -1.1% Y-Y แต่ปัจจัยที่ทำให้กำไรดีกว่าคาดเกิดจากการควบคุมต้นทุนที่ดีโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายและการตลาด รวมถึงค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ประเมิน อย่างไรก็ตามเรายังเป็นกังวลกับ Net Add ใน 1Q18 ติดลบเร่งขึ้นเป็น 8.4 แสนราย -3.7% Q-Q ในขณะที่ ARPU บวกเพียง 1.3% Q-Q ซึ่งหมายถึงเริ่มเสียลูกค้าที่มี ARPU สูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2018
BEM (BUY/18TP: 10), ระยะสั้นสดใส ระยะยาวประทับใจ
(views 20)
เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q18 โตเด่น +9% Q-Q, +18% Y-Y เป็น 828 ล้านบาท หนุนจากรายได้รวมที่คาดเพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q, Y-Y จากการเติบโตของผู้โดยสารรถไฟฟ้า และปริมาณรถบนทางด่วน บวกกับมาร์จิ้นที่ปรับตัวขึ้นจากผลของการขยายอายุสัมปทานรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน ขณะทีแนวโน้มกำไรสุทธิคาดโตต่อเนื่อง และทำจุดสูงสุดใหม่ใน 2Q18 จากการบันทึกกำไรการขายหุ้น XPCL ให้ CKP ราว 240 ล้านบาท สำหรับภาพการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2018 คาดโต 19% Y-Y จากต้นทุนที่ลดลงตามการขยายอายุสัมปทาน และการเชื่อมต่อสถานีเตาปูน-บางซื่อเต็มปี นอกจากนี้ มี Upside Risk จากการเปิดประมูลมอเตอร์เวย์ 2 สาย และรถไฟฟ้าอีก 2 เส้นภายในปีนี้ โดย BEM ถือเป็นผู้เล่นที่มีแต้มต่อคู่แข่งรายอื่นจากศักยภาพในการบริหารทั้งระบบรางและทางด่วน คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2018
FTE (BUY/18TP: 4.2), คาดกำไร 1Q18 ชะลอตัว จาก Low Season และงานก่อสร้างที่นิ่ง
(views 15)
เราปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018-2019 ของ FTE ลง 8% และ 15% เหลือ 138 ล้านบาท (+6% Y-Y) และ 147 ล้านบาท (+6% Y-Y) ตามลำดับ จากยอดขายที่โตชะลอ เพราะฐานที่สูงในปีก่อน ประกอบกับ อัตรากำไรขั้นต้นที่คาดว่าจะอ่อนตัวลง จากแนวโน้มเงินบาทที่เริ่มไม่แข็งค่าในอัตราเร่ง ขณะที่ แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 อาจทำได้เพียงทรงตัว Y-Y เพราะงานขายให้กลุ่มโรงงานชะลอตัว และงานโครงการเร่งรับรู้ไปมากใน 2H17 โดยคาดหวังกำไรกลับมาเร่งตัวอีกครั้งใน 2Q-3Q18 ที่เป็นฤดูปิดงานวางระบบดับเพลิงให้ กฟผ. ซึ่งผลจากการปรับประมาณการลง และปรับลด PE Multiplier จาก 20 เท่า เหลือ 18 เท่า (Implied จาก Payout Ratio 100%, Ke 7%, และ Terminal growth 2%) ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ลดลงจาก 5.00 บาท เหลือ 4.20 บาท แต่เรายังแนะนำซื้อในฐานะหุ้นปันผล ซึ่งคาดว่าจะจ่ายสม่ำเสมอในอัตราสูง 7-8% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2018
HMPRO (HOLD/18TP: 15.5), ประกาศกำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด
(views 11)
กำไร 1Q18 ทำได้ดีใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 1,248 ล้านบาท (-18.2% Q-Q +19.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด การลดลง Q-Q เป็นเรื่องของปัจจัยฤดูกาล ส่วนในแง่ Y-Y ยังสร้างการเติบโตได้ดี โดยมาจากยอดขายสาขาเดิมที่เติบโตต่อเนื่องราว 3% Y-Y และไตรมาสนี้มีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งในรูปแบบขนาดเล็ก HMPRO S รวมถึงการจัดงาน Expo ครั้งแรกของปีนี้ยังได้รับการตอบรับที่ดีตามเดิม ทำให้รายได้ไตรมาสนี้เติบโต 4.2% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังแข็งแกร่งอยู่ที่ระดับ 26.8% เพิ่มขึ้นจาก 26% ใน 1Q17 จากทั้ง Product Mix และการ Sourcing ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 22.8% จาก 23.1% ใน 1Q17 และ 23.5% ใน 4Q17 ทำให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้ถือเป็นกำไรที่ดีอีกไตรมาสหนึ่ง
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2018
PLANB (BUY/18TP: 7.1), คาดกำไร 1Q18 โตดีทั้ง Q-Q, Y-Y
(views 10)
คาดกำไร 1Q18 เพิ่ม 37.9% Q-Q, 20.9% Y-Y โดยอัตราใช้เวลาโฆษณาเพิ่ม และคาดกำไร 2Q18 จะมีกำไรโตขึ้นอีก เราคงคาดกำไรทั้งปีโตดีต่อเนื่อง 28% ปัจจัยหนุนกำลังซื้อโดยรวมดีขึ้น เอื้อต่อตลาดสื่อโฆษณานอกบ้าน ซึ่งเข้ากับไลฟ์สไตล์สังคมยุคใหม่ และการขยายพื้นที่สื่อมากขึ้น โดยการเข้าซื้อหุ้น 19.48% ใน BMN บ.ย่อยของ BEM ที่ทำธุรกิจสื่อในรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT จะเพิ่มโอกาสได้บริหารสื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนขยายในอนาคต และบริษัทยังมองหาโอกาสลงทุนเพิ่มในต่างประเทศ ขณะที่ราคาหุ้นยัง Laggard และ PEG ที่ 1.2 เท่า ต่ำกว่าของ VGI ที่ 1.9 เท่า คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 7.10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2018
SCB (HOLD/18TP: 142), คาดกำไรปีนี้หดตัวอีกปีหนึ่ง แนะนำ Switch
(views 12)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2018 ลง 6% เป็น 4.1 หมื่นลบ. -4%Y-Y เป็นกำไรที่ชะลอตัวเป็นปีที่ 2 เนื่องจากแนวโน้มค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอันเกิดจาก Transformation program (ค่าใช้จ่ายพนักงาน, ค่าใช้จ่ายทางการตลาด และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเทคโนโลยี) ที่สูงกว่าคาดการณ์เดิม โดยปีนี้น่าจะเป็นปีที่มี Cost to income ratio สูงสุดในช่วงของโครงการ (2016-2020) ขณะที่เราคาดว่าแนวโน้มกำไร 2Q18 จะชะลอ 3%Q-Q และ 8%Y-Y ทั้งจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงและค่าใช้จ่ายที่ยังอยู่ในระดับสูง ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2018 ลงเป็น 142 บาท คงคำแนะนำ ถือ /Switch
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2018
KKP (BUY/18TP: 85), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด สินเชื่อแข็งแกร่ง แนวโน้มยังดูดีขึ้น
(views 12)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด KKP กำไร 1Q18 ใกล้เคียงกับที่คาดที่ 1,513 ลบ. +16%Q-Q และทรงตัว Y-Y กำไรที่เพิ่มขึ้น Q-Q เกิดจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ +6%Q-Q และ 35%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้เงินปันผลที่เพิ่มขึ้น และมีผลกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์รอการขายราวสุทธิ 89 ลบ. (ขายสินทรัพย์รอการขาย 317 ลบ. สุทธิกับผลขาดทุนรถยึดจำนวน 150 ลบ.) และเกิดจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่ลดลง 20%Q-Q โดยส่วนใหญ่เป็นการลดลงจากค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ค่าใช้จ่ายทางการตลาด) ในไตรมาสนี้ ธนาคารมีการตั้งสำรองฯที่ 434 ลบ. และ Credit cost ที่ 0.9% สูงกว่าที่เราคาดไว้ และคาดว่าเป็นการทำตามหลักระมัดระวังและเพิ่ม Coverage ratio
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2018
KTB (BUY/18TP: 21.8), PPOP 1Q18 น่าผิดหวัง และ NPL ยังขึ้นต่อ
(views 13)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด แต่ PPOP น้อยกว่าที่คาดไว้ NIM น่าผิดหวัง KTB รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 6,787 ลบ. +41%Q-Q แต่ลดลง 21%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่น้อยกว่าคาดโดยลดลง 49%Q-Q และ 7%Y-Y มี Credit cost ที่ 1.4% จากคาดการณ์ของเราที่ 2.1% และสวนทางกับ NPL ที่เพิ่มขึ้น หากไม่นับรายการสำรองฯ PPOP ลดลง 18%Q-Q และ 13%Y-Y โดยเป็นการปรับตัวลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 3%Q-Q และ 6%Y-Y น่าผิดหวัง เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยรับจากการให้สินเชื่อที่ลดลง NIM ลดลงมาอยู่ที่ 3.02% เป็น Negative surprise สำหรับเรา ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 18%Q-Q และ 2%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดไว้เพราะเป็นไปตามเงินให้สินเชื่อที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2018
ATP30 (BUY/18TP: 2.3), คาดกำไร 1Q18 โตดี และจะทำ New High ใน 2Q18
(views 13)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q18 เป็น 10 ล้านบาท โตแรง 425% Y-Y แต่ลดลง 4% Q-Q จาก SG&A ที่สูงขึ้นจากการเตรียมรถใหม่ โดยคาดรายได้เติบโตทั้ง 5% Q-Q และ 26% Y-Y จากการเริ่มให้บริการลูกค้ารายใหม่อย่าง BSTMT, IRPC และ TOP ด้วยรถบัส 20 คันตั้งแต่เดือนม.ค.-ก.พ. ขณะทีแนวโน้มกำไรคาดโตต่อเนื่อง และทำจุดสูงสุดใหม่ใน 2Q18 จากการรับรู้รายได้ของลูกค้าใหม่เต็มไตรมาส โดยเรามองว่า Earnings Momentum จะขยายตัวเด่น Y-Y ในทุกไตรมาสจากการเติบโตของลูกค้าในพอร์ต และจำนวนรถที่เพิ่มขึ้น หนุนให้รายได้และกำไรปีนี้คาดทำ All Time High พร้อมกัน เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 54% Y-Y และคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 2.30 บาท จากการเป็นหุ้นเล็กที่มีการเติบโตสูง ในระยะยาว ได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการ EEC
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2018
BJC (HOLD/18TP: 61), คาดกำไร 1Q18 โตดี Y-Y แต่ลดลง Q-Q ตามฤดูกาล
(views 9)
แนวโน้มกำไรปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) 1Q18 จะลดลง Q-Q จากผลของฤดูกาล แต่คาดจะเติบโตดี Y-Y มาจากทั้งธุรกิจ Retail Packaging และ Consumer แม้คาด SSSG BIGC อาจทำได้เพียงทรงตัว Y-Y แต่ด้วยผลของการเปิดสาขาใหม่ และมาร์จิ้นที่ยังดีต่อเนื่อง น่าจะทำให้กำไรของธุรกิจ Retail ยังเติบโตได้ รวมถึงคาดอัตราภาษีจ่ายในไตรมาสนี้น่าจะทยอยลดลงจากปีก่อน ภายหลังเริ่มปรับโครงสร้างภาษีได้บ้างแล้ว และคาดแนวโน้มกำไรจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2H18 เมื่อสามารถปรับโครงสร้างภาษีได้แล้วเสร็จ และอัตราภาษีจ่ายลดลงกลับสู่ระดับปกติ เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 26% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 61 บาท (DCF) มี Upside เพียง 3.4% คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2018
GFPT (HOLD/18TP: 14), คาดกำไร 1Q18 แผ่วลงหนักสุดในรอบ 20 ไตรมาส
(views 12)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 ไม่สดใสคาดลดลงมากทั้ง Q-Q และ Y-Y อาจเป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 20 ไตรมาส มาจากราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศที่อ่อนแอ กระทบต่อทั้งธุรกิจของ GFPT และ GFN ในขณะที่ McKey ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก อยู่ระหว่างทยอยเพิ่มการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ จึงคาดไตรมาสนี้จะมีส่วนแบ่งจากบริษัทร่วมพลิกเป็นขาดทุนครั้งแรกในรอบ 21 ไตรมาส แม้เรามองว่ากำไร 1Q18 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี แนวโน้มกำไรน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ใน 3Q18 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของการส่งออก แต่ด้วยกำไร 1Q18 ที่อ่อนแอ จึงนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ลง 22% เป็นการลดลง 16.4% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 14 บาท จากเดิม 18 บาท (อิง PE เดิม 12 เท่า) แม้มี Upside 13.8% แต่ถือว่าไม่มากนัก ในขณะที่แนวโน้มกำไร 2Q18 ยังดูฟื้นไม่เต็มที่ เพราะราคาไก่ในประเทศยังค่อนข้างนิ่งอยู่ในระดับใกล้ต้นทุนการเลี้ยงของอุตสาหกรรม จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2018
MALEE (SELL/18TP: 20), ปีนี้ยังเหนื่อย คาดกำไร 1Q18 หดตัวแรงต่ำสุดในรอบ 29 ไตรมาส
(views 9)
แม้จะปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพน้ำมะพร้าวแล้วเสร็จในปีก่อน แต่คาดผลกำไรปีนี้ยังไม่สดใส การดำเนินธุรกิจยังค่อนข้างเหนื่อย เพราะได้สูญเสียลูกค้า CMG น้ำมะพร้าวส่งออกบางรายไป และยังต้องใช้เวลาที่จะดึงกลับมาหรือต้องทำตลาดหาลูกค้ารายใหม่ทดแทน กอปรกับบริษัทได้ทำการเปลี่ยนเครื่องจักรขวด PET ไลน์ใหม่ เพื่อแทนไลน์เดิมที่เก่าและไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้อย่างน้อยในช่วง 1H18 ยังติดปัญหาเรื่องเครื่องจักรใหม่ยังทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพตามเป้าหมาย ทำให้ยังไม่สามารถสร้างรายได้ครอบคลุมต้นทุนค่าเสื่อมราคาได้ เราคาดกำไรสุทธิ 1Q18 จะอ่อนแอมากทั้ง Q-Q และ Y-Y ต่ำสุดในรอบ 29 ไตรมาส แนวโน้มกำไร 2Q18 ยังดูไม่ฟื้นตัวนัก คาดหวังเห็นการฟื้นตัวใน 3Q18 เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปีลง 57% เป็นการลดลงจากปีก่อน 17.1% และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 20 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) แนะนำ ขาย
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2018
MGT (BUY/18TP: 3), คาดกำไร 1Q18 สดใสต่อเนื่อง จากอัตรากำไรที่ทำจุดสูงสุดใหม่
(views 10)
MGT เป็นอีกหนึ่งบริษัทในกลุ่ม Small Cap. ที่ถูกกระทบจากการ Reallocate ไปหากลุ่ม Big Cap. มากเกินไป โดยราคาหุ้นปรับตัวลง 4% YTD ตรงข้ามกับราคาหุ้น Megachem Ltd. สิงคโปร์ (ถือหุ้นใน MGT 36%) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 23% YTD ขณะที่ PE2018 ยังต่ำเพียง 16 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยของ Megachem Ltd. 5 ปีย้อนหลังที่ 20 เท่า และเมื่อคิดเป็น PEG โดยอิงการเติบโตเฉลี่ยของกำไรใน 3 ปีข้างหน้า (2019-2021) ที่ 20% ต่อปี อยู่ที่เพียง 0.8 เท่า โดยนอกจาก MGT จะเป็นบริษัทเติบโตสูงตามการขยายตัวของกลุ่มลูกค้าทั้งปิโตรเคมี น้ำมัน และอุตสาหกรรมสีที่กลับมาเติบโตแล้ว ฐานะทางการเงินยังเป็น Net Cash และให้ปันผลสูง 5-6% ต่อปี ส่วนแนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 เราคาดเพิ่มขึ้น 5% Q-Q และ 19% Y-Y อยู่ที่ 14 ล้านบาท จากผลของบาทแข็งที่หนุนอัตรากำไรขั้นต้นทำจุดสูงสุดใหม่ เรายังคาดกำไรสุทธิทั้งปีนี้ที่ 59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% Y-Y และยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 3.00 บาท (PE 20 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2018
SVI (BUY/18TP: 4.9), คาดกำไร 1Q18 ไม่สดใส แต่อาจเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้
(views 8)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 ไม่สดใสนัก คาดจะลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้คาดรายได้ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง จากคำสั่งซื้อที่ยังแข็งแกร่ง จนทำให้ใช้กำลังการผลิตเกือบเต็มแล้ว แต่สิ่งที่ยังเป็นปัญหาในไตรมาสนี้คือ สถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ทำให้วัตถุดิบที่นำเข้าไว้ในช่วงก่อนหน้ากลายเป็นต้นทุนแพงในไตรมาสนี้ กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นให้แผ่วลงทั้ง Q-Q และ Y-Y เราคาดหวังว่ากำไร 1Q18 จะเป็นกำไรต่ำสุดของปีนี้ แนวโน้มกำไรน่าจะกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป ภายหลังคงเหลือวัตถุดิบราคาแพงใช้ใน 2Q18 อีกบางส่วน ภาพรวมปีนี้ทั้งกำลังการผลิตและคำสั่งซื้อดูค่อนข้างสดใส มีเพียงภาวะค่าเงินบาทแข็งค่าที่ไม่เอื้อต่อผู้ผลิตเพื่อการส่งออกเท่าไหร่นัก ทั้งนี้เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโตราว 33.4% Y-Y ส่วนกำไรปกติคาดกลับมาโต 37.4% Y-Y ถือเป็นการเติบโตครั้งแรกในรอบ 4 ปี ยังคงราคาเป้าหมาย 4.9 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside 12.9% แนะนำทยอยซื้อ หลังผ่านกำไร 1Q18 ที่ไม่ดีนัก
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2018
BBL (BUY/18TP: 230), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด สินเชื่อแผ่วตามฤดูกาล
(views 12)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ BBL รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 9 พันลบ. เพิ่มขึ้น 10%Q-Q และ 9%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาด กำไรที่ดีขึ้น Q-Q เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยซึ่งมาจากการปรับขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ (รายได้การจัดการกองทุนและรายได้ค่าธรรมเนียมในการให้สินเชื่อ) และกำไรจากเงินลงทุนจำนวน 3.5 พันลบ. รวมถึงรายได้จากการจัดสรรผลกำไรจาก บสท. จำนวนราว 500 ลบ. รายได้ดังกล่าวเป็นรายได้ที่เป็น One-time ทำให้ธนาคารชดเชยไปกับการตั้งสำรองหนี้สูญที่สูงขึ้น 17%Q-Q และ 104%Y-Y มาอยู่ที่ราว 7.3 พันลบ. ซึ่งทำให้ Credit cost เพิ่มขึ้นเป็น 1.47% และสูงกว่าระดับค่าเฉลี่ยของปีที่เราคาดการณ์ที่ 1% และรายการค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น หากหักรายการพิเศษดังกล่าวออก รายได้หลักถือว่าดีกว่าที่คาด โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +1.8%Q-Q และ +5%Y-Y เนื่องจากต้นทุนเงินฝากที่และเงินให้กู้ยืมที่ลดลง ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมดีขึ้นจากรายได้การทำธุรกรรมผ่านธนาคารและรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2018
SCB (HOLD/18TP: 155), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด Opex กดดันต่อ
(views 14)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด SCB รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 1.13 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 23.5%Q-Q (จากการตั้งสำรองฯที่ลดลง) แต่ลดลง 4.6%%Y-Y เนื่องจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 21%Y-Y ทั้งจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดในการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ในระบบดิจิทัล และการลงทุนพัฒนาระบบเทคโนโลยี ทำให้ Cost to income ratio ปรับสูงขึ้นเป็น 46% สูงกว่าที่คาด ด้านรายได้ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโตดีกว่าคาด มาจากกำไรจากการค้าเงินตรา และรายได้ค่าธรรมเนียมจากการให้สินเชื่อ ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 1.5%Q-Q เนื่องจากรายได้จากเงินให้สินเชื่อลดลงเพราะสินเชื่อที่เติบโตเป็นกลุ่ม Corporate loan ที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าพอร์ตอื่น ส่วนค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยทรงตัวจากไตรมาสก่อน ในไตรมาสนี้ธนาคารมีการตั้งสำรองฯลดลง 33%Q-Q (ไตรมาสก่อนมีการตั้งสำรองฯพิเศษจำนวน 2.5 พันลบ.) และเท่ากับ 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2018
TCAP (HOLD/18TP: 55), กำไร 1Q18 ดีกว่าที่คาด
(views 15)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย TCAP กำไร 1Q18 อยู่ที่ 1.9 พันลบ. ลดลง 2%Q-Q (เพราะกำไรจากเงินลงทุนลดลง) แต่เพิ่มขึ้น 18.5%Y-Y ดีกว่าที่คาดเนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ดีกว่าคาด (จากธุรกิจ Bancassurance, การจัดการกองทุนและค่านายหน้าหลักทรัพย์) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิทำได้ดีกว่าคาดโดยเฉพาะจากรายได้ดอกเบี้ยจากธุรกิจเช่าซื้อ ประกอบกับ CoF ที่ต่ำลงจากเงินกู้ยืมที่ Re-finance ในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ส่งผล NIM ยังทรงตัวได้ > 3% ใกล้เคียงไตรมาสก่อน ในไตรมาสนี้มีการตั้ง Credit cost ที่ 0.7% ของสินเชื่อ ลดลงอย่างมากจาก 1.71% ในไตรมาสก่อนที่มีการตั้งฯเผื่อมาตรฐานบัญชีใหม่
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2018
THANI (BUY/18TP: 9.4), กำไร 1Q18 สูงกว่าคาด มีแนวโน้มปรับเพิ่มประมาณการ
(views 20)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด รายได้เพิ่มและคุมค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพอย่างมาก THANI กำไร 1Q18 อยู่ที่ 364 ลบ. +14%Q-Q และ +48%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ดีกว่าคาด ทั้งจากรายได้ดอกเบี้ยรับที่มากกว่าคาด +6%Q-Q, +25%Y-Y ขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยยังลดลงต่ำลงอีก ส่งผล Loan Spread ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 5.45% จาก 5.38% ในไตรมาสก่อนและสูงกว่าที่เราคาดไว้ ขณะเดียวกันยังมีค่าใช้จ่ายจากการขายที่น้อยกว่าที่คาดไว้ ส่งผลให้ Cost to income ratio ลดลงมาอยู่ที่เพียง 18% จาก 21% ในไตรมาสก่อนและ 20% ตามค่าเฉลียในปีก่อน ด้านรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +9.6%Q-Q และ 18.6%Y-Y เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้อื่นๆ โดยรวมแล้วผลประกอบการ 1Q18 ที่ออกมาดีนั้นมาจากองค์ประกอบทุกส่วน
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2018
SEAFCO (BUY/18TP: 10.1), คาดกำไร 1Q18 ยังไม่โดดเด่น แต่จะโตก้าวกระโดดตั้งแต่ 2Q18
(views 14)
แม้คาดรายได้ 1Q18 จะทรงตัว Q-Q จากการรับรู้งานที่ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน แต่แนวโน้มกำไรปกติคาดเติบโตได้ทั้ง +34% Q-Q, +2% Y-Y เป็น 53 ล้านบาท จากสัดส่วนค่าใช้จ่ายบริหารต่อรายได้ที่ลดลง และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับดีขึ้นจากการส่งมอบงานที่รับเฉพาะค่าแรงเพิ่มขึ้น ขณะที่ทิศทางรายได้และกำไรจะโตก้าวกระโดดตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป จากการเริ่มงานก่อสร้างหลายโครงการใหญ่พร้อมกัน ทั้งรถไฟฟ้าสีส้ม, สีชมพู และ One Bangkok โดยปัจจุบันมีงานในมือ 3.8 พันล้านบาท และมีโอกาสรับงานเข้ามาเติมจากงานที่อยู่ระหว่างการประมูลราว 1 หมื่นล้านบาท เรายังคาดกำไรปกติปี 2018 เติบโต 88% Y-Y และคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 10.10 บาท จากการได้รับประโยชน์โดยตรงของการเร่งผลักดันโครงการพื้นฐานของภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัว
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2018
KBANK (BUY/18TP: 235), กำไร 1Q18 เป็นไปตามที่คาด รายได้หลักชะลอ, ลดสำรองฯลง
(views 16)
รายได้หลักอ่อนตัวลง แต่กำไร 1Q18 ยังเป็นไปตามคาด KBANK รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 10,766 ลบ. เพิ่มขึ้น 89%Q-Q และ 6%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ PPOP น้อยกว่าที่คาด เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิที่ลดลง1.3%Q-Q (เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยจากเงินลงทุนที่ลดลง) โดยที่ NIM ลดลงมาอยู่ที่ 3.37% จาก 3.5% ในไตรมาสก่อน และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ +2%Q-Q มาจากค่าธรรมเนียมการให้สินเชื่อและการจัดการกองทุน แต่น้อยกว่าคาดจากธุรกิจการขายประกัน ในไตรมาสนี้ KBANK มีค่าใช้จ่ายสำรองฯ ลดลง 33%Q-Q และ 14%Y-Y และ Credit cost ที่ 1.7% น้อยกว่าที่เราคาดไว้ ซึ่งเป็นไปตาม Guidance ที่ธนาคารให้ไว้ และเป็นไปตามคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
CENTEL (T-BUY/18TP: 54), คาดกำไร 1Q18 จะสูงสุดของปี
(views 13)
เราคาดกำไรปกติ 1Q18 ของ CENTEL +88% Q-Q, +10.1% Y-Y และเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีจากอานิสงส์ของ Peak Season ธุรกิจโรงแรมจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรในปีนี้จากภาวะอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและเริ่มมีการลงทุนใหม่ๆเข้ามาหนุน ขณะที่ธุรกิจอาหารคาดว่าจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้นตามการบริโภคในประเทศ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 โต 19.1% Y-Y ราคาหุ้นปัจจบันยังมี Upside ไม่กว้างนัก แต่จากโมเมนตัมของกำไรที่ดี จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเหมาะสมที่ 54 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
IT (BUY/18TP: 6.9), คาดกำไรสุทธิ 1Q18 โตก้าวกระโดด และจะโตสูงเช่นนี้ทุกไตรมาส
(views 11)
เรายังคงแนะนำซื้อ IT ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 6.90 บาท โดยระยะสั้นมีปัจจัยหนุนจากผลประกอบการ 1Q18 ที่คาดออกมาสดใส เพิ่มขึ้น 9% Q-Q และ 145% Y-Y อยู่ที่ 15 ล้านบาท จากการเติบโตเร็วของตลาดเกมมิ่ง และการเพิ่มสินค้าอัตรากำไรสูง รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพ ส่วนแนวโน้มทั้งปีนี้ เรายังคาดกำไรสุทธิ Turnaround 33% Y-Y อยู่ที่ 84 ล้านบาท เพราะแผนการเพิ่มอัตรากำไรทั้งการเพิ่มสินค้าใหม่ และการควบคุมค่าใช้จ่ายจะเห็นผลเต็มปี ราคาปัจจุบันแม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้ว แต่ PE2018 และ PEG ยังต่ำเพียง 15 เท่า และ 0.5 เท่า ตามลำดับ อีกทั้ง ราคายังใกล้เคียงมูลค่าทางบัญชี และความเสี่ยงทางธุรกิจที่วัดจาก Cash Cycle ยังต่ำสุดในกลุ่มซื้อขายสินค้าไอที ซึ่งนอกจากเราจะให้ IT เป็น Top Pick ของกลุ่มสินค้าไอทีแล้ว ยังเป็น Top Pick ของ Small Cap. ในช่วงเวลานี้ด้วย
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
M (BUY/18TP: 90), SSSG ที่ดี และราคาหมูปรับลดลง ช่วยหนุนกำไร 1Q18
(views 8)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 น่าจะทำได้ดีเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y จากการทั้งเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของร้าน MK และ Yayoi รวมถึงยังมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง และคาดยังรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงใกล้เคียงไตรมาสก่อน แม้ต้องเผชิญราคาวัตถุดิบเป็ดปรับตัวสูงขึ้น แต่ถูกชดเชยได้ทั้งหมดจากการปรับลดลงของราคาหมู แนวโน้มกำไรจะดีขึ้นต่อใน 2Q18 เพราะเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ซึ่งในมุมมองของบริษัทยังคงเห็นการฟื้นตัวของกำลังซื้อได้ดี แม้จะไม่หวือหวา แต่ทำได้ดีในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะในส่วนของ Traffic ที่ยังดูคึกคักต่อเนื่อง และคาดกำไรจะดีจนอาจเป็นจุดสูงสุดของปีใน 4Q18 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และปกติจะมีการเปิดสาขาใหม่ค่อนข้างมากใน 4Q เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 15.5% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 90 บาท ยังมี upside 11.8% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
RSP (BUY/18TP: 8.4), คาดกำไร 1Q18 ฟื้นตัวต่อ และจะดีมากขึ้นใน 2H18
(views 10)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 จะฟื้นตัวต่อเนื่องในแง่ Q-Q มาอยู่ที่ 63 ล้านบาท แต่ยังลดลง Y-Y จากฐานสูงในปีก่อน โดยคาดเห็นอัตรากำไรขั้นต้นอาจขยับขึ้นได้เล็กน้อย จากผลบวกของ Product Mix และอานิสงส์ค่าเงินบาทแข็งค่า ช่วยหักล้างผลลบจากต้นทุนการนำเข้าที่สูงกว่าการผลิตเองได้ทั้งหมด ภายหลังจากที่บริษัทหันมานำเข้าสินค้า Converse ทั้งหมด 100% ตั้งแต่ต้นปี 2018 ที่ผ่านมา และคาดกำไรจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2H18 นอกจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศแล้ว คาดเห็นรายได้ในกัมพูชาทยอยเพิ่มขึ้นจนบรรลุเป้าหมายที่ราว 100 ล้านบาทในปีนี้ได้ จากแผนปรับเพิ่มการเปิดสาขาในกัมพูชาเป็น 4 แห่ง จากเดิม 2 แห่ง และลูกค้า Wholesale ในกัมพูชาเริ่มทยอยสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทแล้ว เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 19.5% Y-Y และมี Upside จากแผนเข้าซื้อกิจการ ที่น่าจะได้เห็นในปีนี้อย่างน้อย 1 ดีล ยังคงราคาเป้าหมาย 8.4 บาท (DCF) มี Upside 19.1% ยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
TISCO (HOLD/18TP: 98), คาดการณ์กำไร 2Q18 ยังเติบโตได้ดี
(views 12)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหารกล่าวเพิ่มเติมถึงรายการรายรับและค่าใช้จ่ายพิเศษที่จะเกิดขึ้นในคราวเดียวใน 1Q18 และไม่น่าเกิดซ้ำใน 2Q18 โดยรวมแล้วทำให้เป็นบวกต่อประมาณการกำไร 2Q18 เราคาดแนวโน้มกำไร 2Q18 จะเพิ่มขึ้นราว 4%Q-Q มาอยู่ที่ราว 1.84 พันลบ. (+22%Y-Y) ซึ่งเป็นจุดสูงสุดใหม่ คงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 7.18 พันลบ. +18%Y-Y กำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากการตั้งสำรองหนี้สูญ และรายได้เพิ่มขึ้นจากพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ซื้อจาก SCBT เต็มปี คงราคาเหมาะสมเป็น 98 บาท คงคำแนะนำ ถือ เพราะ Upside ที่น้อยลง
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
TMB (BUY/18TP: 3.3), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด
(views 8)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ แม้ NIM ชะลอ แต่ควบคุม Opex ได้ดี TMB รายงานกำไร 1Q18 ที่ 2,280 ลบ. +1%Q-Q และ +8.7%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ รายได้รวมน้อยกว่าที่เราคาดไว้ ซึ่งเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าคาดเพราะสินเชื่อที่มี Low loan yield (สินเชื่อที่อยู่อาศัย) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ NIM ลดลง < 3% เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส อย่างไรก็ตามธนาคารควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่ดีกว่าคาด โดย Cost to income ratio อยู่ที่ 45% เนื่องจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าใช้จ่ายพนักงานที่ลดลงตามฤดูกาล ในไตรมาสนี้ TMB มีค่าใช้จ่ายสำรองฯสูงกว่าคาด +15%Q-Q และ +3%Y-Y และ Credit cost ที่ 1.43% เพราะมีการ Write-off NPL จำนวน 1.7 พันลบ. ในไตรมาสนี้ และเพื่อเพิ่ม Coverage ratio
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
BAY (HOLD/18TP: 42), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงกับที่คาด
(views 10)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด BAY รายงานกำไร 1Q18 ที่ 6.2 พันลบ. +9.4%Q-Q, +10%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ เราประทับใจที่รายได้หลักยังแสดงการเติบโต 1.8%Q-Q และ 11%Y-Y ซึ่งมาจากทั้งการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 1.4%Q-Q, 9.3%Y-Y ตามการเติบโตของสินเชื่อ แต่สังเกตว่า NIM อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 3.76% จาก 3.84% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเกิดจาก loan yield ที่ปรับตัวลดลงตาม Portfolio mix ที่เป็น Corporate มากขึ้น ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +2.2%Q-Q, +15.7%Y-Y เนื่องจากกำไรจากเงินลงทุนและหนี้สูญรับคืนเพิ่มขึ้น ขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพกว่าที่คาดไว้ Cost to income ratio อยู่ที่ 46% น้อยกว่าที่เราคาดที่ 48% สำหรับการตั้งสำรองฯ ในไตรมาสนี้ธนาคารมีค่าใช้จ่ายสำรองฯเพิ่มขึ้น 9%Q-Q, 27%Y-Y Credit cost ที่ 1.7% ส่วนใหญ่เป็น General reserve และเป็นไปตามหลัก Conservative
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2018
CPALL (BUY/18TP: 98), SSSG 1Q18 ยังบวกต่อ หนุนกำไร 1Q18 มีลุ้นทำจุดสูงสุดใหม่
(views 10)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 จะเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y จาก SSSG ร้าน 7-11 ที่คาดยังบวกได้ต่อเนื่องราว 3.5% Y-Y และมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง จึงคาดเห็นการเติบโตของรายได้รวม ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นและสัดส่วนค่าใช้จ่ายน่าจะทรงตัวอยู่ในระดับที่ดี และมีอัตราภาษีจ่ายลดลงจากค่าใช้จ่ายที่นำมาลดหย่อนภาษีได้มากขึ้น แนวโน้มกำไรน่าจะทำได้ดีต่อเนื่องใน 2Q18 และเติบโตอย่างโดดเด่นในช่วง 2H18 ที่เป็น High Season และมีการทำ Stamp Promotion เป็นประจำทุกปี กอปรกับยังเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 700 แห่งต่อปี เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 23% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 98 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมาจน Upside เปิดกว้าง 17.7% ยังคงคำแนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2018
KTC (HOLD/18TP: 324), กำไร 1Q18 เหนือคาด แต่ราคาขึ้นมารอแล้ว
(views 10)
กำไรสุทธิ 1Q18 ดีกว่าที่คาด KTC รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 1.2 พันลบ. เพิ่มขึ้น 29%Q-Q และ 65%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดเนื่องจากการตั้งสำรองหนี้สูญที่น้อยกว่าคาด และหนี้สูญรับคืนที่ดีกว่าคาด ทั้งนี้ในไตรมาสนี้ KTC มีการตั้งสำรองฯที่ 8.68% ของสินเชื่อคงค้าง ลดลงจากราว 9% ในไตรมาสก่อนและ 10% ในปีก่อน เนื่องจากฐานสินเชื่อที่เติบโตชะลอตัวลง และคุณภาพลูกหนี้ที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันมูลค่าหนี้สูญรับคืนในไตรมาสนี้อยู่ที่ 838 ลบ. +9%Q-Q, +31%Y-Y ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเห็นการชะลอตัวลง 1.2%Q-Q ตามการหดตัวของสินเชื่อคงค้างแต่ยัง +10%Y-Y แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะถูกปรับลดเพดานลงจาก 20% เป็น 18% ตั้งแต่เดือนก.ย.ที่ผ่านมา แต่ CoF ที่ลดลงตามอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมที่ต่ำลง ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยยังสูงที่ราว 15%
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2018
MINT (BUY/18TP: 48), คาดกำไร 1Q18 ชะลอ Y-Y จากฐานสูง
(views 8)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q18 คาดว่าจะ +16.2% Q-Q จากอานิสงส์ของ Peak Season แต่ -2.7% Y-Y จากฐานรายได้ของธุรกิจอสังหาฯที่สูงมากในปีก่อน ซึ่งแม้ธุรกิจโรงแรมจะเติบโตได้โดดเด่น แต่อาจชดเชยได้ไม่ทั้งหมด ส่วนธุรกิจอาหารดูฟื้นตัวช้ากว่าที่ประเมิน ทำให้ประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2018 ที่คาดโต 20% Y-Y อาจมี Downside เล็กน้อย อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวลงค่อนข้างมากจากช่วงต้นปี ทำให้ Upside ยังค่อนข้างเปิดกว้าง เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 48 บาท
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2018
TISCO (HOLD/18TP: 98), กำไร 1Q18 ดีตามคาด
(views 8)
กำไร 1Q18 เป็นไปตามคาด รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยแข็งแกร่ง TISCO รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 1.77 พันลบ. เพิ่มขึ้น 16%Q-Q และ 19%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ กำไรที่เพิ่มขึ้น Q-Q เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากเงินลงทุน, ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทย่อย และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ IB ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น Y-Y เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +20%Y-Y ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการปรับตัวขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยที่มาจากการโอนธุรกิจจาก SCBT และการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (ทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมและกำไรจากเงินลงทุน) ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยยังแข็งแกร่งที่ราว 5% มากกว่างวดเดียวกันในปีก่อนที่ทำได้ที่ 4.7% เนื่องจากส่วนผสมของสินเชื่อที่เป็นสินเชื่ออเนกประสงค์มากขึ้น (Consumer finance ที่ไม่ใช่สินเชื่อเช่าซื้อ) สังเกตว่าในไตรมาสนี้ TISCO มีการตั้งสำรองหนี้สูญฯลดลง 23%Q-Q แต่ Credit cost ยังสูงที่ 1.4% เพราะมีการ Write-off สินเชื่อบางกลุ่มที่รับโอนมาจาก SCBT
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2018
ROBINS (BUY/18TP: 78), คาด SSSG 1Q18 พลิกเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส
(views 7)
แนวโน้มกำไร 1Q18 จะเติบโตได้ดี Y-Y แต่จะลดลงในแง่ Q-Q ตามฤดูกาล โดยคาดหวัง SSSG จะฟื้นตัวพลิกกลับมาเป็นบวกได้ครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส สิ่งที่ดีในไตรมาสนี้ เราน่าจะได้เห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอัตรากำไรขั้นต้น จากการประสบความสำเร็จในการปรับ Product Mix เพื่อสัดส่วนสินค้า House Brand ได้มากขึ้น รวมถึงการเติบโตของรายได้ค่าเช่า จากการรับรู้รายได้ค่าเช่าของสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน แนวโน้มกำไรน่าจะโตต่อเนื่องใน 2Q18 และจะกลับมาดีอีกครั้งจนเป็นกำไรสูงสุดของปีนี้ใน 4Q18 จากช่วง High Season ของธุรกิจ และมีแผนเปิด 2 สาขาใหม่ในรูปแบบ Lifestyle Center ใน 3Q18 และ 4Q18 เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโตราว 13.5% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 78 บาท (DCF) ยังมี Upside 22.8% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
17
เมษายน
2018
PTTEP (T-BUY/18TP: 123), การประมูลสัมปทานจะเปลี่ยนพื้นฐานหุ้นในระยะยาว
(views 20)
เราแนะนำซื้อเก็งกำไร PTTEP จากโอกาสในการชนะประมูลในสัปทานรอบใหม่ที่คาดว่าจะเพิ่มมูลค่าหุ้นได้ราว 25 บาท/หุ้น จากมูลค่าปัจจุบันที่ประเมินได้ 123 บาท (DCF) ซึ่งยังพอมี upside จากราคาตลาดปัจจุบัน ขณะที่ผลประกอบการ 1Q18 คาดเติบโตในเกณฑ์ดี +23% Q-Q และ +3.5% Y-Y จากราคาขายเพิ่มสูงขึ้นและค่าเงินบาทแข็งค่า ส่วนกำไรทั้งปี 2018 และ 2019 คาดฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาด EBITDA +11% Y-Y และ +9% Y-Y ตามลำดับ จากราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับ US$ 60-65/BBL รวมไปถึงปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นในช่วง 2H18 และ 2019 จากการเพิ่มสัดส่วนการร่วมทุนในบงกชอีก 22.22% ในขณะที่การควบคุมต้นทุนต่อหน่วยยังเป็นไปได้ดี อีกทั้งสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งจากเงินสดในมือ US$ 4,500 ล้านที่พร้อมจะลงทุนเพิ่มในต่างประเทศผ่านการทำ M&A
อ่านเพิ่มเติม
12
เมษายน
2018
THANI (BUY/18TP: 9.4), แนวโน้มกำไร 1Q18 ทำ New High และยังโตต่อในไตรมาสต่อไป
(views 20)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q18 ยกฐานกำไรและเป็นจุดสูงสุดใหม่ที่ 339 ลบ. +6%Q-Q, +38%Y-Y เนื่องจากค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯที่ลดลง 13%Q-Q, 27%Y-Y และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 3.6%Q-Q, 21%Y-Y เราคาดว่าสินเชื่อจะ +5%YTD และ +18%Y-Y จากสินเชื่อรถบรรทุกทั้งเก่าและใหม่ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นจากโครงการก่อสร้างภาครัฐที่ต่อเนื่องจากปลายปีและรถบรรทุกรุ่นใหม่ คงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 1.4 พันลบ. (+26.6%Y-Y) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 9.40 บาท (หลัง XD) แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
เมษายน
2018
CPF (HOLD/18TP: 28), คาดผลการดำเนินงานหลัก 1H18 ยังดูเหนื่อย
(views 26)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 1H18 ยังดูเหนื่อย โดยคาดผลการดำเนินงานหลัก 1Q18 อาจขาดทุนต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน เพราะราคาหมูในไทยและเวียดนามลดลงต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยง และเป็น Low Season ของธุรกิจ ในขณะที่แนวโน้ม 2Q18 ยังดูไม่ฟื้นตัวนัก แม้ราคาหมูจะขยับขึ้นสูงเกินต้นทุนการเลี้ยงแล้ว แต่มาจากภาครัฐให้ปรับราคาขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เลี้ยงรายย่อย หลังจากนี้จะเห็นราคาหมูขึ้นลงตาม Demand Supply ที่แท้จริง รวมถึงราคาหมูในเวียดนามล่าสุดพลิกกลับมาปรับลงอีกครั้ง กอปรกับบริษัทเริ่มรับรู้ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ล็อตใหม่ที่แพงขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม เรายังคาดหวังการฟื้นตัวของผลประกอบการในช่วง 2H18 ส่วนหนึ่งเพราะเป็น High Season ของธุรกิจ และต้องจับตาดูราคาเนื้อสัตว์ทั้งในไทยและเวียดนามที่ควรจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วง 2H18 เรายังคาดกำไรสุทธิปีนี้ลดลง 6.9% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 28 บาท แม้ยังมี Upside ให้แนะนำซื้อ แต่ด้วยโมเมนตัมของกำไรที่ยังไม่น่าสนใจใน 1H18 จึงมองจังหวะเข้าลงทุนน่าจะอยู่ในช่วง 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
11
เมษายน
2018
VGI (SELL/19TP: 6.8), ราคาหุ้นขึ้นมากรับแนวโน้มการเติบโตของกำไร
(views 13)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q18 (สิ้นมี.ค.18) โตสูง 43% Q-Q สดใสกว่าที่เคยคาด จากรายได้เพิ่มของทุกกลุ่มธุรกิจ ชดเชยขาดทุนรับรู้จากกลุ่ม Rabbit ทำให้ปรับประมาณการกำไรปกติทั้งปีขึ้น 9% เป็นโตเกือบ 23% แต่กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนที่มีกำไรพิเศษสูง และปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019 ( สิ้นมี.ค.2019) ขึ้น 10% จากปรับคาดการณ์รายได้รวมคล้องกับเป้าของกลุ่ม BTS บริษัทแม่ ที่ +10-15% แม้กำไร 4Q18 ที่คาดเป็นปัจจัยบวก และปี 2019 โตต่อสูงอีก 28% แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมามาก PE ปี 2019 สูงถึง 54 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ย PE ในอดีตที่ 45 เท่า นับว่าสะท้อนกำไรเติบโตและความคาดหวังต่อธุรกิจใหม่ๆ ที่บริษัทขยายการลงทุนต่างๆ ไว้มากแล้ว จึงปรับคำแนะนำลงจากเดิม ถือ เป็น ขาย ราคาเป้าหมายปี 19 ที่ 6.80 บาท จากเดิม 6.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
10
เมษายน
2018
RS (BUY/18TP: 35), แนวโน้มกำไร 1Q18 ลดลง Q-Q แต่ยังโตสูง Y-Y
(views 20)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q18 อ่อนลง Q-Q แต่ยังเพิ่มสูง 95% Y-Y กำไรที่มองอ่อนลง Q-Q ส่วนใหญ่จากรายได้ธุรกิจทีวีดิจิตอล (ช่อง 8) ได้รับผลกระทบจากตลาดโฆษณาสื่อทีวีที่ซบเซาในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส แม้คาดยอดขายธุรกิจ MPC ยังแกร่ง เพิ่ม 19% Q-Q, 179% Y-Y แต่คาดผลประกอบการตั้งแต่ 2Q18 กลับมาสดใส จากการใช้จ่ายโฆษณาดีขึ้นเข้าช่วง High season และคาดยอดขายสินค้ากลุ่มใหม่จะเริมเข้ามามากขึ้น จึงยังมองแนวโน้มกำไรปกติทั้งปีโตต่อเนื่องในอัตราสูง แม้อาจมี Downside เล็กน้อย ขณะที่ราคาหุ้นตอบสนองต่อข่าวการขายหุ้นของผู้ถือหุ้นอันดับ 2 และแนวโน้มกำไร 1Q18 ที่น้อยกว่าเคยคาด ทำให้มี Upside มากขึ้น จากราคาเป้าหมายที่ 35 บาท จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
10
เมษายน
2018
TKN (BUY/18TP: 21), คาดกำไร 1Q18 ไม่สดใส แต่จะเป็นจุดต่ำสุดของปีตามฤดูกาล
(views 30)
แนวโน้มกำไร 1Q18 น่าจะแผ่วลงมากกว่าคาด หากไม่รวมรายการพิเศษไตรมาสก่อน คาดกำไรปกติจะลดลง -14.2% Q-Q และ -11.7% Y-Y สาเหตุกำไรที่ลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล ส่วนกำไรที่คาดลดลง Y-Y มาจากต้นทุนสาหร่ายที่ปรับสูงขึ้นตั้งแต่ 2Q17 เป็นต้นมา ทำให้ฐาน 1Q17 ค่อนข้างต่ำ จึงกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ในขณะที่คาดรายได้ยังเติบโตได้ราว 15% Y-Y แต่คาดกำไร 1Q18 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีตามฤดูกาล แนวโน้มกำไรจะกลับมาเติบโตดีตั้งแต่ 2Q18 เพราะจะเริ่มรับรู้ต้นทุนสาหร่ายล็อตใหม่ที่ถูกลงตั้งแต่เดือน เม.ย. เป็นต้นไป รวมถึงจะสามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษี BOI ได้มากขึ้น ในขณะที่ประเด็นบาทแข็งค่า จะส่งผลบวกเชิงบวกต่อการนำเข้าสาหร่ายของบริษัทที่เป็นสกุล USD แต่จากกำไร 1Q18 ที่ไม่สดใส เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 12% เป็นการเติบโต 34.3% Y-Y ลดลงจากเดิมที่คาดโต 52% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 21 บาท จากเดิม 24 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 28.8% แนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
09
เมษายน
2018
TU (BUY/18TP: 21), คาดกำไร 1Q18 จะอ่อนแอต่ำสุดในรอบ 9 ไตรมาส
(views 22)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 จะอ่อนแอมาก อาจเป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 9 ไตรมาส ลดลงแรงทั้ง Q-Q และ Y-Y จากทั้งค่าเงินบาทแข็งค่า และราคาขายปลาทูน่า รวมถึงกุ้งปรับลดลง ส่งผลกระทบให้รายได้ปรับลดลง รวมถึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะแผ่วลงเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 20 ไตรมาส แม้เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป ซึ่งจะได้รับผลบวกจากต้นทุนปลาที่ถูกลง และต่อเนื่องไปใน 3Q18 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ มีโอกาสที่กำไร 1Q18 จะเป็นจุดตำสุดของปี แต่ด้วยแนวโน้มกำไร 1Q18 ที่ไม่สดใส เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ลง 11% จะเป็นกำไรที่ลดลง 4.4% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 21 บาท จากเดิม 23 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 15.4% จึงยังแนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
05
เมษายน
2018
KBANK (BUY/18TP: 235), ปรับลดประมาณการกำไรทั้งปีลงจากผลกระทบของค่าธรรมเนียม
(views 26)
เราปรับลดคาดการณ์รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากเดิม +1% เป็น -6% สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินใหม่ของธนาคารซึ่งได้รวมผลกระทบของการยกเลิกค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่าน Mobile ประมาณการกำไรใหม่ของเราลดลงจากประมาณการเดิมราว 9% มาอยู่ที่ 3.71 หมื่นลบ. ซึ่งยังเห็นการเพิ่มขึ้นราว 8.2%Y-Y เนื่องจากได้รับชดเชยจากค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯ ที่ลดลง เราคาดว่ากำไร 1Q18 ยังไม่ได้รับผลกระทบจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง และคงคาดการณ์การฟื้นตัวที่ราว 87%Q-Q, 5%Y-Y มาอยู่ที่ราว 1.06 หมื่นลบ. เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2018 ลงเป็น 235 บาท (เดิม 264 บาท) ให้สอดคล้องกับประมาณการกำไรใหม่ แต่คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
เมษายน
2018
HMRPO (BUY/18TP: 15.5), คาดกำไร 1Q18 ยังเติบโตดี Y-Y
(views 26)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 จะเติบโตได้ดี Y-Y จาก SSSG ที่คาดเติบโตเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน กอปรกับยังได้รับการตอบรับที่ดีจากการจัดงาน Expo จึงคาดรายได้รวมจะเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นยังดูมีพัฒนาการที่ดีจากทั้งการปรับ Product Mix และการ Sourcing ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ภาพรวมกำลังซื้อในมุมมองของ HMPRO ยังดูค่อนไปในทางทรงตัว สำหรับสาขาในต่างจังหวัด ในขณะที่สาขาในกทม.และปริมณฑลยังฟื้นตัวได้ดีต่อเนื่อง แนวโน้มผลประกอบการจะดีมากขึ้นใน 2Q18 และ 4Q18 ซึ่งเป็นช่วง High Season เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 20% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 15.5 บาท (DCF) มี Upside 10.7% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
เมษายน
2018
INTUCH (BUY/18TP: 67.5), ราคาหุ้นถูกเกินไปมาก เท่ากับได้ THCOM และธุรกิจอื่นฟรี
(views 28)
แนวโน้มกำไร 1Q18 ของ INTUCH คาดว่ายังแข็งแกร่งตาม ADVANC รวมถึง THCOM ที่มีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขาย CSL เบื้องต้นคาดกำไรสุทธิราว 3,900 พันลบ. +115% Q-Q, +22% Y-Y สำหรับราคาหุ้นปัจจุบันถือว่า Undervalue อย่างมาก โดยปัจจุบัน Discount สูงถึง 28% แม้พิจารณาเฉพาะมูลค่าของ ADVANC ซึ่งหมายถึงได้ธุรกิจอื่นๆทั้ง THCOM และ Startup อื่นๆ ฟรี ขณะที่ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีปรับขึ้นเพียง 2.2% Laggard ADVANC ที่บวก 8.4% ทำให้ปัจจุบัน Upside เปิดกว้างและดูน่าสนใจกว่า และเหมาะที่จะเป็นหุ้นหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
04
เมษายน
2018
TMB (BUY/18TP: 3.3), ตลาดกังวลต่อค่าธรรมเนียมการโอนมากเกินไป
(views 31)
ปรับคำแนะนำขึ้นจาก ถือ เป็น ซื้อ และคงราคาเหมาะสมที่ 3.30 บาท ราคาหุ้นปรับฐานจนมี Upside ที่น่าสนใจขึ้น เนื่องจากความกังวลต่อ CoF และฐานเงินฝากที่อาจได้รับผลกระทบจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนของธนาคารอื่น แต่เราคาดว่า TMB ผู้ซึ่งเป็นธนาคารแรกและธนาคารเดียวที่ไม่เคยเรียกเก็บรายได้ค่าธรรมเนียมมาก่อนและมี Platform ที่แข็งแกร่งตอบโจทย์เหตุผลของการฝากเงินของลูกค้า เราจึงคาดว่า TMB ได้รับผลกระทบน้อยมาก ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นจากธุรกิจ Bancassurance และ Loan-related fee ซึ่งมีฐานต่ำในปีก่อน เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 1 หมื่นลบ. +15.6%Y-Y และคาดการณ์กำไร 1Q18 น่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีที่ราว 2.26 พันลบ. ทรงตัว Q-Q แต่ +8%Y-Y (ดีกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม)
อ่านเพิ่มเติม
04
เมษายน
2018
AP (BUY/18TP: 9.7), เริ่มต้นปีอย่างสวยงามด้วยยอดขายหมื่นล้าน
(views 25)
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ“ซื้อ” และประเมินราคาเหมาะสมที่ 9.70 บาท จากพอร์ตที่ยืดหยุ่นในการกระจายรายได้ครอบคลุมทั้งแนวราบและคอนโดในตลาดทุกเซกเมนต์ ประกอบกับแนวโน้มกำไรปกติปีนี้ที่คาดโตดีต่อเนื่อง +10% Y-Y จากการเริ่มโอนคอนโด 2 แห่ง มูลค่ารวม 8.7 พันล้านบาท และยอดโอนแนวราบที่คาดทำได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท จากการเปิด 31 โครงการใหม่ เสริมความแกร่งด้วยความสำเร็จของการเปิดขายโครงการ JV ที่คาดทำให้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น +35% Y-Y แม้บริษัทจะให้เป้า Presales อย่างอนุรักษ์นิยมที่ 3.35 หมื่นล้านบาท (-22% Y-Y) แต่มีสัญญาณบวกจากยอดขายใน 1Q18 ที่โตแรง +168% Y-Y แตะระดับ 1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 30% ของเป้าทั้งปีแล้ว ขณะที่ Valuation ยังน่าสนใจ ราคาหุ้นคิดเป็น PE2018 เพียง 7.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และกลุ่มอสังหาฯที่ 9 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
03
เมษายน
2018
IT (BUY/18TP: 6.9), Valuation น่าสนใจ และ Downside ต่ำสุดในกลุ่ม แนะนำซื้อ
(views 28)
เรากลับมาแนะนำซื้อ IT ที่ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 6.90 บาท อิง PE เฉลี่ยของกลุ่มที่ 18 เท่า ปัจจัยหนุนระยะสั้นอยู่ที่แนวโน้มกำไร 1Q18 ที่คาดโตสูง 145% Y-Y อยู่ที่ 15 ล้านบาท จากการขยายตัวของตลาด Gamming และอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นตามผลของ Product Mix ขณะที่ ปัจจัยหนุนระยะกลาง-ยาวอยู่ที่ แผนปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มทั้งรายได้และอัตรากำไร โดยถ้าอิงปัจจัยสำเร็จของคู่แข่งทั้ง COM7, Advice, และ J.I.B. เรามองว่า Upside ของ IT เป็นไปได้ทั้งการจับมือกับ Mobile Operator, การกลับมาขยายสาขาหรือรุกตลาดออนไลน์, และการสร้างจุดแข็งโดยเป็นผู้นำตลาด Gamming อย่างไรก็ตาม ประมาณการของเราที่คาดกำไรสุทธิปีนี้โต 33% Y-Y อยู่ที่ 84 ล้านบาท และปีหน้าโต 24% Y-Y อยู่ที่ 105 ล้านบาท ยังมาจากการปรับลดค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ไม่ได้รวมแผนปรับกลยุทธ์ข้างต้น ซึ่ง Valuation ตอนนี้ยังถือว่าไม่แพง PE2018 ต่ำเพียง 10 เท่า ทั้งที่อัตราการเติบโตสูงกว่า และบริหาร Cash Cycle ที่ถือเป็นกุญแจสำคัญของธุรกิจนี้ ได้ดีที่สุดในอุตสาหกรรม เราจึงเลือก IT เป็น Top Pick ของกลุ่มสินค้าไอที แม้สภาพคล่องในการลงทุนจะต่ำสุดในกลุ่มก็ตาม
อ่านเพิ่มเติม
02
เมษายน
2018
TISCO (T-BUY/18TP: 98), คาดการณ์กำไร 1Q18 โตทั้ง Q-Q, Y-Y ดีกว่ากลุ่ม
(views 20)
ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อเก็งกำไร (จาก ถือ) TISCO หุ้นหลบภัยชั้นดีในภาวะการเกิดสงครามค่าธรรมเนียมในภาคธนาคาร เพราะแทบไม่พึ่งพารายได้จากการโอนเงิน (แต่ในระยะยาว TISCO ต้องปรับตัวอยู่ดี) เมื่อประกอบกับแนวโน้มกำไร 1Q18 เติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y และน่าจะต่อเนื่องในไตรมาสที่เหลือของปีด้วยเนื่องจากการรับรู้รายได้จากพอร์ต SCBT เต็มที่ตลอดปีเป็นปีแรก (กรณีการขายพอร์ตสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลให้กับ CITI ไม่ได้เซอร์ไพรส์เราและไม่ส่งผลต่อประมาณการ) รวมถึงการจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 5 บาท (Dividend yield 5.6% XD 27 เม.ย. 2018) คงราคาเหมาะสมที่ 98 บาท
อ่านเพิ่มเติม
29
มีนาคม
2018
DTAC (T-BUY/18TP: 50), กำไร 1Q18 ยังฟื้น Y-Y ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อเก็งกำไร
(views 20)
เราคาดกำไรปกติ 1Q18 ของ DTAC หดตัว 18.2% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 117.3% Y-Y แม้รายได้คาดว่าทำได้เพียงทรงตัวและต้นทุนโครงข่ายยังสูงขึ้นตามการลงทุน แต่ชดเชยได้จากค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆที่ลดลง ส่วนประเด็นคลื่นความถี่ใหม่เราเชื่อว่ามีโอกาสที่ DTAC จะเซ็นสัญญาคลื่น 2300 MHz ได้ใน 2Q18 และก่อนหน้าการประมูลคลื่น 1800 MHz ซึ่งเป็นเรื่องดี ปัจจุบันเรายังคงประมาณการกำไรปกติหดตัว 28.4% Y-Y ราคาหุ้นปรับตัวลงราว 10% หลังจากที่แนะนำ “ขาย” เมื่อปลายเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ Upside เริ่มเปิดกว้างอีกครั้ง เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อเก็งกำไร”
อ่านเพิ่มเติม
28
มีนาคม
2018
PCSGH (BUY/18TP: 13), แนวโน้มธุรกิจเดิมยังดี และธุรกิจใหม่ยังเป็นไปตามแผน
(views 30)
เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะยาวของ PCSGH และยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 13 บาท (รวมโครงการ EV 2 พันล้านบาท) ปัจจัยบวกระยะสั้นอยู่ที่แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 ที่คาดโต 13% Q-Q และ 19% Y-Y อยู่ที่ 180 ล้านบาท ส่วนระยะกลางคือ การเริ่มรับรู้รายได้จากโรงงานในยุโรปตั้งแต่ 2Q18 ซึ่งผู้บริหารคาดว่าจะไม่ถ่วงธุรกิจเดิม และอาจไม่จำเป็นต้องกู้ยืมหรือเพิ่มทุน ขณะที่ ภาพระยะยาวจะเริ่มชัดเจนขึ้น จากการได้รับคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ EV เพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้นี้ เราคงคาดกำไรสุทธิปี 2018 ที่ 790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% Y-Y ที่ระดับราคาหุ้นปัจจุบัน เรามอง Downside จำกัด และช่วยลบมุมมองด้าน Valuation ที่ดูแพงกว่ากลุ่มมาตั้งแต่เข้าตลาด เพราะ PE2018 อยู่ที่เพียง 13.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มยานยนต์ที่ 15 เท่า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 20 เท่า ทั้งที่ PCSGH เติบโตสูงกว่า และมีความสามารถในการทำกำไรดีกว่าเกือบเท่าตัว
อ่านเพิ่มเติม
28
มีนาคม
2018
PLANB (BUY/18TP: 7.1), ราคาหุ้นปรับฐาน น่าสนใจขึ้น แนวโน้มกำไรยังสดใส
(views 22)
ราคาหุ้นที่ปรับฐานลงมามี Upside มากขึ้น จากราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 7.10 บาท โดยเราคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรปี 2018 โตสูงต่อเนื่อง 28% ปัจจัยหนุนกำลังซื้อโดยรวมดีขึ้น เอื้อต่อตลาดสื่อโฆษณานอกบ้าน ซึ่งเข้ากับไลฟ์สไตล์สังคมยุคใหม่ และการขยายพื้นที่สื่อมากขึ้น ขณะที่แนวโน้มกำไร 1Q18 สดใสเพิ่มทั้ง Q-Q, Y-Y โดยการซื้อหุ้น 19.48% ใน BMN บ.ย่อยของ BEM ที่ทำธุรกิจสื่อในรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT จะเพิ่มโอกาสได้บริหารสื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนขยายในอนาคต แม้ในระยะสั้นคาดกำไรรับรู้จาก BMN ยังไม่มากอย่างมีนัยฯ ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 7.10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
28
มีนาคม
2018
KBANK (BUY/18TP: 264), คาดกำไรเริ่มดีตั้งแต่ 1Q
(views 21)
KBANK รายงานสินเชื่อ 2M18 ดีกว่ากลุ่มที่ราว 1%YTD แม้แผ่วตามฤดูกาลแต่เป็นอัตราการเติบโตที่ดีกว่ากลุ่ม เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q18 จะกลับมาเป็นปกติที่ราว 1.06 หมื่นลบ. +87%Q-Q, +5%Y-Y เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง ประเด็น “ฟรีค่าธรรมเนียม” สำหรับธุรกรรมผ่าน K-Plus และ K-Cyber ซึ่งเป็นช่องทาง Digital ที่ให้กับลูกค้ารายย่อยและ SMEs คาดว่าจะกระทบผลกำไรสุทธิราว 3.6% (น้อยกว่าผลกระทบของ PromptPay) ซึ่งจะได้ชดเชยจากปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนการถือครองเงินสดที่ลดลง เราไม่คำนึงผลกระทบนี้ในประมาณการและคงคาดการณ์กำไรปี 2018 ที่ 4.08 หมื่นลบ. +18.8%Y-Y และคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 264 “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
27
มีนาคม
2018
ADVANC (T-BUY/18TP: 220), กำไร 1Q18 ยังดี // ลุ้นข่าวดีแบ่งชำระค่าคลื่น
(views 23)
เราคาดกำไรปกติ 1Q18 ของ ADVANC ยังเติบโตดี 3.1% Q-Q และ 5% Y-Y จากรายได้ที่โตเร่งตัวขึ้นและต้นทุนที่เพิ่มในอัตราที่ชะลอ โดยเรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรในปี 2018 ที่คาดว่าจะกลับมาเติบโตได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี +8.2% Y-Y ขณะที่ระยะสั้นมี Catalyst หากภาครัฐเห็นชอบการแบ่งชำระค่าใบอนุญาต 900 MHz งวดสุดท้าย ซึ่งจะทำให้ ADVANC ประหยัดภาระดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้ยืมและเป็น Upside ต่อประมาณการระยะยาวราว 5 % รวมถึงมีโอกาสจ่ายปันผลสูงขึ้น อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัว Outperform SET ตั้งแต่ต้นปีทำให้ Upside เริ่มแคบลง เราจึงปรับคำแนะนำลงเป็น “ซื้อเก็งกำไร”
อ่านเพิ่มเติม
27
มีนาคม
2018
SEAFCO (BUY/18TP: 10.1), ลุยงานเต็มสูบ หนุนกำไรโตก้าวกระโดดตั้งแต่ 2Q18
(views 24)
เรามีมุมมองบวกกับผลประกอบการที่โตสดใสในปีนี้ และดีต่อเนื่องในปีหน้า จากการรับรู้งานในมือ ณ สิ้นปีก่อนที่ 2.55 พันล้านบาท (ยังไม่รวม One Bangkok ที่เพิ่งได้รับราว 1.2 พันล้านบาท) โดยเป็นสัดส่วนของงานที่รับเฉพาะค่าจ้างซึ่งมาร์จิ้นสูงอยู่กว่า 87% แม้แนวโน้มกำไร 1Q18 จะยังไม่โดดเด่นจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้าของรถไฟฟ้าสีส้ม และรับรู้งานก่อสร้างหลักไม่เต็มที่ แต่ทิศทางของรายได้และกำไรจะเติบโตอย่างมีนัยตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป จากการเริ่มงานก่อสร้างหลายโครงการใหญ่พร้อมกัน ทั้งรถไฟฟ้าสีส้ม, สีชมพู และ One Bangkok เรายังคงคาดกำไรปกติปีนี้ทำ Record High โต 88% Y-Y และคงราคาเหมาะสม 10.10 บาท แต่เพิ่มคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” จาก Upside ที่กว้างขึ้น โดยราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน PE2018 ที่ 18.8 เท่า ต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง PYLON ที่ 23 เท่า และกลุ่มรับเหมาที่ 20 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
22
มีนาคม
2018
BGRIM (BUY/18TP: 32), พื้นฐานดี Growth ดี มีลุ้น Upside
(views 43)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ BGRIM จากแผนการขยายกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศต่อเนื่อง โดยคาดกำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุนในปี 2018-2022 จะเพิ่มเฉลี่ย 12.8% ต่อปี (CAGR) และจะหนุนต่อการเติบโตของกำไรปกติในอัตราเฉลี่ย 22% (CAGR) ในช่วงดังกล่าว โดยคาดกำไรปกติในปีนี้จะโตสูงเกือบ 40% จากโรงไฟฟ้า SPP ใหม่ 3 โรงมีกำหนดทยอย COD ตั้งแต่ 1Q18 ขณะที่มีจุดเด่นกระแสเงินสดค่อนข้างมั่นคงจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) ประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2018 ที่ 32 บาท (SOTP) และมี Upside โอกาสการลงทุนโครงการใหม่ เช่น โครงการ Solar ในเวียดนาม ที่มีแนวโน้มความชัดเจนมากขึ้นในกลางปีนี้ ในช่วงราคาหุ้นอ่อนตัว แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
มีนาคม
2018
CMAN (IPO/18TP: 6.1), CMAN ผู้ผลิตปูนไลม์ที่มีเหมืองของตัวเองรายเดียวในไทย
(views 63)
CMAN เป็นผู้ดำเนินธุรกิจปูนไลม์และผลิตภัณฑ์เคมีต่อเนื่อง รายเดียวในประเทศที่มีทั้งโรงงานปูนไลม์และเหมืองแร่เป็นของตัวเอง ปัจจุบันมีกำลังการผลิตปูนควิกไลม์และไฮเดรตไลม์รวมกัน 799,350 ตันต่อปี ความต้องการใช้ปูนไลม์มีอยู่ทั่วโลกและกระจายในหลายอุตสาหกรรม เช่น ก่อสร้าง น้ำตาล เหมืองแร่ กระดาษ และปิโตรเคมี อุปสงค์ที่ผ่านมาเติบโตไม่สูง แต่มั่นคงในอัตราเฉลี่ยใกล้เคียงกับ GDP โลกที่ราว 2-3% ต่อปี การเติบโตของผู้ผลิตขึ้นอยู่กับการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด ซึ่ง CMAN มีจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการผลิต ที่เตาเผาสามารถใช้เชื้อเพลิงถ่านหินที่มีต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง เมื่อผนวกกับแผนการเพิ่มกำลังการผลิต และการขยายโรงงานในต่างประเทศ ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิปี 2018-2020 จะโตเฉลี่ยสูงถึง 44% ต่อปี และคาดว่า CMAN จะขึ้นเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 10 ของโลกได้ตั้งแต่ปี 2019 เราประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของปี 2018 ด้วยวิธี DCF ได้เท่ากับ 6.10 บาท (WACC 7.3%, Terminal growth 1%)
อ่านเพิ่มเติม
21
มีนาคม
2018
HANA (BUY/18TP: 43), บาทแข็งและปรับขึ้นค่าแรงกดดันกำไรปีนี้
(views 26)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนไปทางลบ แม้บริษัทยังเห็นคำสั่งซื้อที่ดีจนให้ภาพว่าวงจรของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์โลกยังเป็นขาขึ้นต่อไป น่าจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้สกุล USD ในปีนี้ แต่ต้องเผชิญกับค่าเงินบาทแข็งค่า และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ สุทธิแล้วอาจทำให้รายได้สกุลบาทและอัตรากำไรขั้นต้นไม่เติบโต รวมถึงอยู่ระหว่างการลงทุนครั้งใหม่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า (Power Modules) ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตในอนาคตอีก 3-4 ปีข้างหน้า แต่ระยะสั้นในปีนี้คาดจะมีค่าใช้จ่าย R&D สูงขึ้น จึงนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ลง 16% เป็นการลดลง 19.4% Y-Y แต่หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนปีก่อน คาดมีกำไรปกติปี 2018 ทรงตัว Y-Y และด้วยแนวโน้มกำไรที่ไม่เติบโต เราจึงปรับลด PE เป็น 15 เท่า จากเดิม 17 เท่า จึงปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 43 บาท จากเดิม 58 บาท แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับลงาสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว โดยราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็น Forward PE เพียง 12 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตัวเองและของกลุ่ม ในขณะที่ให้ Dividend Yield ที่ดีปีละ 5.8% และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง (ที่สุดในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์) ไม่มีหนี้ที่มีดอกเบี้ยเลย เราจึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
มีนาคม
2018
ADB (BUY/18TP: 2.3), คาดกำไรดีต่อเนื่องใน 1Q18 จากการขยายตัวของโรงไฟฟ้า
(views 35)
เรายังคงคำแนะนำซื้อ ADB ราคาเป้าหมาย 2.30 บาท อิง PE เฉลี่ยของ Peer Group ที่ 20 เท่า ราคาปัจจุบันแม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้ว แต่เมื่อคิดเป็น PE2018 ยังต่ำเพียง 14 เท่า และ PEG อิงอัตราการเติบโตเฉลี่ยของกำไรต่อหุ้นปี 2019-2021 ที่ 20% ต่อปี ยังต่ำเช่นกันที่เพียง 0.7 เท่า ปัจจัยหนุนระยะสั้นอยู่ที่แนวโน้มกำไรสุทธิที่ยังเติบโตสูง โดยเฉพาะ 1Q18 ที่คาดพลิกมาเป็นกำไรสุทธิ 18 ล้านบาท จากขาดทุน 0.3 ล้านบาท ใน 1Q17 เพราะตลาดพีวีซีคอมปาวด์ที่ใช้ในสายไฟฟื้นตัว หลังจากที่ชะลอไปมากในปีก่อน ขณะที่ กาวและยาแนว แม้ยอดส่งออกจะถูกกระทบจากเงินบาทแข็งอยู่บ้าง แต่ความต้องการของลูกค้าตะวันออกกลางยังเติบโตสูง และที่สำคัญคือต้นทุนการผลิตทั้งหมดเริ่มอ่อนตัวลง ส่วนปัจจัยหนุนระยะยาว จะเริ่มใน 2H18 จากการผลิตอุปกรณ์การแพทย์ให้กลุ่มโชวะ เราคาดกำไรทั้งปีนี้เพิ่มขึ้น 139% Y-Y อยู่ที่ 69 ล้านบาท และคาดผลตอบแทนจากเงินปันผล 4-5% ต่อปี ซึ่งเป็นระดับที่น่าพอใจ
อ่านเพิ่มเติม
19
มีนาคม
2018
ASK (BUY/18TP: 26.2), Valuation เริ่มน่าสนใจ
(views 44)
ASK จะบันทึกเงินสำรองฯของมาตรฐานบัญชีใหม่ผ่านกำไรสะสมใน Equity ซึ่งทำให้ไม่กระทบต่องบกำไรขาดทุน เรามองเป็นบวกต่อวิธีดังกล่าว แม้ว่าจะทำให้ D/E Ratio ตึงตัวขึ้น แต่ยังไม่เกิน Confortable level และไม่กระทบต่อเงินปันผล แต่ทำให้ ROE ดีขึ้นเล็กน้อย และ Coverage ratio เพิ่มเป็น > 100% เราคงคาดการณ์กำไรปี 2018 ที่ 766 ลบ. +2.8%Y-Y ราคาหุ้นอาจ Underperform กลุ่มในช่วง 1H18 นี้เพราะ Dividend effect (จ่ายปีละครั้ง ล่าสุดประกาศจ่ายปันผลหุ้นละ 1.48 บาท Yield วันก่อน XD อยู่ที่ราว 6%) แต่เราเห็นเป็นโอกาสสะสม และปรับเพิ่มเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ คงราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 26.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
มีนาคม
2018
TACC (BUY/18TP: 6), กำไรจะสะดุดใน 1Q18 และจะกลับมาดีตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป
(views 31)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โทนบวกสำหรับการเติบโตในปีนี้ ที่บริษัทตั้งเป้าโต 10% ซึ่งจะมาจากธุรกิจในประเทศเป็นหลัก โดยจะเริ่มวางขายเครื่องดื่มโถกดสูตรใหม่น้ำตาลน้อยใน 7-11 ตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป และจะวางขายเครื่องดื่มช็อคโกแลต Hershey’s เป็นโถกดถาวรด้วย รวมถึงการที่บริษัทได้รับ License ให้เป็นตัวแทนให้สิทธิ์ใช้ตัวการ์ตูน Rilakkuma และผองเพื่อน ครอบคลุม 7 ประเทศ เป็นระยะเวลา 4 ปี ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ 2Q18 เราคาดว่าการโตของธุรกิจในประเทศจะช่วยชดเชยการแผ่วลงของธุรกิจในกัมพูชาได้ทั้งหมด ซึ่งในกัมพูชาสถานการณ์การแข่งขันยังรุนแรง และมีความเป็นไปได้ที่ท้ายที่สุดบริษัทอาจพิจารณา Exit หากไม่สามารถสร้างผลกำไรให้กับบริษัทได้อีกต่อไป ส่วนตลาดจีนยังติดปัญหาบางส่วน ทำให้การรับรู้รายได้จากจีนล่าช้าออกไป ซึ่งอาจไม่ทันปีนี้ แต่ไม่กระทบต่อประมาณการของเรา เพราะยังไม่ได้รวมจีนและใช้สมมติฐานรายได้กัมพูชาที่ค่อนข้าง Conservative อยู่แล้ว ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 โต 11.3% Y-Y ระยะสั้น คาดกำไร 1Q18 ไม่สดใส แต่จะกลับมาโตดีตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป ยังคงราคาเป้าหมายเท่ากับ 6 บาท มี Upside 27.7% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
มีนาคม
2018
ARROW (BUY/18TP: 16.4), ความเสี่ยงอยู่ในเกณฑ์ต่ำ คาดปีนี้กลับมาเติบโตอีกครั้ง
(views 32)
เรายังแนะนำซื้อ ARROW ราคาเป้าหมาย 16.40 บาท อิง PE 16 เท่า จาก (1) แรงกดดันด้านต้นทุนที่ผ่อนคลาย โดยราคาเหล็กและสังกะสีตั้งแต่ต้นปีลดลง 6% และ 8% อีกทั้ง ได้ผลดีจากเงินบาทที่แข็งค่า 4% ในช่วงเวลาเดียวกัน (2) งานในมือล่าสุดอยู่ที่ 800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% Y-Y และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปี จากงานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ชะลอไปมากใน 2H17 (3) ธุรกิจรับเหมาวางระบบไฟฟ้าของเม-ฆาเอส ได้งานเพิ่มขึ้น จากการตั้งบริษัทร่วมทุนกับ เอ. ที. อี. เทเลคอม เพื่อรับงานในสุวรรณภูมิ 272 ล้านบาท (4) สินค้าใหม่ทั้งท่อร้อยสายไฟใต้ดินและอุปกรณ์ท่อ Post-tension กำลังเข้าสู่จุดทำกำไรในปีนี้ ทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้เรายังเชื่อมั่นว่ากำไรสุทธิปี 2018 จะฟื้นตัว 33% Y-Y อยู่ที่ 259 ล้านบาท ขณะที่ ราคาปัจจุบันยังไม่แพง โดยคิดเป็น PE2018 เพียง 12 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้า MAI ที่ 16 เท่า อีกทั้งปันผลยังจูงใจที่ระดับ 5% ต่อปี Downside จึงค่อนข้างจำกัด
อ่านเพิ่มเติม
15
มีนาคม
2018
CHG (BUY/18TP: 2.5), การเติบโตจะเร่งตัวในปีนี้
(views 36)
เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรทั้งในช่วง 1Q18 ที่คาดเติบโตดีจากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นตามโรคระบาด รวมถึงปี 2018 ที่จะถูกขับเคลื่อนจากทั้งฝั่งรายได้ที่เติบโตในอัตราเร่งและ Margin ที่คาดว่าจะขยายตัวหลังจากผ่านช่วงลงทุนใหญ่ไปแล้ว เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 เติบโตเร่งตัวเป็น 15% Y-Y ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงสวนทางกับแนวโน้มกำไรและการเคลื่อนไหวของ SET และ SETHELTH รวมถึงปัจจุบันซื้อขายที่ PE ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมาก เราจึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 2.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
14
มีนาคม
2018
ERW (BUY/18TP: 9), ยังเดินหน้าเติบโตตามแผนปี 2016-2020
(views 34)
เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรปี 2018 โดยมีการปรับเพิ่มการเติบโตขึ้นเป็น 18.1% Y-Y จากรายได้ที่โตเร่งตัวตามการลงทุน และคาด 1Q18 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี ERW ยังคงเดินหน้าตามแผน 5 ปีในการขยายจำนวนโรงแรมและห้องพักทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะ Hop Inn ให้คลอบคลุมมากขึ้น และจากแรงหนุนของมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐทำให้เรามองว่า ERW จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการมีเครือข่ายโรงแรมกระจายอยู่ทั่วประเทศมากที่สุดและเป็น Pure Hotel Operator เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 9 บาท ราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 11% จากจุดสูงสุดของปีถือเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนอีกครั้ง เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
13
มีนาคม
2018
COMAN (BUY/18TP: 7), ราคาร่วงจน Valuation น่าสนใจ แม้ไม่มี MSL ในประมาณการ
(views 35)
เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 26% ใน 2 สัปดาห์ มาจากความกังวลในการขาย MSL ที่มากเกินไป ซึ่งแม้จะเป็นลบกับกำไรที่หายไประยะสั้น แต่เป็นบวกกับการเติบโตในระยะยาว เพราะ (1) ทำให้เป้าหมายธุรกิจของ COMAN ที่ต้องการเป็นผู้นำซอฟแวร์ด้านท่องเที่ยวมีความชัดเจน (2) ไม่ต้องกังวลกับการถูกตั้งด้อยค่าความนิยมที่เคยบันทึกไว้ 64 ล้านบาท (3) เป็นการขายเงินลงทุนที่มีกำไร และช่วยเพิ่มกระแสเงินสดเพื่อใช้ M&A บริษัทอื่นในอนาคต อย่างไรก็ตาม เรามีการปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 7 บาท เพื่อสะท้อนการขาย MSL โดยยังไม่รวมกำไรที่ได้จากการขายและการ M&A ในอนาคต ซึ่ง Valuation ปัจจุบันถือว่ายังน่าสนใจ โดยคิดเป็น PE2018 และ PBV ที่ 23 เท่า และ 1.6 เท่า ต่ำกว่าธุรกิจซอฟแวร์ในภูมิภาคที่ 33 เท่า และ 5 เท่า ตามลำดับ เราจึงคงคำแนะนำซื้อลงทุนระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
13
มีนาคม
2018
SAPPE (BUY/18TP: 29), ผ่านกำไรต่ำสุดแล้ว บริษัทตั้งเป้ากลับมาโตดีอีกครั้ง
(views 36)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวก โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ในปีนี้ไว้ราว 10%-15% จากการโตต่อเนื่องในตลาดส่งออก ที่มีสัดส่วนรายได้มากถึง 64% ของรายได้รวม แต่เรามองตลาดจีนยังค่อนข้างท้าทายสำหรับบริษัท แม้จะตั้งเป้าเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนในประเทศตั้งเป้าโตไม่มากเพียง 5% เพราะกำลังซื้อยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้มีแผนออกสินค้าใหม่ทั้งเครื่องดื่มเยลลี่ และ Healthy Snack นอกจากนี้ในช่วงปลายปี เราคาดว่าบริษัทจะใช้สิทธิตามเงื่อนไขเข้าซื้อหุ้น All Coco เพิ่มจาก 40% เป็น 51% เพราะแนวโน้มธุรกิจ All Coco ทำได้ดีกว่าคาด โดยเฉพาะการเติบโตของรายได้ในปี 2017 ถึง 130% และคาดโตต่อ 15% ในปีนี้ เพียงแต่รอการเพิ่มมสินค้าที่มี Value Added ภายใต้แบรนด์ All Coco เองเพื่อจะได้สร้างกำไรได้มากกว่าปัจจุบันที่ขายให้กับลูกค้า OEM เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม จากกำไรปี 2017 ที่ทำได้ต่ำกว่าคาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 13% เป็นการเติบโต 9.3% Y-Y หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนปีก่อน คาดกำไรปกติปีนี้จะโตราว 14.5% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 29 บาท โดยมีการปรับลด PE เป็น 20 เท่า ให้เท่ากับ PE เฉลี่ยในอดีตของบริษัท แต่ราคาหุ้นปรับลงมามาก ยังมี Upside 30.6% จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
มีนาคม
2018
BJC (HOLD/18TP: 61), ธุรกิจหลักยังโตต่อเนื่อง แต่การปรับโครงสร้างภาษีช้ากว่าคาด
(views 41)
จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (9 มี.ค.) โทนกลางค่อนไปทางลบ โดยบริษัทยังตั้งเป้าการเติบโตต่อเนื่องจากทั้ง 4 ธุรกิจหลัก ระยะสั้น แนวโน้ม SSSG 1Q18 ของ BIGC ยังเป็นบวกเล็กน้อย และมีแผนเปิดสาขาใหม่ 8 HM และ 200 Mini BigC รวมถึงอยู่ระหว่างขยายโรงแก้วแห่งที่ 5 ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตอีก 12% จะแล้วเสร็จใน 3Q18 และปัจจุบันอยู่ระหว่างหาลูกค้ากระป๋องอลูมิเนียมรายใหม่เพื่อทดแทนลูกค้ารายเดิม ที่กำลังสร้างโรงงานผลิตกระป๋องเป็นของตนเอง ซึ่งจะแล้วเสร็จใน 3Q18 ในขณะที่การปรับโครงสร้างภาษีล่าช้ากว่าคาด อาจจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2018 ทำให้อัตราภาษีใน 1H18 ยังสูงต่อ รวมถึงการกลับรายการภาษีก้อนใหญ่ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะยังไม่ได้ข้อสรุป ดังนั้นเราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 14% จากการปรับเพิ่มอัตราภาษี และถอดการกลับรายการภาษีออกไป แต่ยังคาดเป็นกำไรโต 26% Y-Y (จากเดิมคาดโต 47% Y-Y) และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 61 บาท จากเดิม 64 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาจนมี Upside เหลือ 2.5% จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
มีนาคม
2018
TK (BUY/18TP: 16.7), กฏหมายเช่าซื้อกระทบแต่ไม่มาก
(views 34)
เราประเมินผลกระทบจากประกาศควบคุมสัญญาเช่าซื้อที่ราว 5-6% ของกำไรสุทธิ ซึ่งส่วนใหญ่กระทบต่อการปรับลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมทวงถาม จากผลกระทบดังกล่าวรวมถึงผลของ CoF ที่ขยับขึ้นใน 4Q17 ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลง 13% เป็น 556 ลบ. (+19%Y-Y) และเพื่อสะท้อนประมาณการใหม่ เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 16.70 บาท (เดิม 19.50 บาท) และเราคงคำแนะนำ ซื้อ โดยคาดว่าราคาหุ้นปรับลงมารับทั้งความผิดหวังต่อผลประกอบการ 4Q17 และ Regulatory risk นี้แล้ว
อ่านเพิ่มเติม
09
มีนาคม
2018
MFEC (BUY/18TP: 5.5), คาดกำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แนะนำซื้อในฐานะหุ้นปันผล
(views 41)
จากการประชุมนักวิเคราะห์ แผนธุรกิจของ MFEC ใน 3 ปีข้างหน้ายังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจ SI ไปเป็น Technical Partner โดยผู้บริหารคาดว่าจะใช้เวลาอีก 2 ปีเพื่อให้รายได้จากธุรกิจใหม่เกิน 50% ของรายได้รวม จากปัจจุบันที่ 20% ของรายได้รวม และน่าจะได้เห็นการ Spin-off บริษัทร่วม 2 แห่งเข้า MAI ในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วนธุรกิจ SI เดิม ยังได้แรงหนุนจากการลงทุนด้านไอทีของกลุ่มแบงก์ ซึ่งคิดเป็น 40-50% ของรายได้รวม อย่างไรก็ตาม เราปรับประมาณการลงเล็กน้อย จากแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด เพราะยังต้องมีตั้งสำรองหรือตัดขาดทุนในธุรกิจเดิมที่ไม่ทำกำไร ส่งผลให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ลดลงเหลือ 5.50 บาท จากเดิม 6.30 บาท แนะนำซื้อ ในฐานะหุ้นปันผลดีสม่ำเสมอ 5-6% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
08
มีนาคม
2018
BDMS (BUY/18TP: 26), กลับมาโตแกร่งอีกครั้ง
(views 39)
จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ที่เป็นบวก ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติขึ้น 13% ส่งผลให้การเติบโตเร่งตัวขึ้นเป็น +13.8% Y-Y โดยหนุนจากทั้งฝั่งรายได้และ Margin ที่ขยายตัว นอกจากนี้ล่าสุด BDMS เริ่มรุกตลาดลูกค้าประกันมากขึ้นผ่านการร่วมมือกับบริษัทประกันในการออกประกันสุขภาพที่ใช้บริการเฉพาะโรงพยาบาลในเครือ BDMS เท่านั้น ซึ่งเรามองเป็นบวกเพราะได้ใช้จุดแข็งจากการเป็นผู้มีเครือข่ายโรงพยาบาลมากที่สุดในประเทศ และใช้ประโยชน์จาก Capacity ที่เหลืออยู่ในการสร้างรายได้และกำไร เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 26 บาทและปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
08
มีนาคม
2018
M (BUY/18TP: 90), แนวโน้มกำไรปีนี้จะเติบโตต่อเนื่อง
(views 28)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนข้างบวก โดยบริษัทตั้งเป้าปีนี้เติบโตต่อเนื่องทั้งการฟื้นตัวของ SSSG การเปิดสาขาใหม่มากขึ้น 40-50 แห่ง และแนวโน้มราคาวัตถุดิบที่ทรงตัวถึงปรับลง โดยบริษัทได้ล็อกราคาซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าทั้งปีแล้ว ระยะสั้น แนวโน้ม SSSG 1Q18 ยังเป็นบวกต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Yayoi ที่น่าจะดีต่อเนื่องไปใน 2Q18 ภายหลังให้ BNK48 มาเป็น Presenter และได้รับการตอบรับที่ดี อย่างไรก็ตาม ด้วยกำไรปี 2017 ที่ต่ำกว่าคาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 11% โดยให้สมมติฐานใกล้เคียงกับเป้าหมายของบริษัท ซึ่งยังเป็นกำไรที่คาดเติบโตต่อเนื่องราว 15.5% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 90 บาท จากเดิม 100 บาท ยังมี Upside 23.3% และจ่ายปันผลงวด 2H17 หุ้นละ 1.2 บาท คิดเป็น Yield 1.6% กำหนดขึ้น XD 7 พ.ค. และจ่ายเงิน 23 พ.ค. ยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
มีนาคม
2018
THUMI (BUY/18TP: 3.1), คาดกำไรฟื้นตัวตั้งแต่ 1Q18 จาก Backlog ที่ New High
(views 27)
เรายังแนะนำซื้อ THMUI ราคาเป้าหมาย 3.10 บาท โดยคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของกำไรสุทธิตั้งแต่ 1Q18 จากงานในมือที่ทำ New High ใกล้เคียงกับรายได้ทั้งปีก่อนที่ 380 ล้านบาท โดยคำสั่งซื้อลวดสลิงส่วนใหญ่มาจากกลุ่มก่อสร้างและท่าเรือ เช่น SEAFCO PYLON PORT และท่าเรือกรุงเทพที่กำลังขยายพื้นที่ ซึ่งผลจากการได้งานเข้ามาเร็วตั้งแต่ต้นปี ผนวกกับค่าใช้จ่ายที่จะลดลงเพราะไม่มีค่า IPO เหมือนปีก่อน และผลของการคืนหนี้ที่ช่วงลดดอกเบี้ยจ่าย ทำให้ประมาณการของเราที่คาดกำไรสุทธิปีนี้โต 147% Y-Y อยู่ที่ 53 ล้านบาท มีความเป็นไปได้มากขึ้น โดยมี Upside เพิ่มเติมจากการประมูลงานขายท่อปะปาเฟส 2 ให้กับกลุ่มลูกค้าภาคใต้ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าเฟสแรกเป็นเท่าตัว (เรายังไม่รวมในประมาณการ) ราคาปัจจุบันคิดเป็น PE2018-2019 เพียง 10-12 เท่า และคาดจะเริ่มจ่ายปันผลได้ตั้งแต่งวด 1H18
อ่านเพิ่มเติม
07
มีนาคม
2018
MAJOR (HOLD/18TP: 28.5), ปรับประมาณการกำไรปกติลง แม้คาดฟื้นตัวจากปีก่อน
(views 37)
ปี 2017 ไม่ประทับใจนัก กำไรสุทธิทำได้เพียงใกล้เคียงปีก่อน กำไรปกติลดลง โดย 4Q17 ลดลงมาก Q-Q, Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดมาก เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-2019 ลง 10% แม้คาดกำไรปกติปีนี้กลับมาดีขึ้น โดยมองแนวโน้มกำไรปกติ 1Q18 Flat Y-Y แต่ฟื้นตัวจากต่ำสุดในไตรมาสก่อนที่มีผลกระทบจากงานพระราชพิธี และคาด Gross margin ธุรกิจโฆษณาดีขึ้นใกล้ระดับปกติ และเพิ่มมากขึ้นใน 2Q18 ที่เข้าช่วงหน้าหนังฮอลลีวู๊ด และมีหนังไทยเช่น “หลวงพี่แจ๊ส 5G” จากประมาณการที่ปรับลง ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับลงจากเดิม 32 บาท เป็น 28.50 บาท (DCF) ราคาเป้าหมายดังกล่าว คิดเป็น PE เกือบ 24 เท่า ใกล้เคียง PE เฉลี่ยในอดีต และคาด Dividend yield ระดับ 4% แนะนำ ถือ จากเดิม ชะลอการลงทุน หลังประกาศงบ 4Q17 ที่ต่ำกว่าคาดเมื่อต้นสัปดาห์ก่อน
อ่านเพิ่มเติม
07
มีนาคม
2018
PDG (BUY/18TP: 4.5), กำไร 4Q17 ฟื้นตัว ปีนี้จะดีตาม TVO และธุรกิจใหม่
(views 30)
เรากลับมาแนะนำซื้อ PDG แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 4.50 บาท จาก 4.70 บาท (อิง PE เฉลี่ยที่ 15 เท่า) เพื่อสะท้อนต้นทุน PET ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเราคาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 2Q-3Q17 ซึ่งถูกกระทบทั้งรายได้ที่ชะลอและต้นทุนที่พุ่งขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นทรุดลงอย่างหนัก แต่ภาพปีนี้จะสดใสขึ้น จากคำสั่งซื้อขวด PET ล่วงหน้าที่ฟื้นในทุกกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะ TVO ที่ดีต่อเนื่องใน 1Q18 ขณะเดียวกัน การเริ่มผลิตหลอดพรีฟอร์มจะหนุนให้กำไรเร่งตัวขึ้นใน 2H18 เราคาดกำไรปีนี้กลับมาโต 8% Y-Y อยู่ที่ 80 ล้านบาท และปีหน้าโต 12% Y-Y อยู่ที่ 90 ล้านบาท จุดเด่นของ PDG ยังอยู่ที่ปันผลสูงสม่ำเสมอ 5-6% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
07
มีนาคม
2018
ORI (BUY/18TP: 24), แม้กำไรถูกกดดันด้วยมาร์จิ้นที่ต่ำ แต่โมเมนตัมปีนี้ยังโตแรง
(views 30)
กำไร 4Q17 ต่ำกว่าคาด จากมาร์จิ้นที่อ่อนแอ ORI รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 1.05 พันล้านบาท (+90% Q-Q, +232% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายหุ้นให้ NRED ราว 374 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 680 ล้านบาท (+135% Q-Q, +114% Y-Y) ต่ำกว่าเราและตลาดคาด กำไรที่ต่ำกว่าคาด เพราะมาร์จิ้นที่น้อยกว่าคาดอยู่ที่ 27.3% (จาก 46.8% ใน 3Q17 และ 47.5% ใน 4Q16) เนื่องจากมาร์จิ้นของโครงการ Park24 เฟส 1 (โอนราว 3 พันลบ.) ลดลงเหลือเพียง 15% จากผลของการปรับรายการต้นทุนในส่วนของ Goodwill จากการซื้อ Proud Residence ปลายปีก่อน และมีราคาขายที่ต่ำ อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมกำไร 4Q17 ยังโตแรง หนุนจากรายได้การขายอสังหาฯที่เพิ่มขึ้น +205% Q-Q, +295% Y-Y ทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 2 พันล้านบาท (+217% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษจากการขายหุ้นให้ NRED ราว 641 ลบ. กำไรปกติจะอยู่ที่ 1,380 ล้านบาท (+116% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
07
มีนาคม
2018
ROBINS (BUY/18TP: 78), เป้ายาวดูดี แต่เป้าปีนี้ดู Conservative เกินไป
(views 34)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ บริษัทได้เปิดเผยแผนการเติบโตใน 5 ปีข้างหน้ามีความ Aggressive ระดับหนึ่งด้วยการเปิดสาขาใหม่ปีละไม่น้อยกว่า 2-3 แห่ง และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน Private Brand เป็น 20% ในปี 2022 จาก 11.3% ในปี 2017 แต่สำหรับเป้าหมายการเติบโตในปี 2018 กลับมีความ Conservative มากกว่าที่เราคาด โดยตั้งเป้า SSSG เพียง 0% - 1% จากที่ -3.2% ในปี 2017 และตั้งเป้าการเติบโตของรายได้รวมเพียง 3% จึงนำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 3% เป็นการเติบโต 13.5% Y-Y จากเดิมที่คาดโต 16.2% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 78 บาท จากเดิม 85 บาท (อิง DCF) ยังมี Upside 22.8% ราคาหุ้นปรับลดมามากเกินไป จนปัจจุบันเทรดอยู่บน Forward PE เพียง 22.7 เท่า ในขณะที่มองผ่านจุดต่ำสุดแล้วในปี 2017 และจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปีนี้ จึงยังคงคำแนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
06
มีนาคม
2018
TVO (T-BUY/18TP: 38), ปัจจัยบวกหนุนราคาถั่วเหลืองชัดเจนมากขึ้น
(views 51)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวกมาก ทำให้เรามีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มราคาถั่วเหลืองมากขึ้น ซึ่งอาจเห็นราคาขยับแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ US$12 ต่อบุชเชล (หรืออาจปรับขึ้นมากกว่านี้) ภายในช่วง 1H18 หลังจากที่อาร์เจนติน่า (มีถั่วเหลืองมากเป็นอันดับ 3 ของโลก) ประสบภัยแล้งอย่างหนัก จึงคาดกันว่าผลผลิตของอาร์เจนติน่าอาจต่ำกว่าที่ USDA คาดไว้ 13% - 18% (รายงานฉบับถัดไปของ USDA วันที่ 8 มี.ค.) ซึ่งจะทำให้ปริมาณผลผลิตต่ำกว่าความต้องการบริโภค และนำไปสู่ปริมาณสต็อกถั่วเหลืองโลกเข้าสู่ช่วงขาลงในที่สุด ในขณะที่บริษัทได้ทยอยล็อกราคาและปริมาณวัตถุดิบล่วงหน้าไปมากกว่า 6 เดือนแล้ว รวมถึงการแข่งขันจากกากถั่วเหลืองนำเข้าลดลงไปมาก ระยะสั้นแนวโน้มกำไร 1Q18 จะโตทั้ง Q-Q และ Y-Y จากปริมาณและราคาขายกากถั่วเหลืองสูงขึ้น ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 30% เป็นการเติบโต 67.2% Y-Y จากเดิมคาดโต 27.7% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 38 บาท (อิง PE ใหม่ที่ 14 เท่า) แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาสะท้อนปัจจัยบวกไปพอสมควร และทั้งปริมาณผลผลิตที่ขึ้นอยู่สภาพอากาศป็นสำคัญ รวมถึงแนวโน้มราคาถั่วเหลืองก็มีความผันผวนสูง จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อเก็งกำไร (ตามราคาถั่วเหลือง)
อ่านเพิ่มเติม
06
มีนาคม
2018
CENTEL (BUY/18TP: 54), เป้าหมาย 5 ปีค่อนข้างท้าทายมาก
(views 43)
ผู้บริหาร CENTEL ตั้งเป้ารายได้เติบโต 1 เท่าตัวจากปัจจุบันในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเรามองว่าค่อนข้างท้าทายมากหากอิงจากการเติบโตในอดีต และหากจะบรรลุเป้าหมายเราคาดว่าจำเป็นที่จะต้องเห็นดีล M&A เข้ามาหนุนโดยเฉพาะฝั่งธุรกิจร้านอาหาร ส่วนปี 2018 เรายังคาดหวังการเติบโตของกำไรที่เร่งตัวขึ้นเป็น 19.1% Y-Y นำโดยธุรกิจโรงแรมที่ยังแข็งแกร่งตามทิศทางอุตสาหกรรมรวมถึงแรงหนุนจากการลงทุนใหม่ๆ ส่วนธุรกิจหารคาดว่าน่าจะสามารถฟื้นตัวได้ตามการบริโภคในประเทศ ราคาหุ้นปรับตัวลง 16% YTD และทำให้มี Upside เปิดกว้างเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 54 บาท เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
05
มีนาคม
2018
MODERN (BUY/18TP: 6.8), กำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาดีตามคาด แนวโน้มปี 2018 ดีต่อเนื่อง “ซื้อ”
(views 33)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 83 ล้านบาท ลดลง 10% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 25% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 83 ล้านบาท ลดลง 10% Q-Q เพราะ 3Q17 มีรับรู้เงินชดเชยจากการยกเลิกสัญญาเช่า 20 ล้านบาท หากหักออก กำไรปกติจะโต 10% Q-Q และ 25% Y-Y จากตลาดออฟฟิสที่กลับมาฟื้นตัว ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีอัตรากำไรสูง ชดเชยตลาดบ้านและคอนโดฯที่แผ่วลง เพราะฉะนั้น ถึงแม้รายได้จะทรงตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y ที่ 908 ล้านบาท แต่ด้วยอัตรากำไรปกติที่เพิ่มขึ้นเป็น 9.1% จาก 8.2% ใน 3Q17 และ 7.3% ใน 4Q16 จึงทำให้กำไรสุทธิและกำไรปกติ 4Q17 ออกมาน่าประทับใจ
ส่วนกำไรทั้งปี 2017 อยู่ที่ 216 ล้านบาท กลับมาเพิ่มขึ้น 25% Y-Y ทั้งที่ 1H17 ทำได้เพียง 40 ล้านบาท ลดลง 35% Y-Y โดยกำไรมาเร่งตัวใน 2H17 ตามการฟื้นตัวของกลุ่มบ้านและคอนโดฯ สะท้อนให้เห็นว่าผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 1H17

อ่านเพิ่มเติม
02
มีนาคม
2018
GFPT (BUY/18TP: 18), กำไร 4Q17 ใกล้เคียงคาด และแนวโน้ม 1Q18 ยังไม่สดใส
(views 28)
กำไร 4Q17 แผ่วลง ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 325 ล้านบาท (-35.8% Q-Q, -33.9% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 341 ล้านบาท) ถือว่าไม่สดใสนัก เป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส ส่วนหนึ่งเพราะเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ ทำให้ปริมาณขายไก่ส่งออกปรับลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y มาอยู่ที่ 7,500 ตัน รวมถึงการลดลงของปริมาณขายอาหารสัตว์เช่นเดียวกัน ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้อ่อนตัวลง -3.5% Q-Q และ -5.2% Y-Y กอปรกับได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงมาอยู่ที่ 15.9% จาก 18.1% ใน 3Q17 และ 17.1% ใน 4Q16 และส่วนที่แย่สุดในไตรมาสนี้คือ การอ่อนตัวลงขอราคาไก่และราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศ (By Product) กระทบต่อผลประกอบการของบริษัทร่วมอย่าง GFN ทำให้ GFPT รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก GFN ลดลงอย่างมากเหลือเพียง 3 ล้านบาท จาก 58 ล้านบาท และ 23 ล้านบาท ใน 2Q17 และ 3Q17 ตามลำดับ นอกจากนี้บริษัทร่วมอย่าง McKey ที่เคยสร้างส่วนแบ่งกำไรให้กับ GFPT อย่างโดดเด่นราว 55 – 65 ล้านบาทในปี 2016-2017 แต่ในไตรมาสนี้ส่วนแบ่งกำไรลดลงเหลือเพียง 14 ล้านบาท เพราะเริ่มรับรู้ค่าใช้จ่ายจากโรงงานใหม่ ในขณะที่ยังรับรู้รายได้ไม่มาก ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2017 เท่ากับ 1,748 ล้านบาท (+6.4% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
ADB (BUY/18TP: 2.3), กำไรสุทธิ 4Q17 กลับเข้าสู่ระดับปกติและดีกว่าคาด
(views 26)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 18 ล้านบาท ดีกว่าคาดการณ์ของเราที่ 15 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95% Q-Q และ 56% Y-Y รายได้รวมลดลง 7% Q-Q และ 9% Y-Y จากทั้งปัจจัยฤดูกาล และรายได้จากการส่งออกกาวและยาแนว ซึ่งคิดเป็น 30-35% ของรายได้รวมที่ลดลงตามการแข็งค่าของเงินบาท รวมถึงการชะลอจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าแถบแอฟริกาบางรายที่มีปัญหาชำระเงินล่าช้า ขณะที่ ยอดขายเม็ดพลาสติกคอมปาวด์ ซึ่งส่วนใหญ่ขายในประเทศเพื่อนำไปผลิตสายไฟยังทรงตัวได้ดี ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.6% ใกล้เคียงกับที่ทำได้ใน 3Q17 รายการที่ดีขึ้นมากและเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิ 4Q17 ขยายตัวแรงคือ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงเหลือ 11.6% ของรายได้รวม จาก 13.6% ใน 3Q17 และ 17.7% ใน 4Q16 จากการทำโปรโมชั่นที่ลดลงเพราะสินค้าเริ่มติดตลาดในต่างประเทศ และการกลับรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทำ IPO กำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 29 ล้านบาท (ดีกว่าคาดที่ 26 ล้านบา) ลดลง 62% Y-Y ปัจจัยกดดันหลักมาจากความผันผวนของราคาเม็ดพลาสติกที่รุนแรง และไม่สอดคล้องกับราคาขาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ ADB แจ้งไว้ตั้งแต่ช่วง IPO
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
ATP30 (BUY/18TP: 2.3), กำไร 4Q17 สดใสตามคาด ทำ All Time High ต่อเนื่อง
(views 25)
กำไรสุทธิ 4Q17 น่าประทับใจ +26% Q-Q, +204% Y-Y ATP30 รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 เป็นไปตามที่เราคาด เท่ากับ 10.6 ล้านบาท โตทั้ง +26% Q-Q และ +204% Y-Y โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y มีแรงหนุนมาจากรายได้จากการให้บริการที่โต +7% Q-Q, +24% Y-Y จากการรับรู้รายได้จากลูกค้ารายใหญ่ที่สุดอย่าง Autoliv ด้วยรถบัส 21 คันเต็มไตรมาส บวกกับเริ่มให้บริการ SCCC ด้วยรถบัส 7 คันตั้งแต่เดือนพ.ย. 2017 ซึ่งแม้จะเป็น Low Season จากวันหยุดที่มาก แต่ถูกชดเชยด้วยรายได้จากการเช่ารถพิเศษในงานร่าเริงต่างๆที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 25.8% จาก 25% ใน 3Q17 และ 24% ใน 4Q16 จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งต้นทุนน้ำมัน และค่าซ่อมบำรุง ทำให้กำไรปกติทั้งปี 2017 อยู่ที่ 26.2 ล้านบาท (+20% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
BEM (BUY/18TP: 10), กำไร 4Q17 เติบโตดี และต่อเนื่องในปีนี้
(views 33)
กำไรสุทธิ 4Q17 โตเด่น +28% Q-Q แต่หดตัว 19% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล BEM รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 เป็น 758 ล้านบาท (-19% Q-Q, +28% Y-Y) ต่ำกว่าเราและตลาดคาด มีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่มากกว่าคาด และ SG&A ที่มากกว่าคาด จากค่าใช้จ่ายของผลตอบแทนประจำปี โดยกำไรสุทธิที่เติบโตโดดเด่น Y-Y มาจาก 1) รายได้รวมที่เพิ่มขึ้น +2.4% Y-Y อยู่ที่ 3,817 ล้านบาท หนุนด้วยการเติบโตของรายได้ธุรกิจทางด่วน +2% Y-Y, ธุรกิจรถไฟฟ้า +1% Y-Y และธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ +14% Y-Y 2) อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวขึ้นเป็น 39.7% จาก 37.4% ในปีก่อน จากค่าตัดจำหน่ายที่ลดลงตามการขยายอายุสัมปทานรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน อย่างไรก็ตาม การหดตัวของกำไร Q-Q มาจากจากปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดยาว และส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมที่ลดลง 34% Q-Q ทำให้กำไรทั้งปี 2017 จบที่ 3,123 ล้านบาท โต +20% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
BJC (BUY/18TP: 64), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด และจะโตต่อเนื่องในปีนี้
(views 26)
กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด และทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 1,863 ล้านบาท (+34.3% Q-Q, +79.7% Y-Y) หากไม่รวมกำไรจากการต่อรองซื้อธุรกิจวีนา เปเปอร์ที่เวียดนาม 155 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 23 ล้านบาท จะมีกำไรปกติ 4Q17 เท่ากับ 1,731 ล้านบาท (+25.6% Q-Q, +72.9% Y-Y) ดีกว่าคาด 13% (เราคาดไว้ 1,528 ล้านบาท) จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด โดยกำไรในไตรมาสนี้ถือเป็นจุดสูงสุดใหม่ ซึ่งทำได้ดีในทุกธุรกิจ เริ่มจาก 1) ค้าปลีก BIGC มี SSSG เป็นบวกต่อเนื่องที่ +3.8% Y-Y และเปิดสาขาใหม่ได้ครบตามเป้าหมาย ทำให้มีกำไรเติบโต +5.7% Q-Q และ +68.4% Y-Y 2) Packaging สามารถใช้กำลังการผลิตเตาแก้วแห่งที่ 4 ได้เกือบเต็มกำลังการผลิตทันทีหลังเริ่ม Operate ในเดือน ต.ค. ทำให้มีกำไรในสายธุรกิจนี้ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นเติบโต +3.3% Q-Q และ +14.1% Y-Y 3) Consumer กลับมาฟื้นตัวแรง โดยมีกำไรเติบโต +98.7% Q-Q, +252.8% Y-Y และ 4) Healthcare เติบโตได้ดีตามฤดูกาลจากการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ โดยมีกำไรเติบโต +74.8% Q-Q, +65.7% Y-Y สรุปภาพรวม เราเห็นทั้งการเติบโตของรายได้ที่ทำได้ดีในช่วง High Season ของธุรกิจ และมีอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวดีมาอยู่ที่ 19.8% (เราคาดไว้ 18.7%) เพิ่มขึ้นจาก 19.6% ใน 3Q17 และ 17% ใน 4Q16
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
CMO (BUY/18TP: 3), ผลประกอบการ 4Q17 ไม่ทำให้เราผิดหวังเหมือน 3Q17
(views 28)
4Q17 พลิกมามีกำไรสุทธิที่ 39 ล้านบาท มากกว่าคาด เราเคยคาดการณ์ผลประกอบการ CMO ผิดพลาดเมื่อ 3Q17 แต่ครั้งนี้ถือว่ากำไรสุทธิ 4Q17 ทำได้ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ โดยอยู่ที่ 39 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 23 ล้านบาทใน 3Q17 แต่ชะลอตัวลงจาก 50 ล้านบาทใน 4Q16 เพราะฐานสูงจากการได้งานแสดงนิทรรศการเย็นศิระเพราะพระบริบาลของภาครัฐฯ ที่ดีมากคือ (1) อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 29.4% จาก 14.8% ใน 3Q17 และ 27.6% ใน 4Q16 จากสัดส่วนรายได้ให้เช่าอุปกรณ์ของ PM Center ที่เพิ่มขึ้นตามการจัดงานรื่นเริงในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และ (2) ผลขาดทุนใน CMO Shoe Corp. ลดลงมากเหลือเพียง 7 ล้านบาท จากการทำตลาดเชิงรุกในการขายบัตร Himmapan Avartar ร่วมกับ BEC ส่วนกำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 36 ล้านบาท ใกล้เคียงกับคาดการณ์ของเราที่ 35 ล้านบาท ซึ่งกำไรรายไตรมาสแม้จะเหวี่ยงตัวตามปัจจัยฤดูกาล แต่ถือว่าสอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของ GDP ที่มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับรายได้ของ CMO ในไตรมาสถัดไปสูงถึง 80%
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
HMPRO (HOLD/18TP: 15.5), กำไรและมาร์จิ้น 4Q17 ทำจุดสูงสุดใหม่
(views 24)
กำไรสุทธิ 4Q17 ทำจุดสูงสุดใหม่มากกว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 1,526 ล้านบาท (+29% Q-Q, +15.6% Y-Y) ดีกว่าคาด 7% (เราคาดไว้ 1,429 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด ถือเป็นกำไรที่ทำสูงสุดใหม่ มาจากทั้งช่วง High Season ของธุรกิจ และได้รับผลบวกจากมาตรการช้อปช่วยชาติ ส่งผลให้ SSSG ฟื้นตัวเป็นบวกต่อเนื่องที่ +3% Y-Y จาก +2.8% Y-Y ใน 3Q17 กอปรกับประสบความสำเร็จจากการจัดงาน Expo ในเดือน พ.ย. ที่ยังสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง และมีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งที่ ยะโฮร์บารห์รู มาเลเซีย (เป็นสาขาที่ 6 ในมาเลเซีย) ส่งผลให้รายได้รวมเติบโต +4.1% Q-Q และ +5.8% Y-Y และที่น่าประทับใจต่อเนื่องคือการปรับเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 27.5% (เราคาดไว้ 26.5%) เพิ่มขึ้นจาก 26.3% ใน 3Q17 และ 26.2% ใน 4Q16 จากกลยุทธ์การปรับ Product Mix และการ Sourcing ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้มีค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการเปิดสาขาใหม่ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 23.5% จาก 22.8% ใน 3Q17 และ 23.2% ใน 4Q16
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
PT (BUY/18TP: 9), กำไรสุทธิ 4Q17 ที่ว่าดีแล้ว แนวโน้มปีนี้ยังดีกว่า
(views 28)
กำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาดีกว่าคาดมากจนน่าตกใจ กำไรสุทธิ 4Q17 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 93 ล้านบาท (ดีกว่าคาดการณ์ของเราที่ 73 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 98% Q-Q และ 36% Y-Y แรงหนุนหลักมาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 46% Q-Q และ 47% Y-Y อยู่ที่ 1,162 ล้านบาท จากการเร่งปิดงานของลูกค้ารายใหญ่ในกลุ่มสถาบันการเงิน แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือเพียง 20.9% จาก 26.6% ใน 3Q17 และ 31.5% ใน 4Q16 เพราะงานส่วนใหญ่เป็นการขายอุปกรณ์ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ที่มีอัตรากำไรต่ำ อย่างไรก็ตาม การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ SG&A/Sales ลดลงเหลือเพียง 12.9% จาก 19.7% ใน 3Q17 และ 21.8% ใน 4Q16 ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 7.9% จาก 5.9% ใน 3Q17 ส่วนกำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 193 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% Y-Y จากทั้งรายได้ที่โต และผลของ Economy of scale ที่ทำให้ค่าใช้จ่าย SG&A ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
RS (T-BUY/18TP: 35), ราคาหุ้นตอบรับแนวโน้มผลประกอบการสดใส 1Q18 ยังโตดี
(views 18)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวาน เราคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการที่สดใส เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-2019 ขึ้น 26-28% เป็นกำไรโตสูงต่อเนื่อง 1.8 เท่าตัว Y-Y และ 46.5% ตามลำดับ จากการรวมคาดการณ์ยอดขายสินค้ากลุ่มใหม่ประเภท Home lifestyle (HL) ต่ำกว่าเป้าของบริษัทเล็กน้อย ปรับคาดยอดขายกลุ่ม H&B เดิม ขึ้น 6% แม้ปรับลดคาดรายได้ทีวีช่อง 8 ลง ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับขึ้นเป็น 35 บาท จากเดิม 28 บาท ราคาหุ้นที่ขึ้นมามาก (+19% YTD) มี Upside เหลือ 6% แต่แนวโน้มผลประกอบการ 1Q18 ที่โตสูงต่อเนื่อง Q-Q, Y-Y (1Q17 เป็นกำไรต่ำสุดของปี) น่าจะหนุนการเก็งกำไรต่อ คงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
TKN (BUY/18TP: 24), กำไรปกติ 4Q17 ไม่แย่ และจะกลับมาฟื้นตัวในปีนี้
(views 42)
กำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาต่ำกว่าคาด แต่มาจากรายการพิเศษทั้ง FX Loss และรายการทางภาษี ทั้งนี้ในแง่กำไรปกติ 4Q17 ถือว่าทำได้ดีใกล้เคียงคาด และเริ่มเห็นฟื้นตัวของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น มีเพียงค่าใช้จ่ายในการขายที่ค่อนข้างสูงใน 4Q17 แต่คาดจะลดลงกลับสู่ระดับปกติใน 1Q18 กอปรกับการใช้กำลังการผลิตจะทยอยปรับสูงขึ้น และแนวโน้มราคาวัตถุดิบสาหร่ายจะปรับลดลง น่าจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้ ในขณะที่รายได้จะเติบโตตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ และการเติบโตของตลาดส่งออก โดยเฉพาะจีน CLMV และการรุกเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ เรามองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วในปี 2017 ที่มีกำไรลดลง 22.2% Y-Y และคาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 52% Y-Y และยังคงราคาเป้าหมาย 24 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 27% ประกาศจ่ายปันผลงวด 2H17 หุ้นละ 0.17 บาท คิดเป็น Yield 0.9% กำหนดขึ้น XD 12 มี.ค. และจ่ายเงิน 4 พ.ค. คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
SC (BUY/18TP: 4.8), ถึงเวลาแล้ว… ที่ SC จะกลับมาโตโดดเด่นอีกครั้ง
(views 22)
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ“ซื้อ” และประเมินราคาเหมาะสมที่ 4.80 บาท จากโมเมนตัมกำไรที่เป็นขาขึ้นตั้งแต่ปีนี้ และต่อเนื่องในปีหน้า รวมถึงอัตราเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูงราว 5% โดยเราคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะกลับมาเติบโตโดดเด่น +58% Y-Y หนุนจากการเริ่มโอนคอนโด Super Luxury 2 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 8.7 พันล้านบาทใน 2Q-3Q18 รวมถึงคาดหวังความสำเร็จจากการเน้นขาย และโอนโครงการแนวราบ ผลักดันให้รายได้แนวราบอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาทได้ ขณะที่ Backlog ณ สิ้นปีก่อนอยู่ที่ 9.7 พันล้านบาท รองรับประมาณการรายได้ปี 2018 ไปแล้วกว่า 32% โดย SC ยังคงรักษาฐานผู้นำตลาดบ้านเดี่ยวระดับบน พร้อมปรับกลยุทธ์ขยายไปจับตลาด Mid-to-Low และต่างจังหวัดมากขึ้น ช่วยให้พอร์ตมีความยืดหยุ่น และเติบโตได้ดีในระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
ARROW (BUY/18TP: 16.4), กำไรสุทธิ 4Q17 ทำได้ต่ำกว่าคาด จากรายได้และอัตรากำไรที่ชะลอ
(views 23)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 45 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดที่ 58 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4Q17 ของ ARROW ออกมาน่าผิดหวัง เหลือเพียง 45 ล้านบาท (ลดลง 6% Q-Q และ 31% Y-Y) จากคาดที่ 58 ล้านบาท รายได้รวมลดลง 7% Q-Q ตามฤดูกาลที่เป็น Low Season แต่เพิ่มขึ้น 2% Y-Y อยู่ที่ 361 ล้านบาท จากการทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นยังถูกกดดันต่อเนื่อง เหลือเพียง 23.3% จาก 25.3% ใน 3Q17 และ 32.7% ใน 4Q16 เพราะต้นทุนเหล็กรีดเย็นเร่งตัวขึ้นในช่วงต้น 4Q17 ก่อนจะอ่อนตัวลงปลายปี อีกทั้ง การรับรู้กำไรงานรับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าและแอร์เป็นงานที่มีอัตรากำไรต่ำกว่าคาด ส่วนกำไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 194 ล้านบาท ลดลง 26% Y-Y แรงกดดันหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ชะลอตัว จากต้นทุนเหล็กที่ขึ้นและการใช้กำลังการผลิตสินค้าใหม่ที่ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
COMAN (BUY/18TP: 9), กำไรสุทธิ 4Q17 ดีกว่าคาด และมีการตัดขาย MSL เพื่อลดความกังวล
(views 17)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 14 ล้านบาท ดีกว่าคาดที่ 8 ล้านบาท กำไรสุทธิดีกว่าคาดมาก อยู่ที่ 14 ล้านบาท (คาด 8 ล้านบาท) เกือบเท่ากับทั้ง 9M17 ที่ทำได้ 17 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น 20% Q-Q และ 25% Y-Y อยู่ที่ 56 ล้านบาท ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season ของทั้ง COMAN และซินเนเจอร์ และอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มเป็น 65.8% จาก 64.2% ใน 3Q17 รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงเหลือ 39.7% ของรายได้รวม จาก 44.0% ใน 3Q17 และ 41.4% ใน 4Q16 ตามแผนการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด กำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 30 ล้านบาท กลับมาใกล้เคียงกับที่ทำได้ในปี 2016 ที่ 33 ล้านบาท ทั้งที่มีค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาในการซื้อซินเนเจอร์ราว 5 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
THMUI (BUY/18TP: 3.1), 4Q17 ผิดคาดเพราะเหตุพิเศษ แต่งานในมือจะหนุนกำไร New High
(views 18)
ผลประกอบการ 4Q17 ผิดคาด เพราะมีกลับรายการทางบัญชี THMUI รายงานผลประกอบการ 4Q17 ขาดทุนสุทธิ 3 ล้านบาท แย่กว่าที่เราคาดว่าจะมีกำไรสุทธิราว 8 ล้านบาท จาก (1) รายได้รวมที่ลดลง 39% Q-Q และ 28% Y-Y ตามฤดูกาลและคำสั่งซื้อที่เลื่อนมาบันทึกใน 1Q18 (2) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นมาก คิดเป็น 41.9% ของรายได้รวม จาก 24.7% ใน 3Q17 และ 25.6% ใน 4Q16 เพราะมีกลับรายการทางบัญชี ทั้งในส่วนของยอดรีเบทที่ถูกให้บันทึกย้อนหลังราว 3 ล้านบาท และรายการระหว่างกันกับบริษัทลูก (propoint) ที่ถูกหักออกจากการเปลี่ยนวิธีบันทึกบัญชีราว 5-10 ล้านบาท แต่ที่ดีขึ้นคือ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 40.0% จาก 38.5% ใน 3Q17 จากผลของเงินบาทที่แข็งค่าราว 2% อย่างไรก็ตาม กำไรทั้งปี 2017 เพิ่มขึ้น 13% Y-Y อยู่ที่ 21 ล้านบาท โดยนอกจากยอดขายลวดสลิงที่โตแล้ว ในช่วง 3Q17 ยังมีการรับรู้รายได้ขายท่อ HDPE ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ให้กับลูกค้ารายใหญ่ที่กำลังวางระบบน้ำปะปาในภาคใต้ด้วย
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
VNG (HOLD/18TP: 11), กำไร 4Q17 น่าผิดหวัง ถูกกดดันจากต้นทุน
(views 19)
กำไรปกติ 4Q17 ยังคงน่าผิดหวัง ทรุดลงต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี หากตัดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติใน 4Q17 ลดลงเหลือเพียง 125.1 ล้านบาท -58.5% Q-Q, -71.4% Y-Y ต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี และต่ำกว่าคาด เหตุเพราะราคาไม้ที่อยู่ในระดับสูง ทำให้อัตรากำขั้นต้นลดลงเหลือเพียง 19.9% จากในงวด 9M17 ที่อยู่ที่ 25% ขณะที่ค่าใช้จ่ายขายและบริหารทรงตัวในระดับสูง 15% ของรายได้ ส่งผลให้กำไรทรุดลงดังกล่าว และด้วยเหตุที่ต้นทุนวัตถุดิบแพงขึ้นแทบตลอดทั้งปี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปี 2017 ลดลงเป็น 24.0% จากในช่วง 2 ปีก่อนหน้า (ปี 2016-17) ที่อยู่ที่ 29% ขณะที่รายได้ถือว่าเพิ่มขึ้นดี +10.7% จากราคาขายที่ขยับขึ้นแต่ไม่ทันกับวัตถุดิบและค่าเสื่อมที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ VNG ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.30 บาท/หุ้น Yield 2.7% XD 16 มี.ค. จ่ายเงิน 18 พ.ค. 2018
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2018
ABM (IPO: 1.8/18TP: 2.26), หนึ่งในผู้นำธุรกิจจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลในไทยและเอเชีย
(views 21)
ABM เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านการจัดหา ขนส่ง และจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลของไทยและในเอเชีย ที่มีศักยภาพการเติบโตจากแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานทดแทนของโลกเพิ่มต่อเนื่อง คาดว่ากำไรปกติในปี 2018 จะโตสูง 81.6% จากปีก่อน (แต่ EPS-fully diluted โต 36.2%) จากคาดรายได้ขายรวมเพิ่ม 24.6% หนุนโดยปริมาณขายเพิ่ม จากปริมาณขายกะลาปาล์มทั้งในและต่างประเทศเพิ่ม หลังปีก่อนได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ และความต้องการของลูกค้าโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มมาก เราประเมินราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2018 (หลังเพิ่มทุน) ที่ 2.26 บาท โดยวิธี PE Relative ที่ 19 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2018
CPF (HOLD/18TP: 28), ธุรกิจหลักจะไม่สดใสไปอีกอย่างน้อย 2 ไตรมาส
(views 18)
ธุรกิจหลัก 4Q17 อ่อนแอมาก กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 2,326 ล้านบาท (-52.7% Q-Q, +33.8% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษสุทธิภาษีที่ค่อนข้างมากทั้งกำไรขายเงินลงทุน 2,109 ล้านบาท, รายการเครดิตภาษีราว 2,000 ล้านบาท, ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย 535 ล้านบาท และขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ 188 ล้านบาท พบว่าผลการดำเนินงานหลักใน 4Q17 พลิกเป็นขาดทุนราว -888 ล้าน ส่วนหนึ่งเพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ และได้รับผลกระทบจากราคาเนื้อสัตว์ที่อ่อนตัวลง โดยเฉพาะราคาหมูในไทยและเวียดนาม ที่อ่อนตัวลงจนต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยง ทำให้เผชิญผลขาดทุนหนัก ในขณะที่แม้ราคาไก่จะยังไม่ต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยง แต่ก็ค่อนข้างใกล้เคียงกับระดับคุ้มทุน แม้ธุรกิจในต่างประเทศ (ไม่รวมเวียดนามและกัมพูชา) จะเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถหักล้างการอ่อนตัวลงของธุรกิจในประเทศและเวียดนามได้ทั้งหมด ทำให้ภาพรวมผลประกอบการไม่สดใส ทั้งนี้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงมากมาอยู่ที่ 9.7% ลดลงจาก 13.9% ใน 3Q17 และ 13.1% ใน 4Q16 ต่ำสุดในรอบ 18 ไตรมาส แต่ยังมีรายการที่ดีต่อเนื่องคือส่วนแบ่งกำไรขาดทุนจาก CPALL ที่ปรับเพิ่มขึ้น 7% Q-Q และ 34% Y-Y บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2017 เท่ากับ 15,259 ล้านบาท (+3.8% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2018
EKH (BUY/18TP: 7), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 22)
กำไร 4Q17 แข็งแกร่งกว่าคาด EKH ประกาศกำไรปกติ 4Q17 ออกมาดีกว่าคาด 10% ที่ 22 ลบ. -40.6% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ +29.2% Y-Y จากรายได้ที่เติบโตในระดับค่อนข้างดี +6.1% Y-Y และโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่าย SG&A ที่ต่ำกว่าคาดโดยคิดเป็นสัดส่วน 19.9% ลดลงจาก 22.4% ในปีก่อน ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นเป็น 23.9% ในไตรมาสนี้จาก 20.4% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยังได้รับผลบวกจาก Operating Leverage ส่งผลให้กำไรปกติปี 2017 จบที่ 84 ลบ. +11.4% Y-Y ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2018
VIBHA (BUY/18TP: 3), กำไรปี 2017 ใกล้เคียงคาด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 21)
กำไรปี 2017 ใกล้เคียงคาด VIBHA ประกาศกำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาที่ 229 ลบ. -23.1% Q-Q, +13.1% Y-Y และทำให้ทั้งปี 2017 มีกำไรสุทธิ 869 ลบ. +28% Y-Y ซึ่งถือว่าใกล้เคียงคาดการณ์ของเรา ใน 4Q17 รายได้จากการรักษาพยาบาลเติบโต 8.7% Y-Y ซึ่งหลักๆยังเกิดจาก CMR ซึ่งได้อานิสงส์จากการปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคม อย่างไรก็ตามส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงเหลือเพียง 11 ลบ.ในไตรมาสนี้ซึ่งไม่ดีนักเพราะต่ำกว่าฐานปกติที่ราว 50 ลบ.ต่อไตรมาสหลังปรับโครงสร้างการถือหุ้นไปตั้งแต่ปี 2016 ขณะที่ด้าน Gross Margin ชะลอตัวลงเล็กน้อย Y-Y แต่ชดเชยได้จากการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2018
FN (BUY/18TP: 5.6), กำไร 4Q17 แม้ยังกังวลต่อมาร์จิ้น แต่ยังมองว่าผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
(views 24)
กำไรสุทธิ 4Q17 ฟื้นตัวเท่ากับคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 25 ล้านบาท (+47.1% Q-Q, -46.8% Y-Y) เท่ากับคาด สาเหตุที่กำไรลดลง Y-Y มาจากฐานที่สูงในปีก่อน ส่วนกำไรที่กลับมาเติบโต Q-Q ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยฤดูกาล และบริษัทยังมีการทำโปรโมชั่นกระตุ้นรายได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างดีสำหรับสาขาใหม่แห่งที่ 10 ที่ฉะเชิงเทรา ทำให้มีรายได้รวมไตรมาสนี้เติบโต 15.4% Q-Q และสามารถทรงตัวได้ Y-Y แม้ SSSG ยังคงติดลบ แต่ได้รับการชดเชยด้วยรายได้สาขาใหม่ อย่างไรก็ตาม ต้องแลกด้วยการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นปรับลงมาอยู่ที่ 43.2% จาก 45% ใน 3Q17 และ 44.3% ใน 4Q16 ทั้งนี้ด้วยผลกระทบของกำลังซื้อที่ชะลอตัวตลอด 9M17 ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2017 เท่ากับ 86 ล้านบาท ลดลงถึง 44.3% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2018
BEC (HOLD/18TP: 10.5), 4Q17 ขาดทุนมากกว่าคาดมาก แต่คาดผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
(views 27)
ผลประกอบการ 4Q17 ขาดทุนหนักกว่าคาด 4Q17 ขาดทุนสุทธิ 336 ล้านบาท ขาดทุนปกติ 357 ล้านบาท แย่ลงจากไตรมาสก่อนที่กำไรปกติเพียง 18 ล้านบาท และ 4Q16 ขาดทุนปกติ 57 ล้านบาท นับเป็นขาดทุนมากกว่าคาด จากต้นทุนบริการและค่าใช้จ่าย SG&A มากกว่าคาด (-13.2% Q-Q, +25.9% Y-Y และ +5.2% Q-Q, -6.5% Y-Y ตามลำดับ) ขณะที่รายได้รวม -25.2% Q-Q, + 4.8% Y-Y โดยรายได้หลักค่าโฆษณา TV -25.4% Q-Q, +7.2% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2018
BLA (HOLD/18TP: 37.5), ค่าใช้จ่ายที่ลดลงเป็นช่วยลดผลกระทบของการขายผ่านธนาคาร
(views 23)
แม้ว่าเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2018 ขึ้นเป็น 3.7 พันลบ. (+2.1%Y-Y) เพื่อสะท้อนแนวโน้มการตั้งสำรองเบี้ยประกันฯที่น้อยกว่าคาด แต่ยังเห็น Downside ของประมาณการ จากรายได้เบี้ยประกันผ่านช่องทางธนาคารที่ลดลงจากผลิตภัณฑ์ประเภท Endowment (ล่าสุดสัญญาของคู่ค้ายังไม่ชัดเจน) จึงคำแนะนำ ถือ/ชะลอการลงทุน ที่ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 37.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2018
LIT (HOLD/18TP: 10.4), กลับมาที่การสร้างความแข็งแกร่งของคุณภาพหนี้ กำไรอาจแผ่ว
(views 25)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2018 ลงเป็น 162 ลบ. (+11%Y-Y) สาเหตุหลักเกิดจากนโยบายการการตั้งสำรองฯหนี้สูญจากปัจจุบัน < 5% ของ Total loan เป็น 7% ทำให้คาดว่าจะทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองฯปี 2018 น่าจะเพิ่มขึ้น 40% จากปีก่อนหน้า ที่ระดับสำรองดังกล่าวน่าจะทำให้ Coverage ratio ของบริษัทแข็งแกร่งขึ้น เราคาดว่าน่าจะขึ้นมาอยู่ที่ราว 130-140% จาก 102% ในปี 2017 ถือว่าเทียบเท่าอุตสาหกรรม ภายหลังการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ทำให้ประมาณการการเติบโตของกำไรใน 3 ปีข้างหน้าปรับลดลง 20% เป็น 16% จาก 20% เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2018 ลงเป็น 10.40 บาท (เดิม 11.70 บาท) แนะนำ ถือ จากเดิม ซื้อ หรือ Switch เป็น TK (ราคาเหมาะสม 19.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2018
MINT (BUY/18TP: 48), กำไรจะยัง New High แต่ราคายังไม่ New High
(views 23)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q18 ของ MINT คาดว่ายังมีการเติบโตที่แข็งแกร่งและจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีจากอานิสงส์จาก Peak Season ของการท่องเที่ยวในไทย ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2018 คาดว่ายังคงสดใสจากทุกธุรกิจที่เติบโต และที่สำคัญเรามองว่าจะเป็นปีที่ MINT ให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำกำไรมากขึ้น เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 เติบโต 20% Y-Y และทำ New High ต่อเนื่อง ราคาหุ้นในสัปดาห์เศษที่ผ่านมาปรับตัวลงเกือบ 10% ซึ่งไม่สอดคล้องกับทิศทางการเติบโต เราจึงมองเป็นจังหวะในการเข้า “ซื้อ” โดยยังคงราคาเหมาะสมที่ 48 บาท
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2018
SVI (BUY/18TP: 4.9), กำไร 4Q17 เป็นไปตามคาด มองเป็นจุดต่ำสุดแล้ว
(views 21)
กำไร 4Q17 ตามคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 112 ล้านบาท (+40% Q-Q, -45.9% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 115 ล้านบาท) ทั้งนี้หากไม่รวมการตั้งด้อยค่าความนิยมกิจการ Seidel 58 ล้านบาท (สุทธิภาษีจะเท่ากับ 46 ล้านบาท) และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 6 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 152 ล้านบาท (+108% Q-Q, -2.6% Y-Y) ถือว่าฟื้นตัวได้ดี มีรายได้ขยับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ US$100 ล้าน (+5.3% Q-Q, +19% Y-Y) ทั้งที่เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ แต่ยังมีคำสั่งซื้อที่เลื่อนมาจากไตรมาสก่อนๆ เพราะยังประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ แม้ไตรมาสนี้ยังเผชิญกับราคาวัตถุดิบอยู่ในระดับสูง แต่ด้วยผลกระทบของค่าเงินบาทแข็งค่าที่ต่ำกว่าไตรมาสก่อน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 8.6% จาก 5.8% ใน 3Q17 แต่ยังถือเป็นระดับที่ต่ำกว่าปกติ ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (ไม่รวมด้อยค่าความนิยม) ลดลงมาอยู่ที่ 4.5% จาก 4.9% ใน 3Q17 และ 5% ใน 4Q16 ทำให้จบปี 2017 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 491 ล้านบาท ลดลง 69.3% Y-Y เพราะปีก่อนมีรายการพิเศษเงินประกันก้อนใหญ่ หากไม่รวมรายการพิเศษ จะมีกำไรปกติปี 2017 เท่ากับ 477 ล้านบาท (-22.3% Y-Y) ถือเป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 4 ปี
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
AAV (BUY/18TP: 6.5), กำไร 4Q17 ดีตามคาด แต่ปี 2018 ยังถูกดดันจากต้นทุนน้ำมัน
(views 20)
กำไรปกติ 4Q17 โต +112% Q-Q, +115% Y-Y ใกล้เคียงคาด รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 476 ล้านบาท (+82% Q-Q, +1,053% Y-Y) ใกล้เคียงที่เราคาด (เราคาด 480 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 76 ล้านบาท กำไรปกติจะเท่ากับ 400 ล้านบาท (+112% Q-Q, +115% Y-Y) โดยการเติบโตของกำไร Q-Q มาจากช่วง High Season ของการท่องเที่ยว ส่วนการโตแรงของกำไร Y-Y มาจากฐานที่ต่ำ เพราะได้รับผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ และสถานการณ์ไว้อาลัยในปีก่อน รวมถึงมีการเพิ่มความถี่ และขยายเส้นทางการบิน ทำให้จำนวนผู้โดยสารเติบโต +22% Y-Y และค่าโดยสารเฉลี่ยฟื้นตัว +6% Y-Y ขณะที่กำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 1,478 ล้านบาท (-21% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติจะอยู่ที่ 1,155 ล้านบาท (-41% Y-Y) โดยปี 2017 ถูกกดดันจากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น, การขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินภายในประเทศ และการแข่งขันด้านราคาตั๋วที่รุนแรง
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
CPALL (BUY/18TP: 98), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาดและทำจุดสูงสุดใหม่อย่างน่าประทับใจ
(views 43)
กำไรสุทธิ 4Q17 ดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 5,525 ล้านบาท (+11.2% Q-Q, +28.2% Y-Y) ทำจุดสูงสุดใหม่ได้มากกว่าคาด 6% (เราคาดไว้ 5,214 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรที่น่าประทับใจ ส่วนหนึ่งมาจากธุรกิจ Cash & Carry ที่ทำผลงานได้ดี โดย MAKRO มีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,880 ล้านบาท (+30% Q-Q, +16.7% Y-Y) ในขณะที่ธุรกิจ 7-11 ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน โดยมี SSSG ฟื้นตัวเป็นบวกที่ 6% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำ และได้รับผลบวกจาก Stamp Promotion ต่อเนื่องมาจาก 3Q17 รวมถึงได้รับอานิสงส์มาจากการปรับขึ้นราคาบุหรี่ แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาล นอกจากนี้ยังมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องอีก 116 แห่ง รวมเป็นการเปิดสาขาใหม่ทั้งปี 2017 บรรลุเป้าหมายไปที่ 726 แห่ง ทำให้บริษัทมีรายได้รวมไตรมาสนี้เติบโต 4.3% Q-Q และ 11% Y-Y และยังมีความสามารถทำกำไรได้แข็งแกร่งตามคาด ด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 22.6% เพิ่มขึ้นจาก 22.4% ใน 3Q17 และ 21.9% ใน 4Q16 ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่รวม MAKRO ในปี 2013 กอปรกับยังเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายเข้มงวด ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 19.7% จาก 20% ใน 3Q17 แต่ขยับขึ้นเล็กน้อยจาก 19.4% ใน 4Q16 ในขณะที่อัตราภาษีจ่ายลดลงมาอยู่ที่ 13% จากปกติอยู่ที่ระดับ 15% - 16% ทั้งนี้ต่ำกว่า 20% จากค่าใช้จ่ายเงินลงทุนที่ลดหย่อนภาษีได้มากขึ้นในปี 2016-2017 และได้ประโยชน์ทางภาษีจากการออก Perpetual Bond
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
FSMART (BUY/18TP: 15), ราคาหุ้นลงหนักต่อประเด็นลบ
(views 46)
กำไร 4Q17 ต่ำกว่าคาด แม้ทั้งปี 2017 ยังโต 29.2% แนวโน้ม 1Q18 กลับมาโต Q-Q, Y-Y จากรายได้ต่อตู้เพิ่ม ต้นทุนค่าเสื่อมชะลอ และค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง เราปรับประมาณการปี 2018-2019 ลง 7-10% เป็นกำไรโตเกือบ 18% และ 13% ตามลำดับ และปรับลดสมมุติฐาน L-T Growth เพื่อConservative มากขึ้นอีกต่อปัจจัยเสี่ยงระยะยาวพฤติกรรมของผุ้ใช้บริการ ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ลงเป็น 15 บาท จากเดิม 19.50 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมามากเกือบ 20% หลังกำไร 4Q17 ต่ำกว่าคาดและความกังวลข่าว 7-11 จะเป็น Banking Agent ซึ่งผุ้บริหารเชื่อว่าผลกระทบไม่น่ามากนัก เนื่องจากลูกค้าหลักของ FSMART 70% ระดับรากหญ้าในพื้นที่ห่างตัวเมือง และปันผลน่าสนใจมากขึ้น ที่ 5-7% แนะนำ ซื้อ จากเดิม ชะลอการลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
ICHI (HOLD/18TP: 8.5), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด แต่อาจแผ่วลงใน 1Q18
(views 20)
กำไร 4Q17 ไม่ผิดหวัง ออกมาดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 93 ล้านบาท (+64.8% Q-Q) และพลิกจากที่ขาดทุน 55 ล้านบาท ในปีก่อน เป็นกำไรที่ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 51 ล้านบาท) ซึ่งมาจากรายการเครดิตภาษีที่เกิดจาก Deferred Tax ทั้งนี้หากไม่รวมรายการตั้งด้อยค่าความนิยมแบรนด์ไบเล่ 24 ล้านบาท (สุทธิภาษี) จะมีกำไรปกติ 4Q17 เท่ากับ 138 ล้านบาท (+100% Q-Q และพลิกจากขาดทุนปีก่อน) โดยรายได้ส่งออกทำได้ดีอย่างน่าประทับใจ เพิ่มขึ้นจนมีสัดส่วนราว 27% ของรายได้รวม จากเพียง 2% ณ สิ้นปี 2016 ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 25.6% Y-Y แต่ลดง 10.4% Q-Q เพราะรายได้ส่งออกที่โตไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของตลาดในประเทศได้ ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 24.7% เพิ่มขึ้นจาก 23.9% ใน 3Q17 และ 16.9% ใน 4Q16 จากอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้นมาอยู่ที่ 55% - 60% และสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (ไม่รวมด้อยค่า) ลดลงอย่างมากมาอยู่ที่ 12.3% จาก 16.2% ใน 3Q17 และ 22.3% ใน 4Q16 เพราะไม่มีการทำโปรโมชั่นใหญ่สำหรับการขายในประเทศ ทั้งนี้บริษัทยังรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ -43 ล้านบาท จาก -18 ล้านบาทใน 3Q17 แต่ลดลงจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ -61 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
MALEE (U.R./18TP: U.R), กำไร 4Q17 น่าผิดหวัง ต่ำคาดมาก อยู่ระหว่างทบทวน
(views 34)
กำไรสุทธิ 4Q17 ต่ำสุดในรอบ 7 ปี กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 28 ล้านบาท (-64.1% Q-Q, -76.1% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 79 ล้านบาท) เป็นกำไรที่น่าผิดหวังมาก มาจากทั้งอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด และค่าใช้จ่ายที่มากกว่าคาด แม้ธุรกิจในประเทศจะเติบโตได้ดี โดยเฉพาะ CMG ที่โตดีมากจากการรับจ้างผลิตสินค้าใหม่ รวมถึงธุรกิจ Export Brand จะมีการเติบโตตามการเน้นขยายตลาดส่งออก แต่ยังไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของธุรกิจ Export CMG ซึ่งมาจากการอ่อนตัวลงของน้ำมะพร้าวส่งออก ที่บริษัทเพิ่งปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพสินค้าแล้วเสร็จเมื่อปลาย 4Q17 ทำให้ยอดขายน้ำมะพร้าวยังกลับมาไม่ทัน ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้โตเพียง 2.1% Q-Q และ 3.6% Y-Y โดยสัดส่วนรายได้ส่งออกใน 4Q17 ลดลงมาอยู่ที่เพียง 29% จาก 42% ในปีก่อน แต่ที่เป็นปัญหาคืออัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาดมาอยู่ที่ 26.3% (เราคาดไว้ 30%) เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 18 ไตรมาส นอกจากรายได้ต่างประเทศ ที่มาร์จิ้นสูงจะลดลงแล้ว ยังมีค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นจากการลงทุนเพิ่มเติมในโรงงาน เครื่องจักร และสำนักงาน รวมถึงอัตราสูญเสียที่สูงขึ้นจากการ Test Run เครื่องจักรใหม่บางรายการ และผลกระทบจากภาษีน้ำตาล เช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายที่ปรับตัวสูงขึ้นจากด้านบุคลากรและ R&D ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 25.2% จาก 23.4% ใน 3Q17 และจากฐานที่ต่ำมากที่ 13.6% ใน 4Q16 ที่มีการปรับกลยุทธ์ชะลอการใช้จ่ายภายใต้กำลังซื้อที่อ่อนแอ ในขณะที่รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากฟิลิปปินส์สูงขึ้นเป็น -10 ล้านบาท จาก -4 ล้านบาทใน 3Q17 แต่ลดลงจาก -40 ล้านบาทใน 4Q16
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
RSP (BUY/18TP: 8.4), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด น่าจะฟื้นตัวต่อใน 1Q18
(views 21)
กำไรสุทธิ 4Q17 ฟื้นตัวดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 58 ล้านบาท (+26.1% Q-Q, -18.3% Y-Y) ดีกว่าคาดเล็กน้อย (เราคาดไว้ 55 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรลดลง Y-Y มาจากฐานที่สูงในปีก่อน แต่ถือเป็นการฟื้นตัวดี Q-Q ทั้งจากปัจจัยฤดูกาล และฟื้นตัวตามกำลังซื้อ โดยบริษัทมีรายได้เติบโต 6.8% Q-Q ทั้งนี้รายได้แบรนด์ Pony ขยับขึ้นได้ดีจนล่าสุดทำได้มากกว่าเป้าหมายของบริษัทเกือบเท่าตัวแล้ว และมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นน่าประทับใจมาอยู่ที่ 53.8% จาก 48.6% ใน 3Q17 ตามการฟื้นตัวของรายได้ แต่ค่าใช้จ่ายปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น จากค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขาและทำการตลาดที่มากขึ้น รวมถึงมีการตั้งค่าเผื่อสินค้าคงเหลือด้วย ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 33.4% จาก 29% ใน 3Q17 และ 28.8% ใน 4Q16 แต่จากผลการดำเนินงานที่แผ่วลมากในช่วง 2Q17 - 3Q17 จากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2017 ลดลง 24.4% Y-Y เท่ากับ 226 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
TACC (BUY/18TP: 6), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด แต่อาจแผ่วลงใน 1Q18 ชั่วคราว
(views 15)
กำไรสุทธิ 4Q17 ดีกว่าคาดและทำจุดสุงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 33 ล้านบาท (+50% Q-Q, +13.8% Y-Y) ดีกว่าคาด 7% (เราคาดไว้ 31 ล้านบาท) ถือว่าทำได้ดี และเป็นจุดสูงสุดใหม่ ส่วนหนึ่งเพราะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ แม้ผลประกอบการที่กัมพูชา (สัดส่วนราว 10% ของรายได้รวม) จะแผ่วลงจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น แต่ได้รับการชดเชยทั้งหมดด้วยการขายในประเทศที่ค่อนข้างดี โดยนอกจากการเติบโตของสินค้าเดิมที่ยังทำได้ดีต่อเนื่องแล้ว ยังได้อานิสงส์ของสินค้าใหม่ที่ได้รับการตอบรับที่ดี และสร้างรายได้ได้ตามเป้าหมายของบริษัท อาทิ เครื่องดื่มโถกดตามฤดูกาล รสชาติโกโก้ Hershey’s Freeze , Easy Dip และสินค้าใหม่ภายใต้แบรนด์ Sanrio ที่เลื่อนมารับรู้ใน 4Q17 ทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้เติบโต 16.9% Q-Q และ 17.6% Y-Y แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 27.7% จาก 29.8% ใน 3Q17 และ 29.3% ใน 4Q16 ผลจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในกัมพูชา และเริ่มได้รับผลกระทบจากภาษีน้ำตาล แต่มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับลงมาอยู่ที่ 16.6% จาก 21.2% ใน 3Q17 และ 18.5% ใน 4Q16 เพราะลดค่าใช้จ่ายในการทำการตลาด กอปรกับรายได้ที่ปรับตัวสูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
BEAUTY (SELL/18TP: 20.5), กำไรสุทธิ 4Q17 ดีมาก แนวโน้มปีนี้สดใส แต่ Valuation ตึงตัว
(views 40)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 408 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 17% Q-Q, 129% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q17 ของ BEAUTY ออกมาดีมาก เพิ่มขึ้นถึง 17% Q-Q และ 129% Y-Y โดยที่เพิ่มแรง Y-Y มาจากฐานที่ต่ำใน 4Q16 ที่การบริโภคในประเทศหยุดชะงัก ขณะที่ แรงซื้อของนักท่องเที่ยวจีนในช่วง High Season ผนวกกับ การบริโภคในประเทศที่ได้แรงกระตุ้นจากมาตรการรัฐฯ หนุนรายได้รวมเพิ่มขึ้น 3% Q-Q และ 57% Y-Y อยู่ที่ 1,091 ล้านบาท โดยยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 25.89% Y-Y ส่วนอัตรากำไรทรงตัว Q-Q ที่ 67.4% แต่ที่ดีขึ้นมากคือ การบริหารค่าใช้จ่าย โดย SG&A/Sales ลดลงเหลือ 21.1% จาก 27.1% ใน 3Q17 และ 36.2% ใน 4Q16 สาเหตุมาจากยอดขายในต่างประเทศและออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นเป็น 18% ของรายได้รวม จากปีก่อนที่ไม่ถึง 10%
กำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 1,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87% Y-Y จากยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาเดิมทั้งปีที่โต 20.5% Y-Y และเปิดสาขาใหม่ในประเทศอีก 13 แห่ง เป็น 345 แห่ง อีกทั้งยังเป็นผลจากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้มีประสิทธิภาพด้วย
ทั้งนี้ BEAUTY จ่ายปันผล 0.258 บาท/หุ้น ผลตอบแทน 1.2% ขึ้น XD 3 พ.ค. 18
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
SWC (HOLD/18TP: 17.5), กำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาดีตามคาด แต่ราคาเต็มมูลค่า
(views 16)
กำไรสุทธิ 4Q17 ชะลอ Q-Q ตามฤดูกาล แต่โตดีในระดับปกติ Y-Y กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 33 ล้านบาท ลดลง 41% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลที่ช่วงไตรมาส 4 ของทุกปีจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่าปกติ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการทำตลาดสำหรับปีถัดไป ซึ่งทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 24.3% จาก 19.1% ใน 3Q17 แต่ที่เพิ่มขึ้น 11% Y-Y เป็นเพราะรายได้รวมที่โต 6% Y-Y อยู่ที่ 334 ล้านบาท ตามการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัว และการความคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงเหลือ 24.3% กำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 177 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% Y-Y ถือเป็นการเติบโต 3 ปีติดต่อกัน จากทั้งรายได้ที่โต 12% Y-Y อยู่ที่ 1,388 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมที่ลดลงเหลือ 21.8% จาก 23.0% ซึ่งชดเชยได้กับอัตรากำไรขั้นต้นที่ชะลอลงเหลือ 37.8% จาก 38.7%
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
CHG (BUY/18TP: 2.5), กำไร 4Q17 ต่ำกว่าคาด แต่ยังคาดหวังการเติบโตที่ดีในปีนี้
(views 22)
กำไร 4Q17 ต่ำกว่าคาด แต่เราไม่กังวล CHG ประกาศกำไรปกติ 4Q17 ออกมาต่ำกว่าที่เราคาด 13% ที่ 126 ลบ. -25.3% Q-Q, -4.4% Y-Y ส่วนกำไรปกติปี 2017 จบที่ 565 ลบ. ทรงตัวจากปีก่อน แม้ใน 4Q17 รายได้และ Gross Margin ขยายตัวได้ดีกว่าคาด แต่สาเหตุที่ทำให้กำไรต่ำกว่าคาดเกิดจาก SG&A ที่พุ่งขึ้นแรงโดยมีสัดส่วนถึง 17% ของรายได้เทียบกับระดับปกติราว 13-15% เพราะมีการตั้งสำรองลูกหนี้ส่วนของประกันสังคมย้อนหลังสำหรับปี 2013 จำนวนราว 27 ลบ. ซึ่งถ้าหากไม่นับรายการดังกล่าว กำไรปกติจะเติบโตได้ 16.2% Y-Y ซึ่งถือเป็นระดับที่แข็งแกร่ง
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
BKD (SELL/18TP: 3.3), อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงหนัก ปรับลดประมาณการลง “ขาย”
(views 20)
ผลประกอบการ 4Q17 ยังขาดทุนสุทธิ 4 ล้านบาท จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ผลประกอบการ 4Q17 ของ BKD ยังขาดทุนสุทธิ 4 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 10 ล้านบาทใน 3Q17 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 22% Q-Q และ 21% Y-Y อยู่ที่ 392 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ -1.25% จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพราะไม่สามารถปิดงานใหญ่ได้ ซึ่งแม้จะเป็นภาวะปกติของผู้รับเหมาตกแต่งภายใน แต่สะท้อนให้เห็นว่าคุณภาพงานในพอร์ตของ BKD เริ่มแย่ลง เพราะไม่สามารถปิดงานขนาดเล็ก-กลางเพื่อมาชดเชยงานใหญ่ที่ชะลอตัวอย่างหนักได้ ส่วนกำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 331 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 319% Y-Y โดยหลักมาจากกำไรขายที่ดิน 367.24 ล้านบาท หรือราว 290 ล้านบาทหลังภาษี
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2018
DRT (BUY/18TP: 6.6), กำไร 4Q17 ฟื้นตัวดี และต่อเนื่องในปีนี้
(views 21)
กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด จากยอดขายที่เติบโต และมาร์จิ้นที่ดีกว่าคาด DRT รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ดีกว่าเราและตลาดคาด เท่ากับ 83 ล้านบาท +8% Q-Q, +20% Y-Y หากไม่รวมกำไรพิเศษราว 2.5 ล้านบาทจากปีก่อน กำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 24% Y-Y ทั้งนี้ การเติบโตดีของกำไรทั้ง Q-Q และ Y-Y มาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 4% Q-Q, +5.5% Y-Y โดยมีแรงหนุนหลักจากช่องทางของลูกค้า Modern Trade และลูกค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีอุปสงค์การใช้สินค้ากลุ่มหลังคา และกลุ่มไม้สังเคราะห์ที่ขยายตัวตามการเปิดตัวโครงการใหม่ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 28.6% จาก 25.3% ใน 3Q17 และ 27.9% ในปีก่อน เนื่องจากไม่มีมีการหยุดซ่อมบำรุงเครื่องจักรเหมือนในไตรมาสก่อน รวมถึงมีการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีทั้งต้นทุนการผลิต และค่าใช้จ่ายทางการขายอย่างมีประสิทธิภาพ
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2018
RS (T-BUY/18TP: 28), กำไร 4Q17 ลดลง Q-Q แต่ฟื้นแรง Y-Y ดีกว่าคาด
(views 16)
กำไรปกติ 4Q17 ลดลง 10.6% Q-Q แต่ฟื้น Y-Y กลับจากขาดทุน กำไรปกติ 4Q17 ที่ 115 ล้านบาท ลดลง 10.8% จากไตรมาสก่อนที่เป็นกำไรสูงสุดของปี แต่ฟื้นตัวจาก 4Q16 ที่ขาดทุนปกติ 159 ล้านบาท นับว่าเป็นกำไรดีกว่าคาดของตลาดและเรา ส่วนใหญ่จากการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ดีกว่าคาด กำไรลดลง Q-Q จากผลกระทบงานพระราชพิธีในเดือนต.ค. ขณะที่ 4Q16 มีผลกระทบ 1.5-2 เดือน โดยรายได้ธุรกิจสื่อ (รวมทีวีดิจิตอล ช่อง 8) ลดลง 24.8% Q-Q แต่เพิ่ม 68.7% Y-Y ขณะที่คาดยอดขายผลิตภัณฑ์ Health & Beauty (H&B)) ยังแกร่งที่ 466 ล้านบาท เพิ่ม 10.3% Q-Q และ 10 เท่าตัว Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2018
MTLS (BUY/18TP: 51), ROE ที่ > 30% คือ highlight ที่ไม่ควรมองข้าม
(views 49)
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2018 ขึ้น 5% เป็น 3.6 พันลบ. โดย 1.ปรับเพิ่ม ผลตอบแทนของเงินให้สินเชื่อ และทำให้คาดว่า Loan spread จะทรงตัวได้ที่ 20% เป็นระดับที่สูงสุดตั้งแต่เข้าตลาดฯ 2. ปรับลด Credit cost จากคาดการณ์เดิมที่ 2.5% ลงเป็น 2.3% ใกล้เคียงกับปีก่อน เงินสำรองฯที่สะสมอยู่ที่ราว 265% ของ NPL เพียงพอและอาจเกินพอเมื่อเทียบกับคุณภาพสินทรัพย์ที่มีอยู่ เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2018 เป็น 51 บาท (จากเดิม 48 บาท) เราเซอร์ไพรส์ว่า ROE ปี 2017 อยู่ 32% มาเร็วกว่าที่คาดไว้และเป็นระดับสูงสุดในกลุ่มการเงิน เรายังชื่นชอบการบริหารคุณภาพหนี้ของ MTLS สะท้อนจาก NPL ที่ต่ำสุดในผู้ประกอบการในธุรกิจเดียวกัน (หมายเหตุ บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับกำไรปี 2017 หุ้นละ 0.18 บาท Yield 0.4% XD 27 เม.ย. วันจ่าย 14 พ.ค.) แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2018
AIT (HOLD/18TP: 30), ปรับประมาณการลงจาก Margin ที่ต่ำกว่าคาด แต่ปันผลยังสูง
(views 27)
เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2018 ลง 8% แต่ยังเติบโตได้ 17.1% Y-Y สะท้อน Margin ขยายตัวได้จำกัดในปี 2018 และต่ำกว่าที่เคยประเมิน เพราะยังต้องรับรู้รายได้โครงการอินเตอร์เน็ตชายขอบต่อในปีนี้ซึ่งเป็นงานที่ Margin ต่ำ ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมที่สูงขึ้นจากโครงการไฟเบอร์ใต้น้ำในพม่า ขณะที่ผู้บริหารให้ข้อความเห็นว่าการแข่งขันรุนแรงขึ้น ซึ่งเรามองว่าไม่สอดคล้องกับปริมาณงานในตลาดที่สูงขึ้น เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 30 บาท ทำให้มี Upside จำกัด อย่างไรก็ตามจุดเด่นของ AIT ยังอยู่ที่เงินปันผลโดยล่าสุดงวด 2H17 ประกาศจ่าย Yield 4.7% เราจึงปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” รับปันผล
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2018
CPN (BUY/18TP: 93), กำไร 4Q17 เป็นไปตามคาด การเติบโตจะเร่งตัวมากขึ้นในปีนี้
(views 39)
กำไรปกติ 4Q17 ตามคาด CPN รายงานกำไรปกติ 2,423.9 ล้านบาท -2.4% Q-Q, +9.3% Y-Y เป็นตามคาดทำให้กำไรปกติทั้งปี 2017 เป็น 10,067.6 ล้านบาท +8.9% Y-Y หากรวมเงินค่าสินไหมประกัน 3.5 พันล้านบาทที่ได้รับใน 3Q17 เป็นกำไรสุทธิ 13,567.6 ล้านบาท +46.8% Y-Y สำหรับผลประกอบการใน 4Q17 ที่เพิ่มขึ้น Y-Y เพราะมีรายได้เพิ่มจากการเปิดศูนย์การค้าใหม่คือเซ็นทรัลพลาซ่านครราชสีมาและมหาชัย และมีศูนย์การค้าที่ปรับปรุงใหม่แล้วเสร็จเปิดให้บริการ เช่นเซ็นทรัลมารีน่า เซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต เชียงใหม่ และพระราม 2 เป็นต้น แต่ผลประกอบการที่ลดลง Q-Q แม้ว่าศูนย์เซ็นทรัลเวิลด์จะเปิดพื้นที่บริการมากขึ้น เพราะค่าใช้จ่ายบุคคลากรเพิ่มขึ้นจากการเปิดศูนย์ใหม่ ค่าไฟเพิ่มขึ้นตามค่า Ft ที่เพิ่ม และค่าการตลาดที่สูงในช่วงปลายปี ทำให้ EBITDA margin ลดลงเป็น 53.4% จาก 59.4% ใน 3Q17 และลดลงเล็กน้อยจาก 54.5% ใน 4Q16 แต่เชื่อว่าเป็นการลดลงชั่วคราวในระยะแรกที่เปิดศูนย์การค้าใหม่พร้อมกัน 2 แห่ง และคาดว่า EBITDA margin จะเพิ่มกลับไปอยู่ในระดับปกติ 55-56% ในระยะถัดไป
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2018
TK (BUY/18TP: 19.5), กำไร 4Q17 สะดุดแค่ชั่วคราว
(views 33)
กำไรสุทธิ 4Q17 ใกล้เคียงกับคาด TK รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 110 ลบ. ลดลง 17%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 8%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ กำไรที่ลดลง Q-Q เกิดจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่สูงขึ้น 10%Q-Q เนื่องจากมีลูกหนี้ตกชั้นเป็น > 3 เดือนมากขึ้นราว 115 ลบ. ส่งผล Credit cost สูงขึ้นมาอยู่ที่ราว 2.56% จาก 2.4% ในไตรมาสก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 9%Y-Y ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาด สังเกตว่าในไตรมาสนี้บริษัทมีค่าใช้จ่ายทางภาษีที่สูงกว่าคาด Effective tax rate อยู่ที่เกือบ 26% ซึ่งน่าจะเกิดจากรายการค่าใช้จ่ายบางอย่างที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทางภาษี เราคาดว่าอัตรานี้จะลดลงสู่ระดับปกติในไตรมาสถัดไป กำไรสุทธิปี 2017 อยู่ที่ 467 ลบ. +8.67%Y-Y ถือเป็นกำไรที่ฟื้นตัวขึ้นเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันและสูงสุดในรอบ 5 ปี เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2018
BIG (BUY/18TP: 4.3), กำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาดีตามคาด แนวโน้มปีนี้ยังดีต่อเนื่อง
(views 27)
กำไรสุทธิ 4Q17 ทำได้ 248 ล้านบาท ใกล้เคียงกับคาดที่ 251 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4Q17 ฟื้นตัวแรง 88% Q-Q อยู่ที 248 ล้านบาท ใกล้เคียงกับคาดการณ์ของเราที่ 251 ล้านบาท ได้แรงหนุนจากปัจจัยด้านฤดูกาลที่เป็น High Season และมาตรการช้อปช่วยชาติของภาครัฐฯ ที่นานขึ้นกว่าเดิม รวมถึงกำลังซื้อที่อั้นมาตั้งแต่ต้นปี ที่น่าสนใจคือ อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 31.9% จาก 29.0% ใน 3Q17 จากยอดรีเบทที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย และการบริหารสต็อกที่เป็นปัญหาในช่วงต้นปีสามารถทำได้ดีขึ้น ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่กำไรสุทธิลดลง 17% เป็นเพราะฐานที่สูงกว่าปกติใน 4Q16 เนื่องจากมีทั้งการเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ของหลายยี่ห้อ
กำไรสุทธิทั้งปี 2017 ทำได้ 774 ล้านบาท ลดลง 9% Y-Y โดยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง เพราะมีการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษในการตั้งด้อยค่าสินค้าคงเหลือ และมีการจัดโปรโมชั่นอย่างหนักเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อที่ชะลอใน 1H17
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2018
ASEFA (HOLD/18TP: 6.5), กำไร 4Q17 แย่กว่าคาด แต่ปันผลใช้ได้ @0.32 บาท yield 5.37%
(views 15)
กำไร 4Q17 ลดลง 10.6% Q-Q, 30.2% Y-Y กำไร 4Q17 ที่ 61 ล้านบาท ต่ำกว่าคาด 20% (คาด 76 ล้านบาท) ส่วนใหญ่จากรายได้รับรู้น้อยกว่าคาด กำไรลดลง 10.6% Q-Q, 30..2% Y-Y จากรายได้ฟื้นน้อยกว่าคาด -3.6% Q-Q, -7.2% Y-Y Gross margin ที่ 23.3% ยังลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนที่ 23.5% และจาก 4Q16 ที่สูงถึง 25.6% จากการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจมากขึ้นตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากภาวะการลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจชองบริษัทขยายตัวช้า ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตยังไม่สูงนัก
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2018
FTE (BUY/18TP: 5), กำไร 4Q17 ออกมาดีตามคาด หนุนทั้งปี 2017 โตสูง 50% Y-Y
(views 21)
กำไรสุทธิ 4Q17 ลด Q-Q ตามดูกาล แต่เพิ่ม Y-Y จากรายได้และมาร์จิ้นที่โต กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 36 ล้านบาท (ใกล้เคียงคาดที่ 35 ล้านบาท) ลดลง 10% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น Low Season เพราะมีวันหยุดมาก ประกอบกับมีงานโครงการของรัฐวิสาหกิจบางแห่งเลื่อนรับมอบงานออกไปเป็น 1Q18 ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y เพิ่มขึ้น 5% อาจะดูโตไม่สูง เพราะปีก่อนรายได้มากระจุกตัวใน 4Q16 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ สิ่งที่เราประทับใจนอกเหนือจากกำไรสุทธิที่เป็นไปตามคาดคือ อัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวขึ้นเป็น 28.4% จาก26.3% ใน 3Q17 จากทั้งความสามารถในการรับงานตรงโดยไม่ผ่านตัวแทนที่เพิ่มสูงขึ้น และผลบวกจากการแข็งค่าของเงินบาท การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเป็น 12.1% จาก 10.4% ของรายได้รวมใน 3Q17 จึงแทบไม่กระทบอัตรากำไรสุทธิ โดยยังรักษาระดับไว้ได้ที่ 14.5% ซึ่งถือว่าสูงสุดในอุตสาหกรรม กำไรสุทธิทั้งปี 2017 จบที่ 131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% Y-Y มากกว่าคาดการณ์เดิมของเราที่ 127 ล้านบาทเล็กน้อย ซึ่งดีขึ้นจากการผันตัวมารับงานโครงการ เพื่อลดผลกระทบจากการชะลอตัวของงานขาย และการบริหารต้นทุนได้ดีขึ้นมาก
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2018
TU (HOLD/18TP: 23), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาดเล็กน้อย ยังแนะนำ ซื้อ
(views 19)
กำไรปกติ 4Q17 ดีกว่าคาดเล็กน้อย แต่ยังถือว่าไม่สดใสนัก กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 1,404 ล้านบาท (-19.2% Q-Q, +55.7% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 351 ล้านบาท, Deferred Tax 150 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างในยุโรป 77 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายย้าย office ในสหรัฐ 42 ล้านบาท และกำไรขายสินทรัพย์ 70 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 988 ล้านบาท (-32% Q-Q, -23.6% Y-Y) (ดีกว่าคาด 6%) สาเหตุที่กำไรอ่อนตัวลง Q-Q เพราะเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ แม้รายได้จะทรงตัวได้ จากการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อปลาทูน่า จากลูกค้า OEM ภายหลังราคาปลาเริ่มปรับลดลงในในเดือน พ.ย. - ธ.ค. แต่ไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลงมาอยู่ที่ 12.8% จาก 13.2% ใน 3Q17 และ 14% ใน 4Q16 ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการปรับขึ้นของราคาวัตถุดิบ ในขณะที่ไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน สำหรับธุรกิจ Red Lobster ไม่สดใสนัก ทำให้มีส่วนแบ่งขาดทุนในไตรมาสนี้ 317 ล้านบาท แต่สุทธิด้วยเงินปันผลที่ได้รับจากการถือหุ้นบุริมสิทธิ ทำให้รับรู้ขาดทุนน้อยลงเป็น 162 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2018
MTLS (BUY/18TP: 48), กำไร 4Q17 ดีกว่าที่คาด
(views 20)
กำไรสุทธิ 4Q17 มากกว่าคาด MTLS รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 743 ลบ. เพิ่มขึ้น 14.2%Q-Q และ 54%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองที่น้อยกว่าคาดโดยทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่ +82%Y-Y ซึ่งเป็นการตั้งสำรองฯที่สอดคล้องกับอายุหนี้และได้มีการกันสำรองหนี้สูญส่วนเกินเพิ่มขึ้นอีกราว 45 ลบ. ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับคุณภาพหนี้ที่ดี อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญๆยังอยู่ในโมเมนตัมที่ดี อาทิ Loan spread ทรงตัวที่ 20% แม้ว่า CoF ยังขยับขึ้นต่อเป็น 3.26% จาก 3.22% ในไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นไปตามการปรับเพิ่มสัดส่วนเงินกู้ระยะยาว ซึ่งชดเชยดัวย Loan Yield ที่ดีขึ้นจากสัดส่วน High-Yield เช่น สินเชื่อบุคคล และนาโนไฟแนนซ์ที่มากขึ้น
กำไรปี 2017 อยู่ที่ 2.5 พันลบ. +71%Y-Y เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2018
ADB (BUY/18TP: 2.3), กำไร 4Q17 และทั้งปี 2017 จะดีกว่าคาด และยังโตต่อในปี 2018
(views 17)
หมายเหตุ : บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย หุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท แอ็พพลาย ดีบี จำกัด (มหาชน) ที่เสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก เรากลับมาแนะนำซื้อ ADB โดยยังคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 2.30 บาท (อิง PE ของ Peer group ที่ 20 เท่า) ปัจจัยหนุนมาจากคาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q17 ที่ดีกว่าคาดการณ์เดิม ซึ่งน่าจะกลับสู่ระดับปกติที่เคยทำได้ราว 15-20 ล้านบาทต่อไตรมาส เราคาดเพิ่มขึ้น 59% Q-Q และ 27% Y-Y อยู่ที่ 15 ล้านบาท แม้คาดยอดขายทรงตัว แต่อัตรากำไรขั้นต้นจะดีขึ้นมากจากการปรับราคาขายได้สอดคล้องกับต้นทุนมากขึ้น ถ้าเป็นไปตามนี้ กำไรสุทธิทั้งปี 2017 จะจบที่ 26 ล้านบาท ดีกว่าคาดการณ์เดิมที่ 17 ล้านบาท แนวโน้มปีนี้จะสดใสมากขึ้น จากฐานที่ต่ำ การบริหารต้นทุนวัตถุดิบได้ดีขึ้น รวมถึงตลาดอุปกรณ์การแพทย์ที่จะเริ่มรับรู้กำไรใน 2H18 เราคาดกำไรสุทธิปี 2018 เพิ่มขึ้น 164% Y-Y อยู่ที่ 69 ล้านบาท และโตต่อเนื่อง 30% Y-Y อยู่ที่ 90 ล้านบาทในปี 2019 เราคาดจะหนุนให้ปันผลเพิ่มเป็น 4-5% ต่อปีตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจในการลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2018
K (BUY/18TP: 6.5), กำไรสุทธิ 4Q17 ดีกว่าคาดมาก และยังดีต่อเนื่องในปีนี้ “ซื้อ”
(views 16)
กำไรสุทธิ 4Q17 ทำได้มากถึง 69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 160% Y-Y K ประกาศกำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาที่ 69 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 24 ล้านบาทใน 3Q17 และเพิ่มขึ้นถึง 160% Y-Y จากผลของการรับรู้งานที่มากกว่าปกติ หลังชะลอตัวต่อเนื่องตั้งแต่ 1Q17 รวมถึงได้แรงหนุนจาก High Season ของการจัดงาน Exhibition เช่น มอเตอร์เอกซ์โปที่ได้งานตกแต่งบูธเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นหลังจากปรับโครงสร้างองค์กรด้วย โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 20.7% จากที่ทำได้เพียง 0.5% ใน 3Q17 ซึ่งใกล้เคียงกับระดับปกติที่เคยทำได้ 20-25% ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงมาเหลือ 6.9% จาก 9.7% ใน 3Q17 และ 9.6% ใน 4Q16
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2018
MBAX (BUY/18TP: 5.5), กำไร 4Q17 แย่กว่าคาด ปรับเป้าลงเหลือ 5.50 บาท
(views 24)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 12 ล้านบาท ลดลง 4% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 9% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 12 ล้านบาท (แย่กว่าคาดที่ 18 ล้านบาท) ลดลง 4% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดมาก และอัตรากำไรที่ถูกกดดันต่อเนื่องเหลือ 8.14% จาก 8.46% ใน 3Q17 ตามต้นทุนเม็ดพลาสติกที่เพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นผลกระทบเชิงลบที่มากกว่าคาดการณ์ของเรา ขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมยังทรงตัว Q-Q ที่ระดับ 6.0% ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 9% จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 6.0% Y-Y อยู่ที่ 436 ล้านบาท สะท้อนว่า MBAX ยังไม่ถูกกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเร็ว กำไรสุทธิทั้งปี 2017 จบที่ 61 ล้านบาท แย่กว่าคาดการณ์เดิมของเราที่ 68 ล้านบาท จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้แย่กว่าคาดเป็นสำคัญ และเป็นเหตุผลให้เราต้องปรับประมาณการปี 2018 ลง
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2018
IT (BUY/18TP: 6.9), กำไรสุทธิ 4Q17 น้อยกว่าคาด แต่ยังอยู่ในโมเมนตัมที่ดี “ซื้อ”
(views 16)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 14 ล้านบาท ลดลง Q-Q จากฤดูกาล แต่เพิ่มแรง Y-Y กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 14 ล้านบาท (น้อยกว่าคาดการณ์ของเราที่ 17-20 ล้านบาท) ลดลง 41% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลที่ทุกไตรมาส 4 มักมีการบันทึกค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าปกติ อีกทั้งยังเป็นผลจากการทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อช่วงท้ายปี ที่กดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 12.2% จาก 12.6% ใน 3Q17 ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ผลประกอบการพลิกจากขาดทุนสุทธิ 9 ล้านบาทใน 4Q16 เพราะช่วงเวลาดังกล่าวมีการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษเพื่อปรับโครงสร้างองค์กรโดยการขายธุรกิจที่ไม่ทำกำไร ส่วนกำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 313% Y-Y จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวเป็น 12.4% จาก 11.6% ในปี 2016 เพราะผลจากแผนการควบคุมต้นทุนและการเพิ่มสัดส่วนธุรกิจมือถือใน IT City Mobile ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นมากกว่าธุรกิจคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ นอกจากนั้น ยังเป็นผลจากการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A อย่างเข้มงวด โดยลดลงมาอยู่ที่ 10.9% ของรายได้รวม จาก 11.3% ในปี 2016
อ่านเพิ่มเติม
20
กุมภาพันธ์
2018
MINT (BUY/18TP: 48), กำไร 4Q17 แข็งแกร่งตามคาด
(views 21)
โมเมนตัมยังสดใสในปี 2018 คงคำแนะนำ “ซื้อ” แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 1Q18 คาดว่ายังมีโมเมนตัมการเติบโตที่ดีต่อเนื่องและเป็นจุดสูงสุดของปีจากอานิสงส์ของ Peak Season ในไทย ขณะที่ภาพรวมทั้งปี 2018 ยังสดใสจากธุรกิจโรงแรมที่คาดว่าจะขยายตัวได้ดีต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยตามทิศทางจำนวนนักท่องเที่ยว รวมถึงต่างประเทศโดยเฉพาะในส่วนของ Tivoli หลังจาก Renovate แล้วเสร็จในปีก่อนและการแข่งขันในมัลดีฟท์ที่รุนแรงน้อยลง ขณะที่ธุรกิจอาหารคาดว่าจะค่อยๆเห็น Same Store Sales Growth พลิกมาบวกได้อีกครั้งจากการฟื้นตัวของการบริโภคในไทย ขณะที่ตลาดต่างประเทศที่มีปัญหาคาดว่า MINT ยังคงบริหารจัดการฝั่งต้นทุนเพื่อรักษาระดับกำไรได้ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 เติบโต 20% Y-Y โดยยังเดินหน้าทำ New High ต่อเนื่อง และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 48 บาท (DCF WACC 7.78% Terminal Growth 3%)
อ่านเพิ่มเติม
20
กุมภาพันธ์
2018
MAJOR (under review/18TP: 32), ผลประกอบการ 4Q17 แย่กว่าคาดมาก
(views 21)
4Q17 กำไรสุทธิลดลง Q-Q, Y-Y และเป็นขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ แย่กว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 75 ล้านบาท ลดลง 75.3% Q-Q, 12.0% Y-Y หากไม่รวมกำไรจากขายเงินลงทุน 128 ล้านบาท จะเป็นขาดทุนปกติ 53 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนและ 4Q16 ที่กำไรปกติ 178 ล้านบาท และ 141 ล้านบาท ตามลำดับ นับกว่าแย่กว่าคาดของเราและตลาดมาก ส่วนใหญจาก Gross margin ลดลงต่ำกว่าคาด และค่าใช้จ่าย SG&A สูงกว่าคาด
อ่านเพิ่มเติม
20
กุมภาพันธ์
2018
SAT (BUY/18TP: 22.4), กำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาดีจากรายการพิเศษ
(views 23)
แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 22.40 บาท จากอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัว แนวโน้มกำไรปกติปี 2018 คาดเติบโต 7% Y-Y อยู่ที่ 756 ลบ. จากอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวและได้ลูกค้ารายใหม่ โดย ส.อ.ท. คาดยอดผลิตรถยนต์จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านคัน จากปีก่อนที่ 1.98 ล้านคัน (แม้จะถูกกดดันจากยอดส่งออกรถยนต์ที่ชะลอตัวต่อเนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาท) ประกอบกับ แผนการควบคุมที่ประสิทธิภาพจะหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 16.5% จาก 15.5% ขณะที่ ราคาหุ้นช่วงที่ผ่านมาปรับตัวลงจน Upside เปิดกว้างเมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 22.40 บาท (อิง PE เฉลี่ยระยะยาวที่ 13 เท่า) เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ จากเดิมถือ
อ่านเพิ่มเติม
16
กุมภาพันธ์
2018
ASK (HOLD/18TP: 26.2), Dividend Stock
(views 37)
ASK เป็น Dividend Stock ที่จ่ายเงินปันผลในอัตราผลตอบแทนราว 5-6% มาโดยตลอด และล่าสุดประกาศจ่ายปันผลหุ้นละ 1.48 บาท (XD 21 ก.พ. 2018) Yield ราว 6% อย่างไรก็ตามเราคาดการณ์การเติบโตของกำไรไม่ตื่นเต้นนัก โดยรายงานกำไรปี 2017 +5.4%Y-Y และคาดการณ์กำไรปี 2018 ที่ 766 ลบ. +2.8%Y-Y คาดการณ์ Credit cost เพิ่มขึ้นจากปีก่อนน่าจะกดดันผลประกอบการ ประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 26.20 บาท ซึ่งเหลือ Upside จากราคาปิดไม่มาก จึงแนะนำ ถือ โดยข้อดีคือผลตอบแทนเงินปันผลน่าจะพยุงราคาหุ้นได้ในภาวะตลาดผันผวนได้ แต่หากชอบหุ้น Growth แนะนำ THANI (2018 TP 11.80 บาท) มีความน่าสนใจมากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
16
กุมภาพันธ์
2018
ROBINS (BUY/18TP: 85), กำไรปกติ 4Q17 ทำจุดสูงสุดใหม่ได้ตามคาด
(views 44)
กำไรสุทธิ 4Q17 ทำได้ดีใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 820 ล้านบาท (+34.2% Q-Q, -18.8% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 845 ล้านบาท) หากไม่รวมรายการพิเศษในปีก่อน จะมีกำไรปกติ 4Q17 เติบโต 6.4% Y-Y และถือเป็นกำไรสูงสุดใหม่ แม้ SSSG จะยังติดลบราว -3.4% Y-Y แต่มาจากฐานที่สูงมากในเดือน ต.ค. ปี 2016 (เสื้อดำ) หากไม่รวมเหตุการณ์ดังกล่าวพบว่า SSSG ไตรมาสนี้ทรงตัวได้จากปีก่อน และด้วยผลของการเปิดสาขาใหม่ 2 แห่งที่มหาชัยและกำแพงเชร ทำให้รายได้รวมเติบโต 14.2% Q-Q และทรงตัว Y-Y และมีรายได้ค่าเช่าเติบโตดี 1% Q-Q และ 15% Y-Y จากพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้น ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีตามคาดมาอยู่ที่ 25.2% เพิ่มขึ้นจาก 24.2% ใน 3Q17 และ 25.1% ใน 4Q16 จากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนสินค้า House Brand ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 11.3% ของรายได้รวม และผลของการทำ Stock Clearance ลดลง และมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเติบโต 37% Q-Q จากผลของฤดูกาลและได้รับผลบวกจากมาตรการช้อปช่วยชาติ แต่เป็นส่วนแบ่งกำไรที่ลดลง 36% Y-Y จากฐานที่สูงในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
16
กุมภาพันธ์
2018
STEC (HOLD/18TP: 23), 4Q17 พลิกเป็นขาดทุน จากการตั้งสำรองขาดทุน 2 โครงการใหญ่
(views 68)
Negative Surprise จากงบ 4Q17 พลิกขาดทุน 1.3 พันล้านบาท STEC รายงานผลประกอบการ 4Q17 ออกมาผิดคาด พลิกเป็นขาดทุน 1.3 พันล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไร 675 ล้านบาท และ 3Q17 ที่มีกำไร 217 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโตทั้ง +30% Q-Q และ +24% Y-Y ตามการรับรู้งานในมือที่เพิ่มขึ้น แต่ถูกฉุดด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น +102% Q-Q และ +97% Y-Y ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการตั้งสำรองขาดทุนรวม 2.9 พันล้านบาท โดยเฉพาะโครงการรัฐสภา และสนามบินภูเก็ต สืบเนื่องจากการขยายระยะเวลาในสัญญางานก่อสร้างอย่างมีนัยสำคัญจากปัญหาการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า และการออกแบบที่ไม่ชัดเจน ทำให้ต้นทุนอย่างราคาวัสดุก่อสร้าง และค่าแรงสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าการตั้งสำรองขาดทุนใน 2 โครงการใหญ่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว หลังจากได้มีการตั้งสำรองในโครงการรัฐสภา และสนามบินภูเก็ตในปี 2015 แล้วกว่า 600 ล้านบาท และ 350 ล้านบาท ตามลำดับ ทั้งนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของ STEC บริษัทจึงอยู่ระหว่างดำเนินการเรียกร้องขอค่าชดเชยกับทางภาครัฐ สำหรับผลประกอบการทั้งปี 2017 ขาดทุนสุทธิ 611 ล้านบาท (-144% Y-Y) ถือเป็นขาดทุนอีกครั้งในรอบ 11 ปี
อ่านเพิ่มเติม
16
กุมภาพันธ์
2018
BOL (BUY/18TP: 2.8), กำไร 4Q17 ต่ำกว่าคาดเพราะเลื่อนรับรู้รายได้มาเข้าปีนี้
(views 34)
กำไรสุทธิ 4Q17 ต่ำกว่าคาดจากการเลื่อนรับรู้รายได้ BOL รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 จำนวน 14.6 ล้านบาท -6.2% Q-Q, -10.8% Y-Y ทำให้กำไรทั้งปี 2017 เป็น 76.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 5.5% Y-Y กำไรทั้งปีต่ำกว่าที่เราคาด 13 ล้านบาท เป็นผลมาจากงานบางโครงการที่มีมูลค่าประมาณ 10 กว่าล้านบาทรับรู้ไม่ทันใน 4Q17 แต่เลื่อนมารับรู้ในปีนี้แทน เราจึงไม่มองว่ากำไรที่ต่ำกว่าคาดในปี 2017 เป็นลบ ความสามารถในการทำกำไรโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดีตามที่คาด อัตรากำไรขั้นต้นรักษาได้ในระดับ 50% EBITDA margin อยู่ในระดับ 27-28% อัตรากำไรสุทธิ 19% ROE 16-17% ฐานะการเงินแข็งแกร่งมาก ยังคงเป็นบริษัทที่ปลอดหนี้เงินกู้ หนี้สินส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้า ทั้งนี้ BOL ประกาศจ่ายปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2017 หุ้นละ 0.08 บาท Yield 3.9% XD 27 ก.พ. จ่ายเงิน 10 เม.ย. 2018
อ่านเพิ่มเติม
15
กุมภาพันธ์
2018
KCE (HOLD/18TP: 79), บาทแข็งจะเป็นปัจจัยท้าทายบริษัทในปีนี้
(views 37)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ข้อมูลที่ได้รับ โทนกลางๆค่อนไปในทางลบ แม้สถานการณ์ต้นทุนทองแดงแพงยังไม่ได้ดีขึ้นนัก แต่แนวโน้มราคาทองแดงน่าจะทรงตัวได้ใกล้เคียงปี 2017 และมีสัญญาณที่ดีขึ้นจากค่าแรงทำทองแดงแผ่นที่เริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มทยอยปรับลงอย่างค่อยเป็นค่อนไป เพราะต้องรอ Supply ใหม่เข้าสู่ตลาด แต่ยังคงมีปัจจัยลบกดดันคือ แนวโน้มค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากกว่าค่าเงินหยวน ซึ่งจีนถือเป็นคู่แข่งหลักในตลาด PCB ทำให้บริษัทถูกกดดันต้องปรับลดราคาขายในปี 2018 ลงอีกราว 1.2% Y-Y ซึ่งเป็นราคาที่เจรจาล็อกกับลูกค้าไปแล้วในปลายปีก่อน ทั้งนี้บริษัทยังตั้งเป้ารายได้สกุล USD ปีนี้จะเติบโต 12% - 15% แต่ด้วยภาวะเงินบาทแข็งค่า เราจึงปรับลดสมมติฐานค่าเงินบาทและอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งนำไปสู่การปรับลดกำไรปกติปี 2018 ลง 5.3% เป็นเติบโต 17.3% Y-Y จากเดิมคาดโต 24% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 79 บาท จากเดิม 84 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้ราคาหุ้นจะปรับลงมาสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว แต่ด้วย Upside ที่ยังไม่จูงใจเพียง 7.5% จึงยังแนะนำเพียง ถือ
อ่านเพิ่มเติม
15
กุมภาพันธ์
2018
PLANB (HOLD/19TP: 7.1), กำไร 4Q17 -41.1% Q-Q, +52.3% Y-Y ต่ำกว่าคาด
(views 28)
กำไร 4Q17 ลดลง 41.1% Q-Q แต่เพิ่ม 52.3% Y-Y ต่ำกว่าคาด 15% กำไร 4Q17 ที่ 89 ล้านบาท ลดลง 41.1% จากไตรมาสก่อนที่กำไรสูงสุดของปี แต่เพิ่มขึ้น 52.3% Y-Y เป็นกำไรต่ำกว่าคาดของเรา (ที่ 105 ล้านบาท) และตลาดคาด (ที่เฉลี่ย 103 ล้านบาท) กำไรที่ลดลง Q-Q ส่วนใหญ่จากต้นทุนบริการเพิ่มมากกว่าคาด +11.7% Q-Q ชดเชยรายได้รวมที่มากกว่าคาด ลดลงเพียง 1.7% Q-Q แม้มีผลกระทบ 2-3 สัปดาห์จากงานพระราชพิธีในเดือนต.ค. กำไรเพิ่ม 79.9% Y-Y จากฐานต่ำในช่วง 4Q16 ซึ่งได้รับผลกระทบยาวกว่า คือราว 1.5-2 เดือน และการพัฒนาสื่อใหม่
อ่านเพิ่มเติม
15
กุมภาพันธ์
2018
PRAKIT (BUY/18TP: 16.2), ฐานะการเงินแข็งแกร่ง สินทรัพย์มีมูลค่าสูง และปันผลจูงใจ
(views 26)
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์ PRAKIT ด้วยคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 16.20 บาท อิง PE เฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 13.5 เท่า โดยเราคาดว่าแนวโน้มกำไรสุทธิจะเข้าสู่รอบการฟื้นตัว แม้จะไม่กลับไปดีเท่าอดีต เพราะการแข่งขันของงานผลิตโฆษณาสูงขึ้น แต่ด้วยปริมาณงานที่มีมากตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และมีการกระจายตัวไปยังงานต่อเนื่อง เช่น จัดอีเวนท์ ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิปี 2018 จะโตต่ออีก 10% Y-Y อยู่ที่ 66 ล้านบาท จากปี 2017 ที่คาดโต 10% Y-Y อยู่ที่ 60 ล้านบาท ขณะที่ มูลค่าสินทรัพย์ลงทุนซึ่งปลอดภาระหนี้อยู่ที่ 14.78 บาทต่อหุ้น และคาดปันผลสูง 7-8% ต่อปี อีกทั้ง PE2018 ที่ 11 เท่า และ PBV ที่ 0.8 เท่า ยังไม่ถึงครึ่งของค่าเฉลี่ยระยะยาวกลุ่มมีเดียที่ 25 เท่า และ 4 เท่า ตามลำดับ ความเสี่ยงขาลงที่ราคาปัจจุบัน เมื่ออิงตามปัจจัยพื้นฐานจึงว่าจำกัดมาก
อ่านเพิ่มเติม
13
กุมภาพันธ์
2018
LIT (BUY/18TP: 11.7), กำไร 4Q17 ใกล้เคียงกับที่คาด
(views 35)
กำไร 4Q17 ใกล้เคียงกับที่คาดแม้ตั้งสำรองฯสูงขึ้น LIT รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 35.29 ลบ. ลดลง 10%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 23%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาด กำไรที่ลดลง Q-Q เกิดจากรายได้ค่าบริการที่ลดลง 9.2%Q-Q และค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ สังเกตว่า Coverage ratio ของบริษัทเพิ่มขึ้นมาที่ 100% จาก 64% ในไตรมาสก่อน ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น Y-Y เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยโดยเฉพาะรายการดอกเบี้ยจากธุรกิจ Project Finance ซึ่งมีเงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 60.7%Y-Y หรือมียอดคงค้างราว 1 พันลบ. กำไรสุทธิปี 2017 เป็นกำไรที่ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 145.5 ลบ. +44.5%Y-Y กำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 6.3% เพิ่มขึ้นจาก 6% ในปีก่อน เนื่องจากส่วนผสมของสินเชื่อที่มี High Yield หรือสินเชื่อ project finance ที่มากขึ้น ขณะที่รายได้ค่าบริการมีรายได้เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มากจากธุรกิจสัญญาเงินกู้เช่นกัน
อ่านเพิ่มเติม
13
กุมภาพันธ์
2018
MGT (BUY/18TP: 3), กำไร 4Q17 ออกมาดีตามคาด และ Core Business แข็งแกร่งขึ้น
(views 28)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% Q-Q และ 80% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% Q-Q แม้จะเป็น Low Season จากวันหยุดมาก ซึ่งทำให้รายได้รวมลดลง 10% Q-Q เหลือ 150 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 29.9% จาก 28.9% ใน 3Q17 จากผลของเงินบาทที่แข็งค่าราว 2% Q-Q อยู่ที 32.5 บาท/ดอลล่าร์สหรัฐฯ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดเหลือ 15.8% ของรายได้รวม จาก 17.3% ของรายได้รวมใน 3Q17 ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่กำไรสุทธิโตโดดเด่นเป็นเพราะฐานที่ต่ำ จากการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเตรียมเข้า MAI ในช่วงต้นปี 2017 อีกทั้ง ยังเป็นผลจากการเพิ่มสินค้า เพิ่มทีมขาย และขยายตลาดใหม่ด้วยประกาศจ่ายปันผลงวด 2H17 สูงถึง 0.07 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield 3% MGT ประกาศจ่ายปันผลงวด 2H17 ที่ 0.07 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทน 3% ขึ้น XD 12 มี.ค. 18 รวมทั้งปี 2017 จ่ายสูงถึง 0.10 บาท/หุ้น หรือ Payout Ratio 85% คิดเป็นผลตอบแทนทั้งปีที่ 4% มากกว่าที่เราคาดไว้เพียง 2% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
13
กุมภาพันธ์
2018
VGI (HOLD/19TP: 6.3), กำไร 3Q18 (ต.ค.-ธ.ค.17) ดีกว่าคาดของเราแต่ใกล้ตลาดคาด
(views 37)
กำไรสุทธิ 3Q18 (ต.ค.--ธ.ค..17) ลดลง 10.3% Y-Y แต่เพิ่ม 44.0% VGI รายงานกำไรสุทธิ 181 ล้านบาทใน 3Q18 (ต.ค.-ธ.ย.17) ดีกว่าคาดของเรา 12% แต่ใกล้เคียงตลาดคาด (ที่ 170-175 ล้านบาท) กำไรที่ดีกว่าคาดส่วนใหญ่จากรายได้รวมสูงกว่าคาด 6% เป็น Flat Q-Q, +26.8% Y-Y ส่วนใหญ่จากรายได้โฆษณาสื่อกลางแจ้งผ่าน บ.ร่วม MACO และสื่อ Office มากกว่าคาด (+15% Q-Q, +46% Y-Y และ Flat Q-Q, +47% Y-Y ตามลำดับ) ขณะที่รายได้สื่อ BTS ใกล้เคียงคาด (Flat Q-Q, +34% Y-Y) จากการเพิ่มราคาโฆษณาและมีรายได้ส่วนเพิ่มจากการร่วมกันขายสื่อกับ Rabbit Group (Station Sponsorship) ชดเชยขาดทุนรับรู้จากบ.ร่วมที่มากกว่าคาด (-55 ล้านบาท) จากขาดทุนรับรู้จากบ.ร่วม RLP และ Demo Power
อ่านเพิ่มเติม
13
กุมภาพันธ์
2018
EPG (BUY/19TP: 14), กำไรต่ำกว่าคาดแต่ bottom และพร้อมจะฟื้นตามกำลังซื้อ
(views 28)
กำไร 3Q18 (ต.ค.-ธ.ค. 2017) ต่ำกว่าคาดเพราะอัตรากำไรขั้นต้นต่ำลง EPG รายงานกำไรสุทธิ 182.3 ล้านบาทใน 3Q18 (ต.ค.-ธ.ค. 2017) มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 17.4 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก เป็นกำไรปกติ 199.8 ล้านบาท -34% Q-Q, -38% Y-Y ต่ำกว่าที่เราคาด 22% กำไรที่แย่กว่าปกติและต่ำกว่าคาดเกิดจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำลง
ธุรกิจที่ฉุดผลประกอบการมากสุดคือ ธุรกิจ EPP - บรรจุภัณฑ์พลาสติก (24% ของรายได้รวม) ยอดขายที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่มากว่าครึ่งปี ทำให้การผลิตไม่เกิด economy of scale และยังต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดเหลือเพียง 15.6% ต่ำสุดในรอบหลายปีและต่ำกว่าปกติที่อยู่ที่ระดับ 25-30%
ธุรกิจ Aeroklas – ชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งเป็นรายได้หลัก 45% ของรายได้รวม ยอดขายทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อนๆ ที่ระดับ 1 พันล้นบาท/ไตรมาส แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดเหลือ 22.8% ต่ำกว่าปกติที่ 27-28%
ธุรกิจ Aeroflex – ฉนวนยาง (30% ของรายได้รวม) แม้ยอดขายจะต่ำกว่าไตรมาสก่อนแต่ที่ระดับกว่า 700 ล้านบาท/ไตรมาสก็ถือว่าอยู่ในระดับสูงกว่าในอดีต แต่ถูกกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงเร็วกว่าคาดทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 35.1% อยู่ในกรอบล่างของระดับปกติที่ 35-40%
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2018
GLOBAL (BUY/18TP: 19), กำไร 4Q17 ไม่ตื่นเต้นตามคาด จะกลับมาดีขึ้นใน 1Q18
(views 59)
กำไรสุทธิ 4Q17 ไม่สดใสตามคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 349 ล้านบาท (+1.7% Q-Q, -9.6% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 361 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรไม่ตื่นเต้นนัก เพราะเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ ทั้งนี้เราเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน จาก SSSG ที่พลิกกลับมาเป็นบวกราว +2% Y-Y และไตรมาสนี้มีการเปิดสาขาใหม่ 3 แห่ง ทำให้มีรายได้รวมเติบโต 9.5% Q-Q และ 18% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงตามคาดมาอยู่ที่ 19.9% ลดลงจาก 20.2% ใน 3Q17 และ 21.4% ใน 4Q16 เพราะมีการขายสินค้ามาร์จิ้นต่ำอย่าง Building Material มากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.7% จาก 14.6% ใน 3Q16 และ 13.1% ใน 4Q16 ทำให้ทั้งปี 2017 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,609 ล้านบาท (-4% Y-Y) ด้วยการเปิดสาขาใหม่ทั้งปีที่ 9 แห่ง และมีจำนวนสาขาทั้งหมดสิ้นปี 2017 เท่ากับ 55 แห่ง
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2018
LHBANK (HOLD/18TP: 1.87), Switch to other banks for “Better ROE”
(views 39)
แนะนำ ถือ หรือ Switch เนื่องจาก 1.คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018 +7%Y-Y แต่ EPS จะลดลงราว 12%Y-Y เนื่องจากผลกระทบของการออกหุ้นเพิ่มทุนในปีก่อนหน้า และ 2. คาดการณ์ 2018 ROE ที่ราว 7% ต่ำที่สุดในกลุ่มธนาคารเนื่องจากฐานทุนเพิ่มเร็วกว่าขนาดของการเพิ่มขึ้นของกำไร ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 1.87 บาท (อิง 2018 Adj BVS)
อ่านเพิ่มเติม
08
กุมภาพันธ์
2018
TK (BUY/18TP: 19.5), กำไรปี 2018 จะกลับมาอิ่มเอมอีกครั้ง
(views 38)
ราคาหุ้นได้ตอบรับความผิดหวังต่อคาดการณ์ผลกำไร 4Q17 ที่เราคาดว่าจะลดลงราว 21%Q-Q เนื่องจากค่าใช้จ่ายพิเศษและการตั้งสำรองฯที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามเราคงคาดการณ์แนวโน้มที่สดใสขึ้นในปี 2018 ด้วยขนาดฐานสินเชื่อที่เติบโตดีกว่าคาดในปี 2017 ที่ราว 17%Y-Y และแนวโน้มยอดขายรถจักรยานยนต์ รวมถึง และภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวส่งผลดีต่อความสามารถก่อหนี้และความต้องการซื้อรถมากขึ้น เราคาดว่าสินเชื่อในปี 2018 จะเติบโตที่ราว 15%Y-Y, คาด Loan spread สูงที่ 34% จากแรงหนุนของ CoF ที่ทรงตัวในระดับต่ำ และ คาดการณ์การตั้งสำรองฯจะลดลงจากคุณภาพหนี้ที่ไม่เลวร้ายลง เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018 ที่ 640 ลบ. +38.8%Y-Y ราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงจึงเป็นโอกาส ซื้อสะสม โดยเราคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 19.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
กุมภาพันธ์
2018
INTUCH (BUY/18TP: 67.5), กำไรดีตาม ADVANC ปันผลสูงตาม THCOM
(views 26)
กำไรสุทธิ 4Q17 หดตาม THCOM แต่กำไรปกติดีตาม ADVANC INTUCH ประกาศกำไรปกติ 4Q17 ออกมาที่ 1,755 ลบ. -40.1% Q-Q, -31.5% Y-Y เนื่องจากถูกกดดันจากการตั้งด้อยค่าดาวเทียมของ THCOM กว่า 3,300 ลบ. อย่างไรก็ตามหากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรปกติ 4Q17 อยู่ที่ 3,114 ลบ. +6.8% Q-Q, +18% Y-Y จากผลการดำเนินงานของ ADVANC ที่เติบโตแข็งแกร่งซึ่งสะท้อนมาในส่วนของส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y ส่งผลให้กำไรปกติปี 2017 ของ INTUCH อยู่ที่ 11,981 ลบ. -6.1% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
06
กุมภาพันธ์
2018
ADVANC (BUY/18TP: 220), กำไร 4Q17 ใกล้เคียงคาด
(views 28)
กำไร 4Q17 แข็งแกร่งตามคาด ADVANC ประกาศกำไรปกติ 4Q17 ออกมาใกล้เคียงคาดที่ 7,679 ลบ. +3.4% Q-Q, +18.9% Y-Y และทำให้ทั้งปี 2017 มีกำไรปกติที่ 29,852 ลบ. -4.4% Y-Y รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ใน 4Q17 เติบโต 0.5% Q-Q และ 3.1% Y-Y ซึ่งชะลอตัวลงจากช่วง 9M17 โดย Net Add จะยังติดลบเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกันอีก 1.3 แสนราย แต่ชดเชยได้จาก ARPU ที่ปรับตัวขึ้น ส่วน Handset Margin ติดลบเพียง 0.6% จากเนื่องจากได้ประโยชน์จาก iPhone รุ่นใหม่ ขณะที่ฝั่งของต้นทุนโดยรวมยังปรับขึ้นตามการลงทุน อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายทางการตลาดลดลงค่อนข้างมีนัยยะซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในแง่การแข่งขันที่ดูจะผ่อนคลายลง ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวขึ้นเป็น 45.1% จาก 36.7% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
06
กุมภาพันธ์
2018
THANI (BUY/18TP: 11.8), กำไรจะสดใสอีกปีหนึ่ง
(views 22)
ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จาก ขาย และปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2018 ขึ้นเป็น 11.80 บาท อิง Justified PER 20 เท่า ทั้งนี้ภายหลังการประชุมกับผู้บริหาร เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 6.1% เป็น 1,425 ลบ. +26.6%Y-Y และเป็นระดับกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากประเด็นบวก 3 ประการ 1. ค่าใช้จ่ายสำรองทั่วไปเพื่อรองรับ IFRS 9 จะครบใน 1H18 2. CoF จะลดลงอีกในปีนี้จากการครบอายุของหุ้นกู้รุ่นเก่า คาด Refinance ใหม่ที่อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงราว 1.5% และ 3. แผน Write-off NPL อีกราว 50-100 ลบ. ในปีนี้ หรือคิดเป็น 3-6% ของ NPL ทั้งหมดจากที่ไม่เคย Write-off NPL มาก่อน ส่งผลดีต่อคุณภาพหนี้
อ่านเพิ่มเติม
06
กุมภาพันธ์
2018
EPG (BUY/19TP: 14), กำไร 3Q18 อาจแย่กว่าที่เคยคาดแต่จะเป็น bottom
(views 32)
แนวโน้มกำไร 3Q18 (ต.ค.-ธ.ค. 2017) ต่ำกว่าที่เคยคาดเพราะถูกกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าเร็ว ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น และการบริโภคที่ยังฟื้นไม่เต็มที่ โดยคาดกำไร -16% Q-Q, -26% Y-Y เหลือ 244 ล้านบาท ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอาจส่งผลต่อบริษัทอีกระยะ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบอาจยังกระทบต่อไปแต่ถ้าการจับจ่ายเร่งตัวขึ้น บริษัทจะสามารถผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มเข้าไปในราคาขาย ช่วยลดผลกระทบได้ และเมื่อการผลิตได้ Economy of scale จะช่วยบรรเทาต้นทุนคงที่ที่สูงได้ เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-19 ลงโดยปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลง และพบว่ากำไรในปี 2018 (สิ้นสุด มี.ค. 2018) ลดลง 16% Y-Y (เดิมคาด +5% Y-Y) แต่จะกลับมาฟื้นตัวในปี 2019 (สิ้นสุด มี.ค. 2019) คาด +30% Y-Y ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 14 บาทจาก 16 บาท ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
กุมภาพันธ์
2018
FSMART (BUY/18TP: 19.5), คาดกำไร 4Q17 ไม่ตื่นเต้น ปรับเป้าหมายลง แต่ยังมี Upside สูง
(views 37)
Flat Q-Q เพิ่ม 8.0% Y-Y จากค่าซ่อมบำรุงตู้เติมเงินมากเป็นพิเศษ ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มตามฤดูกาล และ 4Q16 มีเครดิตภาษี แต่ทั้งปีเราคงมองกำไรโตสูง 34% แม้โตลดลงจากฐานที่สูงขึ้น และปรับประมาณการปี 2018-2019 ลง 5-8% จากการปรับลดสมมุติฐานอัตราส่วนส่วนแบ่งรายได้ค่าบริการ ยังกำไรโต 21.5% และ 16.9% ตามลำดับ พร้อมปรับลดสมมุติฐาน L-T Growth เป็น 2.5% เพื่อ Conservative มากขึ้น ต่อปัจจัยเสี่ยงระยะยาวพฤติกรรมของผุ้ใช้บริการเติมเงินผ่านช่องทางใหม่ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะ Mobile App. ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ลดเหลือ 19.50 บาท จากเดิม 23.50 บาท (DCF) ราคาหุ้นยัง Laggard และมี Upside 33% รวมทั้งคาดปันผลงวด 2H17 หุ้นละ 0.31 บาท Yield 2.1% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
02
กุมภาพันธ์
2018
BBL (BUY/18TP: 244), ฐานทุนแกร่ง ฐานกำไรแข็งแรง
(views 43)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ผู้บริหาร BBL กล่าวถึงมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจในปี 2018 ในเชิงบวกมาก โดยคาดการณ์อัตราการเติบโตของ GDP ที่ 4.2% BBL ตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่สูงขึ้นมาที่ 5-6% ในปี 2018 เทียบกับ 3.2% ในปีก่อนหน้าและมากที่สุดในรอบ 5 ปี อย่างไรก็ตามธนาคารยังคงจำเป็นต้องรักษาระดับสำรองฯให้สูงเผื่อกฏเกณฑ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงในอนาคต (Basel และ มาตรฐานบัญชี) ทำให้เราปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายสำรองฯในประมาณการขึ้น แต่กระทบประมาณการกำไรไม่มากนัก เราคงคาดการณ์การเติบโตของกำไรยังโดดเด่นเมื่อเทียบแบงก์ใหญ่ด้วยกันที่ 11.5%Y-Y หรือราว 3.68 หมื่นลบ. คงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมที่ 244 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
กุมภาพันธ์
2018
ATP30 (18TP: 2.3), คาดกำไรทำ All Time High ต่อเนื่อง
(views 25)
แม้ 4Q17 จะเป็น Low Season จากการมีวันหยุดมาก แต่ถูกชดเชยด้วยรายได้จากการเช่ารถพิเศษตามงานร่าเริงที่เพิ่มขึ้น บวกกับมีการรับรู้รายได้จากการให้บริการ Autoliv และ SCCC ด้วยรถบัสรวม 28 คันเต็มไตรมาส ทำให้แนวโน้มกำไร 4Q17 คาดทำจุดสูงสุดใหม่ โตโดดเด่น +20% Q-Q, +190% Y-Y เป็น 10 ล้านบาท สำหรับปี 2018 เราคาด Momentum ของกำไรจะขยายตัวต่อเนื่องจากการเติบโตของลูกค้าในพอร์ต และจำนวนรถที่เพิ่มขึ้นอีก 20 คัน โดยเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 13% เป็น 40 ล้านบาท (+67% Y-Y) สะท้อนจำนวนรถที่ผ่อนและตัดค่าเสื่อมหมดที่มากกว่าคาด ทำให้ราคาเหมาะสมปรับขึ้นเป็น 2.30 บาทจากเดิม 2.00 บาท คงคำแนะนำซื้อ จากแนวโน้มกำไรที่คาดทำ All Time High ติดกันอย่างน้อย 2 ไตรมาส และในระยะยาว ได้รับประโยชน์โดยตรงจาก EEC
อ่านเพิ่มเติม
01
กุมภาพันธ์
2018
TCAP (HOLD/18TP: 55), กำไรจะเริ่มชะลอลงในปีนี้และปีหน้า
(views 29)
ผู้บริหารเปิดเผยเป้าหมายทางการเงินสำหรับปี 2018 โดยรวมธนาคารมองการเติบโตของสินเชื่อในเชิงรุกและคาดการณ์การเติบโตที่ > 5% สูงสุดในรอบ 6 ปี เราคาดว่า 2018 PPOP จะ +9%Y-Y แต่กำไรสุทธิน่าจะทรงตัวและชะลอตัวในปีนี้-ปีหน้า เนื่องจากการกลับมาจ่ายภาษีในอัตราปกติตั้งแต่ 2H18 และฐานกำไรจากเงินลงทุนที่สูงในปี 2017 เราคงราคาเหมาะสมที่ 55 บาท ราคาหุ้นเต็มมูลค่า แต่คาดการณ์ Final Dividend อีกราว 1.40 บาทต่อหุ้น หรือ Yield ราว 2.4% และปีละ 3.9% จึงแนะนำ ถือ หรือ Switch เป็น TISCO หรือ KKP ซึ่งเราคาดการณ์เงินปันผลต่อปีในอัตราที่สูงกว่าและคาดการณ์การเติบโตของกำไรมากกว่า TCAP ที่คาดการณ์จะเห็นการพักฐานของกำไรในปีนี้-ปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
01
กุมภาพันธ์
2018
THCOM (SELL/18TP: 11), ยังอยู่ในช่วงมรสุมชีวิต
(views 37)
กำไร 4Q17 ย่ำแย่อย่างมากจากการตั้งด้อยค่า THCOM ประกาศผลการดำเนินงาน 4Q17 ออกมาขาดทุนสุทธิ 3,190 ลบ. ลดลงอย่างมีนัยยะทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยมีการตั้งด้อยค่าดาวเทียม IPSTAR 3,309 ลบ. หากตัดรายการดังกล่าวออกกำไรปกติจะอยู่ที่ 115 ลบ. แม้จะฟื้นทั้ง Q-Q และ Y-Y แต่ยังเป็นระดับทีอ่อนแอมากเพราะในนั้นได้รวมรายการภาษีเงินได้รอตัดบัญชีที่เป็นบวกกว่า 500 ลบ. ซึ่งหากตัดออกผลการการดำเนินงานจะขาดทุนอย่างมีนัยยะ ซึ่งเป็นผลจากรายได้ที่หดตัวแรงจากการสูญเสียลูกค้า ขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ ส่งผลให้ปี 2017 พลิกมาขาดทุนสุทธิ 2,650 ลบ. ส่วนกำไรปกติอยู่ที่ 531 ลบ. -67.5% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2018
DTAC (SELL/18TP: 50), 4Q17 ดีกว่าคาดเพราะรายการภาษี // 2018 ยังดูน่าห่วง
(views 37)
กำไร 4Q17 ดีกว่าคาดเพราะผลประโยชน์ทางภาษี DTAC ประกาศกำไรปกติ 4Q17 ออกมาดีกว่าคาดที่ 565 ลบ. +19.9% Q-Q, +234.5% Y-Y แต่เป็นเพราะรายการผลประโยชน์ทางภาษีราว 250 ลบ. ขณะที่ในแง่การดำเนินงานเรามองว่ายังไม่ได้แข็งแกร่งนัก รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC แม้จะพลิกมาเติบโต 1.7% Q-Q และ 1.3% Y-Y แต่เรายังคงกังวลกับ Net Add ที่ยังติดลบถึง 4.5 แสนราย ขณะที่ต้นทุนโครงข่ายยังคงปรับตัวขึ้นตามการลงทุน ส่งผลให้ปี 2017 มีกำไรปกติ 1,987 ลบ. หดตัวติดต่อกันเป็นปีที่ 4 อีก 21.8% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2018
SAPPE (BUY/18TP: 38), คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ 1Q18 เป็นต้นไป
(views 29)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะไม่สดใสนักคาดลดลง Q-Q เพราะเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ แต่ในแง่กำไรปกติ (ไม่รวม FX Gain ในปีก่อน) คาดเห็นการเติบโต Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำของทั้งการขายในประเทศและการส่งออก จึงคาดรายได้จะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง รวมถึงค่าใช้จ่ายน่าจะปรับลดลง Y-Y จากฐานที่สูงในปีก่อน สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของอัตรากำไรขั้นต้นที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าได้ โดยคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะจบลงเพียงการทรงตัวจากปีก่อนหน้า และคาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 22.6% Y-Y จากการฟื้นตัวของธุรกิจในประเทศ ตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และการเน้นธุรกิจส่งออกมากขึ้น ทั้งตลาดใหม่ และตลาดเดิมที่มีศักยภาพ ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้นอีกครั้ง เรายังคงราคาเป้าหมายเท่ากับ 38 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) ยังมี Upside 30% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2018
WP (18TP: 8.5), โอกาสเติบโตมีอีกมากในตลาดต่างประเทศ
(views 34)
การทยอยปรับโครงสร้างราคา LPG ในประเทศทำให้ผู้บริโภคทั้งในภาคขนส่งและครัวเรือนปรับพฤติกรรมการใช้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนเชื่อว่าความต้องการใช้ก๊าซ LPG โดยรวมจะไม่ต่ำกว่าปีก่อน แม้ว่าการใช้งานในภาคขนส่งมีโอกาสลดลงอีก แต่จะชดเชยด้วยภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรมที่ขยายตัวต่อเนื่อง เป็นบวกต่อ WP ที่พึ่งพาลูกค้าสองกลุ่มดังกล่าวเกือบ 60% ของยอดขายและมีส่วนแบ่งตลาดสูงในทั้งสองกลุ่ม แต่เรามองว่าการเติบโตของ WP อยู่ที่ตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านและในภูมิภาค ขณะที่ผลกระทบจากการเปิดเสรีก๊าซ LPG ทั้งระบบ มีจำกัดจากการเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่มีความพร้อมในการจัดหาวัตถุดิบและการแข่งขัน เราคาดกำไรสุทธิปี 2017-19 เติบโต 213.6%, 20.5% และ 7.7% ตามลำดับ ประเมินราคาเป้าหมาย 8.50 บาทอิง EV/EVITDA 12 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2018
ABM (IPO/18TP: 2.26), หนึ่งในผู้นำธุรกิจจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลในไทยและเอเชีย
(views 174)
หมายเหตุ : บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน) ที่เสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)
ABM เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านการจัดหา ขนส่ง และจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลของไทยและในเอเชีย ที่มีศักยภาพการเติบโตจากแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานทดแทนของโลกเพิ่มต่อเนื่อง คาดว่ากำไรปกติในปี 2018 จะโตสูง เท่าตัวจากปีก่อน (แต่ EPS-fully diluted โต 54.6%) จากรายได้จากการขายเพิ่ม 20.7% หนุนโดยปริมาณขายเพิ่ม จากปริมาณขายกะลาปาล์มทั้งในและต่างประเทศเพิ่ม หลังปีก่อนได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ และความต้องการของลูกค้าโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มมาก เราประเมินราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2018 (หลังเพิ่มทุน) ที่ 2.26 บาท โดยวิธี PE Relative ที่ 19 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2018
GLOBAL (BUY/18TP: 19), SSSG พลิกเป็นบวกแล้ว กำไรจะกลับมาโตตั้งแต่ 1Q18
(views 30)
มองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วในปี 2017 โดยคาดกำไรสุทธิ 4Q17 จะไม่ตื่นเต้นนัก คาดโตเล็กน้อย 5.2% ทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะปกติ 2H มักเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ แต่เราเริ่มเห็นการฟื้นตัวจาก SSSG ที่คาดจะพลิกกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส ตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ ซึ่งคาดกำไรสุทธิจะกลับมาเติบโตดีอีกครั้งตั้งแต่ 1Q18 เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีเปิดสาขาใหม่ในปี 2017 ที่ 9 แห่ง ซึ่งมากกว่าคาดการณ์ของเรา ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2018 รวมถึงยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องราว 7-8 แห่งในปีนี้ และคาดเห็นสาขาแรกที่กัมพูชาอย่างเร็วใน 2Q18 นี้ เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะลดลงเล็กน้อยราว 3.2% Y-Y และปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ราว 3.4% เพื่อสะท้อนสาขาใหม่ที่เปิดในปี 2017 มากกว่าคาด เป็นการเติบโตราว 27.2% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเล็กน้อยเป็น 19 บาท จากเดิม 18 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมา ทำให้มี Upside 11.8% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ทยอยซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2018
SAWAD (HOLD/18TP: 68), โครงสร้างใหม่ หัวใจเดิม
(views 30)
เราคาดการณ์กำไร 4Q17 ของ SAWAD จะอยู่ที่ราว 529 ลบ. -15%Q-Q และ -13%Y-Y โดยคาดว่า SAWAD น่าจะมีการตั้งสำรองฯสูงขึ้น และคาดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะชะลอตัวเนื่องจากผลของการปรับโครงสร้างสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น บนประมาณการกำไร 4Q17 ดังกล่าว ส่งผลให้เราขยับประมาณการกำไรปี 2017 ขึ้น 7% มาอยู่ที่ 2.47 พันลบ. +23%Y-Y แนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2018 เราคาดว่าจะเห็นการเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจอีกครั้ง การเติบโตของสินเชื่อจะมีโฟกัสหลักที่ BFIT และ SAWAD น่าจะเป็นขยับถือหุ้นมากขึ้นและขึ้นมาเป็นกลุ่มการเงินภายใต้การกำกับดูแลของธปท. แต่เราเชื่อว่าการเติบโตทั้งกลุ่มยังอยู่ในระดับดีที่ราว 30% เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 3 พันลบ. +22.65%Y-Y และคงราคาเหมาะสมที่ 68 บาท แนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2018
TMB (BUY/18TP: 3.3), โมเมนตัมของกำไรเติบโตได้จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย
(views 42)
ปรับคำแนะนำจาก ถือ เป็น ซื้อ ราคาหุ้น TMB ปรับฐานจนมี Upside ที่น่าสนใจขึ้น เราคาดว่าแนวโน้มกำไรยังเป็นโมเมนตัมที่ดี และเราคาด ROE จะปรับขึ้นสู่ 12% จาก 10% ในปี 2017 ตามแผน 5 ปีของธนาคารมีเป็นเชิงรุกต่อการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยผ่านช่องทาง Digital และการ Cross sell ในฐานลูกค้ารายย่อยที่เพิ่มขึ้น เราคาดว่ากำไรปี 2018 จะฟื้นตัวขึ้น 16%Y-Y มาอยู่ที่ราว 1 หมื่นลบ. โดยปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม, การเติบโตของสินเชื่อและการตั้งสำรองฯที่ผ่อนคลายลง คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 3.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2018
ORI (BUY/18TP: 27), ม้ามืดตัวใหม่แห่งวงการอสังหา
(views 20)
เรามีมุมมองบวกกับแผนการเปิดโครงการใหม่เชิงรุกอย่างชัดเจนในปี 2018 จำนวน 14 โครงการ มูลค่ารวม 3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปีก่อน โดยหันมาจับตลาดบนย่าน CBD มากขึ้น พร้อมผลักดันยอด Presales ให้ขยายตัว 36% Y-Y เป็น 2 หมื่นล้านบาท ขณะที่ไฮไลท์สำคัญคือ การเปิดตัวโครงการ Mixed-use 3 แห่งใจกลางเมือง ช่วยยกระดับสู่กลุ่มลูกค้าบน และต่อยอดในธุรกิจ Recurring Income หนุนรายได้ที่สม่ำเสมอ และกระจายความเสี่ยงได้ดี โดยเราคงคาดกำไรสุทธิปี 2017 โตก้าวกระโดด +231% Y-Y และโตต่อในอัตราสูงถึง +43% Y-Y ในปีนี้ จาก Backlog สิ้นปีก่อนที่สูงถึง 2.7 หมื่นล้านบาท รองรับรายได้ปี 2018 ไปแล้วกว่า 78% คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมที่ 27 บาท จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม และมี Catalyst บวกระยะสั้นจากกำไร 4Q17 ที่ทำจุดสูงสุดใหม่
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2018
TPCH (BUY/18TP: 20), คาดกำไรสุทธิ 4Q17 โตแรง Q-Q
(views 58)
คาดกำไรสุทธิ 4Q17 โต 1.8 เท่าตัว Q-Q จากไตรมาสก่อนมีค่าใช้จ่ายพิเศษเยอะ กำไรปกติโต 10.4% Q-Q, 5.0% Y-Y % จากโรงไฟฟ้า PGP เดินเครื่องได้มากขึ้นหลัง COD ต้นไตรมาสก่อน และการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าใหม่ แม้ Gross Margin ลดลง Y-Y จากต้นทุนจัดการโรงไฟฟ้าและค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่ม ทั้งปี คงคาดกำไรสุทธิ Flat Y-Y แต่กำไรปกติโต 29 % Y-Y ราคาหุ้นยัง Underperform สะท้อนกำไรปีก่อนที่พลาดเป้าของตลาด แต่คาดกำไรปกติปี 2018-2019 สดใสขึ้น คาด PE ปี 18 จะลดลงเหลือ 16x และ 11x คงคำแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2018
ICHI (HOLD/18TP: 9.7), กำไรสุทธิ 4Q17 ยังไม่ตื่นเต้น คาดจะกลับมาโตมากขึ้นในปี 2018
(views 21)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q17 จะกลับมาฟื้นตัวเล็กน้อย Q-Q แต่คาดจะต้องมีการตั้งด้อยค่าความนิยมแบรนด์ไบเล่ต่อเนื่อง รวมถึงคาดจะรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจที่อินโดนีเซียสูงขึ้น จึงคาดกำไรสุทธิ 4Q17 จะลดลง Q-Q แต่จะพลิกจากที่ขาดทุนในปีก่อน และคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะจบลงด้วยการลดลงจากปีก่อนราว 25.8% เป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ประสบเหตุน้ำท่วมหนักในปี 2011 และคาดกำไรสุทธิจะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 98.7% Y-Y เป็น 543 ล้านบาท แม้จะประสบความสำเร็จจากการรุกตลาดส่งออก จนมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็วมาอยู่ที่ 22% ของรายได้รวม แต่เรายังไม่คิดว่ากำไรจะกลับมาสดใสสู่ระดับพันล้านบาทอย่างที่เคยทำได้ในปี 2014 ภายในระยะเวลา 1-2 ปีนี้ เพราะรายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากในประเทศ ที่แนวโน้มยังไม่สดใส อย่างไรก็ตาม เรามองว่าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะกลับมามีกำไรที่ดีขึ้น เราจึงปรับเพิ่ม PE จาก 20 เท่า เป็น 23 เท่า ให้เท่ากับค่าเฉลี่ยของกลุ่มเครื่องดื่ม นำไปสู่การปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 9.7 บาท จากเดิม 8.4 บาท มี Upside 4.9% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
26
มกราคม
2018
AMATA (BUY/18TP: 30), กำไรชะลอตัวในระยะสั้น แต่ระยะยาวรับอานิสงส์เต็มที่จาก EEC
(views 49)
แนวโน้มกำไร 4Q17 ชะลอทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะลูกค้าบางส่วนยังต้องการรอความชัดเจนของ กม. EEC ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายใน 1Q18 แต่ก็น่าจะทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2017 โตได้ 17% Y-Y เราคาดกำไรโตต่อเนื่อง 18% Y-Y ในปี 2018 จาก Backlog ที่มีเกือบ 2 พันล้านบาท การ COD ของโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริมเพาเวอร์ การโอนที่ดินที่นิคมฯในเวียดนามที่กลับสู่ปกติหลังปัญหาที่ดินคลี่คลาย และอานิสงส์ที่จะได้จากนโยบาย EEC ซึ่งบริษัทมีพื้นที่พร้อมขายกว่า 1 หมื่นไร่ในระยองและชลบุรี เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 30 บาทจาก 27 บาทจากการปรับ PE ขึ้นสะท้อนการเติบโตที่สดใสในระยะยาว ยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
มกราคม
2018
FN (BUY/18TP: 5.6), เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวใน 4Q17
(views 21)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะฟื้นตัวเติบโต Q-Q เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส แม้ SSSG จะยังติดลบต่อเนื่อง แต่เริ่มติดลบน้อยลง กอปรกับเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และผลตอบรับที่ดีของการเปิดสาขาแห่งใหม่ที่ฉะเชิงเทรา ทั้งนี้หากพิจารณาเป็นรายเดือน บริษัทเริ่มเห็น SSSG พลิกเป็นบวกในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่จะกลับมาดีขึ้นในปีนี้ และยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 แห่ง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาเปิดสาขาแรกในกทม.หรือปริมณฑล เราคาดผ่านกำไรต่ำสุดแล้วในปี 2017 ซึ่งน่าจะจบที่ 86 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 44.3% และคาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 74.5% Y-Y ยังคงราคาเป้าหมาย 5.6 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมาทำให้มี Upside ราว 10% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
มกราคม
2018
FTE (BUY/18TP: 5), FTE เริ่มน่าสนใจจาก New Project และ Dividend Yield
(views 36)
หลังจากเราได้เข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรามีมุมมองเชิงบวกกับ FTE มากขึ้นใน 3 ประเด็น คือ (1) โอกาสการได้งานวางระบบดับเพลิงในโครงการใหม่ๆ ทั้งโรงไฟฟ้าของรัฐวิสาหกิจและเอกชน รวมถึงโครงการแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ มูลค่ารวมกันราว 1 พันล้านบาท (2) ได้ประโยชน์จากการแข็งค่าของเงินบาทในระยะนี้อย่างมาก เพราะต้นทุนสินค้าราว 70% นำเข้าจากต่างประเทศ โดยทุก 1% ที่แข็งค่า จะเป็นบวกกับกำไรสุทธิ 4% เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 +45% Y-Y และ +16% Y-Y ในปี 2018 (3) แนวโน้มการจ่ายปันผลที่มากกว่าคาด จากผลประกอบการที่ดีและแผนการลงทุนที่ใช้เงินน้อยลง โดยเราคาด Dividend Yield เฉพาะ 2H17 จะสูงถึง 4% ส่วน PE2018 ยังต่ำเพียง 13 เท่า และ PEG เทียบการเติบโตของกำไรปี 2019-2021 อยู่ที่ 0.7 เท่า แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 5 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
มกราคม
2018
SCC (BUY/18TP: 580), กำไรเป็นไปตามคาด
(views 33)
กำไร 4Q17 ที่ไม่แย่ไปกว่าคาด ควรทำให้ตลาดคลายกังวลได้ กำไรสุทธิ 4Q17 ที่ทำได้ 12,567 ล้านบาท (+6.2% Q-Q, +0.7% Y-Y) และทั้งปีที่ 55,041 ล้านบาท -2% Y-Y เป็นไปตามเราและตลาดคาด ซึ่งเป็นกำไรที่ไม่ดีนักเพราะราคาต้นทุน Naphtha ที่ปรับขึ้นเร็วตามราคาน้ำมันดิบและการหยุดผลิตกะทันหันของแหล่งก๊าซธรรมชาติและโรงกลั่นในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาขายปรับขึ้นน้อยกว่า ทำให้ Spread ของ HDPE-Naphtha ลดลงเหลือ US$656/ตัน (-2% Q-Q, -4% Y-Y) และ PP-Naphtha เหลือ US$625/ตัน (-8% Q-Q, -2% Y-Y) นอกจากนี้ ตลาดปูนซีเมนต์ยังซบเซา มีเพียงธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (19% ของรายได้รวม) ที่ขับเคลื่อนผลประกอบการ แต่ EBITDA โดยรวมยังแข็งแกร่ง ประกอบกับนักวิเคราะห์ได้สื่อสารให้นักลงทุนรับทราบก่อนหน้านี้แล้ว ถือว่าราคาหุ้นได้สะท้อนข่าวลบไปแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
25
มกราคม
2018
CHG (BUY/18TP: 2.5), โมเมนตัมกำไรอยู่ในช่วงเร่งตัว
(views 29)
โมเมนตามการเติบโตของกำไร CHG คาดว่าอยู่ในช่วงเร่งตัว โดยกำไรปกติ 4Q17 คาดว่าจะเติบโต 8.6% Y-Y และส่งผลให้ทั้งปี 2017 เติบโต 3.2% Y-Y ขณะที่ปี 2018 แม้เราจะปรับลดประมาณการลงเล็กน้อยราว 5% แต่คาดว่ายังคงเติบโตในอัตราเร่ง +11.6% Y-Y ตามทิศทางเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศที่ดีขึ้น รวมถึงอานิสงส์เชิงบวกจากการเพิ่มเงินของสำนักงานประกันสังคมเต็มปี เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 2.50 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวลงค่อนข้างมากส่วนทางกับแนวโน้มกำไรที่กลับมาเป็นขาขึ้น เราจึงมองเป็นจังหวะในการเข้า “ซื้อ” อีกครั้ง และเป็นโรงพยาบาลที่ได้ประโยชน์สูงสุดจาก EEC
อ่านเพิ่มเติม
25
มกราคม
2018
CPF (HOLD/18TP: 32), คาดผลงานหลัก 4Q17 ไม่สดใส และจะต่อเนื่องไปใน 1Q18
(views 29)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะลดลง Q-Q และโตเล็กน้อย Y-Y แต่หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุน คาดมีผลการดำเนินงานหลักอาจแย่ถึงขั้นขาดทุน แม้จะยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก CPALL เติบโตต่อเนื่อง แต่อาจไม่ครอบคลุมผลขาดทุนของธุรกิจหมูทั้งในไทยและเวียดนามได้ ในขณะที่ธุรกิจไก่เป็นช่วง Low Season และราคาไก่ในประเทศปรับลดลงเข้าสู่ระดับต้นทุนการเลี้ยงพอดี เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ทำได้เพียงทรงตัว Y-Y และคาดจะกลับมาเติบโตเล็กน้อยราว 8.5% Y-Y ในปี 2018 โดยคาดธุรกิจหมูจะกลับมามีกำไรอีกครั้งในช่วงปลาย 2Q18 ภายหลังราคาหมูในไทยและเวียดนามฟื้นตัว แม้เรายังคงราคาเป้าหมาย 32 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แต่ระยะสั้น แนวโน้มผลการดำเนินงานหลักน่าจะอ่อนแอต่อเนื่องใน 1Q18 เป็นอย่างน้อย เราจึงแนะนำเพียง ถือ
อ่านเพิ่มเติม
25
มกราคม
2018
THMUI (BUY/18TP: 3.1), คาดกำไรปี 2017-18 โตสูง จากงานก่อสร้างฟื้นและเปิดตลาดใหม่
(views 26)
เราแนะนำซื้อ THMUI ราคาเป้าหมาย 3.10 บาท แม้คาดผลประกอบการ 4Q17 ชะลอตัว แต่ทั้งปี 2017 ยังโตสูง 73% Y-Y และคาดโตแรงต่อเนื่อง 61% Y-Y อยู่ที่ 53 ล้านบาทในปี 2018 แรงหนุนอยู่ที่ (1) การขยายตัวของรายได้ที่จะโดดเด่น 25% Y-Y จากความต้องการลวดสลิงที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มก่อสร้างและพลังงาน รวมถึงการเริ่มขยายตลาดใหม่ในกลุ่ม AEC ซึ่ง THMUI ยังได้สิทธิขายในบางแบรนด์แต่เพียงผู้เดียว (2) ได้ประโยชน์จากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เพราะต้นทุน 50-60% เป็นการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ แต่ขายในประเทศเกือบทั้งหมด ซึ่งเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทุก 1% จะเป็นบวกกับกำไรสุทธิ 5% ส่วนในแง่ของ Valuation ถือว่ายังไม่แพง โดย PE2018 อยู่ที่ 13 เท่า PEG ต่ำเพียง 0.4 เท่า และคาด Dividend Yield สูง 4-5% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2018
BJC (T-BUY/18TP: 64), คาดกำไร 4Q17 ทำจุดสูงสุดใหม่ และจะโตโดดเด่นต่อในปีนี้
(views 37)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะเติบโตต่อเนื่องทั้ง Q-Q และ Y-Y หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนใน 3Q16 เราคาดกำไรปกติ 4Q17 จะสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยทำได้ดีทั้งธุรกิจค้าปลีก หรือ BIGC ที่คาดมี SSSG เป็นบวกต่อเนื่อง และธุรกิจ Packaging ที่สามารถ Run เตาใหม่แห่งที่ 4 ได้เกือบเต็มกำลังการผลิตทันทีที่เริ่ม Operate รวมถึงธุรกิจ Consumer ที่ฟื้นตัวได้ดีตามกำลังซื้อ และธุรกิจ Healthcare ที่จะทำจุดสูงสุดของปีเพราะเป็น High Season ตามการเบิกจ่ายของภาครัฐ ทำให้เราคาดกำไรสุทธิทั้งปี 2017 จะเติบโตราว 21.9% Y-Y และคาดจะเติบโตต่อเนื่องอย่างโดดเด่นในปี 2018 ราว 57.5% Y-Y นอกจากการเติบโตตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และการขยายธุรกิจทั้งในแง่สาขาใหม่ของ BIGC และกำลังขยายเตาแก้วใหม่แห่งที่ 5 แล้ว คาดจะปรับโครงสร้างภาษีได้แล้วเสร็จ ซึ่งจะทำให้เกิดการกลับรายการภาษีก้อนใหญ่ ในปีนี้ เรายังคงราคาเป้าหมายที่ 64 บาท (อิง DCF) มี Upside 9.4% เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อเก็งกำไรจากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2018
ROBINS (BUY/18TP: 85), คาดกำไรปกติ 4Q17 จะทำจุดสูงสุดใหม่
(views 35)
แม้แนวโน้ม SSSG ใน 4Q17 อาจจะติดลบต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 เราคาดไว้ราว -2% Y-Y แต่ด้วยการรับรู้รายได้จากสาขาใหม่ การปรับ Product Mix ได้ดี และมีรายได้ค่าเช่าเติบโตต่อเนื่อง คาดกำไรปกติ 4Q17 จะทำจุดสูงสุดใหม่ ซึ่งเติบโตดี 38.3% Q-Q และ 9.6% Y-Y คาดทำให้กำไรปกติปี 2017 เติบโตเล็กน้อยราว 7.4% Y-Y และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตได้มากขึ้นในปีนี้ ภายหลังจากกำลังซื้อในประเทศฟื้นตัว และยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ในรูปแบบ Lifestyle Center ต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ค่าเช่าอีกส่วนหนึ่ง รวมถึงน่าจะได้เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นของอัตรากำไร จากการเน้นปรับ Product Mix และใกล้จบการทำ Stock Clearance ภายใน 1H18 นี้ เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 จะเติบโตราว 15.1% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 85 บาท (DCF) ยังมี Upside 13.7% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2018
ZIGA (SELL/18TP: 5.5), ปรับลดประมาณการและราคาเป้าหมายลง และแนะนำเปลี่ยนตัว
(views 39)
ด้วยต้นทุนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่ราคาขายยังไม่สามารถขยับขึ้นตามได้ทัน อีกทั้งช่องทางขายยังถูกจำกัดอยู่กับตัวแทน 3-4 รายเดิม และการเพิ่มสินค้าใหม่ยังใช้เวลาในการทำตลาด เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017-2018 ลง 30-32% จากคาดการณ์เดิม ส่วนแนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 คาด เพิ่มขึ้น 2% Q-Q และ 38% Y-Y อยู่ที่ 39 ล้านบาท จากปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season แต่กำไรทั้งปี 2017 ยังลดลง 30% Y-Y ก่อนจะกลับมาเพิ่มขึ้น 12% Y-Y ในปีนี้ตามการฟื้นตัวของการก่อสร้าง ซึ่งยังไม่ดีเท่ากับที่ ZIGA เคยทำได้ในปี 2016 และด้วยราคาปัจจุบันที่คิดเป็น PE2018 ราว 15 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มวัสดุก่อสร้าง กอปรกับ ผลจากการปรับลดประมาณการลง ทำให้ราคาเป้าหมายลดเหลือ 5.50 บาท (จาก 10.90 บาท) ไม่มี Upside พอให้ซื้อ เราจึงปรับลดคำแนะนำลงจากซื้อเป็นถือ หรือเปลี่ยนไปลงทุนใน ARROW แทน
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2018
KKP (HOLD/18TP: 85), กำไรปีนี้คาดการณ์ชะลอตัว แต่ปันผลยังพอจูงใจ
(views 54)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหารเปิดเผยเป้าหมายทางการเงินในปี 2018 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ไม่ได้ท้าทายเกินไป โดยเป้าการเติบโตของสินเชื่อที่ 10% แต่ทิศทาง Loan spread ชะลอตัวลงจากปี 2017 เนื่องจากธนาคารโฟกัสกลุ่มสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งผลตอบแทนอาจจะน้อยกว่าสินเชื่อเช่าซื้อเดิม แม้กระนั้นเราเชื่อว่า Loan spread ในประมาณการของเรายังดีกว่ากลุ่มที่ราว 5% เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018 ที่ 6 พันลบ. +5.1%Y-Y ปัจจัยขับเคลื่อนมาจากการขยายตัวของสินเชื่อและการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมโดยเฉพาะธุรกิจตลาดทุนและด้าน IB ที่จะมีรายการใหญ่เกิดขึ้นในปี 2018 ประมาณการยังไม่รวม Upside จากกำไรและรายได้การขายสินทรัพย์ SAM ซึ่งอาจเกิดขึ้นหากเศรษฐกิจดีขึ้นตามคาด คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 85 บาท คงคำแนะนำ ถือ คาดการณ์เงินปันผลสำหรับ 2H17 อีกหุ้นละ 4 บาท Dividend Yield ส่วนที่เหลืออีก 4.8% โดยได้รับแรงหนุนจากเงินกองทุนที่แข็งแกร่งที่ระดับเกือบ 18%
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2018
KTB (BUY/18TP: 22), กำไร 4Q17 น่าผิดหวัง
(views 33)
กำไร 4Q17 น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดเพราะ คชจ. สำรองที่สูงขึ้น KTB รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 4.82 พันลบ. ลดลง 18%Q-Q และ 35%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดไว้ราว 15-20% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญสูงกว่าที่คาดไว้ โดยในไตรมาสนี้ KTB มีค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ 1.36 หมื่นลบ. +37%Q-Q และ +44%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 2.8% สูงใกล้เคียงกับ 2Q17 ที่มีการตั้งสำรองฯ EARTH แต่ครั้งนี้เป็นการตั้งสำรองฯเพื่อรองรับการตัดหนี้สูญ และอีกส่วนใช้เป็นสำรองทั่วไปรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ สังเกตว่า Coverage ratio ไตรมาสนี้สูงเป็น 121.7% จาก 115% ใน 3Q17 แต่ใกล้เคียงกับปี 2016 หากไม่นับเงินสำรองฯดังกล่าว PPOP ดีกว่าที่คาดไว้โดยเพิ่มขึ้น 12.5%Q-Q และ 3.5%Y-Y เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอื่น
กำไรปี 2017 อยู่ที่ 2.2 หมื่นลบ. -30.5%Y-Y เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่สูงขึ้น และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวลงตามปริมาณเงินให้สินเชื่อที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2018
SCB (HOLD/18TP: 160), SCB กับเป้าหมาย 3 ปี ผ่านกลยุทธ Upside Down
(views 56)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหารสร้างความฮือฮาให้กับตลาดและค่อนข้างเซอร์ไพรส์เราผ่านกลยุทธ Upside Down หรือ กลับหัวตีลังกา ซึ่งจะทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของระบบธนาคารอย่างมีนัยสำคัญในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยเน้นการเดินหน้าสู่ Digital Banking การทำธุรกรรมผ่านสาขาน้อยลง และปรับเปลี่ยนเป็น Service center และ Business Center รวมถึงการปรับรูปแบบการทำธุรกิจเป็น Banking Platform กระบวนการดังกล่าวทำให้ต้นทุนการดำเนินงานจะลดลงอย่างมากหลังเสร็จสิ้นกระบวนการโดยผ่านการลดสาขาลงเหลือเพียง 1 ใน 4 และลดจำนวนพนักงานลงครึ่งหนึ่ง เรามองเป็นบวกต่อแนวทางดังกล่าว ต่อการเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ในระยะสั้นผลการดำเนินงานจะยังได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการลงทุนระบบ IT เราจึงประมาณการกำไรและราคาเหมาะสมที่ 160 บาท คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2018
TKN (BUY/18TP: 24), คาดกำไร 4Q17 จะฟื้นตัวต่อเนื่อง และจะโตดีมากขึ้นในปี 2018
(views 75)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะเติบโตดี Q-Q จากทั้งปัจจัยฤดูกาล และการทยอยเพิ่มการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ แต่ในแง่ Y-Y น่าจะยังปรับลดลง เพราะต้นทุนสาหร่ายที่ปรับขึ้น และโรงงานใหม่ยังไม่ได้ Economies of Scale ทั้งนี้เรามีปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 - 2018 ลง 3% และ 8% จากการเพิ่มการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ช้ากว่าคาด และการขยายกำลังการผลิตเฟส 3 จะเกิดขึ้นในช่วง 2H18 ซึ่งช้ากว่าที่เราเคยคาดว่าจะเกิดใน 1Q18 กอปรกับได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะลดลง 16.7% Y-Y และจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 42.6% Y-Y จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ และการขยายตลาดส่งออก รวมถึงแนวโน้มการปรับลดลงของต้นทุนวัตถุดิบสาหร่าย และจะเริ่มรับรู้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางภาษี BOI ตั้งแต่ 1Q18 เป็นต้นไป ทั้งนี้จากการปรับลดกำไร นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 24 บาท จากเดิม 27 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 17% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2018
KBANK (BUY/18TP: 264), ความผิดหวังเป็นโอกาสซื้อ
(views 67)
แม้ว่า KBANK จะรายงานกำไรปี 2017 เป็นที่น่าผิดหวังสำหรับเราและตลาด แต่เราคาดว่าค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่เพิ่มขึ้นอย่างมากใน 4Q17 นั้นจะเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว และ KBANK กำลังก้าวเข้าสู่วงจรขาขึ้นของเศรษฐกิจรอบใหม่โดยไม่มีความกังวลต่อภาระสำรองฯที่เกินปกติอีกต่อไป เราคาดว่าอัตราการตั้งสำรองฯจะลดลงในปี 2018 และจะทำให้กำไรทุกๆไตรมาสในปี 2018 มีการเติบโต Y-Y ตลอดทั้งปี เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 4.08 หมื่นลบ. +18.8%Y-Y คงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมที่ 264 บาท
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2018
M (BUY/18TP: 100), คาด SSSG 4Q17 จะเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดฯ
(views 34)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 น่าจะเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y และทำจุดสูงสุดใหม่ ส่วนหนึ่งมาจากช่วง High Season ของธุรกิจ และได้รับผลบวกจากมาตรการช้อปช่วยชาติ ช่วยหนุนให้ SSSG เติบโต 5% Y-Y มากสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดฯในปี 2013 กอปรกับเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง รวมสาขาใหม่ทั้งปีที่ 31 แห่ง คาดกำไรสุทธิปี 2017 จะเติบโต 21.8% Y-Y และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2018 ราว 23.2% Y-Y จากทั้งการเติบโตตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ โดยคาด SSSG จะเป็นบวกได้ต่อเนื่อง และมีเป้าหมายเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ราว 40-50 แห่ง แม้เริ่มเห็นราคาเป็ดปรับตัวสูงขึ้น แต่ได้รับการชดเชยจากการปรับลงที่ค่อนข้างมากของราคาหมู และบริษัทสามารถปรับขึ้นราคาอาหาร เพื่อสะท้อนต้นทุนหรือค่าใช้จ่าย (อาหาร แรงงาน และค่าเช่า) ที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ จึงคาดบริษัทจะยังรักษาความสามารถทำกำไรได้ดีต่อเนื่อง ยังคงราคาเป้าหมายที่ 100 บาท (อิง PE เดิม 30 เท่า) ยังมี Upside 18.3% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2018
KKP (HOLD/18TP: 85), กำไร 4Q17 น้อยกว่าคาด
(views 63)
กำไร 4Q17 น้อยกว่าที่คาดไว้ KKP รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 1.3 พันลบ. ลดลง 24.3%Q-Q และ 10%Y-Y น้อยกว่าที่เราคาด เกิดจาก 1. ผลขาดทุนจากสินทรัพย์รอการขายและการปรับมูลค่าทรัพย์สินรอการขายเกิดขึ้นจำนวน 300 ลบ. เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่มีอยู่ที่เพียง 83 ลบ. และ 2.ค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้น +49%Q-Q, +3%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาด โฆษณาและประชาสัมพันธ์ ธนาคารมีการตั้งสำรองหนี้สูญฯลดลง 13.8%Q-Q และ 35%Y-Y อยู่ที่เพียง 65 ลบ. คิดเป็น 0.14% ของสินเชื่อรวม และทั้งปีมี Credit cost ที่เพียง 0.41% ธนาคารยืนยันว่าระดับดังกล่าวเพียงพอต่อมาตรฐานบัญชีใหม่และสอดคล้องกับคุณภาพสินทรัพย์ในปัจจุบัน
กำไรสุทธิปี 2017 อยู่ที่ 5,737 ลบ. +3.4%Y-Y สาเหตุหลักเกิดจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่ลดลง 67%Y-Y ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานชะลอตัวลงราว 2%Y-Y ซึ่งเกิดจากมีกำไรจากการขาย NPA ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2018
PT (BUY/18TP: 8.8), กำไรสุทธิ 4Q17 มีแนวโน้มทำได้ดีกว่าคาด
(views 30)
กำไรสุทธิ 4Q17 มีแนวโน้มออกมาดีกว่าคาดการณ์เดิม จากการส่งมอบงานให้กับลูกค้ากลุ่มสถาบันการเงินได้มากกว่าคาด โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 57% Q-Q และ 8% Y-Y อยู่ที่ 73 ล้านบาท หนุนให้กำไรสุทธิปี 2017 ทำจุดสูงสุดใหม่ตั้งแต่เข้าตลาดมา ขณะที่ แนวโน้มปี 2018 คาดว่าจะโตต่อเนื่องอีก 10% Y-Y จากการเร่งลงทุนด้านดิจิทัลของกลุ่มสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่ PT มีความถนัดมากที่สุด ราคาปัจจุบันคิดเป็น PE2018 เพียง 9.9 เท่า ต่ำกว่าทั้งค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 13 เท่า และค่าเฉลี่ยกลุ่ม SI ที่ 17 เท่า ทั้งที่สามารถสร้างอัตรากำไรสุทธิและ ROE ได้สูงกว่ากลุ่ม แถมมีปันผลสม่ำเสมอ 4-5% ต่อปี ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 8.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2018
TCAP (SELL/18TP: 55), กำไร 4Q17 ดีตามคาด แต่ NPL ที่ปรับขึ้นอาจต้องตามมอนิเตอร์
(views 24)
กำไร 4Q17 เป็นไปตามที่คาด TCAP รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 1,935 ลบ. เพิ่มขึ้น +8.2%Q-Q และ +14.3%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดไว้และเป็นอัตราการเติบโตที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม (เติบโต Q-Q) เนื่องจาก 1. กำไรจากเงินลงทุนเป็นจำนวน 780 ลบ. +33%Q-Q, +309%Y-Y ซึ่งเกิดจากการขายหุ้น MBK จำนวนรวม 35.5 ล้านหุ้น (ขายระหว่างวันที่ 28 ก.ย. – 9 ต.ค.) 2. ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด โดยลดลง 11.5%Q-Q และ 15%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นการปรับลงของค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายอื่น ทั้งนี้เพื่อชดเชยกับค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ +37%Q-Q และ +71%Y-Y รองรับ NPL ที่สูงขึ้นในไตรมาสนี้
กำไรสุทธิปี 2017 อยู่ที่ 7 พันลบ. +16.4%Y-Y สาเหตุหลักเกิดจากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง, กำไรจากเงินลงทุนสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลง