บทวิเคราะห์รายบริษัท

28
มกราคม
2020
KKP (BUY/20TP: 75), ปี 2020 ทิศทางดีกว่าปีก่อน
(views 3)
การประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหาร KKP ได้ให้เป้าหมายทางการเงินที่เป็นเชิงบวก เป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อ +7-9% จากปี 2019 ที่ +4.2%Y-Y และดีกว่าเป้าหมายโดยรวมของกลุ่มธนาคาร, Loan spread ที่ 4.6-4.8% ใกล้เคียงกับ 4.7% ในปีก่อน ถือว่าเป็น guidance ที่ดีท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาลง ทั้งนี้ภายหลังการใช้ TFRS 9 อาจเห็นตัวเลข NPL Ratio ในรายงานปรับขึ้นอีกราว 0.4% แต่ไม่มีผลต่อค่าใช้จ่ายสำรองฯเพิ่มเติมและ KKP มีสำรองฯส่วนเกินสำหรับกลับรายการอีกจำนวนหนึ่ง เราคงประมาณการกำไรปี 2020 ที่ 6.15 พันลบ. +2.7%Y-Y และคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q20 น่าจะออกมาดีที่ราว 1.6-1.7 พันลบ. Flat Q-Q แต่ +35%Y-Y หนุนจากรายได้งาน IB และค่าใช้จ่ายพิเศษที่ลดลง คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 75 บาท คาด Dividend Yield จาก 2H19 อีกราว 5.2%
อ่านเพิ่มเติม
27
มกราคม
2020
TMB (BUY/20TP: 1.8), การผนึกที่ยังไม่สนิทดี
(views 8)
TMB ได้เปิดเผยเป้าหมายทางการเงินปี 2020 ซึ่งมีรายการสินเชื่อที่เติบโตน้อยกว่าที่เราคาดและค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ (ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากปีแรกของการรวมกิจการ) ซึ่งส่งผลให้ Synergy มาช้ากว่าที่คาด) เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 3% มาอยู่ที่ 1.45 หมื่นลบ. (+101%Y-Y) และ EPS ทรงตัว Y-Y คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 1.80 บาท เนื่องจากประมาณการใหม่มีผลต่อ 2020 BVS ไม่มาก คงคำแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2020
SAPPE (BUY/20TP: 29), กำไรจะกลับมาฟื้นตัวดีใน 1Q20 ราคาหุ้นปัจจุบันถูกเกินไปมาก
(views 24)
แนวโน้มกำไร 4Q19 จะอ่อนตัวลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่คาดโตสูง Y-Y เพราะฐานต่ำปีก่อน โดยอาจเป็นกำไรที่ต่ำกว่าที่เคยคาดเล็กน้อย จึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 4.5% แต่ยังเป็นการโตสูง 26% Y-Y เพราะเริ่มรวม B’LUE ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2019 และอัตรากำไรขั้นต้นมีพัฒนาการที่ดีมากคาดเพิ่ม 2.3% จากทั้งอัตราการใช้กำลังการผลิต และประสิทธิภาพการผลิตที่สูงขึ้น ภายหลังร่วมมือกับพันธมิตรรายใหญ่อย่างดาน่อน และคาดกำไรปี 2020 จะเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยยังมีแผนออกสินค้าใหม่ในประเทศ, ขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศใหม่ๆ เช่น CLMV และนำเสนอสินค้าใหม่ๆในต่างประเทศ รวมถึงมีแผนออกสินค้าใหม่ในกลุ่ม B’LUE อย่างต่อเนื่อง เรายังคงประมาณการกำไรปี 2020 ตามเดิม แต่ด้วยการปรับลดกำไรปี 2019 ทำให้อัตราการเติบโตของกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 11.9% Y-Y จากเดิม 6.8% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 29 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) ราคาหุ้นช่วงก่อนหน้าปรับลงจากความกังวลต่อปัญหาระหว่างสหรัฐ และตะวันออกกลางในช่วงก่อนหน้า ซึ่งบริษัทมีสัดส่วนรายได้จาก 2 ภูมิภาคนี้ราว 15% ของรายได้รวม แต่ล่าสุดคำสั่งซื้อทุกอย่างยังเป็นปกติ และมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ในขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน PE2020 เพียง 12 เท่า ซึ่งต่ำเกินไป คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2020
BBL (BUY/20TP: 187), กำไร 4Q19 ดีกว่าที่คาด สำคัญคือ Coverage ratio ที่แข็งแรงมาก
(views 20)
คงประมาณการและราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 187 บาท “ซื้อ” เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ที่ 3.37 หมื่นลบ. ลดลง 6%Y-Y จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยน่าจะชะลอตัวจากฐานสูงในปี 2019 ล่าสุด BBL รายงาน CAR ที่ 20% มีความแข็งแกร่ง สะท้อนว่าการซื้อ Permata จะไม่ส่งผลกระทบต่อเงินกองทุน คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 187 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2020
KTB (BUY/20TP: 21), กำไร 4Q19 ดีกว่าที่คาด ขณะที่ NPL ลดลง -> ซื้อ Value Play
(views 9)
คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 21 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ เป็น Value Stock ในเบื้องต้นเราคงประมาณการกำไรปี 2020 ที่ 2.75 หมื่นลบ. -5.9%Y-Y โดยค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานน่าจะกดดันผลประกอบการปี 2020 เพราะมีการเลื่อนการรับรู้ค่าใช้จ่ายด้านดิจิทัลมาเป็นปีนี้ กำไรจากเงินลงทุนที่ลดลง และคาดว่าการตั้งสำรองฯจะอยู่ที่ 1.2% ใกล้เคียงกับปี 2019 คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 21 บาท พร้อมคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลจากกำไรปี 2019 (จ่ายปีละครั้ง) ที่หุ้นละ 0.80 บาท Yield 5% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2020
KBANK (BUY/20TP: 164), ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2020
(views 12)
KBANK รายงานกำไร 4Q19 ดีกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมที่ทำได้ดีขึ้น เพื่อสะท้อนโมเมนตัมของรายได้ที่ทำได้ดีกว่าคาด เราปรับเพิ่มประมาณการรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากเดิม -8.1%Y-Y เป็น -6.9%Y-Y จากโมเมนตัวรายได้ค่าธรรมเนียมที่เริ่มประคองตัวได้ ส่วนสมมุติฐานอื่น คาดสินเชื่อ +5%Y-Y, NIM ที่ 3.23%, Credit cost ที่ 1.5% และ Cost to income ratio ที่ 45.7% ประมาณการกำไรปี 2020 ปรับขึ้น 5% เป็น 3.8 หมื่นลบ. (- 1.1%Y-Y) ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2020 เป็น 164 บาท อิง Justified PBV 0.9 เท่า คาดการณ์เงินปันผลสำหรับกำไร 2H19 หุ้นละ 3.50 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2020
SCB (BUY/20TP: 112), แม้ผิดหวังแนวโน้มกำไรปี 2020 แต่ Dividend Yield ยังจูงใจ
(views 10)
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 14% เป็น 3.6 หมื่นลบ. -11%Y-Y โดยเป็นการปรับลดรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมที่สูงกว่าคาด และการตั้งสำรองฯที่สูงกว่าที่คาดการณ์เดิม SCB มีแผนลงทุนราว 2 หมื่นลบ.ซึ่งมาจากสภาพคล่องที่ได้จากการขาย SCBLife 8 หมื่นลบ. ในการพัฒนาระบบเทคโนโลยี การเข้าร่วมกับ Future tech firm ต่างๆ และ M&A เพื่อสร้าง Synergy นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสการจ่ายเงินปันผลใน Payout ratio ที่สูงขึ้น (เปลี่ยนโยบายการจ่ายปันผลและเงินกองทุนที่อยู่ในระดับสูง) เพื่อช่วยเพิ่ม ROE ในระยะยาว เราคาดว่า Dividend Yield จะอยู่ที่ราว 6% ต่อปี (เดิม 5.5%) แม้กระนั้นเพื่อสะท้อนประมาณการใหม่ เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงเป็น 112 บาท (เดิม 132 บาท) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2020
THANI (HOLD/20TP: 5.6), กำไร 4Q19 ชะลอตามคาด สินเชื่อแผ่ว
(views 10)
กำไร 4Q19 ชะลอตัวตามคาด THANI รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 482 ลบ. +1.5%Q-Q และ +5.9%Y-Y เป็นไปตามที่เราคาด กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 1.3%Q-Q, +3%Y-Y Loan spread อยู่ที่ 4.76% ดีขึ้นจาก 4.73% ในไตรมาสก่อน แต่ลดลงจาก 4.92% ใน 4Q19 เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2.1%Q-Q และ 6.6%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 1.2%Q-Q โดยมี Cost to income ratio อยู่ที่ 17.9% จาก 18.3% ในไตรมาสก่อนจากฐานรายได้ที่สูงขึ้น ขณะที่สังเกตเห็นค่าใช้จ่ายอื่นที่ปรับเพิ่มขึ้น คาดว่าเกิดจากยังมีผลของขาดทุนรถยึด ในไตรมาสนี้ THANI มีการตั้งสำรองฯที่ 64 ลบ. +6.7%Q-Q (มีการกลับรายการสำรองฯส่วนเกินเพียงเล็กน้อย) แต่ลดลง 31%Y-Y (4Q18 มีการเร่งตั้งสำรองฯเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ TFRS 9 และตั้งตามปริมาณ NPL)
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2020
BAY (BUY/20TP: 38.5), กำไรสุทธิและสินเชื่อเติบโตดีตามคาด
(views 12)
กำไร 4Q19 ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาด หลักๆจากควบคุมค่าใช้จ่าย BAY รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 6,437 ลบ. ลดลง 2%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 5%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ กำไรที่ลดลง Q-Q เกิดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่เพิ่มขึ้น 18%Q-Q (Credit cost อยู่ที่ 1.8% สูงกว่าปกติที่ 1.5%) ส่วนรายได้จากการดำเนินงานใกล้เคียงคาด กล่าวคือรายได้ดอกเบี้ยสุทธิทรงตัว Q-Q แม้ว่า NIM อยู่ที่ 3.48% ปรับลดลงราว 0.09%Q-Q จาก Loan yield ที่ต่ำลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ แต่บางส่วนชดเชยได้ด้วย CoF ที่ถูกลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยต่ำกว่าคาด โดย -3.6%Q-Q และ 9.9%Y-Y สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายแม้ว่าจะเป็นฤดูกาลที่จะมีการใช้จ่ายทางการตลาดสูงกว่าปกติ ส่งผล Cost to income ratio ปรับตัวลงเป็น 43.7% จาก 46% ในไตรมาสก่อน กำไรสุทธิปี 2019 อยู่ที่ 3.27 หมื่นลบ. +32%Y-Y เนื่องจากมีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน (ขายบริษัทเงินติดล้อ) แต่หากไม่นับรายการดังกล่าว กำไรปกติ +8.6%Y-Y จากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมรวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานได้ดีขึ้นอย่างมาก
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2020
BCH (BUY/20TP: 20.3), คาดกำไร 4Q19 ไม่เด่น แต่ปี 2020 ยังโตแกร่ง
(views 9)
เราคาดกำไรปกติ 4Q19 ของ BCH -35.3% Q-Q, -3.1% Y-Y โดยถูกกดดันจากสปส.ที่จ่ายเงินส่วน RW>2 น้อยกว่าที่เคยประกาศและทำให้กำไรปกติปี 2019 คาดว่าจบที่ +7.6% Y-Y ขณะที่การเติบโตของผลการดำเนินงานในปี 2020 แม้สปส.จะประกาศปรับเพิ่มการจ่ายเงินราว 7-10% จากเดิม แต่ถูกหักล้างกับ Downside ของประมาณการเดิมที่มีอยู่ ทำให้กำไรปกติปี 2020 ใหม่คาดว่ายังอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิมที่ 1,376 ลบ. +19.3% Y-Y โดยยังถือเป็นระดับที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามเราปรับลดราคาเหมาะสมลงจาก 22 บาทเหลือ 20.30 บาท สะท้อน EBITDA ระยะยาวที่ลดลง แต่จาก Upside ที่ยังคงเปิดกว้าง เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2020
GFPT (HOLD/20TP: 14), เริ่มเห็นผลกระทบจากเหตุไฟไหม้ จะกลับมาดีอีกครั้งใน 1Q21
(views 10)
แนวโน้มกำไร 4Q19 จะอ่อนตัวลง จากทั้งปัจจัยฤดูกาล และรับรู้ผลกระทบจากไฟไหม้ ส่วนเงินเคลมประกันคาดจะรับรู้ภายหลังในช่วง 1H20 โดยตลอดทั้งปี 2020 ผลประกอบการน่าจะไม่สดใสนัก เพราะปัจจุบันอยู่ระหว่างสั่งผลิตเครื่องจักรไก่ปรุงสุก เพื่อทดแทนสายการผลิตเดิมที่เสียหายจากไฟไหม้ และเป็นเครื่องจักรเก่า คาดจะเริ่มติดตั้งเครื่องจักใหม่ 2 สายได้อย่างเร็วในเดือน ส.ค. 2020 และจะติดแล้วเสร็จครบทั้ง 5 สายการผลิต รวมถึงให้เวลาลูกค้าเข้ามาตรวจสอบโรงงานใหม่ ได้ในช่วง 4Q20 นั่นหมายถึงคาดจะกลับมาผลิตได้ปกติอีกครั้งตั้งแต่ต้นปี 2021 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับกำลังการเชือดไก่ส่วนเพิ่มอีกเท่าตัว (เพิ่มจาก 1.5 แสนตัวต่อวัน เป็น 3 แสนตัวต่อวัน) จะแล้วเสร็จพอดี จึงคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวดีอีกครั้งใน 1Q21 ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 7% เป็นการเติบโต 3.8% Y-Y ส่วนกำไรปกติปี 2020 คาดทำได้เพียงทรงตัว Y-Y เราปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 14 บาท จากเดิม 15 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) คงคำแนะนำถือ และมองจังหวะการกลับเข้าลงทุนอีกครั้งใน 2H20 เพื่อรอการฟื้นตัวในปี 2021
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2020
M (HOLD/20TP: 80), คาดกำไร 4Q19 ยังไม่สดใส และต้องติดตามผลกระทบ TFRS16
(views 10)
แนวโน้มกำไร 4Q19 ยังไม่สดใสนัก แม้ SSSG จะกลับฟื้น แต่คาดทำได้เพียง Flat Y-Y สำหรับ MK และ -7% Y-Y สำหรับ Yayoi ถึงแม้จะสามารถรวมแหลมเจริญเข้ามาได้ 1 เดือน แต่อาจไม่สามารถหักล้างค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเข้าซื้อกิจการได้ทั้งหมด ทั้งนี้คาดกำไรปกติ 4Q19 จะลดลง -6.4% Y-Y แต่ยังโต +6.8% Q-Q ตามฤดูกาล ถือว่ายังต่ำกว่าที่เคยคาดเล็กน้อย และด้วยแนวโน้มกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว กอปรกับล่าสุดได้ล็อคราคาวัตถุดิบล่วงหน้าสำหรับการใช้ตลอดทั้งปีนี้แล้ว โดยราคาเป็ดยังทรงตัว Y-Y แต่ราคาหมูปรับขึ้น 5% Y-Y แม้จะมีการปรับขึ้นราคาขายตั้งแต่เดือน ธ.ค. ที่ผ่านมาในอัตรา 2% แต่ราคาวัตถุดิบอื่นๆ ยังมีความเสี่ยงจากปัญหาภัยแล้ง เราจึงปรับลดสมมติฐาน SSSG และอัตรากำไรขั้นต้นปี 2020 ลง ดังนั้นเราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 - 2020 ลง 4% - 5.5% เป็นกำไรทรงตัว Y-Y ในปี 2019 และคาดกลับมาโต 12.8% Y-Y ในปี 2020 โดยได้รวมผลประกอบการของแหลมเจริญซึ่งมีกำไรที่ดีเข้ามาเต็มปีแล้ว และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 80 บาท จากเดิม 84 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) อย่างไรก็ตาม คาดบริษัทจะได้รับผลกระทบจาก TFRS16 สัญญาเช่าดำเนินงาน เบื้องต้นผลกระทบต่อกำไรอาจสูงราว 150 - 300 ล้านบาท หรือ 5% - 10% ของกำไรทั้งปี หรือคิดเป็นมูลค่าจะอยู่ที่ราว 4-8 บาท/หุ้น ถือเป็น Downside ต่อกำไรและราคาเป้าหมายของเรา จึงคงคำแนะนำ ถือ เพื่อรอดูผลกระทบให้ชัดเจนในงบการเงินงวด 1Q20
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2020
TMB (BUY/20TP: 1.8), กำไร 4Q19 น้อยกว่าที่คาดและสินเชื่อชะลอลงแรงกว่าคาด
(views 9)
กำไร 4Q19 น้อยกว่าคาด รับกำไรจาก TBANK กำไรน้อยกว่าคาด และค่าใช้จ่ายสูงกว่าคาด TMB รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 1.6 พันลบ. ลดลง 24%Q-Q, 5%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดไว้ 50%/32% ตามลำดับ ใน 4Q19 ไม่มีการบันทึกกำไรจากเงินลงทุนอย่างที่เราคาดไว้ (มีการบันทึกต้นทุนรวมในราคาซื้อ TBANK แล้ว) และการรับรู้ประโยชน์จาก TBANK น้อยกว่าคาด (TMB งบเฉพาะกำไร 7 พันลบ. สะท้อนว่าได้กำไรจาก TBANK เพียง 200 ลบ. ซึ่งต่ำกว่าคาด) ทั้งนี้หากหักรายการกำไรจากเงินลงทุนออก กำไรจากธุรกิจหลักน้อยกว่าที่เราคาดราว 5% เนื่องจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานสูงกว่าที่คาดไว้โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายทางการตลาด ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิมีการรวม TBANK เข้ามาจำนวน 28 วัน จึงเห็นการปรับตัวขึ้น 30%Q-Q และ 27%Q-Q ตามลำดับ
กำไรสุทธิปี 2019 อยู่ที่ 7.2 พันลบ. ลดลง 37.7%Y-Y หากไม่รวมรายการกำไรจากเงินลงทุน กำไรปกติลดลงราว 8%Y-Y เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นก่อนการซื้อกิจการและรายได้ค่าธรรมเนียมที่อ่อนตัวลง
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2020
SPALI (HOLD/20TP: 19), คาดกำไร 4Q19 ดีสุดของปี ปี 2020 ฟื้นค่อยเป็นไปค่อยไป
(views 10)
คาดกำไรปกติ 4Q19 ฟื้นตัว 33% Q-Q จากการเร่งโอนช่วงท้ายปี แต่ชะลอ 31% Y-Y เนื่องจากไม่มีคอนโดใหม่เริ่มโอนเหมือนใน 4Q18 สำหรับปี 2020 ภาพรวมทรงตัว ตั้งเป้ายอดขาย 2.6 หมื่นล้านบาท +16% Y-Y จากฐานต่ำ และเปิดโครงการใหม่ลดลง 30% Y-Y เป็น 3 หมื่นล้านบาท โดยเพิ่มสัดส่วนแนวราบ ลดส่วนคอนโดจากอุปสงค์และอุปทานที่คาดชะลอตัวไปอีก 2-3 ปี ขณะที่การปรับปรุงเกณฑ์ LTV ของธปท.วานนี้ คลายแรงกดดันได้บางส่วน แต่คาดเป็นบวกเพียงเล็กน้อย จากหลายปัจจัยที่จำกัดการฟื้นตัว เราคงประมาณการกำไรปี 2020 ฟื้นตัว 6% Y-Y และคงราคาเหมาะสมที่ 19 บาท ราคาหุ้นมี Upside จำกัด จึงยังแนะนำถือ พร้อมคาดจ่ายปันผลงวด 2H19 เป็น Yield 3%
อ่านเพิ่มเติม
20
มกราคม
2020
BEM (HOLD/20TP: 11.5), คาดกำไรปกติ 4Q19 ไม่ตื่นเต้น แต่แนวโน้มปี 2020 ยังดูดี
(views 12)
คาดกำไรปกติ 4Q19 ขยายตัว 3% Y-Y หนุนจากการเปิดรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยายช่วงแรกเป็นทางการเต็มไตรมาส แต่ชะลอ 31% Q-Q จากการรับรู้ต้นทุน และดอกเบี้ยจ่ายจากโครงการดังกล่าวสูงขึ้น เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลง 6-8% เป็น 3.1 พันล้านบาท (+3% Y-Y) ในปี 2019 และเร่งขึ้นเด่น 43% Y-Y ในปี 2020 ไฮไลท์ของปีนี้คือการเปิดน้ำเงินต่อขยายครบเส้นในเดือนมี.ค. 2020 บวกกับความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจทางด่วนที่สูงขึ้นจากค่าเสื่อมราคาที่ลดลงหลังขยายสัมปทาน เราปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 11.50 บาท สะท้อนการปรับสมมติฐานการขยายสัมปทานทางด่วนใหม่เป็น 15 ปี 8 เดือน และไม่สร้าง Double Deck ราคาหุ้นมี Upside จำกัด ยังแนะนำถือหรือซื้ออ่อนตัว โดยมี Upside Risk จากการรับงานเดินรถ Airport Link และรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รวมถึงการเข้าร่วมประมูลรถไฟฟ้าสายอื่นเพิ่ม ส่วน Downside คือเซ็นสัญญาทางด่วนไม่ทันก่อนหมดอายุ 29 ก.พ. 2020
อ่านเพิ่มเติม
20
มกราคม
2020
CPF (BUY/20TP: 39), เข้าสู่ปีทองของ CPF
(views 10)
จากปัญหาโรค ASF เริ่มหนุนให้ราคาหมูเวียดนามปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ฟาร์มเลี้ยงของ CPF ไม่ได้รับความเสียหาย คาดส่งผลบวกตั้งแต่กำไร 4Q19 ที่คาดโตทั้ง Q-Q, Y-Y แม้ปกติเป็น Low Season และจะส่งบวกต่อเนื่องไปยังกำไร 1Q20 – 2Q20 จากราคาหมูเวียดนามทำ New High ทะลุ 8 หมื่นด่องต่อกก. แล้ว และราคาหมูไทยล่าสุดขยับขึ้นต่อเนื่อง ทิ้งห่างต้นทุนการเลี้ยงไปพอสมควร กอปรกับปัญหาภัยแล้งในไทยที่ดูลุกลามมากขึ้น น่าจะช่วยหนุนราคาหมูไทยให้ขยับขึ้นไปอีก ในขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ยังอยู่ในระดับต่ำ และได้ล็อกราคายาวอย่างน้อยให้เพียงพอใช้ตลอด 1H20 ทำให้เราปรับเพิ่มสมมติฐานราคาหมูในปี 2020 ขึ้นเพื่อสะท้อนราคาหมูที่ขึ้นมาให้เห็นแล้วในปัจจุบัน นอกจากนี้ได้รวมส่วนแบ่งกำไรจาก Hylife ที่ดีลเพิ่งเสร็จในปลายเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยเข้าถือ 50% คาดช่วยหนุนกำไรปี 2020 ราว 1 พันล้านบาท หรือ 5% ของกำไร CPF จึงนำไปสู่การปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2019 - 2020 ขึ้น 5% - 19% เป็นการเติบโต 15.3% Y-Y และ 13% Y-Y ตามลำดับ (ส่วนกำไรปกติปี 2019 – 2020 คาดโต 80% Y-Y และ 44.6% Y-Y) และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 39 บาท จากเดิม 33 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังแนะนำซื้อ และเป็น Top Pick ในกลุ่มอาหาร
อ่านเพิ่มเติม
20
มกราคม
2020
KKP (BUY/20TP: 75), กำไร 4Q19 ดีกว่าคาดแม้รายได้งาน IB ต่ำคาดแต่มีรายการอื่นดีขึ้นทดแทน
(views 8)
คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 75 บาท แนะนำ ซื้อ คงประมาณการกำไรปี 2020 ที่ 6.17 พันลบ. +3%Y-Y โดยคาดการณ์สินเชื่อที่เติบโตสูงขึ้นและค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่อ่อนตัวลง คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 75 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ คาดการณ์เงินปันผลสำหรับ 2H19 หุ้นละ 3.50 บาท Yield 5.2%
อ่านเพิ่มเติม
20
มกราคม
2020
TU (BUY/20TP: 17), คาดกำไรจะฟื้นใน 1Q20 และราคาหุ้นปรับลงมากแล้ว แนะนำซื้อ
(views 13)
แนวโน้มกำไร 4Q19 ยังไม่สดใส เพราะยังเผชิญกับค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงิน 3 สกุลหลัก (USD EUR GBP) และราคาปลาทูน่าลดลงกระทบต่อรายได้ลูกค้า OEM ทั้งนี้ราคาปลาที่ปรับลงจะส่งผลดีต่อต้นทุนใน 1Q20 ซึ่งคาดกำไรน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง สำหรับการฟื้นตัวในปี 2020 อาจจะค่อยเป็นค่อยไป เพราะมองแนวโน้มปริมาณขายน่าจะยังทรงตัวถึงอ่อนตัวลง โดยขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจเป็นหลัก ส่วนราคาปลาทูน่าน่าจะปรับขึ้นเล็กน้อย หลังจากลงไปแตะระดับที่อาจเรียกได้ว่าต่ำกว่าต้นทุนคนจับปลาใน 4Q19 และใช้สมมติฐานค่าเงินบาททรงตัวที่ระดับ 30-31 บาทต่อ USD ทั้งนี้ยังคาดหวังเห็นพัฒนาการของความสามารถทำกำไรมากขึ้น จากการเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และควบคุมลดค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด เราคาดกำไรปกติปี 2019 จะเติบโตสูง 22.7% Y-Y เพราะฐานต่ำในปี 2018 และปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2020 ขึ้นเล็กน้อย 3.7% เป็นเติบโต 2.5% Y-Y จากการปรับลดดอกเบี้ยจ่ายในงบกำไรขาดทุน เพราะมีการ Refinance เป็น Perpetual Bond ซึ่งจะรับรู้ดอกเบี้ยในส่วนทุนแทน อย่างไรก็ตาม ยังคงราคาเป้าหมายที่ 17 บาท เพราะ EPS เราได้รวมดอกเบี้ยจ่ายของ Perp Bond ดังกล่าว เพื่อสะท้อนถึงมูลค่าที่แท้จริงของบริษัท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงจนมี Upside เป็น 15.7% จึงปรับขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม
อ่านเพิ่มเติม
20
มกราคม
2020
SCB (HOLD/20TP: U.R.), กำไรสุทธิ 4Q19 น้อยกว่าคาด และ NPL สูงขึ้น
(views 10)
กำไรสุทธิ 4Q19 แย่กว่าคาดจากการตั้งสำรองฯสูงเกินคาด SCB รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 อยู่ที่ 5.5 พันลบ. ลดลง 63%Q-Q, 22%Y-Y กำไรต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 41%/45% จากการตั้งสำรองฯที่สุงกว่าคาด โดยมีค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ 9.6 พันลบ. +8%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.8% เทียบกับระดับปกติที่ 1% และเราคาดการณ์ไว้เพียง 0.6% ซึ่งเป็นไปตามจำนวน NPL ที่เพิ่มขึ้นจากการจัดชั้นหนี้และภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเห็นการปรับลง 12%Q-Q และ 7%Y-Y เป็นไปตามคาด โดย NIM ลดลงมาอยู่ที่ 3.2% เนื่องจากรายได้จากเงินลงทุนจาก SCBLife ที่หายไป ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อลดลง 4.5%Q-Q จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และสินเชื่อที่ลดลง Q-Q
กำไรสุทธิปี 2019 อยู่ที่ 4 หมื่นลบ. ทรงตัว Y-Y แม้ว่ามีกำไรพิเศษจากการขาย SCBLife แต่กลบด้วยสำรองฯที่สูงขึ้น ด้านบวกคือพัฒนาการของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +3%Y-Y แม้อัตราดอกเบี้ยปรับลงในช่วง 2H19 และสินเชื่อลดลง Y-Y เนื่องจากการขยายฐานสินเชื่อที่เป็น High-Yield มากขึ้น อัตราส่วน Cost to income ratio อยู่ที่ 42.5% แต่หากไม่รวมกำไรพิเศษฯ จะอยู่ที่ 48.7% ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์โครงการ Transformation และค่าใช้จ่ายเทคโนโลยี
อ่านเพิ่มเติม
17
มกราคม
2020
CHG (BUY/20TP: 3), คาดกำไร 4Q19 ยังโตดี Y-Y แม้เจอลมต้าน
(views 20)
เราคาดกำไรปกติ 4Q19 ของ CHG -42.3% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ยังโตแรง +37.4% Y-Y จากโรงพยาบาลหลักที่ยังโตแข็งแรงและโรงพยาบาลใหม่ทยอยขาดทุนลดลง ทำให้กำไรปกติปี 2019 คาด +16.7% Y-Y ขณะที่ปี 2020 เรายังคงมุมองมองเชิงบวกและปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติขึ้น 9% เป็น +20.1% Y-Y จากทั้ง Upside ที่มีรวมถึงการปรับเพิ่มเงินของสปส. ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับขึ้นเป็น 3 บาท เรามองว่าราคาหุ้นตอบรับเชิงลบมากเกินไปหลังสปส.ประกาศปรับเพิ่มเงินน้อยกว่าคาดไปบ้าง จึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อ” และเป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2020
GLOBAL (HOLD/20TP: 16.5), ปรับลดกำไรและราคาเป้าหมายสะท้อนกำลังซื้อหดและภัยแล้ง
(views 17)
แนวโน้มกำไร 4Q19 ไม่สดใส เพราะได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อชะลอตัว โดยคาด SSSG จะพลิกเป็นติดลบครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาสที่ราว -1-2% Y-Y ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังเร่งตัวขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ และเรามีมุมมองระมัดระวังในปี 2020 มากขึ้น จากกำลังซื้อที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าคาด และผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ที่อาจกระทบต่อรายได้เกษตรกร ซึ่งเป็นฐานลูกค้าของบริษัท ท้ายที่สุดอาจกระทบต่อ SSSG ดังเช่นในอดีตปี 2015-2016 ที่เกิดปัญหาภัยแล้ง และ SSSG ของบริษัทติดลบ 4 ปีติดต่อกัน ดังนั้นเราจึงปรับลดสมมติฐาน SSSG ปี 2020 ลงเป็นโต 1% Y-Y จากเดิมคาดโต 3.5% Y-Y ส่วนแผนการเปิดสาขาใหม่คาดตามเดิมที่ 6-7 แห่ง และอาจเห็นสาขาที่ 2 ในกัมพูชาอย่างเร็วในปี 2021 ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 – 2020 ลง 2% - 4.4% เป็นกำไรที่ลดลง -3.9% Y-Y ในปี 2019 และคาดกลับมาโตราว 8.9% Y-Y ในปี 2020 (ไม่รวมผลของ TFRS16) จึงปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 16.5 บาท จากเดิม 17 บาท (DCF) ปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2020
HMPRO (HOLD/20TP: 17.7), ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ปรับลดกำไรและ TP
(views 19)
แนวโน้มกำไร 4Q19 เชื่อว่ายังโตได้ Q-Q, Y-Y แต่อาจไม่ตื่นเต้นนัก เพราะคาด SSSG จะติดลบมากขึ้น แต่บริษัทยังปรับ Product Mix เพิ่มสินค้า House Brand ได้ต่อเนื่อง ทั้งปี 2019 คาดมีกำไรเติบโตราว 10.7% Y-Y ส่วนปี 2020 เรามีมุมมองระมัดระวังมากขึ้น จากภาวะกำลังซื้อที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าคาด นอกจากบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยที่ไม่สดใสแล้ว ยังมีปัญหาภัยแล้งที่อาจกดดันรายได้เกษตรกร และความเชื่อมั่น ทั้งนี้เราปรับลดสมมติฐาน SSSG ในปีนี้เป็นโต 1% Y-Y จากเดิมคาดโต 3% Y-Y นำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 3.3% เป็นการเติบโต 9.5% Y-Y จากเดิมคาดโต 13% Y-Y โดยคาดว่าบริษัทจะยังสามารถสร้างพัฒนาการของอัตรากำไรขั้นต้น และควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับที่ดีต่อเนื่อง ในขณะที่คาดผลกระทบของ TFRS16 จะค่อนข้างจำกัด (ยังไม่รวมในประมาณการ) และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 17.7 บาท จากเดิม 18.5 บาท (DCF) แนะนำซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2020
KTC (HOLD/20TP: 40), กำไร 4Q19 ทำได้ดีกว่าคาด ปี 2020 ความท้าทายอยู่ที่มาตรฐานบัญชีใหม่
(views 20)
กำไรสุทธิ 4Q19 มากกว่าที่เราคาดแต่ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ KTC รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 1,319 ลบ. +2.1%Q-Q, +7.4%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ 10% แต่น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ 4% กำไรที่ดีกว่าเราคาดเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมที่ทำได้ดีกว่าคาด สำหรับค่าใช้จ่ายสำรองฯไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 11%Q-Q และ 24%Y-Y จากการจัดการคุณภาพสินทรัพย์ภายใน การตัดหนี้สูญเพื่อให้พอร์ตคงเหลือมีคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นพร้อมรับมาตรฐานบัญชีใหม่ คิดเป็น Credit cost ที่ 2.3% เทียบกับ 2.08% ในไตรมาสก่อน ด้านค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 5.5%Q-Q และทรงตัว Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาด ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาดตามฤดูกาล
กำไรสุทธิปี 2019 อยู่ที่ 5.5 พันลบ. เพิ่มขึ้น 7.5%Y-Y ซึ่งเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของสินเชื่อที่ +9.8%Y-Y (สินเชื่อบัตรเครดิต +11%Y-Y, สินเชื่อบุคคล +8%Y-Y) และรายได้หนี้สูญรับคืนที่เติบโตสูงขึ้น ด้าน NPL Ratio อยู่ที่ 1.06% จาก 1.14% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2020
TISCO (BUY/20TP: 112), เงินกองทุนแกร่ง จ่ายปันผลได้สูง
(views 22)
TISCO จะเข้าสู่ช่วงกำไรอิ่มตัว (คาดการณ์กำไรปี 2020-2021 +1-3%) สินเชื่ออาจจะยังไม่เห็นการเติบโตในปี 2020 เนื่องจากการจ่ายชำระคืนและชะลอตัวในกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ สินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อที่อยู่อาศัย กำไรที่เติบโตขึ้นได้จึงเกิดจากการเพิ่มสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อ High-Yield ในกลุ่ม Auto Cash คาดว่าไม่กระทบ Loan yield และ Loan spread ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมเห็นโมเมนตัมที่ดีขึ้นชัดเจนตั้งแต่ปี 2019 โดยเฉพาะในธุรกิจกองทุนและ Bancassurance ประเด็นการลงทุนที่สำคัญคือจากแรงหนุนจากเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ทำให้คาดว่า TISCO จะสามารถจ่ายเงินปันผลที่ระดับ 7 บาทต่อหุ้น (Dividend Yield 7%) ในปี 2019-2020 คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 112 บาท
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2020
TISCO (BUY/20TP: 112), สัญญาณที่ดีขึ้นสำหรับปี 2020 คุณภาพหนี้ดีขึ้น สินเชื่อฟื้นตัว
(views 14)
กำไร 4Q19 น้อยกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย TISCO รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 1,865 ลบ. ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 8%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดราว 3% (ตลาดคาดที่ราว 1.93 พันลบ.) เนื่องจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยน้อยกว่าที่คาดไว้ (ส่วนใหญ่เกิดจากรายการกำไรจากเงินลงทุน) และค่าใช้จ่ายสำรองฯที่มากกว่าคาด (Credit cost ไตรมาสนี้อยู่ที่ 0.3% VS เราคาด 0.15%) รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิทำได้ดีกว่าคาดไว้ โดย +3.2%Q-Q ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากธุรกิจจัดการกองทุนที่รับรู้รายได้ประจำปี ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิทำได้ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ซึ่งลดลง 1.3%Q-Q และ 0.3%Y-Y Loan spread อยู่ที่ 4.80% เทียบกับ 4.85% ใน 3Q19 จากต้นทุนทางการเงินที่ขยับขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงขึ้นเพื่อทดแทนหุ้นกู้ที่ครบอายุ
ปี 2019 กำไรสุทธิอยู่ที่ 7.27 พันลบ. เพิ่มขึ้น 3.7%Y-Y หลักๆเกิดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลงราว 74%Y-Y จากการปรับระดับสำรองฯส่วนเกินลง ขณะที่ PPOP ปรับลดลงราว 13.5%Y-Y เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่อ่อนตัวลงโดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยระหว่างธนาคาร
อ่านเพิ่มเติม
13
มกราคม
2020
THANI (HOLD/20TP: 5.6), ปี 2020 เป็นอีกปีที่เหนื่อยขึ้น
(views 23)
เราคาดว่า THANI จะมีกำไร 4Q19 ที่ราว 481 ลบ. ฟื้นตัวจากฐานต่ำในไตรมาสก่อนราว 1-2%Q-Q และราว 6%Y-Y เพราะค่าใช้จ่ายสำรองฯและค่าใช้จ่ายรถยึดที่น้อยกว่าไตรมาสก่อนตามคุณภาพหนี้ที่แก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น รวมปี 2019 คาดกำไรสุทธิ +19.6%Y-Y มาอยู่ที่ 1.96 พันลบ. แนวโน้มกำไรปี 2020 คาดว่าจะชะลอตัวกว่าที่คาดไว้เดิมโดยคาดการณ์กำไรใหม่อยู่ที่ 1.8 พันลบ. -7.4%Y-Y เนื่องจากสินเชื่อที่คาดว่าจะเติบโตที่ราว 5-8%Y-Y, การแข่งขันในตลาดการปล่อยสินเชื่อที่สูงขึ้นจากผู้เล่นรายใหม่, การตั้งสำรองฯที่กลับสู่ระดับปกติ และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการทบทวนอันดับเครดิตซึ่งมีการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ ปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 5.60 บาท (เดิม 6 บาท) แนะนำ ถือ/ชะลอการลงทุน (เดิม ขายทำกำไร)
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2020
CPALL (BUY/20TP: 94), ยังคาดว่าโตได้ในปี 2020 แม้มีหลายปัจจัยกดดัน
(views 29)
แนวโน้มกำไร 4Q19 ยังโตได้ทั้ง Q-Q, Y-Y แต่อาจต่ำกว่าที่เคยคาด เพราะคาด SSSG ทำได้เพียงทรงตัว Y-Y (เดิมมองโต 2% Y-Y) เพราะกำลังซื้อที่แผ่วลงและฐานสูงในปีก่อน ต่อเนื่องมาในปี 2020 เริ่มมีหลายปัจจัยลบมากขึ้นทั้ง กำลังซื้อที่ไม่สดใส และภัยแล้ง ทำให้เรามีมุมมองระมัดระวังมากขึ้น และปรับลด SSSG ลงเป็น 2% Y-Y จากเดิม 4% Y-Y แต่ยังเชื่อว่าเติบโตได้ เพราะทุกครั้งที่มีปัญหาภัยแล้ง CPALL เป็นบริษัทเดียวที่มี SSSG เป็นบวกได้ ในขณะที่ยังเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ในประเทศตามเดิม ส่วนความสามารถในการทำกำไรเชื่อว่ายังทำได้ดีทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน จึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 - 2020 ลง 2% - 3.6% เป็นการเติบโต 5.7% Y-Y ในปี 2019 และโต 11.6% Y-Y ในปี 2020 จากเดิมคาดโต 15.8% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 94 บาท จากเดิม 97 บาท (DCF) เรายังแนะนำ ซื้อลงทุน แต่ในระยะสั้นยังมีประเด็นกดดันราคาหุ้นทั้งผลกระทบของ TFRS 16 (ยังไม่รวมในประมาณการ) จะได้เห็นความชัดเจนในงบ 1Q20 และดีลซื้อ Tesco ที่ยังไม่มีข้อสรุป
อ่านเพิ่มเติม
03
มกราคม
2020
ADVANC (BUY/20TP: 260), คาดกำไร 4Q19 ยังอยู่ในโทนดี
(views 29)
เราคาดกำไรปกติ 4Q19 ของ ADVANC -2.8% Q-Q, +22.6% Y-Y และทำให้ทั้งปี 2019 คาด +8.4% Y-Y โตครั้งแรกในรอบ 4 ปี ภาวะการแข่งขันในปัจจุบันรุนแรงขึ้นบ้างโดยเฉพาะกลุ่ม Prepaid จาก Unlimited Package ราคาถูกที่กลับมาในตลาด แต่เน้นแย่งลูกค้าใหม่เป็นหลักจึงยังไม่น่ากังวลเท่าในอดีต ขณะที่การประมูล 5G ในเดือน ก.พ. นี้เราคาดว่าจะแข่งราคากันไม่รุนแรงจาก Use-Case ที่ยังไม่ชัดเจน เราจึงยังไม่มองภาพอุตสาหกรรมปี 2020 ในเชิงลบ โดยคาดกำไรปกติจะเติบโตได้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน +8.6% Y-Y เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 260 บาท แนะนำ “ซื้อ” เป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
30
ธันวาคม
2019
SCB (BUY/20TP: 132), คาดการณ์กำไรปกติปี 2020 เติบโตได้ดีกว่ากลุ่ม
(views 35)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 9.3 พันลบ. -37%Q-Q (กำไรจากเงินลงทุนและรายได้ดอกเบี้ยลดลง) แต่เพิ่ม 31.7%Y-Y (คาดรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น) ปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 และ 2020 ลงราว 8% จากคาดการณ์สินเชื่อที่ปรับลดลง คาดกำไรปกติปี 2020 +13%Y-Y จากค่าใช้จ่ายด้านดิจิตัลที่ทยอยลดลง เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงเป็น 132 บาท (เดิม 150 บาท) คาดการณ์ปันผลจากกำไร 2H19 ห้นละ 4.50 บาท (รวมจ่ายทั้งปี 6 บาทต่อหุ้น Yield5% ต่อปี) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
ธันวาคม
2019
TCAP (HOLD/20TP: 55), ปีใหม่ โครงสร้างใหม่
(views 27)
TCAP ภายใต้โครงสร้างใหม่และประมาณการกำไรของ TMB (ดูรายงาน 24/12) คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2020 จะอยู่ที่ 7.57 พันลบ. -10.8%Y-Y รายได้หลักของ TCAP ยังคงมาจากธนาคาร (NewTMB ซึ่งถือราว 20%) บนประมาณการกำไรของ NewTMB ปี 2020 และ 2021 ที่ 1.77 หมื่นลบ. และ 1.9 หมื่นลบ. ตามลำดับ TCAP จะบันทึกส่วนแบ่งกำไรเป็นจำนวน 3.5 และ 3.8 พันลบ. ตามลำดับ รายได้ส่วนที่เหลือมาจาก THANI, ธุรกิจประกัน, ธุรกิจหลักทรัพย์, ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ และอื่นๆ ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงมาที่ 55 บาท เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ ด้านเงินปันผลภายหลังโครงสร้างใหม่เราคาดว่าน่าจะอยู่ที่ราว 2.60-3 บาทต่อหุ้น Yield 4.7-5.5% ปรับลดเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
ธันวาคม
2019
CBG (BUY/20TP: 107), แม้ฐานกำไร 2019 จะสูง แต่คาดปี 2020 จะยังโตสูงสุดในกลุ่ม
(views 46)
ยังแนะนำซื้อ CBG ด้วยราคาเป้าหมายที่ 107 บาท ราคาหุ้นปรับลงจนปัจจุบันเทรดบน Forward PE 2020 ที่ 27.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตัวเองที่ 43 เท่า และต่ำกว่า OSP ที่ปัจจุบันเทรดบน 30.3 เท่า ในขณะที่คาดกำไรใน 4Q19 จะยังเติบโตทั้ง Q-Q, Y-Y สวนทางฤดูกาล และสวนทางกลุ่มที่คาดมีกำไรอ่อนตัวลง แม้จะเผชิญภาษีน้ำตาลที่ปรับขึ้นตั้งแต่ ต.ค. ที่ผ่านมา แต่ถูกหักล้างด้วย Economies of Scale ได้ทั้งหมด น่าจะทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2019 ใกล้เคียงคาด โดยเป็นการเติบโตสูง 114.4% Y-Y และยังคาดกำไรสุทธิปี 2020 จะยังโตต่อในระดับที่ดีราว 23.4% Y-Y จากการขยายตลาดส่งออก, การใช้โรงงานกระป๋องเต็มกำลังการผลิตและเต็มปี รวมถึงได้ลูกค้าขวดแก้วรายใหม่ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตขวดแก้วอีกทางหนึ่ง ยังเดินหน้าลดขาดทุนของธุรกิจใน UK ต่อเนื่อง ทั้งนี้ภายใต้สมมติฐานประมาณการกำไรในปี 2020 ของเราถือว่าค่อนข้าง Conservative กว่าเป้าหมายของบริษัทแทบทุกรายการ โดยเชื่อว่าอยู่ในวิสัยที่บริษัทสามารถทำได้ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน
อ่านเพิ่มเติม
24
ธันวาคม
2019
DTAC (BUY/20TP: 68), แนวโน้มกำไร 4Q19 ไม่ตื่นเต้น แต่ยังอยู่ในโทนดี
(views 23)
เราคาดกำไรปกติ 4Q19 ของ DTAC -13% Q-Q, +8.6% Y-Y และคาดทั้งปี 2019 +159% Y-Y การแข่งขันโดยรวมรุนแรงขึ้นใน 4Q19 จากแพคเกจราคาต่ำที่กลับมาในตลาดอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเริ่มเห็นสัญญาณที่ผ่อนคลายขึ้นบ้างในเดือน ธ.ค. ทำให้เรายังไม่กังวลนักต่อภาวะการแข่งขันในปีหน้าโดยเชื่อว่าผู้ให้บริการจะยังให้ความสำคัญในการทำกำไร ขณะที่การประมูล 5G ยังคงมองว่าจะไม่รุนแรงเหมือนยุค 4G เรายังคงคาดกำไรปกติปี 2020 เติบโตเล็กน้อย +0.3% Y-Y ราคาหุ้นปรับตัวลงทำให้ Upside เปิดกว้างและ Dividend Yield น่าสนใจราว 4.1% จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 68 บาท
อ่านเพิ่มเติม
24
ธันวาคม
2019
RBF (BUY/20TP: 4.6), ปรับขึ้นเป็น ซื้อ จากกำไรยังโตดี และ Valuation เริ่มน่าสนใจ
(views 46)
ปรับคำแนะนำ RBF ขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ซื้ออ่อนตัว ภายหลังราคาหุ้นปรับลงจนอยู่ในระดับที่เริ่มน่าสนใจ ด้วย Upside ที่กว้างขึ้น และปัจจุบันเทรดอยู่บน Forward PE 19 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มอาหารที่ 24 เท่า โดยระยะสั้น คาดกำไร 4Q19 ยังจะยังดูดีต่อเนื่อง ใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ทำไว้ค่อนข้างดี และคาดโตราว 11% Y-Y เพราะปกติ 4Q เป็น High Season อยู่แล้ว ซึ่งน่าจะหนุนให้กำไรปกติปี 2019 จบที่ 378 ล้านบาท เติบโต 13.3% Y-Y ได้ตามคาด และคาดจะโตต่อเนื่องในปี 2020 ราว 14.2% Y-Y ภายหลังรับรู้รายได้จาก 2 โรงงานใหม่ที่อินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งคาดจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ ก.พ. 2020 เป็นต้นไป และคาดไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งการเข้าตลาดฯ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้อยค่าสินทรัพย์มากเหมือนในปี 2019 อีก กอปรกับจะเริ่มเห็นภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงตั้งแต่ 4Q19 เป็นต้นไป และเต็มปีในปี 2020 หรือราว 20 – 25 ล้านบาท เมื่อนำเงินจาก IPO ไปชำระหนี้เกือบทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม
24
ธันวาคม
2019
TMB (BUY/20TP: 2.18), การก้าวสู่สินเชื่อและกำไรที่ใหญ่ขึ้น
(views 32)
เราคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 2.18 บาท คาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q19 น่าจะสดใสที่ราว 3.57 พันลบ. +69%Q-Q, +110%Y-Y ซึ่งจากกำไรจากธุรกิจปกติ บวกกับกำไรจากการขายเงินลงทุนบางส่วนใน TFUND และการรับรู้กำไรจาก TBANK ภายหลังการควบรวมในเดือน ธ.ค. TMB จะรับรู้กำไรจากการซื้อกิจการ TBANK เต็มปีในปี 2020 เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2020 ที่ 1.77 หมื่นลบ. +93%Y-Y หากรวมผลของการเพิ่มทุน คาดว่า EPS จะไม่มี Dilution เราคาดว่าจะเห็น Synergy จากการควบรวมในปี 2021 เริ่มจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ทั้งคู่ห่างกันราว 0.50% (อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก TBANK จะปรับลดลงสู่ระดับเดียวกับ TMB) และ Synergy จากการประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการในระยะต่อไป เราคาดว่าจะเห็น ROE ที่ 10% ในปี 2022
อ่านเพิ่มเติม
16
ธันวาคม
2019
LOXLEY (BUY/20TP: 2.2), หากตัดรายการพิเศษ ผลประกอบการหลักใน 3Q19 มีกำไร
(views 31)
ผลขาดทุนสุทธิถึง 729 ล้านบาทใน 3Q19 เกิดจากการตั้งประมาณการผลขาดทุนของโครงการหนึ่งในสายงาน Network Solutions เพราะต้นทุนมีแนวโน้มสูงกว่าราคาที่บริษัทเสนอไป หากตัดรายการดังกล่าวออก ผลการดำเนินงานหลักเป็นกำไร 8.6 ล้านบาท ดีกว่าคาด เป็นผลจากการคุมค่าใช้จ่ายต่างๆได้ดี และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มมากขึ้นหลังปรับโครงสร้างธุรกิจ เราคาดว่าผลประกอบการที่แย่ที่สุดผ่านไปแล้ว แนวโน้ม 4Q19 จะเป็นกำไรสูงสุดของปีจากทั้งงานที่เลื่อนส่งมอบมาจาก 3Q19 และมีกำไรจากการขายเงินลงทุน เรายังคงประมาณการปี 2020 คาดฟื้นตัวชัดเจนจาก Backlog ณ สิ้น 3Q19 มูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งประมาณ 41% รับรู้ใน 4Q19 ส่วนที่เหลือรับรู้ในปี 2020 และยังเข้าร่วมประมูลงานอีก 1.8 หมื่นล้านบาทซึ่งเชื่อว่ามีโอกาสชนะประมูลสูง ประกอบกับการเบิกจ่ายงบภาครัฐที่เป็นปกติช่วยหนุนการประมูลงานให้เป็นไปตามแผน อย่างไรก็ตาม ประมาณการกำไรปี 2020 อาจมี downside ราว 10% เพราะสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ 13.9% ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับงวด 9M19 ที่ 13.2% แต่คิดว่าเร็วเกินไปที่จะปรับ ซึ่งผ่ายวิเคราะห์จะติดตามข้อมูลงวด 4Q19 แล้วจึงพิจารณาดำเนินการภายหลัง เรายังคงคำแนะนำซื้อ คงราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 2.20 บาท (PE 17 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
13
ธันวาคม
2019
BBL (BUY/20TP: 187), M&A ข้ามประเทศ การเข้าสู่ตลาดที่มีการเติบโตสูงกว่าตลาดไทย
(views 42)
เรามองเป็นบวกต่อการดีล BBL เข้าซื้อ Bank Permata อินโดนีเซีย โดยคาดว่าจะส่งผลบวกต่อกำไรและ ROE ของ BBL เล็กน้อยในปี 2020 และชัดเจนขึ้นในปี 2021 ในปี 2020 หากรวมกำไรจาก Permata (เฉพาะ 4Q20) จะส่งผลบวกต่อกำไรราว 3% และมากขึ้นเป็น 9% ในปี 2021 โดย Permata จะช่วยหักล้างการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยที่จะส่งผลต่อภาคธนาคารได้ เราคาดว่าภายหลังการซื้อกิจการ ระดับ CAR Ratio จะอยู่ที่ราว 18% แม้ว่าลดลงจากระดับปัจจุบันที่ 20.7% แต่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มและไม่ส่งผลต่อการเติบโตของสินเชื่อในระยะถัดไป BBL มีแผนจะเพิ่ม Tier 2 (หุ้นกู้) เพื่อรักษาระดับ CAR ที่เหมาะสมด้วย เราคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 187 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
ธันวาคม
2019
LIT (BUY/20TP: 5.2), การเบิกจ่ายภาครัฐกลับมา 1Q20
(views 30)
สถานการณ์การเบิกจ่ายงบภาครัฐที่ช้ากว่าคาด ทำให้เราปรับคาดการณ์กำไรปี 2019 ลง 17% เป็น 130 ลบ. -12%Y-Y โดยคาดว่ากำไรสุทธิ 4Q19 น่าจะเห็นการอ่อนตัวลงทั้งสินเชื่อและรายได้ บริษัทคาดว่างบภาครัฐน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้นใน 1Q20 เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2020 ที่ 145 ลบ. +11%Y-Y ราคาหุ้นที่ลงมาทำให้ Dividend yield อยู่ที่ราว 6.5% ต่อปี (จ่ายปีละครั้ง) ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจ เราปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 5.20 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
ธันวาคม
2019
KTC (HOLD/20TP: 40), ค่าใช้จ่ายสำรองฯและคชจ.ทางการตลาดกดดันกำไรปีหน้า
(views 30)
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 และปี 2020 ลงเป็น 5.38 พันลบ. (+4.6%Y-Y) และ 5.68 พันลบ. (+5.6%Y-Y) ตามลำดับ เพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายสำรองฯและค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสูงกว่าที่คาดไว้ โดยค่าใช้จ่ายสำรองฯที่เพิ่มขึ้นในปี 2019 เนื่องจากการคุณภาพหนี้ที่ชะลอตัวลง ทำให้การตัดจำหน่ายสูงขึ้น ส่วนปี 2020 ค่าใช้จ่ายสำรองฯที่สูงขึ้นเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชี TFRS 9 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการรายงาน NPL ที่สูงขึ้นกว่ามาตรฐานเดิม ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยทั้งปี 2019-2020 คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพื่อกระตุ้นการใช้บัตรและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายขึ้น ปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 40 บาท ปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ (เดิม ซื้อ)
อ่านเพิ่มเติม
09
ธันวาคม
2019
S11 (BUY/20TP: 10.45), กำไร 3Q19 เติบโต พร้อมคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น
(views 27)
S11 รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 132.5 ลบ. +3.8%Q-Q, +16%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาด โดยการเติบโตของสินเชื่อและรายได้ดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ กล่าวคือ เงินให้สินเชื่อ 9M19 ของ S11 เติบโต 13.3%Y-Y สวนทางยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศที่หดตัว 2.82%Y-Y เนื่องจากกลยุทธการขยายพื้นที่ไปยังจังหวัดใกล้เคียง สำหรับคุณภาพหนี้พบว่าการควบคุม NPL ทำได้ดี โดยรวมแล้วกำไรสุทธิ 9M19 อยู่ที่ 395 ลบ. +23%Y-Y และคิดเป็น 75% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2019 ที่ 524 ลบ. +19%Y-Y ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q19 คาดว่าจะขยับเพิ่มขึ้น Q-Q จากฤดูกาลของการขายรถจักรยานยนต์ เราคงประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้า คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่10.45 บาท (อิงวิธี Justified PE) ประกอบกับคาดการณ์ Dividend Yield อีกราว 5.3% ต่อปี แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
ธันวาคม
2019
TWPC (HOLD/20TP: 4.45), ผลประกอบการ 3Q19 ต่ำกว่าคาด 4Q19 จะฟื้น แต่น้อยกว่าเคยคาด
(views 19)
ผลประกอบการ 3Q19 ยังขาดทุน แม้มีผลจากปัจจัยฤดูกาลแต่ต่ำกว่าที่เคยคาด ทำให้เราต้องเพิ่มมุมมองเชิงระมัดระวังมากขึ้นต่อแนวโน้มผลประกอบการใน 4Q19 แม้คาดหมายว่าจะพลิกกลับเป็นกำไรเนื่องจากเข้าช่วงเก็บเกี่ยวหัวมัน จึงได้ปรับลดประมาณการกำไรปกติทั้งปีลงจากเดิม 60% เป็น 147 ล้านบาท ลดลง 28.3% Y-Y และปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 13% เป็น 280 ล้านบาท ฟื้นตัวสูงแต่มาจากฐานต่ำ ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2020 ปรับลดเป็น 4.45 บาท จากเดิม 5.10 บาท อิง PE ระดับเดิมที่ 14 เท่า ปรับคำแนะนำจากเดิม ซื้อ เป็น ถือ รับปันผลค่อนข้างดีระดับ 7%
อ่านเพิ่มเติม
09
ธันวาคม
2019
OISHI (BUY/20TP: 142), ปรับลดราคาเป้าหมาย แต่ยังมีหลายปัจจัยให้แนะนำ ซื้อ
(views 17)
เรายังแนะนำ ซื้อ OISHI เนื่องจาก 1) แม้กำไร 4Q19 จะต่ำกว่าคาดมาก และเราได้ปรับลดคาดการณ์ผลการดำเนินงานปี 2020 แต่กำไรทั้งปียังมีการเติบโตในระดับที่ดี (กำไรปี 2019 +21.6% Y-Y คาดกำไรปี 2020 +20.1% Y-Y) 2) มี ROE ในระดับที่ดี (ปี 2019 เท่ากับ 18.5% คาดปี 2020 เท่ากับ 20.7%) 3) การแตกพาร์ (รอขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นในวันที่ 30 ม.ค. 2020) จะทำให้หุ้นมีสภาพคล่องในการซื้อขายมากขึ้น 4) ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดที่ PE 13.5 เท่า ซึ่งต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของบริษัทเองในอดีตที่ 18.3 เท่า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่ม (ไม่รวมเครื่องดื่มชูกำลัง) ที่ 27.7 เท่า และ 23.1 เท่า ตามลำดับ นอกจากนี้บริษัทจ่ายเงินปันผลตอบแทนในระดับที่น่าสนใจ (อัตราเงินปันผลตอบแทน 3.8%-4%) ซึ่งราคาหุ้นยังคงต่ำกว่าราคาเป้าหมายถึง 33.3%
อ่านเพิ่มเติม
04
ธันวาคม
2019
ZEN (HOLD/20TP: 15), ผ่านกำไรต่ำสุดแล้ว แต่ราคาหุ้นมี Upside จำกัด
(views 29)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ คาดผ่านกำไรต่ำสุดใน 3Q19 แล้ว จะเห็นการฟื้นตัวของกำไรใน 4Q19 โดย SSSG น่าจะกลับมาทรงตัวได้ ส่วนการเปิดสาขาใหม่ปีนี้ต่ำกว่าเป้าเล็กน้อย โดยผู้บริหารยังให้เป้าการเติบโตในปีหน้า Aggressive ตามเดิม ด้วยแผนการเปิดสาขาของบริษัทเอง 40 แห่ง และตั้งเป้าแบรนด์เขียงในรูปแบบ Franchise 200 – 300 แห่ง ทั้งนี้มีการออกแบรนด์ใหม่อีก 2 แบรนด์ FOO Flavor และ Din’s ซึ่งจะเริ่มเห็นตั้งแต่เดือน ธ.ค. 19 เป็นต้นไป เราคาดหวังการกลับมาเติบโตของรายได้ในปีหน้าราว 10.8% Y-Y (ต่ำกว่าเป้าของบริษัทที่ไม่น้อยกว่า 15% Y-Y) ทั้งจาก SSSG เป็นบวก, การเปิดสาขาใหม่ และรายได้ค่าธรรมเนียม Franchise เติบโตสูง และคาดเห็นอัตราการทำกำไรปรับตัวดีขึ้น ซึ่งได้รวมมุมมองระมัดระวังต่อการปรับขึ้นของต้นทุนอาหารไว้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ด้วยกำไร 3Q19 ที่ต่ำกว่าคาดมาก เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 – 2020 ลง 10% - 32% เป็นกำไรที่ -14% Y-Y สำหรับปี 2019 และคาดจะกลับมาเติบโตสูง 50.7% Y-Y ในปี 2020 เราปรับลดราคาเป้าหมายปี 2020 เป็น 15 บาท จากเดิม 17 บาท ยังอิง PE เดิมที่ 25 เท่า ซึ่งเราเห็นว่าเหมาะสม โดยเป็น Target PE ที่เท่ากับ M แม้อัตราการเติบโตของกำไรปีหน้า ZEN จะสูงกว่า แต่อัตราการกำไรของ ZEN ต่ำกว่า M พอสมควร ที่ราคาเป้าหมายใหม่ มี Upside เพียง 5.6% ในขณะที่คาดให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2019 เพียง 1.5% จึงคงคำแนะนำถือ
อ่านเพิ่มเติม
02
ธันวาคม
2019
CBG (BUY/20TP: 107), พัฒนาการอัตรากำไรขั้นต้นน่าประทับใจ หนุนกำไรโตต่อ
(views 39)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระยะสั้นแนวโน้มกำไร 4Q19 ยังสดใสต่อเนื่อง จากพัฒนาการของอัตรากำไรขั้นต้นที่โดดเด่น เบื้องต้นเราคาดโต +6.6% Q-Q, +52% Y-Y และผู้บริหารยังตั้งเป้าหมายปีหน้าที่ Aggressive โดยเน้นตลาดส่งออก CLMV เป็นหลัก โดยเฉพาะ พม่าและเวียดนาม รวมถึงตลาดจีนที่ยังตั้งป้าโตต่อเนื่อง แต่เป้าลดลงจากครั้งก่อน เพราะจะหันมาเน้นการทำกำไรมากขึ้น ส่วนตลาดในประเทศมีเป้าที่สูงขึ้นจากปีนี้ เพราะมีแผนออกสินค้าใหม่ และจะแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากคู่แข่ง ทั้งนี้ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้รวมปี 2020 โตถึง 20% Y-Y แต่เรามอง Conservative มากกว่าจึงคาดไว้ที่ 8% Y-Y โดยสิ่งที่เราประทับใจคือ อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับขึ้นได้ดีกว่าคาดใน 3Q19 และจะเพิ่มได้อีกใน 4Q19 ต่อเนื่องไปในปี 2020 มาจาก Economies of Scale ของโรงงานกระป๋อง จากการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น และจะใช้ได้เต็มปีในปีหน้า รวมถึงโรงงานขวดแก้ว ที่ล่าสุดได้คำสั่งซื้อจากลูกค้าภายนอกเข้ามา จะเข้ามาช่วยเติมกำลังการผลิตให้สูงขึ้น เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2020 จะขยับขึ้นได้ถึง 42% เพิ่มจาก 39.2% ในปี 2019 (ต่ำกว่าเป้าของผู้บริหารที่ 43% - 44%) ส่วนขาดทุนที่ UK ยังลดลงสอดคล้องกับแผนของบริษัท ทั้งนี้เราคาดกำไรสุทธิปี 2019 จะเติบโตสูง 114.4% Y-Y และคาดโตต่อเนื่องในปี 2020 ราว 23.4% Y-Y และประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 107 บาท อิง PE 35 เท่า เท่ากับ PE เฉลี่ยของกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังระดับโลก ยังมี Upside 22.6% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤศจิกายน
2019
STC (IPO: 1/20TP: 1.1), ผู้นำผลิตภัณฑ์คอนกรีตในภาคตะวันออก
(views 31)
STC ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตครบวงจรในภาคตะวันออก จุดเด่นคือ ได้รับการไว้วางใจจากลูกค้ามากว่า 30 ปี รวมถึงตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพอย่างจังหวัดชลบุรี หนุนการเติบโตไปพร้อมกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน EEC และแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพัทยา รวมถึงการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะนิคมฯ ซึ่งเอื้อต่อการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทโดยตรง เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019-2020 โตแกร่ง เฉลี่ย 75% CAGR ตามภาวะอุตสาหกรรมก่อสร้างที่เป็นขาขึ้น พร้อมเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการดำเนินการผลิตโรงงานใหม่เต็มปี ประกอบกับคาดทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้นจากผลของ Economies of scale เราประเมินมูลค่าของหุ้น STC อิง PER ที่ 13 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 1.10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤศจิกายน
2019
BCH (BUY/20TP: 22), 11 ธ.ค. ลุ้นสปส.ขึ้นค่าหัวและเป็น Upside ของประมาณการ
(views 30)
เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงาน 4Q19 ต่อเนื่องปี 2020 ของ BCH จากการเติบโตทั้งโรงพยาบาลหลักเดิมซึ่งมีการพัฒนาขีดความสามารถในการรักษา รวมถึงโรงพยาบาลใหม่ที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 เติบโต 13.8% Y-Y และ 12.1% Y-Y ตามลำดับ อย่างไรก็ตามประมาณการปี 2020 เป็นต้นไปมี Upside จากการเพิ่มค่าหัวของประกันสังคมซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในวันที่ 11 ธ.ค. นี้ เรายังคงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 22 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ” เป็นหนึ่งใน Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤศจิกายน
2019
AOT (BUY/20TP: 88), กำไรปกติ 4Q19 ดีกว่าคาดเล็กน้อย
(views 44)
กำไรปกติ 4Q19 (ก.ค.-ก.ย. 2019) -1.4% Q-Q, +12.4% Y-Y ดีกว่าคาดเล็กน้อย กำไรสุทธิปี 2019 (สิ้นสุด ก.ย. 2019) อยู่ที่ 25,026 ล้านบาท -0.6% Y-Y ถ้าไม่รวมรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (สำรองค่าใช้จ่ายพนักงานตาม กม. แรงงานใหม่ ค่าที่ราชพัสดุของดอนเมืองและท่าภูมิภาคย้อนหลัง และการกลับด้อยค่าของท่าเชียงราย) จะเป็นกำไรปกติ 26,273 ล้านบาท +4.9% Y-Y ดีกว่าคาดเล็กน้อย โดยใน 4Q19 (ก.ค.-ก.ย. 2019) ทำกำไรสุทธิได้ 5,121 ล้านบาท -13.0% Q-Q, -2.4% Y-Y หักรายการ One-time items จะเป็นกำไรปกติ 5,809 ล้านบาท -1.4% Q-Q, 12.4% Y-Y กำไรที่โตต่ำในปีที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับอดีตที่โต double digit เกิดจากปัญหาหลักคือการใช้กำลังการผลิตที่เต็มจนล้นศักยภาพมาหลายปี
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤศจิกายน
2019
SEAFCO (BUY/20TP: 6.9), แนวโน้ม 4Q19 ไม่สดใส ปรับลดประมาณการลง
(views 23)
คาดกำไร 4Q19 หดตัว Q-Q และ Y-Y จากรายได้ที่ชะลอตัว ต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาส เนื่องจากงานใหญ่ถูกส่งมอบ และงานใหม่อย่าง Dusit Central Park รับรู้ได้ไม่มาก เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลง 2-27% ตามลำดับ เป็นโต 7% Y-Y ที่ 394 ล้านบาทในปี 2019 แต่ลดลง 20% Y-Y ในปี 2020 จากการปรับลดรายได้ หลังงานประมูลล่าช้ากว่าคาด และปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลง สะท้อนสัดส่วนงานรับค่าแรงรวมวัสดุที่สูงขึ้น ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 6.90 บาท โดยปรับลด PER เป็น 16x สะท้อนผลประกอบการปี 2020 ที่ชะลอตัว, งานประมูลที่ล่าช้า และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นของผู้รับเหมาหลัก ซึ่งอาจส่งผลต่อมาร์จิ้นของงาน Subcontract ทางพื้นฐาน ยังแนะนำซื้อ จาก Upside ที่มากกว่า 10% แต่ระยะสั้นขาดปัจจัยหนุน และถูกกดดันจากงบ 4Q19 ที่อ่อนแอ
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤศจิกายน
2019
TCAP (BUY/20TP: 62), Dividend Play
(views 27)
เราปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 และปี 2020 ของ TCAP ขึ้นโดยยังไม่ได้รวมผลของการถือหุ้น New TMB 20% ประเด็นที่น่าสนใจของ TCAP คือผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าจูงใจในระยะสั้น ซึ่งได้แก่ เงินปันผลพิเศษจากสภาพคล่องคงเหลือภายหลังการขาย TBANK 4 บาทต่อหุ้น (เดือน ก.พ. 2020) และปันผลจากกำไร 2H19 ปกติ ซึ่งเราคาดว่าจะจ่ายอีกราว 1.60 บาทต่อหุ้น (เดือน เม.ย.-พค. 2020) ภายหลังการขาย TBANK แล้ว TCAP จะเป็นผู้ถือหุ้น New TMB ราว 20% เมื่อบวกกับบริษัทการเงินอื่นๆในเครือ รวมถึงผลของการซื้อหุ้นคืน เราคาดว่าน่าจะจำกัด Dilution effect และคาดว่าการจ่ายเงินปันผลปกติจะสูงกว่า 5% ต่อปี คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 62 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤศจิกายน
2019
ASK (BUY/20TP: 28), เป้าสินเชื่อปี 2020 ยังแกร่ง
(views 31)
ผู้บริหารให้เป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อปี 2020 ค่อนข้างเซอร์ไพรส์เราในเชิงบวก โดยปีนี้คาดการณ์ที่ +13% และปี 2020 คาดว่าสินเชื่อจะเติบโต 10-15% ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการเงินและสินเชื่อแบบใหม่ซึ่งปัจจุบันฐานต่ำ, การเติบโตของสินเชื่อมินิบัสที่ทดแทนรถตู้โดยสารเดิม และส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่เดิมที่ยังขยายตัวไม่เต็มที่ในปีก่อนแต่จะขยายตัวมากขึ้นจากนี้ เช่นพื้นที่ภาคใต้ และ EEC แม้เราปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2019 ลงสะท้อน 3Q19 ที่มีค่าใช้จ่ายสำรองฯมากกว่าคาด แต่คงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2020 ที่ +9%Y-Y คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 28 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ คาดการณ์ Dividend Yield 6.7%
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤศจิกายน
2019
SISB (BUY/20TP: 10.9), แผนพัฒนาหลักสูตรและเพิ่มจำนวนนักเรียนเป็นบวกต่อ GM
(views 38)
ในปี 2020 บริษัทมีแผนพัฒนาอาคารและหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องโดยปี 2020 จะมีการปรับปรุงห้องเรียนสำหรับ Pre-K ที่สาขาประชาอุทิศ และเริ่มเปิดการสอนหลักสูตร IB สำหรับระดับมัธยมเป็นปีแรก ในระหว่างปี โรงเรียนสาขาธนบุรีจะมีการขยายพื้นที่เพื่อสร้างอาคารเรียนสำหรับระดับชั้นมัธยม (ปัจจุบันเปิดถึง G7) คาดว่าจะสามารถเปิดการเรียนได้ในส.ค. 2021 โดยจะเพิ่มความจุนักเรียนได้อีก 600 คน เราคงประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้า คาดการณ์กำไรเติบโต 108% Y-Y และ 34% Y-Y ตามลำดับ คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 10.90 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤศจิกายน
2019
HANA (T-BUY/20TP: 34), เริ่มมองบวกต่อคำสั่งซื้อ แต่บาทยังแข็ง และยังมี Trade War
(views 26)
จากประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้บริหารยังกังวลต่อผลกระทบจาก Trade War และค่าเงินบาทแข็งค่า แต่สิ่งที่ดีคือ ยอดขาย PC และ Smartphone ทั่วโลกกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง จากทั้งระดับ Stock ที่ต่ำมาก และมีการอัพเกรด Software ของกลุ่มลูกค้าองค์กร ในขณะที่บริษัทได้รับคำสั่งซื้อสินค้าใหม่ เข้ามาช่วยเติมอัตราการใช้กำลังการผลิตให้อยู่ในระดับที่ดีได้ต่อเนื่อง ส่วนสิ่งที่ยังเป็นลบคือ กลุ่มสินค้า Automotive ยังไม่ฟื้นตัว, ลูกค้ายังต้องการย้ายฐานการผลิตจากโรงงานจีนมายังไทย เพราะปัญหา Trade War ยังไม่จบและไม่แน่นอน อีกทั้งค่าเงินบาทที่แข็งค่ายังกดดันทั้งรายได้และอัตรากำไร แม้เราจะเริ่มมองบวกต่อแนวโน้มคำสั่งซื้อในปีหน้า แต่ยังคงมีหลายปัจจัยที่เป็น Downside Risk ต่อประมาณการของเรา ทั้งนี้เราคาดกำไรปกติปี 2019 จะลดลง 40% Y-Y และคาดกลับมาฟื้นตัวในปี 2020 ราว 35% Y-Y (โดยใช้ค่าเงินบาทที่ 31 บาท/USD) แต่ยังเป็นระดับกำไรที่ต่ำกว่าช่วงก่อนมี Trade War เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 34 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ปรับคำแนะนำเป็น เก็งกำไร จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤศจิกายน
2019
APP (IPO: 2.46/20TP: 4.04), Solution Provider ของอุตสาหกรรมการผลิตไทย
(views 39)
APP เป็นผู้จัดจำหน่ายโซลูชั่นด้านการออกแบบและเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งได้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมการผลิตและการก่อสร้างที่ขยายตัวในระยะยาวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่ต้องมีการลงทุนพัฒนากระบวนการทำงานให้เป็นรูปแบบดิจิตอลและมีประสิทธิภาพสุงขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังมีจุดแข็งในด้านสินค้าที่เป็นแบรนด์อันดับต้นๆของโลก เป็นที่รู้จักและนิยมในกลุ่มผู้ใช้งาน เราคาดกำไรสุทธิปี 2019 จะชะลอตัวชั่วคราว -24.7% Y-Y จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่คาดกลับมาเติบโตแข็งแกร่ง +24.7% Y-Y ในปี 2020 เราประเมินราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 4.04 บาท
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤศจิกายน
2019
CK (BUY/20TP: 25), เข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวการลงทุน ช่วยพยุงธุรกิจรับเหมาที่ชะลอ
(views 25)
เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลง 35% และ 24% เป็นหดตัว 45% Y-Y ที่ 944 ล้านบาทในปี 2019 ก่อนฟื้นตัว 53% Y-Y ในปีหน้า จากการเติบโตของเงินลงทุนในบริษัทร่วม ขณะที่ Backlog อยู่ที่ 3.7 หมื่นล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 8 ปี แต่มีงานที่รอเซ็นอยู่ 6.2 พันล้านบาท และรอความชัดเจนในแบ่งงานรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน คาดหนุนให้งานในมือต้นปี 2020 แตะ 8.5-9.0 หมื่นล้านบาทได้ เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 25 บาท (SOTP) ทางพื้นฐาน แนะนำซื้อลงทุน จากศักยภาพรับงานใหม่ และเข้าสู่ช่วงการเก็บเกี่ยวผลของการลงทุนใน BEM และ CKP ช่วยลดความผันผวนของธุรกิจรับเหมา ขณะที่ราคาหุ้นซื้อขายบน PBV ที่ 1.1x เทียบเท่าค่าเฉลี่ยในอดีต-3SD และ Discount NAV ของบริษัทลูกอยู่มาก อย่างไรก็ดี ระยะสั้นขาดปัจจัยหนุน เนื่องจากงานประมูลใหม่คาดมีความชัดเจนในต้นปี 2020
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤศจิกายน
2019
EKH (BUY/20TP: 9.2), ราคาที่ปรับลงเป็นโอกาสในการ “ซื้อ”
(views 30)
เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019 ของ EKH ขึ้น 7% เป็นเติบโต +36% Y-Y สะท้อน Upside ที่มีหลังกำไร 9M19 โตเด่น +47% Y-Y และคิดเป็น 89% ของประมาณการเดิม อย่างไรก็ตามเรายังมีมุมมอง Conservative ต่อกำไรปกติปี 2020 ซึ่งปรับขึ้นเล็กน้อยและคาด +4.4% Y-Y โดยรอติดตามพัฒนาการความสำเร็จของศูนย์กุมารเวชแห่งใหม่ทีเพิ่งเริ่มเปิดให้บริการและเป็น Upside ต่อประมาณการในอนาคต ขณะที่ระยะยาวมีแผนสร้างและเปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในปี 2021 รองรับการเติบโต ราคาหุ้นปรับลงแรงสวนทางทิศทางทางกำไรที่เป็นขาขึ้น ทำให้ 2020PER เหลือเพียง 24.5 เท่า และ Dividend Yield สูงถึง 3.4% เราจึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 9.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
21
พฤศจิกายน
2019
TK (BUY/20TP: 11.8), ROE ปี 2020 คาดดีที่สุดในรอบ 7 ปี
(views 24)
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2019 ขึ้น 9% เป็น 504 ลบ. +23.8%Y-Y เพื่อสะท้อนกำไร 3Q19 ที่ดีกว่าคาดพร้อมกับคุณภาพหนี้ที่แข็งแกร่งซึ่งเป็นภาพสะท้อนถึงความระมัดระวังของบริษัทต่อภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว สำหรับประมาณการกำไรปี 2020 คาดการณ์ที่ 541 ลบ. +7.26%Y-Y คาดการณ์สินเชื่ออาจจะยังเห็นการชะลอตัวลงราว 5%Y-Y (ซึ่งดีกว่าการหดตัวที่ 15% ในปี 2019) เนื่องจากสินเชื่อในประเทศที่คาดว่าจะชะลอตัว แต่คาดว่าการเติบโตจากต่างประเทศจะเร่งตัวขึ้น เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 11.80 บาท อิง Justified PER ที่ 11 เท่า สังเกตว่า ROE ในปี 2020 เราคาดว่าจะอยู่ที่ราว 10% ซึ่งเป็นระดับที่ดีที่สุดในรอบ 7 ปี ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
20
พฤศจิกายน
2019
CHG (BUY/20TP: 2.82), โมเมนตัมกำไรยังดีใน 4Q19 ต่อเนื่อง 2020
(views 24)
เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรปกติ 4Q19-2020 ที่คาดว่ายังเติบโตในอัตราเร่งและแข็งแกร่ง Y-Y จากทั้งโรงพยาบาลหลักอย่างจุฬารัตน์ 3 9 และ 11 ที่ยังโตดี รวมถึงผลขาดทุนจากโรงพยาบาลใหม่ทั้งจุฬารัตน์ 304 และ RPC ที่ทยอยลดลงและคาดพลิกมากำไรในปีหน้า โดยเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 +14.6% Y-Y และ 12.1% Y-Y ตามลำดับ รวมถึงมี Upside เพิ่มเติมจากโอกาสที่สำนักงานประกันสังคมจะปรับเพิ่มการจ่ายเงินในปีหน้า เรายังคงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 2.82 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็นหนึ่งใน Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤศจิกายน
2019
MINT (BUY/20TP: 44), ดีล Bon Chon เป็นดีลที่ดี // เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวเล็กน้อย
(views 25)
เราเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับ MINT ในแง่การฟื้นตัวของกำไรใน 4Q19 จากตัวเลข Rev Par และ Same Store Sales Growth ที่ฟื้นตัวขึ้น ขณะที่ดีลการเข้าซื้อ Bon Chon เรามองเป็นบวกทั้งในแง่การเติมเต็ม Portfolio อาหารของ MINT และโอกาสในการเติบโตในอนาคต แม้เรามีการปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลงเหลือ +3.3% Y-Y และ +10.3% Y-Y ตามลำดับสะท้อนกำไร 3Q19 ที่ต่ำคาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบาทแข็งที่กดดัน แต่คาดว่าน่าจะผ่านช่วงแย่ที่สุดไปแล้ว เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลดลงเหลือ 44 บาท อย่างไรก็ตามเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤศจิกายน
2019
RS (HOLD/20TP: 13.8), ปรับประมาณการลง แม้คาด 4Q19 ค่อยๆ ดีขึ้น
(views 18)
คาดกำไรปกติ 3Q19 เป็นระดับต่ำสุดของปี 4Q19 จะค่อยๆ ดีขึ้นจากยอดขายธุรกิจ MPC ที่เริ่มฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในเดือนก.ย. ผลกระทบจากกำลังซื้อที่อ่อนแอ โดยเริ่มมียอดขายร่วมกับช่อง WPTV และช่วงปลายปีจะมีการทำ Grand Sales นอกจากนี้ คาดมีรายได้จากสื่อวิทยุและการจัด Event เพิ่มขึ้น แต่ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลง 11% สะท้อน 3Q19 ที่ต่ำกว่าคาด ส่วนใหญ่จากการปรับสมมุติฐานยอดขาย MPC ลง สะท้อนมุมมอง Conservative มากขึ้น จากแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจขยายตัวต่ำ การแข่งขันในธุรกิจสูงขึ้น แม้บริษัทมีแผนเพิ่มช่องทางการขายสินค้าอีก 2 ช่อง ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2020 ปรับลงเป็น 13.80 บาท จากเดิม ที่ 17 บาท แนะนำ ถือ ทั้งนี้ ยังไม่รวมผล Synergy ระหว่างธุรกิจ MPC ของ RS กับธุรกิจสื่อบนรถไฟฟ้าและสื่อ On Line ของ VGI บ.ย่อยของ BTS หลังกลุ่ม BTS เข้ามาถือหุ้น 7% ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม คาดใช้เวลากว่าจะเห็นผล อย่างเร็วต้นปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤศจิกายน
2019
TRUE (BUY/20TP: 5.45), ปรับประมาณการลง//ยังแนะนำ “ซื้อ” แต่ชอบ ADVANC มากกว่า
(views 26)
การประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ผู้บริหารให้ข้อมูลว่ารายได้ของธุรกิจมือถือเติบโตเร่งตัวขึ้นหลังออกแพ็คเกจมาสู้คู่แข่งในตลาด Prepaid อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเราคาดว่าน่าจะยังมีผลขาดทุนใน 4Q19 และจากผลการดำเนินงาน 3Q19 ที่ต่ำคาดทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลงเหลือ 220 ลบ. (จากขาดทุนในปี 2018) และ 1,380 ลบ. +527.8% Y-Y ตามลำดับ และปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงเหลือ 5.45 บาท แม้เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” จาก Upside ที่ยังเปิดกว้าง แต่ชอบ ADVANC มากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤศจิกายน
2019
TVO (HOLD/20TP: 26), ราคาถั่วเหลืองโลกปีหน้าดูมี Upside มากกว่า Downside
(views 22)
แนวโน้มราคาถั่วเหลืองโลกปีหน้าดูมี Upside มากกว่า Downside เพราะถั่วเหลืองโลกจะเข้าสู่ภาวะขาดดุลเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี จากคาดการณ์ปริมาณผลผลิตของสหรัฐ (ปลูกถั่วเหลืองมากเป็นอันดับ 1 ของโลก) ลดลงถึง 24 ล้านตันในปีหน้า และราคาถั่วเหลืองปัจจุบันถือว่าอยู่บริเวณต้นทุนการปลูกแล้ว แต่การปรับขึ้นของราคาอาจไม่สูงนัก ตราบใดที่ปัญหา Trade War ยังไม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น และยังมีเรื่องโรคระบาด ASF ในหมู แต่บริษัทได้รับอานิงส์เชิงบวกจากความกังวลต่อโรค ASF ของผู้เลี้ยงในไทย ทำให้ผู้เลี้ยงหันมาซื้อกากถั่วเหลืองในประเทศ (บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดกากถั่วเหลืองเป็นอันดับ 1 ในไทย) แทนการนำเข้าที่ต้องสั่งซื้อในปริมาณมาก และเลี่ยงต่อการนำโรคติดต่อผ่านมาทางการนำเข้าวัตถุดิบ
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤศจิกายน
2019
SAWAD (HOLD/20TP: 68), คาดการณ์สินเชื่อและกำไรปี 2020 เติบโตได้ดี
(views 22)
เราปรับประมาณการกำไรปี 2019 ขึ้นเป็น 3.6 พันลบ. +31%Y-Y จากผลประกอบการ 3Q19 ที่ดีกว่าคาดและแนวโน้ม 4Q19 คาด +1.4%-Q, +15.7%Y-Y ประมาณการกำไรปี 2020 อยู่ที่ 4.3 พันลบ. +18%Y-Y บนคาดการณ์สินเชื่อ +20% ใกล้เคียงกับปี 2019, Loan spread ที่ 16.3% เพิ่มจาก 15.8% ในปี 2018, Credit cost ที่ 1.75% จาก 1.58% ในปี 2018 และ Cost to income ratio ที่ 40% ใกล้เคียงกับปี 2018 ปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 68 บาท แนะนำ ถือ (เดิม ซื้อ)
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤศจิกายน
2019
ORI (BUY/20TP: 8.6), โมเมนตัมกำไร 4Q19 เร่งขึ้น ทำจุดสูงสุดของปี
(views 30)
กำไรปกติ 3Q19 ออกมาใกล้เคียงคาด -5% Q-Q, +12% Y-Y ขณะที่แนวโน้ม 4Q19 คาดขยายตัวเป็นไตรมาสที่ดีสุดของปี จากการโอนคอนโดต่อเนื่อง และเริ่มส่งมอบคอนโดใหม่อีก 1 แห่ง เสริมด้วยแนวราบที่เข้ามาหนุนจากการเปิดโครงการใหม่ อย่างไรก็ตาม เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลง 13-14% ตามลำดับ เป็นทรงตัว Y-Y ที่ 2.8 พันล้านบาทในปี 2019 และฟื้นตัว +9% Y-Y ในปี 2020 หลักๆจากการปรับลดยอดโอน หลังระบายสต็อกได้ช้ากว่าคาด ท่ามกลางตลาดคอนโดที่ชะลอตัว สำหรับปี 2020 ยังเป็นปีที่ระมัดระวัง และมุ่งผลักดันแนวราบเป็น Flagship ใหม่ เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 8.60 บาท โดยปรับลด PER เป็น 6.8x เทียบเท่าค่าเฉลี่ยในอดีต -1SD จุดเด่นคือ อัตราการขายโครงการใหม่ที่โดดเด่น ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2019-2020 ที่ 5.2x พร้อมให้ผลตอบแทนปันผล 7-8% ต่อปี จึงยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2019
TPS (IPO: 2.5/20TP: 3.54), หนึ่งในผู้ได้ประโยชน์ในยุค Digital
(views 35)
TPS เป็นผู้ประกอบการ System Integrator ซึ่งได้ประโยชน์จากทิศทางมูลค่าตลาดสื่อสารที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแรงผลักดันจากภาครัฐทั้งนโยบาย Thailand 4.0 และ Digital Economy กระตุ้นให้เกิดการลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้นเพื่อต่อยอดการดำเนินธุรกิจและยกระดับประเทศในระยะยาวซึ่งเป็นบวกต่อธุรกิจของ TPS โดยตรงและมีโอกาสได้งานเพิ่มเติมหนุน Backlog ปัจจุบันที่มีอยุ่ 378 ลบ. โดยเราคาดกำไรสุทธิปี 2019-2020 เติบโตในระดับที่แข็งแกร่ง 17.6% Y-Y และ 67.2% Y-Y ตามลำดับ เราประเมินราคาเหมาะสมปี 2020 ของ TPS ที่ 3.54 บาท
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2019
AMATA (BUY/20TP: 30), กำไร 3Q19 ดีกว่าคาดมากจากยอดโอนที่ดิน
(views 21)
กำไรปกติ 3Q19 ดีกว่าคาด 15% ผลักดันจากยอดโอนที่ดิน AMATA รายงานกำไรสุทธิ 798.4 ล้านบาท มีรายการพิเศษเป็นกำไรจากการขายอสังหาฯ 43.9 ล้านบาทและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1.4 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก จะเป็นกำไรปกติ 753.1 ล้านบาท +75.9% Q-Q, +108.7% Y-Y ดีกว่าเราคาด 15% จากรายได้รวมที่ +87.4% Q-Q, +170.1% Y-Y เป็น 2.33 พันล้านบาท จากการโอนที่ดินที่ทำได้ถึง 475 ไร่ เพิ่มขึ้นจาก 2Q19 ที่โอนได้ 154 ไร่ และ 3Q18 ที่โอนได้เพียง 39 ไร่ ขณะที่รายได้บริการสาธาณูปโภคและค่าเช่าทยอยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมขยับเพิ่มขึ้นเป็น 53.7% จาก 50.4% ใน 2Q19 และ 52.4% ใน 3Q18 จากทุกธุรกิจรักษาให้อยู่ในระดับสูงได้ สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากบ.ร่วมลดลงเพราะมีปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า 2 โรงในไตรมาสนี้
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2019
BLA (BUY/20TP: 27.5), แนวโน้มการขายเบี้ยประกันสดใสขึ้น ค่าใช้จ่ายสำรองฯคุมได้
(views 21)
เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 27.50 บาท โดยทิศทางการขายเบี้ยประกันผ่านช่องทางการขายทั้งตัวแทนและธนาคารที่ดีขึ้น รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆ และการเน้นการขายสินค้าที่มี High-margin ทั้ง Life และ Protection คาดว่าจะทำให้ Underwriting margin จะมีผลขาดทุนที่น้อยลงตั้งแต่ 4Q19 ถึง 2020 และชดเชยกับสมมติฐาน ROI ที่ลดลงได้ เรื่องผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงคาดว่าจะไม่เกิดขึ้นกับ LAT Reserve แล้ว (แต่อาจกระทบกับ ROI, CAR และ EV บ้าง ) แนะนำ ซื้อ/ซื้อเก็งกำไร (เดิม ชะลอการลงทุน)
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2019
RS (U.R./20TP: U.R.), กำไรปกติ 3Q19 ต่ำกว่าคาด 25%
(views 17)
กำไรปกติ 3Q19 ลดลง 20.6% Q-Q, 13.4% Y-Y ต่ำกว่าคาด 25% กำไรสุทธิและกำไรปกติ 3Q19 ที่ 92 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดของเราและตลาดราว 25% (คาดที่ 123 ล้านบาท) จากยอดขายสินค้าธุรกิจ MPC ต่ำกว่าคาด ลดลง 18.3% Q-Q, 3.62% Y-Y เป็น 443 ล้านบาท จากผลกระทบกำลังซื้อชะลอตัว ถึงแม้ฐานต่ำในไตรมาสก่อนที่มีผลกระทบจากยอดขายสินค้าธุรกิจ MPC ได้รับผลกระทบจากวันหยุดยาว และใน 3Q18 ที่มีผลกระทบจากการปราบปรามสินค้าเถื่อน ขณะที่มีค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่ม 4.5% Q-Q, 16.2% Y-Y และมีภาษีจ่ายเพิ่ม รายได้ทีวีช่อง 8 ดีกว่าคาด +3.2% Q-Q แต่ลดลง 9.9% Y-Y จากภาวะกำลังซื้อและตลาดโฆษณาที่ยังอ่อนแอ และ Rating ของช่อง 8 ยังไม่ฟื้นอย่างมีนัยฯ และรายได้ธุรกิจเพลงกับจัดงาน Event มากกว่าคาด ทั้งนี้ กำไรสุทธิลดลง 2.9% Q-Q เนื่องจากไตรมาสก่อนมีตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานเพิ่มตามกฎหมาย 26 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2019
SISB (BUY/20TP: 10.9), กำไร 3Q19 แข็งแกร่งตามคาด GM new high
(views 21)
กำไร 3Q19 ดีตามคาด SISB รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ดีตามคาดที่ 60 ลบ. +16% Q-Q, +116% Y-Y โดยมีรายละเอียดดังนี้ รายได้จากการจัดการศึกษาเพิ่มขึ้น +6.5%Q-Q และ +21.5%Y-Y เป็นไปตามจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น 30 คน มาที่ 2,405 คน คิดเป็น Utilization rate ที่ 62.2% จาก 61.4% ในไตรมาสก่อน และอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาที่เท่ากับ 4.4 แสนบาทต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 4.2 แสนบาทต่อคนต่อปีในไตรมาสก่อน หรือ +5%Q-Q แม้ว่าไตรมาสนี้จะรับรู้ผลของการปรับเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมประจำปีเพียง 1.5 เดือน แต่เนื่องจากนักเรียนที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นระดับมัธยมซึ่งมีอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาสูงกว่าค่าเฉลี่ยและรายได้จากการเรียนเสริมช่วงปิดเทอม นอกจากนั้นเกิดจากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น อาทิ รายได้จากการจำหน่ายหนังสือ (เป็นฤดูกาลของการเปิดเทอมใหม่) และ รายได้จากการจำหน่ายอาหาร เป็นต้น ต้นทุนการศึกษาเพิ่มขึ้น 3%Q-Q และ 18.7%Y-Y ส่งผลอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเป็น 42.2% จาก 40.4% ในไตรมาสก่อนและเป็นระดับ New High นอกจากนี้ยังเห็นผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัทย่อยที่ดำเนินกิจการโรงเรียนที่สาขาเชียงใหม่ รายงานผลกำไรที่ราว 3.25 ลบ. (ส่วนแบ่งกำไรมาที่ SISB ที่ 1.63 ลบ.)
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2019
STEC (HOLD/20TP: 21.5), งบ 3Q19 ดีกว่าคาด แต่มีหลายปัจจัยเสี่ยงต้องติดตาม
(views 34)
กำไรปกติ 3Q19 ดีกว่าคาด +26% Q-Q, -12% Y-Y STEC รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 อยู่ที่ 272 ล้านบาท (+2% Q-Q, -29% Y-Y) หากรายการผลขาดทุนจากการถูกฟ้องคดีผิดสัญญาจ้างราว 65 ล้านบาท กำไรปกติทำได้ 337 ล้านบาท (+26% Q-Q, -12% Y-Y) ดีกว่าเราและตลาดคาด 23-24% จากรายได้งานก่อสร้างที่มากกว่าคาด
สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) รายได้งานก่อสร้างขยายตัว 24% Q-Q และ 25% Y-Y เป็น 775 ล้านบาท จากความคืบหน้าของงานที่เพิ่มขึ้น สัดส่วนหลักยังมาจากงานสาธารณูปโภค อย่างรถไฟฟ้าสายสีส้ม, ชมพู, เหลือง และรัฐสภาใหม่ 2) อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวเป็น 5.4% เทียบกับ 5.1% ใน 2Q19 แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ จาก 3Q18 ที่ทำได้ 7.8% เนื่องจากงานโรงไฟฟ้าหลายโครงการซึ่งมีมาร์จิ้นดีส่งมอบไปแล้วใน 1Q19 3) SG&A ต่อรายได้ควบคุมได้ดี อยู่ที่ 1.3% เทียบกับ 2% ใน 2Q19 และ 1.6% ใน 3Q18
กำไรปกติ 9M19 อยู่ที่ 994 ล้านบาท (+8% Y-Y) คิดเป็น 93% ของประมาณการทั้งปีที่ 1.1 พันล้านบาท (-17% Y-Y) ซึ่งมี Upside ราว 10-20% จากรายได้ 3Q19 ที่ทำได้สูงกว่าคาด ส่วนปี 2020 เราคาดกำไรที่ 1.3 พันล้านบาท (+22% Y-Y) โดยยังให้สมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นอย่างระมัดระวังที่ 6% เทียบกับเป้าของบริษัทที่ 7%
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2019
CHG (BUY/20TP: 2.82), กำไร 3Q19 ดีกว่าคาดมาก
(views 21)
กำไร 3Q19 ดีกว่าคาดมาก CHG ประกาศกำไรสุทธิ 3Q19 ออกมาที่ 269 ลบ. +118.9% Q-Q, +78.2% Y-Y สูงกว่าเราและตลาดคาดมากราว 40% โดยมีแรงหนุนจากการบันทึกรายได้ส่วนเพิ่มของประกันสังคมสำหรับค่าภาระเสี่ยง (RW<2) ราว 74 ลบ. ซึ่งหากไม่นับรายการดังกล่าวกำไรก็ถือว่าฟื้นตัวได้ดีตามคาด รายได้ 3Q19 เติบโต แข็งแกร่ง +21.4% Q-Q, +24.5% Y-Y จากทั้งกลุ่มเงินสดและประกันสังคม ขณะที่ต้นุทนควบคุมได้ในระดับที่ดี ส่งผลให้ EBITDA Margin ในไตรมาสนี้ขยายตัวขึ้นเป็น 29.1% จาก 19.8% และ 22.5% ใน 2Q19 และ 3Q18 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2019
PRM (BUY/20TP: 9), กำไรปกติต่ำคาดจากต้นทุนบริการที่สูงขึ้น
(views 27)
กำไรปกติต่ำกว่าคาดจากต้นทุนบริการสูงขึ้น PRM รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 252.6 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออกไป กำไรปกติอยู่ที่ 256.9 ล้านบาท +5.0% Q-Q, +18.1% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดกว่า 10% ในไตรมาสนี้ธุรกิจเรือ FSU ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตจากจำนวนเรือที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยไตรมาสนี้มีเรือเพิ่มอีก 2 ลำ แต่อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงเป็น 30% จาก 31.7% ใน 2Q19 เป็นเพราะการลดลงแทบทุกธุรกิจ ธุรกิจเรือ FSU มีการปรับแผนการใช้เรือให้ตรงความต้องการของลูกค้า จึงมีการหยุดให้บริการเรือ 1 ลำ นาน 20 วัน ส่วนธุรกิจเรือขนส่ง Offshore มีค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงตามแผน ธุรกิจเรือขนส่งในเรือประเทศและธุรกิจบริหารเรือมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากไตรมาสก่อนเล็กน้อย
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2019
AP (BUY/20TP: 8.2), Profit recovers in 3Q19, as expected and will peak in 4Q19
(views 18)
APs 3Q19 net profit comes in at Bt619mn (+27% Q-Q, -32% Y-Y). It is in line with our estimate but beats the consensus forecast by 8%. Excluding an extra gain of Bt43mn from sales of its investment in a subsidiary, the companys normalized earnings are equal to Bt576mn (+25% Q-Q, -37% Y-Y). In 3Q19, transfer revenue amounted to Bt5.6bn, splitting 84:16 between low-rise and condo projects. It tumbled 15% Y-Y because AP transferred from large condo projects in 3Q18. However, it surged 24% Q-Q because AP opened more low-rise projects with strong presales momentum. As a result, low-rise transfer jumped 46% Q-Q and increased 5% Y-Y. The share of its joint venture turned to become a loss of Bt26mn (vs. its profit-sharing of Bt167mn in 2Q19 and Bt271mn in 3Q18) because the JV did not transfer from any new condo project. Besides, there were expenses related to the debut of Life Sathorn Sierra. Property sales gross margin was up to 32.8% (vs. 30.9% in 2Q19 and 31.9% in 3Q18), supported by increased low-rise margin.
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2019
CPF (BUY/20TP: 33), ผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 3Q19 จะดีขึ้นตั้งแต่ 4Q19 เป็นต้นไป
(views 28)
กำไรปกติ 3Q19 ใกล้เคียงคาด ลดลงทั้ง Q-Q, Y-Y กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 6,062 ล้านบาท (+47.7% Q-Q, +23.4% Y-Y) หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุน (สุทธิภาษี) 2,833 ล้านบาท, กำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมพันธ์สัตว์ 130 ล้านบาท และขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 124 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 3,222 ล้านบาท (-20.5% Q-Q, -15.9% Y-Y) ใกล้เคียงเราคาด (เราคาดไว้ 3,297 ล้านบาท) แม้ปกติ 3Q จะเป็น High Season ของธุรกิจ แต่ปีนี้ได้รับผลกระทบจากราคาเนื้อสัตว์ที่อ่อนตัวลง โดยเฉพาะราคาหมูไทยที่มีราคาเฉลี่ย 3Q19 เท่ากับ 65.7 บาท/กก. (-11.7% Q-Q, +4.8% Y-Y) และค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลหลักในต่างประเทศ อาทิ หยวน และรีลา (ตุรกี) กอปรกับการอ่อนตัวลงของรายได้อาหารสัตว์ในจีน ทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้ลดลง -1% Q-Q และ -6.2% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 13.5% จาก 13.9% ใน 2Q19 และ 3Q19
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2019
EPG (BUY/20TP: 10), กำไรปกติ 3Q20 ดีกว่าคาดมาก และสูงที่สุดในรอบ 12 ไตรมาส
(views 21)
กำไรปกติดีกว่าคาดมาก อยู่ที่ 346.3 ล้านบาท ดีที่สุดในรอบ 12 ไตรมาส EPG รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 (ก.ค.-ก.ย. 2019) 327.5 ล้านบาท มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 18.9 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออกไป กำไรปกติอยู่ที่ 346.3 ล้านบาท +45.2% Q-Q, +22.1% Y-Y ดีกว่าที่เราคาด 24% และดีกว่า Bloomberg consensus คาด 17% เป็นกำไรที่ดีที่สุดในรอบ 12 ไตรมาส สาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดทุกธุรกิจ และทำให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 30.5% จาก 28.3% ในไตรมาสก่อนและ 27.9% ใน 2Q18 ยืนยันว่าผลประกอบการของ EPG ผ่าน bottom แล้วใน 4Q19 (ม.ค.-มี.ค. 2019)
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2019
JWD (BUY/20TP: 11), กำไรปกติ 3Q19 ดีน้อยกว่าคาด แต่อยู่ในทิศทางเติบโต
(views 24)
กำไรปกติ 3Q19 ต่ำกว่าคาด ธุรกิจบางส่วนถูกกระทบจากส่งออกลด บาทแข็ง JWD รายงานกำไรสุทธิ 75.0 ล้านบาท -6.0% Q-Q, +7.0% Y-Y มีรายการ One-time item ราว 7 ล้านบาท (ขายหุ้นในบ.ย่อย OAI ขาดทุน 3.8 ล้านบาทเพื่อปิดความเสี่ยงหลังขาดทุนจากการดำเนินงานมาตลอด และขาดทุน 3 ล้านบาทจากการลดสัดส่วนในบ.ร่วม) หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรปกติอยู่ที่ 81.8 ล้านบาท -10.6% Q-Q, +16.7% Y-Y ต่ำกว่าที่เราคาด 7% ถือเป็นกำไรที่ไม่สดใสเท่าที่ควร เพราะถูกกระทบจากส่งออกที่ชะลอจากสงครามการค้า ค่าเงินบาทแข็ง ค่าระวางขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ถูก รฟท.ปรับขึ้น และธุรกิจอาหารที่ลงทุนใน CSLF (ไต้หวัน) มี Gross margin ที่ลดลงมากเหลือ 4.4% จาก 9-10% ในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา เพราะ CSLF มีการลงทุนสร้างโรงงานเพิ่มเติม นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากบ.ร่วมมีจำนวนเพียง 12.4 ล้านบาท ต่ำกว่าที่เราคาดมากเพราะ PPSEZ (นิคมฯในพนมเปญ) มีผลขาดทุนเนื่องจากไม่มีการโอนที่ดินในไตรมาสนี้ และกำไรของ Transimex ชะลอ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2019
KCE (HOLD/20TP: 17), ระยะสั้น 4Q19 จะกลับไปอ่อนตัว และคาดกลับมาฟื้นปีหน้า
(views 19)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหารให้ภาพแนวโน้มอุตสาหกรรมในปีหน้าไม่สดใส คาดยอดขายรถยนต์ทั่วโลกจะยังลดลงต่อเนื่องราว 2% - 3% Y-Y เพราะลูกค้ายังกังวลต่อกำลังซื้อ และผลกระทบของ Trade War โดยมีการคาดการณ์คำสั่งซื้อในสินค้ากลุ่มเดิมลดลง แต่ผู้บริหารได้พยายามขยายไปยังกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง และการแข่งขันไม่รุนแรง อย่าง HDI และ Radar สำหรับ EV Car และรถยนต์อัตโนมัติ ด้วยฐานสินค้ากลุ่มนี้ที่ยังเล็กสำหรับบริษัท ผู้บริหารได้ตั้งเป้ารายได้ปีหน้าจะเติบโต 12% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นจะกลับมาสูงกว่าระดับ 25% อีกครั้ง แต่เรามีมุมมองที่ Conservative มากกว่า แม้คาดผลประกอบการจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง แต่เราใช้สมมติฐานการเติบโตที่ต่ำกว่า ทั้งนี้ในระยะสั้นแนวโน้มกำไร 4Q19 จะกลับมาลดลงทั้ง Q-Q, Y-Y เพราะ Low Season และได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของ GM เราปรับลดกำไรปกติ 2019 ลง 12% เป็นกำไรที่ลดลง -50.8% Y-Y และคาดกลับมาเติบโตในปี 2020 ราว 51% Y-Y และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 17 บาท (อิง PE เดิม 15 เท่า) ปรับลดคำแนะนำ จากเก็งกำไร เป็นถือ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2019
PLANB (BUY/20TP: 10.4), กำไร 3Q19 ต่ำกว่าคาด 9% แต่ Outlook ยังดี
(views 22)
กำไร 3Q19 เพิ่ม 3.0% Q-Q, 6.2% Y-Y ต่ำกว่าคาด 9% กำไร 3Q19 ที่ 186 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดของเรา 9% และคาดของตลาดเล็กน้อย ส่วนใหญ่จากค่าใช้จ่าย SG&A มากกว่าคาด เพิ่มขึ้น 28.5% Q-Q, 35.5% Y-Y จากค่าใช้จ่ายในการขยายธุรกิจใหม่ ขณะที่รายได้รวมต่ำกว่าคาดเล็กน้อย เพิ่ม 3.6% Q-Q แต่ลดลง 1.5% Y-Y จากรายได้ BNK (ถือหุ้น 35%) ลดลงจากฐานสูงใน 3Q18 และอัตราการใช้สื่อที่ 74.8% ลดลงจาก 3Q18 ที่ 81.2% ผลจากการเปิดให้บริการสื่อโฆษณาใหม่หลายโครงการ ซึ่งยังต้องใช้เวลา 3-6 เดือน เพื่อยกระดับอัตราการใช้สื่อฯ ที่พัฒนาใหม่ให้เข้าระดับมาตรฐานของบริษัท
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2019
SAWAD (U.R./20TP: U.R.), กำไร 3Q19 ดีตามคาด
(views 18)
อยู่ระหว่างการปรับประมาณการไปเป็นปีหน้า กำไร 9M19 อยู่ที่ 2.66 พันลบ. +37%Y-Y และคิดเป็น 74% ของประมาณการกำไรสุทธิของเราทั้งปีที่ 3.58 พันลบ. +29%Y-Y เราคงประมาณการกำไรปีนี้ และในเบื้องต้นคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2020 ที่ 4.15 พันลบ. +16%Y-Y อยู่ระหว่างการปรับไปใช้ราคาเหมาะสมไปเป็นปี 2020
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
ACE (IPO: 4.4/20TP: 4.2), ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าอนาคตไกล
(views 102)
ACE เป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าชั้นนำ ที่มีความสามารถในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าหลากหลายประเภทได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีมาร์จิ้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดบริษัทจะมีกำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มจากปัจจุบันเกือบ 1 เท่าตัว เป็น 411 MW ภายในปี 2022 หลักๆ จากโครงการใหม่ทั้งโรงไฟฟ้าชีวมวล VSPP, SPP Hybrid และโรงไฟฟ้าขยะชุมชน หากการดำเนินงานเป็นไปตามแผน คาดว่ากำไรปกติในปี 2019 จะโต 68.3% และโตเฉลี่ย 46.7% ใน 3 ปีข้างหน้า (2019-2022) (CAGR) เราประเมินราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2020 (หลังเพิ่มทุน) ที่ 4.20 บาท โดยวิธี SOTP ทั้งนี้ มี Upside จากโครงการในอนาคตที่ไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ จากเป้าหมายของบริษัทที่จะเพิ่มกำลังผลิตเป็นระดับ 1,000 MW ภายในปี 2024 โดยหากได้กำลังผลิตเพิ่ม 100 MW คาดราคาเป้าหมายจะเพิ่มราว 1 บาท
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
BDMS (BUY/20TP: 28), กำไร 3Q19 ดีกว่าคาด คงคำแนะนำ “ซื้อลงทุน”
(views 33)
กำไร 3Q19 ดีกว่าเราและตลาดคาด BDMS ประกาศกำไรปกติ 3Q19 ออกมาที่ 2,890 ลบ. +54.9% Q-Q, +0.4% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาดราว 7% ซึ่งค่อนข้างน่าประทับใจที่กำไรไม่หดตัว Y-Y รายได้เติบโตดีกว่าคาดเล็กน้อย +7.5% Y-Y โดยเติบโตกระจายตัวค่อนข้างดีในทุกส่วนทั้งผู้ป่วยไทยและต่างชาติ (+8% Y-Y และ +5% Y-Y ตามลำดับ) รวมถึงกรุงเทพฯและต่างจังหวัด (+6% Y-Y และ +9% Y-Y ตามลำดับ) ขณะที่ฝั่งต้นทุนควบคุมได้ดีกว่าที่คาดโดยเฉพาะต้นทุนทางตรง ขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A/Sales ส่งผลให้ EBITDA ใน 3Q19 อยู่ที่ 13% ดีกว่าคาดที่ 12.2% อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 13.9% ถือว่าชะลอตัวลงเนื่องจากมีต้นทุนส่วนเพิ่มจากการเปิดโรงแรม Movenpick BDMS Wellness Resort และ Bangkok International Hospital ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
BJC (HOLD/20TP: 54), กำไร 3Q19 น่าผิดหวัง แผ่วลงทุกธุรกิจ ยกเว้น Consumer
(views 21)
กำไรปกติ 3Q19 ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 1,774 ล้านบาท (+16.1% Q-Q, +5.4% Y-Y) หากไม่รวมการกลับรายการสำรองภาษี 300 ล้านบาท (สุทธิภาษี) และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 32 ล้านบาท จะมีกำไรปกติ 3Q19 เพียง 1,442 ล้านบาท (-19.6% Q-Q, -14.8% Y-Y) น่าผิดหวัง ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 1,696 ล้านบาท) มาจาก 1) BIGC มี SSSG ติดลบมากขึ้น -4.9% Y-Y จาก -0.3% Y-Y ใน 2Q19 แม้อัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัว Y-Y ได้ แต่ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น ทำให้กำไรของ BIGC (ไม่รวมกลับรายการสำรองภาษี) ในไตรมาสนี้ -4% Q-Q, -14% Y-Y 2) ธุรกิจ Packaging รายได้แก้วโต 5% Y-Y แต่ถูกหักล้างด้วยรายได้กระป๋องที่ลดลง -5.6% Y-Y (ผิดไปจากคาดว่าจะโตขึ้น) และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงมากเหลือ 18.2% จาก 20.8% ใน 3Q18 ต่ำสุดในรอบ 29 ไตรมาส จากกำลังการผลิตกระป๋องที่ยังไม่ได้ Scale และ Product Mix ของแก้วเปลี่ยน โดยขายสินค้าที่มีอัตรากำไรต่ำมากขึ้ ทำให้กำไรของ Packaging ลดลง -17% Q-Q, -9% Y-Y 3) Healthcare แม้จะมีรายได้เติบโต แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 28.2% จาก 32.1% ใน 3Q18 และ 31% ใน 2Q19 มาจาก Product Mix ทำให้กำไรของธุรกิจนี้ลดลง -5.4% Q-Q, -10% Y-Y มีเพียงธุรกิจ Consumer ที่ยังมีกำไรเพิ่มขึ้นได้ +24% Y-Y (แต่ -14.5% Q-Q ตามฤดูกาล) แต่ไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของ 3 ธุรกิจได้
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
CENTEL (SELL/20TP: 27), กำไร 3Q19 คาดไว้ต่ำแล้ว ยังต่ำกว่าคาด คงคำแนะนำ “ขาย”
(views 31)
กำไร 3Q19 ต่ำกว่าเราและตลาดคาดมาก CENTEL ประกาศกำไรปกติ 3Q19 ที่ 215 ลบ. -26% Q-Q, -51.3% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาด 17% และ 30% ตามลำดับ โดยรายได้หดตัวแรงกว่าคาด -4.7% Q-Q, -7% Y-Y โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมซึ่งมี Rev Par -10.2% Y-Y และการปิดปรับปรุงของโรงแรม Centara Grand สมุย ขณะที่ธุรกิจอาหารมี SSSG -8.4% Y-Y ซึ่งเป็นระดับที่สูงมาก ขณะที่ฝั่งต้นทุนสูงกว่าคาดจากส่วนของธุรกิจโรงแรมเป็นหลัก ทำให้ EBITDA Margin ใน 3Q19 หดตัวเหลือเพียง 16.1% จาก 16.2% และ 18.8% ใน 2Q19 และ 3Q18 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
CPALL (BUY/20TP: 97), กำไร 3Q19 ดีตามคาด และจะดีมากขึ้นใน 4Q19
(views 26)
กำไรสุทธิ 3Q19 ดีตามคาด กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 5,612 ล้านบาท (+17% Q-Q, +8.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 5,649 ล้านบาท) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพนักงานในไตรมาสก่อน พบว่ากำไรปกติ 3Q19 +4.7% Q-Q, +10% Y-Y ถือเป็นกำไรที่ดี โดยมาจากทั้ง MAKRO ที่มีกำไรปกติไตรมาสนี้เท่ากับ 1,483 ล้านบาท (+16.3% Q-Q, +9.3% Y-Y) และในส่วนของ 7-11 มี SSSG เป็นบวกต่อเนื่องอยู่ที่ +2% Y-Y ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากการทำ Stamp Promotion และมีการเปิดสาขาใหม่ 112 แห่ง ทำให้รายได้รวมเติบโต 8.3% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นยังทำได้ดีต่อเนื่อง โดย MAKRO อยู่ที่ 10.6% เพิ่มขึ้นจาก 9.5% ใน 2Q19 และ 10.3% ใน 3Q18 ส่วน 7-11 ทำได้ดีอยู่ที่ 26.6% เพิ่มขึ้นจาก 26.1% ใน 3Q18 แต่ลดลงจาก 26.9% ใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
ERW (BUY/20TP: 7.2), กำไรปกติ 3Q19 ใกล้เคียงคาด//เลือกเป็น Top Pick
(views 27)
กำไรปกติ 3Q19 ใกล้เคียงเราและตลาดคาด ERW ประกาศกำไรปกติ 3Q19 ออกมาที่ 43 ลบ. +298.1% Q-Q, +2.9% Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาด กลับมาเติบโต Y-Y ได้ครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาส รายได้จากการดำเนินงานสามารถเติบโตขึ้นได้ +7.3% Q-Q, +4.8% Y-Y แม้ Rev Par ไม่รวม Hop Inn จะ -6% Y-Y แต่ชดเชยได้จากจำนวนห้องพักที่เพิ่มขึ้นที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดโรงแรมใหม่ทั้งระดับ Economy Midscale รวมถึง Hop Inn ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝั่งต้นทุนอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงคาดซึ่งเป็นระดับที่ควบคุมได้ดี ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวดีขึ้นเป็น 25.9% ในไตรมาสนี้จาก 22.2% และ 24.7% ใน 2Q18 และ 3Q18 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
GLOBAL (BUY/20TP: 17), กำไร 3Q19 ไม่สดใส ตามคาด
(views 23)
กำไร 3Q19 ตามคาด ไม่สดใส กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 438 ล้านบาท (-15.8% Q-Q, -1.1% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 442 ล้านบาท) กำไรที่ลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล ส่วนกำไรที่ลดลงเล็กน้อย Y-Y มาจาก SSSG ที่แผ่วลงคาด 0% ถึงติดลบเล็กน้อย Y-Y เทียบกับที่ +8% Y-Y ใน 2Q19 ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่สูงในปีก่อน โดยมี SSSG 3Q18 +12% Y-Y ซึ่งไตรมาสนี้มีการเปิดสาขาใหม่ 2 แห่งที่สตูลและภูเก็ต และรวมกับสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 7% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 21% จาก 19.6% ใน 2Q19 และ 20.6% ใน 3Q18 มาจากการเปลี่ยนแปลงของ Product Mix เป็นหลัก ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น 15.3% Y-Y จากทั้งค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่ และค่าใช้จ่ายพนักงาน กอปรกับรายได้ที่ไม่สดใสนัก ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้สูงขึ้นมาอยู่ที่ 15.3% จาก 13.9% ใน 2Q19 และ 14.1% ใน 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
ITEL (BUY/20TP: 3.8), กำไร 3Q19 ทำสถิติสูงสุดใหม่ตามคาด มาร์จิ้นที่ลดลงเป็นเหตุชั่วคราว
(views 25)
กำไร 3Q19 ทำสถิติสูงสุดใหม่ตามคาด มาร์จิ้นที่ลดลงเป็นเหตุชั่วคราว ITEL รายงานกำไรสุทธิ 48.4 ล้านบาทใน 3Q19 +2.9% Q-Q, +41.8% Y-Y สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง และใกล้เคียงคาด กำไรที่ดีขึ้นในไตรมาสนี้มาจากรายได้ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว +27.1% Q-Q, +77.5% Y-Y เป็น 746.1 ล้านบาท เป็นรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รายได้ที่เติบโตหลักๆมาจากรายได้ติดตั้งโครงข่าย (Installation) ของระบบสื่อสาร DMS และ USO เฟส 2 ที่ส่งมอบงานส่วนที่เหลือทั้งหมดในไตรมาสนี้ ส่วนรายได้จาก Data center มีลูกค้าชะลอการใช้งบประมาณ ทำให้บริษัทไม่สามารถรับรู้รายได้ตามปกติ ซึ่งฉุด Gross margin ของธุรกิจ Data services ให้ลดลงจากปกติ 23-25% เหลือ 15.9% เพราะบริษัทมีต้นทุนคงที่และค่าบำรุงรักษาเพิ่มช่วงน้ำท่วม จึงฉุด Gross margin โดยรวมให้ลดลงเป็น 16.4% จาก 19.8% ใน 2Q19 และจาก 22.5% ใน 3Q18 สำหรับค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง ช่วยชดเชยดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม Gross margin ของ Data service เป็นเหตุการณ์ชั่วคราว สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลต่อเนื่องใน 4Q19 แต่จะคลี่คลายในปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
M (BUY/20TP: 84), กำไร 3Q19 ต่ำคาด แต่จะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q19 - 2020
(views 17)
กำไรสุทธิ 3Q19 ต่ำกว่าคาด ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อชะลอตัว กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 549 ล้านบาท (-20.3% Q-Q, -18.7% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 14% (เราคาดไว้ 636 ล้านบาท) โดยมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด และค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าคาด โดยกำไรที่ลดลง Q-Q สอดคล้องกับช่วง Low Season ของธุรกิจ แต่กำไรลดลง Y-Y ทั้งที่มีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้อีก 10 แห่ง รวมกับสาขาใหม่ที่เปิดในช่วงก่อนหน้า แต่ถูกหักล้างด้วย SSSG พลิกเป็นติดลบ -4% Y-Y สำหรับร้าน MK และ -9% Y-Y สำหรับร้าน Yayoi เพราะได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ฝนตกมาก และน้ำท่วมหลายพื้นที่ ทำให้รายได้รวมลดลง -1.8% Y-Y ในขณะที่มีต้นทุนบางส่วนเป็นต้นทุนคงที่ ไม่ได้ลดลงตามการลดลงของรายได้ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงมาอยู่ที่ 68.3% จาก 68.4% ใน 3Q18 (เราคาดไว้ 68.5%) กอปรกับมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเล็กน้อย +4.7% Y-Y จากค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเครื่องแบบพนักงาน และค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่ ในขณะที่รายได้ปรับลดลง ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 55.3% จาก 51.9% ใน 3Q18 และส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมลดลงมาอยู่ที่ -5 ล้านบาท จาก -24 ล้านบาทใน 2Q19 ที่มีการรับรู้ค่าใช้จ่าย One Time จากการโอรนขายร้าน Yayoi ที่มาเลเซียออกไป แต่พลิกจากที่มีส่วนแบ่งกำไร 1 ล้านบาทใน 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
MINT (BUY/20TP: 47), กำไรปกติ 3Q19 ต่ำกว่าคาด แต่ยังแนะนำ “ซื้อ”
(views 16)
กำไรสุทธิ 3Q19 สูงกว่าคาด แต่กำไรปกติต่ำกว่าคาด MINT ประกาศกำไรสุทธิ 3Q19 ออกมาที่ 4,560 ลบ. +155.3% Q-Q, +347.2% Y-Y สูงกว่าคาดมากซึ่งหลักๆเกิดจากกำไรจากการขายโรงแรม Tivoli ที่สูงกว่าคาด (กำไร 3,512 ลบ. vs เราคาด 2,100 ลบ.) นอกจากนี้ยังมีรายการพิเศษอื่นๆทั้งค่าใช้จ่ายและค่าใช้จ่ายสำรองแบรนด์ร้านอาหาร 312 ลบ. ขาดทุนจากสัญญาแลกเปลี่ยนสกุลเงิน 46 ลบ. และค่าใช้จ่าย One-Time ของ NHH จำนวน 1 ลบ. ซึ่งหากตัดรายการดังกล่าวออกกำไรปกติจะอยู่ที่ 1,417 ลบ. -32.5% Q-Q, +39% ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดราว 9-10% โดยแม้รายได้จากการดำเนินงาน 3Q19 เติบโตก้าวกระโดด +91% Y-Y ซึ่งยังคงได้แรงหนุนจากการรวมงบการเงินจาก NHH แต่การเติบโตยังถูกถ่วงจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 10% Y-Y ส่งผลให้ Rev Par -7% Y-Y ขณะที่ธุรกิจอาหารมี Same Store Sales Growth -3.7% Y-Y ซึ่งถูกกดดันจากการบริโภคที่ชะลอและการแข่งขันที่สูงขึ้นโดยเฉพาะจากบริการ Delivery ขณะที่ฝั่งต้นทุนอยู่ในระดับสูงกว่าคาดเช่นกัน ส่งผลให้ EBITDA Margin ในไตรมาสนี้ลดลงเหลือ 13.1% จาก 18.9% และ 20.1% ใน 2Q19 และ 3Q19 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
SPALI (HOLD/20TP: 19), งบ 3Q19 ดีกว่าคาด แนวโน้ม 4Q19 เร่งขึ้นต่อ
(views 27)
กำไร 3Q19 ดีกว่าคาด +66% Q-Q, -4% Y-Y SPALI รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 เร่งขึ้น 66% Q-Q แต่ชะลอ 4% Y-Y เป็น 1.27 พันล้านบาท ดีกว่าเราและตลาดคาด 7% และ 5.5% ตามลำดับ จาก SG&A ต่อรายได้ที่น้อยกว่าคาด จากผลของมาตรฐานบัญชี TFRS15 สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ 1) ยอดโอนฟื้นตัวเป็น 5.6 พันล้านบาท (+31% Q-Q, -3% Y-Y) แบ่งเป็นแนวราบ : คอนโดที่ 55 : 45 หนุนจากแนวราบที่ไปได้ดี และเริ่มโอนคอนโดใหม่อย่าง Supalai Veranda Rama 9 (มูลค่า 4.3 พันล้านบาท มียอดขาย 90%) ในช่วงปลายของไตรมาส 2) อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯ ปรับขึ้นเป็น 39.1% จาก 2Q19 ที่ 36.9% และ 3Q18 ที่ 38.2% จากการเริ่มโอนคอนโดใหม่ที่มีมาร์จิ้นสูง 3) SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 12.3% จาก 14.9% ใน 2Q19 และ 11.7% ใน 2Q18
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
WORK (UR/20TP: UR), กำไร 3Q19 ต่ำกว่าเราและตลาดคาดอย่างมาก
(views 21)
กำไรปกติ 3Q19 ต่ำกว่าคาดของเราและตลาด ลดลง Q-Q, Y-Y กำไรสุทธิและกำไรปกติ 3Q19 เพียง 44 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดของเราและคาดของตลาดที่ 90-160 ล้านบาท โดยเป็นกำไรสุทธิลดลง 39.8% Q-Q (2Q19 มีค่าใช้จ่ายพิเศษสำรองค่าตอบแทนพนักงาน 28 ล้านบาท), 69.0% Y-Y กำไรปกติลดลง 56.4% Q-Q, 69.0% Y-Y จากรายได้ช่อง WPTV ต่ำกว่าคาด ลดลง 6.6% Q-Q, 27.5% Y-Y รายได้รับจ้างจัดงานลดลง 58.3% Q-Q, 53.6% Y-Y และรายได้ละครเวทีคอนเสิรต์ลดลง 75.6% (แม้เพิ่ม 58.5% Q-Q)
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
SAPPE (BUY/20TP: 29), กำไร 3Q19 เติบโตสูง Y-Y เพราะมี B’LUE
(views 26)
กำไร 3Q19 ต่ำคาดเล็กน้อย โดยรวมโตสูง Y-Y กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 102 ล้านบาท (-25% Q-Q, +52.2% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 8% (เราคาดไว้ 111 ล้านบาท) กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล แต่เป็นกำไรที่เติบโตสูง Y-Y เพราะมีการรวม B’LUE เต็มไตรมาส และประสบความสำเร็จตามแผน เทียบกับปีก่อนที่ยังไม่มีการขาย ทำให้รายได้รวมเติบโต +28.8% Y-Y ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายของผู้บริหาร นอกจากนี้รายได้ส่งออกเริ่มกลับมาโตอีกครั้ง +27.7% Y-Y จากทั้งลูกค้าอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และตะวันออกกลาง ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมากมาอยู่ที่ 39.7% จาก 33.5% ใน 3Q18 และดีขึ้นจาก 37.8% ใน 2Q19 ตามอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น และประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น และด้วยรายได้ที่เติบโตดี แต่ค่าใช้จ่ายเร่งตัวขึ้น +14.1% Q-Q, +51.1% Y-Y มาจากค่าใช้จ่ายในการออกสินค้าใหม่ การวางขายสินค้า โดยเฉพาะจาก B’LUE และค่าใช้จ่ายทำการตลาด ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 25.7% จาก 20% ใน 2Q19 และ 21.9% ใน 3Q18 แต่สิ่งที่ดี ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมดาน่อนเซ็ปเป้ในไตรมาสนี้ลดลงมาอยู่ที่ -4 ล้านบาท จาก 2Q19 ที่ -9.8 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
BEM (HOLD/20TP: 11.7), งบ 3Q19 ดีกว่าคาด ติดตามความคืบหน้าต่อสัมปทาน
(views 20)
กำไร 3Q19 ดีกว่าคาด จาก GPM สูงกว่าคาด BEM รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 937 ล้านบาท (-70% Q-Q, -70% Y-Y) หากหักกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน 24 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 912 ล้านบาท (+30.5% Q-Q, ทรงตัว Y-Y) ดีกว่าที่เราและตลาดคาด 13% และ 11% ตามลำดับ จากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจรถไฟฟ้าที่ทำได้ดีกว่าคาด
สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) รายได้รวมอยู่ที่ 4 พันล้านบาท โต 5% Q-Q และ 3% Y-Y จากรายได้ธุรกิจทางด่วน +3% Q-Q, +2% Y-Y ตาม Organic Growth ของปริมาณรถ, ธุรกิจรถไฟฟ้า +9% Q-Q, +4% Y-Y หนุนจากผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่ Feed in จากการเปิดทดลองเดินรถน้ำเงินต่อขยาย และธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ +11% Q-Q, +19% Y-Y จากรายได้ให้เช่าพื้นที่ค้าปลีกใน Metro Mall เพิ่มขึ้น และการเริ่มรับค่าเช่าพื้นที่โฆษณาในสายสีน้ำเงินต่อขยาย 2) GPM รวม ปรับขึ้นเป็น 36.4% เทียบกับ 35.8% ใน 2Q19 แต่ลดลงจาก 39.4% ใน 3Q18 จากค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทางด่วนศรีรัชรอบนอก, ค่าตัดจำหน่ายทางด่วน และการเปิดเดินรถไฟฟ้าสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย 3) SG&A ต่อรายได้ใกล้เคียงกับ 3Q18 ที่ 7% 4) รับรู้เงินปันผลรับจาก TTW รวม 221 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
AP (BUY/20TP: 8.2), งบ 3Q19 ฟื้นตามคาด แนวโน้ม 4Q19 สูงสุดของปี
(views 18)
กำไร 3Q19 ตามคาด +27% Q-Q, -32% Y-Y AP รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 อยู่ที่ 619 ล้านบาท (+27% Q-Q, -32% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด แต่ดีกว่าตลาด 8% หากหักกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยราว 43 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 576 ล้านบาท (+25% Q-Q, -37% Y-Y) สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) ยอดโอนแตะ 5.6 พันลบ. แบ่งเป็นแนวราบ 84% และคอนโด 16% หดตัว 15% Y-Y จาก 3Q18 ที่มีโอนคอนโดใหญ่ แต่ฟื้นตัว 24% Q-Q จากการเปิดโครงการแนวราบที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีโมเมนตัมการขายไปได้ดี ทำให้รายได้แนวราบ +46% Q-Q, +5% Y-Y 2) ส่วนแบ่ง JV พลิกเป็นขาดทุน 26 ล้านบาท (เทียบกับกำไร 167 ล้านบาทใน 2Q19 และ 271 ล้านบาทใน 3Q18) เนื่องจากไม่มีคอนโดใหม่เริ่มโอน และมีค่าใช้จ่ายการเปิดตัวคอนโด Life Sathorn Sierra 3) อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯ ปรับขึ้น 32.8% จาก 30.9% ใน 2Q19 และ 31.9% ใน 3Q18 หนุนจากมาร์จิ้นแนวราบที่สูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2019
BCH (BUY/20TP: 22), กำไร 3Q19 แกร่งใกล้เคียงคาด
(views 31)
กำไร 3Q19 โตแกร่ง Q-Q และ Y-Y ใกล้เคียงคาด BCH ประกาศกำไรปกติ 3Q19 ออกมาที่ 402 ลบ. +53.5% Q-Q, +12.8% Y-Y แข็งแกร่งใกล้เคียงเราและตลาดคาดและสามารถทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รายได้เติบโตอย่างแข็งแรง +15.5% Q-Q, +10.8% Y-Y ทั้งในกลุ่มผู้ป่วยเงินสดจาก High Season แรงหนุนของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง และการรักษาโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดศูนย์แพทย์เฉพาะทาง ขณะที่กลุ่มประกันสังคมได้แรงหนุนจากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นและการรับรู้รายได้ส่วนเพิ่มของค่าภาระเสี่ยง (RW<2) ขณะที่ฝั่งต้นทุนควบคุมได้ดีเยี่ยม ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นเป็น 30.5% ในไตรมาสนี้จาก 24.9% และ 29.5% ใน 2Q19 และ 3Q18 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2019
CPN (BUY/20TP: 86), กำไรปกติ 3Q19 ใกล้เคียงคาด และจะโตเร่งตัวขึ้นในปีหน้า
(views 29)
กำไรปกติ 3Q19 แข็งแกร่งใกล้เคียงเราและตลาดคาด CPN มีกำไรปกติ 2,816.3 ล้านบาทใน 3Q19 (ไม่มีรายการพิเศษ) +8.3% Q-Q, +7.5% Y-Y แข็งแกร่งใกล้เคียงเราและตลาดคาด กำไรที่เติบโตดีในไตรมาสนี้มาจากรายได้ค่าเช่าศูนย์การค้าที่โตต่อเนื่อง +0.8% Q-Q, +8.8% Y-Y จากทั้งหมด 34 ศูนย์ มีอัตราการเช่าพื้นที่ 91% ใกล้เคียงช่วงก่อนๆ สำหรับ Central Village ที่เปิดตัวเมื่อ 31 ส.ค. 2019 มีอัตราการเช่าพื้นที่ 77% (พื้นที่เช่า 2 หมื่นตร.ม.) ธุรกิจมีการแข่งขันในบางพื้นที่ทำให้ Same store rental revenue +3.1% Y-Y ชะลอเล็กน้อยจาก 2Q19 ที่ 4.2% รวมถึงไตรมาสนี้มีรายได้จากการโอนคอนโด Escent Ville เชียงใหม่ต่อเนื่องจาก 2Q19 และเริ่มโอน Escent Ville เชียงราย ทำให้รายได้จากอสังหาฯ +24.1% Q-Q, -26.4% Y-Y การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารทำได้ดีขึ้น ทำให้ EBITDA margin เพิ่มขึ้นเป็น 56.0% จาก 55.3% ใน 2Q19 และ 53.8% ใน 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2019
GFPT (HOLD/20TP: 15), การฟื้นฟูโรงงานจากเหตุไฟไหม้ยาวนานกว่าคาด
(views 17)
กำไรสุทธิ 3Q19 ไม่สดใส แม้โต Q-Q ตามฤดูกาล แต่ลดลง Y-Y จากปริมาณขายไก่ส่งออกที่ไม่โต, บาทแข็ง และราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศลดลง กระทบทั้ง GFPT และ GFN แต่คาดกำไรจะลดลงต่อใน 4Q19 เพราะ Low Season และประสบเหตุไฟไหม้ กระทบสายการผลิตไก่ปรุงสุก สำหรับปีนี้เรายังคาดกำไรเติบโต 12.4% Y-Y แม้จีนจะอนุมัติโรงงานไก่ส่งออกของไทยเพิ่มเติมเป็น 16 โรงงาน กอปรกับโรค ASF ในหลายประเทศ ทำให้ความต้องการไก่ไทยสูงขึ้น และปริมาณผลผลิตลูกไก่ของไทยลดลงเหลือ 34 ล้านตัวต่อสัปดาห์ จากก่อนหน้าที่ 36 – 37 ล้านตัว อาจส่งผลบวกต่อราคาไก่ในประเทศปรับขึ้นในช่วงต้นปี 2020 แต่ 2 ใน 5 สายการผลิตไก่ปรุงสุกได้รับความเสียหายมาก ซึ่งบริษัทต้องการที่จะเปลี่ยนเป็นเครื่องจักรใหม่ที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ต้องการใช้เวลากว่าจะสั่งซื้อ ติดตั้งแล้วเสร็จ รวมถึงการเข้ามาตรวจโรงงานของกรมปศุสัตว์ และลูกค้า
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2019
GUNKUL (BUY/20TP: 3.7), กำไร 3Q19 เร่งตัวขึ้นแรง ทำ New High มากกว่าเราและตลาดคาด
(views 25)
กำไรปกติ 3Q19 เพิ่ม 126.0% Q-Q, 38.1% Y-Y มากกว่าตลาดคาด 15-20% 3Q19 ทำกำไร New High โดยกำไรสุทธิที่ 958 ล้านบาท +119.3% Q-Q, 33.9% Y-Y และกำไรปกติ 955 ล้านบาท +126.0% Q-Q, 38.1% Y-Y มากกว่าที่เราและตลาดคาด15-20% (ที่ 800-850 ล้านบาท) โดยรายได้รวมเพิ่ม 40.5% Q-Q, 14.6% Y-Y แรงหนุนหลักจากรายได้ขายไฟสูงเป็นประวัติการณ์ +37.3% Q-Q, +28.7% Y-Y แม้ฐานใน 3Q18 สูง จากโรงไฟฟ้าลม 3 โรงได้ผลบวกจากกระแสลมตามฤดูกาลในระดับสูงมาก โดย Capacity factor สูงถึง 43% นอกจากนี้ รายได้จากการขายอุปกรณ์ +24.9% Q-Q, 20.6% Y-Y และรายได้งานก่อสร้าง +135.3% Q-Q แม้ลดลง 38.0% Y-Y กอปรกับ Gross margin เพิ่มเป็น 60.1% จากไตรมาสก่อนที่ 53.2% และ 3Q18 ที่ 57.0% ดอกเบี้ยจ่ายและค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2019
ICHI (SELL/20TP: 6.4), กำไร 3Q19 ต่ำกว่าคาด รายได้ส่งออกต่ำสุดในรอบ 10 ไตรมาส
(views 25)
กำไรสุทธิ 3Q19 ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 73 ล้านบาท (-46.7% Q-Q, +204.2% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 91 ล้านบาท) โดยกำไรที่ลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ และมองผ่านกำไรสูงสุดปีนี้ไปแล้วใน 2Q19 ที่เป็นช่วงหน้าร้อน ส่วนการเติบโตสูง Y-Y เพราะฐานที่ต่ำมากในปีก่อน โดยรายได้ในประเทศกลับมาเติบโตได้มากขึ้น +8.3% Y-Y ตามการฟื้นตัวของมูลค่าตลาดชาเขียวที่กลับมาฟื้นตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี แต่สิ่งที่สร้างความกังวลให้กับเรามากขึ้นคือ รายได้ส่งออกไตรมาสนี้ลดลงแรง -34.7% Y-Y เป็นรายได้ส่งออกที่ต่ำสุดในรอบ 10 ไตรมาส ซึ่งมาจากตลาดกัมพูชาเป็นหลัก ภายหลังประสบปัญหากำลังซื้ออ่อนตัวลง และการแข่งขันที่ยังสูง ทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้ลดลง -31% Q-Q, -8.3% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นมาอยู่ที่ 18% จาก 13.2% ใน 3Q18 จากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2019
TKN (T-BUY/20TP: 13), กำไร 3Q19 ต่ำกว่าคาด
(views 19)
กำไรสุทธิ 3Q19 ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 69 ล้านบาท (-29.6% Q-Q, -46.1% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 111 ล้านบาท) แม้รายได้ในประเทศกลับมาเติบโต 5.2% Q-Q, +1% Y-Y จากการขยายธุรกิจร้านข้าวแกงกะหรี่ Hinoya และการเปิดสาขาใหม่ร้านเถ้าแก่น้อยแลนด์ แต่การเติบโตยังไม่มาก เพราะยังขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเป็นสำคัญ แต่ถูกหักล้างด้วยรายได้ส่งออกที่ลดลง -7.8% Q-Q, -21% Y-Y โดยมาจากตลาดส่งออกจีนที่ลดลงมาก -16.2% Y-Y ทำให้สัดส่วนรายได้จีนลดลงมาอยู่ที่ 35% ของรายได้รวม จาก 40% ของรายได้รวม เพราะยังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่าน Distributor ในจีน แม้ต้นทุนสาหร่ายจะลดลง แต่อัตราการใช้กำลังการผลิตเครื่องจักรถูกกระทบจากรายได้ที่ลดลง รวมถึงโรงงานที่สหรัฐยังใช้การผลิตต่ำกว่าจุดคุ้มทุน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 27% จาก 28% ใน 2Q19 และ 32.1% ใน 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2019
RBF (HOLD/20TP: 4.6), กำไร 3Q19 ดีกว่าคาด น่าจะยังดีต่อใน 4Q19
(views 17)
กำไรสุทธิ 3Q19 ดีกว่าคาดจากมาร์จิ้นที่ดีและค่าใช้จ่ายลดลง กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 106 ล้านบาท (+76.7% Q-Q, +71% Y-Y) ดีกว่าคาด 12% (เราคาดไว้ 95 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรโตดี Q-Q เพราะไตรมาสก่อนมีรายการค่าใช้จ่าย One Time ค่อนข้างมาก และกำไรเติบโตสูง Y-Y แม้รายได้จะเติบโตเล็กน้อย 0.9% Y-Y โดยมาจากการเติบโตจากการขาย 2% Y-Y แต่รายได้จากธุรกิจโรงแรมลดลง -27.5% Y-Y ทั้งนี้สัดส่วนรายได้จากการขายและธุรกิจโรงแรมในไตรมาสนี้อยู่ที่ 97.4% และ 2.6% ของรายได้รวมตามลำดับ แต่สิ่งที่ดีคือ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น Y-Y มาอยู่ที่ 39% จาก 34.8% ใน 3Q18 เพราะมีการปรับ Product Mix ลดการขายสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรต่ำ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจขายมาอยู่ที่ 40.7% จาก 36.9% ใน 3Q18 และธุรกิจโรงแรมมีขาดทุนขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ -3.9% จาก -5.3% ใน 3Q18 ในขณะที่มีรายการค่าใช้จ่ายลดลง ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 21.2% จาก 22.9% ใน 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤศจิกายน
2019
ASEFA (SELL/20TP: 3.5), กำไร 3Q19 ลดลงต่อเนื่อง ปรับประมาณการลงอีกครั้ง
(views 22)
กำไร 3Q19 ลดลง 35.2% Q-Q, 67.5% Y-Y กำไรสุทธิและกำไรปกติ 3Q19 ที่เพียง 28 ล้านบาท กำไรสุทธิลดลง 26.5% Q-Q, 67.5% Y-Y (2Q19 มีตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานเพิ่มตามกฎหมายใหม่ 5 ล้านบาท) ขณะที่กำไรปกติลดลง 35.2% Q-Q, 67.5% Y-Y จากรายได้รวมลดลง 3.8% Q-Q (ปกติ 3Q, 4Q เป็นช่วงรายได้สูง), 24% Y-Y จากการชะลอตัวของสภาพตลาดและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง Gross margin ลดลงเหลือ 20.0% จากไตรมาสก่อนที่ 21.9% และ 3Q18 ที่ 26.1% เนื่องจากยังใช้กำลังผลิตไม่เต็มที่
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤศจิกายน
2019
MAJOR (BUY/20TP: 33), กำไรปกติ 3Q19 ตามคาด ลดลง Q-Q แต่เพิ่ม Y-Y
(views 18)
กำไรปกติ 3Q19 ลดลง 61.2% Q- Q ตามฤดูกาล แต่โตดี 44.7% Y-Y ตามคาด กำไรปกติ 3Q19 ที่ 194 ล้านบาท ตามคาดที่ 195 ล้านบาท เป็นกำไรลดลงมาก 61.2% Q-Q ตามฤดูกาล จากปกติ 2Q เป็นช่วงหน้าหนัง แต่เพิ่ม 44.7% Y-Y โดยรายได้รวมลดลง 22.5% Q-Q แต่โต 20.0% Y-Y ตามรายได้ตั๋วหนังที่ลดลง 29.4% Q-Q แต่โต 16.6% Y-Y รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหารเป็นไปทางเดียวกัน ลดลง 27.0% Q-Q แต่โต 18.5% Y-Y ขณะที่รายได้โฆษณาลดลง 9.6% Q-Q แต่โตดี 30.2% จากฐานต่ำใน 3Q18 ที่อยู่ในช่วงผู้ซื้อสื่อบางรายหมดสัญญา ก่อนจะได้ลูกค้ารายใหม่ สำหรับกำไรสุทธิ 3Q19 ลดลง 61.3% Q-Q และลดลง 5.1% Y-Y จาก 3Q18 ที่มีกำไรพิเศษ
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤศจิกายน
2019
VGI (HOLD/21TP: 10.4), กำไร 2Q20 (สิ้นก.ย.19) ใกล้เคียงคาด
(views 22)
กำไรปกติ 2Q20 (สิ้นก.ย.19) เพิ่ม 9.4% Q-Q, 36.6% Y-Y ใกล้เคียงคาด กำไรปกติ 2Q20 ที่ 355 ล้านบาท ใกล้เคียงเราและตลาดคาด เพิ่มขึ้น 9.4% Q-Q และ 36.6% Y-Y ส่วนใหญ่ จาก Gross profit เพิ่มขึ้น มีรายได้เงินปันผลเพิ่มขึ้น (จาก PLANB) และมีส่วนแบ่งกำไรจากบ.ร่วมเป็นบวกในไตรมาสนี้ที่ 24 ล้านบาท (จากไตรมาสก่อนที่เป็น -7 ล้านบาท) ทั้งนี้ รายได้รวมเพิ่ม 19.8% Q-Q, 36.5% Y-Y ส่วนใหญ่จากการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจ Digital online ad. และ Conso. ผลการดำเนินงานของธุรกิจสื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้าและสนามบินในประเทศมาเลเซีย (PBSB: ผ่านบ.ย่อย MACO) เข้ามาราว 2 เดือน (จากเดิมรับรู้แบบ Equity) แต่รายได้ธุรกิจหลักเดิม (โฆษณาบน BTS และ Office) ชะลอตัว ตามกำลังซื้อ และเนื่องจาก 2 ธุรกิจใหม่ดังกล่าวมี Gross margin ต่ำกว่าธุรกิจเดิม ทำให้ Gross margin ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 55.1% เป็น 47.5% ในส่วนกำไรสุทธิ 2Q20 เพิ่ม 16.9% Q-Q เนื่องจากไตรมาสก่อนมีค่าใช้จ่ายพิเศษตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานราว 26 ล้านบาท และเพิ่ม 36.6% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤศจิกายน
2019
EA (BUY/20TP: 60), กำไรปกติ 3Q19 ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง ดีกว่าคาด 15%
(views 23)
กำไรปกติ 3Q19 ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง ดีกว่าคาด 15% EA รายงานกำไรสุทธิ 1,678.7 ล้านบาทใน 3Q19 มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 84.1 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก จะเป็นกำไรปกติ 1,762.8 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง +31.2% Q-Q, +57.4% Y-Y ดีกว่าเราคาด 15% จากต้นทุนและค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่ต่ำกว่าคาด สำหรับรายได้ 3Q19 +13.5% Q-Q, +38.6% Y-Y เป็น 4,103.4 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการรับรูรายได้จากโรงไฟฟ้าทุกโครงการเต็มไตรมาสเป็นไตรมาสที่ 2 แม้ปริมาณหน่วยไฟฟ้าจะน้อยกว่า 2Q19 แต่ชดเชยได้จากราคาขายที่สูงขึ้นตามค่า Ft ขณะที่ธุรกิจไบโอดีเซลและกลีเซอรีน (21% ของรายได้รวม) +5.8% Q-Q, +10.3% Y-Y จากการขยายตลาด แต่สถานการณ์ราคาขายยังเหมือนเดิมคือการแข่งขันสูง ราคาขายลดลงเพราะภาวะ Oversupply แต่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้สูงถึง 55.8% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงอย่างรวดเร็วจาก 2Q19 ทำให้ EBITDA margin สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 67.8%
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤศจิกายน
2019
EKH (BUY/20TP: 9.2), กำไร 3Q19 ทำ New High ตามคาด
(views 23)
กำไร 3Q19 แข็งแกร่งตามคาด EKH ประกาศกำไรสุทธิ 3Q19 ออกมาที่ 48 ลบ. +21.6% Q-Q, +5.4% Y-Y ใกล้เคียงเราและตลาดคาด รายได้เติบโตสูงกว่าที่คาด +16.6% Q-Q%, +32.3% Y-Y จากทั้งจำนวนผู้ป่วยที่เข้ามาใช้บริการมากขึ้นทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก รวมถึงแรงหนุนจากศูนย์ IVF ที่ยังเติบโตได้โดดเด่นต่อเนื่อง และช่วยชดเชย Gross Margin ที่ต่ำกว่าโดยอยู่ที่ 44.7% ในไตรมาสนี้ ดีขึ้นจาก 43.7% ใน 2Q19 จากปัจจัยฤดูกาล แต่ลดลงจาก 45.5% ใน 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2019
MTC (BUY/20TP: 70), จากนี้เดินเกมส์รุกต่อ
(views 28)
ผู้บริหาร MTC ให้มุมมองเชิงบวกต่อเป้าหมายทางการเงินปี 2020 อาทิ การเติบโตของสินเชื่อน่าจะ +25-30% (เราคาดเดิมที่ 25%) และ Loan spread ที่มีแนวโน้มดีกว่าที่เราคาด เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2020 มาอยู่ที่ 5.4 พันลบ. +26.4%Y-Y สะท้อนสินเชื่อที่ +28%Y-Y (จากคาดการณ์เดิม 25%), Loan spread ที่ 19% (จากคาดการณ์เดิม 18.2%) และปรับลด Credit cost ลงเป็น 1.2% คาดว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบเชิงบวกจากมาตรฐานบัญชี TFRS 9 เนื่องจาก MTC น่าจะมีเงินสำรองส่วนเกิน อาจมีการ Reverse รายการส่วนเกินในอนาคต ปรับราคาเหมาะสมปี 2020 ขึ้นเป็น 70 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2019
SYNEX (BUY/20TP: 10), กำไร 3Q19 อ่อนแอกว่าคาดแต่ถือเป็นจุดต่ำสุด
(views 23)
กำไรอ่อนแอกว่าคาด แต่เชื่อเป็นจุดต่ำสุด บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 93.7 ล้านบาท -21.1% Q-Q, -41.7% Y-Y ต่ำกว่าที่เราคาด 16% และต่ำกว่า Bloomberg consensus 9% เป็นกำไรที่ต่ำสุดในรอบ 13 ไตรมาส จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเหลือเพียง 3.75% จากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาที่อยู่ในระดับ 4.1-4.5% เพราะ Product mix ที่มีส่วนผสมของสินค้ามาร์จิ้นต่ำเพิ่มขึ้นมากกว่าที่เราคาด ในขณะที่รายได้จากการขายทรงตัว +0.4% Q-Q แต่ -15.3% Y-Y เราได้รับการบอกเล่าจากผู้บริหารว่ายอดขายมือถือหัวเหว่ยกระเตื้องขึ้นจากไตรมาสก่อนหลังจากมีการอัดฉีดแคมเปญ แต่ยังไม่กลับสู่ระดับปกติ เราจึงคาดว่ารายได้รวมในไตรมาสนี้ที่ทำได้เพียงทรงตัว Q-Q เป็นไปตามฤดูกาลและการระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นของผู้บริโภค และการที่รายได้ไม่ตกต่ำไปกว่า 2Q19 ถือว่าบริษัทปรับกลยุทธ์ถูกทางแล้ว เห็นได้จากสินค้าคงเหลือที่ลดลงอย่างต่อเนื่องนับจากต้นปี นอกจากนี้ ไตรมาสนี้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 24.7 ล้านบาทเพราะบาทแข็งค่า
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2019
TACC (BUY/20TP: 6.8), กำไร 3Q19 ดีตามคาด และคาดกำไร 4Q19 จะทำจุดสูงสุดใหม่
(views 26)
กำไร 3Q19 เติบโตสูง Y-Y ตามคาด กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 41 ล้านบาท (-4.7% Q-Q, +86.4% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 40 ล้านบาท) กำไรที่ลดลง Q-Q มาจากช่วง Low Season ของธุรกิจ ส่วนกำไรที่เติบโตสูง Y-Y มาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และมีการเติบโตของรายได้ในระดับที่ดี +17.6% Y-Y จากทั้งรายได้โถกด และ All caf? ที่เติบโตตามการเพิ่มขึ้นของสาขาใหม่ 7-11 และการออกเมนูรสชาติใหม่ต่อเนื่อง รวมถึงรายได้ในกัมพูชายังทำได้ค่อยเป็นค่อยไป แม้การเติบโตจะไม่หวือหวา แต่เป็นการขายที่มีกำไร ปัจจุบันมีรายได้ส่งออกอยู่ที่ราว 3% ของรายได้รวม รวมถึงธุรกิจ Character ที่เติบโตตามจำนวนลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้สูงขึ้นมาอยู่ที่ 31.2% จาก 31.1% ใน 2Q19 และ 30.7% ใน 3Q18 และยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีต่อเนื่อง ลดลง -13.3% Q-Q และ -4.4% Y-Y ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 17.6% จาก 18.7% ใน 2Q19 และ 21.6% ใน 3Q18 ในขณะที่ไม่ต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมอย่าง สยามเกตเวย์ อีกต่อไป ภายหลังเลิกกิจการและรับรู้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดใน 2Q19 ที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2019
TPCH (HOLD/19TP: 13.5), กำไร 3Q19 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
(views 26)
กำไร 3Q19 เพิ่ม 1.8% Q-Q, 5.7% Y-Y ต่ำกว่าคาด 5% กำไร 3Q19 ที่ 97 ล้านบาท +1.8% Q-Q, +5.7% Y-Y ต่ำกว่าคาดที่ 102 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากมีขาดทุนรับรู้จากบริษัทร่วม 1 ล้านบาท จาก 2 ไตรมาสก่อนที่รับรู้กำไร 4-6 ล้านบาท เนื่องจากโรงไฟฟ้า MGP มีหยุดซ่อมบำรุง ขณะที่รายได้รวมเพิ่ม 5.1% Q-Q, 4.3% Y-Y จากการที่โรงไฟฟ้าอื่นอีก 5 โรง ไม่มีหยุดซ่อมบำรุง Gross margin ดีขึ้นเป็น 48.4% จากไตรมาสก่อนที่ 45.5% แต่ใกล้เคียง 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2019
BH (BUY/20TP: 170), กำไร 3Q19 ใกล้เคียงคาด
(views 30)
กำไร 3Q19 ใกล้เคียงคาด BH ประกาศกำไรปกติ 3Q19 ออกมาที่ 1,055 ลบ. +25.4% Q-Q, -6.5% Y-Y ต่ำวก่าคาดราว 3.3% โดยกำไรที่โตแรง Y-Y ได้อานิสงส์จากช่วง High Season ส่วนกำไรที่อ่อนตัว Y-Y เกิดจากรายได้ที่ยังโตในระดับค่อนข้างต่ำ +0.7% Y-Y จากการแข่งขันที่มีแนวโน้มสูงขึ้นและทำให้มีการทำโปรโมชั่นบางส่วน รวมถึงมีต้นทุนด้าน IT สูงขึ้นทำให้ค่าใช้จ่าย SG&A เร่งตัวขึ้น +7.4% Y-Y ส่งผลให้ EBITDA Margin ใน 3Q19 อยู่ที่ 33.7% ดีขึ้นจาก 27.8% ใน 2Q19 แต่ชะลอตัวลงจาก 3Q18 ซึ่งอยู่ที่ 35.4%
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2019
KTB (BUY/20TP: 21), Valuation ไม่แพง และมีปันผลคาดการณ์ที่ 4.8%
(views 22)
แนวโน้มกำไร 4Q19 จะฟื้นตัวราว 10%Q-Q, 13%Y-Y มาอยู่ที่ราว 7 พันลบ. จากการลดลงของค่าใช้จ่ายพิเศษสำรองฯพนักงานที่เกิดในไตรมาสก่อน กำไรปกติและก่อนหักภาษีคาดว่าจะทรงตัว Q-Q ทั้ง NIM และ Credit cost อาจคงที่ Q-Q เราปรับคาดการณ์กำไรปีนี้ขึ้นเล็กน้อยเพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายด้านดิจิทัลที่ล่าช้า ส่วนประมาณการกำไรปี 2020 คงไว้ที่ ที่ 2.76 หมื่นลบ. -4%Y-Y หดตัวเพราะมีค่าใช้จ่ายด้านดิจิทัลสูงขึ้น รายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงตามภาวะอัตราดอกเบี้ยขาลงและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่หดตัว แม้กระนั้นเราคงคำแนะนำ ซื้อ เพราะ Valuation ที่น่าสนใจ ราคาล่าสุดซื้อขายที่เพียง 2020 PBV 0.7 เท่า บนคาดการณ์ Dividend yield ที่ 4.8% (จ่ายปีละครั้ง) คงราคาเหมะสมปี 2020 ที่ 21 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2019
TU (BUY/20TP: 17), สถานการณ์ปีหน้าดูท้าทายมากขึ้น
(views 35)
กำไร 3Q19 ไม่สดใส และต่ำกว่าคาดราว 5% แม้ปริมาณขายจะปรับตัวขึ้น สอดคล้องกับที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ แต่ไม่สามารถชดเชยผลลบจากค่าเงินบาทแข็งค่า และราคาปลาทูน่าที่ปรับลงแรงได้ โดยล่าสุดราคาปลาทูน่าได้ปรับลงต่อในเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี น่าจะกระทบต่อรายได้ธุรกิจ OEM ทั้งราคาขายและลูกค้าชะลอการสั่งซื้อ คาดแนวโน้มกำไร 4Q19 ยังอ่อนตัวลงต่อ สำหรับปีหน้า แม้ผู้บริหารยังตั้งเป้าการเติบโตในส่วนของรายได้และอัตรากำไรไว้ใกล้เคียงเดิม แต่สถานการณ์ปัจจุบันดูท้าทายบริษัทมากขึ้น จากทั้งค่าเงินบาทแข็งค่า และราคาปลาทูน่าที่ถูกกดดันจากภาวะ Oversupply และมีความผันผวนมากขึ้น ทำให้เรามีความกังวลต่อการเติบโตในปีหน้ามากขึ้น จึงนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2019 – 2020 ลง 7% - 18% เป็นการเติบโต 22.7% Y-Y ในปี 2019 และคาดปี 2020 อาจอ่อนตัวลง -1.2% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปี 2020 เป็น 17 บาท จากเดิม 20 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้จะไม่มี Catalyst หนุนราคาหุ้น แต่ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดอยู่บน Forward PE 13.5 เท่า เท่ากับ PE เฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง -2.5 SD ถือว่าสะท้อนกำไรที่คาดจะอ่อนแอในปีหน้าไปพอสมควรแล้ว จึงแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2019
MTC (BUY/20TP: 68), กำไร 3Q19 กำไรใกล้เคียงคาด
(views 22)
กำไร 3Q19 ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ MTC รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 1,080 ลบ. +5.8% Q-Q, +12%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ (เราคาด 1,060 ลบ./ตลาดคาด 1,120 ลบ.) ในไตรมาสนี้บริษัทมีค่าใช้จ่ายสำรองฯลดลง 39%Q-Q และ 27%Y-Y หรือ Credit cost ที่ 0.8% น้อยกว่าที่เราคาดไว้ที่ 1.45% หากหักรายการตั้งสำรองฯออก PPOP ทำได้น้อยกว่าที่คาด โดยทรงตัว Q-Q และ +8%Y-Y ซึ่งเกิดจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงกว่าที่คาดไว้ ทำให้ Cost to income ratio สูงขึ้นเป็น 49% จาก 46% ในไตรมาสก่อน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการติดตามหนี้ที่เพิ่มขึ้นเพื่อจัดการกับ NPL ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ นอกจากนั้นเกิดจากค่าใช้จ่ายในการขยายสาขาและบุคลากร อย่างไรก็ตาม Cost to income ratio สำหรับ 9M19 ยังอยู่ที่ราว 47% เป็นไปตามเป้าหมายของผู้บริหาร ด้านรายได้ดอกเบี้ยและ Loan spread ถือว่าทำได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้แม้ว่าจะเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน และสินเชื่อที่ขยายตัวได้ดีและส่วนใหญ่เป็น High-yield ทำให้ loan yield ดีขึ้นและชดเชยได้ทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤศจิกายน
2019
SYNEX (BUY/20TP: 10), แนวโน้มกำไร 3Q19 ยังชะลอก่อนจะฟื้นในไตรมาสสุดท้าย
(views 20)
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q19 ชะลอต่อเนื่อง -5.6% Q-Q, -30.3% Y-Y เหลือ 112.1 ล้านบาท แม้ว่ายอดขายจะกระเตื้องขึ้น แต่ด้วย Product mix ที่เปลี่ยนแปลง คาดกดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดต่ำลง แนวโน้ม 4Q19 จะฟื้นตัวโดยได้อานิสงส์จากสินค้าของ Apple ที่ได้รับตอบรับดีจากผู้บริโภค กำไร 3Q19 ที่อ่อนแอกว่าคาด ทำให้เราปรับกำไร 2019-20 ลง 18% และ 10% เป็นกำไร 572.3 ล้านบาทในปีนี้ -20.7% Y-Y และเป็น 700.1 ล้านบาทในปี 2020 +22.3% Y-Y การเติบโตในระยะยาวจะเป็นไปตามอุตสาหกรรมไอทีที่มีการพัฒนาตลอดเวลา เราปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 10 บาทจาก 12 บาท (PE 13 เท่า) เพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ จากถือในรายงานฉบับก่อน
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤศจิกายน
2019
BGRIM (HOLD/20TP: 50), คาดกำไรปกติ 3Q19 เร่งตัว เพิ่มสูง Q-Q Y-Y
(views 41)
คาดกำไรปกติ 3Q19 โตสูง 29.3% Q-Q, 70.4% Y-Y จากการรับรู้รายได้ขายไฟเต็มไตรมาสจาก 2 โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่เวียดนามที่มีมาร์จิ้นสูง และการทยอยดำเนินการของโรงไฟฟ้าใหม่ แม้กำไรสุทธิใกล้เคียง Y-Y จาก 3Q18 ที่มีกำไรพิเศษสูง แนวโน้มกำไรปกติในไตรมาสสุดท้ายแข็งแกร่งต่อเนื่อง และทั้งปีโต 33.5% Y-Y เรายังชอบ BGRIM จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรปกติในช่วงขาขึ้น เฉลี่ย 3 ปีโต 29% (CAGR) ทั้งยังมีศักยภาพที่จะได้กำลังผลิตเพิ่มอีกในหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside น้อยกว่า 10% จากราคาเป้าหมายที่ปรับใช้เป็นปี 2020 ที่ 50 บาท คงคำแนะนำ ถือ/ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤศจิกายน
2019
INTUCH (BUY/20TP: 78.5), กำไร 3Q19 แข็งแรงตาม ADVANC
(views 27)
กำไร 3Q19 โตแกร่งตาม ADVANC INTUCH ประกาศกำไรสุทธิ 3Q19 ออกมาที่ 3,348 ลบ. +13.9% Q-Q, +23.8% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษทั้งของ ADVANC และ THCOM ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 3,229 ลบ. +5.4% Q-Q, +18.8% Y-Y ใกล้เคียงที่เราคาด โดยการเติบโตยังคงได้แรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่สูงขึ้นจากรายได้ที่เริ่มกลับมาเติบโตเร่งตัวขึ้น Y-Y หลังผลกระทบเชิงลบของ Fixed-Speed Unlimited Package ที่ตลาดออกมาตั้งแต่ช่วง 1H18 เริ่มผ่อนคลาย อย่างไรก็ตามธุรกิจของ THCOM ยังคงขาดทุนจากอุตสาหกรรมดาวเทียมที่อยู่ในช่วงขาลง
อ่านเพิ่มเติม
01
พฤศจิกายน
2019
ASK (BUY/20TP: 28), คาดกำไร 3Q19 เป็น New record high
(views 33)
เราประมาณการกำไร 3Q19 อยู่ที่ 233 ลบ. เป็น New record high เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมต่างๆที่เติบโตขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อรถเชิงพาณิชย์ แนวโน้มกำไร 4Q19 คาดว่าดีขึ้น Q-Q ตามคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อตามฤดูกาล เราคาดการณ์กำไรปี 2019 ที่ 870 ลบ. (+7.2%Y-Y) และปี 2020 ที่ 938 ลบ. +7.85%Y-Y ปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 28 บาท คาดการณ์ Dividend yield 6.6% คงคำแนะนำ ซื้อ (Upside 7.7% และ Dividend yield 6.6%)
อ่านเพิ่มเติม
01
พฤศจิกายน
2019
ADVANC (BUY/20TP: 260), กำไร 3Q19 แข็งแกร่งใกล้เคียงคาด
(views 22)
กำไรปกติ 3Q19 ดีกว่าที่เราคาดเล็กน้อยและใกล้เคียงตลาดคาด ADVANC ประกาศกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 8,800 ลบ. +13.5% Q-Q, +29.4% Y-Y หากตัดรายการพิเศษจากการยุติข้อพิพาทและทำสัญญาเช่าเสากับ TOT ใหม่ราว 383 ลบ.และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 8,461 ลบ. +5.6% Q-Q, +22.2% Y-Y ดีกว่าที่เราคาดเล็กน้อยและใกล้เคียงตลาดคาด รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC เติบโตค่อนข้างแข็งแกร่ง +0.4% Q-Q, +7.2% Y-Y มาจากทุกธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ARPU ของธุรกิจมือถือแม้จะ +4% Y-Y แต่ทำได้เพียงแค่ทรงตัว Q-Q (ส่วนหนึ่งเกิดจากปัจจัยฤดูกาล) ซึ่งคาดว่าเป็นปัจจัยที่สร้างความกังวลแก่ตลาด อย่างไรก็ตามเราไม่กังวลต่อประเด็นดังกล่าวนัก ขณะที่ด้านต้นทุนยังควบคุมได้ค่อนข้างดีโดยปรับตัวขึ้นน้อยกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้ EBITDA Margin ใน 3Q19 ปรับตัวขึ้นเป็น 48.5% จาก 45.3% และ 42.5% ใน 2Q19 และ 3Q18 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2019
EA (BUY/20TP: 60), คาดกำไร 3Q19 เดินหน้าทำจุดสูงสุด แต่ภาะรหนี้ก็เริ่มสูงตามมา
(views 34)
เราคาดกำไร 3Q19 สดใสต่อเนื่อง +14% Q-Q, +37% Y-Y เป็น 1,534.6 ล้านบาท จากโรงไฟฟ้าพลังลมที่เข้าสู่ high season ชดเชยโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่อยู่ใน low season ขณะที่ธุรกิจไบโอดีเซลและกลีเซอรีนคาดทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน เราปรับลดกำไรปี 2019 ลง 3% และปี 2020 ลง 5% จากการเพิ่มรายจ่ายเพราะอยู่ในช่วงแรกของการขยายธุรกิจใหม่หลายธุรกิจ แต่ยังเป็นกำไรที่เติบโตสูง +44.3% ในปีนี้ และ +19.1% ในปี 2020 กำไรในปีหน้าจะถูกขับเคลื่อนจากธุรกิจใหม่ๆ ทั้งรถไฟฟ้า เรือไฟฟ้า สถานีชาร์จรถไฟฟ้า PCM และ Battery storage สำหรับประเด็นโซนนิ่งซึ่งกำลังรออนุมัติจาก ครม. เชื่อไม่กระทบโรงงานแบตเตอรี่เพราะมีแผนสำรองอยู่แล้ว คงคำแนะนำซื้อ ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 60 บาท ลดลงเล็กน้อยจากเป้าปีนี้เพราะความล่าช้าของโครงการใหม่
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2019
JWD (BUY/20TP: 12), คาดกำไร 3Q19 สดใสตามฤดูกาล เพิ่มธุรกิจใหม่ต่อยอดจากธุรกิจเดิม
(views 24)
เราคาดกำไร 3Q19 สดใสตาม High season ของธุรกิจคลังสินค้า ธุรกิจอาหาร และธุรกิจห้องเย็นซึ่งมีการขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมที่ซื้อกิจการในปีที่ผ่านมามีพัฒนาการดีต่อเนื่อง จึงคาดกำไรสุทธิ 88 ล้านบาท +10.2% Q-Q, +25.5% Y-Y ทั้ง JWD และบริษัทร่วมยังเดินหน้าขยายตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งในฟิลิปปินส์ กัมพูชา และเวียดนาม และต่อยอดธุรกิจเดิมโดยเปิดธุรกิจใหม่คือตู้นิรภัยให้เช่าภายใต้แบรนด์ “Store IT!” ซึ่งแม้จะยังไม่ได้สร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วง 1-2 ปีนี้ แต่หากโมเดลธุรกิจแบบ Franchise ประสบความสำเร็จ ก็ถือว่าน่าสนใจ เราปรับลดกำไรปี 2019-20 ลงเล็กน้อยแต่ยังเป็นกำไรที่เติบโตสูง 45% ในปีนี้และ 19% ในปีหน้า ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 12 บาท ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2019
RBF (BUY/20TP: 4.6), คาดกำไร 3Q19 สดใส และจะโตต่อเนื่องในปี 2020
(views 23)
แนวโน้มกำไร 3Q19 จะเติบโตสูงทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเหมือนไตรมาสก่อน และมีการปรับ Product Mix มาตั้งแต่ปีก่อน โดยลดการขายสินค้าที่อัตรากำไรต่ำลง ช่วยหนุนพัฒนาการที่ดีของอัตรากำไรขั้นต้นได้ต่อเนื่อง แนวโน้มกำไรจะดีต่อเนื่องใน 4Q19 ตามปัจจัยฤดูกาล ทุกอย่างยังดูสอดคล้องกับประมาณการของเรา เรายังคาดกำไรปกติปี 2019 โต 13.3% Y-Y และคาดจะโตต่อเนื่องในปี 2020 ราว 14.2% Y-Y จากการรับรู้โรงงานใหม่ที่เวียดนามและอินโดนีเซีย, การเติบโตของลูกค้าเดิมที่เติบโตสม่ำเสมอตามกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลง ทั้งนี้ประมาณการในปีหน้าของเราดูมี Upside หากเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโรงงานใหม่ได้เร็วกว่าคาด จนสามารถหักล้างค่าเสื่อมได้ทั้งหมด อาจทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปี 2020 ดีกว่าที่เราคาดไว้ว่าจะลดลงจากปีนี้ เรายังคงราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 4.6 บาท (อิง PE เดิม 21 เท่า) แนะนำซื้อเมื่ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2019
RS (HOLD/20TP: 17), คาดกำไรปกติ 3Q19 ฟื้น Q-Q, Y-Y แต่น้อยกว่าเคยคาด
(views 24)
คาดกำไรปกติ 3Q19 ดีขึ้น 5.6% Q-Q, 15.2% Y-Y จากฐานต่ำของรายได้ธุรกิจ MPC ใน 3Q18 ที่มีผลกระทบจากการปราบปรามสินค้าเถือนของอ.ย. และรายได้จัดคอนเสริตเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้ทีวีดิจิตอลยังไม่ฟื้น จากภาวะกำลังซื้อและตลาดโฆษณาที่ยังอ่อนแอ เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2019-2021 ลง 5-8% และปรับใช้ราคาเป้าหมายเป็นปี 2020 ที่ 17 บาท คงคำแนะนำ ถือ ทั้งนี้ ยังไม่รวมผล Synergy ระหว่างธุรกิจ MPC ของ RS กับธุรกิจสื่อบนรถไฟฟ้าและสื่อ On Line ของ VGI บ.ย่อยของ BTS หลังกลุ่ม BTS เข้ามาถือหุ้น 7% ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม คาดใช้เวลากว่าจะเห็นผล อย่างเร็วต้นปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2019
TACC (BUY/20TP: 6.8), คาดกำไร 3Q19 ยังสดใส และอาจทำจุดสูงสุดใหม่ใน 4Q19
(views 26)
แนวโน้มกำไร 3Q19 น่าจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย Q-Q ตามฤดูกาล แต่คาดเติบโตสูง Y-Y เพราะฐานต่ำในปีก่อน ภาพรวมทุกธุรกิจยังขับเคลื่อนการเติบโตทั้งรายได้เครื่องดื่มโถกด และ All Caf? ใน 7-11 ซึ่งยังมีการออกรสชาติใหม่ต่อเนื่อง รวมถึงธุรกิจ Character ที่เติบโตตามจำนวนลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น ล่าสุด Siam Paragon จัดงาน Event ใหญ่ของปีในธีม Rilakkuma World Happiness Town ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรใน 4Q19 กอปรกับเป็นช่วง High Season ของธุรกิจใน 7-11 คาดเห็นกำไร 4Q19 สดใสต่อเนื่อง และทำจุดสูงสุดใหม่ ด้วยแนวโน้มกำไร 2H19 ที่ดีกว่า 1H19 และดีกว่าที่เคยคาดไว้ เราจึงปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2019 – 2020 ขึ้น 12.6% และ 5.6% เป็นการเติบโต +135.8% Y-Y และ +6.1% Y-Y ตามลำดับ ทั้งนี้ประมาณการปีหน้าของเรามี Upside หากได้เห็นความชัดเจนกรณี 7-11 สามารถเปิดสาขาในกัมพูชาสำเร็จ เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 6.8 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ยังมี Upside 34.7% คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
ตุลาคม
2019
MTC (BUY/20TP: 68), คุณภาพหนี้ดีขึ้น และกำไรดีขึ้น
(views 36)
คาดการณ์กำไร 3Q19 ที่ 1,059 ลบ. +3.8%Q-Q, +9.8%Y-Y คาดการณ์สินเชื่อจะ +28%Y-Y ตามเป้าหมายของบริษัท และการเปิดสาขาใหม่อีก 222 สาขาเป็น 3,961 สาขา ไตรมาสนี้อาจยังเห็นแรงกดดันจาก Credit cost และค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน แต่แลกกับคุณภาพสินทรัพย์ที่คาดว่าจะดีขึ้นจากไตรมาสก่อนตามการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและการติดตามหนี้ เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลงเป็น 4.2 พันลบ. +13%Y-Y และประมาณการกำไรปี 2020 ที่5.3 พันลบ. +26%Y-Y โดยมีปัจจัยผลักดันสำคัญคือต้นทุนทางการเงินที่คาดว่าจะเริ่มเห็นผลบวกจากการ Reprice หุ้นกู้ และคาดการณ์สินเชื่อยังเติบโตได้ในระดับสูงที่ 25% โดยมาตรฐานบัญชี TFRS 9 คาดว่าจะส่งผลต่อ MTC อย่างไม่มีนัย ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 68 บาท ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ (จาก ขาย)
อ่านเพิ่มเติม
30
ตุลาคม
2019
ITEL (BUY/20TP: 3.8), คาดกำไร 3Q19 เดินหน้าทำจุดสูงสุด แต่ภาะรหนี้ก็เริ่มสูงตามมา
(views 24)
เราคาดกำไร 3Q19 ดีต่อเนื่องและน่าจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้ที่ 50.2 ล้านบาท +6.8% Q-Q, +47.1% Y-Y จากการขับเคลื่อนของธุรกิจติดตั้งโครงข่าย (Installation) ซึ่งหลายงานเป็นช่วงปิดงานและส่งมอบงาน ขณะที่รายได้จากธุรกิจ Data services และ Data center ที่ถือว่าเป็น Recurring income มีสัดส่วนราว 40% ของรายได้รวม คาดว่าจะทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน กำไรที่มีแนวโน้มดีกว่าคาดเดิมทำให้เราปรับประมาณการกำไรทั้งปีขึ้น 5% เป็นเติบโต 34.9% Y-Y และคาดกำไรปี 2020 ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีนี้ที่งาน Installation สูงกว่าปกติ เราปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 3.80 บาทต่ำกว่าเป้าปีนี้จากการเพิ่ม WACC เพราะโครงสร้างเงินทุนเปลี่ยนไปโดยภาระหนี้เพิ่มสูงค่อนข้างเร็ว แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นหนี้จาก Project finance ซึ่งจะทยอยลดลงเมื่อบริษัทส่งมอบงานแล้วเสร็จก็ตาม เป้าดังกล่าวคิดเป็น Implied PE 20 เท่าปีหน้า ใกล้เคียงกลุ่ม และมีโอกาสในการประมูลงานในอนาคตเพื่อสร้างการเติบโตได้อีก ยังคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
ตุลาคม
2019
SPALI (BUY/20TP: 19), คาดกำไร 3Q19 ฟื้นตัว แต่ยอดขายพลาดเป้า ปรับประมาณการลง
(views 20)
คาดกำไรปกติ 3Q19 ฟื้นตัว 46% Q-Q หนุนจากส่งมอบคอนโดใหม่ที่มีมาร์จิ้นสูง แต่ลดลงเล็กน้อย 4% Y-Y ขณะที่ยอดขาย 3Q19 อ่อนแอ จากการเปิดตัวคอนโดใหม่ที่พลาดเป้า คาดมี Downside ต่อเป้าทั้งปีราว 30% เราปรับลดประมาณการปี 2019-2020 ลง 15% ต่อปี เป็นหดตัว 7% Y-Y ที่ 5.3 พันล้านบาทใน 2019 ก่อนฟื้นตัว 6% Y-Y ในปีหน้า ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 19 บาท โดยปรับลด PER เป็น 7.2x เทียบเท่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 4 ปี -1SD เพื่อสะท้อนตลาดอสังหาที่ท้าทายขึ้น ระยะสั้นคาดเห็นการปรับลดประมาณการของตลาด จากยอดขายที่พลาดเป้ามาก ขณะที่ต้องติดตามวันที่เริ่มใช้มาตรการภาครัฐ ซึ่งอาจเป็นทั้งบวกและลบต่อ 4Q19 แนะนำรอพิจารณาเข้าลงทุนหลังประกาศงบ 3Q19
อ่านเพิ่มเติม
29
ตุลาคม
2019
GLOBAL (BUY/20TP: 17), คาดกำไร 3Q19 ไม่สดใสจากฤดูกาล และผลกระทบน้ำท่วม
(views 25)
แนวโน้มกำไร 3Q19 ไม่สดใส เพราะคาด SSSG แผ่วลงเหลือ +0.8% Y-Y จาก 2Q19 ที่ +8% Y-Y จากฝนตกมาก และมีน้ำท่วมหลายพื้นที่ในโซนภาคอีสาน ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของบริษัท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นน่าจะลดลงจากปีก่อน จากการเปลี่ยนของ Product Mix กอปรกับค่าใช้จ่ายยังสูงทั้งจากค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่ และค่าใช้จ่ายพนักงาน และคาดกำไร 4Q19 จะกลับมาฟื้นตัว Q-Q เพราะได้อานิสงส์จากการกลับมาซ่อมแซมบ้านหลังน้ำลด แต่ด้วยแนวโน้มกำไร 3Q19 ที่ต่ำกว่าที่เคยคาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 3% เป็น -2.3% Y-Y และคาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2020 ราว 12.1% Y-Y จากกำลังซื้อที่น่าจะกลับมาฟื้นตัว, การรับรู้รายได้สาขาใหม่ที่เปิดในปีนี้ และยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 17 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงจนมี Upside กว้างขึ้นเป็น 15.7% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
29
ตุลาคม
2019
HMPRO (BUY/20TP: 18.5), กำไร 3Q19 ตามคาด อัตรากำไรขั้นต้นยังเป็นตัวหนุน
(views 24)
กำไรสุทธิ 3Q19 ตามคาด แม้ SSSG ติดลบ แต่อัตรากำไรขั้นต้นน่าประทับใจ กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 1,482 ล้านบาท (-3.0% Q-Q, +8.5% Y-Y) ใกล้เคียงทั้งเราและ Consensus คาด (เราคาดไว้ 1,474 ล้านบาท) กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q สอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาล แต่ยังสามารถเติบโต Y-Y ได้ แม้ SSSG ไตรมาสนี้จะพลิกเป็นติดลบราว -2% Y-Y เพราะกำลังซื้อแผ่วลง, ฝนตกมาก และมีน้ำท่วมหลายพื้นที่ แต่ได้รับการหักล้างบางส่วนจากรายได้สาขาใหม่ที่เปิดต่อเนื่องตั้งแต่ปีก่อน และใน 3Q19 เปิดสาขาเพิ่มอีก 2 แห่งได้แก่ HMPRO มุกดาหาร และ HMPRO S สามย่ายมิตรทาวน์ ทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้ลดลงเล็กน้อย -1.2% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นยังปรับขึ้นได้น่าประทับใจ +60 bps จากปีก่อน มาอยู่ที่ 27.1% ใน 3Q19 ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 24 ไตรมาส จากการปรับ Product Mix ที่ดีขึ้น โดยมีสัดส่วนสินค้า House Brand เพิ่มขึ้นเป็น 19.9% จาก 19.5% ใน 2Q19 และเน้นคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพต่อเนื่อง นอกจากนี้บริษัทยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ซึ่งสามารถหักล้างค่าเสื่อมราคา DC ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาได้ทั้งหมด ทำให้ค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้ -4.1% Q-Q และ -1.1% Y-Y ถึงแม้รายได้จะไม่สดใส แต่สามารถคุมให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 22% ใกล้เคียงปีก่อนได้
อ่านเพิ่มเติม
29
ตุลาคม
2019
MAJOR (BUY/20TP: 33), คาดกำไรปกติ 3Q19 ลดลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่ยังโต Y-Y
(views 22)
คาดกำไรปกติ 3Q19 ลดลง 61.2% Q-Q ตามฤดูกาล แต่โตดี 44.7% Y-Y แม้กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย 5.5% Y-Y เนื่องจากไม่มีกำไรพิเศษไตรมาสนี้ แนวโน้มกำไรปกติ 4Q19 เพิ่ม Q-Q แต่น่าจะอ่อนลง Y-Y จากฐานที่สูง เรามีการปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลง 7-8% และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 33 บาท (DCF) ที่คิดเป็น PE ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในอดีตที่ราว 24 เท่า ราคาหุ้นที่ปรับฐานลงมาหลังประกาศงบฯ 2Q19 ที่เป็นกำไรสูงสุดของปี มี Upside เกิน 10% และเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลค่อนข้างสม่ำเสมอ ระดับ 5% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
ตุลาคม
2019
SCC (BUY/20TP: 400), ธุรกิจยังมี downside แต่หวังว่าจำกัด
(views 24)
กำไรปกติดีกว่าคาด 7% แต่เป็นกำไรที่อ่อนแอสุดในรอบ 6 ปี SCC รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 6,204 ล้านบาท ต่ำกว่าคาด แต่หากบวกกลับรายการพิเศษ (ขาดทุนจากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ 762 ล้านบาทและกลับรายการภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 1,063 ล้านบาท) เป็นกำไรปกติ 8,029 ล้านบาท ดีกว่าคาด 7% แต่ยังเป็นกำไรที่อ่อนแอ -12% Q-Q, -28% Y-Y จากธุรกิจเคมีคอลทั้งของ SCC และบ.ร่วมที่เป็นตัวฉุดหลัก ขณะที่ธุรกิจ Packaging แสดงผลงานได้แข็งแกร่งหลังรวมผลประกอบการของ Fajar (ทำกระดาษบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซีย) เข้ามาประมาณ 1 เดือน ส่วนธุรกิจวัสดุก่อสร้างชะลอลงตามฤดูกาลและตลาดที่อยู่อาศัยที่ซบเซา และความต้องการในตลาดอาเซียนบางประเทศที่ลดลงชั่วคราว
อ่านเพิ่มเติม
29
ตุลาคม
2019
BEM (HOLD/19TP: 11.7), คาดกำไรปกติ 3Q19 ไม่น่าตื่นเต้น กดดันจากค่าใช้จ่าย
(views 24)
คาดกำไรปกติ 3Q19 ฟื้นตัว 15% Q-Q แต่ชะลอ 12% Q-Q ถูกกดดันจากค่าซ่อมบำรุงทางด่วน และค่าใช้จ่ายทดลองเดินรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยาย เราเห็นสัญญาณบวกจากจำนวนผู้โดยสารที่เร่งขึ้นทำ New High โดยรายได้ 4Q19 จะได้แรงหนุนจากการเปิดเดินรถอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 29 ก.ย. 2019 ก่อนปี 2020 จะรับผลบวกเต็มปี พร้อมเปิดส่วนที่เหลือให้ครบเส้นในเดือนมี.ค. 2020 ขณะที่เรายังเชื่อว่ามีโอกาสสูงที่ได้ต่อสัมปทานทางด่วน โดยความชัดเจนในประเด็นดังกล่าวจะช่วยปลดล็อกราคาหุ้นได้ ยังแนะนำซื้ออ่อนตัว ราคาเหมาะสม 11.70 บาท มี Upside จากการรับงานเดินรถ Airport Link และรถไฟความเร็วสูง หลังกลุ่ม CPH เซ็นสัญญาแล้ว รวมถึงโอกาสการเข้าร่วมประมูลรถไฟฟ้าสายอื่นเพิ่ม
อ่านเพิ่มเติม
28
ตุลาคม
2019
KBANK (BUY/20TP: 158), ปรับลดเป้าปี 2020 สะท้อนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลบกว่าคาด
(views 35)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2020 ของ KBANK ลง 12% เป็น 3.37 หมื่นลบ. (-8.6%Y-Y) ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับลดรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลงจากเดิมที่คาดการณ์ flat เป็น -10.9%Y-Y ซึ่งเกิดจากรายได้จากธุรกิจประกันและการรับรู้รายได้ตามมาตรฐานบัญชีใหม่และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ชะลอตัวลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 158 บาท ราคาหุ้นล่าสุดซื้อขายต่ำกว่าราคาเป้าหมายของเรา จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
ตุลาคม
2019
BJC (BUY/20TP: 61), คาดกำไร 3Q19 ไม่ตื่นเต้น และจะกลับมาโตใน 4Q19
(views 35)
แนวโน้มกำไรปกติ 3Q19 จะแผ่วลงเล็กน้อย Q-Q เพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ และค่อนไปในทางทรงตัว Y-Y จากกำลังซื้ออ่อนตัวลง, ฝนตกมาก และน้ำท่วมหลายพื้นที่ โดยคาด SSSG จะติดลบมากขึ้นเป็น -4% Y-Y และคาดธุรกิจ Packaging ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก โดยเฉพาะธุรกิจกระป๋อง เพราะใช้กำลังการผลิตได้ไม่เต็มที่ ส่วนธุรกิจ Consumer และ Healthcare น่าจะทำได้เพียงทรงตัวตามฤดูกาล และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q19 เพราะเป็น High Season และได้อานิสงส์จากการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ ช่วยหนุนให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยดีขึ้น และล่าสุดได้เปิด BIGC สาขาแรกในกัมพูชาตอนต้นเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2019 ไว้ที่ -1.1% Y-Y และคาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2020 ราว 13.2% Y-Y โดยปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 61 บาท (DCF) ยังมี Upside 22.6% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
ตุลาคม
2019
TWPC (BUY/20TP: 5.1), รอวันฟ้าใส ผลกำไรกลับมาฟื้นด้วยมาร์จิ้นดีขึ้น ปันผลดี
(views 43)
คาดปี 2019 กำไรปกติเริ่มกลับมาโตเล็กน้อย หลังลดลงต่อเนื่องใน 2 ปีก่อนที่อุตสาหกรรมแป้งมันประสบปัญหาวัตถุดิบหัวมันขาดแคลน โดยกำไรปกติ 1H19 โต 4.9% Y-Y และคาด 3Q19 กำไรทรงตัว ก่อนเร่งตัวขึ้นใน 4Q19 ตามฤดูกาลช่วงเก็บเกี่ยวหัวมัน แต่คาดกำไรสุทธิทั้งปียังลดลง 14.3% Y-Y จากค่าใช้จ่ายพิเศษตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานใน 2Q19 สำหรับปี 2020 แนวโน้มกำไรปกติโตแรง จากฐานต่ำในปีก่อน เทียบกับอดีตในปี 2016-2017 จากแนวโน้มรายได้เพิ่มขึ้น รวมกับผลบวกจากกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นเต็มที่ทั้งปี และคาด Gross margin ดีขึ้น ประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 5.10 บาท อิง PE 14 เท่า discount ราว 10% จากเฉลี่ย PE หุ้นในกลุ่มธุรกิจเกษตรและอาหาร และเป็นบริษัทที่มีความสามารถในการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ Dividend yield ค่อนข้างดีระดับ 7% เริ่มคำแนะนำ ซื้อ โดยเฉพาะหลังประกาศงบฯ 3Q19 รับคาดการณ์กำไรเร่งตัวใน 4Q19 ต่อเนื่องไปถึง 1Q20
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2019
RBF (IPO: 3.3/20TP: 4.6), ผู้รังสรรค์ส่วนผสมของความอร่อย
(views 67)
บมจ. อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายวัตถุที่ใช้เป็นส่วนผสมอาหาร โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักคือ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และธุรกิจค้าปลีก และมีรายได้จากการขายทั้งในและต่างประเทศ เราชอบในความสม่ำเสมอของรายได้ที่เติบโตตามอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และบริษัทให้ความสำคัญกับ R&D ที่ช่วยสร้างความแตกต่างในสินค้า และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าและผู้บริโภค ทำให้ยากที่ลูกค้าจะเปลี่ยน Supplier ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานในเวียดนามและอินโดนีเซีย จากเดิมที่มีแต่สำนักงานขาย คาดจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไป เราคาดกำไรสุทธิปี 2019 – 2020 เติบโต 7.6% Y-Y และ 24% Y-Y ตามลำดับ และคาดอัตราการเติบโตของกำไรในช่วง 3 ปีข้างหน้าเฉลี่ยที่ 18.4% CAGR เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 4.6 บาท (อิง PE 21 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2019
CPALL (BUY/20TP: 97), คาดกำไร 3Q19 โตทั้ง Q-Q, Y-Y แม้เป็น Low Season
(views 29)
แนวโน้มกำไร 3Q19 คาดโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้จะมีฝนตกและน้ำท่วมบางพื้นที่ แต่คาด SSSG จะยังเติบโตได้ทั้ง MAKRO และ 7-11 โดยปกติ 3Q จะเป็นไตรมาสที่ดีของ MAKRO อยู่แล้ว ซึ่งในปีนี้เราคาดกำไรจะยังโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y และในส่วนของ 7-11 มีการทำ Stamp Promotion ช่วยหนุนการเติบโตของ SSSG รวมถึงการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง และคาดกำไรจะโตต่อเนื่อง และทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q19 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ, Stamp Promotion ยังช่วยหนุนอีกราวครึ่งไตรมาส รวมถึงอานิสงส์เชิงบวกจากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อและการท่องเที่ยวของภาครัฐ ช่วยให้บรรยากาศจับจ่ายใช้สอยดีขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นมากกว่าคาดตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จากค่าใช้จ่ายพนักงานเป็นหลัก เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 – 2020 ลง 3.3% และ 5% เป็นการเติบโต 7.8% Y-Y และ 13.5% Y-Y ตามลำดับ และหากแผนการเปิดสาขาในต่างประเทศสำเร็จ จะเป็น Upside ต่อประมาณการปีหน้า ทั้งนี้เราปรับลดราคาเป้าหมายปี 2020 เป็น 97 บาท จากเดิม 100 บาท (DCF) ยังมี Upside 18.7% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2019
M (BUY/20TP: 86), คาดกำไร 3Q19 ไม่สดใส แต่จะเป็นกำไรต่ำสุดของปี
(views 34)
ก่อน และคาดกำไรจะกลับมาโตอีกครั้งใน 4Q19 ที่เป็นช่วง High Season และมีแผนเปิดสาขาใหม่มากขึ้น แต่ปรับลดกำไรสุทธิทั้งปี 2019 ลง 3.4% เป็นการเติบโต 8.8% Y-Y เดิมคาดโต 12.7% Y-Y และคาดโตต่อเนื่องราว 12.1% Y-Y ในปี 2020 จากการฟื้นตัวของ SSSG, การเปิดสาขาใหม่ และคาดต้นทุนวัตถุดิบยังอยู่ในระดับต่ำ เพราะในช่วง 4Q19 กำลังจะเจรจาล็อกราคาเนื้อสัตว์ล่วงหน้าของปีหน้า ซึ่งช่วงนี้ราคาเนื้อสัตว์อ่อนตัวลงพอดี น่าจะหนุนอัตรากำไรขั้นต้นดีต่อเนื่องในปีหน้า ส่วนดีลรวมแหลมเจริญคาดจะแล้วเสร็จในเดือน ธ.ค. 2019 และรวมผลประกอบการเต็มปีในปี 2020 ทั้งนี้เรายังไม่ได้รวมกำไรของแหลมเจริญ ถือเป็น Upside ต่อประมาณในปีหน้า เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 86 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ยังมี Upside 10.6% และมองผ่านกำไรต่ำสุดใน 3Q19 จะกลับมาเติบโตตั้งแต่ 4Q19 เป็นต้นไป จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2019
EPG (BUY/21TP: 10), คาดกำไร 2Q20 (ก.ค.-ก.ย. 2019) ฟื้นต่อเนื่องในทุกธุรกิจ
(views 25)
แนวโน้มกำไร 2Q20 (ก.ค.-ก.ย.) ฟื้นต่อเนื่อง เราคาดกำไรสุทธิ 270.5 ล้านบาท +25.3% Q-Q และ +3.2% Y-Y จากการฟื้นตัวของทุกธุรกิจโดยเฉพาะ Aeroflex ซึ่งเข้าสู่ high season ในตลาดต่างประเทศ ซึ่งช่วยผลักดันอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มเพราะเป็นธุรกิจที่มาร์จิ้นสูงที่สุด ราว 41-43% ประกอบกับ EPP มีคำสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้นหลังปรับกลยุทธ์หันมาเน้นกลุ่ม Food และได้ประโยชน์เต็มที่จากต้นทุนเม็ดพลาสติกทั้ง HDPE และ PP ที่ปรับลงเพราะ supply ใหม่เข้ามา เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2020-21 (สิ้นสุด มี.ค.) 3% และ 6% ตามลำดับ จากการปรับเพิ่มมาร์จิ้นเป็นส่วนใหญ่ ทำให้กำไรในช่วง 2 ปีข้างหน้าโตเฉลี่ย 14% ต่อปี ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 10 บาท (อิง EV/EBITDA 15 เท่า) คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2019
ICHI (SELL/20TP: 6.8), เริ่มกังวลต่อการเติบโตในปีหน้า
(views 27)
แนวโน้มกำไร 3Q19 จะลดลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่คาดโตสูง 3.8 เท่าตัวจากปีก่อนที่มีฐานต่ำ จากรายได้ในประเทศที่โตต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของตลาดชาเขียวโดยรวม และคาดส่วนแบ่งจากอินโดนีเซียพลิกเป็นกำไรครั้งแรกในรอบ 16 ไตรมาส ส่วนกำไรใน 4Q19 คาดจะอ่อนลงเล็กน้อย Q-Q ตามฤดูกาล และคาดกำไรทั้งปี 2019 ไว้ตามเดิมที่ 424 ล้านบาท โต 9 เท่าตัวจากปี 2018 ทั้งนี้เราเริ่มกังวลต่อการเติบโตในปี 2020 เพราะเห็นสัญญาณการอ่อนตัวลงของรายได้ส่งออกไปกัมพูชาและลาว หลังได้รับผลกระทบ Trade War ทำให้กำลังซื้อชะลอตัว, สินค้าขายดีในประเทศเป็นกลุ่มมาร์จิ้นต่ำ ในขณะที่ชาเขียวพรีเมี่ยมที่โตดีในช่วงก่อนหน้า ตอนนี้เริ่มทรงตัว ทำให้การโตของมาร์จิ้นอาจน้อยกว่าคาด และการขยายตลาดต่างประเทศอื่นๆ เช่น จีน ยังไม่เห็นพัฒนาการที่น่าตื่นเต้น ยังอยู่ในช่วงส่งสินค้าไปทดลองตลาด และการกระจายรายได้ไปยังสินค้าอื่นๆที่ไม่ใช่เครื่องดื่ม ยังต้องใช้เวลา กว่าจะได้เห็นความคืบหน้าอย่างเร็วคือ 1H20 จึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 7% เป็นโต 4.2% Y-Y จากเดิมคาดโต 12% Y-Y เรามองผ่านการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2019 ไปแล้ว และประมาณการปีหน้ายังดูมี Downside หากรายได้ส่งออกลดลงมากกว่าคาด จึงปรับลด Target PE เป็น 20 เท่า จากเดิม 25 เท่า เท่ากับ PE เฉลี่ย -1.5 SD ทำให้ได้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 6.8 บาท คงคำแนะนำขาย
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2019
KBANK (BUY/20TP: 184), กำไร 3Q19 ใกล้เคียงคาด NPL ยังจัดการได้
(views 26)
กำไร 3Q19 ใกล้เคียงกับที่คาด KBANK รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 9,951 ลบ. ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ โดยเป็นการขยับขึ้น 0.2%Q-Q และ 2.1%Y-Y อย่างไรก็ตาม PPOP ทำได้ดีกว่าคาด โดย +11%Q-Q และ +10%Y-Y โดยรายการที่สำคัญดังนี้
1. รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +1.1%Q-Q และ +10.2%Y-Y แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับลดลงในระหว่างไตรมาส แต่ KBANK ยังรักษา NIM ได้ที่ 3.33% เทียบกับ 3.34% ในไตรมาสก่อน สาเหตุหลักเป็นเพราะสินเชื่อมีการเติบโตในไตรมาสนี้ราว 0.8%Q-Q หรือราว 1.5 หมื่นลบ.
2. รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมาก 15.7%Q-Q และ 20.9%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมจากการจำหน่ายหลักทรัพย์ และมีกำไรจากเงินลงทุนราว 3 พันลบ. รายการนี้ช่วยลดผลกระทบจากการตั้งสำรองฯที่สูงขึ้น (จะกล่าวต่อไป)
3. การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทำได้ดี อัตราส่วน Cost to income ratio อยู่ที่ 42.5% จาก 45% ในไตรมาสก่อน ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายพนักงานซึ่งปรับตัวลง Q-Q (ไตรมาสก่อนมีค่าใช้จ่ายพิเศษ One-time ของพนักงาน)
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2019
OISHI (BUY/20TP: 152), ผู้นำร้านอาหารญี่ปุ่นและเครื่องดื่มชาเขียว
(views 28)
เราเริ่มต้นคำแนะนำ ซื้อ สำหรับหุ้น OISHI โดยปี 2019 ถือเป็นปีแห่งการฟื้นตัวทั้งธุรกิจอาหาร ที่ SSSG พลิกเป็นบวก และธุรกิจเครื่องดื่มที่กลับมาเติบโต หลังจากฟื้นฟูโรงงานเครื่องดื่ม UHT ที่ประสบเหตุไฟไหม้แล้วเสร็จ และสามารถปรับตัวกับภาษีสรรพสามิตชาเขียวและภาษีน้ำตาลได้แล้ว ทำให้กำไรสุทธิ 9M19 เติบโต 37.2% Y-Y และคาดกำไรสุทธิปี 2019 (ต.ค. 18 – ก.ย. 19) จะกลับมาเติบโตสูง 46.5% Y-Y และคาดอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2020 – 2022 จะโตเฉลี่ย 6% CAGR ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่สูงในปีนี้ แต่ถือเป็นการเติบโตที่สม่ำเสมอตามอุตสาหกรรมร้านอาหารและเครื่องดื่ม และฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง โดยมีสถานะหนี้เป็น Net Cash มี ROE สูงกว่า 20% ทำให้เรามอง OISHI เป็น Defensive Stock และคาดให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลต่อปีราว 3.5% เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 152 บาท อิง PE 18 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยของบริษัทเองในอดีต แต่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม และราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน Forward PE เพียง 13.5 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
21
ตุลาคม
2019
BAY (BUY/20TP: 38.5), กำไรสุทธิน้อยกว่าคาดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯและคชจ.อื่นสูงขึ้น
(views 22)
กำไร 3Q19 น้อยกว่าที่คาดไว้ BAY รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 6.56 พันลบ. ลดลง 6.4%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 5.6%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 3%/4% ตามลำดับ เนื่องจากการตั้งสำรองฯค่าเผื่อหนี้สูญที่สูงกว่าที่คาดไว้ โดยในไตรมาสนี้ค่าใช้จ่ายสำรองฯ +3.2%Q-Q, +10%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.56% จาก 1.5% ในไตรมาสก่อนและเราคาดการณ์ที่ 1.36% ซึ่งเป็นไปตาม NPL ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนั้นเกิดจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่มากกว่าคาดโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายอื่นซึ่งเกี่ยวข้องกับสำรองด้อยค่า NPA และค่าใช้จ่ายทางการตลาด รายได้หลักโดยทั่วไปทำได้ใกล้เคียงกับที่คาด รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +1.9%Q-Q, +0.2%Y-Y เนื่องจากการควบคุมต้นทุนทางการเงิน (เงินฝากประจำลดลง) ทำให้ยังคงรักษา NIM ได้ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนแม้ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยทรงตัว Q-Q และ +9%Y-Y เนื่องจากมีกำไรและส่วนแบ่งจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
21
ตุลาคม
2019
BBL (BUY/20TP: 187), กำไร 3Q19 ดีกว่าที่เราและตลาดคาด
(views 23)
กำไร 3Q19 ดีกว่าคาด รายได้หลักดีกว่าคาดและคุมค่าใช้จ่ายได้ดี BBL รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 9,438 ลบ. +1%Q-Q และ +4.5%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดไว้ราว 5%/7% ตามลำดับ เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยทำได้ดีกว่าคาดและรายได้ค่าธรรมเนียมสูงกว่าคาด กล่าวคือรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 1.6%Q-Q ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากเงินให้สินเชื่อ สะท้อนว่า BBL ได้รับผลกระทบจำกัดจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MRR และ MLR ซึ่ง NIM ขยับขึ้นเป็น 2.28% จาก 2.26% ในไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตามหากเทียบกับ 3Q18 NIM ลดลงราว 0.07% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงขึ้นตามปริมาณเงินฝากที่สูงขึ้น ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 3.8%Q-Q ส่วนใหญ่เกิดจากค่าธรรมเนียมในธุรกิจหลักทรัพย์ ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เห็นการปรับตัวลงราว 9%Q-Q เกิดจากรายได้เงินปันผลที่ลดลงตามฤดูกาล ในขณะเดียวกันเราเห็นการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ดีขึ้น โดยค่าใช้จ่าจากการดำเนินงานลดลง 10%Q-Q โดย Cost to income ratio อยู่ที่ 42% จาก 45% ในไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
21
ตุลาคม
2019
KKP (BUY/20TP: 75), กำไร 3Q19 ดีกว่าคาด
(views 23)
กำไร 3Q19 ดีกว่าคาด รายได้หลักฟื้นตัวทุกรายการ
KKP รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 1,610 ลบ. เพิ่มขึ้น 9.5% Q-Q และ 3.8%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 7%/5% ตามลำดับ ซึ่งเกิดจาก
1. รายได้ดอกเบี้ยรับดีกว่าคาดโดย +8.1%Q-Q, +11.8%Y-Y ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของสินเชื่อและรายได้จากดอกเบี้ยจากเงินลงทุนในสิทธิเรียกร้อง
2. รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยดีกว่าคาด ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ IB และ ซื้อขายหลักทรัพย์ รวมถึงกำไรจากการตีมูลค่าเงินลงทุนที่มากกว่าคาด
3. ค่าใช้จ่ายสำรองฯน้อยกว่าคาด โดยในไตรมาสนี้สำรองฯลดลง 39%Q-Q คิดเป็น Credit cost ที่ราว 1% เทียบกับ 1.5% ในไตรมาสก่อน เป็นไปตาม NPL ที่ทรงตัว ทั้งนี้หากรวมผลขาดทุนจากรถยึด Credit cost จะอยู่ที่ 1.37% (ขาดทุนรถยึดมากกว่าไตรมาสก่อน)
อ่านเพิ่มเติม
21
ตุลาคม
2019
KTB (BUY/20TP: 21), กำไร 3Q19 น้อยกว่าคาด แต่สินเชื่อและคุณภาพหนี้ดีขึ้น
(views 24)
กำไร 3Q19 น้อยกว่าที่เราและตลาดคาด จาก CoF ที่เพิ่มขึ้น KTB รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 6,355 ลบ. ลดลง 22%Q-Q และ 19%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 3%/6% ตามลำดับ ซึ่งเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่น้อยกว่าที่คาดไว้โดยลดลง 3%Q-Q สาเหตุหลักเกิดจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงกว่าคาดเป็นไปตามการปรับตัวเพิ่มขึ้นของเงินฝาก และการออกตราสารหนี้ในเดือน ก.ค. ปัจจัยดังกล่าวทำให้ NIM อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 3.1% จาก 3.23% ในไตรมาสก่อน และ 3.15% ใน 3Q18 รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยทำได้ดีกว่าคาดโดย +12%Q-Q และ +16%Y-Y ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม (ที่เกี่ยวกับการให้สินเชื่อและ Bancassurance) และกำไรจากเงินลงทุนจำนวนราว 1.1 พันลบ. ในไตรมาสนี้ KTB มีค่าใช้จ่ายสำรองฯเพิ่มขึ้น 9.6%Q-Q หรือคิดเป็น Credit cost ที่ 1.17% เพิ่มจาก 1.08% ในไตรมาสก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ +19%Q-Q, +27%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่าย One-time การตั้งสำรองฯเกษียณอายุพนักงาน (ประมาณ 2,374 ลบ. ดังนั้นหากไม่รวมรายการดังกล่าวกำไร 3Q19 จะ +1%Q-Q และ +5.3%Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
21
ตุลาคม
2019
TCAP (BUY/20TP: 62), กำไร 3Q19 ดีกว่าคาดมาก
(views 23)
กำไร 3Q19 แข็งแกร่ง TCAP กำไรสุทธิ 3Q19 ดีมากที่ 2,472 ลบ. +30%Q-Q และ +32%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดไว้ราว 21%/20% ตามลำดับ กำไรที่ดีกว่าคาดเกิดจากกำไรจากเงินลงทุนและกำไรจากสินทรัพย์รอการขายที่มากกว่าคาดซึ่งส่งผลให้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +14.7%Q-Q, +47.5%Y-Y ขณะเดียวกันควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานได้ดี ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ลดลง Cost to income ratio ลดลงเป็น 43% จาก 50% ในไตรมาสก่อนหน้า (มีการตั้ง One-time employee retired benefit) และทรงตัวเมื่อเทียบกับ 3Q18 ขณะที่การตั้งสำรองฯอยู่ที่ 0.6% ของสินเชื่อรวม ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ และ NIM อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 3.07% จาก 3.13% ในไตรมาสก่อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2.5%Q-Q, 9.6%Y-Y ตามปริมาณเงินฝากที่เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
21
ตุลาคม
2019
THANI (SELL/20TP: 6), กำไร 3Q19 น่าผิดหวัง
(views 22)
กำไร 3Q19 น้อยกว่าที่เราและตลาดคาด THANI รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 5%/4% ตามลำดับ กำไรสุทธิ 3Q19 อยู่ที่ 475 ลบ. ลดลง 7%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 10%Y-Y กำไรที่น้อยกว่าคาดเกิดจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงกว่าที่คาดไว้ (บริษัทมีการออกขายหุ้นกู้ในเดือนก.ค. ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ย 3.2-3.3% ต่อปีซึ่งทำให้ CoF ไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 0.10%Q-Q และ loan Spread ปรับลดลงจาก 4.85% ในไตรมาสก่อนเป็น 4.73% ในไตรมาสนี้) ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสูงกว่าคาด โดยอัตราส่วน Cost to income อยู่ที่ 18% จาก 17.1% ในไตรมาสก่อนและเราคาดการณ์ที่ 17% ในส่วนของเงินให้สินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้น 1.3%Q-Q และ 6.9%YTD ชะลอตัวกว่าที่คาด ซึ่งน่าจะเป็นการชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจส่งผลให้บริษัทคุมคุณภาพสินเชื่อใหม่และเป็นไปตามฤดูกาลที่ไม่ใช่ฤดูกาลของการขายเนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝน สังเกตว่าค่าใช้จ่ายสำรองฯ +46%Q-Q หรือราว 20 ลบ. จากไตรมาสก่อนและ Credit cost ขึ้นมาอยู่ที่ 0.5% เนื่องจากการกลับรายการเงินสำรองฯทั่วไปมีจำนวนลดลง
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2019
GFPT (HOLD/20TP: 18), คาดกำไร 3Q19 ต่ำกว่าที่เคยคาด และประสบเหตุไฟไหม้วานนี้
(views 20)
เผชิญเหตุไฟไหม้โรงงานไก่ปรุงสุกแห่งเดียวของ GFPT โดยได้รับความเสียหาย 2 สายการผลิตจากทั้งหมด 5 สายการผลิต บริษัทคาดใช้เวลาตรวจสอบซ่อมแซมราว 3-4 สัปดาห์ และจะกลับมาผลิตได้อีกครั้งในช่วงกลางเดือน พ.ย. ทั้งนี้บริษัททำประกันภัยครอบคลุมความเสียหายต่อสินทรัพย์ สำหรับแนวโน้มกำไร 3Q19 คาดโต Q-Q ตามฤดูกาล แต่จะลดลง Y-Y ถือว่าต่ำกว่าที่เคยคาด เพราะได้รับผลลบจากบาทแข็ง และราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศลดลงเร็วในเดือน ก.ย. กระทบต่อการขายในประเทศของทั้ง GFPT และ GFN ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q19 น่าจะลงต่อเพราะผลกระทบจากไฟไหม้ แม้บริษัทจะหาแนวทางแก้ไข ด้วยการส่งเนื้อไก่สดให้บริษัทร่วมอย่าง GFN และ McKey ช่วยแปรรูปเป็นไก่ปรุงสุก แต่จะทำให้รายได้และอัตรากำไรน้อยกว่าที่ผลิตเอง เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 25% เป็นการเติบโต 9% Y-Y อย่างไรก็ตาม เรายังใช้สมมติฐานอิงตามแผนของบริษัท คาดจะกลับมาผลิตได้ปกติตั้งแต่ 1Q20 เป็นต้นไป จึงคงประมาณการกำไร 2020 ไว้ตามเดิม กลายเป็นเติบโตสูง 42.2% Y-Y และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 18 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) แต่แนะนำเพียง ถือ รอดูการฟื้นฟูสายการผลิตว่าจะกลับมาได้ทันตามแผนหรือไม่ ในขณะที่แนวโน้มกำไร 3Q19-4Q19 ไม่สดใสอย่างที่เคยคาด
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2019
CPF (HOLD/20TP: 33), คาดกำไร 3Q19 อ่อนตัวลง แนะนำซื้อเมื่อราคาหมูไทยกลับมาฟื้น
(views 23)
แนวโน้มกำไร 3Q19 อาจชะลอตัวลงทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะราคาหมูไทยอ่อนตัวลง, ปริมาณขายอาหารหมูในจีนลดลง เพราะเกษตรกรยังไม่กลับมาเลี้ยงหมู และได้รับผลลบจากค่าเงินอ่อนค่าในหลายประเทศที่บริษัทมีธุรกิจอยู่ เช่น จีน และตุรกี และคาดกำไร 4Q19 จะอ่อนตัวลงต่อ เพราะเป็น Low Season และราคาหมูไทยปรับลงต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยงแล้ว แต่ด้วยการฟื้นตัวของราคาหมูเวียดนามที่ดีกว่าคาด เราจึงปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2019 ขึ้นเป็น 1.3 หมื่นล้านบาท (+71.8% Y-Y) ส่วนกำไรสุทธิปี 2019 คาดไว้ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท (+3.2% Y-Y) และปรับใช้ราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 33 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แต่ด้วยลักษณะธุรกิจที่เป็น Commodities ผลประกอบการมีความผันผวนขึ้นอยู่กับราคาเนื้อสัตว์เป็นหลัก แม้ราคาหมูเวียดนามจะกลับมาฟื้นตัวและคาดจะดีต่อเนื่องในปีหน้า แต่ควรติดตามการฟื้นตัวของราคาหมูไทยด้วย ซึ่งไม่ว่าจะเกิดโรค ASF ในไทยหรือไม่ เราเชื่อว่าจะได้เห็นการฟื้นตัวของราคาหมูไทยเหนือต้นทุนการเลี้ยงอีกครั้งได้อย่างเร็วในช่วงปลาย 1Q20 – 2Q20 กอปรกับในระหว่างนี้ผลประกอบการช่วง 3Q19-4Q19 ไม่สดใส ดังนั้นเราจึงคงคำแนะนำถือ / ซื้ออ่อนตัว และหากเห็นราคาหมูไทยกลับมาฟื้นตัวเมื่อไหร่ ถึงจะน่าสนใจเข้าซื้ออีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2019
KTC (BUY/20TP: 48), กำไร 3Q19 น้อยกว่าคาดจากการเร่งตัดหนี้สูญและคชจ.การตลาด
(views 21)
KTC รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 7.7%/13% โดยมีกำไรที่ 1,292 ลบ. -2.3%Q-Q, -7.4%Y-Y กำไรที่น้อยกว่าคาดเกิดจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯหนี้สูญมากกว่าที่คาดไว้ โดยอยู่ที่ 1.65 พันลบ. +5.6%Q-Q, +16.5%Y-Y ตามการตัดหนี้สูญที่เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อ หากไม่รวมรายการสำรองฯ PPOP เพิ่มขึ้น 1.4%Q-Q, 3.3%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อทั้งสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยทรงตัว แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมและหนี้สูญรับคืนยังเห็นการขยายตัว Q-Q แต่รายได้อื่นปรับตัวลง
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2019
TMB (BUY/20TP: 2.18), กำไร 3Q19 ดีกว่าคาด แต่ PPOP ยังอ่อนแอ
(views 23)
TMB รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 2.1 พันลบ. +10%Q-Q แต่ลดลง 62%Y-Y (3Q18 มีรายการพิเศษ) ผลกำไรทำได้มากกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 5.7%/12% ตามลำดับ เนื่องจากมีกำไรจากเงินลงทุนราว 1.8 พันลบ. จากการปรับโครงสร้างการลงทุนตามภาวะตลาด นอกจากนั้นยังเห็นการฟื้นตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากค่าธรรมเนียมจากกลุ่มลูกค้ารายย่อย รายได้จากการขายประกันผ่านธนาคารและค่าธรรมเนียมการให้สินเชื่อ แม้กระนั้น PPOP น้อยกว่าที่เราคาดไว้ราว 16% เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 22%Q-Q, 22% และ Cost to income ratio อยู่ที่ 48% เพิ่มขึ้นจาก 47% ในไตรมาสก่อนส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายอื่น อาทิ ค่าใช้จ่ายทางการตลาด และค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาการควบรวมกิจการ ขณะที่รายได้หลักคือรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 2.2%Q-Q ซึ่งเกิดจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และ NIM ลดลงจาก 2.88% ในไตรมาสก่อนเหลือ 2.81% เนื่องจากการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ Tier2 ในเดือนมิ.ย.ส่วนรายได้ดอกเบี้ยชะลอลงเล็กน้อยจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2019
SCB (BUY/20TP: 150), กำไรปกติ 3Q19 ใกล้เคียงคาด ขณะที่ NPL พุ่งขึ้น
(views 26)
SCB รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 อยู่ที่ 1.48 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 34.8%Q-Q, 40.8%Y-Y เนื่องจากกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนใน SCBLife ราว 1.16 หมื่นลบ. ในจำนวนนี้ SCB นำไปตั้งสำรองฯหนี้สูญเพิ่มเติมอีก 9.1 พันลบ. จากสำรองปกติที่ 6.2 พันลบ. รวมการตั้งสำรองฯงวดนี้ทั้งสิ้น 1.5 หมื่นลบ. หากไม่นับรายการกำไรจากเงินลงทุน และสำรองฯ กำไรปกติอยู่ที่ 10,484 ลบ. ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้แต่น้อยกว่าที่ตลาดคาดราว 6% รายการหลักๆถือว่าทำได้ดีกว่าที่คาดอาทิ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +2.6%Q-Q, +7.4%Y-Y ตามการเติบโตของสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูงและการปรับรายการ Policy loan ของ SCBLife ก่อนขายให้กับ FWD ซึ่งส่งผลให้ NIM ปรับขึ้นเป็น 3.68% หากไม่นับการปรับรายการ NIM จะอยู่ที่ราว 3.6% ดีขึ้นจาก 3.45% ในไตรมาสก่อน ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียม +2.87%Q-Q, +13%Y-Y ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมธุรกิจกองทุนรวม ธุรกิจบัตร และค่านายหน้าการซื้อขายหลักทรัพย์
อ่านเพิ่มเติม
17
ตุลาคม
2019
DTAC (BUY/20TP: 68), กำไร 3Q19 ดีกว่าคาดเล็กน้อย
(views 21)
DTAC ประกาศกำไรปกติ 3Q19 ออกมาที่ 1,754 ลบ. -1.6% Q-Q และโตก้าวกระโดดจากกำไร 1 ลบ.ใน 3Q18 ดีกว่าที่เราและตลาดคาดเล็กน้อย รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น +2.3% Q-Q, +0.6% Y-Y กลับมาเติบโต Y-Y ได้ครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาส แม้ Net Add จะติดลบแรงขึ้นเป็น 2.2 แสนรายในไตรมาสนี้ แต่ ARPU ที่โตแรง +3.2% Q-Q, +7% Y-Y โดยเฉพาะตลาด Postpaid ซึ่งเกิดจากทั้งจำนวน Subscriber ที่เพิ่มขึ้นและผลบวกของ Fixed-Speed Unlimited Package ที่ทยอยครบอายุ ส่วนฝั่งต้นทุนโดยรวมใกล้เคียงกับที่เราประเมิน ส่งผลให้ EBITDA Margin ใน 3Q19 อยู่ที่ 33% ดีขึ้นเล็กน้อยจาก 32.3% ใน 2Q19 แต่ลดลงจาก 39.9% ใน 3Q18 เนื่องจากสัมปทานของ DTAC สิ้นสุดในเดือน ก.ย. ปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
17
ตุลาคม
2019
SAPPE (BUY/20TP: 29), คาดกำไร 3Q19 ยังโตแรง Y-Y จาก B’LUE และฐานต่ำ
(views 22)
แนวโน้มกำไร 3Q19 จะอ่อนตัวลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่คาดเติบโตสูง Y-Y จากฐานที่ต่ำในปีก่อน ที่เผชิญต้นทุนเม็ดพลาสติกราคาแพงขึ้น แต่ในปีนี้ได้อานิสงส์จากการมีพันธมิตรใหม่ Danone เข้ามาช่วยดูในเรื่องของประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น และต้นทุนเม็ดพลาสติกที่ถูกลง และการขาย B’LUE ถือว่าประสบความสำเร็จได้ตามแผน จึงคาดรายได้ใน 3Q19 จะเติบโตได้ตามเป้าหมาย และคาดอัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งถือว่าทำได้ดีกว่าคาด เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ขึ้น 10.7% เป็นการเติบโต 32.2% Y-Y จากเดิมคาดโต 19.4% Y-Y และคาดกำไรสุทธิปี 2020 จะโตต่อราว 6.8% Y-Y จากการออกสินค้ารสชาติใหม่ทั้ง B’LUE และ Beauti Drink รวมถึงการฟื้นตัวของตลาดส่งออก เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 29 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) ยังมี Upside 18.4% และคาด Dividend Yield ปีนี้ 3.5% (จ่ายปีละครั้ง) จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2019
S11 (BUY/20TP: 10.45), บริษัทสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่
(views 72)
เราเริ่มต้นคำแนะนำ ซื้อ สำหรับ S11 โดยประเมินราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 10.45 บาท อิง Justified PER 10.85 เท่า แม้ว่า ธุรกิจการปล่อยสินเชื่อรถจักรยานยนต์ของ S11 อยู่ในอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ที่มียอดขายที่ชะลอตัวลงในปีนี้และปีหน้าเนื่องจากกำลังซื้อที่ลดลง แต่เราคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อของ S11 จะสวนภาวะอุตสาหกรรมที่ 15% และ 12% ตามลำดับเนื่องจากกลยุทธการขยายพื้นที่ขายไปยังจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจทั้งในภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ขณะที่ได้รับอานิสงส์จากดีลเลอร์ที่ปรับโมเดลธุรกิจมาเป็นขายอย่างเดียว ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น เราคาดว่า S11 จะแสดงกำไรดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในปี 2019-2020 ที่ 524 ลบ. (+19%Y-Y) และ 590 ลบ. (+14.2%Y-Y) ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2019
TISCO (BUY/20TP: 112), หุ้นปันผลดีของกลุ่มธนาคาร
(views 25)
ท่ามกลางความท้าทายของกลุ่มธนาคารในปี 2020 จากมาตรฐานบัญชีใหม่ที่น่าจะทำให้งบการเงินมีความผันผวนมากขึ้น แม้กระนั้นเราเชื่อว่า TISCO น่าจะมีความผันผวนที่น้อยกว่ากลุ่มเนื่องจากมีความพร้อมด้านเงินสำรองฯ เงินกองทุน และเงินลงทุน เราคาดว่า TISCO จะเป็นหุ้นปันผลที่ดีในกลุ่มธนาคารต่อไป และเป็น Top pick ของเรา คงคำแนะนำ ซื้อ แต่ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 112 บาท (เดิม 116 บาท) อิง Justified PER 12 เท่า (Ke9%, ROE 19%) สะท้อนประมาณการกำไรปี 2020 ซึ่งขยับลงเล็กน้อยจากแนวโน้มค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ค่อยๆกลับขึ้นสู่ปกติ
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2019
LOXLEY (BUY/20TP: 2.2), ปรับโครงสร้างธุรกิจ เน้นลดรายจ่าย คาดพลิกเป็นกำไรปีหน้า
(views 70)
โครงสร้างบริษัทที่มีขนาดใหญ่มากในอดีต เป็นอุปสรรคต่อการทำกำไร ในวันนี้กำลังเปลี่ยนไป บริษัทจัดโครงสร้างธุรกิจ ลดความซ้ำซ้อนในการทำงานและเน้นลดรายจ่าย ในขณะที่ตลาด SI ที่บริษัทอยู่ กำลังเติบโตจากการที่ทุกฝ่ายหันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ส่วนธุรกิจก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานก็เป็นความจำเป็นของรัฐบาลที่ต้องผลักดันการลงทุน นอกจากนี้ เพื่อลดความผันผวนของรายได้บางส่วนที่ต้องพึ่งพางานประมูล บริษัทมีกลุ่มธุรกิจอาหารที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง เราคาดว่าผลประกอบการจะค่อยๆฟื้นตัว หากไม่มีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในปีนี้ คาดว่าจะยังขาดทุนปกติเล็กน้อย 23 ล้านบาทก่อนจะกลับมาทำกำไรได้ 281 ล้านบาทในปีหน้า ประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 2.20 บาท (PE 17 เท่า) แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
15
ตุลาคม
2019
TRUE (BUY/20TP: 7), การขายสินทรัพย์เข้า DIF หนุนกำไร 3Q19 โตแรง
(views 27)
ราคาดกำไรสุทธิ 3Q19 ของ TRUE โตแรงจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้า DIF ราว 7,000 ลบ. และคาดยังมีกำไรปกติได้ต่อเนื่องที่ 426 ลบ. -64.8% Q-, +10.8% Y-Y เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการแข่งขันของอุตสาหกรรมที่ลดความรุนแรงลงในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมาและยังไม่กังวลต่อการแข่งขันในตลาดเบอร์ใหม่ Prepaid ที่ให้ปริมาณการใช้ Data สูง ขณะที่ TRUE ให้ความสำคัญกับการทำกำไรเป็นลำดับแรกจากในอดีตที่เน้นเพิ่ม Market Share ราคาหุ้นที่ปรับลงทำให้ Upside เปิดกว้าง จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
15
ตุลาคม
2019
TISCO (BUY/20TP: 116), กำไร 3Q19 ใกล้เคียงคาด ขณะ NPL ลดลงเซอร์ไพรส์เรา
(views 20)
กำไร 3Q19 ใกล้เคียงที่เราและตลาดคาด TISCO รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ที่ 1,878 ลบ. เพิ่มขึ้น 4.4%Q-Q และ 3.5%Y-Y รายการที่ทำได้ดีกว่าคาดคือรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ +3%Q-Q, +1.2%Y-Y ซึ่งเกิดจากการเติบโตของรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัย และรายได้นายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ และธุรกิจการจัดการกองทุน ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิใกล้เคียงกับที่คาดไว้ โดยมี Loan spread อยู่ที่ 4.85% ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนเพราะ loan yield ที่ดีขึ้นเพราะเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อ High-yield มากขึ้น ในไตรมาสนี้มี Credit cost ที่ 0.19% สูงกว่าที่เราคาดที่ 0.15% ซึ่งน่าจะเป็นไปตามคุณภาพสินเชื่อแต่ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติเนื่องจากธนาคารมีสำรองส่วนเกินจำนวนมากอยู่แล้ว ส่วนค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยรวมถึง Cost to income ratio เป็นไปตามที่คาดไว้
อ่านเพิ่มเติม
11
ตุลาคม
2019
JKN (HOLD/20TP: 7.5), แนวโน้ม 3Q19 ลดลง Q-Q รวมขาดทุนรายการข่าว JKN-CNBC
(views 35)
แนวโน้มกำไร 3Q19 ลดลง Q-Q กว่าเคยคาด โดยคาดเริ่มรับรู้ขาดทุนจากการดำเนินงานของรายการข่าวหุ้น-การเงิน JKN-CNBC ราว 10 ล้านบาทต่อไตรมาส นอกจากปัจจัยฤดูกาลที่มีค่าใช้จ่ายการตลาดมากขึ้น แม้ยังเป็นกำไรเพิ่ม Y-Y จากฐานต่ำ เราปรับประมาณการกำไรปี 2019-2020 ลง 4-6% จากการรวมผลขาดทุนของ JKN-CNBC ซึ่ง 3 รายการหลัก ได้หยุดออกอากาศตั้งแต่ต้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างหาช่องออกอากาศแทน คาดว่าต้องใช้เวลากว่าจะสรุปและสร้าง Rating เราชอบ JKN น้อยลง การเติบโตในปีหน้าต้องมุ่งหวังรายได้จากต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่การเติบโตของรายได้จากในประเทศชะลอลง และปัจจัยเสี่ยงความนิยมต่อ Content หลักๆ ของบริษัท ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 7.50 บาท ที่ PE 14 เท่า ลดคำแนะนำลงจากเดิม ซื้อ เป็น ถือ
อ่านเพิ่มเติม
11
ตุลาคม
2019
OSP (BUY/20TP: 40), คาดกำไร 3Q19 โตทั้ง Q-Q, Y-Y แต่ไม่ตื่นเต้น
(views 29)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q19 น่าจะเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y แต่อาจไม่ตื่นเต้นนัก แม้กำลังการผลิตใหม่ C-Vitt จะเพิ่มขึ้น แต่ภาพรวมการผลิตเครื่องดื่ม ยังติดข้อจะกัดอยู่ (จะขยายกำลังการผลิตเพิ่มปีหน้า) คาดรายได้อาจโตยังไม่เต็มที่ และค่าใช้จ่ายทางการตลาดยังอยู่ในระดับสูง และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q19 แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะแผ่วลง หลังประโยชน์จากภาระภาษีที่ลดลงในช่วง 9M19 หายไป แต่คาดกำไรยังโตได้เพราะเป็น High Season อย่างไรก็ตาม ด้วยการฟื้นตัวที่ช้ากว่าคาดใน 3Q19 เพราะติดข้อจำกัดเรื่องการผลิต เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 5% เป็นการเติบโต 13.3% Y-Y จากเดิมคาดโต 19.7% Y-Y และคาดกำไรปี 2020 จะโตต่อเนื่อง 15.6% Y-Y จากรับรู้กำลังการผลิต C-Vitt และโรงงานแก้วแห่งใหม่เต็มปี เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 40 บาท มี Upside 10.3% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
ตุลาคม
2019
TKN (T-BUY/20TP: 13), ORION คือความหวังใหม่
(views 42)
บริษัทเปิดเผยเป้าหมายการร่วมมือกับพันธมิตรรายใหม่ ORION ในการบุกตลาดจีนตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไป จากปัจจุบันที่บริษัทมีช่องทางการขายในจีนคิดเป็นเพียง 25% ของช่องทาง ORION ในจีน โดยตั้งเป้าเพิ่มเป็น 50% ภายใน 3 ปี นั่นหมายถึงมีเป้าการเติบโตของรายได้ส่งออกไปจีนปีละ 30% ในช่วง 2020 – 2022 ซึ่งจะทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตโรงงานเต็มกำลังการผลิต 100% ในปี 2022 แม้ค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้น จากการขยายช่องทางการจำหน่าย และค่าใช้จ่ายทางการตลาดในจีน เพราะมีเงื่อนไขรับผิดชอบร่วมกับกับ ORION จากเดิมที่ให้ Distributor รายเดิมเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทางการตลาด แต่บริษัทตั้งเป้าจะสามารถหักล้างได้ทั้งหมด จากต้นทุนต่อหน่วยที่ลดลดงอันเนื่องมาจาก Economies of Scale และการคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ หากอิงตามเป้าหมายของบริษัททั้งหมด ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นสมมติฐานที่ Aggressive จะได้กำไรสุทธิปี 2020 เติบโต 67.6% Y-Y และคาดกำไรสุทธิในปี 2020-2022 จะเติบโตเฉลี่ย 25% CAGR เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 13 บาท โดยปรับเพิ่ม Target PE เป็น 25 เท่า (จากเดิม 20 เท่า) ซึ่ง Implied PEG ที่ 1 เท่า เราปรับคำแนะนำเป็น เก็งกำไร ด้วยความระมัดระวัง เพราะมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากประมาณการกำไรของเราอยู่บนความคาดหวังว่าเป้าหมายในตลาดจีนจะประสบความสำเร็จ โดยจะเริ่มเห็นกำไรที่ดีขึ้นใน 1Q20 ระยะสั้นแนวโน้มกำไร 2H19 ยังไม่สดใส เพราะอยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่าย Distributor
อ่านเพิ่มเติม
10
ตุลาคม
2019
HMPRO (BUY/20TP: 18.5), SSSG 3Q19 พลิกเป็นลบ แต่คาดหวังฟื้นตัวใน 4Q19
(views 28)
แนวโน้มกำไร 3Q19 น่าจะอ่อนตัวลง Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล และคาดยังเติบโต Y-Y แต่อาจเป็นอัตราการเติบโตเพียงตัวเลขหลักเดียว ถือเป็นอัตราการโตต่ำสุดในรอบ 16 ไตรมาส เนื่องจากกำลังซื้อใน 3Q19 แผ่วลงมากกว่าคาด ทั้งฝนตก น้ำท่วม คาด SSSG จะพลิกเป็นลบราว -2% Y-Y และเปิดสาขาใหม่ 2 แห่ง ในช่วงปลายไตรมาส อาจทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้ทรงตัวถึงโตเพียง 1% Y-Y แต่สิ่งที่ทำให้กำไรสุทธิโตได้มากกว่าคือ พัฒนาการของอัตรากำไรขั้นต้นที่ยังทำได้ดีต่อเนื่อง คาดสูงขึ้นได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y นอกจาก Product Mix ที่ดี แล้วบริษัทยังเน้นคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และคาดกำไรจะกลับมาโตทั้ง Q-Q และ Y-Y อีกครั้งใน 4Q19 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และมีการจัดงาน Expo ครั้งที่ 2 ปี แต่ด้วยแนวโน้มกำไร 3Q19 ที่โตต่ำกว่าที่เคยคาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 3% เป็นเติบโต 12.2% Y-Y จากเดิมคาดโต 16% Y-Y และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2020 ราว 11.8% Y-Y และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 18.5 บาท (DCF) มี Upside 10.8% ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ โดยมองว่าหลังผ่านกำไร 3Q19 จะกลับมาเติบโตดีขึ้นตั้งแต่ 4Q19 เป็นต้นไป
อ่านเพิ่มเติม
09
ตุลาคม
2019
KTC (BUY/20TP: 48), แนวโน้มกำไร 3Q19 ยังไม่ฟื้นตามที่เคยคาด
(views 24)
เราคาดว่า KTC จะรายงานกำไรสุทธิ 3Q19-4Q19 ที่ไม่สดใสอย่างที่เคยคาดเนื่องจากคาดการณ์การตั้งสำรองฯที่ยังอยู่ในระดับสูงเพื่อรองรับการ Write-off NPL สถานการณ์จะดีขึ้นในปี 2020 โดยเราคาดการณ์กำไรสุทธิที่ 6.9 พันลบ. +21%Y-Y เนื่องจากคาดการตั้งสำรองฯที่ลดลง, รายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้ตามมาตรฐานใหม่ โดยยังไม่รวมการกลับรายการเงินสำรองฯส่วนเกิน (หากมี) ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 48 บาท การ Write-off ใน 2H19 เป็นเหตุการณ์ชั่วคราว ที่อาจกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น ราคาที่อ่อนตัวลงมาเป็นโอกาสซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
ตุลาคม
2019
INSET (IPO: 2.69/20TP: 3.1), ผู้เชี่ยวชาญการก่อสร้าง Data center ที่เติบโตไปพร้อมอุตสาหกรรม
(views 39)
INSET เป็นผู้เชี่ยวชาญในการก่อสร้าง Data center ติดตั้งเสาสัญญาณและโครงข่ายสาย รวมถึงมีบริการซ่อมบำรุง รายได้หลักราว 90% มาจากการก่อสร้าง Data center และติดตั้งเสาสัญญาณและโครงข่ายสาย บริษัทมีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่องและควบคุมต้นทุนและรายจ่ายได้เป็นอย่างดี ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้ไม่ผันผวน จาก Backlog ณ สิ้น 2Q19 ที่มีอยู่ 2.7 พันล้านบาท เราคาดรายได้ปี 2019-20 จะเติบโต 22% และ 9% ตามลำดับ และคาดกำไรสุทธิ 116.6 ล้านบาทในปีนี้ +25.3% และ 132.1 ล้านบาทปี 2020 +13.2% เราประเมินมูลค่าของ INSET ปี 2020 ที่ 3.10 บาท อิง PE 13 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
08
ตุลาคม
2019
THANI (SELL/20TP: 6), แนวโน้มกำไร 3Q19 ไม่สดใสอย่างที่เคยคาด
(views 27)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q19 ไม่สดใสอย่างที่เคยคาด เนื่องจากสินเชื่อชะลอตัวลง และต้นทุนทางการเงินปรับขึ้น รวมถึงการตั้งสำรองฯค่อยๆกลับขึ้นสู่ปกติ แนวโน้มกำไร 4Q19 อาจมีการกลับรายการเงินสำรองฯอีกไตรมาสหนึ่งซึ่งอาจทำให้กำไรฟื้นตัวได้ แม้กระนั้นเราปรับลดประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้าลงจากสินเชื่อที่ชะลอตัวกว่าคาด คาดการณ์กำไรปี 2020 ได้รับแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและการตั้งสำรองฯที่เพิ่มสู่ปกติ ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 6 บาท แนะนำ ขายทำกำไร (จากเดิม ถือ)
อ่านเพิ่มเติม
07
ตุลาคม
2019
TU (BUY/19TP: 20), แม้ราคาปลาดี แต่สู้บาทแข็งไม่ไหว คาดกำไร 3Q แผ่ว
(views 28)
แนวโน้มกำไรปกติ 3Q19 ไม่สดใสนัก ทั้งที่เป็น High Season โดยคาดลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้ราคาปลาทูน่าจะอ่อนตัวลง เอื้อต่อธุรกิจ Brand และยังสามารถควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีตามแผน แต่ไม่สามารถหักล้างผลลบจากค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับทั้ง 3 สกุลหลัก USD EUR และ GBP ที่แข็งค่าขึ้น 6.7%, 10% และ 12% Y-Y ตามลำดับ ที่กระทบต่อรายได้สกุลบาทในไตรมาสนี้อ่อนตัวลง และแนวโน้มกำไรน่าจะอ่อนตัวลงต่อใน 4Q19 เพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ แต่ด้วยฐานที่ต่ำในปีก่อน และกำไรที่ทำไว้ดีใน 1H19 จึงยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 ไว้ตามเดิมเติบโต 35% Y-Y โดยกำไร 9M19 คิดเป็นสัดส่วน 76% ของประมาณการทั้งปี และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2020 ราว 12.3% Y-Y ยังคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 20 บาท (PE 17 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงจน Upside กว้างขึ้นเป็น 24.2% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
04
ตุลาคม
2019
KBANK (BUY/20TP: 184), แนวโน้มกำไร 2H19 ชะลอ ปีหน้าคาดหวังว่ากำไรจะฟื้นตัวขึ้น
(views 30)
เราคาดว่ากำไรช่วงที่เหลือในปีนี้ของ KBANK อาจไม่สดใสนัก โดยแนวโน้มกำไร 3Q19 คาดลดลงทั้ง Q-Q, Y-Y จาก NIM ที่แคบลงและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง และ 4Q19 อาจถูกกดดันจากการตั้งสำรองฯสำหรับการ Write-off และค่าใช้จ่ายทางการตลาดตามฤดูกาล เราคงคาดการณ์กำไรปี 2019 ที่ -4%Y-Y แต่คาดว่าน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ราว 4% ในปี 2020 จากการจบขาลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและคาดสินเชื่อน่าจะยังรักษาการเติบโตได้ > 5% ในปีหน้า โดยยังไม่รวมการกลับเงินสำรองฯส่วนเกินที่อาจเกิดขึ้นได้ภายหลังจากการใช้ TFRS9 คงคำแนะนำ ซื้อ ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 184 บาท
อ่านเพิ่มเติม
03
ตุลาคม
2019
CHG (BUY/20TP: 2.7), คาดกำไร 3Q19 ฟื้นตัวแรง
(views 39)
เราคาดกำไรปกติ 3Q19 ของ CHG จะกลับมาเติบโตโดดเด่น +38.7% Q-Q, +25.4% Y-Y จาก High Season และผลขาดทุนของโรงพยาบาลใหม่ที่ลดลงและมีโอกาสเริ่มพลิกมีกำไรได้ในช่วง 4Q19-1Q20 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นบวกต่อผลการดำเนินงานในอนาคต เรายัคงประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 +8% Y-Y และ +13.3% Y-Y ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีลุ้น Upside เพิ่มเติมจากการพิจารณาปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคมในปีหน้า เรายังคงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 2.70 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
01
ตุลาคม
2019
BCH (BUY/20TP: 22), คาดกำไร 3Q19 ทำ New High
(views 45)
เราคาดกำไรปกติ 3Q19 ของ BCH จะทำ New High +51.1% Q-Q, +11% Y-Y จากรายได้ที่เติบโตแข็งแกร่งและมีแรงหนุนจากรายได้ส่วนเพิ่มของค่าภาระเสี่ยง ขณะที่โมเมนตัมกำไร 4Q19-2020 คาดยังดีต่อเนื่องและคาดยังไม่มีแรงกดดันด้านต้นทุนจากการลงทุนใหม่ๆอย่างมีนัยยะ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 เติบโต +13.8% Y-Y และ 12.1% Y-Y ตามลำดับและมีลุ้น Upside เพิ่มเติมจากโอกาสการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคมในปีหน้า ราคาหุ้นที่ปรับลงเป็นโอกาสในเข้า “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 22 บาท
อ่านเพิ่มเติม
30
กันยายน
2019
PLANB (BUY/20TP: 10), ปรับเป้าหมายขึ้น รวมการได้บริหารสื่อใน 7-Eleven + Olympic
(views 40)
เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 10 บาท จากเดิม 8 บาท จากการปรับไปใช้เป้าหมายปีหน้า และปรับประมาณการกำไรปี 2020-2021 ขึ้น 6-8% จากการรวมคาดการณ์รายได้และกำไรจากการได้บริหารพื้นที่สื่อโฆษณาใน 7-Eleven ร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ของประเทศ และการได้สิทธิบริหารสื่อในกีฬาโอลิมปิค 2020 แม้ปรับประมาณการกำไรปีนี้ลงเล็กน้อย ยังเป็นกำไรโต 17.2% รวมผลของ Synergy หลังการเข้ามาถือหุ้นของ VGI ในครึ่งปีหลัง และปี 2020-2021 โตเฉลี่ย 22.6% Y-Y ราคาหุ้นที่เริ่มปรับฐานลงมา มี Upside เกิน 10% คงคำแนะนำ ซื้อสะสม
อ่านเพิ่มเติม
26
กันยายน
2019
ADVANC (BUY/20TP: 260), โมเมนตัมกำไรใน 3Q19 คาดว่ายังโดดเด่น
(views 29)
เราคาดกำไรปกติ 3Q19 ของ ADVANC +2.9% Q-Q, 19.1% Y-Y แข็งแกร่งต่อเนื่องจากผลลบของ Fixed Speed Unlimited Package ที่ลดลงรวมถึงการแข่งขันที่ผ่อนคลายขึ้นจากช่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันเรามองว่ายังไม่น่ากังวลแม้จะมีการแข่งด้านราคามากขึ้นในบางตลาด แต่โดยรวมยังไม่น่ากังวล เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของกำไรในปี 2019-2020 ที่คาดโตเฉลี่ยปีละกว่า 8% Y-Y ราคาหุ้นที่ปรับลงเป็นโอกาสในการ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 260 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
กันยายน
2019
TMB (BUY/20TP: 2.18), ดีลประวัติศาสตร์ TMB+TBANK รวมแล้วจะแกร่งขึ้น
(views 34)
จากนี้ไปจนถึงปลายปี TMB จะอยู่ในกระบวนการเพิ่มทุนทั้ง RO และ PP เพื่อให้ได้เงินทุนสำหรับซื้อหุ้น TBANK ทั้งจำนวน ราคา RO จะอยู่ที่ 1.40 บาทต่อหุ้น (ในรูปแบบ TSR 1.444533 หุ้นเดิมต่อ 1 TSR) และคาดว่าราคาหุ้นเพิ่มทุนสำหรับ PP (ให้กับ TCAP+BNS) จะอยู่ที่ 2.10-2.15 บาทต่อหุ้น ระยะสั้นตลาดยังไม่ให้น้ำหนักต่อผลประกอบการ 3Q19 ซึ่งเราคาดว่าจะออกมาในเกณฑ์ที่ดีที่ราว 2 พันลบ. +4%Q-Q, -64%Y-Y (PPOP +3%Y-Y) ผลกำไรและอัตราส่วนทางการเงินของ New TMB จะดีขึ้นในปี 2020 ภายหลังการควบรวม เราคงคำแนะนำ ซื้อ และซื้อหุ้นเพิ่มทุน โดยคงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 2.18 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
กันยายน
2019
DTAC (BUY/20TP: 68), คาดกำไร 3Q19 ยังมีโมเมนตัมฟื้นตัวที่ดี
(views 27)
เราคาดกำไรปกติ 3Q19 ของ DTAC ชะลอเล็กน้อย 6.8% Q-Q แต่ยังโตก้าวกระโดดจากแทบไม่มีกำไรใน 3Q18 จากรายได้ที่คาดว่ายังทยอยฟื้นตัวต่อเนื่องจากทั้ง Net Add ที่คาดติดลบน้อยลงและ ARPU ที่ปรับตัวขึ้น ซึ่ง In-line กับการลงทุน โดยเรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการแข่งขันที่คาดว่าจะไม่รุนแรงขึ้นจนเป็นลบต่ออุตสาหกรรมเหมือนในอดีต และคาดว่าการมาของ 5G ในอนาคตจะไม่กดดันอย่างมีนัยยะ เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 +146.4% Y-Y และ +5.4% Y-Y ตามลำดับ ราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงยังมองเป็นโอกาสในการเข้า “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 68 บาท
อ่านเพิ่มเติม
20
กันยายน
2019
SCB (BUY/20TP: 150), คาดกำไร 3Q19 ประคองตัว ลุ้นการขาย SCBLife ให้ทัน
(views 32)
SCB ราคาล่าสุดซื้อขายอยู่ในโซนที่ถูกมาก โดยราคาล่าสุดต่ำกว่า 2020 BVS ที่ 128 บาท ขณะที่คาดการณ์ ROE ที่ 11% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารปี 2020 ที่อยู่ที่ 9.7% กำไรปกติ 3Q19 คาดว่าจะทรงตัว Q-Q และ -3.7%Y-Y แม้มีปัจจัยบวกจากต้นทุนการดำเนินงานที่คาดว่าจะเริ่มลดลงแต่อาจถูกชดเชยจาก Credit cost ที่เพิ่มขึ้น และรายได้ค่าธรรมเนียมที่อ่อนตัวลง ส่วนการรุกธุรกิจ SME โดยการฟรีค่าธรรมเนียมคาดกระทบกำไรสุทธิเพียง 0.2% ต่อปี ราคาที่ปรับตัวลงจึงเป็นโอกาสในการซื้อโดยคาดปัจจัยบวกข้างหน้ามากกว่าลบ อาทิ การรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุน, Dividend yield ราว 5% ต่อปี และกำไรปกติปี 2020 คาดว่าจะฟื้นแรง 20%Y-Y จาก Cost to income ที่ลดลงหลังจบโครงการลงทุน IT ในปี 2019 ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 150 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
กันยายน
2019
TISCO (BUY/20TP: 116), กำไรโตสม่ำเสมอ หนุนการจ่ายปันผลได้สูงต่อไป
(views 33)
เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 116 บาท คาดการณ์กำไร 3Q19 จะเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y มาอยู่ที่ราว 1.86 พันลบ. เนื่องจากคาดการณ์ค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ดีขึ้นจากต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับต่ำ แม้ว่าใน 3Q19 ได้ยุติการทำธุรกิจกับ Deutsche Bank แต่คาดกระทบธุรกิจหลักทรัพย์เพียงเล็กน้อย และไม่ส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรทั้งปีซึ่งคงคาดการณ์ที่ 7.37 พันลบ. +5.1%Y-Y ส่วนปีหน้าคาดการณ์กำไรสุทธิที่ 7.8 พันลบ. +5.6%Y-Y โดยคาดว่าน่าจะเห็นการปรับตัวขึ้นของสินเชื่อที่ราว 5% และการตั้งสำรองฯยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งยังสนับสนุนการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 7 บาทได้ต่อไป (Yield 6.7% ต่อปี) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
กันยายน
2019
STEC (HOLD/20TP: 21.5), ผลประกอบการถูกกดดันจากมาร์จิ้น ปรับประมาณการลง
(views 33)
อัตรากำไรขั้นต้นที่อ่อนแอใน 2Q19 คาดเป็นจุดต่ำสุด ก่อนฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่คาดยังไม่กลับไปอยู่ในระดับเดิมได้ เนื่องจากงานที่มาร์จิ้นสูงมีสัดส่วนที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ถูกบรรเทาผลกระทบด้วยการรับรู้รายได้จาก Backlog ที่แข็งแกร่ง 9.3 หมื่นล้านบาท และมีโอกาสรับงานเข้ามาเติมอีกมาก เราปรับลดประมาณการปี 2019-2020 ลงเฉลี่ย 30% ต่อปี เป็นหดตัว -36% Y-Y ที่ 1 พันล้านบาทในปี 2019 ก่อนฟื้นตัว +28% Y-Y เป็น 1.3 พันล้านบาทในปีหน้า ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 21.50 บาท (อิง PER เป็น 25x) ราคาหุ้นมี Upside ต่ำกว่า 10% จึงยังแนะนำถือหรือซื้ออ่อนตัว ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น และความคืบหน้าโครงการรัฐสภาใหม่เป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
อ่านเพิ่มเติม
10
กันยายน
2019
ZEN (HOLD/20TP: 17), ระยะสั้น SSSG 3Q19 ไม่สดใส และกำลังปรับแผนสาขาใหม่
(views 44)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ระยะสั้น SSSG 3Q19 น่าจะติดลบมากขึ้น เพราะได้รับผลลบจากเหตุการณ์ระเบิด และจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง และบริษัทอยู่ระหว่างปรับกลยุทธ์การเปิดสาขาใหม่ โดยปรับลดเป้าเหลือ 100 – 120 แห่ง จากเดิม 123 แห่ง เพราะจะเน้นทำเลที่ดีอย่าง กทม. และปรับไซส์ให้มีขนาดเล็กลงในทุกๆแบรนด์ รวมถึงได้พันธมิตรรายใหม่อย่าง Tesco Lotus ซึ่งน่าจะช่วยให้เปิดสาขาใหม่ได้มากขึ้น และหนุนการเติบโตของธุรกิจ Delivery ด้วย สำหรับร้าน Zen จะชะลอการเปิดสาขาใหม่ในช่วง 1-2 ปีนี้ และเตรียมปรับรูปแบบเพื่อกระตุ้นให้ SSSG กลับมาเป็นบวกได้อีกครั้ง แนวโน้ม SSSG และกำไรจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งใน 4Q19 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และจำนวนนักท่องเที่ยวน่าจะฟื้นตัวได้ เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2019 – 2020 เติบโต 26.4% Y-Y และ 13.2% Y-Y ตามลำดับ ปัจจัยหนุนส่วนใหญ่มาจากสาขาใหม่ และการเติบโตของ 3 ธุรกิจใหม่อย่าง Delivery, ร้านเขียง และ Retail เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 17 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) มี Upside 4.3% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
09
กันยายน
2019
SYNEX (HOLD/19TP: 10), สะดุดชั่วคราวแต่ไม่เปลี่ยนแนวโน้มธุรกิจในระยะยาว
(views 42)
เราปรับประมาณการกำไรปี 2019 ลง 9% และปี 2020 ลง 6% เป็น 702 ล้านบาทในปีนี้ หดตัว 2.7% Y-Y และเป็น 783 ล้านบาทในปี 2020 +12% Y-Y หลักๆมาจากการปรับลดยอดขายเพื่อสะท้อนยอดขายที่ต่ำกว่าคาดใน 2Q19 เพราะกรณีปัญหากรณีหัวเหว่ยถูกสหรัฐแบน แม้ว่าหลังจากนั้นหัวเหว่ยได้ร่วมทำงานกับ SYNEX อย่างใกล้ชิดแต่ยอดขายยังไม่กลับสู่ระดับปกติ นอกจากนี้ ยังถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอ ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น แต่การหดตัวของกำไรปีนี้เป็นเหตุชั่วคราว SYNEX ยังมีโอกาสเติบโตในระยะยาวเพราะอยู่ในอุตสาหกรรมไอทีที่มีการพัฒนาตลอดเวลา เราปรับราคาเป้าหมายปีนี้ลงเป็น 10 บาทจาก 12 บาท (PE 13x) ลดคำแนะนำเป็นถือ หากมองไปปีหน้า ราคาเป้าหมายจะเป็น 12 บาทแต่ขณะนี้เร็วเกินไปที่จะซื้อเพราะ 3Q เป็น low season
อ่านเพิ่มเติม
06
กันยายน
2019
LIT (BUY/19TP: 6.2), กำไรน่าจะฟื้นตัวได้แรงใน 2H19
(views 55)
ปรับคำแนะนำจาก ถือ เป็น ซื้อ โดยคงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 6.20 บาท เข้าสู่ฤดูกาลการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ เราคาดว่าสินเชื่อ กำไรและ NPL จะอยู่ในสถานการณ์ที่ดีขึ้นใน 3Q19 โดยคาดสินเชื่อ +4-6%Q-Q, +9%YTD และกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 42 ลบ. +15.8%Q-Q, +9%Y-Y จากการฟื้นตัวของรายได้รวม และค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่ลดลง ส่วนสถานการณ์ NPL เราคาดว่าจะผ่อนคลายลงเพราะ 3Q จะมีการ Write-off ประจำปี เราคาดว่าน่าจะเห็น NPL Ratio ที่ลดลงราว 2-3% มาอยู่ที่ราว 9% ราคาล่าสุดซื้อขายที่ 2019 Prospective PER ที่ 8.3 เท่า และคาดการณ์เงินปันผลที่ราว 6%
อ่านเพิ่มเติม
04
กันยายน
2019
ASAP (SELL/19TP: 2.05), Cost push ในช่วง Investment period จะดีขึ้น 4Q20
(views 56)
ASAP อยู่ในช่วงของการลงทุน บริษัทลงทุนในกองรถให้เช่าซึ่งคาดว่าน่าจะแตะเกือบ 20,000 คันภายในปีนี้ แต่เป็นปกติของการลงทุนในช่วงแรก ค่าใช้จ่ายจะกดดันกำไรอาทิ ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย (การคำนวณแบบ Effective rate จะทำให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจะหนักในช่วงแรก), ค่าเสื่อมราคา และค่าเบี้ยประกัน ผลประกอบการ 1H19 เป็นที่เซอร์ไพรส์เชิงลบ และอาจเห็นการฟื้นตัวอย่างช้าๆใน 3Q19 ไปจนถึง 3Q20 ค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะผ่อนคลายลง เราปรับลดประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้าลง โดยสังเกตว่า ROE ยังอยู่ในโซนต่ำราว 5% ในปี 2020 ซึ่งเป็นระดับที่ยังไม่น่าสนใจเมื่อเทียบกับ Ke ที่ราว 20% นอกจากนั้นเราไม่สบายใจต่ออัตราส่วน D/E ที่อยู่ในระดับสูงและอาจแตะ 10X ในปี 2020 คงคำแนะนำ ขาย คงราคาเหมาะสมที่ 2.05 บาท (เท่ากับ 2019 prospective BVS)
อ่านเพิ่มเติม
30
สิงหาคม
2019
RS (HOLD/19TP: 17.5), ครึ่งปีหลังดีขึ้น แต่น้อยกว่าเคยคาด ปรับประมาณการลง
(views 42)
แนวโน้มกำไรปกติครึ่งปีหลังดีขึ้น หนุนโดยยอดขายสินค้าธุรกิจ MPC เพิ่มจากฐานต่ำในช่วง 2Q19 ที่ได้รับผลกระทบจากวันหยุดยาว และจะมีการเพิ่มประเภทสินค้าที่ขาย รวมทั้งขาย On Line มากขึ้น ขณะที่คาดรายได้ทีวีดิจิตอลกระเตื้องขึ้นเล็กน้อย แต่ปรับลดประมาณการกำไรปกติทั้งปีลง 9% สะท้อนกำไร 2Q19 ต่ำกว่าคาดและแนวโน้มครึ่งปีหลังฟื้นตัวน้อยกว่าเคยคาด ราคาเป้าหมายปี 2019 ปรับลงเป็น 17.50 บาท จากเดิม 19 บาท ราคาปัจจุบันมี Upside จำกัด ขณะที่การเข้ามาซื้อหุ้น 7% ของ BTS มองเป็นบวกระยะยาว ใช้เวลากว่าจะเห็นผล Synergy อย่างมีนัยฯ อย่างเร็วต้นปีหน้า และความคืบหน้าแผนการทำ JV กับผู้ผลิตสินค้าเลื่อนไปในช่วงเวลาเดียวกัน คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
29
สิงหาคม
2019
BJC (HOLD/19TP: 58), ระยะสั้น กำไร 3Q19 อาจสดใสน้อยกว่าที่เคยคาด
(views 37)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนข้างลบ ระยะสั้นกำไร 3Q19 อาจสดใสน้อยกว่าที่เคยคาด เพราะ SSSG ของ BIGC 3QTD ติดลบมากขึ้นจาก 2Q19 และมีการปรับลดแผนสาขาใหม่ในไทยปีนี้เหลือ 3 แห่ง จากเดิม 7 แห่ง ส่วนกัมพูชาสาขาแรก 1 แห่ง ยังเปิดตามแผน กอปรกับคาดรายได้จากลูกค้า B2B จะเพิ่มขึ้นในช่วง 2H19 อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นใน 3Q19 และคาดกำไรจะกลับมาโตอีกครั้งใน 4Q19 ที่เป็น High Season ของธุรกิจ จากกำไร 1H19 คิดเป็นสัดส่วน 47% ของประมาณการทั้งปี แนวโน้มกำไร 2H19 อาจทรงตัวถึงปรับขึ้นเล็กน้อยจาก 1H19 ดังนั้นเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 ไว้ตามเดิมที่ +6.7% Y-Y และคาดจะกลับมาโตมากขึ้นในปี 2020 ราว 12.6% Y-Y มาจากการฟื้นตัวของธุรกิจกระป๋องที่จะรับรู้ลูกค้าใหม่เต็มปี และคำสั่งซื้อจะเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการกลับมาของลูกค้าเก่า (ที่เคยลดคำสั่งซื้อ) เพราะมีออกสินค้าใหม่ในรูปแบบกระป๋องที่ตนยังผลิตเองไม่ได้ คาดทั้งรายได้และอัตรากำไรของธุรกิจกระป๋องจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีหน้า ทั้งนี้เรายังคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 58 บาท (DCF) และราคาหุ้นได้ปรับขึ้นมาจากที่เราแนะนำซื้อในรายงานครั้งก่อน (วันที่ 15 ส.ค.) จนมี Upside เหลือ 8.9% จึงปรับคำแนะนำเป็น ถือ / ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
28
สิงหาคม
2019
TCAP (BUY/19TP: 62), Dividend stock
(views 55)
TCAP กลายเป็น Dividend stock ภายหลังจากการประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษจากสภาพคล่องส่วนเกินภายหลังการขาย TBANK เป็นจำนวนหุ้นละ 4 บาท เมื่อประกอบกับอัตราการจ่ายเงินปันผลปกติสำหรับ 1H19 และ 2H19 ที่เราคาดการณ์ที่ 1 บาท และ 1.40 บาทต่อหุ้น (XD ในช่วงต.ค. และ พ.ค. ตามลำดับ) คิดเป็น Dividend yield ราว 12% ต่อปี เราไม่กังวลต่อผลประกอบการในปี 2020 ภายหลังการปรับโครงสร้าง แม้ว่าจะเข้าถือหุ้นใน New TMB ราว 20% แต่คาด Dilution effect ภายหลังการซื้อหุ้นคืน พบว่าจะเกิดเพียง 2.7% โดยที่ยังไม่รวม Synergy เราคงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 62 บาท
อ่านเพิ่มเติม
27
สิงหาคม
2019
INTUCH (T-BUY/19TP: 67), หลุมหลบภัยที่ดีในยามตลาดผันผวน
(views 68)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรปกติ 2H19 ของ INTUCH ที่คาด +11.5% H-H, +25.3% Y-Y และทั้งปี 2019 +7.4% Y-Y ตามทิศทางกำไรของ ADVANC ที่กลับมาโตแกร่งจากการแข่งขันของ Mobile Operator ที่ลดความรุนแรง แต่ความน่าสนใจของ INTUCH ที่มากกว่า ADVANC คือ Valuation ที่ถูกกว่าโดยปัจจุบัน Discount จาก NAV ของ ADVANC ถึง 26% มากกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลังที่ 20% และให้ Dividend Yield สูงกว่าที่ 4.5% เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อทำกำไร” ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 67 บาทและเป็นแหล่งพักเงินที่ดีในสภาวะตลาดที่ผันผวน
อ่านเพิ่มเติม
26
สิงหาคม
2019
BDMS (HOLD/19TP: 24.5), แนวโน้มกำไร 2H19 ยังไม่โดดเด่น
(views 49)
แนวโน้มผลการดำเนินงาน 2H19 ของ BDMS คาดว่ายังอยู่ในระดับที่ไม่โดดเด่นโดยระยะสั้นถูกกดดันจากโรงพยาบาลและโรงแรมใหม่ที่เพิ่งเริ่มเปิดให้บริการในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นและกดดัน Margin ขณะที่กำไร 2Q19 ออกมาต่ำกว่าคาดราว 10% เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปกติลง 6.5% สะท้อน Downside ที่มีโดยปี 2019 คาดมีกำไรปกติชะลอตัวชั่วคราว -1.5% Y-Y ก่อนกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในปี 2020 +12.9% Y-Y ส่วนด้านราคาเหมาะสมเราปรับลดจาก 28 บาทเหลือ 24.50 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside ค่อนข้างจำกัด เราจึงยังคงคำแนะนำเพียง “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
26
สิงหาคม
2019
HANA (SELL/19TP: 26), ระยะสั้นคำสั่งซื้อดีขึ้น แต่มองแค่ชั่วคราว เพราะสงครามยังไม่จบ
(views 37)
จากประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระยะสั้นแนวโน้มกำไร 3Q19 น่าจะโต Q-Q ได้ต่อ ภายหลังสหรัฐเลื่อนการเก็บภาษี 10% สำหรับสินค้ากลุ่มมือถือ ซึ่งเป็นสินค้ากลุ่มหลักของบริษัท กอปรกับระดับสต็อกของลูกค้าลดต่ำลง ทำให้ลูกค้ากลับมาเร่งสต็อกในช่วง 3Q19 มากขึ้น นอกจากนี้การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยบริษัทได้ลดกำลังการผลิตโรงงานจีนลง ซึ่งมีการย้ายเครื่องจักรบางส่วนไปที่โรงงานในกัมพูชา และลูกค้ารายใหญ่ในจีนขอย้ายฐานการผลิตมายังโรงงานในไทย ซึ่งอาจจะยังมีการปรับโครงสร้างในเฟสถัดๆไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ Trade War เป็นหลัก โดยในภาพระยะกลางยาว ยังดูไม่ชัดเจนและไม่สดใส มีโอกาสที่จะเห็นการอ่อนตัวลงของกำไรใน 4Q19 – 1Q20 เพราะพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปจะซื้อแค่พอใช้และเติมสต็อกเท่านั้น เรายังคาดกำไรปกติปีนี้ -37% Y-Y (กำไร 1H19 คิดเป็น 44% ของประมาณการทั้งปี) และคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 26 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ราคาหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว และสถานการณ์ข้างหน้ายังไม่สดใส จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย
อ่านเพิ่มเติม
23
สิงหาคม
2019
TK (SELL/19TP: 9.5), ตลาดในประเทศยังฉุดสินเชื่อและรายได้
(views 45)
เราปรับประมาณการการเติบโตของสินเชื่อปีนี้ลงจากเดิม 9% เป็น -0.7%Y-Y จากยอดขายรถจักรยานยนต์ที่ซบเซากว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากกำลังซื้อที่ถดถอยตามภาวะเศรษฐกิจ แม้ว่า TK จะมีการขยายสินเชื่อที่เติบโตดีในตลาดต่างประเทศแต่ยังชดเชยไม่ได้ทั้งหมดเนื่องจากยังมีฐานสินเชื่อขนาดเล็ก แม้กระนั้นเราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ที่ 463 ลบ. +13.7%Y-Y แม้ปรับลดคาดการณ์รายได้ดอกเบี้ยรับลง แต่ชดเชยได้จากการควบคุมค่าใช้จ่ายในองค์กรที่ดีขึ้น (ลดค่าการตลาดและการขยายสาขา) คงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 9.50 บาท คงคำแนะนำ ขายทำกำไร
อ่านเพิ่มเติม
23
สิงหาคม
2019
WORK (BUY/19TP: 27), คาดกำไรปกติครึ่งปีหลังดีขึ้น/ ราคาลงมา Upside น่าสนใจมากขึ้น
(views 33)
กำไรปกติ 2Q19 ดีขึ้น Q-Q ตามฤดูกาล แต่ลดลง Y-Y จากตลาดโฆษณาโดยรวมยังอ่อนแอ เวลาออกอากาศถูกกระทบจากงานพระราชพิธี และอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยลดลง Y-Y ตาม Rating แต่ลุ้นกำไรดีขึ้นครึ่งปีหลัง จากปรับผังรายการช่อง WPTV หนุน Rating เริ่มฟื้นขึ้นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา รวมทั้งคาดตลาดรวมดีขึ้น แม้ปรับประมาณการกำไรปกติทั้งปีลงเล็กน้อย 7% ยังเป็นกำไรฟื้นตัวจากฐานต่ำปีก่อน รวมผลจากการควบคุมต้นทุนมากขึ้น และมาตรการเยียวยาทีวีดิจิตอล ราคาเป้าหมายปี 2019 ปรับลงเป็น 27 บาท จากเดิม 29 บาท (DCF) ขณะที่ราคาหุ้นปรับลงมามี Upside เกิน 10% ปรับคำแนะนำขึ้นจากเดิม ถือ เป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2019
CHG (BUY/20TP: 2.7), Solid Outlook in 2H19 and 2020
(views 39)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรปกติ 2H19 ของ CHG ที่คาดว่าจะกลับมาเติบโตโดดเด่นทั้ง H-H และ Y-Y จากทั้งอานิสงส์ของ High Season ซึ่งหนุนการเติบโตของโรงพยาบาลหลักเดิม รวมถึงผลขาดทุนของโรงพยาบาลใหม่ที่ทยอยลดลง โดยเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติขึ้นเฉลี่ย 4-5% สะท้อน Upside ที่มีจาก 1H19 ที่ทำได้ดีกว่าที่ประเมิน โดยปี 2019 คาดเติบโต +8% Y-Y และเร่งตัวขึ้นเป็น +13.3% ในปี 2020 เราจึงปรับใช้ราคาเหมาะสมปีหน้าที่ 2.70 บาท โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2019
CK (BUY/19TP: 30), ลุ้นเซ็นงานใหม่ ช่วยปลดล็อก Backlog ที่อยู่ระดับต่ำ
(views 53)
กำไรปกติ 2Q19 หดตัว 59% Q-Q และ 73% Y-Y ต่ำกว่าคาดมาก จาก SG&A ที่สูงผิดปกติ จากค่าใช้จ่าย One-time หลายรายการ ส่วนรายได้งานก่อสร้างทำได้ที่ 5.5 พันล้านบาท (-27% Q-Q, -27% Y-Y) เนื่องจากมีหลายงานอยู่ช่วงท้ายโครงการ ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลง 20% และ 8% เป็นปี 2019 ชะลอ 14% Y-Y ก่อนฟื้นตัว 29% Y-Y ในปีหน้า ขณะที่ Backlog อยู่ที่ 3.86 หมื่นล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 8 ปี อย่างไรก็ดี ยังมีงานที่รอเซ็นอยู่กว่า 6.2 หมื่นล้านบาท คาดหนุนให้งานในมือสิ้นปีจบที่ 8.5-9.0 หมื่นล้านบาทได้ เราปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 30 บาท แต่ยังแนะนำซื้อ จากศักยภาพในการได้รับงานใหม่ และมีโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งจากการเติบโตของเงินลงทุนบริษัทลูกช่วยลดความผันผวนของธุรกิจรับเหมา ขณะที่ราคาหุ้นซื้อขายบน PBV ที่ 1.6x เทียบเท่าค่าเฉลี่ยในอดีต-1SD และ Discount NAV ของบริษัทลูกอยู่มาก
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2019
CHG (BUY/20TP: 2.7), Solid Outlook in 2H19 and 2020
(views 31)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรปกติ 2H19 ของ CHG ที่คาดว่าจะกลับมาเติบโตโดดเด่นทั้ง H-H และ Y-Y จากทั้งอานิสงส์ของ High Season ซึ่งหนุนการเติบโตของโรงพยาบาลหลักเดิม รวมถึงผลขาดทุนของโรงพยาบาลใหม่ที่ทยอยลดลง โดยเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติขึ้นเฉลี่ย 4-5% สะท้อน Upside ที่มีจาก 1H19 ที่ทำได้ดีกว่าที่ประเมิน โดยปี 2019 คาดเติบโต +8% Y-Y และเร่งตัวขึ้นเป็น +13.3% ในปี 2020 เราจึงปรับใช้ราคาเหมาะสมปีหน้าที่ 2.70 บาท โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
20
สิงหาคม
2019
BCH (BUY/19TP: 21), ภาพการเติบโตแข็งแกร่งใน 2H19//มี Upside สำหรับปี 2020
(views 39)
เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงาน 2H19 ของ BCH โดยเฉพาะใน 3Q19 ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำ New High ได้จากแรงหนุนของ High Season และการบันทึกรายได้ส่วนเพิ่มค่าภาระเสี่ยง ขณะที่รายได้ของ WMC เริ่มกลับเติบโตอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีประเด็นบวกใหม่คือสมาคมโรงพยาบาลเอกชนอยู่ระหว่างขอปรับเพิ่มการจ่ายเงินของประกันสังคมเฉลี่ยราว 12% จากปัจจุบัน ซึ่งหากมีการอนุมัติจะเป็น Upside ต่อกำไรปี 2020 เป็นต้นไป ปัจจุบันเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 +13.8% Y-Y และ +12.1% Y-Y ตามลำดดับ ราคาหุ้นที่ปรับฐานลงในช่วง 3 เดือนล่าสุดเป็นโอกาสในการเข้า “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 21 บาท
อ่านเพิ่มเติม
20
สิงหาคม
2019
JKN (BUY/19TP: 9), แนวโน้ม 2H19 อ่อนลง H-H แต่โต Y-Y ราคาลงมา Upside มากขึ้น
(views 34)
แนวโน้มกำไร 2H19 อ่อนลง H-H จากปัจจัยฤดูกาลและมีค่าใช้จ่ายการตลาดมากขึ้น แต่กำไรยังโต Y-Y จากฐานต่ำ เราคงประมาณการกำไรปีนี้โตระดับ 18% จากคาดการณ์รายได้รวมโต 15% ซึ่ง Conservative กว่าของบริษัท (+20%) โดยกำไร 1H19 เป็นสัดส่วน 56% ของประมาณการทั้งปี แม้เราชอบ JKN น้อยลง จากความกังวลมากขึ้น จากการเติบโตในปีหน้าที่ต้องมุ่งหวังรายได้จากต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่การเติบโตของรายได้จากในประเทศชะลอลง และปัจจัยเสี่ยงความนิยมต่อ Content หลักๆ ของบริษัท แต่ราคาหุ้นปรับฐานลงมามี Upside เกิน 10% เทียบกับราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 9 บาท ที่ PE 18 เท่า แนะนำ ซื้อสะสม จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
20
สิงหาคม
2019
KTC (BUY-W/19TP: 48), ธุรกิจใหม่ (รถแลกเงิน) เริ่มปลายเดือนนี้
(views 32)
การประชุม Opportunity day วานนี้ KTC กำลังจะให้บริการธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน (Car-for-cash) ภายใต้ชื่อ “KTC พี่เบิ้ม” ได้ในปลายเดือนนี้ ส่วนธุรกิจนาโนไฟแนนซ์และพิโกไฟแนนซ์ อยู่ในระหว่างการขอใบอนุญาต (ไม่มีผลต่อประมาณการของเรา) ประเด็นคุณภาพหนี้ NPL ที่เพิ่มตามฤดูกาลในไตรมาสก่อน กลับมาเป็นปกติแล้วใน 3Q19 เราคาดการณ์ว่า KTC จะมีกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ราว 1.64 พันลบ. +24%Q-Q, +17%Y-Y จากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลงและรายได้หนี้สูญที่ดีขึ้น เราคงคาดการณ์กำไรปี 2019 ที่ 6.4 พันลบ. (+24.8%Y-Y) และคงราคาเหมาะสมที่ 48 บาท ราคาหุ้นมี Upside 8% จากราคาเหมาะสมจึงแนะนำ ซื้ออ่อนตัว (เดิม ซื้อ)
อ่านเพิ่มเติม
20
สิงหาคม
2019
TVO (HOLD/19TP: 26), มองผ่าน Bottom ทั้งราคาถั่วเหลืองและกำไร แนะนำถือ
(views 33)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ การขายกากถั่วเหลืองและน้ำมันถั่วเหลืองในปีนี้ค่อนข้างสดใส เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10% Y-Y แต่ทิศทางราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกยังไม่ชัดเจน ทั้งนี้เรามอง Downside การปรับลงของราคาถั่วเหลืองค่อนข้างจำกัดมาก เพราะปริมาณถั่วเหลืองปีหน้าลดลง และราคาถั่วเหลืองวันนี้ต่ำกว่าต้นทุนการเพาะปลูกของเกษตรกรสหรัฐฯ แต่การปรับขึ้นของราคาก็มีความผันผวน เพราะ Trade War ยังยืดเยื้อ และโรคระบาด ASF ในหมูก็ยังไม่คลี่คลาย จึงคาดราคาถั่วเหลืองแกว่งตัวอยู่ในกรอบจำกัด ส่วนแนวโน้มกำไรของบริษัทน่าจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H19 โดยเฉพาะ 3Q19 ที่ปริมาณขายยังเพิ่มขึ้น และต้นทุนถั่วเหลืองลดลง เรายังคาดกำไรปกติปี 2019 ไว้ที่ 1.5 พันล้านบาท (-14.5% Y-Y) และคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 26 บาท (อิง PE 14 เท่า) แม้ราคาหุ้นเต็มมูลค่า แต่ด้วย Downside ราคาถั่วเหลืองที่จำกัดมาก และแนวโน้มกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 3Q19 - 4Q19 กอปรกับประกาศจ่ายปันผลงวด 1H19 หุ้นละ 0.7 บาท Yield 2.5% (จ่ายปีละ 2 ครั้ง โดยคาด Dividend Yield ทั้งปีที่ 5.6%) กำหนดขึ้น XD 22 ส.ค. และจ่ายเงิน 6 ก.ย. จึงคงคำแนะนำ ถือรับปันผล
อ่านเพิ่มเติม
19
สิงหาคม
2019
ASK (BUY/19TP: 28.6), สินเชื่อและกำไรยังคงแข็งแกร่ง
(views 30)
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ที่ 898 ลบ. +11%Y-Y และคาดการณ์กำไร 3Q19 เติบโตแกร่งราว 13%Q-Q, 5.86%Y-Y ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาจากความกังวลต่อมาตรการการต่ออายุรถตู้โดยสารเก่า เราเห็นว่าเป็นโอกาสซื้อ เนื่องจากบริษัทมีการปล่อยสินเชื่อประเภทอื่นที่เติบโตได้ดีกว่า ส่วนประเด็นการเพิ่มขึ้นของ D/E ratio เป็น 6.7 เท่าใน 2Q19 เนื่องจากเป็นงวดของการจ่ายเงินปันผล เราคาดว่าจะเห็นอัตราส่วนนี้ที่ดีขึ้นในช่วงปลายปีอยู่ที่ราว 6.1-6.2 เท่า ซึ่งทำให้คาดว่า ASK จะยังเติบโตได้ตามประมาณการไปได้อีก 2-3 ปีโดยไม่ต้องเพิ่มทุน เราคงคาดว่า ASK จะคงมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ราว 7.2% คงราคาเหมาะสม 28.60 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
สิงหาคม
2019
SC (BUY/19TP: 3.2), กำไร 2Q19 อ่อนตัวตามคาด ก่อนฟื้นเด่นใน 2H19
(views 30)
กำไรปกติ 2Q19 ใกล้เคียงคาด ทรงตัว Q-Q แต่ชะลอ 29% Y-Y ถูกกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลดลง หลังออกแคมเปญลดราคาเพื่อระบายสต็อก เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลง 12%-13% เป็น 1.7 พันล้านบาท (-3% Y-Y) และ 1.8 พันล้านบาท (+6% Y-Y) ตามลำดับ กำไร 1H19 คิดเป็น 37% ของทั้งปี โมเมนตัม 2H19 คาดฟื้นเด่น จากการเปิดโครงการที่เร่งขึ้น และแผนโอนคอนโดใหม่ 2 แห่ง เราปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 3.20 บาท แต่ยังแนะนำซื้อ จาก Valuation ที่ไม่แพง ซื้อขายบน PE2019-2020 ที่ 6.4x เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต -1SD และต่ำกว่ากลุ่มที่ 9.2x พร้อมคาดผลตอบแทนปันผลจูงใจราว 6% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2019
KTB (BUY/19TP: 21.7), แนวโน้มผลกระทบจากการปรับลด MRR, MOR น้อยกว่าคาด
(views 41)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ประเด็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ มีสัดส่วนสินเชื่อที่อิงกับ MRR และ MOR ราว 27% ของพอร์ตสินเชื่อ ซึ่งน้อยกว่าที่เราคาดไว้ และ NIM อาจมี Upside จากประมาณการเนื่องจากเงินฝากอัตราดอกเบี้ยสูงมีกำหนดครบอายุในครึ่งปีหลัง 1 แสนลบ. ซึ่งน่าจะช่วยลด CoF ได้ ส่วนกรณี AQ คาดว่าน่าจะเห็นแต่ผลกระทบด้านบวกมากกว่าด้านลบ และน่าจะมีการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยอีกครั้งใน 3Q19 เราคงประมาณการกำไรปี 2019 ที่ 2.7 หมื่นลบ. -4.8%Y-Y (กดดันจากค่าใช้จ่าย) คงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 21.30 บาท ซึ่งยังมี upside ที่เปิดกว้าง คงคำแนะนำ ซิ้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2019
SAWAD (BUY/19TP: 59), แนวโน้มกำไร 2H19 จะดีกว่า 1H19
(views 40)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ แนวโน้มกำไร 2H19 จะดีขึ้นจาก 1H19 เนื่องจาก เป็นฤดูกาลของการให้สินเชื่อและ SAWAD มี land for cash ที่เป็น product ใหม่ ซึ่งให้ผลตอบแทนสินเชื่อในอัตราสูง ตลาดแข่งขันต่ำ ทำให้สินเชื่อน่าจะเติบโตได้ดีตามเป้าหมายทั้งปีของเราที่ 20%Y-Y (9M19 คาด +17%YTD) แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q19 คาดว่า จะอยู่ที่ราว 908 ลบ. +3.9%Q-Q, +18.5%Y-Y Driver หลักมาจากการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยตามจำนวนสัญญาที่ขยายตัว, รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อที่คาด +7%Q-Q โดยคาด Loan spread น่าจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 16% และ ไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเหมือนที่เกิดใน 2Q19 เราคงประมาณการกำไรสุทธิของเราทั้งปีที่ 3,577 ลบ. +29.2%Y-Y และคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมที่ 59 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2019
SSP (BUY/19TP: 10), กำไร 2Q19 โตดีตามตลาดคาด
(views 45)
กำไรปกติ 2Q19 โต 49.1% Q-Q และ 28.0% Y-Y ดีตามตลาดคาด กำไรสุทธิ 2Q19 ที่ 160 ล้านบาท โต 29.4% Q-Q, 5.0% Y-Y แต่หากไม่รวม Unrealized FX Loss 33 ล้านบาท เป็นกำไรปกติ 193 ล้านบาท โต 49.1% Q-Q, 28.0% Y-Y จากการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ คือ โครงการโซเอ็นในญี่ปุ่น โครงการโซลาร์ อผศ.ในไทย และโครงการโซลาร์ในเวียดนาม รวมทั้งปัจจัยฤดูกาล ช่วงแดดดีในไทย หนุนปริมาณขายโรงไฟฟ้าโซลาร์โครงการ SPN และ Hidaka กำไรสุทธิ 1H19 เท่ากับ 285 ล้านบาท โต 9.7% Y-Y ส่วนกำไรปกติ 323 ล้านบาท โต 21.7% Y-Y และเป็นสัดส่วน 53% ของคาดการณ์ทั้งปีที่คาดกำไรปกติโต 23% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2019
AMATA (BUY/19TP: 28), กำไร 2Q19 ดีกว่าคาด
(views 37)
กำไรปกติ 2Q19 ดีกว่าคาด เพิ่มขึ้นถึง 37% Q-Q และ 712% Y-Y AMATA รายงานกำไรสุทธิ 416.5 ล้านบาท เมื่อบวกกลับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งของ AMATA และโรงไฟฟ้า จะเป็นกำไรปกติ 428.2 ล้านบาท +37.3% Q-Q, +712.2% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาดราว 7-10% จากการคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีกว่าคาด กำไรที่เติบโตดีมาจากการขยายตัวของทุกธุรกิจ โดยรายได้หลัก 46% มาจากรายได้โอนที่ดินซึ่ง +46.2% Q-Q, +106.7% Y-Y จากยอดโอนที่สูงถึง 154 ไร่ แม้ว่าที่ดินที่โอนส่วนใหญ่จะเป็นอมตะซิตี้ระยองและไทยไชนีสซึ่งมีราคาขายต่ำกว่าอมตะชลบุรี แต่จำนวนที่ดินที่โอนได้มากก็ทำให้รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มสูงขึ้น โดยเพิ่มเป็น 58.3% ในอนาคตถ้าบริษัทสามารถขายและโอนที่ดินที่ชลบุรีได้มากกว่านี้ เราเชื่อว่าอัตรากำไรขั้นจะกลับไปที่ 60-70% ได้ ส่วนรายได้จากการขายสาธารณูปโภค (39% ของรายได้รวม) เพิ่มขึ้นล้อไปกับการขายที่ดิน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารแม้จะเพิ่มขึ้นแต่คิดเป็นสัดส่วน 18.6% ของรายได้ ลดลงจากไตรมาสก่อนที่อยู่ที่ 19.3% และ 2Q18 ที่สูงกว่าปกติที่ 31.6% ได้
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2019
BGRIM (HOLD/19TP: 36), กำไรปกติ 2Q19 ใกล้เคียงคาด
(views 35)
กำไรปกติ 2Q19 โต 26.7% Q-Q แต่ลดลง 19.1% Y-Y กำไรสุทธิที่ 626 ล้านบาท เพิ่ม 17.5% Q-Q และ 190.7% Y-Y จากฐานต่ำใน 2Q18 ที่มีค่าใช้จ่ายพิเศษสูง กำไรปกติ 2Q19 ที่ 557 ล้านบาท ใกล้เคียงคาดที่ 570 ล้านบาท เพิ่ม 25.7% Q-Q แต่ลดลง 19.1% Y-Y กำไรปกติโต Q-Q จากรายได้ขายไฟเพิ่ม 5.2% Q-Q, 23.4% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาลและเริ่มรับรู้รายได้จาก 2 โครงการโซลาร์ในเวียดนามตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย. 168 ล้านบาท แต่กำไรปกติลดลง Y-Y โดย Gross margin ลดลงจาก 2Q18 ที่ 20.3% เป็น 18.1% แม้เริ่มเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 16.6% จากราคาก๊าซเริ่มลดลง 2.4% Q-Q แต่เพิ่ม 9.4% Y-Y และค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มจากการขยายธุรกิจ และค่าใช้จ่ายการเงินเพิ่ม
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2019
BJC (BUY/19TP: 58), กำไร 2Q19 ดีกว่าคาด และจะโตต่อเนื่องใน 2H19
(views 39)
กำไร 2Q19 ดีกว่าคาด จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 2Q19 เท่ากับ 1,528 ล้านบาท (+1.6% Q-Q, +9.5% Y-Y) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน 237 ล้านบาท (สุทธิภาษี) และขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 29 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,794 ล้านบาท (+19.9% Q-Q, +36.4% Y-Y) ดีกว่าคาด 7% (เราคาดไว้ 1,673 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด กำไรที่โตดีมาจาก 1) รายได้รวมเติบโต +5.3% Q-Q, +3.6% Y-Y ซึ่งเติบโตได้ทุกธุรกิจ ทั้ง BIGC แม้จะมี SSSG พลิกเป็นติดลบที่ -0.3% Y-Y แต่ด้วยผลของการเปิดสาขาใหม่ทำให้รายได้โตได้เล็กน้อย, ธุรกิจกระป๋องมีรายได้กลับมาโต +2.5% Y-Y (ดีขึ้นจาก 1Q19 ที่รายได้กระป๋องลดลงถึง -17% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2019
BLA (AVOID/19TP: 24.2), สถานการณ์จากตลาดเงินเป็นลบต่อ BLA ต้องตั้งสำรองฯใน 3Q19
(views 37)
เราปรับลดประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้าลงราว 20% การฟื้นตัวของกำไรล่าช้าออกไปเนื่องจากผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะส่งผลให้ BLA มีภาระการตั้งสำรองฯ (LAT Reserve) ที่สูงขึ้นราว 1 พันลบ. ใน 3Q19 ซึ้งอาจทำให้มีโอกาสเห็น BLA มีผลขาดทุนเกิดขึ้นใน 3Q19 แม้ว่า BLA ได้เปิดเผยถึง partner ในกลุ่มธนาคาร (TISCO) แต่เราเชื่อว่าการขายประกันในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว อาจทำได้ไม่เป็นไปตามแผนและแม้ว่าราคาปัจจุบันจะไม่แพงแล้ว แต่ขาดปัจจัยบวก มีแต่ปัจจัยลบที่รออยู่ประมาณการจึงมี Downside เราปรับลดคำแนะนำจาก ซื้อ เป็น ชะลอการลงทุน โดยประเมินราคาเหมาะสมที่ 24.20 บาท อิง BVS จากเดิม 30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2019
ERW (BUY/19TP: 6.2), กำไรปกติ 2Q19 ใกล้เคียงคาด แต่เราปรับประมาณการลง
(views 35)
กำไรปกติ 2Q19 ออกมาตามคาด ERW ประกาศผลการดำเนินงาน 2Q19 มีผลขาดทุนสุทธิ 7 ลบ. จากกำไร 235 ลบ.และ 30 ลบ.ใน 1Q19 และ 2Q18 ตามลำดับ แต่หากตัดรายการสำรองผลประโยชน์พนักงานออกจะมีกำไรปกติ 11 ลบ. -95.4% Q-Q, -63.8% Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาด โดยรายได้ -20.6% Q-Q จาก Low Season และโตเพียง 3.5% Y-Y จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นสำหรับตลาดหลักอย่างจีนและยุโรป ส่งผลให้ Rev Par (ไม่รวม Hop Inn) หดตัว 6% Y-Y ขณะที่ EBITDA Margin อ่อนตัวลงเหลือ 22.2% ในไตรมาสนี้จาก 24.1% ใน 2Q18 จากทั้งผลของ Operating Leverage เนื่องจากต้นทุนส่วนใหญ่คงที่ รวมถึงผลขาดทุนเริ่มแรกของโรงแรมใหม่ๆที่เพิ่มเริ่มเปิดดำเนินการในช่วงปลายปี 2018
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2019
ICHI (SELL/19TP: 8.3), กำไร 2Q19 ฟื้นตัวมากกว่าคาด
(views 34)
กำไร 2Q19 กลับมาฟื้นตัวสดใส ได้มากกว่าคาด กำไรสุทธิ 2Q19 เท่ากั 137 ล้านบาท (+20.2% Q-Q และพลิกจากที่ขาดทุนในปีก่อน) ดีกว่าคาด 15% (เราคาดไว้ 119 ล้านบาท) มาจากรายได้ที่โตดีกว่าคาด โดยถือเป็นการฟื้นตัวที่ดีแทบทุกบรรทัดของงบการเงินเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เริ่มจากรายได้ที่เติบโต 24.7% Q-Q และ 23.4% Y-Y สิ่งที่ดีคือ การกลับมาฟื้นตัวของรายได้ในประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ +38% Y-Y สู่ระดับสูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส ตามการฟื้นตัวของตลาดชาเขียวในประเทศ และรายได้จากกลุ่มชาพรีเมี่ยม (ชิซึโอกะ) เติบโตได้ดี ทั้งแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดจากผู้นำเดิม และการออกสินค้ารสชาติใหม่ โฮจิฉะ รวมถึงการทำโปรโมชั่นตามฤดูกาล ช่วยหนุนการเติบโตสินค้ากลุ่มเดิมอย่างชาเขียวอิชิตันได้อีกทางหนึ่ง ส่วนรายได้ส่งออกแผ่วลงเล็กน้อย -4% Y-Y จากฐานที่สูงในปีก่อน แต่ยังโต 4% Q-Q จากการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2019
KCE (T-BUY/19TP: 13), ระยะสั้น 2H19 ดูฟื้นตัว แต่ปีหน้ายังดูมีความเสี่ยงพอสมควร
(views 38)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหารให้ภาพการฟื้นตัวของผลประกอบการใน 2H19 โดยมองว่าผ่านจุดต่ำสุดของปีใน 2Q19 แล้ว แนวโน้มรายได้ใน 3Q19 จะกลับมาโตราว 8% Q-Q ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น แต่มีการปรับลดเป้ารายได้ในปีนี้ลงเพื่อสะท้อน 1H19 ที่ไม่สดใส และคาดจะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2020 โดยคาดหวังจาก 2 สินค้าใหม่ (Consumer, Radar) ถือเป็นการกระจายฐานสินค้าของบริษัท ลดการพึ่งพิงกลุ่ม Automotive แต่แนวโน้มสินค้ากลุ่มเดิมยังดูไม่สดใสนัก เพราะยอดขายรถยนต์ทั่วโลกยังคงชะลอตัว แต่ชะลอในอัตราที่ลดลงโดยเฉพาะในยุโรปและสหรัฐ แต่ในจีนและอินเดีนยังคงลดลงค่อนข้างมาก อีกทั้งอาจต้องเผชิญราคาขายสินค้ากลุ่มเดิมลดลงในปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2019
ORI (BUY/19TP: 10.1), กำไร 2Q19 ดีกว่าคาด แข็งแกร่งกว่ากลุ่ม
(views 32)
กำไรปกติ 2Q19 ชะลอ 10% Y-Y แต่ขยายตัว 25.5% Q-Q ORI รายงานกำไรสุทธิ 2Q19 ที่ 737 ล้านบาท (+2% Q-Q, -28% Y-Y) โดยมีกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยเพื่อร่วมทุน (JV) กับ ES-CON Japan ราว 47 ล้านบาท (หลังหักภาษี) หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรปกติจะอยู่ที่ 690 ล้านบาท (+25.5% Q-Q, -10% Y-Y) ดีกว่าเราและตลาดคาด 24% และ 32% ตามลำดับ จากรายได้การบริหารโครงการให้ NRED ที่มากกว่าคาด โตกว่าเท่าตัวจาก 1Q19 และ 2Q18 จากการเปิดโครงการ JV ใหม่ รวมถึง SG&A ที่ต่ำกว่าคาด
สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) ยอดโอนทำได้ที่ 2.8 พันล้านบาท (-6% Q-Q, -22% Y-Y) จากฐานสูงใน 1Q19 ที่มีการเร่งโอนก่อนเริ่มใช้เกณฑ์ LTV ใหม่ และ 2Q18 ที่มูลค่าของโครงการที่เริ่มโอนสูงกว่า โดยในไตรมาสนี้มีการเริ่มโอนคอนโดใหม่ 2 แห่งเร็วกว่าแผนอย่าง Kensington Sukhumvit-Thaparak (มูลค่า 2.5 พันล้านบาท, มียอดขาย 80%) และ KnightsBridge Phaholyothin Interchange (มูลค่า 2.1 พันล้านบาท, มียอดขาย 62%) รวมถึงแนวราบอีก 1 แห่งอย่าง Britania Wongwaen-Hathairat (มูลค่า 1 พันล้านบาท, มียอดขาย 10%) 3) อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯทำได้ทรงตัวจาก 1Q19 ที่ 43% และปรับขึ้นเล็กน้อยจาก 41% ใน 2Q18 จากการโอนโครงการที่มีมาร์จิ้นดีขึ้น 4) SG&A ต่อยอดโอนปรับลดเป็น 23% จาก 24.5% ใน 1Q19 ที่มีการออกแคมเปญระบายสต็อก
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2019
OSP (BUY/19TP: 37), กำไร 2Q19 ต่ำกว่าคาด และจะกลับมาโตดีใน 2H19
(views 32)
กำไร 2Q19 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย กำไรสุทธิ 2Q19 เท่ากับ 710 ล้านบาท (-20.1% Q-Q, +7.4% Y-Y) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน 77 ล้านบาท (สุทธิภาษี) จะมีกำไรปกติเท่ากั 788 ล้านบาท (-11.3% Q-Q, +19.2% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 7% (เราคาดไว้ 845 ล้านบาท) โดยสาเหตุที่กำไรลดลง Q-Q มาจากการหยุดซ่อมสายการผลิต C-Vitt เพื่อแก้ปัญหาคอขวดราว 1 เดือนในเดือน พ.ค. ส่วนกำไรที่เติบโตได้ดี Y-Y มาจากการเติบโตหลายสินค้าทั้งในกลุ่มเครื่องดื่ม และ Personal Care โดยมีทั้งสินค้ากลุ่มเดิม และมีการออกสินค้าใหม่ เช่น Shark ในรูปแบบกระป๋อง, Babi Mild สูตร Sweet Almond, สกินแคร์แบรนด์ Planstory ทำให้รายได้ไตรมาสนี้เติบโตราว 5.7% Y-Y ยังสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท และมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 35.3% จาก 34.8% ใน 1Q19 และ 31.3% ใน 2Q18
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2019
SAPPE (BUY/19TP: 25), กำไร 2Q19 ดีตามคาด สินค้าใหม่ B’LUE ช่วยหนุน
(views 31)
กำไร 2Q19 ใกล้เคียงคาด อัตรากำไรขั้นต้นน่าประทับใจ กำไรสุทธิ 2Q19 เท่ากับ 136 ล้านบาท (+18.3% Q-Q, 15.3% Y-Y) ใกล้เคียงเราคาด (เราคาดไว้ 139 ล้านบาท) แต่ดีกว่าที่ตลาดคาด 8% หากไม่รวมค่าใช้จ่ายตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน 4.7 ล้านบาท และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 2.8 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 137 ล้านบาท (+29.2% Q-Q, +7% Y-Y) กำไรที่เติบโตได้ดีทั้ง Q-Q และ Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2019
SAWAD (BUY/19TP: 59), กำไร 2Q19 ถือเป็นไตรมาสที่ดีกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะคุณภาพหนี้
(views 28)
กำไรสุทธิ 2Q19 เป็นไปตามที่คาด SAWAD รายงานกำไรสุทธิ 2Q19 ที่ 874 ลบ. เพิ่มขึ้น 3.6%Q-Q, 44%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ สังเกตว่า Minority interest บริษัทย่อยลดต่ำกว่าที่เราคาดซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อกำไรสุทธิเนื่องจากส่วนแบ่งกำไรของ BFIT ที่รับมาเพิ่มขึ้นตามการถือหุ้นใน BFIT ที่เพิ่มขึ้น กำไรก่อนหัก Minority เป็นไปตามคาด โดยรายได้หลักดีกว่าที่เราคาดไว้เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้น 5.1%Q-Q, +26%Y-Y โดยมี Loan spread ที่ 15.75% ขยับขึ้นจาก 15.73% ในไตรมาสก่อน และลดลงจาก 16.07% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้น CoF ราว 0.05% ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 22%Q-Q และ 23%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของสินเชื่อ สังเกตว่าในไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายสำรองฯสูงขึ้น 222%Q-Q และ 47%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 2.15% คาดว่าน่าจะเกิดจากการ Write-off ตามฤดูกาลและการเพิ่ม Coverage ratio ของบริษัท ซึ่งหากไม่รวมรายการสำรองฯ ผลกำไร PPOP ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 10%
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2019
SEAFCO (BUY/19TP: 10.6), กำไร 2Q19 มาตามนัด ลุ้นรับงานใหม่เข้ามาเติม
(views 33)
กำไรปกติ 2Q19 เติบโต 9% Y-Y แต่อ่อนตัว 8% Y-Y SEAFCO รายงานกำไรสุทธิ 2Q19 อยู่ที่ 101.8 ล้านบาท (-15% Q-Q, +9% Y-Y) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษใน 1Q19 กำไรปกติจะชะลอ 23% Q-Q แต่โต 8% Y-Y ใกล้เคียงเรา และตลาดคาด (เราคาดไว้ 102.3 ล้านบาท) การอ่อนตัวของกำไร Q-Q มาจากวันหยุดจำนวนมาก และอยู่ในช่วงเคลื่อนย้ายเครื่องจักรเข้าพื้นที่งานใหม่ สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) รายได้งานก่อสร้างอยู่ที่ 775 ล้านบาท ลดลง 10% Q-Q เนื่องจากโครงการหลักอย่างรถไฟฟ้าสีส้ม, ชมพู และ One Bangkok อยู่ในช่วงท้ายโครงการ ทยอยส่งมอบใน 2Q-3Q19 และอยู่ระหว่างการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรเข้างานใหม่ แต่เทียบกับ 2Q18 ขยายตัวดี +18% Y-Y จากการเดินหน้างานก่อสร้างต่อเนื่อง ตามปริมาณงานมือที่เพิ่มขึ้น 2) อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดี 22% ทรงตัว Q-Q และ Y-Y 3) SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 4.9% เทียบกับ 1Q19 ที่ 3.9% และ 2Q18 ที่ 4.5%
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2019
TRUE (HOLD/19TP: 6.5), มีกำไรต่อเนื่องใน 2Q19
(views 40)
กำไรสุทธิ 2Q19 สูงกว่าคาดจากภาษีจ่ายที่เป็นบวก TRUE ประกาศกำไรสุทธิ 2Q19 ออกมาที่ 1,060 ลบ. -29.7% Q-Q, -89.4% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษออกทั้งผลประโยชน์พนักงาน กำไร(ขาดทุน)จากอัตราแลกเปลี่ยน และกำไรจากการขายสินทรัพย์และมูลค่า DIF ที่เพิ่มขึ้น จะมีกำไรปกติ 1,210 ลบ. +284.6% Q-Q, +165.3% Y-Y ดีกว่าที่ตลาดคาด (ตลาดคาดราว 500 ลบ.) โดยไตรมาสนี้มีรายการภาษีจ่ายที่เป็นบวกราว 818 ลบ.
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2019
SISB (BUY/19TP: 9.2), กำไร 2Q19 ดีตามที่คาดไว้ และเข้าสู่กำไรที่ดีขึ้นใน 3Q19
(views 28)
กำไร 2Q19 แข็งแกร่งตามคาด SISB รายงานกำไรสุทธิ 2Q19 ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ที่ 52 ลบ. เพิ่มขึ้น 22.6%Q-Q, 150.2%Y-Y ซึ่งมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น 1.1%Q-Q, 18%Y-Y ตามจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นเป็น 2,375 คน (VS 1Q19 2,305 คน และ 2Q18 2,164 คน) การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักเรียนส่วนใหญ่มาจากโรงเรียนที่สาขาธนบุรี และสาขาประชาอุทิศ อัตราค่าธรรมเนียมต่อคนต่อปีอยู่ที่ 4.23 แสนบาท อ่อนตัวลงเล็กน้อยจาก 4.35 แสนบาทในไตรมาสก่อนหน้าแต่เพิ่มขึ้นจาก 3.9 แสนบาท ใน 2Q18 (สังเกตว่าอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาต่อคนจะน้อยที่สุดในทุกๆไตรมาส 2 ซึ่งเป็นเทอมสุดท้ายของภาคการศึกษาในระบบนานาชาติ) ขณะที่ Gross margin อยู่ที่ 40.4% จาก 41.6% ในไตรมาสก่อนแต่ดีขึ้นจาก 36.6% ใน 1Q18 เนื่องจากอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาที่ชะลอตัวลง
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2019
AP (BUY/19TP: 8.2), งบ 2Q19 อ่อนแอตามคาด เป็นจุดต่ำสุดของปี
(views 30)
AP รายงานกำไรสุทธิ 2Q19 อยู่ที่ 488 ล้านบาท (-55% Q-Q, -59% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด 14% หากหักกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยราว 27 ล้านบาท กำไรปกติจะอ่อนตัว 57% Q-Q และ 61% Y-Y เป็น 461 ล้านบาท คาดเป็นจุดต่ำสุดของปี สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) ยอดโอนอ่อนแอที่ 4.2 พันล้านบาท (-44% Q-Q, -33% Y-Y) สาเหตุมาจากผลของการเริ่มใช้เกณฑ์ LTV ใหม่, ฐานสูงจากการเร่งโอนไปมากใน 1Q19 และวันหยุดจำนวนมาก แบ่งเป็นแนวราบ 77% และคอนโด 23% 2) ส่วนแบ่งกำไร JV ลดลง 43% Q-Q และ 68% Y-Y อยู่ที่ 167 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีคอนโดใหม่เริ่มโอน และฐานสูงใน 2Q18 ซึ่งมีการเริ่มโอนคอนโดใหญ่ รวมถึงมีค่าใช้จ่ายการเปิดตัวคอนโดใหญ่ The Address สยาม-ราชเทวี 3) อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯ ทำได้ 33% ปรับขึ้นจาก 31% ใน 1Q19 และ 32% ใน 2Q18 เนื่องจากมีการกลับรายการตั้งสำรองต้นทุนโครงการคอนโดที่เสร็จสิ้นแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2019
BDMS (HOLD/19TP: 28), กำไร 2Q19 ต่ำกว่าคาด ลดคำแนะนำเป็น “ถือ”
(views 28)
BDMS ประกาศกำไรปกติ 2Q19 ออกมาที่ 1,865 ลบ. -36.2% Q-Q, -8.7% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดราว 9 และ 11% ตามลำดับ โดยรายได้เติบโตดีกว่าคาดเล็กน้อย +6.4% Y-Y โดยเติบโตกระจายตัวได้ดีในทุกส่วนทั้งผู้ป่วยไทยและต่างชาติ (+6% Y-Y และ +8% Y-Y ตามลำดับ) รวมถึงกรุงเทพฯและต่างจังหวัด (+5% Y-Y และ +7% Y-Y ตามลำดับ) แต่ปัจจัยที่ทำให้กำไรออกมาต่ำกว่าคาดเกิดจากส่วนแบ่งกำไรจาก BH ที่น้อยกว่าคาดรวมถึงค่าใช้จ่าย SG&A ที่เร่งตัวขึ้นโดยคาดว่าหลักๆเกิดจากค่าใข้จ่ายจากโครงการลงทุนใหม่ๆที่เพิ่มเริ่มเปิดให้บริการในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ EBITDA Ma ชะลอตัวลงเหลือ 20% จากราว 21% ทั้งใน 1Q19 และ 2Q18
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2019
CENTEL (HOLD/19TP: 35), กำไร 2Q19 ต่ำกว่าคาด ปรับลดประมาณการลง
(views 38)
CENTEL ประกาศกำไรสุทธิ 2Q19 ที่ 232 ลบ. -71.9% Q-Q, -37.5% Y-Y แต่หากตัดรายการสำรองผลประโยชน์พนักงานราว 58 ลบ.ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 290 ลบ. -61% Q-Q, -21.9% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดราว 8% และ 15% ตามลำดับ โดยรายได้อยู่ในระดับใกล้เคียงคาด -7.7% Q-Q, +0.6% Y-Y ซึ่งยังค่อนข้างอ่อนแอจากธุรกิจโรงแรมที่ยังถูกกดดันจากนักท่องเที่ยวจีนและยุโรปที่หดตัวส่งผลให้ Rev Par -6.4% Y-Y ขณะที่ธุรกิจอาหารมี Same Store Sales Growth -1.8% Y-Y จากการบริโภคในประเทศที่ยังชะลอ ขณะที่ฝั่งต้นทุนสูงกว่าที่คาดทำให้ EBITDA Margin อ่อนตัวลงเหลือ 16.2% ในไตรมาสนี้จาก 27.8% และ 19.3% ใน 1Q19 และ 2Q18 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2019
CPF (BUY/19TP: 30), กำไร 2Q19 ดีกว่าคาด ยังคงประมาณการกำไรและเป้าปีนี้ตามเดิม
(views 39)
กำไรสุทธิ 2Q19 เท่ากับ 4,104 ล้านบาท (-4.1% Q-Q, -30.4% Y-Y) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน 1,812 ล้านบาท, ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 226 ล้านบาท ซึ่งถูกหักล้างได้ทั้งหมดด้วยกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน 1,967 ล้านบาท (สุทธิภาษี) และกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมพันธุ์หมู 124 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 4,051 ล้านบาท (+23.7% Q-Q, +69.6% Y-Y) ดีกว่าที่เราคาด 21% (เราคาดไว้ 3,359 ล้านบาท) และดีกว่าคาด Consensus คาด 51% สาเหตุที่ดีกว่าคาดมาจากผลประกอบการ CPP ดีกว่าคาด (คาดลด Q-Q แต่ออกมาทรงตัวได้) และอัตรากำไรขั้นต้นดีกว่าคาด
โดยกำไรที่เติบโตมาจากราคาเนื้อสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นได้แก่ ราคาหมูในไทยเฉลี่ย 2Q19 เท่ากับ 74.33 บาท/กก. (+1.4% Q-Q, +23.9% Y-Y) และราคาไก่ในไทยเฉลี่ย 2Q19 เท่ากับ 35.67 บาท/กก. (+5% Q-Q, +11.5% Y-Y) รวมถึงภาพรวมธุรกิจในต่างประเทศค่อนไปในทางทรงตัวถึงปรับตัวดีขึ้น แม้ผลประกอบการของ CPP จะลดลงมาก Y-Y เพราะราคาหมูเวียดนามปรับลงจาก ASF โดยราคาเฉลี่ย 2Q19 เท่ากับ 35,726 ด่องต่อกก. (-23.2% Q-Q, -15.8% Y-Y) แต่สามารถทรงตัว Q-Q ได้จากผลประกอบการในจีนที่ดีขึ้น ทั้งนี้กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมไตรมาสนี้เติบโต +6.9% Q-Q และด้วยต้นทุนอาหารสัตว์ที่อ่อนตัวลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (ไม่รวมค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน) เพิ่มขึ้นเป็น 14.6% (ดีกว่าที่เราคาดไว้ที่ 13.5%) จาก 14.1% ใน 1Q19 และ 12.2% ใน 2Q18 ส่วนค่าใช้จ่าย (ไม่รวมค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน) ถือว่าควบคุมได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ทรงตัวอยู่ที่ 9.6% จาก 9.8% ใน 1Q19 และ 9.7% ใน 2Q18 ด้วย Operation ที่ดีขึ้นของ CPF สามารถหักล้างการอ่อนตัวลงของส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่ -20% Q-Q, -3.8% Y-Y ได้ทั้งหมด ทำให้กำไรปกติ 2Q19 ทำจุดสูงสุดในรอบ 11 ไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2019
CPN (BUY/19TP: 93), กำไรปกติ 2Q19 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยเพราะต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่ม
(views 29)
CPN รายงานกำไรสุทธิ 2,469.7 ล้านบาทใน 2Q19 โดยมี Employee benefit ตาม กม.แรงงานใหม่ 116 ล้านบาทและมีรายการปรับปรุงค่าใช้จ่ายย้อนหลังของ GLAND 15 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออก จะเป็นกำไรปกติ 2,600.7 ล้านบาท -7.2% Q-Q, -11.4% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดราว 7% ทิศทางของกำไรที่ลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y เป็นที่คาดการณ์อยู่แล้ว แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มสูงกว่าคาดเป็น 19.5% ของรายได้รวม เพิ่มจาก 17.5% ใน 1Q19 และ 16.7% ใน 2Q18 บริษัทชี้แจงว่าเป็นค่าบุคลากรส่วนกลางและผู้บริหาร รวมถึงค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2019
EKH (BUY/19TP: 8.4), กำไร 2Q19 โตระเบิด
(views 31)
EKH ประกาศกำไรสุทธิ 2Q19 ออกมาที่ 38 ลบ. -14% Q-Q, +72.1% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาดราว 20-30% โดยมาจากทั้งรายได้ที่โตแรงกว่าคาดมาก +50.1% Y-Y จากทั้งผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงหนุนจากศูนย์ IVF ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าเนื่องจากบางส่วนเป็นต้นทุนคงที่ ส่งผลให้ได้ประโยชน์จาก Operating Leverage และทำให้ EBITDA Margin ขยายตัวอย่างมีนัยยะเป็น 18% ในไตรมาสนี้จาก 15.3% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2019
GUNKUL (BUY/19TP: 3.5), กำไร 2Q19 มากกว่าคาดมาก
(views 29)
2Q19 กำไรสุทธิ 437 ล้านบาท เพิ่ม 94.3% Q-Q, 255.3% YY กำไรปกติ 423 ล้านบาท เพิ่ม 85.2% QQ, 86.2% Y-Y มากกว่าที่เราคาด (ที่ 280 ล้านบาท) 51% และมากกว่าตลาดคาดราว 60% ทั้งนี้ กำไรปกติดีกว่าคาด มาจากทั้ง Gross margin ดีกว่าคาด และดอกเบี้ยจ่าย รวมทั้งภาษีจ่ายต่ำกว่าคาด
รายได้รวมโต 5.2% Q-Q, 51.1% Y-Y จากโรงไฟฟ้าโซลาร์ในญี่ปุ่น “GK Kimitsu” (34 MW) เริ่ม COD ตั้งแต่ต้นไตรมาส และโรงไฟฟ้าดำเนินการเพิ่มขึ้น โดยโครงการ GK Sendai” (32 MW) เริ่ม COD กลาง 4Q18 และโรงไฟฟ้าลมในไทย 3 โรงทยอย COD ในช่วง 1Q18-3Q18 หนุนรายได้ขายไฟเพิ่ม 25.0% Q-Q, 99.3% Y-Y และรายได้จากขายอุปกรณ์เพิ่ม 5.1% Q-Q, 29.6% Y-Y แม้รายได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าลดลง 62.3% Q-Q, 50.2% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2019
M (HOLD/19TP: 79), กำไร 2Q19 ต่ำคาดเพราะค่าใช้จ่าย One Time
(views 33)
กำไรสุทธิ 2Q19 เท่ากับ 689 ล้านบาท (-3% Q-Q, +4.4% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 7% (เราคาดไว้ 743 ล้านบาท) มาจากส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมและค่าใช้จ่ายที่มากกว่าคาด ซึ่งหากบวกกกลับการตั้งด้อยค่าและค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของบริษัทร่วม 18 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 707 ล้านบาท (-0.4% Q-Q, +7.1% Y-Y) รายได้เติบโตได้เล็กน้อยทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยมี SSSG สำหรับร้าน MK +2% Y-Y ส่วน Yayoi -3% Y-Y ในส่วนของร้าน MK ถือว่าได้อานิสงส์จากวันหยุดยาว และอากาศร้อน และมีการเปิดสาขาใหม่ 4 แห่ง ได้แก่ 2 MK, 1 Yayoi และ 1 Hakata โดยสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่ราว 79% ของรายได้รวมยังมาจากร้าน MK และภาพรวมต้นทุนวัตถุดิบอาหารอ่อนตัวลง ถือว่าบริหารจัดการได้ดี ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 69% จาก 68.4% ใน 1Q19 และ 68.5% ใน 2Q18 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับขึ้นมากกว่าคาด โดยมาจากค่าใช้จ่ายยูนิฟอร์มพนักงานราว 21 ล้านบาท และค่าเช่า ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 52.4% (เราคาดไว้ 50.5%) จาก 51% ใน 1Q19 และ 52.6% ใน 2Q18 รวมถึงส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ -24 ล้านบาท มาจาก พลีนัส แอนด์ เอ็มเค (M ถือหุ้น 50%) ขาดทุนเพิ่มเป็น -21 ล้านบาท จากปีก่อนที่ -3 ล้านบาท หากไม่รวมรายการ One Time -18 ล้านบาท (มาจากการโอนขายร้านยาโยอิในมาเลเซียออกไป เพราะมีผลประกอบการไม่ดี) ถือว่าขาดทุนใกล้เคียงปีก่อน ส่วนบริษัทร่วม เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ (M ถือหุ้น 49.7%) มีส่วนแบ่งขาดทุน -5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ -4.4 หมื่นบาท
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2019
MINT (BUY/19TP: 44), กำไรปกติ 2Q19 ใกล้เคียงคาด
(views 31)
MINT ประกาศกำไรสุทธิ 2Q19 ออกมาที่ 1,786 ลบ. +206.3% Q-Q, +48.2% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษทั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน กำไรจากการขายสินทรัพย์ของ NHH และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลดอลลาร์สหรัฐฯจาก Perpetual Bond ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 2,100 ลบ. +231.7% Q-Q, +93.7% ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาด โดยรายได้จากการดำเนินงาน 2Q19 เติบโตก้าวกระโดด +10.6% Q-Q, +123.3% Y-Y หนุนโดยการรวมงบการเงินกับ NHH และธุรกิจโรงแรมเดิมของ MINT ที่เติบโตแข็งแกร่ง (ยกเว้นในออสเตรเลีย) ซึ่งช่วยชดเชยธุรกิจอาหารที่ชะลอตัวโดยเฉพาะในไทยและออสเตรเลีย ขณะที่ในแง่ Margin โดยภาพรวมอยุ่ในระดับใกล้เคียงคาด โดยมี EBITDA Margin ในไตรมาสนี้ที่ 18.9% เพิ่มขึ้นจาก 14.7% ใน 1Q19 จากปัจจัยฤดูกาล แต่ชะลอลงจาก 20.1% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2019
SPALI (BUY/19TP: 24), กำไร 2Q19 อ่อนแอตามคาด แต่จะฟื้นตัวใน 2H19
(views 24)
SPALI รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 อยู่ที่ 766 ล้านบาท (-50% Q-Q, -43% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด 22% หากหักการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายพนักงานตามกฎหมายแรงงานใหม่ราว 47 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 813 ล้านบาท (-47% Q-Q, -40% Y-Y) สาเหตุหลักมาจาก 1) ยอดโอนลดลง 31% Q-Q และ 31% Y-Y เป็น 4.3 พันล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ : คอนโดที่ 54 : 46 แม้มีการเริ่มโอนคอนโดใหม่ แต่เกิดขึ้นในช่วงปลายของไตรมาส ทำให้รายได้เข้ามาไม่มาก รวมถึงฐานที่สูงใน 1Q19 จากการเร่งโอนก่อนเริ่มใช้เกณฑ์ LTV ใหม่ในวันที่ 1 เม.ย. 2019 2) อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯ ทำได้ 36.9% ใกล้เคียงกับ 2Q18 แต่ปรับลดจาก 40.2% ใน 1Q19 เนื่องจากสัดส่วนรายได้ของแนวราบสูงขึ้น และคอนโดที่เริ่มโอนมีมาร์จิ้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3) SG&A ต่อรายได้ปรับขึ้นเป็น 14.9% จาก 10% ใน 1Q19 และ 11% ใน 2Q18 จากค่าใช้จ่ายในการเปิดตัวโครงการใหญ่อย่าง Supalai Icon Sathorn
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2019
TACC (BUY/19TP: 6), กำไร 2Q19 ทำจุดสูงสุดใหม่ และจะดีต่อเนื่องใน 4Q19
(views 31)
กำไรสุทธิ 2Q19 เท่ากับ 43 ล้านบาท (+30.3% Q-Q, +104.8% Y-Y) ดีกว่าคาด 13% (เราคาดไว้ 38 ล้านบาท) จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด ถือเป็นกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ กำไรที่ดีมาจากรายได้ที่เติบโต 13.9% Q-Q และ 23.7% Y-Y จากอากาศร้อนเป็น High Season ของธุรกิจ ทำให้เครื่องดื่มขายดีแทบทุกช่องทางทั้งโถกดแบบเย็น และ All Caf? และรับรู้รายได้จากโถกด Hershey’s เต็มไตรมาส เทียบกับปีก่อนที่ยังไม่มี รวมถึงรายได้จากธุรกิจ Character ที่ทยอยรับรู้ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น ช่วยหักล้างผลกระทบจากการหยุดขายเบเกอรี่ตั้งแต่เดือน มิ.ย. ได้ทั้งหมด และด้วย Product Mix ที่ดีขึ้น ช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 31.1% จาก 29.6% ใน 1Q19 และ 29.4% ใน 2Q18 ในขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 18.7% จาก 22.3% ใน 2Q18 แต่เพิ่มขึ้นจาก 17.4% ใน 1Q19 มาจากค่าใช้จ่ายในการเลิกธุรกิจสยามเกตเวย์
อ่านเพิ่มเติม
14
สิงหาคม
2019
JWD (BUY/19TP: 12), กำไรปกติ 2Q19 -6% Q-Q ตามฤดูกาลแต่ +88% Y-Y จากการซื้อกิจการ
(views 26)
JWD รายงานกำไรสุทธิ 79.8 ล้านบาท -10.5% Q-Q, +64.0% Y-Y มีค่าใช้จ่ายที่เป็น one-time expense คือ Employee benefit ตาม กม. แรงงานใหม่ และค่าปรึกษาซื้อกิจการ Transimex ซึ่งบันทึกอยู่ในทั้ง 1Q19 และ 2Q19 หากตัดรายการดังกล่าวออก เป็นกำไรปกติ 91.5 ล้านบาท -5.7% Q-Q, +88.0% Y-Y ใกล้เคียงกับฐานกำไรในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมาที่อยู่ที่ระดับ 90 ล้านบาทขึ้นไปต่อไตรมาส กำไรที่ชะลอ Q-Q เป็นไปตามฤดูกาลโดยเฉพาะธุรกิจห้องเย็น (18% ของรายได้รวม) ที่เป็น low season ทำให้ทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นชะลอชั่วคราว ส่วนกำไรที่เพิ่ม Y-Y มาจากการทยอยซื้อกิจการหลายแห่งในปีที่ผ่านมา ทำให้รายได้รวม +8.4% Y-Y ธุรกิจที่รายได้เติบโตแรงเมื่อเทียบกับปีก่อนได้แก่ คลังสินค้าทั่วไปและสินค้าอันตราย และกลุ่มธุรกิจอาหารซึ่งรับรู้รายได้จากการซื้อกิจการตั้งแต่เดือน พ.ค. ปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2019
BCH (BUY/19TP: 21), กำไร 2Q19 ดีกว่าคาดเล็กน้อย แนะนำ “ซื้อ”
(views 29)
กำไร 2Q19 ดีกว่าคาดเล็กน้อย BCH ประกาศกำไรสุทธิ 2Q19 ออกมาที่ 244 ลบ. -1.7% Q-Q, -2.4% Y-Y แต่หากตัดรายการสำรองผลประโยชน์พนักงานราว 18 ลบ.ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 262 ลบ. +5.6% Q-Q, +4.8% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาดเล็กน้อย โดยรายได้เติบโต +2.8% Q-Q, +11.4% Y-Y โดยส่วนของประกันสังคมโตแรงกว่าคาด +18.9% Y-Y จากทั้งจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น +11% Y-Y และรับรู้ได้ส่วนเพิ่มในส่วนค่าภาระเสี่ยง (RW<2) ซึ่งสามารถชดเชยการตั้งสำรองรายได้ในส่วนโรคซับซ้อน (RW>2) และผู้ป่วยเงินสดที่โตชะลอได้ ขณะที่ Margin ในภาพรวมอยู่ในรับใกล้เคียงคาดโดย EBITDA Margin อ่อนตัวลงเป็น 24.9% ชะลอตัวจาก 25.4% และ 26.8% ใน 1Q19 และ 2Q18 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2019
BEC (SELL/19TP: 8.6), 2Q19 ขาดทุนมากกว่าคาด
(views 32)
2Q19 ขาดทุนน้อยลง Q-Q แต่แย่ลง Y-Y 2Q19 เป็นขาดทุน 104 ล้านบาท แย่กว่าที่คาดว่าจะขาดทุน 86 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากค่าใช้จ่าย SG&A มากกว่าคาด เป็นขาดทุนน้อยกว่าไตรมาสก่อนที่ขาดทุน 128 ล้านบาท แต่ขาดทุนเพิ่มจาก 2Q18 ที่ขาดทุน 23 ล้านบาท จากรายได้รวมเพิ่มเล็กน้อย 3.4% Q-Q แต่ลดลง 24.1% Y-Y ตามรายได้หลักโฆษณาทีวีเพิ่ม 5.6% Q-Q แต่ลดลง 24.4% Y-Y จากกำลังซื้ออ่อนแอ การชะลอการใช้เม็ดเงินโฆษณารอการจัดตั้งรัฐบาล การถ่ายทอดงานพระราชพิธี 6 วัน และการแข่งขันยังสูง ขณะที่ Rating ช่อง 33 ยังไม่ฟื้นอย่างมีนัยฯ กดดันอัตราค่าโฆษณา
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2019
BEM (HOLD/19TP: 11.7), งบ 2Q19 ดีกว่าคาดจากกำไรพิเศษ แต่กำไรปกติต่ำกว่าคาด
(views 39)
กำไรปกติ 2Q19 อ่อนตัว Q-Q และ Y-Y จาก GPM ที่ลดลง BEM รายงานกำไรสุทธิ 2Q19 ที่ 3.1 พันล้านบาท (+263% Q-Q, +219% Y-Y) ดีกว่าเราและตลาดคาดมาก จากรายการพิเศษ 2 รายการ รวม 2.4 พันล้านบาท (หลังหักภาษี) ดังนี้ 1) กำไรจากการขายเงินลงทุน 80 ล้านบาท หลักๆมาจากขายหุ้น TTW ส่งผลให้ภายหลังสัดส่วนการถือ TTW ลดลงจาก 18.99% เป็น 18.47% 2) กำไรจากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนของ TTW จากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเป็นเงินลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขาย 2.3 พันล้านบาท (Non-cash) หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 704 ล้านบาท (-15% Q-Q, -11% Y-Y) ต่ำกว่าเราและตลาดคาด 13% และ 11% ตามลำดับ สาเหตุหลักจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่น้อยกว่าคาด
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2019
CPALL (HOLD/19TP: 90), กำไร 2Q19 ดีตามคาด คงคำแนะนำ ถือ
(views 29)
กำไร 2Q19 ทำได้ดีตามคาด แต่ไม่ตื่นเต้น กำไรสุทธิ 2Q19 เท่ากับ 4,795 ล้านบาท (-16.9% Q-Q, +0.3% Y-Y) ใกล้เคียงที่เราและตลาดคาด หากไม่รวมค่าใช้จ่ายตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน 809 ล้านบาท (สุทธิภาษีจะอยู่ที่ 647 ล้านบาท) และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 59 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 5,383 ล้านบาท (-6.7% Q-Q, +12.5% Y-Y) สำหรับ MAKRO ไตรมาสนี้มีกำไรสุทธิ 2Q19 เท่ากับ 1,184 ล้านบาท (-22% Q-Q, +6.4% Y-Y) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน 91 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,275 ล้านบาท (-16% Q-Q, +14.6% Y-Y) ถือเป็นกำไรที่ดี โดยธุรกิจในประเทศได้รับผลบวกจากราคาเนื้อสัตว์ สามารถหักล้างค่าใช้จ่ายและผลขาดทุนจากธุรกิจในต่างประเทศได้ทั้งหมด ในขณะที่ธุรกิจ 7-11 เองทำได้ค่อนข้างดี มี SSSG เป็นบวกต่อเนื่องที่ +3.7% Y-Y และมีการเปิดสาขาใหม่ที่ 229 แห่ง (1H19 เปิดไปแล้ว 540 แห่ง) ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้ +3% Q-Q, +10.9% Y-Y ทั้งนี้แม้อัตรากำไรขั้นต้นจาก MAKRO ไตรมาสนี้จะทำได้เพียงทรงตัว Y-Y และลดลง Q-Q
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2019
EA (BUY/19TP: 62), กำไรปกติ 2Q19 ทำ new high ตามคาด
(views 31)
กำไรปกติ 2Q19 ทำ new high ตามคาด EA รายงานกำไรสุทธิใน 2Q19 ที่ 1,442.4 ล้านบาท มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 99.1 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก จะเป็นปกติที่ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง 1,343.3 ล้านบาท +18.4% Q-Q, +34.6% Y-Y เป็นไปตามคาด เป็นผลจากรายได้รวมที่ทำ new high ที่ 3,614.1 ล้านบาท +17.1% Q-Q, +24.4% Y-Y หลังจากโรงไฟฟ้าลม COD ครบ 664 MW ในไตรมาสนี้ และแดดแรงจัด ความเข้มของแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้น ทำให้รายได้จากโรงไฟฟ้ามีสัดส่วน 73% ของรายได้รวม (โซลาร์ 62% ลม 38%) และเพิ่มขึ้น 27% Q-Q และ 43% Y-Y ขณะที่ธุรกิจไบโอดีเซลและกลีเซอรีน (24% ของรายได้รวม) รายได้ฟื้นเล็กน้อยจากการขยายตลาดเพิ่มปริมาณขาย ชดเชยราคาขายที่ลดลงต่อเนื่องกว่า 2 ปีเพราะผลผลิตปาล์มที่ล้นตลาดและการแข่งขันที่รุนแรง ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นและ EBITDA margin ปรับขึ้นอยู่ในระดับสูง 54.0% และ 62.8% ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2019
FSMART (SELL/19TP: 7.4), กำไร 2Q19 ยังชะลอตัว ปันผลระหว่างกาลหนุนหุ้นช่วงสั้น
(views 34)
กำไรสุทธิ 2Q19 ยังอ่อนลงต่อเนื่อง -2.8% Q-Q, -3.4% Y-Y กำไรสุทธิ 2Q19 ที่ 145 ล้านบาท ลดลง 2.8% Q-Q, 3.4% Y-Y หากไม่รวมสำรอง Employee Benefit 3 ล้านบาท เป็นกำไรปกติ 148 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ลดลง 1.2% Q-Q, 1.8% Y-Y โดยรายได้รวม Flat Q-Q แต่ -5.4% Y-Y จากมูลค่าเติมเงินผ่านตู้รวมลดลง 1.7% Y-Y โดยยอดเติมเงินมือถื0ซึ่งเป็นบริการหลักเดิมลดลง จากกำลังซื้อระดับกลางถึงล่างอ่อนแอ
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2019
GLOBAL (BUY-W/19TP: 17.5), กำไร 2Q19 ต่ำคาด นำไปสู่การปรับลดกำไรปีนี้เหลือเพียงทรงตัว
(views 28)
กำไร 2Q19 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย กำไรสุทธิ 2Q19 เท่ากับ 520 ล้านบาท (-4.1% Q-Q, -9.4% Y-Y) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน 11.7 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 532 ล้านบาท (-1.8% Q-Q, -7.3% Y-Y) ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย 5% (เราคาดไว้ 558 ล้านบาท) กำไรที่ลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล และไม่มีการทำ Stock Clearance เหมือนในไตรมาสก่อน และค่าใช้จ่ายปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนสาเหตุที่กำไรลดลง Y-Y แม้รายได้จะโตได้ราว 15.7% จาก SSSG ที่ทำได้ดีต่อเนื่อง +8% Y-Y และรวมกับสาขาใหม่ที่เปิดในช่วง 2H18 ส่วนในช่วง 1H19 ไม่มีการเปิดสาขาใหม่ แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 19.6% (ต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 20%) จาก 21.5% ใน 2Q18 เพราะปีก่อนได้รับอานิสงส์จากราคาเหล็กปรับตัวขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับตัวขึ้น (มากกว่าคาด) ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายขยับขึ้นมาอยู่ที่ 13.8% จาก 12.5% ใน 1Q19 และ 13.2% ใน 2Q18 ส่วนภาพรวมการลงทุนในต่างประเทศดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งในกัมพูชาและพม่า โดยรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในไตรมาสนี้ราว 10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8.6 ล้านบาทใน 1Q19 และพลิกจากที่ขาดทุน -2 ล้านบาทใน 2Q18
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2019
MAJOR (BUY/19TP: 33), กำไรปกติ 2Q19 แข็งแกร่งตามคาด
(views 26)
กำไรปกติ 2Q19 โตแรง 183.2% Q-Q, 7.2% Y-Y สูงสุดของปี ตามคาด กำไรปกติ 2Q19 ที่ 501 ล้านบาท ใกล้เคียงคาดที่ 495 ล้านบาท โตแรง 183.2% Q-Q แม้เพิ่มเพียง 7.2% Y-Y จากฐานสูงใน 2Q18 กำไรปกติโตแรง Q-Q เนื่องจากเป็นช่วงหน้าหนัง และมีหนังทำเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ คือ Avengers Endgame หนุนรายได้ตั๋วหนังเพิ่ม 40.1% Q-Q, แต่เพิ่มไม่มาก 3.0% Y-Y และทำให้รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหารเพิ่มในอัตราใกล้เคียงกัน ขณะที่รายได้โฆษณาในโรงหนังเพิ่ม 5.5% Q-Q และ 14.3% Y-Y รวมกับกำไรพิเศษเล็กน้อย เป็นกำไรสุทธิ 505 ล้านบาท โต 145.7% Q-Q แต่ลดลงเล็กน้อย 5.4% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2019
SVI (BUY/19TP: 4.4), กำไร 2Q19 ตามคาด แต่มาร์จิ้นฟื้นช้า นำไปสู่การปรับลดกำไรปีนี้
(views 30)
กำไร 2Q19 เท่ากับคาด กำไรสุทธิ 2Q19 เท่ากับ 150 ล้านบาท (+80.7% Q-Q, -44.7% Y-Y) หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุน 60 ล้านบาท (สุทธิภาษี), ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 28 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน 18 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 136 ล้านบาท (+216% Q-Q, -34.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 135 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรลดลง Y-Y มาจากฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงในปีก่อน เพราะค่าเงินบาทใน 2Q18 อ่อนตัวลงจาก 1Q19 ในขณะที่ปีนี้ค่าเงินบาท 2Q19 ทรงตัวจาก 1Q19 แต่เมื่อพิจารณาเป็นรายเดือนพบว่า ค่าเงินบาทได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นในเดือน มิ.ย. ทำให้กระทบต่อบริษัทในแง่สต็อกที่ซื้อไว้ในช่วงก่อนหน้า กลายเป็นของแพง และได้รับผลกระทบต่อในแง่การแปลงมูลค่ารายได้เป็นสกุลบาท เพราะบริษัทมีการทำ forward ป้องกันความเสี่ยงไว้น้อยมาก ส่วนกำไรที่ฟื้นตัว Q-Q มาจากรายได้สกุล USDที่เติบโตราว 4% Q-Q และ 9.3% Y-Y จากคำสั่งซื้อที่ยังแข็งแกร่ง ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาสนี้อยู่ที่ 6.9%เพิ่มขึ้นจาก 6.3% ใน 1Q19 แต่ลดลงจาก 9.7% ใน 2Q18 ส่วนค่าใช้จ่ายอ่อนตัวลง Q-Q เพราะไตรมาสก่อนรับรู้ค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาระบบก้อนใหญ่ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 4.4% จาก 5% ใน 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
13
สิงหาคม
2019
PRM (BUY/19TP: 10), กำไรปกติดีตามคาด ราคาหุ้นปรับลงจน upside เปิดกว้างอีกครั้ง
(views 33)
กำไรปกติดีตามคาด +7.8% Q-Q, +12.3% Y-Y จากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มสูง PRM รายงานกำไรสุทธิ 2Q19 ที่ 283.2 ล้านบาท +28.0% Q-Q, +43.1% Y-Y หากตัดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 38.6 ล้านบาทซึ่งเกิดจากเงินบาทแข็งค่า ทำให้เงินกู้สกุลดอลลาร์ (US$45.6 ล้าน) แปลงค่าเป็นเงินบาทน้อยลง เป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นจริง PRM จะมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 244.6 ล้านบาท +7.8% Q-Q, +12.3% Y-Y ใกล้เคียงที่เราคาด (คาด 250 ล้านบาท)
กำไรที่ดีขึ้นมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 2 ปีเป็น 31.7% จาก 29.0% ใน 1Q19 และ 28.7% ใน 2Q18 จากการใช้ Utilization เต็มที่ การเพิ่มกองเรือ และการปรับราคาค่าบริการขึ้น สำหรับรายได้ใน 2Q19 ที่ +6.7% Q-Q, +14.6% Y-Y มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ของธุรกิจเรือ FSU เพราะนอกจากจะมีเรือเพิ่ม 1 ลำ ยังมี demand สูงจากผู้ค้าน้ำมันที่ต้องการใช้เรือเพื่อเก็บกักน้ำมันเตากำมะถันต่ำ (Low Sulphur Fuel Oil) ทำให้รายได้ในธุรกิจนี้ +25.4% Q-Q, +10.2% Y-Y เป็น 422.6 ล้านบาท คิดเป็น 33% ของรายได้รวม และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นมากเป็น 49.3% ส่วนรายได้อีกธุรกิจคือเรือขนส่งในประเทศ (Domestic tanker) (44% ของรายได้รวม) ทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 558.6 ล้านบาท แต่ +31.8% Y-Y เพราะเรือใหม่ที่เข้ามา 2 ลำ แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงชั่วคราวเป็น 20.4% จาก 21.2% ใน 1Q19 และ 26.9% ใน 2Q18 เพราะเรือใหม่ที่เข้ามาอยู่ในช่วงทดลองวิ่งในเส้นทางระยะสั้นซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่าเส้นทางปกติ
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2019
ASEFA (SELL/19TP: 4.7), กำไร 2Q19 ต่ำกว่าคาด ปรับประมาณการทั้งปีและเป้าหมายลง
(views 35)
กำไรปกติ 2Q19 ลดลง 13.7% Q-Q, 17.8% Y-Y ประกาศกำไรสุทธิ 2Q19 ที่ 38 ล้านบาท ลดลง 24.0% Q-Q, 27.6% Y-Y แต่หากไม่รวมสำรองผลประโยชน์พนักงานเพิ่ม 5 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติ 43 ล้านบาท ลดลง 13.7% Q-Q, 17.8% Y-Y จากรายได้รวมลดลง 12.5% Q-Q, 11.0% Y-Y จากการชะลอตัวของสภาพตลาดและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ Gross margin ใกล้เคียง Q-Q, Y-Y แต่ถือว่าอยู่ในระดับต่ำเทียบกับอดีต จากการใช้กำลังผลิตไม่เต็มที่
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2019
BH (HOLD/19TP: 160), กำไร 2Q19 ต่ำกว่าคาด // แนะนำ Switch เป็น BCH
(views 41)
กำไร 2Q19 หดตัวทั้ง Q-Q, Y-Y และแย่กว่าคาด BH ประกาศกำไรสุทธิ 2Q19 ออกมาที่ 725 ลบ. -32.9% Q-Q, -25.4% Y-Y หากตัดรายการสำรองผลประโยชน์พนักงานจำนวน 117 ลบ.(หลังภาษี) ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 842 ลบ. -22.1% Q-Q, -13.3% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดราว 15% รายได้อยู่ในระดับใกล้เคียงคาด -8% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลและ +0.9% Y-Y โดยฟื้นตัวจากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติเป็นหลัก ขณะที่ปัจจัยที่ทำให้กำไรต่ำกว่าคาดเกิดจากทั้ง Gross Margin ที่อ่อนตัวลงอย่างมีนัยยะเหลือ 41.4% (43.7% ไม่รวมสำรองผลประโยชน์พนักงาน) จากราว 46.3 และ 45.2% ใน 1Q19 และ 2Q18 ตามลำดับ ขณะที่ค่าใช้จ่าย SG&A ปรับตัวขึ้นเป็น 20.7% ต่อรายได้จากระดับราว 18-19% ใน 1Q19 และ 2Q19 ซึ่งคุมได้ไม่ดีอย่างที่เคยทำได้ในอดีต
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2019
EPG (BUY/20TP: 8.5), กำไรปกติฟื้น Q-Q เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาสและดีกว่าคาด
(views 31)
กำไรปกติดีกว่าคาดมากโดยเฉพาะ EPP ที่ทำมาร์จิ้นได้ดีสุดในรอบ 5 ไตรมาส EPG รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 (เม.ย.-มิ.ย.) 215.9 ล้านบาท +92.3% Q-Q, -29.2% Y-Y หากตัดรายการพิเศษคือขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 32.0 ล้านบาทและกำไรจากการขายที่ดินของบริษัทที่เกี่ยวข้อง 9.4 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติ 240.0 ล้านบาท ดีกว่าคาด 18% ฟื้นตัว 43.6% Q-Q (ดีขึ้น Q-Q เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส) แต่ยังลดลง 12.2% Y-Y ตอกย้ำมุมมองว่าผลประกอบการของ EPG ผ่าน bottom แล้วใน 4Q19
กำไรที่ดีกว่าคาดมาจาก 2 ธุรกิจคือ Aeroflex (ฉนวนยาง) ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในตลาดสหรัฐและญี่ปุ่นที่เลือกใช้สินค้า premium ขณะที่ยังรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ที่ 41.6% และธุรกิจ EPP (บรรจุภัณฑ์พลาสติก) ที่แม้รายได้จะยังฟื้นไม่เต็มที่ -2.6% Q-Q, +2.6% Y-Y แต่กลยุทธ์การปรับ product mix ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 18.9% สูงที่สุดในรอบ 5 ไตรมาส สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุน (ส่วนใหญ่เป็น TJM) อยู่ในทิศทางเดียวกันคือฟื้น Q-Q (แต่ฟื้นช้ากว่า EPG) แต่ยังลด Y-Y ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการแก้ไขปัญหามาตลอด ผู้บริหารตั้งเป้าว่าปีนี้จะขาดทุนลดลงและเริ่มสร้างกำไรได้ในปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2019
GFPT (T-BUY/19TP: 17), กำไร 2Q19 ดีตามคาด แนวโน้มช่วงที่เหลือของปียังดีต่อ
(views 30)
กำไร 2Q19 สดใสตามคาด กำไรสุทธิ 2Q19 เท่ากับ 342 ล้านบาท (+50% Q-Q, +61% Y-Y) ใกล้เคียงที่เราและ Consensus คาด (เราคาดไว้ที่ 340 ล้านบาท) โดยกำไรที่โต Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น ส่วนกำไรโตได้ดี Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน โดยมีการเติบโตทั้งในแง่ปริมาณขายส่งออกมาอยู่ที่ 9,300 ต่อตัน (-4% Q-Q, +17.7% Y-Y) พิจารณาในรายละเอียดพบว่า ปริมาณการส่งออกไปตลาดหลักอย่างญี่ปุ่นและยุโรปลดลงราว -12.8% Y-Y และ -10% Y-Y ตามลำดับ แต่ชดเชยด้วยปริมาณส่งออกไปจีนที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2,200 ตัน จาก 300-400 ตันใน 2Q18 และราคาไก่ในประเทศที่ปรับขึ้น +5% Q-Q, +11.6% Y-Y มาอยู่ที่ 35.7 บาท/กก. ทำให้รายได้รวมเติบโต +9.6% Q-Q, +9.2% Y-Y และด้วยต้นทุนอาหารสัตว์ที่อ่อนตัวลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 13.9% จาก 13.5% ใน 1Q19 แต่ลดลงจาก 14.8% ใน 2Q18 จาก Product Mix เปลี่ยนแปลง และยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 7.6% จาก 8.4% ใน 1Q19 และ 8.6% ใน 2Q18 ในขณะที่มีการฟื้นตัวของบริษัทร่วมทั้ง GFN ที่พลิกกลับมามีกำไรได้อีกครั้งอยู่ที่ 13 ล้านบาท จากที่ขาดทุน -29 ล้านบาทใน 1Q19 และ -45 ล้านบาทใน 2Q18 และ McKey ที่มีกำไรฟื้นตัวจากการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่สูงขึ้น ทำให้ภาพรวมส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมไตรมาสนี้เติบโต +236% Q-Q และพลิกจากที่ขาดทุนในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2019
ITEL (BUY/19TP: 4.8), กำไร 2Q19 ดีกว่าคาดจากรายได้เพิ่มและคุมรายจ่ายดีกว่าคาด
(views 31)
กำไรสุทธิ 2Q19 +21 Q-Q, +39% ดีกว่าคาด 8% ITEL รายงานกำไรสุทธิ 47.0 ล้านบาท +20.8% Q-Q, +39.3% Y-Y ดีกว่าคาด 8% จากรายได้ดีกว่าคาดและคุมรายจ่ายได้ดีกว่าคาด รายได้ที่ดีกว่าคาดคือรายได้จากบริการติดตั้งโครงข่าย เพิ่มจาก 222 ล้านบาทใน 1Q19 เป็น 349 ล้านบาท +57.2% Q-Q, +11.5% Y-Y เพราะเร่งงาน DMS ของ กฟน. ให้เสร็จเร็ว ส่งผลให้รายได้รวม +30.9% Q-Q, +19.7% Y-Y เป็น 587.2 ล้านบาท สูงสุดในรอบกว่า 4 ปี แต่ Gross margin ชะลอเป็น 20.0% จาก 23.9% จาก 1Q19 ส่วนหนึ่งมาจากธุรกิจ Data center ที่ลดลงชั่วคราวเพราะมีค่าซ่อมแบตเตอรี่และอุปกรณ์ ส่วนมาร์จิ้นที่ลดลงของธุรกิจ Data services (เช่าโครงข่ายโทรคมนาคม) มาจากต้นทุนค่าเช่าท่อที่เพิ่มขึ้น (บริษัทต้องนำสายสื่อสารลงดิน) ในอนาคตหากมีผู้ให้บริการมากขึ้น ค่าเช่าถูกลง จะเป็นบวกต่อบริษัท สำหรับ Net profit margin ทำได้ 8.0% รักษาได้ใกล้เคียง 1Q19 ที่ 8.7%
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2019
ROBINS (HOLD/19TP: 68), กำไรสุทธิ 2Q19 ถูกกระทบจากค่าใช้จ่ายพิเศษหลายรายการ
(views 29)
กำไรปกติ 2Q19 ตามคาด แต่มีรายการพิเศษค่อนข้างมาก กระทบกำไรสุทธิ กำไรสุทธิ 2Q19 เท่ากับ 482 ล้านบาท (-36.5% Q-Q, -30.5% Y-Y) หากไม่รวมการรับรู้ผลขาดทุนของบริษัทร่วมซึ่งมาจากการตั้งด้อยค่าเงินลงทุนราว 178 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายตั้งสำรองพนักงาน 50 ล้านบาท, รายการพิเศษค่าไฟ 24 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายทางภาษีของบริษัทร่วมทางอ้อม 3 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 737 ล้านบาท (-7.2% Q-Q, +6.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 732 ล้านบาท) โดยกำไรที่ลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล และกำไรเติบโตได้เล็กน้อย Y-Y มาจากรายได้ค่าเช่าที่โต +9.3% Y-Y เป็นหลัก ส่วนธุรกิจ Department Store มีรายได้การขายโตเล็กน้อย 2.4% Y-Y มาจากรายได้สาขาใหม่ที่เปิดในช่วง 2H18 สามารถหักล้าง SSSG ที่พลิกเป็น -1.2% Y-Y ได้ แม้จะมีการจัดงาน Greatest Grand Sales (จัดทุกปี) ในเดือน มิ.ย. แต่ไม่สามารถกระตุ้นรายได้ได้มากพอ รวมถึงมีการทำ Major Renovation 3 สาขาใหญ่ (ตรัง สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี) เมื่อโปรโมชั่นไม่สามารถสร้างรายได้ให้เติบโตได้
อ่านเพิ่มเติม
09
สิงหาคม
2019
ZEN (SELL/19TP: 15), กำไร 2Q19 น่าผิดหวัง ทำให้ประมาณการกำไรมี Downside
(views 27)
กำไร 2Q19 ต่ำกว่าคาด น่าผิดหวัง กำไรสุทธิ 2Q19 เท่ากับ 33 ล้านบาท (+3.1% Q-Q, -29.8% Y-Y) หากไม่รวมการกลับรายการประมาณการหนี้สินการรื้อถอน 17 ล้านบาทใน 2Q18 เท่ากับว่ากำไรปกติไตรมาสนี้ทรงตัว Y-Y ถือว่าต่ำกว่าที่คาดว่าจะมีกำไรราว 37 ล้านบาท เราค่อนข้างผิดหวังต่อกำไรใน 2Q19 เพราะบริษัทมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น 22 แห่ง และเมื่อรวมกับสาขาใหม่ที่เปิดในช่วงก่อนหน้า ทำให้สามารถชดเชยผลของ SSSG ที่ยังติดลบอยู่ราว -1.3% Y-Y แต่มีรายได้จากการให้สิทธิแฟรนไชส์ลดลง (รายได้ส่วนนี้มีมาร์จิ้นที่ดี) จากค่าธรรมเนียมแรกเข้าลดลง เพราะการเปิดสาขาแฟรนไชส์น้อยลง กอปรกับต้นทุนอาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น เพราะแบรนด์ที่มีต้นทุนสูงมีสัดส่วนการขายมากขึ้น รวมถึงการออกโปรโมชั่นส่วนลด ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 24.3%) โดยลดลงมาอยู่ที่ 22.8% จาก 23% ใน 1Q19 และ 24.3% ใน 2Q18 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 18.6% ใกล้เคียงไตรมาสก่อนและปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
08
สิงหาคม
2019
MTC (SELL/19TP: 64), กำไร 2Q19 น้อยกว่าคาด สำรองฯเพิ่มขึ้นแม้ไม่มีปัญหา NPL
(views 37)
กำไร 2Q19 น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้จากสำรองฯที่มากกว่าคาด MTC รายงานกำไรสุทธิ 2Q19 ที่ 1,021 ลบ. +1.5% Q-Q, +12%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 3%/7% ตามลำดับ เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่สูงกว่าคาดโดยในไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายสำรองฯเพิ่มขึ้น 62%Q-Q, 20%Y-Y หรือคิดเป็น Credit cost ที่ 1.44% ซึ่งเป็นการตั้งสำรองฯรองรับการปรับตัวขึ้นของยอดลูกหนี้คงค้างมากกว่า 3 เดือนที่ปรับตัวสูงขึ้นและการขยายตัวของสินเชื่อใหม่ ด้านรายได้รวมถือว่าทำได้ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +7.1%Q-Q, +21.6%Y-Y ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของสินเชื่อและ Loan yield สูงขึ้นมาอยู่ที่ 21.8% ฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อนที่อยู่ที่ 21.6% เนื่องจากมีจำนวนวันการคิดอัตราดอกเบี้ยรับมากกว่ากว่าไตรมาสก่อน (ตามผลของ EIR) ส่วน Loan spread ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 18.1% จาก 18% ในไตรมาสก่อนโดยมีแรงกดดันจากการออกหุ้นกู้ซึ่งส่งผลให้ CoF สูงขึ้นตามคาด รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +8.3%Q-Q จากรายได้อื่นๆ แต่ -6%Y-Y เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง (ตามกฎหมาย) ในไตรมาสนี้ MTC มีการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษการเกษียณอายุพนักงานราว 12 ลบ. แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อ Cost to income ratio มากนัก และค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยใกล้เคียงกับที่คาดไว้
อ่านเพิ่มเติม
07
สิงหาคม
2019
THANI (HOLD/19TP: 7.7), ปี 2019 กำไรจะพีค และอาจเริ่มเห็นการชะลอในปีหน้า
(views 31)
ปี 2019 น่าจะเป็นปีที่ดีที่สุดของ THANI โดยเราปรับคาดการณ์กำไรปี 2019 ขึ้น 6% เป็น 2,072 ลบ. +26%Y-Y โดยเป็นการปรับเพิ่มแนวโน้มสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียมที่ดีกว่าคาด แนวโน้มกำไร 3Q19 และ 4Q19 คาดว่ายังเห็นการทำสถิติกำไรนิวไฮด์ที่ต่อเนื่อง เนื่องจากการกลับมาของสินเชื่อตามฤดูกาลและ CoF ที่ยังทรงตัวในระดับต่ำ รวมถึงการกลับรายการสำรองฯ อย่างไรก็ตามเราคาดว่าน่าจะเห็นการหดตัวของกำไรในปีหน้าเนื่องจากแรงกดดันของค่าใช้จ่ายสำรองฯที่จะกลับมาสู่ระดับปกติ และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น เราคงคำแนะนำ ถือ คงราคาเหมาะสม 7.70 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
สิงหาคม
2019
TU (HOLD/19TP: 20), กำไรสุทธิ 2Q19 สะดุดจากค่าใช้จ่ายพิเศษ แต่กำไรปกติยังดี
(views 24)
กำไรสุทธิ 2Q19 เจอค่าใช้จ่ายยอมความระลอกสอง แต่ผลการดำเนินงานหลักดี กำไรสุทธิ 2Q19 เท่ากับ 111 ล้านบาท (-91% Q-Q, เพิ่มจากที่กำไร 10 ล้านบาทใน 2Q18) เพราะมีค่าใช้จ่ายยอมความกับลูกค้าใน US ซึ่งตั้งเป็นครั้งที่ 2 จำนวนสุทธิ 1,402 ล้านบาท (ค่าใช้จ่าย 1,858 ล้านบาท และเครดิตภาษี 456 ล้านบาท) ส่วนครั้งแรกเคยตั้งไปใน 2Q18 สุทธิที่ 1,359 ล้านบาท รวมทั้ง 2 ครั้งเป็น 2,761 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน 205 ล้านบาท หากไม่รวม 2 รายการดังกล่าว และไม่รวมกำไรอื่นๆที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานหลัก จะมีกำไรปกติ 2Q19 เท่ากับ 1,575 ล้านบาท (+45.6% Q-Q, +46.9% Y-Y) ดีกว่าที่เราและตลาดคาด 10% และ 14% ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
07
สิงหาคม
2019
INTUCH (T-BUY/19TP: 67), กำไร 2Q19 ดีกว่าคาดตาม ADVANC // แนะนำเป็น “เก็งกำไร”
(views 31)
กำไร 2Q19 แข็งแรงกว่าคาดตาม ADVANC INTUCH ประกาศกำไรสุทธิ 2Q19 ออกมาที่ 2,940 ลบ. +1.2% Q-Q, -10.8% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษทั้งของ ADVANC และ THCOM ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ราว 3,063 ลบ. +5.3% Q-Q, -6.4% Y-Y ดีกว่าคาดราว 4% ซึ่งหลักๆเกิดจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่สูงกว่าคาดหลังการแข่งขันลดความรุนแรงลงโดยเฉพาะ Operator ทุกรายที่ถอด Fixed-Speed Unlimited Package ออก ขณะที่ THCOM ยังขาดทุนมากขึ้นและแย่กว่าคาดจากธุรกิจดาวเทียมยังคงอยู่ในช่วงขาลงตามความต้องการใช้ช่องสัญญาณที่ลดลงและถูก Disrupt จาก Online Platform
อ่านเพิ่มเติม
06
สิงหาคม
2019
ADVANC (T-BUY/19TP: 220), กำไร 2Q19 ดีกว่าคาด ปรับประมาณการและคำแนะนำขึ้น
(views 32)
กำไร 2Q19 ดีกว่าคาดจากการแข่งขันที่ลดความรุนแรง ADVANC ประกาศกำไรสุทธิ 2Q19 ที่ 7,754 ลบ. +2.4% Q-Q, -3.1% Y-Y หากตัดรายการพิเศษสำรองผลประโยชน์พนักงานจากกฎหมายแรงงานใหม่และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 8,011 ลบ. +7% Q-Q, +1.4% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาดราว 5% โดยปัจจัยหลักเกิดจากรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ของธุรกิจมือถือที่โตดีกว่าคาด +4.3% Q-Q, +5.5% Y-Y หนุนโดย ARPU ที่ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งจากการแข่งขันที่ลดความรุนแรงลงหลังทุกผู้ให้บริการถอน Fixed-speed Unlimited Package ออก ขณะที่รายได้ธุรกิจ Fixed Broadband ยังเติบโตต่อเนื่อง +26.1% Y-Y ส่วนด้านฝั่งต้นทุนอยู่ภายใต้การควบคุมและใกล้เคียงกับที่เราประเมิน โดย EBITDA Margin ใน 2Q19 ปรับตัวขึ้นเป็น 45.4% จาก 44% ใน 1Q19 และทรงตัวใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
05
สิงหาคม
2019
BLA (BUY/19TP: 31), การขายเบี้ยฯน่าจะดีขึ้นใน 2H19 จากช่องทางใหม่ๆ
(views 55)
เราคาดว่า BLA จะมีกำไรสุทธิ 2Q19 ที่ 1.2 พันลบ. -6%Q-Q, -1%Y-Y ตามเบี้ยประกันชีวิตที่คาดว่าลดลงราว 53%Q-Q, 39%Y-Y และท่ามกลาง Yield curve ที่ลดลงกว่า 50bps Q-Q เราคาดว่าน่าจะส่งผลต่อการตั้งสำรองเบี้ยประกันชีวิตจำกัดเพราะก่อนหน้านี้มีการตั้งสำรองฯรองรับไว้ระดับหนึ่งแล้ว แม้กระนั้นเราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ลง 4% เป็น 4.7 พันลบ. -4.6%Y-Y จากเบี้ยประกันที่หดตัวกว่าคาดและ ROI ที่ชะลอตัวลง ราคาล่าสุดต่ำกว่า 2019 Prospective BVS ที่ 26.72 บาท แต่ต่ำกว่า 2019 Prospective EV ที่ 31 บาท ขณะที่เราคาดว่า BLA น่าจะมีความคืบหน้าเกี่ยวกับพันธมิตรใหม่ในเร็วๆนี้ (แจ้งไว้ตั้งแต่การประชุมนวค.ครั้งก่อน) ซึ่งน่าจะเป็น Sentiment เชิงบวกได้ เราคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
01
สิงหาคม
2019
KUMWEL (IPO: 1.1/19TP: 1.4), ผู้นำการให้บริการระบบป้องกันฟ้าผ่าครบวงจร
(views 113)
KUMWEL ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบป้องกันฟ้าผ่าอย่างครบวงจร ภายใต้แบรนด์ “KUMWELL” เป็นเวลานานกว่า 20 ปี จุดเด่นคือเน้นคุณภาพตามมาตรฐานสากล รวมถึงมีศักยภาพในการเติบโตไปพร้อมกับการผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชน ขณะที่ปรับกลยุทธ์ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยการขยายไปให้บริการมากขึ้น เราคาดการณ์กำไรปกติปี 2019 ชะลอ 13% Y-Y จากการเริ่มขายสินค้าใหม่ที่มาร์จิ้นต่ำ แต่จะกลับมาโต 14% Y-Y ในปี 2020 จากการดำเนินการผลิตโรงงานแห่งที่ 2 เฟส 1 เต็มปี และรายได้การให้บริการที่ขยายตัว หลังหันมาเน้นขายสินค้าพร้อมให้บริการ เราประเมินมูลค่าของหุ้น KUMWEL อิง PER ที่ 11 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 1.40 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
สิงหาคม
2019
SISB (BUY/19TP: 9.2), ปรับเพิ่มประมาณการกำไรทั้งปีขึ้น แนวโน้มกำไร 2Q-3Q สดใส
(views 69)
คาดการณ์กำไร 2Q19 ที่ 51 ลบ. +21%Q-Q, +147% ตามคาดการณ์จำนวนนำเรียนที่เพิ่มขึ้นราว 70 คนจากไตรมาสก่อนเป็น 2,375 คน (ไม่รวมเชียงใหม่) แนวโน้มกำไร 3Q19 จะยิ่งดีขึ้นเนื่องจากเดือนส.ค. เป็นการเปิดภาคการศึกษาใหม่และมีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษาประจำปี เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ขึ้น 20% อยู่ที่ 215 ลบ. +107.7%Y-Y โดยเป็นการปรับเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม 6.6% และปรับเพิ่ม Gross margin จากเดิม 40% เป็น 42% สอดคล้องกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้ใน 1H19 เนื่องจากผล Operating leverage ที่มากกว่าที่คาดไว้ เพื่อสะท้อนประมาณการใหม่เราได้ปรับราคาเหมาะสมปี 2019 ขึ้นเป็น 9.20 บาท (DCF) แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
31
กรกฏาคม
2019
AMATA (BUY/19TP: 28), คาดกำไร 2Q19 สดใสจากการโอนที่ดินเพิ่มขึ้น
(views 40)
แนวโน้มยอดขายที่ดินและยอดโอนสดใสมากขึ้นใน 2Q19 และชัดเจนว่า AMATA ได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนจีน แม้ว่ายอดขายที่ดินที่อมตะไทยไชนีสจะผันผวนในระหว่างปีแต่อยู่ในทิศทางที่ดี ยอดขายที่ดินใน 2Q19 ทำได้ราว 166 ไร่ ส่วนยอดโอนที่ดินเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 154 ไร่ +92% Q-Q, +175% Y-Y คาดรายได้จากการขายที่ดินเพิ่มเป็นเกือบ 700 ล้านบาท เมื่อรวมกับรายได้ขายไฟฟ้าและค่าเช่าโรงงาน ทำให้คาดรายได้รวม +23% Q-Q, +45% Y-Y เป็น 1.29 พันล้านบาท และมีกำไรปกติ 355 ล้านบาท +28% Q-Q, +89% Y-Y ขณะที่ Backlog ยังมีกว่า 3 พันล้านบาท แนวโน้ม 2H19 จะเร่งตัวขึ้นหลังได้รัฐบาลใหม่ ได้ความมั่นใจจากนักลงทุนมากขึ้น เรายังคงคาดกำไรปกติทั้งปี 1,684 ล้านบาท +38% Y-Y คงราคาเป้าหมาย 28 บาท (PE 17 เท่า) แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
31
กรกฏาคม
2019
BBL (BUY/19TP: 222), ราคาลงมาต่ำกว่า Book Value ขณะที่ Coverage สูง
(views 48)
ผู้บริหารยังคงเป้าหมายทางการเงินคงเดิมแม้ว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจมีความท้าทายมากขึ้น ธนาคารยังคงคาดหวังการเติบโตของสินเชื่อที่จะฟื้นตัวขึ้นในครึ่งปีหลังเนื่องจากความเชื่อมั่นการลงทุนจากภาครัฐและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ NPL ยังอยู่ภายใต้การควบคุม การเพิ่มขึ้นใน 2Q19 ถือว่าเป็นเหตุการณ์ปกติ เราคงประมาณการกำไรปี 2019 ที่ 3.63 หมื่นลบ. +2.7%Y-Y ประมาณการของเราค่อนข้าง Conservative กว่าเป้าหมายธนาคารและราคาหุ้นล่าสุดน่าจะซึมซับความเสี่ยงไปพอสมควรแล้ว ราคาล่าสุดซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี บวก coverage ratio อยู่ในระดับสูงรองรับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันนี้ได้ คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสม 222 บาท
อ่านเพิ่มเติม
31
กรกฏาคม
2019
BGRIM (HOLD/19TP: 36), คาดกำไรปกติ 2Q19 เพิ่ม Q-Q แต่ลด Y-Y FX Gain หนุนกำไรสุทธิ
(views 31)
คาดกำไรปกติ 2Q19 โตสูง 28.7% Q-Q จากรายได้ขายไฟเพิ่มตามฤดูกาล และเริ่มรับรู้รายได้จาก 2 โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่เวียดนาม แต่ลดลง 17.2% Y-Y จากต้นทุนค่าก๊าซเพิ่ม รวมรายการพิเศษส่วนใหญ่ FX Gain เป็นกำไรสุทธิเพิ่ม 33.3% Q-Q, 229.7% Y-Y จากฐานต่ำ คงมองแนวโน้มกำไรปกติ 2H19 เร่งตัวต่อเนื่อง ทั้งปีโตสูงและต่อเนื่องใน 3 ปีข้างหน้า ทั้งยังมีศักยภาพที่จะได้กำลังผลิตเพิ่มอีกในหลายประเทศ ที่ลุ้นความคืบหน้าในปีนี้ แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาเร็ว 30% YTD คงแนะนำ ถือ/ซื้ออ่อนตัว ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 36 บาท จากเดิม 34 บาท (รวม GLOW SPP1)
อ่านเพิ่มเติม
31
กรกฏาคม
2019
DELTA (HOLD/19TP: 62), กำไร 2Q19 อ่อนแอตามคาด ขอรอดูการฟื้นตัวใน 3Q19
(views 27)
กำไร 2Q19 แย่ตามคาด กำไรสุทธิ 2Q19 เท่ากับ 873 ล้านบาท (-19.6% Q-Q, -37.2% Y-Y) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน 102 ล้านบาท และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 5 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 969 ล้านบาท (-12.5% Q-Q, -25.1% Y-Y) ใกล้เคียงที่เราและ Consensus คาด (เราคาดไว้ 977 ล้านบาท) แม้รายได้จะเติบโต 7.5% Q-Q และ 5.9% Y-Y เพราะเริ่มรับรู้รายได้ที่มาจาก Delta Taiwan แต่ไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลงมาอยู่ที่ 19.9% จาก 23% ใน 1Q19 และ 22% ใน 2Q18 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 12 ปี มาจากทั้งค่าเงินบาทแข็งค่า, Product Mix เปลี่ยนไป ซึ่งเป็นผลกระทบจาก Trade War ทำให้ธุรกิจที่มาร์จิ้นดีมีรายได้ลดลง เช่น EV Car และ Alternative Energy และ Regional Business ไม่สดใส โดยเฉพาะในอินเดียที่มีการเลือกตั้ง ทำให้เกิดสูญญากาศในเชิงธุรกิจ รวมถึงมีการย้ายสายการผลิตข้ามโรงงาน ส่งผลกระทบให้ประสิทธิภาพการผลิตลดลง ทั้งนี้จากรายได้ที่เติบโต ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 15.2% จาก 15.4% ใน 1Q19 แต่ยังเพิ่มขึ้นจาก 13.2% ใน 2Q18 เพราะรายได้ส่วนที่รับรู้มาจาก Delta Taiwan เป็นส่วนที่ต้องบันทึกค่า Loyalty Fee ด้วย
อ่านเพิ่มเติม
30
กรกฏาคม
2019
ASK (BUY/19TP: 28), คาดการณ์กำไรปกติ 2Q19 แข็งแกร่ง
(views 32)
คาดการณ์กำไรปกติ 2Q19 จะแข็งแกร่งมากที่ราว 225 ลบ. +15%Q-Q, +17%Y-Y จากคาดการณ์ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯที่คาดจะลดลงจาก NPL ที่ลดลงต่อเนื่องและยังเห็นการเก็บหนี้ที่เข้มข้นขึ้นใน 2Q19 (ประกาศกำไร 2Q19 วันที่ 9 ส.ค.) ส่วนกำไรสุทธิ 2Q19 รวมการตั้งสำรองการเกษียณอายุพนักงาน เราคาดว่าจะอยู่ที่ราว 206 ลบ. +5.3%Q-Q, +7%Y-Y หากกำไรสุทธิ 2Q19 เป็นไปตามที่เราคาดจะทำให้กำไรสุทธิ 1H19 อยู่ที่ 401 ลบ.+7.5%Y-Y ขณะที่แนวโน้มกำไรใน 2H19 เราคาดว่าจะดีขึ้น H-H เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ (ตั้งสำรองฯพนักงาน) เหมือนใน 2Q19 และคาดหวังการฟื้นตัวของสินเชื่อภายหลังภาพการเมืองที่ชัดเจน รวมถึงการตั้งสำรองฯที่อยู่ในระดับปกติที่ เราคงประมาณการกำไรสุทธิที่ 898 ลบ. +8.5%Y-Y คงราคาเหมาะสมที่ 28.60 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
กรกฏาคม
2019
HMPRO (SELL/19TP: 17), กำไร 2Q19 ดีตามคาด
(views 30)
กำไรสุทธิ 2Q19 โตเท่ากับคาด กำไรสุทธิ 2Q19 เท่ากับ 1,527 ล้านบาท (+7.5% Q-Q, +16.3% Y-Y) ใกล้เคียงที่เราคาด (เราคาดไว้ 1,523 ล้านบาท) และ Consensus คาด ถือเป็นกำไรที่ดี โดยมาจาก SSSG ที่โตดี +5% Y-Y และมีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่ง เป็น HMPRO ขนาดใหญ่ที่จรัญสนิทวงศ์ ช่วยให้รายได้รวมเติบโตราว 6.7% Q-Q และ 6.4% Y-Y ทั้งนี้สินค้าที่ขายดีในไตรมาสนี้เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภททำความเย็น แม้เป็นสินค้าที่มีอัตรากำไรไม่สูงนัก แต่ปีนี้ขายดีมากกว่าปกติ และขายได้มากกว่าเป้า ทำให้บริษัทได้รับ Rebate Income จาก Supplier ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาสนี้ยังปรับตัวขึ้นได้มาอยู่ที่ 26.4% จาก 26.2% ใน 1Q19 และ 26% ใน 2Q18 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ดี ปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่วนรายได้เติบโตได้มากกว่า ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 21.3% จาก 21.6% ใน 1Q19 และ 21.5% ใน 2Q18
อ่านเพิ่มเติม
30
กรกฏาคม
2019
BEC (SELL/19TP: 8.6), คาด 2Q19 ยังอ่อนแอ อยู่ในช่วงปรับตัว
(views 32)
คาด 2Q19 ขาดทุนน้อยลง Q-Q แต่แย่ลง Y-Y ตามรายได้หลักโฆษณาทีวี การลุ้นผลประกอบการฟื้นตัวแรงขึ้นในครึ่งปีหลัง เป็นความท้าทายอย่างมาก โดยคาดหวังภาวะตลาดโฆษณารวมกระเตื้องขึ้น และการหารายได้จาก Non-TV จาก Content ที่มีอยู่ เพิ่มขึ้นตามแผนงานของผู้บริหารใหม่ว่าจะทำได้ดีขึ้นเพียงไร ขณะที่มีอาจมีการบันทึกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานเพิ่มจากนโยบายการปรับโครงสร้างองค์กรและผลจากการคืนคลื่น 2 ช่อง ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมามาก เชื่อว่าสะท้อนความคาดหวังดังกล่าวแล้ว คิดเป็น PE ปีหน้า เกือบ 40 เท่า คงคำแนะนำ ขาย ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 8.60 บาท
อ่านเพิ่มเติม
30
กรกฏาคม
2019
ROBINS (HOLD/19TP: 68), ROBINS จะ Delist เพราะ CRC ปรับโครงสร้างและทำ IPO
(views 119)
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กรรมการบริษัทมีมติเพิกถอนหุ้น ROBINS ออกจากตลาด โดย CRC ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จะทำ Tender ที่ราคา 66.5 บาท/หุ้น และจะชำระเป็นหุ้นเพิ่มทุนของ CRC (แลกหุ้น) ซึ่งกำลังเตรียมทำ IPO และเข้าจดทะเบียนใน ตลท. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวมธุรกิจค้าปลีกในไทย เวียดนาม และอิตาลีเข้าด้วยกัน หากได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นวันที่ 5 ก.ย. นี้ คาดกระบวนการ Tender จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า เรามองบวกต่อดีลนี้ และแนะนำให้ตอบรับคำเสนอซื้อ เพราะที่ราคา Tender ใกล้เคียงราคาเป้าหมายของเรา และคิดเป็น PE 23 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของ ROBINS ในอดีต ถือว่าเหมาะสม และได้แลกหุ้นเป็น CRC ที่ราคา IPO และยังเป็นการถือหุ้น ROBINS ทางอ้อมผ่านการลงทุนใน CRC ซึ่งมีขนาดธุรกิจ กำไร และสินทรัพย์ใหญ่กว่า ROBINS หลายเท่าตัว ทั้งนี้ยังมีความเสี่ยงกรณีที่ CRC สามารถยกเลิก Tender Offer ได้ แม้จะเลยช่วงรับซื้อไปแล้วก็ตาม ขึ้นอยู่กับความสำเร็จของการทำ IPO และการขาดคุณสมบัติในการเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีสาเหตุจากปัจจัยภายนอก
อ่านเพิ่มเติม
30
กรกฏาคม
2019
SPALI (HOLD/19TP: 24), คาดกำไร 2Q19 เป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนจะฟื้นตัวใน 2H19
(views 30)
คาดกำไร 2Q19 หดตัว 49% Q-Q และ 36% Y-Y ถูกกดดันจากยอดโอนที่อ่อนแอจากการเริ่มใช้เกณฑ์ LTV ใหม่ และวันหยุดจำนวนมาก รวมถึงค่าใช้จ่ายพนักงานตามกฎหมายแรงงานใหม่ อย่างไรก็ตาม คาดผลประกอบการฟื้นตัวใน 2H19 จากการเปิดแนวราบเพิ่มขึ้น บวกกับทยอยรับรู้ Backlog คอนโดต่อเนื่อง ซึ่ง Secured คาดการณ์ยอดโอนทั้งปีแล้ว 76% ขณะที่ยอด Presales 1H19 ทำได้ 38% ของเป้าทั้งปี ทำให้มองเห็น Downside ราว 5-10% ราคาหุ้นปรับขึ้นจนมี Upside ต่ำกว่า 10% จากราคาเหมาะสมที่ 24 บาท จึงปรับลดคำแนะนำจากซื้อเป็นถือ โดยคาดประกาศจ่ายปันผล 1H19 ที่ 0.40 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield 1.8%
อ่านเพิ่มเติม
26
กรกฏาคม
2019
WORK (SELL/19TP: 29), คาดกำไรปกติ 2Q19 ดีขึ้น Q-Q แต่ยังลดลง Y-Y
(views 31)
คาดกำไรสุทธิเพิ่ม 2.7% Q-Q แต่ลดลง 33.8% Y-Y รวมสำรองค่าตอบแทนพนักงาน 15 ล้านบาท กำไรปกติ 92 ล้านบาท เพิ่ม 22.8% Q-Q แต่ยังลดลง 23.5% Y-Y ตามตามรายได้หลักโฆษณาทีวีเพิ่ม Q-Q ตามฤดูกาล แต่ยังลดลง 23.7% Y-Y จากตลาดโฆษณาโดยรวมยังอ่อนแอ เวลาออกอากาศถูกกระทบจากงานพระราชพิธี และอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยลดลง Y-Y ตาม Rating แต่ลุ้นกำไรดีขึ้นครึ่งปีหลัง จากปรับผังรายการช่อง WPTV และตลาดรวมเอื้อมากขึ้น และปรับประมาณการกำไรปกติทั้งปีขึ้น 9% ฟื้นตัวจากฐานต่ำปีก่อน รวมผลจากการควบคุมต้นทุนมากขึ้น และมีรายได้จาก Home Shopping เข้ามาเสริม ราคาเป้าหมายปี 2019 ขึ้นเป็น 29 บาท จากเดิม 26 บาท (DCF) ราคาปัจจุบันเต็มมูลค่า คงคำแนะนำ ขาย
อ่านเพิ่มเติม
26
กรกฏาคม
2019
PRM (HOLD/19TP: 10), เติบโตจากการเพิ่มกองเรือและความต้องการเรือขนส่งที่มีสูง
(views 38)
เราคาดกำไรสุทธิ 2Q19 สดใส 250 ล้านบาท +12.8% Q-Q, +26.2% Y-Y จากการเพิ่มเรือใหม่ 3 ลำ แนวโน้มกำไร 2H19 จะดีขึ้นเพราะมีเรือทยอยเข้ามาอีก 6 ลำ เพิ่มสัดส่วน Big Sea อีก 10% เป็น 80% ได้ประโยชน์โดยตรงจากมาตรการ IMO ไม่ถูกกระทบจากสงครามการค้า ทั้งหมดนี้อยู่ในประมาณการแล้ว แต่เราปรับกำไรปี 2019-20 ขึ้น 6% จากการปรับลดต้นทุนและรายจ่ายลงเพราะบริษัททำได้ดีกว่าคาด ทำให้กำไรปีนี้ +31% Y-Y โตสูงสุดในรอบ 3 ปีและคาดโตต่อเนื่อง 13% Y-Y ในปีหน้า เพิ่ม PE จาก 22 เท่าเป็น 25 เท่าสะท้อนการเติบโตที่สูงขึ้น ได้ราคาเป้าหมายใหม่ 10 บาทจากเดิม 8 บาท บริษัทอาจซื้อเรือ FSU เพิ่ม 1 ลำ คาดเพิ่มมูลค่าหุ้นให้ไม่ถึง 1 บาท/หุ้น upside จำกัดอยู่ดี ราคาหุ้นปัจจุบันไม่ถูกแล้วและยัง +82% YTD outperform ที่สุดในกลุ่ม ปรับคำแนะนำลงเป็นถือ จากเดิมซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
กรกฏาคม
2019
KKP (HOLD/19TP: 72), 2H19 น่าจะฟื้นตัวได้ แต่ไม่เต็มที่อย่างที่คาดหวัง
(views 34)
เราคงคาดการณ์ว่าแนวโน้มกำไร 2H19 จะฟื้นตัวขึ้นเนื่องจากมีรายได้จากธุรกิจ IB เข้ามาหลายดีลเทียบกับ 1H19 ที่แทบไม่มี และธุรกิจตลาดทุนที่น่าจะดีขึ้น (กำไรจากเงินลงทุนและกำไรจากการขายทรัพย์) รวมถึงคาดค่าใช้จ่ายพิเศษที่ลดลงจาก 1H19 (การตั้งด้อยค่าอาคาร, ผลขาดทุนรถยึด) แม้กระนั้นการฟื้นตัวของกำไรยังไม่เต็มที่เนื่องจากธุรกิจธนาคารยังชะลอตัวจากการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัวลงและลดความเสี่ยงไปที่สินเชื่อ low-yield มากขึ้น รวมถึงการตั้งสำรองฯที่จะอยู่ในระดับสูง เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลงจากเป้าหมายเชิงระมัดระวังจากธนาคาร แต่คงราคาเหมาะสมที่ 72 บาท คงคำแนะนำ ถือ หรือ switch เป็น TISCO, TCAP ที่คาดหวังอัตราเงินปันผลสูงกว่า (คาด KKP มี Interim dividend 2 บาทต่อหุ้น Yield 2.8%)
อ่านเพิ่มเติม
25
กรกฏาคม
2019
TCAP (BUY/19TP: 62), แข็งแกร่งด้วยตัวเอง
(views 33)
แนวโน้มกำไร 2H19 ยังเห็นเป็นโมเมนตัมเชิงบวกหลังจาก 1H19 สร้างความประทับใจให้กับเรา แนวโน้มกำไร 3Q19 คาดว่าจะ +7%Q-Q, +8.8%Y-Y ซึ่งเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยจากการให้สินเชื่อ (โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อ) ที่ดีขึ้น ดีลระหว่าง TBANK และ TMB ยังอยู่ในกระบวนการการทำดีลดิลิเจนท์ซี่งอาจใช้เวลานานกว่าที่คาดแต่น่าจะจบภายในปีนี้ตามแผนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ของการควบรวม (โดยเฉพาะด้านภาษี) ซึ่งท้ายที่สุดเราคงคาดการณ์ว่า TCAP จะได้รับประโยชน์จากสภาพคล่องสุทธิที่เพิ่มขึ้นและน่าจะนำไปสู่การจ่ายเงินปันผลพิเศษ การซื้อหุ้นคืน หรือการขยายธุรกิจอื่นๆ รวมถึงการบันทึกกำไรจากการขาย TBANK อย่างมีนัยฯ เราคงประมาณการกำไรสุทธิและคงราคาเหมาะสมที่ 62 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
กรกฏาคม
2019
GFPT (T-BUY/19TP: 17), คาดกำไร 2Q19 สดใส และน่าจะดีต่อใน 2H19
(views 25)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q19 จะฟื้นตัวดี +49% Q-Q, +60% Y-Y ปัจจัยหนุนมาจากปริมาณไก่ส่งออกคาดโต 16.5% Y-Y (แต่จะ -5.2% Q-Q) และราคาไก่ในประเทศฟื้นตัว ในขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงอยู่ในระดับต่ำ แนวโน้มกำไรในช่วง 2H19 จะสดใสต่อเนื่อง เพราะเป็น High Season ของการส่งออก และคาดราคาไก่ยังทรงตัวอยู่ในกรอบ 37-38 บาท เหนือต้นทุนการเลี้ยง ทั้งนี้มีโอกาสที่ราคาไก่จะขึ้นได้มากกว่านี้ หากจีนเริ่มเข้ามาตรวจโรงงานไทย และเพิ่มจำนวนโรงงานที่ได้รับอนุมัติให้ส่งออกไก่ไปจีนเพิ่มจากปัจจุบันที่มีเพียง 7 โรงงาน เพราะผู้เลี้ยงรายใหญ่ได้ทยอยเพิ่มกำลังการเลี้ยงไก่มารอแล้ว เราปรับเพิ่มประมาณกำไรปกติปี 2019 ขึ้น 8.5% เป็นการเติบโต 21.7% และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 17 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) แนะนำเป็น เก็งกำไร เพราะยังมีปัจจัยหนุนราคาไก่ให้สูงขึ้นได้ โดยให้กรอบไม่เกิน PE 16 เท่า (PE เฉลี่ย +1SD) หรือไม่เกิน 19.4 บาท เน้นเก็งกำไรด้วยความระมัดระวัง เพราะหากจีนไม่เพิ่มการนำเข้า อุตสาหกรรมไก่ไทยอาจพลิกเข้าสู่ภาวะ Oversupply ได้
อ่านเพิ่มเติม
24
กรกฏาคม
2019
MAJOR (BUY/19TP: 33), คาดกำไรปกติ 2Q19 โตแรง Q-Q แม้ไม่มาก Y-Y จากฐานสูง
(views 45)
คาดกำไรปกติ 2Q19 โต 1.8 เท่าตัว Q-Q แม้โตไม่มาก Y-Y จากฐานสูง กำไรโตแรง Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลและหนังหลายเรื่องทำรายได้ดี โดยเฉพาะ “Avengers Endgame” แนวโน้ม 3Q19 ลดลงจากระดับสูงสุดของปีในไตรมาสก่อน แต่จะโตดี Y-Y จากหนังแข็งแกร่ง คงประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2019 โต 27% แม้กำไรสูทธิใกล้ปีก่อนที่มีกำไรพิเศษสูง และเป็นหุ้นจ่ายปันผลค่อนข้างสม่ำเสมอเกือบ 5% คาดจ่ายระหว่างกาลหุ้นละ 0.65 บาท Yield 2.2% คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 33 บาท (DCF)
อ่านเพิ่มเติม
23
กรกฏาคม
2019
TMB (SWITCH/19TP: 2.3), กำไร 2Q19 ฟื้นตัวได้ดีโดยเฉพาะรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย
(views 37)
กำไร 2Q19 ดีกว่าคาด รายได้ค่าธรรมเนียมฟื้นตัวขึ้น TMB รายงานกำไรสุทธิ 2Q19 ที่ 1,917 ลบ. เพิ่มขึ้น 21.4%Q-Q แต่ลดลง 5%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาด 20%/12% ซึ่งเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่ดีกว่าคาด (ทั้งรายได้จากเงินให้สินเชื่อและรายได้จากเงินลงทุนมีอัตราผลตอบแทนเพิ่มขึ้น) และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ดีกว่าคาด (จากธุรกิจกองทุนรวม, หนังสือค้ำประกันและรายได้ที่ปรึกษาทางการเงิน) อัตราส่วนทางการเงินปรับตัวดีขึ้นหลายรายการอาทิ NIM เพิ่มขึ้น เป็น 2.88% จาก 2.84% ในไตรมาสก่อน, Cost to income ratio ลดลงเป็น 47% จาก 56% ในไตรมาสก่อน (ค่าใช้จ่ายเกษียณอายุพนักงานลดลง) และรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้น 11%Q-Q แม้ว่าเป็น low season
อ่านเพิ่มเติม
23
กรกฏาคม
2019
DTAC (HOLD/19TP: 60), ปรับประมาณการขึ้น แต่ยังแนะนำเพียง “ถือ”
(views 32)
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ของ DTAC ขึ้นราว 13% เป็นเติบโต +146.4% Y-Y และ +5.4% ตามลำดับ หลังรายงานกำไร 2Q19 ออกมาดีกว่าเราและตลาดคาด 20% โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากต้นทุนที่ควบคุมได้ดีและต่ำกว่าที่เราคาด นอกจากนี้เรายังมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อกำไรในช่วง 2H19 ที่มีโอกาสทรงตัวหรือดีขึ้น H-H จากรายได้ที่คาดว่าจะมีโมเมนตัมฟื้นตัวต่อเนื่องและมีโอกาสพลิกมาโต Y-Y อีกครั้งใน 4Q19 ขณะที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมเริ่มลดความรุนแรงลงหลังแต่ละค่ายถอน Fixed Speed Unlimited Package ราคาต่ำออกจากตลาด เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 60 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยบวกเรื่องการ Turnaround ของผลการดำเนินงานไปมากพอสมควรทำให้ Upside แคบ จึงยังแนะนำเพียง “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
22
กรกฏาคม
2019
BAY (BUY/19TP: 44.6), กำไรสุทธิและสินเชื่อเติบโตกว่าที่เราคาดการณ์
(views 30)
กำไร 2Q19 ดีกว่าที่เราคาด BAY รายงานกำไรสุทธิ 2Q19 ที่ 7 พันลบ. ลดลง 45%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 12%Y-Y ดีกว่าที่เราคาด หากไม่นับรายการการขายเงินลงทุนในบริษัทเงินติดล้อ กำไรสุทธิในไตรมาสนี้จะเพิ่มขึ้นราว 1% เทียบกับกับกำไรปกติที่อยู่ที่ราว 6.9 พันลบ.ในไตรมาสก่อน ซึ่งดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 7% ซึ่งเกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่ดีกว่าคาด (เกิดจากค่าธรรมเนียมจากธุรกิจเช่าซื้อ การจัดการกองทุนส่วนบุคคลและหลักทรัพย์), กำไรจากการขาย NPA และการขายเงินลงทุนรวมกันราว 600 ลบ. รวมถึงค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานควบคุมได้ดีกว่าที่เราคาดไว้ ในไตรมาสนี้ BAY จะถือเงินลงทุนในเงินติดล้อลดลงเป็น 50% (จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วมค้า) ทำให้เห็นการปรับตัวลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อราว 2%Q-Q และ NIM หดตัวลงราว 0.20% เป็น 3.57% (สินเชื่อของบริษัทเงินติดล้อเป็นสินเชื่อ High-yield)
อ่านเพิ่มเติม
22
กรกฏาคม
2019
KTB (BUY/19TP: 23), กำไร 2Q19 ดีกว่าที่คาดไว้
(views 31)
กำไร 2Q19 ดีกว่าที่เราและตลาดคาดเพราะการตั้งสำรองฯน้อยกว่าคาด KTB รายงานกำไรสุทธิ 2Q19 ที่ 8,170 ลบ. เพิ่มขึ้น 12%Q-Q และ 6%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 12% โดยรวมเกิดจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่ต่ำกว่าคาดและรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ทำได้ดีกว่าที่คาดไว้ กล่าวคือในไตรมาสนี้ KTB มีค่าใช้จ่ายสำรองฯลดลง 24%Q-Q และ 18%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.08% สอดคล้องกับจำนวน NPL ที่ลดลง สำหรับรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (หักรายการ One-time ที่เกิดจากการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากลูกหนี้ AQ) จะเห็นการขยายตัวราว 5%Q-Q และ NIM เพิ่มขึ้นจาก 3.08% ในไตรมาสก่อน เป็น 3.23% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลจากทั้งการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินลงทุนในตราสารหนี้และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากที่ลดลงจากการครบอายุของเงินฝากประจำอัตราดอกเบี้ยสูง เป็นที่สังเกตว่าค่าใช้จ่ายพนักงานในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นราว 400 ลบ. ซึ่งเกิดจากการตั้งสำรองฯผลประโยชน์พนักงานของบริษัทย่อยเท่านั้น ส่วนเฉพาะธนาคารยังไม่มีการตั้งฯเพราะต้องรอการปรับปรุงพรบ.รัฐวิสาหกิจให้เรียบร้อยก่อน
อ่านเพิ่มเติม
22
กรกฏาคม
2019
KKP (HOLD/19TP: 72), กำไร 2Q19 น่าผิดหวัง การตั้งสำรองฯและขาดทุนรถยึดยังสูง
(views 29)
กำไร 2Q19 น่าผิดหวัง ตั้งสำรองฯ+ขาดทุนรถยึดและขาดทุน NPA สูงกว่าคาด KKP รายงานกำไรสุทธิ 2Q19 ที่ 1,470 ลบ. เพิ่มขึ้น 19.7% Q-Q แต่ลดลง 5.2%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 4-7% ซึ่งเกิดจากรายได้หลักที่หดตัว (จากที่คาดว่าจะขยายตัว) โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ -4.5%Q-Q เนื่องจากการชะลอตัวของรายได้ดอกเบี้ยจากการเช่าซื้อตามการชะลอลงของสินเชื่อเช่าซื้อ (-2.7%YTD) และเงินลงทุนในสิทธิเรียกร้อง และรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลง 10%Q-Q, 5%Y-Y โดยเป็นการลดลงจากธุรกิจนายหน้าซื้อขายประกันและรายได้จากธุรกิจ IB นอกจากนั้นเกิดจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่ +26%Q-Q และ +25%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.05% VS 0.84% ในไตรมาสก่อนและประมาณการของเราที่ 1% โดยหากรวมรายการผลขาดทุนรถยึดที่เกิดขึ้นราว 253 ลบ. Credit cost จะอยู่ที่ 1.48% รวมไปถึงมีผลขาดทุน NPA เกิดขึ้น 463 ลบ. +16%Q-Q
อ่านเพิ่มเติม
22
กรกฏาคม
2019
TCAP (BUY/19TP: 62), กำไร 2Q19 แข็งแกร่งเกินคาด ปรับเพิ่มประมาณการกำไรทั้งปีขึ้น
(views 28)
กำไร 2Q19 ดีกว่าที่เราคาด แต่กำไรปกติโดยไม่นับการตั้งสำรองฯพนักงาน แข็งแกร่งมาก TCAP รายงานกำไรสุทธิ 2Q19 ที่ 1,899 ลบ. แม้ว่าลดลง 5.8%Q-Q และ 7.4%Y-Y แต่ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 15% (แต่ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด) จากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่ดีกว่าคาด +14%Q-Q, Flat Y-Y จากธุรกิจการขายประกันผ่านธนาคารและค่าธรรมเนียมรับจากธุรกิจจัดการกองทุน และมีการบันทึกกำไรจากเงินลงทุนและสินทรัพย์รอการขายสูงกว่าคาด (รวมเป็นจำนวนราว 300 ลบ.) ด้านผลประกอบการ กำไรที่ลดลงทั้ง Q-Q, Y-Y เกิดจากค่าใช้จ่าย One-time employee retired benefit จำนวน 755 ลบ. ส่งผลค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน +14.6%Q-Q, +12.6%Y-Y และ Cost to income ratio เพิ่มขึ้นเป็น 50.5% จาก 45.3% ในไตรมาสก่อน หากไม่นับรายการดังกล่าว กำไรปกติจะอยู่ที่ราว 2.35 พันลบ. +17%Q-Q, +15%Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
22
กรกฏาคม
2019
THANI (HOLD/19TP: 7.7), กำไร 2Q19 ใกล้เคียงคาด
(views 35)
กำไร 2Q19 ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ THANI รายงานกำไรสุทธิ 2Q19 ที่ 511 ลบ.+3%Q-Q, +30.4%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดไว้ PPOP ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 5% เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยที่เติบโตดีกว่าคาด +2.2%Q-Q และ +11.8%Y-Y และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ดีกว่าที่คาดไว้เนื่องจากธุรกิจนายหน้าประกันภายใต้บริษัทย่อยมีการฟื้นตัวขึ้นและ ในไตรมาสนี้บริษัทน่าจะมีการบันทึกค่าใช้จ่ายการเกษียณอายุพนักงานซึ่งได้เคยแจ้งว่าจะมีการตั้งสำรองฯเป็นจำนวนที่ราว 8 ลบ. แต่เราไม่เห็นผลกระทบต่อผลประกอบการอย่างมีนัย ในส่วนของค่าใช้จ่ายสำรองฯลดลง 64%Y-Y โดยคิดเป็น Credit cost ที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ราว 0.33% จาก 0.25% ในไตรมาสก่อนหน้า ยังมีการกลับรายการสำรองฯทั่วไปที่ได้ตั้งไปเกินพอสำหรับมาตรฐานบัญชี IFRS 9 เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ (และน่าจะเห็นตลอดทั้งปี)
อ่านเพิ่มเติม
22
กรกฏาคม
2019
BEM (HOLD/19TP: 11.7), คาดกำไรปกติ 2Q19 ไม่น่าตื่นเต้น แต่จะเร่งขึ้นใน 2H19
(views 29)
คาดกำไรปกติ 2Q19 ที่ 800 ล้านบาท ชะลอ 3% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล ทรงตัว Y-Y แม้ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายซ่อมแซมทางด่วน แต่ถูกชดเชยด้วยการรับรู้เงินปันผลรับจาก CKP ขณะที่แนวโน้ม 2H19 คาดเร่งขึ้น จากเปิดรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยายช่วงที่ 2 ตั้งแต่ 29 ก.ย. 2019 คาดหนุนให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย ขณะที่เรายังเชื่อว่า BEM มีโอกาสสูงที่ได้รับการต่อสัมปทาน แต่ความยืดเยื้อในการพิจารณาของรัฐบาลจะ Overhang ราคาหุ้นไปจนกว่าจะมีความชัดเจน คงคำแนะนำถือ ราคาเหมาะสม 11.70 บาท (รวมขยายสัมปทาน 2 บาท) โดยมี Downside Risk หากเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสัมปทาน หรือบรรลุข้อตกลงไม่ทันก่อนหมดอายุ ส่วน Upside มาจากการประมูลงานเพิ่มในอนาคต
อ่านเพิ่มเติม
22
กรกฏาคม
2019
RS (BUY/19TP: 19), คาดกำไรปกติ 2Q19 ดีขึ้น Q-Q, Y-Y กำไรสุทธิลดจากฐานสูงปีก่อน
(views 29)
คาดกำไรปกติ 2Q19 ดีขึ้น 23.0% Q-Q และ 40.6% Y-Y จากยอดขายสินค้าธุรกิจ MPC โตดีจากฐานต่ำใน 2Q18-3Q18 ที่ได้ผลกระทบจากการปราบปรามสินค้าเถือน การทำโปรโมชันปลายไตรมาส และการขายร่วมกับช่องไทยรัฐทีวี แม้รายได้ช่อง 8 ยังอ่อนแอ แต่กำไรสูทธิลดลง 35.8% Y-Y จาก 2Q18 มีกำไรพิเศษสูง แนวโน้มกำไรปกติใน 2H19 ดีขึ้นอีก โดยคาดผลการปรับผังรายการช่วยฟื้น Rating และรายได้ทีวีดิจิตอลของช่อง 8 แต่ปรับลดประมาณการกำไรปกติทั้งปีเล็กน้อย 6% และราคาเป้าหมายปี 2019 ปรับลงเป็น 19 บาท จาก 19.50 บาท ยังมี Upside>10% และคาดมีความคืบหน้าแผนการทำ JV กับผู้ผลิตสินค้า คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
กรกฏาคม
2019
SAPPE (BUY/19TP: 25), คาดกำไร 2Q19 จะสดใส และจะโต Y-Y แรงขึ้นใน 2H19
(views 37)
แนวโน้มกำไรปกติ 2Q19 จะสดใสทำจุดสุงสุดในรอบ 9 ไตรมาส คาดโตดีทั้ง Q-Q และ Y-Y จากการรวม BLUE และ All Coco ได้เต็มไตรมาส แม้มาร์จิ้นจากทั้ง 2 ธุรกิจนี้จะไม่สูงเท่าสินค้าเดิม แต่ BLUE ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้นจนได้ประโยชน์จาก Economies of Scale มากขึ้น และต้นทุนเม็ดพลาสติกถูกลง เพราะทำการ Sourcing ร่วมกับพันธมิตรที่เป็นผู้ซื้อรายใหญ่อย่าง Danone ส่งผลให้ทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาสนี้ทำได้ดีต่อเนื่อง ในขณะที่คาด All Coco และบริษัทร่วมทุน Danone จะมีผลขาดทุนเพียงเล็กน้อย แนวโน้มกำไรในช่วง 2H19 จะเติบโตได้มากขึ้นในแง่ Y-Y เพราะฐานที่ต่ำในปีก่อน ทั้งนี้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2019 ขึ้น 11.5% เป็นการเติบโต 23.3% Y-Y จากเดิมคาคโต 10.5% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 25 บาท จากเดิม 22 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2019
BJC (BUY/19TP: 58), คาดกำไร 2Q19 ดูดี มาร์จิ้น BIGC สวย ยอดกระป๋องกลับมาโตได้
(views 35)
แนวโน้มกำไรปกติ 2Q19 โตได้ดีทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้ BIGC จะเจอการแข่งขันแรงขึ้น คาด SSSG ทำได้เพียงทรงตัว Y-Y แต่บริษัทไม่ใช้การแข่งด้านราคา ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังเพิ่มขึ้นได้ ส่วนธุรกิจกระป๋องคาดรายได้จะกลับมาโตเล็กน้อย Y-Y ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ติดลบสูง เพราะเริ่มรับรู้รายได้จากลูกค้ารายใหม่ 2 ราย และคาดจะรับรู้เพิ่มอีก 1 รายใน 3Q19 เชื่อว่าลูกค้าใหม่ดังกล่าวจะหักล้างการลดลงของลูกค้าเดิมได้ทั้งหมด แนวโน้มกำไรในช่วง 2H19 น่าจะยังโตต่อเนื่อง จากการขยายสาขาใหม่ของ BIGC มากขึ้น และจะเปิดสาขาแรกที่กัมพูชาในเดือน ต.ค.นี้ ในขณะที่แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบค่อนไปในทางทรงตัวถึงปรับลง นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดบางส่วนด้วยการใช้กระแสเงินสดในกิจการ จะทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงใน 4Q19 ดังนั้นเรายังคาดกำไรปกติปี 2019 ไว้ที่ 6.8 พันล้านบาท +6.7% Y-Y และคงเป้าปีนี้ที่ 58 บาท ยังมี Upside 16% ยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2019
XO (AVOID/19TP: U.R.), คาดกำไร 2Q19 หดตัวมากกว่าที่เคยคาด
(views 40)
แนวโน้มกำไร 2Q19 จะชะลอตัวมากกว่าที่เคยคาด เพราะลูกค้ารายใหญาใน UK ยังชะลอคำสั่งซื้อ, รายได้ในส่วนที่เป็นสกุล USD และ EUR ได้รับผลกระทบจากบาทแข็งค่า และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง จึงคาดรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้จะหดตัวมาก ในขณะที่ค่าใช้จ่ายเริ่มขยับสูงขึ้น โดยใน 2Q19 มีค่าใช้จ่ายออกบูธที่ Thaifex บวกกับค่าใช้จ่ายจัดเลี้ยง และจะมีค่าใช้จ่ายทำโปรโมชั่นให้ส่วนลดกับลูกค้าเพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีบริษัท ถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ราว 15 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ใน 3Q19 – 4Q19 ทั้งนี้เรายังอยู่ระหว่างปรับลดกำไรปีนี้ โดยขอรอดูสถานการณ์คำสั่งซื้อใน 3Q19 ว่าจะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้ทันหรือไม่ จึงยังแนะนำหลีกเลี่ยงตามเดิมก่อน
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2019