บทวิเคราะห์รายบริษัท

17
มิถุนายน
2019
TISCO (BUY/19TP: 99), Credit cost และ Funding cost จะหนุนการเติบโตปีนี้-ปีหน้า
(views 9)
เราคาดแนวโน้มกำไร 2Q19 และต่อเนื่องใน 2H19 จะอยู่ในโมเมนตัมที่ดีขึ้นเนื่องจากภาระการตั้งสำรองฯที่ลดลงและต้นทุนทางการเงินที่ผ่อนคลายลงตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับต่ำ เราคาดว่ากำไรสุทธิ 2Q19 +3%Q-Q, +5%Y-Y และปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2019-2020 ขึ้น 5% และ 8% ตามลำดับสะท้อนแนวโน้ม Spread ที่ดีกว่าที่คาดการณ์เดิมและ Credit cost ที่อยู่ในระดับต่ำตามปกติของภาวะคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรสุทธิใหม่ เราปรับราคาเหมาะสมปี 2019 ขึ้นเป็น 99 บาท พร้อมกับคาดการณ์เงินปันผลที่หุ้นละ 7 บาท Yield 7.8% ต่อปี ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ (เดิม ถือ)
อ่านเพิ่มเติม
14
มิถุนายน
2019
SYNEX (BUY/19TP: 12), สะดุดชั่วคราวแต่ไม่เปลี่ยนแนวโน้มธุรกิจในระยะยาว
(views 13)
ผลกระทบจากกรณีหัวเหว่ยถูกสหรัฐแบน อาจกระทบยอดขายของบริษัทราว 10% แต่ผู้บริหารไม่ปรับเป้ารายได้ปีนี้ที่คาดโต 10-15% เพราะการเป็นตัวแทนจำหน่ายกว่า 60 แบรนด์ในสินค้าไอทีที่หลากหลายทั้ง Mobile, PC, Gaming, Cloud และการเป็น Solution provider ให้ลูกค้า รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่รวดเร็ว 5G ที่กำลังจะมา เปิดโอกาสให้เกิดการขายสินค้าใหม่ๆตลอดเวลา เราเชื่อว่าบริษัทสามารถปรับ product mix ได้จากก่อนหน้านี้ที่มีสัดส่วนการขายมือถือรวมทุกแบรนด์ราว 50% ของรายได้เพราะความนิยมของมือถือหัวเหว่ย P30 ประมาณการที่เราปรับลงมาแล้วก่อหน้านี้โดยคาดรายได้ +9% Y-Y กำไรสุทธิ +7% Y-Y ยังเชื่อว่าเป็นไปได้ โดยกำไร 1Q19 คิดเป็น 24% ของประมาณการทั้งปี ยังคงราคาเป้าหมาย 12 บาท (PE 15 เท่า) แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
13
มิถุนายน
2019
ZEN (HOLD/19TP: 15), เดินหน้าเร่งเปิดแบรนด์ใหม่ แต่ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์
(views 9)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนกลาง โดยบริษัทยังคงเป้าเปิดสาขาใหม่ปีนี้แบบ Aggressive ตามเดิม ที่ 123 แห่ง ซึ่งเปิดไปใน 1Q19 เพียง 8 แห่ง จะเปิดเพิ่มขึ้นอีก 22 แห่ง, 40 แห่ง และ 53 แห่ง ใน 2Q19 – 4Q19 ตามลำดับ ทั้งนี้บริษัทจะใช้แผนเปิดร้านบริษัทเองก่อน และค่อยทยอยขายให้กับ Franchisee ที่สนใจในภายหลัง เนื่องจากแบรนด์ส่วนใหญ่ที่ต้องการขยายเป็นแบรนด์ใหม่ และยังมีจำนวนสาขาน้อยมาก จึงยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ความสำเร็จ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับ Franchisee ด้วยกำไร 1Q19 ที่ยังไม่สดใสนัก กอปรกับเป้าการเติบโตของรายได้ในปีนี้ของบริษัทต่ำกว่าประมาณการของเรา และ SSSG YTD ยังติดลบอยู่ ทำให้สมมติฐาน SSSG ปีนี้ที่ 5% ของเราดูเป็นไปได้ยาก เราจึงปรับลดสมมติฐานการเติบโตของรายได้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และนำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 9% แต่ยังเป็นการเติบโตสูง 26.3% Y-Y (เดิมคาดโตถึง 39% Y-Y) ซึ่งเราคาดหวังเห็นการฟื้นตัวของกำไรตั้งแต่ 2Q19 และเติบโตอย่างโดดเด่นใน 2H19 ตามแผนการเปิดสาขาใหม่ที่ค่อนข้างมาก ทำให้ประมาณการใหม่ของเรายังดูมี Downside หากเปิดสาขาใหม่ได้ต่ำกว่าแผน เราปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 15 บาท จากเดิม 16.5 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) แม้ Story การเติบโตของบริษัทดูน่าสนใจ แต่ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ผลลัพธ์ว่าจะทำได้ตามแผนหรือไม่ จึงคงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
13
มิถุนายน
2019
PRM (BUY/19TP: 8), เติบโตจากการเพิ่มกองเรือและความต้องการเรือขนส่งที่มีสูง
(views 13)
แนวโน้มกำไรยังอยู่ในทิศทางขาขึ้นจากความต้องการของลูกค้าที่สูงขึ้นในแทบทุกธุรกิจ โดยเฉพาะเรือขนส่งในประเทศและเรือจัดเก็บน้ำมัน (FSU) ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลัก ซึ่งเติบโตตามการใช้พลังงานในประเทศและความต้องการเก็บและผสมน้ำมันเตา low sulfur เพื่อรองรับมาตรการ IMO ปัจจุบันทุกธุรกิจมี utilization rate เฉลี่ยกว่า 95% ค่าบริการปรับตัวดีขึ้นตามความต้องการที่สูงขึ้นและ supply เรือมีจำกัด แผนการขยายกองเรือเพิ่มในปีนี้ 6 ลำ เข้ามาครบแล้วและทยอยสร้างรายได้ในระยะต่อไป ธุรกิจของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า เพราะโครงสร้างราคาเป็นสัญญาระยะยาวและเรือส่วนใหญ่วิ่งขนส่งในประเทศ เราคาดกำไรปีนี้เติบโตเป็นปีแรกในรอบ 3 ปี +23.3% Y-Y เป็น 877 ล้านบาท และโตต่อเนื่อง 11.6% Y-Y ในปีหน้า ยังคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 8 บาท (PE 22 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
12
มิถุนายน
2019
WORK (HOLD/19TP: 26), แนวโน้มกำไร 2Q19 ยังอ่อนแอ ลุ้นฟื้นตัวครึ่งปีหลัง
(views 12)
แนวโน้มกำไรปกติ 2Q19 ทรงตัวจากไตรมาสก่อน และลดลง Y-Y โดยคาดรายได้หลักช่อง WPTV ยังได้ผลกระทบจาก Rating ที่ยังไม่ฟื้น ต่องรอช่วง 2H19 ซึ่งคาดหวังการใช้เม็ดเงินโฆษณากระเตื้องขึ้น และเริ่มเห็นผลของการปรับผังรายการช่อง WPTV ที่ทยอยมาตั้งแต่เดือนมิ.ย. แต่จากกำไรครึ่งปีแรกที่ฟื้นตัวช้ากว่าเคยคาด ทำให้ปรับประมาณการกำไรปกติปีนี้ลง 10% เป็นกำไรปกติฟื้นตัว 18% จากฐานต่ำปีก่อน โดยมีการควบคุมต้นทุนมากขึ้น และรายได้ขายสินค้าเพิ่มขึ้น แต่ประมาณการกำไรปี 2020 ใกล้เดิม โต 19% รวมผลบวกค่าตัดจำหน่ายลดลงเต็มปี คงแนะนำ ถือ ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 26 บาท (DCF) ในกลุ่ม เลือก PLANB (19TP8) และ MAJOR (19TP33) เป็น Top pick
อ่านเพิ่มเติม
12
มิถุนายน
2019
SAWAD (T-BUY/19TP: 59), SAWAD เข้าถือ BFIT มากขึ้น รับรู้กำไรเต็มที่ขึ้น
(views 10)
SAWAD แจ้งการถือ BFIT เพิ่มเป็น 78% (จาก RO) และจะทำการ Tender offer หุ้นทั้งหมด คาดแล้วเสร็จใน 3Q19 เรามองว่าจะส่งผลบวกต่อประมาณการกำไรเนื่องจากจะสามารถรับรู้กำไรจาก BFIT เพิ่มขึ้น อีกทั้งคาดว่า SAWAD น่าจะปล่อยสินเชื่อจาก BFIT ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นด้วยเนื่องจากผลตอบแทนที่สามารถเรียกเก็บมีอัตราที่สูงกว่าการปล่อยในรูปแบบ Non-Bank (SAWAD 2014) เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 และปี 2020 ขึ้น 1.2% และ 6% ตามลำดับเป็น 3.58 พันลบ. (+29%Y-Y) สำหรับปี 2019 และ 4.15 พันลบ. (+16%Y-Y) สำหรับปี 2020 เพื่อสะท้อนการรับรู้กำไรจาก BFIT ที่มากขึ้น ปรับราคาเหมาะสมปี 2019 ขึ้นเป็น 59 บาท (เดิม 53 บาท) แนะนำ ซื้อเก็งกำไร (เดิม ถือ)
อ่านเพิ่มเติม
10
มิถุนายน
2019
XO (AVOID/19TP: 10.6), ลูกค้ารายใหญ่ชะลอคำสั่งซื้อ กดดันกำไรปีนี้
(views 17)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ โทนเป็นลบ โดยเฉพาะ 2Q19 ที่คาดมีกำไรแผ่วลง ผิดไปจากที่เคยมองว่าจะโตได้ดี เพราะลูกค้ารายใหญ่ใน UK (15% ของรายได้รวม) ซึ่งเป็น Distributor ให้กับ Tesco ชะลอคำสั่งซื้อ ทั้งนี้ผู้บริหารอยู่ระหว่างทบทวนปรับเป้าการเติบโตในปีนี้จากเดิมที่ตั้งเป้ารายได้โต 10% - 15% โดยขอรอดูใน 3Q19 ว่าคำสั่งซื้อจะกลับมาได้ทันหรือไม่ หรืออย่างช้ายังคาดหวังว่าจะกลับมาใน 4Q19 อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มกำไร 2Q19 ที่ไม่สดใส คาดจะลดลง Q-Q และทำได้เพียงทรงตัว Y-Y นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในปีนี้สูงขึ้นกว่าปกติ เพราะมีแผนใช้จ่ายทางการตลาดและทำโปรโมชั่นครบรอบ 20 ปีของบริษัทด้วย ซึ่งจะเห็นค่าใช้จ่ายสูงขึ้นใน 2Q19 – 4Q19 เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ลง 12% เหลือเป็นการเติบโตเพียง 2% Y-Y จากเดิมคาดโต 16% Y-Y และปรับลด PE ลงเป็น 20 เท่า จากเดิม 23 เท่า เพื่อสะท้อนการเติบโตที่ลดลง และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 10.6 บาท จากเดิม 14 บาท แม้จะยังมี Upside 17% แต่ที่ประมาณการใหม่ของเรายังดูมี Downside หากคำสั่งซื้อไม่ฟื้นตัวใน 2H19 เราจึงปรับลดคำแนะนำเป็น ชะลอการลงทุน จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
06
มิถุนายน
2019
HANA (AVOID/19TP: 26), ผู้ผลิต Consumer Electronics หยุดชะงัก ประเมินผล Trade War
(views 21)
จากประชุมวานนี้ โทนลบ แม้ระยะสั้นคำสั่งซื้อใน 2Q19 จะปรับขึ้น Q-Q แต่มองเป็นการชั่วคราว เพราะมาจากลูกค้า Restock หลังจากที่ระบายออกไปมากช่วงก่อนหน้า แต่สถานการณ์ Trade War ตึงเครียดมากขึ้น ภายหลังสหรัฐปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเป็น 25% จากก่อนหน้าที่ 10% ทำให้ปัจจุบันอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกกำลังหยุดชะงัก และอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบ ซึ่งทุกคนกำลังติดตามการเจรจาในรอบถัดไปสิ้นเดือน มิ.ย. นี้ กรณี Worst Case หากถูกเก็บในอัตรา 25% ยืดเยื้อไปมากกว่า 1 ปี จะเป็นลบต่อ HANA อย่างมาก โดยเฉพาะโรงงานในจีน ที่ต้องถูกลดขนาดลง และย้ายฐานการผลิตมายังโรงงานที่ลำพูนและกัมพูชา รวมถึงโรงงาน IC ที่อยุธยาจะได้รับผลลบอย่างมากเพราะส่วนใหญ่ผลิตสินค้ากลุ่ม Smartphone ท้ายที่สุดหากต้องมีการปรับฐานการผลิตครั้งใหญ่ จะนำไปสู่การลงทุนรอบใหม่ของบริษัท และอาจกระทบต่อการจ่ายปันผลในช่วง 1-2 ปีนี้ เราปรับลดกำไรปกติปีนี้ลง 38% เป็นกำไรที่ลดลง -37% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 26 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) แม้ราคาหุ้นจะปรับลงมาจนต่ำกว่า Book Value แต่ด้วยความเสี่ยงจาก Trade War ที่ยังประเมินผลกระทบไม่ได้ และคาด Dividend Yield ปีนี้จะลดลงเป็น 4% จากอดีตที่ 8% ในขณะที่ผู้บริหารเองยัง Wait and See เราจึงคงคำแนะนำชะลอการลงทุนตามเดิม
อ่านเพิ่มเติม
05
มิถุนายน
2019
KTC (BUY/19TP: 44), เริ่มนาโน, พิโค, และสินเชื่อจำนำทะเบียน 3Q19
(views 14)
ผู้บริหารกล่าวใน Opportunity day ว่าธุรกิจใหม่ของ KTC ได้แก่ นาโนไฟแนนซ์ พิโกไฟแนนซ์ และสินเชื่อจำนำทะเบียนน่าจะเปิดดำเนินการได้ใน 3Q19 อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถให้เป้าหมายการเติบโตได้ ต้องขอเวลาศึกษาพฤติกรรมตลาดและกลุ่มลูกค้า 1-2 ไตรมาสก่อนประเมินอีกครั้ง ในเบื้องต้นคาดว่าธุรกิจน่ามีกำไรในปี 2021 ส่วนธุรกิจหลัก บริษัทเห็นการชะลอตัวของยอดการใช้จ่าย ซึ่งทำให้เป้าหมาย Spending growth อาจทำได้น้อยกว่าเป้าหมายที่ 15% แต่ยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อและผลกำไร การดีเลย์ของธุรกิจใหม่ไม่ส่งผลต่อประมาณการกำไรของเรา โดยเรายังคงกำไรปี 2019 ที่ 6.3 พันลบ. +22.8%Y-Y คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 44 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
มิถุนายน
2019
MAJOR (BUY/19TP: 33), แนวโน้มกำไรปกติ 2Q19 โตแรง Q-Q ทำ New High
(views 15)
เราคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรปกติ 2Q19 ที่คาดโตแรง Q-Q และโต Y-Y เป็นระดับสูงสุดของปี และทำ New High จากปัจจัยฤดูกาลและหนังหลายเรื่องทำรายได้ดี โดยเฉพาะ “Avengers Endgame” ที่ทำรายได้สูงทุบสถิติเป็นประวัติการณ์ระดับ 750 ล้านบาท หนุนรายได้ตั๋วหนังใน 2Q19 คาดเบื้องต้น โตแรงกว่า 50% Q-Q และโต Y-Y ได้ราว 8-10% และแนวโน้ม 3Q19 โตดี Y-Y ต่อเนื่อง จากหนังแข็งแกร่ง คงประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2019 โตดี 27% แม้กำไรสูทธิโตใม่มาก 8% จากปีก่อนที่มีกำไรพิเศษสูง และเป็นหุ้นจ่ายปันผลค่อนข้างสม่ำเสมอระดับ 5% คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 33 บาท (DCF)
อ่านเพิ่มเติม
31
พฤษภาคม
2019
GUNKUL (BUY/19TP: 3.6), คาดกำไร 2Q19 โต Q-Q, Y-Y และเร่งตัวขึ้นอีกในครึ่งปีหลัง
(views 16)
จาก Opp Day เมือวาน เราคงมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการใน 3 ไตรมาสที่เหลือของปีนี้ โดยคาดกำไรปกติ 2Q19 เพิ่ม Q-Q, Y-Y จากโรงไฟฟ้าโซลาร์ใหม่ในญี่ปุ่นเริ่ม COD และโรงไฟฟ้าดำเนินการมากขึ้น ผลประกอบการจะเร่งตัวขึ้นอีกใน 2H19 จากรายได้โรงไฟฟ้าลมในไทยและโรงไฟฟ้าโซลาร์ในญี่ปุ่นมากขึ้นตามฤดูกาล รวมทั้งรับรู้รายได้จากงาน EPC มากกว่า 1H19 โดยมี Backlog รองรับสูง แม้ทั้งปีคาดกำไรปกติโตไม่มากจากฐานสูง แต่กำไรสุทธิโตแรงจากปีก่อนที่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ ราคาหุ้นยังมี Upside 21% จากเป้าหมายปี 2019 ที่ 3.60 บาท ยังไม่รวมโครงการที่อยู่ระหว่างศึกษาในต่างประเทศ เช่น ที่เวียดนาม มาเลเซีย และไต้หวัน คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤษภาคม
2019
BJC (BUY/19TP: 58), ช่วงที่เหลือของปีนี้อาจทำผลงานได้ต่ำกว่าเป้าหมาย
(views 18)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนไปทางลบ สถานการณ์ในช่วงที่เหลือของปีนี้ดูเหนื่อยมาจาก นับตั้งแต่ผลประกอบการ 1Q19 ถือว่าทำได้ต่ำกว่าเป้าหมาย โดย BIGC เริ่มเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้น และด้วยแผนเปิดสาขาใหม่ในอัตราเร่งในช่วง 2H19 จึงคาดแนวโน้มค่าใช้จ่ายจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ในขณะที่รายได้จากธุรกิจกระป๋องที่ลูกค้ารายเดิมมีการชะลอคำสั่งซื้อ ดูมีความเสี่ยงมากขึ้นว่าจะสามารถหาลูกค้ารายใหม่มาทดแทนได้ทั้งหมดทันในปีนี้ได้ตามเป้าหมายหรือไม่ แต่ถึงจะหาได้ทัน ก็อาจมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าลูกค้าเดิม ดังนั้นเราจึงปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2019 ลง 6% เป็น 6.87 พันล้านบาท เป็นการเติบโต 6.7% Y-Y ลดลงจากเดิมที่คาดโต 13.5% Y-Y แต่ในส่วนของกำไรสุทธิปีนี้อาจลดลงเล็กน้อย เพราะต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายตั้งรองผลประโยชน์พนักงานราว 300 ล้านบาทใน 2Q19 และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 58 บาท จากเดิม 66 บาท (DCF) โดยคาดกำไรในช่วง 3 ปีข้างหน้าเติบโตลดลงเป็นเฉลี่ยปีละ 13.5% จากเดิม 14.4% ที่ราคาเป้าหมายใหม่ยังมี Upside 20.8% จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤษภาคม
2019
BCH (BUY/19TP: 21), 2Q19 ชะลอชั่วคราว 2H19 กลับมาโตดี
(views 38)
เราคาดกำไร 2Q19 ของ BCH จะชะลอตัวชั่วคราวจากแรงกดดันทั้งการตั้งสำรองลูกหนี้ประกันสังคมในส่วนโรคซับซ้อน (RW>2) และสำรองผลประโยชน์พนักงานจากกฎหมายแรงงานใหม่ อย่างไรก็ตามคาดว่าโมเมนตัมกำไรจะกลับมาเติบโตแข็งแกร่งอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลังโดยเฉพาะใน 3Q19 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ แม้การเติบโตของ WMC จะเริ่มชะลอลงในส่วนศูนย์แผลเบาหวาน แต่คาดว่าศูนย์ IVF จะเริ่มเข้ามาช่วยหนุนการเติบโตใน 4Q19 เป็นต้นไป เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 +13.8% Y-Y แม้จะเริ่มเห็น Downside เล็กน้อย แต่คาดว่าราคาหุ้นปรับตัวลงรับประเด็นลบไปมากพอสมควร จึงมองเป็นโอกาสในการเข้า “ซื้อ” อีกครั้ง โดยยังคงราคาเหมาะสมที่ 21 บาท
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤษภาคม
2019
ASAP (SELL/19TP: 2.05), ต้องผ่านปี 2019 ไปให้ได้ก่อน ปี 2020 จะดีขึ้น
(views 14)
การประชุมนักวิเคราะห์ยังไม่ทำให้มุมมองต่อกำไรปี 2019 เปลี่ยนไปเราคงคาดการณ์กำไรปี 2019 จะลดลง 40%Y-Y เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนบริการและต้นทุนทางการเงิน อย่างไรก็ตามโมเมนตัมรายได้หลักจะดีขึ้นในปี 2020 โดยเฉพาะจากธุรกิจขายรถหมดสัญญาและธุรกิจเช่ารถระยะสั้นทั้งผ่าน Counter, ผ่าน Application และผ่าน Francise แน่นอนว่าบริษัทต้องผ่านปีนี้ไปให้ได้ก่อน การลงทุนสำหรับระยะ 1 ปีจึงอาจมีตัวอื่นที่ดีกว่าก่อนที่ ASAP จะกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง คงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 2.05 บาท คงคำแนะนำ ขาย หรือเปลี่ยนตัวเล่น
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤษภาคม
2019
EPG (BUY/20TP: 8.5), กำไรปกติทั้งปี -11% ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว คาดกำไรปีนี้ฟื้น 11%
(views 21)
กำไรปกติ 4Q19 (ม.ค.-มี.ค. 2019) -28% Q-Q, -39% Y-Y ทำให้ทั้งปี -11% Y-Y EPG รายงานกำไรสุทธิปี 2019 (สิ้นสุด มี.ค. 2019) 904.6 ล้านบาท ต่ำกว่าที่เราคาด 3% แต่ถ้าไม่รวมขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 4 ล้านบาทและสำรองประโยชน์พนักงาน 48 ล้านบาท กำไรปกติจะเป็น 957 ล้านบาท -11% Y-Y สำหรับผลประกอบการ 4Q19 EPG มีกำไรสุทธิเพียง 112 ลบ. -50.1% Q-Q, -51.6% Y-Y แต่หากไม่รวมรายการพิเศษซึ่งส่วนใหญ่เป็นสำรองผลประโยชน์พนักงาน จะเป็นกำไรปกติ 167 ล้านบาท -27.9% Q-Q, -38.7% Y-Y กำไรที่แย่ลงทั้ง Q-Q และ Y-Y มาจากธุรกิจ Aeroklas และ Aeroflex ชะลอตามภาวะเศรษฐกิจโลกและค่าเงินบาทแข็ง ตามที่เรารายงานไปแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบ Gross margin ของทั้ง 2 ธุรกิจให้เหลือเพียง 23.0% และ 41.3% ตามลำดับ เนื่องจากบริษัทมีโรงงานขนาดใหญ่ มีต้นทุนคงที่สูง และยังไม่ได้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงเพราะการขายช้าทำให้บริษัทยังมีวัตถุดิบราคาสูงใช้ในไตรมาสนี้ (แต่จะได้ประโยชน์เต็มที่ในไตรมาสถัดไป) แต่เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นสำหรับธุรกิจ EPP ที่แม้ยอดขายจะยังเท่ากับไตรมาสก่อนแต่ Gross margin ขยับขึ้นมาที่ 15.1% จาก 13.6% ใน 3Q19 หลังปรับกลยุทธ์หันมาทำตลาดใหม่ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์อาหารซึ่งการแข่งขันน้อยกว่า
อ่านเพิ่มเติม
27
พฤษภาคม
2019
TVO (HOLD/19TP: 26), ราคาถั่วเหลืองถูกกดดันจาก Trade War ปีนี้ยากลำบากมากขึ้น
(views 17)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โทนค่อนไปทางลบ แม้จะมีปัจจัยบวกต่อราคาถั่วเหลืองตลาดโลก เพราะการเพาะปลูกใน US ล่าช้า อาจทำให้ปริมาณผลผลิตปีนี้ต่ำกว่าคาด และราคาถั่วเหลืองปัจจุบันอาจมองเป็น Bottom แล้วเพราะต่ำกว่าต้นทุนการปลูกราว 8.4% แต่การปรับขึ้นของราคาถั่วเหลืองอาจไปได้ไม่ไกล เพราะยังมีเรื่อง Trade War, โรคในหมู AFS และปริมาณสต็อกของโลกที่สูงมากกดดันราคาถั่วเหลืองอยู่ ในขณะที่แนวโน้มกำไร 2Q19 อาจลดลงทั้ง Q-Q, Y-Y เพราะราคาขายกากถั่วเหลืองและน้ำมันถั่วเหลืองลดลง ส่วนผลประกอบการในช่วง 2H19 ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของราคาถั่วเหลืองเป็นหลัก ยิ่ง Trade War ยืดเยื้อไปมากเท่าไหร่ ยิ่งกดดันราคาถั่วเหลืองมากเท่านั้น ทำให้เราปรับลดมุมมองราคาถั่วเหลืองปีนี้เหลือ US$8.5 – US$9.5 ต่อบุชเชล ลดลงจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ US$9.57 ต่อบุชเชล และปรับลดกำไรปกติปี 2019 ลง 25% เป็น 1.36 พันล้านบาท (-22.8% Y-Y) และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 26 บาท จากเดิม 32 บาท แม้ราคาหุ้นปัจจุบันค่อนข้างเต็มมูลค่า แต่คาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปีนี้ราว 6% จึงปรับลดเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
27
พฤษภาคม
2019
SEAFCO (BUY/19TP: 10.2), แนวโน้มกำไร 2Q19 ดีต่อเนื่อง เดินหน้ารับงานใหม่
(views 14)
เรายังมีมุมมองบวกกับอุตสาหกรรมฐานก่อสร้างที่เป็นขาขึ้น ตามการขยายตัวของการลงทุนทั้งภาครัฐ และเอกชน แม้บริษัทมีงานในมือปัจจุบันที่ลดลงเป็น 1.78 พันล้านบาทเท่ากับค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง แต่โครงการภาครัฐขนาดใหญ่ที่เป็นรูปธรรมขึ้น และมีงานที่อยู่ระหว่างยื่นประมูลรวม 3 หมื่นล้านบาท จะช่วยเพิ่มฐานงานในมือให้ทำสถิติใหม่อีกครั้ง หนุนการเติบโตของรายได้ปี 2020 ขณะที่แนวโน้มกำไร 2Q19 คาดทรงตัวสูง ขยายตัวเด่น Y-Y จากงานก่อสร้างต่อเนื่องทั้งรถไฟฟ้าสีส้ม, ชมพู และโครงการ Mixed-use บวกกับคาดมาร์จิ้นอยู่ในระดับที่ดี จากงานรับเฉพาะค่าแรงในสัดส่วนที่สูง เรายังแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 10.20 บาท ในฐานะผู้รับประโยชน์โดยตรงจากการเร่งผลักดันงานประมูล ขณะที่ Valuation น่าสนใจ ราคาหุ้นที่ปรับลง -13% YTD Underperform กลุ่มที่ +3% และเทรดบน PE2019 เพียง 14.5x เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต -1SD
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤษภาคม
2019
CK (BUY/19TP: 32), รับปัจจัยบวกจากงานประมูลที่เร่งผลักดันต่อเนื่อง
(views 16)
บริษัทมีงานรอเซ็นอยู่ 8.6 พันล้านบาท หนุนให้งานในมือปัจจุบันที่ 4.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 5.1 หมื่นล้านบาท ขณะที่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินที่เตรียมเซ็นภายใน 15 มิ.ย.นี้ จะเป็นปัจจัยเร่งสำคัญในการเพิ่มฐานงานในมือแตะระดับแสนล้านบาทอีกครั้งในรอบ 4 ปี นอกจากนี้ งานประมูลภาครัฐที่เป็นรูปธรรมขึ้นเปิดโอกาสในการรับงานต่อเนื่อง เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 ที่ 1.8 พันล้านบาท (+8% Y-Y) จาก Backlog ปัจจุบันเท่านั้น ส่วนงานใหม่จะเป็นบวกต่อรายได้ในปี 2020 ต่อเนื่องอีก 3-5 ปีข้างหน้า ยังแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 32 บาท ในฐานะผู้รับเหมารายใหญ่ที่ได้รับผลดีจากการลงทุนภาครัฐที่เร่งตัวขึ้น และมีการเติบโตของเงินลงทุนในบริษัทลูกที่แข็งแกร่ง ขณะที่ราคาหุ้นซื้อขายบน PBV ที่ 1.7x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต รวมถึงยัง Laggard STEC, UNIQ และ Discount NAV ของบริษัทลูกอยู่มาก
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤษภาคม
2019
TK (SELL/19TP: 9.5), ตลาดในประเทศฉุดทั้งสินเชื่อและคุณภาพหนี้
(views 14)
การวางกลยุทธที่จะขยายไปตลาดต่างประเทศในหลายปีก่อนของ TK ถือเป็นแนวทางที่ดีและช่วยชดเชยยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศที่อิ่มตัวและเราอาจเห็นการชะลอตัวของยอดขายฯในประเทศในปีนี้ที่ราว 3-4%Y-Y แม้กระนั้นการขยายตัวของสินเชื่อคงค้างสำหรับ TK อาจเติบโตได้ราว 9%Y-Y ซึ่งทั้งหมดเกิดจากการปล่อยสินเชื่อในต่างประเทศ โดยบริษัทมีสาขาที่กัมพูชา สปป.ลาว และล่าสุดที่เมียนม่า (คาดว่าจะเริ่มให้บริการใน 3Q19) ระยะสั้นอาจเห็นการชะลอตัวของกำไรสุทธิใน 2Q19 ที่ราว 7%Q-Q เนื่องจากคาดการณ์ค่าใช้จ่ายสำรองฯที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลของการล่าช้าในการชำระหนี้ แต่น่าจะฟื้นตัวได้ดีขึ้นใน 2H19 เราจึงคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 ที่ 463 ลบ. +13.6%Y-Y และคงราคาเหมาะสมที่ 9.50 บาท ราคาหุ้น Price in โอกาสในต่างประเทศไปบ้างแล้วแต่ยังไม่ตอบรับยอดขายในประเทศที่อาจชะลอกว่าที่คาด จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ขายทำกำไร (จากเดิม ถือ)
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤษภาคม
2019
SYNEX (BUY/19TP: 12), ราคาหุ้นสะท้อนข่าวร้ายมากเกินไป เป็นโอกาสสะสม
(views 17)
การปรับลงของราคาหุ้นวานนี้ 11% หลังมีข่าว Huawei ถูกสหรัฐแบน สะท้อนข่าวร้ายมากเกินไป แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันบริษัททำอะไรไม่ได้มากในฐานะตัวแทนจำหน่าย แต่สิ่งที่ทำได้และทำให้เราหมดกังวลคือการบริหารจัดการสต็อก ปัจจุบันสต็อก Huawei P30 เหลือไม่ถึง 10% อย่างไรก็ตาม เราปรับลดกำไรปีนี้ลง 7% จากกำไร 1Q19 ที่ทำได้น้อยกว่าคาด และจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นจากการจ่ายปันผลเป็นหุ้น กำไรสุทธิที่ประเมินใหม่ในปีนี้เป็น 772 ล้านบาท +7% Y-Y (กำไร 1Q19 คิดเป็น 24% ของประมาณการทั้งปี) อิง PE 15 เท่าซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยในอดีต ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 12 บาท ลดลงจากเดิมที่ 14.50 บาท ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
พฤษภาคม
2019
VL (IPO: 1.75/19TP: 2.24), ผู้ขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ที่มีกองเรือทันสมัยกว่าอุตสาหกรรม
(views 14)
VL ดำเนินธุรกิจให้บริการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และเคมีภัณฑ์ทางทะเล ทั้งในและต่างประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเรือให้บริการ 12 ลำ น้ำหนักบรรทุกรวม 35,081 DWT ทิศทางกำไรปี 2015-2018 ชะลอตัวเพราะอยู่ในช่วงขยายกองเรือ แต่รายได้ยังโตดีตามอุตสาหกรรม ซึ่งขึ้นอยู่กับอุปสงค์น้ำมันและการขยายกำลังการผลิตของโรงกลั่น ที่จะโตเฉลี่ย 3-4% ต่อปี อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ากำไรสุทธิจะมาเร่งตัวตั้งแต่ปี 2019 ที่ 47% Y-Y เป็น 90 ล้านบาท เพราะผลของการขยายกองเรือและการจ่ายคืนหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ย ส่วนปี 2020-2021 คาดโตเฉลี่ย 27% ต่อปี จากการปรับปรุงเส้นทางวิ่งในต่างประเทศเพื่อเพิ่มอัตรากำไร จุดเด่นของ VL อยู่ที่อายุเฉลี่ยของกองเรือที่ต่ำเพียง 16 ปี เทียบกับอุตสาหกรรมที่ 18-20 ปี และกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่นคงเช่น ESSO BCP และ Chevron เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2019 โดยอิง PE เฉลี่ยของ Peer Group ที่ 20 เท่า ได้เท่ากับ 2.24 บาท
อ่านเพิ่มเติม
21
พฤษภาคม
2019
ASK (BUY/19TP: 28.6), ยอดขายรถเชิงพาณิชย์เติบโตดี
(views 12)
ยอดขายรถเชิงพาณิชย์ใน 3M19 ยังเติบโตสดใสที่ 9.5%Y-Y ส่วนใหญ่มาจากรถปิคอัพและรถแวน+มินิบัส ส่วน ASK การเติบโตสอดคล้องกัน โดยสินเชื่อปล่อยใหม่ 3M19 +17%Y-Y และแนวโน้มที่เหลือของปี ยังมีปัจจัยบวกจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ซึ่งคาดว่าน่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการเกษตร ท่องเที่ยว และส่งออก ซึ่งดีต่อการใช้รถเชิงพาณิชย์ เราคาดการณ์กำไรปกติ 2Q19 ที่ 208 ลบ. +6.7%Q-Q, +8%Y-Y จากรายได้ดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเติบโตตามการขยายตัวของสินเชื่อที่ +3-5%Q-Q คงประมาณการกำไรทั้งปีที่ 898 ลบ. +8.5%Y-Y คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 28.60 บาท
อ่านเพิ่มเติม
21
พฤษภาคม
2019
MINT (BUY/19TP: 48), คาดการเติบโตของกำไรแข็งแกร่งในช่วงที่เหลือของปี
(views 17)
เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานของ MINT ในช่วงที่เหลือของปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2Q19 ที่เป็น High Season ของ NHH ขณะที่โรงแรมในไทยเริ่มเห็น Rev Par พลิกกลับมาบวก Y-Y ได้เล็กน้อย ส่วนโรงแรมในต่างประเทศคาดว่าแรงกดดันจากบทแข็งจะเริ่มลดลง นอกจากนี้ธุรกิจอาหารคาดเห็นการทยอยฟื้นตัวในช่วง 2H19 โดยเราคาดหวังว่าจะเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลชุดใหม่ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 เติบโต 17.1% Y-Y และทำ New High ต่อเนื่อง คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 48 บาท
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤษภาคม
2019
BEAUTY (HOLD/19TP: 5), เป้าของผู้บริหารยากเกินกว่าจะเป็นไปได้ แต่ประมาณการของเราก็อยู่บนความหวัง
(views 23)
เราเห็นถึงความตั้งใจของทีมผู้บริหารในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์แต่ต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตลาดใหม่และช่องทางใหม่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางแทบทุกตลาด เป้ารายได้ที่ผู้บริหารตั้งไว้ปีนี้เติบโต 20% อัตรากำไรสุทธิ 25% ยากเกินกว่าจะทำได้ในปีนี้ แต่เราเชื่อว่ากำไรผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 1Q19 การฟื้นตัวจะค่อยเป็นค่อยไป หากในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ กำไรในปีนี้น่าจะทำได้ 802 ลบ. ซึ่งก็ยังลดลง 19% Y-Y และต่ำกว่าประมาณการเดิมของเรา 10% ประเมินราคาเป้าหมาย 5 บาท (PE 18x) ประมาณการของเราไม่ conservative แต่อยู่บนการคาดการณ์ว่ากลยุทธ์ต่างๆจะประสบความสำเร็จ แต่หากไม่สำเร็จตามเป้า กำไรปีนี้อาจเหลือ 600-700 ลบ. เป้าจะเป็น 4.5-4.7 บาท เพิ่มคำแนะนำจากขาย เป็นถือรอพัฒนาที่ชัดเจน
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤษภาคม
2019
RS (BUY/19TP: 19.5), คาดกำไร 1Q19 อ่อนกว่าเคยคาด ลดลง Q-Q แม้ยังเพิ่ม Y-Y
(views 14)
แนวโน้มกำไรปกติ 2Q19 ค่อยๆ ดีขึ้น Q-Q และเพิ่ม Y-Y รวมผลเต็มไตรมาสจากความร่วมมือขายสินค้ากับช่องไทยรัฐทีวีและการทำโปรโมชัน แม้รายได้ช่อง 8 ดีฟื้นไม่มาก โดยการปรับผังรายการเพื่อเพิ่ม Rating คาดเห็นผลในครึ่งหลังของปี แต่กำไรสูทธิจะลดลง Y-Y จาก 2Q18 มีกำไรพิเศษสูง เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปีนี้ลง 5-8% สะท้อนมุมมองบวกลดลงของทั้งธุรกิจทีวีดิจิตอลและ MPC แต่ยังเป็นกำไรปกติปีนี้โต 31% Y-Y ขณะที่ราคาหุ้นปรับฐานลงมามาก เปิด Upside 20% จากเป้าหมายปี 2019 ใหม่ที่ 19.50 บาท จากเดิม 21.50 บาท (รวมผลบวกจากม.44 และลดทุนโดยไม่ขายหุ้นซื้อคืน) ปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ จากเดิมถือ
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤษภาคม
2019
CHG (BUY/19TP: 2.2), ยังคาดหวังการเติบโตที่แข็งแกร่งใน 2H19
(views 19)
แนวโน้มกำไร 2Q19 ของ CHG คาดว่าจะหดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y จากทั้ง Low Season และผลขาดทุนเริ่มแรกของโรงพยาบาลใหม่ รวมถึงการบันทึกผลประโยชน์พนักงาน แต่เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวในช่วง 2H19 ที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากฐานต่ำในปีก่อน โดยโมเมนตัมรายได้ของ CHG ยังเติบโตโดดเด่นโดยเฉพาะกลุ่มเงินสด ขณะที่การรับรู้รายได้ประกันสังคมกลับมาเป็นปกติ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 โต 3.7% Y-Y โดยเริ่มเห็น Upside เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 2.20 บาท โดยการอ่อนตัวของราคายังเป็นโอกาสในเข้า “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2019
AMATA (BUY/19TP: 28), กำไร 1Q19 ดีกว่าที่เราคาดแต่ต่ำกว่าตลาดคาด
(views 24)
กำไร 1Q19 ดีกว่าคาดจากยอดขายที่ดินที่แย่น้อยกว่าคาดและคุมรายจ่ายได้ดี AMATA รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 276.7 ล้านบาท มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 35 ล้านบาท ถ้าตัดรายการพิเศษออก จะเป็นกำไปกติ 311.7 ล้านบาท -8.3% Q-Q, -32.9% Y-Y ดีกว่าที่เราคาด 30% แต่แย่กว่าตลาดคาดราว 10% เพราะการขายที่ดินทำได้น้อย แต่ดีกว่าเราคาด รายได้จากการโอนที่ดินทำได้ 392 ล้านบาท (38% ของรายได้รวม) -52.1% Q-Q, -25.4% Y-Y แม้จะลดลงมากแต่ก็ดีกว่าที่เราคาด รายได้ที่อยู่ในระดับต่ำเกิดจากโอนที่ดินได้เพียง 80 ไร่ น้อยกว่า 1Q18 และ 4Q18 ที่โอนได้ 107 ไร่และ 237 ไร่ ตามลำดับ และที่ดินที่โอนส่วนใหญ่ 57 ไร่เป็นที่ดินในนิคมอมตะไทยไชนีสซึ่งมีราคาขายต่ำ นอกจากนี้ ยังมีการซื้อที่ดินกลับมาจากลูกค้าเก่าที่ระยองซึ่งกดดันมาร์จิ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ดินลดเหลือ 40% จาก 71.6% ใน 1Q18 และ 61.2% ใน 4Q18 ส่วนรายได้จากการขายสาธารณูปโภคและโรงงานให้เช่าสำเร็จรูป ค่อยๆโตต่อเนื่องและรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2019
CK (BUY/19TP: 32), กำไร 1Q19 ดีกว่าคาด ลุ้นรับงานใหม่เข้ามาเติม
(views 15)
กำไรปกติ 1Q19 ขยายตัวดี 28% Q-Q และ 18% Y-Y CK รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 355 ล้านบาท (-3% Q-Q, +18% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษใน 4Q18 กำไรปกติจะเติบโต 28% Q-Q และ 18% Y-Y ดีกว่าที่เราคาด 9% และดีกว่าตลาดคาด 40% โดยมีสาเหตุจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้สูงกว่าคาด
สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) รายได้งานก่อสร้างเร่งขึ้น +5% Q-Q, +1% Y-Y อยู่ที่ 7.5 พันล้านบาท หนุนจากการเดินหน้างานรถไฟฟ้าสายสีส้ม และ M&E สายสีน้ำเงินต่อขยาย 2) อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 8.6% สูงสุดในรอบ 3 ปี เทียบกับ 4Q18 ที่ 7.7% และ 1Q18 ที่ 8% หลักๆมาจากการรับรู้รายได้จากงานรถไฟฟ้าซึ่งมีมาร์จิ้นดีในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น 3) ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอยู่ที่ 258 ล้านบาท (+84% Q-Q, +28% Y-Y) จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของทั้ง BEM และ CKP อย่างไรก็ตาม SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 7% เพิ่มขึ้นจาก 6.5% ใน 4Q18 และ 5.6% ใน 1Q18
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2019
KCE (AVOID/19TP: 17.8), สถานการณ์ช่วงที่เหลือของปีดูยากลำบากมากขึ้น
(views 18)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนลบ สถานการณ์ในช่วงที่เหลือของปีนี้ดูยากลำบากมากขึ้น เพราะยอดขายรถยนต์ทั่วโลกยังชะลอตัวต่อเนื่อง ในขณะที่คำสั่งซื้อของบริษัทดูชะลอมากกว่า เพราะลูกค้าทยอยใช้สต็อกเก่าของตัวเอง และสั่งคำสั่งซื้อน้อยลง กอปรกับยังมี Sentiment เชิงลบจาก Trade War ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อสินค้าราคาแพงอย่างรถยนต์ ทำให้ผู้บริหารปรับลดเป้าการเติบโตรายได้ในปีนี้เป็นทรงตัวจากปีก่อน จากเดิมตั้งเป้าโต 10% - 11% Y-Y และหันมาเน้น Cost Saving แทน โดยจะลดค่าใช้จ่ายด้านพนักงานลง ด้วยการใช้ Automation แทน และเพิ่มประสิทธิภาพของแรงงานคนให้มากกขึ้น กอปรกับลดการพึ่งพิงกลุ่ม Auto จากปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้สูงถึง 70% ของรายได้รวม ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีความซับซ้อนแต่มาร์จิ้นดีอย่าง HDI ทั้งนี้จากการปรับลดเป้ารายได้ของผู้บริหาร และกำไร 1Q19 ที่ออกมาอ่อนแออย่างมาก เราจึงปรับลดกำไรปกติปี 2019 ลง 37% เป็นกำไรที่ลดลงจากปีก่อน 20.9% Y-Y จากเดิมคาดโต 26.2% Y-Y และปรับลด PE เป็น 15 เท่า จากเดิม 17 เท่า สะท้อนอัตราการเติบโตที่ลดลง ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 17.8 บาท จากเดิม 32 บาท ยังแนะนำชะลอการลงทุนตามเดิม รอดูการฟื้นตัวชัดเจนก่อน
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2019
OSP (HOLD/19TP: 32.5), ปีนี้ยังเน้นลดต้นทุน และทยอยออกสินค้าใหม่หนุนการเติบโต
(views 15)
จากกำไรที่สดใสใน 1Q19 แนวโน้มการเติบโตในช่วงที่เหลือของปียังดูดีต่อเนื่อง โดยยังมีแผนออกสินค้าใหม่ทั้งในกลุ่มเครื่องดื่ม (การปรับ Packaging) และกลุ่มของใช้ส่วนบุคคล ทั้งกลุ่มเด็ก และกลุ่มผู้หญิงที่จะแตกไลน์เน้น Organic และเจาะลูกค้ากลุ่มกลางบนมากขึ้น ในขณะที่จะเน้นทำการตลาดออนไลน์เป็นหลัก เพื่อคุมค่าใช้จ่ายให้ได้ตามแผน ควบคู่ไปกับโครงการลดต้นทุนเฟส 2 ที่ยังทำต่อเนื่อง และมีเป้าหมายลดต้นทุนภายใน 3-5 ปีนี้อย่างชัดเจน ซึ่งเริ่มเห็นผลสำเร็จตั้งแต่ 1Q19 ที่ผ่านมา จากการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นที่น่าประทับใจ ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2019 ขึ้น 15% เป็นการเติบโต 27.8% Y-Y จากเดิมคาดโต 11% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 32.5 บาท จากเดิม 28 บาท (อิง PE เดิม 27 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาสะท้อนการเติบโตที่ดีในปีนี้ไปพอสมควร จึงปรับลดคำแนะนำ เป็น ถือ / ซื้อเมื่ออ่อนตัว จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2019
STEC (BUY/19TP: 28.5), กำไรปกติ 1Q19 ขยายตัวดี Q-Q และ Y-Y
(views 13)
กำไรสุทธิ 1Q19 ตามคาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด จากค่าใช้จ่ายพิเศษ STEC รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 อยู่ที่ 343 ล้านบาท (-46% Q-Q, +18% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด 10% เนื่องจากมีการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายพิเศษพนักงานตามกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ราว 46 ล้านบาท (หลังหักภาษี) หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติจะเท่ากับ 389 ล้านบาท เติบโต 4% Q-Q และ 65% Y-Y
สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) รายได้งานก่อสร้างทำได้ 7.5 พันล้านบาท ชะลอ 20% Q-Q จากฐานที่สูงใน 4Q18 แต่โตเด่น 41% Y-Y ตามการเดินหน้าก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม, เหลือง และชมพู รวมถึงงานที่ทำต่อเนื่องทั้งโรงไฟฟ้า รถไฟทางคู่ และรัฐสภาใหม่ 2) อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 7.9% จาก 4Q18 ที่ 7.6% และ 1Q18 ที่ 7.7% จากการรับรู้งานรถไฟฟ้าที่มีมาร์จิ้นดีในสัดส่วนที่สูงขึ้น 3) SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 1.9% ใกล้เคียง 4Q18 แต่ปรับลดเล็กน้อยจาก 1Q18 ที่ 2.1%
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2019
PLANB (BUY/19TP: 8), กำไร 1Q19 ตามคาด
(views 14)
กำไร 1Q19 ลดลง 10.8% Q-Q แต่โต 10.9% Y-Y ตามคาด กำไร 1Q19 ที่ 154 ล้านบาท ใกล้เคียงคาดของเราที่ 155 ล้านบาท และตลาดคาด เป็นกำไรลดลง 10.8% Q-Q แต่ยังเพิ่ม 10.9% Y-Y กำไรลดลง Q-Q ตามฤดูกาล ที่ปกติในช่วง 2 เดือนแรกของ 1Q การใช้เม็ดเงินซื้อสื่อหลักเดิม สื่อนอกบ้านจะเบาลง กอปรกับความชัดเจนของการเลือกตั้ง เพิ่งมามากขึ้นในช่วงเดือนสุดท้ายของไตรมาส แม้มีรายได้จาก BNK (ถือหุ้น 35%) เพิ่มขึ้น จากการจัดกิจกรรมเพิ่มขึ้น ทำให้มีรายได้รวมเพิ่มเล็กน้อย 4.2% Q-Q (50.0% Y-Y) Gross margin ที่ 34.6% ดีขึ้นเล็กน้อย จากไตรมาสก่อนที่ 33.8% และ 1Q18 ที่ 34.0% อย่างไรก็ตาม กำไรส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย (Minority Interest) เพิ่มขึ้นมากด้วย ทำให้กำไรโตปานกลาง 10.9% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2019
SAWAD (HOLD/19TP: 53), แนวโน้มกำไร 2Q19 ยังทรงๆ
(views 14)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ผู้บริหารกล่าวถึง Loan spread ที่ชะลอลงใน 1Q19 ว่าน่าจะต่อเนื่องใน 2Q19 เนื่องจากบรรยากาศการขอสินเชื่อยังไม่ฟื้นตัว ส่วน NPL ที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นเหตุการณ์ชั่วคราวและบริษัทมีแนวทาง Write-off ถี่ขึ้นแนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q19 คาดว่าจะทรงตัว Q-Q แต่จะเพิ่มราว 38%Y-Y เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ขึ้น 4% เป็น 3.5 พันลบ. +27.65%Y-Y เพื่อสะท้อนบรรทัด minority interest ที่น้อยกว่าที่คาดไว้ ประมาณการอื่นๆค่อนข้างใกล้เคียงเดิม ปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 53 บาท คงคำแนะนำ ถือ 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2019
AP (BUY/19TP: 8.2), กำไร 1Q19 โตทั้ง Q-Q และ Y-Y ดีกว่าคาดเล็กน้อย
(views 14)
กำไร 1Q19 ขยายตัว 13% Q-Q และ 24% Y-Y AP รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 อยู่ที่ 1.08 พันลบ. (+13% Q-Q, +24% Y-Y) ดีกว่าที่เรา และตลาดคาดเล็กน้อย 5.7% และ 6.4% ตามลำดับ โดยกำไรเร่งขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y แกร่งสุดในกลุ่ม ได้แรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไร JV ที่เติบโตดี +25% Q-Q, +95% Y-Y
สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) ยอดโอนอยู่ที่ 7.5 พันล้านบาท หดตัว 10% Q-Q จากการเร่งโอนคอนโดไปมากใน 4Q18 แต่โตเด่น 42% Y-Y มีแรงหนุนหลักจากแนวราบที่ไปได้ดี +28% Q-Q, 49% Y-Y และคิดเป็นสัดส่วนถึง 80% ของยอดโอนรวม จากทั้งโครงการที่เปิดใน 2H18 และโครงการใหม่ใน 1Q19 2) อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯ อยู่ที่ 31% ใกล้เคียงกับ 4Q18 แต่ปรับลดจาก 1Q18 ที่ 32% เนื่องจากมีการรับรู้รายได้โครงการที่มีมาร์จิ้นต่ำอย่าง Vittorio ในสัดส่วนที่มากขึ้น 3) SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 19.3% ปรับลดจาก 4Q18 ที่ 21.9% จากผลของการเริ่มใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS15 ในไตรมาสนี้ 4) ส่วนแบ่งกำไร JV อยู่ที่ 293 ล้านบาท (+25% Q-Q, +95% Y-Y) จากการรับรู้ Backlog ต่อเนื่องของคอนโด Rhythm เอกมัย และ Life Asoke รวมถึงไม่มีการเปิดโครงการ JV ใหม่
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2019
BJC (BUY/19TP: 66), กำไร 1Q19 ตามคาด โดยรวมไม่ตื่นเต้น
(views 13)
กำไร 1Q19 ใกล้เคียงคาด แต่ไม่ตื่นเต้น กำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 1,504 ล้านบาท (-29.3% Q-Q, +4.1% Y-Y) ใกล้เคียงที่เราคาด (เราคาดไว้ 1,558 ล้านบาท) แต่ต่ำกว่า Consensus คาด 7% กำไรที่ลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล และหากไม่รวมรายการพิเศษในปีก่อน จะมีกำไรปกติโต 14% Y-Y มาจากรายได้ที่เติบโตราว 3.6% Y-Y จากรายได้ของ BIGC +5.4% Y-Y โดยมี SSSG +1% Y-Y และมาจากธุรกิจ Healthcare and Technical ที่รายได้โต 11% เพราะมีการรวมไวท์กรุ๊ปเข้ามาเต็มไตรมาส (ซื้อเข้ามาปลายปี 2018) ในขณะที่ธุรกิจ Packaging ไม่สดใสนัก มีรายได้ลดลง -8% Y-Y มาจากธุรกิจกระป๋องที่แผ่วลง -17.4% Y-Y หลังลูกค้าเครื่องดื่มชูกำลังลดคำสั่งซื้อ และยังหาลูกค้าใหม่มาชดเชยไม่ได้ทั้งหมด ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นรวมทำได้ที่ 19.3% เพิ่มขึ้นจาก 18.9% ใน 1Q18 มาจาก BIGC ที่ขายไปยังลูกค้า B2B ลดลง และต้นทุนวัตถุดิบของ Consumer ลดลง แต่อัตรากำไรขั้นต้นของ Packaging ลดลง -100 bps เพราะรายได้กระป๋องลดลง
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2019
ERW (BUY/19TP: 7.5), กำไร 1Q19 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
(views 16)
กำไร 1Q19 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ERW ประกาศกำไรปกติ 1Q19 ออกมาที่ 235 ลบ. +30.6% Q-Q, -17.9% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดเล็กน้อยราว 5% โดยรายได้เติบโต 3.4% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลแต่ชะลอตัว 1% Y-Y จากภาวะอุตสาหกรรมโดยนักท่องเที่ยวจีนและยุโรปยังคงหดตัวลง Y-Y หลังจากกลางปีก่อนถูกกระทบจากเหตุเรือล่มที่ภูเก็ต ส่งผลให้ Rev Par ของโรงแรมในไทยหดตัวเฉลี่ยราว 9% Y-Y ขณะที่ EBITDA Margin อ่อนตัวลงเหลือ 34.6% ในไตรมาสนี้จาก 36.4% ใน 4Q18 และ 1Q18 ตามลำดับ จากทั้งผลของ Operating Leverage รวมถึงโดนถ่วงจากโรงแรมที่เปิดใหม่ในปลายปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2019
ICHI (BUY/19TP: 4.6), กำไร 1Q19 ฟื้นตัวดีกว่าคาด ปีนี้จะกลับมาโตครั้งแรกในรอบ 5 ปี
(views 16)
กำไรสุทธิ 1Q19 ดีกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 114 ล้านบาท (+470% Q-Q, +245.5% Y-Y) ดีกว่าคาดมากถึง 44% (เราคาดไว้ 79 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ฟื้นตัวดีกว่าคาด โดยในแง่รายได้ยังทำได้เพียงทรงตัว Y-Y จากตลาดในประเทศที่รายได้ยังลดลง 8% Y-Y แม้ภาพรวมตลาดชาเขียวในประเทศ YTD จะเริ่มทรงตัวได้ หลังจากที่มูลค่า หลังจากที่มูลค่าตลาดชาเขียวลดลง 5 ปีติดต่อกัน (2013 - 2018) ส่วนหนึ่งอาจมาจากบริษัททำโปรโมชั่นน้อยลง เพื่อเน้นการทำกำไรมากขึ้น แต่ถูกชดเชยได้ทั้งหมดด้วยการเติบโตของรายได้ส่งออกอย่างต่อเนื่อง +6% Q-Q, +21.6% Y-Y ทำให้สัดส่วนรายได้ส่งออกปรับขึ้นมาอยู่ที่ 32.4% ของรายได้รวม จาก 26.7% ใน 1Q18 ภายหลังจากที่บุกตลาด CLMV จนประสบความสำเร็จอย่างมากในปีที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2019
JKN (HOLD/19TP: 9(UR)), กำไร 1Q19 โตดีกว่าคาด แต่ประมาณการทั้งปีอาจมี downside
(views 12)
กำไร 1Q19 โต 75.1% Q-Q, 14.1% Y-Y ดีกว่าคาด 8% กำไร 1Q19 ที่ 81 ล้านบาท ดีกว่าเราและตลาดคาดราว 8% เป็นกำไรโตแรง 75.1% Q-Q และ 14.1% Y-Y จากรายได้รวมโต 17.3% Q-Q, 22.8% Y-Y จากรายได้รวมโต 17.3% Q-Q, 22.8% Y-Y จากลูกค้าใหม่ แม้ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้นกว่าคาด จากการทำการตลาดและการขยายธุรกิจ ถูกหักล้างโดย Gross margin ที่ 43.3% ที่ดีกว่าคาด จากต้นทุนบริการต่ำกว่าดาด เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 32.7% แม้ลดลงจาก 1Q18 ที่ 44.8% จากต้นทุนตัดจำหน่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้น 24.3% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2019
MINT (BUY/19TP: 48), กำไร 1Q19 ต่ำกว่าคาด แต่เป็น Bottom // 2Q19 โตแรง
(views 12)
กำไร 1Q19 ต่ำกว่าเราและตลาดคาด MINT ประกาศกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 583 ลบ. -61.1% Q-Q, -66.1% Y-Y หากตัดรายการพิเศษ (ประกอบด้วยกำไรจากการขายธุรกิจ BreadTalk, กำไรจากการขายสินทรัพย์ของ NHH และ FX Loss) กำไรปกติจะอยู่ที่ 633 ลบ. -70.3% Q-Q, -63.2% Y-Y ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดในช่วงราว 800-1,300 ลบ.) โดยสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรต่ำกว่าคาดเกิดจากผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมที่อ่อนแอโดยเฉพาะในส่วนของ OAKS (การแข่งขันสูงขึ้นและค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียทีอ่อนค่าราว 9%) และ Ananta Vacation Club (ปรับราคาขายขึ้นประกอบกับตลาดจีนเริ่มไม่ค่อยดีจากสภาวะเศรษฐกิจ) ขณะที่โรงแรมในไทยปีก่อนฐาน โดยกำไรที่หดตัวแรงทั้ง Q-Q และ Y-Y เกิดจากผลขาดทุนของ NHH เนื่องจากเป็นช่วง Low Season
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2019
SAPPE (BUY/19TP: 22), กำไร 1Q19 ทำได้ดี และน่าจะดีต่อเนื่องใน 2Q19-3Q19
(views 12)
กำไร 1Q19 ใกล้เคียงคาด แต่ดีกว่าที่ Consensus คาดมาก กำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 115 ล้านบาท (+34.7% Q-Q, -1.7% Y-Y) หากไม่รวมกำไรจากการเปลี่ยนแปลงในส่วนได้เสียในบริษัทร่วม 10 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 106 ล้านบาท (+25.5% Q-Q, +1.9% Y-Y) ใกล้เคียงเราคาด (เราคาดไว้ 103 ล้านบาท) แต่ดีกว่าที่ Consensus คาด 25% ไตรมาสมีนี้มีการรวม All Coco เข้ามา 2 เดือน (เดิมรับรู้เป็นส่วนแบ่งกำไรขาดทุน) และเริ่มรับรู้รายได้จากการผลิต BLUE ให้กับบริษัทร่วมทุนที่มี Danone เป็นพันธมิตร ในช่วงเดือน มี.ค. ทำให้รายได้รวมเติบโต 20.5% Q-Q และ 10.5% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 37.3% จาก 35.9% ใน 4Q18 แต่ลดลงจาก 39.4% ใน 1Q18 เพราะ Product Mix ที่เปลี่ยนไป เนื่องจาก All coco มีอัตรากำไรต่ำกว่า และการผลิต BLUE ถือเป็นการผลิตให้กับลูกค้า OEM ซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่าสินค้าแบรนด์ แต่หากไม่รวม All Coco และ BLUE พบว่าอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาสนี้ปรับขึ้นเป็น 41% เพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากต้นทุนเม็ดพลาสติกปรับลง และการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2019
SEAFCO (BUY/19TP: 10.2), กำไรปกติ 1Q19 ดีกว่าคาด แตะระดับสูงสุดใหม่
(views 12)
กำไรปกติ 1Q19 โตแกร่ง 12% Q-Q และ 153% Y-Y SEAFCO รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 120 ล้านบาท (+3% Q-Q, +129% Y-Y) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษพนักงานตามกฎหมายแรงงานใหม่ราว 11 ล้านบาท (หลังหักภาษี) กำไรปกติจะอยู่ที่ 131 ล้านบาท (+12% Q-Q, +153% Y-Y) ดีกว่าเราและตลาดคาดเล็กน้อย 7% สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) รายได้งานก่อสร้างอยู่ที่ 851 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่โตก้าวกระโดด 90% Y-Y จากความคืบหน้าที่เพิ่มขึ้นของรถไฟฟ้าสายสีส้ม, ชมพู และ One Bangkok เฟส 4 รวมถึงการรับรู้งานใหม่อย่าง โครงการ Bangkok Mall, S12 สุขุมวิท 12 เป็นต้น 2) อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 22.5% ใกล้เคียง 1Q18 ที่ 22% แต่ปรับลดจาก 24.6% ใน 4Q18 3) SG&A ต่อรายได้อยุ่ที่ 4.4% ต่ำกว่าคาด ปรับลดจาก 9.5% ใน 4Q18 ที่มีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญบริษัทลูก
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2019
SISB (BUY/19TP: 8.84), แนวโน้มกำไร 2Q19 เติบโต Q-Q และก้าวกระโดด Y-Y
(views 12)
รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่น่าประทับใจและน่าจะเป็นฐานกำไรใหม่ของบริษัทเนื่องจากโครงสร้างหนี้สินและทุนที่เปลี่ยนไปหลังการขาย IPO (ปลอดหนี้) แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q19 อยู่ที่ราว 44 ลบ. +5%Q-Q (เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่าย One-time จากการปรับปรุงรายการทางบัญชีเหมือนใน 1Q18) และเพิ่มขึ้น 111%Y-Y ตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักเรียนและการปรับค่าธรรมเนียมการศึกษารวมถึงการประหยัดดอกเบี้ยจ่าย ประมาณการของเราอยู่บนสมมติฐานการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักเรียน 45 คน, อัตราเฉลี่ยค่าธรรมเนียมการศึกษาและ Gross margin จะทรงตัวจากไตรมาสก่อน กำไรจะเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดอีกครั้งใน 3Q19 เนื่องจากจะเป็นการเปิดภาคการศึกษาใหม่และปรับอัตราค่าเรียนเพิ่มขึ้น คงประมาณการและคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 8.84 บาท
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2019
SPALI (BUY/19TP: 24), กำไร 1Q19 ดีกว่าคาด ปรับประมาณการขึ้น
(views 10)
กำไร 1Q19 ชะลอ 37% Q-Q จากฐานสูง แต่เติบโต 65% Y-Y SPALI รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 อยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท (-37% Q-Q, +65% Y-Y) ดีกว่าที่เราและตลาดคาด 13% และ 12% ตามลำดับ โดยมีสาเหตุจากยอดโอนที่สูงกว่าคาด
สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) ยอดโอนอยู่ที่ 6.2 พันล้านบาท (-27% Q-Q, +41% Y-Y) แบ่งเป็นรายได้แนวราบ : คอนโดเท่ากับ 55 : 45 โดยหดตัว Q-Q จากฐานที่สูงใน 4Q18 แต่ขยายตัว Y-Y หนุนจากการเริ่มโอนคอนโด Supalai Lite รัชดาฯ-นราธิวาส-สาทร มูลค่า 2.36 ล้านบาท มียอดขาย 99% ประกอบกับมีการเร่งโอนก่อนเกณฑ์ LTV ใหม่มีผลบังคับใช้ใน 1 เม.ย. 2019 2) อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯอยู่ที่ 40% สูงสุดในรอบ 4 ปี ปรับขึ้นจาก 38.4% ใน 4Q18 และ 36.9% ใน 1Q18 จากการโอนคอนโดที่มีมาร์จิ้นดี 3) SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 10% ลดลงเมื่อเทียบกับ 13% ใน 1Q18 ที่มีค่าใช้จ่าย Commission ให้กับ Agent
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2019
SAWAD (HOLD/19TP: 53), กำไร 1Q19 ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ แต่กังวล NPL ที่สูงขึ้น
(views 9)
กำไร 1Q19 ดีกว่าที่เราคาดแต่ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ SAWAD รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 843 ลบ. เพิ่มขึ้น 10%Q-Q, 49%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดราว 5% แต่ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ กำไรที่ดีกว่าที่เราคาดมาจาก Minority interest บริษัทย่อยที่น้อยกว่าคาด หากไม่นับรายการดังกล่าวถือว่าใกล้เคียงกับที่เราคาด แต่รายได้หลักน้อยกว่าที่เราคาดโดยเฉพาะรายได้จากค่าบริการซึ่งลดลง 15%Q-Q และ 2%Y-Y (ยังไม่มีรายละเอียดว่าเกิดจากรายการใด) สังเกตว่า Loan spread ปรับลดลงมาอยู่ที่ 15.73% จาก 16.92% ในไตรมาสก่อนหน้าซึ่งเกิดจากอัตรา Loan yield ที่ลดลง (น่าจะเกิดจากสาเหตุเดียวกับ MTC คือจำนวนวันที่ใช้ในการคำนวณดอกเบี้ยใน 1Q มีน้อยกว่าไตรมาสอื่น) อย่างไรก็ตามบางส่วนถูกชดเชยจากค่าใช้จ่ายสำรองฯหนี้สูญที่ลดลง 47%Q-Q และ 21%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 0.7% น้อยกว่าที่เราคาดไว้ที่ 1.1% อัตรา Credit cost ที่น้อยลงเกิดจากการเปลี่ยนนโยบายการตั้งสำรองฯที่นำหลักประกันมาหักออกจากมูลหนี้ ทำให้ภาระสำรองฯน้อยลง
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2019
BDMS (BUY/19TP: 28), กำไร 1Q19 ดีกว่าคาด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 15)
1Q19 - กำไรสุทธิโตแรงตามคาด ส่วนกำไรปกติดีกว่าคาด BDMS ประกาศกำไรสุทธิ 1Q19 ออกมาที่ 8,439 ลบ. +525.1% Q-Q, +189.1% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษทั้งกำไรจากการขาย RAM สำรองผลประโยชน์พนักงานและค่าใช้จ่ายจัดหาที่ดินให้กฟน. กำไรปกติจะอยู่ที่ 2,926 ลบ. +40.9% Q-Q, +0.2% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาดราว 10% รายได้จากการให้บริการเติบโตใกล้เคียงคาด +4.5% Q-Q, +3.5% Y-Y โตชะลอเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนๆจากฐานสูง แต่ปัจจัยที่หนุนกำไรมาจากต้นทุนการให้บริการที่ต่ำกว่าคาดโดย Gross Margin (ไม่รวมสำรองผลประโยชน์พนักงาน) สูงถึง 36.1% ในไตรมาสนี้เพิ่มจาก 32.7% ใน 4Q18 และลดลงเพียงเล็กน้อยจาก 36.3% ใน 1Q18
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2019
CENTEL (HOLD/19TP: 40), กำไร 1Q19 ต่ำกว่าคาด ปรับลดประมาณการลง
(views 13)
กำไร 1Q19 ต่ำกว่าเราและตลาดคาด CENTEL ประกาศกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 826 ลบ. +71.7% Q-Q, -6.5% Y-Y แต่หากตัดกำไรพิเศษจากเงินชดเชยความเสียหายจากประกันกรณีไฟไหม้ปี 2010 จำนวน 81 ลบ.ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 745 ลบ. +54.9% Q-Q, -15.6% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาด 10% รายได้ +2.4% Q-Q, -1.7% Y-Y ใกล้เคียงคาด แต่สาเหตุที่กำไรต่ำกว่าคาดเกิดจาก Gross Margin ที่หดตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจโรงแรมจากฐานสูงปีก่อนและนักท่องเที่ยวจีนและรัสเซียที่ยังไม่กลับมาสู่ระดับปกติ ส่งผลให้ Rev Par -5.7% Y-Y ส่วนธุรกิจอาหารยังมี Same Store Sales Growth -3.8% Y-Y ส่งผลให้ EBITDA Margin ใน 1Q19 ลดเหลือ 26% จาก 27.2% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2019
CPN (BUY/19TP: 93), กำไรปกติ 3Q18 ชะลอ 10.7% Q-Q เพราะต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่ม
(views 16)
กำไรปกติ 1Q19 +14.6% Q-Q, -0.7% Y-Y ดีกว่าคาด CPN รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 2,847 ล้านบาท มีกำไรจากการขายหุ้น DTC 5% ในราคาหุ้นละ 12 บาทรวมเป็น 44.8 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้น DTC เหลือ 17.58% หากตัดรายการดังกล่าวออกไป จะมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 2,802ล้านบาท +14.6% Q-Q, -0.7% Y-Y ใกล้เคียงตลาดคาดแต่สูงกว่าที่เราคาด 5% เพราะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดผลประกอบการใน 1Q19 เป็นผลประกอบการที่ดี รายได้รวมเติบโต 9% Y-Y หลักๆมาจากค่าเช่าของศูนย์การค้า (+10.5% Y-Y) และธุรกิจอาหาร (+20.6% Y-Y) หลังจากเซ็นทรัลเวิลด์และเซ็นทรัลพลาซ่าพระราม 3 เปิดให้บริการเต็มที่หลังปรับปรุงแล้วเสร็จ ขณะที่เซ็นทรัลเวสต์เกต เซ็นทรัลอีสต์วิลล์ เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ และเซ็นทรัลพระราม 9 ก็ทำผลงานได้ดี อัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยใน 1Q19 อยู่ที่ 92% จากศูนย์การค้าทั้งหมด 33 แห่ง เพิ่มขึ้นจาก 1Q18 ที่อยู่ที่ 91% และ Same Store Rental +2.4% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2019
EKH (BUY/19TP: 8.4), กำไร 1Q19 โตระเบิด
(views 16)
กำไร 1Q19 ดีกว่าคาดมาก EKH ประกาศกำไรปกติ 1Q19 ออกมาที่ 45 ลบ. +63.3% Q-Q, +103.1% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด 50-70% โดยมาจากทั้งรายได้ที่โตแรงกว่าคาด +18.6% Q-Q, +43.7% Y-Y จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นรวมถึงแรงหนุนจากศูนย์ IVF ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากทั้ง Operating Leverage และอัตรากำไรของศูนย์ IVF ที่สูง ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวอย่างมีนัยยะเป็น 21.7% ในไตรมาสนี้จาก 15.8% และ 15.4% ใน 4Q18 และ 1Q18 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2019
GLOBAL (BUY/19TP: 21), กำไร 1Q19 ต่ำคาดเล็กน้อย การเติบโตที่ดีจะอยู่ใน 2H19
(views 14)
กำไร 1Q19 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย แต่สาขาต่างประเทศผลงานดี กำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 542 ล้านบาท (+30.9% Q-Q, -4.2% Y-Y) ต่ำกว่าทั้งเราคาด 5.6% (เราคาดไว้ 574 ล้านบาท) และ Consensus คาด 13% มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด โดยกำไรที่เติบโตสูง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล เพราะปกติฤดูกาลขายที่ดีจะอยู่ใน 1H ส่วนกำไรที่ลดลงเล็กน้อย มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากปีก่อน -160 bps มาอยู่ที่ 19.1% (เราคาดไว้ 20%) เพราะราคาเหล็กปรับลดลง และเป็นผลจากการทำโปรโมชั่น ในขณะที่ SSSG ไตรมาสนี้ยังเป็นบวกได้ต่อเนื่องที่ +6% Y-Y บวกกับรายได้จากสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ส่วนไตรมาสนี้ไม่มีการเปิดสาขาใหม่ ทำให้รายได้รวมเติบโต 15.1% Q-Q, 15.6% Y-Y ส่วนค่าใช้จ่ายยังอยู่ในระดับสูง จากค่าใช้จ่ายเตรียมเปิดสาขาใหม่ แต่ด้วยการเติบโตของรายได้ที่มากกว่า ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 12.5% จาก 12.9% ใน 1Q18 สำหรับสาขาในกัมพูชาที่เพิ่งเปิดในปลายปีก่อนทำผลงานได้ดี โดยสามารถพลิกเป็นมีกำไรได้แล้วราว 8 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอยู่ที่ 8 ล้านบาท (+17.8% Q-Q, +100% Y-Y) มาจากผลประกอบการที่ดีของธุรกิจในพม่า
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2019
M (BUY/19TP: 79), กำไร 1Q19 ทำจุดสูงสุดใหม่ และคาดดีต่อใน 2Q19
(views 13)
กำไรสุทธิ 1Q19 ดีกว่าคาด และทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 710 ล้านบาท (+3% Q-Q, +12.3% Y-Y) ดีกว่าเราและตลาดคาด 7% (เราคาดไว้ 664 ล้านบาท) และทำจุดสูงสุดใหม่ หากไม่รวมการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานไตรมาสก่อน จะมีกำไรปกติเติบโต 17.2% Q-Q ถือว่าค่อนข้างดี สิ่งที่ดีกว่าคาดมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด โดย SSSG สำหรับ MK +2% Y-Y และทรงตัวสำหรับ Yayoi บวกกับมีสาขาใหม่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ 11 แห่ง ทำให้รายได้รวมเติบโต 1.3% Q-Q และ 7.5% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีทรงตัวอยู่ที่ 68.4% (เราคาดว่าจะลดลงเป็น 67.7%) ใกล้เคียง 4Q18 และ 1Q18 ซึ่งอยู่ที่ 68.3% และ 68.5% ตามลำดับ แม้จะมีการทำโปรโมชั่น และเผชิญต้นทุนวัตถุดิบเป็ดปรับขึ้นราว 2% - 3% Y-Y แต่ด้วยผลของรายได้ที่เติบโตได้ดีจากโปรโมชั่นที่ประสบความสำเร็จ และสามารถควบคุมวัตถุดิบอื่นได้ๆ โดยเฉพาะหมูที่สามารถล็อกราคาล่วงหน้ายาวถึงสิ้นปีไว้ที่ระดับราคาใกล้เคียงปีก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายยังคงอยู่ในระดับสูงเพราะมีค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่ ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าใช้จ่ายการเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มพนักงานครั้งใหญ่ในรอบ 4 ปี แต่ด้วยรายได้ที่เติบโตได้มากกว่า ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 51% จาก 53.3% ใน 4Q18 และ 52.2% ใน 1Q18
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2019
RS (HOLD/19TP: 21.5(UR)), กำไรปกติ 1Q19 ต่ำกว่าคาด 8%
(views 11)
กำไรปกติ 1Q19 18.6% Q-Q โต 3.0% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาด กำไรปกติ 1Q19 ที่ 110 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดของเราที่ 110 ล้านบาท ราว 8% และต่ำกว่าตลาดคาดที่ 115-130 ล้านบาท เป็นกำไรลดลง 18.6% Q-Q แต่เพิ่มเล็กน้อย 3.0% Y-Y กำไรที่ลดลง Q-Q ตามรายได้รวมลดลง 12.8% Q-Q จากเกือบทุกธุรกิจ ทั้งรายได้ทีวีดิจิตอล (ช่อง 8) ลดลงใกล้เคียงคาด 14.6% Q-Q (แต่ +5.2% Y-Y) ตามฤดูกาล โดยตลาดโฆษณาโดยรวมในไตรมาสนี้ยังอ่อนแอ ผู้ซื้อสื่อรอความชัดเจนของการเลือกตั้ง รายได้สื่อวิทยุลดลงมากกว่าคาด -37.9% Q-Q และรายได้จัด Event ลดลงมากกว่าคาดเช่นกัน ขณะที่ยอดขายธุรกิจ MPC (Health & Beauty/ Home & Lifestyle+อื่นๆ) ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย -3.9% Q-Q, -3.0% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2019
SC (BUY/19TP: 3.7), กำไร 1Q19 อ่อนตัว Q-Q แต่เติบโต Y-Y
(views 11)
กำไร 1Q19 ต่ำกว่าเราคาดเล็กน้อย 6% แต่ใกล้เคียงตลาดคาด SC รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 อยู่ที่ 315 ล้านบาท (-54% Q-Q, +20% Y-Y) ต่ำกว่าที่เราคาดเล็กน้อย 6% แต่ใกล้เคียงตลาดคาด โดยหดตัว Q-Q จากฐานที่สูงใน 4Q18 สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) ยอดโอนอยู่ที่ 2.96 พันล้านบาท (-41% Q-Q, +20% Y-Y) แบ่งเป็นรายได้แนวราบ : คอนโดเท่ากับ 86 : 14 โดยรายได้จากคอนโด +46% Y-Y จากการรับรู้ Backlog โครงการ Saladaeng One และ Beatniq ต่อเนื่องตั้งแต่ 2Q18 และ 3Q18 ตามลำดับ เทียบกับ 1Q18 ที่ไม่มีการโอนโครงการใหม่ 2) อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯอยู่ที่ 32% ใกล้เคียงกับ 1Q18 แต่ลดลงเล็กน้อยจาก 4Q18 ที่ 33.4% จากสัดส่วนยอดโอนโครงการแนวราบที่เพิ่มขึ้น 3) SG&A ต่อรายได้สูงกว่าคาด อยู่ที่ 20.6% ปรับขึ้นจาก 4Q18 ที่ 17.6% จากค่าใช้จ่ายการตลาด แต่ลดลงจาก 1Q18 ที่ 22.3% จากผลของการเริ่มใช้มาตรฐานบัญชี TFRS15 4) รายได้จากการบริหารโครงการให้ NNR เข้ามา 20 ล้านบาท แต่มีส่วนแบ่งขาดทุน JV อยู่ที่ 12 ล้านบาท จากแผนเปิดโครงการ JV อย่าง The Crest Park Residence มูลค่า 3.5 พันล้านบาทใน 3Q19 อย่างไรก็ดี บริษัทเริ่มใช้มาตรฐานบัญชี TFRS15 ในไตรมาสนี้ ซึ่งสุทธิส่งผลบวกต่อกำไรเล็กน้อยราว 1.5%
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2019
TRUE (BUY/19TP: 5.7), กำไร 1Q19 ใกล้เคียงคาด
(views 13)
กำไรสุทธิ 1Q19 สูงกว่าคาด ส่วนกำไรปกติใกล้เคียงคาด TRUE ประกาศกำไรสุทธิ 1Q19 ออกมาที่ 1,509 ลบ. พลิกจากขาดทุน 2,143 ลบ.และ 673 ลบ.ใน 4Q18 และ 1Q18 ตามลำดับ โดยได้อานิสงส์จากมูลค่า DIF ที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นรายการพิเศษ หากตัดรายการดังกล่าวออกจะมีกำไรปกติ 315 ลบ. ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด ปัจจัยขับเคลื่อนหลักยังมาจาก True Mobile ซึ่งมีรายได้เติบโตแข็งแกร่ง +7.1% Q-Q, +7.6% Y-Y สูงกว่าผู้เล่นรายอื่นซึ่งหมายถึง Market Share ที่ยังเพิ่มขึ้นโดย 1Q19 อยู่ที่ 29.5% จาก 28% ในปี 2018 ขณะที่ธุรกิจ True Online และ True Vision หดตัวลงเล็กน้อยจากการแข่งขันที่สูงขึ้นและธุรกิจ Pay TV ที่เป็นขาลง ส่วนฝั่งต้นทุนสามารถควบคุมได้ดีมากขึ้น ส่งผลให้ EBITDA Margin เพ่ามขึ้นเป็น 28.8% ในไตรมาสนี้จาก 21.5% และ 28.6% ใน 4Q18 และ 1Q18 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2019
ZEN (HOLD/19TP: 16.5), กำไร 1Q19 ตามคาด หวังกำไรที่เหลือของปีเร่งตัวขึ้น
(views 12)
กำไรปกติ 1Q19 เท่าคาด ลดลง Q-Q แต่โตดี Y-Y กำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 32 ล้านบาท (+3.2% Q-Q, +33.3% Y-Y) หากไม่รวมรายการเครดิตภาษีราว 4 ล้านบาท ที่เกิดจากค่าใช้จ่ายในการเข้าตลาดหลักทรัพย์ (ถูกรับรู้ในส่วนทุน) ซึ่งสามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีรับรู้ในงบกำไรขาดทุนได้ ทำให้อัตราภาษีจ่ายไตรมาสนี้ต่ำกว่าปกติเหลือเพียง 3% จากปกติที่ 19% จะมีกำไรปกติเท่ากับ 28 ล้านบาท (-9.7% Q-Q, +16.7% Y-Y) เท่ากับคาด โดยกำไรที่ลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล ส่วนกำไรที่เติบโต Y-Y แม้ SSSG ยังติดลบ -4.4% Y-Y เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละออง ทำให้จำนวน Traffic ลดลง แต่มีการเปิดสาขาใหม่ 8 แห่ง (7 ร้านของบริษัทเอง และ 1 ร้าน Franchise) รวมกับสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ทำให้รายได้รวมเติบโตได้เล็กน้อย 1.8% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 23% จาก 23.6% ใน 4Q18 และ 24% ใน 1Q18 แม้ภาพรวมราคาวัตถุดิบจะอ่อนตัวลง แต่ยังไม่สามารถหักล้างผลลบจากต้นทุนค่าเช่าและค่าแรงที่สูงขึ้นได้ สำหรับค่าใช้จ่ายสามารถควบคุมได้ดีขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 18.8% จาก 19.7% ใน 1Q18
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2019
BCH (BUY/19TP: 21), กำไร 1Q19 ใกล้เคียงตลาดคาด
(views 13)
กำไร 1Q19 ใกล้เคียงตลาดคาดและต่ำเราคาดเล็กน้อย BCH ประกาศกำไรปกติ 1Q19 ออกมาที่ 248 ลบ. -7.6% Q-Q, +15.6% Y-Y ใกล้เคียงตลาดคาดแต่ต่ำกว่าเราคาดเล็กน้อยราว 7% จาก Gross Margin ที่น้อยกว่าคาด แต่โดยรวมไม่มีอะไรน่ากังวล รายได้เติบโตได้แข็งแรงตามคาด 14% Y-Y จากทั้งผู้ป่วยเงินสดโดยเฉพาะ WMC รวมถึงประกันสังคมจากจำนวนผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นหลังได้โควต้าเพิ่มใน 3 โรงพยาบาลหลัก (ประชาชื่น บางแค และรัตนาธิเบศร์) ขณะที่ต้นทุนปรับตัวขึ้นในอัตราที่สอดคล้องกับรายได้ ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวขึ้นเป็น 11.8% ในไตรมาสนี้จาก 11.6% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2019
ASK (BUY/19TP: 28.6), กำไร 1Q19 น้อยกว่าคาด
(views 14)
กำไร 1Q19 น้อยกว่าคาดจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่มากกว่าคาด ASK รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 195 ลบ. ลดลง 10%Q-Q แต่ +8.8%Y-Y น้อยกว่าที่เราคาดไว้ราว 13% จากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ +7.5%Q-Q และ +6.9%Y-Y สูงกว่าที่เราคาดไว้ (เราจะสอบถามกับบริษัทในที่ประชุมนักวิเคราะห์ต่อไป ในเบื้องต้นไม่ได้เกิดจาก One-time Employee Retire Benefit เนื่องจากรายการดังกล่าวจะบันทึกใน 2Q19 เป็นจำนวนราว 24 ลบ.) ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อยโดยลดลง 1%Q-Q แต่ +4%Y-Y ซึ่งเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่ทรงตัว Q-Q แม้ว่าสินเชื่อจะปรับดีขึ้นแต่ loan yield ชะลอตัวลงส่งผลให้ NIM ลดลงกว่าคาดมาอยู่ที่ 5.26% ลดลง 0.18%Q-Q และ 0.15%Y-Y สำหรับค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯทรงตัว Q-Q และ -3%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.3% ลดลงจาก 1.35% ใน 4Q18
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2019
BGRIM (T-BUY/19TP: 34), กำไรปกติ 1Q19 อ่อนลง Y-Y ใกล้เคียงคาด ก่อนเร่งตัว 2Q19
(views 15)
กำไรปกติ 1Q19 โตแรง Q-Q แต่ลดลง 13.5% Y-Y ใกล้เคียงคาด กำไรปกติ 1Q19 ที่ 443 ล้านบาท ใกล้เคียงคาดที่ 458 ล้านบาท โตแรง 101.4% Q-Q แต่ลดลง 13.5% Y-Y กำไรที่โตสูง Q-Q ส่วนใหญ่จากค่าใช้จ่าย SG&A ลดลงตามฤดูกาล และรายได้ขายไฟเพิ่ม 3.3% Q-Q กำไรที่อ่อนลง 13.5% Y-Y แม้มีรายได้ขายไฟเพิ่ม 25.8% จากการทยอย COD ของ 3 โรงไฟฟ้า SPP ในปีก่อน แต่ Gross margin ลดลงเป็น 16.6% จาก 1Q18 ที่ 21.1% จากราคาก๊าซเพิ่มต่อเนื่องเกือบ 19% Y-Y (+1% Q-Q) และมีซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า ABP1-4 ระหว่างไตรมาส เมื่อรวมกับรายการพิเศษ (ส่วนใหญ่ FX Gain ทางบัญชี) เป็นกำไรสุทธิที่ 532 ล้านบาท เพิ่ม 309.1% Q-Q แต่ลดลง 26.3% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2019
EPG (BUY/19TP: 10), คาดกำไร 4Q19 ชะลอกว่าที่เคยคาดและทำให้ทั้งปี -6% Y-Y
(views 12)
แนวโน้มกำไร 4Q19 (ม.ค.-มี.ค. 2019) แย่กว่าที่เคยคาดเพราะการเติบโตของธุรกิจ Aeroklas และ Aeroflex ชะลอตามภาวะเศรษฐกิจโลกและค่าเงินบาทแข็ง ส่วนธุรกิจ EPP มีแนวโน้มยอดขายดีขึ้นหลังปรับกลยุทธ์หันมาทำตลาดใหม่ แต่ยังไม่ได้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงเต็มที่เพราะยังมีต้นทุนแพงใช้อยู่ นอกจากนี้ ยังมีการบันทึกผลประโยชน์พนักงานตามกฎหมายแรงงานใหม่กว่า 50 ล้านบาท เราจึงคาดกำไรสุทธิ 141 ล้านบาท -39% Q-Q, -48% Y-Y เป็นไตรมาสที่แย่ที่สุดในรอบ 4 ปีและทำให้กำไรทั้งปีคาดว่าจะลดลง 6% จากปีก่อนเหลือ 931 ล้านบาท เราปรับกำไรปี 2020 (สิ้นสุด มี.ค. 2020) ลง 16% แม้ธุรกิจทั้ง 3 จะฟื้นแต่คาดว่าบริษัทร่วมทุนใหม่ในแอฟริกาใต้ที่เพิ่งเข้าไปลงทุนจะยังมีผลขาดทุนในปีแรกของการดำเนินงานและคาด TJM จะยังขาดทุนเป็นปีสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ปี 2020 ก็เป็นปีที่ผลประกอบการฟื้นตัว เราคาด +18% Y-Y และแม้จะปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 10 บาท ยังคงแนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2019
INTUCH (HOLD/19TP: 61), กำไร 1Q19 ใกล้เคียงคาด // ยังคงคำแนะนำเป็น “ถือ”
(views 15)
กำไร 1Q19 ใกล้เคียงคาด INTUCH ประกาศกำไรปกติ 1Q19 ออกมาที่ 2,909 ลบ. +12.1% Q-Q, -8.4% Y-Y ใกล้เคียงเราและตลาดคาด โดยกำไรของ THCOM แย่กว่าคาดแต่ชดเชยได้จากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่ออกมาดีกว่าคาด ธุรกิจดาวเทียมยังคงอยู่ในช่วงขาลงตามความต้องการใช้ช่องสัญญาณที่ลดลงและถูก Disrupt จาก Online Platform ขณะที่ธุรกิจมือถือของ ADVANC ยังเติบโตได้ไม่เต็มที่ทั้งต้นทุนจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นรวมถึงยังได้รับผลกระทบจากการแข่งขันเรื่อง Fixed Speed Unlimited Package ตั้งแต่ช่วงกลางปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2019
CPF (HOLD/19TP: 30), กำไร 1Q19 ดีกว่าคาดมาก แต่อาจแผ่วลงใน 2Q19
(views 12)
กำไร 1Q19 ดีกว่าทั้งเราและ Consensus คาด กำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 4,279 ล้านบาท (+155.1% Q-Q, +40.4% Y-Y) หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุนสุทธิภาษี 1,668 ล้านบาท, ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าพันธุ์สัตว์ 701 ล้านบาท และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 39 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 3,274 ล้านบาท (+94.6% Q-Q, พลิกจากที่ขาดทุนในปีก่อน) ดีกว่าทั้งเราและ Consensus คาดถึง 60% (เราคาด 2,048 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด โดยกำไรที่ฟื้นตัวมาจากราคาเนื้อสัตว์ในประเทศเป็นหลัก หมูไทย +12.8% Q-Q, +57.1% Y-Y ไก่ไทย +3% Q-Q, +6.3% Y-Y ส่วนราคาหมูเวียดนามยังโต Y-Y เพราะปีก่อนฐานต่ำมากและเป็นระดับที่ขาดทุน แต่เริ่มลดลง Q-Q เพราะเจอปัญหาโรคระบาดแอฟริกันหมู AFS โดยราคาหมูเวียดนามเฉลี่ย 1Q19 เท่ากับ 46,503 ด่องต่อกก. (-5.6% Q-Q, +50.5% Y-Y) ทำให้รายได้รวมเติบโต 4% Y-Y แต่ -12.8% Q-Q
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2019
KTB (BUY/19TP: 23), แนวโน้มกำไรปกติ 2Q19 ทรงๆ Q-Q
(views 11)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ระบุถึงกรณี AQ ว่าต้องรอการพิจารณาจากศาลฯซึ่งยังคงเหลือจำนวนเงินที่รอการชำระอีกราว 4 พันลบ. น่าจะสามารถบันทึกได้ใน 2Q-3Q19 ส่วนเรื่องคุณภาพสินทรัพย์โดยทั่วไปโดยรวมอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น (NPL Formation ปรับลดลง และมีการจัดชั้นเชิงคุณภาพที่เข้มงวดขึ้นในบางลูกหนี้เพื่อให้การตั้งสำรองฯเป็นไปตามมาตรฐานบัญชีใหม่) แนวโน้มกำไร 2Q19 คาดว่าจะทรงตัว Q-Q อยู่ที่ราว 7.3 พันลบ. โดยคาดว่าปัจจัยกดดันจะมาจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายด้านต่างๆที่เพิ่มขึ้น เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ที่ 2.7 หมื่นลบ. -3.5%Y-Y (รายได้ค่าธรรมเนียมลดลงและค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น) แม้กระนั้นเราคงคำแนะนำ ซื้อลงทุน จาก Valuation ที่ไม่แพง คงราคาเหมาะสม 23 บาท
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2019
MAJOR (BUY/19TP: 33), กำไรปกติ 1Q19 โตดี Y-Y แต่ต่ำกว่าคาด 10%
(views 10)
กำไรปกติ 1Q19 ลดลง 20.0% Q-Q แต่โต 19.3% Y-Y ต่ำกว่าคาด 10% กำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 206 ล้านบาท ลดลง 20.6% Q-Q, 27.7 Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษกำไรจากการขายเงินลงทุนราว 28 ล้านบาท เป็นกำไรปกติ 177 ล้านบาท ต่ำ กว่าคาดราว 10% ส่วนใหญ่จาก Gross margin ต่ำกว่าคาด และค่าใช้จ่าย SG&A มากกว่าคาด กำไรปกติลดลง Q-Q ตามฤดูกาลและฐานรายได้สูงในไตรมาสก่อน กำไรโตดี Y-Y ตามรายได้รวมโต 23.1% Y-Y (-18.6% Y-Y) ทั้งรายได้ตั๋วหนัง (สัดส่วนรายได้ราว 55%) โต 25.8% Y-Y (-23.9% Y-Y) รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหาร เพิ่ม 20.6% Y-Y (-21.9% Q-Q) และรายได้โฆษณาโต 19.1% Y-Y (+3.2% Q-Q) ขณะที่ Gross margin เพิ่มเป็น 33.0% จาก 1Q18 ที่ 31.8% แม้ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 37.6% จากค่าเสื่อมราคาเพิ่มจากโรงใหม่ Gross margin สื่อโฆษณาโรงหนังลดลงชั่วคราว และมีขาดทุนขั้นต้น 10 ล้านบาทของบ.ย่อย
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2019
MTC (BUY/19TP: 55), เติบโตแบบเรียบง่ายและมั่นคง
(views 13)
MTC อยู่ในระหว่างการพิจารณากลับรายการเงินสำรองค่าเผื่อหนี้สูญทั่วไปที่ล่าสุดมีอยู่ที่ 624 ลบ. ซึ่งเท่ากับหรือ 0.29 บาทต่อหุ้น และคิดเป็น 13% ของกำไรสุทธิ ทั้งนี้จำนวนและเวลาที่จะบันทึกรายการดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนเนื่องจากต้องรอความเห็นจากผู้สอบบัญชีก่อน แต่คาดว่าน่าจะทำได้อย่างเร็วในปีนี้ ซึ่งจะเป็น Upside ต่อประมาณการกำไรต่อไป เราคาดว่าสินเชื่อและกำไรจะฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ 2Q19 โดยล่าสุดสินเชื่อในเดือนเม.ย.กลับมาดีขึ้นมากเนื่องจากมีวันหยุดยาวติดต่อกันและเป็นช่วงก่อนเปิดภาคเรียน เราคาดว่าสินเชื่อใน 2Q19 น่าจะ +8-10%Q-Q และเราคาดการณ์กำไรสุทธิที่ 1,080 ลบ. +7.5%Q-Q, +18%Y-Y ประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 คงไว้ที่ 4.6 พันลบ. +25%Y-Y โดยยังไม่รวมการกลับรายการสำรองฯดังกล่าวข้างต้น คงราคาเหมาะสมที่ 55 บาท แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2019
ORI (BUY/19TP: 10.1), กำไร 1Q19 ตามคาด อ่อนตัว Q-Q แต่เติบโต Y-Y
(views 12)
กำไรปกติ 1Q19 ชะลอ 41% Q-Q แต่ขยายตัว 12.5% Y-Y ORI รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 721 ล้านบาท (-23% Q-Q, +47% Y-Y) โดยมีกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย 171 ล้านบาท (หลังหักภาษี) หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรปกติจะอยู่ที่ 550 ล้านบาท (-41% Q-Q, +12.5% Y-Y) เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด (เราคาด 552 ล้านบาท) โดยกำไรที่หดตัว Q-Q จากฐานที่สูงใน 4Q18 สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) ยอดโอนทำได้ที่ 3 พันล้านบาท ลดลง 47% Q-Q จากการเร่งโอนไปมากในช่วงท้ายปี แต่โตเด่น 51% Y-Y หนุนจากการโอนต่อเนื่องของโครงการ Notting Hill 105 มูลค่า 2.35 พันล้านบาท ขายแล้ว 86% ประกอบกับเริ่มโอนโครงการใหม่ในเดือนมี.ค.อย่างคอนโด B-Loft Lite Sukhumvit 115 มูลค่า 140 ล้านบาท ขายแล้ว 63% รวมถึงแนวราบ 2 แห่ง Britania Mega Town Bangna และ Britania Bangna KM.2 มูลค่ารวม 2.9 พันล้านบาท มียอดขายเฉลี่ย 15% 2) สัดส่วนยอดโอนแนวราบเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 15% เทียบกับปี 2018 ที่ 3-6% ตามแผนรุกตลาดแนวราบมากขึ้น 3) อัตรากำไรขั้นต้นอสังหาฯปรับขึ้นเป็น 43.3% สูงสุดในรอบ 5 ไตรมาส เทียบกับ 4Q18 ที่ 41.3% และ 1Q18 ที่ 39.2% จากการโอนโครงการที่มีมาร์จิ้นดีขึ้น 4) SG&A ต่อยอดโอนเพิ่มขึ้นเป็น 24.5% เทียบกับ 4Q18 ที่ 21.5% และ 1Q18 ที่ 19.5% จากการออกแคมเปญระบายสต็อกก่อนบังคับใช้เกณฑ์ LTV ใหม่ใน 1 เม.ย. 2019
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2019
SISB (BUY/19TP: 8.84), กำไร 1Q19 ดีตามคาด
(views 12)
กำไร 1Q19 ใกล้เคียงคาด และ Gross margin ดีกว่าคาด SISB รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 42 ลบ. เพิ่มขึ้น 32.8%Q-Q และ 85.5%Y-Y แข็งแกร่งตามที่คาด การเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ของกำไรเกิดจากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง 91%Q-Q, 91%Y-Y หลังบริษัทได้จ่ายชำระหนี้เงินกู้ยืมภายหลัง IPO นอกจากนั้นยังเกิดจากรายได้รับรวมที่เพิ่มขึ้น 4.5%Q-Q, 18.8%Y-Y ซึ่งเกิดจากจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 2,305 คน (ไม่รวมนักเรียนสาขาเชียงใหม่ แต่หากรวมสาขาเชียงใหม่จะอยู่ที่ 2,454 คน) ส่งผลให้ Utilization rate ขึ้นมาอยู่ที่ 59.6% จาก 57.5% ในไตรมาสก่อน ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของนักเรียนที่สาขาธนบุรี นอกจากนี้อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาที่อยู่ที่ 4.57 แสนบาทต่อคนต่อปี ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนแต่ +5%Y-Y สังเกตว่า Gross margin ของ SISB ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 41.6% จาก 40% ในไตรมาสก่อนและ 36.6% ใน 1Q18 และดีกว่าที่เราคาดที่ 41% ซึ่งเกิดจากต้นทุนทางการจัดการศึกษาที่ควบคุมได้ทรงตัว Q-Q และ +7.8%Y-Y ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่าการปรับขึ้นของรายได้ สะท้อนประสิทธิภาพของต้นทุนและผลของ Operating leverage (ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นค่าใช้จ่ายคงที่) หมายเหตุ: บริษัทได้มีการบันทึกรายการการเกษียณอายุพนักงานใน 1Q19 นี้แล้วราว 1 ลบ.
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2019
XO (HOLD/19TP: 14), กำไร 1Q19 โตดีตามคาด และจะดีต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี
(views 12)
กำไร 1Q19 สดใสตามคาด กำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 68 ล้านบาท (+4.6% Q-Q, +47.8% Y-Y) เป็นไปตามคาด (เราคาดไว้ 67 ล้านบาท) กำไรที่เติบโต Q-Q มาจากอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ส่วนกำไรที่โตดี Y-Y มาจากทั้งรายได้เพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมายที่ 12.7% Y-Y มาจากราคาขายที่มีการปรับขึ้นกับลูกค้าตั้งแต่ 3Q18 ที่ผ่านมา ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 40.2% เพิ่มขึ้นจาก 39% ใน 4Q18 และ 35.7% ใน 1Q18 โดยมาจากทั้ง Product Mix ซึ่งสินค้ากลุ่มซอสและน้ำจิ้ม (มีอัตรากำไรสูง) ขายดีมากในไตรมาสที่ผ่านมา ทำให้สัดส่วนรายได้สินค้ากลุ่มนี้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 84.3% จาก 80% ใน 4Q18 และได้รับผลดีจากราคาวัตถุดิบทั้งน้ำตาลและกระเทียมที่ปรับลดลงตั้งแต่ปีก่อน สำหรับค่าใช้จ่ายควบคุมได้ดีมาก ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 16.7% จาก 17.2% ใน 4Q18 และ 17.1% ใน 1Q18
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2019
EA (BUY/19TP: 62), กำไรปกติ 1Q19 ทำ new high ตามคาด
(views 12)
กำไรปกติ 1Q19 ทำ new high ตามคาด 1,134.2 ล้านบาท +48% Q-Q, +10% Y-Y EA รายงานกำไรสุทธิใน 1Q19 ที่ 1,210.7 ล้านบาท มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 76.6 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก จะเป็นปกติที่ทำจุดสูงสุดใหม่ 1,134.2 ล้านบาท +47.5% Q-Q, +10.4% Y-Y เป็นไปตามคาด จากรายได้รวมที่ทำ new high ที่ 3,086.2 ล้านบาท +12.0% Q-Q, +5.4% Y-Y โดยมาจากธุรกิจโรงไฟฟ้าลมที่มีการ COD โครงการหนุมาน 180 MW ราวปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา และรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจาก 126 MW ที่ทยอย COD ตั้งแต่ มี.ค. 2018 ประกอบกับมรสุมที่เลื่อนจากปลายปีก่อนมาเข้าในช่วงต้นปีนี้ทำให้การผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาก ขณะที่โรงไฟฟ้าโซลาร์ก็สร้างรายได้เพิ่มขึ้น (แม้จะไม่มี capacity ใหม่เพิ่มแล้ว) จากค่า Ft ที่สูงขึ้นและความเข้มของแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจไบโอดีเซลยังไม่ดีนักเพราะผลผลิตปาล์มที่ล้นตลาดและการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้มีการลดลงทั้งราคาขายและราคาวัตถุดิบ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2019
JWD (BUY/19TP: 12), กำไร 1Q19 ดีกว่าคาด การขยายการลงทุนหนักในปีก่อนเริ่มส่งผล
(views 12)
การลงทุนหนักในช่วงปีที่ผ่านมาเริ่มส่งผลบวกให้เห็นใน 1Q19 โดยบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมสูงถึง 42 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนทั้งปีที่ 21 ล้านบาท และแนวโน้มจะยังเพิ่มขึ้นจากการที่ล่าสุดเข้าไปลงทุนใน Transimex (23.66%) โลจิสติกส์ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ในเวียดนาม ซึ่งมีรายได้และกำไรใกล้เคียงกับ JWD ส่วนธุรกิจหลักของ JWD ยังเติบโตต่อเนื่องโดยเฉพาะธุรกิจอาหารที่บริษัทเข้าไปร่วมทุนกับไต้หวันในปีก่อน ธุรกิจห้องเย็นที่มีการขยายพื้นที่ในปีนี้และปีหน้า ธุรกิจรับฝากรถยนต์ที่ได้ลูกค้าใหม่เพิ่ม ในขณะที่การรักษาต้นทุนยังทำได้ดี แต่ค่าใช้จ่ายขายและบริหารและดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามการขยายกิจการจะชดเชยได้จากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุน เราคาดกำไรปีนี้ขยายตัว 53% Y-Y เป็น 370 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ย 16% ต่อปีในอีก 3 ปีข้างหน้า ประเมินราคาเป้าหมาย 12 บาท (DCF) แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2019
ADVANC (HOLD/19TP: 200), กำไร 1Q19 ดีกว่าเราและตลาดคาดเล็กน้อย
(views 10)
กำไร 1Q19 ดีกว่าเราและตลาดคาดเล็กน้อย ADVANC ประกาศกำไรปกติ 1Q19 ที่ 7,486 ลบ. +11.6% Q-Q, -8.3% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาดราว 5-7% โดยรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ของธุรกิจ Mobile โตดีกว่าคาดเล็กน้อย +0.4% Q-Q, +1.1% Y-Y แต่ยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำและยังได้รับผลกระทบจาก Fixed Speed Unlimited Package (หากรวมผลของ TFRS15 จะ -2.4% Q-Q, -1.7% Y-Y) ขณะที่ปัจจัยที่ทำให้กำไรออกมาดีกว่าคาดเกิดจากฝั่งต้นทุนโดยเฉพาะค่าเชื่อมต่อโครงข่ายที่ลดลงค่อนข้างมีนัยยะ 16.9% Y-Y อย่างไรก็ตาม EBITDA Margin ใน 1Q19 ปรับตัวลงเหลือ 44% จาก 46.4% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนจากการลงทุนคลื่นใหม่และขยายโครงข่าย แต่ยังดีขึ้นจาก 40.9% ใน 4Q18
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2019
ASEFA (HOLD/19TP: 5.6), กำไร 1Q19 ลดลง แต่หวังครึ่งปีหลังดีขึ้น
(views 10)
กำไร 1Q19 ลดลง 47.2% Q-Q, 7.5% Y-Y กำไร 1Q18 ที่ 50 ล้านบาท ลดลงถึง 47.2% จาก 4Q19 ที่ทำกำไรสูงสุดของปีก่อน และลดลง 7.5% Y-Y ตามรายได้รวมลดลง 25.5% Q-Q แม้เพิ่ม 7.7% Y-Y ขณะที่Gross margin กลับมาอยู่ในระดับต่ำที่ 22.2% จากไตรมาสก่อนที่ 23.1% และ 1Q18 ที่ 23.4% จากภาวะการลงทุนโดยรวมขยายตัวช้า ทำให้ยังใช้อัตรากำลังผลิตไม่เต็มที่
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2019
BEM (HOLD/19TP: 11.7), กำไรปกติ 1Q19 โตเด่น Q-Q แต่ชะลอเล็กน้อย Y-Y
(views 13)
กำไรปกติ 1Q19 +35% Q-Q, -2% Y-Y ตามที่เราคาด แต่ดีกว่าตลาดคาด BEM รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ขยายตัวแกร่ง 78% Q-Q และ 17% Y-Y อยู่ที่ 859 ล้านบาท หนุนจากกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน 31 ล้านบาท (หลังหักภาษี) หลักๆมาจากการขายหุ้น TTW หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรปกติอยู่ในเกณฑ์ดีที่ 828 ล้านบาท (+35% Q-Q, -2% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด แต่ดีกว่าตลาดคาด 7.5% โดยการเติบโตดี Q-Q มาจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจทางด่วนปรับขึ้นเป็น 42.5% จาก 34.7% ใน 4Q18 ที่มีค่าตัดจำหน่ายสูง หลังปรับประมาณการปริมาณรถบนทางด่วนศรีรัชรอบนอก อย่างไรก็ตาม ปรับลงเมื่อเทียบกับ 1Q18 ที่ 44.8% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายซ่อมแซมทางด่วนขั้นที่ 2 และศรีรัชรอบนอก ส่งผลให้กำไรลดลงเล็กน้อย Y-Y
สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) รายได้รวมอยู่ที่ 3.97 พันล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่โต 2% Y-Y จากการเติบโตของทั้ง 3 ธุรกิจ 2) GPM รวมอยู่ที่ 38.3% เทียบกับ 32.3% ใน 4Q18 และ 39.2% ใน 1Q18 โดย GPM ธุรกิจรถไฟฟ้าเร่งขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y เป็น 24.1% เทียบกับ 18.2% ใน 4Q18 และ 22.3% ใน 1Q18 จากผลของ Economies of scale 3) SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 7.9% ใกล้เคียงกับ 1Q18 แต่ลดลงจาก 12.1% ใน 4Q18 ที่มีการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายพนักงานตามกฎหมายแรงงานใหม่ 4) ต้นทุนการเงิน ลดลง -1% Q-Q, -11% Y-Y จากประโยชน์ของการ Refinance เงินกู้ใน 1Q18 5) ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม TTW, CKP โตดี +13% Q-Q, +11% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2019
CPALL (BUY/19TP: 90), กำไร 1Q19 โตตามคาด ทำจุดสูงสุดใหม่
(views 15)
กำไร 1Q19 เป็นไปตามคาด ทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 5,769 ล้านบาท (+3.9% Q-Q, +6.5% Y-Y) ใกล้เคียงที่เราคาด (เราคาดไว้ 5,638 ล้านบาท) แต่ดีกว่าที่ตลาดคาด 5.7% ถือว่าทำได้ดี แม้การเติบโตในแง่ Y-Y อาจดูไม่ตื่นเต้นนัก เพราะ MAKRO รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 1,518 ล้านบาท (-17.7% Q-Q, -6.8% Y-Y) ซึ่งมาจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายเปิดสาขาและขาดทุนจากต่างประเทศมากขึ้นเมื่อเทียบกันปีก่อนที่ยังไม่ขาดทุนจากต่างประเทศไม่มากนัก แต่ธุรกิจ 7-11 เองยังทำผลงานได้ดี โดยมี SSSG เป็นบวกต่อเนื่องที่ +3.1% Y-Y และเปิดสาขาใหม่ในไตรมาสนี้สูงถึง 311 แห่ง และมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนถึง +50 bps เป็น 26.5% ส่วนหนึ่งมาจาก Product Mix และอัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นทั้งในกลุ่มสินค้า Food +40 bps (สินค้าขายดีคือ เครื่องดื่ม โดยเฉพาะกลุ่ม Non-Carbonate ซึ่งมีอัตรากำไรที่สูง) และ Non-Food +60 bps (สินค้ากลุ่ม Personal Care ยังขายดีต่อเนื่อง) แต่ถูกหักล้างจากอัตรากำไรขั้นต้นของ MAKRO อ่อนตัวลงเล็กน้อย และธุรกิจ Counter Service ที่ยังลดลงเล็กน้อยราว 2-3% Y-Y ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมไตรมาสนี้ +10 bps เป็น 22.4%
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2019
DOD (HOLD/19TP: 11.3), กำไร 1Q19 ลดลงแรง น่าจะยังไม่สดใสต่อใน 2Q19
(views 9)
กำไร 1Q19 หดตัว Y-Y แรงตามคาด กำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 41 ล้านบาท (+355.6% Q-Q, -63.6% Y-Y) สาเหตุที่โต Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล และฐานที่ต่ำมากในไตรมาสก่อน ส่วนกำไรที่ลดลง Y-Y ถือว่าเป็นไปตามคาด โดยมาจากลูกค้ากลุ่มอาหารเสริมรายใหญ่หายไป 1 ราย ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดรับรู้อยู่แล้ว ทำให้รายได้ลดลง -43.9% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 60.7% จาก 63.6% ใน 1Q18 ในขณะที่ยังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ จากการเข้าซื้อกิจการ PCCA และการจับมือกับพันธมิตรตั้งบริษัทย่อยทำธุรกิจขายตรง และตั้งบริษัทร่วมทุนทำธุรกิจจัดจำหน่ายอาหารเสริม รวมถึงเตรียมขยายโรงงานแห่งใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ทำให้ยังมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น กอปรกับรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 25.6% จาก 11.1% ใน 1Q18
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2019
GFPT (HOLD/19TP: 15.6), กำไร 1Q19 ต่ำคาด แต่ยังคงประมาณการกำไรทั้งปีตามเดิม
(views 7)
กำไร 1Q19 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย 5% กำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 228 ล้านบาท (-6.6% Q-Q, +56.2% Y-Y) หากไม่รวมกำไรและขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนในงวดก่อน จะมีกำไรปกติ -33.8% Q-Q, +28.9% Y-Y ต่ำกว่าทั้งเราและ Consensus คาด 5% โดยกำไรที่ลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล ส่วนกำไรที่เติบโต Y-Y มาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน โดยปริมาณขายส่งออกเติบโต 35% Y-Y มาอยู่ที่ 9,700 ตัน ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของตลาดจีนเป็นหลัก เพราะปีก่อนเริ่มส่งออกในเดือน เม.ย. ส่วนราคาขายส่งออกค่อนไปในทางทรงตัว แม้ราคาขายเฉลี่ยไปญี่ปุ่นจะปรับขึ้นราว 4% และราคาขายไป EU ทรงตัว แต่ถูกเฉลี่ยลดลงด้วยราคาขายไปจีนที่ต่ำกว่า ทำให้รายได้ไตรมาสนี้เติบโต 6.2% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวได้อยู่ที่ระดับ 13.5% ใกล้เคียงทั้งปีก่อนและไตรมาสก่อน แม้ภาพรวมราคาวัตถุดิบจะอ่อนตัวลง แต่บริษัทยังไม่ได้ประโยชน์ เพราะยังมีสต็อกเก่าใช้อยู่ ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่พลิกจากที่ขาดทุนในปีก่อน จากการฟื้นตัวของทั้ง GFN และ McKey โดย McKey มีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 50 ล้านบาท จาก 12 ล้านบาทใน 1Q18 ภายหลังใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ได้เต็มที่ ส่วน GFN ยังมีส่วนแบ่งเป็นขาดทุนที่ -29 ล้านบาท แต่น้อยลงจาก -47 ล้านบาทใน 1Q18
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2019
ROBINS (BUY/19TP: 74), กำไรปกติ 1Q19 ใกล้เคียงคาด แต่ไม่ตื่นเต้น
(views 18)
กำไรปกติ 1Q19 ใกล้เคียงคาด แต่ไม่สดใส กำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 760 ล้านบาท (-6.9% Q-Q, -0.3% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษค่าใช้จ่ายภาษีย้อนหลังของบริษัทร่วม Power Buy ที่เวียดนาม 34 ล้านบาท จะมีกำไรปกติ 1Q19 เท่ากับ 794 ล้านบาท (-6.4% Q-Q, +4.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาดที่เราคาด (เราคาดไว้ 820 ล้านบาท) แต่ต่ำกว่า Consensus คาด 6% โดยเริ่มมีการปรับใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS 15 กระทบรายได้ Consignment (สินค้าฝากขาย) ที่มีสัดส่วนมากถึง 75% ของรายได้รวม โดยจากเดิมรับรู้เป็นรายได้และหักด้วยต้นทุนขาย แต่มาตรฐานบัญชีใหม่ให้รับรู้เป็นรายได้สุทธิ (Net Sales) ในบรรทัดรายได้เพียงรายการเดียว ส่งผลให้รายได้และต้นทุนลดลงมาก แต่ไม่กระทบต่อกำไรสุทธิ และบริษัทมีการปรับงบย้อนหลังเพียง 1Q18 ดังนั้นเราจึงเปรียบเทียบผลการดำเนินงานได้เฉพาะในแง่ Y-Y เท่านั้น
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2019
SVI (HOLD/19TP: 5), กำไร 1Q19 น่าผิดหวัง ปรับลดกำไรและราคาเป้าหมาย
(views 7)
กำไร 1Q19 น่าผิดหวัง ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 83 ล้านบาท (-60.5% Q-Q, +29.7% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 12 ล้านบาท, โอนกลับเจ้าหนี้ค่าสินค้าและอุปกรณ์ 64 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาระบบ (One Time) 12 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 43 ล้านบาท (-77.3% Q-Q, -44.2% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 148 ล้านบาท) แม้รายได้ในไตรมาสนี้จะเติบโต 19.5% Y-Y เพราะคำสั่งซื้อที่ดีต่อเนื่อง ส่วนรายได้ที่ลดลง Q-Q เพราะมีการส่งมองไปมากในไตรมาสก่อน แต่บริษัทได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า แม้ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับ USD จะทรงตัว Y-Y แต่แข็งค่าขึ้น 3.6% Q-Q ในขณะที่บริษัทการทำ Forward ป้องกันความเสี่ยงไว้ไม่มาก กอปรกับยังมีสต็อกวัตถุดิบที่เร่งซื้อไว้ในช่วงก่อนหน้าตอนที่มีปัญหาขาดแคนวัตถุดิบไว้พอสมควร ซึ่งเป็นช่วงที่ค่าเงินบาทอ่อนค่า ส่งผลให้ภาพรวมต้นทุนในไตรมาสนี้แพงขึ้น และกระทบต่อไปยังอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือเพียง 6.3% (เราคาดไว้ 7%) จาก 8.3% ใน 4Q18 และ 7.1 ใน 1Q18 เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาส ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น มาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรเป็นหลัก เพราะช่วงที่ผ่านมามีการรับพนักงานเพิ่มเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (ไม่รวมค่าที่ปรึกษาระบบ) ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 5% จาก 4.4% ใน 4Q18 และ 4.9% ใน 1Q18
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2019
TACC (BUY/19TP: 5), กำไร 1Q19 ดีกว่าคาด และจะดีต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้
(views 7)
กำไร 1Q19 ดีกว่าคาด โตดีทั้ง Q-Q และ Y-Y กำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 33 ล้านบาท (+266.7% Q-Q, +106.3% Y-Y) ดีกว่าคาด 6% (เราคาดไว้ 31 ล้านบาท) หากไม่รวมค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่ตั้งไว้ในไตรมาสก่อน เท่ากับว่ากำไรปกติ 1Q19 เติบโต 13.8% Q-Q ถือว่าทำได้ดี โดยมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายที่ลดลง ส่วนรายได้อ่อนตัวลงเล็กน้อยตามฤดูกาล ส่วนการเติบโตในแง่ Y-Y มาจากการเติบโตตามการขยายร้าน 7-11, ออกเครื่องดื่มโถกดรสชาติใหม่ (Seasonal) 2 รสชาติ และได้รับการตอบรับที่ดี รวมถึงการออกเครื่องดื่มรสชาติใหม่กับ All Caf? ทั้งในช่วงวันวาเลนไทน์ และช่วงหน้าร้อน รวมถึงการปรับสูตรเครื่องดื่มแล้วเสร็จตั้งแต่ช่วง 3Q18 ที่ผ่านมา ทำให้รายได้รวมเติบโต 25.2% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 29.6% จาก 29% ใน 4Q18 และ 25.6% ใน 1Q18 ในขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นมาก ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 17.4% จาก 23.5% ใน 4Q18 และ 19.2% ใน 1Q18
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2019
TKN (SELL/19TP: 8), สถานการณ์ปีนี้ยากลำบากมากขึ้น
(views 9)
ผู้บริหารปรับลดเป้าการเติบโตในปีนี้ ภายหลังการฟื้นตัวของตลาดจีนมาช้ากว่าคาด นับจากการการถูกเลียนแบบสินค้าในปีก่อน ปัจจุบัน Distributor รายใหม่ยังไม่สามารถสร้างรายได้ทดแทนของเดิมที่หายไปได้ทั้งหมด โดยคาดหวังจีนจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งตั้งแต่ 3Q19 เป็นต้นไป ในขณะที่ธุรกิจใหม่อย่างร้านอาหาร ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ จีงยังประสบผลขาดทุน เช่นเดียวกับตลาดใหม่อย่างสหรัฐ ที่บริษัทได้เน้นการขยายเป็นอย่างมาก แต่เป็นช่วงแรกของการบุกตลาด จึงยังมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ทำให้ยังประสบผลขาดทุนเช่นเดียวกัน แต่บริษัทตั้งเป้าภายในสิ้นปีนี้จะถึงจุดคุ้มทุนหรือมีกำไรเล็กน้อยทั้งธุรกิจร้านอาหารและตลาดสหรัฐ และล่าสุดได้มีคดีความฟ้องร้องกับผู้แทนจำหน่ายในจีนรายหนึ่ง โดยเป็นการฟ้องกันไปมา มูลค่าความเสียหายที่บริษัทถูกฟ้องร้องให้ชดเชยความเสียหายคือ 120 ล้านบาท แต่บริษัทเชื่อว่าจะไม่เกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ จึงยังไม่ได้ตั้งประมาณการหนี้สินไว้ ทั้งนี้จากกำไร 1Q19 ที่ต่ำกว่าคาด และการปรับลดเป้าหมายของผู้บริหาร เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 21% เป็นการเติบโต 19.8% Y-Y ส่วนกำไรปกติคาดลดลง 8.5% Y-Y พลิกจากเดิมที่คาดโต 15.8% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 8 บาท โดยปรับลด PE เป็น 20 เท่า จากเดิม 25 เท่า สะท้อนอัตราการเติบโตที่ลดลง และมีความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้อง จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย จากเดิมที่ให้รอซื้อหลังประกาศงบ 1Q19 (อิงรายงานวันที่ 5 มี.ค. 2019)
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2019
MTC (T-BUY/19TP: 55), กำไร 1Q19 ทรง Q-Q คาดการฟื้นตัวจะเห็นตั้งแต่ 2Q19
(views 17)
กำไร 1Q19 ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ MTC รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 1,005 ลบ. ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 20.6%Y-Y ใกล้เคียงกับเราและตลาดคาดไว้ แม้ว่ารายได้รวมทำได้ต่ำกว่าที่เราคาดไว้ โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยที่ +2%Q-Q, +24.5%Y-Y โดย Loan yield ชะลอมาอยู่ที่ 21.9% จาก 22.9% ในไตรมาสก่อน โดยเป็นผลจาก Prepayment fee ที่ลดลงต่อเนื่องมาตั้งแต่ 2Q18 (คาดหวังการฟื้นตัวหรือคงที่ในไตรมาสหน้า) ทำให้ Loan spread ปรับลดลงมาอยู่ที่ 18.4% จาก 19.3% ในไตรมาสก่อน ค่าใช้จ่ายค่าเผื่อหนี้ฯ เพิ่มขึ้น 4.2%Q-Q แต่ลดลง 25%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 0.96% น้อยกว่าที่เราคาด แต่สอดคล้องกับคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น สิ่งนี้ช่วยลดผลกระทบของรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงได้
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2019
TU (HOLD/19TP: 20), กำไร 1Q19 ดีกว่าคาด แต่ยังคงประมาณการทั้งปี
(views 15)
คงประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย แนะนำถือ กำไรปกติ 1Q19 คิดเป็นสัดส่วน 20% ของประมาณการทั้งปี แนวโน้มกำไรปกติน่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องใน 2Q19 – 3Q19 และคาดหวังเห็นการฟื้นตัวของธุรกิจ Red Lobster ปรับตัวดีขึ้น Y-Y ในช่วงที่เหลือของปี แต่ในส่วนของกำไรสุทธิ 2Q19 จะต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานคาดไม่เกิน 200 ล้านบาท ในส่วนของราคาปลาทูน่าล่าสุดเดือน เม.ย. อยู่ที่ US$1,450 ต่อตัน (-9.4% M-M, -19.4% Y-Y) และราคาเฉลี่ย 4MTD เท่ากับ US$1,453 ต่อตัน (-11% Y-Y) ยังใกล้เคียงกับกรอบราคาปลาปีนี้ที่เราคาดไว้ที่ US$1,500 – US$1,700 ต่อตัน โดยคาดเห็นราคาปลาปรับตัวขึ้นใน 3Q19 ซึ่งเป็นช่วง Fad Ban และคาดแนวโน้มกำไร 3Q19 จะปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดของปีเพราะเป็น High Season ของธุรกิจ ยังคาดกำไรปกติปี 2019 ไว้ที่ 5,417 ล้านบาท (+32.4% Y-Y) และคงราคาเป้าหมายที่ 20 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside เพียง 7% คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2019
IT (BUY/19TP: 3.2), 1Q19 พลิกเป็นกำไรจากการคุมรายจ่าย แนวโน้มจะค่อยๆดีขึ้น
(views 11)
ผลประกอบการ 1Q19 พลิกเป็นกำไรจากการคุมรายจ่าย ผลประกอบการ 1Q19 ฟื้นตัวขึ้นเป็นกำไรสุทธิ 7 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 15.1 ล้านบาทใน 4Q18 จากการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายเป็นหลัก ทำให้ Gross margin ขยับดีขึ้นมาเป็น 11.8% เทียบกับ 11.0% ใน 4Q18 และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลงเป็น 12.6% จาก 13.9% ในไตรมาสก่อน โดยใน 1Q19 บริษัทมีเปิดสาขาใหม่ 4 แห่งและปิดสาขาไป 4 แห่ง ทำให้จำนวนสาขาสิ้นไตรมาสมีเท่าเดิมคือ 130 สาขา ในส่วนของรายได้ เพิ่มขึ้นเพียง 2% Q-Q จากกำลังซื้อที่ยังค่อนข้างเปราะบาง เมื่อเทียบกับ 1Q18 กำไรในไตรมาสนี้ลดลงถึง 62.3% Y-Y จากรายได้ที่ลดลง 6.9% Y-Y แม้ว่าจำนวนสาขาจะเพิ่มขึ้น แสดงถึงกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 12.6% ต่อยอดขาย ขณะที่ 1Q18 อยู่ที่ 11.1% ตามการเปิดสาขา
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤษภาคม
2019
SISB (BUY/19TP: 8.84), คาดการณ์กำไร 1Q19 เป็นสถิติสูงสุด
(views 21)
SISB จะรายงานงบ 1Q19 วันที่ 10/5 เราคาดว่ากำไรสุทธิ 1Q19 จะอยู่ที่ 42 ลบ. +31%Q-Q, +83%Y-Y จาก 1.รายได้ค่าธรรมเนียม +4%Q-Q, +19%Y-Y เป็นผลจากจำนวนนักเรียน 1Q19 ที่อยู่ที่ 2300 คน เพิ่มขึ้นราว 80 คน Q-Q และ 210 คน Y-Y และ ค่าเทอมเฉลี่ย +5%Y-Y 2. ดอกเบี้ยจ่ายลดลงเป็นศูนย์ หลังบริษัทอยู่ในฐานะปลอดหนี้แล้วตั้งแต่ ธ.ค. 2018 หากกำไร 1Q19 เป็นไปตามที่เราคาด จะคิดเป็น 24% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีที่ 175 ลบ. +69%Y-Y เราคงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมที่ 8.84 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤษภาคม
2019
AMATA (BUY/19TP: 28), คาดกำไร 1Q19 ซบเซาตามฤดูกาล -38% Q-Q, -55% Y-Y
(views 10)
ยอดขายและยอดโอนที่ดินในไตรมาสแรกชะลอตามฤดูกาลและเพราะการเมืองไทยยังไม่ชัดเจน แต่สงครามการค้าที่ยืดเยื้อส่งผลให้นักลงทุนจีนตัดสินใจง่ายขึ้นในการขยายการลงทุนมาไทย จะเห็นว่ายอดขายที่ดินในอมตะไทยไชนีสเพิ่มต่อเนื่องในระยะหลัง สำหรับยอดขายใน 1Q19 ทำได้ 128 ไร่ หรือ 14% ของเป้าทั้งปี ส่วนการโอนมีเพียง 80 ไร่ -66% Q-Q, -25% Y-Y และส่วนใหญ่เป็นที่ดินที่อมตะไทยไชนีสซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่านิคมอื่น เมื่อรวมกับรายได้ขายไฟฟ้าและค่าเช่าโรงงาน ทำให้คาดกำไรปกติ 211 ล้านบาท -38% Q-Q, -55% Y-Y แนวโน้ม 2Q19 ยังทรงๆ แต่เชื่อว่าทั้งยอดขายและยอดโอนใน 2H19 จะเร่งตัวขึ้นโดยเฉพาะหลังได้รัฐบาลใหม่ เรายังคงคาดกำไรปกติทั้งปี 1,684 ล้านบาท +38% Y-Y คงราคาเป้าหมาย 28 บาท (PE 17 เท่า) แนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
03
พฤษภาคม
2019
VRANDA (IPO: 10/19TP: 11.1), หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้าน Boutique Hotel
(views 29)
หมายเหตุ : บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) อาจเข้าร่วมเป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย หุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ที่เสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก
VRANDA ธุรกิจโรงแรม พัฒนาอสังหาฯ รวมถึงร้านอาหารและเครื่องดื่มของ VRANDA อยู่ในอุตสาหกรรมที่ดีคือภาคการท่องเที่ยวซึ่งยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยธุรกิจที่สำคัญและมีบทบาทต่อการเติบโตในระยะหลังคือธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ สำหรับปี 2019 เราคาดกำไรสุทธิจะหดตัวแรง -43.1% Y-Y จากฐานที่สูงในปี 2018 เพราะมีการโอนโครงการอสังหาฯที่พัทยาไปแล้วค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตามเราคาดกำไรสุทธิจะกลับมาโตก้าวกระโดด +216.7% Y-Y ในปี 2020 จากการเริ่มโอนโครงการอสังหาฯใหม่ที่หัวหิน เราประเมินมูลค่าเหมาะสมของ VRANDA ที่ 11.10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
03
พฤษภาคม
2019
MAJOR (BUY/19TP: 33), คาดกำไรปกติ 1Q19 ลดลง Q-Q แต่โตสูง Y-Y
(views 18)
คาดกำไรปกติ 1Q19 ลดลง 10.5% Q-Q ตามฤดูกาลและฐานสูงไตรมาสก่อน แต่โตดี 33.5% Y-Y จากหนังทำเงินหลายเรื่อง แม้กำไรสุทธิลดลงจาก 1Q18 มีกำไรพิเศษเยอะ เข้าช่วง High season ใน 2Q19 เป็นหน้าหนังและมีหนังกระแสแรง มากอย่าง Avengers Endgame ที่ทำรายได้ 10 วันแรกทุบสถิติภาคก่อนไปแล้ว และทำให้เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ขึ้น 5-7% และราคาเป้าหมายปรับขึ้นเป็น 33 บาท จากเดิม 31 บาท (DCF) ยังมี Upside 15% และเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลค่อนข้างสม่ำเสมอระดับ 5% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
เมษายน
2019
HMPRO (HOLD/19TP: 17), กำไร 1Q19 โตดี ตามคาด
(views 17)
กำไรสุทธิ 1Q19 โตตามคาด กำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 1,420 ล้านบาท (-15.8% Q-Q, +13.8% Y-Y) ใกล้เคียงทั้งเราและ Consensus คาด (เราคาดไว้ 1,433 ล้านบาท) โดยกำไรที่ลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล ส่วนการเติบโตที่ดี Y-Y มาจาก 1) SSSG พลิกเป็นบวกที่ 2.6% Y-Y แม้ไม่มีการเปิดสาขาใหม่ไตรมาสนี้ แต่มีการย้ายสาขา 1 แห่งที่แฟชั่นไอส์แลนด์ ช่วงกลางเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา 2) รับรู้รายได้จากงาน Expo ครั้งแรกของปี ซึ่งทำรายได้ค่อนข้างดีอยู่ที่ราว 600 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน ทำให้รายได้รวมเติบโต 3.5% Y-Y 3) อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นได้ต่อเนื่อง +30bps จากปีก่อน เป็น 26.2% จากทั้ง Product Mix และ Sourcing สินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น 4) สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 21.6% จาก 21.8% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้เป็นหลัก
อ่านเพิ่มเติม
30
เมษายน
2019
ZEN (HOLD/19TP: 16.5), คาดกำไร 1Q19 โต Y-Y และคาดหวังจะสดใสมากขึ้นใน 2Q19
(views 24)
แนวโน้มกำไร 1Q19 ลดลง Q-Q ตามฤดูกาล และคาดโตดี 16.7% Y-Y แม้คาด SSSG จะยังติดลบจากปัญหาฝุ่นละอองสูงตอนต้นปี กระทบจำนวนลูกค้าเข้าร้าน แต่รับรู้รายได้สาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน คาดรายได้รวมในไตรมาสนี้ยังโตได้เล็กน้อย รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงช่วยหนุนการเติบโตของกำไรในไตรมาสนี้ได้ ทั้งนี้เราคาดหวังการฟื้นตัวของกำไรอย่างสดใสตั้งแต่ 2Q19 เป็นต้นไป โดยคาดเห็นการเปิดสาขาใหม่ในอัตราเร่ง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสาขาใหม่ในปีนี้ที่ 123 แห่ง ซึ่ง 1Q19 เปิดไปเพียง 8 แห่ง ทั้งนี้เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 เติบโต 39% Y-Y เรายังคาดราคาเป้าหมายที่ 16.5 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) มี Upside 9.3% และด้วยคาดการณ์กำไร 1Q19 คิดเป็นเพียง 14% ของประมาณการทั้งปี ทำให้ประมาณการกำไรของเราดูมี Downside มากขึ้น จึงยังแนะนำ ถือ ตามเดิม
อ่านเพิ่มเติม
29
เมษายน
2019
SPALI (HOLD/19TP: 22.5), คาดงบ 1Q19 โตเด่น Y-Y // 2Q19 จับตาเปิดตัวโครงการใหญ่
(views 13)
คาดกำไรปกติ 1Q19 เท่ากับ 1.36 พันล้านบาท ขยายตัว 56% Y-Y แต่ชะลอ 44% Q-Q จากฐานสูงใน 4Q18 โดยยอดโอนคาดที่ 5.8 พันล้านบาท (-32% Q-Q, +29% Y-Y) จากการเริ่มโอนคอนโด 1 แห่ง และแนวราบที่ไปได้ดี หนุนด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่คาดปรับขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y จากการโอนคอนโดที่มีมาร์จิ้นดี ขณะที่ยอด Presales 1Q19 ทำได้ 18% ของเป้าทั้งปี โดยโมเมนตัมคาดเร่งขึ้นเด่น และทำจุดสูงสุดของปีใน 2Q19 จากการเปิดขายโครงการไฮไลท์ของปีอย่าง Supalai Icon Sathorn มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท หากได้รับการตอบรับดี ย่อมเป็นปัจจัยบวกหนุนราคาหุ้น และ Upside Risk ต่อเป้า Presales ทั้งปี เราคงประมาณการกำไรปี 2019 ที่ 5.9 พันล้านบาท (+2% Y-Y) และราคาเหมาะสม 22.50 บาท ราคาหุ้นปรับขึ้นจนมี Upside ต่ำกว่า 10% จึงปรับคำแนะนำเป็นซื้อเมื่ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
26
เมษายน
2019
BH (HOLD/19TP: 210), กำไร 1Q19 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
(views 31)
กำไร 1Q19 ทรงตัว Y-Y ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย BH ประกาศกำไรปกติ 1Q19 ที่ 972 ลบ. -13.9% Q-Q, +5.6% Y-Y อ่อนกว่าเราและตลาดคาดเล็กน้อยราว 4% โดยรายได้จากการให้บริการโตเพียง 0.6% Y-Y (ต่างชาติ +2.3% Y-Y ไทย -4% Y-Y) ต่ำกว่าที่เราคาดไว้ 4% ขณะที่ EBITDA Margin อยู่ที่ 34.9% จาก 35.6% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน น้อยกว่าคาดจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่สูงขึ้นทั้งการตลาดและและด้านไอที
อ่านเพิ่มเติม
26
เมษายน
2019
DELTA (HOLD/19TP: 77), กำไร 1Q19 ต่ำคาด แต่น่าจะกลับมาดีขึ้นในช่วงถัดไป
(views 18)
กำไรปกติ 1Q19 ต่ำกว่าทั้งเราและ Consensus คาด กำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 1,086 ล้านบาท (+7.7% Q-Q, +2.6% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ 21 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,107 ล้านบาท (+14% Q-Q, ทรงตัว Y-Y) ต่ำกว่าทั้งเราคาด 12% และ Consensus คาด 8% สาเหตุที่ต่ำกว่าคาดมาจากทั้งอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด และค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าคาด โดยกำไรที่เติบโต Q-Q มาจากค่าใช้จ่ายที่ลดลง ตามการลดลงของรายได้กลุ่มสินค้า EV Car ที่ได้รับจาก Delta Taiwan ในช่วงปลายปี 2018 ซึ่งเป็นรายได้ที่มีค่าใช้จ่ายในส่วนของ Loyalty Fee ส่วนกำไรที่ทรงตัว Y-Y แม้รายได้จะเติบโตเล็กน้อย 3.4% รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้น 120 bps สู่ระดับ 23% (แต่ยังต่ำกว่าที่เราคาดไว้ที่ 23.5%) จากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบคลี่คลาย แต่ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น 16.8% Y-Y จากค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรด้านการตลาดและ R&D ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 15.4% จาก 13.7% ใน 1Q18 ซึ่งสูงกว่าที่เราคาดไว้ (เราคาด 14.5%)
อ่านเพิ่มเติม
26
เมษายน
2019
DTAC (SELL/19TP: 54), คาด 1Q19 ต่ำกว่าคาด ลดคำแนะนำเป็น “ขาย”
(views 15)
กำไร 1Q19 ต่ำกว่าเราและตลาดคาด DTAC ประกาศกำไรปกติ 1Q19 ออกมาที่ 1,429 ลบ. -5.8% Q-Q, +47.8% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดราว 10% จากรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ที่หดตัวมากกว่าคาด -2.5% Q-Q, -7.1% Y-Y รวมถึง Handset Subsidy ที่สูงกว่าคาด การดำเนินงานภาพรวมยังอ่อนแอโดย Net Add ใน 1Q19 ติดลบแรงถึง 4.8 แสนราย ขณะที่ ARPU ปรับตัวลงทั้ง Prepaid และ Postpaid -1.3% Y-Y และ -9.7% Y-Y ตามลำดับ ซึ่งหมายถึงยังสูญเสีย Market Share ต่อเนื่องและสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง ขณะที่ต้นทุนปรับตัวขึ้นตามการลงทุนโครงข่าย 2300 MHz ส่งผลให้ EBITDA Margin ใน 1Q19 ลดลงเหลือเพียง 30.4% จาก 43% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
25
เมษายน
2019
KKP (HOLD/19TP: 72), Take a breath
(views 25)
เราคาดว่ากำไร 2Q19 จะฟื้นตัวขึ้นจาก 1Q19 แต่อาจยังไม่เป็นกำไรที่ปกติเพราะเห็นปัจจัยกดดันที่ต่อเนื่องจากการขายรถยึดและการตั้งด้อยค่าการปรับปรุงอาคารน่าจะยังเกิดขึ้นใน 2Q19 ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมน่าจะยังเข้ามาช่วยไม่ทัน โดยคาดรายได้จากงาน GPSC+GLOW และ TMB+TBANKจะเกิดใน 2H19 กลยุทธ์ทั้งปี KKP เน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ หลังมีการเติบโตอย่างมากมายในปี 2018 ซึ่งอาจกระทบ NIM (จาก Low yield lending) โดยรวม ผบห ยังคงเป้าหมายทางการเงินทั้งปี ซึ่งเราคาดหวังการฟื้นตัวของผลกำไรใน 2H19 แม้กระนั้นจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นใน 1H19 ส่งผลต่อประมาณการกำไรทั้งปีโดยเราปรับลดลง 2% เป็น 5.8 พันลบ. -3.6%Y-Y ปรับลดราคาเหมาะสมเป็น 72 บาท (เดิม 76 บาท) คงคำแนะนำ ถือ หรือ Switch เป็นTCAP ในกลุ่มเดียวกันเนื่องจากสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นภายหลังการขาย TBANK
อ่านเพิ่มเติม
25
เมษายน
2019
RS (HOLD/19TP: 21.5), คาดกำไร 1Q19 อ่อนกว่าเคยคาด ลดลง Q-Q แม้ยังเพิ่ม Y-Y
(views 18)
คาดกำไรปกติ 1Q19 อ่อนกว่าที่เคยคาดเล็กน้อย ลดลง 11.6% Q-Q จากรายได้ทีวีดิจิตอลลดลง Q-Q ตามฤดูกาล และตลาดโฆษณาโดยรวมยังอ่อนแอ ขณะที่รายได้ธุรกิจ MPC Flat Q-Q, Y-Y แม้กำไรยังเพิ่ม 12.0% Y-Y คาดกำไรใน 2Q19 ดีขึ้น รวมผลเต็มไตรมาสจากความร่วมมือขายสินค้ากับช่องไทยรัฐทีวี รายได้ช่อง 8 ดีขึ้น เนื่องจากเข้า High season ตลาดโฆษณา และการปรับผังรายการ เพื่อเพิ่ม Rating หลังลดลงใน 2-3 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาถึง 34% YTD มี Upside ลดลง เทียบกับราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 21.50 บาท (รวมผลบวกจาก ม.44) จึงแนะนำ ถือ/ซื้ออ่อนตัว จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2019
BGRIM (T-BUY/19TP: 34), คาดกำไร 1Q19 ต่ำสุดของปี ราคาขึ้นเยอะ แต่ลุ้นโครงการใหม่
(views 20)
คาดกำไรปกติ 1Q19 โตสูง Q-Q แต่ลดลง 10.5% Y-Y จากต้นทุนค่าก๊าซเพิ่มและมีซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า แต่กำไรจะเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ 2Q19 จากค่าก๊าซลดลง รายได้ขายไฟลูกค้าอุตฯ เพิ่ม และจะเริ่ม COD โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ที่เวียดนามตั้งแต่เดือนมิ.ย. จึงคงคาดกำไรปกติทั้งปีและ 3 ปีข้างหน้าโตสูง ทั้งยังมีศักยภาพการได้กำลังผลิตเพิ่มอีกในหลายประเทศ โดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังลมในเกาหลีใต้ มีโอกาสเห็นความคืบหน้าในปลาย 2Q19 แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาเร็ว 21% YTD จึงแนะนำ ซื้อเก็งกำไร โดยเฉพาะช่วงราคาอ่อนตัว จากเดิม ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 34 บาท (ไม่รวม GLOW SPP1)
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2019
KTB (BUY/19TP: 23), กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด
(views 30)
กำไร 1Q19 ใกล้เคียงคาด KTB รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 7.3 พันลบ. เพิ่มขึ้น 18.6%Q-Q, 7.6%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาด แต่มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ราว 10% รายได้ดอกเบี้ยสุทธิทำได้ดีดว่าที่คาด +14.8%Q-Q และ +20%Y-Y เนื่องจากมีรายได้ดอกเบี้ยจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินหลักประกันที่ได้จดจำนองไว้จำนวน 3.9 พันลบ. หากไม่รวมรายการนี้ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 3.3%Q-Q และ +1%Y-Y อย่างไรก็ตามรายได้พิเศษดังกล่าวถูกหักกลบด้วยค่าใช้จ่ายการด้อยค่า NPA ตามเกณฑ์การถือครองของ ธปท. เป็นจำนวนที่ใกล้เคียงกัน เฉพาะ PPOP ทำได้ดีกว่าที่เราคาดเนื่องจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +14.3%Q-Q, +13.8%Y-Y แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิจะชะลอตัวลง (จากการปรับลดค่าธรรมเนียมการโอน) แต่ได้รับชดเชยจากกำไรจากเงินลงทุนและ FX Gain โดยในไตรมาสนี้ KTB มีการตั้งสำรองฯ +14%Q-Q, +6%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.4% สูงกว่าที่เราคาด ซึ่งส่งผลให้ Coverage ratio เพิ่มเป็น 16.86% จาก 125.7% ในไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2019
DELTA (HOLD/19TP: 77), คาดกำไร 1Q19 ดูดีกว่าที่เคยคาด แต่ยังไม่วางใจช่วงที่เหลือ
(views 14)
แนวโน้มกำไร 1Q19 ดูฟื้นตัวได้มากกว่าคาด จากรายได้ของธุรกิจเดิมที่อัตรากำไรสูงเติบโตได้ดี เพราะฐานที่ต่ำในปีก่อนและไตรมาสก่อน สามารถหักล้างผลลบของอัตราแลกเปลี่ยนและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากคำสั่งซื้อของ Delta Taiwan ได้ ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายรายได้ที่ Aggressive มากขึ้นภายใน 5 ปีข้างหน้า จากธุรกิจเดิมตั้งเป้าแตะระดับ US$2 พันล้าน และคำสั่งซื้อใหม่ที่จะได้รับจาก Delta Taiwan ภายหลังเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดอีก US$1.5 พันล้าน กลายเป็นเป้ารายได้รวมที่ US$3.5 พันล้าน โดยคาดรายได้จาก Taiwan จะทยอยเข้ามาตั้งแต่ 2Q19 และเพิ่มมากขึ้นในปี 2020 แต่สิ่งที่เป็นลบคือความสามารถในการทำกำไรอาจลดลง เพราะคาดคำสั่งซื้อจาก Taiwan มีมาร์จิ้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัท และมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่าเพราะค่า Loyalty Fee อาจทำให้การเติบโตของกำไรในอนาคตต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ ทั้งนี้เรายังคาดกำไรปกติปี 2019 เติบโต 8.8% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 77 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside 3% คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2019
SCB (HOLD/19TP: 137), รายได้เริ่มเห็นทิศทางบวก
(views 20)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้เริ่มเห็นด้านบวกต่อพัฒนาการของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยโดยคาดหวังการฟื้นตัวของ Loan related fee และ Bancassurance fee รวมไปถึงแรงกดดันของค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่ลดลงมาอยู่ในระดับเดียวกับปีก่อน เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ขึ้น 3% เป็น 4.24 หมื่นลบ. +5.7%Y-Y เพื่อสะท้อนการตั้งสำรองฯที่ลดลงจากคาดการณ์เดิม เราได้รวม Employee retirement benefit ในค่าใช้จ่ายพนักงานแล้ว ซึ่งสุดท้ายเป็นบวกต่อกำไร ทั้งนี้กำไรของเรายังไม่รวมกำไรพิเศษจากการขาย SCBLife อย่างไรก็ตามการปรับประมาณการกำไรมีผลต่อราคาเหมาะสมเล็กน้อย เราคงราคาเหมาะสมเดิมที่ 137 บาท แนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
22
เมษายน
2019
ROBINS (BUY/19TP: 74), คาดกำไร 1Q19 โต Y-Y แม้ SSSG ติดลบ
(views 18)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q19 จะลดลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่คาดโต 7.6% Y-Y แม้ SSSG จะพลิกเป็นติดลบเล็กน้อย แต่ด้วยผลของสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน 2 แห่ง ทำให้สามารถรับรู้รายได้การขายและรายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมได้ แนวโน้มกำไรน่าจะดีขึ้นใน 2Q19 และคาดกำไรจะฟื้นตัวทำจุดสูงสุดของปีได้ใน 4Q19 เพราะเป็น High Season และมีแผนเปิด 1 สาขาที่ลาดกระบังใน 2H19 กอปรกับสาขาเดิมที่จะถูกปรับปรุงในปีนี้ 3 แห่ง จะแล้วเสร็จและกลับมาให้บริการได้เต็มที่ใน 4Q19 ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่เช่าได้ราว 4.6% และจะหนุนผลประกอบการได้เต็มที่ในปี 2020 ทั้งนี้เรายังคาดกำไรปกติปี 2019 เติบโต 8.8% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 74 บาท (DCF) มี Upside 26.5% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
เมษายน
2019
BAY (BUY/19TP: 44.6), กำไรสุทธิและกำไรปกติ 1Q18 ดีกว่าคาด
(views 14)
กำไรปกติ 1Q19 ดีกว่าที่เราคาด BAY รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 1.27 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 108.5%Q-Q และ 105%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดเนื่องจากมีกำไรจากการขายเงินลงทุนบริษัทเงินติดล้อ กำไรปกติ (ไม่รวมกำไรจากการขายเงินลงทุน 50% ในบริษัทเงินติดล้อจำนวน 4,290 ลบ. และกำไรจากการเปลี่ยนแปลงการควบคุมจำนวน 4,335 ลบ. และ One-time Employee Retirement Benefit จำนวน 1.2 พันลบ.) อยู่ที่ 6,929 ยังคงเป็นกำไรที่ดีกว่าที่เราคาดและเป็นกำไรประจำไตรมาสที่ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้น 13.4%Q-Q และ 11.5%Y-Y เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยและรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ทั้งนี้ NIM ลดลงอยู่ที่ 3.77% ลดลงจาก 3.88% เนื่องจากสัดส่วนสินเชื่อที่ไปโตที่สินเชื่อเพื่อธุรกิจระหว่างไตรมาส ซึ่งเป็นไปตาม guidance ของบริษัทที่จะเน้นการเติบโตของสินเชื่อรายใหญ่มากขึ้นในปีนี้
อ่านเพิ่มเติม
22
เมษายน
2019
BEM (BUY/19TP: 11.7), คาดงบ 1Q19 อยู่ในเกณฑ์ดี มีปัจจัยบวกรออยู่
(views 35)
คาดกำไรสุทธิ 1Q19 อยู่ที่ 790 ล้านบาท (+63% Q-Q, +7% Y-Y) ส่วนกำไรปกติ +29% Q-Q แต่ -2% Y-Y จากค่าใช้จ่ายซ่อมแซมทางด่วน แนวโน้ม 2Q19 คาดอ่อนตัว Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ไฮไลท์อยู่ใน 3Q19 ที่มีการเปิดรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยายช่วงที่ 2 ตั้งแต่เดือนก.ย. 2019 คาดหนุนให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย คงประมาณการกำไรปกติปี 2019 ที่ 3.7 พันล้านบาท (+22% Y-Y) และมี Upside Risk จากการเข้าร่วมประมูลมอเตอร์เวย์ และรถไฟฟ้ารวม 4 เส้นทางในปีนี้ ซึ่ง BEM ถือเป็นผู้เล่นที่มีแต้มต่อคู่แข่งจากศักยภาพในการบริหารทั้งระบบรางและทางด่วน ขณะที่ราคาหุ้น YTD ยัง Laggard ทั้ง BTS และกลุ่มขนส่ง คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 11.70 บาท (รวมขยายสัมปทานทางด่วน) ระยะสั้น แนะจับตาการเจรจารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในวันที่ 23 เม.ย.นี้
อ่านเพิ่มเติม
22
เมษายน
2019
BJC (BUY/19TP: 66), คาดกำไรปกติ 1Q19 โต Y-Y เป็นตัวเลขสองหลัก
(views 29)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q19 จะลดลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่คาดโต 18.8% Y-Y แม้ลูกค้ากระป๋องรายหนึ่งเริ่มลดคำสั่งซื้อลงตามแผน และเริ่มมีลูกค้าใหม่มาทดแทน แต่ยังไม่สามารถชดเชยได้หมด ทำให้ธุรกิจ Packaging แผ่วลงในไตรมาสนี้ แต่อีก 3 ธุรกิจเติบโตชดเชยได้ทั้งหมด โดยเฉพาะ Healthcare and Technical ที่จะรับรู้ White Group (เพิ่งซื้อเมื่อปลายปี 2018) เข้ามาเต็มไตรมาส ซึ่งมีรายได้และกำไรที่ดี กอปรกับรับรู้อัตราภาษีจ่ายลดลงกลับสู่ระดับปกติที่ 18% ลดลงจาก 26.4% ใน 1Q18 แนวโน้มกำไรน่าจะโตได้ต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี โดยเฉพาะ 2Q19 ที่ปีนี้มีวันหยุดมากและอากาศร้อนกว่าปกติ และคาดกำไรจะทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q19 เพราะเป็น High Season และ BIGC มีแผนเปิดสาขามากในช่วงครึ่งปีหลัง คงประมาณการกำไรปกติปี 2019 เติบโต 13.5% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 66 บาท (DCF) ยังมี Upside 28.8% คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
เมษายน
2019
KKP (HOLD/19TP: 76), กำไร 1Q19 น่าผิดหวัง
(views 19)
กำไร 1Q19 น่าผิดหวังจากส่วนของเงินลงทุนและการขายทรัพย์ NPA KKP รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 1,228 ลบ. ลดลง 14% Q-Q และ 6%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 20-25% ซึ่งเกิดจากมีผลขาดทุนจากการขายและการปรับมูลค่า NPA จำนวน 284 ลบ. และมีผลขาดทุนจากเงินลงทุนอีกราว 100 ลบ. รายได้หลักจากธุรกิจธนาคารถือว่ายังอยู่ในระดับที่ดี โดยรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ +3.4%Q-Q และ +15%Y-Y ซึ่งเป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อ แต่ Loan spread ปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.8% จาก 5% ในไตรมาสก่อนเนื่องจากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจซึ่งมี Low yield และสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำในช่วงแรก ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 30%Q-Q และ 13%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง (ไตรมาสก่อนมีรายได้จากธุรกิจ IB เข้ามามาก) และมีผลขาดทุนจากเงินลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2019
GFPT (HOLD/19TP: 15.6), คาดกำไร 1Q19 กลับมาฟื้นตัวดี Y-Y
(views 19)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q19 จะลดลง Q-Q ตามฤดูกาล ส่วน Y-Y คาดกลับมาฟื้นตัวดี เพราะปริมาณส่งออกไก่สูงขึ้น มาจากตลาดจีนเป็นหลัก และราคาไก่ในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.8% Y-Y รวมถึงส่วนแบ่งจากบริษัทร่วมพลิกกลับมามีกำไร เชื่อว่าการฟื้นตัวของผลประกอบการจะเร่งตัวขึ้นใน 2Q19 - 3Q19 เพราะเริ่มเข้าสู่ช่วง High Season ของการส่งออก และภาวะตลาดส่งออกยังดูสดใสต่อเนื่อง กอปรกับจะเริ่มได้รับประโยชน์จากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์อ่อนตัวลงตั้งแต่ 2Q19 เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 เติบโต 21.7% Y-Y หากกำไร 1Q19 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็น 17% ของประมาณการทั้งปี และคงราคาเป้าหมายที่ 15.6 บาท (อิง PE 14 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาจากที่เราแนะนำซื้อในรายงานฉบับก่อน (22 ก.พ. 2019) จนมี Upside แคบลงเหลือ 6.8% จึงปรับคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2019
BBL (BUY/19TP: 245), กำไร 1Q19 ดีตามคาด
(views 18)
กำไร 1Q19 เป็นไปตามที่คาด BBL รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 9 พันลบ. เพิ่มขึ้น 11.4%Q-Q และ Flat Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ กำไรที่เพิ่มขึ้น Q-Q เกิดจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 25%Q-Q ส่งผลให้ cost to income ratio ลดลงจาก 56% ในไตรมาสก่อนเป็น 42.6% ส่วนใหญ่เป็นการลดลงของค่าใช้จ่ายพนักงานซึ่ง BBL ได้บันทึกรายการชดเชยกรณีพนักงานเกษียณราว 2.5 พันลบ.ใน 4Q18 หากหักรายการดังกล่าวออก กำไรปกติจะลดลงราว 10%Q-Q หากเทียบกับ 1Q18 กำไรสุทธิทรงตัว Y-Y โดยมีปัจจัยกดดันจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ลดลง 28%Y-Y เนื่องจากกำไรจากเงินลงทุนและรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงจากผลกระทบของการยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมการโอน ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเห็นการปรับขึ้น 6.9%Y-Y จากรายได้ดอกเบี้ยรับที่สูงขึ้น และ NIM ที่เพิ่มขึ้นเป็น 2.35% จาก 2.22% ใน 1Q18 ซึ่งเกิดจาก Loan yield ที่ปรับขึ้นและปริมาณสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2019
KBANK (BUY/19TP: 212), กำไร 1Q19ใกล้เคียงตลาดคาด โดย Non-NII ยังอ่อนแอ
(views 32)
กำไร 1Q19 ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอ่อนแอกว่าคาด KBANK รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 10,044 ลบ. เพิ่มขึ้น 43%Q-Q แต่ลดลง 7%Y-Y ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ แต่น้อยกว่าที่เราคาดไว้ราว 9% จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าคาดโดยเฉพาะจากธุรกิจประกัน รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 1%Q-Q และ NIM อ่อนตัวกว่าที่คาดลงมาอยู่ที่ 3.3% ซึ่งเกิดจากดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น (น่าจะมาจากการ package เงินฝากประจำพิเศษ) ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 2.4%Q-Q และ 19%Y-Y ซึ่งเกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมการโอนเงินและธุรกิจบัตรที่ลดลงและรายได้จากธุรกิจประกันที่ชะลอตัวลง ในไตรมาสนี้ KBANK มีค่าใช้จ่ายสำรองฯลดลง 11%Q-Q, 3%Y-Y และ Credit cost ที่ 1.57% ใกล้เคียงกับที่เราคาดและที่ธนาคารเคยให้ Guidance ไว้ สะท้อนคุณภาพหนี้ที่ยังบริหารจัดการได้ ส่วนค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 18%Q-Q, Flat Y-Y เป็นไปตามฤดูกาลที่มีค่าใช้จ่ายทางการตลาดน้อยกว่าทุกไตรมาส (หมายเหตุ เรายังไม่พบว่า KBANK มีค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้นผิดปกติ KBANK อาจยังไม่ได้บันทึก Employee retirement benefit ในไตรมาสนี้)
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2019
KTC (BUY/19TP: 44), กำไร 1Q19 สุดหรู ปรับประมาณการและราคาเหมาะสมขึ้น
(views 23)
กำไรสุทธิ 1Q19 แข็งแกร่ง KTC รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 1,589 ลบ. +29%Q-Q และ +32%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 15-20% โดยเป็นผลจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่น้อยกว่าที่เราคาดไว้, รายได้หนี้สูญรับคืนและรายได้ค่าธรรมเนียมที่ดีกว่าที่คาด ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 15.76% ดีขึ้นจาก 15.26% ใน 1Q18 เนื่องจากการเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อบุคคลทำให้ Loan yield ดีขึ้นแต่หากเทียบกับไตรมาสก่อน NIM ลดลงราว 0.5% ตามสินเชื่อที่ชะลอตัวลง อีกด้านหนึ่ง ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานทำได้ดีกว่าที่คาด Cost to income ratio อยู่ที่ 33% จาก 37.6% ในไตรมาสก่อนเนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายทางการตลาดและรายได้รวมที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2019
TCAP (BUY/19TP: 60), กำไร 1Q19 แข็งแกร่งตามคาด
(views 22)
กำไร 1Q19 ใกล้เคียงคาดแต่ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ TCAP รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 2,016 ลบ. ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 6.2%Y-Y แข็งแกร่งตามที่เราคาดไว้แต่ดีกว่าที่ตลาดคาดราว 11% รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยทำได้ดีกว่าที่เราคาด แม้ว่าจะลดลง 8%Q-Q และ 7.7%Y-Y เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่หดตัวราว 20%Q-Q และ 19%Y-Y แต่ได้รับการชดเชยจากกำไรจากเงินลงทุนและรายได้เงินปันผลที่ดีกว่าที่คาด ในขณะที่การลดลงของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานและการตั้งสำรองฯช่วยหนุนกำไรในไตรมาสนี้อีกทางหนึ่ง กล่าวคือค่าใช้จ่ายที่ไมใช่ดอกเบี้ยลดลง 15%Q-Q, -7%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งส่งผลให้ Cost to income ratio ลดลงมาอยู่ที่ 45% จาก 52% ในไตรมาสก่อน และค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง 31%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 0.52% เป็นอัตราที่ต่ำกว่าการตั้งสำรองฯในปี 2018 ที่อยู่ที่ 0.65% ซึ่งสอดคล้องกับคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2019
THANI (BUY/19TP: 7.4), กำไร 1Q19 ยังสร้าง New high
(views 19)
กำไร 1Q19 ดีกว่าคาดแต่ตัดรายการสำรองฯออก PPOP 1Q19 น้อยกว่าคาด THANI รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 496 ลบ.+9.1%Q-Q, +36.5%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 5% แต่ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ กำไรที่ดีกว่าที่เราคาดเกิดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง 68%Q-Q และ 76%Y-Y โดยคิดเป็น Credit cost เพียง 0.29% จาก 0.79% ในไตรมาสก่อนหน้าและคาดการณ์ของเราที่ 0.75% ท้งนี้น่าจะเกิดจากการกลับรายการสำรองฯทั่วไปที่ได้ตั้งไปเกินพอสำหรับมาตรฐานบัญชี IFRS 9 หากไม่นับรายการสำรองฯดังกล่าว PPOP น้อยกว่าที่เราคาดโดยลดลง 1.4%Q-Q, +13.7%Y-Y ซึ่งเกิดจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงกว่าคาด ส่งผลให้ Cost to income ratio ปรับขึ้นเป็น 17% จาก 15% ในไตรมาสก่อน ส่วน NIM ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 5.3% ลดลงจาก 5.42% ในไตรมาสก่อนเกิดจากการอ่อนตัวลงของ Loan yield น่าจะมาจากสัดส่วนสินเชื่อรถใหม่ที่เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2019
TISCO (HOLD/19TP: 92), กำไรปกติดีกว่าที่คาด แต่ NPL เพิ่มขึ้นเซอร์ไพรส์เรา
(views 16)
กำไร 1Q19 ใกล้เคียงที่เราคาดแต่น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ราว 7% TISCO กำไรสุทธิ 1Q19 ใกล้เคียงกับที่เราคาดแต่น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ราว 7% อยู่ที่ 1,730 ลบ. Flat Q-Q แต่ลดลง 2%Y-Y รายได้รวมดีกว่าที่คาดไว้ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่ดีกว่าคาดเพราะการเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อ High-yield ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงกว่าคาดเนื่องจากมีการบันทึก Employee retirement benefit ราว 200 ลบ. หากไม่รวมรายการค่าใช้จ่าย One-time ดังกล่าว กำไรปกติจะอยู่ที่ราว 2 พันลบ. ดีกว่าที่เราคาดไว้ เนื่องจากการตั้งสำรองฯน้อยกว่าที่คาดไว้ โดยในไตรมาสนี้ค่าใช้จ่ายสำรองฯลดลง 65%Q-Q และ 84%Y-Y Credit cost อยู่ที่ 0.23% แม้เป็นระดับสำรองที่ต่ำที่สุดในรอบหลายไตรมาสแต่ TISCO ระบุว่าเป็นระดับการตั้งสำรองฯปกติและสอดคล้องกับคุณภาพหนี้ที่แท้จริงรวมถึงการที่มี General reserve ที่เพียงพอรองรับกับภาวะเศรษฐกิจ
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2019
SCB (HOLD/19TP: 137), กำไรปกติ 1Q19 ดีกว่าคาด
(views 15)
กำไรปกติ 1Q19 ดีกว่าคาด จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น SCB รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 เท่ากับ 9,157 ลบ. เพิ่มขึ้น 29%Q-Q แต่ลดลง 19%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดไว้ราว 3-8% (ตลาดคาดไว้ที่ราว 9.4-1 หมื่นลบ.) เนื่องจากในไตรมาสนี้ SCB มีการบันทึกค่าใช้จ่าย Employee retirement benefit ราว 1.4 พันลบ. ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +11%Q-Q, +10%Y-Y และ Cost to income ratio สูงขึ้นเป็น 51.6% แต่หากไม่รวมรายการดังกล่าวจะอยู่ที่ 47.5% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนแต่ถือว่าอยู่ในระดับสูง หากปรับรายการค่าใช้จ่ายพนักงาน One-time ดังกล่าวออก จะเห็นว่ากำไรปกติดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 2% หรืออยู่ที่ราว 1.03 หมื่นลบ. +45%Q-Q, -9.6%Y-Y เกิดจากไตรมาสนี้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ดีกว่าคาดโดย +9.7%Q-Q ดีกว่าคาดเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตรา และการฟื้นตัวของรายได้สุทธิจากธุรกิจประกันชีวิต (สวนทางกับ KBANK ที่ชะลอตัวแรง) ส่วน NIM ยังเห็นการหดตัวลงราว 0.06%Q-Q มาอยู่ที่ 3.2% เนื่องจากการขยายตัวของสินเชื่อ High-Yield ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นยังไม่ช่วย Loan yield ขณะที่ CoF ขยับขึ้นจากต้นทุนหุ้นกู้ (หุ้นกู้ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ)
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2019
TMB (SWITCH/19TP: 2.58), PPOP อ่อนแอ และกำไรสุทธิ 1Q19 น้อยกว่าคาด
(views 23)
PPOP 1Q19 น้อยกว่าคาด TMB รายงานกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 1.58 พันลบ. ลดลง 7%Q-Q และ 31%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้เนื่องจาก 1. การบันทึกค่าใช้จ่าย Employee Retirement Benefit จำนวน 500 ลบ. (ส่งผลต่อกำไรสุทธิประจำไตรมาสราว 20%) 2. PPOP ต่ำกว่าที่คาดราว 8% จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่น้อยกว่าคาดเนื่องจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจ Bancasurance และธุรกิจกองทุนรวม และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่น้อยกว่าที่คาดไว้ราว 2% เนื่องจากดอกเบี้ยจ่ายที่สุงขึ้นโดยส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ยจ่ายจากรายการระหว่างธนาคารส่งผลให้ NIM ไตรมาสนี้ลดลงมาอยู่ที่ 2.84% จาก 2.87% ในไตรมาสก่อน น้อยกว่าที่เราคาดไว้ ในไตรมาสนี้ TMB มีค่าใช้จ่ายสำรองฯลดลง 9.4%Q-Q, 20%Y-Y คิดเป็น credit cost ที่ 1.07% ซึ่งถือว่าน้อยกว่าเป้าหมายทั้งปีที่ราว 1.3-1.4% เราคาดว่า TMB น่าจะเพิ่มระดับสำรองฯในไตรมาสที่เหลือของปี
อ่านเพิ่มเติม
17
เมษายน
2019
EA (BUY/19TP: 62), กระแสลมแรงทำให้คาดกำไร 1Q19 +44.6% Q-Q +8.1% Y-Y
(views 30)
เราคาดกำไรปกติ 1Q19 ที่ 1,111.2 ล้านบาท +44.6% Q-Q +8.1% Y-Y โรงไฟฟ้าพลังงานลมเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในไตรมาสนี้ หลังจากที่ในช่วง 4Q18 ฝนตกน้อยและมรสุมไม่ได้มาตามฤดูกาล (เลื่อนมาเข้าใน 1Q19 แทน) ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานลมชุดท้าย 260 MW เริ่ม COD ปลายเดือน มี.ค. 90 MW และอีก 170 MW COD แล้วในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ผลประกอบการจะสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใน 2Q19 ขณะที่ธุรกิจรถ EV มีแนวโน้มดีกว่าเป้า เพราะรถยนต์ไฟฟ้า “MINE รุ่น SPA 1” มียอดจองในงาน Motor show แล้วถึง 90% ของเป้าบริษัท 5,000 คันในปี 2020 เรายังคงคาดกำไรปกติปีนี้ +53.7% Y-Y เป็น 6,016 ล้านบาท และโตต่อ 21.7% Y-Y เป็น 7,322 ล้านบาทในปี 2020 คงราคาเป้าหมาย 62 บาท (DCF) คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
17
เมษายน
2019
SEAFCO (BUY/19TP: 10.2(after XD)), คาดกำไร 1Q19 สดใส ลุ้นรับงานใหม่เข้ามาเติม
(views 21)
คาดกำไรปกติ 1Q19 ที่ 123 ล้านบาท (+5% Q-Q, +137% Y-Y) ทำระดับสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง หนุนจากรายได้ที่คาด +3% Q-Q, +94% Y-Y แตะ 872 ล้านบาท ตามความคืบหน้าของงานที่เร่งขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวสูง ปัจจุบันมีงานในมือ 2.75 พันล้านบาท Secured คาดการณ์รายได้แล้ว 95% พร้อมมีโอกาสรับเพิ่มจากงานที่อยู่ระหว่างยื่นประมูลราว 2.3 หมื่นล้านบาท เราให้น้ำหนักกับการรับงานภาคเอกชนใน 1H19 ส่วนงานภาครัฐจะเป็นบวกต่อรายได้ในปี 2020 โดยมี Upside หากกรอบเวลาประมูลเร็วกว่าคาด ขณะที่ Valuation น่าสนใจ ราคาหุ้นปรับลง -12% YTD มากที่สุดในกลุ่ม และเทรดบน PE2019 เพียง 16x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 4 ปีย้อนหลังถึง 1SD ไม่สอดคล้องกับ Backlog ที่มากกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตเกือบ 2 เท่าตัว รวมถึงผลประกอบการ 1H19 มีโมเมนตัมเชิงบวก และกรอบเวลาประมูลที่ชัดเจนขึ้น จึงเป็นจังหวะที่ดีของการซื้อสะสม ราคาเหมาะสม 10.20 บาท (รวม Dilution จากหุ้นปันผล)
อ่านเพิ่มเติม
12
เมษายน
2019
CPF (HOLD/19TP: 30), คาดกำไร 1Q19 ยังดี แต่ 2Q-3Q19 ดูเสี่ยงมากขึ้น
(views 21)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไปกติ 1Q19 คาดโตดีทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะราคาหมูทั้งในไทยและเวียดนาม รวมถึงราคาไก่ในไทยปรับตัวขึ้น คาดเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการในไทยและเวียดนาม พลิกจากที่ขาดทุนในปีก่อน แต่เรามีความกังวลต่อโรค AFS ที่ระบาดในเวียดนาม และเริ่มเข้าที่กัมพูชา เพราะราคาหมูเวียดนามเริ่มปรับลดลงตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. โดยปรับลงแรง -20% M-M และหากอิงกับเหตุการณ์ที่เกิดในจีนตั้งแต่เดือน ส.ค. 2018 ซึ่งใช้เวลาราว 6 เดือนกว่าราคาหมูจะกลับมาปรับขึ้นอีกครั้ง แต่โรคไม่ได้หายไป โดยเกิดจากปริมาณผลผลิตลดลงจนเข้าสู่ภาวะตึงตัว ส่วนกัมพูชาเพิ่งเริ่มเข้าไป ราคาหมูยังไม่ได้รับผลกระทบ ทำให้แนวโน้มผลประกอบการ 2Q-3Q19 ยังมีความไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับโรค AFS เป็นหลัก และในกรณี Worst Case ถ้าลุกลามเข้ามาในไทย จะเป็นลบต่อราคาหุ้นอย่างมาก แต่เชื่อว่าจะฟื้นกลับได้ในระยะถัดไป ภายใน 3-6 เดือน และหลังจากนั้นน่าจะได้รับผลบวกจากราคาหมูที่กลับมาปรับขึ้น เรายังคาดกำไรปกติปี 2019 โต 15.8% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 30 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้จะมี Upside 18.8% แต่ด้วยแนวโน้มผลประกอบการ 2Q-3Q19 ดูมีความเสี่ยงมากขึ้น จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
เมษายน
2019
MTC (BUY/19TP: 55), คาดกำไร 1Q19 ยังดี และแนวโน้มจะดีขึ้นในไตรมาสที่เหลือของปี
(views 22)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q19 ของ MTC ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ราว 1.08 พันลบ. +8%Q-Q, +30%Y-Y สินเชื่อใหม่และสินเชื่อคงค้างเติบโตตามเป้าหมายที่ราว 35%Y-Y, 30%Y-Y ตามลำดับ ขณะที่ NPL อยู่ในระดับต่ำ ส่วน Loan spread อาจชะลอลง Q-Q เนื่องจากการออกหุ้นกู้ใหม่อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ราว 4.3% (4.5 พันลบ.) ในเดือนก.พ. อาจส่งผลต่อ CoF แต่คาดรายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังเติบโตได้ 6%Q-Q, 27%Y-Y แนวโน้ม CoF มีโอกาสดีขึ้นเพราะ MTC กำลังรอผลการประเมินอันดับเครดิตครั้งใหม่จาก TRIS ซึ่งโดยรวม TRIS ไม่มีความกังวลเพิ่มเติม ในไตรมาสนี้จะมีค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับมาตรฐานบัญชีเกษียณอายุพนักงานราว 14 ลบ. ไม่ส่งผลกระทบต่อกำไร 1Q19 อย่างมีนัย คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 55 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
เมษายน
2019
PTTGC (BUY/19TP: 85), ปรับราคาเป้าหมายลงตามแนวโน้มกำไรที่ต่ำกว่าที่คาดเดิม
(views 30)
เราคาดกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 6.6 พันลบ. +63% Q-Q, -47% Y-Y กำไรที่ปรับขึ้นแรง Q-Q เพราะ Stock gain & NRV ที่คาดจำนวนราว 1.4 พันลบ. เทียบกับ 4Q18 ที่มี Stock loss & NRV ถึง 6.5 พันลบ. ส่วนกำไรที่ปรับลดลง Y-Y สาเหตุหลักมาจาก Margin ที่แคบลงทั้งในธุรกิจโรงกลั่นและโอเลฟินส์ ตาม Spread น้ำมันสำเร็จรูปและเม็ดพลาสติคที่ลดลง และจากประมาณการกำไร 1Q19 ที่น้อยกว่าคาดเดิม รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลงเร็ว เราปรับสมมติฐาน Spread เม็ดพลาสติดทุกชนิดลงราว 10% - 12% ส่งผลให้คาดการณ์กำไรปี 2019 - 2020 ต่ำกว่าประมาณการเดิม 15% และ 9% มาอยู่ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท -18% Y-Y ในปี 2019 และ 3.6 หมื่นลบ. +10% Y-Y ในปี 2020 ปรับราคาเป้าหมายลงจากเดิม 100 บาท เหลือ 85 บาท อิง EV/EBITDA เดิมที่ 7.8 เท่า อย่างไรก็ตาม เรายังคงแนะนำ ซื้อ ปัจจุบัน PE ต่ำกว่า 10 เท่าทั้งปีนี้และปีหน้า PBV เหลือเพียง 1 เท่า และคาดการณ์ปันผลค่อนข้างสูงราว 5% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
12
เมษายน
2019
PRM (BUY/19TP: 8), คาดกำไรเริ่มโตแรงตั้งแต่ 1Q19 ทั้งที่เรือใหม่ยังไม่สร้างรายได้
(views 27)
เราคาดกำไรสุทธิ 1Q19 ฟื้นตัวแรงเป็น 195 ล้านบาท +26.8% Q-Q, +88.9% Y-Y แม้ว่าเรือใหม่ที่รับเข้ามา 4 ลำในช่วงไตรมาสแรกยังทำรายได้ไม่ได้ทันที (เริ่มสร้างรายได้ปลาย เม.ย. เป็นต้นไป) แต่เนื่องจากรายได้เพิ่มขึ้นทั้งจากลูกค้าเก่าและมีลูกค้าใหม่เพ่มขึ้น ขณะที่อัตรากำรั้นต้นทำได้ดีขึ้นหลังการควบคุมและลดรายจ่ายในปีก่อน ส่งผลให้กำไรเติบโตดีมาก และจะยิ่งดีขึ้นใน 2Q19 หลังจากเรือใหม่ที่รับเข้ามาสามารถสร้างรายได้ได้ บวกกับจะมีการรับเรืออีก 2 ลำในไตรมาสนี้ โดยที่ Demand ยังมีอยู่สูงทั้งในและต่างประเทศ อัตราค่าขนส่งยังอยู่ในระดับสูงจาก demand ที่ดีและ supply มีจำกัด เราคาดกำไรทั้งปี +18% Y-Y เป็น 838 ล้านบาท และโตต่อเนื่อง 14% Y-Y ในปีหน้า ยังคงแนะนำซื้อจากผลประกอบการที่ Turnaround ในปีนี้ ราคาเป้าหมาย 8 บาท (PE 22 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
11
เมษายน
2019
BDMS (BUY/19TP: 28), กำไรปกติ 1Q19 ชะลอชั่วคราว แต่กำไรสุทธิโตแรง
(views 27)
เราคาดกำไรปกติ 1Q19 ของ BDMS +29.8% Q-Q, -7.6% Y-Y ชะลอชั่วคราวจากฐานสูงใน 1Q18 จากโรคระบาดที่มาก แต่กำไรสุทธิคาดโตก้าวกระโดด +497.5% Q-Q, +176.3% Y-Y จากการบันทึกกำไรพิเศษหลังขายหุ้น RAM อย่างไรก็ตามเราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019 ลงเล็กน้อย 4% เหลือเติบโต 5.4% Y-Y สะท้อนรายได้ที่โตชะลอและต้นทุนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นหลังเปิดโรงพยาบาลและโรงแรมในช่วงกลางปี แต่ยังสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ต่อเนื่อง เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 28 บาท แต่ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
11
เมษายน
2019
KCE (AVOID/19TP: U.R.), แนวโน้มกำไร 1Q19 ฟื้นตัวช้ากว่าคาด
(views 24)
คาดกำไรปกติ 1Q19 อาจจะแผ่วลงต่อทั้ง Q-Q และ Y-Y ถือว่าช้ากว่าที่เคยคาดว่าจะฟื้นตัว Q-Q เพราะยังเจอปัญหา WLTP และยอดขายรถยนต์ในยุโรป สหรัฐ และจีนชะลอตัว บวกกับเจอเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับ USD และ EUR จะกดดันทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น สำหรับ 2QTD เรายังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อ แต่คาดหวังการกลับมาฟื้นตัวใน 3Q19 ที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ กอปรกับคาดปัญหา WLTP ใกล้จบลง และคาดเห็นลูกค้ากลับมา Restocking ส่วนด้าน Raw Material ไม่มีอะไรน่ากังวลนักสำหรับปีนี้ ในขณะที่ ความเสี่ยงที่เห็นมีเพียงคำสั่งซื้อไม่สดใสและบาทแข็งค่าเป็นหลัก ซึ่งหากกำไร 1Q19 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็นเพียง 13% ของประมาณการทั้งปี จึงมีแนวโน้มปรับลดประมาณการกำไรปกติปีนี้ลงจากปัจจุบันที่คาดโต 26.2% Y-Y และจะปรับลดราคาเป้าหมายจากปัจจุบันที่ให้ไว้ 32 บาท (อิง PE 17 เท่า) ปรับลดคำแนะนำเป็น ชะลอการลงทุน จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
11
เมษายน
2019
SPRC (HOLD/19TP: 12), ณ เวลานี้ ยังไม่ใช่จังหวะของ SPRC
(views 17)
คาด 1Q19 มีกำไรสุทธิ 1.5 พันลบ. จากที่เคยขาดทุนใน 4Q18 ที่ 3.9 พันลบ. สาเหตุที่ฟื้นตัว Q-Q แม้คาด Market GRM จะเหลือเพียง US$2.9/บาร์เรล (-34.1% Q-Q, -59.7% Y-Y) เนื่องจาก 4Q18 มี Stock loss ถึง US$10.4บาร์เรล แต่ไตรมาสนี้น่าจะมี Stock gain ราว US$4/บาร์เรล อย่างไรก็ตาม กำไรยังลดลง -40.8% Y-Y หลักๆมาจากสมมติฐาน Market GRM ที่ลดลงตาม Spread น้ำมันสำเร็จรูปที่อ่อนตัวลงและสำรองค่าใช้จ่าย Major turnaround ประมาณ US$12 ล้าน แม้ว่า ผลประกอบการน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อปีก่อน และน่าจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้นในปี 2019-2020 ตามสมมติฐานค่าการกลั่นที่ US$5.8-6.8/บาร์เรล ตามลำดับ แต่ถ้าดูรายไตรมาส ผลกำไรในช่วงครึ่งปีหลังยังคงถูกกดดันจาก Major turnaround ปัจจุบัน ราคาหุ้นปรับขึ้นมาจนทำให้ Upside เหลือไม่ถึง 10% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมของเราที่ 12 บาท (อิง EV/EBITDA 7.2 เท่าตามเดิม) จึงลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
เมษายน
2019
PLANB (BUY/19TP: 8), จับมือ (VGI) ไว้ แล้วไปด้วยกัน
(views 18)
เรารวมผลบวก Synergy ด้านรายได้เพิ่มและค่าใช้จ่ายที่จะลดลง จากคาดเดิม ตั้งแต่ 2Q19 หลัง VGI เข้าถือหุ้น 18.59% โดยคาดหวังการร่วมกันบริหารสื่อ การขายแบบแพ๊คเกจ จากพื้นที่สื่อโฆษณาในมือของ 2 บริษัทที่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจสื่อนอกบ้าน ทำให้ประมาณการกำไรปกติในปี 2019-2020 ปรับเพิ่มจากเดิม 5-9% ตามลำดับ เป็นกำไรโต 23% ในปี 2019 และ 19% ในปี 2020 โดยความร่วมมือจะช่วยเพิ่มความสามารถในการประมูลงานในพื้นที่ใหม่ๆ และการขยายการลงทุนในต่างประเทศอีกด้วย ราคาหุ้นปรับขึ้นมา 10% รับข่าว แต่ยังมี Upside 14% จากราคาเป้าหมายปี 2019 หลัง PP ที่ 8 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
10
เมษายน
2019
MAJOR (BUY/19TP: 31), หนังปีนี้กระแสแรง… ปรับประมาณการขึ้น
(views 30)
เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019 ขึ้น 11% จากมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อความสามารถในการทำรายได้ของบริษัท หนุนโดยหนังเข้าฉายที่แข็งแกร่ง เริ่มต้นใน 1Q19 คาดรายได้ตั๋วหนังโตดี 12-15% Y-Y เข้าช่วง High season ใน 2Q19 เป็นหน้าหนังและมีหนังกระแสแรง โดยเฉพาะ Avengers Endgame ตั้งแต่วันที่ 24 เดือนนี้ ต่อเนื่องไปใน 2H19 ขณะที่จะขยายโรงหนังอีกราว 70 โรงโดยเน้นควบคุมต้นทุนมากขึ้น ราคาเป้าหมายปี 2019 ปรับขึ้นเป็น 31 บาท จากเดิม 27 บาท (DCF) ยังมี Upside 14% และเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลค่อนข้างสม่ำเสมอระดับ 5% ปรับคำแนะนำขึ้นจากเดิม ซื้อเก็งกำไร เป็น ซื้อ ทั้งนี้ จ่ายปันผลงวด 2H18 หุ้นละ 0.70 บาท yield 2.6% XD 23 เม.ย. จ่าย 3 พ.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
10
เมษายน
2019
THANI (BUY/19TP: 8.1), คาดการณ์กำไร 1Q19 เป็น new record high
(views 14)
คาดการณ์กำไร 1Q19 เป็น Record high ที่ 471 ลบ. +3.6%Q-Q, +29.7%Y-Y จากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ +1.3%Q-Q, +15%Y-Y, สินเชื่อที่คาดว่าจะ +2%YTD และคาดการณ์ credit cost ที่ลดลง เราคาดว่ากำไรสุทธิในช่วงที่เหลือของปีจะดีขึ้นตามลำดับ โดย 2Q19 สินเชื่อมีแนวโน้มความต้องการดีกว่า 1Q19 ที่ชะลอจากปัจจัยการเมือง และ 2H19 คาดการฟื้นตัวของยอดขายรถเชิงพาณิชย์ที่ชัดเจนขึ้นตามฤดูกาลและสำรองฯที่ทะยอยลดลง เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 ที่ 1,820 ลบ. +11%Y-Y คงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 8.10 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
เมษายน
2019
EKH (BUY/19TP: 7.6), โมเมนตัมกำไร 1Q19 ยังดีต่อเนื่อง
(views 28)
เราคาดกำไรปกติ 1Q19 ของ EKH -6.6% Q-Q, +16.2% Y-Y ยังโตแข็งแกร่งต่อเนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่ยังหนาแน่นและศูนย์ IVF เป็นปัจจัยหนุน ขณะที่ศูนย์กุมารเวชแห่งใหม่แม้จะเปิดให้บริการอย่างเร็วช่วงปลาย 2Q19 ซึ่งล่าช้ากว่าแผนเล็กน้อย แต่เรามองเป็นบวกเนื่องจากธุรกิจกำลังเข้าช่วง High Season พอดีและจะปลดล็อค Capacity ของ EKH ที่ค่อนข้างเต็มในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตามเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 ของ EKH อย่าง Conservative ที่ Flat Y-Y แต่เริ่มเห็น Upside ขณะที่ Valuation ยังไม่แพง จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 7.60 บาท
อ่านเพิ่มเติม
09
เมษายน
2019
GLOBAL (BUY/19TP: 21), คาดกำไร 1H19 กลับมาสดใสตามฤดูกาล
(views 23)
แนวโน้มกำไร 1Q19 จะกลับมาเติบโตดี เพราะเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจ คาด SSSG จะเป็นบวกต่อเนื่องติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 6 ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอาจแผ่วลงเล็กน้อยเพราะมีการทำโปรโมชั่นกระตุ้นรายได้ แต่ยังถือเป็นระดับที่ดีคาดยังยืนเหนือระดับ 20% สิ่งที่ทำได้ดีน่าประทับใจคือ สาขาใหม่ที่กัมพูชาพลิกมีกำไรตั้งแต่เดือน ม.ค. และแนวโน้มกำไรน่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องใน 2Q19 ตามฤดูกาล และปีนี้น่าจะได้รับอานิสงส์จากอากาศที่ร้อนกว่าปกติ เอื้อต่อการซ่อมแซมบ้าน ก่อนที่กำไรจะอ่อนตัวลงใน 2H19 บริษัทมีแผนเปิดสาขาใหม่ปีนี้ 6-7 แห่งในไทย ส่วนในกัมพูชาคาดจะเปิดสาขาที่ 2 ในปี 2020 ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 โต 22.4% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 21 บาท (DCF) ยังมี Upside 22.1% ยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
เมษายน
2019
TOP (BUY/19TP: 81), คาด 1Q19 พลิกกลับมากำไรจาก Stock gain
(views 28)
เราคาดว่า TOP จะกลับมามีกำไรสุทธิ 4.8 พันลบ.ใน 1Q19 จากที่เคยขาดทุน 4.8 พันลบ. ใน 4Q18 จากคาดการณ์ Stock gain ราว US$4.2/บาร์เรล เทียบกับ 4Q18 ที่มี Stock loss ถึง US$7.5/บาร์เรล แต่ถ้าเทียบกับ 1Q18 กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ยังลดลง 14.5% Y-Y เพราะ Market GIM ที่เราคาดไว้ที่ US$5.2/บาร์เรล ลดลงถึง 37% Y-Y และผลจากรายการพิเศษอย่าง Fx และ Hedging gain ใน 1Q18 กว่า 1.6 พันลบ. ซึ่ง Stock gain ใน 1Q19 ไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบเหล่านี้ได้ทั้งหมด แนวโน้มกำไรสุทธิในช่วงที่เหลือของปีถึงปี 2020 คาดว่าจะฟื้นต่อเนื่องเป็น 1.36 หมื่นลบ. +34% Y-Y ในปี 2019 และเป็น 1.55 หมื่นลบ. +14% Y-Y ในปี 2020 สาเหตุจาก 1. มาตรการ IMO ที่จะหนุน Spread น้ำมันในกลุ่ม Middle Distillate และ 2. Utilization Rate ที่คงไว้ในระดับสูงหลังเสร็จสิ้น Major Turnaround ส่งผลให้ Market GIM ที่คาดไว้ในปี 2019-2020 อยู่ในระดับ US$7.7-8.1/บาร์เรล (+12% -5% Y-Y), จากกำไรที่ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นและราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาจนมี Upside มากกว่า 10% เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ คงราคาเป้าหมายที่ 81 บาท (EV/EBITDA 6.2 เท่า ตามค่าเฉลี่ยในระยะยาว)
อ่านเพิ่มเติม
05
เมษายน
2019
TK (HOLD/19TP: 9.5), ขยายธุรกิจไปประเทศเพื่อนบ้านเป็นโฟกัสหลักของปีนี้
(views 20)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของสินเชื่อที่จะขยายตัวเชิงรุกมากขึ้นไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่ง TK เริ่มเห็นผลสำเร็จในปี 2018 และผู้บริหารคงเป้าการเติบโตกว่าเท่าตัวต่อเนื่องในปี 2019 ทำให้เราคาดว่า TK จะไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะการชะลอตัวของยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศ (คาดการหดตัว 3-4%Y-Y) และรถยนต์ (คาดการหดตัว 4%Y-Y) เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2019 ขึ้น 8% จากแนวโน้มสินเชื่อที่ดีกว่าคาดและการตั้งสำรองฯที่น้อยกว่าคาด และปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 9.50 บาท (เดิม 8.50 บาท) ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ จากเดิม ขายทำกำไร
อ่านเพิ่มเติม
04
เมษายน
2019
PTTEP (BUY/19TP: 160), กำไรค่อยๆฟื้นตัวตามราคาน้ำมันดิบโลกที่เพิ่มขึ้น
(views 20)
เราคาดกำไรสุทธิ 1Q19 ที่ 1.1 หมื่นลบ. +24.7% Q-Q, -17.6% Y-Y สาเหตุจากรายการพิเศษทางภาษี ได้แก่ Deferred tax liability ใน 4Q18 จำนวน US$74 ล้าน ทำให้บริษัทบันทึกภาษีมากกว่าปกติ ตรงข้ามกับ 1Q18 ที่มี Tax saving จำนวนประมาณ US$150 ล้าน จากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ส่วนกำไรปกติก่อนภาษีในไตรมาสนี้ เราคาดไว้ที่ 1.49 หมื่นลบ. -8.3% Q-Q, +9.0% Y-Y ตามปริมาณขายที่ 316,000 BOEPD -1.4% Q-Q, +8.0 % Y-Y มากกว่าที่เราคาดเดิมเล็กน้อยราว 3% และราคาขายเฉลี่ยที่ US$47/บาร์เรล -1.4% Q-Q, +7.0% Y-Y ในขณะที่กำไรสุทธิปี 2019-2020 เราคาดที่ 41,946 ลบ. และ 43,041 ลบ. เติบโต 15.9% และ 2.6% Y-Y ตามลำดับ จากการเข้าซื้อ Murphy Oil Corporation ในมาเลเซีย และจากแนวโน้มกำไร 1-2 ปีข้างหน้าที่ยังเติบโตได้จากการเพิ่มปริมาณขาย ทำให้เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 160 บาท (DCF, WACC 9.58%)
อ่านเพิ่มเติม
04
เมษายน
2019
TU (HOLD/19TP: 20), คาดกำไร 1Q19 เติบโต Y-Y แต่ไม่ตื่นเต้น
(views 22)
คาดกำไรปกติ 1Q19 จะเติบโต Y-Y มาจากการฟื้นตัวของธุรกิจทูน่า และการบริหารสต็อกที่ทำได้ดีขึ้น แม้จะเผชิญค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับปอนด์และยูโร แต่ด้วยการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน กอปรกับเริ่มใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ Hedge Accounting ทำให้สามารถรับรู้รายการ FX Gain/Loss เข้าไปในรายการรายได้และต้นทุนเลย ส่งผลให้รายได้ยังทรงตัวได้ และอัตรากำไรขั้นต้นมีการฟื้นตัว แต่ภาพรวมกา ไร 1Q19 ไม่ตื่นเต้นนัก เพราะยังมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง มาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดในการออกสินค้าใหม่ เราคาดหวังเห็นการฟื้นตัวของกำไรในช่วงที่เหลือของปี ทั้งจากปัจจัยฤดูกาล ปริมาณขายเพิ่มขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น ยังคาดกำไรปกติปี 2019 โต 32.4% Y-Y หากกำไร 1Q19 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็นเพียง 15% ของประมาณการทั้งปีประมาณการของเราดูมี Downside หากการฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี มาช้ากว่าคาด เรายังคงราคาเป้าหมายที่ 20 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside เพียง5.3% คงคำแนะนำซื้ออ่อนตัวคาดกาไรปกติ 1Q19 เติบโต Y-Y แต่ไม่ตื่นเต้น
อ่านเพิ่มเติม
03
เมษายน
2019
SSP (BUY/19TP: 10), อยู่ในช่วงเติบโตดี มีลุ้นโครงการใหม่
(views 28)
SSP เป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่อยู่ในช่วงเติบโต ตามกำลังผลิตไฟฟ้าทีมีสัญญาขายไฟระยะยาว (PPA) รองรับ เพิ่ม 1.6 เท่า จากสิ้นปี 2018 หลักๆ จากโครงการใหม่ในต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้กำไรปกติใน 3 ข้างหน้า (2019-2021) โตเฉลี่ย 24% เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 10 บาท โดยวิธี SOTP โดยมี Upside จากโครงการใหม่ที่อยุ่ระหว่างศึกษา และมีโอกาสเห็นความคืบหน้าของโรงไฟฟ้าพลังลมขนาด 20-50 MW ในช่วง 2Q19-3Q19 ทั้งนี้ ที่ราคาเป้าหมาย คิดเป็น PE ที่ 15 เท่า ใกล้ค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงไฟฟ้าและ SET ซึ่ง SSP ย้ายเข้ามาเทรดตั้งแต่ปลายเดือนก่อน และเป็นหุ้นปันผลใช้ได้ Dividend yield ระดับ 3.5% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
02
เมษายน
2019
ADVANC (HOLD/19TP: 200), โมเมนตัมกำไร 1Q19 ยังไม่สดใส แนะนำเพียง “ถือ”
(views 26)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q19 ของ ADVANC ยังไม่สดใส เราคาด +5.1% Q-Q แต่ยัง -13.7% Y-Y ปัจจัยกดดันยังมาจากรายได้ที่ยังโตต่ำจากผลกระทบของ Fixed Speed Unlimited Package ส่วนต้นทุนยังขยับขึ้นตามการลงทุนขยายโครงข่าย เราคาดว่าการฟื้นตัวของกำไรจะค่อยๆดีขึ้นในช่วง 2H19 จากรายได้ที่จะกลับมาเติบโตในอัตราเร่งจากการแข่งขันที่เริ่มผ่อนคลายขึ้นหลังปัจจุบันยกเลิก Package ดังกล่าวแล้ว แต่เรายังมองกำไรทั้งปี 2019 โตจำกัด +1.8% Y-Y ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นจนทำให้ Upside เริ่มแคบเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 200 บาท เราจึงยังคงคำแนะนำเพียง “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
02
เมษายน
2019
HMPRO (BUY/19TP: 17), คาดกำไร 1Q19 เติบโตดี Y-Y และจะดีต่อเนื่องใน 2Q19
(views 18)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q19 จะเติบโตดี Y-Y คาด SSSG จะพลิกเป็นบวก 2.9% Y-Y จาก -1.2% Y-Y ใน 4Q18 โดยเดือน ม.ค. และ ก.พ. ทำได้ค่อนข้างดี แต่มาแผ่วลงเล็กน้อยใน มี.ค. เพราะมีการเลือกตั้ง และมีการย้ายสาขาที่แฟชั่นไอส์แลนด์ ทำให้สะดุดเล็กน้อย ในขณะที่รายได้จากงาน Expo ยังทำได้รับการตอบรับที่ดีใกล้เคียงปีก่อน ส่วนมาร์จิ้นและค่าใช้จ่ายยังทำได้ดี ทำให้คาดกำไรสุทธิจะยังเติบโตได้ดีกว่าการเติบโตของรายได้ แนวโน้มกำไรจะดีขึ้นต่อเนื่องใน 2Q19 เพราะเป็นหน้าร้อน เอื้อต่อการปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน ก่อนที่อ่อนตัวลงใน 3Q19 และกลับมาโตทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q19 ที่เป็น High Season กอปรมีแผนเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ 7-8 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเปิดในช่วง 2H19 เรายังคาดกำไรสุทธิปีนี้โต 16% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 17 บาท (DCF) ยังมี Upside 11.8% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
02
เมษายน
2019
M (HOLD/19TP: 79), คาดกำไร 1Q19 ยังเติบโตได้ แต่ไม่ตื่นเต้น
(views 19)
แนวโน้มกำไร 1Q19 จะเติบโตราว 5.1% Y-Y แม้คาดรายได้รวมโต 6% Y-Y จากคาด SSSG MK +1% - 2% Y-Y และมีเปิดสาขาใหม่ 11 แห่งในไตรมาสนี้ แต่คาดอัตรากำไรขั้นต้นจะแผ่วลงจากราคาวัตถุดิบเป็ดปรับตัวสูงขึ้น และโปรโมชั่น MK คุ้มจัดได้ค่อนข้างประสบความสำเร็จ จึงกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเล็กน้อย และไตรมาสนี้เริ่มมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจากการปรับเปลี่ยนชุดพนักงานครั้งใหญ่ในรอบ 4 ปี ซึ่งจะทยอยรับรู้มากขึ้นใน 2Q19 – 3Q19 รวมทั้งปีจะมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ราว 50 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มกำไร 2Q19 น่าจะดีต่อเนื่องเพราะเริ่มเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว และคาดกำไรจะทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q19 ทั้งนี้บริษัทมีแผนเปิดสาขาใหม่ค่อนข้างมากในช่วงปลายปี โดยทั้งปีมีแผนเปิดสาขาใหม่ 45 – 50 แห่ง ส่วนราคาหมูแม้ราคาตลาดจะปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 10% แต่บริษัทสามารถล็อกราคาล่วงหน้ายาวทั้งปีไว้ใกล้เคียงปีก่อน ถือว่าทำได้ดี ส่วนการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานไว้ตั้งไว้ครบหมดแล้วในปีก่อน ยังคาดกำไรปกติปี 2019 โต 9.1% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 79 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) แม้ราคาหุ้นจะเริ่มอ่อนตัวลงมา แต่ยังมี Upside เพียง 9.3% จึงคงคำแนะนำเพียงถือ
อ่านเพิ่มเติม
01
เมษายน
2019
TACC (BUY/19TP: 5), คาดกำไร 1Q19 สดใสกว่าที่เคยมอง และจะกลับมาโตเด่นในปีนี้
(views 29)
จากประชุม Opp Day โทนบวก ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 15% - 20% จากการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจทั้ง โถกดเครื่องดื่ม (ออกรสชาติใหม่, สาขาใหม่ 7-11 เพิ่มขื้น), เติบโตตามร้าน All Caf? เพิ่มขึ้น และ Character Business เติบโตได้ดี ล่าสุดได้กลับเข้าไปขายในกัมพูชาอีกครั้ง แต่เข้าไปอย่างระมัดระวัง และปิดความเสี่ยงไว้หมดแล้ว โดยมีการปรับลดต้นทุนให้ต่ำลง เพื่อให้แข่งขันได้ และเปลี่ยนนโยบายการขาย โดยให้ Distributor รายใหม่ต้องชำระเงินก่อนรับสินค้า และเชื่อว่าในอนาคตหาก CPALL สามารถเปิด 7-11 ในกัมพูชาได้สำเร็จ TACC น่าจะได้รับผลบวกจากการเป็น Supplier ของสาขาในกัมพูชาด้วย ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 1Q19 ดูสดใสกว่าที่เคยคาด จากเครื่องดื่มโถกด 2 รสชาติใหม่ (Seasonal) ได้รับการตอบรับที่ดี และล่าสุดมีเมนูใหม่เครื่องดื่มมะม่วงร่วมกับ All Caf? ต้อนรับช่วงหน้าร้อนนี้ กอปรกับรับรู้เครื่องดื่มผงสูตรใหม่ที่น้ำตาลน้อยลง เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ยังปรับสูตรไม่เสร็จ เราจึงปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2019 ขึ้น 11% เป็นการเติบโต 29.3% Y-Y จากเดิมคาดโต 16% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 5 บาท จากเดิม 4.5 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) แม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นมาค่อนข้างเร็ว จากที่เราแนะนำซื้อในรายงานฉบับก่อน (25 ก.พ. 2019) แต่ด้วย Upside ที่ยังสูง 31.6% เราจึงยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
มีนาคม
2019
ASAP (SELL/19TP: 2.05), 2019 ROE และกำไรหดตัวแรง
(views 23)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลงเป็น 54 ลบ. -40%Y-Y โดยหลักๆเป็นการปรับลด Gross margin ของธูรกิจให้เช่ารถยนต์ลง จากแนวโน้มต้นทุนค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้น เหตุการณ์จะดีขึ้นในปี 2020 จากจำนวนรถมือสองที่เพิ่มขึ้นและการชะลอการเพิ่มกองรถ เราคาดว่า ROE จะกลับมาอยู่ที่ 11% ในปี 2020 จาก 3.6% ในปี 2019 แม้กระนั้นเราเริ่มเห็นความเสี่ยงของภาระหนี้ ซึ่งคาด D/E Ratio จะแตะระดับ 9 เท่าในปี 2019 ซึ่งอาจทำให้ ASAP อาจต้องเพิ่มทุน เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2019 ลงเป็น 2.05 บาท (เดิม 4.50 บาท) อิง PBV 1 เท่า แนะนำ ขาย และเปลี่ยนตัวเล่นเป็น Finance company อื่น เช่น KTC, ASK หรือ THANI
อ่านเพิ่มเติม
27
มีนาคม
2019
DTAC (HOLD/19TP: 54), คาด 1Q19 กลับมากำไร แต่อาจเป็นจุดสูงสุดของปี
(views 30)
เราคาดผลการดำเนินงาน 1Q19 จะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,631 ลบ. จากขาดทุนใน 4Q18 และ +24.1% Y-Y โดยปัจจัยหลักมาจากต้นุทนสัมปทานที่หายไป อย่างไรก็ตามโมเมนตัมกำไรใน 3 ไตรมาสที่เหลืออาจชะลอลงจากรายได้ที่ยังไม่เห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจน ขณะที่ต้นทุนมีแนวโน้มสูงขึ้นตามการลงทุน แม้เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 +118.1% Y-Y แต่ในแง่ EBITDA คาด -14.4% Y-Y ขณะที่ด้านราคาเหมาะสมเราปรับลดจาก 58 บาทเหลือ 54 บาท สะท้อนการจ่ายเงินยุติข้อพิพาทกับ CAT ประกอบกับราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside จำกัด จึงปรับลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
27
มีนาคม
2019
SAWAD (HOLD/19TP: 56 (52 after XD)), กำไรปี 2019 น่าจะกลับมาเติบโตได้ดีอีกครั้ง
(views 34)
SAWAD ยังไม่สามารถบอกในรายละเอียดการปรับโครงสร้างของสินเชื่อจากทั้ง S2014 และ BFIT ได้ชัดเจนในตอนนี้ ซึ่งอาจจะต้องรอผ่านการเพิ่มทุน BFIT ให้เสร็จสิ้นก่อนเพื่อรู้สัดส่วนการถือหุ้นใหม่ (เรียกเพิ่มทุนปลายเดือน พ.ค.) อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อน่าจะไม่เปลี่ยนแปลงไปมากจากเป้าที่ 20-30% แต่เชื่อว่ากำไรจะมี Upside หาก SAWAD สามารถเข้าถือ BFIT ได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 70-75% จากปัจจุบันที่ถือราว 45% ในเบื้องต้นเราคงประมาณการกำไรปี 2019 ที่ 3.4 พันลบ. +23%Y-Y และยังคงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 56 บาท และจะเป็น 52 บาท (หลังรวม PP และหุ้นปันผลที่จะ XD 3 พ.ค. 2019) ซึ่งราคาหุ้นมี Upside จำกัด ปรับลดคำแนะนำจาก ซื้อ เป็น ถือ
อ่านเพิ่มเติม
27
มีนาคม
2019
TU (BUY-W/19TP: 20), แผนนำบริษัทย่อย TFM เข้าตลท. กระทบต่อ TU จำกัด
(views 48)
วานนี้ TU ประกาศนำบริษัทย่อย TFM เข้าจดทะเบียนในตลท. โดย TFM จะออกขาย IPO 90 ล้านหุ้น และ TU จะนำหุ้น TFM ของตนเองออกขายให้ประชาชนทั่วไปอีก 19.3 ล้านหุ้น ในราคาเสนอขายเดียวกัน คาดจะแล้วเสร็จในช่วง 2H19 ผลกระทบต่อ TU ค่อนข้างจำกัด เพราะภายหลังขาย IPO ส่ดส่วนการถือหุ้นของ TU จะลดลงจาก 66.9% เป็น 51% โดยการรับรู้กำไรจาก TFM จะลดลงเพียง 65 ล้านบาท คิดเป็นเพียง 1% ของประมาณการกำไรของ TU และด้วยต้นทุนทางบัญชีของ TFM ที่ 3.5 บาท/หุ้น ในขณะที่เราคาดราคาขายเบื้องต้นจะอยู่ในช่วง 11 - 12.3 บาท จึงคาดจะรับรู้กำไรจากการ TFM ครั้งนี้เพียง 145 - 170 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นของ TU เพียง 0.03 – 0.04 บาท เรายังคงประมาณการกำไรปี 2019 ของ TU ไว้เติบโต 32.4% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 20 บาท ด้วย Upside จำกัด จึงแนะนำถือ / ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
26
มีนาคม
2019
SVI (BUY/19TP: 6.2), ระยะสั้นกำไร 1Q19 อาจสะดุด และจะกลับมาฟื้นใน 2Q19
(views 28)
ระยะสั้น คาดกำไร 1Q19 จะโตสูง Y-Y จากฐานต่ำในปีก่อน แต่คาดลดลง Q-Q เพราะไตรมาสก่อนเร่งขายไปมาก และได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าในไตรมาสนี้ กอปรกับคาดจะรับรู้ขาดทุนจากกัมพูชาต่อเนื่อง ส่วนเป้าหมายทั้งปี 2019 ของบริษัทยัง Aggressive ด้วยรายได้โต 24% - 32% และตั้งเป้ากัมพูชาถึงจุดคุ้มทุนภายใน 2Q19 ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 ไว้ที่ 829 ล้านบาท โต 6.6% Y-Y โดยอิงสมมติฐานที่ Conservative กว่าเป้าหมายของบริษัท ด้วยรายได้โต 7.2% Y-Y และมองว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะยังไม่สามารถกลับสู่ระดับตัวเลขสองหลักได้ เพราะยังถูกกดดันจากค่าเงินบาทแข็งค่า เรายังคงราคาเป้าหมายที่ 6.2 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้กำไร 1Q19 อาจสะดุด แต่เชื่อว่าจะกลับมาฟื้นใน 2Q19 และราคาหุ้นปัจจุบันเทรดอยู่บน Forward PE เพียง 13 เท่า จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มีนาคม
2019
VGI (HOLD/20TP: 8.5), ปรับประมาณการปี 20 (สิ้นมี.ค.20) ลงเล็กน้อย
(views 28)
บริษัทเผยเป้าหมายรายได้รวมปี 2020 (เม.ย.19-มี.ค.20) และเรามีการปรับสมมุติฐานรายได้รวมขึ้นเล็กน้อย 5% เป็นการโตดีต่อเนื่อง 26% บนฐานคาดการณ์ปีก่อนของเรา การเติบโตมาจากทั้งสื่อหลักเดิมและสื่อใหม่ที่เข้าไปซื้อปีก่อน อย่างไรก็ตาม เรามองแนวโน้มขาดทุนจาก Rabbit มากขึ้น จากค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่ม ทำให้ปรับประมาณการกำไรปกติปีดังกล่าวลง แม้ยังเป็นกำไรโตสูง 34% และราคาเป้าหมายปรับลงเล็กน้อยเป็น 8.50 บาท จากเดิม 8.70 บาท เราคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของกำไรใน 2 ปีข้างหน้า จากการประสานและเกื้อกูลกันในธุรกิจสื่อนอกบ้าน Online และ Logistics ผ่าน Kerry TH ส(VGI ถือหุ้น 23%) แต่สะท้อนจาก PE สูง 47 เท่า แนะนำ ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มีนาคม
2019
DOD (HOLD/19TP: 11.3), กำไร 1H19 ไม่สดใส รอดูการกลับมาฟื้นใน 2H19
(views 33)
แนวโน้มกำไร 1H19 ไม่สดใส เพราะสูญเสียลูกค้ารายใหญ่ที่มีสัดส่วนรายได้ถึง 45% ของรายได้ในปี 2018 ปัจจุบันมีการลงทุนในหลายโครงการ อาทิ การซื้อ PCCA โรงงานผลิตเครื่องสำอาง ระยะยาวจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่ง แต่ระยะสั้นยังต้องปรับปรุงคอขวดการผลิต และหาลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้น, การสร้างแบรนด์สินค้าของตนเองผ่านการทำธุรกิจขายตรง และการจับมือกับเจ้าของ แบรนด์อาหารเสริมจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อให้ย้ายฐานการผลิตมายังโรงงานของ DOD แทน ทั้งนี้บริษัทตรียมซื้อที่ดินข้างโรงงานเดิมเพื่อสร้างโรงงานใหม่ เพราะหากทุกโครงการประสบความสำเร็จ กำลังการผลิตเดิมจะไม่เพียงพอ จึงได้เสนอขาย Warrant 182 ล้านหน่วย ราคา 0.1 บาทต่อหน่วย จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 2.25 หุ้นเดิมต่อ 1 Warrant อายุ 2 ปี และเริ่มใช้สิทธิแปลงได้ครั้งแรก 29 พ.ย. 2019 ที่ราคาใช้สิทธิ 15.75 บาท (จะไม่เกิด Price Dilution เพราะราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาหุ้นปัจจุบัน) อย่างไรก็ตาม เราปรับลดกำไรปี 2019 ลงเป็น 258 ล้านบาท -15.8% Y-Y และให้น้ำหนักการฟื้นตัวของกำไรอยู่ใน 2H19 และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 11.3 บาท โดยลด PE เป็น 18 เท่า จากเดิม 20 เท่า ซึ่งประมาณการของเรายังมีความเสี่ยงหากโครงการไม่ประสบความสำเร็จ หรือคำสั่งซื้อมาช้ากว่าคาด จึงแนะนำ ถือ และรอดูการฟื้นตัวก่อนดีกว่า
อ่านเพิ่มเติม
22
มีนาคม
2019
PTTEP (BUY/19TP: 160), กลับมาลงทุนใหญ่ใกล้บ้าน สร้างความมั่นคงในพลังงานให้ไทย
(views 24)
PTTEP ประกาศเข้าซื้อธุรกิจทั้งหมดของ Murphy Oil Corporation ในมาเลเซียมูลค่าราว US$2,127ล้าน ซึ่งมีโครงการ 5 แห่งด้วยกัน โดย 2 แห่งเป็นแหล่งที่ผลิตอยู่แล้ว ทำให้สามารถรับรู้กำไรเข้ามาได้ทันทีในช่วง 2H19 นอกจากนี้ บริษัทย่อยของ PTTEP ยังได้ลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับ PETRONAS เพื่อรับสิทธิในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจำนวน 2 แปลง บริเวณพื้นที่นอกชายฝั่งเพนนินซูลาร์ในมาเลเซีย ทั้ง 2 ดีลนี้เรามองว่าสำคัญอย่างมากต่อทั้งบริษัทและของไทย เนื่องจากประเทศมาเลเซียเป็นแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ใกล้ไทย ทำให้ต้นทุนต่างๆไม่ได้ต่างจากไทยมากนัก และยังช่วยเพิ่มสำรองพลังงานของประเทศไทยในอนาคต ช่วงที่แหล่งก๊าซในอ่าวไทยเริ่มลดลง ด้วยปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นทันทีราว 48,000 BOEPD และเพิ่มอีก 22,000 BOEPD ในปี 2021 จากปัจจุบันที่ระดับ 318,000 BOEPD ทำให้เราปรับคาดการณ์กำไรปี 2019-2020 ขึ้น 4-9% เป็น41,946 - 43,041 ลบ. ปรับราคาเป้าหมายปี 2019 ขึ้นจาก 150 บาทเป็น 160 บาท (DCF, WACC 9.58%) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
20
มีนาคม
2019
HANA (HOLD/19TP: 41), คำสั่งซื้อ 1H19 ไม่สดใส ปรับลดกำไรและราคาเป้าหมายปีนี้
(views 25)
จากประชุมวานนี้ โทนเป็นลบ โดยเริ่มเห็นผลกระทบจาก Trade War ซึ่งสร้างความกังวลให้กับลูกค้า ทำให้เริ่มมีการลดระดับ Inventory และชะลอคำสั่งซื้อในช่วง 1H19 กอปรกับได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า ซึ่งนอกจากกระทบต่อการแปลงรายได้เป็นสกุลบาทแล้ว ยังทำให้ต้นทุนวัตถุดิบที่ซื้อไว้ช่วงก่อนหน้า กลายเป็นต้นทุนแพง จึงอาจทำให้แนวโน้มกำไรใน 1H19 ไม่สดใส และคาดคำสั่งซื้อน่าจะกลับมาฟื้นตัวในช่วง 2H19 อย่างน้อยมองว่าลูกค้าน่าจะกลับมา Restocking หรือถ้าหากสถานการณ์ Trade War คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น น่าจะทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจมากขึ้น แต่อาจไม่เพียงพอที่จะหนุนให้ทั้งปีกลับมาเติบโตได้ เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลง 7% เป็นกำไรที่ทรงตัวจากปีก่อน จากเดิมคาดโต 8% และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 41 บาท จากเดิม 44 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) แม้ราคาหุ้นจะปรับลงมาจนยังมี Upside 23.3% แต่ด้วยโมเมนตัมของกำไรที่ไม่สดใส และยังมี Sentiment เชิงลบจากนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ คงคำแนะนำเพียง ถือ
อ่านเพิ่มเติม
18
มีนาคม
2019
SPRC (BUY/19TP: 12), ปิดซ่อมใหญ่แบบนี้ อีก 6 ปีถึงจะมีอีกหน
(views 27)
Major Turnaround ของ SPRC ครั้งนี้ใช้เงินราว US$256 ล้าน โดยมีเป้าหมายหลักคือการขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 10KBD เป็น 175KBD และปรับปรุงคุณภาพโรงกลั่น เรามองว่าบริษัทจะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นราว US$30-40 ล้าน/ปีหลังการซ่อมบำรุงแล้วเสร็จ (บนสมมติฐาน Market GRM ที่ US$4-6/บาร์เรล) แต่การบันทึกค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่สูงกว่าที่เราคาดเดิม ทำให้เราปรับกำไรปี 2019 ลง 27% เหลือ 3.9 พันลบ. แต่เพิ่มกำไรในปี 2020 ขึ้น 3% เป็น 5.9 พันลบ. โดยยังยึดสมมติฐาน GRM ของ SPRC ในปี 2019-20ไว้ที่เดิมที่ US$5.8-6.8/บาร์เรล กำไรที่ปรับลงทำให้ราคาเหมาะสมปี 2019 ลดลงเหลือ 12 บาท (อิง EV/EBITDA 7.2 เท่า) และคาดเงินปันผลปีนี้ 0.60 บาท/หุ้น แม้จะน้อยกว่าปีก่อนๆที่จ่ายปีละกว่า 1 บาท/หุ้น แต่ Dividend yield 5.6% ในปีนี้ก็ไม่แย่นักและสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งตลาด และเชื่อว่า Dividend yield จะกลับมาอยู่ในระดับ 7% ตามเดิมตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไป เราจึงยังคงแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
15
มีนาคม
2019
BCH (BUY/19TP: 21), ยังยืนยันภาพการเติบโตในปี 2019 ที่แข็งแกร่ง
(views 43)
จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้เรายังยืนยันว่ากำไร 4Q18 ที่อ่อนแอเป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราวจากการปรับวิธีจ่ายเงินของสปส.ในส่วนค่าภาระเสี่ยง ขณะที่แนวโน้มการเติบโตในปี 2019 คาดว่ายังคงแข็งแกร่งหนุนทั้งฝั่งผู้ป่วยเงินสดโดยเฉพาะ WMC ที่คาดว่ายังโตแรง ส่วนประกันสังคมคาดว่าจะโตเร่งตัวขึ้นเช่นกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นหลังได้โควต้าเพิ่ม ขณะที่ฝั่งต้นทุนคาดว่ายังไม่ได้รับแรงกดดันจากการลงทุนโรงพยาบาลใหม่เนื่องจากจะทยอยเปิดให้บริการในปี 2020-2021 เราจึงยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 +13.8% Y-Y เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 21 บาทและยังแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
15
มีนาคม
2019
ROBINS (BUY/19TP: 74), ปรับลดกำไรและราคาเป้าหมาย จากแผนสาขาใหม่ลดลง
(views 60)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนข้างลบ บริษัทปรับลดแผนการเปิดสาขาใหม่จากเดิม 1 สาขาเล็ก 2 สาขาใหญ่ เป็น 1 สาขาเล็กที่พะเยา และ 1 สาขาใหญ่ (Lifestyle Center) ที่ลาดกระบัง ทำให้พื้นที่เช่าจากสาขาใหม่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด แม้จะมีแผนปรับปรุงสาขาเดิมในปีนี้ 3 แห่งเพื่อเพิ่มพื้นที่เช่ามากขึ้น แต่จะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี ส่วน SSSG ทั้งปีตั้งเป้าเพียง 0% - 1% Y-Y โดยในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา ยังติดลบอยู่เล็กน้อย ในขณะที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand เพิ่มขึ้นเป็น 14% จากสิ้นปี 2018 ที่ 11.6% เรามองว่าค่อนข้าง Aggressive และด้วยแผนการทำโปรโมชั่นกระตุ้นรายได้ต่อเนื่อง น่าจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเพียงเล็กน้อย เราใช้สมมติฐานเดิม +20 จากปี 2018 ทั้งนี้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2019 ลง 5% เป็นเติบโต 9.5% Y-Y จากเดิมคาดโต 15.3% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 74 บาท จากเดิม 80 บาท (DCF) ยังมี Upside 17.9% ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน Forward PE 21.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตัวเองในอดีตและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปัจจุบันของกลุ่มที่ 26 เท่าและ 28 เท่า ตามลำดับ จึงยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
15
มีนาคม
2019
SEAFCO (BUY/19TP: 10.2 after xd), โมเมนตัมกำไร 1H19 เด่นต่อ ราคาปรับลงเป็นโอกาสสะสม
(views 25)
เรายังมีมุมมองบวกกับอุตสาหกรรมฐานรากที่เป็นขาขึ้น ตามการเดินหน้าลงทุนของภาครัฐ และเอกชน ปัจจุบันมีงานในมือ 2.3 พันล้านบาท คาดทยอยรับรู้ใน 1H19 ราว 2 พันล้านบาท ส่วน 2H19 มาจากการรับงานเพิ่มระหว่างปี โดยบริษัทคาดหวัง 30% จากงานที่อยู่ระหว่างยื่นประมูล 2.3 หมื่นล้านบาท เราปรับประมาณการกำไรปี 2019 ขึ้น 5% เป็น 375 ล้านบาท (+2% Y-Y) จากการปรับเพิ่มรายได้เป็น 2.9 พันล้านบาท บน Backlog ที่รองรับแล้ว 79% แต่ด้วยอัตราการขยายตัวของกำไรที่ชะลอจากฐานสูง จึงปรับลด PER เป็น 20x (ค่าเฉลี่ย +0.5SD) ทำให้ราคาเหมาะสมอยู่ที่ 10.20 บาท (รวม Dilution จากหุ้นปันผล XD 7 พ.ค.) ขณะที่ราคาหุ้นที่ปรับลง -14% YTD Underperform กลุ่ม และเทรดบน PE2019 เพียง 15x สวนทางกับทิศทางกำไร 1H19 ที่แข็งแกร่ง และรับประโยชน์อันดันแรกจากวัฎจักรการลงทุนรอบใหม่ จึงมองเป็นโอกาสเข้าซื้อสะสม
อ่านเพิ่มเติม
14
มีนาคม
2019
JKN (BUY/19TP: 9), Backlog สูงหนุนกำไรปีนี้โตต่อ
(views 25)
เราคงประมาณการกำไรของ JKN ปีนี้ โตต่อเนื่องระดับ 18% หนุนโดย Backlog ปัจจุบันที่สูง จากสัญญาขายสิทธิ Content แก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ คิดเป็นส้ดส่วน 43% ของคาดการณ์รายได้ทั้งปีของเราซึ่ง Conservative กว่าของบริษัท (+15% VS +20%) ประมาณการของเราจึงน่าจะมี Downside ไม่มาก แต่ปรับลดราคาเป้าหมายปี 2019 จากเดิม 11 บาท เป็น 9 บาท ที่ PE 18 เท่า สะท้อนมุมมอง Conservative มากขึ้นต่อปัจจัยเสี่ยงความนิยมซีรีย์อินเดียและจำนวนช่องทีวีดิจิตอลน้อยลง หากสามารถคืนคลื่นได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าประมูลงวดที่เหลือ ราคาหุ้นที่ปรับฐานลงมา ยังมี Upside กว่า 10% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
13
มีนาคม
2019
CMAN (BUY/19TP: 3.75), เหมืองทองกลับมาโต หนุนความต้องการปูนไลม์เร่งตัวขึ้น
(views 32)
เรายังแนะนำซื้อ CMAN โดยปรับราคาเป้าหมายปีนี้ลงเล็กน้อยเหลือ 3.75 บาท จาก 3.90 บาท (อิง PE 18 เท่า) จากการปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลงเหลือ 200 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 24% Y-Y) จากเดิม 208 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 29% Y-Y) เพราะโรงงานในอินเดียเปิดช้ากว่าคาดการณ์ของเรา อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าจะเห็นกำไรสุทธิเติบโตแบบ Y-Y ทุกไตรมาสตั้งแต่ 1Q19 จาก (1) ความต้องการปูนไลม์ในต่างประเทศที่สูง จากการขยายเหมืองทองคำตามทิศทางราคาทองคำที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น (2) อัตรากำไรขั้นต้นจะเร่งตัวขึ้น เพราะสัดส่วนผลผลิตจากเตาเผาที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงสูงถึง 75-80% ของกำลังการผลิตทั้งหมด จากปีก่อนที่มีสัดส่วน 65-70% (3) ดอกเบี้ยจ่ายลดลงเต็มปี จากการจ่ายคืนหนี้และ Refinance ในช่วง 2H18 นอกจากนี้ ในเชิงของ Valuation ยังน่าสนใจ โดย PE2019 เพียง 14 เท่า มีปันผล 3-4% ต่อปี ความเสี่ยงขาลงถือว่าจำกัดมาก
อ่านเพิ่มเติม
12
มีนาคม
2019
TRUE (BUY/19TP: 5.7), ปรับราคาเหมาะสมลง ราคาตอบรับปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว
(views 40)
เรามองการยุติข้อพิพาทระหว่าง TRUE กับ CAT เป็นบวกในแง่การปลดล็อคความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อมูลค่ากิจการอย่างมีนัยยะหากแพ้คดี รวมถึงวิธีการบันทึกบัญชีจากการยุติข้อพิพาทไม่ส่งผลลบต่องบการเงินอย่างมีนัยยะ อย่างไรก็ตาม ในแง่ของประมาณการกำไรปกติปี 2019 เราปรับมีการปรับลง 74% เหลือ 844 ลบ.สะท้อนผลการดำเนินงาน 4Q18 ที่อ่อนแอและรายได้ที่เริ่มโตชะลอ แต่ยังสามารถพลิกจากขาดทุนในปี 2018 ขณะที่ด้านราคาหุ้นถือว่าปรับตัวลงสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรทำให้ยังมี Upside เปิดกว้างแม้เราจะปรับลดราคาเหมาะสมลงจาก 8.50 เหลือ 5.70 บาท เราจึงแนะนำ “ซื้อสะสม”
อ่านเพิ่มเติม
11
มีนาคม
2019
CK (BUY/19TP: 32), ลุ้นรับงานใหม่อีกมาก ช่วยปลดล็อก Backlog ที่อยู่ในระดับต่ำ
(views 32)
ภาครัฐทยอยผลักดันโครงการประมูลอย่างต่อเนื่อง เป็นบวกต่อการเติม Backlog หนุนผลประกอบการในอนาคต อย่างไรก็ตาม เรามองว่ากรอบเวลาหลังการเลือกตั้ง อาจทำให้งานใหม่รับรู้เข้ามาไม่ทันในปีนี้ จึงปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019 ลง 6% เป็น 1.8 พันล้านบาท (+8% Y-Y) และปรับราคาเหมาะสมเป็น 32 บาท (SOTP) บนสมมติฐานอนุรักษ์นิยมให้รับรู้รายได้จาก Backlog เท่านั้น โดยการเติบโตของเงินลงทุนบริษัทลูกจะช่วยหนุนให้ผลประกอบการขยายตัวได้ ยังแนะนำซื้อ ในฐานะผู้รับเหมารายใหญ่ที่ได้รับประโยชน์จากอุตสาหกรรมก่อสร้างที่อยู่ในช่วงขาขึ้นรอบใหม่ ขณะที่ราคาหุ้น CK ไม่ได้ปรับขึ้นเลยเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี Laggard STEC ที่ +11% และ UNIQ +6% รวมถึงยัง Discount NAV ของบริษัทลูกถึง 58% ระยะสั้น แนะจับตาการเจรจาข้อสรุปรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินวันที่ 19 มี.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
11
มีนาคม
2019
LIT (HOLD/19TP: 6.2), กำไรพัก รักษาคุณภาพหนี้
(views 37)
เราคาดว่าน่าจะเห็นการฟื้นตัวของสินเชื่อและรายได้ใน 2Q19 เนื่องจากลูกค้าในกลุ่มภาครัฐซึ่งได้งานพระราชพิธีและการเลือกตั้ง จาก 1Q19 ที่อาจยังไม่เห็นอะไรที่ตื่นเต้นเนื่องจากอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล สำหรับประมาณการกำไรปี 2019 ของเราดูแผ่วลงมาอยู่ที่ 156 ลบ. +5%Y-Y โดยคาดสินเชื่อ +12%Y-Y เราคาดว่า 2019 ROE ของ LIT จะอยู่ที่ราว 14% ลดลงจากค่าเฉลี่ยที่ 20% ในปี 2012-2017 สะท้อนการจบรอบขาขึ้นของผลกำไรแล้ว คงราคาเหมาะสมที่ 6.20 บาท ปรับเป็น ถือ (เดิม ขาย) หรือ SWITCH เป็น THANI / ASK
อ่านเพิ่มเติม
05
มีนาคม
2019
MINT (BUY/19TP: 48), NHH จะช่วยหนุนการเติบโของกำไรปีนี้
(views 41)
แนวโน้มกำไร 1Q19 ของ MINT คาดว่ายังไม่สดใสเนื่องจากธุรกิจโรงแรมและอาหารเดิมยังดูชะลอตัว รวมถึงเป็นช่วง Low Season ของ NHH ซึ่งปกติจะขาดทุน อย่างไรก็ตามเรายังมองภาพรวมทั้งปี 2019 แข็งแกร่งและดีกว่าที่เคยประเมินจากแรงหนุนของการรวมงบการเงิน NHH เต็มปี ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2019 ขึ้น 9% เป็นเติบโต 17.1% Y-Y รวมถึงปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากการเกิด Synergy ร่วมกัน นอกจากนี้ MINT ยังมีแผนลดภาระหนี้และดอกเบี้ยโดยการขายและเช่ากลับโรงแรมบางแห่งในยุโรปรวมถึงจะทำให้มีการบันทึกกำไรพิเศษซึ่งเป็นอีกหนึ่ง Catalyst เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 48 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
มีนาคม
2019
TKN (BUY/19TP: 12.5), ผ่านกำไรต่ำสุดในปี 2018 แล้ว รอการกลับมาฟื้นตัวในปี 2019
(views 86)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนข้างบวก ผู้บริหารตั้งเป้ากลับมาเติบโตอีกครั้งในปีนี้ โดยตั้งเป้ารายได้โต 10% - 12% จากการกลับมาของตลาดจีน ซึ่งปรับเปลี่ยน Distributor รายใหม่เสร็จแล้ว และอยู่ระหว่างทยอยสร้างรายได้กลับมา รวมถึงการหันไปรุกตลาดสหรัฐอย่างจริงจังมากขึ้น เพี่อกระจายฐานลูกค้า และอยู่ระหว่างกระจายสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยเริ่มจากในประเทศก่อน ล่าสุดได้เปิดร้านแฟรนไชส์ข้าวแกงหรี่ Hinoya เพี่อลดการพึ่งพิงขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่ายเพียงอย่างเดียว สิ่งที่ดีคือ แนวโน้มวัตถุดิบสาหร่ายน่าจะปรับลงได้อีก 10% - 15% และตั้งเป้าสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเป็น 16% - 17% จากปีก่อนที่ 19.1% (ไม่รวมค่าใช้จ่าย One Time) แต่ด้วยแผนธุรกิจในปีนี้ที่ค่อนข้าง Aggressive เรามองว่ามีความเป็นไปได้ที่ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าเป้าหมาย เราจึงใช้สมมติฐานที่ 18.5% โดยปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2019 เป็น 696 ล้านบาท เป็นเติบโต 15.8% Y-Y จากเดิมคาดโต 21% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 12.5 บาท จากเดิม 14 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงมามาก จนมี Upside 25% แต่แนะนำรอซื้อหลังเห็นความชัดเจนของการกลับมาฟื้นตัวใน 1Q19 ก่อนดีกว่า
อ่านเพิ่มเติม
05
มีนาคม
2019
TVO (BUY/19TP: 32), คาดกำไร 1Q19 ฟื้น และมองราคาถั่วเหลืองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
(views 36)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ระยะสั้นกำไร 1Q19 จะกลับมาโต Q-Q เพราะปริมาณขายกากถั่วเหลืองสูงขึ้น และสามารถซื้อวัตถุดิบในราคาที่ถูกลง คาดเห็นการเติบโตทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น แต่เรามีปรับลดประมาณการกำไรปกติปีนี้ลง 5% เป็นเติบโต 3.7% Y-Y จากเดิมคาดโต 9.2% Y-Y เพราะบริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตน้ำมัน และปรับเปลี่ยนสายบรรจุขวดแบบใหม่ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และตอบสนอบความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น แม้บริษัทจะมีการเตรียยมแผนการผลิตสต็อกสินค้าเพื่อให้การขายมีความต่อเนื่อง แต่เพื่อความ Conservative เราจึงปรับลดสมมติฐานการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นลงเล็กน้อย แต่ยังเป็นกำไรที่เติบโต ตามปริมาณขายเพิ่มขึ้น และแนวโน้มราคาถั่วเหลืองที่มองผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และน่าจะผ่อนคลายมากขึ้น จากปัญหา Trade War ที่ดูคลี่คลาย และปริมาณผลผลิตถั่วเหลืองโลกถูกคาดการณ์ลดลงจากครั้งก่อน เพราะทั้งสหรัฐและบราซิลเผชิญกับความแปรปรวนของภาวะอากาศ และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 32 บาท จากเดิม 34 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) และจ่ายปันผลงวด 2H18 หุ้นละ 0.8 บาท Yield 2.9% ขึ้น XD 13 มี.ค. จ่ายเงิน 17 พ.ค. ยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2019
PLANB (BUY/19TP: 8.2), กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
(views 36)
กำไร 4Q18 ลดลง 2.8% Q-Q แต่โตแรง 95.6% Y-Y ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย กำไร 4Q18 ที่ 173 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดของเราเล็กน้อย (คาด 182 ล้านบาท) และตลาดคาดที่ราว 190 ล้านบาท กำไรลดลงเล็กน้อย Q-Q จากรายได้รวมอ่อนลง 3.9% Q-Q (แต่เพิ่ม 48.1% Y-Y) และค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มตามฤดูกาล กำไรที่โตแรงเท่าตัว Y-Y จากฐานต่ำใน 4Q17 ที่มีผลกระทบจากงานพระราชพิธีราว 1 เดือน การใช้กำลังผลิตสื่อโฆษณาที่บริษัทได้พัฒนาในปีก่อนๆ มากขึ้น และการขยายพื้นที่สื่อโฆษณาในกรุงเทพและต่างจังหวัด รวมจอขนาดใหญ่ Interactive DOOH หน้าห้าง Central World ซึ่งรับรู้รายได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ 3Q18 โดยอัตราการใช้สื่อโฆษณา (Utilization rate) เฉลี่ยเพิ่มเป็นราว 78% จากไตรมาสก่อนที่ 74.5% และ 4Q17 ที่ 71.7%
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2019
ASK (BUY/19TP: 28.6), Attractive dividend
(views 39)
เราคงมุมมองเชิงบวก ASK ต่อการเติบโตของยอดขายรถเชิงพาณิชย์ ทั้งรถบรรทุก (เติบโตตามการขนส่ง และการบริโภค การลงทุน ภายหลังการเลือกตั้ง) และบัส + มินิบัส ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตแทนรถตู้จากการเปลี่ยนกฏระเบียบของการขนส่งคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q19 น่าจะเห็นการฟื้นตัวมาอยู่ที่ 225 ลบ. +3-4%Q-Q และ +25%Y-Y และเราคงประมาณการกำไรปี 2019 คงไว้ที่ 898 ลบ. +10.7%Y-Y โดยมีสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อในปี 2019 ที่ 10%Y-Y มากกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ 8% นอกจากนี้เราคาดว่า ASK จะเข้าสู่ระยะขาขึ้นของ ROE ด้วยผลของกำไรที่เพิ่มขึ้นและ Financial leverage คงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 28.60 บาท ประกาศจ่ายปันผลปี 2018 หุ้นละ 1.61 บาท Yield 6.65% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2019
BEM (BUY/19TP: 11.7), 4Q18 ต่ำกว่าคาดจากรายการพิเศษ แนวโน้มปี 2019 ยังสดใส
(views 48)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด จากค่าใช้จ่ายทางบัญชี 2 รายการ BEM รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 483 ล้านบาท (-84% Q-Q, -36% Y-Y) ต่ำกว่าเรา และตลาดคาด 42% และ 45% ตามลำดับ มีสาเหตุหลักมาจากการบันทึกค่าใช้จ่ายทางบัญชี 2 รายการ ดังนี้ 1) ค่าใช้จ่ายพนักงานกรณีเลิกจ้างหรือเกษียณอายุจากเดิม 300 วัน เป็น 400 วันตามกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ราว 130 ล้านบาท ซึ่งเป็น One-time Expense 2) ค่าตัดจำหน่ายสิทธิในการใช้ประโยชน์บนงานก่อสร้างทางด่วนที่เพิ่มขึ้นจากระดับปกติราว 250 ล้านบาท จากผลของการปรับเพิ่มประมาณการปริมาณรถบนทางด่วนศรีรัชรอบนอก ซึ่งจะมีการปรับปรุงในทุกๆ 2-3 ปี อย่างไรก็ตาม หากไม่รวม 2 รายการดังกล่าวซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ กำไรจะอยู่ที่ 862 ล้านบาท ใกล้เคียงที่เราคาด หดตัว 72% Q-Q จากการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้น CKP ใน 3Q18 แต่เติบโต 14% Y-Y สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) รายได้รวมขยายตัว 4% Y-Y จากการเติบโตของทั้งธุรกิจทางด่วน +3% Y-Y, รถไฟฟ้า +5% Y-Y และพัฒนาเชิงพาณิชย์ +18% Y-Y 2) อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 32.3% เทียบกับ 39.4% ใน 3Q18 และ 39.7% ใน 4Q17 จากค่าตัดจำหน่ายทางด่วนที่เพิ่มขึ้น 3) SG&A ต่อรายได้ปรับขึ้นเป็น 12% จาก 7% ใน 3Q18 และ 9% ใน 4Q17 จากค่าใช้จ่ายพนักงานตามกฎหมายแรงงานใหม่
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2019
CENTEL (HOLD/19TP: 46), กำไร 1Q19 และ 2019 ดูไม่โดดเด่น//ลดคำแนะนำเป็น “ถือ”
(views 36)
จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ แนวโน้มกำไร 1Q19 ของ CENTEL อาจยังไม่ดีนักจาก Rev Par และ SSSG ที่ยังติดลบในช่วง 2 เดือนแรกของปี ขณะที่ภาพการทั้งปี 2019 คาดว่ายังจำกัดเนื่องจาก CENTEL จะเริ่มปรับปรุงห้องพักโรงแรมใหญ่ 2 แห่งในช่วง 2Q19 เป็นต้นไป เราจึงคงมุมมอง Conservative โดยคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 ที่คาดว่าจะเติบโตเพียง 3.9% Y-Y ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมามากตั้งแต่ต้นปีทำให้ปัจจุบันมี Upside จำกัดเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 46 บาท เราจึงลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ” โดยชอบ ERW และ MINT มากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2019
AMATA (BUY/19TP: 28), กำไรต่ำกว่าคาดมากเพราะค่าปรับของ AMATAV และโอนที่ดินราคาต่ำ
(views 35)
แนะนำซื้อลงทุน เรายังคงมุมมองการฟื้นตัวในปีนี้ตามเดิม โดยเห็นสัญญาณการขายที่เร่งตัวขึ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา และผลของสงครามการค้าเริ่มทำให้ลูกค้าบางส่วนตัดสินใจง่ายขึ้นในการย้าย/กระจายฐานการผลิตมาไทย คาดกำไรปกติ +16.9% Y-Y เป็น 1,684.1 ล้านบาท คงราคาเป้าหมาย 28 บาท (อิง PE 17 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2019
BDMS (BUY/19TP: 30), กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย แต่ไม่ได้น่ากังวล
(views 44)
กำไรสุทธิ 4Q18 ต่ำกว่าคาดมากจากรายการ Deferred Tax BDMS ประกาศกำไรสุทธิ 4Q18 ออกมาที่ 1,350 ลบ. -53.1% Q-Q, -33.7% Y-Y ต่ำกว่าคาดมากเนื่องจากต้องบันทึกหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจำนวน 727 ลบ.จากรายการขายหุ้น RAM แต่หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรปกติ 4Q18 จะอยู่ที่ 2,077 ลบ. -27.9% Q-Q, +2.1% Y-Y ต่ำกว่าคาดราว 8% โดยการเติบโตของรายได้และ Gross Margin เป็นไปตามคาด แต่สาเหตุที่ทำให้กำไรต่ำกว่าคาดเกิดจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่เร่งตัวขึ้นแรงเป็นสัดส่วน 23.5% ของรายได้จาก 20.4-20.5% ใน 3Q18 และ 4Q17 โดยหลักๆเกิดจากส่วนของค่าใช้จ่ายพนักงานและการตลาด อย่างไรก็ตามหลายรายการคาดว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว โดยรวมถือว่ายังไม่ได้น่ากังวล ส่งผลให้ทั้งปี 2018 BDMS มีกำไรปกติที่ 9,918 ลบ. +23.7% Y-Y ทำ New High ต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2019
CK (BUY/19TP: 33), 4Q18 น้อยกว่าคาด จับตาเจรจารถไฟความเร็วสูง 5 มี.ค.นี้
(views 28)
ผลการดำเนินงานปกติ 4Q18 -53% Q-Q แต่ดีขึ้นจาก 4Q17 ที่ขาดทุน CK รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 367 ล้านบาท (-71% Q-Q, +71% Y-Y) โดยมีรายการพิเศษ ดังนี้ 1) กำไรจากการขายหุ้น BEM ราว 208 ล้านบาท (หลังหักภาษี) เป็นจำนวน 40 ล้านหุ้น 2) กำไรจากการขายหุ้น CKP ราว 52 ล้านบาท (หลังหักภาษี) เป็นจำนวน 14 ล้านหุ้น 3) ค่าใช้จ่ายของพนักงานกรณีเลิกจ้างหรือเกษียณอายุจากเดิม 300 วัน เป็น 400 วันตามกฎหมายแรงงานฉบับใหม่อยู่ที่ 117 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออกพบว่า กำไรปกติอยู่ที่ 277 ล้านบาท หดตัว 53% Q-Q แต่ดีขึ้นจากขาดทุน 50 ล้านบาทใน 4Q17 ต่ำกว่าเรา และตลาดคาดที่ 12% และ 24% ตามลำดับ มีสาเหตุหลักจากรายได้งานก่อสร้างที่ทำได้ต่ำกว่าคาดที่ 7.1 พันล้านบาท (-1% Q-Q, +4% Y-Y) และอัตรากำไรขั้นต้นที่น้อยกว่าคาดอยู่ที่ 7.7% เทียบกับ 8.2% ใน 3Q18 และ 7.9% ใน 4Q17
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2019
MTC (BUY/19TP: 55), คาดการเติบโตของรายได้และกำไรปี 2019 ยังน่าสนใจ
(views 37)
คำแนะนำ ซื้อ โดยคงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 55 บาท เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ที่ 4.6 พันลบ. +25%Y-Y โดยคาดสินเชื่อ +30%Y-Y และคาดรายได้ดอกเบี้ย +30%Y-Y แต่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะ +28%Y-Y เราคาดว่าแรงกดดันต้นทุนทางการเงินจะสูงขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ MTC ได้ระดมทุนผ่านตราสารระยะยาวมากขึ้น (LT funding ล่าสุดอยู่ที่ 70% จาก 60% ในปี 2017) เพื่อล็อคต้นทุนระยะยาวก่อนอัตราดอกเบี้ยปรับเป็นขาขึ้น ทำให้เราคาดการณ์ว่า Loan spread 18.8% ชะลอตัวลงจาก 19.4% ในปีก่อนหน้า เรายังชอบ MTC จากการเติบโตของสินเชื่อและกำไร ขณะที่การควบคุมคุณภาพสินเชื่อทำได้ดีต่อเนื่อง สังเกตจาก NPL ที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 1.12% และ Coverage ratio ที่สูงถึง 278% ในปี 2018
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2019
SAPPE (BUY/19TP: 22), กำไร 4Q18 ต่ำคาด และคาดกำไรจะกลับมาโตในช่วง 1H19
(views 33)
กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาด จากค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 49 ล้านบาท (-26.9% Q-Q, -37.2% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 79 ล้านบาท) กำไรที่ลดลง Q-Q สอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง Low Season อยู่แล้ว ส่วนกำไรที่ลดลง Y-Y แม้รายได้จะโตได้ 3.5% Y-Y แต่อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 35.9% จาก 37.6% ใน 4Q17 เป็นผลจากต้นทุนเม็ดพลาสติกปรับตัวสูงขึ้น แม้จะเริ่มมีการปรับลดลงในช่วงเดือน ธ.ค. 2018 แต่บริษัทมีสต็อกเก่าราคาสูงใช้อยู่ ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นเป็น 30.6% (สูงกว่าที่เราคาดไว้ที่ 23%) จาก 21.9% ใน 3Q18 และ 24.9% ใน 4Q17 คาดว่ามาจากทั้งค่าใช้จ่ายทางการตลาด, ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน และค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาต่างๆ ในขณะที่ส่วนแบ่งผลประกอบการของ All Coco พลิกมามีกำไรที่ 5.8 ล้านบาท จากที่ขาดทุน -2.7 ล้านบาทใน 3Q18 และเป็นกำไรที่มากขึ้นจาก 4Q17 ที่ทำได้ 0.25 ล้านบาท เป็นผลจากต้นทุนมะพร้าวที่ถูกลงมากในช่วง 4Q18
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2019
STEC (BUY/19TP: 28.5), 4Q18 ดีกว่าคาด ปี 2019 โมเมนตัมขาขึ้น
(views 29)
กำไรปกติ 4Q18 ดีขึ้นจากปีก่อน แต่ชะลอ Q-Q STEC รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 638 ล้านบาท เติบโต 67% Q-Q และดีขึ้นจาก 4Q17 ที่ขาดทุน 1.3 พันล้านบาท หากตัดรายการพิเศษจากการปรับมูลค่าอสังหาฯ ราว 263 ล้านบาท กำไรปกติเท่ากับ 375 ล้านบาท (-2% Q-Q ) ดีกว่าที่เราคาด 20% เนื่องจากรายได้งานก่อสร้างทำได้สูงกว่าคาดที่ 9.3 พันล้านบาท (+29% Q-Q, +55% Y-Y) ตามความคืบหน้าของงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้น่าพอใจที่ 7.6% ใกล้เคียงกับ 3Q18 อย่างไรก็ตาม SG&A ต่อรายได้ปรับขึ้นเป็น 1.9% จาก 1.6% ใน 3Q18 จากค่าใช้จ่ายผลตอบแทนพนักงานประจำปี
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2019
ZEN (HOLD/19TP: 16.5), กำไร 4Q18 ต่ำคาด และงดจ่ายปันผล
(views 30)
กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาด ลดลงทั้ง Q-Q, Y-Y กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 31 ล้านบาท (-18.4% Q-Q, -6.1% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 41 ล้านบาท) แม้ SSSG จะเติบโตได้ +2% Y-Y กอปรกับมีการเปิดสาขาใหม่ตลอดทั้งปี ทำให้รายได้รวม +8.1% Y-Y แต่ลดลง -2.7% Q-Q แต่อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงมาอยู่ที่ 23.6% จาก 24.5% ใน 3Q18 และ 24.6% ใน 4Q17 ซึ่งเป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบอาหาร และต้นทุนค่าบริการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ภายนอกเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับขึ้นเล็กน้อย Y-Y ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายพนักงานเพื่อรองรับการขยายสาขา และโบนัสพนักงานเพิ่มขึ้น แต่ด้วยรายได้ที่เติบโตมากกว่า ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 18.5% จาก 19.4% ใน 4Q17 ทำให้ผลประกอบการไตรมาสนี้แผ่วลงทั้ง Q-Q และ Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2019
BGRIM (BUY/19TP: 34), กำไร 4Q18 อ่อนแอกว่าคาด มองข้ามมาปีนี้ที่จะโตสูง
(views 28)
กำไรปกติ 4Q18 ลดลง 48.1% Q-Q, 34.2% Y-Y กำไรปกติ 4Q18 ที่ 220 ล้านบาท น้อยกว่าคาดของเราและตลาด (ที่ 250-350 ล้านบาท) ลดลงมาก 48.1% Q-Q, 34.2% Y-Y จาก (1) ต้นทุนค่าก๊าซเพิ่มต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน ตามราคาก๊าซเพิ่มประมาณ 4% Q-Q (2) มีการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้ามากในไตรมาสนี้ และ (3) ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มตามฤดูกาล +33.1% Q-Q โดยรายได้ขายไฟเพิ่มไม่มาก 2.7% Q-Q จากวันหยุดเยอะ และเพิ่ม 28.0% Y-Y จากการทยอย COD ของ 3 โรงไฟฟ้า SPP ในระหว่างปี โดยการขายไฟในส่วนลูกค้าอุตสาหกรรมทยอยเพิ่มขึ้น (Load factor 61% - 71%) และการซื้อหุ้นเพิ่มเป็น 100% ในโรงไฟฟ้า BGYSP ใน 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2019
BJC (BUY/19TP: 66), กำไร 4Q18 ดีกว่าคาด และคาดปีนี้จะโตต่อเนื่อง
(views 46)
กำไรสุทธิ 4Q18 ดีกว่าคาด และทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 2,126 ล้านบาท (+26.3% Q-Q, +14.1% Y-Y) ดีกว่าคาด 10% (เราคาดไว้ 1,925 ล้านบาท) ถือเป็นจุดสุงสุดใหม่ โดยกำไรที่โต Q-Q มาจากช่วง High Season ของธุรกิจ ส่วนการเติบโต Y-Y ทำได้ดีทุกกลุ่มธุรกิจ เริ่มจาก 1) BIGC มี SSSG +1.8% Y-Y ถือว่าดีภายใต้การแข่งขันที่ยังรุนแรงต่อเนื่อง และเปิดสาขาใหม่ครบตามแผน 3HM, 1 BigC Food Place, 82 Mini BigC และ 3 ร้านขายยาเพรียว ทำให้รายได้ยังโตต่อเนื่อง +5% Y-Y อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีอยู่ที่ 17.2% ทรงตัว Y-Y และเพิ่มขึ้นจาก 16.8% ใน 3Q18 2) Packaging รายได้โตดี 10% Y-Y ภายหลังลูกค้ากระป๋อง Repackaging ไตรมาสก่อนเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเริ่มรับรู้กำลังการผลิตใหม่ของขวดแก้ว 3) Consumer รายได้โต 4.3% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีมาก +50 bps Q-Q, +90 bps Y-Y เพราะราคาวัตถุดิบลดลงทั้งมันฝรั่ง น้ำมันปาล์ม และน้ำมันมะพร้าว 4) Healthcare and Technical รายได้โตเพียง 1% Y-Y แต่อัตรากำไรดีขึ้นทำให้กำไรโตได้มากกว่า รวม 4 ธุรกิจสร้างรายได้ไตรมาสนี้ +6.2% Q-Q และ +4.9% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีกว่าคาดมาอยู่ที่ 20% (เราคาดไว้ 19.6%) เพิ่มจาก 19.1% ใน 3Q18 และ 19.8% ใน 4Q17 ถือเป็นจุดสูงสุดใหม่นับตั้งแต่มีการรวม BIGC ในปี 2016 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้นจาก BIGC เป็นหลักที่มีการขยายสาขาใหม่ต่อเนื่อง แต่ด้วยรายได้ที่เติบโต ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 20.7% ลดลงเล็กน้อยจาก 20.9% ใน 3Q18 และ 20.8% ใน 4Q17 ส่วนอัตราภาษีจ่ายลดลงต่ำกว่าระดับปกติเล็กน้อยมาอยู่ที่ 15.4%
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2019
WORK (HOLD/19TP: 26), 4Q18 ขาดทุนมากกว่าคาด
(views 26)
4Q18 ขาดทุนมากกว่าคาด รวมขาดทุนจาก JV เป็น One-Time 4Q18 ขาดทุน 77 ล้านบาท ขาดทุนมากกว่าที่เราคาด (-47 ล้านบาท) ส่วนใหญ่จากค่าใช้จ่าย SG&A มากกว่าคาด และมีขาดทุนรับรู้จากบริษัทร่วม (คาดส่วนใหญ่จาก JV ที่จัด Event Music Festival) ไตรมาสนี้ 46 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นรายการ One-Time ทั้งนี้ ในไตรมาสนี้ที่กลับเป็นขาดทุน จากไตรมาสก่อนที่กำไร 142 ล้านบาท จากรายได้โฆษณาข่อง WPTV ลดลง 12.0% Q-Q (-0.7% Y-Y) และรายได้จัดคอนเสิร์ตลดลง ขณะที่ต้นทุนทีวีดิจิตอลเพิ่ม 15.9% Q-, 36.2% Y-Y จากต้นทุนค่าลิขสิทธิถ่ายทอดกีฬา (รวมกีฬาวอลเลย์บอลและเอเชียนเกมส์) ทีรับรู้มากในไตรมาสนี้ และค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่ม
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2019
SEAFCO (BUY/19TP: 11.6), กำไร 4Q18 ดีกว่าคาด ปี 2019 มีแนวโน้มปรับประมาณการขึ้น
(views 23)
กำไร 4Q18 โตแกร่ง 11% Q-Q และ 75% Y-Y SEAFCO รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 117 ล้านบาท (+11% Q-Q, +75% Y-Y) ดีกว่าเรา และตลาดคาด 14% และ 11% ตามลำดับ เนื่องจากมีการกลับรายการส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมราว 15 ล้านบาท กำไรที่โตเด่นมีแรงหนุนจากรายได้ที่เร่งขึ้นสูงถึง 850 ล้านบาท (+5% Q-Q, +54% Y-Y) ตามการเดินหน้างานก่อสร้างหลายโครงการใหญ่พร้อมกัน ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นอย่างมีนัยที่ 24.6% ปรับขึ้นจาก 20.8% ใน 3Q18 และ 19.5% ใน 4Q17 ขณะที่ SG&A ต่อรายได้สูงกว่าคาดที่ 9.5% เทียบกับ 7.4% ใน 4Q17
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2019
EA (BUY/19TP: 62), กำไรปกติ 4Q18 ต่ำคาดแต่ story การเติบโตยังอยู่
(views 26)
Story การเติบโตในอนาคตยังอยู่ เราปรับกำไรและราคาเป้าหมายลงเล็กน้อย แม้จะต่ำกว่าคาดแต่ EA ยังมี story การเติบโตจากธุรกิจใหม่คือ Battery storage และรถยนต์ EV ที่จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ปลายปี 2019 สำหรับการเติบโตของกำไรในปี 2019 จะมาจากโรงไฟฟ้าไฟฟ้าพลังงานลมชุดสุดท้าย 260MW (รวมเป็นกำลังผลิตทั้งสิ้น 664MW สิ้นปีนี้) ที่เริ่มทยอย COD ตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2019-20 ลงเล็กน้อย 6% เพราะเพิ่มค่าใช้จ่ายของ Amita ให้มากขึ้น แต่พบว่ากำไรปกติโต 53.7% Y-Y ในปีนี้ และ +21.7% Y-Y ในปีหน้า ราคาเป้าหมายปรับลงเป็น 62 บาทจากเดิม 65 บาท (DCF) ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
AP (HOLD/19TP: 8.2), กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด แต่ปี 2019 ความน่าสนใจลดลง
(views 23)
กำไร 4Q18 โต Q-Q แต่หดตัว Y-Y AP รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 957 ล้านบาท (+4% Q-Q, -30% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด แต่ดีกว่าตลาดคาด 5.2% จากยอดโอนเร่งขึ้นแตะ 8.3 พันล้านบาท (+26% Q-Q, +7% Y-Y) แบ่งเป็นสัดส่วนของแนวราบ และคอนโดที่ 56% และ 44% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การหดตัว Y-Y มีสาเหตุมาจากอัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาที่ปรับลดเป็น 30.8% เทียบกับ 34.8% ใน 4Q17 ตามการโอนโครงการที่มีมาร์จิ้นต่ำอย่าง Vittorio ในสัดส่วนที่สูง และ SG&A ต่อรายได้ที่ปรับขึ้น 22% จาก 18.7% ใน 4Q17 หนุนให้กำไรปี 2560 เติบโต 22% Y-Y ทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 3.86 พันล้านบาท และประกาศจ่ายเงินปันผลงวดปี 2018 เท่ากับ 0.40 บาทต่อหุ้น ให้ผลตอบแทน 5.3% ขึ้น XD วันที่ 8 พ.ค. 2019 และจ่ายวันที่ 23 พ.ค. 2019
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
BEAUTY (SELL/19TP: 5.3), กำไร 4Q18 และทั้งปี 2018 ต่ำกว่าคาดมา ปรับเป้าลง แนะนำขาย
(views 34)
กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 124 ล้านบาท ลดลง 62% Q-Q และ 70% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 124 ล้านบาท ลดลง 62% Q-Q และ 70% Y-Y จากรายได้รวมที่ลดลง 39% Q-Q และ 40% Y-Y เหลือ 653 ล้านบาท โดย SSSG ลดลง 45% Y-Y และรายได้จากต่างประเทศที่ชะลอต่อเนื่อง ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 66.1% เพิ่มขึ้นจาก 62.7% ใน 3Q18 แต่อัตรากำไรสุทธิเหลือเพียง 19% จาก 30.5% ใน 3Q18 และ 37.4% ใน 4Q17 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เข้าตลาด เพราะการจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย กำไรสุทธิทั้งปี 2018 เท่ากับ 992 ล้านบาท ลดลง 19% Y-Y จากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
BKD (BUY/19TP: 3.5), กำไรปี 2018 ตามคาด ปรับลดประมาณการปีนี้ แต่ยังให้ซื้อ
(views 24)
กำไรสุทธิ 4Q18 ทำได้ 20 ล้านบาท ลดลง 31% Q-Q แต่พลิกจากขาดทุนใน 4Q17 กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 20 ล้านบาท ลดลง 31% Q-Q แต่พลิกจากขาดทุนสุทธิ 4 ล้านบาทใน 4Q17 รายได้รวมลดลง 26% Q-Q และ 41% Y-Y เหลือ 232 ล้านบาท เพราะเป็นช่วง Low Season ของการปิดงานตกแต่งภายใน ขณะเดียวกัน อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 9.2% จาก 18.2% ใน 3Q18 จากการรับรู้ต้นทุนบางงานที่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้เข้ามาได้ ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เป็นบวกเพราะมีกลับรายการหนี้สงสัยจะสูญ กำไรทั้งปี 2018 จบที่ 170 ล้านบาท ใกล้เคียงคาดการณ์ของเราที่ 172 ล้านบาท ที่เห็นว่าลดลง 48% Y-Y เพราะปี 2017 มีบันทึกกำไรจากการขายที่ดิน 367 ล้านบาท ถ้าหักออก กำไรปกติโตสูงถึง 361% Y-Y จากการกลับมาโฟกัสงานตกแต่งภายในที่ตัวเองถนัด โดยยังไม่รวมธุรกิจบริหารจัดการน้ำในภูเก็ตที่เป็นธุรกิจใหม่
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
ERW (BUY/19TP: 8), กำไร 4Q18 ดีกว่าคาด ยังเป็น Top Pick
(views 26)
กำไร 4Q18 ดีกว่าคาดเล็กน้อย ERW ประกาศกำไรปกติ 4Q18 ที่ 180 ลบ. +333.5% Q-Q, 11.5% Y-Y ดีกว่าคาดเล็กน้อย โดยรายได้เติบโตในอัตราเร่งเป็น 7.5% Y-Y จากที่ทรงตัวในช่วง 2Q18-3Q18 โดยแรงหนุนหลักมาจากการเปิดโรมแรมใหม่ทั้ง Hop Inn ในไทยและฟิลิปปินส์รวมถึงโรงแรม Novotel & IBIS Style ในขณะที่การควบคุมต้นทุนทำได้ดีกว่าคาดโดยเฉพาะในส่วนของค่าใช้จ่าย SG&A ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นเป็น 32.7% จาก 31.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรปกติปี 2018 จบที่ 536 ลบ. +1.7% Y-Y (กำไรสุทธิ +6.1% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
HMPRO (BUY/19TP: 17), กำไร 4Q18 ทำได้ดีตามคาด และจะโตต่อเนื่องในปีนี้
(views 24)
กำไรปกติ 4Q18 เท่ากับคาด กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 1,686 ล้านบาท (+23.4% Q-Q, +10.5% Y-Y) หากไม่รวมการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานที่ 50 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,726 ล้านบาท (+26.4% Q-Q, +13.1% Y-Y) เท่ากับคาด (เราคาดไว้ 1,725 ล้านบาท) กำไรที่เติบโต Q-Q สอดคล้องกับช่วง High Season ของธุรกิจ ส่วนกำไรที่โต Y-Y แม้ SSSG จะติดลบเล็กน้อย -1% Y-Y เพราะฐานที่สูงในปีก่อนจากการมีมาตรการช้อปช่วยชาติที่ครอบคลุมสินค้าของบริษัท แต่ได้รับการชดเชยด้วยผลของการเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ และสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 3% Q-Q และ 0.9% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังน่าประทับใจทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 28.6% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 110 bps ซึ่งมาจากการ Sourcing สินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับสัดส่วนสินค้า House Brand ยังใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ระดับ 19.6% และเพิ่มขึ้นจาก 19.1% ในปี 2017 สำหรับค่าใช้จ่ายถือว่าควบคุมได้ดีขึ้น หากไม่รวมการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน จะมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 22.8% ลดลงจาก 23.1% ใน 3Q18 และ 23.5% ใน 4Q17
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
ITEL (BUY/19TP: 5.5), กำไร 4Q18 เป็นไปตามคาด ปีนี้ยังโตสูง ยังแนะนำซื้อ
(views 26)
กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 34 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 8% Y-Y รายได้รวมอยู่ที่ 314 ล้านบาท ลดลง 25% Q-Q และ 30% Y-Y เพราะมีการรับรู้งานติดตั้งโครงข่ายลดลง 59% Q-Q และ 67% Y-Y เหลือ 95 ล้านบาท เนื่องจากโครงการเน็ตชายขอบเฟสแรกส่งมอบไปหมดแล้ว แต่อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 28.7% จาก 22.5% ใน 3Q18 และ20.0% ใน 4Q17 จากสัดส่วนรายได้งานบริการโครงข่ายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แม้จะเร่งตัวจากการเพิ่มพนักงานเพื่อรองรับโครงการเน็ตชายขอบ แต่ไม่ได้เป็นภาระมากนัก โดยคิดเป็น 9.9% ของรายได้รวม จาก 6.3% ของรายได้รวมใน 3Q18 ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 34 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 8% Y-Y จบปี 2018 ทำกำไรสุทธิได้ 133 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% Y-Y ตามที่เราคาด
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
K (BUY/19TP: 3.8), กำไร 4Q18 ทำให้กำไรทั้งปี 2018 พลิกเป็นบวก แนวโน้มปีหน้ายังดี
(views 22)
กำไรสุทธิ 4Q18 ออกมาดีกว่าคาด และทำให้กำไรทั้งปี 2018 พลิกเป็นบวก กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 80 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 6 ล้านบาท ใน 3Q18 และโต 17% Y-Y จากการรับรู้งาน Interior ที่คงค้างจาก 9M18 และงานส่วนเพิ่มนอกเหนือจากสัญญาเดิม หนุนให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 86% Q-Q และ 48% Y-Y อยู่ที่ 874 ล้านบาท รวมถึงการควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้นจาก Learning Curve ที่เร่งตัวตามประสบการณ์รับงาน Public Area ที่มีมากขึ้น ซึ่งเมื่อผนวกกับการปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season ของงาน Exhibition ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่างาน Interior ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 18.2% จาก 5.4% ใน 3Q18 และทำให้ผลประกอบการทั้งปี 2018 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 62 ล้านบาท จากขาดทุน 15 ล้านบาท ในปี 2017
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
M (HOLD/19TP: 79), กำไร 4Q18 ตามคาด คงประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย
(views 20)
กำไรสุทธิ 4Q18 ต่ำคาดเพราะมีตั้งสำรอง ส่วนกำไรปกติตามคาด กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 606 ล้านบาท (-10.4% Q-Q, 11% Y-Y) หากไม่รวมการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน 104 ล้านบาท จะมีกำไรปกติ 689 ล้านบาท (+1.9% Q-Q, +26.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 703 ล้านบาท) กำไรโตเล็กน้อย Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ ส่วนการเติบโต Y-Y แม้ SSSG จะติดลบเล็กน้อย -1% Y-Y สำหรับร้าน MK และทรงตัวสำหรับร้าน Yayoi จากฐานที่สูงในปีก่อนเพราะได้รับผลบวกจากมาตรการช้อปช่วยชาติ แต่ด้วยผลของการเปิดสาขาใหม่ในปีก่อน และในไตรมาสนี้เปิดสาขาใหม่ 20 แห่ง ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 2.8% Q-Q และ 3.8% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นยังทำได้ทรงตัวที่ระดับ 68.3% ใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 68.4% แต่เพิ่มขึ้นจาก 67.7% ใน 4Q17 เป็นผลจากราคาวัตถุดิบอาหารที่ปรับลดลง Y-Y ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (ไม่รวมตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน) อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 51.2% จาก 51.9% ใน 3Q18 และ 53.8% ใน 4Q17 มาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และไม่มีค่าใช้จ่ายโบนัสพิเศษเหมือนในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
MINT (BUY/19TP: 45), กำไร 4Q18 ดีกว่าคาด ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 23)
กำไร 4Q18 ดีกว่าคาดจากการรวมงบ NHH 3 เดือน MINT ประกาศกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1,500 ลบ. +47.1% Q-Q, -6.9% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษทั้งจากดีลซื้อ NHH และด้อยค่าสินทรัพย์ต่างๆออกซึ่งมีหลายรายการ กำไรปกติจะอยู่ที่ 2,133 ลบ. +109.2% Q-Q, +32.4% Y-Y ดีกว่าคาดราว 28% โดยเป็นผลจากการรวมงบการเงินของ NHH เข้ามาตั้งแต่ 2 ต.ค. 2018 (เร็วกว่าที่เราคาดว่าจะเริ่มในเดือน พ.ย. 2018) ซึงทำให้รายได้เติบโตก้าวกระโดดกว่า 1 เท่าตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y รวมถึงมีรายการค่าใช้จ่ายเป็นบวกจากผลกระทบจากเงินเฟ้อรุนแรงในอาร์เจนตินา 343 ลบ. ซึ่งชดเชย Margin ที่หดตัวลงได้ ส่งผลให้ปี 2018 MINT มีกำไรสุทธิ 5,445 ลบ. +0.5% Y-Y ส่วนกำไรปกติอยู่ที่ 5,957 +10% Y-Y โดยยังไม่มีการบันทึกกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายยุติธรรมใน NHH ก้อนใหญ่เข้ามาอย่างที่เราคาด
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
MTC (BUY/19TP: 55), กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด
(views 25)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด MTC รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1,002 ลบ. เพิ่มขึ้น 3.8%Q-Q, 35%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 4-8% กำไรที่น้อยกว่าคาดเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่ทำได้น้อยกว่าที่เราคาดไว้ โดยแม้ว่าจะ +5.4%Q-Q และ +31.7%Y-Y เนื่องจากสินเชื่อคงค้างทำได้ต่ำคาดขณะที่ Loan yield ชะลอตัวลงจาก 23.4% ในไตรมาสก่อนเป็น 22.9% ในไตรมาสนี้ซึ่งคาดว่าเกิดจากการปล่อยสินเชื่อที่กระจุกตัวในเดือนสุดท้ายของไตรมาส ขณะเดียวกัน CoF เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.6% จาก 3.5% ในไตรมาสก่อน ส่งผลต่อ Loan spread ที่ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ราว 19.3% จาก 19.8% ในไตรมาสก่อน กำไรสุทธิปี 2018 ทำได้ที่ 3,713 ลบ. +48.5%Y-Y ซึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 39%Y-Y และค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง 13.7%Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
SPALI (BUY/19TP: 22.5), กำไรปี 2018 ดีกว่าคาด แนวโน้มปี 2019 ดูดีต่อ
(views 22)
กำไรปกติปี 2018 เร่งขึ้น 22% ทำระดับสูงสุดใหม่ ยอดโอนปี 2018 อยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท (+3% Y-Y) แบ่งเป็นสัดส่วนของแนวราบ และคอนโดที่ 55% และ 45% ตามลำดับ หนุนให้กำไรปกติปี 2018 เติบโต 22% Y-Y ที่ 5.8 พันล้านบาท ดีกว่าที่เราคาด 12% จาก SG&A ที่น้อยกว่าคาด โดย SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 11% เทียบกับค่าเฉลี่ย 9M18 ที่ 15% เนื่องจากบริษัทมีการปรับปรุงงบการเงินงวดปี 2018 ตามมาตรฐานบัญชี IFRS15 ซึ่งส่งผลให้รายได้ และอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงจากการเปลี่ยนวิธีบันทึกค่าใช้จ่าย ขณะที่ SG&A จะลดลงเช่นกันจากการบันทึกค่าคอมมิชชั่นจากเดิมที่บันทึกเมื่อจ่ายจริงเป็นเมื่อโอน ทั้งนี้ ประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H18 ที่ 0.60 บาทต่อหุ้น ให้ผลตอบแทน 3.1% ขึ้น XD 12 มี.ค. 2019 และจ่าย 8 พ.ค. 2019
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
CHG (BUY/19TP: 2.2), กำไร 1H19 ยังไม่สดใส เหมาะสำหรับลงทุนระยะยาว
(views 21)
แนวโน้มผลการดำเนินงาน 1H19 ของ CHG คาดว่ายังไม่สดใส โดยยังถูกกดดันจากผลขาดทุนเริ่มแรกของโรงพยาบาลที่เปิดใหม่ในช่วง 2H18 รวมถึงฐานกำไรที่สูงในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดว่ากำไรของ CHG จะกลับมาเติบโต Y-Y ได้อีกครั้งใน 2H19 เป็นต้นไป เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2019 ลง 11% เหลือเติบโต 3.7% Y-Y สะท้อน Margin ที่ต่ำกว่าคาดจากต้นทุนที่พุ่งขึ้นจากการลงทุน ส่งผลให้ราคาเหมาะสมลดลงจาก 2.70 บาทเหลือ 2.20 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปค่อนข้างมากและทำให้ Upside ยังเปิดกว้าง จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยเหมาะสำหรับการลงทุนระยะ 6 เดือนขึ้นไป
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
SAWAD (BUY/19TP: 56), มีแผนปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อใหม่ เปิด Upside มากขึ้น
(views 20)
ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ โดยปรับราคาเหมาะสมปี 2019 เป็น 56 บาท (และ 52 บาทหลัง PP และหุ้นปันผล) ตามการปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 ขึ้น 7% จาก Loan yield ที่มีทิศทางดีขึ้นและค่าใช้จ่ายสำรองฯที่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ การที่ผู้บริหารระบุว่ามีแผนที่จะปรับโครงสร้างสินเชื่อ (ยังไม่ได้ประกาศรายละเอียด) เรามองเป็นบวกต่อประมาณการกำไรในระยะต่อไป
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2019
RS (BUY/19TP: 20), ร่วมกับช่องไทยรัฐ เพิ่มช่องทางขายธุรกิจ MPC
(views 22)
จากประชุมนักวิเคราะห์ ผู้บริหารแจ้งจะเริ่มขายสินค้าในช่องไทยรัฐทีวี ตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.นี้ โดยตั้งเป้ายอดขาย 500 ล้านบาท และแบ่งรายได้ให้ 30% เรามองบวกเป็นการเพิ่มช่องทางการขายของสินค้าธุรกิจ MPC ที่บริษัททำได้ค่อนข้างดี และกำไรปี 2019 จะเพิ่มราว 10% และปี 2020 เพิ่ม 14% หากได้ต่อสัญญารายปี ขณะที่มองแนวโน้มผลประกอบการใน 1Q19 ยังแข็งแกร่งจากยอดขายธุรกิจ MPC ทำ New High แม้รายได้ช่อง 8 ลดลง Q-Q แต่เพิ่ม Y-Y อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับขึ้นมาเกือบ 16% น่าจะรับข่าวบ้างแล้ว แนะนำ ซื้อสะสม ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 20 บาท จากเดิม 18 บาท
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2019
EKH (BUY/19TP: 7.6), กำไร 4Q18 เด่นกว่าคาด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 23)
กำไร 4Q18 โดดเด่นกว่าคาด EKH ประกาศกำไรปกติ 4Q18 ออกมาที่ 27 ลบ. -39.8% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ +25.8% Y-Y ซึ่งดีกว่าคาดราว 20% โดยรายได้จากการให้บริการเติบโตโดดเด่น +25.9% Y-Y จากทั้งการเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาลที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงหนุนจากจำนวนลูกค้าเข้ารับบริการศูนย์ IVF ที่เร่งตัวขึ้น ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นเป็น 24.6% ใน 4Q18 จาก 23.9% ใน 4Q17 และเป็นปัจจัยที่ทำให้กำไรเด่นกว่าคาด รวมทั้งปี 2018 EKH มีกำไรปกติ 117 ลบ. +29.9% Y-Y ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2019
CPN (BUY/19TP: 93), กำไรปกติ 4Q18 -6.7% Q-Q เพราะค่าใช้จ่ายพิเศษเพิ่ม
(views 24)
กำไรปกติ 4Q18 -6.7% Q-Q, +0.9% Y-Y ต่ำกว่าคาดเพราะค่าใช้จ่ายพิเศษ CPN รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 2,529.9 ล้านบาท ถ้าหักรายการปรับปรุงค่าเช่าที่ดินของเซ็นทรัลพระราม 2 จำนวน 85 ล้านบาทซึ่งบันทึกเป็นรายได้อื่น จะเป็นกำไรปกติ 2,444.9 ล้านบาท -6.7% Q-Q, +0.9% Y-Y ต่ำกว่าเราคาด 10% เพราะค่าใช้จ่ายในการบริหาร เช่นค่าใช้จ่ายพนักงานด้านการตลาดเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการโอนคอนโด และค่าใช้จ่ายในการซื้อ GLAND สูงกว่าคาด แต่ Operation หลักถือว่าทำได้ดี รายได้รวมในไตรมาสนี้ที่ -0.2% Q-Q เพราะรายได้จากการโอนคอนโดที่ -53.9% Q-Q เหลือ 376.9 ล้านบาทเพราะคอนโดส่วนใหญ่โอนไปแล้วใน 2Q-3Q18 จึงเหลือโอนในไตรมาสนี้เพียงเล็กน้อย ส่วนรายได้หลักคือรายได้จากการให้เช่าศูนย์การค้า (85% ของรายได้รวม) +3.7% Q-Q เพราะยังมีผลกระทบของการปรับปรุงศูนย์เซ็นทรัลเวิลด์และการโอนเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช (บางส่วน) เข้ากอง CPNREIT แต่ยังโต 11.9% Y-Y เพราะในระหว่าง 4Q17-4Q18 มีการเปิดห้างใหม่ 3 แห่งคือที่โคราช มหาชัย และภูเก็ต สำหรับ EBITDA margin ชะลอจาก 53.8% ใน 3Q18 เหลือ 51.1% ในไตรมาสนี้เพราะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นดังกล่าว ซึ่งบางส่วนเช่น ค่าซื้อ GLAND เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ส่วนค่าใช้จ่ายในการโอนคอนโดเป็นไปตามสัดส่วนการโอน
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2019
ORI (BUY/19TP: 10.1), กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด พร้อมจ่ายปันผลสูงกว่าคาด
(views 29)
กำไรปกติ 4Q18 เติบโต 47% Q-Q และ 13% Y-Y ORI รายงานกำไรปกติ 4Q18 ทำระดับสูงสุดของปีที่ 938 ล้านบาท (+47% Q-Q, +13% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด แต่ดีกว่าตลาดคาด 6% ผลประกอบการที่โตเด่นมาจากยอดโอนที่เร่งขึ้นแตะ 5.7 พันล้านบาท (+76% Q-Q, +2% Y-Y) โดยมีแรงหนุนมาจากการรับรู้ Backlog ของโครงการ Park24 เฟส 2 คิดเป็นสัดส่วนถึง 57% ของยอดโอนรวม บวกกับเริ่มโอนคอนโดใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 3 พันล้านบาท มียอดขายเฉลี่ย 90% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาปรับดีขึ้นเป็น 41.3% เทียบกับ 40.4% ใน 3Q18 และ 33.6% ใน 4Q17 ตามการโอนโครงการใหม่ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม SG&A ต่อรายได้การขายเพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y อยู่ที่ 21.5% หลักๆมาจากค่าใช้จ่าย Commission ให้กับ Agent ในโครงการ Park24 เฟส 2
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2019
ASK (BUY/19TP: 28.6), กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด แลกกับคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น
(views 27)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาดแต่ไม่ถึงกับผิดหวัง ASK รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 217 ลบ. ลดลง 2.2%Q-Q แต่ +14.47%Y-Y น้อยกว่าที่เราคาดไว้ราว 7% จากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่สูงกว่าที่คาด โดย Credit cost ใน 4Q18 อยู่ที่ 1.35% จาก 1.1% ในไตรมาสก่อนแต่ลดลงจาก 1.8% ในงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นการตั้งเผื่อสำหรับสินเชื่อสิทธิเรียกร้องเพื่อความอนุรักษ์นิยม ซึ่งทำให้ Coverage ของพอร์ตสิทธิเรียกร้องอยู่ที่ 100% โดยรวมแล้วทำให้ Coverage ratio ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมดปรับขึ้นมาอยู่ที่ 95% ของ NPL (overdue > 3 เดือน) หากตัดรายการสำรองฯออก PPOP ถือว่าใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +0.5%Q-Q, +3.9%Y-Y จากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อ ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +8.5%Q-Q, +11.9%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าปรับล่าช้าและรายได้จากการแนะนำลูกค้าประกันภัย กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 811 ลบ. +8.9%Y-Y กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ +5.7%Y-Y และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +15%Y-Y ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองฯ -1%Y-Y และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมอยู่ที่ 37% ใกล้เคียงจาก 36% ในปีก่อนหน้า
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2019
SAWAD (HOLD/19TP: 53), กำไร 4Q18 ดีกว่าที่คาด พร้อมคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น
(views 28)
กำไร 4Q18 ดีกว่าที่เราคาด SAWAD รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 831 ลบ. เพิ่มขึ้น 8.4%Q-Q, 14.6%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดราว 7% แต่ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ กำไรที่ดีกว่าที่คาดเกิดจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่น้อยกว่าที่เราคาดไว้ โดยในไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ 64 ลบ. ลดลง 45%Q-Q, 66%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 0.8% คาดว่าน่าจะเกิดจากจำหน่ายหนี้สูญ (เนื่องจาก NPL ก็ลดลงสอดคล้องกับสำรองฯที่ลดลงด้วย) ซึ่งโดยรวมแล้วไม่กระทบ Coverage ratio เนื่องจาก Coverage ratio เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 88% จาก 80% ในไตรมาสก่อน หากไม่นับรายการสำรองดังกล่าว PPOP น้อยกว่าที่เราคาดไว้ราว 4% เนื่องจากรายได้ค่าบริการที่น้อยกว่าที่เราคาดไว้ โดยลดลง 9%Q-Q แต่ +21%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิทำได้ใกล้เคียงคาด Loan spread ชะลอตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 16.66% จาก 16.9% ในไตรมาสก่อนเนื่องจาก Loan yield ที่ชะลอตัวลง กำไรปี 2018 อยู่ที่ 2,768 ลบ. +3.8%Y-Y กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ย 17%Y-Y โดย loan spread อยู่ที่ 15.8% จาก 17.7% ในปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่เป็นผลจาก Loan yield ที่ลดลงเนื่องจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจากการแข่งขันและการปรับสัญญาเงินกู้เป็นสัญญาเช่าซื้อในช่วงต้นปี
อ่านเพิ่มเติม
25
กุมภาพันธ์
2019
BEC (SELL/19TP: 5.5), กำไร 4Q18 กลับมาขาดทุนมากตามคาด รวมค่าใช่จ่ายพิเศษ
(views 22)
4Q18 ขาดทุนสุทธิมาก รวมค่าใช้จ่ายพิเศษ และขาดทุนดำเนินงานปกติ 4Q18 ขาดทุนสุทธิ 260 ล้านบาท ใกล้เคียงคาดที่ -241 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษส่วนใหญ่ค่าใช่จ่ายเกี่ยวกับ Early Retirement และสำรองค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มตามกฎหมายแรงงานใหม่สุทธิจากภาษีบันทึกในไตรมาสนี้รวมกันประมาณ 213 ล้านบาท จะเป็นขาดทุนปกติ 47 ล้านบาท กลับจากไตรมาสก่อนที่กำไรปกติ 78 ล้านบาท จากรายได้รวมลดลง 5.5% Q-Q จากรายได้หลักค่าโฆษณา TV (สัดส่วนรายได้ 82-85%) ที่ลดลง 8.4% Q-Q จากการแข่งขันที่ยังรุนแรง และมีค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น แม้ขาดทุนปกติลดลงมาก จากฐานต่ำใน 4Q17 ที่แย่สุดของปีก่อน (-357 ล้านบาท) จากผลกระทบงานพระราชพิธีราว 1 เดือน
อ่านเพิ่มเติม
25
กุมภาพันธ์
2019
ROBINS (BUY/19TP: 80), กำไรปกติ 4Q18 ใกล้เคียงคาด แต่มาร์จิ้นฟื้นตัวช้า
(views 23)
กำไรปกติ 4Q18 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 816 ล้านบาท (+22.9% Q-Q, -0.5% Y-Y) หากไม่รวมการปรับปรุง Deferred Tax 32 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ 848 ล้านบาท (+27.7% Q-Q, +3.4% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 889 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรโต Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ ส่วนกำไรที่เติบโตเล็กน้อย Y-Y มาจาก SSSG ที่บวกเล็กน้อย +0.8% Y-Y และมีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งที่ชัยภูมิ ซึ่งเป็นสาขาในรูปแบบ Lifestyle Center ทำให้รายได้รวมเติบโต 13.8% Q-Q, 3.1% Y-Y และรายได้ค่าเช่าเติบโต 2.5% Q-Q, 11.4% Y-Y จากพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้น ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นทำได้ 25.1% ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน แม้มีสัดส่วนสินค้า House Brand เป็น 11.6% แต่ถูกหักล้างด้วยผลของการทำโปรโมชั่นมากขึ้นในเดือน ธ.ค. ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 29.5% จาก 29% ใน 4Q17 ซึ่งเป็นผลจากค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่ และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมกลับมาเติบโต Q-Q เพราะไม่มีรายการพิเศษของ Super Sport แต่ลดลง Y-Y เพราะฐานที่สูงในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
25
กุมภาพันธ์
2019
SISB (BUY/19TP: 8.84), กำไรปี 2018 ดีกว่าที่คาด
(views 25)
กำไร 4Q18 ดีกว่าที่คาด SISB รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 23 ลบ. ลดลง 17%Q-Q แต่พลิกจากผลขาดทุน 12 ลบ. ใน 4Q17 เป็นกำไรที่ดีกว่าที่เราคาดไว้ ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมซึ่ง +4.8%Q-Q, +40%Y-Y ตามการเติบโตของจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2,222 คน จาก 2,191 คนใน 3Q18 และ 1,977 คนใน 4Q17 ขณะที่มีอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาเพิ่มขึ้นเป็น 4.4 แสนบาทต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้นจาก 4.18 แสนบาทต่อคนต่อปีใน 3Q18 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 38% ชะลอตัวลงเล็กน้อยจาก 40.9% ในไตรมาสก่อนหน้าแต่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดจาก 26% ใน 4Q17 เนื่องจากจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นขณะที่ต้นทุนค่าบริการส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่
อ่านเพิ่มเติม
25
กุมภาพันธ์
2019
SVI (BUY-W/19TP: 6.2), กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาด และคาดกำไรปีนี้จะโตต่อเนื่อง
(views 19)
กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 210 ล้านบาท (-18.6% Q-Q, +87.5% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 273 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 21 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 189 ล้านบาท (-26.2% Q-Q, +24.3% Y-Y) สิ่งที่ดีคือรายได้เพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ US$136 ล้าน (+7% Q-Q, +36% Y-Y) แต่สิ่งที่ทำให้กำไรต่ำกว่าที่เราคาดคือ อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ที่ 8.3% (เราคาดไว้ 9.9%) ลดลงจาก 9.9% ใน 3Q18 และ 8.6% ใน 4Q17 ทั้งที่คาดว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตน่าจะสูงขึ้น และปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบได้เริ่มคลี่คลายตั้งแต่กลางปี 2018 รวมถึงค่าเงินบาทที่ค่อนข้างทรงตัว สาเหตุที่อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงสวนทางที่คาด น่าจะยังมีสต็อกราคาสูงใช้อยู่ และอาจจะมาจาก Product Mix ที่เปลี่ยนแปลง สัดส่วนการขายสินค้าที่มาร์จิ้นไม่สูงนักเพิ่มขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังค่อนข้างสูงปรับเพิ่มขึ้น Q-Q ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพิมขึ้นเป็น 4.4% จาก 3.9% ใน 3Q18 แต่ลดลงจาก 6.3% ใน 4Q18 เพราะรายได้โตได้มากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
25
กุมภาพันธ์
2019
TACC (BUY/19TP: 4.5), ผ่านกำไรต่ำสุดแล้ว คาดกำไรจะกลับมาโตในปีนี้
(views 18)
กำไรปกติ 4Q18 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 9 ล้านบาท (-59.1% Q-Q, -72.7% Y-Y) หากไม่รวมค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 19 ล้านบาท จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 29 ล้านบาท (+26.1% Q-Q, -12.1% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 30 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรเติบโต Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ ส่วนกำไรที่ลดลง Y-Y มาจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทั้งนี้หากไม่รวมค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ บริษัทมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 18.3% เพิ่มขึ้นจาก 16.6% ใน 4Q17 จากค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่องกดร้อนอัตโนมัติ และค่าใช้จ่ายพนักงาน แต่ลดลงจาก 21.6% ใน 3Q18 รวมถึงรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม สยามเกตเวย์ (บริษัทถือหุ้น 49%) ราว 2 ล้านบาท ในขณะที่ภาพรวมรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นเราถือว่าทำได้ดีขึ้น ทั้งที่ปีก่อนยังมีรายได้การขายไปกัมพูชาอยู่บางส่วน ส่วนใน 4Q18 ไม่มี แต่รายได้รวมยังเติบโตได้ 18.2% Q-Q และ 2.8% Y-Y กอปรกับอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 29% จาก 27.7% ใน 4Q17 ซึ่งเป็นผลจากการปรับสูตรน้ำตาลแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2018 ที่ผ่านมา แต่ลดลงจาก 30.7% ใน 3Q18 น่าจะมาจากการปรับเปลี่ยนของ Product Mix
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2019
CPALL (BUY/19TP: 90), กำไร 4Q18 ฟื้นตามคาด และกำลังศึกษาเปิดสาขาในกัมพูชา,ลาว
(views 45)
กำไรปกติ 4Q18 ฟื้นตัวใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 5,552 ล้านบาท (+7.1% Q-Q, +0.5% Y-Y) ทั้งนี้บริษัทมีการประเมินการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน (ค่าชดเชย 300 วัน เป็น 400 วัน) ของทั้งกลุ่มที่ 909 ล้านบาท โดยทยอยรับรู้ใน 4Q18 ราว 100 ล้านบาท และมีรับรู้ตั้งสำรองค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปรับปรุงการเกษียณอายุของพนักงานอีก 100 ล้านบาท หากไม่รวมรายการดังกล่าว (สุทธิจากภาษี) จะมีกำไรปกติเท่ากับ 5,719 ล้านบาท (+11.6% Q-Q, +3.7% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 5,655 ล้านบาท)
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2019
GFPT (BUY/19TP: 15.6), กำไร 4Q18 ตามคาด และคาดกำไรจะกลับมาโตในปีนี้
(views 22)
กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 244 ล้านบาท (-44.2% Q-Q, -28.2% Y-Y) หากไม่รวมการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานที่ราว 110 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 343 ล้านบาท (-19.7% Q-Q, +20.4% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 338 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล และราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศอ่อนตัวลง ส่วนกำไรที่เติบโตดี Y-Y แม้รายได้จะดูลดลง Q-Q และ Y-Y แต่มาจากการปรับใช้มาตรฐานบัญชี TFRS 28 เกี่ยวกับกิจการร่วมค้า (GFN) กระทบต่อรายได้ในไตรมาสนี้ 260 ล้านบาท หากไม่รวมรายการดังกล่าว พบว่ารายได้ที่แท้จริงอยู่ที่ 4,450 ล้านบาท (-1.5% Q-Q, +4.8% Y-Y) มาจากปริมาณส่งออกไก่ที่เพิ่มขึ้น 21.3% Y-Y เป็น 9,100 ตัน ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 13.6% จาก 15.6% ใน 3Q18 และ 15.9% ใน 4Q17 มาจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาข้าวโพดเฉลี่ย 4Q18 อยู่ที่ 9.97 บาท/กก. (+10.5% Q-Q, +19.8% Y-Y) ส่วนราคากากถั่วเหลืองปรับขึ้นเล็กน้อย +2.3% Y-Y แต่ -6% Q-Q ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอยู่ที่ 60 ล้านบาท เติบโตสูง 253% Y-Y จากฐานที่ต่ำในปีก่อน แต่ลดลง 23% Q-Q เพราะราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศอ่อนตัวลง และปรับลงตามฤดูกาล
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2019
SYNEX (BUY/19TP: 16.25), กำไร 4Q18 ดีกว่าคาด แนวโน้มจะโดดเด่นต่อเนื่องใน 1Q19
(views 21)
กำไรสุทธิ 4Q18 ออกมาดีกว่าคาด จากรายได้และมาร์จิ้นที่ขยายตัว กำไรสุทธิ 4Q18 ออกมาดีกว่าคาด โดยอยู่ที่ 190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% Q-Q และ 16% Y-Y จากรายได้ที่โตแตะ 1 หมื่นลบ.ครั้งแรก เพิ่มขึ้น 11% Q-Q และ 31% Y-Y และอัตรากำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเป็น 1.83% จาก 1.72% ใน 3Q18 เพราะควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น โดย SG&A/Sales คิดเป็น 2.13% ของรายได้รวม ลดลงจาก 2.38% ใน 3Q18 และ 2.69% ใน 4Q17 กำไรสุทธิทั้งปี 2018 จบที่ 721 ลบ. เพิ่มขึ้น 16% Y-Y จากการเพิ่มแบรนด์ โดยเฉพาะ Apple ที่สามารถจำหน่าย iPhone ได้ใน 2H18 รวมถึงเมมิ่งที่ภาพรวมอุตสาหกรรมยังเป็นขาขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2019
TPCH (BUY/19TP: 13.5), กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด
(views 32)
กำไรปกติ 4Q18 อ่อนลง 1.8% Q-Q แต่ยังโต 15.9% Y-Y ใกล้เคียงคาด กำไรปกติ 4Q18 ที่ 90 ล้านบาท อ่อนลงเล็กน้อย 1.8% Q-Q แต่ยังโต 15.9% Y-Y กำไรทีอ่อนลง Q-Q จากค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น กำไรที่เพิ่มขึ้น Y-Y จากรายได้ขายไฟเพิ่ม จากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า 6 โรง รวมโรงไฟฟ้าสตูลกรีน พาวเวอร์ (SGP: 9.2 MW, TPCH ถือหุ้น 51%) ที่ COD ในกลาง 1Q18
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2019
PT (BUY/19TP: 7.5), ปี 2018 ชะลอตัว แต่ปันผลสูง 8% และจะกลับมาโตในปี 2019-2020
(views 21)
กำไรสุทธิปี 2018 ชะลอเพราะฐานสูง แต่ยังเห็นโมเมนตัมที่ดีใน 4Q18 เราคาดปี 2019-2020 กลับมาโตเฉลี่ยปีละ 13% จากการขยายดาต้าเซ็นเตอร์เฟส 4 และการรุกธุรกิจรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ขณะที่ ภาพระยะสั้น คาดว่ากำไรสุทธิ 1Q19 จะออกมาโดดเด่น เพราะมีงานค้างที่รับรู้รายได้ไม่ทันใน 4Q18 ราว 400 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นจะขยายตัวจากเงินบาทที่แข็งค่าเร็ว เรามีการทบทวนและปรับลดประมาณการของ PT ลง เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรมระยะยาวที่กำลังเปลี่ยนจากการขายและติดตั้งระบบแบบดั้งเดิม มาอยู่ในรูปแบบของงานบริการมากขึ้น โดยเมื่ออิง PE Multiplier 12 เท่า จากการ Implied ด้วย DDM (Ke 9%, Terminal growth 2%) จะได้ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 7.50 บาท แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2019
SPRC (BUY/19TP: 13), ธุรกิจโรงกลั่นดีกว่าคาด แต่โดนบดบังจาก Stock loss
(views 26)
4Q18 ขาดทุนมากกกว่าคาด จากผลของ Stock loss และ NRV SPRC รายงานขาดทุนสุทธิ 3,881 ลบ. จากที่มีกำไรสุทธิ 1,248 ลบ. ใน 3Q18 และ 2,573 ลบ. ใน 4Q17 หากหักรายการ Fx และ Hedging gain/loss ออก บริษัทจะมีผลขาดทุนปกติรวม Stock gain/loss อยู่ที่ 3,924 ลบ. ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดราว 20% จากผลของ Stock loss และ NRV (Net Realizable Value) ที่มากถึง US$10.4/บาร์เรล (ราว 5,012 ลบ.) มากกว่าที่คาดไป 1,200 ลบ. อย่างไรก็ตาม Market GRM ที่ US$4.4/บาร์เรล (-13% Q-Q, -20% Y-Y) ดีกว่าที่เราคาดประมาณ 5% เข้ามาชดเชยผลของ Stock loss ได้บางส่วน ในแง่ของปริมาณน้ำมันดิบที่เข้ากลั่นใน 4Q18 ขยับขึ้นมาที่ 165KBD (+15% Q-Q, +4% Y-Y) ฟื้นตัวขึ้นหลังมีการหยุดซ่อมไปในไตรมาสก่อน กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 2,263 ลบ. (-75% Y-Y) โดยเป็นผลจาก Stock loss US$0.94/บาร์เรล ส่วนปีก่อนมี Stock gain US$1.18/บาร์เรล รวมถึง Market GRM ที่ลดลงเหลือ US$5.67/บาร์เรล ลดลงถึง 23% Y-Y เนื่องจาก Supply โรงกลั่นที่หายไปในปีก่อนจากพายุเฮอร์ริเคน ทั้งนี้ บริษัทงดจ่ายเงินปันผลช่วง 2H18 หลังในครึ่งปีแรกได้จ่ายไปมากกว่ากำไรสุทธิปี 2018 แล้ว
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2019
FTE (BUY/19TP: 3.5), กำไร 4Q18 ออกมาโตแรงตามคาด +35% Q-Q, +14% Y-Y
(views 35)
กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% Q-Q และ 14% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 41 ล้านบาท เป็นไปตามที่เราคาด เพิ่มขึ้น 35% Q-Q และ 14% Y-Y ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season และงานโครงการเร่งตัวขึ้น เพราะได้ลูกค้าใหม่ในกลุ่มโรงงาน ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 21% Q-Q, 19% Y-Y อยู่ที่ 246 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นชะลอลงเหลือ 27.4% จาก 30.3% ใน 3Q18 เพราะสัดส่วนงานโครงการที่เพิ่มขึ้น แต่ข้อดีของงานประเภทนี้คือ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะไม่สูงนัก อัตรากำไรสุทธิจึงยังปรับตัวขึ้นเป็น 13.8% จาก 12.4% ใน 3Q18 กำไรสุทธิทั้งปี 2018 อยู่ที่ 130 ล้านบาท พลิกกลับมาทรงตัว Y-Y ทั้งที่กำไรสุทธิ 1Q18 และ 3Q18 ทำได้ต่ำกว่ามาตรฐาน
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2019
SC (BUY/19TP: 3.7), กำไร 4Q18 แกร่ง แนวโน้มปี 2019 โตดีกว่ากลุ่ม
(views 28)
กำไร 4Q18 มาตามนัด โตสูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส SC รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 แข็งแกร่ง +75% Q-Q และ +23.5% Y-Y อยู่ที่ 686 ล้านบาท เป็นไปตามที่เรา และตลาดคาด โดยมีแรงหนุนหลักจากยอดโอนที่เร่งขึ้นแตะ 5 พันล้านบาท (+45% Q-Q, +15% Y-Y) แบ่งเป็นรายได้แนวราบที่ทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 3.8 พันล้านบาท (+51% Q-Q, +8% Y-Y) จากความสำเร็จของโครงการเปิดตัวใหม่ใน 2H18 บวกกับรายได้คอนโดอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท (+28% Q-Q, +44% Y-Y) จากเร่งรับรู้ Backlog ของโครงการ Saladaeng และ Beatniq ต่อเนื่อง ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาอยู่ที่ 33% ทรงตัว Q-Q และ Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2019
TU (HOLD/19TP: 20), ผ่านกำไรต่ำสุดในปี 2018 และจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปีนี้
(views 27)
กำไรปกติ 4Q18 ต่ำกว่าคาด แต่ถือเป็นการฟื้นตัว Y-Y กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 1,223 ล้านบาท (-6.6% Q-Q, -13.4% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษได้แก่ การตั้งด้อยค่า, ค่าใช้จ่ายปิดโรงงานแซลมอน และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,329 ล้านบาท (-15.7% Q-Q, +24.8% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 1,481 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรลดลง Q-Q สอดคล้องกับช่วง Low Season ของธุรกิจ ส่วนกำไรที่เติบโตดี Y-Y แม้ราคาปลาทูน่าเฉลี่ย 4Q18 จะปรับลดลง -30.7% Y-Y แต่จากการบริหารจัดการที่ดี ทำให้ต้นทุนสต็อกปลาโดยเฉลี่ยไม่สูง จึงไม่ต้องเผชิญกับ Inventory Loss ในไตรมาสนี้ กอปรกับราคาปลาที่ถือว่าอยู่ในระดับต่ำลงมาแตะระดับ US$1,300 ต่อตัน ทำให้ปริมาณขายปลาทูน่ากลับมาคึกคักมากขึ้น ในขณะที่ธุรกิจกุ้งถือว่าฟื้นตัวได้ดี จากการแข่งขันที่ดีขึ้นตามภาวะค่าเงินบาทที่ทรงตัว ทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้พอเติบโตได้ 5.4% Q-Q, 3.7% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.9% จาก 13.8% ใน 4Q17 ในขณะที่ยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี โดยมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 10.7% ลดลงจาก 11.1% ใน 4Q17 และไตรมาสนี้มีส่วนแบ่งผลประกอบการจากบริษัทร่วมขาดทุนที่ -137 ล้านบาท (ทำให้กำไรต่ำกว่าที่เราคาด) จากที่กำไร 142 ล้านบาทใน 3Q18 และขาดทุนมากขึ้นจาก -65 ล้านบาทใน 4Q17 โดย Red Lobster ยังขาดทุนอยู่ และธุรกิจในอินเดียมีผลประกอบการแผ่วลง
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2019
CPF (BUY/19TP: 30), กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2019
(views 26)
กำไร 4Q18 ถือว่าทำได้ดีตามคาด แม้จะมีรายการพิเศษค่อนข้างมาก แต่ในส่วนของ Operation สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น โดยภาพรวมในปี 2018 ธุรกิจในต่างประเทศค่อนข้างสดใส มีกำไรแทบทุกประเทศ ยกเว้นที่สหรัฐ ซึ่งสามารถชดเชยผลขาดทุนของธุรกิจในประเทศได้ทั้งหมด ทำให้กำไรปกติปี 2018 จบลงด้วยการเติบโต 32% Y-Y ทั้งนี้เราคาดธุรกิจในประเทศจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ 1Q19 และฟื้นดีมากขึ้นใน 2Q19 โดยราคาเนื้อสัตว์ล่าสุดทั้งหมูและไก่เริ่มปรับตัวขึ้นแล้ว ส่วนราคาหมูที่เวียดนามอาจจะแผ่วลงมาบ้าง แต่ยังเป็นระดับที่สูงกว่าต้นทุนการเลี้ยงอยู่มาก ส่วนแนวโน้มราคาวัตถุดิบน่าจะทรงตัวถึงอ่อนตัวลง ไม่ใช่ตัวที่เป็นปัญหาสำหรับปีนี้ และยังมีเรื่องโรคระบาดแอฟริกันหมูที่เกิดในต่างประเทศ ยังไม่กระทบต่อ CPF และยังไม่ได้ลุกลามเข้ามาในไทย แต่คงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป เราคาดกำไรปกติปี 2019 จะโตต่อเนื่อง 15.8% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 30 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ประกาศจ่ายปันผลงวด 2H18 หุ้นละ 0.3 บาท คิดเป็น Yield 1.2% กำหนดขึ้น XD 7 พ.ค. และจ่ายเงิน 23 พ.ค. คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2019
BH (BUY/19TP: 210), กำไร 4Q18 ตามคาด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 26)
กำไร 4Q18 และทั้งปี 2018 ออกมาตามคาด BH ประกาศกำไรปกติ 4Q18 ออกมาตามคาดที่ 972 ลบ. -13.9% Q-Q, +5.6% Y-Y โดยรายได้จากการให้บริการเติบโตได้ 4% Y-Y (ผู้ป่วยต่างชาติ +8.3% Y-Y ขณะที่ผู้ป่วยไทย -5.4% Y-Y) ในขณะที่ฝั่งต้นทุนยังควบคุมต้นทุนได้ดีโดย Gross Margin ใน 4Q18 ขยายตัวขึ้นอย่างมีนัยยะ 43.4% จาก 41.6% ใน 4Q17 และทำให้ทั้งปี 2018 มีกำไรปกติจบที่ 4,152 ลบ. +5.3% Y-Y สูงกว่าการเติบโตของรายได้ที่ +1.4% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
20
กุมภาพันธ์
2019
ZEN (IPO: 13/19TP: 16.5), ผู้บุกเบิกร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย แบรนด์ ZEN
(views 107)
ZEN บมจ. เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ถือเป็นผู้บุกเบิกร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทย โดยมีแบรนด์แรกในปี 1991 ชื่อว่า ZEN และได้มีการพัฒนาแบรนด์อื่นๆ เช่น AKA, On The Table รวมถึงเข้าซื้อธุรกิจร้านอาหารไทยอย่างเครือ ตำมั่ว โดยมีการเปิดสาขาทั้งของกลุ่มบริษัท และสาขาแฟรนไชส์ ปัจจัยหนุนการเติบโตในอนาคตจะมาจากการฟื้นตัวของ SSSG, การเปิดสาขาใหม่มากขึ้น, อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากทั้งประสิทธิภาพการบริหารที่ดีขึ้น และรายได้การให้สิทธิแฟรนไชส์เพิ่มขึ้น และคาดค่าใช้จ่ายจะทยอยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คาดกำไรสุทธิปี 2018 จะฟื้นตัวแรงจากฐานต่ำ +82.6% Y-Y และคาดโตต่อเนื่องในปี 2019 - 2020 ราว 33.3% Y-Y และ 34.9% Y-Y ตามลำดับ เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 16.5 บาท (อิง PE 25 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
20
กุมภาพันธ์
2019
DELTA (HOLD/19TP: 77), กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาด แนวโน้ม 1H19 ยังดูไม่สดใส
(views 23)
กำไรปกติ 4Q18 ต่ำกว่าคาดและต่ำสุดในรอบ 24 ไตรมาส กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 1,008 ล้านบาท (-40% Q-Q, -24.3% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 13% หากไม่รวมค่าปรับภาษีย้อนหลัง 23 ล้านบาท และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 60 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 971 ล้านบาท (-39.8% Q-Q, -41.6% Y-Y) สาเหตุที่กำไรลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล ส่วนกำไรที่ลดลง Y-Y แม้รายได้จะเติบโตได้ 7.6% Y-Y แต่ส่วนหนึ่งมาจากรายได้กลุ่ม Auto ที่เริ่มส่งออกไปจีน ซึ่งเป็นสินค้ามาร์จิ้นไม่สูงนัก กอปรกับยังได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบอยู่บ้าง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 23% จาก 24.4% ใน 3Q18 และ 24.5% ใน 4Q17 รวมถึงสินค้าที่ขายไปจีนเป็นกลุ่มสินค้าที่ต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายการขอใช้ทรัพย์สินทางปัญญาและเทคโนโลยี (ส่วนหนึ่งของ R&D Cost) จึงทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับสูงขึ้นเป็น 15.3% จาก 14.3% ใน 3Q18 และ 13.7% ใน 4Q17 สูงสุดในรอบ 10 ไตรมาส ส่งผลให้อัตรากำไรปกติลดลงเหลือเพียง 7.1% เป็นอัตรากำไรในไตรมาส 4 ที่ต่ำสุดในรอบ 7 ปี
อ่านเพิ่มเติม
20
กุมภาพันธ์
2019
GLOBAL (BUY/19TP: 22), กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด และจะโตต่อเนื่องในปี 2019
(views 30)
กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q18 เท่ากับ 414 ล้านบาท (-6.5% Q-Q, +18.6% Y-Y) หากไม่รวมการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน (ชดเชยเพิ่มเป็น 400 วัน) ที่ตั้งเพิ่มขึ้น 11 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 425 ล้านบาท (-4% Q-Q, +26.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 438 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรอ่อนตัวลง Q-Q มาจากช่วง Low Season ของธุรกิจ ส่วนกำไรที่เติบโต Y-Y มาจาก SSSG ที่ยังบวกต่อเนื่องราว 10% Y-Y ซึ่งเป็นผลมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และการฟื้นตัวของราคาข้าว รวมถึงมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องอีก 4 แห่งในไตรมาสนี้ (3 ไทย 1 กัมพูชา) ส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 6.5% Q-Q และ 20.7% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นยังทำได้ดีอยู่ที่ 20.8% เพิ่มขึ้นจาก 20.6% ใน 3Q18 และ 19.9% ใน 4Q17 แม้ราคาเหล็กเริ่มปรับลดลง แต่การปรับ Product Mix และการ Sourcing สินค้าทำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น ตามการขยายสาขาใหม่ แต่ด้วยรายได้ที่เติบโตได้ดีกว่า ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 14.3% จาก 14.7% ใน 4Q17 แต่ปรับขึ้นเล็กน้อยจาก 14.1% ใน 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
20
กุมภาพันธ์
2019
PTTGC (BUY/19TP: 100), กำไรแย่กว่าคาดจาก Stock loss แต่ราคาหุ้นยังถูกเกินไป
(views 28)
กำไรสุทธิ 4Q18 ออกมาต่ำคาดจากผลของ Stock loss และ NRV PTTGC รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 จำนวน 4,060 ลบ. (-68% Q-Q , -58% Y-Y) ต่ำกว่าที่เราคาด 20% และต่ำกว่าที่ตลาดคาดราว 10% สาเหตุหลักมาจาก Stock loss และ NRV จำนวน 6,524 ลบ. (จากที่เคยเป็นบวกใน 3Q18 และ 4Q17 จำนวน 804 ลบ. และ 2,488 ลบ.ตามลำดับ) อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกำไรจากการซื้อมูลค่าต่ำกว่ากิจการจำนวน 1,355 ลบ. ชดเชย Stock loss ได้บางส่วน หากหักรายการพิเศษออกไป กำไรปกติรวม Stock gain/loss จะอยู่ที่ 3,587ลบ. (-70% Q-Q, -73%Y-Y) เพราะมาร์จิ้นในกลุ่มโอเลฟินส์แคบลง หลังราคาเม็ดพลาสติค HDPE, LLDPE และ LDPE ลดเหลือ US$1,207/ตัน (-11% Q-Q, -2% Y-Y), US$1,098/ตัน (-6% Q-Q, -8% Y-Y) และ US$1,102/ตัน (-8% Q-Q, -13% Y-Y ตามลำดับ และต้นทุนก๊าซที่ปรับลดลงช้ากว่าราคาน้ำมัน นอกจากนี้ Market GRM ของธุรกิจโรงกลั่นยังลดลงเหลือUS$5.52/บาร์เรล (-14% Q-Q, -18% Y-Y) จาก Spread ผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้อย่างแนฟทาที่แคบลง ส่วนกำไรสุทธิทั้งปียังโตได้ 2% เป็น 40,069 ลบ.เพราะรับรู้กำไรในโครงการ Asset Injection เต็มปี ขยายกำลังการผลิตและเพิ่มสินค้าในกลุ่ม HVA รวมทั้งประโยชน์จากโครงการ MAX ทั้งนี้ PTTGC ประกาศจ่ายปันผล 2.50 บาท/หุ้น (Yield 3.6%) XD 5 มี.ค. จ่ายเงิน 24 เม.ย.
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2019
BIG (BUY/19TP: 2.4), กำไร 4Q18 แย่กว่าคาด แต่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว
(views 27)
กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 131 ล้านบาท ฟื้นตัว 39% Q-Q แต่ลดลง 47% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 131 ล้านบาท ฟื้นตัว 39% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season ของการท่องเที่ยวและจับจ่ายใช้สอย แต่เมื่อเทียบ Y-Y กำไรสุทธิลดลง 47% เพราะยังถูกกดดันจากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 28.2% เพิ่มขึ้นจาก 25.9% ใน 3Q18 ตามส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่โน้มเอียงมาทางสินค้าอัตรากำไรขั้นต้นสูงมากขึ้น แต่ลดลงเมื่อเทียบกับ 31.9% ใน 4Q17 เพราะต้องจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารถือว่าคุมได้ดีมาก ลดลงเหลือเพียง 15.3% ของรายได้รวม จากที่พุ่งขึ้นไปถึง 17.4% ใน 3Q18 กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 549 ล้านบาท ลดลง 29% Y-Y ต่ำกว่าคาดคาดการณ์ของเราที่ 596 ล้านบาท เพราะยอดรีเบทต่ำกว่าที่เราคาด ด้วยเหตุผลด้านส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่กล่าวไปข้างต้น
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2019
KTC (BUY/19TP: 38), แคมเปญการตลาดเข้มข้นขึ้น แต่คาดการเติบโตของกำไรยังดี
(views 29)
ปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลง 7% เป็น 6.15 พันลบ. แต่ยังเห็นการขยายตัวราว 20%Y-Y หลังจากผู้บริหารเปิดเผยแนวทางการตั้งสำรองฯที่ สูงกว่าที่เราคาดไว้ และ Guidance ค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงกว่าที่เราคาดการณ์จากแผนธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลที่เป็นเชิงรุกมากขึ้น ทั้งนี้ปัจจัยที่อยู่ในความกังวลของตลาดคือการต่ออายุของ CEO คุณระเฑียร ซึ่งจะครบอายุในเดือนพ.ย. คุณระเฑียรระบุว่าขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริษัท (ต้องติดตามต่อไป) อย่างไรก็ตามคุณระเฑียรได้รับการต่ออายุกรรมการบริษัทแล้ว ประเด็นนี้เป็น Sentiment เชิงลบแต่สุดท้ายเราเชื่อว่าบริษัทจะเดินต่อได้ด้วยระบบไม่ใช่บุคคล ปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 38 บาท แต่คงคำแนะนำ ซื้อ (ประกาศเงินปันผลจากกำไรปี 2018 หุ้นละ 0.82 บาท Yield 2.7%
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2019
MAJOR (BUY/19TP: 27), กำไรปกติ 4Q18 โตดีกว่าคาด 13% ปันผล 2H18 @0.70 บาท
(views 23)
กำไรปกติ 4Q18 โต 64.6%, 10.7 เท่าตัว Y-Y จากฐานต่ำ ดีกว่าคาด 13% กำไรปกติ 4Q18 ที่ 221 ล้านบาท ดีกว่าคาดที่ 191 ล้านบาท เพิ่ม 64.6% Q-Q และโตแรง 1063% จากฐานต่ำเป็นพิเศษใน 4Q17 ที่ขาดทุนปกติ 19 ล้านบาท จากผลกระทบงานพระราชพิธีราว 1 เดือน โดยในไตรมาสนี้มีหนังทำเงินหลายเรื่อง เช่น หนังไทย “นาคี 2” “Aquaman” “Fantastic Beast 2 และ “Bumblebee” หนุนให้รายได้ตั๋วหนัง (สัดส่วนรายได้ 50-55% ของรายได้รวม) เพิ่ม 54.8% Q-Q และ 87.8% Y-Y รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหาร (สัดส่วนรายได้ 18-20%) เพิ่ม 45.1% Q-Q และ 69.8% Y-Y ขณะที่รายได้โฆษณากลับมาเพิ่ม 31.6% Q-Q จากการได้ลูกค้าต่อสัญญามากขึ้น สามารถชดเชยค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้นมากได้ โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาจากการเปิดสาขาใหม่ที่ Icon Siam และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน รวมทั้งไตรมาสนี้มีรายการพิเศษกำไรขายเงินลงทุนบางส่วนใน SF ราว 38 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 259 ล้านบาท +25.9% Q-Q, +246.8% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2019
RS (BUY/19TP: 18), กำไรปกติ 4Q18 ฟื้นต่อเนื่อง ดีใกล้เคียงคาด ธุรกิจ MPC หนุน
(views 18)
กำไรปกติ 4Q18 เพิ่ม 27.0% Q-Q, 17.6% Y-Y ดีใกล้เคียงคาด กำไรปกติ 4Q18 ที่ 135 ล้านบาท ใกล้เคียงเราคาดที่ 128 ล้านบาท และตลาดคาดเป็นกำไรฟื้นตัวต่อเนื่อง 27.0% Q-Q ,17.6% Y-Y หนุนโดยยอดขายธุรกิจ Multi-Platform Commerce (Health & Beauty + Home & Lifestyle) ช่วง 4Q18 ฟื้นกลับมาอยู่ที่ 583 ล้านบาท เพิ่ม 26.5% Q-Q, 26.0% Y-Y จากไตรมาสก่อน ที่ยังได้รับผลกระทบจากการปราบปรามสินค้าเครื่องสำอางอาหารเสริมเถื่อนและการคุมโฆษณาของทางการมาตั้งแต่กลาง 2Q18 ยอดขายสินค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะประเภทเครื่องประดับและสินค้าความเชื่อต่างๆ รวมการทำ New Year Grand sales ช่วงปลายปี ขณะที่รายได้ทีวีช่อง 8 เพิ่มขึ้น 19.2% Q-Q (แม้ลดลง 19.7% Y-Y) และรายได้โฆษณาวิทยุก็เพิ่ม Q-Q ทำให้รายได้รวม 4Q18 เพิ่ม 27.2% Q-Q, 18.9% Y-Y Gross margin เพิ่มเป็น 47.0% จากไตรมาสก่อนที่ 40.8% และ 4Q17 ที่ 41.6% แม้ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มตามรายได้ธุรกิจ MPC ที่เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2019
TOP (HOLD/19TP: 81), ปรับลดประมาณการกำไร 2019 จากค่าการกลั่นฟื้นช้า
(views 22)
4Q18 ขาดทุนมากกกว่าคาดจาก Stock loss และ NRV TOP รายงานขาดทุนสุทธิ 4,812 ลบ. จากที่มีกำไรสุทธิ 4,558 ลบ. ใน 3Q18 และ 6,972 ลบ. ใน 4Q17 หากหักรายการ Fx และ Hedging gain/loss ออก บริษัทจะมีผลขาดทุนปกติรวม Stock gain/loss อยู่ที่ 3,702 ลบ. ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดราว 30% จากผลของ Stock loss และ NRV (Net Realizable Value) ที่มากกว่าคาด 1,305 ลบ. รวมถึง Market GRM ที่ลดลงเหลือ US$3.9/บาร์เรล (-22% Q-Q, -35% Y-Y) ซึ่งถูกฉุดจาก Inventory น้ำมันเบนซินล้นตลาด อย่างไรก็ตาม มาร์จิ้นของกลุ่มอโรมาติกส์ฟื้นตัวขึ้นมาที่ US$2.2/บาร์เรล (+11% Q-Q, +48% Y-Y) เพราะต้นทุนเบนซินถูกลง รวมถึงอุปสงค์ในธุรกิจผลิตเสื้อผ้ายังคงแข็งแกร่ง ส่งผลให้ Utilization Rate ขยับขึ้นมาที่ 94% (+5% Q-Q, +12% Y-Y) ส่วนกำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 10,149 ลบ. (-59% Y-Y) โดยเป็นผลจาก Stock loss จำนวน 2,628 ลบ. ตรงข้ามกับปีก่อนที่มี Stock gain 3,415 ลบ. รวมถึงค่าการกลั่นที่สูงผิดปกติในปี 2017 จากผลของพายุฮาร์วี่ในสหรัฐ
อ่านเพิ่มเติม
15
กุมภาพันธ์
2019
SAT (BUY/19TP: 20.7), กำไรสุทธิ 4Q18 ดีตามคาด เป็นหนึ่งเดียวในกลุ่มที่แนะนำซื้อ
(views 32)
กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 255 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% Q-Q แต่ลดลง 9% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 255 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% Q-Q ทั้งที่เป็น Low Season ได้แรงหนุนจากภาวะอุตสาหกรรมที่โตตามความต้องการในประเทศ และการผลิตชิ้นส่วนให้กลุ่มลูกค้าใหม่ที่เป็น Teir 1 ในสหรัฐฯ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 19.6% จาก 18.7% ใน 3Q18 ส่วนกำไรสุทธิเมื่อเทียบ Y-Y ที่ลดลง 9% เพราะ 4Q17 มีกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ก่อนรวมกิจการของบริษัทร่วม 85 ล้านบาท ถ้าหักออก กำไรปกติจะโต 26% Y-Y กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 916 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% Y-Y ส่วนกำไรปกติโต 25% Y-Y จากทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนเครื่องจักรการเกษตรที่ขยายตัว รวมถึงการได้ลูกค้าใหม่และการควมคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด
อ่านเพิ่มเติม
15
กุมภาพันธ์
2019
AP (BUY/19TP: 9), คาดกำไร 4Q18 ไม่เด่น แต่ Valuation น่าสนใจ ปันผลดี
(views 33)
คาดการณ์กำไรปกติ 4Q18 ที่ 930 ล้านบาท (+1.5% Q-Q, -31% Y-Y) ถูกกดดันด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลดจากการโอนโครงการที่มีมาร์จิ้นต่ำอย่าง Vittorio ในสัดส่วนที่สูงขึ้น ขณะที่ยอดโอนคาดโตทั้ง Q-Q และ Y-Y แตะ 8.2 พันล้านบาท หนุนจากความสำเร็จของการขายแนวราบที่ไปได้ดี บวกกับรับรู้ Backlog คอนโด Vittorio ได้มากกว่าแผน หนุนให้ประมาณการกำไรปกติปี 2018 ของเราที่ 3.5 พันล้านบาท (+14% Y-Y) มี Upside ราว 9% ส่วนภาพปี 2019 บริษัทมีมุมมองระมัดระวังขึ้น ตั้งเป้ายอดขายชะลอ 6% Y-Y เป็น 3.9 หมื่นล้านบาท เทียบกับการเปิดโครงการใหม่ 39 โครงการ มูลค่า 5.68 หมื่นล้านบาท (+26% Y-Y) และรุกแนวราบมากขึ้น เราปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 9.00 บาท โดยปรับลด PER เป็น 7.6x อิงค่าเฉลี่ยในอดีต -0.5SD สะท้อนตลาดอสังหาที่ท้าทายขึ้น แต่ยังแนะนำซื้อ จากราคาปัจจุบันที่ซื้อขายบน PE2019 ที่ 6x เทียบกับกลุ่มที่ 8.2x พร้อมคาดให้ผลตอบแทนปันผลสูงถึง 6%
อ่านเพิ่มเติม
15
กุมภาพันธ์
2019
KCE (HOLD/19TP: 32), การฟื้นตัวยังดูช้าและยากกว่าที่เคยคาด
(views 30)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนข้างลบ เพราะการกลับมาฟื้นตัวดูช้าและยากกว่าที่เคยคาด แม้ปัญหา WLTP จะเริ่มคลี่คลาย แต่ยังมีกระทบอยู่บ้างใน 1Q19 กอปรกับสถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์ในสหรัฐ, ยุโรป และจีนไม่สดใส ยอดขายรถยนต์ของทั้ง 3 ตลาดหดตัวลง กระทบต่อบริษัท เพราะลูกค้าทำการปรับและระบายสต็อก จึงได้ชะลอคำสั่งซื้อ ทำให้บริษัทปรับลดเป้าการเติบโตของปริมาณขายในปีนี้เป็นโต 10%-11% Y-Y เดิมตั้งเป้าโต 15-16% Y-Y ในขณะที่ราคาขายโดยเฉลี่ยลดลงราว 2% Y-Y แม้จะมีข่าวดีอยู่บ้างจากแนวโน้มราคาวัตถุดิบที่อ่อนตัวลงทั้ง Copper และ Copper Foil แต่ด้วยคำสั่งซื้อที่ไม่สดใส ทำให้อัตราการใช้กำลังผลิตลดลง กระทบต่อประสิทธิภาพในการผลิต เราจึงปรับลดประมาณการรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น นำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 11% เป็นการเติบโต 10.5% จากเดิมคาดโต 24% และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 32 บาท จากเดิม 37 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้ราคาหุ้นจะปรับลงมาก แต่ที่ราคาเป้าหมายใหม่ของเรามี Upside เพียง 10.3% กอปรกับระยะสั้นแนวโน้มกำไร 1Q19 แม้จะฟื้นตัว Q-Q แต่จะยังลดลง Y-Y ถือว่าไม่สดใสนัก (คาดมีค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานเข้ามาราว 54 ล้านบาทด้วย) และต้องติดตามว่าแนวโน้มกำไร 2Q19 จะฟื้นตัวได้มากขึ้นหรือไม่ จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
14
กุมภาพันธ์
2019
AOT (HOLD/19TP: 73), กำไรสุทธิ 1Q19 ใกล้เคียงคาด Upside เริ่มจำกัด แนะนำถือ
(views 29)
กำไรสุทธิ 1Q19 (ต.ค.-ธ.ค. 18) ออกมาใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 1Q19 (ต.ค. – ธ.ค. 18) อยู่ที่ 6,376 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% Q-Q และ 2.5% Y-Y ต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ 6,515 ล้านบาทเล็กน้อย โดยกำไรที่โตแรง Q-Q ,มาจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season ของการท่องเที่ยว และค่าใช้จ่ายพนักงานที่ลดลงกลับสู่ระดับปกติ จากที่เร่งตัวใน 3Q18 (ก.ค. – ก.ย. 18) เพราะจ่ายโบนัสและปรับเพิ่มผลประโยชน์พนักงานประจำปี ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่โตเล็กน้อยเพราะรายได้ค่าธรรมเนียมผู้โดยสารยังถูกกระทบจากการชะลอของนักท่องเที่ยวจีน โดยโตเพียง 2.3% Y-Y อยู่ที่ 6,396 ล้านบาท อีกทั้ง อัตรากำไรจากการดำเนินก็ลดลงเหลือ 55.9% จาก 56.2% ใน 1Q18 เนื่องจากค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นจากการจัดโปรโมชั่นให้สายการบินช่วง Off Peak (02.00 – 06.59 น.)
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2019
VGI (BUY/20TP: 8.7), กำไร 3Q19 (สิ้นธ.ค.18) โตดีตามคาด
(views 37)
กำไรปกติ 3Q19 (สิ้นธ.ค.18) +18.9% Q-Q, +70.8% Y-Y ใกล้เราและตลาดคาด กำไรปกติ 3Q19 ที่ 309 ล้านบาท ใกล้เคียงเราคาด (ที่ 296 ล้านบาท) และตลาดคาดเป็น New High เพิ่ม 18.9% Q-Q, 70.8% Y-Y ตามรายได้รวมเพิ่ม 21.6% Q-Q, 50.2% Y-Y จากรายได้ธุรกิจหลักเดิม สื่อรถไฟฟ้า BTS +7.7% Q-Q, +4.9% Y-Y สื่อกลางแจ้งผ่าน MACO (VGI ถือหุ้น 32%) +13.0% Q-Q, 11.7% Y-Y และ Conso.รายได้จากบริษัท Trans Ad และ Roctec. (บริษัทย่อยของ MACO ทำธุรกิจให้บริการด้านการออกแบบติดตั้งระบบสื่อผสมและวางระบบ ) เต็มไตรมาสจากไตรมาสก่อนรับรู้ 2 เดือน แม้ Gross margin ลดลง 2.8% Q-Q, 7.9% Y-Y เนื่องจาก Trans Ad และ Roctec มี Gross margin ต่ำกว่า นอกจากนี้ มีกำไรรับรู้จากบริษัทร่วมเป็นบวกที่ 18 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนที่ 15 ล้านบาท (แต่ดีกว่า 3Q18 ที่ติดลบ 55 ล้านบาท) คาดจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการเข้าถือหุ้น 23% ใน Kerry TH เต็มไตรมาส (จากไตรมาสก่อนที่รับรู้ 2 เดือน) หักล้างจากคาดขาดทุนเพิ่มขึ้นของ Rabbit Group จากค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่ม จากการแข่งขันมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2019
ORI (BUY/19TP: 10.1), คาดกำไรปกติ 4Q18 แกร่ง ปี 2019 ปรับแผนรับตลาดที่ท้าทาย
(views 27)
คาดการณ์กำไรปกติ 4Q18 โตเด่น 48.5% Q-Q และ 14.5% Y-Y ทำจุดสูงสุดของปีที่ 950 ล้านบาท จากยอดโอนที่คาดแตะ 5.3 พันล้านบาท (+65% Q-Q, -4% Y-Y) ตามการเร่งรับรู้ Backlog โครงการใหญ่ Park24 เฟส 2 บวกกับเริ่มโอนคอนโดใหม่ 2 แห่ง ทำให้ทั้งปี 2018 คาดจบที่ 2.8 พันล้านบาท (+90% Y-Y) ส่วนปี 2019 ผู้บริหารมีมุมมองระมัดระวังขึ้น ปรับกลยุทธ์เน้น Real Demand ตั้งเป้ายอดขายโตเพียง 2% Y-Y ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท ผ่านการเปิดตัวใหม่ 15 โครงการ มูลค่า 2.75 หมื่นล้านบาทใกล้เคียงกับปีก่อน เราปรับประมาณการปี 2019 ลง 9% เป็น 3.24 พันล้านบาท (+13% Y-Y) บน Backlog ที่รองรับแล้ว 71% ซึ่งถือว่ายังโตเด่นกว่ากลุ่มที่ +7% Y-Y ทำให้ราคาเหมาะสมเป็น 10.10 บาท อิง PER 7.6x (ค่าเฉลี่ย -1SD) ด้วยสมมติฐานใหม่ไม่รวมผลการแปลงสภาพ ORI-W1 ขณะที่มูลค่าหุ้นปัจจุบันน่าสนใจ เทรดบน PE2019 ที่ 5.2x ต่ำกว่ากลุ่มที่ 8.2x และคิดเป็น PEG เพียง 0.4x พร้อมให้ผลตอบแทนปันผลสูงถึง 7% จึงคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2019
EPG (BUY/19TP: 12), กำไรปกติ 3Q19 +16.3% Y-Y เติบโต Y-Y เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส
(views 29)
กำไรปกติ 3Q19 (ต.ค.-ธ.ค. 2018) เติบโต Y-Y เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส หากไม่รวมกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรปกติ 3Q19 (ต.ค.-ธ.ค. 2018) อยู่ที่ 232.3 ล้นบาท +16.3% Y-Y เติบโต Y-Y เป็นไตรมาสแรกในรอบ 9 ไตรมาส แต่กำไรยังหดตัว 18.1% Q-Q เพราะธุรกิจในต่างประเทศ (ราว 67% ของรายได้รวม) อยู่ในช่วง Low season ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก (EPP) เริ่มฟื้นตัวในไตรมาสนี้ +4.5% Q-Q เป็น 568.3 ล้านบาท แม้ว่าจะยังต่ำกว่าในอดีตที่เคยมียอดขายไตรมาสละ 600+ ล้านบาท แต่ด้วยการหันมาทำตลาดใหม่ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์อาหารซึ่งการแข่งขันน้อยกว่า คำนึงถึงคุณภาพมากกว่า ทำให้ทั้งรายได้และ Gross margin เพิ่มขึ้น (จาก 15.0% ใน 2Q19 เป็น 15.6% ใน 3Q19) ขณะที่ทั้งรายได้และ Gross margin ในธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ (Aeroklas) และธุรกิจฉนวนยาง (Aeroflex) นอกจากจะอยู่ในช่วง Low season แล้ว ยังไม่ได้ประโยชน์จากราคาวัตถุดิบที่ปรับลงเพราะบริษัทมีสต็อกวัตถุดิบราคาเก่าที่สูงอยู่และน่าจะยังใช้ได้อีกประมาณ 1 ไตรมาส ส่วนรายได้จากธุรกิจ TJM เริ่มดีขึ้นเช่นกัน +3.6% Q-Q, +14.8% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
11
กุมภาพันธ์
2019
INTUCH (HOLD/19TP: 61), กำไร 4Q18 ถูกถ่วงจาก THCOM // ลดคำแนะนำเป็น “ถือ”
(views 42)
กำไร 4Q18 ถูกถ่วงจากทั้ง ADVANC และ THCOM INTUCH ประกาศกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1,847 ลบ. -31.7% Q-Q, +5.3% Y-Y แต่หากตัดรายการด้อยค่าสินทรัยพ์จาก THCOM ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 2,596 ลบ. -4.5% Q-Q, -8.7% Y-Y ซึ่งยังไม่สดใสโดยส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ยังลดลงจากรายได้ที่ยังโตต่ำในขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น ส่วน THCOM ยังถูกกดดันจากภาวะอุตสาหกรรมดาวเทียมที่ยังคงแย่จากความต้องการใช้งานที่ลดลง ส่งผลให้ปี 2019 INTUCH มีกำไรปกติจบที่ 11,764 ทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
08
กุมภาพันธ์
2019
ADVANC (HOLD/19TP: 200), กำไร 4Q18 ไม่โดดเด่นตามคาด ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ”
(views 36)
กำไร 4Q18 ออกมาไม่สดใสตามคาด ADVANC ประกาศกำไรปกติ 4Q18 ออกมาใกล้เคียงคาดที่ 6,710 ลบ. -3.1% Q-Q, -12.6% Y-Y โดยรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ในไตรมาสนี้ยังโตในระดับต่ำ +1.7% Q-Q, +3.3% Y-Y โดยเฉพาะธุรกิจ Mobile ที่โตเพียง +1.6% Q-Q, +1% Y-Y จากผลของ Fixed-speed Unlimited Package ที่ยังกดดัน ARPU และบดบัง Net Add ที่บวกแรงกว่า 5 แสนรายติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 ส่วนฝั่งต้นทุนต้องเริ่มรับรู้ค่าตัดจำหน่ายคลื่น 1800 MHz ล็อตใหม่เต็มไตรมาสรวมถึงค่าใช้จ่ายโครงข่ายและการตลาดที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวลงเหลือเพียง 40.9% ใน 4Q18 จาก 42.5% และ 45.1% ใน 3Q18 และ 4Q17 ตามลำดับ ซึ่งต่ำสุดในรอบ 9 ไตรมาส และส่งผลให้ทั้งปี 2018 มีกำไรปกติ 29,698 ลบ. -0.5% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
08
กุมภาพันธ์
2019
BBL (BUY/19TP: 245), ฐานเงินทุนและเงินฝากพร้อมรับสินเชื่อภาคการลงทุนที่ทิศทางดีขึ้น
(views 43)
คงราคาเหมาะสมปี 245 บาท อิง PBV 1.05 เท่า คงคำแนะนำ ซื้อ คาดการจ่ายเงินปันผลสำหรับ 2H18 ที่ 5.50 บาท (Payout 40.52%) คิดเป็น Yield 2.6% BBL นำเสนอแผนการเงินปี 2019 ซึ่งมีทิศทางเชิงบวกจากการเติบโตของสินเชื่อ (โดยเฉพาะการเติบโตสินเชื่อธุรกิจ) และแนวโน้ม NIM ที่น่าจะดีจากปี 2018 (คาดเกิดจากการเพิ่มขึ้น Loan yield และรักษาต้นทุนทางการเงินให้อยู่ในระดับต่ำ) เราคาดว่า BBL จะเป็นหนึ่งในผู้รับประโยชน์สูงสุดจากการขยายตัวของสินเชื่อภาคการลงทุนหลังการเลือกตั้ง เราคาดว่า BBL น่าจะเป็นธนาคารขนาดใหญ่ธนาคารเดียวที่น่าจะเห็น Net fee income มีการปรับขึ้น เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ขึ้นมาที่ 3.84 หมื่นลบ. +8.7% Y-Y น่าจะเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่มีกำไรปกติเติบโตสูงที่สุดในปี 2019
อ่านเพิ่มเติม
08
กุมภาพันธ์
2019
DELTA (HOLD/19TP: 79), คาดกำไร 4Q18-1Q19 สะดุด จึงปรับลดกำไรและราคาเป้าหมาย
(views 36)
แนวโน้มกำไร 4Q18 อาจไม่สดใส คาดลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y จากรายได้กลุ่มสินค้ามาร์จิ้นต่ำที่สูงขึ้น และเป็นตัวที่มีค่าใช้จ่ายสูง กอปรกับต้นทุนวัตถุดิบที่ยังสูงเพราะปัญหาขาดแคลนที่ยังมีอยู่บ้าง คาดจะกดดันอัตรากำไรจากการดำเนินงานระดับหนึ่ง โดยคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะโต 7.1% Y-Y หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุนและกำไรอัตราแลกเปลี่ยน คาดกำไรปกติจะอ่อนตัวลง -11% Y-Yแนวโน้มสถานการณ์นี้น่าจะยืดเยื้อต่อเนื่องมาใน 1Q19 และคาดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบจะทยอยดีขึ้นในระยะถัดไป แต่การเติบโตของรายได้ในปี 2019 ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากกลุ่มสินค้า Auto ที่ส่งออกไปจีนมากขึ้น ซึ่งมีมาร์จิ้นที่ไม่สูงนัก เราจึงปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2019 ลงจากเดิม 80 bps นำไปสู่การปรับลดกำไรปี 2019 ลง 6.8% เป็นการกลับมาการเติบโต 10% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 79 บาท จากเดิม 82 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ทั้งนี้ยังอยู่ระหว่างรอทำ Tender Offer ของ Delta Taiwan ล่าสุดกำลังขอความเห็นชอบจากหน่วยงานราชการของจีนเรื่องการควบรวมกิจการ คาดจะใช้เวลาอีกราว 2 เดือน ราคาหุ้นน่าจะยังแกว่งตัวใกล้เคียงกับราคา Tender ที่ 71 บาท/หุ้น และด้วยแนวโน้มกำไรที่ไม่สดใสใน 4Q18 – 1Q19 จึงแนะนำเป็น ถือรับปันผล จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
06
กุมภาพันธ์
2019
BAY (BUY/19TP: 44.6), ปี 2019 กรุงศรีฯบุกสินเชื่อรายใหญ่
(views 92)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหารให้เป้าหมายทางการเงินปี 2019 ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในการคาดการณ์ของเรา เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 ที่ 2.5 หมื่นลบ. +0.8%Y-Y กำไรปี 2019 ที่คาดว่าจะทำได้เพียงใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจากแนวโน้ม Loan yield ที่ลดลง ประมาณการกำไรดังกล่าวยังไม่รวมกำไรจากการขายบริษัทเงินติดล้อ คาดว่าจะบันทึกกำไรจากการขายได้ภายใน 1H19 ซึ่งในเบื้องต้นเราคาดการณ์ว่าน่าจะมีกำไรจากการขายหลังหักภาษีที่ราว 2-4 พันลบ. และยังไม่รวมกำไรจากการตีมูลค่าหุ้นจากการเปลี่ยนแปลงการบันทีกบัญชี จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม หรือเงินลงทุน คงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 44.60 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
06
กุมภาพันธ์
2019
SC (BUY/19TP: 3.7), คาดงบ 4Q18 เด่นสุดของปี Valuation น่าสนใจพร้อมปันผลสูง
(views 40)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q18 โตแกร่ง 81% Q-Q และ 27% Y-Y ที่ 708 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส จากยอดโอนที่คาดแตะระดับ 5 พันล้านบาท (+44% Q-Q, +14% Y-Y) จากการโอนแนวราบที่ไปได้ดี และเร่งส่งมอบคอนโดใหญ่อย่าง Saladaeng One และ Beatniq ทำให้กำไรปี 2018 คาดจบที่ 1.8 พันล้านบาท (+43% Y-Y) ส่วนภาพปี 2019 คาดกำไรขยายตัวต่อ 10% Y-Y ที่ 1.98 พันล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากความสำเร็จจากการเน้นขายโครงการแนวราบที่บริษัทถนัด และเริ่มโอนคอนโดอีก 2 แห่ง มูลค่ารวม 9.5 พันล้านบาท เราปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 3.70 บาท โดยปรับลด PER เป็น 7.7x อิงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 4 ปี -0.5SD เพื่อสะท้อนตลาดอสังหาที่ท้าทายขึ้น แต่ยังแนะนำซื้อ จากมูลค่าหุ้นปัจจุบันที่น่าสนใจ ซื้อขายบน PE2019 เพียง 6x เทียบกับกลุ่มที่ 8x ไม่สอดคล้องกับการเติบโตของกำไรปีนี้ที่เด่นกว่ากลุ่ม พร้อมคาดให้ผลตอบแทนปันผลสูงถึง 6%
อ่านเพิ่มเติม
01
กุมภาพันธ์
2019
EA (BUY/19TP: 65), คาดกำไร 4Q18 ไม่น่าตื่นเต้นเพราะยังไม่มีกำลังการผลิตชุดใหม่
(views 50)
แนวโน้มกำไรใน 4Q18 ยังไม่น่าตื่นเต้นเมื่อเทียบกับ 3Q18 เพราะกำลังการผลิตไฟฟ้ายังคงเท่าเดิม มีผลกระทบจากฤดูกาลบ้างสำหรับโรงไฟฟ้าโซลาร์และลม แต่ไม่มีนัยสำคัญ เราคาดกำไรสุทธิ 1,180 ล้านบาท -7% Q-Q, +31% Y-Y และกำไรสุทธิจบปี 2018 ที่ 5,386.8 ล้านบาท +41% Y-Y ซึ่งรวมกำไรทางบัญชีจากการเปลี่ยนแปลงฐานะของ Amita จากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยใน 1Q18 หากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติปี 2018 คาดที่ 4,326.7 ล้านบาท +15% Y-Y การเติบโตของกำไรจะสูงขึ้นตั้งแต่ 1Q19 ที่กำลังการผลิตชุดสุดท้าย 260MW ทยอยเข้ามา เราคาดกำไรสุทธิปีนี้ +20% Y-Y แต่กำไรปกติ +49% Y-Y เป็น 6,465.6 ล้านบาทมาจากการรับรู้รายได้เต็มปีของโรงไฟฟ้าพลังลม 260MW บวกกับธุรกิจจำหน่ายรถ EV สถานีบริการชาร์จไฟรถยนต์ และโครงการ Green Diesel สำหรับธุรกิจ Battery storage จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงปลายปีนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ Norm PE 27.4 เท่า คิดเป็น PEG 1.1 เท่า ถูกไปสำหรับบริษัทที่อยู่ในช่วงเติบโต ยังคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 65 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
กุมภาพันธ์
2019
KTB (BUY/19TP: 23), ค่าใช้จ่ายลงทุน IT กดดันกำไร
(views 40)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลง 8% จากแนวโน้มค่าใช้จ่ายการลงทุนด้านเทคโนโลยีและเพิ่มทักษะพนักงานที่สูงกว่าคาด โดยเราปรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานขึ้น 6% ซึ่งส่งผลต่อ Cost to income ratio ปรับขึ้นจากเดิม 45% เป็น 47.7%, ปรับลดรายได้ค่าธรรมเนียม เป็น -5% จากผลกระทบของรายได้การโอนเงินที่จะเริ่มส่งผลมากขึ้นในปีนี้ และปรับลดคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อ เป็น 5% ประมาณการดังกล่าวยังไม่รวมรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์ AQ ที่น่าจะเกิดขึ้นใน 1Q19 ซึ่งน่าจะแต่น่าจะเป็นบวกกว่าลบ และยังไม่รวมการตั้งสำรองฯเกณฑ์เกษียณอายุพนักงาน แนะนำ ซื้อลงทุน จาก Valuation ที่น่าสนใจและคาด Dividend yield ราว 4% คงราคาเหมาะสม 23 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
กุมภาพันธ์
2019
THANI (BUY/19TP: 10), ปี 2019 กำไรน่าจะยังเห็น New High
(views 46)
เราคงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 10 บาท ประมาณการกำไรปี 2019 ปรับขึ้นเป็น 1.82 พันลบ. +11%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นการปรับลดรายการการตั้งสำรองฯลง จากคาดการณ์เดิมที่ 0.9% ของสินเชื่อเป็น 0.65% ของสินเชื่อเนื่องจากสำรองทั่วไปฯเพื่อรองรับเกณฑ์ IFRS 9 เพียงพอแล้วและยังมีส่วนเกินรอการกลับรายการด้วย นอกจากนี้ เราคาดว่าบริษัทยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยในระดับที่ต่ำกว่า 20% และสินเชื่อที่มีแนวโน้มเติบโตต่ออีกราว 8-10% ในปี 2019 แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายเดิม 10 บาท คาดจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.28 บาท Yield 4%
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2019
FTE (BUY/19TP: 3.5), แนวโน้มกำไร 4Q18 โดดเด่น ปีนี้จะโตจากตลาดใหม่และบาทแข็ง
(views 36)
เราคาดกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% Q-Q และ 13% Y-Y จากการรับรู้รายได้งานโครงการที่เป็นส่วนติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงให้โรงงานปิโตรเคมี ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ FTE เพิ่งเจาะตลาดสำเร็จใน 2H18 อีกทั้งยังมีการรับรู้รายได้จากกลุ่มลูกค้าเดิมที่เลื่อนจาก 1H18 ถ้ากำไร 4Q18 เป็นไปตามคาด จะทำให้กำไรทั้งปี 2018 จบทรงตัว Y-Y ที่ 130 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นโมเมนตัมที่ดี เมื่อเทียบจากกับ 9M18 ที่กำไรยังชะลอ 6% Y-Y เหลือ 89 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มกำไรสุทธิปี 2019 เราคาดโต 10% Y-Y อยู่ที่ 142 ล้านบาท แม้รายได้จากงานขายจะชะลอตามภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่งานโครงการจะเร่งตัวขึ้นจาก (1) งานของ กฟผ. ที่เลื่อนมาเข้าปีนี้ 100 ล้านบาท (2) งานโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐฯ (3) กลุ่มลูกค้าโรงงานที่เป็นตลาดใหม่ ราคาปัจจุบันคิดเป็น PE2019 เพียง 9 เท่า และให้ปันผลสูงถึง 10% เราจึงแนะนำซื้อ ประเมินราคาเป้าหมายปี 2019 ได้เท่ากับ 3.50 บาท อิง PE Multiplier 15 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2019
VGI (BUY/20TP: 8.7), คาดกำไร 3Q19 (สิ้นธ.ค.18) ยังโตสูงต่อเนื่อง แม้น้อยกว่าเคยคาด
(views 35)
คาดกำไรปกติ 3Q19 (สิ้นธ.ค.18) โตต่อเนื่อง 13.7% Q-Q, 63.4% Y-Y จากรายได้สื่อหลักเดิมเพิ่ม Conso. รายได้ธุรกิจใหม่ในกลุ่มและรับรู้กำไรจาก Kerry TH (VGI ถือหุ้น 23%) เต็มไตรมาส แม้ Gross margin ลดลงจากธุรกิจใหม่ และมีขาดทุนจาก Rabbit มากขึ้น นับเป็นกำไรที่น้อยกว่าที่เคยคาด ทำให้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019 (สิ้นมี.ค.2019) ลง 11% และปี 2020 ลงเล็กน้อย 3% ยังเป็นกำไรโตสูงใน 3 ปีข้างหน้า จากการประสานและเกื้อกูลกันระหว่างธุรกิจสื่อนอกบ้าน Online และ Logistics ผ่าน Kerry TH และโอกาสขยายตัวมากกว่าคาด จากการรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2019
SAPPE (BUY/19TP: 24), คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 1H19
(views 90)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 4Q18 อาจกลับมาโตได้ Q-Q และ Y-Y แต่ไม่สดใสนักเพราะปกติเป็น Low Season อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ดีขึ้นคือ ต้นทุนเม็ดพลาสติกเริ่มลดลงและส่งผลบวกต่อบริษัทในเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา รวมถึง All Coco พลิกกลับมามีกำไรได้อีกครั้ง จากต้นทุนมะพร้าวที่ถูกลง แต่ด้วยผลประกอบการที่ไม่สดใสในช่วง 3Q18 จึงคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะหดตัวราว -5.1% Y-Y ทั้งนี้ต้นทุนเม็ดพลาสติกที่ถูกลงจะส่งผลบวกเต็มไตรมาสตั้งแต่ 1Q19 น่าจะช่วยหนุนผลประกอบการในช่วง 1H19 ที่เป็น High Season กลับมาฟื้นตัวได้ดี และวานนี้บริษัทแจ้งตลาดฯเข้าลงทุนใน All Coco เพิ่มเป็น 51% จากเดิม 40% ถือเป็นบวก เพราะคาดปีนี้ All Coco จะพลิกกลับมามีกำไร และประกาศเข้าร่วมทุนกับ Danone บริษัทเครื่องดื่มรายใหญ่ของฝรั่งเศส เพื่อทำธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในไทย โดย SAPPE จะเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 25% เรามองเป็นกลาง และอยู่ระหว่างรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมจากทางบริษัท จึงยังไม่รวมดีลนี้ไว้ในประมาณการ ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2019 ขึ้นเล็กน้อย 2% เป็นการกลับมาเติบโตราว 7.8% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 24 บาท จากเดิม 23 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) ยังมี Upside 27.7% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2019
PTTEP (BUY/19TP: 150), กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาดจากรายการพิเศษ กำไรปกติดีตามคาด
(views 42)
กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาดจากรายการพิเศษทางภาษีราว US$ 128 ล้าน PTTEP รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 8,834 ลบ. (-15% Q-Q, -6% Y-Y) ต่ำคาดจากรายการพิเศษที่ทำให้ภาษีจ่ายสูงผิดปกติ ได้แก่ 1. การบันทึก deferred tax liability ของโครงการซอติก้าจำนวน US$74 ล้าน 2. รายการตัดจำหน่าย deferred tax asset ของโครงการมอนทาราจำนวน US$54 ล้านเนื่องจากไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้และมีการขายแหล่งมอนทาราทำให้เกิดขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ และ 3. กำไรจากอนุพันธ์ทางการเงิน หากหักรายการพิเศษออกไป กำไรปกติก่อนภาษีจะอยู่ที่ 16,264 (+8% Q-Q, +39% Y-Y) ใกล้เคียงคาด กำไรที่ดีขึ้นมาจากปริมาณขายใน 4Q18 ที่เพิ่มขึ้นเป็น 320,905 BOEPD (+5% Q-Q, +3% Y-Y) และราคาขายเฉลี่ยขยับขึ้นมาที่ US$47.79/บาร์เรล (+1%Q-Q, +15%Y-Y) ตามราคาก๊าซที่เพิ่มขึ้นตามหลังน้ำมันดิบราว 6 เดือน ส่วนกำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 36,206 ลบ. (+76% Y-Y) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายการ Impairment แหล่งมอนทารา และถ้าหักรายการพิเศษออก กำไรปกติก่อนภาษีจะอยู่ที่ 60,038 ลบ. (+42% Y-Y) ซึ่งใกล้เคียงกับที่เราคาด
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2019
BAFS (BUY/19TP: 40), ท่อส่งน้ำมันไม่ฉุดกำไรมากนัก กำไรปีนี้พักฐานก่อนจะพุ่งปีหน้า
(views 41)
แนะนำซื้อ BAFS ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 40 บาท ปัจจัยหนุนระยะสั้นคือคาดการณ์กำไร 4Q18 ที่ยังโตดี 11% Y-Y อยู่ที่ 183 ล้านบาท ตามจำนวนเที่ยวบินที่โต 5% Y-Y และธุรกิจท่อส่งน้ำมันของ FPT ดำเนินการได้ปกติ ส่วนระยะยาวจะได้แรงหนุนตามการเติบโตของภาคท่องเที่ยว การขยายสนามบินทั้งสุวรรณภูมิและอู่ตะเภา รวมถึงการให้บริการท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือ แม้ปีนี้เราคาดกำไรสุทธิชะลอ 8% Y-Y เหลือ 968 ล้านบาท เพราะเริ่มให้บริการท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือเฟสแรกใน 2Q19 และเฟส 2 ใน 4Q19 ซึ่งเป็นปกติที่ค่าเสื่อมจะมากกว่ารายได้ในช่วงต้น แต่คาดว่ากำไรสุทธิจะกลับมาโต 8% Y-Y อยู่ที่ 1,048 ล้านบาทในปี 2020 โดยค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ยจ่ายโครงการท่อขนส่งน้ำมันไม่ได้เป็นภาระมากนัก เนื่องจากตัดตามอายุโครงการนานถึง 30 ปี และดอกเบี้ยที่ได้ก็อยู่ในระดับต่ำมากด้วย ราคาหุ้ปัจจุบันคิดเป็น PE2019 ที่ 22 เท่า แต่จะลดเหลือ 20 เท่าในปี 2020 และ 19 เท่าในปี 2021 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 22 เท่า จึงถือว่าไม่แพงสำหรับการลงทุนใน 1-3 ปีข้างหน้า
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2019
CK (BUY/19TP: 33), กำไร 4Q18 กลับสู่ระดับปกติ ราคาหุ้นยัง Laggard
(views 42)
เราคาดกำไรปกติ 4Q18 ที่ 315 ล้านบาท ดีขึ้นจาก 4Q17 ที่ขาดทุนจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ แต่ลดลง 46% Q-Q จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่อ่อนตัวตามปัจจัยฤดูกาล และไม่มีเงินปันผลรับ เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2018-19 ที่ 1.76 พันล้านบาท (+17% Y-Y) และ 1.95 พันล้านบาท (+11% Y-Y) แม้มีความเสี่ยงจากความล่าช้าของกรอบเวลาประมูลหลังการเลือกตั้ง อาจส่งผลให้รายได้ปี 2019 มีโอกาสต่ำกว่าที่เราคาด แต่การเติบโตของเงินลงทุนในบริษัทลูกจะเข้ามาช่วยหนุนให้กำไรปกติเพิ่มขึ้นได้แม้ในกรณีเลวร้ายที่ไม่มีรายได้จากงานใหม่ขณะที่ตั้งแต่ 23 ม.ค. 2019 ที่ประกาศวันเลือกตั้ง ราคาหุ้น CK ปรับขึ้นเพียง 3% Laggard STEC และ UNIQ ที่ +7% และ +6% ตามลำดับ รวมถึงต่ำกว่า NAV ของบริษัทลูกที่ 40 บาท/หุ้น จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 33 บาท พร้อมแนะจับตาผลเจรจารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินกลางก.พ. 2019 หากกลุ่ม CP ชนะจะหนุนให้ Backlog ของ CK แตะแสนล้านบาทอีกครั้งในรอบ 4 ปี
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2019
TCAP (BUY/19TP: 60), เป็นธนาคารเดียวที่มีกำไร 4Q18 ที่ดีกว่าคาดและเราปรับประมาณการขึ้น
(views 37)
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ขึ้น 5% เป็น 7 พันลบ. สะท้อนฐานรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ดีกว่าคาดในปีก่อน และ Spread ที่มีทิศทางเพิ่มขึ้น เราคาดว่าโมเมนตัมนี้ยังคงต่อเนื่องในปี 2019 เนื่องจากสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยที่เพิ่มขึ้นและเป็นการเพิ่มจากสินเชื่อที่เป็น High-yield อย่างไรก็ตามสังเกตว่ากำไรสุทธิจะเห็นการชะลอตัวลง 10% Y-Y เนื่องจากในปี 2019 TBANK จะกลับมาจ่ายภาษีเต็มปี ในระยะสั้นกลุ่มแบงก์รวมถึง TCAP อาจถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับการเกษียณอายุพนักงานที่น่าจะเกิดขึ้นใน 1Q19 สำหรับ TCAP จะมีค่าใช้จ่าย One-time เป็นจำนวนราว 700 ลบ มีผลต่อกำไรสุทธิประจำไตรมาสราว 30% ซึ่ง ผบห. แจ้งว่าได้รวมในแผนงานประจำปีไปแล้ว เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ เราปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 60 บาท (เดิม 58 บาท) แนะนำ ซื้อลงทุน เราคาดจ่ายปันผลจากกำไร 2H18 อีก 1.30-1.40 บาทต่อหุ้น yield~ 2.5%
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2019
SPRC (BUY/19TP: 13), ขาดทุน Stock loss หนักใน 4Q18 แต่น่าจะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว
(views 49)
เราคาดผลประกอบการ 4Q18 พลิกมาขาดทุน 3,120 ลบ. สาเหตุหลักมาจาก Stock loss ราว 3,689 ลบ. ประกอบกับค่าการกลั่นที่คาดว่าจะลดลงเหลือ US$4.2/บาร์เรล (-18% Q-Q, -24% Y-Y) เราปรับคาดการณ์กำไรปี 2018 ลงเป็น 3,167 ลบ. (-64% Y-Y) ในขณะที่กำไรปี 2019 คาดว่าจะฟื้นกลับมาที่ 5,264 ลบ. (+66% Y-Y) บนสมมติฐานค่าการกลั่นจะฟื้นกลับมาจากมาตรการ IMO ที่จะทำให้ค่าการกลั่นปรับสูงขึ้น และโอกาสในการปรับลดกำลังการผลิตของโรงกลั่นเนื่องจากเริ่มไม่คุ้มต้นทุนการผลิต แม้เราปรับราคาเหมาะสมลงเหลือ 13.0 บาท (อิง EV/EBITDA ที่ 6.2 เท่า) จากเดิม 16.70 บาท ตามประมาณการกำไรที่ลดลงจาก Stock loss และแผนการหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ในปีนี้ แต่ยังคงแนะนำ ซื้อ จากแนวโน้มกำไรที่น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แม้จะคาดปันผลงวด 2H18 ที่ 0.20 บาท/หุ้น คิดเป็น yield เพียง 2% แต่เชื่อว่าจะกลับมาให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลได้ราว 7.6% ต่อปีในปีนี้
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2019
EPG (BUY/19TP: 12), คาดกำไร 3Q19 ชะลอ Q-Q เพราะ low season ในต่างประเทศ
(views 47)
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q19 (ต.ค.-ธ.ค. 2018) -12.2% Q-Q เป็น 230 ล้านบาทเพราะธุรกิจในต่างประเทศเผชิญกับ low season ขณะที่ธุรกิจ EPP ที่พึ่งกำลังซื้อในประเทศ ทยอยฟื้นตัวแต่ยังไม่ได้ประโยชน์จากราคาวัตถุดิบที่ปรับลงเพราะยังมีสต็อกเก่าในราคาสูงและจะยังมีใช้ถึงไตรมาสหน้า ซึ่งทำให้กำไรปกติทั้งปี 2019 (สิ้นสุด มี.ค. 2019) คาดว่าจะฟื้นเพียง 8% เป็น 1.1 พันล้านบาทยังต่ำกว่าปีที่ดีที่สุดที่เคยทำได้ 1.4 พันล้านบาท เราคาดว่ากำไรของ EPG จะฟื้นตัวเต็มที่ตั้งแต่งวดปีบัญชี 2020 (เม.ย. 2019 - มี.ค. 2020) เพราะเหลือเพียงธุรกิจ EPP ที่เริ่มมีสัญญาณดีขึ้นและ TJM ที่ใกล้ปรับโครงสร้างแล้วเสร็จ และได้ประโยชน์เต็มที่จากวัตถุดิบล๊อตใหม่ในราคาต่ำลง คงราคาเป้าหมายที่ 12 บาท แนะนำซื้อรอการฟื้นตัว
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2019
KKP (BUY/19TP: 76), ถึงเวลาหุ้นปันผล
(views 38)
การประชุมเมื่อวานนี้ ธนาคารได้เปิดเผยแผนการดำเนินงานปี 2019 โดยรวมยังเห็นการชะลอตัวของธุรกิจทั้งในแง่ของสินเชื่อ Spread และรายได้ค่าธรรมเนียม เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลงเป็น 5.9 พันลบ. (-2%Y-Y) จาก Loan spread และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ชะลอลงกว่าคาด เราคาดจ่ายเงินปันผลจาก 2H18 หุ้นละ 3 บาท yield 4.4% หรือราว 7.4% ต่อปี ราคาเหมาะสมปี 2019 ปรับลดลงเป็น 76 บาท (เดิม 81 บาท) ราคาล่าสุดยังมี Upside + Dividend Yield ที่น่าสนใจ จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
28
มกราคม
2019
MAJOR (BUY/19TP: 27), คาดกำไรปกติ 4Q18 กลับมาโตแรง
(views 48)
คาดกำไรปกติ 4Q18 กลับมาโตแรง 42.0% Q-Q และ 9 เท่าตัว Y-Y จากฐานต่ำใน 4Q17 ที่มีผลกระทบงานพระราชพิธีราว 1 เดือน และหนังทำเงินหลายเรื่อง ทั้งหนังไทย “นาคี 2” และหนังฮอลลีวู๊ด อย่าง “Aquaman”, “Venom”, Fantastic Beast 2 แม้มีค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มมากรวม One-time และปรับลดคาดการณ์กำไรปกติปี 2018-2019 เล็กน้อย 2-4% แต่ยังโตดี 14.7% และ 12.7% ตามลำดับ จากหนังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในช่วง 2Q ที่เป็นหน้าหนัง และการขยายโรงหนังโดยเน้นควบคุมต้นทุนมากขึ้น ราคาเป้าหมายปี 2019 ปรับลงเป็น 27 บาท จากเดิม 28.50 บาท (DCF) ยังมี Upside 17% และเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลค่อนข้างสม่ำเสมอในอัตราใช้ได้ระดับ 5% (คาดจ่ายงวด 2H18 @0.6 บาท yield 2.5%) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
มกราคม
2019
GLOBAL (BUY/19TP: 22), คาดกำไร 4Q18 จะอ่อนลงตามฤดูกาล และกลับมาสดใสใน 1H19
(views 39)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q18 จะอ่อนตัวลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่คาดเติบโตได้ดี Y-Y จาก SSSG น่าจะบวกสูงราว 9.5% Y-Y และมีการเปิดสาขาใหม่ 4 แห่ง (3 ไทย และ 1 กัมพูชา) ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอาจอ่อนตัวลงตามราคาเหล็กที่อ่อนตัวลง แนวโน้มกำไร 1Q19 จะกลับมาเติบโตดี ตามปัจจัยฤดูกาล ซึ่งปกติช่วง High Season ของบริษัทจะอยู่ใน 1H อยู่แล้ว ล่าสุด SSSG เดือน ม.ค. ยังบวกต่อ และด้วยมุมมองการฟื้นตัวของกำลังซื้อในต่างจังหวัดในปีนี้ คาด SSSG ทั้งปียังบวกได้ต่อเนื่อง และมีแผนเปิดสาขาใหม่อีก 6-7 แห่งในไทย กอปรกับตั้งเป้าสาขาในกัมพูชาจะถึงจุดคุ้นทุนภายใน 4Q19 คาดกำไรสุทธิปี 2018 – 2019 เติบโต 25.7% Y-Y และ 21.9% Y-Y ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายเท่ากับ 22 บาท (DCF) ยังมี Upside 18.3% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2019
M (HOLD/19TP: 79), คาดกำไร 4Q18 โตดี และน่าจะโตต่อเนื่องในปี 2019
(views 43)
แนวโน้มกำไร 4Q18 จะโตทั้ง Q-Q และ Y-Y ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 703 ล้านบาท เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ และคาดไม่มีค่าใช้จ่ายโบนัสพิเศษเหมือนในปีก่อน จึงคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะเติบโตได้ราว 10.1% Y-Y ระยะสั้นในช่วง 1Q19 คาดบริษัทจะมีการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้นตามกฏหมายแรงที่เพิ่มค่าชดเชยให้กับพนักงานอายุงานเกิน 20 ปี เป็น 400 วัน แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่เป็น One-time และ Non-cash ส่วนปัจจัยหนุนการเติบโตในปีนี้จะมาจากทั้ง SSSG ที่คาดกลับมาฟื้นตัวได้มากขึ้นและการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง ถึงแม้แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบอาหารจะปรับตัวสูงขึ้นทั้งเป็ดและหมู แต่บริษัทได้มีการปรับขึ้นราคาอาหารเพื่อรองรับต้นทุนดังกล่าวไปแล้วในช่วงปลายปีที่ผ่านมา คาดจะกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นจำกัด เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2019 ไว้ที่ 2.9 พันล้านบาท โต 8.6% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 79 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) มี Upside 6% ยังคงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2019
PLANB (BUY/19TP: 8.2), คาดกำไร 4Q18 โตเล็กน้อย Q-Q แต่แรง Y-Y
(views 53)
คาดกำไร 4Q18 ยังดีเป็นระดับสูงสุดของปี เพิ่มเล็กน้อย 2.7% Q-Q จากค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง แต่โตแรงเท่าตัว Y-Y จากฐานต่ำใน 4Q17 ที่มีผลกระทบจากงานพระราชพิธีราว 1 เดือน การใช้กำลังผลิตสื่อโฆษณาที่บริษัทได้พัฒนาในปีก่อนๆ มากขึ้น การขยายพื้นที่สื่อโฆษณาเพิ่มขึ้น และการขยายตัวของตลาดโฆษณาสื่อนอกบ้านดีกว่าตลาดรวมต่อเนื่อง ทำให้มี Upside ของประมาณการกำไรในปี 2018-2019 ที่เดิมคาดโต 35% และ 22% ตามลำดับ ขณะที่การลงทุน 19.48% ใน BMN บ.ย่อยของ BEM ที่ทำธุรกิจสื่อในรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เป็นบวกระยะยาวเนื่องจากจะเพิ่มโอกาสได้บริหารสื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนขยายในอนาคต โอกาสลงทุนเพิ่มในต่างประเทศ รวมทั้ง Sentiment บวก ตามความคืบหน้าของการเลือกตั้ง ขณะที่ราคาหุ้นยังมี Upside สูงถึง 38% จากราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 8.20 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2019
AOT (BUY/19TP: 73), แนวโน้มกำไร 1Q19 ยังสวย ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็หนุนสนามบิน
(views 46)
เรายังแนะนำซื้อ แม้ว่าราคาหุ้นปัจจุบันจะเหลือ Upside ไม่ถึง 10% เมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 73 บาท แต่เพราะเรายังไม่ได้รวมส่วนเพิ่มจากการประมูลพื้นที่ Duty Free รอบใหม่ของสนามบินสุวรรณภูมิทั้งส่วนพื้นที่เดิมและ Satellite ซึ่งคาดว่า TOR จะออกปลาย ก.พ. 19 และจะเปิด Upside ให้กับ AOT อีกพอควร ขณะที่ ระยะสั้น จะได้แรงหนุนจากคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q19 (ต.ค.-ธ.ค. 18) ที่จะโดดเด่น 24% Q-Q และ 5% Y-Y อยู่ที่ 6,515 ล้านบาท เพราะจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารมีการเติบโต เสริมด้วยการจัดโปรโมชั่นช่วง Off Peak ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 18 – 31 มี.ค. 19 เรายังคงคาดกำไรทั้งปีนี้ (ต.ค. 18 – ก.ย. 19) ที่ 27,133 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% Y-Y และจะโตต่ออีก 11% Y-Y อยู่ที่ 30,125 ล้านบาทในปี 2020 จากการเปิดอาคาร Satellite ในแง่ของ Valuation ถือว่าไม่ถูกเมื่อเทียบกับสนามบินภูมิภาค แต่ก็สมเหตุสมผลเพราะการเติบโตไม่หยุดแค่นี้ และความผันผวนของกำไรรวมถึงความเสี่ยงทางการเงินก็ต่ำกว่ามากเช่นกัน
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2019
BJC (BUY/19TP: 66), คาดกำไร 4Q18 จะดีกว่าที่เคยคาด และทำจุดสูงสุดใหม่
(views 46)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q18 ดูดีกว่าที่เคยคาด และน่าจะทำจุดสูงสุดใหม่ มาจากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ โดย BIGC ยังมี SSSG เป็นบวกต่อเนื่อง และมีลูกค้ากระป๋องมีคำสั่งซื้อฟื้นกลับมา ภายหลัง Repackaging แล้วเสร็จ ส่วนธุรกิจ Consumer และ Healthcare and Technical เติบโตได้ตามช่วง High Season ของธุรกิจ ส่วนอัตราภาษีจ่ายคาดลดลงกลับสู่ระดับปกติ และน่าจะรับรู้ในอัตราที่ลดลงได้เต็มปีในปี 2019 รวมถึงคาดรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2019 จะยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ การเปิดสาขาใหม่ และการปรับลดลงของต้นทุนการผลิต Packaging กอปรกับอัตราการใช้กำลังการผลิตโรงแก้วแห่งใหม่ได้เต็มปี ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 3% เป็นการเติบโต 23.8% Y-Y จากเดิมคาดโต 20.4% Y-Y แต่ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ไว้ตามเดิม เป็นการเติบโตราว 13.7% Y-Y ทั้งนี้ประมาณการของเราถือว่ามี Downside หากอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปีนี้ 3.8 หมื่นล้านบาท ปรับขึ้นมากกว่า โดยอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นทุกๆ 1% จะกระทบกำไร 4% อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าผลกระทบจะไม่มาก เพราะบริษัทมีแผนลดหนี้อยู่แล้ว จึงยังคงราคาเป้าหมายที่ 66 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมาก ยังมี Upside 38.9% ยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2019
RS (BUY/19TP: 18), คาดกำไรปกติ 4Q18 ฟื้นต่อเนื่อง 21% Q-Q สูงสุดของปี
(views 38)
คาดยอดขายสินค้าธุรกิจ MPC ใน 4Q18 กลับมาแกร่ง ฟื้นจากไตรมาสก่อนที่ยังได้ผลกระทบจากการปราบสินค้าเครื่องสำอางอาหารเสริมเถื่อนตั้งแต่กลาง 2Q18 มียอดขายสินค้าใหม่ๆ และการทำ Grand sales ช่วงปลายปี และคาดรายได้ทีวีช่อง 8 ก็ฟื้นจากไตรมาสก่อน ทำให้คาดกำไรปกติ 4Q18 สูงสุดของปี ฟื้นต่อเนื่อง 20.6% Q-Q และประมาณการกำไรปกติปี 2018 มี upside 3% จากเดิมคาดโต 35% และคงคาดปีนี้โตอีก 34% ราคาหุ้นขึ้นมา 8% ในช่วง 1 เดือน แต่ยังมี Upside 15% จากเป้าหมายปี 2019 ที่ 18 บาท และส่วนเพิ่ม 1.50 บาท ที่ Best case จากแผนเยียวยาทีวีดิจิตอลจากเงินประมูลคลื่น 700 MHz ของกสทช. ในปีนี้ แต่ยังไม่แน่นอน คงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 18 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2019
SPALI (BUY/19TP: 22.5), 4Q18 ยอดโอนเด่น หนุนกำไรทำจุดสูงสุดใหม่
(views 39)
คาดกำไรปกติ 4Q18 แตะระดับ 2.1 พันล้านบาท ทำ New High โตแกร่ง 70% Q-Q และ 24% Y-Y หนุนจากยอดโอนที่คาดเร่งขึ้นเป็น 9.1 พันล้านบาท (+56% Q-Q, +21% Y-Y) จากแนวราบที่ไปได้ดี และการเริ่มโอน 3 คอนโดใหม่ ส่วนปี 2019 บริษัทตั้งเป้าระมัดระวังขึ้น สะท้อนยอดขายที่คาดโตลดลงที่ +5% Y-Y เป็น 3.3 หมื่นล้านบาท เทียบกับการเปิดโครงการใหม่ 4 หมื่นล้านบาท (+54% Y-Y) ซึ่งถือว่ายังสอดคล้องกับประมาณการกำไรปี 2019 ของเราที่ 5.9 พันล้านบาท (+12% Y-Y) บน Backlog secured 49% เราปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 22.50 บาท โดยปรับลด PER เป็น 8.2x อิงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี -0.25SD เพื่อสะท้อนตลาดอสังหาที่ท้าทายขึ้น, การแข่งขันสูง และลูกค้าจีนที่ชะลอตัว แต่ยังแนะนำซื้อ จากการเติบโตของกำไรปี 2019 ที่เด่นกว่ากลุ่ม และได้รับผลกระทบไม่มากจากมาตรการธปท. นอกจากนี้ Valuation น่าสนใจ ราคาหุ้นเทรดบน PE2019 เพียง 6.8x (ค่าเฉลี่ย-2.5SD) และให้ปันผล 5-6% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2019
TMB (BUY/19TP: 2.58), แผนปี 2019 ยังค่อนข้าง conservative
(views 52)
TMB เปิดเผยแผนปี 2019 ผู้บริหารยังมอง conservative คาดการทำธุรกิจแบงก์ยากขึ้น เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลง จากฐานรายได้ค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าคาดใน 2018 และแผนกลยุทธ์ที่ระมัดระวัง เราประเมินราคาเหมาะสมใหม่ที่ 2.58 บาทสะท้อนการปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 แม้ราคายังมี upside แต่เราชอบแบงก์ใหญ่มากกว่า ทั้ง KBANK และ BBL
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
CAZ (IPO: 3.9/19TP: 5.5), เติบโตตามการลงทุนด้านพลังงานของประเทศ
(views 47)
CAZ ให้บริการรับเหมาก่อสร้างครบวงจร รับเหมาก่อสร้างติดตั้งโครงสร้างและระบบ รวมถึงงานบริการด้านวิศวกรรมโยธาและอาคารที่มีความซับซ้อน มีกลุ่ม PTT เป็นลูกค้าเพียงกลุ่มเดียวซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง การเพิ่มทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มฐานเงินทุนเพื่อรองรับการประมูลงานขนาดใหญ่ในอนาคตที่มีแนวโน้มจะมากขึ้นตามแผนลงทุนของกลุ่มพลังงานและปิโตรฯของไทยหลังจากขาดการลงทุนขนาดใหญ่มานาน ปัจจุบันบริษัทมี Backlog ราว 3 พันลบ.รองรับประมาณการรายได้ในปี 2018 - 2019 ของเราแล้ว 90% สำหรับปี 2020 ที่มีงานในมือน้อยมาก แต่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น คาดหวังว่าบริษัทจะได้รับงานเพิ่ม เราคาดรายได้ปี 2018-2020 เติบโตเฉลี่ย 29% Gross margin รักษาได้ใกล้เคียงในอดีตที่ 10% +/- เงินจากการเพิ่มทุนจะนำไปคืนหนี้บางส่วน ทำให้กำไรสุทธิโตเฉลี่ย 56% CAGR เราประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2019 ที่ 5.5 บาท อิง PE 15 เท่า ใกล้เคียงกับคู่แข่งในอุตสาหกรรม
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
GFPT (BUY/19TP: 15.6), คาดกำไรจะกลับมาโตอีกครั้งในปีนี้
(views 39)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q18 จะลดลง Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่คาดโตดี +18.6% Y-Y จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณไก่ส่งออก ราคาไก่ที่ยังค่อนข้างทรงตัว และการกลับมาฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม แต่ด้วยกำไร 1H18 ที่ไม่สดใส เพราะราคาไก่อ่อนแอและค่าเงินบาทแข็ง จึงคาดกำไรปกติปี 2018 จะจบลงด้วยการลดลงราว -31.5% Y-Y เป็นระดับกำไรต่ำสุดในรอบ 6 ปี แต่เรามองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 23.2% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำ โดยภาพรวมราคาไก่ในปีนี้อาจจะทรงตัวถึงปรับขึ้นเล็กน้อย เพราะภาวะการส่งออกไก่ของไทยยังดูสดใสอยู่มาก โดยเฉพาะความต้องการที่สูงขึ้นของตลาดญี่ปุ่น และการเริ่มนำเข้าชิ้นส่วนไก่จากตลาดจีน รวมถึงคาดเห้นการฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรบริษัทได้เต็มปี ยังคงราคาเป้าหมายที่ 15.6 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงมาจนมี Upside 18.2% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
KTB (BUY/19TP: 23), กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด แต่ทั้งปีเติบโตได้ดีสุดในกลุ่มธ.ใหญ่
(views 35)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าที่คาด KTB รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 6,159 ลบ. ลดลง 21.4%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 28.1%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดไว้ราว 20% เนื่องจากค่าใช้จ่ายพนักงาน (การเพิ่มขึ้นของบุคลากร) และค่าใช้จ่ายอื่น (ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาด) ที่สูงกว่าที่คาดไว้ โดยในไตรมาสนี้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 15%Q-Q, 14%Y-Y ซึ่งส่งผลให้ Cost to income ratio ขึ้นมาสูงที่ 50% เทียบกับคาดการณ์เราที่ 42% ด้านรายได้หลักทำได้ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +2.7%Q-Q, +0.3%Y-Y ซึ่ง NIM เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.26% มาจากผลตอบแทนสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น 0.1% ตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อรายย่อยในช่วงปลายปี ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย -2.3%Q-Q จากรายได้การปริวรรตเงินตราที่น้อยลง ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ +6%Q-Q ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (TFFIF) กำไรปี 2018 อยู่ที่ 2.85 หมื่นลบ. +27%Y-Y เกิดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง 41%Y-Y PPOP ลดลง 13%Y-Y จากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง (ปรับลด MRR) และรายได้อื่นๆ (รายได้เงินชดเชยความเสียหายตามคดีความ) ที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
ROBINS (BUY/19TP: 83), คาดกำไรปี 2018 จะโตได้ และโตดีมากขึ้นในปี 2019
(views 31)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q18 น่าจะทำจุดสูงสุดใหม่ มีการเติบโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยคาด SSSG ยังเป็นบวกต่อเนื่อง, มีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่ง ซึ่งมีสัดส่วนพื้นที่เช่าค่อนข้างมาก น่าจะช่วยหนุนการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่าได่ต่อเนื่อง คาดจบกำไรทั้งปี 2018 เติบโต 9.8% Y-Y สาเหตุที่โตไม่มากนัก เพราะมีติดปัญหาเรื่องการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ล่าช้ากว่าแผน รวมถึง SSSG ยังไม่สดใสนัก แต่ในปีนี้เราคาดเห็น SSSG จะเติบโตได้ดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ ซึ่งล่าสุด SSSG ของบริษัทเป็นบวกทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด กอปรกับการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งเล็ก และ 2 แห่งใหญ่ในรูปแบบ Lifestyle Center ซึ่งนอกจากช่วยเพิ่มรายได้การขายแล้ว ยังช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ค่าเช่าด้วย และคาดจะกลับมาเพิ่มสินค้า House Brand ได้ตามเป้าหมาย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเติบโตได้ คาดกำไรสุทธิปี 2019 จะเติบโตได้มากขึ้น 16.6% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 83 บาท (DCF) ยังมี Upside 23.4% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
SCB (HOLD/19TP: 137), ค่าใช้จ่ายยังกดดันกำไรต่ออีกปี
(views 49)
SCB จะบันทึกค่าใช้จ่ายพนักงานตามเกณฑ์เกษียณอายุใหม่ใน 1Q19 ในเบื้องต้นน่าจะเป็น one-time expense ราว 1,500 ลบ ซึ่งหากรวมในการคาดการณ์ เราคาดว่ากำไรสุทธิ 1Q19 จะอยู่ที่ราว 1 หมื่นลบ. -12%Y-Y (จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน คาดว่า Cost to income ratio จะอยู่ที่ 46%) แต่ +41%Q-Q (คชจ. สำรองฯลด Y-Y โดยคาดการณ์ 1Q19 credit cost ที่ 1.15% VS 4Q18 credit cost ที่ 1.67%) ขณะที่ผลประกอบการปี 2019 อาจเห็นแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายสำรองฯและค่าใช้จ่ายการลงทุน IT คงราคาเป้าหมาย 137 บาท คงคำแนะนำ ถือ โดยคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลจากกำไร 2H18 หุ้นละ 4 บาท Yield 3%
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
TMB (BUY/19TP: 2.64), กำไรสุทธิ 4Q18 น้อยกว่าคาด รายได้ค่าธรรมเนียมอ่อนแอ
(views 37)
กำไรสุทธิ 4Q18 น้อยกว่าคาดจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่อ่อนตัวลง TMB รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1.7 พันลบ. ลดลง 70%Q-Q และ 25%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้จากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่น้อยกว่าคาดเนื่องจากการชะลอตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจกองทุนรวม ขณะที่รายได้จากธุรกิจ Bancasurance และ Loan-related fee มีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นใน 4Q ตามฤดูกาล การลดลงของกำไร Q-Q เกิดจากรายได้จากการขายเงินลงทุนที่ลดลง (3Q18 มีกำไรจากการขายเงินลงทุนใน บลจ.ทหารไทยเข้ามาราว 1 หมื่นลบ.) ส่วนกำไรที่ลดลง Y-Y เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่ลดลงซึ่งเกิดจากการชะลอตัวของธุรกิจกองทุนและ Bancassurance กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 1.16 หมื่นลบ. เติบโตแรง 33.6%Y-Y เนื่องจากกำไรจากเงินลงทุนในการขายหุ้น 65% ใน TMBAM เป็นจำนวนราว 1.18 หมื่นลบ. หากไม่นับรายการดังกล่าวและคชจ.สำรองฯ เห็นว่า Oper profit ลดลงราว 5%Y-Y เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ชะลอตัวลงอย่างน่าผิดหวัง
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
SEAFCO (BUY/19TP: 11.6), แนวโน้มกำไร 4Q18 ดีต่อ เดินหน้ารับงานใหม่ต่อเนื่อง
(views 37)
คาดกำไร 4Q18 ทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 102 ล้านบาท โตแกร่ง 53% Y-Y จากรายได้ที่คาดทำจุดสูงสุดรายไตรมาสที่ 815 ล้านบาท (+1% Q-Q, +50% Y-Y) ตามความคืบหน้าของงานที่เร่งขึ้น ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวสูง ขณะที่งานในมือ ณ เดือนม.ค. 2019 คาดอยู่ที่ 2.4 พันล้านบาท หนุนให้โมเมนตัมกำไรโดดเด่นไปถึงกลางปี และ Secured คาดการณ์รายได้ปี 2019 แล้ว 84% โดยมองว่าประมาณการของเรายังเป็นไปได้ แม้รวมความเสี่ยงของโครงการภาครัฐที่ล่าช้า เนื่องจากบริษัทมีศักยภาพในการรับงานเพิ่มจากภาคเอกชน และต่างประเทศ โดยตั้งเป้าได้งานใหม่ 2-3 พันล้านบาท คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 11.60 บาท จากทิศทางผลประกอบการที่ดีต่อเนื่อง รวมถึงมูลค่าหุ้นอยู่ในระดับน่าสนใจ ราคาหุ้นเทรดบน PE2019 ที่ 16x เท่ากับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี -2SD สวนทางกับทิศทางที่เป็นขาขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
BBL (BUY/19TP: 245), กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด แต่กำไรทั้งปียังเติบโตได้ดี
(views 40)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าที่เราและตลาดคาด มี One-time expense ส่วนพนักงาน BBL รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 8.1 พันลบ. ลดลง 10.3%Q-Q และ 4.6%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดไว้ราว 10% จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงกว่าคาดโดยในไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น 2,582 ลบ. เพื่อรองรับประมาณการหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับค่าชดเชยกรณีพนักงานเกษียณและเลิกจ้าง รวมถึงการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายอื่นเพื่อพัฒนาระบบการดำเนินงาน ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ Cost to income ratio สูงขึ้นมาอยู่ที่ 56.2% ด้านรายได้ทำได้น้อยกว่าคาดเช่นกัน เนื่องจากการลดลงของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยทั้งกำไรจากเงินลงทุนและกำไรจากการปริวรรตเงินตรา ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเห็นการเพิ่มขึ้นราว 1%Q-Q และ NIM ขยายตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2.39% ในไตรมาสนี้ กำไรปี 2018 อยู่ที่ 3.53 หมื่นลบ. +7%Y-Y เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย 7.1%Y-Y และ 9.1%Y-Y ตามลำดับ แม้ว่ารายได้จากการโอนลดลงแต่ได้ชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายประกันผ่านธนาคารและกองทุนรวม
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
KKP (BUY/19TP: 81), กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด แต่ภาพรวมยังดีจากโมเมนตัมรายได้เชิงบวก
(views 42)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าที่คาด แต่รายได้หลักเติบโตได้ดีกว่าคาด KKP รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1,427 ลบ. ลดลง 8% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 9.4%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 10% เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงกว่าคาดอันเกิดจาก ผลขาดทุนจากการขายรถยึดจำนวน 379 ลบ. +63%Q-Q, +24%Y-Y และค่าใช้จ่ายการปรับปรุงอาคารสนง.อโศกทำให้ PP&E +54%Q-Q, +64%Y-Y และค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงกว่าคาด รายได้หลักถือว่าดีกว่าที่คาดไว้โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ +1.5%Q-Q, +11.2%Y-Y เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อที่เติบโตได้ดี ส่งผล Loan spread ยังอยู่ในระดับสูงที่ราว 5% ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยได้แรงหนุนจากกำไรจากเงินลงทุนจำนวน 267 ลบ. นอกเหนือไปจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตได้ตามคาด +24%Q-Q, +12%Y-Y ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากธุรกิจ IB (มีรายได้ 348 ลบ.), รายได้จากธุรกิจจัดการกองทุนและรายได้จากการขายประกัน ผลกำไรรวมปี 2018 อยู่ที่ 6,042 ลบ. +5.32%Y-Y เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย 6%Y-Y และ 20%Y-Y ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
ITEL (BUY/19TP: 5.5), ภาพปี 2019 เป็นบวก และตั้งแต่ปี 2020 จะโตแบบ Exponential
(views 50)
เรายังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 5.50 บาท (DFC, WACC 7%) และยังคงมุมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะยาวของ ITEL ซึ่งคาดว่ารายได้ต่อเนื่องจากการให้บริการโครงข่ายและ Data Center จะมีสัดส่วนรวมกันมากถึง 70% ตั้งแต่ปี 2020 จากการให้บริการโครงการเน็ตชายขอบ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความผันผวนให้กับรายได้และกำไรแล้ว ยังส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเร่งตัวขึ้นจากการใช้โครงข่ายอย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะที่ ตัวถ่วงงบทั้งค่านำสาย Fiber Optic ลงใต้ดิน และผลขาดทุนจากเจเนซิส ดาต้า เซ็นเตอร์ จะเคลียร์จบในปีนี้ และเป็นไปได้ที่จะมีกำไรพิเศษราว 20-30 ล้านบาท เมื่อผนวกกับสายสัมพันธ์อันดีกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งภาครัฐฯและเอกชน ทำให้เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2019 จะโตโดดเด่น 34% Y-Y อยู่ที่ 185 ล้านบาท และโตต่ออีก 23% Y-Y อยู่ที่ 228 ล้านบาท ในปี 2020 ถือว่าโดดเด่นที่สุดใน MAI ที่เราจัดทำบทวิเคราะห์
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
KBANK (BUY/19TP: 212), ราคาหุ้นเริ่มมีความน่าสนใจสะสม แผนกลยุทธรุกมากขึ้น
(views 44)
KBANK แสดงกลยุทธปี 2018 เป็นเชิงรุกมากขึ้นด้านการหารายได้ โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ย ซึ่งธนาคารมีแผนโฟกัสที่ลูกค้ารายย่อยซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วน 25% ของสินเชื่อ ต้องการเพิ่มเป็น 29% ในระยะยาว เพื่อเพิ่ม Loan yield และสร้าง NIM ในขณะที่ดูเหมือนว่าผู้บริหารจะมีความกังวลลดลงต่อผลกระทบของการปรับลดค่าธรรมเนียมการโอน แม้ว่าธนาคารยังคงคาดการณ์รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะลดลงในอัตรา 5-7%Y-Y แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการชะลอตัวของธุรกิจประกัน และการชะลอตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมอื่นๆเช่น ค่าธรรมเนียมในการอำนวยสินเชื่อ เราเห็นศักยภาพเชิงบวกของธนาคารทำให้แม้ว่าภายหลังการประกาศกำไรปี 2018 เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 3% ตามฐานรายได้ค่าธรรมเนียมที่น้อยกว่าคาด และราคาเหมาะสมปรับลงมาที่ 212 บาท แต่คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
TU (BUY/19TP: 20), กำไรจะกลับมา Turnaround ในปีนี้
(views 35)
คาดกำไรปกติ 4Q18 จะลดลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่โตดี Y-Y แม้ราคาปลาทูน่าจะปรับลงแรง แต่ด้วยการบริหารจัดการสต็อกที่ดี กอปรกับค่าเงินบาททรงตัว เอื้อต่อการค้าขายและแข่งขัน ทำให้ปริมาณขายเติบโตได้ดี หนุนให้รายได้ยังเติบโตได้ และมีอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวได้ดีด้วย ส่วนค่าใช้จ่ายปิดโรงงานน่าจะเหลืออยู่เล็กน้อย แต่ถือว่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 3Q18 มองผ่านผลประกอบการต่ำสุดในปี 2018 แล้ว ซึ่งเราคาดกำไรปกติจะลดลง 6.1% Y-Y ส่วนกำไรสุทธิจะลดลงแรงกว่า -40% Y-Y เพราะค่าใช้จ่ายพิเศษ และคาดกำไรจะกลับมา Turnaround ในปี 2019 จากการฟื้นตัวของธุรกิจทูน่าและกุ้ง รวมถึงธุรกิจแซลมอนที่จะกลับมามีกำไรอีกครั้ง กอปรกับคาดไม่มีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เหมือนในปี 2018 อีก จึงคาดกำไรปกติปี 2019 กลับมาโต 24.1% Y-Y ส่วนกำไรสุทธิจะโตมากกว่าที่ 52.4% Y-Y คงราคาเป้าหมาย 20 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 14.9% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
TCAP (BUY/19TP: 58), กำไร 4Q18 ดีกว่าคาด
(views 26)
กำไร 4Q18 ดีกว่าคาดจากสำรองฯที่ลดลง TCAP รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 2,020 ลบ. เพิ่มขึ้น 8%Q-Q, +4.4%Y-Y ดีกว่าที่คาดจากค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯที่น้อยกว่าที่เราคาดไว้ โดยในไตรมาสนี้ TCAP มีอัตราการตั้งสำรองฯที่ 0.36% ของสินเชื่อรวมหรือ 672 ลบ. ลดลง 46%Q-Q, 71%Y-Y ซึ่งทำให้ทั้งปี 2018 TCAP มี Credit cost ที่ 0.65% ของสินเชื่อรวม เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ หากไม่นับรายการดังกล่าว PPOP ต่ำกว่าคาดเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานสูงขึ้น 32%Q-Q, 28%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายอื่นๆอาทิ ค่าใช้จ่ายทางการตลาด โฆษณาและประชาสัมพันธ์ตามฤดูกาล กำไรสุทธิปี 2018 อยุ่ที่ 7,839 ลบ. เพิ่มขึ้น 12%Y-Y ส่วนใหญ่มาจากเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +13%Y-Y (มาจากรายได้ค่าธรรมเนียม และรายได้จากธุรกิจประกัน) ขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยได้ดี (Cost to income ratio อยู่ที่ 47.5% จาก 49% ในไตรมาสก่อน) และค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
THANI (BUY/19TP: 10), กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด
(views 37)
กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด THANI รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 455 ลบ.+5.7%Q-Q, +42%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ กำไรที่เพิ่มขึ้น Q-Q เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 3.4%Q-Q และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 15%Q-Q ในไตรมาสนี้ THANI มี Credit cost ที่ 0.8% จาก 0.71% ในไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงจาก 1H18 ที่อยู่ที่ 1.1-1.2% สะท้อนการลดลงของ General reserve (ไตรมาสนี้มี General reserve ที่ 40 ลบ. หรือ 0.35% ของสินเชื่อ) เนื่องจากการเตรียมพร้อมสำหรับมาตรฐาน IFRS 9 ไปมากพอแล้ว กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 1,641 ลบ. +45.7%Y-Y เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 24%Y-Y ตามรายได้จากเงินให้สินเชื่อที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่ลดลง 23%Y-Y โดยมี Credit cost ที่ 0.95% สำหรับปี 2018 ลดลงจาก 1.47% ในปีก่อนหน้า (ในจำนวนนี้มี General reserve สำหรับรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ 170 ลบ.)
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
BAY (BUY/19TP: 44.6), กำไร 4Q18 เป็นไปตามที่คาด
(views 32)
กำไร 4Q18 ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาด BAY รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 6.1 พันลบ. ลดลง 1.7%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 7.6%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q เกิดจากการค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นตามฤดูกาลและการตั้งสำรองฯที่เพิ่มขึ้น 7.7%Q-Q ขณะที่ PPOP ยังเห็นการเพิ่ม 1.4%Q-Q ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของทั้งรายได้ดอกเบี้ยและไม่ใช่ดอกเบี้ย ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น Y-Y เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 11%Y-Y ตามการปรับเพิ่มของสินเชื่อรายย่อยที่เห็นการเติบโตสูง 14%Y-Y (รวมเงินติดล้อ) สังเกตว่า NIM ปรับสูงขึ้นทุกไตรมาส ล่าสุดอยู่ที่ 3.88% เนื่องจากกลยุทธการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูง กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 2.48 หมื่นลบ. +6.9%Y-Y เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยรวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
KTC (BUY/19TP: 46), กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาดแต่โดยรวมปี 2018 ยังเป็นปีที่ดีมาก
(views 48)
กำไรสุทธิ 4Q18 น้อยกว่าคาดแต่ทั้งปีไม่ทำให้ผิดหวัง KTC รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1.23 พันลบ. -12%Q-Q แต่ +31%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดราว 12-15% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงกว่าคาด (น่าจะมาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาด) ส่วนรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม รวมถึงการตั้งสำรองฯใกล้เคียงกับที่คาดไว้
กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 5,140 ลบ +56%Y-Y น้อยกว่าที่คาด 3% เนื่องจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่สูงกว่าคาดใน 4Q18 เป็นที่สังเกตว่าผลกำไรไม่ได้รับผลกระทบจากรายได้จากธุรกิจบัตรเครดิตที่ชะลอตัวลง -1%Y-Y เนื่องจากได้ชดเชยจากธุรกิจสินเชื่อบุคคลที่มีรายได้ +13%Y-Y เมื่อประกอบกับ CoF ที่ลดลงราว 0.2% ทำให้ Loan spread อยู่ที่ 15% ใกล้เคียงกับปีก่อน ส่งผลให้ รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมและหนี้สูญรับคืนที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
SCB (HOLD/19TP: 137), กำไร 4Q18 ลดลงมากกว่าคาด สำรองฯยังสูงต่อปี 2019
(views 34)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาดจากสำรองฯพิเศษ SCB รายงานกำไร 4Q18 ที่ 7 พันลบ. ลดลง 33%Q-Q และ 23%Y-Y น้อยกว่าที่เรา 25% และน้อยกว่าที่ตลาดคาดราว 30% ซึ่งเกิดจากการตั้งสำรองฯที่สูงกว่าคาด โดยในไตรมาสนี้ SCB มีการตั้งสำรองฯ 8.87 พันลบ. +73%Q-Q, +18%Y-Y หรือคิดเป็น Credit cost ที่ราว 1.67% ในจำนวนนี้เป็นสำรองฯพิเศษจำนวน 4 พันลบ. ซึ่งธนาคารตั้งเป็นส่วนเกินเพื่อความระมัดระวังและให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธในอนาคตที่เน้นการเติบโตของสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันและสินเชื่อในรูปแบบดิจิทัล หากหักสำรองพิเศษออก กำไรก่อนสำรองฯ (PPOP) ถือว่าใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ โดย -2.3%Q-Q (เนื่องจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่อ่อนตัวลง) แต่ +4.7%Y-Y (เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ) กำไรปี 2018 อยู่ที่ 4 หมื่นลบ. -7%Y-Y เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่ลดลง 6%Y-Y หลังการยกเลิกค่าธรรมเนียมการโอนผ่านดิจิทัล และค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +12%Y-Y จากการลงทุนในโปรแกรม Transformation
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
AMATA (BUY/19TP: 28), คาดกำไร 2Q18 ชะลอเพราะลูกค้าเร่งโอนที่ดินไปมากใน 1Q18
(views 30)
ยอดขายที่ดินในไทยใน 4Q18 น่าประใจและทำให้เป้าทั้งปีที่ผู้บริหารตั้งไว้ 800 ไร่ ไม่พลาดเป้าทั้งที่ 9 เดือนแรกยังขายได้เพียง 200 กว่าไร่ แต่การขายที่ดินในเวียดนามพลาดเป้าไปมาก เหตุเพราะขั้นตอนทางราชการ ไม่ใช่เกิดจากไม่มี demand ประเด็นนี้จึงไม่น่ากังวล สำหรับผลประกอบการใน 4Q18 เราคาดว่าจะฟื้นแรง +67.2% Q-Q, +59.3% Y-Y เป็น 503.1 ล้านบาทตามการเร่งตัวของการโอนที่ดินให้ลูกค้า และเพราะฐานกำไรที่ต่ำใน 3Q18 และ 4Q17 ประกอบกับมีโรงไฟฟ้าใหม่เปิดดำเนินการ ทำให้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น สำหรับปี 2019 เราเราปรับประมาณการกำไรลงเล็กน้อย 5% เป็น 1,790.9 ล้านบาทจากการปรับอัตรากำไรขั้นต้นลง แต่กำไรยังเติบโต 27.5% Y-Y ราคาเป้าหมายที่อิงจาก PE 17 เท่าจึงขยับลงเป็น 28 บาท (เดิม 30 บาท) ยังคงแนะนำซื้อ เราชอบ AMATA จากประโยชน์ในระยะยาวที่จะได้จาก EEC และการมีรายได้ประจำที่โตต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
SVI (BUY/19TP: 6.6), คาดกำไร 4Q18 โตดี และจะโตต่อเนื่องในปี 2019
(views 36)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวกมาก ระยะสั้นคาดกำไร 4Q18 จะโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้ปกติเป็น Low Season ของธุรกิจ แต่คาดจะมีรายได้เติบดตทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ทำให้ทั้งปี 2018 บริษัททำรายได้บรรลุเป้าหมายที่ระดับ US$480 ล้าน และคาดจบกำไรปี 2018 เติบโตสูง 72.4% Y-Y ผู้บริหารยังตั้งเป้า Aggressive ต่อเนื่องในปี 2019 คาดรายได้โต 25-33% เป็น US$600 – US$640 ล้าน สูงกว่าประมาณการปัจจุบันของเราที่คาดรายได้จะโต 8% Y-Y ส่วนวัตถุดิบราคาสูงจะถูกใช้หมดไปใน 1Q19 และแนวโน้มราคาวัตถุดิบจะลดลงตั้งแต่ 2Q19 เพราะสต็อกของผู้ผลิตอยู่ในระดับสูง จาก Demand ของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางกลุ่มลดลง น่าจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้เราอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายปี 2019 จากปัจจุบันที่ให้ไว้ 6.6 บาท (อิง PE 17 เท่า) โดยยังมี Upside 28.2% คงคำแนะนำ ซื้อ ซึ่งถือเป็นหุ้นทีไม่ถูกกระเชิงลบจาก Trade War และหุ้นที่บริษัทซื้อคืนไว้ 96.13 ล้านหุ้น บริษัทไม่มีแผนนำออกมาขาย
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
TRUE (AVOID/19TP: U.R.), คาด 4Q18 ยังกำไรต่อเนื่อง//ประเด็นข้อพิพาทยัง Overhang
(views 48)
คาดผลการดำเนินงาน 4Q18 ของ TRUE ยังมีกำไรปกติต่อเนื่องที่ 309 ลบ. โดยธุรกิจ Mobile ยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ส่งผลให้ปี 2018 คาดพลิกมีกำไร 548 ลบ.จากขาดทุนกว่า 6,000 ลบ.ในปีก่อน อย่างไรก็ตามเราอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการกำไรปี 2019 เป็นต้นไปเนื่องจากคาดว่า TRUE จะมีการเจรจายุติข้อพิพาทกับ CAT เช่นเดียวกันกับ DTAC แต่ยังไม่ทราบถึงผลตอบแทนและวิธีการบันทึกบัญชี อย่างไรก็ตาม TRUE ยังเหลือข้อพิพาทซึ่งมีมูลฟ้องกว่าแสนลบ.ค้างอยู่จึงยังเป็นปัจจัย Overhang และมีความเสี่ยงจะกระทบฐานะการเงินและมูลค่าการกิจการอย่างมีนัยยะ เราจึงแนะนำให้ “ชะลอการลงทุน”
อ่านเพิ่มเติม