บทวิเคราะห์รายบริษัท

23
กรกฏาคม
2018
KKP (BUY/18TP: 85), กำไร 2Q18 แข็งแกร่ง สินเชื่อยิ่งแข็งแกร่ง
(views 8)
กำไร 2Q18 ใกล้เคียงกับที่เราคาด KKP รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 1,551 ลบ. เพิ่มขึ้น 2.5%Q-Q และ 31%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดแต่ดีกว่าที่ตลาดไว้ราว 8% หากไม่นับค่าใช้จ่ายทางภาษีซึ่งมีอัตราการจ่ายภาษีที่ต่ำเพียง 12.7% กำไรก่อนหักภาษีเป็นไปตามที่คาดไว้ ทั้งนี้เราเห็นการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยที่ดีกว่าคาดโดย +4.9%Q-Q ส่วนใหญ่มาจากรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อตามการเติบโตอย่างรวดเร็ว สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิปรับตัวลง 7%Q-Q หรือราว 100 ลบ. ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารและหลักทรัพย์ไม่ใช่เกิดจากการยกเลิกค่าธรรมเนียมการโอนผ่านโมบาย
อ่านเพิ่มเติม
23
กรกฏาคม
2018
KTB (HOLD/18TP: 19.5), กำไร 2Q18 ดีกว่าคาด แต่ยังกังวล NPL
(views 7)
กำไร 2Q18 ดีกว่าคาด จากสำรองฯที่น้อยลงไม่สอดคล้องกับ NPL ที่ปรับขึ้น KTB รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 7,712 ลบ. เพิ่มขึ้น 13.6%Q-Q และ 139.3%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ จากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่น้อยกว่าคาดโดยลดลง 2%Q-Q และ 51%Y-Y มี Credit cost ที่ 1.38% เทียบกับคาดการณ์ของเราที่ 1.6% และสวนทางกับ NPL ที่เพิ่มขึ้น หากไม่นับรายการสำรองฯดังกล่าว PPOP ใกล้เคียงกับที่คาดโดยเพิ่มขึ้น 7%Q-Q (เนื่องจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่ลดลงจากไตรมาสก่อนที่มีการจ่ายโบนัสพนักงาน) แต่ลดลง 5.8%Y-Y (จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง 3.7%Y-Y ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในปีก่อน) สังเกตว่า NIM เริ่มฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.09% จาก 3.02% ในไตรมาสก่อนเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของ Loan yield ซึ่งน่าจะเกิดจากสินเชื่อรายย่อยมีสัดส่วนมากขึ้น ในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลง 5%Q-Q (ราว 300 ลบ.) เนื่องจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนผ่าน Mobile
อ่านเพิ่มเติม
23
กรกฏาคม
2018
KBANK (BUY/18TP: 235), ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสะท้อนกำไร 2Q18 ที่แข็งแกร่ง
(views 5)
เราปรับประมาณการกำไรปี 2018 ขึ้น 5% เป็น 3.9 หมื่นลบ. (+13.8%Y-Y) เพื่อสะท้อนกำไร 2Q18 ที่ดีกว่าคาดจากผลกระทบของรายได้ค่าธรรมเนียมการโอนผ่านดิจิทัลที่น้อยกว่าคาด, รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่มากกว่าคาด และรายได้ดอกเบี้ยที่เติบโตดีกว่าคาดทำให้ NIM เริ่มฟื้นตัว ภายหลังปรับประมาณการ ทำให้กำไร 1H18 ที่ 2.17 หมื่นลบ. +13%Y-Y และคิดเป็น 55% ของประมาณการทั้งปี สะท้อนว่าแนวโน้มกำไร 2H18 น่าจะอ่อนตัวลงจากการชะลอตัวลงของรายได้ค่าธรรมเนียม, รายได้เงินลงทุนที่ลดลงและค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มตามฤดูกาล เราคงคำแนะนำ ซื้อ แต่คงราคาเหมาะสมเท่าเดิมที่ 235 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
กรกฏาคม
2018
AH (BUY/18TP: 47), ราคาหุ้นที่ลงมองเป็นโอกาสซื้อ ราคาเป้าหมาย 47 บาท
(views 6)
เราคาดว่าจะยังเห็นกำไรสุทธิ 2Q18 ของ AH มีการเติบโต 4% Y-Y อยู่ที่ 329 ล้านบาท แม้ว่า 2Q17 จะมีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทย่อยรวมกัน 147 ล้านบาท เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศมีการเติบโตที่ดี ซึ่งเราคาดว่ายอดผลิตรถยนต์จะเพิ่มขึ้น 11% Y-Y อยู่ที่ 5.17 แสนคัน ขณะที่ ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในไทยและมาเลเซียก็มีการเติบโตที่ดีเช่นกัน อีกทั้ง ยังมีการรับรู้ดอกเบี้ยรับจาก SGAH ตามปกติที่ไตรมาสละ 80 ล้านบาท ซึ่ง 2Q17 ไม่มี ส่วนเมื่อเทียบ Q-Q กำไรสุทธิจะลดลงถึง 17% จาก Low Season ที่มีวันหยุดมาก เรายังคาดกำไรสุทธิทั้งปีนี้ที่ 1,473 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% Y-Y ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงในสัปดาห์ก่อน ทำให้ PE2018-19 ลดลงเหลือเพียง 7-8 เท่า ต่ำสุดในรอบ 5 ปี และปันผลสูง 4-5% ต่อปี Downside จึงค่อนข้างจำกัด แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 47 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
กรกฏาคม
2018
AP (BUY/18TP: 10), คาดกำไร 2Q18 โตแกร่ง ทั้งยอดโอนดี และ JV เด่น
(views 6)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 1.1 พันล้านบาท โตเด่น 40% Q-Q และ 85% Y-Y จากยอดโอนที่คาดแตะระดับ 6.3 พันล้านบาท (+17% Q-Q, +37% Y-Y) หนุนจากแนวราบเป็นหลัก และเริ่มโอนคอนโด Luxury อย่าง Vittorio มูลค่า 3.2 พันล้านบาท รวมถึงส่วนแบ่งโครงการ JV ที่คาดโตแรง +300% ทั้ง Q-Q และ Y-Y จากการเริ่มโอนคอนโดใหญ่อย่าง Life Asoke มูลค่า 7.5 พันล้านบาท เราปรับกำไรปี 2018-19 ขึ้น 3% ตามการโอนโครงการได้เร็วกว่าคาด และแผนเร่งเปิดตัวแนวราบ หนุนให้คาดกำไรปกติปี 2018 ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 3.5 พันล้านบาท (+14% Y-Y) และโตต่อ 7% Y-Y ในปีหน้า ปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 10 บาท คงคำแนะนำซื้อ จากโมเมนตัมยอดขายที่ไปได้ดี และจะเร่งขึ้นมากใน 2H18 เสริมทัพด้วยความสำเร็จของโครงการ JV พร้อมคาดอัตราปันผลราว 4-5% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2018
BAY (BUY/18TP: 44.6), กำไร 2Q18 ใกล้เคียงคาด
(views 11)
กำไร 2Q18 ใกล้เคียงคาด BAY รายงานกำไร 2Q18 ที่ 6.27 พันลบ. ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น +6.8%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังเห็นการปรับขึ้น 2.6%Q-Q, +9.1%Y-Y ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของสินเชื่อรายย่อย แม้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเห็นการเร่งตัวขึ้น แต่ NIM ยังทรงตัวที่ 3.75% ใกล้กับไตรมาสก่อน รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 4%Q-Q เนื่องจากการลดลงของกำไรจากเงินลงทุนและกำไรจากการปริวรรต ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลง 2.5%Q-Q มาจากการลดลงของธุรกิจ Mutual Fund และ Brokerage ส่วนค่าธรรมเนียมการทำรายการผ่านดิจิทัล ลดลงเพียง 71 ลบ. หรือคิดเป็น 0.26% ของรายได้รวมและ 1% ของกำไรสุทธิ น้อยกว่าที่คาดการณ์
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2018
BBL (BUY/18TP: 232), Positive Surprise ทั้งกำไร สินเชื่อ และ NPL ที่ลดลง
(views 9)
กำไร 2Q18 ดีกว่าที่เราและตลาดคาด BBL รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 9.2 พันลบ. +2%Q-Q และ +14%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 10% เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่ดีกว่าคาด (ตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อและ Loan yield ที่สูงขึ้น ทำให้ NIM ขยับขึ้นได้ราว 0.02% เป็น 2.24%) และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่สูงกว่าคาดจากกำไรจากเงินลงทุนและกำไรจากการค้าเงินตราที่สูงกว่าคาด ทั้งนี้รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลง 12.5%Q-Q หรือราว 1 พันลบ. เกิดจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านดิจิตอลซึ่งเป็นไปตามคาด อีกส่วนเกิดจากการลดลงของค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์และการให้สินเชื่อ
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2018
SCB (BUY/18TP: 142), กำไร 2Q18 เป็นไปตามที่คาด แนวโน้ม 2H18 ชะลอลง
(views 9)
กำไร 2Q18 ใกล้เคียงคาด SCB รายงานกำไร 2Q18 ที่ 1.11 หมื่นลบ. ลดลง 2%Q-Q และ 6.7%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดแต่ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ราว 10% กำไรที่ลดลงเกิดจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 13%Q-Q, 6.2%Y-Y จากผลกระทบการยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านดิจิทัลและรายได้ประกันภัย ในส่วนของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลง 2%Q-Q จากการลดลงของค่าใช้จ่ายอื่นและค่าใช้จ่ายพนักงาน แต่ยังเพิ่มขึ้น 13%Y-Y ตามการลงทุนในโครงการ SCB Transformation และค่าใช้จ่ายในการขยายฐานลูกค้าดิจิทัล cost to income ratio เพิ่มขึ้นเป็น 46% ใกล้เคียงไตรมาสก่อน และจาก 42% ใน 2Q17 สังเกตว่า NIM ของธนาคารดีขึ้นมาอยู่ที่ 3.21% เกิดจากสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นและ CoF ที่อยู่ในระดับต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2018
TACC (T-BUY/18TP: 4.2), คาดกำไร 2Q18 จะฟื้นตัวดีกว่าที่เคยคาด
(views 8)
แนวโน้มกำไร 2Q18 ดูดีกว่าที่เคยคาด อาจทำได้เติบโต 37.5% Q-Q แต่ยังจะลดลง 29% Y-Y เพราะฐานสูงปีก่อน และหยุดการขายที่กัมพูชาแล้ว แต่การฟื้นตัว Q-Q มาจากทั้งการขายเครื่องดื่มผงสำหรับโถกด และร้าน All Caf? รวมถึงเริ่มรับรู้รายได้จาก Character Business แล้ว กอปรกับเริ่มขายเครื่องดื่มผงสูตรใหม่น้ำตาลน้อยตั้งแต่กลางเดือน พ.ค. เป็นต้นมา ทำให้ผลกระทบจากภาษีน้ำตาลน้อยลง และช่วยหนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น แนวโน้มกำไรอาจทรงตัวถึงอ่อนตัวลงใน 3Q18 เพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ แต่คาดจะกลับมาฟื้นตัวและทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18 ตามปัจจัยฤดูกาล และจะกลับมาขายเครื่องดื่ม Hershey’s อีกครั้งในช่วงเดือน พ.ย. เป็นต้นไป ซึ่งอาจกลายเป็นโถกดถาวร โดยขึ้นอยู่กับการเลือกของแต่ละสาขาร้าน 7-11 แต่ด้วยกำไรที่ไม่สดใสใน 1H18 เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 29% เป็นกำไรลดลง 21% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 4.2 บาท (อิง PE เดิม 28 เท่า) แต่มองผ่านกำไรต่ำสุดปีนี้ไปแล้วใน 1Q18 และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 22.8% Y-Y (เบื้องต้นประเมินราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 5 บาท) จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2018
TMB (BUY/18TP: 2.86), กำไร 2Q18 น้อยกว่าคาด มีแนวโน้มทบทวนประมาณการ
(views 5)
กำไร 2Q18 น้อยกว่าคาดจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง TMB รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 2 พันลบ. ลดลง 11%Q-Q และ 13%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 10% เนื่องจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 7.7%Q-Q, 6.5%Y-Y แย่กว่าที่คาดเนื่องจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมการขายกองทุนและกำไรจากการค้าเงินตรา ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิใกล้เคียงกับที่คาดซึ่ง NIM ปรับขึ้นมาแตะ 3% ได้อีกครั้งจากลงสู่ 2.98% ในไตรมาสก่อน ซึ่งเกิดจาก Loan Yield ที่ดีขึ้น ในไตรมาสนี้ TMB มีการตั้งสำรองฯเพิ่มขึ้น 3%Q-Q, 4%Y-Y Credit cost ที่ 1.46% ใกล้เคียงกับที่คาดและ in-line กับเป้าหมายธนาคาร
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2018
AMATA (BUY/18TP: 30), คาดกำไร 2Q18 ชะลอเพราะลูกค้าเร่งโอนที่ดินไปมากใน 1Q18
(views 8)
หลังจากลูกค้าเร่งโอนที่ดินไปเป็นจำนวนมาก (107 ไร่) ในไตรมาสแรก การโอนที่ดินใน 2Q18 จึงชะลอเหลือเพียง 50 ไร่เศษ และส่วนใหญ่อยู่ในโครงการไทย-ไชนีสซึ่งมีอัตรากำไรไม่สูงนัก แม้รายได้จากการขายสาธารณูปโภคและรายได้ค่าเช่าโรงงานซึ่งเป็น Recurring income ยังโตต่อเนื่องตามลูกค้าที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยรายได้ขายที่ดินที่ลดลง ทำให้เราคาดกำไรปกติใน 2Q18 -54% Q-Q และ -10% Y-Y เหลือ 211.4 ล้านบาท แม้กำไรงวด 1H18 น่าจะคิดเป็นเพียง 36% ของประมาณการทั้งปี แต่เราไม่กังวลเพราะบริษัทมีลูกค้าหลายรายที่อยู่ระหว่างเจรจา ซึ่งต้องการที่ดินตั้งแต่ 20 ถึง 200 ไร่ แต่รอความชัดเจนของกม.ลูกของ EEC ก่อนจะตัดสินใจ เรายังแนะนำซื้อลงทุน คงราคาเป้าหมาย 30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2018
SC (BUY/18TP: 4.8), 2Q18 ว่าดีแล้ว …2H18 จะดีขึ้นอีก
(views 7)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 440 ล้านบาท โตแกร่ง 70% Q-Q และ 66% Y-Y จากการเน้นขายและโอนแนวราบที่บริษัทถนัด หนุนด้วยการเริ่มโอนคอนโดใหญ่อย่าง Saladaeng One มูลค่า 4.7 พันล้านบาท ขณะที่โมเมนตัมกำไร และยอดขายคาดเร่งขึ้นพร้อมกันใน 2H18 จากการเริ่มโอนคอนโด Luxury อีก 1 แห่ง พร้อมรุกเปิดตัวแนวราบมากถึง 15 แห่ง และคอนโดอีก 1 แห่ง มูลค่ารวม 1.6 หมื่นล้านบาท ส่วน Valuation ถือว่าน่าสนใจ ราคาหุ้นปรับลงจนซื้อขายบน PE2018-19 เพียง 7 เท่า มีส่วนลดจากค่าเฉลี่ยในอดีตถึง 1SD และถูกกว่ากลุ่มอสังหาที่ 10 เท่า สวนทางกับพื้นฐานที่แข็งแกร่งจากแนวโน้มกำไรที่จะกลับมาโตเด่นในปีนี้ +58% Y-Y อีกทั้ง ยังคาดอัตราเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง 5-6% ต่อปี ช่วยจำกัด Downside หุ้น คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 4.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2018
TCAP (BUY/18TP: 55), กำไร 2Q18 สูงกว่าคาด
(views 11)
กำไร 2Q18 ดีกว่าคาด รายได้หลักเติบโตดี TCAP รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 20% มาอยู่ที่ 2.1 พันลบ. +8%Q-Q, +22%Y-Y เนื่องจากมีกำไรจากการขาย NPA ที่ราว 300 ลบ. เกินกว่าคาดซึ่งชดเชยการจ่ายภาษีในอัตราที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด ทั้งนี้ Effective tax rate ในไตรมาสนี้ขยับขึ้นมาที่ 13% จาก 5% ในไตรมาสก่อน หากหักรายการกำไรจากการขาย NPA ออก ผลประกอบการโดยรวมเป็นไปตามที่คาดไว้ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 2.2%Q-Q, 5.4%Y-Y และ NIM ขยับขึ้นเป็น 3.05% จาก 3.01% ในไตรมาสก่อนเนื่องจาก Earning Yield ที่ดีขึ้น ขณะที่ CoF ทรงตัว ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +6.5%Q-Q, +15%Y-Y จากกำไรของการขาย NPA และ รายได้จากธุรกิจประกันภัย ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลง 7.9%Q-Q เกิดจากรายได้ค่านายหน้าจากธุรกิจหลักทรัพย์ที่ลดลง (ไม่ใช่ผลกระทบของการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนผ่านโทรศัพท์ซึ่ง TBANK แทบไม่ได้รับผลกระทบ)
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2018
THANI (BUY/18TP: 9.6), กำไร 2Q18 แข็งแกร่งตามคาด
(views 8)
กำไร 2Q18 ใกล้เคียงกับที่คาด แข็งแกร่งทุกบรรทัด THANI รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 เป็นไปตามที่คาดที่ 392 ลบ. +7.8%Q-Q, +52%Y-Y กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ +6%Q-Q, +27%Y-Y โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นสู่ 5.6% จาก 5.45% ในไตรมาสก่อน จากทั้ง loan yield ที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อ และ Cost of fund ที่ลดลง นอกจากนี้ยังเกิดจากการตั้งสำรองฯที่ลดลง 8%Q-Q, 22%Y-Y ตามคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้นและสำรองฯทั่วไปที่ลดลง ทั้งยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง โดย Cost to income ratio ลดต่ำลงมาที่ 17% จาก 18% ในไตรมาสก่อนและค่าเฉลี่ยที่ราว 20% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2018
DELTA (BUY/18TP: 74), คาดกำไร 2Q18 ฟื้นตัวดี และจะดีต่อเนื่องใน 3Q18
(views 8)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 จะเติบโตดีทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้ยังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้อย่างดี ทำให้ส่งมอบสินค้าได้ทันกับความต้องการของลูกค้าได้ ช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ในไตรมาสนี้ กอปรกับค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่าลงในแง่ Q-Q ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นยังขยับขึ้นได้เล็กน้อย จึงคาดกำไรสุทธิ 1H18 จะเติบโตราว 15% Y-Y และคาดกำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องและอาจเป็นกำไรสูงสุดของปีนี้ใน 3Q18 เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ ก่อนจะอ่อนตัวลงใน 4Q18 ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ด้วยการฟื้นตัวที่ทำได้ดีกว่าคาดใน 2Q18 เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 5% เป็นการเติบโต 10% Y-Y และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2019 ราว 15% Y-Y เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 74 บาท จากเดิม 71 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside 16.1% และคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปีนี้ราว 4.7% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2018
THMUI (BUY/18TP: 3.1), คาดกำไรสุทธิ 2Q18 สร้างสถิติสูงสุดใหม่ที่ 14 ล้านบาท แนะนำซื้อ
(views 7)
เราคาดกำไรสุทธิ 2Q18 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 249% Q-Q และ 551% Y-Y จากการส่งมอบลวดสลิงที่เป็นธุรกิจหลักของ THMUI ให้กับลูกค้ากลุ่มท่าเรือ และกลุ่มที่ใช้ในงานก่อสร้างเช่น เสาเข็ม รวมถึงการเริ่มส่งมอบงานติดตั้งท่อปะปาในจังหวัดพังงา-ภูเก็ต ซึ่งเป็นงานขนาดใหญ่สุดที่ THMUI เคยได้รับ (มูลค่าราว 165 ล้านบาท) ส่วนแนวโน้ม 2H18 จะได้แรงหนุนจากแนวโน้มงานก่อสร้างที่จะเร่งตัวขึ้น และการส่งมอบงานท่อปะปาส่วนที่เหลือ รวมถึงงานให้บริการทดสอบแรงดึงลวดสลิง หลังติดตั้งเครื่องจักรใหม่แล้วเสร็จใน มิ.ย. 18 เรายังคาดกำไรสุทธิทั้งปีนี้ที่ 53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147% Y-Y และปีหน้า 67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% Y-Y ราคาหุ้นปรับตัวลงจนทำให้ PE2018-19 เหลือเพียง 7-8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์+การก่อสร้างที่ 23-33 เท่า อีกทั้งคาดปันผลสูง 6-7% ต่อปี จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 3.10 บาท อิง PE Multiplier ที่ 20 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
18
กรกฏาคม
2018
GFPT (BUY/19TP: 14.5), ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว คาดกำไร 2Q18 จะกลับมาฟื้นตัว Q-Q
(views 6)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 จะกลับมาฟื้นตัว Q-Q อีกครั้งจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับขึ้นเพราะค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่า และส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมลดลงเพราะเข้าสู่ฤดูกาลของการส่งออก และราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศเริ่มปรับดีขึ้น แต่ยังเป็นกำไรที่ลดลงมาก Y-Y เพราะฐานสูงและค่าเงินบาทแข็งค่าราว 7% Y-Y แนวโน้มกำไรน่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องใน 3Q18 เพราะเป็นช่วง High Season ของการส่งออก คาดผลประกอบการของบริษัทร่วมจะฟื้นตัวทั้ง GFN และ McKey และส่งผลดีต่อมายัง GFPT อย่างไรก็ตาม จากกำไรที่ไม่สดใสใน 1H18 เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 38% เป็นกำไรลดลง 48% Y-Y และคาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 44% Y-Y ทั้งนี้เรามองผ่านกำไรต่ำสุดปีนี้ไปแล้วใน 1Q18 และคาดเห็นการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปจนถึงปีหน้า เราจึงปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 เพื่อสะท้อนการฟื้นตัวของผลประกอบการ ทำให้ได้ราคาเป้าหมายเท่ากับ 14.5 บาท (ปรับ PE ขึ้นจาก 12 เท่า เป็น 14 เท่า ให้เท่ากับ TFG) จึงปรับคำแนะนำเป็น ทยอยซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
กรกฏาคม
2018
RS (BUY/18TP: 23), เจอสะดุดชั่วคราวใน 2Q18 แต่คาดกำไรยังโตดีและไปต่อ
(views 7)
คาดกำไรปกติ 2Q18 โต 27.6% Q-Q, 139.3% Y-Y กำไรเพิ่ม Q-Q จากรายได้ค่าโฆษณาช่อง 8 เพิ่ม Q-Q จากค่าโฆษณาเพิ่ม กำไรโต Y-Y จากยอดขายกลุ่ม MPC โตสูง Y-Y แม้ได้รับผลกระทบในช่วงกลางไตรมาสจากการปราบของเถือนในตลาด แม้มองแนวโน้มครึ่งปีหลังดีขึ้น เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ลง 23-38% สะท้อนคาดการณ์กำไร 2Q18 น้อยกว่าเคยคาด และมุมมองระมัดระวังมากขึ้น ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับลงเป็น 23 บาท จากเดิม 32 บาท ขณะที่ราคาหุ้นปรับลงถึงเกือบ 44% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
กรกฏาคม
2018
SAPPE (BUY/18TP: 29), คาดกำไร 2Q18 โต Q-Q ดูดีสุดในกลุ่มเครื่องดื่ม
(views 7)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 ดูดีสุดในกลุ่มเครื่องดื่ม คาดจะฟื้นตัวต่อเนื่อง Q-Q จากการเติบโตของการขายต่างประเทศ กอปรกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงจากไตรมาสก่อน และด้วยการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น น่าจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น ส่วนกำไรในแง่ Y-Y คาดจะแผ่วลงเพราะฐานที่สูงในปีก่อน และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 7% Y-Y โดยคาดการณ์กำไรสุทธิ 1H18 คิดเป็นสัดส่วน 58% ของประมาณการทั้งปี แนวโน้มกำไรจะอ่อนตัวลงในช่วง 2H18 ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ยังมีแผนออกสินค้าใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังทั้งในกลุ่มกาแฟเพรียว และ Healthy Snack หากประสบความสำเร็จ น่าจะช่วยหนุนการเติบโตในปีหน้า เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 9.3% Y-Y และคาดโตต่อเนื่องในปี 2019 ราว 13% Y-Y คงราคาเป้าหมายปีนี้ 29 บาท (อิง PE เดิม 20 เท่า) ยังมี Upside 18.4% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
กรกฏาคม
2018
SPALI (HOLD/18TP: 26), 2Q18 ยอดโอนไปได้ดี แต่ถูกกดดันจาก SG&A
(views 7)
คาดการณ์กำไรปกติ 2Q18 โต 43% Q-Q แต่หดตัว 6% Y-Y แม้แนวโน้มยอดโอนโตดีทั้งแนวราบและคอนโด +37% Q-Q, +4% Y-Y แตะระดับ 6.1 พันล้านบาท แต่ถูกกดดันด้วย SG&A ที่สูงขึ้นจากการจ่ายค่า Commission ให้กับ Agent ในการขายให้ชาวต่างชาติ ขณะที่โมเมนตัมกำไรใน 2H18 คาดไต่ระดับขึ้น และทำจุดสูงสุดใน 4Q18 จากเน้นขายและโอนแนวราบต่อเนื่อง ประกอบกับมี Backlog ที่รอโอนอยู่กว่า 9.7 พันล้านบาท ส่วนการเข้าซื้อหุ้น MK เรามองเป็นบวกในระยะยาว จาก Asset ที่ MK มีอย่าง Land Bank, สนามกอล์ฟ และคลังสินค้า ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม และเป็นแหล่ง Recurring Income ชั้นดี โดยบริษัทยืนยันว่าจะไม่กระทบการจ่ายปันผล ราคาปิดมี Upside จำกัดเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 26 บาท จึงแนะนำถือรับปันผลที่คาดจ่าย Yield 2% ใน 1H18
อ่านเพิ่มเติม
18
กรกฏาคม
2018
SYNEX (BUY/18TP: 20), แนวโน้มกำไร 2Q18 สะดุดเล็กน้อย แต่จะกลับมาโตแรงใน 2H18
(views 6)
เราคาดกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 160 ล้านบาท ลดลง 24% Q-Q ตามฤดูกาล และอัตรากำไรที่ถูกกดดันจากการจัดงานเคลียร์สต็อก รวมถึง ผลลบจากเงินบาทที่พลิกกลับมาอ่อนค่าเร็ว ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y คาดว่ายังโตได้ 6% จากรายได้ที่โตตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมสินค้าไอที และการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ Huawei หากกำไร 2Q18 เป็นไปตามคาด กำไร 1H18 จะคิดเป็น 49% ของคาดการณ์ทั้งปีที่ 750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% Y-Y ซึ่งปกติครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก และเราคาดว่าจะเห็นการเติบโตที่โดดเด่นอย่างมากใน 2H18 จากฐานกำไร 2H17 ที่ต่ำ และการเพิ่มสินค้าใหม่ในกลุ่ม Apple รวมถึง Synergy ที่จะเกิดขึ้นกับบัฟ (ประเทศไทย) เราจึงยังคงประมาณการเดิม และยังคงราคาเป้าหมายที่ 20 บาท แนะนำซื้อ โดยประเมินว่าการชะลอตัวของงบเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว ขณะที่ การกลับมาโตของอุตสาหกรรมสินค้าไอทีรอบนี้คาดว่าจะกินเวลา 2-3 ปีข้างหน้า จึงถือเป็นโอกาสซื้อลงทุนมากกว่าขาย
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2018
DTAC (BUY/18TP: 52), กำไร 2Q18 ใกล้เคียงคาด//จ่ายปันผลสูงอย่างน่าประหลาดใจ
(views 10)
กำไร 2Q18 ใกล้เคียงคาด DTAC ประกาศกำไรสุทธิ 2Q18 ออกมาที่ 179 ลบ. -86.4% Q-Q, -75.9% Y-Y หากตัดกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยน และรายการพิเศษในไตรมาสก่อนๆออก กำไรปกติอยู่ที่ 125 ลบ. -87.1% Q-Q, -83.1% Y-Y ใกล้เคียงคาด โดยสาเหตุของการหดตัวแรงเกิดจากการเริ่มรับรู้ต้นทุนคลื่น 2300 MHz จาก TOT ตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC Flat Q-Q, -2.3% Y-Y ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยจาก ARPU ที่ขยายตัวน้อยกว่าคาด แต่ Net Add ติดลบชะลอลงอย่างมีนัยยะเหลือ 2 แสนรายซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี ขณะที่ฝั่งต้นทุนควบคุมได้ดีกว่าคาดในส่วนค่าใช้จ่ายโครงข่าย ขณะที่ Regulatory Cost ลดลงตามปริมาณการใช้งานคลื่นบนระบบสัมปทาน
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2018
FTE (BUY/18TP: 3.15), คาดกำไร 2Q18 ฟื้นตัว จุดเด่นอยู่ที่ Bottom Out และปันผลสูง
(views 7)
เราคาดกำไรสุทธิ 2Q18 จะกลับมาฟื้นเด่น 74% Q-Q และ 6% Y-Y อยู่ที่ 29 ล้านบาท จากรายได้งานขายที่เพิ่มขึ้นหักล้างงานโครงการที่ชะลอตัว โดยงานขายส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มลูกค้าคอนโดฯ และออฟฟิสสร้างใหม่ ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มยอดจดทะเบียนอาคารชุดที่เร่งตัวมาตั้งแต่ต้นปี (4M18 +206% อยู่ที่ 40,881 ห้อง) ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นก็คาดว่าจะกลับเข้าสู่ระดับปกติ เพราะงานอัตรากำไรขั้นต้นต่ำถูกรับรู้ไปมากใน 1Q18 ส่วนแนวโน้ม 2H18 ยังคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัว H-H จากฐานที่ต่ำใน 1H18 และงานโครงการที่จะถูกปล่อยออกมามากขึ้น ก่อนปิดปีงบประมาณใน 3Q18 เรายังคาดว่า FTE จะคง Payout Ratio ที่ 100% ทำให้คาดปันผล 1H18 จะจ่ายได้ที่ 0.08 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทน 3.6% จากการถือหุ้นในช่วง 3 เดือนข้างหน้า
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2018
KTC (BUY/18TP: 32.4), กำไร 2Q18 ดีกว่าที่คาด ราคาลงมาเป็นโอกาสซื้อ
(views 11)
กำไรสุทธิ 2Q18 ดีกว่าที่คาด KTC รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 1.3 พันลบ. เพิ่มขึ้น 8%Q-Q และ 66%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดเนื่องจากการรายได้ดอกเบี้ยที่ดีกว่าคาดและหนี้สูญรับคืนที่สูงกว่าคาดการณ์ไว้ ในไตรมาสนี้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (ตามการคำนวณของเรา) อยู่ที่ 10% เพิ่มขึ้นจาก 9% ในไตรมาสก่อนตามการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อและการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อบัตรเครดิต ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +6%Q-Q, +13%Y-Y ขณะที่จำนวนหนี้สูญรับคืนในไตรมาสนี้อยู่ที่ 871 ลบ. +4%Q-Q, +28%Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2018
SVI (BUY/18TP: 4.9), เริ่มตื่นเต้นกับการฟื้นตัวของกำไรใน 2Q18
(views 7)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 จะกลับมาฟื้นตัวอย่างน่าประทับใจ แม้ไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่น่าจะสูงราว 50 ล้านบาท ยังคาดกำไรปกติจะฟื้นตัวได้ดี +118.2% Q-Q และ +31.3% Y-Y ทำจุดสูงสุดในรอบ 8 ไตรมาส ส่วนหนึ่งมาจากค่าเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่าเมื่อเทียบกับ 1Q18 ช่วยหนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น ในขณะที่รายได้ยังเติบโตดีต่อเนื่องปรับขึ้นเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกันและคาดทำจุดสูงสุดใหม่ที่ US$114 ล้าน โดยปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบได้คลี่คลายจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แนวโน้มกำไรจะฟื้นตัวดีต่อในช่วง 2H18 ทั้งนี้เราค่อนข้างมั่นใจต่อรายได้เพราะบริษัทเห็นคำสั่งซื้อล่วงหน้าแล้ว น่าจะบรรลุเป้าหมายทั้งปีที่ US$440 ล้านได้ไม่ยาก แต่ยังคงต้องติดตามอัตราแลกเปลี่ยนเพราะค่าเงินบาทแข็งค่าจะกระทบต่อความสามารถทำกำไรของบริษัท เราคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 33.4% Y-Y และคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 4.9 บาท (อิง PE 17 เท่า) ยังมี Upside 18.9% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2018
VGI (HOLD/19TP: 7.2), คาดกำไร 1Q19 (สิ้นมิ.ย.18) อ่อนลง Q-Q แต่โตดี Y-Y
(views 5)
คาดกำไรปกติ 1Q19 (สิ้นมิ.ย.18) อ่อนลง อ่อนลง 10.6% จากรายได้สูงพิเศษในไตรมาสก่อน แต่เป็นกำไรโตดี 33.8% Y-Y จากรายได้เพิ่มของทุกสื่อโฆษณา เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019 (สิ้นงวดมี.ค.2019) ขึ้น 13% เป็นกำไรโตสูง 55.9% และปี 2020-21 ปรับขึ้น 23-28% โต 34% และ 16% ตามลำดับ จากการรวมกำไรรับรู้จากการลงทุน 23% ใน Kerry TH แต่จากจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นจากการแปลงสภาพ VGI-W1 และหุ้น PP ทำให้ EPS และราคาเป้าหมายปี 2019 เพิ่มไม่มาก ขณะที่ราคาหุ้นปรับฐานลงมา แต่ยังมี Upside จำกัด แนะนำ ถือ จากเดิม ขาย ราคาเป้าหมายปี 19 ที่ 7.20 บาท จากเดิม 6.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2018
PTTEP (T-BUY/18TP: 130), ตัดสินใจขายในเวลาที่เหมาะสม
(views 5)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการขายการลงทุน 100% ในแหล่งมอนทาราและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องซึ่งตั้งอยู่ในรัฐออสเตรเลียให้แก่บริษัท Jadestone Energy (Eagle) Pty Ltd เนื่องจากจะช่วยให้บริษัทไม่ต้องแบกภาระขาดทุนเหมือนในอดีตอีกต่อไป นอกจากนี้ยังช่วยให้บริษัทนำเงินไปพัฒนาแหล่งอื่นที่มีศักยภาพมากกว่า และที่ตัวเองถนัดกว่าแทน ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตของมอนทาราคิดเป็นเพียง 2% ของผลผลิตทั้งหมดของ PTTEP ดังนั้น ผลกระทบที่มีต่อแผนการผลิตและกำไรของ PTTEP จึงจำกัดมาก ในขณะที่ความไม่แน่นอนของราคาขายรวมถึงผลกำไรสุทธิ 2Q18 ที่เราคาด -59% Q-Q, -28% Y-Y เพราะขาดทุนจาก FX อาจกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น (แต่กำไรปกติดีมาก) แต่เรายังแนะนำเก็งกำไรจากโอกาสในการชนะประมูลสัมปทานรอบใหม่ที่อาจเพิ่มมูลค่าหุ้นอีก 25-30 บาทจากราคาเป้าหมายปัจจุบันที่ 130 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
กรกฏาคม
2018
MAJOR (BUY/18TP: 28.5), คาดกำไรปกติ 2Q18 โตแรง Q-Q แต่ Flat Y-Y จากฐานสูง
(views 9)
คาดกำไรปกติ 2Q18 โตแรง Q-Q สูงสุดของปี เนื่องจากเป็นช่วงหน้าหนังฮอลลีวู๊ด และหนังทำเงินหลายเรื่อง รวมทั้งการควบคุมค่าใช้จ่าย แต่เป็นกำไร Flat Y-Y จากฐานสูงในปีก่อน ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงาน 2H18 อ่อนลงจากครึ่งปีแรก แต่เพิ่มดี Y-Y จากฐานที่ต่ำมากปีก่อน เราคงประมาณการกำไรปกติทั้งปีที่คาดฟื้นตัว 19.5% Y-Y แม้กำไรสุทธิ Flat Y-Y และคงราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 28.50 บาท (DCF) และจัดเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลค่อนข้างสม่ำเสมอในอัตราใช้ได้ ระดับ 4.5-5% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
13
กรกฏาคม
2018
IT (BUY/18TP: 6.9), คาดกำไรสุทธิ 2Q18 ดีสุดในรอบ 23 ไตรมาส ยืนยัน “ซื้อ”
(views 14)
เรายังแนะนำซื้อ IT ราคาเป้าหมายปีนี้เท่ากับ 6.90 บาท โดยระยะสั้นจะได้แรงหนุนจากกำไรสุทธิ 2Q18 ที่คาดทำจุดสูงสุดในรอบ 23 ไตรมาสที่ 24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% Q-Q และ 17% Y-Y ส่วนระยะยาวจะได้แรงหนุนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมคอมฯและอุปกรณ์ ที่จะขยายตัวแรงต่อเนื่องใน 3 ปีข้างหน้า จากทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคที่วิ่งเข้าหาสินค้าไอทีมากขึ้น และการสนับสนุนของภาครัฐฯที่อยากให้ราชการและเอกชนใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนองค์กร ขณะที่ ตัวของ IT จะกลับมาใช้กลยุทธ์เชิงรุกเร่งขยายสาขาเพื่อหวังให้เกิด Economy of scale มาเพิ่ม Gearing ให้กับผลกำไร ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดดูจะไม่สอดคล้องกับราคาหุ้นที่ยังถูกอยู่มาก โดย PE2018-19 ต่ำเพียง 12-15 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 23 เท่า และค่าเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลังของตัวเองที่ 24 เท่า อีกทั้ง ฐานะทางการเงินยังแข็งแกร่ง มีเงินสดในมือมากถึง 1.2 บาท/หุ้น ทำให้สามารถจ่ายปันผลได้สูง 5-6% ต่อปีด้วย
อ่านเพิ่มเติม
13
กรกฏาคม
2018
TISCO (BUY/18TP: 98), Dividend Yield ที่ราว 7% ทำให้เป็นหุ้นน่าซื้อลงทุน
(views 14)
ประเด็นการเพิ่มขึ้นของ NPL ใน 2Q18 อาจจะกดดันราคาหุ้นภายหลังประกาศผลประกอบการ แต่เรายังเห็นถึงโอกาสในการเข้าซื้อ (เดิม ถือ) เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ธนาคารคาดว่าอยู่ในการจัดการได้และไม่กระทบต่อการตั้งสำรองฯเพิ่มเติม นอกจากนี้เราเห็นสัญญาณจากเงินกองทุนที่แข็งแกร่งของธนาคารและการที่ธนาคารมีแผนที่จะบริหารจัดการเพื่อลดความกดดันต่อ ROE เราคาดว่าธนาคารจะจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่าคาดการณ์เดิมของเรา โดยเราปรับคาดการณ์เงินปันผลประจำปี 2018 ขึ้นเป็น 5.80-6 บาท ซึ่งคิดเป็น Yield ราว 7% คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 98 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
กรกฏาคม
2018
TEAMG (IPO: 2.42/18TP: 4.2), ผู้นำด้านที่ปรึกษาวิศวกรรมในไทยและกำลังก้าวสู่ระดับภูมิภาค
(views 18)
TEAMG เป็นผู้ให้บริการที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม โดยมีจุดเด่นที่บริการที่ครบวงจรและเป็น One Stop Service รวมถึงมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการและหลายอุตสาหกรรม ขณะที่การลงทุนภาครัฐเพื่อยกระดับและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศเป็นบวกโดยตรงต่อธุรกิจของ TEAMG รวมถึงยังมีโอกาสเติบโตในส่วนงานภาคเอกชนรวมถึงตลาดต่างประเทศที่เร่งลงทุนด้วยเช่นกัน เราคาดกำไรสุทธิปี 2017-2020 เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 23.4% CAGR และประเมินราคาเหมาะสมที่ 4.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
กรกฏาคม
2018
TISCO (HOLD/18TP: 98), กำไร 2Q18 น้อยกว่าคาดแต่ไม่กระทบประมาณการทั้งปี
(views 8)
กำไรปกติใกล้เคียงกับที่คาดไว้ TISCO รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 1.71 พันลบ. ลดลง 3.2%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 13.5%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดจากรายการพิเศษจากการดำเนินงานที่ถูกยกเลิกราว 45 ลบ. (เป็นรายการที่เกี่ยวข้องกับการขายธุรกิจบัตรเครดิตให้กับ CITI ซึ่งจะเกิดการโอนในครึ่งปีหลัง ส่วนลูกหนี้ส่วนบุคคล ไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษและได้โอนเรียบร้อยแล้วในเดือน มิย 2018) หากไม่นับรายการดังกล่าว ผลกำไรปกติถือว่าใกล้เคียงกับที่คาดไว้โดย PPOP ลดลง 13%Q-Q เพราะรายได้ค่าธรรมเนียมลดลงและค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้น แต่ +13%Y-Y จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มจากพอร์ตสินเชื่อใหม่
อ่านเพิ่มเติม
12
กรกฏาคม
2018
BEM (BUY/18TP: 10), คาดกำไรสุทธิ 2Q18 ทำจุดสูงสุดใหม่
(views 9)
เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 2Q18 แตะระดับ 1 พันล้านบาทเป็นไตรมาสแรก โตเด่น 40% Q-Q และ 43% Y-Y หนุนจากกำไรการขายเงินลงทุนราว 242 ล้านบาท ส่วนกำไรปกติคาดหดตัว 2% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่เติบโต 9% Y-Y หนุนจากรายได้ที่เติบโตดีทั้ง 3 ธุรกิจ และส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่ปรับขึ้น ส่วนแนวโน้มกำไรปกติ 3Q18 คาดขยายตัวต่อ Q-Q จากวันหยุดที่น้อย คงประมาณการกำไรปี 2018 เติบโต 19% Y-Y และโตต่อเนื่อง 10% Y-Y ในปีหน้า นอกจากนี้ ยังมี Upside จากการเปิดประมูลทางด่วน 3 สาย และรถไฟฟ้าอีก 1 เส้นที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ เราชอบ BEM จากการเป็นหุ้น Defensive ทนทานต่อภาวะตลาดผันผวนได้ดี ประกอบกับมีการเติบโตของรายได้ดีในระยะยาว โดยเฉพาะผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย ภายหลังเปิดน้ำเงินส่วนต่อขยายครบเส้นในปี 2020 คงคำแนะนำซื้อลงทุน ราคาเหมาะสม 10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
กรกฏาคม
2018
ERW (BUY/18TP: 9), กำไรจะ Bottom ใน 2Q18 และฟื้นตัวต่อจากนี้
(views 4)
เราคาดกำไร 2Q18 ของ ERW หดตัว 86.2% Q-Q และ 31.2% Y-Y จากการปรับปรุงห้องพักโรงแรม JW Marriott และนักท่องเที่ยวรัสเซียที่หดตัวชั่วคราวจากฟุตบอลโลก อย่างไรก็ตามคาดเป็นจุดต่ำสุดของปีและจะเห็นการฟื้นตัวในช่วง 2H18 โดยเฉพาะไตรมาส 4 ซึ่งเป็น High Season เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 ทำ New High ต่อเนื่อง +18.1% Y-Y ขณะที่ด้านราคาหุ้นเรามองว่าปรับตัวลงมากเกินไปและทำให้ Valuation น่าสนใจมาก เราจึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 9 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
กรกฏาคม
2018
TKN (BUY/18TP: 19), คาดกำไร 2Q18 เริ่มฟื้น แต่ฟื้นช้ากว่าคาด
(views 5)
แนวโน้มกำไรจะกลับมาฟื้นตัวได้ใน 2Q18 เราคาดโตทั้ง Q-Q และ Y-Y แต่ถือว่าช้ากว่าคาด เพราะรับรู้ต้นทุนสาหร่ายล็อตใหม่ราคาถูกลงเพียง 1.5 เดือนสำหรับ 2Q18 กอปรกับการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ยังไม่ถึงระดับที่ได้ Economies of Scale จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวแต่ยังไม่กลับไปสู่ระดับที่เคยทำได้ แต่การเติบโตของรายได้ยังดูดี สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทต่อเนื่อง และคาดกำไรจะกลับมาโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2H18 นอกจากจะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และจะรับรู้สาหร่ายต้นทุนใหม่ได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ 3Q18 รวมถึงอัตราการใช้กำลังการผลิตจะทยอยเพิ่มขึ้น ซึ่งจะได้ประโยชน์จาก BOI อีกทางหนึ่งด้วย ทั้งนี้เพื่อสะท้อนการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นที่ช้ากว่าคาก เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 9% เป็นเติบโต 22% Y-Y จากเดิมคาดโต 34% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 19 บาท จากเดิม 21 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 30% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
กรกฏาคม
2018
BKD (BUY/18TP: 4.5), Backlog สูงสุดตั้งแต่เข้าตลาด และมี Upside จากธุรกิจบริหารน้ำ
(views 8)
เรากลับมาแนะนำซื้อ BKD ในฐานะหุ้น Turnaround โดยคาดว่าผลประกอบการหลังจากนี้จะมีเสถียรภาพมากขึ้น จากการหันมาโฟกัสธุรกิจตกแต่งภายในที่ตัวเองถนัด จนทำให้ Backlog พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ตั้งแต่จัดตั้งบริษัทมา ซึ่งก่อนหน้านี้ BKD ได้ขยายตัวเองไปรับงานก่อสร้างที่ไม่ชำนาญ จนทำให้ผลประกอบการปี 2016-2017 ทรุดตัว ขณะที่ การลงทุนในธุรกิจบริหารจัดการน้ำ จะช่วยเพิ่มรายได้ประจำ ที่จะเข้ามาช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจและ Risk Premium ในการประเมินมูลค่าหุ้น โดยเราคาดกำไรปกติปีนี้ 172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 366% Y-Y และปีหน้า 228 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% Y-Y นอกจากนี้ BKD ยังมีการถือครองที่ดินสภาพคล่องสูง ที่คิดเป็นมูลค่าราว 1 บาทต่อหุ้น และมีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ 4-5% ต่อปี เราประเมินมูลค่าที่เหมาะสมด้วยวิธี SOTP ได้เท่ากับ 4.50 บาท แบ่งเป็นธุรกิจตกแต่งภายใน 3.70 บาท และธุรกิจบริหารจัดการน้ำ 0.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
11
กรกฏาคม
2018
CHG (BUY/18TP: 2.7), 1 ใน 15 หุ้นเด่นที่โมเมนตัมกำไร 2Q18 ยังแกร่ง
(views 6)
เราคาดกำไร 2Q18 ของ CHG จะหดตัว 27.4% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ยังโตโดดเด่น 18.3% Y-Y โดยได้อานิสงส์จากฝนที่มาเร็วและการบริโภคที่ฟื้นตัว ขณะที่แนวโน้มช่วง 2H18 ยังดีต่อโดยเฉพาะ 3Q18 ที่จะเป็นจุดสูงสุดของปีจาก High Season เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนใหญ่ในช่วง 2 ปีที่แล้วที่ออกดอกออกผลชัดเจนตั้งแต่ 1Q18 ที่ผ่านมาและยังคงประมาณการกำไรปกติโตแกร่ง 20.1% Y-Y ราคาหุ้นปรับตัวลง 14% ในช่วง 1 เดือนทำให้ Valuation อยู่ในโซนถูก และเป็น 1 ใน 15 หุ้นเด่นของเรา จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 2.70 บาท
อ่านเพิ่มเติม
11
กรกฏาคม
2018
M (BUY/18TP: 90), แม้ SSSG จะแผ่วลง แต่คาดกำไร 2Q18 ยังโตต่อเนื่อง
(views 4)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 ยังโตต่อเนื่องทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้ SSSG จะแผ่วลงเพราะได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกเยอะ แต่ด้วยผลของรายได้สาขาใหม่ จึงคาดรายได้จะยังเติบโตได้ และคาดอัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง จากราคาหมูที่ปรับลงช่วยชดเชยการปรับขึ้นของราคาเป็ด คาดกำไรจะอ่อนตัวลงใน 3Q18 และจะกลับมาดีขึ้น อาจเป็นจุดสูงสุดของปีใน 4Q18 เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ กอปรกับจะมีการเปิดสาขาใหม่ค่อนข้างมากเป็นปกติใน 4Q ทั้งนี้คาดการณ์กำไรสุทธิ 1H18 เติบโต 10% Y-Y คิดเป็นสัดส่วน 48% ของประมาณการทั้งปี ดังนั้นเรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 15.5% Y-Y และคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 90 บาท (อิง PE 30 เท่า) ยังมี Upside 19.6% และคาดจ่ายปันผลระหว่างกาลงวด 1H18 หุ้นละ 1.3 บาท คิดเป็น Yield 1.7% คงคำแนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
11
กรกฏาคม
2018
ROBINS (BUY/18TP: 78), คาด SSSG 2Q18 ยังบวกได้ต่อ และบริษัทร่วมกำไรดี
(views 6)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 อาจอ่อนตัวลง Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่คาดยังเติบโตได้ดี 13% Y-Y แม้ SSSG อาจบวกเพียงเล็กน้อย +0.5% Y-Y ถือว่าดีกว่าก่อนหน้าที่เราคาดจะติดลบ เพราะได้อานิสงส์จากการทำโปรโมชั่นครั้งใหญ่ของปี Greatest Grand Sales กอปรกับการทยอยฟื้นตัวของกำลังซื้อในต่างจังหวัด และบริษัทร่วมอย่าง Super Sport และ Power Buy ได้รับอานิสงส์จากเทศกาลฟุตบอลโลก จึงคาดเห็นส่วนแบ่งกำไรเติบโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y และคาดกำไรสุทธิจะกลับมาเติบโตทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และมีการเปิดสาขาใหม่อีก 1 แห่งที่ชัยภูมิ เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 13.5% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 78 บาท (DCF) ยังมี Upside 32.8% ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน Forward PE เพียง 21 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต 5 ปีย้อนหลังที่ 26 เท่า แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
กรกฏาคม
2018
CPALL (BUY/18TP: 98), คาด 7-11 ยังโตดี หนุนการเติบโตของกำไร 2Q18
(views 21)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 จะอ่อนตัวลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่คาดยังเติบโตดี Y-Y แม้ผลงานของ MAKRO อาจไม่สดใสนัก เพราะ SSSG ยังติดลบและเจอค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แต่เชื่อว่าจะถูกชดเชยด้วยผลงานที่ดีของ 7-11 ที่คาดมี SSSG บวกต่อเนื่องที่ 4% Y-Y และยังเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง แนวโน้มกำไรจะโตต่อเนื่องใน 2H18 จากการเริ่มทำ Stamp Promotion ใน 3Q18 และต่อเนื่องไปใน 4Q18 ซึ่งคาดจะเห็นกำไรทำจุดสูงสุดของปี เพราะเป็น High Season ของธุรกิจทั้งร้าน 7-11 และ MAKRO เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะเติบโตราว 23% Y-Y และโตต่อเนื่อง 17.4% Y-Y ในปี 2019 คงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 98 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงสะท้อนผลประกอบการ MAKRO ที่ไม่สดใสไปพอสมควร ทำให้ปัจจุบันเทรดบน Forward PE 2018-19 ที่ 28.4 เท่า และเหลือ 24.1 เท่า ตามลำดับ ต่ำกว่า PE เฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 34 เท่า คงคำแนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
09
กรกฏาคม
2018
CPF (BUY/18TP: 28), คาด 2Q18 สดใสทั้งธุรกิจหลักและกำไรสุทธิ
(views 12)
แนวโน้มธุรกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ 2Q18 จากการฟื้นตัวของราคาหมูในเวียดนาม และราคาหมูในไทยที่ขยับขึ้นสูงกว่าต้นทุนการเลี้ยงแล้ว รวมถึงการกลับมาอ่อนค่าของเงินบาท จึงคาดกำไรปกติจะฟื้นตัวดี Q-Q ส่วนในแง่ Y-Y อาจจะยังลดลงอยู่ เพราะราคาเนื้อสัตว์ในประเทศโดยรวมปรับลดลง และค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้เราคาดจะมีกำไรจากการขายเงินลงทุน CPALL จากการใช้สิทธิแปลงหุ้นกู้อนุพันธ์ และน่าจะมีกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมพันธุ์หมู ซึ่งอาจทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ขยับขึ้นโดดเด่นสู่ระดับ 4.9 พันล้านบาท (+60.5% Q-Q, +20% Y-Y) แนวโน้มกำไรธุรกิจหลักจะฟื้นตัวต่อเนื่อง และอาจทำจุดสูงสุดของปีใน 3Q18 เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ไว้ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท (-6.9% Y-Y) จากฐานสูงในปีก่อน และคาดกำไรจะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 16% Y-Y ยังคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 28 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 12.9% ถือเป็นบริษัทที่มีแนวโน้มกำไร 2Q18 ดูดีสุดในกลุ่มเกษตรอาหาร คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
กรกฏาคม
2018
PTTEP (T-BUY/18TP: 130), คาดกำไรปกติ 2Q18 โตแกร่ง แต่ขาดทุน FX กดดันระยะสั้น
(views 7)
เราปรับประมาณการกำไรปกติปีนี้ขึ้น 7% เป็น 3.74 หมื่นล้านบาท +2% Y-Y (เดิม -4.7% Y-Y) โดยปรับสมมติฐานราคาน้ำมันดิบเพิ่มเป็น US$66/บาร์เรล จากเดิม US$62/บาร์เรล ทำให้ราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 130 บาท จากเดิม 123 บาท สำหรับกำไรปกติก่อนภาษีใน 2Q18 คาด +15% Q-Q และ +74% Y-Y ตามราคาขายที่สูงขึ้น แต่จะมีผลขาดทุนจาก FX และอนุพันธ์ราว US$230 ล้าน ทำให้กำไรสุทธิ -59% Q-Q, -28% Y-Y แนวโน้มกำไรปกติใน 2H18 จะดีขึ้นเพราะราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงและปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ส่วนเพิ่มในแหล่งบงกชอีก 22.22% แม้ราคาหุ้นเต็มมูลค่า แต่โอกาสชนะประมูลสัมปทานรอบใหม่ คาดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหุ้นได้อีก 25-30 บาท จึงยังคงแนะนำเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
09
กรกฏาคม
2018
MINT (BUY/18TP: 44), กำไร 2Q18 ยังไม่น่าตื่นเต้น//เหมาะสมหรับลงทุน 6 เดือนขึ้นไป
(views 13)
เราคากำไรปกติ 2Q18 ของ MINT -55.6% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลและ +3.7% Y-Y ซึ่งเป็นระดับที่ยังไม่น่าตื่นเต้นโดยทั้งธุรกิจโรงแรมและอาหารยังโตได้ไม่เต็มที่ ส่วนดีล NH Hotel เรามองว่าจะเริ่มเห็นผลบวกในปีหน้าภายหลัง Tender Offer ทำให้ระยะสั้นขาดความน่าสนใจ อย่างไรก็ตามราคาหุ้นยังมี Upside เปิดกว้างจากราคาเหมาะสมที่ 44 บาท (ไม่รวมดีล NH Hotel) เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเหมาะสำหรับลงทุนระยะ 6 เดือนขึ้นไป
อ่านเพิ่มเติม
06
กรกฏาคม
2018
TU (BUY/18TP: 17), 2Q18 อาจเจอตั้งสำรองค่าใช้จ่ายหนัก แต่มองเป็นจุดต่ำสุด
(views 11)
ภาพรวมธุรกิจหลักใน 2Q18 เริ่มดูดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจปลาทูน่าที่ราคาเริ่มปรับขึ้นและทรงตัวได้ ทำให้บริหารสต็อกได้ง่ายขึ้น คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัว Q-Q แต่ในแง่ Y-Y อาจจะยังปรับลงเพราะราคาปลาทูน่าที่ลดลง กอปรกับค่าเงินบาทแข็งค่า แต่ไตรมาสนี้อาจมีการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายพิเศษก้อนใหญ่ เกิดจากการยอมความกับลูกค้า 65 รายในสหรัฐฯ ที่มีการฟ้องร้องบริษัทก่อนหน้านี้ เบื้องต้นค่าใช้จ่ายก้อนนี้อาจมีขนาดราว US$30 – US$50 ล้าน ซึ่งกรณี Worst Case หากมากถึง US$50 ล้าน และตั้งสำรองทั้งก้อนในคราวเดียว อาจกระทบให้ 2Q18 พลิกเป็นขาดทุนได้ แต่ถือเป็น One Time และคาดบริษัทจะยังรักษานโยบายการจ่ายปันผลในงวด 1H18 ไม่ต่ำกว่าปีก่อนในอัตรา 0.32 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield 2.2% และคาดกำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องใน 3Q18 ที่เป็น High Season ของธุรกิจ แต่จากผลงาน 1H18 ที่ไม่สดใสนัก เราจึงปรับลดกำไรปีนี้ลง 16.7% เป็นกำไรที่ลดลงจากปีก่อน 20.4% และปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 17 บาท จากเดิม 21 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) เรามองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 2Q18 และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 14.6% Y-Y จึงแนะนำทยอยซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
กรกฏาคม
2018
PLANB (BUY/18TP: 7.1), คาดกำไร 2Q18 โตต่อเนื่อง Q-Q, Y-Y
(views 7)
คาดกำไร 2Q18 โตต่อเนื่อง 8.5% Q-Q, 24.8% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาลและการเติบโตของตลาดโฆษณาสื่อนอกบ้าน (Out of Home: OOH) ดีกว่าตลาดโฆษณาโดยรวม และคาดกำไรในไตรมาสถัดไปโตขึ้นอีก เราคงคาดกำไรทั้งปีโตดีต่อเนื่อง 28% โดยการลงทุน 35% คาดเป็น Upside ไม่มาก 3-4% และเรามีมุมมองเป็นกลาง ขณะที่การลงทุน 19.48% ใน BMN บ.ย่อยของ BEM ที่ทำธุรกิจสื่อในรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เรามองเป็นบวกเนื่องจากจะเพิ่มโอกาสได้บริหารสื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนขยายในอนาคต และบริษัทยังมองหาโอกาสลงทุนเพิ่มในต่างประเทศ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 7.10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
กรกฏาคม
2018
SAWAD (HOLD/18TP: 38), ถือ BFIT เพิ่ม แต่ไม่ส่งผลต่อประมาณการของเรา
(views 13)
SAWAD แจ้งการเข้าถือหุ้น BFIT เป็น 45% (เดิม 36.4%) ไม่ส่งผลต่อประมาณการของเรา และเราคาดหวังการถือ BFIT มากกว่านี้ ขณะที่แนวโน้มกำไร 2Q18 คาดทรงตัวในฐานต่ำที่ราว 560 ลบ. โดยคาดว่าสินเชื่อจะลดลงราว 1-2%Q-Q เพราะมีการจ่ายชำระคืนของลูกค้าในกลุ่ม SME ที่เป็น NPL ในไตรมาสก่อน ขณะที่คาดสินเชื่อใหม่น่าจะขยายตัวได้เล็กน้อยเนื่องจากยังอยู่ในระหว่าการเปลี่ยนโครงสร้างการให้สินเชื่อในกลุ่มบริษัท เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ที่ 2.1 พันลบ. หรือ -21.6%Y-%Y-Y และคงราคาเหมาะสมที่ 38 บาท แต่ปรับคำแนะนำเป็น ถือ (จาก ขาย) จาก Upside ที่กว้างขึ้นจากคำแนะนำในครั้งก่อน แต่กระนั้นเรายังเห็นความเสี่ยงของการฟื้นตัวของ Loan Yield และรอดู NPL รวมถึงความชัดเจนของการตั้งสำรองฯใหม่ตามการกำกับรวมของกลุ่มธนาคาร
อ่านเพิ่มเติม
05
กรกฏาคม
2018
BCH (BUY/18TP: 18.3), กำไร 2Q18 จะโตทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 12)
เราคาดกำไรปกติ 2Q18 ของ BCH เติบโตแข็งแกร่ง 3.2% Q-Q และ 28.8% Y-Y หนุนโดยรายได้ฝั่งประกันสังคมที่ยังได้อานิสงส์จากการปรบเพิ่มเงินตั้งแต่กลางปีก่อน ผู้ป่วยเงินสดโตดีโดยเฉพาะ WMC ขณะที่ต้นทุนยังไม่ได้รับแรงกดดัน ทำให้ Margin ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเราเริ่มเห็น Upside ของประมาณการราว 5% จากปัจจุบันที่คาดโต 11% Y-Y ในปีนี้ ราคาหุ้นปรับลงระยะหลังทำให้ Upside เปิดกว้างขึ้น เราจึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 18.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
กรกฏาคม
2018
BEAUTY (SELL/18TP: 7), ความสวยโรยราไปตามกาลเวลา แนะนำขาย เป้า 7 บาท
(views 14)
จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ทำให้เรากังวลกับแนวโน้มการเติบโตของ BEAUTY มากขึ้น โดยระยะสั้นคาดว่ากำไรสุทธิ 2Q18 จะลดลงแบบ Y-Y ครั้งแรกตั้งแต่เข้าตลาดฯ จากยอดขายในกลุ่ม Beauty Cottage (8-9% ของรายได้รวม) ที่ชะลอตัวหนัก และผลของการคุมเข้มสินค้าและโรงงานผลิตเครื่องสำอางของ อย. ที่ทำให้การออกสินค้าใหม่ล่าช้า รวมถึง ทำให้การส่งออกสินค้าไปจีนยากลำบากมากขึ้น ขณะที่ แนวทางการแก้ปัญหาของ BEAUTY ที่มุ่งเน้นการทำตลาดแบบ Cross Border และการรุกช่องทาง Modern Trade เรามองว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแม้จะเป็นตลาดที่ใหญ่ แต่การแข่งขันก็สูงมากเช่นกัน เราปรับลดกำไรปีนี้ลง 26% เหลือ 1,168 ล้านบาท (-5% Y-Y) และปรับลดกำไรระยะยาวในช่วง 5 ปีข้างหน้าลงเฉลี่ย 32% ต่อปี พร้อมทั้งเปลี่ยนวิธีประเมินมูลค่าจากเดิม DCF เป็น Relative PE เพราะกำไรระยะยาวเริ่มคาดการณ์ได้ยากขึ้น โดยอิง PE Multiplier 18 เท่า ได้ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 7.00 บาท ยังคงแนะนำขาย
อ่านเพิ่มเติม
05
กรกฏาคม
2018
MVP (IPO/18TP: 2.5), MVP: Not just organizer of Thailand Mobile Expo
(views 9)
MVP is mostly known as the organizer of Thailand Mobile Expo, a triannual event. The company has over 11 years of experience in event organizer business and a strong diversification strategy. To elaborate, MVP has diversified to event-related business. First, the company also organizes events for smartphone companies and sports events, e.g. marathons which are being supported by health-conscious consumer trend. Second, it provides caravan rental, a service which will grow in line with the tourism industry. Third, MVP is in an e-commerce business. In particular, the company sells products for Samsung, which has the largest smartphone market share in Thailand. In 2015-2017, MVPs net profit grows by 188% CAGR. Given the companys well-diversified strategy, its quarterly earnings are less volatile than other event organizers in the market, e.g. ARIP, CMO, GPI, and K. In 2018, our forecast calls for MVPs net profit to jump 14% Y-Y to Bt33mn. In 2019-2020, we expect the company’s net profit to grow at an average annual rate of 16% thanks to a rise in TME space, number of sports events (marathons), and its caravan fleet size. We value our 2018 TP at Bt2.5 (PE multiplier 15x). It’s equal to implied PEG of 1x. Note FSS might become an underwriter of MVPs IPO.
อ่านเพิ่มเติม
04
กรกฏาคม
2018
BDMS (BUY/18TP: 29), โมเมนตัม 2Q18 ยังเด่น// ยังเป็น Top Pick
(views 13)
เราคาดกำไรปกติ 2Q18 ยังโตแกร่ง 31.5% Y-Y หนุนจากทั้งฝั่งรายได้ที่โตดีต่อเนื่องนำโดยผู้ป่วยไทยจากฝนที่มาเร็วและการบริโภคที่ฟื้นตัว ขณะที่ต้นทุนคาดว่ายังคุมได้ดีต่อเนื่อง ทำให้ EBITDA Margin ขยายตัวจากปีก่อน ขณะที่ราคาหุ้นปรับฐานลงในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาสะท้อนปัจจัยเสี่ยงของตลาดฯและผลกระทบจากการแปลงสภาพหุ้นกู้ไปมาก เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 29 บาท ยังเป็น Top Pick ของกลุ่ม และเป็นหุ้น Domestic และ Defensive Play เหมาะกับสภาวะตลาดที่ผันผวนในปัจจุบัน
อ่านเพิ่มเติม
04
กรกฏาคม
2018
THANI (BUY/18TP: 9.6), น้องใหม่ SET 100 และยังคาดการสร้างกำไร New High ต่อเนื่อง
(views 9)
คาดการณ์กำไร 2Q18 ยังคงทำสถิติ New Record High ที่ 389 ลบ. +7%Q-Q และ +51%Y-Y เนื่องจากการคาดการณ์การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 5%Q-Q, 27%Y-Y ตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อที่คาด +5%Q-Q และ 21%Y-Y ข้อมูลยอดขายรถบรรทุกใน 2Q18 ดีกว่า 1Q18 และแนวโน้มจะดีขึ้นใน 2H18 ตามภาคการขนส่ง และการส่งออก เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 35%Y-Y เติบโตโดดเด่นในกลุ่ม Non-Bank (คาดการณ์ Sector avg growth 21%Y-Y) คงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 9.60 บาท
อ่านเพิ่มเติม
03
กรกฏาคม
2018
HMPRO (BUY/18TP: 15.5), คาดกำไร 2Q18 จะโตทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 18)
แนวโน้มกำไร 2Q18 จะเติบโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y ถือว่าดีกว่ากลุ่มที่คาดกำไรจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย Q-Q โดยคาด SSSG จะเป็นบวกต่อเนื่องอยู่ที่ระดับ 3% Y-Y ถือว่าทำได้ดีทั้งที่เผชิญกับฝนตกที่เยอะกว่าปกติ ในขณะที่คาดจะมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นได้ดีกว่าเป้าหมาย แม้สินค้ามาร์จิ้นไม่สูงนัก อย่างเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขายดีในไตรมาสนี้ แต่สินค้า House Brand ก็ยังขายดีต่อเนื่อง และคาดกำไรจะอ่อนตัวลงเล็กน้อยใน 3Q18 ตามปัจจัยฤดูกาล และคาดกำไรจะกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง และทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18 เพราะเป็นช่วง High Season และมีการขยายสาขาในประเทศต่อเนื่องในช่วง 2H18 กอปรกับจะมีการจัดงาน Hmpro Expo ครั้งที่ 2 ของปี ดังนั้นเรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 20% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 15.5 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมาจากที่เราแนะนำถือในรายงานฉบับก่อน จนมี Upside กว้างขึ้นเป็น 12.3% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
03
กรกฏาคม
2018
TOP (BUY/18TP: 88), ระยะสั้นอาจดูไม่ดี แต่ Downside Risk จำกัดมากแล้ว
(views 15)
เราแนะนำ “ซื้อ” TOP ที่ราคาเหมาะสม 88 บาท บนสมมติฐาน Market GRM ที่ US$5/บาร์เรล ในขณะที่ Singapore Refinery Margin ใน 1H18 อยู่ที่ US$6.5/บาร์เรล ซึ่งคาดว่าจะทำให้ EBITDA ในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 18,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 63% ของประมาณการกำไรทั้งปี โดยเรามองว่าการคาดการผลประกอบการของเราค่อนข้าง Conservative และมี Downside Risk ที่น้อย เนื่องจากการปรับตัวลงของค่าการกลั่นจะค่อนข้างจำกัด เพราะ ณ ค่าการกลั่นปัจจุบันที่ US$4/บาร์เรล ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาวถึง 40% เนื่องจาก Seasonal Effect ที่โรงกลั่นจะเร่งกลั่นน้ำมันเพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าคงคลังก่อนจะเข้าอยู่ช่วงฤดูมรสุมและการหยุดซ่อมบำรุงในช่วงปลาย 3Q18 ก่อนที่ค่าการกลั่นจะกลับขึ้นมาสูงขึ้นอีกครั้งจากปริมาณความต้องการในช่วงหยุดยาวและฤดูหนาวตอนปลายปี นอกจากนี้ เรายังเห็นประโยชน์ระยะยาวจากการลงทุนในโครงการ CFP ที่คาดว่าจะสามารถเพิ่ม Market GRM ให้กับบริษัทได้อีก US$3.5/บาร์เรลตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นไป การปรับตัวลงของราคาหุ้น TOP ที่ -30% YTD เทียบกับกลุ่มที่ปรับตัวลง -4% YTD จนมีระดับ Valuation ที่น่าสนใจ เพราะว่าที่ราคาปัจจุบัน ได้สะท้อน Market GRM เพียงแค่ US$4.5/บาร์เรล ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ มากไปกว่านั้น ได้สะท้อนผลประกอบการในกรณี Worst Case ของเราบน EBITDA 23,000 ล้านบาท ซึ่งโอกาสเป็นไปได้น้อย หลังจากคาดการณ์กำไรในครึ่งปีแรกไปแล้วกว่า 80% ของประมาณการทั้งปี
อ่านเพิ่มเติม
29
มิถุนายน
2018
DTAC (BUY/18TP: 52), คาดกำไร 2Q18 หดแรง แต่ราคาตอบรับเชิงลบเรื่องประมูลไปมาก
(views 15)
เราคาดกำไรปกติ 2Q18 ของ DTAC จะหดตัวแรงเหลือเพียง 51 ลบ. -94.7% Q-Q, -93.1% Y-Y โดยถูกกดดันจากการเริ่มใช้งานคลื่น 2300 MHz ส่วนการดึงคลื่น 900 MHz กลับมาประมูลเรามองเป็นบวกต่อ DTAC และเป็นไปได้ที่จะตัดสินใจเข้าประมูล ราคาหุ้นปรับตัวลง 25% หลังจากประกาศไม่ประมูล 1800 MHz เรามองว่าสะท้อนปัจจัยลบไปมากและมี Downside ค่อนข้างจำกัดเที่ยบกับมูลค่าเหมาะสมเบื้องต้นหาก DTAC ไม่เข้าประมูลคลื่นใดเลย เราจึงยังมองเป็นจังหวะในการ “ซื้อ” โดยปรับราคาเหมาะสมลงเล็กน้อยเป็น 52 บาท
อ่านเพิ่มเติม
27
มิถุนายน
2018
KCE (BUY/19TP: 45), คาดกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ 2Q18 และจะดีต่อเนื่องไปในปี 2019
(views 20)
ผ่านกำไรต่ำสุดปีนี้แล้วใน 1Q18 เราคาดเห็นการฟื้นตัวของกำไรใน 2Q18 จากราคาทองแดงที่เริ่มอ่อนตัวลง, ค่าเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่า และคลี่คลายปัญหาคอขวดสายการผลิตแล้วเสร็จตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังเป็นเพียงบริษัทเดียวที่ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ และคาดกำไรจะฟื้นตัวในช่วง 2H18 อย่างชัดเจน จากคำสั่งซื้อที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง และยังเป็นช่วง High Season ของการส่งออก กอปรกับมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 1.7 ล้านตร.ฟุตต่อเดือน จากสิ้น 2Q18 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1.5 ล้านตร.ฟุตต่อเดือน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านตร.ฟุตต่อเดือนในปีหน้า ซึ่งเราเชื่อว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติที่เอื้อต่อการทำธุรกิจของบริษัท โดยเฉพาะกระบวนการผลิตที่จะกลับมาราบรื่นอีกครั้ง ส่วนราคาทองแดง เรามองว่ายังคงอยู่ในระดับสูง เพราะปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นจำกัด ยังไม่สามารถครอบคลุมความต้องการที่สูงขึ้นได้ แต่ไม่กระทบต่อการแข่งขันของบริษัท เพราะผู้ผลิต PCB ทุกรายต้องเผชิญกับต้นทุนทองแดงในราคาที่ใกล้เคียงกัน เราคาดกำไรสุทธิปี 2018 โต 8% Y-Y และคาดจะโตมากขึ้นเป็น 13.5% Y-Y ในปี 2019 ทั้งนี้เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 เป็น 45 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) เพื่อสะท้อนการฟื้นตัวชัดเจนใน 2H18 ต่อเนื่องไปในปี 2019 มี Upside 20% ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
27
มิถุนายน
2018
ADVANC (BUY/18TP: 220), กำไร 2Q18 ยังดี // อาจประมูล 1800 MHz เพิ่ม
(views 22)
เราคาดกำไรปกติ 2Q18 ของ ADVANC ยังโตดี 1.9% Q-Q และ 15.5% Y-Y โดยภาพรวมการแข่งขันในธุรกิจมือถือไม่ได้รุนแรงขึ้น ขณะที่เกณฑ์ประมูลคลื่น 1800 MHz ที่ผ่อนคลายมากขึ้น เรามองว่ามีโอกาสที่จะทำให้ ADVANC เข้าประมูลอีก 1 ใบอนุญาต (5 MHz) เพื่อให้ประสิทธิภาพโครงข่าย 4G แตะจุดสูงสุด ซึ่งเราประเมินผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มจะไม่กดดันผลการดำเนินงานอย่างมีนัยยะโดยคิดเป็น 2.5% ของกำไรทั้งปีที่ 3.26 หมื่นลบ. +9.1% Y-Y ราคาหุ้นที่ปรับลงมาในช่วง 2 เดือนล่าสุดทำให้ Upside เปิดกว้าง รวมถึง Dividend Yield ที่กลับมาเหนือ 4% อีกครั้ง เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อลงทุน”
อ่านเพิ่มเติม
25
มิถุนายน
2018
CK (BUY/18TP: 34), อนาคตที่สดใสรออยู่
(views 21)
เราชอบ CK จากการเป็น 1 ใน 3 ยักษ์ใหญ่รับเหมาก่อสร้างไทย ผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเร่งลงทุนงานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ พร้อมกระจายการลงทุนในบริษัทลูกสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยง และเป็นแต้มต่อในการรับงานเพิ่ม สำหรับแนวโน้มกำไรปกติปี 2018 คาดฟื้นตัวดี +17% Y-Y เป็น 1.76 พันล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากการเติบโตของเงินลงทุนในบริษัทลูก และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีราว 8% ปัจจุบันมี Backlog อยู่ที่ 6.5 หมื่นล้านบาท และมีโอกาสรับงานเข้ามาเติมอีกมากจากแผนประมูลโครงการใหญ่ในช่วงที่เหลือของปี รวมมูลค่า 7.8 แสนล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้น Discount NAV ของบริษัทลูกถึง 19% ประกอบกับงานประมูลของภาครัฐเริ่มมีความชัดเจนขึ้น เราจึงมองว่าเป็นจังหวะที่ดีของการซื้อลงทุน ประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 34 บาท
อ่านเพิ่มเติม
22
มิถุนายน
2018
KSL (T-BUY/18TP: 4.5), ราคาน้ำตาลผ่านจุดต่ำสุด แต่การฟื้นตัวช้าและน้อยกว่าคาด
(views 17)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ แม้จะมุมมองว่าราคาน้ำตาลที่ตกต่ำได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่เรายังเห็นปัจจัยที่ยังกดดันให้ราคาน้ำตาลฟื้นตัวได้ช้าหรือน้อยกว่าที่เคยคาดไว้ จากทั้งคาดการณ์ผลผลิตน้ำตาลโลกปีหน้าจะเกินดุลต่อเนื่องจากปีนี้, คาดเห็นการระบายสต็อกของผู้ประกอบการทั่วโลกในระยะถัดไป และค่าเงินของบราซิลอ่อนค่า ทั้งนี้เรามองกรอบราคาน้ำตาลโลกในปีหน้า 2018/19 จะอยู่ที่ราว 13-15 เซนต์ต่อปอนด์ จากปัจจุบันที่ 11-12 เซนต์ต่อปอนด์ ในส่วนของผลการดำเนินงาน เรามองว่าได้ผ่านกำไรสูงสุดปีนี้แล้วใน 2Q18 และคาดกำไรในช่วง 2H18 จะแผ่วลงตามฤดูกาล ซึ่งผ่านช่วงหีบอ้อยไปแล้ว และจะมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าราว 1 เดือนใน 4Q18 จึงคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ไว้ที่ 1.33 พันล้านบาท (-32.4% Y-Y) โดยกำไรสุทธิ 1H18 คิดเป็นสัดส่วน 62% ของประมาณการทั้งปี แต่ด้วยการฟื้นตัวของราคาน้ำตาลที่ช้าและน้อยกว่าคาด เราจึงปรับลด PE ลงเป็น 15 เท่า จากเดิม 17 เท่า และปรับลดราคาเป้าหมายปี 2018 เป็น 4.5 บาท จากเดิม 5.1 บาท แม้จะมี Upside 46.1% แต่ยังคงคำแนะนำ เก็งกำไรตามราคาน้ำตาลตลาดโลกเท่านั้น
อ่านเพิ่มเติม
20
มิถุนายน
2018
DOD (IPO: 9.3/18TP: 12), ผู้เชี่ยวชาญอาหารเสริมเพื่อสุขภาพและความงาม
(views 27)
DOD เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและความงาม โดยมาจากส่วนประกอบจากธรรมชาติเป็นหลัก รายได้ส่วนใหญ่เป็นการรับจ้างผลิตของลูกค้าในประเทศ อาทิ บริษัทซื้อมาขายไป, บริษัทขายตรง และเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์สินค้า เช่น ดารา นักแสดง ล่าสุดมีจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของตนเองแล้ว ถือเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จรายหนึ่ง เพราะความน่าเชื่อถือในผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับรองมาตรฐานอย่างถูกต้อง และผลลัพธ์ที่ดีของสินค้า ทำให้ได้รับความพึงพอใจและการยอมรับจากลูกค้า ทั้งในปี 2018 บริษัทฯได้ลูกค้ารายใหม่เพิ่ม 1 ราย ซึ่งมีขนาดคำสั่งซื้อที่ค่อนข้างใหญ่ และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ 1Q18 จึงคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะทำจุดสูงสุดใหม่ เติบโตสูง 73.2% Y-Y และด้วยแผนการขยายโรงสกัดแห่งที่ 2, ห้องปฏิบัติการวิจัยระดับสากล และแผนออกสินค้าใหม่แบรนด์ตนเองอีก 2 กลุ่ม น่าจะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรสุทธิในช่วงปี 2019 - 2020 ให้โตเฉลี่ยปีละ 13% เราประเมินราคาเป้าหมายเท่ากับ 12 บาท (อิง PE 20 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
15
มิถุนายน
2018
TEAMG (IPO/18TP: 4.2), Thailand’s leading integrated consulting company
(views 110)
TEAMG is a provider of integrated consulting services. It provides one-stop services and has experience and expertise in a number of large projects in various industries. Meanwhile, the government investments in order to develop and upgrade Thailands infrastructure system are direct positive for TEAMG. Whats more, the company has potential to grow in the private sector as well as in foreign markets where investments also accelerate. In 2017-2020, we expect TEAMG’s net profit to record a high growth of 23.4% CAGR. We value our 2018 TP at Bt4.2 (PE 23x).
อ่านเพิ่มเติม
14
มิถุนายน
2018
TACC (HOLD/18TP: U.R.), แนวโน้มกำไร 2Q18 ฟื้นช้ากว่าคาด อยู่ระหว่างปรับลดกำไร ปีนี้
(views 25)
การฟื้นตัวใน 2Q18 ดูช้ากว่าที่คาด แม้จะเริ่มขายเครื่องดื่มผงสูตรใหม่น้ำตาลน้อยได้ตั้งแต่ปลาย พ.ค. เป็นต้นมา ช่วยให้มาร์จิ้นดีขึ้นได้ แต่กลับถูกหักล้างด้วยการแข่งขันในกัมพูชาที่รุนแรงขึ้นจนไม่สามารถรักษากำไรไว้ได้อีกต่อปี ทำให้บริษัทต้องเลือกที่จะหยุดการขายในกัมพูชา เพื่อเลี่ยงการเผชิญผลขาดทุน ถือว่าบริษัทจัดการได้ค่อนข้างเร็ว เพราะการไม่มีโรงงานผลิตของตัวเอง ทำให้มีความยืดหยุ่นในการหยุดธุรกิจได้ง่ายกว่า เราคาดเห็นการฟื้นตัวใน 2H18 โดยให้น้ำหนักไปที่การขายในประเทศ เป็นหลัก ทั้งเครื่องดื่ม Hershey’s, รับรู้รายได้ค่าธรรมเนียมจากการเป็นตัวแทนให้สิทธิ์ใช้ตัวการ์ตูน Rilakkuma และรับรู้ต้นทุนเครื่องดื่มผงสูตรใหม่น้ำตาลน้อยลงเต็มไตรมาสตั้งแต่ 3Q18 ส่วนการทำ JV กับ NPP รุกตลาดจีนและตลาดอื่นๆในภูมิภาค เราคาดจะได้เห็นแผนงานและตัวเลขชัดเจนมากขึ้นในปีหน้า แต่ด้วยการฟื้นตัวของกำไรที่ช้ากว่าคาด จึงอยู่ระหว่างทบทวนปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปีนี้จากปัจจุบันที่คาดไว้โต 11% Y-Y อาจปรับเป็นลดลงจากปีก่อน 15% - 24% และจะปรับลดราคาเป้าหมายจากปัจจุบันที่ให้ไว้ 6 บาท (อิง PE 28 เท่า) ด้วยราคาหุ้นที่ปรับลงมาค่อนข้างมาก และยังคาดว่า 1Q18 จะเป็นกำไรต่ำสุดของปี จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ
อ่านเพิ่มเติม
14
มิถุนายน
2018
TISCO (BUY/18TP: 98), สินเชื่อเริ่มกลับเป็นบวก ขณะแนวโน้มกำไร 2Q18 สดใส
(views 32)
TISCO มีสินเชื่อเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้นเป็นเดือนแรกของปี 0.06%M-M ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ และสินเชื่อรายย่อยทั้งสินเชื่อ Auto Cash และสินเชื่อเช่าซื้อ (ขยับบวกได้เล็กน้อย) ขณะที่เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 2Q18 ที่ดูสดใสกว่ากลุ่มธนาคารที่ 1.84 พันลบ. +4%Q-Q และ +22%Y-Y และเป็นจุดสูงสุดใหม่ เนื่องจากการตั้งสำรองฯและค่าใช้จ่ายพิเศษที่ลดลง เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 7.18 พันลบ. +18%Y-Y ปีนี้เป็นปีที่ดีของ TISCO เนื่องจากมีรายได้ที่เพิ่มจากพอร์ตสินเชื่อใหม่ และการตั้งสำรองหนี้สูญที่ลดลง และรายได้เพิ่มขึ้นจากพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ซื้อจาก SCBT เต็มปี คงราคาเหมาะสมที่ 98 บาท ปรับคำแนะนำจาก ถือ เป็น ซื้อ (TOP Pick) เพราะ upside ที่เปิดกว้างขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
13
มิถุนายน
2018
GLOBAL (BUY/18TP: 19), ไม่ใช่หุ้นในธีมบอลโลก แต่แนวโน้มกำไร 2Q18 เด่นกว่ากลุ่ม
(views 28)
เรามอง GLOBAL เป็นหุ้นในกลุ่มค้าปลีกที่น่าสนใจในช่วงนี้ แม้จะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากเทศกาลบอลโลกจำกัดมาก แต่น่าสนใจในเชิงของโมเมนตัมของผลประกอบการ เนื่องจากคาด SSSG ใน 2QTD จะยังเป็นบวกต่อเนื่อง (เช่นเดียวกับ CPALL และอาจมี HMPRO) ซึ่งสวนทางกับบริษัทอื่นในกลุ่มค้าปลีกที่ส่วนใหญ่จะทรงตัวถึงพลิกเป็นติดลบ เพราะปีนี้มีฝนตกเยอะกว่าปกติ ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน, กำลังซื้อในต่างจังหวัดเริ่มฟื้นอย่างช้าๆตามการขยับขึ้นของราคาสินค้าเกษตร และได้รับผลบวกจากการปรับขึ้นของราคาเหล็ก กอปรกับจะรับรู้รายได้ค่าเช่าศูนย์กระจายสินค้าต่อเนื่องจาก 1Q18 จึงคาดเห็นกำไรสุทธิ 2Q18 ยังเติบโตได้ดี Y-Y ก่อนที่กำไรจะน่าแผ่วลงใน 2H18 เพราะเป็น Low Season ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 27.4% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 19 บาท (DCF) แม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นมาแล้วราว 6% จากที่เราแนะนำเป็นหุ้นเด่นในเดือน มิ.ย. แต่ยังมี Upside ราว 11% บวกกับแนวโน้มกำไร 2Q18 ที่ดูโดดเด่นกว่ากลุ่ม จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
มิถุนายน
2018
KTB (HOLD/18TP: 19.5), NPL แนวโน้มขึ้นต่อ ส่งผลสำรองฯสูงต่อไป
(views 30)
แนวโน้มผลประกอบการ 2Q18 คาดว่าจะแผ่วลงราว 8.5%Q-Q เนื่องจากคาดการณ์การตั้งสำรองฯที่สูงขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของ NPL ในกลุ่มเกษตรกรทำให้เราเกรงว่าอาจเกิด Negative surprise ต่อตลาด แม้เรายังคงประมาณการกำไรทั้งปีที่ 2.36 หมื่นลบ. (+5%Y-Y) แต่เห็นความเสี่ยงของ NPL และการตั้งสำรองฯตามมาตรฐานบัญชี IFRS 9 ที่เพิ่มขึ้น ทำให้เราปรับมาใช้ราคาเหมาะสมโดยอิง Adj BVS (ปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายสำรองฯผ่าน Equity โดยให้มี Coverage ratio 150%) ที่ 19.50 บาท (เดิม 21.80 บาท) ปรับลดคำแนะนำจาก ซื้อ เป็น ถือ/ Switch เป็น TISCO (Top Pick)
อ่านเพิ่มเติม
12
มิถุนายน
2018
ORI (BUY/18TP: 25.4), ต่อจิ๊กซอว์ด้วยธุรกิจ One Origin
(views 23)
เรามีมุมมองบวกกับกลยุทธ์การขยายพอร์ตไปยัง Recurring Income ผ่านบริษัท One Origin จากการพัฒนา 3 ธุรกิจหลักอย่างโรงแรม, ออฟฟิต และอาหาร ด้วยแผนลงทุน 5 ปีข้างหน้า รวม 23 โครงการ มูลค่ากว่า 2.5 หมื่นล้านบาท เน้นพื้นที่กรุงเทพฯ และ EEC เป็นหลัก โดยเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ 4Q19 ช่วยสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอในระยะกลาง-ยาว และกระจายความเสี่ยงได้ดี รวมถึงสามารถขายสินทรัพย์เข้า REIT ในอนาคต ขณะที่แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 คาดเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง โตทั้ง Q-Q และ Y-Y หนุนจากการเริ่มโอน 4 โครงการใหม่ และมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้นให้ NRED อีกราว 59 ล้านบาท คงคาดกำไรปกติปีนี้โตเด่นสุดในกลุ่ม +107% Y-Y และคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 25.40 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
มิถุนายน
2018
MINT (BUY/18TP: 44), ดีล NH Hotel เป็นบวก//คลายความกังวลเรื่องเพิ่มทุน
(views 37)
เรามองดีลซื้อ NH Hotel เป็นบวกระยะยาวในแง่การขยายธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคยุโรปและอเมริกาซึ่ง MINT ยังขาดและยกระดับ MINT ขึ้นเป็นผู้เล่นระดับโลก ล่าสุด MINT จะเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 34.7% และเตรียมทำ Tender Offer ในเดือน ต.ค. นี้ โดยหากอิงจากเป้าหมายสัดส่วนการถือหุ้น 51-55% เราประเมินว่าจะทำให้ประมาณการกำไรปกติปี 2019 มีส่วนเพิ่มราว 14% ขณะที่ประเด็นความกังวลเรื่องเพิ่มทุนเริ่มคลี่คลายโดย MINT สามารถเข้าถือหุ้นในสัดส่วนสูงสุดถึง 68.4% โดยไม่ต้องเพิ่มทุน และจากการประเมินเบื้องต้นเราคาดว่าดีลดังกล่าวไม่ได้ส่งผลลบให้ราคาเหมาะสมลดลงจากปัจจุบันที่ 44 บาท (ไม่รวมดีล NH Hotel) เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
06
มิถุนายน
2018
TK (BUY/18TP: 14.2), การเติบโตจะสดใสครึ่งปีหลัง
(views 25)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2018 ลง 15% เป็น 473 ลบ. (+1.3%Y-Y) เพื่อสะท้อนผลประกอบการ 1Q18 ที่ต่ำกว่าคาด และปรับลดประมาณการสินเชื่อและเพิ่ม Credit cost จากสัญญาณการจ่ายชำระในกลุ่มลูกค้าฐานรากที่อ่อนแอลง ประเด็นการซื้อกิจการ TK แผนที่จะซื้อกิจการในต่างประเทศเพื่อขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความถนัด พร้อมปฏิเสธข่าวการซื้อธุรกิจเงินติดล้อ (เรามองการ “ไม่ซื้อ” เป็น บวก มากกว่า “ซื้อ”) แม้กระนั้น เราคาดว่าผลประกอบการจะมีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปีตามสินเชื่อฟื้นตัวตามฤดูกาล จึงคงคำแนะนำ ซื้อ โดยปรับราคาเหมาะสมใหม่ลงมาอยู่ที่ 14.20 บาท (เดิม 16.70 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
05
มิถุนายน
2018
TMB (BUY/18TP: 2.86), ปรับลดกำไรแต่ยังคงคำแนะนำ ซื้อ
(views 26)
เราคาดว่าแนวโน้มกำไร 2Q18 ของ TMB น่าจะดูดีกว่าธนาคารขนาดใหญ่อื่น เนื่องจากคาดว่า NIM และ Fee ยังไม่เปลี่ยนแปลงเชิงลบจากผลกระทบของการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่าน mobile อย่างไรก็ตามเราได้ปรับลดประมาณการกำไรทั้งปี 2018 ลง 8.5% มาอยู่ที่ 9.2 พันลบ. (+5.8%Y-Y) โดยส่วนใหญ่เป็นการปรับลดการเติบโตรายได้ค่าธรรมเนียมจาก Loan-related fee ที่น่าจะชะลอตามการปล่อยกู้ฝั่งธุรกิจที่ชะลอตัวเช่นกัน รวมถึงปรับเพิ่ม Credit cost เพื่อสะท้อนความอนุรักษ์นิยมของคุณภาพหนี้ เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 2.86 บาท (เดิม 3.30 บาท) แต่คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
มิถุนายน
2018
AH (BUY/18TP: 47), ระยะสั้นดูดีสุดในกลุ่ม แต่ระยะยาวยังต้องพิสูจน์ฝีมือของ SGAH
(views 29)
เรากลับมาจัดทำบทวิเคราะห์ AH และเริ่มต้นด้วยคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 47 บาท โดยมีปัจจัยหนุนระยะสั้นจากแนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิ 1H18 ที่จะ Outperform กลุ่ม จากการรับรู้ดอกเบี้ยรับของ SGAH ที่เริ่มตั้งแต่ 2H17 ก่อนจะกลับมาโตปกติตามกลุ่มใน 2H18 โดยเราคาดกำไรสุทธิทั้งปีนี้ที่ 1,418 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% Y-Y ขณะที่ การเติบโตในระยะยาวขึ้นอยู่กับส่วนแบ่งกำไรจาก SGAH ซึ่งปัจจุบันยังไม่มากนัก และการลงทุนในตลาดใหม่ๆ เช่น เวียดนาม ทั้งหมดยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ว่าจะเข้ามาชดเชยดอกเบี้ยรับที่หายไปราว 320 ล้านบาท/ปี ตั้งแต่ปี 2021 ได้หรือไม่ ส่วนด้าน Valuation ยังถือว่าไม่แพง แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นมาแล้ว 9% เทียบกับกลุ่มยานยนต์ที่ -0.8% YTD แต่ยังคิดเป็น PE2018-19 เพียง 8.3-8.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตของตัวเองที่ 11 เท่า และค่าเฉลี่ยกลุ่มยานยนต์ที่ 15 เท่า สำหรับการลงทุนระยะสั้นภายในปีนี้ AH จึงดูน่าสนใจสุดในกลุ่ม แต่ระยะยาว 3-5 ปีเรามองว่าคนที่ก้าวเข้าสู้ตลาด EV ก่อนอย่าง PCSGH ยังดูน่าสนใจมากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
04
มิถุนายน
2018
CHG (BUY/18TP: 2.7), ยังเป็นหนึ่งใน Top Pick ของกลุ่ม
(views 32)
โมเมนตัมการเติบโตของกำไรใน 2Q18 คาดว่ายังแข็งแกร่งต่อเนื่องเมื่อเทียบ Y-Y จากฝนที่มาเร็วซึ่งหนุนให้ผู้ป่วยเงินสดคาดว่ายังเติบโตแข็งแกร่ง ขณะที่ฝั่ง Margin คาดยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่องจาก Operating Leverage จากการลงทุนในช่วง 2 ปีที่แล้วที่เริ่มออกดอกออกผล เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2018 ขึ้น 5% สะท้อน Upside ที่เคยประเมินหลังประกาศกำไร 1Q18 ดีกว่าคาดมาก โดยคาดเติบโตถึง 20.1% Y-Y สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มการแพทย์และสูงที่สุดในกลุ่ม ส่งผลให้ราคาเหมาะสมขยับขึ้นเป็น 2.70 บาท ซึ่งยังมี Upside เปิดกว้างเมื่อเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบัน เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็นหนึ่งใน Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
04
มิถุนายน
2018
WORK (HOLD/18TP: 48), แนวโน้มกำไร 2Q18 เพิ่ม Q-Q น้อยกว่าเคยคาด ลดลงมาก Y-Y
(views 30)
แนวโน้ม 2Q18 กำไรน้อยกว่าตลาดเคยคาด โตปานกลาง Q-Q และลดลงมาก Y-Y จากอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยลดลงราว 3% Q-Q จาก Rating ช่อง WPTV ฟื้นช้า แม้คาดอัตราใช้เวลาโฆษณาเพิ่มตามฤดูกาล และจะเริ่มตั้งสำรองโบนัสพนักงานในไตรมาสนี้ จากเดิมบันทึกทั้งก้อนในไตรมาสสุดท้าย แม้คาดหวัง Rating ดีขึ้นตั้งแต่เดือนมิ.ย. เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ลง 24-28% เป็นกำไรลดลง 10.9% จากฐานสูงใน 2Q17-3Q17 ส่วนใหญ่จากปรับประมาณการรายได้ช่อง WPTV ลง สอดคล้องกับเป้าของบริษัทที่ปรับลง และปรับลด L-T Growth เป็น 2% สะท้อนมุมมองแนวโน้มระยะยาวด้อยกว่าเคยคาด ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับลงเป็น 48 บาท จากเดิม 78 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมาสะท้อนส่วนใหญ่แล้ว คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
01
มิถุนายน
2018
BCH (BUY/18TP: 18.3), ราคาหุ้นที่ปรับลงเปิดโอกาสให้เข้าซื้ออีกครั้ง
(views 40)
โมเมนตัมการเติบโตของกำไรใน 2Q18 คาดว่ายังแกร่ง Y-Y จากฝนที่มาเร็ว การบริโภคที่ยังดี รวมถึงยังได้อานิสงส์จากฝั่งประกันสังคมที่ยังโตจากฝั่ง Billing เฉลี่ยต่อผู้ประกันตนแม้จำนวนจะทรงตัว ขณะที่การลงทุนโรงพยาบาลใหม่ยังคงเดินหน้าตามแผนและเราประเมินว่าจะไม่ถ่วงผลการดำเนินงานในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า เนื่องจากส่วนใหญ่จะเข้าในปี 2020 ทำให้เรายังคงประมาณการกำไรปกติ 2018-2029 เติบโตในระดับที่ดีเฉลี่ยราว 10.7% ต่อปี ราคาหุ้นปรับตัวลงหลังจากที่เราลดคำแนะนำเป็น “ถือ” ทำให้ Upside เริ่มเปิดกว้างกว่า 10% อีกครั้ง เรามองเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนรอบใหม่จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 18.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤษภาคม
2018
EPG (BUY/19TP: 12), กำไรปกติ 4Q18 ฟื้นตัวทุกธุรกิจ และจะค่อยๆฟื้นอย่างต่อเนื่อง
(views 40)
กำไรปกติ 4Q18 (ม.ค.-มี.ค. 2018) ฟื้นตัวตามคาด +37% Q-Q, -9% Y-Y หากไม่รวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรปกติ 4Q18 (ม.ค.-มี.ค. 2018) ที่ 273 ล้านบาท สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างช้าๆตามที่เราคาด โดย +36.6% Q-Q แต่ยัง -8.6% Y-Y การฟื้นตัวมาจากทุกธุรกิจทั้งการเพิ่มรายได้และคุมต้นทุน โดยเฉพาะธุรกิจหลัก Aeroklas – ชิ้นส่วนยานยนต์ (49% ของรายได้รวม) ซึ่งรายได้ทำ new high ที่ 1,185 ล้านบาท +8% Q-Q, +20% Y-Y และมีอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเป็น 40.3% แต่ยังต่ำกว่าช่วงที่ดีที่สุดที่เคยทำได้ 44-45% ส่วน ธุรกิจ Aeroflex – ฉนวนยาง (27% ของรายได้รวม) มีรายได้ลดลงจาก 3 ไตรมาสก่อนหน้าที่มีรายได้เฉลี่ย 700-730 ล้านบาท เหลือ 649 ล้านบาท แต่เป็นระดับที่ใกล้เคียง 4Q ของในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จึงอธิบายได้ว่าฤดูกาลมีผลอยู่มาก สำหรับธุรกิจ EPP - บรรจุภัณฑ์พลาสติก (24% ของรายได้รวม) มีรายได้ดีขึ้น 4% Q-Q, 3% Y-Y ซึ่งทำให้อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นขึ้นเป็น 19.3% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายขายและบริหารยังสูงต่อเนื่อง โดยเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวกับการเปิดสาขาร้าน TJM และการส่งเสริมการขายและทำตลาด อันที่จริง ถ้าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลดลงใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนๆ บริษัทจะสามารถทำกำไรได้ 300 ล้านบาทเศษในไตรมาสนี้ซึ่งเป็นระดับปกติแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤษภาคม
2018
BGRIM (BUY/18TP: 32), มีทั้งเรื่องลบเรื่องบวก
(views 91)
จาก Analyst Meeting ผู้บริหารชี้แจงประเด็นแผนย้ายที่ตั้ง 2 โรงไฟฟ้า น่าจะทำให้ตลาดคลายกังวลลง แต่มีประเด็นใหม่ ภาครัฐมีแนวทางเปลี่ยนการต่อสัญญาโรงไฟฟ้าจากเดิมแบบ SPP Replacement เป็น SPP Extension 10 ปี ข้อดี ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก และกำไรช่วงดังกล่าวมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าแนวทางเดิม แต่การต่ออายุสัญญาที่สั้นกว่าเดิม ทำให้มี Downside ราว 5-10% ต่อราคาเป้าหมาย แต่น่าจะชดเชยจาก Upside โอกาสได้โครงการร่วมทุน Solar Farm ในเวียดนาม ซึ่งคาดสรุปใน 2Q18 นี้ และคงคาดกำไรปกติ 2Q18 โตต่อ Q-Q, Y-Y ทั้งปีโตสูง 40% จาก 3 โรงไฟฟ้าทยอย COD แนะนำ ซื้อสะสม เป้าหมายปี 2018 ที่ 32 บาท (SOTP)
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤษภาคม
2018
ASAP (BUY/18TP: 8), การเติบโตน่าจะสนใจขึ้นในครึ่งปีหลัง
(views 39)
แม้เราคงมีมุมมองการเติบโตที่สดใสสำหรับธุรกิจรถเช่า และเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตของ ASAP แต่เราปรับประมาณการลง 17% เป็น 204 ลบ. +35%Y-Y เนื่องจากการเปิดตัว ASAP Auto Park ที่ช้ากว่าประมาณการเดิม และปรับลดจำนวนการขายรถยนต์หมดสัญญาเช่าลง ปัจจัยสนับสนุนราคาหุ้นน่าจะเริ่มใน 2H18 ซึ่งโครงการ Auto Park จะเริ่มเปิดดำเนินงาน และการขยายกองรถเช่าที่เพิ่มขึ้น ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 8 บาท (เดิม 8.20 บาท) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤษภาคม
2018
PCSGH (BUY/18TP: 13), แนวโน้มปีนี้สดใสตามอุตสาหกรรมและการรับรู้สินทรัพย์ยุโรป
(views 47)
เรายังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 13 บาท (DCF, WACC 8%) ปัจจัยหนุนระยะสั้นคือการเติบโตของยอดผลิตรถยนต์ จากทั้งกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัว และการส่งออกที่กลับมาขยายตัวดี และคาดจะดีขึ้นอีกใน 2H18 จากเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่า ส่วนมาตรการภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐฯ ถ้าเกิดขึ้นจริง คาดว่ากระทบจำกัด เพราะมีสัดส่วนเพียง 3% ของยอดส่งออกรถยนต์ทั้งหมด ขณะที่ การรวมผลประกอบการจากโรงงานในยุโรป จะเริ่มตั้งแต่ 2Q18 นี้ ซึ่งผู้บริหารยังเชื่อว่าจะไม่เป็นตัวฉุดธุรกิจในไทย และการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ EV จะเริ่มใน 4Q19 ซึ่งเร็วกว่าคาดการณ์เดิม เรายังคาดกำไรสุทธิทั้งปีนี้ที่ 790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% Y-Y ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PE2018 เพียง 15 เท่า ใกล้เคียงกลุ่มยานยนต์ ซึ่งเรามองว่า PCSGH ควรซื้อขายที่ PE สูงกว่า เพราะมีความสามารถในการทำกำไรดีกว่า และความเสี่ยงทางการเงินต่ำกว่า โดยมีค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 20 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
24
พฤษภาคม
2018
HANA (BUY/18TP: 43), คาดกำไร 2Q18 จะฟื้นตัว แต่จะสดใสมากขึ้นใน 3Q18
(views 40)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรายังมองบวกต่อภาพคำสั่งซื้อที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่องทั้งในกลุ่ม PCBA และ IC แต่ยังมีปัจจัยกดดันจากทั้งค่าเงินบาทแข็งค่า (ช่วงครึ่งหลังของ 2Q18 ดูดีขึ้นจากบาทที่กลับมาอ่อนค่าเล็กน้อย) และปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่ยังมีอยู่ ซึ่งน่าจะคลี่คลายมากขึ้นใน 3Q18 รวมถึงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตั้งแต่เดือน เม.ย. อาจทำให้แนวโน้มกำไร 2Q18 ฟื้นตัวได้แต่ยังไม่สดใสนัก และคาดกำไรจะสดใสมากขึ้นใน 3Q18 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ จากกำไรสุทธิ 1Q18 คิดเป็นสัดส่วน 25% ของประมาณการทั้งปี และสถานการณ์ภาพรวมยังดูสอดคล้องกับประมาณการของเรา ดังนั้นเรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 ไว้ที่ 2.3 พันล้านบาท ลดลง 20% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 43 บาท (อิง PE เดิม 15 เท่า) ยังมี Upside 18.6% และคาด Dividend Yield ปีนี้ 5.5% จึงยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
พฤษภาคม
2018
EPG (BUY/18TP: 12), คาดกำไรเริ่มฟื้นใน 4Q18 (สิ้นสุด มี.ค. 2018)
(views 56)
แนวโน้มกำไร 4Q18 (ม.ค.-มี.ค. 2018) ฟื้นจากจุดต่ำสุดในไตรมาสก่อน ตามการฟื้นตัวอย่างช้าๆ ของทั้ง 3 ธุรกิจทั้งชิ้นส่วนยานยนต์ ฉนวนยาง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ฉุดผลประกอบการในไตรมาสที่ผ่านมาเพราะกำลังซื้อที่ชะลอและถูกตัดราคาขาย แต่เงินบาทที่แข็งค่าและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่หลงเหลือมาจากไตรมาสก่อนทำให้กำไรยังฟื้นไม่เต็มที่ เราคาดกำไรสุทธิ +23% Q-Q, -18% Y-Y เป็น 225 ล้านบาท รวมกำไรทั้งปี 2018 (สิ้นสุด มี.ค. 2018) น่าจะจบที่ 983 ล้านบาท -29% Y-Y แย่กว่าที่เคยคาด แต่ด้วยการจับจ่ายในประเทศที่เริ่มฟื้นชัดเจนและการควบคุมรายจ่ายอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นปัญหาหลักในปีที่ผ่านมา คาดว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวตั้งแต่ 1Q19 เราคาดกำไรสุทธิปี 2019 (สิ้นสุด มี.ค. 2019) +27% Y-Y เป็น 1,250 ล้านบาท แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงเล็กน้อยเป็น 12 บาทจาก 14 บาท (ปรับ EV/EBITDA ลงเป็น 18 เท่า) ยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤษภาคม
2018
TVO (BUY/18TP: 38), มองบวกต่อแนวโน้มราคาถั่วเหลืองปีหน้า
(views 39)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มราคาถั่วเหลืองในปีหน้า จากภาวะถั่วเหลืองโลกน่าจะยังขาดดุลต่อเนื่อง และคาดสต็อกถั่วเหลืองโลกจะปรับลดลง 6% Y-Y แม้ระยะสั้น แนวโน้มราคาถั่วเหลืองอาจอ่อนตัวลงได้ในช่วง 2H18 ภายหลังผลผลิต Crop ใหม่ของสหรัฐฯจะออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือน ก.ย. เป็นต้น แต่เชื่อว่าการปรับลงค่อนข้างจำกัด เพราะยังมีเรื่องของจีนที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ทำให้หันไปนำเข้าจากบราซิลมากขึ้น จนบราซิลได้ขายล่วงหน้าไปหมดแล้วในเดือน มิ.ย. และผลผลิตจากอาร์เจนติน่าก็ขาดแคลนเพราะปํญหาภัยแล้ง ทั้งนี้เราคาดกำไรของ TVO จะกลับมาเติบโตใน 2H18 จากการแข่งขันของกากถั่วเหลืองนำเข้าที่น้อยลงเพราะผลผลิตน้อยและราคาสูง จะเป็นบวกต่อการขายกากถั่วเหลืองของบริษัท เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 โต 67.2% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และคงราคาเป้าหมายที่ 38 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงจนมี Upside กว้างขึ้นเป็น 19.7% และคาด Dividend Yield 7.3% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2018
BDMS (BUY/18TP: 29), เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
(views 44)
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2018-2020 ของ BDMS ขึ้น 6-8% สะท้อนรายได้และ Margin ที่ดีกว่าคาด โดยคาดว่ากำไรปกติจะทำ New High ได้อีกครั้งตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป นอกจากนี้เราเห็นผลบวกจากกลุ่มประกันมีบทบาทมากขึ้น และ BDMS เริ่มจับมือกับพันธมิตรในการออกประกันสุขภาพให้ใช้บริการเฉพาะกลุ่ม BDMS เพื่อใช้ประโยชน์จากเครือข่ายโรงพยาบาลที่มีทั่วประเทศและ Capacity ที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมจาก 26 บาทเป็น 29 บาท ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2018
KTC (SELL/18TP: 324), Good Non-Bank
(views 76)
KTC เป็น Non-Bank คุณภาพเยี่ยมทั้งด้านการเติบโตของธุรกิจ และการบริหารคุณภาพสินเชื่อ การคาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทจะอ่อนตัวใน 2Q18 น่าจะเปิดโอกาสให้ราคาหุ้นมี Upside มากกว่าขณะนี้และน่าจะเข้าซื้อสะสมได้ในช่วงราคาอ่อนตัว KTC อยู่ในระหว่างกระบวนการแตกพาร์ ซึ่งน่าจะทำให้สภาพคล่องของหุ้นดีขึ้น (เข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้น 6 ก.ค. นี้และถ้าอนุมัติจะซื้อขายได้ที่พาร์ใหม่อีกราว 1 สัปดาห์) เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 4.6 พันลบ. +40%Y-Y โดยมีสมมติฐาน Credit cost ที่ 7.8% และ CoF ที่ 3% และคงราคาเหมาะสมที่ 324 บาท อิง Justified PER ที่ 18 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2018
AMATA (BUY/18TP: 30), กำไรปกติ 1Q18 ดีเกินคาดจากการโอนที่ดินจำนวนมาก
(views 37)
กำไรปกติ 1Q18 ดีเกินคาดมาก AMATA รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 413.4 ล้านบาท โดยมีรายการพิเศษคือกำไรจากการขายสินทรัพย์และขาดทุน FX หากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติอยู่ที่ 464.9 ล้านบาท +30.0% Q-Q, +59.8% Y-Y ดีเกินคาดมาก เพราะยอดโอนที่ดินที่สูงเกินคาด โดยใน 1Q18 AMATA มียอดโอนที่ดิน 107 ไร่ (ไทย 37 ไร่ และเวียดนาม 70 ไร่) ขณะที่ใน 1Q17 โอนที่ดินได้เพียง 35 ไร่ แม้จะต่ำกว่า 4Q17 ที่โอนได้ 146 ไร่ แต่พื้นที่ที่โอนให้ลูกค้าส่วนใหญ่ใน 1Q18 เป็นพื้นที่ที่ถูกปรับราคาขายขึ้นมาแล้ว และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในโครงการอมตะซิตี้ชลบุรี และอมตะซิตี้เบียนหัวในเวียดนาม ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าในอมตะซิตี้ระยอง ส่งผลให้รายได้จากการขายที่ดินใน 1Q18 เพิ่มขึ้นถึง 172% Y-Y เป็น 525 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 47% ของรายได้รวม รายได้ดังกล่าวลดลง 7% Q-Q เพราะ 4Q เป็น peak season สำหรับธุรกิจขายสาธารณูปโภคและให้เช่าโรงงานสำเร็จรูปซึ่งเป็น Recurring income และโตต่อเนื่องตามจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ในไตรมาสนี้มีรายได้รวมกัน 602 ล้านบาท (53% ของรายได้รวม) -2% Q-Q (ตามฤดูกาล), +3% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2018
SAWAD (SELL/18TP: 38), กำไรสร้างความผิดหวังพร้อมกับ NPL เพิ่มขึ้น
(views 56)
กำไร 1Q18 น่าผิดหวัง SAWAD รายงานกำไร 1Q18 น่าผิดหวังที่ 565 ลบ. ลดลง 22%Q-Q (ก่อนปรับปรุงกำไร 4Q17) และ 36%Y-Y เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงมากกว่าคาด +28%Q-Q และ 10%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารซึ่งมาจากการขยายสาขา และรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าคาด Interest spread ทรงตัวในระดับต่ำที่ราว 13.8% สะท้อนว่าการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อเข้าสู่ BFIT ยังไม่นิ่ง (ถ้านิ่งต้องดีขึ้น) ในไตรมาสนี้ SAWAD มีการตั้งสำรองหนี้สูญลดลง 59%Q-Q แต่ +88%Y-Y ซึ่งไม่สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของ NPL โดยคิดเป็น Credit cost ที่เพียง 1.1% เท่านั้น หากไม่รวมรายการสำรองฯและกำไรพิเศษจากเงินลงทุน (PPOP) ก็ยังเห็นการลดลงของกำไรที่ 9%Q-Q (ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น) และลดลง 21%Y-Y (ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น)
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2018
SPALI (HOLD/18TP: 26), ยอดขายและยอดโอนยังไปได้สวย… แต่ Upside ไม่จูงใจ
(views 62)
กำไร 1Q18 ต่ำกว่าคาด จาก SG&A ที่สูงกว่าคาด SPALI รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 870 ล้านบาท หดตัว 49% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่เติบโต 27% Y-Y ต่ำกว่าที่เราคาด 7% และตลาดคาด 9% จาก SG&A ที่สูงกว่าคาด เพราะมีค่าใช้จ่าย Commission ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยอดโอนยังทำได้ดี ขยายตัว Y-Y ทั้งแนวราบและคอนโดสู่ระดับ 4.5 พันล้านบาท (-40% Q-Q แต่ +23% Y-Y) หนุนจากสินค้าแนวราบในสัดส่วนถึง 62% บวกกับมีการเริ่มโอนคอนโดใหม่อย่าง Supalai Elite พญาไท มูลค่า 2 พันล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในเกณฑ์ดีที่ 38.3% ใกล้เคียงกับ 4Q17 และ 1Q17 ทั้งนี้ ยอด Presales 1Q18 อยู่ที่ 8.8 พันล้านบาท (+56% Q-Q, +17% Y-Y) คิดเป็น 27% ของเป้าทั้งปีที่ 3.3 หมื่นล้านบาท (+7% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2018
SAMTEL (BUY/18TP: 11.2), กำไร 1Q18 เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว
(views 36)
กำไร 1Q18 เริ่มฟื้น SAMTEL ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาที่ 61 ลบ. +709.7% Q-Q, +15.3% Y-Y ซึ่งเริ่มเห็นการฟื้นตัว แม้รายได้จะหดตัว 27.6% Q-Q และโตเพียง 2% Y-Y เพราะยังรับรู้รายได้จากงานโครงการน้อย แต่ปัจจัยหนุนการฟื้นตัวเกิดจาก Gross Margin ที่กลับมาขยายตัวดีขึ้นอย่างมีนัยยะจากไตรมาสก่อนที่ 11.6% ขึ้นเป็น 17.3% ในไตรมาสนี้และเข้าใกล้ระดับที่เคยทำได้ใน 1Q17 ซึ่งมาจากทั้งส่วนรายได้จากการขายและงานตามสัญญา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้จากการให้บริการ
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2018
CPF (BUY/18TP: 28), แนวโน้มกำไร 2Q18 ดูดีขึ้น และน่าจะกลับมาฟื้นตัวดีใน 3Q18
(views 76)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ สถานการณ์เริ่มดูดีขึ้นจากราคาหมูเวียดนามขยับขึ้นเหนือต้นทุนการเลี้ยงแล้ว และปรับขึ้นค่อนข้างแรง น่าจะช่วยหักล้างธุรกิจหมูในไทยที่ยังน่าจะขาดทุนต่อเนื่อง รวมถึงธุรกิจไก่ที่ยังไม่สดใสนัก และส่งผลให้เห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการใน 2Q18 และคาดจะสดใสมากขึ้นในช่วง 2H18 นอกจากคาดหวังธุรกิจหมูเวียดนามกลับมามีกำไรได้เต็มไตรมาสแล้ว คาดหมูไทยและไก่ไทยจะพลิกฟื้นจากที่ขาดทุนด้วย เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ไว้ที่ 1.42 หมื่นล้านบาท (-6.9% Y-Y) และคงราคาเป้าหมายที่ 28 บาท (อิง PE 17 เท่า) ยังมี Upside 12% ทั้งนี้ปัจจัยเสี่ยงที่จะกระทบต่อผลประกอบการยังมีอยู่ ทั้งความผันผวนของราคาเนื้อสัตว์ และบาทแข็งค่า ดังนั้นจึงแนะนำเป็น ทยอยซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2018
TRUE (T-BUY/18TP: 8), 1Q18 ขาดทุนลดลง ปรับเป้าขึ้นและยังแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”
(views 39)
1Q18 ขาดทุนลดลง TRUE ประกาศผลการดำเนินงาน 1Q18 ออกมามีผลขาดทุนปกติ 602 ลบ. (เราตัดรายการกำไรจากการตีราคาสินทรัพย์ใหม่ของ DIF ออก) ดีขึ้นจาก 4Q17 และ 1Q17 ที่ขาดทุนปกติ 1,027 และ 2,726 ลบ. ตามลำดับ โดยการฟื้นตัวมาจากทั้งรายได้ของ True Mobile ที่โตแกร่ง 10% Y-Y จากจำนวน Net Add ที่ยังปรับตัวเพิ่มขึ้น (True Mobile +412 แสนราย) และทำให้ Market Share ในแง่รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 27.6% ในไตรมาสนี้ ขณะที่ True Online มีรายได้เติบโตเด่น +29.2% Y-Y เช่นกัน นอกจากนี้ปัจจัยที่ทำให้มีผลขาดทุนปกติลดลงคือการควบคุมต้นทุนที่ดีมากขึ้น แม้จะเริ่มรับรู้ค่าเช่าบางส่วนจากการขายสินทรัพย์เข้า DIF รอบใหม่ใน 4Q17 โดย EBITDA เติบโตถึง 26.2% Y-Y และ EBITDA Margin ปรับตัวขึ้นเป็น 37% จาก 36.5% และ 31.6% ใน 4Q17 และ 1Q17 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
BDMS (BUY/18TP: 26), กำไร 1Q18 โตสูงกว่าเราและตลาดคาดมาก
(views 38)
กำไร 1Q18 สูงกว่าคาดอย่างน่าประทับใจ BDMS ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาที่ 2,919 ลบ. +43.5% Q-Q, +47.9% Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดมากถึง 15-20% โดยรายได้เติบโตสูง 7.2% Q-Q และ 15.3 % Y-Y ดีกว่าที่เราคาดเนื่องจากโรงระบาดที่มากในปีนี้ซึ่งแตกต่างจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างสิ้นเชิง ขณะที่การควบคุมต้นทุนทำได้ดีกว่าคาดมากเช่นกันทั้งต้นทุนทางตรงและ SG&A ส่งผลให้ได้ประโยชน์จาก Operating Leverage อย่างมีนัยยะและทำให้ EBITDA Margin พุ่งสูงขึ้นเป็น 24.7% ในไตรมาสนี้จาก 20.9% และ 21.8% ใน 4Q17 และ 1Q17 ตามลำดับ สูงสุดในรอบ 13 ไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
BGRIM (BUY/18TP: 32), กำไรปกติ 1Q18 โตตามคาด ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น
(views 42)
กำไรปกติ 1Q18 เพิ่ม 53.3% Q-Q, 21.6% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 723 ล้านบาท เพิ่ม 57.8% Q-Q, 6.4% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษ FX Gain เป็นกำไรปกติที่ 512 ล้านบาท ใกล้เคียงคาด เพิ่ม 53.3% Q-Q, 21.6% Y-Y จากการเริ่ม COD ของโรงไฟฟ้า ABPR3 (133 MW BGRIM ถือหุ้น 55%) ขายไฟให้กฟผ.ตั้งแต่ต้นเดือนก.พ. ที่ผ่านมา รายได้รวมเพิ่ม 5.1% Q-Q, 6.6% Y-Y กอปรกับค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง Q-Q ตามฤดูกาล และค่าใช้จ่ายทางการเงินบันทึกลดลง Q-Q
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
CPN (BUY/18TP: 93), กำไร 1Q18 เป็นไปตามคาด แนวโน้มธุรกิจยังมีทิศทางที่ดี
(views 37)
กำไร 1Q18 เป็นไปตามคาด CPN รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 2,822.3 ล้านบาท +16.4% Q-Q, +1.7% Y-Y เป็นไปตามเราและตลาดคาด ในไตรมาสนี้บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่คือคอนโด Escent เป็นไตรมาสแรก โดยมีการโอนของ Escent ระยองและเชียงใหม่บางส่วน คิดเป็นรายได้ 216 ล้านบาท หรือ 2.8% ของรายได้รวม ซึ่งสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ 37.5% ไม่ทิ้งห่างจากผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดมากนัก สำหรับธุรกิจหลักคือค่าเช่าศูนย์การค้า (88% ของรายได้รวม) +4.4% Q-Q, +7.3% Y-Y โดยรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากศูนย์การค้า 2 ใหม่ที่เปิดปลายปีก่อน คือ มหาชัยและนครราชสีมา แต่ยังถูกกระทบจากศูนย์เซ็นทรัลเวิลด์ที่ยังปรับปรุงพื้นที่ไม่แล้วเสร็จ (คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 3Q18) ส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรม (4% ของรายได้รวม) เติบโตดี +1.9% Q-Q, +5.7% Y-Y ตามฤดูกาล ในส่วนของรายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (6% ของรายได้รวม) ลดลง 16.9% Q-Q จาก high season ในไตรมาสก่อน แต่ +12.4% Y-Y ซึ่งถือว่าแข็งแกร่ง
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
CENTEL (BUY/18TP: 54), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดเล็กน้อย ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
(views 59)
กำไรปกติ 1Q18 โตแข็งแกร่ง CENTEL ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาที่ 883 ลบ. +100% Q-Q, 17.2% Y-Y ดีกว่าคาดเล็กน้อย รายได้เติบโตแข็งแกร่ง +8% ทั้ง Q-Q และ Y-Y ใกล้เคียงคาด จากทั้งธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร โดย Rev Par ของธุรกิจโรงแรมโต 4.4% Y-Y ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารแม้ Same Store Sales Growth จะติดลบ 0.6% แต่ชดเชยจากการเปิดสาขาใหม่และทำให้ Total System Sales Growth โต 7.9% Y-Y ขณะที่ฝั่งต้นทุนควบคุมได้ดีและได้ประโยชน์จาก Operating Leverage ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวขึ้นเป็น 27.2% ในไตรมาสนี้จาก 21.1% ใน 4Q17 แต่ลดลงเล็กน้อยจาก 27.9% ใน 1Q17 (ค่าเสื่อมราคาลดลง Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
EKH (BUY/18TP: 7), กำไร 1Q18 โตเด่นกว่าคาดเล็กน้อย คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 56)
กำไร 4Q17 แข็งแกร่งกว่าคาด EKH ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาที่ 22 ลบ. +1.1% Q-Q, +60.7% Y-Y ดีกว่าคาด 5% โดยรายได้เติบโตโดดเด่นตามคาด +3.9% Q-Q, +18.6% Y-Y จากโรคระบาดที่มากในปีนี้ทั้งไวรัสโรต้า โรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงโรคหลักอย่างไข้หวัดใหญ่และไข้เลือดออก ขณะที่ต้นทุนยังอยู่ภายใต้การควบคุมที่ค่อนข้างดีแม้จะเริ่มเปิดศูนย์ผู้มีบุตรยาก แต่โดยรวมไม่ได้เป็นตัวถ่วงผลการดำเนินงาน ขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ทำให้ได้ประโยชน์จาก Operating Leverage จากรายได้ที่โตแรง และส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวอย่างมีนัยยะเป็น 24.3% ในไตรมาสนี้จาก 23.9% และ 19.7% ใน 4Q17 และ 1Q17 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
ERW (BUY/18TP: 9), กำไร 1Q18 สวยหรู เป็น Top Pick ของกลุ่ม
(views 32)
กำไรปกติ 1Q18 สูงกว่าเราและตลาดคาด ERW ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาแข็งแกร่งอย่างน่าประทับใจที่ 286 ลบ. +77.3% Q-Q, +37.5% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด รายได้เติบโตอย่างโดดเด่น +12.2% Q-Q, +9.7% Y-Y จาก Rev Par ที่เติบโตดีในทุกระดับโรงแรม (รวมทุกโรงแรม ex. Hop Inn +8% Y-Y, Hop Inn +9% Y-Y) ตามทิศทางอุตสาหกรรมและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เป็นขาขึ้น ขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ทำให้ได้ประโยชน์จาก Operating Leverage อย่างมีนัยยะและทำให้ EBITDA Margin เพิ่มขึ้นเป็น 36.4% ในไตรมาสนี้จาก 31.9% และ 33.8% ใน 4Q17 และ 1Q17 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
ICHI (U.R./18TP: U.R.), กำไร 1Q18 ต่ำคาดมาก แนะนำชะลอการลงทุน
(views 31)
กำไร 1Q18 น่าผิดหวังต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 33 ล้านบาท (-64.5% Q-Q, -46.8% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 67 ล้านบาท) จากอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าคาด ถือเป็นกำไรที่ไม่สดใสนัก แม้รายได้ต่างประเทศจะเติบโตสูง 41% Y-Y เพราะมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน แต่ไม่สามารถชดเชยการหดตัวลงของรายได้ในประเทศที่ -22% Y-Y ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาสินค้า เพราะเริ่มถูกจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องชาเขียว และภาษีน้ำตาล ทำให้สัดส่วนของรายได้ในประเทศ : ส่งออกเปลี่ยนแปลงเป็น 73% : 27% จาก 83% : 17% สิ้น 1Q17 ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นน่าผิดหวังมากลดลงมาอยู่ที่ 17.1% จาก 24.7% ใน 4Q17 และ 23.7% ใน 1Q17 จากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับลดลง ทั้งที่เริ่มเข้าสู่ช่วงการทำโปรโมชั่นครั้งใหญ่ (1 มี.ค. - 9 พ.ค.) แต่เพราะปรับลดงบประมาณในการทำโปรโมชั่นลงราว 30% จากภาวะตลาดชาเขียวในประเทศที่ไม่สดใส
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
ITEL (BUY/18TP: 5.4), กำไร 1Q18 ออกมาตามคาด ส่วนใหญ่มาจากรายได้ต่อเนื่อง
(views 33)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 31 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 69% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 ออกมาตามคาดที่ 31 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 69% Y-Y โดยสาเหตุที่ทรงตัว Q-Q เพราะรับรู้งานติดตั้งโครงข่ายลดลง 32% Q-Q เหลือ 288 ล้านบาท ส่วนที่เพิ่มขึ้นสูง Y-Y มาจากรายได้บริการโครงข่ายและดาต้าเซ็นเตอร์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง จากทั้งการได้ลูกค้ารายใหม่, การเปิดให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 2, รวมถึงฐานรายได้ติดตั้งโครงข่ายที่ต่างกัน เพราะ 1Q17 ยังไม่มีโครงการใหญ่จากภาครัฐฯ เช่น เน็บชายขอบ โดยรายได้รวมลดลง 19% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 96% Y-Y อยู่ที่ 365 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 24.9% จาก 20% ใน 4Q17 เพราะสัดส่วนรายได้ให้เช่าโครงข่ายเพิ่มจาก 31% เป็น 40% แต่เมื่อเทียบกับ 1Q17 อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 28.9% เพราะช่วงนั้นมีการรับรู้งานติดตั้งโครงข่ายอัตรากำไรต่ำไม่มากนัก
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
M (BUY/18TP: 90), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด และคาดจะดีมากขึ้นใน 2Q18
(views 74)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดเล็กน้อย กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 632 ล้านบาท (15.8% Q-Q, 14.3% Y-Y) ดีกว่าคาดเล็กน้อย (เราคาดไว้ 603 ล้านบาท) ถือว่าทำได้ดี ส่วนหนึ่งมาจาก SSSG ที่ยังเป็นบวกได้ต่อเนื่อง +3% Y-Y จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และมีปริมาณลูกค้าเข้าร้านคึกคักมากขึ้น ทำให้ SSS สามารถเติบโตได้ทั้งในกทม. และต่างจังหวัด โดยมีการเปิดสาขาใหม่ 8 แห่งในไตรมาสนี้ได้แก่ 2MK, 5 Yayoi และ 1 Hakata แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย -2.2% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่เติบโตได้ 6.7% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังสามารถปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 68.5% เพิ่มขึ้นจาก 67.7% ใน 4Q17 และ 67.5% ใน 1Q17 แม้ราคาวัตถุดิบเป็ดจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ถูกหักล้างด้วยราคาหมูที่ปรับลดลง และสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 52.2% จาก 53.8% ใน 4Q17 เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายโบนัสพิเศษเหมือนในไตรมาสก่อน แต่ปรับขึ้นจาก 51.6% ใน 1Q17 จากค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่ และค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
MINT (BUY/18TP: 44), กำไร 1Q18 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
(views 35)
กำไรปกติ 1Q18 ต่ำกว่าคาด MINT ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาที่ 1,719 ลบ. +6.7% Q-Q, -10.7% Y-Y ต่ำกว่าคาด 8% ภาพรวมธุรกิจอาหารและค้าปลีกถือว่าทำได้ใกล้เคียงคาดทั้งรายได้และอัตรากำไร แต่สาเหตุที่กำไรต่ำกว่าคาดเกิดจาก Margin ที่ต่ำกว่าคาดในส่วนของธุรกิจโรงแรมและอสังหาฯ ซึ่งผู้บริหารให้ข้อมูลว่าเกิดจากการรวมงบการเงิน Corbin and King ที่ได้เข้าลงทุนตั้งแต่ปลายปีก่อนและการเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาตต (ซึ่งทำให้เราผิดหวังเล็กน้อย) นอกจากนี้สาเหตุที่ทำให้กำไรลดลง Y-Y เกิดจากผลของการแปลงค่างบการเงินจากค่าเงินบาททีแข็ง รวมถึงช่วงเวลาการโอนของธุรกิจอสังหาฯ โดยใน 1Q17 มีโอนวิลล่าโครงการ Anantara Layan ถึง 3 หลังมูลค่าเกือบ 1 พันลบ. ในขณะที่ไตรมาสนี้ไม่มี
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
ORI (BUY/18TP: 25.4), กำไร 1Q18 น่าประทับใจ ปรับประมาณการกำไรทั้งปีขึ้น
(views 82)
กำไรสุทธิ 1Q18 ดีกว่าเราและตลาดคาด +184% Y-Y ORI รายงานกำไรปกติ 1Q18 อยู่ที่ 489 ล้านบาท หดตัว 28% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่โตแรง 184% Y-Y ดีกว่าเราคาด 53% และตลาดคาดถึง 82% จาก GPM การขายอสังหาฯที่ทำได้ดีกว่าคาดเป็น 39.2% (จาก 33.6% ใน 4Q17) จาก GPM ของ Park24 เฟส 1 ที่ดีขึ้น ขณะที่ยอดโอนแตะระดับ 2 พันล้านบาท (-60% Q-Q แต่ +130% Y-Y) ใกล้เคียงคาด หนุนจากการโอนโครงการ Park24 เฟส 1 ต่อเนื่องราว 800 ล้านบาท และเริ่มโอนคอนโดใหม่อย่าง KnightsBridge ติวานนท์ มูลค่า 1.15 พันล้านบาท (Sold 72%) ประกอบกับมีรายได้จากการบริหารโครงการให้ NRED อยู่ที่ 408 ล้านบาท จากการเปิดคอนโดใหม่อย่าง KnightsBridge Space รัชโยธิน มูลค่า 2.7 พันล้านบาท ทั้งนี้ ยอด Presales 1Q18 อยู่ที่ 5.1 พันล้านบาท (+20% Q-Q, +255% Y-Y) คิดเป็น 25% ของเป้าทั้งปีที่ 2 หมื่นล้านบาท (+36% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
RS (BUY/18TP: 32), กำไร 1Q18 อ่อนลง Q-Q แต่โตสูง Y-Y ดีกว่าคาด 11%
(views 65)
กำไรสุทธิ 1Q18 อ่อนลง 7.5% Q-Q แต่โตสูง 116.9% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 102 ล้านบาท ลดลง 7.5% Q-Q แต่ยังเพิ่มสูง 116.9% Y-Y กำไรปกติ 107 ล้านบาท ลดลง 7.2% Q-Q แต่เพิ่ม 586.6% Y-Y เป็นกำไรมากกว่าคาด 11% ส่วนใหญ่จากค่าใช้จ่าย SG&A น้อยกว่าคาด กำไรอ่อนลง Q-Q จากภาษีจ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรเพิ่ม Y-Y ตามรายได้รวมเพิ่ม 28.9% แรงหนุนจากยอดขายธุรกิจ MPC (จากเดิมเรียก H&B โดยรวมสินค้าประเภท Home lifestyle) +24.4% Q-Q, +191.1% Y-Y ชดเชยรายได้ธุรกิจสื่อรวมทีวีดิจิตอล (ช่อง 8) ที่ลดลง 13.2% Q-Q, 31.0% Y-Y จากอัตราการใช้เวลาโฆษณาลดลง โดยได้รับผลกระทบจากตลาดโฆษณาสื่อทีวีที่ซบเซาลงในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส และบริษัทมีนโยบายไม่ขายโฆษณาโดยให้ส่วนลดมากๆ และใช้เวลาสื่อไปเพื่อการขายสำหรับธุรกิจ MPC
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
SAPPE (BUY/18TP: 29), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด ทำได้ดีสุดในกลุ่มเครื่องดื่ม
(views 32)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 117 ล้านบาท (+50% Q-Q, +138.8% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 87 ล้านบาท) จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่ 13 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 104 ล้านบาท (+44.4% Q-Q, +142% Y-Y) ถือเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่องได้น่าประทับใจดีสุดในกลุ่มเครื่องดื่ม โดยการเติบโตสูง Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน จากปัญหาการสต็อกสินค้าและเกิดเหตุน้ำท่วมที่อินโดนีเซีย ทำให้รายได้ส่งออกชะงักลงในปีก่อน ส่วนปีนี้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้ เติบโตดี 12.9% Q-Q และ 41.2% แม้จะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า แต่ด้วยรายได้ที่เติบโตดีทั้งส่งออกและการขายในประเทศ กอปรกับมีอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นมาอยู่ที่ 60% - 65% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นสามารถขยับขึ้นมาอยู่ที่ 39.4% (เราคาดที่ 37.5%) จาก 36.3% ใน 1Q17 และ 37.6% ใน 4Q17 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังควบคุมได้ดีอยู่ที่ 21.7% ลดลงจาก 24.9% ใน 4Q17 และ 26% ใน 1Q17 มีเพียงส่วนแบ่งจาก All Coco ที่พลิกเป็นขาดทุนราว -3 ล้านบาท จากกำไร 0.3 ล้านบาทใน 4Q17 มาจากค่าซ่อมแซมและปรับปรุงเครื่องจักรเฉพาะใน 1Q18 หลังจากนี้น่าจะได้เห็นพัฒนาการกำไรดีขึ้นต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
SC (BUY/18TP: 4.8), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด… มีแนวราบเป็นพระเอก
(views 33)
กำไร 1Q18 มาตามนัด โตก้าวกระโดด 244% Y-Y SC รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 เป็น 259 ล้านบาท หดตัว 53% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่โตแรง 244% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด 8% จากยอดโอนที่ทำได้มากกว่าคาด แตะระดับ 2.5 พันล้านบาท (-44% Q-Q แต่ +60% Y-Y) ส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของสินค้าแนวราบเป็นหลักอยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท (+93% Y-Y) สะท้อนถึงความสำเร็จจากการเน้นขายแนวราบระดับ Luxury ที่บริษัทถนัด และการปรับกลยุทธ์เริ่มขยายไปจับตลาด Mid-to-Low มากขึ้น ส่วนรายได้จากคอนโดหดตัว 31% Y-Y เนื่องจากไม่มีคอนโดใหม่ที่เริ่มโอนในไตรมาสนี้ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับที่ดีราว 36% เทียบกับ 34.4% ใน 4Q17 และ 39.5% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2018
MBAX (HOLD/18TP: 4.5), กำไร 1Q18 ออกมาต่ำคาดจากบาทแข็ง ปรับคำแนะนำเป็นถือ
(views 34)
กำไรสุทธิ 1Q18 เหลือเพียง 4 ล้านบาท ลดลง 65% Q-Q และ 75% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 4 ล้านบาท ลดลง 65% Q-Q และ 75% Y-Y รายได้รวมทำได้ 348 ล้านบาท ลดลง 20% Q-Q และลดลง 2% Y-Y ส่วนสำคัญมาจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นถึง 11% Y-Y เพราะ MBAX ผลิตและส่งออกโดยรับเงินในรูปของดอลล่าร์สหรัฐฯเกือบทั้งหมด ซึ่งถ้าหักผลกระทบจากบาทแข็งออก ปริมาณการขายยังเพิ่มขึ้น 9% Y-Y และด้วยต้นทุนเม็ดพลาสติกที่เพิ่มขึ้น จึงกดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 6.2% จาก 8.1% ใน 4Q17 และ 9.3% ใน 1Q17 ซึ่งหักล้างผลบวกของ Economy of scale จากการใช้กำลังการผลิตเต็มที่ไปทั้งหมด นอกจากนี้ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารแม้จะทำได้ดี โดยลดลง 5% Q-Q และ 0.4% Y-Y เหลือ 25 ล้านบาท แต่เพราะจ่ายเป็นเงินบาททั้งหมด (แต่รายรับเป็นดอลล่าร์สหรัฐฯ) เมื่อคิดเป็นต่อรายได้ จึงทำให้ SG&A/Sales เพิ่มขึ้นเป็น 7.2% จาก 6.0% ใน 4Q17 และ 7.1% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
AP (BUY/18TP: 9.7), กำไร 1Q18 โตเด่นตามคาด พร้อมเพิ่มเป้าเปิดโครงการใหม่
(views 30)
กำไรสุทธิ 1Q18 ออกมาดี +47% Y-Y AP รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 809 ล้านบาท เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด ลดลง 40% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ขยายตัวเด่น 47% Y-Y โดยมีแรงหนุนจากยอดโอนที่แตะระดับ 5.4 พันล้านบาท (-31% Q-Q แต่ +33% Y-Y) ซึ่งมาจากการเติบโตของแนวราบเป็นหลักที่ 4 พันล้านบาท (+58% Y-Y) จากการเน้นโอน และขายสินค้าที่ไปได้ดีทั้งโครงการที่ต่อเนื่องจาก 4Q17 และเริ่มโอน 2 โครงการใหม่ ส่วนยอดโอนคอนโดหดตัว 11% Y-Y เนื่องจากไม่มีการเริ่มโอนคอนโดใหม่ในไตรมาสนี้ ประกอบกับมีการจัดโปรโมชั่นลดราคาเพื่อระบายสต็อกของคอนโดต่างจังหวัด ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีที่ 35.3% จาก 32.8% ใน 1Q17 เนื่องจากโครงการใหม่มีมาร์จิ้นที่สูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
ASEFA (HOLD/18TP: 5.8), กำไร 1Q18 ลดลง Q-Q, Y-Y ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
(views 26)
กำไร 1Q17 ลดลง 12.1% Q-Q, 3.2% Y-Y กำไร 1Q18 ที่ 54 ล้านบาท ลดลง 12.1% Q-Q, 3..2% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล ตามปกติที่มีการรับรู้รายได้มากในช่วงครึ่งปีหลัง และค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น Y-Y จากการขยายการลงทุนด้านการตลาด รายได้รวมลดลง 11.1% Q-Q แต่เพิ่มเล็กน้อย 2.8% Y-Y Gross margin ที่ 23.4% ใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 23.5% แต่นับว่าต่ำลงจากรายไตรมาสในช่วงอดีตปี 2016 ที่ 24-25.6% จากการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจมากขึ้นตั้งแต่ต้นปีก่อน เนื่องจากการลงทุนโดยรวมขยายตัวช้า
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
BIG (BUY/18TP: 4.3), กำไร 1Q18 ตามคาด ชะลอเล็กน้อย แต่ดีกว่าค่าเฉลี่ยปีก่อน
(views 71)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 210 ล้านบาท ตามที่เราคาด กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 210 ล้านบาท ลดลง 15% Q-Q และ 12% Y-Y ตามที่เราคาด จากผลของกำลังซื้อที่ชะลอตัวในช่วงต้นปี เพราะถูกดึงไปล่วงหน้าจากมาตรการช้อปช่วยชาติ และความต้องการกล้อง Mirrorless ที่มาเร่งในช่วงปลายปี 2017 หลังจากทรุดตัวมาเกือบตลอดทั้งปี ทำให้ BIG ต้องจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วง ม.ค.-ก.พ. 18 ส่งผลให้รายได้รวมพลิกมาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3% Y-Y อยู่ที่ 1,642 ล้านบาท แต่กดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 30.5% จาก 31.9% ใน 4Q17 และ 32.1% ใน 1Q17 ขณะเดียวกัน ก็ส่งผลให้ SG&A/Sales เพิ่มขึ้นเป็น 14.7% จาก 14.6% ใน 4Q17 และ 13.4% ใน 1Q17 อย่างไรก็ตาม พัฒนาการเชิงบวกที่เห็นในไตรมาสนี้คือ ยอดรีเบทกลับมาอยู่ในระดับ 200 ล้านบาท/ไตรมาสอีกครั้ง หลังจากลดลงเหลือเพียง 150-170 ล้านบาท/ไตรมาศใน 1Q-3Q17 และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่พลิกเป็นบวก แม้จะมีการสต็อกสินค้ามากขึ้นก็ตาม
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
BJC (HOLD/18TP: 61), กำไร 1Q18 ดีตามคาด
(views 32)
กำไร 1Q18 ทำได้ดีเท่ากับคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 1,445 ล้านบาท (-22.4% Q-Q, +49.7% Y-Y) หากไม่รวมกำไรจากการขายเงินลงทุน 191 ล้านบาท (สุทธิภาษี) และขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 58 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,312 ล้านบาท (-24.2% Q-Q, +29.1% Y-Y) เท่ากับคาด (เราคาดไว้ 1,314 ล้านบาท) กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล ส่วนกำไรที่เติบโตดี Y-Y มาจากการเติบโตในทุกธุรกิจ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
BLA (SELL/18TP: 37.5), ความเสี่ยงทางธุรกิจเพิ่มขึ้น
(views 69)
แม้ว่า BLA รายงานกำไร 1Q18 ดีกว่าคาด แต่คาดว่าน่าจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีและไตรมาสที่เหลือจะไม่สดใสนัก เราจึงคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 3.7 พันลบ. +2%Y-Y โดยมีความเสี่ยงรายได้เบี้ยประกันรับที่เกิดขึ้นจากตารางมรณะใหม่และช่องทางการขายประกันผ่านธนาคารที่ค่อยชะลอตัวลง คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 37.50 บาท ราคาขึ้นมาเรามองเป็นโอกาสขาย (เดิม ถือ)
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
CMO (BUY/18TP: 3), งบ 1Q18 ตามคาด พลิกเป็นขาดทุนตามภาวะปกติ
(views 57)
ผลประกอบการ 1Q18 ออกมาตามคาด พลิกเป็นขาดทุนปกติ รายได้รวมค่อนข้างทรงตัว Y-Y แต่ลดลง 31% Q-Q ตามฤดูกาลเหลือ 307 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 21.2% จาก 29.4% ใน 4Q17 และ 22.0% ใน 1Q17 ขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 16.7% จาก 12.4% ใน 4Q17 และ 15.3% ใน 1Q17 สาเหตุหลักมาจากฐานการรับรู้งานที่ต่างกัน โดย 1Q17 เป็นช่วงที่ได้งานใหญ่จากภาครัฐฯ ซึ่งเป็นงานที่จบเร็วจึงไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดมากนัก ต่างจากปีนี้ที่ส่วนใหญ่เป็นงานของภาคเอกชน อีกทั้ง ผลขาดทุนในบริษัทร่วม CMO Show Corp. ก็เพิ่มขึ้น Y-Y ราว 3 ล้านบาทด้วย ส่งผลให้มีผลประกอบการเป็นขาดทุนสุทธิ 3 ล้านบาท จากที่มีกำไรสุทธิ 7 ล้านบาทใน 1Q17 อย่างไรก็ตาม ภาวะขาดทุนเล็กน้อยในไตรมาส 1 ของทุกปิ ถือเป็นเรื่องปกติของ CMO โดยช่วงทำกำไรหลักๆจะเป็นไตรมาส 4 เราจึงไม่ได้มองลบกับผลประกอบการที่ออกมา ส่วนเมื่อพิจารณาจากงบเดี่ยว จะเห็นว่า CMO มีตั้งด้อยค่าเงินลงทุนใน CMO Show Corp. ไปอีก 12 ล้านบาท รวมตั้งไปแล้วทั้งหมด 30 ล้านบาท จากเงินลงทุนทั้งสิ้น 55 ล้านบาท คงเหลือความเสี่ยงที่จะต้องถูกตั้งในปีนี้อีกราว 25 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
CPALL (BUY/18TP: 98), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด และจะดีขึ้นต่อในช่วงที่เหลือของปี
(views 35)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 5,417 ล้านบาท (-2% Q-Q, +13.7% Y-Y) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายทางภาษีจากการขายหุ้น MAKRO (Non-recurring item) ที่ 114 ล้าน จะมีกำไรปกติเท่ากับ 5,530 ล้านบาท (ทรงตัว Q-Q, +16.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 5,688 ล้านบาท) ถือว่าทำได้ดี แม้กำไรของ MAKRO จะเท่ากับ 1,628 ล้านบาท
(-13% Q-Q, ทรงตัว Y-Y) แต่ด้วยผลงานของธุรกิจ 7-11 ที่ดี โดยมี SSSG เป็นบวกต่อเนื่องที่ +5.6% Y-Y ส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการปรับขึ้นราคาบุหรี่และแอลกอฮอล์ และมีการเปิดสาขาใหม่ที่ 265 แห่ง ทำให้รายได้รวมทรงตัว Q-Q (ตามฤดูกาล) และ +9.1% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ที่ 22.2% ปรับขึ้นเล็กน้อยจาก 22% ใน 1Q17 แต่ปรับลงจาก 22.6% ใน 4Q17 เป็นผลจาก Product Mix โดยมีการขายสินค้ามาร์จิ้นต่ำเพิ่มขึ้น สำหรับสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 18.9% ใกล้เคียง 18.8% ใน 1Q17 แต่ลดลงจาก 19.7% ใน 4Q17 จากปัจจัยฤดูกาลและไม่มีค่าใช้จ่ายจาก Stamp Promotion เหมือนไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
EA (BUY/18TP: 47), กำไรปกติ 1Q18 แตะพันล้านตามนัด จะนิวไฮอีกครั้งใน 4Q18
(views 67)
กำไรปกติ 1Q18 แตะพันล้านบาทเป็นไตรมาสแรก กำไรสุทธิ 1Q18 ของ EA 1,947 ล้านบาท มีรายการพิเศษเป็นกำไรทางบัญชี 888 ล้านบาทจากสถานะของ Amita Tehnologies ที่เปลี่ยนจากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยหลัง EA เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น (จาก 50.69% เป็น 69.99%) หากไม่รวมรายการดังกล่าว ธุรกิจหลักมีกำไรปกติ 1,028 ล้านบาท +14.9% Q-Q, +8.6% Y-Y ใกล้เคียงคาด และเป็นกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แตะหลักพันล้านบาทเป็นไตรมาสแรก จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ทยอย COD เข้ามาในปีก่อน ทำให้ปัจจุบัน EA มีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 404MW แบ่งเป็นโซลาร์ 278MW และพลังงานลม 126MW
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
FTE (HOLD/18TP: 3.15), กำไร 1Q18 น่าผิดหวังมาก ปรับเป้าลง และลดคำแนะนำเป็นถือ
(views 35)
กำไรสุทธิ 1Q18 ทำได้เพียง 17 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดที่ 28 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 17 ล้านบาท ลดลงถึง 54% Q-Q และ 39% Y-Y ต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ 28 ล้านบาทอยู่มาก สาเหตุหลักไม่ได้มาจากรายได้ เพราะลดลงเพียง 12% Q-Q และ 5% Y-Y อยู่ที่ 221 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับที่เราคาด แต่เป็นเพราะอัตรากำไรขั้นต้นที่ทรุดตัวหนักเหลือเพียง 21.2% ต่ำกว่าคาดการณ์การของเราที่ 27.5% และต่ำกว่า 28.4% ใน 4Q17 และ 24.4% ใน 1Q17 เนื่องจากรับรู้งานโครงการได้น้อย และงานขายอุปกรณ์งวดนี้ขายผ่านตัวแทนเป็นส่วนใหญ่ ต่างจากปีก่อนที่ขายผ่านเจ้าของโครงการ นอกจากนี้ การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังทำได้แย่ลง โดย SG&A/Sales เพิ่มขึ้นเป็น 13.4% จาก 12.1% ใน 4Q17 และ 11.4% ใน 1Q17 เพราะค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นเงินเดือนพนักงาน ซึ่งไม่ได้ผันแปรโดยตรงกับรายได้ที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
GLOBAL (BUY/18TP: 19), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ
(views 73)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 566 ล้านบาท (+62.2% Q-Q, 16.9% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 489 ล้านบาท) มาจากทั้งรายได้, อัตรากำไรขั้นต้น และรายได้อื่นที่ดีกว่าคาด ถือว่าเป็นการเติบโตสอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ โดย SSSG เติบโตได้ +6.8% Y-Y เป็นบวกไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน และรับรู้รายได้สาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ส่วน 1Q18 ไม่มีการเปิดสาขาใหม่ ทำให้รายได้รวมเติบโตสูงถึง 20.1% Q-Q และ 20% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังทำได้ดีต่อเนื่องอยู่ที่ 20.7% เพิ่มขึ้นจาก 19.9% ใน 4Q17 และลดลงเล็กน้อยจาก 21% ใน 1Q17 ถือว่าดีกว่าที่เราคาดไว้ที่ 20% และรายได้อื่นเติบโตสูง 43.6% Q-Q, 35.9% Y-Y (สูงกว่าคาด 35%) เพราะมีรายได้ค่าเช่าศูนย์กระจายสินค้าที่เก็บจากคู่ค้าของบริษัท แม้ไตรมาสนี้จะเริ่มเปลี่ยนแปลงขยายประมาณการอายุการใช้งานของอาคารจาก 20 ปี เป็น 30 ปี ทำให้ค่าเสื่อมราคาปรับลดลงราว 24 ล้านบาทต่อไตรมาส แต่ค่าใช้จ่ายยังปรับตัวสูงขึ้น 6% Q-Q และ 27.1% Y-Y จากทั้งค่าใช้จ่ายเตรียมเปิดสาขาใหม่ในไทยและสาขาแรกที่กัมพูชา ทั้งนี้ด้วยรายได้ที่เติบโตดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงอยู่ที่ 12.9% ใน 14.7% แต่ปรับขึ้นจาก 12.2% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
INTUCH (BUY/18TP: 67.5), กำไร 1Q18 ตามคาด จุดเด่นยังคือความ “ถูก”
(views 40)
กำไร 1Q18 ออกมาตามคาด INTUCH ประกาศกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 3,640 ลบ. +107.5% Q-Q, +16.7% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษจากการขายหุ้น CSL ของ THCOM ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 3,177 ลบ. +2% Q-Q, +2.9% Y-Y ซึ่งเป็นไปตามที่เราคาด การเติบโตหลักๆยังคงขับเคลื่อนจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่เพิ่มขึ้นจากพัฒนาการด้านความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น สังเกตได้จากการอุดหนุนราคาเครื่องที่ลดลงแต่ Net Add ติดลบน้อยลงอย่างมีนัยยะ ส่วน THCOM ยังคงเป็นตัวถ่วงโดยไตรมาสล่าสุดพลิกมาขาดทุนปกติเล็กน้อย และภาวะอุตสาหกรรมและธุรกิจยังอยู่ในช่วงที่ท้าทายและต้องปรับตัว
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
LPH (HOLD/18TP: 7), กำไรแย่กว่าคาด ปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
(views 31)
กำไรปกติ 1Q18 น่าผิดหวัง LPH ประกาศกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 75 ลบ. +13.4% Q-Q, +59.9% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์ออก กำไรปกติจะอยู่ทีเพียง 29 ลบ. +6.1% Q-Q, -24.1% Y-Y และต่ำกว่าคาดถึง 20% แม้รายได้จะเติบโตในระดับที่ดี +4.9% Q-Q, +10.7% Y-Y แต่ต้นทุนปรับตัวขึ้นในอัตราที่สูงกว่าเนื่องจากการเปิดให้บริการอาคารศูนบ์แพทย์เฉพาะทางใหม่และแผนขยายธุรกิจแล็บของ AMARC ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรรวมถึงค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ Norm Profit Margin หดตัวเหลือเพียง 7.7% ในไตรมาสนี้จาก 11.2% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
ROBINS (BUY/18TP: 78), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด
(views 74)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 762 ล้านบาท (-7.1% Q-Q, +7.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 795 ล้านบาท) กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล ส่วนสาเหตุที่กำไรเติบโต Y-Y มาจาก SSSG ที่พลิกฟื้นเป็นบวกที่ +1.8% Y-Y ถือเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส ส่วนหนึ่งมาจากฐานต่ำ และการฟื้นตัวของกำลังซื้อในต่างจังหวัด กอปรกับรับรู้รายได้ของสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 3.8% Y-Y ในขณะที่บริษัทสามารถปรับ Product Mix ได้ตามเป้าหมาย ด้วยการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand มาอยู่ที่ 10.7% ของรายได้รวม จาก 10.1% ใน 1Q17 ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 25.5% จาก 25.2% ใน 4Q17 และ 25.3% ใน 1Q17 และอัตราการเติบโตของรายได้ค่าเช่ายังทำได้ดีอยู่ที่ +11.8% Y-Y จากสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน สำหรับค่าใช้จ่ายยังคงปรับตัวสูงขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 29.9% จาก 29% ใน 4Q17 และ 29.1% ใน 1Q17 ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอยู่ที่ 131 ล้านบาท (ทรงตัว Q-Q, -11% Y-Y) หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุนของ Power Buy ในปีก่อนราว 35 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมไตรมาสนี้จะโต 17% Y-Y โดย Super Sport ยังมีผลงานดีต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
RSP (BUY/18TP: 8.4), กำไร 1Q18 ตามคาด น่าจะดีต่อใน 2Q18 และ 4Q18
(views 64)
กำไร 1Q18 ฟื้นตัวต่อเนื่องใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 61 ล้านบาท (+5.1% Q-Q, -23.8% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 63 ล้านบาท) กำไรที่ลดลง Y-Y มาจากฐานที่สูงในปีก่อน ส่วนกำไรที่ฟื้นตัว Q-Q ได้ต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์กำลังซื้อที่ดีขึ้น โดยมีรายได้ในไตรมาสนี้ค่อนข้างทรงตัว Q-Q ทั้งที่ 4Q ถือเป็น High Season ของธุรกิจ และถึงแม้บริษัทจะหยุดผลิตสินค้าแบรนด์ Converse และหันไปนำเข้าทั้งหมดตั้งแต่เดือน ม.ค. 2018 ที่ผ่านมา (ส่วนโรงงานไว้ผลิต Pony เป็นหลัก) ซึ่งต้นทุนการนำเข้าจะสูงกว่าการผลิตเองอยู่แล้ว แต่ด้วยการปรับ Product Mix ต่อเนื่อง กอปรกับได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทแข็งค่า สะท้อนให้เห็นในอัตรากำไรขั้นต้นยังทำได้ดีต่อเนื่องอยู่ที่ระดับ 54.6% เพิ่มขึ้นจาก 53.8% ใน 4Q17 และ 53.5% ใน 1Q17 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 30.9% จาก 33.4% ใน 4Q17 แต่เพิ่มขึ้นจากฐานที่ต่ำใน 1Q17 ซึ่งอยู่ที่ 25.4%
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
SAT (BUY/18TP: 24.1), กำไร 1Q18 ออกมาดีกว่าคาด ตามภาวะอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัว
(views 59)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 235 ล้านบาท ดีกว่าคาด 20% กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 235 ล้านบาท ลดลง 16% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่เพิ่มขึ้น 38% Y-Y ตามอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ฟื้นตัว โดยยอดผลิตรถยนต์ 1Q18 อยู่ที่ 539,690 คัน เพิ่มขึ้น 6% Q-Q และ 11% Y-Y และยอดผลิตเครื่องจักรการเกษตรที่เพิ่มขึ้น 24% Y-Y รายได้รวมลดลง 14% Q-Q และ 5% Y-Y เหลือ 1,991 ล้านบาท จากการโอนธุรกิจผลิตสปริงไปที่บริษัทร่วม (MSA) ทำให้ต้องเปลี่ยนมารับรู้เป็นส่วนแบ่งกำไรแทน ซึ่งเพิ่มขึ้น 23% Q-Q และ 30% Y-Y อยู่ที่ 29 ล้านบาท เมื่อรวมกับผลของ Economy of scale ตามการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น และแผนการควคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 18.2% จาก 14.2% ใน 4Q17 และ 15.9% ใน 1Q17 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดีต่อเนื่อง โดยคิดเป็น 7.6% ของรายได้รวม ลดลงจาก 7.9% ใน 4Q17 และ 8.0% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
SEAFCO (HOLD/18TP: 9.1), กำไร 1Q18 ตามคาด และจะขยายตัวเด่นตั้งแต่ 2Q18
(views 63)
กำไรปกติ 1Q18 โต 32% Q-Q และทรงตัว Y-Y จากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น SEAFCO รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 52.4 ล้านบาท (-22% Q-Q, -14% Y-Y) แต่หากตัดรายการพิเศษจากการขายเครื่องจักรใน 1Q17 และ4Q17 กำไรปกติจะเติบโต 32% Q-Q และทรงตัว Y-Y เป็นไปตามที่เราคาด แม้รายได้จะหดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y เนื่องจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้าของรถไฟฟ้าสายสีส้ม และอยู่ระหว่างเคลื่อนย้ายเครื่องจักรเข้าทำเข็มทดสอบหลายโครงการ อย่างไรก็ตาม กำไรปกติที่เติบโตได้มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยเป็น 21.9% จาก 20.4% ใน 4Q17 และ 16.6% ใน 1Q17 เนื่องจากมีการส่งมอบงานที่รับเฉพาะค่าแรงเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
SVI (BUY/18TP: 4.9), กำไร 1Q18 ลดลงแรง เป็นไปในทิศทางเดียวกับกลุ่ม
(views 52)
กำไร 1Q18 ลดลงแรง กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 64 ล้านบาท (-42.9% Q-Q, -63.2% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 12 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 77 ล้านบาท (-49.3% Q-Q, -38.4% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 6% (เราคาดไว้ 82 ล้านบาท) สิ่งที่ดีคือ คำสั่งซื้อที่แข็งแกร่ง ทำให้รายได้สกุล USD เติบโต +4% Q-Q และ +25.3% Y-Y เป็น US$104 ล้าน แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าได้ ทำให้รายได้สกุลบาททรงตัว Q-Q และโต 13% Y-Y ในขณะที่ยังมีวัตถุดิบต้นทุนแพงใช้อยู่จากที่สต็อกไว้ในปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ และผลจากบาทแข็งค่า ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 7.1% จาก 8.6% ใน 4Q17 และ 9.2% ใน 1Q17 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายควบคุมได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเป็น 4.9% จาก 6.3% ใน 4Q17 และ 5.2% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
BEAUTY (SELL/18TP: 20.5), กำไร 1Q18 ต่ำคาด จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้น
(views 72)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 282 ล้านบาท ลดลง 31% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 41% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 282 ล้านบาท ลดลง 31% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 41% Y-Y ต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ระดับ 300 ล้านบาท SSSG ยังเพิ่มขึ้นดี 18.4% Y-Y แต่ชะลอจาก 25.9% ใน 4Q47 และมีการเปิดสาขาเพิ่ม 19 แห่งเป็น 380 สาขา อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 67.7% ทรงตัวจาก 67.4% ใน 4Q17 และ 66.7% ใน 1Q17 แต่ด้วยค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นมาก ตามการเพิ่มพนักงานและขยายสาขา ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 31.4% จาก 37.4% ใน 4Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
MGT (BUY/18TP: 3), กำไร 1Q18 ออกมาใกล้เคียงคาด และประกาศ M&A
(views 23)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% Q-Q และ 18% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% Q-Q และ 18% Y-Y จากรายได้ที่โต 7% Q-Q อยู่ที่ 145 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบ Y-Y ลดลง 9% ตัวแปรที่หนุนกำไรอย่างมากคืออัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 31.8% จาก 29.9% ใน 4Q17 และ 28.5% ใน 1Q17 จากผลบวกของเงินบาทแข็ง ซึ่งหักล้างกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวขึ้นเป็น 19.6% ของรายได้รวม จาก 15.8% ใน 4Q17 และ 17.9% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2018
ADB (BUY/18TP: 2.3), กำไร 1Q18 ตามคาด แนวโน้มจะดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี
(views 21)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 9 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิใน 1Q17 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6% Q-Q แต่ลดลง 3% Y-Y อยู่ที่ 353 ลบ. ที่รับรู้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพีวีซีคอมปาวด์ที่ใช้ในสายไฟ ขณะที่ ตลาดส่งออกกาวและยาแนวยังชะลอต่อเนื่องจากผลของเงินบาทแข็งอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 15.2% จาก 17.6% ใน 4Q17 เพราะกลุ่มกาวและยาแนวมีอัตรากำไรต่ำลงตามกำลังการผลิตที่ลดลง แต่เพิ่มขึ้นจาก 14.7% ใน 1Q17 จากการใช้กำลังการผลิตของพีวีซีคอมปาวด์ได้เต็มที่ และการควบคุมต้นทุนเม็ดพลาสติกได้ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยปีก่อนที่ 13.2% ของรายได้รวม โดยอยู่ที่ 12.9% เพิ่มขึ้นจาก 11.6% ใน 4Q17 แต่ลดลงจาก 13.6% ใน 1Q17 ส่งผลให้ไตรมาสนี้พลิกมามีกำไรสุทธิ 9 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 0.3 ล้านบาทใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
ADVANC (BUY/18TP: 220), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดเล็กน้อย ราคาปรับลงเป็นโอกาส “ซื้อ”
(views 71)
โดยรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ใน 1Q18 เติบโต 1.6% Q-Q และ 5.7% Y-Y ดีกว่าคาดเล็กน้อย แต่ยังตำกว่า Guidance ผู้บริหารทั้งปีที่คาด +7-8% Y-Y โดยได้อานิสงส์บางส่วนจากการควบรวม CSL นอกจากนี้ Net Add ของธุรกิจมือถือมีพัฒนาการดีขึ้นชัดเจนโดยติดลบเพียง 5.5 พันรายแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น ส่วน Handset Margin ติดลบลดลงเหลือ 1.1% จากการเลือกอุดหนุนเฉพาะกลุ่มและแสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่ชะลอลงบ้าง ขณะที่ฝั่งต้นทุนโดยรวมควบคุมได้ดีกว่าคาดจากการลงทุนที่ชะลอตัวและน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวขึ้นเป็น 46.4% ในไตรมาสนี้จาก 45.1% และ 44.8% ใน 4Q17 และ 1Q17 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
BEM (BUY/18TP: 10), กำไรปกติ 1Q18 โตดีตามคาด แต่มี One-time expense
(views 68)
กำไรปกติ 1Q18 ขยายตัว +6% Q-Q, +15% Y-Y BEM รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 เป็น 736 ล้านบาท (-3% Q-Q แต่ +5% Y-Y) หากหักรายการพิเศษจากค่าธรรมเนียมการชำระหนี้ก่อนกำหนดของเงินกู้ราว 112 ล้านบาท และกำไรจากการขายเงินลงทุนราว 42 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 806 ล้านบาท (+6% Q-Q, +15% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด โดยกำไรที่โตทั้ง Q-Q และ Y-Y มีแรงหนุนมาจาก 1) รายได้รวม +2% Q-Q, +4% Y-Y อยู่ที่ 3.9 พันล้านบาท จากการเติบโตของทั้ง 3 ธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจทางด่วนจากการขยายตัวของปริมาณรถบนทางด่วนศรีรัชรอบนอก และธุรกิจรถไฟฟ้าภายหลังการเชื่อมสายสีม่วง-น้ำเงิน 2) อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนที่ 39.2% เทียบกับ 37.8% ใน 1Q17 จากค่าตัดจำหน่ายที่ลดลงตามการขยายอายุสัมปทานรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน 3) ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมอย่าง CKP และ TTW เติบโตดีที่ 96 ล้านบาท (-6% Q-Q แต่ +33% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
CHG (BUY/18TP: 2.5), หากไม่ลงทุนวันนั้น... ก็คงไม่มีวันนี้
(views 72)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดอย่างน่าประทับใจ CHG ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ที่ 193 ลบ. +54% Q-Q, +26.6% Y-Y ดีกว่าคาดถึง 16% โดยรายได้เติบโตสูงถึง 15.3% Y-Y โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเงินสดที่เพิ่มขึ้นถึง 31.1% Y-Y จากโรคระบาดที่มากกว่าปีก่อนอย่างมีนัยยะและการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัว ซึ่งชดเชยรายได้จากประกันสังคมที่ชะลอตัว 5.5% Y-Y ได้ทั้งหมด ขณะที่ฝั่งต้นทุนควบคุมได้ดีเยี่ยมทั้งต้นทุนทางตรงและ SG&A ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นอย่างมีนัยยะเป็น 28.4% ในไตรมาสนี้จาก 22.3% และ 26.8% ใน 4Q17 และ 1Q17 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
FSMART (HOLD/18TP: 10.5), กำไร 1Q18 กลับมาเพิ่มขึ้นตามคาด แต่มีปัจจัยเสี่ยงระยะยาว
(views 64)
กำไร 1Q18 เพิ่ม 18.5% Q-Q, 10.1% Y-Y ใกล้เคียงคาด กำไร 1Q17 ที่ 145 ล้านบาท กลับมาเพิ่ม 18.5% Q-Q, 10.1% Y-Y กำไรเพิ่ม Q-Q จาก Gross margin ดีขึ้นเป็น 21.8% จากไตรมาสก่อนที่ต่ำเพียง 20.8% จาก (1) ต้นทุนบริการชะลอตัวกว่าคาด ชดเชยรายได้บริการที่โตน้อยกว่าคาด +0.5% Q-Q, (+15.5% Y-Y) แม้มูลค่าใช้บริการผ่านตู้บุญเติม +3.3% Q-Q, (+30.3% Y-Y) และค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง 24.0% จากไตรมาสก่อนที่สูงเป็นพิเศษ กำไรเพิ่ม Y-Y สวนใหญ่จากรายได้อื่นเพิ่มและภาษีจ่ายลดลง 13.7% Y-Y จากสิทธิประโยชน์ททางภาษีจากการลงทุนขยายตู้
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
MAJOR (HOLD/18TP: 28.5), กำไรปกติ 1Q18 ลดลง Y-Y ดีกว่าเราคาดแต่ใกล้ตลาดคาด
(views 58)
กำไรปกติ 1Q18 ฟื้นแรง Q-Q แต่ลดลง 13.4% Y-Y MAJOR ประกาศกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 284 ล้านบาท เพิ่ม 280.6% จากฐานต่ำในไตรมาสก่อน ที่มีผลกระทบจากงานพระราชพิธี 1 เดือน และเพิ่ม 8.6% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษกำไรจากขายเงินลงทุนล๊อตสุดท้ายใน PVR 136 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติ 148 ล้านบาท เพิ่ม 685.7 Q-Q แต่ลดลง 13.4% Y-Y นับว่าหดตัว Y-Y น้อยกว่าเราคาด (ที่ 115 ล้านบาท) ส่วนใหญ่จาก Gross margin สูงกว่าคาด และกำไรรับรู้จากบริษัทร่วมมากกว่าคาด ทั้งนี้ รายได้รวม +5.0% Q-Q แต่ -8.6% Y-Y จากรายได้ตั๋วหนัง (สัดส่วนรายได้ 53%) +13.6% Q-Q แต่ -11.6% Y-Y รายได้โฆษณา (สัดส่วนรายได้ 15%) -10.1% Q-Q, -4.3% Y-Y แม้รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหาร (สัดส่วนรายได้ 19%) +9.9% Q-Q, +3.0% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
MALEE (HOLD/18TP: 20), กำไร 1Q18 แย่กว่าคาด
(views 26)
กำไร 1Q18 คาดว่าแย่แล้ว ออกมาแย่กว่ามาก กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 9 ล้านบาท (-67.9% Q-Q, -92.4% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 19 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรที่อ่อนแอมากและเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 10 ปี ตั้งแต่ 2Q09 แม้จะปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพน้ำมะพร้าวแล้วเสร็จตั้งแต่ปลายปีก่อน แต่ยังไม่สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการของธุรกิจน้ำมะพร้าวได้ เพราะได้สูญเสียลูกค้าบางส่วนไป ทำให้ยังคงต้องใช้เวลาในการหาลูกค้าใหม่และดึงลูกค้าเดิมกลับมา อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจอื่นๆก็ไม่สดใสนัก ทั้งการส่งออกภายใต้แบรนด์ของตนเอง เพราะปีก่อนมีฐานสูงจากลูกค้าน้ำมะพร้าวรายหนึ่งแต่ปีนี้ไม่มี และได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า รวมถึงธุรกิจแบรนด์ในประเทศค่อนไปในทางทรงตัวตามภาวะอุตสาหกรรม มีเพียงธุรกิจ CMG ในประเทศที่ดูสดใสต่อเนื่อง เพราะมีลูกค้าใหม่เพิ่ม 2 ราย แต่ยังไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของธุรกิจอื่นได้ ทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้ -11.1% Q-Q, -10.2% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงแรงต่อเนื่องเป็น 24.9% จาก 26.3% ใน 4Q17 และ 31.3% ใน 1Q17 ต่ำสุดในรอบ 35 ไตรมาส เพราะมีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรผลิตขวด PET ไลน์ใหม่ ซึ่งการผลิตยังไม่ได้ระดับที่มีประสิทธิภาพ ยังมีอัตราของเสียสูง
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
MTC (BUY/18TP: 51), สาขาครบตั้งแต่ต้นปี สะท้อนกลยุทธเชิงรุก
(views 205)
MTC รายงานการเปิดสาขาครบ 2,800 สาขาแล้วในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา เร็วกว่าที่คาดและเท่ากับเป้าหมายทั้งปีที่กำหนดไว้แล้ว สะท้อนมุมมองความต้องการสินเชื่อ consumer finance ที่ยังเข้มข้น แนวโน้ม 2Q18 คาดกำไรจะทำจุดสูงสุดต่อเนื่องที่ราว 850-860 ลบ. +2-3%Q-Q, +50%Y-Y การปล่อยสินเชื่อคาดว่าจะเติบโตตามเป้าหมายที่ 40-50%Y-Y เนื่องจากเป็นช่วงเปิดเทอม และการเร่งเปิดสาขาในช่วงต้นปี ก่อนหน้านี้ MTC มีความกังวลต่อกฏระเบียบภาครัฐ ซึ่งหลายประเด็นคลี่คลายไปในเชิงบวก เราคงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสม 51 บาท
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
TACC (BUY/18TP: 6), ผ่านกำไรต่ำสุดใน 1Q18 แล้ว
(views 61)
กำไร 1Q18 ไม่สดใสตามคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 16 ล้านบาท (-51.5% Q-Q, -38.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 15 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรที่ไม่ดีนัก เพราะได้รับผลกระทบจากภาษีน้ำตาลในประเทศ ในขณะที่การปรับสูตรน้ำตาลน้อยเพิ่งได้รับอนุมัติแล้วเสร็จในช่วง 2Q18 กอปรกับการแข่งขันในกัมพูชารุนแรงขึ้นมาก ทำให้การขายในกัมพูชาเผชิญความยากลำบากมากขึ้น และต้องมีการปรับลดราคาสินค้า กระทบต่อไปยังรายได้และอัตรากำไรในกัมพูชา ส่งผลให้รายได้รวมในไตรมาสนี้ลดลง 21.7% Q-Q และทรงตัว Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงมาอยู่ที่ 25.6% จาก 27.7% ใน 4Q17 และ 31.9% ใน 4Q17 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 19.2% จาก 16.6% ใน 4Q17 แต่ลดลงจาก 21.8% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
SVOA (BUY/18TP: 2.9), กำไร 1Q18 เพิ่มขึ้น Y-Y แต่ลดลง Q-Q จากฐานที่สูงใน 4Q17
(views 59)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 33 ล้านบาท ลดลง 49% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 7% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 33 ล้านบาท ลดลง 49% Q-Q จากฐานที่สูงใน 4Q17 เพราะยังมีการบันทึกกำไรจากการลดสัดส่วนการถือหุ้นใน LIT อีกบางส่วน แต่เมื่อเทียบ Y-Y กำไรสุทธิโต 7% แม้รายได้รวมจะลดลง 5% Q-Q และ 6% Y-Y เหลือ 2,103 ล้านบาท ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 10.2% จาก 13.5% ใน 4Q17 และ 12.5% ใน 1Q17 แต่เพราะบริษัทลูกทำกำไรได้ดีขึ้น โดยเฉพาะ IT จึงทำให้บันทึกรับส่วนแบ่งเงินลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 26% Q-Q และ 35% Y-Y อยู่ที่ 21 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
PT (BUY/18TP: 8.8), กำไร 1Q18 ออกมาดีกว่าคาด จากงานวางระบบให้แบงก์
(views 73)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 44 ล้านบาท ลดลง 52% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลของการปิดงานด้านไอทีที่มักเร่งให้จบก่อนหยุดยาวสิ้นปี แต่เมื่อเทียบ Y-Y เพิ่มขึ้นถึง 22% มากกว่าคาดการณ์ของเราที่ประเมินว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 11% Y-Y อยู่ที่ 40 ล้านบาท ปัจจัยหนุนยังมาจากงานวางระบบไอทีให้กลุ่มแบงก์ที่กำลังรุกด้าน Digital Banking รวมถึงกลุ่มโทรคมนาคมที่กลับมาลงทุนอีกครั้ง (หลังชะลอไปในช่วงประมูลคลื่น) หนุนให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 8% Y-Y อยู่ที่ 638 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 26.8% ชะลอจาก 28.6% ใน 1Q17 แต่ฟื้นตัวขึ้นมากเมื่อเทียบกับ 20.9% ใน 4Q17 จากการส่งมองงานที่มีอัตรากำไรสูงมากขึ้น ขณะที่ การควบคุมค่าใช้จ่ายยังทำได้ดี โดย SG&A ลดลง 20% Q-Q และ 11% Y-Y เหลือเพียง 121 ล้านบาท จากการเปลี่ยนโครงสร้างผลตอบแทนพนักงานกำไรสุทธิ 1Q18 คิดเป็น 21% ของคาดการณ์ทั้งปีที่ 212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% Y-Y ซึ่งถือเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับอดีต เราจึงคงประมาณการเดิมไว้ก่อน
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2018
PDG (BUY/18TP: 4.5), กำไร 1Q18 ชะลอ Q-Q ตามฤดูกาล แต่ยังรักษาระดับ Y-Y
(views 62)
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 21 ล้านบาท ลดลง 6% Q-Q และ 3% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 21 ล้านบาท ลดลง 6% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล ที่ไตรมาส 4 ของทุกปีจะได้แรงหนุนจากคำสั่งผลิตขวดน้ำมันพืชจาก TVO ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่กำไรลดลงเล็กน้อย 3% ไม่ได้มาจากรายได้ชะลอ เพราะยังโต 3% Q-Q และ 2% Y-Y อยู่ที่ 177 ล้านบาท แต่เป็นผลจากต้นทุน PET ที่ทรงตัวในระดับสูง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 21.6% จาก 22.7% ใน 4Q17 และ 22.2% ใน 1Q17 ส่วนการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังทำได้ในเกณฑ์ดี โดยคิดเป็น 7.7% ของรายได้รวม ลดลงจาก 7.8% ใน 4Q17 แต่เพิ่มขึ้นจาก 7.5% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
TK (BUY/18TP: U.R.), กำไร 1Q18 ฟื้นตัว และคาดหวังการฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี
(views 62)
กำไร 1Q18 ฟื้นตัวตามคาด TK รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 112 ลบ. +1.7%Q-Q และ +7.8%Y-Y ฟื้นตัวตามคาด การฟื้นตัวของกำไรเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่ฟื้นตัวขึ้นราว 4%Q-Q และ 16%Y-Y โดยที่ Loan spread เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 33% จาก 32.7% ในไตรมาสก่อน และใกล้เคียงกับ 1Q17 ในไตรมาสนี้ TK มีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญ 233 ลบ. เพิ่มขึ้น 1.8%Q-Q และ 2.8%Y-Y โดยมี Credit cost ที่ 10.2% ใกล้เคียงกัยไตรมาสก่อนแต่ลดลงจาก 2.85% ใน 1Q17 สะท้อนคุณภาพหนี้ที่ยังไม่ผ่อนคลายลงอย่างที่เคยคาดไว้ สังเกตว่าค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 5.1%Q-Q และ 14%Y-Y และ Cost to income ratio ที่ 61% สูงกว่าคาดเนื่องจากการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษจากการครบรอบบริษัทที่ต่อเนื่องมาจากไตรมาสก่อน คาดว่าไม่น่าเกิดอีกในไตรมาสหน้า
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
TKN (BUY/18TP: 21), กำไร 1Q18 เท่ากับคาด และน่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้
(views 46)
กำไร 1Q18 เท่ากับคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 152 ล้านบาท (+7% Q-Q, -11.1% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 151 ล้านบาท) หากไม่รวมรายการพิเศษทางภาษีในไตรมาสก่อน และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จะมีกำไรปกติเท่ากับ 160 ล้านบาท (-9.1% Q-Q, -6.4% Y-Y) กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q ถือเป็นการอ่อนตัวลงตามฤดูกาล เพราะปกติช่วง High Season จะอยู่ใน 4Q และช่วง 1Q มักเป็น Low Season ของทุกปี ส่วนกำไรที่ลดลง Y-Y มาจากต้นทุนวัตถุดิบสาหร่ายยังเป็นล็อตเก่าที่มีราคาสูง กอปรกับโรงงานใหม่ยังใช้กำลังการผลิตไม่เต็มที่ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 28.2% ลดลงจาก 34.5% ใน 1Q17 และ 31.6% ใน 4Q17 ในขณะที่รายได้ถือว่าฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง เติบโต 19.2% Y-Y มาจากทั้งการเติบโตของรายได้ในประเทศ +14.4% Y-Y และจากการส่งออก +22.4% Y-Y และได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่อนข้างจำกัด เพราะมีรายได้เป็นสกุล USD ในขณะที่มีต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบสาหร่าย (44% ของต้นทุน) เป็น USD ทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
THCOM (HOLD/18TP: 11), 1Q18 พลิกมาขาดทุนปกติ
(views 28)
1Q18 พลิกมาขาดทุน THCOM ประกาศกำไรสุทธิ 1Q18 ออกมาที่ 1,864 ลบ. พลิกจากขาดทุนสุทธิ 3,190 ลบ.ใน 4Q17 +620.4% Y-Y แต่หากตัดรายการกำไรพิเศษจากการขายหุ้น CSL ค่าเสียหายจากอุปกรณ์ชำรุดและการด้อยค่าสินทรัพย์จะพลิกมาขาดทุนปกติราว 24 ลบ. -121.1% Q-Q, -113.3% Y-Y ถือว่าแย่ตามภาวะอุตสาหกรรมและธุรกิจอย่างที่เราประเมิน รายได้แม้จะฟื้นตัว 2.8% Q-Q แต่ยังคงหดตัวแรง 25.5% Y-Y จากลูกค้าที่หายไปทั้งดาวเทียม Broadcast และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง IPSTAR จากการสูญเสียลูกค้าหลักตั้งแต่ 2H17 แม้ Gross Margin จะฟื้นตัวเพราะมีการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ก้อนใหญ่ใน 4Q17 แต่ SG&A ยังคงอยู่ในระดับสูงและกดดันผลการดำเนินงาน
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
KCE (HOLD/18TP: 79), ยังเห็น Downside ต่อประมาณการกำไรปีนี้
(views 69)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนกลางๆ แม้เราจะมองว่าอาจผ่านกำไรต่ำสุดปีนี้แล้วใน 1Q18 โดยการฟื้นตัวใน 2Q18 จะมาจากคำสั่งซื้อที่สูงขึ้นตามฤดูกาลและค่าเงินบาทเริ่มกลับมาอ่อนค่า แต่ปัญหาที่บริษัทยังต้องเผชิญอยู่คือ แรงกดดันจากต้นทุนทองแดงที่ปรับตัวสูงขึ้น และราคาขายตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้จะปรับลงจากปีก่อน รวมถึงบริษัทยังอยู่ระหว่างนำเข้าเครื่องจักรเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาคอขวดสายการผลิต ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้บริษัทไม่สามารถผลิตและส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าได้ครบทุกคำสั่งซื้อในไตรมาสนั้นๆ คาดจะแก้ปัญหาได้แล้วเสร็จใน 2H18 ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 8% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 79 บาท อิง PE เดิม 17 เท่า (หลังแตกพาร์วันที่ 16 พ.ค. ราคาเป้าหมายจะอยู่ที่ 39.5 บาท) ราคาหุ้นปรับลงจากที่เราแนะขายในรายงานฉบับก่อน และมี Upside กว้างขึ้น 12% แต่สถานการณ์ปัจจุบันของบริษัท ทำให้ประมาณกำไรของเราดูมี Downside มากขึ้น จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
COMAN (BUY/18TP: 7), กำไร 1Q18 อยู่ในช่วงปรับโครงสร้าง แต่ไม่ได้แย่ แนะนำซื้อ
(views 59)
กำไรสุทธิ 1Q18 ทำได้เพียง 3 ล้านบาท เพราะยังต้องรับรู้ขาดทุนจาก MSL กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 3 ล้านบาท ลดลง 75% Q-Q และ 40% Y-Y จากรายได้งานขายซอฟแวร์ให้โรงแรมขอโคแมนชี่ที่ลดลง เพราะลูกค้ารายใหญ่เลื่อนไปรับมอบใน 2Q18 เนื่องจากยังก่อสร้างไม่เสร็จ ขณะที่ รายได้ของซินเนเจอร์ยังรับรู้ปกติที่ 2-3 ล้านบาทต่อไตรมาส แต่ด้วยความที่ไม่มีการรับรู้รายได้ของ MSL จึงทำให้รายได้รวมลดลง 44% Q-Q และ 2% Y-Y เหลือ 31 ล้านบาท ซึ่งถูกนำไปบันทึกเป็นส่วนการดำเนินงานที่ถูกยกเลิก เป็นผลขาดทุนอยู่ราว 1 ล้านบาท จากที่มีกำไร 9 แสนบาทใน 1Q17 อีกทั้ง ยังมีค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีของ MSL และขายคืนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม จึงทำให้อัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยลดลงเหลือ 10.8% จาก 24.3% ใน 4Q17 และ 17.5% ใน 1Q17 ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้กำไรของกลุ่ม COMAN ลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยถ้าหักรายการของ MSL ที่เราคาดว่าจะบันทึกเป็นไตรมาสสุดท้ายออก กำไรปกติจะทรงตัว Y-Y ที่ราว 5-6 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
TPCH (BUY/18TP: 13), กำไร 1Q18 ตามคาด ปรับประมาณการลงแต่ยังโตใน 3 ปีข้างหน้า
(views 117)
กำไรปกติ 1Q18 เพิ่ม 4.3% Q-Q, 27.2% Y-Y ใกล้เราและตลาดคาด จากการเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้าสตูลกรีน พาวเวอร์ (SGP) เมื่อต้น ก.พ. และการดำเนินงานโรงไฟฟ้า 6 โรง จาก 4 โรงใน 1Q17 (ปัจจุบัน 6 โรง) กำไร 1Q18 เป็นสัดส่วน 23% ของทั้งปีที่คาดโต 33% หลังปรับลงเล็กน้อย 6% และปี 2019-2020 ปรับลง 20-28% จากการปรับลด Gross margin สะท้อน 1Q18 และคาดเลื่อน COD โรง PTG (23 MW) เป็น 4Q19 จากเดิม 1Q19 แต่ยังมีการเติบโตใน 3 ปีข้างหน้า (2018-2020) เฉลี่ย 24.8% (CAGR) และ เป็น PE ปี 18 ที่ 11.5x เหลือ 8x ในปี 2020 ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 13 บาท จากเดิม 18 บาท จากการปรับประมาณการกำไรลงและปรับ WACC ขึ้นจากเดิม 6.2-6.5% เป็น 7.2-7.5% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
10
พฤษภาคม
2018
PCSGH (BUY/18TP: 13), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด จากรายได้ที่โตและอัตรากำไรที่ขยายตัว
(views 31)
PCSGH (BUY/18TP: 13), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด จากรายได้ที่โตและอัตรากำไรที่ขยายตัว
กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% Q-Q และ 33% Y-Y รายได้รวมเพิ่มขึ้น 18% Q-Q และ 16% Y-Y อยู่ที่ 1,147 ล้านบาท จากยอดผลิตรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น 6% Q-Q และ 11% Y-Y อยู่ที่ 539,690 คัน และการผลิตสินค้ากลุ่ม Non-Auto ที่กลับมาขยายตัวดีอีกครั้ง ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 21.99% จาก 19.78% ใน 4Q17 และ 18.99% ใน 1Q17 ตามการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น, แผนการลดปริมาณการใช้วัสดุการผลิต, และสัดส่วนสินค้าที่โน้มเอียงมาทางกลุ่มอัตรากำไรสูงมากขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 4.35% ของรายได้รวม ลดลงจาก 4.48% ใน 4Q17 และใกล้เคียงกับ 1Q17 โดยรวมจึงทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 26% Q-Q และ 33% Y-Y อยู่ที่ 200 ล้านบาท ซึ่งถือว่าโตแรงกว่าอุตสาหกรรมยานยนต์
กำไรสุทธิ 1Q18 คิดเป็น 25% ของคาดการณ์กำไรทั้งปีที่ 790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% Y-Y ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่กำไรไตรมาส 1 จะคิดเป็น 23-25% ของกำไรทั้งปี เราจึงยังคงประมาณการเดิมไว้ก่อน
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2018
SYNEX (BUY/18TP: 20), กำไร 1Q18 ออกมาดีกว่าคาดมาก และเป็นจุดสูงสุดใหม่
(views 29)
กำไรสุทธิ 1Q18 ทุบสถิติสูงสุดใหม่ที่ 210 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1Q18 ออกมาสดใสกว่าคาด โดยอยู่ที่ 210 ล้านบาท 28% Q-Q และ 41% Y-Y ได้แรงหนุนจากรายได้รวมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12% Q-Q และ 9% Y-Y อยู่ที่ 8,927 ล้านบาท ตามกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัว การออกรุ่นใหม่ของสมาร์ทโฟน และการเป็นตัวแทนจำหน่ายในสินค้าที่หลากหลายขึ้น ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 5.03% จาก 4.86% ใน 4Q17 และ 4.42% ใน 1Q17 จากทั้ง Product Mix และการแข็งค่าของเงินบาทที่เป็นบวกกับสินค้านำเข้า ขณะที่ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ซึ่งโดยหลักคือการจัดการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ยังทำได้อย่างประสิทธิภาพ หนุนให้อัตรากำไรสุทธิสร้างสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2.5% ดีกว่าค่าเฉลี่ยผู้ค้าส่งสินค้าไอทีทั่วโลกที่ทำได้เพียง 1.5% นอกจากนี้ สิ่งที่เราประทับใจมากที่สุดคือ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เป็นบวกมากถึง 308 ล้านบาท สะท้อนอำนาจการต่อรองกับ Supplier ที่สูงขึ้น ช่วยลดความกังวลด้านการตึงตัวของกระแสเงินสด (ที่ตลาดกังวลก่อนหน้านี้) โดยที่ยังไม่ต้องพึงพิงธุรกิจลิสซิ่งของ BAF
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2018
ADB (BUY/18TP: 2.3), คาดกำไรสุทธิ 1Q18 ฟื้นตัวต่อเนื่อง และโตแรง Y-Y
(views 41)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 จะโตโดดเด่นเมื่อเทียบ Y-Y เพราะ 1Q17 ประสบปัญหาต้นทุน PVC ผันผวน จนทำให้งบพลิกเป็นขาดทุน แต่หลังจากเปลี่ยนนโยบายบริหารต้นทุนและตั้งราคาขายให้สอดคล้องกัน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นกลับมาปกติอีกครั้ง เราคาดพลิกมามีกำไรสุทธิ 10 ล้านบาท แม้ธุรกิจกาวและยาแนว ซึ่งตลาดส่วนใหญ่คือส่งออก จะชะลอตัวเพราะบาทแข็ง แต่จะถูกหักล้างด้วยการเติบโตของธุรกิจพีวีซีคอมปาวด์ ที่ได้แรงหนุนจากการเติบโตของตลาดสายไฟ เรายังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 2.30 บาท อิง PE Multiplier 20 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2018
ATP30 (BUY/18TP: 2.3), กำไร 1Q18 ดีตามคาด และจะโดดเด่นขึ้นอีกใน 2Q18
(views 36)
กำไร 1Q18 โตดีตามคาด +446% Y-Y ATP30 รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 10.5 ล้านบาท เป็นไปตามที่เราคาด โตแรง 446% Y-Y แต่ทรงตัว Q-Q จาก SG&A ที่สูงขึ้น จากค่าใช้จ่ายของการเตรียมให้บริการลูกค้ารายใหม่ โดยกำไรที่โตสูง Y-Y มีปัจจัยสนับสนุนมาจากฐานต่ำ และรายได้จากการให้บริการทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 101 ล้านบาท (+6% Q-Q, +27% Y-Y) หนุนจากการเริ่มให้บริการลูกค้าใหม่อย่าง BSTMT ตั้งแต่เดือนม.ค. และ IRPC, TOP ตั้งแต่เดือนก.พ. ด้วยรถบัสรวม 20 คัน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เช่นกันที่ 27.5% จาก 25.8% ใน 4Q17 และ 18.9% ใน 1Q17 เนื่องจากไม่ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงรถเหมือนใน 1H17
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2018
MTC (BUY/18TP: 51), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด ไตรมาสที่เหลือแนวโน้มดีขึ้นอีก
(views 138)
กำไร 1Q18 น่าประทับใจ MTC รายงานกำไร 1Q18 เป็นจุดสูงสุดใหม่ ดีกว่าที่เราและตลาดคาดที่ 834 ลบ. +12%Q-Q และ+55%Y-Y เนื่องจากรายได้รวมที่สูงกว่าคาด ทั้งรายได้ดอกเบี้ยรับและรายได้ค่าธรรมเนียม ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยทรงตัวที่ 20% แต่สังเกตว่า Loan per branch ชะลอลงมาอยู่ที่ 26.7 ลบ.ต่อสาขาต่อปี จากเดิม 28 ลบ. ต่อสาขาต่อปี เนื่องจากการเร่งการเปิดสาขาใหม่ตั้งแต่ต้นปีราว 214 สาขา YTD (หรือครึ่งหนึ่งของเป้าหมายทั้งปี 400 สาขา) เป็นไปตามภาวะปกติและเราคาดหวังการฟื้นตัวกลับสู่ระดับปกติในช่วงที่เหลือของปี MTC มีค่าใช้จ่ายสำรองฯลดลง 6%Q-Q แต่ +7%Y-Y โดยมี Credit cost ที่ 1.6% น้อยกว่าปีก่อนที่มีค่าเฉลี่ยการตั้งสำรองฯที่ 2.3% สะท้อนมุมมองคุณภาพหนี้ที่ผ่อนคลายลง และ Cost to income ratio อยู่ที่ 43% ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2018
THMUI (BUY/18TP: 3.1), กำไร 1Q18 ต่ำกว่าคาด แต่จะดีขึ้นมาใน 2Q18
(views 71)
กำไรสุทธิ 1Q18 ทำได้เพียง 4 ล้านบาท ลดลง 56% Y-Y กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 4 ล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 3 ล้านบาท ใน 4Q17 แต่ลดลง 56% จาก 1Q17 แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 22% Q-Q และลดลงเพียง 5% Y-Y อยู่ที่ 96 ล้านบาท แต่เพราะไตรมาสนี้ยังมีผลจากการปรับยอดรีเบทย้อนหลังให้กับลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่ง จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดันต่อเนื่องเหลือ 37.8% จาก 40.0% ใน 4Q17 และ 40.5% ใน 1Q17 อีกทั้ง งานใหญ่ที่ได้รับทั้งงานขายลวดสลิงให้กลุ่มรับเหมาก่อสร้างและท่าเรือ รวมถึงงานขายท่อประปา HDPE ให้กับกลุ่มลูกค้าภาคใต้ ถูกเลื่อนไปรับรู้ใน 2Q18 แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารบางส่วนรับรู้เข้ามาแล้วใน 1Q18 จึงทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 4.3% จาก 9.1% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2018
IT (BUY/18TP: 6.9), กำไร 1Q18 ออกมาดีกว่าคาด 20% แนวโน้มสดใสต่อเนื่อง “ซื้อ”
(views 69)
เริ่มต้นปีด้วยกำไรสุทธิ 1Q18 ที่กระชากแรง 202% Y-Y อยู่ที่ 19 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1Q18 เพิ่มขึ้นถึง 35% Q-Q และ 202% Y-Y อยู่ที่ 19 ล้านบาท ดีกว่าเราคาดที่ 15 ล้านบาท อยู่ราว 20% จากรายได้ที่โตตามอุตสาหกรรม ดังที่เราได้ตั้งข้อสังเกตไปแล้วว่ายอดนำเข้าสินค้าไอที 1Q18 ที่โดดเด่น โดยเพิ่มขึ้นถึง 13% Y-Y อยู่ที่ 6.9 หมื่นล้านบาท (จากรายงานของกรุมศุลกากร) ได้สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัว ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประกอบการของผู้ขายสินค้าไอทีทั้งกลุ่ม ขณะเดียวกัน IT มีการปรับพอร์ตสินค้ามาทางสมาร์ทโฟนและเกมมิ่งมากขึ้นด้วย ซึ่งเป็นกลุ่มที่โตแรงและมีอัตรากำไรสูงสุดในตลาดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ณ ขณะนี้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 12.52% จาก 12.21% ใน 4Q17 และ 12.18% ใน 1Q17 นอกจากนี้ การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง โดย SG&A/Sales อยู่ที่ 11.02% ลดลงจาก 11.20% ใน 4Q17 และ 11.65% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2018
PTTGC (BUY/18TP: 115), กำไรปกติ 1Q18 แข็งแกร่งกว่าคาด ปรับกำไรขึ้น 10%
(views 77)
กำไรปกติ 1Q18 แม้จะลดลง 10% Q-Q แต่แข็งแกร่งกว่าคาด หากตัดรายการพิเศษ (กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์) ออกไป PTTGC จะมีกำไรปกติ 11,775.2 ล้านบาทใน 1Q18 -9.9% Q-Q, +0.9% Y-Y แม้ว่ากำไรจะลดลง Q-Q แต่ถือว่าแข็งแกร่งกว่าคาด โดยยังมีธุรกิจโอเลฟินส์เป็นพระเอก ทั้งนี้ ราคาเม็ดพลาสติก HDPE ในไตรมาสนี้ +12% Q-Q, +17% Y-Y เป็น US$1,379/ตัน จาก supply ที่หายไปเพราะการปิดซ่อมบำรุงในโรงโพลีเอทิลีนในตะวันออกกลาง และ demand จากจีนเพิ่มขึ้นหลังรัฐบาลคุมเข้มกับเรื่องมลพิษมากขึ้น นอกจากนี้ราคาเอทิลีนก็ +4% Q-Q, +14% Y-Y เป็น US$1,243/ตัน เพราะ supply ตึงตัวจากการปิดซ่อมบำรุงของหลายโรงงานในต่างประเทศ สำหรับธุรกิจที่ชะลอลงคือโรงกลั่นและอะโรเมติกส์ ซึ่งทำให้กำไรปกติลดลง Q-Q โดยค่าการกลั่น (Market GRM) -9% Q-Q เหลือ US$6.15/บาร์เรล จาก crude premium ที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับโรงกลั่นอื่น นอกจากนี้ ส่วนต่างของผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ (Market P2F) -14% Q-Q, -48% Y-Y เหลือ US$166/ตัน เพราะแนฟทาและก๊าซ LPG ปรับลงมากโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับฐานสูงผิดปกติใน 1Q17 นอกจากนี้ ธุรกิจปิโตรเคมที่ PTTGC เข้าไปซื้อในปีที่ผ่านมาก็มีผลประกอบการที่แข็งแกร่งทำให้บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น 17% Q-Q และ 40% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2018
TU (BUY/18TP: 21), กำไร 1Q18 ไม่สดใส แต่คาดเป็นจุดต่ำสุดของปี
(views 43)
กำไร 1Q18 อ่อนแอตามคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 869 ล้านบาท (-38.1% Q-Q, -40.8% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 880 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 581 ล้านบาท, กำไรขายเงินลงทุนบริษัทร่วม 139 ล้านบาท และกำไรจากธุรกิจที่ยกเลิก 10 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเหลือเพียง 139 ล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 20 ไตรมาส ซึ่งถ้าไตรมาสนี้ไม่มีรายการเครดิตภาษีจาก Red Lobster และ Rugen Fish และส่วนแบ่งกำไรที่ดีจาก Avanti และ Red Lobster เข้ามาช่วย บริษัทฯจะแย่ถึงขั้นขาดทุน สาเหตุที่กำไรไตรมาสนี้ไม่ดีมาจากค่าเงินบาทแข็งค่า และการปรับลดราคาขายตามการปรับลงของราคาวัตถุดิบ ทำให้รายได้สกุลบาท -15.4% Q-Q และ -5.5% Y-Y กอปรกับมีต้นทุนปลาทูน่าราคาแพงขึ้น จากสต็อกที่ซื้อไว้ในช่วงก่อนหน้า ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือเพียง 11.3% จาก 12.8% ใน 4Q17 และ 13.8% ใน 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤษภาคม
2018
BBL (BUY/18TP: 230), การขายประกันกับ AIA ยังไม่เห็นผลเร็ว
(views 68)
เราคาดว่า BBL จะได้รับผลกระทบจากการยกเว้น Mobile-banking fee น้อยกว่าธนาคารขนาดใหญ่อื่น โดยจากที่ประชุมนักวิเคราะห์ ผู้บริหารเผยว่า รายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลว่าอยู่ที่ราว 3-4% ของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ หรือราว 800-1000 ลบ.ต่อปี และแม้จะกดดันรายได้ค่าธรรมเนียมอยู่บ้างแต่ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมที่ 5-10%Y-Y เนื่องจากแนวโน้มจากธุรกิจอื่นดีขึ้นอาทิธุรกิจจัดการกองทุนและการให้สินเชื่อ อย่างไรก็ตาม Bancassurance fee ยังมาไม่เต็มที่ใน 2Q18 แม้ว่าจะเริ่มขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตผ่าน AIA แล้วแต่อยู่ในช่วงเริ่มต้นและในบางสาขา ดังนั้นแนวโน้มกำไร 2Q18 น่าจะชะลอตัว Q-Q เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับกลุ่ม แม้เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 230 บาท แต่ธนาคารขนาดใหญ่ทั้งหมด ขาด catalyst ระยะสั้นจากประเด็นการลดค่าธรรมเนียมการโอน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องรีบ โดยธนาคารขนาดเล็กอย่าง KKP และ TISCO น่าสนใจกว่า
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤษภาคม
2018
GLOBAL (HOLD/18TP: 19), แม้ SSSG 1Q18 จะฟื้นดี แต่คาดกำไรไม่ตื่นเต้น
(views 68)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 ไม่สดใส ทั้งที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และคาด SSSG จะฟื้นตัวต่อเนื่องราว 6% - 7% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานต่ำ กอปรกับรายได้ของสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ทำให้รายได้ไตรมาสนี้น่าจะเติบโตได้ดี แต่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่แผ่วลง จาก Product Mix และค่าใช้จ่ายน่าจะยังอยู่ในระดับสูง เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วมาก จากทั้งรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เปิดในไตรมาสก่อนเต็มไตรมาส และเริ่มทยอยรับรู้ค่าใช้จ่ายเตรียมเปิดสาขาแรกที่กัมพูชาด้วย ซึ่งหากกำไร 1Q18 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 24% ของประมาณการทั้งปี ต่ำกว่าในอดีตที่มักอยู่ที่ราว 30% ทำให้เราเริ่มเห็น Downside ต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ของเราที่คาดโต 27.4% Y-Y และเราประเมินราคาเป้าหมายที่ 19 บาท (DCF) ทั้งนี้หากการฟื้นตัวของกำไรในช่วงที่เหลือของปีนี้ช้ากว่าคาด อาจนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรในระยะถัดไปได้ จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤษภาคม
2018
TCAP (HOLD/18TP: 55), แนวโน้มกำไรช่วงที่เหลือจะเริ่มชะลอ
(views 33)
การประชุมเมื่อวานนี้เราสนใจต่อการปรับขึ้นของ NPL ใน 2 ไตรมาสที่ผ่านมาติดต่อกัน ผบห. กล่าวว่าบางส่วนเกิดจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกันจึงไม่กังวล อีกส่วนมาจากสินเชื่อที่ปรับโครงสร้างหนี้แล้วไม่สำเร็จ โดยรวมแล้วยังไม่เห็นปัญหาที่มีนัย และควบคุมได้ ไม่จำเป็นต้องสำรองฯเพิ่ม อย่างไรก็ตามเราเห็นว่า TCAP น่าจะผ่านช่วงที่มีกำไรดีที่สุดไปแล้วใน 1Q18 (2Q18 น่าจะชะลอ Q-Q ตามการชะลอตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมและเสียภาษีบางส่วน และ 2H18 จะจ่ายภาษีในอัตราปกติเต็มไตรมาส) คงคำแนะนำ ถือ คงราคาเหมาะสม 55 บาท ในกลุ่มนี้ เราชอบ TISCO (ราคาเป้าหมาย 98 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤษภาคม
2018
BIG (BUY/18TP: 4.3), คาดกำไรสุทธิ 1Q18 ชะลอ แต่จะกลับมาโตแรงใน 2Q18
(views 39)
เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงทำจุดต่ำสุดในรอบ 25 เดือน จน PE2018 เหลือเพียง 11 เท่า สะท้อนมุมมองเชิงลบต่อแนวโน้มกำไร 1Q18 ที่มากเกินไป แม้เราคาด -15% Q-Q, -12% Y-Y อยู่ที่ 211 ล้านบาท แต่ก็เป็นระดับที่ดีเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปีก่อนที่ 194 ล้านบาทต่อไตรมาส อีกทั้ง เราคาดว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนจะกลับมาโตแรงตั้งแต่ 2Q18 จาก (1) โมเมนตัมของตลาดกล้องทั่วโลกที่พลิกเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 7 ปี (2) ผู้ผลิตกล้องมีการเร่งเปิดตัวรุ่นใหม่เร็วขึ้น (3) เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในไทย (4) การจัดงาน Big Camera Festival 2018 ขณะที่ ธุรกิจพิมพ์ภาพดิจิตอลขยายตัวต่อเนื่อง และภาพการแข่งกับทั้ง World Camera และ Fotofile เริ่มเบาลง เราจึงยังคงคาดกำไรทั้งปีนี้เพิ่มขึ้น 8% Y-Y เป็น 833 ล้านบาท และคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 4.30 บาท (อิง PE 20 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
03
พฤษภาคม
2018
EA (BUY/18TP: 47), คาดกำไรแตะหลักพันล้านเป็นไตรมาสแรกใน 1Q18
(views 81)
เราคาดกำไร 1Q18 แตะหลักพันล้านบาทได้เป็นไตรมาสแรก +12% Q-Q, +3% Y-Y เป็น 1,005 ล้านบาทเพราะรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการหาดกังหังที่ทยอย COD ในปีก่อน และคาดกำไรทั้งปีนี้เติบโต 28% Y-Y จากกำลังการผลิตส่วนเพิ่มอีก 260MW ที่จะเข้ามาใน 4Q18 และจะรับรู้รายได้เต็มปีในปีหน้า EA จึงเป็นบริษัทที่กำไรอยู่ในช่วงขยายตัว การเติบโตหลังจากนั้นจะมาจากโครงการแบตสำรองที่คาดว่าจะเริ่มผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงปลายปีหน้าสำหรับ 1GWh แรก และอีก 49GWh ในอีก 4 ปีข้างหน้าด้วยเทคโนโลยีที่เป็นที่นิยมและใช้กันทั่วโลกในปัจจุบัน การจะถูก disrupt ด้วยเทคโนโลยีใหม่จึงไม่เร็วนัก เรายังคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 47 บาท
อ่านเพิ่มเติม
02
พฤษภาคม
2018
ITEL (BUY/18TP: 5.4), คาดกำไร 1Q18 โตสูง Y-Y ปรับประมาณการลง แต่ยังแนะนำซื้อ
(views 143)
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2018-2022 ของ ITEL ลงเฉลี่ยปีละ 20% จากประมาณการเดิม เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่มีแนวโน้มทำได้แย่กว่าคาด จากงานรับเหมาติดตั้งโครงข่าย ที่บริษัทไม่สามารถสร้างอัตรากำไรได้ตามที่เราคาดหวัง และเราได้ปรับผลกระทบจากการออก ITEL-W1 ให้เป็น Fully Dilute ส่งผลให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ตามวิธี DCF ลดลงจาก 7.70 บาท เหลือ 5.40 บาท แต่เรายังคงแนะนำซื้อ เพราะที่ราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็น PE2018 ที่ 27 เท่า และเมื่อคิดเป็น PEG อิงการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2019-2021 ที่ 27% ต่อปี จะอยู่ที่ 1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม ICT ที่ 1.4 เท่า อีกทั้ง เราคาดว่ากำไรสุทธิ 1Q18 จะโตโดดเด่นถึง 68% Y-Y อยู่ที่ 31 ล้านบาท และคาดกำไรสุทธิทั้งปีนี้โตสูง 44% Y-Y อยู่ที่ 154 ล้านบาท ทำให้ ITEL ยังเป็น Growth Stock ที่น่าสนใจ ทั้งในมุมมองของแนวโน้มธุรกิจและผลประกอบการ
อ่านเพิ่มเติม
30
เมษายน
2018
DELTA (HOLD/18TP: 71), กำไร 1Q18 ไม่สดใส และน่าจะยังไม่ฟื้นตัวดีใน 2Q18
(views 65)
กำไร 1Q18 อ่อนแอเท่ากับคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 1,058 ล้านบาท (-20.5% Q-Q, -21.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 1,092 ล้านบาท) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 48 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,106 ล้านบาท (-33.5% Q-Q, -16.4% Y-Y) เป็นกำไรที่ไม่ดีนัก เพราะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า และค่าเงินอินเดียรูปีอ่อนค่า ทำให้ต้นทุนของธุรกิจที่อินเดียปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อความสามารถทำกำไร กอปรกับเผชิญปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบรุนแรงขึ้น กระทบต่อทั้งต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดลงบ้าง จาก Lead time ของวัตถุดิบที่ยาวขึ้น ส่งผลให้รายได้รวม -1.3% Q-Q, +3.3% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงแรงมาอยู่ที่ 21.5% จาก 24.5% ใน 4Q17 และ 26.5% ใน 1Q17 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี นับตั้งแต่ 2Q07 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 13.7% ใกล้เคียงไตรมาสก่อน และลดลงจาก 15.2% ใน 1Q17 ส่วนหนึ่งมาจากรายได้ที่เพิ่ม และมีการควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
30
เมษายน
2018
ICHI (HOLD/18TP: 8.5), รายได้ในประเทศยังไม่ฟื้น กดดันกำไร 1Q18
(views 78)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 ยังไม่สดใสนัก คาดโตได้เพียง 8.1% Y-Y แต่ยังลดลง 28% Q-Q แม้รายได้ส่งออกยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง แต่ถูกหักล้างด้วยการอ่อนตัวลงของรายได้ในประเทศ จากปริมาณขายที่ลดลง ซึ่งเป็นผลจากการปรับขึ้นราคาขายเต็มไตรมาส และยังมีค่าใช้จ่ายปรับสูงขึ้นจากการเริ่มเข้าสู่ช่วงทำโปรโมชั่นครั้งใหญ่ของปี คาดกำไรน่าจะกลับมาเติบโตใน 2Q18 ตามฤดูกาล เพราะเป็นช่วงหน้าร้อน เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโตราว 53.3% Y-Y เติบโตสูงเพราะฐานที่ต่ำในปีก่อน แต่ต้องยอมรับว่าประมาณการของเราถือว่ามี Downside หากปริมาณขายในประเทศฟื้นตัวช้ากว่าคาดด้วยผลของการปรับขึ้นราคา และด้วยราคาเป้าหมายของเราที่ 8.5 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) มี Upside เพียง 7.6% จึงคงคำแนะนำเพียง ถือ
อ่านเพิ่มเติม
30
เมษายน
2018
SPALI (BUY/18TP: 26), ความน่าสนใจกลับมาพร้อมกับปันผล
(views 109)
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ“ซื้อ” และประเมินราคาเหมาะสมที่ 26 บาท จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ดีต่อเนื่องจาก Backlog ที่อยู่ในระดับสูง ทยอยรับรู้ไปอีก 3 ปีข้างหน้า และสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงเป็นอันดับต้นๆของกลุ่ม สำหรับภาพรวม 1Q18 ยอดขายยังไปได้ดี +56% Q-Q, +17% Y-Y โตจากทั้งแนวราบและคอนโด และคิดเป็น 27% ของเป้าทั้งปี แต่คาดกำไรสุทธิลดลง 45% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่โตเด่น 37% Y-Y จากการเน้นโอนแนวราบ และเริ่มโอนคอนโดใหม่ 1 แห่ง ขณะที่โมเมนตัมกำไรคาดเป็นบวกต่อเนื่องใน 2Q18 จากการรุกเปิดโครงการใหม่เพิ่ม และการเริ่มส่งมอบคอนโดอีกหลายแห่ง หนุนให้กำไรปกติปี 2018 คาดเติบโต 8% Y-Y และจะกลับมาจ่ายปันผลเป็นปกติในปีนี้ด้วย Yield ราว 4.6%
อ่านเพิ่มเติม
27
เมษายน
2018
PTTEP (T-BUY/18TP: 123), ผลประกอบการ 1Q18 ดีกว่าคาด
(views 70)
กำไร 1Q18 ทำได้ดีกว่าคาด กำไรจากการดำเนินงานปกติ 1Q18 เท่ากับ 13,381 ล้านบาท +40.4% Q-Q และ +20.0% Y-Y มากกว่าคาดเพราะต้นทุนที่ต่ำกว่าที่คาด จากค่าใช้จ่ายพนักงานซึ่งลดลงตามฤดูกาล และการประหยัดจากภาษี US$138 ล้าน หลังจากค่าเงินบาทได้แข็งค่าขึ้นอีก 1.45 บาท/ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับ 4Q17 นอกจากนี้ ปริมาณขายเฉลี่ยที่ลดลงเหลือ 293,099 BOEPD (-6.4% Q-Q และ -3.6% Y-Y) ส่งผลให้ต้นทุนค่าเสื่อมราคาลดลง จากเหตุการณ์พายุไซโคลน ทำให้ปริมาณขายจากแหล่งมอนทาราลดลง 6,000 BOEPD อย่างไรก็ตาม ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นเป็น US$ 44.01/BOEPD (+5.4% Q-Q และ +15.6% Y-Y) ส่งผลให้รายได้ลดลงไม่มากนัก
อ่านเพิ่มเติม
27
เมษายน
2018
BH (BUY/18TP: 245), กำไร 1Q18 ดีใกล้เคียงคาด
(views 74)
BH ประกาศกำไรปกติ 1Q18 ออกมาดีใกล้เคียงคาด +17.2% Q-Q, +7.3% Y-Y โตจากทั้งรายได้และ Margin ที่ขยายตัว ส่วนทั้งปี 2018 เรายังคงประมาณการกำไรปกติโต 6.9% Y-Y และอาจมี Upside อีกเล็กน้อย นอกจากนี้เรายังมีมุมมองเป็นบวกในระยะยาวจากการที่ BH เพิ่มขีดความสามารถในการรักษาให้เป็นเลิศและทันสมัยขั้นสุดอยุ่เสมอ เพราะเราคาดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษาฐานลูกค้าหลักคือผู้ป่วยต่างชาติให้อยู่กับบริษัทในระยะยาว ราคาหุ้นยังมี Upside แม้จะปรับตัวขึ้น 10% YTD ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 245 บาท
อ่านเพิ่มเติม
27
เมษายน
2018
DELTA (SELL/18TP: 71), คาดกำไร 1Q18 ไม่สดใส และน่าจะยังไม่ดีขึ้นใน 2Q18
(views 67)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 ไม่สดใส คาดลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y จากผลกระทบของค่าเงินบาทแข็งค่า และค่าเงินอินเดียรูปีอ่อนค่าเมื่อเทียบกับ USD กระทบต่อต้นทุนของธุรกิจที่อินเดียที่เป็นสกุล USD เกือบทั้งหมด รวมถึงปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่รุนแรงมากขึ้นกว่าปีก่อน ทำให้รายได้รวมไม่สดใส และอัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลง แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q18 ยังดูน่าเป็นห่วง เพราะปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบเพิ่งเริ่มรุนแรงขึ้นในช่วงปลาย 1Q18 เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลงเป็นการเติบโตเพียง 5% Y-Y จากเดิมคาดโต 34% Y-Y ทั้งนี้ยังเป็นกำไรสุทธิที่เติบโตได้เพราะปีก่อนมีฐานกำไรที่ต่ำจากค่าใช้จ่ายภาษีย้อนหลังก้อนใหญ่ ซึ่งหากพิจารณากำไรปกติเราคาดจะลดลงราว 10.5% Y-Y นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 71 บาท จากเดิม 91 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ราคาหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว แนะนำขาย
อ่านเพิ่มเติม
27
เมษายน
2018
ORI (BUY/18TP: 24, เหนือกว่าด้วยการเติบโต และความปลอดภัย
(views 65)
คาดการณ์กำไรปกติ 1Q18 ที่ 320 ล้านบาท โตแกร่ง 86% Y-Y แต่ลดลง 53% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล โดยคาดยอดโอนอยู่ที่ 2 พันล้านบาท จากการโอน Park24 เฟส 1 ต่อเนื่องจากปลายปีก่อน และเริ่มโอนโครงการใหม่อีก 2 แห่ง มูลค่ารวม 2 พันล้านบาท ซึ่งแม้จะได้รับผลกระทบจากโครงการ Park24 เฟส 1 ที่มีมาร์จิ้นต่ำ แต่เชื่อว่าถูกบรรเทาด้วยมาร์จิ้นของโครงการอื่นที่ยังทำได้ดี ขณะที่โมเมนตัมกำไรคาดเป็นบวกต่อเนื่องใน 2Q18 จากการเริ่มโอนโครงการใหม่มากขึ้น และสัดส่วนของโครงการที่มาร์จิ้นต่ำเหลือน้อย ยังคาดกำไรปกติปี 2018 โตแรง +92% Y-Y จาก Backlog ที่จะรับรู้ในปีนี้กว่า 1.2 หมื่นล้านบาท เรายังชอบ ORI ในแง่ของ Growth stock ที่มาพร้อมความปลอดภัย ด้วยกำไรที่คาดโตเด่นสุดในกลุ่ม และBacklog ที่ Secured รายได้ปีนี้สูงถึง 79% มากที่สุดในกลุ่มเช่นกัน คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 24 บาท ระยะสั้นจะขึ้น XD เงินปันผลรอบปี 2017 คิดเป็น Yield 3.1% ในวันที่ 8 พ.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
27
เมษายน
2018
SYNEX (BUY/18TP: 20), คาดเจ้าแม่ไอทีจะกลับมาโตเด่น 13% Q-Q, 25% Y-Y ใน 1Q18
(views 75)
เรายังแนะนำซื้อ SYNEX ราคาเป้าหมาย 20 บาท โดยคาดว่ากำไรสุทธิ 1Q18 จะโตโดดเด่น 13% Q-Q และ 25% Y-Y ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 186 ล้านบาท จากทั้งรายได้ที่ขยายตัวตามการเพิ่มสินค้าใหม่ และการเปิดตัวสมาร์ทโฟน รวมถึงอัตรากำไรสุทธิที่ยืนเหนือ 2% ได้ต่อเนื่อง ส่วนกำไรทั้งปี เราคาดไว้ที่ 750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% Y-Y เพราะตลาดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ในประเทศฟื้นตัว และ Synergy ที่จะเกิดขึ้นกับ BAF ในการช่วยลดภาระทางการเงิน ราคาหุ้น SYNEX ซื้อขายบน PE2018 เพียง 14 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของตัวเองที่ 17 เท่า และกลุ่มสินค้าไอทีที่ 20 เท่า อีกทั้ง การเคลื่อนไหวของราคาที่ –8% YTD ยัง Underperform มากเกินไปเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ +9% YTD และเมื่อเทียบกับ Synnex ไต้หวันที่ +5% YTD ด้วย
อ่านเพิ่มเติม
26
เมษายน
2018
FN (AVOID/18TP: U.R.), คาดกำไร 1Q18 ยังอ่อนแอ สวนทางบริษัทอื่นในกลุ่มค้าปลีก
(views 40)
แนวโน้มกำไร 1Q18 ยังดูอ่อนแอ อาจเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดฯ สวนทางกับบริษัทอื่นในกลุ่มค้าปลีกที่เริ่มฟื้นตัวตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและอุปสรรคที่มาจากตัวบริษัทเอง ซึ่งอาจเกิดจากกลยุทธ์ของบริษัทที่ยังไม่สามารถสร้างตำแหน่งทางการตลาดของสินค้า House Brand ได้อย่างชัดเจน จึงยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดีนัก ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างการปรับกลยุทธ์อาจเพิ่มสัดส่วนสินค้า Other Brand มากขึ้น ซึ่งเป็นสินค้าที่ขายดีในงาน Fair ที่กทม.ใน 1Q18 ที่ผ่านมา แต่เป็นสินค้าที่มาร์จิ้นต่ำกว่าสินค้า House Brand ดังนั้นถ้าบริษัทไม่สามารถเพิ่มปริมาณขายได้มากพอ อาจเผชิญความเสี่ยงจากอัตรากำไรขั้นต้นลดลงในอนาคตได้ เราจึงอยู่ระหว่างปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 จากปัจจุบันคาดไว้ที่ 150 ล้านบาท +74.4% Y-Y และจะทบทวนราคาเป้าหมายที่ให้ไว้ 5.6 บาท (DCF) โดยจะขอรอประเมินผลจากการปรับกลยุทธ์ใหม่ของบริษัทก่อน ดังนั้นระหว่างนี้จึงแนะนำ ชะลอการลงทุนไปก่อน
อ่านเพิ่มเติม
26
เมษายน
2018
THANI (BUY/18TP: 9.6), ปรับคาดการณ์กำไรปีนี้ขึ้น
(views 71)
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 7% เป็น 1.52 พันลบ. (+35%Y-Y) เราคาดการณ์สินเชื่อเติบโต 20% (เดิมที่ 15%) ตามแนวโน้มยอดขายรถเชิงพาณิชย์ที่สดใสโดยเฉพาะรถบรรทุกและศักยภาพในการเติบโตของตลาดรถเชิงพาณิชย์ใหม่ๆเช่นตลาดรถบัส รถตู้ และรถ Luxury car นอกจากนี้เราปรับเพิ่ม Loan Spread เป็น 5% (เดิม 4.74%) ตามแนวโน้ม CoF ในช่วงที่เหลือของปีลดลงได้อีกเล็กน้อย เนื่องจากมีหุ้นกู้อัตราดอกเบี้ยสูงที่ทยอยครบกำหนดและปัจจุบันบริษัทมี Funding Structure ที่เป็น Fixed Rate 100% และมีแนวทาง funding ระยะยาวมากขึ้น ดังนั้นความเสี่ยงต่อการ re-pricing จึงน้อยลง ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 9.60 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
เมษายน
2018
AP (BUY/18TP: 9.7), 1Q18 ยอดขายโตดี ... กำไรโตเด่น Y-Y
(views 69)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q18 อยู่ที่ 770 ล้านบาท โตเด่น 40% Y-Y แต่ลดลง 43% Q-Q จากฐานที่สูงของการเร่งโอนในช่วงโค้งสุดท้ายของปี คาดยอดโอนแตะระดับ 5 พันล้านบาท จากการทยอยส่งมอบสินค้าแนวราบ และคอนโดที่ต่อเนื่องจาก 4Q17 โดยเรายังคาดกำไรปกติปี 2018 เติบโต 10% Y-Y หนุนด้วยการเริ่มโอนคอนโด 2 แห่งใน 3Q-4Q18 มูลค่ารวม 6.2 พันล้านบาท มียอดขายเฉลี่ยแล้ว 32% บวกกับความสำเร็จของโครงการ JV จากการเริ่มโอนคอนโดขนาดใหญ่ มูลค่า 7.5 พันล้านบาทใน 3Q18 ซึ่งมียอดขายแล้วกว่า 99% ขณะที่มี Backlog อยู่ 1.28 หมื่นล้านบาท Secured รายได้แล้วกว่า 56% คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 9.70 บาท โดยมี Upside จากการเปิดโครงการเพิ่มเติม และPresales ที่มีโอกาสทำได้สูงกว่าเป้า ขณะที่ระยะสั้นจะขึ้น XD เงินปันผลรอบปี 2017 คิดเป็น Yield 4.2% ในวันที่ 9 พ.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
26
เมษายน
2018
KKP (BUY/18TP: 85), อัตราเงินปันผลที่น่าสนใจต้านทานความผันผวนของตลาดได้
(views 80)
คงคำแนะนำ ซื้อ เราคาดว่า KKP จะเป็น Defensive stock สำหรับภาวะการลงทุนที่มีความผันผวน โดยมีทั้ง Upside จากราคาปิดล่าสุดและราคาเป้าหมายที่ 85 บาท (PBV 1.67 เท่า) และคาดการณ์ผลตอบแทนเงินปันผลน่าสนใจ โดยมีปันผลสำหรับกำไร 2H17 ที่ 3 บาทต่อหุ้น (XD 2 พ.ค. จ่าย 21 พ.ค. 2018) และคาดการณ์เงินปันผลสำหรับ 1H18 อีกหุ้นละ 2 บาท รวมจ่าย 5 บาท สำหรับการลงทุน 6 เดือน คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 6.7%
อ่านเพิ่มเติม
26
เมษายน
2018
SC (BUY/18TP: 4.8), คาดกำไร 1Q18 โตแรง Y-Y และโดดเด่นขึ้นอีกตั้งแต่ 2Q18
(views 40)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 240 ล้านบาท โตแรง 219% Y-Y แต่ลดลง 57% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล โดยคาดยอดโอนยังไปได้ดีแตะระดับ 2.4 พันล้านบาท จากสินค้าแนวราบเป็นหลัก เรามองว่าโมเมนตัมของกำไรจะโตโดดเด่นตั้งแต่ 2Q18 หนุนจากการเริ่มโอนคอนโด Super Luxury 2 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 8.7 พันล้านบาทใน 2Q-3Q18 รวมถึงคาดหวังความสำเร็จจากการเน้นขายโครงการแนวราบ ซึ่งเริ่มขยายไปจับตลาด Mid-to-Low มากขึ้น ทำให้เราคงคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะกลับมาโตแกร่ง +58% Y-Y ขณะที่ Valuation ยังน่าสนใจ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PE2018 เพียง 7.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และกลุ่มอสังหา เราจึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 4.80 บาท ระยะสั้นจะขึ้น XD เงินปันผลรอบปี 2017 คิดเป็น Yield 3.2% ในวันที่ 2 พ.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
25
เมษายน
2018
BGRIM (BUY/18TP: 32), คาดกำไรปกติ 1Q18 โตสูงทั้ง Q-Q, Y-Y
(views 99)
คาดกำไรปกติ 1Q18 สดใส โต 55.7% Q-Q, 23.6% Y-Y จากโรงไฟฟ้าใหม่เริ่ม COD กลางไตรมาส ค่าใช้จ่าย SG&A และค่าใช้จ่ายการเงินลดลง Q-Q ตามฤดูกาล และมีแนวโน้มกำไรปกติ 2Q18 เพิ่มขึ้นอีก ทั้งปีคงคาดกำไรปกติโตสูง40% และโตต่อเนื่องเฉลี่ย 22% (CAGR) ใน 5 ปีข้างหน้า จากแผนการขยายกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ โดยคาดกำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุนในปี 2018-2022 เพิ่มเฉลี่ย 12.8% ต่อปี (CAGR) คงราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 32 บาท (SOTP) และมี Upside โอกาสการลงทุนโครงการใหม่ โดยเฉพาะโครงการ Solar ในเวียดนาม ที่มีแนวโน้มความชัดเจนมากขึ้นใน 2Q18 นี้ คงแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
เมษายน
2018
SAT (BUY/18TP: 24.1), คาดกำไร 1Q18 โตสวย Y-Y ตามอุตสาหกรรมที่กลับมาขยายตัว
(views 78)
คาดกำไร 1Q18 โต 15% Y-Y อยู่ที่ 196 ล้านบาท แม้คาดรายได้รวมลดลงจากการโอนสินทรัพย์ของ BSK ไปที่ MSA ซึ่งเป็นบริษัทร่วม ทำให้ต้องเปลี่ยนไปรับรู้เป็นส่วนแบ่งกำไรแทนการรับรู้รายได้ แต่การกลับมาขยายตัวของยอดผลิตรถยนต์และเครื่องจักรการเกษตร ทำให้คาดรายได้รวมจะลดลงเพียง 5% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น คาดเพิ่มขึ้นเป็น 16.5% จาก 15.9% ใน 1Q17 เพราะผลของโครงสร้างรายได้ที่เปลี่ยนไปและการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด แต่เมื่อเทียบ Q-Q กำไรสุทธิจะลดลงจากผลของรายการพิเศษ ที่เกิดขึ้นจากการโอนสินทรัพย์ราว 85 ล้านบาทใน 4Q17 หากหักออก คาดว่ากำไรปกติจะทรงตัว Q-Q เราปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018-2019 ขึ้น 13% และ 17% เป็น 854 ลบ. (+5% Y-Y) และ 873 ลบ. (+3% Y-Y) จากภาวะอุตสาหกรรมที่สดใสขึ้น และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 24.10 บาท จาก 22.40 บาท แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2018
DTAC (BUY/18TP: 55), กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด//เซ็นคลื่น 2300 MHz กับ TOT สำเร็จ
(views 80)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด DTAC ประกาศกำไรสุทธิ 1Q18 ออกมาดีกว่าคาดที่ 1.315 ลบ. +142.4% Q-Q, +474% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษที่เกี่ยวข้องกับสำรองข้อพิพาทกับ CAT ซึ่งทำให้ภาษีจ่ายพลิกเป็นบวก กำไรปกติจะอยู่ที่ 967 ลบ. +71.2% Q-Q, +354.7% Y-Y รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC -1.2% Q-Q, -1.1% Y-Y แต่ปัจจัยที่ทำให้กำไรดีกว่าคาดเกิดจากการควบคุมต้นทุนที่ดีโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายและการตลาด รวมถึงค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ประเมิน อย่างไรก็ตามเรายังเป็นกังวลกับ Net Add ใน 1Q18 ติดลบเร่งขึ้นเป็น 8.4 แสนราย -3.7% Q-Q ในขณะที่ ARPU บวกเพียง 1.3% Q-Q ซึ่งหมายถึงเริ่มเสียลูกค้าที่มี ARPU สูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2018
BEM (BUY/18TP: 10), ระยะสั้นสดใส ระยะยาวประทับใจ
(views 98)
เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q18 โตเด่น +9% Q-Q, +18% Y-Y เป็น 828 ล้านบาท หนุนจากรายได้รวมที่คาดเพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q, Y-Y จากการเติบโตของผู้โดยสารรถไฟฟ้า และปริมาณรถบนทางด่วน บวกกับมาร์จิ้นที่ปรับตัวขึ้นจากผลของการขยายอายุสัมปทานรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน ขณะทีแนวโน้มกำไรสุทธิคาดโตต่อเนื่อง และทำจุดสูงสุดใหม่ใน 2Q18 จากการบันทึกกำไรการขายหุ้น XPCL ให้ CKP ราว 240 ล้านบาท สำหรับภาพการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2018 คาดโต 19% Y-Y จากต้นทุนที่ลดลงตามการขยายอายุสัมปทาน และการเชื่อมต่อสถานีเตาปูน-บางซื่อเต็มปี นอกจากนี้ มี Upside Risk จากการเปิดประมูลมอเตอร์เวย์ 2 สาย และรถไฟฟ้าอีก 2 เส้นภายในปีนี้ โดย BEM ถือเป็นผู้เล่นที่มีแต้มต่อคู่แข่งรายอื่นจากศักยภาพในการบริหารทั้งระบบรางและทางด่วน คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2018
FTE (BUY/18TP: 4.2), คาดกำไร 1Q18 ชะลอตัว จาก Low Season และงานก่อสร้างที่นิ่ง
(views 60)
เราปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018-2019 ของ FTE ลง 8% และ 15% เหลือ 138 ล้านบาท (+6% Y-Y) และ 147 ล้านบาท (+6% Y-Y) ตามลำดับ จากยอดขายที่โตชะลอ เพราะฐานที่สูงในปีก่อน ประกอบกับ อัตรากำไรขั้นต้นที่คาดว่าจะอ่อนตัวลง จากแนวโน้มเงินบาทที่เริ่มไม่แข็งค่าในอัตราเร่ง ขณะที่ แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 อาจทำได้เพียงทรงตัว Y-Y เพราะงานขายให้กลุ่มโรงงานชะลอตัว และงานโครงการเร่งรับรู้ไปมากใน 2H17 โดยคาดหวังกำไรกลับมาเร่งตัวอีกครั้งใน 2Q-3Q18 ที่เป็นฤดูปิดงานวางระบบดับเพลิงให้ กฟผ. ซึ่งผลจากการปรับประมาณการลง และปรับลด PE Multiplier จาก 20 เท่า เหลือ 18 เท่า (Implied จาก Payout Ratio 100%, Ke 7%, และ Terminal growth 2%) ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ลดลงจาก 5.00 บาท เหลือ 4.20 บาท แต่เรายังแนะนำซื้อในฐานะหุ้นปันผล ซึ่งคาดว่าจะจ่ายสม่ำเสมอในอัตราสูง 7-8% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2018
HMPRO (HOLD/18TP: 15.5), ประกาศกำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด
(views 81)
กำไร 1Q18 ทำได้ดีใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 1Q18 เท่ากับ 1,248 ล้านบาท (-18.2% Q-Q +19.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด การลดลง Q-Q เป็นเรื่องของปัจจัยฤดูกาล ส่วนในแง่ Y-Y ยังสร้างการเติบโตได้ดี โดยมาจากยอดขายสาขาเดิมที่เติบโตต่อเนื่องราว 3% Y-Y และไตรมาสนี้มีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งในรูปแบบขนาดเล็ก HMPRO S รวมถึงการจัดงาน Expo ครั้งแรกของปีนี้ยังได้รับการตอบรับที่ดีตามเดิม ทำให้รายได้ไตรมาสนี้เติบโต 4.2% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังแข็งแกร่งอยู่ที่ระดับ 26.8% เพิ่มขึ้นจาก 26% ใน 1Q17 จากทั้ง Product Mix และการ Sourcing ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 22.8% จาก 23.1% ใน 1Q17 และ 23.5% ใน 4Q17 ทำให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้ถือเป็นกำไรที่ดีอีกไตรมาสหนึ่ง
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2018
PLANB (BUY/18TP: 7.1), คาดกำไร 1Q18 โตดีทั้ง Q-Q, Y-Y
(views 82)
คาดกำไร 1Q18 เพิ่ม 37.9% Q-Q, 20.9% Y-Y โดยอัตราใช้เวลาโฆษณาเพิ่ม และคาดกำไร 2Q18 จะมีกำไรโตขึ้นอีก เราคงคาดกำไรทั้งปีโตดีต่อเนื่อง 28% ปัจจัยหนุนกำลังซื้อโดยรวมดีขึ้น เอื้อต่อตลาดสื่อโฆษณานอกบ้าน ซึ่งเข้ากับไลฟ์สไตล์สังคมยุคใหม่ และการขยายพื้นที่สื่อมากขึ้น โดยการเข้าซื้อหุ้น 19.48% ใน BMN บ.ย่อยของ BEM ที่ทำธุรกิจสื่อในรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT จะเพิ่มโอกาสได้บริหารสื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนขยายในอนาคต และบริษัทยังมองหาโอกาสลงทุนเพิ่มในต่างประเทศ ขณะที่ราคาหุ้นยัง Laggard และ PEG ที่ 1.2 เท่า ต่ำกว่าของ VGI ที่ 1.9 เท่า คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 7.10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2018
SCB (HOLD/18TP: 142), คาดกำไรปีนี้หดตัวอีกปีหนึ่ง แนะนำ Switch
(views 82)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2018 ลง 6% เป็น 4.1 หมื่นลบ. -4%Y-Y เป็นกำไรที่ชะลอตัวเป็นปีที่ 2 เนื่องจากแนวโน้มค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอันเกิดจาก Transformation program (ค่าใช้จ่ายพนักงาน, ค่าใช้จ่ายทางการตลาด และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเทคโนโลยี) ที่สูงกว่าคาดการณ์เดิม โดยปีนี้น่าจะเป็นปีที่มี Cost to income ratio สูงสุดในช่วงของโครงการ (2016-2020) ขณะที่เราคาดว่าแนวโน้มกำไร 2Q18 จะชะลอ 3%Q-Q และ 8%Y-Y ทั้งจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงและค่าใช้จ่ายที่ยังอยู่ในระดับสูง ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2018 ลงเป็น 142 บาท คงคำแนะนำ ถือ /Switch
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2018
KKP (BUY/18TP: 85), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด สินเชื่อแข็งแกร่ง แนวโน้มยังดูดีขึ้น
(views 69)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด KKP กำไร 1Q18 ใกล้เคียงกับที่คาดที่ 1,513 ลบ. +16%Q-Q และทรงตัว Y-Y กำไรที่เพิ่มขึ้น Q-Q เกิดจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ +6%Q-Q และ 35%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้เงินปันผลที่เพิ่มขึ้น และมีผลกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์รอการขายราวสุทธิ 89 ลบ. (ขายสินทรัพย์รอการขาย 317 ลบ. สุทธิกับผลขาดทุนรถยึดจำนวน 150 ลบ.) และเกิดจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่ลดลง 20%Q-Q โดยส่วนใหญ่เป็นการลดลงจากค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ค่าใช้จ่ายทางการตลาด) ในไตรมาสนี้ ธนาคารมีการตั้งสำรองฯที่ 434 ลบ. และ Credit cost ที่ 0.9% สูงกว่าที่เราคาดไว้ และคาดว่าเป็นการทำตามหลักระมัดระวังและเพิ่ม Coverage ratio
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2018
KTB (BUY/18TP: 21.8), PPOP 1Q18 น่าผิดหวัง และ NPL ยังขึ้นต่อ
(views 110)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด แต่ PPOP น้อยกว่าที่คาดไว้ NIM น่าผิดหวัง KTB รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 6,787 ลบ. +41%Q-Q แต่ลดลง 21%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่น้อยกว่าคาดโดยลดลง 49%Q-Q และ 7%Y-Y มี Credit cost ที่ 1.4% จากคาดการณ์ของเราที่ 2.1% และสวนทางกับ NPL ที่เพิ่มขึ้น หากไม่นับรายการสำรองฯ PPOP ลดลง 18%Q-Q และ 13%Y-Y โดยเป็นการปรับตัวลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 3%Q-Q และ 6%Y-Y น่าผิดหวัง เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยรับจากการให้สินเชื่อที่ลดลง NIM ลดลงมาอยู่ที่ 3.02% เป็น Negative surprise สำหรับเรา ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 18%Q-Q และ 2%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดไว้เพราะเป็นไปตามเงินให้สินเชื่อที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2018
ATP30 (BUY/18TP: 2.3), คาดกำไร 1Q18 โตดี และจะทำ New High ใน 2Q18
(views 40)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q18 เป็น 10 ล้านบาท โตแรง 425% Y-Y แต่ลดลง 4% Q-Q จาก SG&A ที่สูงขึ้นจากการเตรียมรถใหม่ โดยคาดรายได้เติบโตทั้ง 5% Q-Q และ 26% Y-Y จากการเริ่มให้บริการลูกค้ารายใหม่อย่าง BSTMT, IRPC และ TOP ด้วยรถบัส 20 คันตั้งแต่เดือนม.ค.-ก.พ. ขณะทีแนวโน้มกำไรคาดโตต่อเนื่อง และทำจุดสูงสุดใหม่ใน 2Q18 จากการรับรู้รายได้ของลูกค้าใหม่เต็มไตรมาส โดยเรามองว่า Earnings Momentum จะขยายตัวเด่น Y-Y ในทุกไตรมาสจากการเติบโตของลูกค้าในพอร์ต และจำนวนรถที่เพิ่มขึ้น หนุนให้รายได้และกำไรปีนี้คาดทำ All Time High พร้อมกัน เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 54% Y-Y และคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 2.30 บาท จากการเป็นหุ้นเล็กที่มีการเติบโตสูง ในระยะยาว ได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการ EEC
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2018
BJC (HOLD/18TP: 61), คาดกำไร 1Q18 โตดี Y-Y แต่ลดลง Q-Q ตามฤดูกาล
(views 35)
แนวโน้มกำไรปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) 1Q18 จะลดลง Q-Q จากผลของฤดูกาล แต่คาดจะเติบโตดี Y-Y มาจากทั้งธุรกิจ Retail Packaging และ Consumer แม้คาด SSSG BIGC อาจทำได้เพียงทรงตัว Y-Y แต่ด้วยผลของการเปิดสาขาใหม่ และมาร์จิ้นที่ยังดีต่อเนื่อง น่าจะทำให้กำไรของธุรกิจ Retail ยังเติบโตได้ รวมถึงคาดอัตราภาษีจ่ายในไตรมาสนี้น่าจะทยอยลดลงจากปีก่อน ภายหลังเริ่มปรับโครงสร้างภาษีได้บ้างแล้ว และคาดแนวโน้มกำไรจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2H18 เมื่อสามารถปรับโครงสร้างภาษีได้แล้วเสร็จ และอัตราภาษีจ่ายลดลงกลับสู่ระดับปกติ เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 26% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 61 บาท (DCF) มี Upside เพียง 3.4% คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2018
GFPT (HOLD/18TP: 14), คาดกำไร 1Q18 แผ่วลงหนักสุดในรอบ 20 ไตรมาส
(views 64)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 ไม่สดใสคาดลดลงมากทั้ง Q-Q และ Y-Y อาจเป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 20 ไตรมาส มาจากราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศที่อ่อนแอ กระทบต่อทั้งธุรกิจของ GFPT และ GFN ในขณะที่ McKey ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก อยู่ระหว่างทยอยเพิ่มการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ จึงคาดไตรมาสนี้จะมีส่วนแบ่งจากบริษัทร่วมพลิกเป็นขาดทุนครั้งแรกในรอบ 21 ไตรมาส แม้เรามองว่ากำไร 1Q18 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี แนวโน้มกำไรน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ใน 3Q18 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของการส่งออก แต่ด้วยกำไร 1Q18 ที่อ่อนแอ จึงนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ลง 22% เป็นการลดลง 16.4% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 14 บาท จากเดิม 18 บาท (อิง PE เดิม 12 เท่า) แม้มี Upside 13.8% แต่ถือว่าไม่มากนัก ในขณะที่แนวโน้มกำไร 2Q18 ยังดูฟื้นไม่เต็มที่ เพราะราคาไก่ในประเทศยังค่อนข้างนิ่งอยู่ในระดับใกล้ต้นทุนการเลี้ยงของอุตสาหกรรม จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2018
MALEE (SELL/18TP: 20), ปีนี้ยังเหนื่อย คาดกำไร 1Q18 หดตัวแรงต่ำสุดในรอบ 29 ไตรมาส
(views 68)
แม้จะปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพน้ำมะพร้าวแล้วเสร็จในปีก่อน แต่คาดผลกำไรปีนี้ยังไม่สดใส การดำเนินธุรกิจยังค่อนข้างเหนื่อย เพราะได้สูญเสียลูกค้า CMG น้ำมะพร้าวส่งออกบางรายไป และยังต้องใช้เวลาที่จะดึงกลับมาหรือต้องทำตลาดหาลูกค้ารายใหม่ทดแทน กอปรกับบริษัทได้ทำการเปลี่ยนเครื่องจักรขวด PET ไลน์ใหม่ เพื่อแทนไลน์เดิมที่เก่าและไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้อย่างน้อยในช่วง 1H18 ยังติดปัญหาเรื่องเครื่องจักรใหม่ยังทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพตามเป้าหมาย ทำให้ยังไม่สามารถสร้างรายได้ครอบคลุมต้นทุนค่าเสื่อมราคาได้ เราคาดกำไรสุทธิ 1Q18 จะอ่อนแอมากทั้ง Q-Q และ Y-Y ต่ำสุดในรอบ 29 ไตรมาส แนวโน้มกำไร 2Q18 ยังดูไม่ฟื้นตัวนัก คาดหวังเห็นการฟื้นตัวใน 3Q18 เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปีลง 57% เป็นการลดลงจากปีก่อน 17.1% และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 20 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) แนะนำ ขาย
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2018
MGT (BUY/18TP: 3), คาดกำไร 1Q18 สดใสต่อเนื่อง จากอัตรากำไรที่ทำจุดสูงสุดใหม่
(views 61)
MGT เป็นอีกหนึ่งบริษัทในกลุ่ม Small Cap. ที่ถูกกระทบจากการ Reallocate ไปหากลุ่ม Big Cap. มากเกินไป โดยราคาหุ้นปรับตัวลง 4% YTD ตรงข้ามกับราคาหุ้น Megachem Ltd. สิงคโปร์ (ถือหุ้นใน MGT 36%) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 23% YTD ขณะที่ PE2018 ยังต่ำเพียง 16 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยของ Megachem Ltd. 5 ปีย้อนหลังที่ 20 เท่า และเมื่อคิดเป็น PEG โดยอิงการเติบโตเฉลี่ยของกำไรใน 3 ปีข้างหน้า (2019-2021) ที่ 20% ต่อปี อยู่ที่เพียง 0.8 เท่า โดยนอกจาก MGT จะเป็นบริษัทเติบโตสูงตามการขยายตัวของกลุ่มลูกค้าทั้งปิโตรเคมี น้ำมัน และอุตสาหกรรมสีที่กลับมาเติบโตแล้ว ฐานะทางการเงินยังเป็น Net Cash และให้ปันผลสูง 5-6% ต่อปี ส่วนแนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 เราคาดเพิ่มขึ้น 5% Q-Q และ 19% Y-Y อยู่ที่ 14 ล้านบาท จากผลของบาทแข็งที่หนุนอัตรากำไรขั้นต้นทำจุดสูงสุดใหม่ เรายังคาดกำไรสุทธิทั้งปีนี้ที่ 59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% Y-Y และยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 3.00 บาท (PE 20 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2018
SVI (BUY/18TP: 4.9), คาดกำไร 1Q18 ไม่สดใส แต่อาจเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้
(views 72)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 ไม่สดใสนัก คาดจะลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้คาดรายได้ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง จากคำสั่งซื้อที่ยังแข็งแกร่ง จนทำให้ใช้กำลังการผลิตเกือบเต็มแล้ว แต่สิ่งที่ยังเป็นปัญหาในไตรมาสนี้คือ สถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ทำให้วัตถุดิบที่นำเข้าไว้ในช่วงก่อนหน้ากลายเป็นต้นทุนแพงในไตรมาสนี้ กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นให้แผ่วลงทั้ง Q-Q และ Y-Y เราคาดหวังว่ากำไร 1Q18 จะเป็นกำไรต่ำสุดของปีนี้ แนวโน้มกำไรน่าจะกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป ภายหลังคงเหลือวัตถุดิบราคาแพงใช้ใน 2Q18 อีกบางส่วน ภาพรวมปีนี้ทั้งกำลังการผลิตและคำสั่งซื้อดูค่อนข้างสดใส มีเพียงภาวะค่าเงินบาทแข็งค่าที่ไม่เอื้อต่อผู้ผลิตเพื่อการส่งออกเท่าไหร่นัก ทั้งนี้เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโตราว 33.4% Y-Y ส่วนกำไรปกติคาดกลับมาโต 37.4% Y-Y ถือเป็นการเติบโตครั้งแรกในรอบ 4 ปี ยังคงราคาเป้าหมาย 4.9 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside 12.9% แนะนำทยอยซื้อ หลังผ่านกำไร 1Q18 ที่ไม่ดีนัก
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2018
BBL (BUY/18TP: 230), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด สินเชื่อแผ่วตามฤดูกาล
(views 68)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ BBL รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 9 พันลบ. เพิ่มขึ้น 10%Q-Q และ 9%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาด กำไรที่ดีขึ้น Q-Q เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยซึ่งมาจากการปรับขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ (รายได้การจัดการกองทุนและรายได้ค่าธรรมเนียมในการให้สินเชื่อ) และกำไรจากเงินลงทุนจำนวน 3.5 พันลบ. รวมถึงรายได้จากการจัดสรรผลกำไรจาก บสท. จำนวนราว 500 ลบ. รายได้ดังกล่าวเป็นรายได้ที่เป็น One-time ทำให้ธนาคารชดเชยไปกับการตั้งสำรองหนี้สูญที่สูงขึ้น 17%Q-Q และ 104%Y-Y มาอยู่ที่ราว 7.3 พันลบ. ซึ่งทำให้ Credit cost เพิ่มขึ้นเป็น 1.47% และสูงกว่าระดับค่าเฉลี่ยของปีที่เราคาดการณ์ที่ 1% และรายการค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น หากหักรายการพิเศษดังกล่าวออก รายได้หลักถือว่าดีกว่าที่คาด โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +1.8%Q-Q และ +5%Y-Y เนื่องจากต้นทุนเงินฝากที่และเงินให้กู้ยืมที่ลดลง ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมดีขึ้นจากรายได้การทำธุรกรรมผ่านธนาคารและรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2018
SCB (HOLD/18TP: 155), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด Opex กดดันต่อ
(views 72)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด SCB รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 1.13 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 23.5%Q-Q (จากการตั้งสำรองฯที่ลดลง) แต่ลดลง 4.6%%Y-Y เนื่องจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 21%Y-Y ทั้งจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดในการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ในระบบดิจิทัล และการลงทุนพัฒนาระบบเทคโนโลยี ทำให้ Cost to income ratio ปรับสูงขึ้นเป็น 46% สูงกว่าที่คาด ด้านรายได้ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโตดีกว่าคาด มาจากกำไรจากการค้าเงินตรา และรายได้ค่าธรรมเนียมจากการให้สินเชื่อ ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 1.5%Q-Q เนื่องจากรายได้จากเงินให้สินเชื่อลดลงเพราะสินเชื่อที่เติบโตเป็นกลุ่ม Corporate loan ที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าพอร์ตอื่น ส่วนค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยทรงตัวจากไตรมาสก่อน ในไตรมาสนี้ธนาคารมีการตั้งสำรองฯลดลง 33%Q-Q (ไตรมาสก่อนมีการตั้งสำรองฯพิเศษจำนวน 2.5 พันลบ.) และเท่ากับ 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2018
TCAP (HOLD/18TP: 55), กำไร 1Q18 ดีกว่าที่คาด
(views 36)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย TCAP กำไร 1Q18 อยู่ที่ 1.9 พันลบ. ลดลง 2%Q-Q (เพราะกำไรจากเงินลงทุนลดลง) แต่เพิ่มขึ้น 18.5%Y-Y ดีกว่าที่คาดเนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ดีกว่าคาด (จากธุรกิจ Bancassurance, การจัดการกองทุนและค่านายหน้าหลักทรัพย์) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิทำได้ดีกว่าคาดโดยเฉพาะจากรายได้ดอกเบี้ยจากธุรกิจเช่าซื้อ ประกอบกับ CoF ที่ต่ำลงจากเงินกู้ยืมที่ Re-finance ในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ส่งผล NIM ยังทรงตัวได้ > 3% ใกล้เคียงไตรมาสก่อน ในไตรมาสนี้มีการตั้ง Credit cost ที่ 0.7% ของสินเชื่อ ลดลงอย่างมากจาก 1.71% ในไตรมาสก่อนที่มีการตั้งฯเผื่อมาตรฐานบัญชีใหม่
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2018
THANI (BUY/18TP: 9.4), กำไร 1Q18 สูงกว่าคาด มีแนวโน้มปรับเพิ่มประมาณการ
(views 81)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด รายได้เพิ่มและคุมค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพอย่างมาก THANI กำไร 1Q18 อยู่ที่ 364 ลบ. +14%Q-Q และ +48%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ดีกว่าคาด ทั้งจากรายได้ดอกเบี้ยรับที่มากกว่าคาด +6%Q-Q, +25%Y-Y ขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยยังลดลงต่ำลงอีก ส่งผล Loan Spread ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 5.45% จาก 5.38% ในไตรมาสก่อนและสูงกว่าที่เราคาดไว้ ขณะเดียวกันยังมีค่าใช้จ่ายจากการขายที่น้อยกว่าที่คาดไว้ ส่งผลให้ Cost to income ratio ลดลงมาอยู่ที่เพียง 18% จาก 21% ในไตรมาสก่อนและ 20% ตามค่าเฉลียในปีก่อน ด้านรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +9.6%Q-Q และ 18.6%Y-Y เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้อื่นๆ โดยรวมแล้วผลประกอบการ 1Q18 ที่ออกมาดีนั้นมาจากองค์ประกอบทุกส่วน
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2018
SEAFCO (BUY/18TP: 10.1), คาดกำไร 1Q18 ยังไม่โดดเด่น แต่จะโตก้าวกระโดดตั้งแต่ 2Q18
(views 72)
แม้คาดรายได้ 1Q18 จะทรงตัว Q-Q จากการรับรู้งานที่ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน แต่แนวโน้มกำไรปกติคาดเติบโตได้ทั้ง +34% Q-Q, +2% Y-Y เป็น 53 ล้านบาท จากสัดส่วนค่าใช้จ่ายบริหารต่อรายได้ที่ลดลง และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับดีขึ้นจากการส่งมอบงานที่รับเฉพาะค่าแรงเพิ่มขึ้น ขณะที่ทิศทางรายได้และกำไรจะโตก้าวกระโดดตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป จากการเริ่มงานก่อสร้างหลายโครงการใหญ่พร้อมกัน ทั้งรถไฟฟ้าสีส้ม, สีชมพู และ One Bangkok โดยปัจจุบันมีงานในมือ 3.8 พันล้านบาท และมีโอกาสรับงานเข้ามาเติมจากงานที่อยู่ระหว่างการประมูลราว 1 หมื่นล้านบาท เรายังคาดกำไรปกติปี 2018 เติบโต 88% Y-Y และคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 10.10 บาท จากการได้รับประโยชน์โดยตรงของการเร่งผลักดันโครงการพื้นฐานของภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัว
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2018
KBANK (BUY/18TP: 235), กำไร 1Q18 เป็นไปตามที่คาด รายได้หลักชะลอ, ลดสำรองฯลง
(views 80)
รายได้หลักอ่อนตัวลง แต่กำไร 1Q18 ยังเป็นไปตามคาด KBANK รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 10,766 ลบ. เพิ่มขึ้น 89%Q-Q และ 6%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ PPOP น้อยกว่าที่คาด เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิที่ลดลง1.3%Q-Q (เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยจากเงินลงทุนที่ลดลง) โดยที่ NIM ลดลงมาอยู่ที่ 3.37% จาก 3.5% ในไตรมาสก่อน และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ +2%Q-Q มาจากค่าธรรมเนียมการให้สินเชื่อและการจัดการกองทุน แต่น้อยกว่าคาดจากธุรกิจการขายประกัน ในไตรมาสนี้ KBANK มีค่าใช้จ่ายสำรองฯ ลดลง 33%Q-Q และ 14%Y-Y และ Credit cost ที่ 1.7% น้อยกว่าที่เราคาดไว้ ซึ่งเป็นไปตาม Guidance ที่ธนาคารให้ไว้ และเป็นไปตามคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
CENTEL (T-BUY/18TP: 54), คาดกำไร 1Q18 จะสูงสุดของปี
(views 66)
เราคาดกำไรปกติ 1Q18 ของ CENTEL +88% Q-Q, +10.1% Y-Y และเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีจากอานิสงส์ของ Peak Season ธุรกิจโรงแรมจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรในปีนี้จากภาวะอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและเริ่มมีการลงทุนใหม่ๆเข้ามาหนุน ขณะที่ธุรกิจอาหารคาดว่าจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้นตามการบริโภคในประเทศ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 โต 19.1% Y-Y ราคาหุ้นปัจจบันยังมี Upside ไม่กว้างนัก แต่จากโมเมนตัมของกำไรที่ดี จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเหมาะสมที่ 54 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
IT (BUY/18TP: 6.9), คาดกำไรสุทธิ 1Q18 โตก้าวกระโดด และจะโตสูงเช่นนี้ทุกไตรมาส
(views 83)
เรายังคงแนะนำซื้อ IT ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 6.90 บาท โดยระยะสั้นมีปัจจัยหนุนจากผลประกอบการ 1Q18 ที่คาดออกมาสดใส เพิ่มขึ้น 9% Q-Q และ 145% Y-Y อยู่ที่ 15 ล้านบาท จากการเติบโตเร็วของตลาดเกมมิ่ง และการเพิ่มสินค้าอัตรากำไรสูง รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพ ส่วนแนวโน้มทั้งปีนี้ เรายังคาดกำไรสุทธิ Turnaround 33% Y-Y อยู่ที่ 84 ล้านบาท เพราะแผนการเพิ่มอัตรากำไรทั้งการเพิ่มสินค้าใหม่ และการควบคุมค่าใช้จ่ายจะเห็นผลเต็มปี ราคาปัจจุบันแม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้ว แต่ PE2018 และ PEG ยังต่ำเพียง 15 เท่า และ 0.5 เท่า ตามลำดับ อีกทั้ง ราคายังใกล้เคียงมูลค่าทางบัญชี และความเสี่ยงทางธุรกิจที่วัดจาก Cash Cycle ยังต่ำสุดในกลุ่มซื้อขายสินค้าไอที ซึ่งนอกจากเราจะให้ IT เป็น Top Pick ของกลุ่มสินค้าไอทีแล้ว ยังเป็น Top Pick ของ Small Cap. ในช่วงเวลานี้ด้วย
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
M (BUY/18TP: 90), SSSG ที่ดี และราคาหมูปรับลดลง ช่วยหนุนกำไร 1Q18
(views 62)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 น่าจะทำได้ดีเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y จากการทั้งเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของร้าน MK และ Yayoi รวมถึงยังมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง และคาดยังรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงใกล้เคียงไตรมาสก่อน แม้ต้องเผชิญราคาวัตถุดิบเป็ดปรับตัวสูงขึ้น แต่ถูกชดเชยได้ทั้งหมดจากการปรับลดลงของราคาหมู แนวโน้มกำไรจะดีขึ้นต่อใน 2Q18 เพราะเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ซึ่งในมุมมองของบริษัทยังคงเห็นการฟื้นตัวของกำลังซื้อได้ดี แม้จะไม่หวือหวา แต่ทำได้ดีในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะในส่วนของ Traffic ที่ยังดูคึกคักต่อเนื่อง และคาดกำไรจะดีจนอาจเป็นจุดสูงสุดของปีใน 4Q18 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และปกติจะมีการเปิดสาขาใหม่ค่อนข้างมากใน 4Q เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 15.5% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 90 บาท ยังมี upside 11.8% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
RSP (BUY/18TP: 8.4), คาดกำไร 1Q18 ฟื้นตัวต่อ และจะดีมากขึ้นใน 2H18
(views 40)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 จะฟื้นตัวต่อเนื่องในแง่ Q-Q มาอยู่ที่ 63 ล้านบาท แต่ยังลดลง Y-Y จากฐานสูงในปีก่อน โดยคาดเห็นอัตรากำไรขั้นต้นอาจขยับขึ้นได้เล็กน้อย จากผลบวกของ Product Mix และอานิสงส์ค่าเงินบาทแข็งค่า ช่วยหักล้างผลลบจากต้นทุนการนำเข้าที่สูงกว่าการผลิตเองได้ทั้งหมด ภายหลังจากที่บริษัทหันมานำเข้าสินค้า Converse ทั้งหมด 100% ตั้งแต่ต้นปี 2018 ที่ผ่านมา และคาดกำไรจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2H18 นอกจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศแล้ว คาดเห็นรายได้ในกัมพูชาทยอยเพิ่มขึ้นจนบรรลุเป้าหมายที่ราว 100 ล้านบาทในปีนี้ได้ จากแผนปรับเพิ่มการเปิดสาขาในกัมพูชาเป็น 4 แห่ง จากเดิม 2 แห่ง และลูกค้า Wholesale ในกัมพูชาเริ่มทยอยสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทแล้ว เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 19.5% Y-Y และมี Upside จากแผนเข้าซื้อกิจการ ที่น่าจะได้เห็นในปีนี้อย่างน้อย 1 ดีล ยังคงราคาเป้าหมาย 8.4 บาท (DCF) มี Upside 19.1% ยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
TISCO (HOLD/18TP: 98), คาดการณ์กำไร 2Q18 ยังเติบโตได้ดี
(views 72)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหารกล่าวเพิ่มเติมถึงรายการรายรับและค่าใช้จ่ายพิเศษที่จะเกิดขึ้นในคราวเดียวใน 1Q18 และไม่น่าเกิดซ้ำใน 2Q18 โดยรวมแล้วทำให้เป็นบวกต่อประมาณการกำไร 2Q18 เราคาดแนวโน้มกำไร 2Q18 จะเพิ่มขึ้นราว 4%Q-Q มาอยู่ที่ราว 1.84 พันลบ. (+22%Y-Y) ซึ่งเป็นจุดสูงสุดใหม่ คงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 7.18 พันลบ. +18%Y-Y กำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากการตั้งสำรองหนี้สูญ และรายได้เพิ่มขึ้นจากพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ซื้อจาก SCBT เต็มปี คงราคาเหมาะสมเป็น 98 บาท คงคำแนะนำ ถือ เพราะ Upside ที่น้อยลง
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
TMB (BUY/18TP: 3.3), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด
(views 71)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ แม้ NIM ชะลอ แต่ควบคุม Opex ได้ดี TMB รายงานกำไร 1Q18 ที่ 2,280 ลบ. +1%Q-Q และ +8.7%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ รายได้รวมน้อยกว่าที่เราคาดไว้ ซึ่งเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าคาดเพราะสินเชื่อที่มี Low loan yield (สินเชื่อที่อยู่อาศัย) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ NIM ลดลง < 3% เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส อย่างไรก็ตามธนาคารควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่ดีกว่าคาด โดย Cost to income ratio อยู่ที่ 45% เนื่องจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าใช้จ่ายพนักงานที่ลดลงตามฤดูกาล ในไตรมาสนี้ TMB มีค่าใช้จ่ายสำรองฯสูงกว่าคาด +15%Q-Q และ +3%Y-Y และ Credit cost ที่ 1.43% เพราะมีการ Write-off NPL จำนวน 1.7 พันลบ. ในไตรมาสนี้ และเพื่อเพิ่ม Coverage ratio
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
BAY (HOLD/18TP: 42), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงกับที่คาด
(views 86)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด BAY รายงานกำไร 1Q18 ที่ 6.2 พันลบ. +9.4%Q-Q, +10%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ เราประทับใจที่รายได้หลักยังแสดงการเติบโต 1.8%Q-Q และ 11%Y-Y ซึ่งมาจากทั้งการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 1.4%Q-Q, 9.3%Y-Y ตามการเติบโตของสินเชื่อ แต่สังเกตว่า NIM อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 3.76% จาก 3.84% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเกิดจาก loan yield ที่ปรับตัวลดลงตาม Portfolio mix ที่เป็น Corporate มากขึ้น ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +2.2%Q-Q, +15.7%Y-Y เนื่องจากกำไรจากเงินลงทุนและหนี้สูญรับคืนเพิ่มขึ้น ขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพกว่าที่คาดไว้ Cost to income ratio อยู่ที่ 46% น้อยกว่าที่เราคาดที่ 48% สำหรับการตั้งสำรองฯ ในไตรมาสนี้ธนาคารมีค่าใช้จ่ายสำรองฯเพิ่มขึ้น 9%Q-Q, 27%Y-Y Credit cost ที่ 1.7% ส่วนใหญ่เป็น General reserve และเป็นไปตามหลัก Conservative
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2018
CPALL (BUY/18TP: 98), SSSG 1Q18 ยังบวกต่อ หนุนกำไร 1Q18 มีลุ้นทำจุดสูงสุดใหม่
(views 152)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 จะเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y จาก SSSG ร้าน 7-11 ที่คาดยังบวกได้ต่อเนื่องราว 3.5% Y-Y และมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง จึงคาดเห็นการเติบโตของรายได้รวม ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นและสัดส่วนค่าใช้จ่ายน่าจะทรงตัวอยู่ในระดับที่ดี และมีอัตราภาษีจ่ายลดลงจากค่าใช้จ่ายที่นำมาลดหย่อนภาษีได้มากขึ้น แนวโน้มกำไรน่าจะทำได้ดีต่อเนื่องใน 2Q18 และเติบโตอย่างโดดเด่นในช่วง 2H18 ที่เป็น High Season และมีการทำ Stamp Promotion เป็นประจำทุกปี กอปรกับยังเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 700 แห่งต่อปี เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 23% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 98 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมาจน Upside เปิดกว้าง 17.7% ยังคงคำแนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2018
KTC (HOLD/18TP: 324), กำไร 1Q18 เหนือคาด แต่ราคาขึ้นมารอแล้ว
(views 67)
กำไรสุทธิ 1Q18 ดีกว่าที่คาด KTC รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 1.2 พันลบ. เพิ่มขึ้น 29%Q-Q และ 65%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดเนื่องจากการตั้งสำรองหนี้สูญที่น้อยกว่าคาด และหนี้สูญรับคืนที่ดีกว่าคาด ทั้งนี้ในไตรมาสนี้ KTC มีการตั้งสำรองฯที่ 8.68% ของสินเชื่อคงค้าง ลดลงจากราว 9% ในไตรมาสก่อนและ 10% ในปีก่อน เนื่องจากฐานสินเชื่อที่เติบโตชะลอตัวลง และคุณภาพลูกหนี้ที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันมูลค่าหนี้สูญรับคืนในไตรมาสนี้อยู่ที่ 838 ลบ. +9%Q-Q, +31%Y-Y ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเห็นการชะลอตัวลง 1.2%Q-Q ตามการหดตัวของสินเชื่อคงค้างแต่ยัง +10%Y-Y แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะถูกปรับลดเพดานลงจาก 20% เป็น 18% ตั้งแต่เดือนก.ย.ที่ผ่านมา แต่ CoF ที่ลดลงตามอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมที่ต่ำลง ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยยังสูงที่ราว 15%
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2018
MINT (BUY/18TP: 48), คาดกำไร 1Q18 ชะลอ Y-Y จากฐานสูง
(views 73)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q18 คาดว่าจะ +16.2% Q-Q จากอานิสงส์ของ Peak Season แต่ -2.7% Y-Y จากฐานรายได้ของธุรกิจอสังหาฯที่สูงมากในปีก่อน ซึ่งแม้ธุรกิจโรงแรมจะเติบโตได้โดดเด่น แต่อาจชดเชยได้ไม่ทั้งหมด ส่วนธุรกิจอาหารดูฟื้นตัวช้ากว่าที่ประเมิน ทำให้ประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2018 ที่คาดโต 20% Y-Y อาจมี Downside เล็กน้อย อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวลงค่อนข้างมากจากช่วงต้นปี ทำให้ Upside ยังค่อนข้างเปิดกว้าง เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 48 บาท
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2018
TISCO (HOLD/18TP: 98), กำไร 1Q18 ดีตามคาด
(views 43)
กำไร 1Q18 เป็นไปตามคาด รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยแข็งแกร่ง TISCO รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 1.77 พันลบ. เพิ่มขึ้น 16%Q-Q และ 19%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ กำไรที่เพิ่มขึ้น Q-Q เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากเงินลงทุน, ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทย่อย และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ IB ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น Y-Y เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +20%Y-Y ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการปรับตัวขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยที่มาจากการโอนธุรกิจจาก SCBT และการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (ทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมและกำไรจากเงินลงทุน) ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยยังแข็งแกร่งที่ราว 5% มากกว่างวดเดียวกันในปีก่อนที่ทำได้ที่ 4.7% เนื่องจากส่วนผสมของสินเชื่อที่เป็นสินเชื่ออเนกประสงค์มากขึ้น (Consumer finance ที่ไม่ใช่สินเชื่อเช่าซื้อ) สังเกตว่าในไตรมาสนี้ TISCO มีการตั้งสำรองหนี้สูญฯลดลง 23%Q-Q แต่ Credit cost ยังสูงที่ 1.4% เพราะมีการ Write-off สินเชื่อบางกลุ่มที่รับโอนมาจาก SCBT
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2018
ROBINS (BUY/18TP: 78), คาด SSSG 1Q18 พลิกเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส
(views 43)
แนวโน้มกำไร 1Q18 จะเติบโตได้ดี Y-Y แต่จะลดลงในแง่ Q-Q ตามฤดูกาล โดยคาดหวัง SSSG จะฟื้นตัวพลิกกลับมาเป็นบวกได้ครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส สิ่งที่ดีในไตรมาสนี้ เราน่าจะได้เห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอัตรากำไรขั้นต้น จากการประสบความสำเร็จในการปรับ Product Mix เพื่อสัดส่วนสินค้า House Brand ได้มากขึ้น รวมถึงการเติบโตของรายได้ค่าเช่า จากการรับรู้รายได้ค่าเช่าของสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน แนวโน้มกำไรน่าจะโตต่อเนื่องใน 2Q18 และจะกลับมาดีอีกครั้งจนเป็นกำไรสูงสุดของปีนี้ใน 4Q18 จากช่วง High Season ของธุรกิจ และมีแผนเปิด 2 สาขาใหม่ในรูปแบบ Lifestyle Center ใน 3Q18 และ 4Q18 เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโตราว 13.5% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 78 บาท (DCF) ยังมี Upside 22.8% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
17
เมษายน
2018
PTTEP (T-BUY/18TP: 123), การประมูลสัมปทานจะเปลี่ยนพื้นฐานหุ้นในระยะยาว
(views 78)
เราแนะนำซื้อเก็งกำไร PTTEP จากโอกาสในการชนะประมูลในสัปทานรอบใหม่ที่คาดว่าจะเพิ่มมูลค่าหุ้นได้ราว 25 บาท/หุ้น จากมูลค่าปัจจุบันที่ประเมินได้ 123 บาท (DCF) ซึ่งยังพอมี upside จากราคาตลาดปัจจุบัน ขณะที่ผลประกอบการ 1Q18 คาดเติบโตในเกณฑ์ดี +23% Q-Q และ +3.5% Y-Y จากราคาขายเพิ่มสูงขึ้นและค่าเงินบาทแข็งค่า ส่วนกำไรทั้งปี 2018 และ 2019 คาดฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาด EBITDA +11% Y-Y และ +9% Y-Y ตามลำดับ จากราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับ US$ 60-65/BBL รวมไปถึงปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นในช่วง 2H18 และ 2019 จากการเพิ่มสัดส่วนการร่วมทุนในบงกชอีก 22.22% ในขณะที่การควบคุมต้นทุนต่อหน่วยยังเป็นไปได้ดี อีกทั้งสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งจากเงินสดในมือ US$ 4,500 ล้านที่พร้อมจะลงทุนเพิ่มในต่างประเทศผ่านการทำ M&A
อ่านเพิ่มเติม
12
เมษายน
2018
THANI (BUY/18TP: 9.4), แนวโน้มกำไร 1Q18 ทำ New High และยังโตต่อในไตรมาสต่อไป
(views 72)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q18 ยกฐานกำไรและเป็นจุดสูงสุดใหม่ที่ 339 ลบ. +6%Q-Q, +38%Y-Y เนื่องจากค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯที่ลดลง 13%Q-Q, 27%Y-Y และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 3.6%Q-Q, 21%Y-Y เราคาดว่าสินเชื่อจะ +5%YTD และ +18%Y-Y จากสินเชื่อรถบรรทุกทั้งเก่าและใหม่ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นจากโครงการก่อสร้างภาครัฐที่ต่อเนื่องจากปลายปีและรถบรรทุกรุ่นใหม่ คงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 1.4 พันลบ. (+26.6%Y-Y) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 9.40 บาท (หลัง XD) แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
เมษายน
2018
CPF (HOLD/18TP: 28), คาดผลการดำเนินงานหลัก 1H18 ยังดูเหนื่อย
(views 95)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 1H18 ยังดูเหนื่อย โดยคาดผลการดำเนินงานหลัก 1Q18 อาจขาดทุนต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน เพราะราคาหมูในไทยและเวียดนามลดลงต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยง และเป็น Low Season ของธุรกิจ ในขณะที่แนวโน้ม 2Q18 ยังดูไม่ฟื้นตัวนัก แม้ราคาหมูจะขยับขึ้นสูงเกินต้นทุนการเลี้ยงแล้ว แต่มาจากภาครัฐให้ปรับราคาขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เลี้ยงรายย่อย หลังจากนี้จะเห็นราคาหมูขึ้นลงตาม Demand Supply ที่แท้จริง รวมถึงราคาหมูในเวียดนามล่าสุดพลิกกลับมาปรับลงอีกครั้ง กอปรกับบริษัทเริ่มรับรู้ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ล็อตใหม่ที่แพงขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม เรายังคาดหวังการฟื้นตัวของผลประกอบการในช่วง 2H18 ส่วนหนึ่งเพราะเป็น High Season ของธุรกิจ และต้องจับตาดูราคาเนื้อสัตว์ทั้งในไทยและเวียดนามที่ควรจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วง 2H18 เรายังคาดกำไรสุทธิปีนี้ลดลง 6.9% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 28 บาท แม้ยังมี Upside ให้แนะนำซื้อ แต่ด้วยโมเมนตัมของกำไรที่ยังไม่น่าสนใจใน 1H18 จึงมองจังหวะเข้าลงทุนน่าจะอยู่ในช่วง 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
11
เมษายน
2018
VGI (SELL/19TP: 6.8), ราคาหุ้นขึ้นมากรับแนวโน้มการเติบโตของกำไร
(views 71)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q18 (สิ้นมี.ค.18) โตสูง 43% Q-Q สดใสกว่าที่เคยคาด จากรายได้เพิ่มของทุกกลุ่มธุรกิจ ชดเชยขาดทุนรับรู้จากกลุ่ม Rabbit ทำให้ปรับประมาณการกำไรปกติทั้งปีขึ้น 9% เป็นโตเกือบ 23% แต่กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนที่มีกำไรพิเศษสูง และปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019 ( สิ้นมี.ค.2019) ขึ้น 10% จากปรับคาดการณ์รายได้รวมคล้องกับเป้าของกลุ่ม BTS บริษัทแม่ ที่ +10-15% แม้กำไร 4Q18 ที่คาดเป็นปัจจัยบวก และปี 2019 โตต่อสูงอีก 28% แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมามาก PE ปี 2019 สูงถึง 54 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ย PE ในอดีตที่ 45 เท่า นับว่าสะท้อนกำไรเติบโตและความคาดหวังต่อธุรกิจใหม่ๆ ที่บริษัทขยายการลงทุนต่างๆ ไว้มากแล้ว จึงปรับคำแนะนำลงจากเดิม ถือ เป็น ขาย ราคาเป้าหมายปี 19 ที่ 6.80 บาท จากเดิม 6.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
10
เมษายน
2018
RS (BUY/18TP: 35), แนวโน้มกำไร 1Q18 ลดลง Q-Q แต่ยังโตสูง Y-Y
(views 99)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q18 อ่อนลง Q-Q แต่ยังเพิ่มสูง 95% Y-Y กำไรที่มองอ่อนลง Q-Q ส่วนใหญ่จากรายได้ธุรกิจทีวีดิจิตอล (ช่อง 8) ได้รับผลกระทบจากตลาดโฆษณาสื่อทีวีที่ซบเซาในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส แม้คาดยอดขายธุรกิจ MPC ยังแกร่ง เพิ่ม 19% Q-Q, 179% Y-Y แต่คาดผลประกอบการตั้งแต่ 2Q18 กลับมาสดใส จากการใช้จ่ายโฆษณาดีขึ้นเข้าช่วง High season และคาดยอดขายสินค้ากลุ่มใหม่จะเริมเข้ามามากขึ้น จึงยังมองแนวโน้มกำไรปกติทั้งปีโตต่อเนื่องในอัตราสูง แม้อาจมี Downside เล็กน้อย ขณะที่ราคาหุ้นตอบสนองต่อข่าวการขายหุ้นของผู้ถือหุ้นอันดับ 2 และแนวโน้มกำไร 1Q18 ที่น้อยกว่าเคยคาด ทำให้มี Upside มากขึ้น จากราคาเป้าหมายที่ 35 บาท จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
10
เมษายน
2018
TKN (BUY/18TP: 21), คาดกำไร 1Q18 ไม่สดใส แต่จะเป็นจุดต่ำสุดของปีตามฤดูกาล
(views 99)
แนวโน้มกำไร 1Q18 น่าจะแผ่วลงมากกว่าคาด หากไม่รวมรายการพิเศษไตรมาสก่อน คาดกำไรปกติจะลดลง -14.2% Q-Q และ -11.7% Y-Y สาเหตุกำไรที่ลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล ส่วนกำไรที่คาดลดลง Y-Y มาจากต้นทุนสาหร่ายที่ปรับสูงขึ้นตั้งแต่ 2Q17 เป็นต้นมา ทำให้ฐาน 1Q17 ค่อนข้างต่ำ จึงกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ในขณะที่คาดรายได้ยังเติบโตได้ราว 15% Y-Y แต่คาดกำไร 1Q18 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีตามฤดูกาล แนวโน้มกำไรจะกลับมาเติบโตดีตั้งแต่ 2Q18 เพราะจะเริ่มรับรู้ต้นทุนสาหร่ายล็อตใหม่ที่ถูกลงตั้งแต่เดือน เม.ย. เป็นต้นไป รวมถึงจะสามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษี BOI ได้มากขึ้น ในขณะที่ประเด็นบาทแข็งค่า จะส่งผลบวกเชิงบวกต่อการนำเข้าสาหร่ายของบริษัทที่เป็นสกุล USD แต่จากกำไร 1Q18 ที่ไม่สดใส เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 12% เป็นการเติบโต 34.3% Y-Y ลดลงจากเดิมที่คาดโต 52% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 21 บาท จากเดิม 24 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 28.8% แนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
09
เมษายน
2018
TU (BUY/18TP: 21), คาดกำไร 1Q18 จะอ่อนแอต่ำสุดในรอบ 9 ไตรมาส
(views 54)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 จะอ่อนแอมาก อาจเป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 9 ไตรมาส ลดลงแรงทั้ง Q-Q และ Y-Y จากทั้งค่าเงินบาทแข็งค่า และราคาขายปลาทูน่า รวมถึงกุ้งปรับลดลง ส่งผลกระทบให้รายได้ปรับลดลง รวมถึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะแผ่วลงเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 20 ไตรมาส แม้เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป ซึ่งจะได้รับผลบวกจากต้นทุนปลาที่ถูกลง และต่อเนื่องไปใน 3Q18 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ มีโอกาสที่กำไร 1Q18 จะเป็นจุดตำสุดของปี แต่ด้วยแนวโน้มกำไร 1Q18 ที่ไม่สดใส เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ลง 11% จะเป็นกำไรที่ลดลง 4.4% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 21 บาท จากเดิม 23 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 15.4% จึงยังแนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
05
เมษายน
2018
KBANK (BUY/18TP: 235), ปรับลดประมาณการกำไรทั้งปีลงจากผลกระทบของค่าธรรมเนียม
(views 79)
เราปรับลดคาดการณ์รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากเดิม +1% เป็น -6% สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินใหม่ของธนาคารซึ่งได้รวมผลกระทบของการยกเลิกค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่าน Mobile ประมาณการกำไรใหม่ของเราลดลงจากประมาณการเดิมราว 9% มาอยู่ที่ 3.71 หมื่นลบ. ซึ่งยังเห็นการเพิ่มขึ้นราว 8.2%Y-Y เนื่องจากได้รับชดเชยจากค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯ ที่ลดลง เราคาดว่ากำไร 1Q18 ยังไม่ได้รับผลกระทบจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง และคงคาดการณ์การฟื้นตัวที่ราว 87%Q-Q, 5%Y-Y มาอยู่ที่ราว 1.06 หมื่นลบ. เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2018 ลงเป็น 235 บาท (เดิม 264 บาท) ให้สอดคล้องกับประมาณการกำไรใหม่ แต่คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
เมษายน
2018
HMRPO (BUY/18TP: 15.5), คาดกำไร 1Q18 ยังเติบโตดี Y-Y
(views 91)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 จะเติบโตได้ดี Y-Y จาก SSSG ที่คาดเติบโตเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน กอปรกับยังได้รับการตอบรับที่ดีจากการจัดงาน Expo จึงคาดรายได้รวมจะเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นยังดูมีพัฒนาการที่ดีจากทั้งการปรับ Product Mix และการ Sourcing ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ภาพรวมกำลังซื้อในมุมมองของ HMPRO ยังดูค่อนไปในทางทรงตัว สำหรับสาขาในต่างจังหวัด ในขณะที่สาขาในกทม.และปริมณฑลยังฟื้นตัวได้ดีต่อเนื่อง แนวโน้มผลประกอบการจะดีมากขึ้นใน 2Q18 และ 4Q18 ซึ่งเป็นช่วง High Season เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 20% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 15.5 บาท (DCF) มี Upside 10.7% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
เมษายน
2018
INTUCH (BUY/18TP: 67.5), ราคาหุ้นถูกเกินไปมาก เท่ากับได้ THCOM และธุรกิจอื่นฟรี
(views 88)
แนวโน้มกำไร 1Q18 ของ INTUCH คาดว่ายังแข็งแกร่งตาม ADVANC รวมถึง THCOM ที่มีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขาย CSL เบื้องต้นคาดกำไรสุทธิราว 3,900 พันลบ. +115% Q-Q, +22% Y-Y สำหรับราคาหุ้นปัจจุบันถือว่า Undervalue อย่างมาก โดยปัจจุบัน Discount สูงถึง 28% แม้พิจารณาเฉพาะมูลค่าของ ADVANC ซึ่งหมายถึงได้ธุรกิจอื่นๆทั้ง THCOM และ Startup อื่นๆ ฟรี ขณะที่ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีปรับขึ้นเพียง 2.2% Laggard ADVANC ที่บวก 8.4% ทำให้ปัจจุบัน Upside เปิดกว้างและดูน่าสนใจกว่า และเหมาะที่จะเป็นหุ้นหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
04
เมษายน
2018
TMB (BUY/18TP: 3.3), ตลาดกังวลต่อค่าธรรมเนียมการโอนมากเกินไป
(views 111)
ปรับคำแนะนำขึ้นจาก ถือ เป็น ซื้อ และคงราคาเหมาะสมที่ 3.30 บาท ราคาหุ้นปรับฐานจนมี Upside ที่น่าสนใจขึ้น เนื่องจากความกังวลต่อ CoF และฐานเงินฝากที่อาจได้รับผลกระทบจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนของธนาคารอื่น แต่เราคาดว่า TMB ผู้ซึ่งเป็นธนาคารแรกและธนาคารเดียวที่ไม่เคยเรียกเก็บรายได้ค่าธรรมเนียมมาก่อนและมี Platform ที่แข็งแกร่งตอบโจทย์เหตุผลของการฝากเงินของลูกค้า เราจึงคาดว่า TMB ได้รับผลกระทบน้อยมาก ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นจากธุรกิจ Bancassurance และ Loan-related fee ซึ่งมีฐานต่ำในปีก่อน เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 1 หมื่นลบ. +15.6%Y-Y และคาดการณ์กำไร 1Q18 น่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีที่ราว 2.26 พันลบ. ทรงตัว Q-Q แต่ +8%Y-Y (ดีกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม)
อ่านเพิ่มเติม
04
เมษายน
2018
AP (BUY/18TP: 9.7), เริ่มต้นปีอย่างสวยงามด้วยยอดขายหมื่นล้าน
(views 86)
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ“ซื้อ” และประเมินราคาเหมาะสมที่ 9.70 บาท จากพอร์ตที่ยืดหยุ่นในการกระจายรายได้ครอบคลุมทั้งแนวราบและคอนโดในตลาดทุกเซกเมนต์ ประกอบกับแนวโน้มกำไรปกติปีนี้ที่คาดโตดีต่อเนื่อง +10% Y-Y จากการเริ่มโอนคอนโด 2 แห่ง มูลค่ารวม 8.7 พันล้านบาท และยอดโอนแนวราบที่คาดทำได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท จากการเปิด 31 โครงการใหม่ เสริมความแกร่งด้วยความสำเร็จของการเปิดขายโครงการ JV ที่คาดทำให้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น +35% Y-Y แม้บริษัทจะให้เป้า Presales อย่างอนุรักษ์นิยมที่ 3.35 หมื่นล้านบาท (-22% Y-Y) แต่มีสัญญาณบวกจากยอดขายใน 1Q18 ที่โตแรง +168% Y-Y แตะระดับ 1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 30% ของเป้าทั้งปีแล้ว ขณะที่ Valuation ยังน่าสนใจ ราคาหุ้นคิดเป็น PE2018 เพียง 7.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และกลุ่มอสังหาฯที่ 9 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
03
เมษายน
2018
IT (BUY/18TP: 6.9), Valuation น่าสนใจ และ Downside ต่ำสุดในกลุ่ม แนะนำซื้อ
(views 102)
เรากลับมาแนะนำซื้อ IT ที่ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 6.90 บาท อิง PE เฉลี่ยของกลุ่มที่ 18 เท่า ปัจจัยหนุนระยะสั้นอยู่ที่แนวโน้มกำไร 1Q18 ที่คาดโตสูง 145% Y-Y อยู่ที่ 15 ล้านบาท จากการขยายตัวของตลาด Gamming และอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นตามผลของ Product Mix ขณะที่ ปัจจัยหนุนระยะกลาง-ยาวอยู่ที่ แผนปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มทั้งรายได้และอัตรากำไร โดยถ้าอิงปัจจัยสำเร็จของคู่แข่งทั้ง COM7, Advice, และ J.I.B. เรามองว่า Upside ของ IT เป็นไปได้ทั้งการจับมือกับ Mobile Operator, การกลับมาขยายสาขาหรือรุกตลาดออนไลน์, และการสร้างจุดแข็งโดยเป็นผู้นำตลาด Gamming อย่างไรก็ตาม ประมาณการของเราที่คาดกำไรสุทธิปีนี้โต 33% Y-Y อยู่ที่ 84 ล้านบาท และปีหน้าโต 24% Y-Y อยู่ที่ 105 ล้านบาท ยังมาจากการปรับลดค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ไม่ได้รวมแผนปรับกลยุทธ์ข้างต้น ซึ่ง Valuation ตอนนี้ยังถือว่าไม่แพง PE2018 ต่ำเพียง 10 เท่า ทั้งที่อัตราการเติบโตสูงกว่า และบริหาร Cash Cycle ที่ถือเป็นกุญแจสำคัญของธุรกิจนี้ ได้ดีที่สุดในอุตสาหกรรม เราจึงเลือก IT เป็น Top Pick ของกลุ่มสินค้าไอที แม้สภาพคล่องในการลงทุนจะต่ำสุดในกลุ่มก็ตาม
อ่านเพิ่มเติม
02
เมษายน
2018
TISCO (T-BUY/18TP: 98), คาดการณ์กำไร 1Q18 โตทั้ง Q-Q, Y-Y ดีกว่ากลุ่ม
(views 151)
ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อเก็งกำไร (จาก ถือ) TISCO หุ้นหลบภัยชั้นดีในภาวะการเกิดสงครามค่าธรรมเนียมในภาคธนาคาร เพราะแทบไม่พึ่งพารายได้จากการโอนเงิน (แต่ในระยะยาว TISCO ต้องปรับตัวอยู่ดี) เมื่อประกอบกับแนวโน้มกำไร 1Q18 เติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y และน่าจะต่อเนื่องในไตรมาสที่เหลือของปีด้วยเนื่องจากการรับรู้รายได้จากพอร์ต SCBT เต็มที่ตลอดปีเป็นปีแรก (กรณีการขายพอร์ตสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลให้กับ CITI ไม่ได้เซอร์ไพรส์เราและไม่ส่งผลต่อประมาณการ) รวมถึงการจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 5 บาท (Dividend yield 5.6% XD 27 เม.ย. 2018) คงราคาเหมาะสมที่ 98 บาท
อ่านเพิ่มเติม
29
มีนาคม
2018
DTAC (T-BUY/18TP: 50), กำไร 1Q18 ยังฟื้น Y-Y ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อเก็งกำไร
(views 38)
เราคาดกำไรปกติ 1Q18 ของ DTAC หดตัว 18.2% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 117.3% Y-Y แม้รายได้คาดว่าทำได้เพียงทรงตัวและต้นทุนโครงข่ายยังสูงขึ้นตามการลงทุน แต่ชดเชยได้จากค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆที่ลดลง ส่วนประเด็นคลื่นความถี่ใหม่เราเชื่อว่ามีโอกาสที่ DTAC จะเซ็นสัญญาคลื่น 2300 MHz ได้ใน 2Q18 และก่อนหน้าการประมูลคลื่น 1800 MHz ซึ่งเป็นเรื่องดี ปัจจุบันเรายังคงประมาณการกำไรปกติหดตัว 28.4% Y-Y ราคาหุ้นปรับตัวลงราว 10% หลังจากที่แนะนำ “ขาย” เมื่อปลายเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ Upside เริ่มเปิดกว้างอีกครั้ง เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อเก็งกำไร”
อ่านเพิ่มเติม
28
มีนาคม
2018
PCSGH (BUY/18TP: 13), แนวโน้มธุรกิจเดิมยังดี และธุรกิจใหม่ยังเป็นไปตามแผน
(views 49)
เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะยาวของ PCSGH และยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 13 บาท (รวมโครงการ EV 2 พันล้านบาท) ปัจจัยบวกระยะสั้นอยู่ที่แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 ที่คาดโต 13% Q-Q และ 19% Y-Y อยู่ที่ 180 ล้านบาท ส่วนระยะกลางคือ การเริ่มรับรู้รายได้จากโรงงานในยุโรปตั้งแต่ 2Q18 ซึ่งผู้บริหารคาดว่าจะไม่ถ่วงธุรกิจเดิม และอาจไม่จำเป็นต้องกู้ยืมหรือเพิ่มทุน ขณะที่ ภาพระยะยาวจะเริ่มชัดเจนขึ้น จากการได้รับคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ EV เพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้นี้ เราคงคาดกำไรสุทธิปี 2018 ที่ 790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% Y-Y ที่ระดับราคาหุ้นปัจจุบัน เรามอง Downside จำกัด และช่วยลบมุมมองด้าน Valuation ที่ดูแพงกว่ากลุ่มมาตั้งแต่เข้าตลาด เพราะ PE2018 อยู่ที่เพียง 13.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มยานยนต์ที่ 15 เท่า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 20 เท่า ทั้งที่ PCSGH เติบโตสูงกว่า และมีความสามารถในการทำกำไรดีกว่าเกือบเท่าตัว
อ่านเพิ่มเติม
28
มีนาคม
2018
PLANB (BUY/18TP: 7.1), ราคาหุ้นปรับฐาน น่าสนใจขึ้น แนวโน้มกำไรยังสดใส
(views 41)
ราคาหุ้นที่ปรับฐานลงมามี Upside มากขึ้น จากราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 7.10 บาท โดยเราคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรปี 2018 โตสูงต่อเนื่อง 28% ปัจจัยหนุนกำลังซื้อโดยรวมดีขึ้น เอื้อต่อตลาดสื่อโฆษณานอกบ้าน ซึ่งเข้ากับไลฟ์สไตล์สังคมยุคใหม่ และการขยายพื้นที่สื่อมากขึ้น ขณะที่แนวโน้มกำไร 1Q18 สดใสเพิ่มทั้ง Q-Q, Y-Y โดยการซื้อหุ้น 19.48% ใน BMN บ.ย่อยของ BEM ที่ทำธุรกิจสื่อในรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT จะเพิ่มโอกาสได้บริหารสื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนขยายในอนาคต แม้ในระยะสั้นคาดกำไรรับรู้จาก BMN ยังไม่มากอย่างมีนัยฯ ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 7.10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
28
มีนาคม
2018
KBANK (BUY/18TP: 264), คาดกำไรเริ่มดีตั้งแต่ 1Q
(views 40)
KBANK รายงานสินเชื่อ 2M18 ดีกว่ากลุ่มที่ราว 1%YTD แม้แผ่วตามฤดูกาลแต่เป็นอัตราการเติบโตที่ดีกว่ากลุ่ม เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q18 จะกลับมาเป็นปกติที่ราว 1.06 หมื่นลบ. +87%Q-Q, +5%Y-Y เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง ประเด็น “ฟรีค่าธรรมเนียม” สำหรับธุรกรรมผ่าน K-Plus และ K-Cyber ซึ่งเป็นช่องทาง Digital ที่ให้กับลูกค้ารายย่อยและ SMEs คาดว่าจะกระทบผลกำไรสุทธิราว 3.6% (น้อยกว่าผลกระทบของ PromptPay) ซึ่งจะได้ชดเชยจากปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนการถือครองเงินสดที่ลดลง เราไม่คำนึงผลกระทบนี้ในประมาณการและคงคาดการณ์กำไรปี 2018 ที่ 4.08 หมื่นลบ. +18.8%Y-Y และคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 264 “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
27
มีนาคม
2018
ADVANC (T-BUY/18TP: 220), กำไร 1Q18 ยังดี // ลุ้นข่าวดีแบ่งชำระค่าคลื่น
(views 44)
เราคาดกำไรปกติ 1Q18 ของ ADVANC ยังเติบโตดี 3.1% Q-Q และ 5% Y-Y จากรายได้ที่โตเร่งตัวขึ้นและต้นทุนที่เพิ่มในอัตราที่ชะลอ โดยเรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรในปี 2018 ที่คาดว่าจะกลับมาเติบโตได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี +8.2% Y-Y ขณะที่ระยะสั้นมี Catalyst หากภาครัฐเห็นชอบการแบ่งชำระค่าใบอนุญาต 900 MHz งวดสุดท้าย ซึ่งจะทำให้ ADVANC ประหยัดภาระดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้ยืมและเป็น Upside ต่อประมาณการระยะยาวราว 5 % รวมถึงมีโอกาสจ่ายปันผลสูงขึ้น อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัว Outperform SET ตั้งแต่ต้นปีทำให้ Upside เริ่มแคบลง เราจึงปรับคำแนะนำลงเป็น “ซื้อเก็งกำไร”
อ่านเพิ่มเติม
27
มีนาคม
2018
SEAFCO (BUY/18TP: 10.1), ลุยงานเต็มสูบ หนุนกำไรโตก้าวกระโดดตั้งแต่ 2Q18
(views 45)
เรามีมุมมองบวกกับผลประกอบการที่โตสดใสในปีนี้ และดีต่อเนื่องในปีหน้า จากการรับรู้งานในมือ ณ สิ้นปีก่อนที่ 2.55 พันล้านบาท (ยังไม่รวม One Bangkok ที่เพิ่งได้รับราว 1.2 พันล้านบาท) โดยเป็นสัดส่วนของงานที่รับเฉพาะค่าจ้างซึ่งมาร์จิ้นสูงอยู่กว่า 87% แม้แนวโน้มกำไร 1Q18 จะยังไม่โดดเด่นจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้าของรถไฟฟ้าสีส้ม และรับรู้งานก่อสร้างหลักไม่เต็มที่ แต่ทิศทางของรายได้และกำไรจะเติบโตอย่างมีนัยตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป จากการเริ่มงานก่อสร้างหลายโครงการใหญ่พร้อมกัน ทั้งรถไฟฟ้าสีส้ม, สีชมพู และ One Bangkok เรายังคงคาดกำไรปกติปีนี้ทำ Record High โต 88% Y-Y และคงราคาเหมาะสม 10.10 บาท แต่เพิ่มคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” จาก Upside ที่กว้างขึ้น โดยราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน PE2018 ที่ 18.8 เท่า ต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง PYLON ที่ 23 เท่า และกลุ่มรับเหมาที่ 20 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
22
มีนาคม
2018
BGRIM (BUY/18TP: 32), พื้นฐานดี Growth ดี มีลุ้น Upside
(views 62)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ BGRIM จากแผนการขยายกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศต่อเนื่อง โดยคาดกำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุนในปี 2018-2022 จะเพิ่มเฉลี่ย 12.8% ต่อปี (CAGR) และจะหนุนต่อการเติบโตของกำไรปกติในอัตราเฉลี่ย 22% (CAGR) ในช่วงดังกล่าว โดยคาดกำไรปกติในปีนี้จะโตสูงเกือบ 40% จากโรงไฟฟ้า SPP ใหม่ 3 โรงมีกำหนดทยอย COD ตั้งแต่ 1Q18 ขณะที่มีจุดเด่นกระแสเงินสดค่อนข้างมั่นคงจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) ประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2018 ที่ 32 บาท (SOTP) และมี Upside โอกาสการลงทุนโครงการใหม่ เช่น โครงการ Solar ในเวียดนาม ที่มีแนวโน้มความชัดเจนมากขึ้นในกลางปีนี้ ในช่วงราคาหุ้นอ่อนตัว แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
มีนาคม
2018
CMAN (IPO/18TP: 6.1), CMAN ผู้ผลิตปูนไลม์ที่มีเหมืองของตัวเองรายเดียวในไทย
(views 200)
CMAN เป็นผู้ดำเนินธุรกิจปูนไลม์และผลิตภัณฑ์เคมีต่อเนื่อง รายเดียวในประเทศที่มีทั้งโรงงานปูนไลม์และเหมืองแร่เป็นของตัวเอง ปัจจุบันมีกำลังการผลิตปูนควิกไลม์และไฮเดรตไลม์รวมกัน 799,350 ตันต่อปี ความต้องการใช้ปูนไลม์มีอยู่ทั่วโลกและกระจายในหลายอุตสาหกรรม เช่น ก่อสร้าง น้ำตาล เหมืองแร่ กระดาษ และปิโตรเคมี อุปสงค์ที่ผ่านมาเติบโตไม่สูง แต่มั่นคงในอัตราเฉลี่ยใกล้เคียงกับ GDP โลกที่ราว 2-3% ต่อปี การเติบโตของผู้ผลิตขึ้นอยู่กับการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด ซึ่ง CMAN มีจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการผลิต ที่เตาเผาสามารถใช้เชื้อเพลิงถ่านหินที่มีต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง เมื่อผนวกกับแผนการเพิ่มกำลังการผลิต และการขยายโรงงานในต่างประเทศ ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิปี 2018-2020 จะโตเฉลี่ยสูงถึง 44% ต่อปี และคาดว่า CMAN จะขึ้นเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 10 ของโลกได้ตั้งแต่ปี 2019 เราประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของปี 2018 ด้วยวิธี DCF ได้เท่ากับ 6.10 บาท (WACC 7.3%, Terminal growth 1%)
อ่านเพิ่มเติม
21
มีนาคม
2018
HANA (BUY/18TP: 43), บาทแข็งและปรับขึ้นค่าแรงกดดันกำไรปีนี้
(views 43)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนไปทางลบ แม้บริษัทยังเห็นคำสั่งซื้อที่ดีจนให้ภาพว่าวงจรของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์โลกยังเป็นขาขึ้นต่อไป น่าจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้สกุล USD ในปีนี้ แต่ต้องเผชิญกับค่าเงินบาทแข็งค่า และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ สุทธิแล้วอาจทำให้รายได้สกุลบาทและอัตรากำไรขั้นต้นไม่เติบโต รวมถึงอยู่ระหว่างการลงทุนครั้งใหม่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า (Power Modules) ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตในอนาคตอีก 3-4 ปีข้างหน้า แต่ระยะสั้นในปีนี้คาดจะมีค่าใช้จ่าย R&D สูงขึ้น จึงนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ลง 16% เป็นการลดลง 19.4% Y-Y แต่หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนปีก่อน คาดมีกำไรปกติปี 2018 ทรงตัว Y-Y และด้วยแนวโน้มกำไรที่ไม่เติบโต เราจึงปรับลด PE เป็น 15 เท่า จากเดิม 17 เท่า จึงปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 43 บาท จากเดิม 58 บาท แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับลงาสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว โดยราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็น Forward PE เพียง 12 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตัวเองและของกลุ่ม ในขณะที่ให้ Dividend Yield ที่ดีปีละ 5.8% และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง (ที่สุดในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์) ไม่มีหนี้ที่มีดอกเบี้ยเลย เราจึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
มีนาคม
2018
ADB (BUY/18TP: 2.3), คาดกำไรดีต่อเนื่องใน 1Q18 จากการขยายตัวของโรงไฟฟ้า
(views 89)
เรายังคงคำแนะนำซื้อ ADB ราคาเป้าหมาย 2.30 บาท อิง PE เฉลี่ยของ Peer Group ที่ 20 เท่า ราคาปัจจุบันแม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้ว แต่เมื่อคิดเป็น PE2018 ยังต่ำเพียง 14 เท่า และ PEG อิงอัตราการเติบโตเฉลี่ยของกำไรต่อหุ้นปี 2019-2021 ที่ 20% ต่อปี ยังต่ำเช่นกันที่เพียง 0.7 เท่า ปัจจัยหนุนระยะสั้นอยู่ที่แนวโน้มกำไรสุทธิที่ยังเติบโตสูง โดยเฉพาะ 1Q18 ที่คาดพลิกมาเป็นกำไรสุทธิ 18 ล้านบาท จากขาดทุน 0.3 ล้านบาท ใน 1Q17 เพราะตลาดพีวีซีคอมปาวด์ที่ใช้ในสายไฟฟื้นตัว หลังจากที่ชะลอไปมากในปีก่อน ขณะที่ กาวและยาแนว แม้ยอดส่งออกจะถูกกระทบจากเงินบาทแข็งอยู่บ้าง แต่ความต้องการของลูกค้าตะวันออกกลางยังเติบโตสูง และที่สำคัญคือต้นทุนการผลิตทั้งหมดเริ่มอ่อนตัวลง ส่วนปัจจัยหนุนระยะยาว จะเริ่มใน 2H18 จากการผลิตอุปกรณ์การแพทย์ให้กลุ่มโชวะ เราคาดกำไรทั้งปีนี้เพิ่มขึ้น 139% Y-Y อยู่ที่ 69 ล้านบาท และคาดผลตอบแทนจากเงินปันผล 4-5% ต่อปี ซึ่งเป็นระดับที่น่าพอใจ
อ่านเพิ่มเติม
19
มีนาคม
2018
ASK (BUY/18TP: 26.2), Valuation เริ่มน่าสนใจ
(views 135)
ASK จะบันทึกเงินสำรองฯของมาตรฐานบัญชีใหม่ผ่านกำไรสะสมใน Equity ซึ่งทำให้ไม่กระทบต่องบกำไรขาดทุน เรามองเป็นบวกต่อวิธีดังกล่าว แม้ว่าจะทำให้ D/E Ratio ตึงตัวขึ้น แต่ยังไม่เกิน Confortable level และไม่กระทบต่อเงินปันผล แต่ทำให้ ROE ดีขึ้นเล็กน้อย และ Coverage ratio เพิ่มเป็น > 100% เราคงคาดการณ์กำไรปี 2018 ที่ 766 ลบ. +2.8%Y-Y ราคาหุ้นอาจ Underperform กลุ่มในช่วง 1H18 นี้เพราะ Dividend effect (จ่ายปีละครั้ง ล่าสุดประกาศจ่ายปันผลหุ้นละ 1.48 บาท Yield วันก่อน XD อยู่ที่ราว 6%) แต่เราเห็นเป็นโอกาสสะสม และปรับเพิ่มเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ คงราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 26.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
มีนาคม
2018
TACC (BUY/18TP: 6), กำไรจะสะดุดใน 1Q18 และจะกลับมาดีตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป
(views 85)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โทนบวกสำหรับการเติบโตในปีนี้ ที่บริษัทตั้งเป้าโต 10% ซึ่งจะมาจากธุรกิจในประเทศเป็นหลัก โดยจะเริ่มวางขายเครื่องดื่มโถกดสูตรใหม่น้ำตาลน้อยใน 7-11 ตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป และจะวางขายเครื่องดื่มช็อคโกแลต Hershey’s เป็นโถกดถาวรด้วย รวมถึงการที่บริษัทได้รับ License ให้เป็นตัวแทนให้สิทธิ์ใช้ตัวการ์ตูน Rilakkuma และผองเพื่อน ครอบคลุม 7 ประเทศ เป็นระยะเวลา 4 ปี ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ 2Q18 เราคาดว่าการโตของธุรกิจในประเทศจะช่วยชดเชยการแผ่วลงของธุรกิจในกัมพูชาได้ทั้งหมด ซึ่งในกัมพูชาสถานการณ์การแข่งขันยังรุนแรง และมีความเป็นไปได้ที่ท้ายที่สุดบริษัทอาจพิจารณา Exit หากไม่สามารถสร้างผลกำไรให้กับบริษัทได้อีกต่อไป ส่วนตลาดจีนยังติดปัญหาบางส่วน ทำให้การรับรู้รายได้จากจีนล่าช้าออกไป ซึ่งอาจไม่ทันปีนี้ แต่ไม่กระทบต่อประมาณการของเรา เพราะยังไม่ได้รวมจีนและใช้สมมติฐานรายได้กัมพูชาที่ค่อนข้าง Conservative อยู่แล้ว ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 โต 11.3% Y-Y ระยะสั้น คาดกำไร 1Q18 ไม่สดใส แต่จะกลับมาโตดีตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป ยังคงราคาเป้าหมายเท่ากับ 6 บาท มี Upside 27.7% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
มีนาคม
2018
ARROW (BUY/18TP: 16.4), ความเสี่ยงอยู่ในเกณฑ์ต่ำ คาดปีนี้กลับมาเติบโตอีกครั้ง
(views 101)
เรายังแนะนำซื้อ ARROW ราคาเป้าหมาย 16.40 บาท อิง PE 16 เท่า จาก (1) แรงกดดันด้านต้นทุนที่ผ่อนคลาย โดยราคาเหล็กและสังกะสีตั้งแต่ต้นปีลดลง 6% และ 8% อีกทั้ง ได้ผลดีจากเงินบาทที่แข็งค่า 4% ในช่วงเวลาเดียวกัน (2) งานในมือล่าสุดอยู่ที่ 800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% Y-Y และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปี จากงานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ชะลอไปมากใน 2H17 (3) ธุรกิจรับเหมาวางระบบไฟฟ้าของเม-ฆาเอส ได้งานเพิ่มขึ้น จากการตั้งบริษัทร่วมทุนกับ เอ. ที. อี. เทเลคอม เพื่อรับงานในสุวรรณภูมิ 272 ล้านบาท (4) สินค้าใหม่ทั้งท่อร้อยสายไฟใต้ดินและอุปกรณ์ท่อ Post-tension กำลังเข้าสู่จุดทำกำไรในปีนี้ ทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้เรายังเชื่อมั่นว่ากำไรสุทธิปี 2018 จะฟื้นตัว 33% Y-Y อยู่ที่ 259 ล้านบาท ขณะที่ ราคาปัจจุบันยังไม่แพง โดยคิดเป็น PE2018 เพียง 12 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้า MAI ที่ 16 เท่า อีกทั้งปันผลยังจูงใจที่ระดับ 5% ต่อปี Downside จึงค่อนข้างจำกัด
อ่านเพิ่มเติม
15
มีนาคม
2018
CHG (BUY/18TP: 2.5), การเติบโตจะเร่งตัวในปีนี้
(views 95)
เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรทั้งในช่วง 1Q18 ที่คาดเติบโตดีจากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นตามโรคระบาด รวมถึงปี 2018 ที่จะถูกขับเคลื่อนจากทั้งฝั่งรายได้ที่เติบโตในอัตราเร่งและ Margin ที่คาดว่าจะขยายตัวหลังจากผ่านช่วงลงทุนใหญ่ไปแล้ว เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 เติบโตเร่งตัวเป็น 15% Y-Y ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงสวนทางกับแนวโน้มกำไรและการเคลื่อนไหวของ SET และ SETHELTH รวมถึงปัจจุบันซื้อขายที่ PE ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมาก เราจึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 2.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
14
มีนาคม
2018
ERW (BUY/18TP: 9), ยังเดินหน้าเติบโตตามแผนปี 2016-2020
(views 127)
เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรปี 2018 โดยมีการปรับเพิ่มการเติบโตขึ้นเป็น 18.1% Y-Y จากรายได้ที่โตเร่งตัวตามการลงทุน และคาด 1Q18 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี ERW ยังคงเดินหน้าตามแผน 5 ปีในการขยายจำนวนโรงแรมและห้องพักทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะ Hop Inn ให้คลอบคลุมมากขึ้น และจากแรงหนุนของมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐทำให้เรามองว่า ERW จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการมีเครือข่ายโรงแรมกระจายอยู่ทั่วประเทศมากที่สุดและเป็น Pure Hotel Operator เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 9 บาท ราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 11% จากจุดสูงสุดของปีถือเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนอีกครั้ง เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
13
มีนาคม
2018
COMAN (BUY/18TP: 7), ราคาร่วงจน Valuation น่าสนใจ แม้ไม่มี MSL ในประมาณการ
(views 94)
เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 26% ใน 2 สัปดาห์ มาจากความกังวลในการขาย MSL ที่มากเกินไป ซึ่งแม้จะเป็นลบกับกำไรที่หายไประยะสั้น แต่เป็นบวกกับการเติบโตในระยะยาว เพราะ (1) ทำให้เป้าหมายธุรกิจของ COMAN ที่ต้องการเป็นผู้นำซอฟแวร์ด้านท่องเที่ยวมีความชัดเจน (2) ไม่ต้องกังวลกับการถูกตั้งด้อยค่าความนิยมที่เคยบันทึกไว้ 64 ล้านบาท (3) เป็นการขายเงินลงทุนที่มีกำไร และช่วยเพิ่มกระแสเงินสดเพื่อใช้ M&A บริษัทอื่นในอนาคต อย่างไรก็ตาม เรามีการปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 7 บาท เพื่อสะท้อนการขาย MSL โดยยังไม่รวมกำไรที่ได้จากการขายและการ M&A ในอนาคต ซึ่ง Valuation ปัจจุบันถือว่ายังน่าสนใจ โดยคิดเป็น PE2018 และ PBV ที่ 23 เท่า และ 1.6 เท่า ต่ำกว่าธุรกิจซอฟแวร์ในภูมิภาคที่ 33 เท่า และ 5 เท่า ตามลำดับ เราจึงคงคำแนะนำซื้อลงทุนระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
13
มีนาคม
2018
SAPPE (BUY/18TP: 29), ผ่านกำไรต่ำสุดแล้ว บริษัทตั้งเป้ากลับมาโตดีอีกครั้ง
(views 64)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวก โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ในปีนี้ไว้ราว 10%-15% จากการโตต่อเนื่องในตลาดส่งออก ที่มีสัดส่วนรายได้มากถึง 64% ของรายได้รวม แต่เรามองตลาดจีนยังค่อนข้างท้าทายสำหรับบริษัท แม้จะตั้งเป้าเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนในประเทศตั้งเป้าโตไม่มากเพียง 5% เพราะกำลังซื้อยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้มีแผนออกสินค้าใหม่ทั้งเครื่องดื่มเยลลี่ และ Healthy Snack นอกจากนี้ในช่วงปลายปี เราคาดว่าบริษัทจะใช้สิทธิตามเงื่อนไขเข้าซื้อหุ้น All Coco เพิ่มจาก 40% เป็น 51% เพราะแนวโน้มธุรกิจ All Coco ทำได้ดีกว่าคาด โดยเฉพาะการเติบโตของรายได้ในปี 2017 ถึง 130% และคาดโตต่อ 15% ในปีนี้ เพียงแต่รอการเพิ่มมสินค้าที่มี Value Added ภายใต้แบรนด์ All Coco เองเพื่อจะได้สร้างกำไรได้มากกว่าปัจจุบันที่ขายให้กับลูกค้า OEM เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม จากกำไรปี 2017 ที่ทำได้ต่ำกว่าคาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 13% เป็นการเติบโต 9.3% Y-Y หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนปีก่อน คาดกำไรปกติปีนี้จะโตราว 14.5% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 29 บาท โดยมีการปรับลด PE เป็น 20 เท่า ให้เท่ากับ PE เฉลี่ยในอดีตของบริษัท แต่ราคาหุ้นปรับลงมามาก ยังมี Upside 30.6% จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
มีนาคม
2018
BJC (HOLD/18TP: 61), ธุรกิจหลักยังโตต่อเนื่อง แต่การปรับโครงสร้างภาษีช้ากว่าคาด
(views 133)
จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (9 มี.ค.) โทนกลางค่อนไปทางลบ โดยบริษัทยังตั้งเป้าการเติบโตต่อเนื่องจากทั้ง 4 ธุรกิจหลัก ระยะสั้น แนวโน้ม SSSG 1Q18 ของ BIGC ยังเป็นบวกเล็กน้อย และมีแผนเปิดสาขาใหม่ 8 HM และ 200 Mini BigC รวมถึงอยู่ระหว่างขยายโรงแก้วแห่งที่ 5 ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตอีก 12% จะแล้วเสร็จใน 3Q18 และปัจจุบันอยู่ระหว่างหาลูกค้ากระป๋องอลูมิเนียมรายใหม่เพื่อทดแทนลูกค้ารายเดิม ที่กำลังสร้างโรงงานผลิตกระป๋องเป็นของตนเอง ซึ่งจะแล้วเสร็จใน 3Q18 ในขณะที่การปรับโครงสร้างภาษีล่าช้ากว่าคาด อาจจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2018 ทำให้อัตราภาษีใน 1H18 ยังสูงต่อ รวมถึงการกลับรายการภาษีก้อนใหญ่ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะยังไม่ได้ข้อสรุป ดังนั้นเราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 14% จากการปรับเพิ่มอัตราภาษี และถอดการกลับรายการภาษีออกไป แต่ยังคาดเป็นกำไรโต 26% Y-Y (จากเดิมคาดโต 47% Y-Y) และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 61 บาท จากเดิม 64 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาจนมี Upside เหลือ 2.5% จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
มีนาคม
2018
TK (BUY/18TP: 16.7), กฏหมายเช่าซื้อกระทบแต่ไม่มาก
(views 93)
เราประเมินผลกระทบจากประกาศควบคุมสัญญาเช่าซื้อที่ราว 5-6% ของกำไรสุทธิ ซึ่งส่วนใหญ่กระทบต่อการปรับลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมทวงถาม จากผลกระทบดังกล่าวรวมถึงผลของ CoF ที่ขยับขึ้นใน 4Q17 ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลง 13% เป็น 556 ลบ. (+19%Y-Y) และเพื่อสะท้อนประมาณการใหม่ เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 16.70 บาท (เดิม 19.50 บาท) และเราคงคำแนะนำ ซื้อ โดยคาดว่าราคาหุ้นปรับลงมารับทั้งความผิดหวังต่อผลประกอบการ 4Q17 และ Regulatory risk นี้แล้ว
อ่านเพิ่มเติม
09
มีนาคม
2018
MFEC (BUY/18TP: 5.5), คาดกำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แนะนำซื้อในฐานะหุ้นปันผล
(views 177)
จากการประชุมนักวิเคราะห์ แผนธุรกิจของ MFEC ใน 3 ปีข้างหน้ายังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจ SI ไปเป็น Technical Partner โดยผู้บริหารคาดว่าจะใช้เวลาอีก 2 ปีเพื่อให้รายได้จากธุรกิจใหม่เกิน 50% ของรายได้รวม จากปัจจุบันที่ 20% ของรายได้รวม และน่าจะได้เห็นการ Spin-off บริษัทร่วม 2 แห่งเข้า MAI ในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วนธุรกิจ SI เดิม ยังได้แรงหนุนจากการลงทุนด้านไอทีของกลุ่มแบงก์ ซึ่งคิดเป็น 40-50% ของรายได้รวม อย่างไรก็ตาม เราปรับประมาณการลงเล็กน้อย จากแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด เพราะยังต้องมีตั้งสำรองหรือตัดขาดทุนในธุรกิจเดิมที่ไม่ทำกำไร ส่งผลให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ลดลงเหลือ 5.50 บาท จากเดิม 6.30 บาท แนะนำซื้อ ในฐานะหุ้นปันผลดีสม่ำเสมอ 5-6% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
08
มีนาคม
2018
BDMS (BUY/18TP: 26), กลับมาโตแกร่งอีกครั้ง
(views 128)
จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ที่เป็นบวก ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติขึ้น 13% ส่งผลให้การเติบโตเร่งตัวขึ้นเป็น +13.8% Y-Y โดยหนุนจากทั้งฝั่งรายได้และ Margin ที่ขยายตัว นอกจากนี้ล่าสุด BDMS เริ่มรุกตลาดลูกค้าประกันมากขึ้นผ่านการร่วมมือกับบริษัทประกันในการออกประกันสุขภาพที่ใช้บริการเฉพาะโรงพยาบาลในเครือ BDMS เท่านั้น ซึ่งเรามองเป็นบวกเพราะได้ใช้จุดแข็งจากการเป็นผู้มีเครือข่ายโรงพยาบาลมากที่สุดในประเทศ และใช้ประโยชน์จาก Capacity ที่เหลืออยู่ในการสร้างรายได้และกำไร เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 26 บาทและปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
08
มีนาคม
2018
M (BUY/18TP: 90), แนวโน้มกำไรปีนี้จะเติบโตต่อเนื่อง
(views 88)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนข้างบวก โดยบริษัทตั้งเป้าปีนี้เติบโตต่อเนื่องทั้งการฟื้นตัวของ SSSG การเปิดสาขาใหม่มากขึ้น 40-50 แห่ง และแนวโน้มราคาวัตถุดิบที่ทรงตัวถึงปรับลง โดยบริษัทได้ล็อกราคาซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าทั้งปีแล้ว ระยะสั้น แนวโน้ม SSSG 1Q18 ยังเป็นบวกต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Yayoi ที่น่าจะดีต่อเนื่องไปใน 2Q18 ภายหลังให้ BNK48 มาเป็น Presenter และได้รับการตอบรับที่ดี อย่างไรก็ตาม ด้วยกำไรปี 2017 ที่ต่ำกว่าคาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 11% โดยให้สมมติฐานใกล้เคียงกับเป้าหมายของบริษัท ซึ่งยังเป็นกำไรที่คาดเติบโตต่อเนื่องราว 15.5% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 90 บาท จากเดิม 100 บาท ยังมี Upside 23.3% และจ่ายปันผลงวด 2H17 หุ้นละ 1.2 บาท คิดเป็น Yield 1.6% กำหนดขึ้น XD 7 พ.ค. และจ่ายเงิน 23 พ.ค. ยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
มีนาคม
2018
THUMI (BUY/18TP: 3.1), คาดกำไรฟื้นตัวตั้งแต่ 1Q18 จาก Backlog ที่ New High
(views 46)
เรายังแนะนำซื้อ THMUI ราคาเป้าหมาย 3.10 บาท โดยคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของกำไรสุทธิตั้งแต่ 1Q18 จากงานในมือที่ทำ New High ใกล้เคียงกับรายได้ทั้งปีก่อนที่ 380 ล้านบาท โดยคำสั่งซื้อลวดสลิงส่วนใหญ่มาจากกลุ่มก่อสร้างและท่าเรือ เช่น SEAFCO PYLON PORT และท่าเรือกรุงเทพที่กำลังขยายพื้นที่ ซึ่งผลจากการได้งานเข้ามาเร็วตั้งแต่ต้นปี ผนวกกับค่าใช้จ่ายที่จะลดลงเพราะไม่มีค่า IPO เหมือนปีก่อน และผลของการคืนหนี้ที่ช่วงลดดอกเบี้ยจ่าย ทำให้ประมาณการของเราที่คาดกำไรสุทธิปีนี้โต 147% Y-Y อยู่ที่ 53 ล้านบาท มีความเป็นไปได้มากขึ้น โดยมี Upside เพิ่มเติมจากการประมูลงานขายท่อปะปาเฟส 2 ให้กับกลุ่มลูกค้าภาคใต้ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าเฟสแรกเป็นเท่าตัว (เรายังไม่รวมในประมาณการ) ราคาปัจจุบันคิดเป็น PE2018-2019 เพียง 10-12 เท่า และคาดจะเริ่มจ่ายปันผลได้ตั้งแต่งวด 1H18
อ่านเพิ่มเติม
07
มีนาคม
2018
MAJOR (HOLD/18TP: 28.5), ปรับประมาณการกำไรปกติลง แม้คาดฟื้นตัวจากปีก่อน
(views 105)
ปี 2017 ไม่ประทับใจนัก กำไรสุทธิทำได้เพียงใกล้เคียงปีก่อน กำไรปกติลดลง โดย 4Q17 ลดลงมาก Q-Q, Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดมาก เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-2019 ลง 10% แม้คาดกำไรปกติปีนี้กลับมาดีขึ้น โดยมองแนวโน้มกำไรปกติ 1Q18 Flat Y-Y แต่ฟื้นตัวจากต่ำสุดในไตรมาสก่อนที่มีผลกระทบจากงานพระราชพิธี และคาด Gross margin ธุรกิจโฆษณาดีขึ้นใกล้ระดับปกติ และเพิ่มมากขึ้นใน 2Q18 ที่เข้าช่วงหน้าหนังฮอลลีวู๊ด และมีหนังไทยเช่น “หลวงพี่แจ๊ส 5G” จากประมาณการที่ปรับลง ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับลงจากเดิม 32 บาท เป็น 28.50 บาท (DCF) ราคาเป้าหมายดังกล่าว คิดเป็น PE เกือบ 24 เท่า ใกล้เคียง PE เฉลี่ยในอดีต และคาด Dividend yield ระดับ 4% แนะนำ ถือ จากเดิม ชะลอการลงทุน หลังประกาศงบ 4Q17 ที่ต่ำกว่าคาดเมื่อต้นสัปดาห์ก่อน
อ่านเพิ่มเติม
07
มีนาคม
2018
PDG (BUY/18TP: 4.5), กำไร 4Q17 ฟื้นตัว ปีนี้จะดีตาม TVO และธุรกิจใหม่
(views 54)
เรากลับมาแนะนำซื้อ PDG แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 4.50 บาท จาก 4.70 บาท (อิง PE เฉลี่ยที่ 15 เท่า) เพื่อสะท้อนต้นทุน PET ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเราคาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 2Q-3Q17 ซึ่งถูกกระทบทั้งรายได้ที่ชะลอและต้นทุนที่พุ่งขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นทรุดลงอย่างหนัก แต่ภาพปีนี้จะสดใสขึ้น จากคำสั่งซื้อขวด PET ล่วงหน้าที่ฟื้นในทุกกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะ TVO ที่ดีต่อเนื่องใน 1Q18 ขณะเดียวกัน การเริ่มผลิตหลอดพรีฟอร์มจะหนุนให้กำไรเร่งตัวขึ้นใน 2H18 เราคาดกำไรปีนี้กลับมาโต 8% Y-Y อยู่ที่ 80 ล้านบาท และปีหน้าโต 12% Y-Y อยู่ที่ 90 ล้านบาท จุดเด่นของ PDG ยังอยู่ที่ปันผลสูงสม่ำเสมอ 5-6% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
07
มีนาคม
2018
ORI (BUY/18TP: 24), แม้กำไรถูกกดดันด้วยมาร์จิ้นที่ต่ำ แต่โมเมนตัมปีนี้ยังโตแรง
(views 99)
กำไร 4Q17 ต่ำกว่าคาด จากมาร์จิ้นที่อ่อนแอ ORI รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 1.05 พันล้านบาท (+90% Q-Q, +232% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายหุ้นให้ NRED ราว 374 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 680 ล้านบาท (+135% Q-Q, +114% Y-Y) ต่ำกว่าเราและตลาดคาด กำไรที่ต่ำกว่าคาด เพราะมาร์จิ้นที่น้อยกว่าคาดอยู่ที่ 27.3% (จาก 46.8% ใน 3Q17 และ 47.5% ใน 4Q16) เนื่องจากมาร์จิ้นของโครงการ Park24 เฟส 1 (โอนราว 3 พันลบ.) ลดลงเหลือเพียง 15% จากผลของการปรับรายการต้นทุนในส่วนของ Goodwill จากการซื้อ Proud Residence ปลายปีก่อน และมีราคาขายที่ต่ำ อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมกำไร 4Q17 ยังโตแรง หนุนจากรายได้การขายอสังหาฯที่เพิ่มขึ้น +205% Q-Q, +295% Y-Y ทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 2 พันล้านบาท (+217% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษจากการขายหุ้นให้ NRED ราว 641 ลบ. กำไรปกติจะอยู่ที่ 1,380 ล้านบาท (+116% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
07
มีนาคม
2018
ROBINS (BUY/18TP: 78), เป้ายาวดูดี แต่เป้าปีนี้ดู Conservative เกินไป
(views 110)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ บริษัทได้เปิดเผยแผนการเติบโตใน 5 ปีข้างหน้ามีความ Aggressive ระดับหนึ่งด้วยการเปิดสาขาใหม่ปีละไม่น้อยกว่า 2-3 แห่ง และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน Private Brand เป็น 20% ในปี 2022 จาก 11.3% ในปี 2017 แต่สำหรับเป้าหมายการเติบโตในปี 2018 กลับมีความ Conservative มากกว่าที่เราคาด โดยตั้งเป้า SSSG เพียง 0% - 1% จากที่ -3.2% ในปี 2017 และตั้งเป้าการเติบโตของรายได้รวมเพียง 3% จึงนำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 3% เป็นการเติบโต 13.5% Y-Y จากเดิมที่คาดโต 16.2% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 78 บาท จากเดิม 85 บาท (อิง DCF) ยังมี Upside 22.8% ราคาหุ้นปรับลดมามากเกินไป จนปัจจุบันเทรดอยู่บน Forward PE เพียง 22.7 เท่า ในขณะที่มองผ่านจุดต่ำสุดแล้วในปี 2017 และจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปีนี้ จึงยังคงคำแนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
06
มีนาคม
2018
TVO (T-BUY/18TP: 38), ปัจจัยบวกหนุนราคาถั่วเหลืองชัดเจนมากขึ้น
(views 227)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวกมาก ทำให้เรามีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มราคาถั่วเหลืองมากขึ้น ซึ่งอาจเห็นราคาขยับแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ US$12 ต่อบุชเชล (หรืออาจปรับขึ้นมากกว่านี้) ภายในช่วง 1H18 หลังจากที่อาร์เจนติน่า (มีถั่วเหลืองมากเป็นอันดับ 3 ของโลก) ประสบภัยแล้งอย่างหนัก จึงคาดกันว่าผลผลิตของอาร์เจนติน่าอาจต่ำกว่าที่ USDA คาดไว้ 13% - 18% (รายงานฉบับถัดไปของ USDA วันที่ 8 มี.ค.) ซึ่งจะทำให้ปริมาณผลผลิตต่ำกว่าความต้องการบริโภค และนำไปสู่ปริมาณสต็อกถั่วเหลืองโลกเข้าสู่ช่วงขาลงในที่สุด ในขณะที่บริษัทได้ทยอยล็อกราคาและปริมาณวัตถุดิบล่วงหน้าไปมากกว่า 6 เดือนแล้ว รวมถึงการแข่งขันจากกากถั่วเหลืองนำเข้าลดลงไปมาก ระยะสั้นแนวโน้มกำไร 1Q18 จะโตทั้ง Q-Q และ Y-Y จากปริมาณและราคาขายกากถั่วเหลืองสูงขึ้น ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 30% เป็นการเติบโต 67.2% Y-Y จากเดิมคาดโต 27.7% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 38 บาท (อิง PE ใหม่ที่ 14 เท่า) แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาสะท้อนปัจจัยบวกไปพอสมควร และทั้งปริมาณผลผลิตที่ขึ้นอยู่สภาพอากาศป็นสำคัญ รวมถึงแนวโน้มราคาถั่วเหลืองก็มีความผันผวนสูง จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อเก็งกำไร (ตามราคาถั่วเหลือง)
อ่านเพิ่มเติม
06
มีนาคม
2018
CENTEL (BUY/18TP: 54), เป้าหมาย 5 ปีค่อนข้างท้าทายมาก
(views 154)
ผู้บริหาร CENTEL ตั้งเป้ารายได้เติบโต 1 เท่าตัวจากปัจจุบันในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเรามองว่าค่อนข้างท้าทายมากหากอิงจากการเติบโตในอดีต และหากจะบรรลุเป้าหมายเราคาดว่าจำเป็นที่จะต้องเห็นดีล M&A เข้ามาหนุนโดยเฉพาะฝั่งธุรกิจร้านอาหาร ส่วนปี 2018 เรายังคาดหวังการเติบโตของกำไรที่เร่งตัวขึ้นเป็น 19.1% Y-Y นำโดยธุรกิจโรงแรมที่ยังแข็งแกร่งตามทิศทางอุตสาหกรรมรวมถึงแรงหนุนจากการลงทุนใหม่ๆ ส่วนธุรกิจหารคาดว่าน่าจะสามารถฟื้นตัวได้ตามการบริโภคในประเทศ ราคาหุ้นปรับตัวลง 16% YTD และทำให้มี Upside เปิดกว้างเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 54 บาท เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
05
มีนาคม
2018
MODERN (BUY/18TP: 6.8), กำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาดีตามคาด แนวโน้มปี 2018 ดีต่อเนื่อง “ซื้อ”
(views 60)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 83 ล้านบาท ลดลง 10% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 25% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 83 ล้านบาท ลดลง 10% Q-Q เพราะ 3Q17 มีรับรู้เงินชดเชยจากการยกเลิกสัญญาเช่า 20 ล้านบาท หากหักออก กำไรปกติจะโต 10% Q-Q และ 25% Y-Y จากตลาดออฟฟิสที่กลับมาฟื้นตัว ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีอัตรากำไรสูง ชดเชยตลาดบ้านและคอนโดฯที่แผ่วลง เพราะฉะนั้น ถึงแม้รายได้จะทรงตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y ที่ 908 ล้านบาท แต่ด้วยอัตรากำไรปกติที่เพิ่มขึ้นเป็น 9.1% จาก 8.2% ใน 3Q17 และ 7.3% ใน 4Q16 จึงทำให้กำไรสุทธิและกำไรปกติ 4Q17 ออกมาน่าประทับใจ
ส่วนกำไรทั้งปี 2017 อยู่ที่ 216 ล้านบาท กลับมาเพิ่มขึ้น 25% Y-Y ทั้งที่ 1H17 ทำได้เพียง 40 ล้านบาท ลดลง 35% Y-Y โดยกำไรมาเร่งตัวใน 2H17 ตามการฟื้นตัวของกลุ่มบ้านและคอนโดฯ สะท้อนให้เห็นว่าผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 1H17

อ่านเพิ่มเติม
02
มีนาคม
2018
GFPT (BUY/18TP: 18), กำไร 4Q17 ใกล้เคียงคาด และแนวโน้ม 1Q18 ยังไม่สดใส
(views 80)
กำไร 4Q17 แผ่วลง ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 325 ล้านบาท (-35.8% Q-Q, -33.9% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 341 ล้านบาท) ถือว่าไม่สดใสนัก เป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส ส่วนหนึ่งเพราะเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ ทำให้ปริมาณขายไก่ส่งออกปรับลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y มาอยู่ที่ 7,500 ตัน รวมถึงการลดลงของปริมาณขายอาหารสัตว์เช่นเดียวกัน ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้อ่อนตัวลง -3.5% Q-Q และ -5.2% Y-Y กอปรกับได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงมาอยู่ที่ 15.9% จาก 18.1% ใน 3Q17 และ 17.1% ใน 4Q16 และส่วนที่แย่สุดในไตรมาสนี้คือ การอ่อนตัวลงขอราคาไก่และราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศ (By Product) กระทบต่อผลประกอบการของบริษัทร่วมอย่าง GFN ทำให้ GFPT รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก GFN ลดลงอย่างมากเหลือเพียง 3 ล้านบาท จาก 58 ล้านบาท และ 23 ล้านบาท ใน 2Q17 และ 3Q17 ตามลำดับ นอกจากนี้บริษัทร่วมอย่าง McKey ที่เคยสร้างส่วนแบ่งกำไรให้กับ GFPT อย่างโดดเด่นราว 55 – 65 ล้านบาทในปี 2016-2017 แต่ในไตรมาสนี้ส่วนแบ่งกำไรลดลงเหลือเพียง 14 ล้านบาท เพราะเริ่มรับรู้ค่าใช้จ่ายจากโรงงานใหม่ ในขณะที่ยังรับรู้รายได้ไม่มาก ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2017 เท่ากับ 1,748 ล้านบาท (+6.4% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
ADB (BUY/18TP: 2.3), กำไรสุทธิ 4Q17 กลับเข้าสู่ระดับปกติและดีกว่าคาด
(views 43)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 18 ล้านบาท ดีกว่าคาดการณ์ของเราที่ 15 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95% Q-Q และ 56% Y-Y รายได้รวมลดลง 7% Q-Q และ 9% Y-Y จากทั้งปัจจัยฤดูกาล และรายได้จากการส่งออกกาวและยาแนว ซึ่งคิดเป็น 30-35% ของรายได้รวมที่ลดลงตามการแข็งค่าของเงินบาท รวมถึงการชะลอจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าแถบแอฟริกาบางรายที่มีปัญหาชำระเงินล่าช้า ขณะที่ ยอดขายเม็ดพลาสติกคอมปาวด์ ซึ่งส่วนใหญ่ขายในประเทศเพื่อนำไปผลิตสายไฟยังทรงตัวได้ดี ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.6% ใกล้เคียงกับที่ทำได้ใน 3Q17 รายการที่ดีขึ้นมากและเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิ 4Q17 ขยายตัวแรงคือ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงเหลือ 11.6% ของรายได้รวม จาก 13.6% ใน 3Q17 และ 17.7% ใน 4Q16 จากการทำโปรโมชั่นที่ลดลงเพราะสินค้าเริ่มติดตลาดในต่างประเทศ และการกลับรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทำ IPO กำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 29 ล้านบาท (ดีกว่าคาดที่ 26 ล้านบา) ลดลง 62% Y-Y ปัจจัยกดดันหลักมาจากความผันผวนของราคาเม็ดพลาสติกที่รุนแรง และไม่สอดคล้องกับราคาขาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ ADB แจ้งไว้ตั้งแต่ช่วง IPO
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
ATP30 (BUY/18TP: 2.3), กำไร 4Q17 สดใสตามคาด ทำ All Time High ต่อเนื่อง
(views 41)
กำไรสุทธิ 4Q17 น่าประทับใจ +26% Q-Q, +204% Y-Y ATP30 รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 เป็นไปตามที่เราคาด เท่ากับ 10.6 ล้านบาท โตทั้ง +26% Q-Q และ +204% Y-Y โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y มีแรงหนุนมาจากรายได้จากการให้บริการที่โต +7% Q-Q, +24% Y-Y จากการรับรู้รายได้จากลูกค้ารายใหญ่ที่สุดอย่าง Autoliv ด้วยรถบัส 21 คันเต็มไตรมาส บวกกับเริ่มให้บริการ SCCC ด้วยรถบัส 7 คันตั้งแต่เดือนพ.ย. 2017 ซึ่งแม้จะเป็น Low Season จากวันหยุดที่มาก แต่ถูกชดเชยด้วยรายได้จากการเช่ารถพิเศษในงานร่าเริงต่างๆที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 25.8% จาก 25% ใน 3Q17 และ 24% ใน 4Q16 จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งต้นทุนน้ำมัน และค่าซ่อมบำรุง ทำให้กำไรปกติทั้งปี 2017 อยู่ที่ 26.2 ล้านบาท (+20% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
BEM (BUY/18TP: 10), กำไร 4Q17 เติบโตดี และต่อเนื่องในปีนี้
(views 52)
กำไรสุทธิ 4Q17 โตเด่น +28% Q-Q แต่หดตัว 19% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล BEM รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 เป็น 758 ล้านบาท (-19% Q-Q, +28% Y-Y) ต่ำกว่าเราและตลาดคาด มีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่มากกว่าคาด และ SG&A ที่มากกว่าคาด จากค่าใช้จ่ายของผลตอบแทนประจำปี โดยกำไรสุทธิที่เติบโตโดดเด่น Y-Y มาจาก 1) รายได้รวมที่เพิ่มขึ้น +2.4% Y-Y อยู่ที่ 3,817 ล้านบาท หนุนด้วยการเติบโตของรายได้ธุรกิจทางด่วน +2% Y-Y, ธุรกิจรถไฟฟ้า +1% Y-Y และธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ +14% Y-Y 2) อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวขึ้นเป็น 39.7% จาก 37.4% ในปีก่อน จากค่าตัดจำหน่ายที่ลดลงตามการขยายอายุสัมปทานรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน อย่างไรก็ตาม การหดตัวของกำไร Q-Q มาจากจากปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดยาว และส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมที่ลดลง 34% Q-Q ทำให้กำไรทั้งปี 2017 จบที่ 3,123 ล้านบาท โต +20% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
BJC (BUY/18TP: 64), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด และจะโตต่อเนื่องในปีนี้
(views 43)
กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด และทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 1,863 ล้านบาท (+34.3% Q-Q, +79.7% Y-Y) หากไม่รวมกำไรจากการต่อรองซื้อธุรกิจวีนา เปเปอร์ที่เวียดนาม 155 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 23 ล้านบาท จะมีกำไรปกติ 4Q17 เท่ากับ 1,731 ล้านบาท (+25.6% Q-Q, +72.9% Y-Y) ดีกว่าคาด 13% (เราคาดไว้ 1,528 ล้านบาท) จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด โดยกำไรในไตรมาสนี้ถือเป็นจุดสูงสุดใหม่ ซึ่งทำได้ดีในทุกธุรกิจ เริ่มจาก 1) ค้าปลีก BIGC มี SSSG เป็นบวกต่อเนื่องที่ +3.8% Y-Y และเปิดสาขาใหม่ได้ครบตามเป้าหมาย ทำให้มีกำไรเติบโต +5.7% Q-Q และ +68.4% Y-Y 2) Packaging สามารถใช้กำลังการผลิตเตาแก้วแห่งที่ 4 ได้เกือบเต็มกำลังการผลิตทันทีหลังเริ่ม Operate ในเดือน ต.ค. ทำให้มีกำไรในสายธุรกิจนี้ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นเติบโต +3.3% Q-Q และ +14.1% Y-Y 3) Consumer กลับมาฟื้นตัวแรง โดยมีกำไรเติบโต +98.7% Q-Q, +252.8% Y-Y และ 4) Healthcare เติบโตได้ดีตามฤดูกาลจากการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ โดยมีกำไรเติบโต +74.8% Q-Q, +65.7% Y-Y สรุปภาพรวม เราเห็นทั้งการเติบโตของรายได้ที่ทำได้ดีในช่วง High Season ของธุรกิจ และมีอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวดีมาอยู่ที่ 19.8% (เราคาดไว้ 18.7%) เพิ่มขึ้นจาก 19.6% ใน 3Q17 และ 17% ใน 4Q16
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
CMO (BUY/18TP: 3), ผลประกอบการ 4Q17 ไม่ทำให้เราผิดหวังเหมือน 3Q17
(views 50)
4Q17 พลิกมามีกำไรสุทธิที่ 39 ล้านบาท มากกว่าคาด เราเคยคาดการณ์ผลประกอบการ CMO ผิดพลาดเมื่อ 3Q17 แต่ครั้งนี้ถือว่ากำไรสุทธิ 4Q17 ทำได้ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ โดยอยู่ที่ 39 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 23 ล้านบาทใน 3Q17 แต่ชะลอตัวลงจาก 50 ล้านบาทใน 4Q16 เพราะฐานสูงจากการได้งานแสดงนิทรรศการเย็นศิระเพราะพระบริบาลของภาครัฐฯ ที่ดีมากคือ (1) อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 29.4% จาก 14.8% ใน 3Q17 และ 27.6% ใน 4Q16 จากสัดส่วนรายได้ให้เช่าอุปกรณ์ของ PM Center ที่เพิ่มขึ้นตามการจัดงานรื่นเริงในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และ (2) ผลขาดทุนใน CMO Shoe Corp. ลดลงมากเหลือเพียง 7 ล้านบาท จากการทำตลาดเชิงรุกในการขายบัตร Himmapan Avartar ร่วมกับ BEC ส่วนกำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 36 ล้านบาท ใกล้เคียงกับคาดการณ์ของเราที่ 35 ล้านบาท ซึ่งกำไรรายไตรมาสแม้จะเหวี่ยงตัวตามปัจจัยฤดูกาล แต่ถือว่าสอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของ GDP ที่มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับรายได้ของ CMO ในไตรมาสถัดไปสูงถึง 80%
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
HMPRO (HOLD/18TP: 15.5), กำไรและมาร์จิ้น 4Q17 ทำจุดสูงสุดใหม่
(views 45)
กำไรสุทธิ 4Q17 ทำจุดสูงสุดใหม่มากกว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 1,526 ล้านบาท (+29% Q-Q, +15.6% Y-Y) ดีกว่าคาด 7% (เราคาดไว้ 1,429 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด ถือเป็นกำไรที่ทำสูงสุดใหม่ มาจากทั้งช่วง High Season ของธุรกิจ และได้รับผลบวกจากมาตรการช้อปช่วยชาติ ส่งผลให้ SSSG ฟื้นตัวเป็นบวกต่อเนื่องที่ +3% Y-Y จาก +2.8% Y-Y ใน 3Q17 กอปรกับประสบความสำเร็จจากการจัดงาน Expo ในเดือน พ.ย. ที่ยังสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง และมีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งที่ ยะโฮร์บารห์รู มาเลเซีย (เป็นสาขาที่ 6 ในมาเลเซีย) ส่งผลให้รายได้รวมเติบโต +4.1% Q-Q และ +5.8% Y-Y และที่น่าประทับใจต่อเนื่องคือการปรับเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 27.5% (เราคาดไว้ 26.5%) เพิ่มขึ้นจาก 26.3% ใน 3Q17 และ 26.2% ใน 4Q16 จากกลยุทธ์การปรับ Product Mix และการ Sourcing ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้มีค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการเปิดสาขาใหม่ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 23.5% จาก 22.8% ใน 3Q17 และ 23.2% ใน 4Q16
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
PT (BUY/18TP: 9), กำไรสุทธิ 4Q17 ที่ว่าดีแล้ว แนวโน้มปีนี้ยังดีกว่า
(views 46)
กำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาดีกว่าคาดมากจนน่าตกใจ กำไรสุทธิ 4Q17 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 93 ล้านบาท (ดีกว่าคาดการณ์ของเราที่ 73 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 98% Q-Q และ 36% Y-Y แรงหนุนหลักมาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 46% Q-Q และ 47% Y-Y อยู่ที่ 1,162 ล้านบาท จากการเร่งปิดงานของลูกค้ารายใหญ่ในกลุ่มสถาบันการเงิน แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือเพียง 20.9% จาก 26.6% ใน 3Q17 และ 31.5% ใน 4Q16 เพราะงานส่วนใหญ่เป็นการขายอุปกรณ์ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ที่มีอัตรากำไรต่ำ อย่างไรก็ตาม การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ SG&A/Sales ลดลงเหลือเพียง 12.9% จาก 19.7% ใน 3Q17 และ 21.8% ใน 4Q16 ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 7.9% จาก 5.9% ใน 3Q17 ส่วนกำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 193 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% Y-Y จากทั้งรายได้ที่โต และผลของ Economy of scale ที่ทำให้ค่าใช้จ่าย SG&A ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
RS (T-BUY/18TP: 35), ราคาหุ้นตอบรับแนวโน้มผลประกอบการสดใส 1Q18 ยังโตดี
(views 55)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวาน เราคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการที่สดใส เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-2019 ขึ้น 26-28% เป็นกำไรโตสูงต่อเนื่อง 1.8 เท่าตัว Y-Y และ 46.5% ตามลำดับ จากการรวมคาดการณ์ยอดขายสินค้ากลุ่มใหม่ประเภท Home lifestyle (HL) ต่ำกว่าเป้าของบริษัทเล็กน้อย ปรับคาดยอดขายกลุ่ม H&B เดิม ขึ้น 6% แม้ปรับลดคาดรายได้ทีวีช่อง 8 ลง ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับขึ้นเป็น 35 บาท จากเดิม 28 บาท ราคาหุ้นที่ขึ้นมามาก (+19% YTD) มี Upside เหลือ 6% แต่แนวโน้มผลประกอบการ 1Q18 ที่โตสูงต่อเนื่อง Q-Q, Y-Y (1Q17 เป็นกำไรต่ำสุดของปี) น่าจะหนุนการเก็งกำไรต่อ คงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
TKN (BUY/18TP: 24), กำไรปกติ 4Q17 ไม่แย่ และจะกลับมาฟื้นตัวในปีนี้
(views 160)
กำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาต่ำกว่าคาด แต่มาจากรายการพิเศษทั้ง FX Loss และรายการทางภาษี ทั้งนี้ในแง่กำไรปกติ 4Q17 ถือว่าทำได้ดีใกล้เคียงคาด และเริ่มเห็นฟื้นตัวของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น มีเพียงค่าใช้จ่ายในการขายที่ค่อนข้างสูงใน 4Q17 แต่คาดจะลดลงกลับสู่ระดับปกติใน 1Q18 กอปรกับการใช้กำลังการผลิตจะทยอยปรับสูงขึ้น และแนวโน้มราคาวัตถุดิบสาหร่ายจะปรับลดลง น่าจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้ ในขณะที่รายได้จะเติบโตตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ และการเติบโตของตลาดส่งออก โดยเฉพาะจีน CLMV และการรุกเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ เรามองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วในปี 2017 ที่มีกำไรลดลง 22.2% Y-Y และคาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 52% Y-Y และยังคงราคาเป้าหมาย 24 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 27% ประกาศจ่ายปันผลงวด 2H17 หุ้นละ 0.17 บาท คิดเป็น Yield 0.9% กำหนดขึ้น XD 12 มี.ค. และจ่ายเงิน 4 พ.ค. คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
SC (BUY/18TP: 4.8), ถึงเวลาแล้ว… ที่ SC จะกลับมาโตโดดเด่นอีกครั้ง
(views 51)
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ“ซื้อ” และประเมินราคาเหมาะสมที่ 4.80 บาท จากโมเมนตัมกำไรที่เป็นขาขึ้นตั้งแต่ปีนี้ และต่อเนื่องในปีหน้า รวมถึงอัตราเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูงราว 5% โดยเราคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะกลับมาเติบโตโดดเด่น +58% Y-Y หนุนจากการเริ่มโอนคอนโด Super Luxury 2 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 8.7 พันล้านบาทใน 2Q-3Q18 รวมถึงคาดหวังความสำเร็จจากการเน้นขาย และโอนโครงการแนวราบ ผลักดันให้รายได้แนวราบอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาทได้ ขณะที่ Backlog ณ สิ้นปีก่อนอยู่ที่ 9.7 พันล้านบาท รองรับประมาณการรายได้ปี 2018 ไปแล้วกว่า 32% โดย SC ยังคงรักษาฐานผู้นำตลาดบ้านเดี่ยวระดับบน พร้อมปรับกลยุทธ์ขยายไปจับตลาด Mid-to-Low และต่างจังหวัดมากขึ้น ช่วยให้พอร์ตมีความยืดหยุ่น และเติบโตได้ดีในระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
ARROW (BUY/18TP: 16.4), กำไรสุทธิ 4Q17 ทำได้ต่ำกว่าคาด จากรายได้และอัตรากำไรที่ชะลอ
(views 45)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 45 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดที่ 58 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4Q17 ของ ARROW ออกมาน่าผิดหวัง เหลือเพียง 45 ล้านบาท (ลดลง 6% Q-Q และ 31% Y-Y) จากคาดที่ 58 ล้านบาท รายได้รวมลดลง 7% Q-Q ตามฤดูกาลที่เป็น Low Season แต่เพิ่มขึ้น 2% Y-Y อยู่ที่ 361 ล้านบาท จากการทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นยังถูกกดดันต่อเนื่อง เหลือเพียง 23.3% จาก 25.3% ใน 3Q17 และ 32.7% ใน 4Q16 เพราะต้นทุนเหล็กรีดเย็นเร่งตัวขึ้นในช่วงต้น 4Q17 ก่อนจะอ่อนตัวลงปลายปี อีกทั้ง การรับรู้กำไรงานรับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าและแอร์เป็นงานที่มีอัตรากำไรต่ำกว่าคาด ส่วนกำไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 194 ล้านบาท ลดลง 26% Y-Y แรงกดดันหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ชะลอตัว จากต้นทุนเหล็กที่ขึ้นและการใช้กำลังการผลิตสินค้าใหม่ที่ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
COMAN (BUY/18TP: 9), กำไรสุทธิ 4Q17 ดีกว่าคาด และมีการตัดขาย MSL เพื่อลดความกังวล
(views 36)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 14 ล้านบาท ดีกว่าคาดที่ 8 ล้านบาท กำไรสุทธิดีกว่าคาดมาก อยู่ที่ 14 ล้านบาท (คาด 8 ล้านบาท) เกือบเท่ากับทั้ง 9M17 ที่ทำได้ 17 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น 20% Q-Q และ 25% Y-Y อยู่ที่ 56 ล้านบาท ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season ของทั้ง COMAN และซินเนเจอร์ และอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มเป็น 65.8% จาก 64.2% ใน 3Q17 รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงเหลือ 39.7% ของรายได้รวม จาก 44.0% ใน 3Q17 และ 41.4% ใน 4Q16 ตามแผนการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด กำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 30 ล้านบาท กลับมาใกล้เคียงกับที่ทำได้ในปี 2016 ที่ 33 ล้านบาท ทั้งที่มีค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาในการซื้อซินเนเจอร์ราว 5 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
THMUI (BUY/18TP: 3.1), 4Q17 ผิดคาดเพราะเหตุพิเศษ แต่งานในมือจะหนุนกำไร New High
(views 72)
ผลประกอบการ 4Q17 ผิดคาด เพราะมีกลับรายการทางบัญชี THMUI รายงานผลประกอบการ 4Q17 ขาดทุนสุทธิ 3 ล้านบาท แย่กว่าที่เราคาดว่าจะมีกำไรสุทธิราว 8 ล้านบาท จาก (1) รายได้รวมที่ลดลง 39% Q-Q และ 28% Y-Y ตามฤดูกาลและคำสั่งซื้อที่เลื่อนมาบันทึกใน 1Q18 (2) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นมาก คิดเป็น 41.9% ของรายได้รวม จาก 24.7% ใน 3Q17 และ 25.6% ใน 4Q16 เพราะมีกลับรายการทางบัญชี ทั้งในส่วนของยอดรีเบทที่ถูกให้บันทึกย้อนหลังราว 3 ล้านบาท และรายการระหว่างกันกับบริษัทลูก (propoint) ที่ถูกหักออกจากการเปลี่ยนวิธีบันทึกบัญชีราว 5-10 ล้านบาท แต่ที่ดีขึ้นคือ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 40.0% จาก 38.5% ใน 3Q17 จากผลของเงินบาทที่แข็งค่าราว 2% อย่างไรก็ตาม กำไรทั้งปี 2017 เพิ่มขึ้น 13% Y-Y อยู่ที่ 21 ล้านบาท โดยนอกจากยอดขายลวดสลิงที่โตแล้ว ในช่วง 3Q17 ยังมีการรับรู้รายได้ขายท่อ HDPE ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ให้กับลูกค้ารายใหญ่ที่กำลังวางระบบน้ำปะปาในภาคใต้ด้วย
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
VNG (HOLD/18TP: 11), กำไร 4Q17 น่าผิดหวัง ถูกกดดันจากต้นทุน
(views 37)
กำไรปกติ 4Q17 ยังคงน่าผิดหวัง ทรุดลงต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี หากตัดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติใน 4Q17 ลดลงเหลือเพียง 125.1 ล้านบาท -58.5% Q-Q, -71.4% Y-Y ต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี และต่ำกว่าคาด เหตุเพราะราคาไม้ที่อยู่ในระดับสูง ทำให้อัตรากำขั้นต้นลดลงเหลือเพียง 19.9% จากในงวด 9M17 ที่อยู่ที่ 25% ขณะที่ค่าใช้จ่ายขายและบริหารทรงตัวในระดับสูง 15% ของรายได้ ส่งผลให้กำไรทรุดลงดังกล่าว และด้วยเหตุที่ต้นทุนวัตถุดิบแพงขึ้นแทบตลอดทั้งปี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปี 2017 ลดลงเป็น 24.0% จากในช่วง 2 ปีก่อนหน้า (ปี 2016-17) ที่อยู่ที่ 29% ขณะที่รายได้ถือว่าเพิ่มขึ้นดี +10.7% จากราคาขายที่ขยับขึ้นแต่ไม่ทันกับวัตถุดิบและค่าเสื่อมที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ VNG ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.30 บาท/หุ้น Yield 2.7% XD 16 มี.ค. จ่ายเงิน 18 พ.ค. 2018
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2018
ABM (IPO: 1.8/18TP: 2.26), หนึ่งในผู้นำธุรกิจจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลในไทยและเอเชีย
(views 47)
ABM เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านการจัดหา ขนส่ง และจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลของไทยและในเอเชีย ที่มีศักยภาพการเติบโตจากแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานทดแทนของโลกเพิ่มต่อเนื่อง คาดว่ากำไรปกติในปี 2018 จะโตสูง 81.6% จากปีก่อน (แต่ EPS-fully diluted โต 36.2%) จากคาดรายได้ขายรวมเพิ่ม 24.6% หนุนโดยปริมาณขายเพิ่ม จากปริมาณขายกะลาปาล์มทั้งในและต่างประเทศเพิ่ม หลังปีก่อนได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ และความต้องการของลูกค้าโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มมาก เราประเมินราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2018 (หลังเพิ่มทุน) ที่ 2.26 บาท โดยวิธี PE Relative ที่ 19 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2018
CPF (HOLD/18TP: 28), ธุรกิจหลักจะไม่สดใสไปอีกอย่างน้อย 2 ไตรมาส
(views 38)
ธุรกิจหลัก 4Q17 อ่อนแอมาก กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 2,326 ล้านบาท (-52.7% Q-Q, +33.8% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษสุทธิภาษีที่ค่อนข้างมากทั้งกำไรขายเงินลงทุน 2,109 ล้านบาท, รายการเครดิตภาษีราว 2,000 ล้านบาท, ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย 535 ล้านบาท และขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ 188 ล้านบาท พบว่าผลการดำเนินงานหลักใน 4Q17 พลิกเป็นขาดทุนราว -888 ล้าน ส่วนหนึ่งเพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ และได้รับผลกระทบจากราคาเนื้อสัตว์ที่อ่อนตัวลง โดยเฉพาะราคาหมูในไทยและเวียดนาม ที่อ่อนตัวลงจนต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยง ทำให้เผชิญผลขาดทุนหนัก ในขณะที่แม้ราคาไก่จะยังไม่ต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยง แต่ก็ค่อนข้างใกล้เคียงกับระดับคุ้มทุน แม้ธุรกิจในต่างประเทศ (ไม่รวมเวียดนามและกัมพูชา) จะเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถหักล้างการอ่อนตัวลงของธุรกิจในประเทศและเวียดนามได้ทั้งหมด ทำให้ภาพรวมผลประกอบการไม่สดใส ทั้งนี้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงมากมาอยู่ที่ 9.7% ลดลงจาก 13.9% ใน 3Q17 และ 13.1% ใน 4Q16 ต่ำสุดในรอบ 18 ไตรมาส แต่ยังมีรายการที่ดีต่อเนื่องคือส่วนแบ่งกำไรขาดทุนจาก CPALL ที่ปรับเพิ่มขึ้น 7% Q-Q และ 34% Y-Y บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2017 เท่ากับ 15,259 ล้านบาท (+3.8% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2018
EKH (BUY/18TP: 7), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 39)
กำไร 4Q17 แข็งแกร่งกว่าคาด EKH ประกาศกำไรปกติ 4Q17 ออกมาดีกว่าคาด 10% ที่ 22 ลบ. -40.6% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ +29.2% Y-Y จากรายได้ที่เติบโตในระดับค่อนข้างดี +6.1% Y-Y และโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่าย SG&A ที่ต่ำกว่าคาดโดยคิดเป็นสัดส่วน 19.9% ลดลงจาก 22.4% ในปีก่อน ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นเป็น 23.9% ในไตรมาสนี้จาก 20.4% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยังได้รับผลบวกจาก Operating Leverage ส่งผลให้กำไรปกติปี 2017 จบที่ 84 ลบ. +11.4% Y-Y ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2018
VIBHA (BUY/18TP: 3), กำไรปี 2017 ใกล้เคียงคาด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 38)
กำไรปี 2017 ใกล้เคียงคาด VIBHA ประกาศกำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาที่ 229 ลบ. -23.1% Q-Q, +13.1% Y-Y และทำให้ทั้งปี 2017 มีกำไรสุทธิ 869 ลบ. +28% Y-Y ซึ่งถือว่าใกล้เคียงคาดการณ์ของเรา ใน 4Q17 รายได้จากการรักษาพยาบาลเติบโต 8.7% Y-Y ซึ่งหลักๆยังเกิดจาก CMR ซึ่งได้อานิสงส์จากการปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคม อย่างไรก็ตามส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงเหลือเพียง 11 ลบ.ในไตรมาสนี้ซึ่งไม่ดีนักเพราะต่ำกว่าฐานปกติที่ราว 50 ลบ.ต่อไตรมาสหลังปรับโครงสร้างการถือหุ้นไปตั้งแต่ปี 2016 ขณะที่ด้าน Gross Margin ชะลอตัวลงเล็กน้อย Y-Y แต่ชดเชยได้จากการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2018
FN (BUY/18TP: 5.6), กำไร 4Q17 แม้ยังกังวลต่อมาร์จิ้น แต่ยังมองว่าผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
(views 46)
กำไรสุทธิ 4Q17 ฟื้นตัวเท่ากับคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 25 ล้านบาท (+47.1% Q-Q, -46.8% Y-Y) เท่ากับคาด สาเหตุที่กำไรลดลง Y-Y มาจากฐานที่สูงในปีก่อน ส่วนกำไรที่กลับมาเติบโต Q-Q ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยฤดูกาล และบริษัทยังมีการทำโปรโมชั่นกระตุ้นรายได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างดีสำหรับสาขาใหม่แห่งที่ 10 ที่ฉะเชิงเทรา ทำให้มีรายได้รวมไตรมาสนี้เติบโต 15.4% Q-Q และสามารถทรงตัวได้ Y-Y แม้ SSSG ยังคงติดลบ แต่ได้รับการชดเชยด้วยรายได้สาขาใหม่ อย่างไรก็ตาม ต้องแลกด้วยการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นปรับลงมาอยู่ที่ 43.2% จาก 45% ใน 3Q17 และ 44.3% ใน 4Q16 ทั้งนี้ด้วยผลกระทบของกำลังซื้อที่ชะลอตัวตลอด 9M17 ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2017 เท่ากับ 86 ล้านบาท ลดลงถึง 44.3% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2018
BEC (HOLD/18TP: 10.5), 4Q17 ขาดทุนมากกว่าคาดมาก แต่คาดผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
(views 46)
ผลประกอบการ 4Q17 ขาดทุนหนักกว่าคาด 4Q17 ขาดทุนสุทธิ 336 ล้านบาท ขาดทุนปกติ 357 ล้านบาท แย่ลงจากไตรมาสก่อนที่กำไรปกติเพียง 18 ล้านบาท และ 4Q16 ขาดทุนปกติ 57 ล้านบาท นับเป็นขาดทุนมากกว่าคาด จากต้นทุนบริการและค่าใช้จ่าย SG&A มากกว่าคาด (-13.2% Q-Q, +25.9% Y-Y และ +5.2% Q-Q, -6.5% Y-Y ตามลำดับ) ขณะที่รายได้รวม -25.2% Q-Q, + 4.8% Y-Y โดยรายได้หลักค่าโฆษณา TV -25.4% Q-Q, +7.2% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2018
BLA (HOLD/18TP: 37.5), ค่าใช้จ่ายที่ลดลงเป็นช่วยลดผลกระทบของการขายผ่านธนาคาร
(views 42)
แม้ว่าเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2018 ขึ้นเป็น 3.7 พันลบ. (+2.1%Y-Y) เพื่อสะท้อนแนวโน้มการตั้งสำรองเบี้ยประกันฯที่น้อยกว่าคาด แต่ยังเห็น Downside ของประมาณการ จากรายได้เบี้ยประกันผ่านช่องทางธนาคารที่ลดลงจากผลิตภัณฑ์ประเภท Endowment (ล่าสุดสัญญาของคู่ค้ายังไม่ชัดเจน) จึงคำแนะนำ ถือ/ชะลอการลงทุน ที่ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 37.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2018
LIT (HOLD/18TP: 10.4), กลับมาที่การสร้างความแข็งแกร่งของคุณภาพหนี้ กำไรอาจแผ่ว
(views 45)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2018 ลงเป็น 162 ลบ. (+11%Y-Y) สาเหตุหลักเกิดจากนโยบายการการตั้งสำรองฯหนี้สูญจากปัจจุบัน < 5% ของ Total loan เป็น 7% ทำให้คาดว่าจะทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองฯปี 2018 น่าจะเพิ่มขึ้น 40% จากปีก่อนหน้า ที่ระดับสำรองดังกล่าวน่าจะทำให้ Coverage ratio ของบริษัทแข็งแกร่งขึ้น เราคาดว่าน่าจะขึ้นมาอยู่ที่ราว 130-140% จาก 102% ในปี 2017 ถือว่าเทียบเท่าอุตสาหกรรม ภายหลังการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ทำให้ประมาณการการเติบโตของกำไรใน 3 ปีข้างหน้าปรับลดลง 20% เป็น 16% จาก 20% เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2018 ลงเป็น 10.40 บาท (เดิม 11.70 บาท) แนะนำ ถือ จากเดิม ซื้อ หรือ Switch เป็น TK (ราคาเหมาะสม 19.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2018
MINT (BUY/18TP: 48), กำไรจะยัง New High แต่ราคายังไม่ New High
(views 43)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q18 ของ MINT คาดว่ายังมีการเติบโตที่แข็งแกร่งและจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีจากอานิสงส์จาก Peak Season ของการท่องเที่ยวในไทย ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2018 คาดว่ายังคงสดใสจากทุกธุรกิจที่เติบโต และที่สำคัญเรามองว่าจะเป็นปีที่ MINT ให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำกำไรมากขึ้น เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 เติบโต 20% Y-Y และทำ New High ต่อเนื่อง ราคาหุ้นในสัปดาห์เศษที่ผ่านมาปรับตัวลงเกือบ 10% ซึ่งไม่สอดคล้องกับทิศทางการเติบโต เราจึงมองเป็นจังหวะในการเข้า “ซื้อ” โดยยังคงราคาเหมาะสมที่ 48 บาท
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2018
SVI (BUY/18TP: 4.9), กำไร 4Q17 เป็นไปตามคาด มองเป็นจุดต่ำสุดแล้ว
(views 40)
กำไร 4Q17 ตามคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 112 ล้านบาท (+40% Q-Q, -45.9% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 115 ล้านบาท) ทั้งนี้หากไม่รวมการตั้งด้อยค่าความนิยมกิจการ Seidel 58 ล้านบาท (สุทธิภาษีจะเท่ากับ 46 ล้านบาท) และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 6 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 152 ล้านบาท (+108% Q-Q, -2.6% Y-Y) ถือว่าฟื้นตัวได้ดี มีรายได้ขยับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ US$100 ล้าน (+5.3% Q-Q, +19% Y-Y) ทั้งที่เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ แต่ยังมีคำสั่งซื้อที่เลื่อนมาจากไตรมาสก่อนๆ เพราะยังประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ แม้ไตรมาสนี้ยังเผชิญกับราคาวัตถุดิบอยู่ในระดับสูง แต่ด้วยผลกระทบของค่าเงินบาทแข็งค่าที่ต่ำกว่าไตรมาสก่อน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 8.6% จาก 5.8% ใน 3Q17 แต่ยังถือเป็นระดับที่ต่ำกว่าปกติ ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (ไม่รวมด้อยค่าความนิยม) ลดลงมาอยู่ที่ 4.5% จาก 4.9% ใน 3Q17 และ 5% ใน 4Q16 ทำให้จบปี 2017 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 491 ล้านบาท ลดลง 69.3% Y-Y เพราะปีก่อนมีรายการพิเศษเงินประกันก้อนใหญ่ หากไม่รวมรายการพิเศษ จะมีกำไรปกติปี 2017 เท่ากับ 477 ล้านบาท (-22.3% Y-Y) ถือเป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 4 ปี
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
AAV (BUY/18TP: 6.5), กำไร 4Q17 ดีตามคาด แต่ปี 2018 ยังถูกดดันจากต้นทุนน้ำมัน
(views 68)
กำไรปกติ 4Q17 โต +112% Q-Q, +115% Y-Y ใกล้เคียงคาด รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 476 ล้านบาท (+82% Q-Q, +1,053% Y-Y) ใกล้เคียงที่เราคาด (เราคาด 480 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 76 ล้านบาท กำไรปกติจะเท่ากับ 400 ล้านบาท (+112% Q-Q, +115% Y-Y) โดยการเติบโตของกำไร Q-Q มาจากช่วง High Season ของการท่องเที่ยว ส่วนการโตแรงของกำไร Y-Y มาจากฐานที่ต่ำ เพราะได้รับผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ และสถานการณ์ไว้อาลัยในปีก่อน รวมถึงมีการเพิ่มความถี่ และขยายเส้นทางการบิน ทำให้จำนวนผู้โดยสารเติบโต +22% Y-Y และค่าโดยสารเฉลี่ยฟื้นตัว +6% Y-Y ขณะที่กำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 1,478 ล้านบาท (-21% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติจะอยู่ที่ 1,155 ล้านบาท (-41% Y-Y) โดยปี 2017 ถูกกดดันจากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น, การขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินภายในประเทศ และการแข่งขันด้านราคาตั๋วที่รุนแรง
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
CPALL (BUY/18TP: 98), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาดและทำจุดสูงสุดใหม่อย่างน่าประทับใจ
(views 115)
กำไรสุทธิ 4Q17 ดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 5,525 ล้านบาท (+11.2% Q-Q, +28.2% Y-Y) ทำจุดสูงสุดใหม่ได้มากกว่าคาด 6% (เราคาดไว้ 5,214 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรที่น่าประทับใจ ส่วนหนึ่งมาจากธุรกิจ Cash & Carry ที่ทำผลงานได้ดี โดย MAKRO มีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,880 ล้านบาท (+30% Q-Q, +16.7% Y-Y) ในขณะที่ธุรกิจ 7-11 ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน โดยมี SSSG ฟื้นตัวเป็นบวกที่ 6% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำ และได้รับผลบวกจาก Stamp Promotion ต่อเนื่องมาจาก 3Q17 รวมถึงได้รับอานิสงส์มาจากการปรับขึ้นราคาบุหรี่ แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาล นอกจากนี้ยังมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องอีก 116 แห่ง รวมเป็นการเปิดสาขาใหม่ทั้งปี 2017 บรรลุเป้าหมายไปที่ 726 แห่ง ทำให้บริษัทมีรายได้รวมไตรมาสนี้เติบโต 4.3% Q-Q และ 11% Y-Y และยังมีความสามารถทำกำไรได้แข็งแกร่งตามคาด ด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 22.6% เพิ่มขึ้นจาก 22.4% ใน 3Q17 และ 21.9% ใน 4Q16 ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่รวม MAKRO ในปี 2013 กอปรกับยังเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายเข้มงวด ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 19.7% จาก 20% ใน 3Q17 แต่ขยับขึ้นเล็กน้อยจาก 19.4% ใน 4Q16 ในขณะที่อัตราภาษีจ่ายลดลงมาอยู่ที่ 13% จากปกติอยู่ที่ระดับ 15% - 16% ทั้งนี้ต่ำกว่า 20% จากค่าใช้จ่ายเงินลงทุนที่ลดหย่อนภาษีได้มากขึ้นในปี 2016-2017 และได้ประโยชน์ทางภาษีจากการออก Perpetual Bond
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
FSMART (BUY/18TP: 15), ราคาหุ้นลงหนักต่อประเด็นลบ
(views 152)
กำไร 4Q17 ต่ำกว่าคาด แม้ทั้งปี 2017 ยังโต 29.2% แนวโน้ม 1Q18 กลับมาโต Q-Q, Y-Y จากรายได้ต่อตู้เพิ่ม ต้นทุนค่าเสื่อมชะลอ และค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง เราปรับประมาณการปี 2018-2019 ลง 7-10% เป็นกำไรโตเกือบ 18% และ 13% ตามลำดับ และปรับลดสมมุติฐาน L-T Growth เพื่อConservative มากขึ้นอีกต่อปัจจัยเสี่ยงระยะยาวพฤติกรรมของผุ้ใช้บริการ ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ลงเป็น 15 บาท จากเดิม 19.50 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมามากเกือบ 20% หลังกำไร 4Q17 ต่ำกว่าคาดและความกังวลข่าว 7-11 จะเป็น Banking Agent ซึ่งผุ้บริหารเชื่อว่าผลกระทบไม่น่ามากนัก เนื่องจากลูกค้าหลักของ FSMART 70% ระดับรากหญ้าในพื้นที่ห่างตัวเมือง และปันผลน่าสนใจมากขึ้น ที่ 5-7% แนะนำ ซื้อ จากเดิม ชะลอการลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
ICHI (HOLD/18TP: 8.5), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด แต่อาจแผ่วลงใน 1Q18
(views 73)
กำไร 4Q17 ไม่ผิดหวัง ออกมาดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 93 ล้านบาท (+64.8% Q-Q) และพลิกจากที่ขาดทุน 55 ล้านบาท ในปีก่อน เป็นกำไรที่ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 51 ล้านบาท) ซึ่งมาจากรายการเครดิตภาษีที่เกิดจาก Deferred Tax ทั้งนี้หากไม่รวมรายการตั้งด้อยค่าความนิยมแบรนด์ไบเล่ 24 ล้านบาท (สุทธิภาษี) จะมีกำไรปกติ 4Q17 เท่ากับ 138 ล้านบาท (+100% Q-Q และพลิกจากขาดทุนปีก่อน) โดยรายได้ส่งออกทำได้ดีอย่างน่าประทับใจ เพิ่มขึ้นจนมีสัดส่วนราว 27% ของรายได้รวม จากเพียง 2% ณ สิ้นปี 2016 ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 25.6% Y-Y แต่ลดง 10.4% Q-Q เพราะรายได้ส่งออกที่โตไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของตลาดในประเทศได้ ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 24.7% เพิ่มขึ้นจาก 23.9% ใน 3Q17 และ 16.9% ใน 4Q16 จากอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้นมาอยู่ที่ 55% - 60% และสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (ไม่รวมด้อยค่า) ลดลงอย่างมากมาอยู่ที่ 12.3% จาก 16.2% ใน 3Q17 และ 22.3% ใน 4Q16 เพราะไม่มีการทำโปรโมชั่นใหญ่สำหรับการขายในประเทศ ทั้งนี้บริษัทยังรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ -43 ล้านบาท จาก -18 ล้านบาทใน 3Q17 แต่ลดลงจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ -61 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
MALEE (U.R./18TP: U.R), กำไร 4Q17 น่าผิดหวัง ต่ำคาดมาก อยู่ระหว่างทบทวน
(views 136)
กำไรสุทธิ 4Q17 ต่ำสุดในรอบ 7 ปี กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 28 ล้านบาท (-64.1% Q-Q, -76.1% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 79 ล้านบาท) เป็นกำไรที่น่าผิดหวังมาก มาจากทั้งอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด และค่าใช้จ่ายที่มากกว่าคาด แม้ธุรกิจในประเทศจะเติบโตได้ดี โดยเฉพาะ CMG ที่โตดีมากจากการรับจ้างผลิตสินค้าใหม่ รวมถึงธุรกิจ Export Brand จะมีการเติบโตตามการเน้นขยายตลาดส่งออก แต่ยังไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของธุรกิจ Export CMG ซึ่งมาจากการอ่อนตัวลงของน้ำมะพร้าวส่งออก ที่บริษัทเพิ่งปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพสินค้าแล้วเสร็จเมื่อปลาย 4Q17 ทำให้ยอดขายน้ำมะพร้าวยังกลับมาไม่ทัน ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้โตเพียง 2.1% Q-Q และ 3.6% Y-Y โดยสัดส่วนรายได้ส่งออกใน 4Q17 ลดลงมาอยู่ที่เพียง 29% จาก 42% ในปีก่อน แต่ที่เป็นปัญหาคืออัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาดมาอยู่ที่ 26.3% (เราคาดไว้ 30%) เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 18 ไตรมาส นอกจากรายได้ต่างประเทศ ที่มาร์จิ้นสูงจะลดลงแล้ว ยังมีค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นจากการลงทุนเพิ่มเติมในโรงงาน เครื่องจักร และสำนักงาน รวมถึงอัตราสูญเสียที่สูงขึ้นจากการ Test Run เครื่องจักรใหม่บางรายการ และผลกระทบจากภาษีน้ำตาล เช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายที่ปรับตัวสูงขึ้นจากด้านบุคลากรและ R&D ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 25.2% จาก 23.4% ใน 3Q17 และจากฐานที่ต่ำมากที่ 13.6% ใน 4Q16 ที่มีการปรับกลยุทธ์ชะลอการใช้จ่ายภายใต้กำลังซื้อที่อ่อนแอ ในขณะที่รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากฟิลิปปินส์สูงขึ้นเป็น -10 ล้านบาท จาก -4 ล้านบาทใน 3Q17 แต่ลดลงจาก -40 ล้านบาทใน 4Q16
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
RSP (BUY/18TP: 8.4), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด น่าจะฟื้นตัวต่อใน 1Q18
(views 82)
กำไรสุทธิ 4Q17 ฟื้นตัวดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 58 ล้านบาท (+26.1% Q-Q, -18.3% Y-Y) ดีกว่าคาดเล็กน้อย (เราคาดไว้ 55 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรลดลง Y-Y มาจากฐานที่สูงในปีก่อน แต่ถือเป็นการฟื้นตัวดี Q-Q ทั้งจากปัจจัยฤดูกาล และฟื้นตัวตามกำลังซื้อ โดยบริษัทมีรายได้เติบโต 6.8% Q-Q ทั้งนี้รายได้แบรนด์ Pony ขยับขึ้นได้ดีจนล่าสุดทำได้มากกว่าเป้าหมายของบริษัทเกือบเท่าตัวแล้ว และมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นน่าประทับใจมาอยู่ที่ 53.8% จาก 48.6% ใน 3Q17 ตามการฟื้นตัวของรายได้ แต่ค่าใช้จ่ายปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น จากค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขาและทำการตลาดที่มากขึ้น รวมถึงมีการตั้งค่าเผื่อสินค้าคงเหลือด้วย ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 33.4% จาก 29% ใน 3Q17 และ 28.8% ใน 4Q16 แต่จากผลการดำเนินงานที่แผ่วลมากในช่วง 2Q17 - 3Q17 จากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2017 ลดลง 24.4% Y-Y เท่ากับ 226 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
TACC (BUY/18TP: 6), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด แต่อาจแผ่วลงใน 1Q18 ชั่วคราว
(views 60)
กำไรสุทธิ 4Q17 ดีกว่าคาดและทำจุดสุงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 33 ล้านบาท (+50% Q-Q, +13.8% Y-Y) ดีกว่าคาด 7% (เราคาดไว้ 31 ล้านบาท) ถือว่าทำได้ดี และเป็นจุดสูงสุดใหม่ ส่วนหนึ่งเพราะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ แม้ผลประกอบการที่กัมพูชา (สัดส่วนราว 10% ของ