บทวิเคราะห์รายบริษัท

03
เมษายน
2020
PRM (BUY/20TP: 7.5), อานิสงส์จากความต้องการเรือ FSU ชดเชยธุรกิจเรือในประเทศที่ลดลงได้
(views 9)
ธุรกิจเรือ FSU (44% ของรายได้รวม) ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบโลกที่ร่วงแรง ประกอบกับการขายน้ำมันที่ยากขึ้นเพราะมาตรการ Lockdown และ Work from home ของหลายประเทศทำให้ความต้องการเรือ FSU เพิ่มสูงขึ้น แต่ Supply เรือมีจำกัด อัตราค่าระวางเรือ VLCC จึงปรับขึ้นรุนแรงในช่วง มี.ค. ทีผ่านมา เป็นจังหวะที่เรือ 3 ใน 8 ลำหมดอายุสัญญาพอดี จึงสามารถปรับราคาขึ้นได้ 15-20% ผลบวกดังกล่าวชดเชยธุรกิจเรือขนส่งในประเทศที่ลดลงบ้างจากความต้องการขนส่งน้ำมันเจ็ทที่หายไปตามภาคท่องเที่ยว เรายังคงประมาณการกำไรปี 2020 +16% Y-Y แม้กำไรจะผ่านช่วงพีคของการเติบโตไปแล้วในปี 2019 (+44% Y-Y) แต่ธุรกิจส่วนใหญ่เป็น Recurring income ที่บางส่วนได้อานิสงส์จากค่าระวางเรือที่สูงขึ้น ถือว่าแข็งแกร่งกว่าหลายธุรกิจในสถานการณ์ปัจจุบัน คงราคาเป้าหมาย 7.50 บาท ปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ จากเดิมถือ
อ่านเพิ่มเติม
01
เมษายน
2020
CPN (BUY/20TP: 65), ถูกกระทบหนักแต่ชั่วคราว ฐานะการเงินยังแข็งแกร่งมาก
(views 19)
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2020-21 ลง 37% และ 29% ตามลำดับ เป็น 7.73 พันล้านบาท -34% Y-Y ในปี 2020 และเป็น 9.73 พันล้านบาท +25% Y-Y ในปี 2021 บนสมมติฐาน Base case ศูนย์การค้ากลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่ พ.ค. และบริษัทยังต้องลดค่าเช่าให้แก่ร้านค้าตลอดในช่วงที่เหลือของปี กรณีนี้คาดรายได้รวมลดลง 23% Y-Y เป็น 2.83 หมื่นล้านบาท EBITDA margin ลดลงเป็น 49.7% (จาก 50.7% ในปี 2019) ราคาเป้าหมายลดลงเป็น 65 บาท กรณี Worst case ปิดศูนย์การค้าถึง มิ.ย. (เป็นไปได้ยากมาก) คาดรายได้รวมลด 33% กำไรหดตัว 50% Y-Y ราคาเป้าหมายลดเหลือ 47 บาท ซึ่งไม่ใช่มูลค่ายุติธรรมของกิจการ ราคาหุ้นต่ำกว่าราคาเป้าหมายกรณี Worst case แล้ว ยังคงแนะนำซื้อ ผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นผลชั่วคราว บริษัทมีสินทรัพย์ที่ดีสามารถสร้างรายได้ได้ในอนาคต ขณะที่ฐานะการเงินแข็งแกร่งมากพอที่จะผ่านวิกฤตนี้ไปได้
อ่านเพิ่มเติม
01
เมษายน
2020
LOXLEY (BUY/20TP: 1.7), ผลประกอบการปี 2020 ถูกฉุดจากงานบางส่วนที่ไม่มีมาร์จิ้น
(views 6)
ผลประกอบการปี 2019 ขาดทุนสุทธิถึง 756 ล้านบาท แย่ลงจากปี 2018 ที่มีกำไรสุทธิ 92 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองโครงการติดตั้งและวางระบบสายพานในสนามบินสุวรรณภูมิที่มีการเปลี่ยนแบบก่อสร้าง เปลี่ยนอุปกรณ์หลัก และความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง ทำให้เกิดผลขาดทุนจากงานดังกล่าว แม้ไม่รวมรายการนี้ LOXLEY ก็ทำผลงานได้ไม่ดีนัก โดยรายได้รวมเพิ่มเพียง 3.2% Y-Y อัตรากำไรขั้นต้น (ไม่รวมรายการพิเศษทางบัญชี) ลดเหลือ 12.8% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ทำได้ 14-15% เราจึงปรับลดประมาณการปี 2020 ลง 56% เหลือ 86 ล้านบาท หลักๆมาจากการปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นจากเดิมคาด 13.9% เหลือ 12.8% เพราะยังเหลืองานติดตั้งระบบสายพาน (ซึ่งไม่มีมาร์จิ้น) ที่ต้องส่งมอบในปีนี้ ปรับราคาเป้าหมายปี 2020 ลงเป็น 1.70 บาท จากเดิม 2.20 บาท โดยเปลี่ยนวิธีประเมินมูลค่าหุ้นจากเดิมอิง PER 17 เท่าเท่ากับค่าเฉลี่ยของกลุ่ม SI เพราะฐานกำไรที่ตกต่ำมากทำให้ไม่สมเหตุสมผลที่จะใช้ PER จึงหันมาประเมินจาก Asset based โดยใช้ PBV 0.8 เท่า หรือ -1SD ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 20 ปี ราคาหุ้นปัจจุบันมี PBV เพียง 0.5 เท่า จึงยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
01
เมษายน
2020
TACC (BUY/20TP: 5.2), ได้รับผลกระทบ COVID-19 บ้าง แต่คาดกำไรปีนี้ไม่แย่
(views 9)
ด้วยสินค้าหลักคือ เครื่องดื่มที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ และช่องทางการขายหลักกว่า 90% ผ่าน 7-11 ที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัดจาก COVID-19 ทำให้แนวโน้มกำไรของ TACC ในปีนี้ไม่แย่ คาดกำไร 1Q20 จะยังโต Y-Y เพราะฐานต่ำปีก่อน แต่ลดลง Q-Q ตามฤดูกาล กอปรกับ All Caf? ชะลอการซื้อในเดือน ม.ค. เพราะสั่งซื้อไว้มากใน 4Q19 ส่วนกำไร 2Q20 อาจทรงตัว เพราะ COVID-19 กระทบต่อธุรกิจ Character เนื่องจากลูกค้าเลื่อนการทำโปรโมชั่นออกไป ส่วนธุรกิจเครื่องดื่มอาจกระทบบ้างจากจำนวนลูกค้าที่เข้าร้านน้อยลง เพราะกังวลต่อโรค และหากสถานการณ์คลี่คลายตั้งแต่กลางปีนี้ เราคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวได้ใน 2H20 สำหรับครั้งนี้เราปรับลดการเติบโตของรายได้ Character นำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 5% เป็นกำไรลดลง -5.6% Y-Y จากเดิมคาดทรงตัว และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 5.2 บาท จากเดิม 5.5 บาท (อิง PE เดิม -1SD ที่ 21 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงมามาก จนยังมี Upside 68.8% แม้บริษัทจะได้รับผลจาก COVID แต่ถือว่าน้อยกว่าอุตสาหกรรมอื่น และยังคาดมีกำไรที่ไม่แย่นักในปีนี้ จึงแนะนำทยอยซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
31
มีนาคม
2020
ADVANC (BUY/20TP: 230), คาดกำไร 1Q20 ยังประคองตัวได้และเป็น Defensive Play ที่ดี
(views 14)
เราคาดกำไรปกติ 1Q20 ของ ADVANC +2.7% Q-Q, +0.4% Y-Y ยังประคองตัวได้แม้ธุรกิจได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เพิ่มเติมจากการแข่งขัน Prepaid และ Fixed Broadband ที่แข่งขันรุนแรง แต่ถือว่าผลกระทบจำกัดกว่าอุตสาหกรรมอื่นอย่างชัดเจน เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 หดตัว -5.1% Y-Y หลังจากปรับลงเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยยังคงราคาเหมาะสมที่ 230 บาท อย่างไรก็ตามจากธุรกิจที่ค่อนข้าง Defensive และทิศทางกำไรที่ยังแข็งแรงและมั่นคงกว่าตลาดในภาพรวม จึงยังทำให้เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็นแหล่งพักเงินในระยะนี้
อ่านเพิ่มเติม
31
มีนาคม
2020
BJC (BUY/20TP: 46), ผลกระทบสุทธิจาก COVID เป็นลบ แนะนำทยอยซื้อลงทุนยาว
(views 10)
แม้จะเห็นการแห่กักตุนสินค้าในร้านค้าปลีก แต่สุทธิแล้ว เรายังคาดว่า COVID-19 จะส่งผลลบต่อกำไร 1Q20 ของ BJC ล่าสุดมีสาขา Hypermarket ที่ต้องปิดบางโซน และปิดพื้นที่เช่า เหลือเพียงโซนซุปเปอร์มาร์เก็ต ราว 80 สาขา หรือ 53% ของสาขา HM ทั้งหมด และแนวโน้มกำไร 2Q20 อาจอ่อนลงต่อ จากปกติเป็น High Season ของธุรกิจ คาดกระทบทั้ง BIGC ล่าสุดเริ่มเห็นสัญญาณการต่อรองลด/งดค่าเช่าจากผู้เช่าสำหรับเดือน เม.ย. แล้ว และธุรกิจ Packaging คากระทบในส่วนของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เราปรับลดกำไรปีนี้ โดยอิงสมมติฐานว่า COVID-19 คลี่คลายในช่วงกลางปีนี้ แต่การฟื้นตัวหลังจากนั้นจะไม่เร็ว เพราะผู้บริโภคเร่งการซื้อไว้มากในช่วงก่อนหน้า เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 9.7% เป็นกำไรลดลง -13.4% Y-Y จากเดิมคาด -4.1% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 46 บาท จากเดิม 54 บาท (DCF) ยังมี Upside 15.7% แนะนำทยอยซื้อสำหรับลงทุนยาว
อ่านเพิ่มเติม
31
มีนาคม
2020
VGI (BUY/21TP: 8), ราคาลงหนักสะท้อนกังวล Covid-19 รอสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย
(views 10)
การระบาดของ Covid-19 ส่งผลกระทบต่อสื่อนอกบ้านต่างๆ รวมทั้งสื่อหลักของบริษัทคือ สื่อบนรถไฟฟ้า ตามจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า BTS ที่ลดลง ตั้งแต่เดือนก.พ. (-5.7% Y-Y) และคาดลงหนักขึ้นในเดือนมี.ค. เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2020 (สิ้นสุด มี.ค. 2020) ลง 4% สะท้อนผลกระทบในไตรมาสสุดท้ายของปี และจากสมมุติฐาน Covid-19 ยืดเยื้อไปอีกอย่างน้อย 1 ไตรมาส เราปรับประมาณการปี 2021 ลง 43% เป็นกำไรลดลง 21% ก่อนจะกลับสู่ระดับปกติในปีถัดไป เป็นกำไรฟื้นตัว 46% ราคาเป้าหมายปี 2021 ปรับลงจากเดิมที่ 10 บาท เป็น 8 บาท (DCF) ราคาหุ้นที่ปรับลงหนัก มี Upside สูง แนะนำ ซื้อสะสม ระยะสั้น ราคาหุ้นอาจยังถูกกดดัน จนกว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย
อ่านเพิ่มเติม
30
มีนาคม
2020
TWPC (HOLD/20TP: 2.86), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด แนวโน้ม 1Q20 ไม่สดใส ผลจาก Covid-19
(views 9)
กำไรปกติจากการดำเนินงานใน 4Q19 ดีขึ้นจากขาดทุนไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง Y-Y ทั้งปี 2019 ลดลง 38.9% Y-Y แต่กำไรสุทธิลดลง 65.4% Y-Y รวมค่าใช้จ่ายพิเศษ แนวโน้มผลประกอบการ 1Q20 ไม่สดใส โดยการระบาดของเชื้อ Covid-19 กระทบต่อการส่งออกไปประเทศจีนที่เป็นตลาดหลัก (สัดส่วนรายได้ 55-60%) ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 36% เป็น 179 ล้านบาท ฟื้นตัวจากฐานต่ำในปีก่อน โดยคาดหวังสถานการณ์ค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2020 ปรับลดเป็น 2.86 บาท จากเดิม 4.45 บาท อิง PE ระดับเดิมที่ 14 เท่า คงคำแนะนำ ถือ รับปันผล เฉลี่ย 5-5.5% ทั้งนี้ ประกาศจ่ายปันผลงวดปี 2019 หุ้นละ 0.134 บาท yield 4.9% XD วันที่ 7 พ.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
30
มีนาคม
2020
BEM (BUY/20TP: 10.5), Covid-19 กระทบระยะสั้น แต่ระยะยาวยังแข็งแกร่ง
(views 14)
ประเด็นการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 รวมถึงมาตรการปิดสถานที่สำคัญ และ Work from home ส่งผลให้ผู้ใช้ทางด่วนและรถไฟฟ้าลดลงอย่างมีนัย เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2020-2021 ลง 31% และ 11% เป็น 3.1 พันล้านบาท (+6.5% Y-Y) ในปีนี้ และเร่งขึ้นเด่น 46% Y-Y ในปีหน้า บนสมมติฐานการระบาดในไทยควบคุมได้ภายใน 2Q20 โดยประเมินว่าการใช้บริการจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่เดือนก.ค. 2020 และใช้เวลาราว 3 เดือนก่อนกลับเป็นปกติ ส่วนการเปิดรถไฟฟ้าน้ำเงินครบเส้นคาดเป็นบวกต่อรายได้ชัดเจนในปี 2021 ทั้งนี้ ราคาหุ้น -31% YTD แต่หากสถานการณ์การระบาดคลี่คลาย เรามองว่าราคาหุ้น BEM จะฟื้นตัวได้เร็ว และก่อนธุรกิจอื่น จากธุรกิจ Defensive ที่พื้นฐานระยะยาวแข็งแกร่ง, ฐานะการเงินมั่นคง และมีศักยภาพในการเติบโตเพิ่มเติมจากการประมูลรถไฟฟ้าสายใหม่ จึงมองว่าน่าสนใจในการเข้าซื้อลงทุน ราคาเหมาะสมใหม่ 10.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
30
มีนาคม
2020
M (AVOID/20TP: 47), รอจน COVID-19 คลี่คลาย แล้วค่อยเข้าลงทุนอีกครั้ง
(views 6)
แนวโน้มกำไร 1H20 น่าจะแย่ลงค่อนข้างมาก ล่าสุดได้มีประกาศขยายระยะเวลาปิดร้านอาหาร (อนุญาตให้เฉพาะซื้อกลับบ้าน) ทั้งใน กทม. ปริมณฑล และมีหลายๆจังหวัดทยอยประกาศตามมา ไปจนถึง 30 เม.ย. จากข้อมูล ณ 27 มี.ค. มีจำนวนสาขาของ MK และ Yayoi ที่ยังเปิดให้บริการปกติเพียง 24% และ 18% ของสาขาทั้งประเทศ และที่ถูกปิดเลยราว 2% - 4% นอกนั้นยังขายแบบซื้อกลับบ้าน และ Delivery ได้ เบื้องต้นคาดยอดขายช่วงนี้จะลดลงกว่า 70% Y-Y ส่วนแหลมเจริญฯผลกระทบหนักกว่าเพราะถูกปิดสาขาเกือบหมด รายได้น่าจะหายไปกว่า 90% Y-Y และหากถูกปิดร้านต่อไปยังเดือน พ.ค. มีโอกาสที่ 2Q20 จะแย่ถึงขั้นขาดทุน เราปรับลดประมาณการ โดยอิงสมมติฐานว่า COVID-19 จะคลี่คลายในช่วงกลางปีนี้ เราจึงปรับลดกำไรปีนี้ลง 53% เป็นการลดลง -59% Y-Y ทั้งนี้เราปรับวิธีประเมินราคาเป้าหมายใช้ PBV โดยอิง PBV เฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดฯ 4 ปีย้อนหลัง -2SD อยู่ที่ 3.2 เท่า ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ปีนี้ที่ 47 บาท ปรับลงจากเดิมที่ 62.5 บาท ทั้งนี้ประมาณการของเรายังมี Downside หาก COVID-19 คลี่คลายช้ากว่าคาด เรายังแนะนำชะลอการลงทุนตามเดิม และเมื่อไหร่ที่สถานการณ์ดีขึ้น สาขากลับมาให้บริการได้ปกติ จึงน่าเข้าลงทุนอีกครั้ง และเป็นหุ้นที่ควรมีติดพอร์ท เพราะกำไรจะฟื้นได้เร็ว จากการมี Operating Leverage สูง และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง
อ่านเพิ่มเติม
26
มีนาคม
2020
BCPG (BUY/20TP: 17), กำไรเติบโตน่าสนใจขึ้น ปันผลใช้ได้
(views 20)
เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อ BCPG โดยการซื้อ 2 โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว จะหนุนให้กำไรปกติ 2 ปีข้างหน้าโตดีขึ้นกว่าเมื่อ 3 ปีก่อน และการได้โครงการโรงไฟฟ้าพลังลม (“SWAN” รอเซ็น PPA ปีนี่) จะช่วยลดความกังวลความต่อเนื่องของกำไรหลังจากค่าไฟส่วนเพิ่ม (Adder) ของโรงไฟฟ้าโชลาร์ในไทยจะทยอยหมดในปี 2022-2024 รวมทั้งมีศักยภาพขยายกำลังผลิตในภูมิภาคได้อีก โดยเชื่อว่าฐานะการเงินยังอยู่ในระดับจัดการได้ ราคาหุ้นปรับลดลงถึง 36% จากช่วงต้นปี โดยผลกระทบจาก Covid-19 จำกัด ประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 17 บาท (SOTP) ไม่รวมโครงการ SWAN ราว 2 บาท และคาด Dividend yield 5-5.5% แนะนำ ซื้อสะสม
อ่านเพิ่มเติม
24
มีนาคม
2020
ADVANC (BUY/20TP: 230), COVID-19 กระทบทางอ้อม แต่ยังเป็น Defensive Play ที่ดี
(views 14)
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ ADVANC ในแง่รายได้ International Roaming และ Traveler SIM รวมถึงกระทบลูกค้ากลุ่ม Prepaid ซึ่งอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจและมีการแข่งขันค่อนข้างสูงเป็นทุนเดิม ส่งผลให้เราปรับลดคาดการณ์รายได้ปีนี้เป็นทรงตัว Y-Y (เดิมคาด +3%) และเราใส่คลื่นความถี่ใหม่จากการประมูล 5G ไว้ในประมาณการ ทำให้กำไรปกติปี 2020 ถูกปรับลงราว 15% และพลิกมาหดตัว 5.1% Y-Y ส่วนด้านราคาเหมาะสมปรับลงเหลือ 230 บาท อย่างไรก็ตามจากธุรกิจที่ Defensive และได้รับผลกระทบจำกัดกว่ากลุ่มอื่น เราจึงยังแนะนำ “ซื้อ” และเป็นแหล่งพักเงินในระยะนี้
อ่านเพิ่มเติม
24
มีนาคม
2020
HANA (HOLD/20TP: 24), 1H20 โดนกระทบหนัก แนะนำรอซื้อหลัง COVID จบ
(views 14)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ระยะสั้น 1H20 บริษัทได้รับผลลบจาก COVID-19 พอสมควร ทั้งการปิดโรงงานในจีน ตามคำสั่งของรัฐบาล, ผลกระทบจาก Supply Chain, ไม่สามารถส่งของให้ลูกค้าได้ หลังหลายประเทศ Lock Down และการชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้า แม้จะมีบาทอ่อนเข้ามาช่วย แต่คาดว่าไม่สามารถชดเชยได้ เบื้องต้นคาดกำไร 1H20 อาจลดลงมากถึง -36% Y-Y และคาด COVID-19 จะคลี่คลายใน 3Q20 ก่อนที่ผลการดำเนินงานจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q20 ทั้งนี้เราปรับลดกำไรปีนี้ลง 29% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 24 บาท จากเดิม 34 บาท (อิง PE 14 เท่า) อย่างไรก็ตาม ประมาณการกำไรใหม่ของเรายังมี Downside หาก COVID-19 ฟื้นตัวช้ากว่าคาด ทั้งนี้เราแนะนำให้จับตา HANA และเป็นหุ้นที่น่าลงทุนหากปัญหา COVID-19 จบ เพราะคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวแรง เพราะลูกค้ารอออกสินค้าใหม่ โดยเฉพาะ Smartphone 5G ในขณะที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง โดยผู้บริหารเน้นย้ำถึงการรักษาสภาพคล่อง และบริหารจัดการเงินสด ให้มีสภาพคล่องสูงสุดในยามที่เกิดวิกฤติ ซึ่งปัจจุบันบริษัทไม่มีภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ยจ่ายเลย รวมถึงมีเงินสดในมือสูงราว 8 พันล้านบาท ปรับคำแนะนำเป็น รอซื้อ จากเดิม เก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
23
มีนาคม
2020
CPN (BUY/20TP: 68), ปรับผลกระทบจากการปิดห้างชั่วคราว ยังเป็นหุ้นที่น่าลงทุน
(views 17)
CPN ประกาศปิดห้างสรรพสินค้า 15 แห่งชั่วคราวเป็นเวลา 22 วันตั้งแต่ 22 มี.ค. ถึง 12 เม.ย. ประกอบกับก่อนหน้านี้บริษัทมีนโยบายช่วยเหลือร้านค้าผู้เช่าที่ได้รับผลกระทบโดยการลดค่าเช่าให้ชั่วคราว 10-50% แล้วแต่ผลกระทบของแต่ละราย เราจึงปรับประมาณการค่าเช่าเฉลี่ยทึ้งปีลง 5.6% ส่งผลให้รายได้และกำไรลดลงจากเดิมราว 10% โดยคาดกำไรปกติปี 2020 ที่ 1.09 หมื่นล้านบาท -4.3% Y-Y (กำไรสุทธิ -6.8% Y-Y) ราคาเป้าหมายปรับลงเป็น 68 บาทจากเดิม 79 บาท ผลกระทบนี้เป็นเหตุชั่วคราว เรายังชอบศักยภาพการเติบโตของบริษัทในระยะยาว ราคาหุ้นที่ร้วงเกือบ 40% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาทำให้ PE เหลือ 16 เท่า มากกว่า -2SD ของค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 28 เท่า PBV เหลือเพียง 2.1 เท่า CPN ยังเป็นหุ้นที่น่าสนใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
20
มีนาคม
2020
SC (BUY/20TP: 2.3), ปรับลดประมาณการปีนี้เป็นชะลอตัว แต่จุดเด่นอยู่ที่ปันผล
(views 20)
ปี 2020 เปิดโครงการใหม่เป็นแนวราบเร่งขึ้น และลดคอนโด ส่วนยอดขายรวมตั้งเป้าฟื้นตัวจากการเน้นขายแนวราบที่บริษัทถนัด และระบายสต็อกคอนโด เราปรับประมาณการกำไรปกติปีนี้ลง 14% ด้วยมุมมองที่ระมัดระวังขึ้น เป็นหดตัว 19% Y-Y อยู่ที่ 1.6 พันล้านบาท โดยปรับลดยอดโอนคอนโด จากการขายที่ไปได้ช้า โดยเฉพาะตลาดบน และอัตรากำไรขั้นต้นที่ถูกกดดันด้วยการจัดโปรโมชันคอนโด เราปรับลด PER เป็น 6.2x หรือค่าเฉลี่ย -1SD เนื่องจากหุ้นขาดความน่าสนใจในเชิงผลประกอบการที่มีแนวโน้มชะลอติดต่อกัน 2 ปี ทำให้ราคาเหมาะสมลดลงเป็น 2.30 บาท ราคาหุ้นมี Upside 25% พร้อมคาดปันผล 8% ต่อปี ระยะสั้น มีประเด็นจ่ายปันผลปี 2019 Yield 10% XD 30 เม.ย. จำกัด Downside ทางพื้นฐาน จึงแนะทยอยสะสม สำหรับนักลงทุนที่ชอบหุ้นปันผล ขณะที่มีปัจจัยที่ต้องติดตามคือ การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 อาจส่งผลให้ยอดขายต่ำกว่าคาด และเลื่อนเปิดโครงการใหม่ รวมถึง D/E ที่อยู่ระดับสูง
อ่านเพิ่มเติม
19
มีนาคม
2020
PLANB (BUY/20TP: 6), ราคาลงมากไป แม้ Worst-case
(views 22)
จากแนวโน้มผลกระทบจาก Covid-19 มากกว่าเคยคาด ส่งผลต่อการชะลอตัวของการใช้เม็ดเงินโฆษณา แม้คาดสถานการณ์จะทยอยคลี่คลายในครึ่งปีหลัง เราปรับประมาณการปี 2020-2021 ลงอีก 12-21% เป็นกำไรปีนี้ลดลง 4% และฟื้นตัว 29% ในปีหน้า ประมาณการที่ปรับลงและปรับเพิ่ม Risk Premium ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2020 ปรับลงจากเดิม 9 บาท เป็น 6 บาท แม้ใน Conservative case ผลกระทบจาก Covid-19 ยืดเยื้อไป 3Q20 ราคาเป้าหมายจะอยู่ที่ 4.60 บาท และ Worst case เลิกจัด Olympics 2020 (มองโอกาสน้อย) ราคาเป้าหมายจะเหลือ 3.80 บาท ยังมี Upside คงคำแนะนำ ซื้อสะสม ระยะสั้น ราคาหุ้นอาจยังถูกกดดัน จากประเด็นดังกล่าว
อ่านเพิ่มเติม
19
มีนาคม
2020
SISB (BUY/20TP: 10.2), COVID-19 กระทบระยะสั้นใน 1H20 ส่วนระยะยาวดำเนินแผนเดิม
(views 14)
ผลกระทบจาก COVID-19 คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรใน 1H20 เราปรับประมาณการกำไรปี 2020 ลดลง 14% และ 2021-2023 ขยับลงราว 3-4% คงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของรายได้และกำไรระยะยาวจากการขยาย Capacity เพิ่มขึ้น เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงเป็น 10.20 บาท (เดิม 12 บาท) ซึ่งยังคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
มีนาคม
2020
GPSC (BUY/20TP: 70), ราคาลงมาลึกสะท้อนปัจจัยเสี่ยงมากแล้ว
(views 26)
คาดกำไรปกติปีนี้จะโตสูง 47% ผลเต็มปีจากควบรวม GLOW และต้นทุนการเงินลดลงหลังเพิ่มทุนปีก่อน โดยแนวโน้มกำไรปกติ 1Q20 เพิ่ม Q-Q, Y-Y ขณะที่ประเด็นภัยแล้งในภาคตะวันออก เชื่อว่าบริษัทบริหารจัดการได้ หากฝนมาปกติราวเดือนมิ.ย. การระบาดของ Covid-19 ยังไม่กระทบต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตฯ (IU Demand) ใน 2 เดือนแรกของปี และผลกระทบจากค่าไฟลด 3% ช่วง 3 เดือนไม่มากอย่างมีนัยฯ เนื่องจากราคาเชื้อเพลิงลดด้วย ขณะที่ราคาหุ้นปรับลงมาถึง 51% จากจุดสูงสุดช่วงต้นปี เชื่อว่าสะท้อนปัจจัยลบต่างๆ มากแล้ว จึงแนะนำ ซื้อสะสม ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 70 บาท (DCF) โดยหาก IU Demand ลดลง 1% คาดกระทบกำไรราว 3%
อ่านเพิ่มเติม
17
มีนาคม
2020
MAJOR (AVOID/20TP: 17.5), ได้รับผลกระทบหนักจาก Covid-19
(views 19)
เรามีมุมมองเชิงลบต่อผลการดำเนินงานของ MAJOR ในปีนี้ จากการระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 กระทบมากต่อจำนวนผู้ชมในโรงหนัง รวมทั้งการเลื่อนเข้าฉายของหนังฮอลลีวู๊ดหลายเรื่องที่คาดทำเงินออกไป โดยเฉพาะใน 2Q ที่ปกติเป็น High season ส่งผลให้เราปรับประมาณการกำไรปกติปีนี้ลง 42% เป็นกำไรลดลง 49% จากปีก่อนที่ฐานสูง และทำให้ราคาเป้าหมายปี 2020 ปรับลงจาก 26 บาท เป็น 17.50 บาท แม้ราคาหุ้นพอมี Upside แต่หากสถานการณ์การระบาดยืดเยื้อรุนแรง อาจทำให้มี Downside อีก จึงคงคำแนะนำ “ชะลอการลงทุน” รอสถานการณ์คลี่คลาย
อ่านเพิ่มเติม
17
มีนาคม
2020
OISHI (BUY/20TP: 54), ระยะสั้นได้รับผลลบจาก COVID-19 คาดจะกลับมาฟื้นใน 2H20
(views 13)
เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 8.6% เป็น 1,356 ล้านบาท โต 9.9% Y-Y จากเดิมคาดโต 20.1% Y-Y ที่ยังคาดว่าเติบโตได้มาจากค่าใช้จ่ายที่ลดลง ทั้งจากไม่มีค่าใช้จ่ายที่สูงผิดปกติ (ค่าใช้จ่ายปรับปรุงสาขาและโบนัสพนักงาน) เหมือนปีก่อน และปีนี้จะเน้นควบคุมลดค่าใช้จ่ายให้เข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้เราปรับลด Target PE จากเดิม 18 เท่า มาอยู่ที่ 15 เท่า (-0.5 SD) เพื่อสะท้อนอัตราการเติบโตของกำไรที่ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ และความเสี่ยงที่สูงขึ้นของคาดการณ์กำไรในอนาคต นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 54 บาท จากเดิม 71 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
มีนาคม
2020
BGRIM (BUY/20TP: 50), ผลกระทบภัยแล้ง Covid-19 จำกัด ราคาลงลึก Upside จูงใจขึ้นอีก
(views 22)
ราคาหุ้นปรับลงถึงเกือบ 47% จากระดับสูงสุดเมื่อต้นปี จากความกังวลสถานการณ์ภัยแล้ง Covid-19 และรัฐลดค่าไฟ 3% แต่เชื่อว่าบริษัทมีการบริหารจัดการน้ำที่จะรับสถานการณ์ภัยแล้งให้ผ่านวิกฤตไปได้ สถานการณ์การระบาดของ Covid-19 ยังไม่กระทบการใช้ไฟของลูกค้าอุตฯ และจะมีลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้น ส่วนการปรับลดค่าไฟ 3% ผลกระทบไม่มาก เนื่องจากต้นทุนก๊าซลดลงด้วย เราคาดกำไรปกติ 1Q20 โตทั้ง Q-Q, Y-Y และคงคาดทั้งปีโตสูง 57% และโตต่อเนื่องใน 3 ปีข้างหน้า ทั้งยังมีศักยภาพที่จะได้กำลังผลิตเพิ่มอีกทั้งในและต่างประเทศ โดยมีความเป็นไปได้ว่า ในปีนี้จะมีความชัดเจนของการทำ M&A โรงไฟฟ้า SPP ในไทย 2-3 โรง และในมาเลเซีย คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
13
มีนาคม
2020
RS (HOLD/20TP: 11), แนวโน้ม 1Q20 Covid ไม่กระทบ แต่ไม่ไว้ใจช่วงที่เหลือของปี
(views 23)
ผลกระทบจากไวรัส Covid-19 ใน 1Q20 จำกัด สวนทางหลายบริษัท คาดรายได้จากธุรกิจหลักทั้งสื่อและ Commerce ฟื้นตัวขึ้นจากฐานต่ำมากใน 4Q19 และเพิ่ม Y-Y ทั้งจากรายได้ทีวีดิจิตอล และรายได้ธุรกิจ Commerce จากจากขายสินค้าผ่านช่องทีวีจำนวนเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีรายได้จากการขายสิทธิ Content เข้ามา อย่างไรก็ตาม จากความกังวลการระบาดของ Covid-19 ยืดเยื้อต่อไป จะส่งผลต่อการทยอยปรับลดการขยายตัวของ GDP และกำลังซื้ออ่อนแอลงอีก เราจึงปรับประมาณการปี 2020-2021 ลง 14-23% เป็นกำไรปกติปี 2020 โต 9% แต่กำไรสุทธิโต 15% จากปีก่อนที่มีค่าใช้จ่ายสำรองพนักงานเพิ่มตามกฎหมายใหม่ และทำให้ราคาเป้าหมายปี 2020 ปรับลดเป็น 11 บาท จากเดิม 13.50 บาท คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
12
มีนาคม
2020
S11 (BUY/20TP: 10.45), ปี 2020 เน้นเติบโตอย่างมีคุณภาพ
(views 23)
เราคาดว่า S11 จะรักษาสมดุลการเติบโตของสินเชื่อและคุณภาพสินเชื่อได้ในปี 2020 ท่ามกลางโอกาสทางการตลาดที่เปิดกว้างขึ้น คาดว่า S11 จะมีส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นและสินเชื่อคาดว่าจะเติบโตได้ราว 12%Y-Y แม้ว่าตลาดรถจักรยานยนต์จะชะลอตัว เมื่อประกอบกับนโยบายทางบัญชีที่มีความอนุรักษ์นิยม เชื่อว่า NPL Ratio น่าจะดำรงอยู่ที่ราว 10% เราคาดว่า S11 จะให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลได้สูงราว 6-7% ต่อปี คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมที่ 10.45 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
มีนาคม
2020
SFLEX (BUY/20TP: 6.48), The turnaround company
(views 20)
สถานการณ์การขายและการผลิตของ SFLEX พบว่ายังเป็นปกติไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เนื่องจากสินค้าของลูกค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน บริษัทยังคงแผนงานเดิมและเราคงคาดการณ์การเติบโตของรายได้และกำไรจะก้าวกระโดดจากปีก่อนที่ 13.5%Y-Y และ 85%Y-Y ตามลำดับ โดยมีปัจจัยสำคัญจากการขยายฐานลูกค้าไปในกลุ่ม Food product เป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงและ SFLEX ได้เข้าไปในกลุ่ม Premium packaging ซึ่งมีการแข่งขันน้อยและ High margin รวมถึงการบริหารวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิมโดยเป็นมีการวางแผนที่รัดกุมตั้งแต่ปีก่อน คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมที่ 6.48 บาท
อ่านเพิ่มเติม
10
มีนาคม
2020
CK (BUY/20TP: 24), ลุ้นรับงานใหม่เข้ามาเติมใน 2H20 หนุนรายได้ตั้งแต่ปีหน้า
(views 21)
เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 20% เป็นฟื้นตัว 19% Y-Y ที่ 1.15 พันล้านบาท สะท้อนสมมติฐานที่อนุรักษ์นิยมมากขึ้น โดยไม่รวมโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จากการเวนคืนที่ดินล่าช้า และมาร์จิ้นที่อาจไม่สอดคล้องกับนโยบายการรับงานของบริษัท ขณะที่โครงการภาครัฐคาดเปิดประมูลมากขึ้นใน 2H20 หนุนการรับรู้รายได้แบบ S-Curve ตั้งแต่ปี 2021 โดยเรามองว่า CK มีโอกาสได้รับงานรถไฟฟ้าสายสีส้ม จาก BEM ที่มีแต้มต่อคู่แข่งรายอื่น เป็นแรงหนุนให้ Backlog มีโอกาสเร่งขึ้นจากปัจจุบันที่ 4 หมื่นล้านบาท แตะระดับแสนล้านบาทได้อีกครั้ง เราปรับลดราคาเหมาะสมเป็น 24 บาท (SOTP) ทางพื้นฐาน ยังแนะนำซื้อลงทุน จากศักยภาพรับงานใหม่ และเข้าสู่ช่วงการเก็บเกี่ยวผลของการลงทุนของบริษัทลูก ชดเชยธุรกิจรับเหมาที่ชะลอตัว ขณะที่ราคาหุ้นซื้อขายบน PBV ที่ 1.1x เทียบเท่าค่าเฉลี่ยในอดีต-2.5SD และ Discount NAV ของบริษัทลูกอยู่มาก อย่างไรก็ดี ระยะสั้นอาจขาดปัจจัยหนุน แต่ Catalyst บวกจะอยู่ใน 2H20
อ่านเพิ่มเติม
09
มีนาคม
2020
CENTEL (AVOID/20TP: 24), ปรับประมาณการลงและยังชอบน้อยที่สุดในกลุ่ม
(views 24)
เรามีมุมมองเป็นลบต่อผลการดำเนินงานในปี 2020 ของ CENTEL ทั้งผลของการระบาดของ COVID-19 รวมถึง CENTEL อยู่ระหว่างช่วงการลงทุนใหญ่โดย Renovate โรงแรมหลัก 2 แห่งและการต่อสัญญาเช่าที่ดินหัวหิน ส่งผลให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 33% เป็น -32.1% Y-Y หดตัวแรงเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับลดลงเหลือ 24 บาท เรายังแนะนำให้ “ชะลอการลงทุน” และเป็นหุ้นที่เราชื่นชอบน้อยที่สุดในกลุ่มท่องเที่ยว
อ่านเพิ่มเติม
09
มีนาคม
2020
M (AVOID/20TP: 62.5), SSSG 1Q20 ติดลบหนักทั้ง 3 แบรนด์หลัก
(views 15)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ ระยะสั้นได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ค่อนข้างหนัก โดย SSSG MK และ Yayoi ในเดือน ก.พ. ติดลบถึง -14% Y-Y เป็นการติดลบมากสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดฯ ส่วนแหลมเจริญฯก็ติดลบสูงถึง -30% Y-Y เพราะมีลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก แม้บริษัทยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ 35-38 แห่ง แต่ก็มีโอกาสที่จะเลื่อนการเปิดสาขา หากสถานการณ์ลากยาวกว่าคาด สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปีนี้จะเน้นมาตรการป้องกัน COVID-19 ให้กับทั้งลูกค้าและพนักงาน, การปรับปรุงประสิทธิภาพหลังบ้าน ภายหลังควบรวมแหลมเจริญฯ รวมถึงการควบคุมลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด และอยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองลดค่าเช่า สิ่งที่ดีคือ ภาพรวมต้นทุนวัตถุดิบยังควบคุมได้ใกล้เคียงปีก่อน แต่ธุรกิจร้านอาหารมีต้นทุนคงที่สูงระดับหนึ่ง เมื่อรายได้ลดลง จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงด้วย ดังนั้นเราจึงปรับลดสมมติฐานทั้ง SSSG และอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้ นำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 22% เป็นกำไรที่ลดลง -11.4% Y-Y จากเดิมคาดโต 13% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 62.5 บาท จากเดิม 80 บาท (อิง PE 25 เท่า) ปรับลดคำแนะนำเป็น ชะลอการลงทุน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
อ่านเพิ่มเติม
06
มีนาคม
2020
MINT (AVOID/20TP: 32), COVID-19 กระทบธุรกิจทั้งเอเชียและยุโรป
(views 37)
MINT เข้าซื้อความเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ Bon Chon รวมกับการซื้อสาขาเมื่อปลายปี 2019 คิดเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 4,483 ลบ. โดยเรามีมุมมองเป็นบวกระยะยาวจากโอกาสการเติบโตในการขยายสาขาและเติมเต็ม Portfolio อาหารของ MINT ให้แข็งแรงมากขึ้น ส่วนการระบาดของ COVID-19 กระทบกับธุรกิจโรงแรมและอาหารของ MINT ทั้งเอเชียและยุโรป เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 33% เป็นหดตัว -35.8% Y-Y และปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 32 บาท เรายังแนะนำ “ชะลอการลงทุนระยะสั้น” โดยหากสถานการณ์เริ่มคลี่คลายจะเป็นจังหวะในการกลับเข้าลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
06
มีนาคม
2020
SAPPE (BUY/20TP: 21.5), COVID-19 กระทบจำกัด ราคาหุ้นสะท้อนผลลบภาษีไปมากแล้ว
(views 18)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนกลาง แม้ระยะสั้น จะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จำกัด เพราะล่าสุดยังเห็นการเติบโตของรายได้ในประเทศ และรายได้ส่งออก โดยเฉพาะการกลับมาฟื้นตัวของลูกค้าตะวันออกกลาง แต่คาดกำไร 1Q20 ยังไม่สดใส เพราะยังโดนจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม Functional ในอัตรา 10% ต่อเนื่องจาก 4Q19 คาดจะปรับสูตรเครื่องดื่มแล้วเสร็จ และลดอัตราภาษีจ่ายเหลือ 3% ได้ตั้งแต่ 3Q20 เป็นต้นไป บริษัทยังมีแผนออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง แต่อาจไม่ Aggressive เท่าปีก่อน ด้วยสถานการณ์กำลังซื้อที่ไม่สดใสนัก โดยมีแผนเพิ่มกำลังการผลิต ด้วยการปรับปรุงสายการผลิต จึงไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ และคาดกำลังการผลิตจะเพิ่มได้ราว 10% ในปีนี้ และอีก 10% ในปีหน้า บริษัทยังเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 จะโตราว 4.3% และคงราคาเป้าหมาย 21.5 บาท (อิง PE เดิม 15 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงมาสะท้อนผลลบจากภาษีไปมากแล้ว ปัจจุบันเทรดบน PE2020 เพียง 12.2 เท่า และจ่ายปันผลงวดปี 2019 หุ้นละ 0.83 บาท คิดเป็น Yield 4.9% จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
05
มีนาคม
2020
BH (HOLD/20TP: 145), ปรับประมาณการลงจาก COVID-19 ลดคำแนะนำเป็น “ถือ”
(views 33)
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ BH โดยตรงเนื่องจากมีสัดส่วนได้จากต่างชาติถึง 66% ขณะที่ผู้ป่วยไทยคาดถูกกระทบเช่นกันจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปกตีปี 2020 ลง 14% เป็นหดตัว -7.4% Y-Y สะท้อนปัจจัยลบดังกล่าว ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับลงเหลือ 145 บาท ราคาหุ้นปรับขึ้นแรงหลัง BDMS ประกาศ Tender Offer และจำกัด Downside แต่จาก Upside ที่ไม่ถึง 10% เราจึงลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2020
STEC (BUY/20TP: 23), ปรับประมาณการขึ้นจากส่วนแบ่งกำไร แต่มาร์จิ้นยังต้องติดตาม
(views 29)
กำไร 4Q19 ออกมาดีกว่าคาด จากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน STEC รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 อยู่ที่ 600 ล้านบาท (+121% Q-Q, -6% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมอสังหาฯ ราว 115 ล้านบาท กำไรปกติจะ +44% Q-Q, +29.5% Y-Y เป็น 486 ล้านบาท ดีกว่าเราคาด 62% และตลาดคาด 71% มาจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่สูงกว่าคาดเป็น 238 ล้านบาท เทียบกับ 3Q19 ที่ -2 ล้านบาท และ 4Q18 ที่ 8 ล้านบาท มีสาเหตุจากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนในบริษัท Eastern Bangkok Monorail (EBM) และ Northern Bangkok Monorail (NBM) ดำเนินรถไฟฟ้าสีเหลือง และชมพู ซึ่ง STEC ถือ 15% จากเดิมบันทึกเป็นเงินลงทุนระยะยาวอื่น เปลี่ยนเป็นเงินลงทุนในบริษัทร่วม ทำให้ในไตรมาสนี้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก 2 บริษัทดังกล่าวทั้งปีที่ 234 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2020
HMPRO (BUY/20TP: 16.2), ราคาหุ้นสะท้อนแนวโน้มที่ไม่สดใสใน 1H20 ไปแล้ว
(views 37)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ แนวโน้ม 1Q20 ไม่สดใส เพราะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้ SSSG น่าจะยังติดลบต่อเนื่อง และมีการเลื่อนการจัดงาน Expo ออกไปเป็นช่วงปลายเม.ย. – ต้น พ.ค. จากเดิม มี.ค. เรายังคาดหวังการฟื้นตัวในช่วงปลาย 2Q20 และผลการดำเนินงานกลับมาดีขึ้นอีกครั้งใน 2H20 ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทจะเริ่มเปิดสาขาใหม่ (1H20 ไม่มีแผนเปิดสาขาใหม่) โดยมีเป้าทั้งปี 5 สาขาทั้งในไทยและมาเลเซีย แม้ภาพรวม SSSG ปีนี้จะค่อนข้างเหนื่อย แต่เชื่อว่าบริษัทยังสามารถสร้างการเติบโตของกำไรได้ เพรายังมีแผนเพิ่ม Private Brand และควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เราปรับลด SSSG ปีนี้ลงเป็น 0% Y-Y จากเดิม +1% Y-Y และปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 4.4% เป็นการเติบโต 5.3% Y-Y จากเดิมคาดโต 9.5% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 16.2 บาท จากเดิม 17.7 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงสะท้อนกำไรที่ไม่สดใสใน 1H20 ไปพอสมควร จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2020
TVO (BUY/20TP: 30), ราคาถั่วเหลืองดูสดใส มาพร้อมกับธุรกิจน้ำมันคึกคักตั้งแต่ 1Q20
(views 31)
ถั่วเหลืองโลกปีนี้จะเข้าสู่ภาวะขาดดุลครั้งแรกในรอบ 9 ปี เพราะปริมาณผลผลิตลดลง แต่ความต้องการสูงขึ้น จากการที่จีนกลับมานำเข้ามากขึ้น น่าจะช่วยหนุนราคาถั่วเหลืองกลับมาฟื้นตัวได้ แม้การปรับขึ้นอาจมีข้อจำกัดจากการเลี้ยงสัตว์ไม่สดใส แต่น่าจะค่อยๆดีขึ้นใน 2H20 ในขณะที่ช่วง 1H20 จะได้รับปัจจัยหนุนจากธุรกิจน้ำมันถั่วเหลืองสดใสมากขึ้นทั้งในแง่ปริมาณขายและราคาขาย เพราะได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันปาล์มที่ปรับขึ้นแรง เราคาดกำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องตั้งแต่ 1Q20 เป็นต้นไป ทั้งนี้เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ขึ้น 17% เป็นการเติบโต 21.5% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 30 บาท จากเดิม 26 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ยังมี Upside 9.1% และประกาศจ่ายปันผลงวด 2H19 หุ้นละ 0.75 บาท คิดเป็น Yield 2.7% กำหนดขึ้น XD 13 มี.ค. และจ่ายเงิน 21 พ.ค. จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2020
TRUE (BUY/20TP: 16.2), ยังแนะนำ “ซื้อ” แต่ชอบ ADVANC มากกว่า
(views 25)
แนวโน้มการเติบโตของรายได้ TRUE ยังมีโมเมนตัมแข็งแกร่งและทำให้ Market Share คาดว่ายังขยับขึ้นได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามในแง่ผลการดำเนินงานคาดว่าจะยังขาดทุนปกติปี 2020 จากต้นทุนทีเพิ่มขึ้นทั้งคลื่นความถี่ใหม่และค่าเช่าจาก DIF เราปรับลดประมาณการปี 2020 ลงเป็นขาดทุนปกติ 393 ลบ. แต่คาดว่าจะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ในปี 2021 ที่ 650 ลบ. ส่วนด้านราคาเหมาะสมปรับลดลงเหลือ 4.20 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวลง 30% YTD ทำให้ Upside ยังเปิดกว้าง เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ชอบ ADVANC มากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
03
มีนาคม
2020
BCH (BUY/20TP: 20.3), COVID-19 กระทบบ้าง แต่ Valuation ถูกเกินไป
(views 41)
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ WMC ซึ่งมีรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะตะวันออกกลาง แต่เราคาดว่าจะชดเชยได้จากการปรับเพิ่มเงินของสำนักงานประกันสังคมปีนี้ ทำให้เบื้องต้นคาดกำไร 1Q20 จะยังโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y ประมาณการกำไรปกติปี 2020 ปัจจุบันที่คาด +19.6% Y-Y อาจมี Downside เล็กน้อยขึ้นอยู่กับการระบาดของ COVID-19 ว่าจะยาวนานเพียงใด อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวลง 24% YTD สะท้อนปัจจัยลบไปค่อนข้างมากและปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่า PE เฉลี่ยย้อนหลัง -2SD ซึ่งถูกเกินไป จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
03
มีนาคม
2020
PLANB (BUY/20TP: 9), ปรับเป้าหมายลง แต่ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบส่วนใหญ่แล้ว
(views 33)
Conference Call เมื่อวาน ผู้บริหารมองความเป็นได้ของ Olympics 2020 คือจัดตามแผนเดิมในเดือนส.ค. หรือ เลื่อน มากกว่าการยกเลิก ขณะที่แนวโน้ม 1Q20 ลดลง Q-Q ตามฤดูกาลมากกว่าเคยคาด อย่างไรก็ตามยังเดินตามแผนติดตั้งจอโฆษณาในร้าน 7-11 เราปรับลดประมาณการกำไร 2020-2021 ลง 7-13% สะท้อนความกังวลผลกระทบจากเศรษฐกิจและ Covid-19 ยืดเยื้อใน 1H20 โดยคาดว่าการใช้เม็ดเงินสื่อนอกบ้านจะกลับมาเร่งตัวหลังเหตุการณ์คลี่คลาย แม้ปรับประมาณกลง ยังเป็นกำไรโตเฉลี่ย 19% ราคาหุ้นระยะสั้นยังถูกกดดัน แต่เชื่อว่าสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว สำหรับการลงทุนระยะยาว คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปรับลดเป็น 9 บาท จากเดิม 10.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
03
มีนาคม
2020
JWD (BUY/20TP: 9), กำไรปกติ 4Q19 ดีกว่าคาด 10% จากมาร์จิ้นที่สูงกว่าคาด
(views 36)
กำไรปกติ 4Q19 +25% Q-Q, +4% Y-Y ดีกว่าคาดจากมาร์จิ้นที่สูงกว่าคาด JWD รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 118.8 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษการปรับมูลค่าทางบัญชีของบ.ร่วม จะเป็นกำไรปกติ 95.1 ล้านบาท +25.0% Q-Q, +3.7% Y-Y ดีกว่าคาด 10% จากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด รายได้รวมในไตรมาสนี้ +9.8% Q-Q, +2.7% Y-Y เป็น 969.9 ล้านบาท ธุรกิจที่เติบโตดีคือคลังสินค้าอาหารแช่เย็น (19% ของรายได้รวม) ธุรกิจอาหาร (22% ของรายได้รวม) ที่บริษัททำตลาดสินค้าใหม่และเป็น high season ของธุรกิจ และคลังสินค้าทั่วไปและสินค้าอันตราย (22% ของรายได้รวม) ที่ในช่วงปลายปีก่อนยังได้รับอานิสงส์จากลูกค้าที่ย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศจีนเพราะสงครามการค้า สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากบ.ร่วมยังคงใกล้เคียงใตรมาสก่อนคือ 13 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
02
มีนาคม
2020
BLA (HOLD/20TP: 17), ภาวะเศรษฐกิจไม่เป็นบวกต่อธุรกิจนัก ปรับลดประมาณการลง
(views 23)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2020 ลง 17% เป็น 4.5 พันลบ. (+3%Y-Y) โดยปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายสำรองฯประกันเพิ่มขึ้นสะท้อนนโยบายการตั้งสำรองฯใหม่ตามอัตราดอกเบี้ยขาลง และมาตรฐานบัญชีฉบับใหม่ และปรับลดเบี้ยประกันรับสุทธิลงจากเดิมคาด +5% เป็น -4%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากการชะลอตัวของช่องทางธนาคารและเบี้ยปีต่อ ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงเป็น 17 บาท แม้ราคาหุ้นมีส่วนลดราว 60% จาก embedded value ปี 2019 ที่ 41.5 บาท แต่สภาพเศรษฐกิจถือว่าเป็นลบต่อธุรกิจ จึงแนะนำ ถือ/ชะลอการลงทุน (ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับ 2H19 ที่ 0.33 บาทต่อหุ้น Yield 2%)
อ่านเพิ่มเติม
02
มีนาคม
2020
TKN (AVOID/20TP: 6.25), กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก
(views 27)
บริษัทได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ค่อนข้างมาก กระทบทั้งรายได้ในประเทศที่โดนผลลบจากนักท่องเที่ยวลดลง และรายได้ส่งออกไปจีนหยุดชะงักจากกำลังซื้อในจีนแผ่ว และปัญหาการขนส่ง ผู้บริหารตัดสินใจอย่างเร็วในการปรับแผนธุรกิจปีนี้ โดยจะทยอยปิดสาขาเถ้าแก่น้อยแลนด์มากกว่าครึ่ง, จะย้ายโรงงานจาก 2 แห่ง ให้เหลือ 1 แห่งเป็นการชั่วคราว เพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย จากเหตุอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง และตัดงบทางการตลาดปีนี้ลงอย่างหนัก เพื่อประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติไปได้ สำหรับเป้าหมายรายได้ปีนี้ ผู้บริหารปรับลดเหลือเพียงทรงตัวจากปีก่อน แต่เรามีมุมมองระมัดระวังมากกว่า จึงปรับลดสมมติฐานรายได้ปีนี้ลงเป็น -5% Y-Y จากเดิม +20% Y-Y และปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลง เป็นลดลง -20 bps จากปีก่อน นำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 51% เป็นกำไรลดลง -5% Y-Y จากเดิมคาดโต 95% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเหลือ 6.25 บาท จากเดิม 13 บาท ในขณะประมาณการของเรายังมี Downside หากสถานการณ์ COVID-19 ฟื้นตัวช้ากว่าคาด (ปัจจุบันคาดฟื้นตัวใน 3Q20) จึงปรับลดคำแนะนำเป็น หลีกเลี่ยง จากเดิม เก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
02
มีนาคม
2020
AMATA (BUY/20TP: 20), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าตามยอดโอนที่ดินที่ลดลง
(views 26)
กำไรปกติ 4Q19 -64% Q-Q, -19% Y-Y ตามการโอนที่ดินที่น้อยลง กำไรปกติ 4Q19 อยู่ที่ 273.9 ล้านบาท -63.6% Q-Q, -19.4% Y-Y ต่ำกว่าคาดถึง 25% จากยอดโอนที่ดินที่ต่ำกว่าคาด โอนได้เพียง 146 ไร่ ลดลงจาก 3Q19 ที่โอนได้ 475 ไร่และ 4Q18 ที่โอนได้ 237 ไร่ และที่ดินที่โอนได้ส่วนใหญ่เป็นที่ดินในอมตะซิตี้ระยอง 78 ไร่และอมตะไทยไชนีส 68 ไร่ ซึ่งราคาและอัตรากำไรต่ำกว่าอมตะชลบุรี ทำให้รายได้จากการโอนที่ดินเหลือเพียง 591.1 ล้านบาท -64.3% Q-Q, -27.8% Y-Y มีสัดส่วน 46% ของรายได้รวม และดึงให้อัตรากำไรขึ้นต้นรวมลดลงเป็น 51.3% จาก 53.7% ใน 3Q19 และ 51.8% ใน 4Q18 ในส่วนของรายได้จากการขายสาธารณูปโภคและรายได้ให้เข่าโรงงานรวมกัน 700 ล้านบาท โตต่อเนื่อง นอกจากนี้ กำไรที่ลดลงยังมาจากค่าใช้จ่ายขายและบริหารและดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น ทำให้ Norm profit margin ลดลงเป็น 21.2% จากระดับสูงกว่าปกติ 32.3% ใน 3Q19 และ 23.1% ใน 4Q18
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
BJC (BUY/20TP: 54), กำไรหลัก 4Q19 ใกล้เคียงคาด และคาดกลับมาฟื้นตัวใน 2Q20
(views 24)
กำไรสุทธิ 4Q19 ทำจุดสูงสุดใหม่ แต่กำไรหลักที่แท้จริง ไม่ตื่นเต้น ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 2,473 ล้านบาท (+39.4% Q-Q, +16.3% Y-Y) ดีกว่าทั้งเราและ Consensus คาด (เราคาดไว้ 2,189 ล้านบาท) และทำจุดสูงสุดใหม่ เพราะมีรายการพิเศษ 2 รายการคือ 1) อัตราภาษีจ่ายต่ำมากเหลือเพียง 0.1% จากระดับปกติที่ 16% - 17% เพราะยังมีการปรับโครงสร้างภาษีอยู่ และ 2) มีการปรับวิธีการบันทึกภาษีที่ดิน (Property Tax) จากเดิมที่บันทึกค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 1 ปี เปลี่ยนเป็น รับรู้ภาษีที่เกิดขึ้นจริงในปีนั้นๆ ซึ่งบริษัทได้เริ่มวิธีใหม่นี้ตั้งแต่ 3Q19 เป็นต้นมา ทำให้ค่าใช้จ่ายใน 3Q19 – 4Q19 ต่ำลงกว่าปกติ ซึ่งหากไม่รวม 2 รายการดังกล่าว พบว่า กำไรจากการดำเนินงานใกล้เคียงกับที่เราคาด เมื่อพิจารณาในส่วนของ EBIT + Other Income ในไตรมาสนี้พบว่า +10% Q-Q และ -1% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
CHG (BUY/20TP: 3), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด แต่ยังแนะนำ “ซื้อ”
(views 26)
กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด แต่ข้อดีคือรายได้เงินสดโตแกร่ง CHG ประกาศกำไรปกติ 4Q19 ออกมาที่ 134 ลบ. -50% Q-Q, +19% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาด 13% และ 10% ตามลำดับ รายได้เติบโตได้สูงกว่าคาด -7.2% Q-Q, +16.6% Y-Y นำโดยกลุ่มผู้ป่วยเงินสด +24% Y-Y แต่ส่วนของประกันสังคมหดตัวแรง -21.8% Q-Q, -4.2% Y-Y จากสปส.ที่ลดระดับการจ่ายเงินส่วน RW>2 จาก 12,800 บาท/RW เหลือ 7,100 บาท/RW) ขณะที่ฝั่งต้นทุนโดยภาพรวมสูงกว่าคาดทั้งต้นทุนทางตรงและค่าใช้จ่าย SG&A ส่งผลให้ EBITDA Margin ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 19.4% ลดลงลงจาก 29.4% ใน 3Q19 แต่ดีขึ้นจาก 18.9% ใน 4Q18 จบปี 2019 CHG มีกำไรปกติ 719 ลบ. +13.4% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
ORI (BUY/20TP: 8.6), งบ 4Q19 ตามคาด ปี 2020 ตั้งเป้าอย่างระมัดระวัง
(views 36)
กำไร 4Q19 เร่งขึ้น 28% Q-Q แต่ชะลอ 6% Y-Y ORI รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 882 ล้านบาท (+28% Q-Q, -6% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด และทำระดับสูงสุดของปี โดยมีกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยราว 121 ล้านบาท (หลังหักภาษี) เพื่อพัฒนาโรงแรมกับ CI:Z Limited Liability Partnership จากญี่ปุ่น หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรปกติอยู่ที่ 760 ล้านบาท (+15% Q-Q, -19% Y-Y) ตามยอดโอนที่ทำได้ 3.3 พันล้านบาท ขยายตัว 5% Q-Q จากการส่งมอบคอนโดต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Knightsbridge Prime Sathorn (มูลค่า 3.9 พันล้านบาท มียอดขาย 96%) บวกกับเริ่มโอนคอนโดใหม่อย่าง Kensington พหลโยธิน 63 (มูลค่า 6.8 พันล้านบาท มียอดขาย 49%) แต่ลดลง 42% Y-Y จากฐานสูงใน 4Q18 ที่มีการรับรู้คอนโดใหญ่ Park 24 เฟส 2 ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯ อยู่ในเกณฑ์ดี 44.8% เทียบกับ 43% ใน 3Q19 และ 41.3% ใน 4Q18
ภาพรวมปี 2019 กำไรสุทธิทำได้ 3 พันล้านบาท (-9% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติจะอ่อนตัว 6% Y-Y อยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท มีสาเหตุมาจากยอดโอนที่อ่อนตัว 15% Y-Y จากผลกระทบของเกณฑ์ LTV ใหม่
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
SEAFCO (BUY/20TP: 6.9), งบ 4Q19 ดีกว่าคาด แนวโน้ม 1Q20 ฟื้นตัว
(views 19)
กำไร 4Q19 หดตัว 17% Q-Q และ 27% Y-Y จากรายได้ที่ลดลง SEAFCO รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 อยู่ที่ 85 ล้านบาท (-17% Q-Q, -27% Y-Y) ดีกว่าเรา และตลาดคาด 58% และ 42% ตามลำดับ มาจากรายได้ และอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้มากกว่าคาด โดยกำไรที่หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y มีสาเหตุจากรายได้งานก่อสร้างที่ -15% Q-Q, -24% Y-Y อยู่ที่ 645 ล้านบาท เนื่องจากงานใหญ่อย่างรถไฟฟ้าสายสีส้ม, Bangkok Mall อยู่ช่วงท้ายของงาน และ One Bangkok ถูกส่งมอบในไตรมาสนี้ แม้เริ่มก่อสร้างโครงการ Dusit Central Park (มูลค่า 900 ล้านบาท) ตั้งแต่เดือนต.ค. 2019 แต่รับรู้รายได้เข้ามาไม่มาก เนื่องจากอยู่ระหว่างการจัดการพื้นที่ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ที่ 21% ทรงตัว Q-Q เนื่องจากเป็นงานที่ทำต่อเนื่อง แต่ปรับลดจาก 24.6% ใน 4Q18 จากงานรับค่าแรงรวมวัสดุ(มาร์จิ้นต่ำ) มีสัดส่วนที่สูงขึ้น กำไรปี 2019 ขยายตัว 11% Y-Y เป็น 409.5 ล้านบาท หนุนจากรายได้ที่เร่งขึ้น 10% Y-Y ตามปริมาณงานในมือ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 21.5% จาก 22.6% ในปี 2018 เนื่องจากรับรู้งานเอกชนเป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานรับค่าแรงรวมวัสดุ
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
BDMS (BUY/20TP: 25.25), Tender Offer BH เป็นบวกระยะยาว แต่ COVID-19 ถ่วงระยะสั้น
(views 31)
เรามีมุมมองเชิงบวกระยะยาวต่อการ Tender Offer หุ้น BH จากศักยภาพการเติบโตที่ดีรวมถึงอุตสาหกรรมการแพทย์ไทยที่แข็งแรง ขณะที่ด้านฐานะการเงินของ BDMS แข็งแกร่งไม่มีความน่ากังวลเรื่องเงินทุนและการเพิ่มทุน อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงาน 1H20 ถูกดดันจาก COVID-19 ส่งผลให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติลง 12% เป็นหดตัว -3% Y-Y และปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 25.25 บาท อย่างไรก็ตาม เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะยาว จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
TCAP (HOLD/20TP: 53), กำไรทั้งปีมีการปรับลง แต่คาดการจ่ายปันผลยังดี
(views 178)
ระยะสั้นมีปัจจัยบวกจากคาดการณ์กำไร 1Q20 น่าจะเติบโตดีมาอยู่ที่ราว 4 พันลบ. โดยเป็นกำไรจากการดำเนินธุรกิจปกติราว 1 พันลบ. และจากกำไรจากการขาย AJNMT ราว 3 พันลบ. แม้กระนั้นเราปรับประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2020 ลง 10% เป็น 6.8 พันลบ. -37%Y-Y สาเหตุหลักจาก 1. สะท้อนการปรับลดกำไรสุทธิของ TMB และ 2. คาดการณ์ค่าใช้จ่ายทางภาษีที่เพิ่มขึ้น ปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 53 บาท (เดิม 55 บาท) แนะนำ ถือ TCAP ยังเป็นหนึ่งในหุ้นปันผลดี คาดการณ์เงินปันผลปกติปี 2020 น่าจะอยู่ที่ราว 3.20 บาทต่อหุ้น Dividend Yield ปกติราว 6% ต่อปี “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
EKH (U.R./20TP: U.R.), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด//COVID-19 กระทบ IVF
(views 22)
กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด EKH ประกาศกำไรปกติ 4Q19 ออกมาที่ 29 ลบ. -39..1% Q-Q, +6.7% Y-Y ต่ำกว่าคาดราว 10% รายได้เติบโตใกล้เคียงคาด +32.7% Y-Y จากทั้งโรงพยาบาลหลักและโดยเฉพาะแรงหนุนจากศูนย์ IVF ที่เติบโตโดดเด่น แต่ในฝั่งต้นทุนขยับขึ้นสูงกว่าคาดทั้งต้นทุนทางตรงและ SG&A ส่งผลให้ EBITDA Margin ชะลดลงเหลือ 12.5% ในไตรมาสนี้จาก 19% และ 15.8% ใน 3Q19 และ 4Q18 ตามลำดับ อย่างไรก็ตามจบปี 2019 EKH มีกำไรปกติ 161 ลบ. +37.6% Y-Y ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2020
BEM (BUY/20TP: 11.5), งบ 4Q19 ต่ำกว่าคาด แต่ปี 2020 มี Story บวกหนุน
(views 39)
กำไรปกติ 4Q19 อ่อนตัว 43% Q-Q และ 16% Y-Y BEM รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 อยู่ที่ 521 ล้านบาท (-44% Q-Q, +8% Y-Y) หากหักรายการพิเศษออก กำไรปกติจะหดตัว 43% Q-Q และ 16% Y-Y เป็น 517 ล้านบาท ต่ำกว่าเราและตลาดคาด 17-18% ตามลำดับ มีสาเหตุมาจากต้นทุนการเงินที่สูงกว่าคาด สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) รายได้รวม 4.2 พันล้านบาท (+3% Q-Q, +5.5% Y-Y) หลักๆมาจากธุรกิจรถไฟฟ้า +9% Q-Q, +18% Y-Y จากการเริ่มจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-หลักสอง จำนวน 11 สถานีเต็มไตรมาส รวมถึงจำนวนผู้โดยสารทั้งระบบเร่งขึ้น +21% Y-Y เฉลี่ย 3.85 แสนเที่ยว/วัน 2) อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) รวมอยู่ที่ 33.7% เทียบกับ 36.4% ใน 3Q19 และ 32.3% ใน 4Q18 โดย GPM ธุรกิจทางด่วนทรงตัว แต่ธุรกิจรถไฟฟ้าหดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y กดดันจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เร่งขึ้นในช่วงแรกของการเปิดให้บริการ 3) ต้นทุนทางการเงิน (หักดอกเบี้ยจ่ายรถไฟฟ้าสีม่วง) +40% Q-Q, +39% Y-Y จากการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยาย 4) ไม่มีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมเหมือนใน 4Q18 เนื่องจากเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนเป็นหลักทรัพย์เผื่อขาย และไม่มีการรับรู้เงินปันผลจาก TTW เหมือนใน 3Q19
ภาพรวมปี 2019 กำไรสุทธิทำได้ 5.4 พันล้านบาท (+2% Y-Y) หากหักกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน และการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนของ TTW ราว 2.5 พันล้านบาท กำไรปกติจะชะลอ 4% Y-Y อยู่ที่ 2.9 พันล้านบาท กดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลดเป็น 36% จาก 37.4% ในปี 2018 จากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นทั้งค่าซ่อมแซมทางด่วน และการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าน้ำเงินส่วนต่อขยาย
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2020
BH (U.R./20TP: U.R.), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด
(views 22)
กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาดจากต้นทุนที่สูง BH ประกาศกำไรปกติ 4Q19 ออกมาที่ 886 ลบ. -16.1% Q-Q, -8.9% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดราว 8% โดยในส่วนของรายได้เติบโตใกล้เคียงคาด +0.7% Q-Q, +1% Y-Y (ไทย +1.1% Y-Y ต่างชาติ +0.9% Y-Y) แต่สาเหตุที่ทำให้กำไรออกมาต่ำกว่าคาดเกิดจากฝั่งต้นทุนทำให้ Gross Margin ที่อ่อนตัวลงเหลือ 42.9% จาก 43.4% ในปีก่อน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่าย SG&A ที่พุ่งแรง +9.7% Q-Q, +12% Y-Y ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้อย่างมีนัยยะจากทั้งการทำการตลาด ค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าบำรุงรักษาซอฟท์แวร์ ส่งผลให้กำไรปกติปี 2019 จบที่ 3,865 ลบ. -6.9% Y-Y อ่อนกว่าคาดเล็กน้อย
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2020
ITEL (BUY/20TP: 2.9), งบประมาณการล่าช้าทำให้ต้องปรับลดประมาณการ
(views 20)
กำไร 4Q19 ชะลอ Q-Q ตามคาดเพราะงานติดตั้งส่วนใหญ่ส่งมอบไปแล้ว ITEL มีกำไรสุทธิ 46.7 ล้านบาทใน 4Q19 -3.5% Q-Q, +37.2% Y-Y กำไรชะลอ Q-Q ตามคาด จากการลดลงของรายได้จากการติดตั้งโครงข่าย (-38.6% Q-Q, +227.5% Y-Y) หลังส่งมอบงานของระบบสื่อสาร DMS และ USO เฟส 2 ไปแล้วใน 3Q19 ข้อดีคืองานที่ส่งมอบใน 4Q19 เป็นงานที่มีมาร์จิ้นดีกว่า ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจติดตั้งโครงข่ายขยับเพิ่มเป็น 23% จากเฉลี่ย 15% ในช่วง 9M19 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมทุกธุรกิจใน 4Q19 เพิ่มเป็น 22.5% จาก 16.4% ใน 3Q19 แต่ยังต่ำกว่า 4Q18
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2020
OSP (HOLD/20TP: 40), กำไร 4Q19 ตามคาด และคาดกำไรปีนี้จะยังโตต่อเนื่อง
(views 23)
กำไร 4Q19 เท่ากับคาด ไม่ตื่นเต้น กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 823 ล้านบาท (-1.8% Q-Q, +5.7% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 822 ล้านบาท) ถือว่าไม่ตื่นเต้น แม้รายได้จะเติบโตได้ใกล้เคียงเป้าหมาย +4.6% Q-Q, +4.6% Y-Y สอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาล เช่นเดียวกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ยังปรับขึ้นได้มาอยู่ที่ 35% เพิ่มขึ้นจาก 34.6% ใน 3Q19 และ 34.5% ใน 4Q18 แม้จะเผชิญกับต้นทุนภาษีน้ำตาลที่สูงขึ้น หลังจากมีการปรับขึ้นภาษีครั้งที่ 2 ตั้งแต่เดือน ต.ค. แต่ได้รับการหักล้างด้วยทุนก๊าซธรรมชาติที่อ่อนตัวลง กอปรกับประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายยังปรับขึ้น +8.3% Y-Y และใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน มาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาด เพราะมีการออกสินค้าใหม่หลายรายการ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 21.9% จาก 21.1% ใน 4Q18 แต่สิ่งที่แย่ลงคือ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงเหลือเพียง 3 ล้านบาท จาก 72 ล้านบาท ใน 3Q19 และ 37 ล้านบาท ใน 4Q18 จากทั้งผลกระทบของภาษีสรรพสามิต Functional Drink และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้นของ C-Vitt รวมถึงผลประกอบการของบริษัทร่วมอื่นๆที่อ่อนตัวลง
จบปี 2019 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 3,259 ล้านบาท (+8.4% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษในปีก่อน จะมีกำไรปกติปี 2019 เติบโตราว 15.5% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2020
SAPPE (HOLD/20TP: 21.5), คาดกำไรกลับมาฟื้น 2Q20 แนะนำถือรับปันผล
(views 17)
กำไร 4Q19 ใกล้เคียงคาด ไม่สดใสเพราได้รับผลกระทบจากภาษี กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 50 ล้านบาท (-51% Q-Q, ทรงตัว Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 5 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 45 ล้านบาท (-55.9% Q-Q, -4.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด ถือว่าไม่สดใส เพราะได้รับผลกระทบจากภาษีสรรพสามิต Functional Drink ฉบับใหม่ ที่เพิ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2019 เป็นต้นมา ในขณะที่บริษัทปรับตัวไม่ทัน (อยู่ระหว่างปรับสูตร และไม่ได้มีการปรับขึ้นราคาสำหรับสินค้าเดิม) โดยสัดส่วนรายได้ที่ได้รับผลกระทบจากภาษีดังกล่าวอยู่ที่ราว 16% ของรายได้รวม ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ลดลงแรงมาอยู่ที่ 32.3% จาก 39.7% ใน 3Q19 และ 35.9% ใน 4Q18 สำหรับรายการๆอื่นถือว่าอยู่ในระดับที่ดี เป็นไปตามคาด ทั้งรายได้รวมที่เติบโตสูง 22.2% Y-Y เพราะปีก่อนยังไม่มี B’LUE และ All Coco ส่วนค่าใช้จ่ายยังปรับขึ้น +5.7% Q-Q และ +107.5% Y-Y เพราะยังมีการออกสินค้าใหม่ และปีก่อนยังไม่มีค่าใช้จ่ายในการขายสินค้า B’LUE ในขณะที่ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมทุนกับดาน่อนอยู่ที่ -5 ล้านบาท ใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ -4 ล้านบาท ยังเป็นไปตามคาดจบปี 2019 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 403 ล้านบาท (+14.7% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
BGRIM (HOLD/20TP: 50), กำไรปกติ 4Q19 ใกล้เคียงคาด
(views 23)
กำไรปกติ 4Q19 ใกล้เคียงคาด -40.1% Q-Q แต่ +95.3% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 409 ล้านบาท -46.4% Q-Q แต่ +214.3% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติอยู่ที่ 428 ล้านบาท -40.1% Q-Q แต่ +95.3% Y-Y ทั้งนี้ กำไรปกติลดลงมาก Q-Q ส่วนใหญ่จาก (1) รายได้รวมอ่อนตัว 4.2% Q-Q (แต่ยังเพิ่ม 13.8% Y-Y) มาจากรายได้ขายไฟลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง 7.6% Q-Q (-3.9% Y-Y) จากจำนวนการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าบางรายและการปิดซ่อมบำรุงของลูกค้าบางราย และ (2) ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ขณะที่กำไรเพิ่มขึ้น Y-Y ตามรายได้รวมโต 13.3% Y-Y จากโครงการใหม่
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
GUNKUL (BUY/20TP: 3.7), กำไร 4Q19 มากกว่าคาด ลดลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่ยังโต Y-Y
(views 24)
กำไรปกติ 4Q19 จากสูงสุดใน 3Q19 -45.4% Q-Q แต่โต 43.0% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 527 ล้านบาท -45.0% Q-Q แต่ +42.8% Y-Y กำไรปกติ 522 ล้านบาท -45.4% Q-Q แต่ +43.0% Y-Y เป็นกำไรมากกว่าที่เราและตลาดคาดราว 15-20% ทั้งนี้ กำไรลดลง Q-Q ตามฤดูกาลและฐานรายได้ขายไฟฟ้าโรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โรงสูงเป็นพิเศษในไตรมาสก่อน โดยรายได้รวมลดลง 6.5% Q-Q (แต่ +20.1% Y-Y) Gross margin ที่ 46.7% ลดลงมากจากไตรมาสก่อนที่ 60.1% แต่ยังเพิ่มจาก 4Q18 ที่ 43.2% จบปี 2019 กำไรสุทธิ 2.15 พันล้านบาท +97.9% Y-Y จากฐานต่ำปีก่อนที่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ ขณะที่กำไรปกติ 2.13 พันล้านบาท +16.9% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
ICHI (HOLD/20TP: 5.6), แม้ปรับลดกำไร แต่ปรับขึ้นเป็นถือ รับปันผล Yield 7.3%
(views 21)
กำไรสุทธิ 4Q19 ดีกว่าคาด จากการลดค่าใช้จ่ายอย่างหนัก กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 84 ล้านบาท (+15.1% Q-Q, +366.7% Y-Y) ดีกว่าคาด 13% (เราคาดไว้ 74 ล้านบาท) หากไม่รวมด้อยค่าสูตรการผลิตแบรนด์ไบเล่ก้อนสุดท้ายอีก 9 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 93 ล้านบาท (+27.4% Q-Q, +416.7% Y-Y) โดยกำไรที่โต Y-Y เพราะฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำมากในปีก่อน ส่วนกำไรที่โต Q-Q มาจากรายได้ในประเทศที่ยังโตได้ราว +13.7% Q-Q, +3% Y-Y และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด หากไม่รวมด้อยค่าแบรนด์ไบเล่ จะมีค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้ -6.2% Q-Q, --13% Y-Y และมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 9.8% เป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดฯ แต่สิ่งที่ยังไม่สดใส คือ การลดลงของรายได้ส่งออก -4.5% Q-Q และ -26.7% Y-Y เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ไตรมาส โดยมาจากตลาดกัมพูชาเป็นหลัก ซึ่งเราคาดว่ามาจากการแข่งขันที่รุนแรง และบริษัทลดการทำโปรโมชั่นลง ทำให้สัดส่วนรายได้ส่งออกลดลงมาอยู่ที่ 24% ของรายได้รวม จาก 30.8% ใน 4Q18 ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 17% จาก 18% ใน 3Q19 แต่ดีขึ้นจากที่ทำได้เพียง 13% ใน 4Q18 และส่วนแบ่งจากอินโดนีเซียพลิกเป็นขาดทุนที่ -20 ล้านบาท จากที่มีกำไร 1.3 ล้านบาทใน 3Q19 เนื่องจากปกติใน 4Q มักมีรายการปรับปรุงค่าใช้จ่ายมากกว่าไตรมาสอื่น จบปี 2019 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 408 ล้านบาท เติบโต 9 เท่าตัวจากปี 2018 ที่มีกำไรเพียง 44 ล้านบาท มาจากการเติบโตของรายได้ในประเทศ +10% Y-Y ในขณะที่รายได้ส่งออกหดตัว -13% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
M (HOLD/20TP: 80), กำไร 4Q19 ได้ตามคาด แต่น่าจะแผ่วลงใน 1Q20 เพราะ COVID-19
(views 23)
กำไรสุทธิ 4Q19 เป็นไปตามคาด และเริ่มรวมแหลมเจริญแล้ว กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 656 ล้านบาท (+19.5% Q-Q, +8.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษในปีก่อน จะมีกำไรปกติ 4Q19 ลดลงราว -4.8% Y-Y แม้จะมีการเริ่มรวมงบการเงินของแหลมเจริญเข้ามาตั้งแต่ 29 พ.ย. 2019 โดยมีรายได้ 117 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 19 ล้านบาท (M รับรู้ในกำไรสุทธิ 12 ล้านบาท เพราะถือหุ้น 65%) แต่ยังไม่สามารถหักล้างค่าใช้จ่ายในการซื้อกิจการ และยังมีส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นเป็น -10 ล้านบาท จากกำไร 4 แสนบาทใน 4Q18 ได้ทั้งหมด กอปรกับ SSSG ของร้าน MK ทำได้เพียงทรงตัว Y-Y และ SSSG ของร้าน Yayoi ยังติดลบต่อเนื่องที่ -7% Y-Y โดยในไตรมาสนี้มีการเปิดสาขาใหม่ 15 แห่ง ได้แก่ 6 MK, 5 Yayoi, 2 Bizzy Box, 1 Miyazaki และ 1 Hakata ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวได้ดี 68.2% ทรงตัว Q-Q, Y-Y ส่วนค่าใช้จ่ายยังปรับขึ้น +3.7% Q-Q และ 2.7% Y-Y แต่ด้วยรายได้ที่เติบโต ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 52.5% จาก 55.3% ใน 3Q19 และ 53.3% ใน 4Q18
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
PRM (BUY/20TP: 7.5), กำไรปกติต่ำคาดจากต้นทุนบริการที่สูงขึ้น
(views 28)
กำไร 4Q19 และทั้งปี 2019 เติบโตจากธุรกิจเรือ FSU เป็นหลัก PRM รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 266.2 ล้านบาท +5.4% Q-Q, +73.2% Y-Y ส่วนกำไรปกติอยู่ที่ 247.3 ล้านบาท -3.7% Q-Q, +63.8% Y-Y ต่ำกว่าคาดกว่า 7% เพราะมีผลขาดทุนจากเงินลงทุนในบจ.ศรีไทยแคปปิตอลที่ปิดกิจการลงหลังจากขายเรือ FSU จำนวน 26.7 ล้านบาท และรับรู้ส่วนแบ่งจากบ.ร่วมเป็นขาดทุน 17.1 ล้านบาทจากหยุดให้บริการเรือเพื่อตรวจสภาพใต้ท้องเรือ แต่ภาพรวมใน 4Q19 ถือเป็นกำไรที่ดี รายได้รวม +8.0% Q-Q, +29.4% Y-Y เติบโตจากธุรกิจเรือ FSU (44% ของรายได้รวม) เป็นหลักตามจำนวนเรือที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 35.5% สูงสุดในรอบ 3 ปีจากธุรกิจเรือ FSU ที่ปรับเพิ่มค่าเช่าและใช้กำลังการผลิตเต็ม 100% ทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2019 +43.8% Y-Y เป็น 1,023.4 ล้านบาท จากการเติบโตของ FSU
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
SAWAD (U.R./20TP: U.R.), กำไร 4Q19 ดีกว่าคาด จากรายได้ที่ดีขึ้นและตั้งสำรองฯน้อยลง
(views 19)
กำไรสุทธิ 4Q19 ดีกว่าคาด SAWAD รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 1,093 ลบ. +15.4%Q-Q, +31.5%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ 14% สาเหตุหลักเกิดจาก 1.รายได้ค่าบริการที่ดีกว่าคาดโดย +31%Q-Q, +59%Y-Y เป็นไปตามการเติบโตของสินเชื่อ 2. ค่าใช้จ่ายสำรองฯน้อยกว่าที่คาดไว้ โดยลดลง 20%Q-Q, +106%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.33% เทียบกับ 1.75% ในไตรมาสก่อน ตาม NPL ที่ลดลง ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +1.2%Q-Q, +19.4%Y-Y และ Loan spread อยู่ที่ 15.65% ต่ำกว่าที่เราคาด เกิดจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและ Loan yield ที่ต่ำลง (เรายังไม่เห็นรายละเอียดของ loan breakdown คาดว่าจะเปลี่ยนไปเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า หรือเกิดจากสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี)
กำไรสุทธิปี 2019 อยู่ที่ 3.76 พันลบ. +36%Y-Y มาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 24%Y-Y ซึ่งเพิ่มขึ้นทั้งรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าบริการ และการควบคุมค่าใช้จ่าย Cost to income ratio อยู่ที่ 39% จาก 42% ในไตรมาสก่อน เนื่องจากประสิทธิภาพของสาขา
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
SISB (BUY/20TP: 12), กำไร 4Q19 มากกว่าที่คาด Gross margin ยังสูงขึ้นต่อ
(views 19)
กำไร 4Q19 ดีกว่าคาด SISB รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 66 ลบ. +9.2% Q-Q, +106% Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 6% เนื่องจากกำไรขั้นต้นที่ดีกว่าที่คาดอยู่ที่ 42.5% เป็นระดับ New High ซึ่งเกิดจากต้นทุนทางการศึกษาและบริการและต้นทุนอาคารที่น้อยกว่าที่คาดไว้ สะท้อนข้อได้เปรียบด้านการบริหารต้นทุน ซึ่งต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ ทุกๆการเพิ่มขึ้นของรายได้จึงทำให้กำไรขั้นต้นเติบโตได้ดีกว่า ด้านรายได้เพิ่มขึ้น 3%Q-Q, 16%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมการศึกษาที่เพิ่มขึ้นราว 4%Q-Q, 14%Y-Y ตามจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2,433 คน Utilization rate ที่ 64.9% เทียบกับ 64.1% ในไตรมาสก่อนและ 57.5% ใน 4Q18 ซึ่งทำให้อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาอยู่ที่ 4.55 แสนบาทต่อคน เพิ่มขึ้นจาก 4.4 แสนบาทต่อคนในไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
SPALI (HOLD/20TP: 18), งบ 4Q19 ดีกว่าคาด แต่ปี 2020 คาดทำได้เพียงทรงตัว
(views 23)
กำไร 4Q19 ดีกว่าเราและตลาดคาด +45% Q-Q, -25% Y-Y SPALI รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 อยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท (+45% Q-Q, -25% Y-Y) เป็นระดับสูงสุดของปี ดีกว่าเราคาด 9% และตลาดคาด 13% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าคาด โดยผลประกอบการไปในทิศทางเดียวกับยอดโอนที่ +24% Q-Q จากการเร่งรับรู้ Backlog ต่อเนื่อง แต่ -18% Y-Y จากฐานสูงใน 4Q18 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯ ปรับขึ้นเป็น 40.4% เทียบกับ 3Q19 ที่ 39.1% และ 4Q18 ที่ 38.4% จาก 2Q19 ที่ 36.9% และ 4Q18 ที่ 38.2% จากการโอนคอนโดที่มีมาร์จิ้นดี
ภาพรวมปี 2019 บริษัทมีกำไร 5.4 พันล้านบาท หดตัว 6% Y-Y กดดันจากยอดโอนที่ลดลง 8% Y-Y โดยมีสาเหตุหลักจากผลกระทบของเกณฑ์ LTV ที่เริ่มใช้ 1 เม.ย. 2019 รวมถึงสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ สะท้อนยอดปฎิเสธสินเชื่อ (Rejection rate) ปี 2019 ที่สูงขึ้นเป็น 15% จาก 10% ในปี 2018
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
AP (BUY/20TP: 8), งบ 4Q19 ดีกว่าคาดเล็กน้อย ภาพรวมปี 2020 แข็งแกร่งกว่ากลุ่ม
(views 19)
กำไร 4Q19 เร่งขึ้น 42% Q-Q แต่ลดลง 8% Y-Y AP รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 เป็น 882 ล้านบาท (+42% Q-Q, -8% Y-Y) ดีกว่าเราคาดเล็กน้อย 6% แต่ต่ำกว่าตลาดคาด 20% หากหักกำไรพิเศษออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 876 ล้านบาท (+52% Q-Q, -8% Y-Y) โดยการเติบโตของกำไร Q-Q หนุนจากส่วนแบ่ง JV ที่พลิกเป็นกำไร 574 ล้านบาท เทียบกับ -26 ล้านบาทใน 3Q19 และเพิ่มขึ้นราว 2.4 เท่าจาก 4Q18 มาจากการโอนกรรมสิทธิ์ 2 คอนโด JV ใหม่ที่ทำได้ดีกว่าที่เราคาดและแผนของบริษัท อย่างไรก็ตาม กำไรที่หดตัว Y-Y มีสาเหตุมาจากยอดโอนที่ปรับลง 40% Y-Y จากฐานสูงใน 4Q18 โดยมีสัดส่วนของแนวราบ 85% และคอนโด 15%
สำหรับทั้งปี 2019 กำไรสุทธิทำได้ 3.1 พันล้านบาท (-23% Y-Y) กดดันจากยอดโอนของคอนโดที่หดตัว 51% Y-Y เนื่องจากไม่มีคอนโด AP ที่สร้างเสร็จใหม่พร้อมโอน รวมถึงได้รับผลกระทบจากเกณฑ์ LTV ใหม่ที่บังคับใช้ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2019 ทำให้อัตราการปฎิเสธสินเชื่อสูงขึ้นเป็น 23% ในปี 2019 จาก 15% ในปี 2018
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
ERW (AVOID/20TP: 5.25), Blame it on COVID-19
(views 20)
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ ERW อย่างมีนัยยะ โดยเราคาดว่าแนวโน้มผลการดำเนินงาน 1Q20 ซึ่งเป็น High Season มีโอกาสขาดทุนจาก Rev Par ที่คาดติดลบแรงถึง 40-50% ในเดือน ก.พ.-มี.ค. โดยสำหรับปี 2020 เราปรับลดประมาณการกำไรปกติลง 70% เหลือ 150 ลบ. -67.6% Y-Y ทั้งรายได้และ Margin ที่คาดพลิกมาหดตัวแรง ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับลดลงเหลือ 5.25 บาท อย่างไรก็ตามเราแนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะ “ซื้อลงทุน” เมื่อเริ่มเห็นสัญญาณการแพร่ระบาดที่เริ่มคลี่คลายและควบคุมได้โดยคาดหวังการฟื้นตัวของกำไรใน 2H20 ต่อเนื่อง 2021
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
GFPT (HOLD/20TP: 12.5), คาดกำไร 1Q20 จะแผ่วลงต่อ เป็นกำไรต่ำสุดของปี
(views 19)
กำไร 4Q19 ที่ออกมาดีกว่าคาด มาจากบริษัทร่วมที่มีผลประกอบการดีกว่าคาด แต่เราเริ่มเห็นผลกระทบจากเหตุไฟไหม้แล้ว เพราะรายได้จากไก่ปรุงสุกส่งออกลดลง ระยะสั้นคาดกำไร 1Q20 จะแย่ลงต่อทั้ง Q-Q, Y-Y เพราะ 1) รายได้ส่งออกลดลงต่อเนื่อง จากเหตุไฟไหม้ 2) ยังเป็น Low Season 3) ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ลูกค้าจีนหายไปเดือน ม.ค. – ก.พ. และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวตามฤดูกาลใน 2Q20 เป็นต้นไป แต่ด้วยสายการผลิตที่ยังไม่กลับมา คาดกำไรจะลดลง Y-Y ในทุกไตรมาสของปีนี้ และจากประชุมวานนี้ มีแนวโน้มว่าการฟื้นฟูเครื่องจักรใหม่ 2 สาย จะล่าช้ากว่าคาด อาจแล้วเสร็จในเดือน ธ.ค. 20 (เดิมคาด ส.ค. 20) และกลับมาผลิตเพื่อส่งออกได้ใน 1Q21 และอีก 3 สายที่เหลือจะถูกเปลี่ยนหลังจากนั้นหรือจะกลับมาผลิตได้เต็มที่ครบ 5 สายในช่วงกลางปี 2021 เป็นต้นไป เราจึงปรับลดกำไรปกติปี 2020 ลง 9% เป็นกำไรที่ลดลง -11.1% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 12.5 บาท จากเดิม 14 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงมามาก สะท้อนกำไรที่แย่ไปพอสมควร แต่แนะนำรอซื้อหลังงบ 1Q20 ที่จะเป็นกำไรต่ำสุดของปี ทั้งนี้บริษัทจ่ายปันผลงวดปี 2019 หุ้นละ 0.2 บาท Yield 1.8% จะขึ้น XD 9 มี.ค. และจ่ายเงิน 23 เม.ย.
อ่านเพิ่มเติม
25
กุมภาพันธ์
2020
EA (BUY/20TP: 60), กำไรปกติ 4Q19 ดีกว่าคาด 13% ธุรกิจใหม่เป็นไปตามแผน
(views 34)
กำไรปกติ 4Q19 ดีกว่าคาด 13% น่าประทับใจทั้งรายได้และการคุมรายจ่าย EA รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 1,749.7 ล้านบาท หักรายการพิเศษออก จะเป็นกำไรปกติ 1,681.2 ล้านบาท ดีกว่าคาด 13% -4.6% Q-Q เพราะเป็น low season ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม (รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม -16.7% Q-Q ชดเชยได้ไม่หมดจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ +15.8% Q-Q) แต่ +78.7% Y-Y จากการรับรู้กำลังการผลิตไฟฟ้าครบทั้ง 664 MW และรายได้จากธุรกิจไบโอดีเซลสูงที่สุดในรอบ 8 ไตรมาสเป็น 913 ล้านบาทจากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มเป็น 21.19 บาท/ลิตร +22.1% Q-Q, +13.7% Y-Y หลังรัฐบาลประกาศให้น้ำมัน B10 เป็นดีเซลพื้นฐานของประเทศ ทำให้เกิดความต้องการ B100 จากลูกค้าเพิ่มขึ้น (แต่ราคาเฉลี่ยทั้งปี 2019 ยังต่ำกว่าปีก่อนอยู่ 12.3% อยู่ที่ 17.69 บาท/ลิตรจากผลผลิตปาล์มที่ล้นตลาดในช่วง 1H19 และการแข่งขันสูง) จบปี 2019 มีกำไรปกติ 5,921.5 ล้านบาท +44.9% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
25
กุมภาพันธ์
2020
RBF (BUY/20TP: 5.5), ผลกระทบ COVID-19 จำกัด และเทรนด์ธุรกิจระยะยาวดูดีมากขึ้น
(views 32)
ระยะสั้น ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จำกัด ล่าสุดคำสั่งซื้อในส่วนธุรกิจอาหารทั้งในและต่างประเทศยังดี สำหรับการขายส่งออกไปจีนสัดส่วนน้อยมากไม่ถึง 0.5% ของรายได้รวม ยกเว้นธุรกิจโรงแรมที่น่าจะยังขาดทุนอยู่ เพราะได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว แต่อยู่ในประมาณการของเราอยู่แล้ว ในขณะที่คาดจะเริ่มเดินเครื่องจักรโรงงานที่เวียดนามและอินโดนีเซียได้ตั้งแต่เดือน มี.ค. เป็นต้นไป จะส่งผลบวกต่อต้นทุนที่ลดลง โดยเฉพาะต้นทุนค่าขนส่ง กอปรกับเริ่มได้ลูกค้ารายใหม่มาเติมกำลังการผลิตในไทยที่จะว่างลง เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 ตามเดิมเป็นโต 14.2% Y-Y ทั้งนี้เรา Re-rate PE ขึ้นเป็น 25 เท่า จากเดิม 21 เท่า เพื่อสะท้อนเทรนด์ธุรกิจในอนาคตที่ดูดีมากขึ้น และไม่ถูก Disrupt จากพฤติกรรมรวมถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ยังเป็นระดับ PE ที่ใกล้เคียงเฉลี่ยของกลุ่มอาหาร และยังต่ำกว่า Global Peers (Kerry Group และ IFF) เฉลี่ย YTD ที่ 31.5 เท่า จึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 5.5 บาท จากเดิม 4.6 บาท ยังมี Upside 17.5% และให้ Dividend Yield 3.2% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
กุมภาพันธ์
2020
TMB (BUY/20TP: 1.65), ปรับ goodwill มีผลต่อการ Valuation ของเรา
(views 23)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2020 ลง 7% และปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงเป็น 1.65 บาท (เดิม 1.80 บาท) เพื่อสะท้อนค่าความนิยมและสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนที่มีการตีมูลค่ายุติธรรมภายหลังการซื้อกิจการ TBANK โดยเหตุการณ์ดังกล่าวกระทบค่าใช้จ่ายตัดจำหน่ายผ่านกำไรขาดทุนเพิ่มขึ้นปีละ 2 พันลบ. (เดิมคาด 1 พันลบ.) และกระทบมูลค่าทางบัญชีซึ่งจะปรับปรุงค่าความนิยมในการประเมิน Net asset value ราคาล่าสุดซื้อขายเพียง 0.7 เท่าของ 2020 Prospective adj BVS จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
กุมภาพันธ์
2020
ASK (BUY/20TP: 28.00/After XR: 25.00), กำไรและสินเชื่อ 4Q19 ดีกว่าคาด ประกาศเพิ่มทุน+จ่ายปันผล
(views 34)
กำไร 4Q19 ดีกว่าคาด ASK รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 5% อยู่ที่ 241 ลบ. +6.8%Q-Q, +10.9%Y-Y กำไรที่ดีกว่าคาดเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อเงินให้กู้ยืม (เป็นสินเชื่อที่มีรถยนต์เป็นหลักประกัน) ที่เติบโตได้ดีกว่าคาด สินเชื่อดังกล่าวมีผลตอบแทนที่ดี ทำให้ loan yield ดีขึ้นราว 0.20% Q-Q ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยทรงตัว และ CoF ปรับตัวลดลงราว 0.07% Q-Q ทำให้ NIM สูงขึ้นมาอยู่ที่ 5.56% +0.27%Q-Q เซอร์ไพรส์เรา ขณะที่ควบคุม Cost to income ratio อยู่ที่ 35% ดีกว่าไตรมาสก่อน กำไรสุทธิปี 2019 อยู่ที่ 870 ลบ. +7.18%Y-Y เงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 15%Y-Y โดยปรับตัวดีขึ้นทั้งสินเชื่อเช่าซื้อ (+12%Y-Y) สินเชื่อเช่าการเงิน (+47%Y-Y) และสินเชื่อเงินให้กู้ยืมระยะสั้นซึ่ง +100%Y-Y Loan spread อยู่ที่ 4.92% ลดลงจาก 5.02% ในปีก่อนเนื่องจากฐานสินเชื่อที่เพิ่งมาขยายตัวช่วงปลายปี ด้านคุณภาพหนี้ NPL (ค้างชำระ >3 เดือน) เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนราว 100 ลบ. หรือราว 10%Q-Q NPL Ratio อยู่ที่ 2.57% เพิ่มขึ้นจาก 2.4% ในไตรมาสก่อน โดยมี Coverage ratio ที่ 91% โดยรวมถือว่ายังเป็นระดับที่ควบคุมได้ดี
อ่านเพิ่มเติม
24
กุมภาพันธ์
2020
CPF (BUY/20TP: 36), คาดกำไรปีนี้โตต่อ แต่ยังต้องตาม COVID-19 และราคาเนื้อสัตว์
(views 24)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ ระยะสั้นอาจได้รับผลกระทบจาก COVID โดยผู้บริหารมองกระทบจำกัด ทั้งนี้บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจในจีน 24% ของรายได้รวม แต่มาจากหูเป่ย (อู่ฮั่น) ราว 2% - 3% ของรายได้รวม กอปรกับราคาเนื้อสัตว์อ่อนตัวลง จากทั้งราคาที่ขึ้นไปสูงผิดปกติในช่วงก่อนหน้า และจาก Demand ที่ชะลอตัวลง แต่ยังเป็นระดับราคาเฉลี่ยที่สูงกว่า 1Q19 และ 4Q19 จึงยังคาดกำไร 1Q20 น่าจะยังเติบโตได้ แต่อาจไม่สดใสอย่างมากเท่ากับที่เคยคาดไว้ก่อนมี COVID-19 ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลาย น่าจะเห็นราคาหมูกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง เพราะปัญหา ASF ยังมีอยู่ อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาหมูในไทยที่ต่ำลงกว่าที่เคยคาด เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 6% เป็นโต 3.7% Y-Y ส่วนกำไรปกติคาดโต 16.4% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 36 บาท จากเดิม 39 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 21% และประกาศจ่ายปันผลงวด 2H19 หุ้นละ 0.4 บาท คิดเป็น Yield 1.3% จะขึ้น XD 27 เม.ย. และจ่ายเงิน 19 พ.ค. คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
กุมภาพันธ์
2020
CPN (BUY/20TP: 79), กำไรปกติ 4Q19 ดีกว่าคาด ปรับลดกำไรปีนี้เล็กน้อยจาก COVID-19
(views 19)
กำไรปกติ 4Q19 ดีตามคาด CPN มีกำไรปกติ 3,209.1 ล้านบาทใน 4Q19 (ไม่รวมกำไรจากการขายหุ้นใน Central Village 30% ให้กลุ่มมิตซูบิชิ 310.2 ล้านบาท) +13.9% Q-Q, +14.1% Y-Y ดีตามคาด กำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากรายได้ที่เติบโตสูง +26.4% Q-Q, +23.7% Y-Y เป็น 11,132.7 ล้านบาทจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจาก Central Village (เปิดให้บริการ 31 ส.ค. 2019) และเซ็นทรัลภูเก็ตฟลอเรสต้า (เปิดให้บริการ 24 ส.ค. 2019) ขณะที่รายได้จากธุรกิจ Property ใน 4Q19 สูงสุดในรอบปี (ทำให้สัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 15% ของรายได้รวม จากงวด 9M19 ที่มีสัดส่วนเพียง 5%) เพราะเริ่มโอนคอนโด Escent โคราช และ Phyll Phahol 34 รวมถึงการโอนต่อเนื่องของโครงการเดิม การควบคุมต้นและค่าใช้จ่ายขายและบริหารยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้จะเปิดศูนย์การค้าใหม่ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นในช่วงเริ่มต้น ส่วนธุรกิจ Property ที่มีมาร์จิ้นลดลงเพราะมีการปรับปรุงต้นทุนขายของโครงการเบ็ลแกรนด์ พระราม 9 สำหรับกำไรปกติทั้งปี 2019 +2.1% เป็น 11,428.2 ล้านบาท โดยปี 2019 มีศูนย์การค้าทั้งสิ้น 34 โครงการ Occupancy rate ของศูนย์การค้าในประเทศสูงเท่ากับปีก่อน 93% Same Store Rental Revenue +3.4%
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2020
CBG (BUY/20TP: 107), กำไร 4Q19 ทำจุดสูงสุดใหม่ และจะโตต่อเนื่องในปี 2020
(views 26)
กำไร 4Q19 ดีใกล้เคียงคาด และทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 803 ล้านบาท (+9.7% Q-Q, +56.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 780 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรสูงสุดใหม่ แม้จะเผชิญกับภาวะกำลังซื้อที่แผ่วลง แต่บริษัทยังสามารถมีรายได้เติบโต +2.5% Q-Q, +2.9% Y-Y โดยมาจากรายได้ในประเทศโต +1.4% Q-Q แต่ลดลง -1.2% Y-Y ส่วนรายได้ส่งออกยังโต +5.2% Q-Q, +14% Y-Y ซึ่งมาจาก CLMV เป็นหลัก (กัมพูชาและพม่ามีรายได้ทำจุดสูงสุดใหม่) ส่วนจีนมีรายได้โต +18% Y-Y แต่ลดลง -50% Q-Q ตามฤดูกาล ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงมาอยู่ที่ 40.9% จาก 41.3% ใน 3Q19 เพราะได้รับผลกระทบของภาษีน้ำตาลที่ปรับขึ้นเป็น Step 2 แต่เพิ่มขึ้นจาก 33.3% ใน 4Q18 มาจากทั้งการใช้กำลังการผลิตโรงงานกระป๋องแห่งใหม่ได้เต็มกำลังการผลิตที่ระดับ 100% ทำให้ได้ประโยชน์จาก Economies of Scale กอปรกับราคาวัตถุดิบหีบห่อปรับลดลง ส่วนค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ดี และลดลงต่อเนื่องได้ตามเป้าหมาย ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 16.8% จาก 18% ใน 3Q19 และ 17.6% ใน 4Q18 เป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เข้าตลท.
จบปี 2019 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 2,506 ล้านบาท (+116.3% Y-Y) ทำจุดสูงสุดใหม่ และมีผลขาดทุน ICUK ลดลงได้ตามแผนมาอยู่ที่ -12.6 ล้านปอนด์ จาก -27.1 ล้านปอนด์ในปี 2018
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2020
RS (HOLD/20TP: U.R.), กำไรปกติ 4Q19 น่าผิดหวัง แต่แนวโน้ม 1Q20 ดีขึ้นสวนทางอุตฯ
(views 21)
กำไรปกติ 4Q19 ลดลง 28.9% Q-Q, 51.5% Y-Y ต่ำกว่าคาด 31% กำไรสุทธิและกำไรปกติ 4Q19 ต่ำสุดของปีที่ 66 ล้านบาท ลดลง 28.9% Q-Q, 51.5% Y-Y และต่ำกว่าคาดของเราและตลาดราว 31% โดยยอดขายสินค้า (Commerce) ต่ำกว่าคาด เพิ่ม 4.8% Q-Q แต่ลดลง 20.3% Y-Y เป็น 464 ล้านบาท แม้มีการทำโปรโมชันปลายปี และรายได้ทีวีช่อง 8 ลดลง 16.7% Q-Q, 34.9% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2020
TACC (BUY/20TP: 5.5), กำไร 4Q19 ทำจุดสูงสุดใหม่ แต่ 1Q20 จะแผ่วลง
(views 20)
กำไร 4Q19 ดีใกล้เคียงคาด และทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 45 ล้านบาท (+9.8% Q-Q, +400% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 43 ล้านบาท) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายหนี้สูญในปีก่อน จะมีกำไรปกติ 4Q19 เติบโตราว 68.9% Y-Y สอดคล้องกับช่วง High Season ของธุรกิจ โดยมีรายได้เติบโตทั้งโถกดเครื่องดื่ม ซึ่งมีการออกรสชาติใหม่ ชานมไต้หวัน, All Caf? มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น และเติบโตตามการขยายสาขาใหม่ของ 7-11 รวมถึงรายได้จากธุรกิจ Character เติบโตได้ตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ด้วยกำลังซื้อที่ชะลอตัว ทำให้การเติบโตของรายได้ชะลอตัวลงอยู่ที่ 7.3% Y-Y เทียบกับ 9M19 ที่มีรายได้โต 22.2% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังทำได้ดีอยู่ที่ 30.9% เพิ่มจาก 29% ใน 4Q18 แต่ลดลงจาก 31.2% ใน 3Q19 จาก Product Mix เป็นหลัก และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ทำได้ทรงตัว Q-Q และลดลง -3% Y-Y (ไม่รวมค่าใช้จ่ายหนี้สูญ) ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 16.2% จาก 17.6% ใน 3Q19 และ 23.5% ใน 4Q18 จบปี 2019 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 162 ล้านบาท (+137% Y-Y) เป็นกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อ่านเพิ่มเติม
20
กุมภาพันธ์
2020
CPALL (BUY/20TP: 85), กำไร 4Q19 ดีตามคาด แต่อาจแผ่วลงใน 1Q20 เพราะ COVID-19
(views 31)
กำไรสุทธิ 4Q19 ดีใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 6,168 ล้านบาท (+10% Q-Q, +11.1% Y-Y) ดีกว่าคาดเล็กน้อย 4% (เราคาดไว้ 5,948 ล้านบาท) มาจากทั้งธุรกิจ MAKRO ที่มีกำไรสุทธิ 4Q19 ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 2,059 ล้านบาท (+39% Q-Q, +11.7% Y-Y) โดยมี SSSG เป็นบวกถึง +6.2% Y-Y และมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นน่าประทับใจ +80 bps Y-Y ในขณะที่ธุรกิจ 7-11 มี SSSG แผ่วลงเป็นทรงตัว (0% Y-Y) จากฐานที่สูงในปีก่อน และภาวะกำลังซื้อชะลอตัว แต่ยังมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง 72 แห่ง ในไตรมาสนี้ รวมเป็นการเปิดสาขาใหม่ทั้งปีที่ 724 แห่ง ส่งผลให้รายได้รวมในไตรมาสนี้เติบโต +4.9% Q-Q, และ +5.9% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของ 7-11 ปรับขึ้นได้ดี +30 bps Y-Y มาอยู่ที่ 26.2% แต่เมื่อพิจารณาอัตรากำไรขั้นต้นงบรวมพบว่าเพิ่มขึ้นเพียง +10 bps มาอยู่ที่ 22.7% เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงวิธีทางบัญชีสำหรับการบันทึกการแจกแต้ม All Member ให้ลูกค้า จากเดิม บันทึกเป็นค่าใช้จ่าย เปลี่ยนเป็น หักออกจากรายได้ (Net Sale) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของงบเดี่ยวต่ำลงจากเดิม แต่ไม่กระทบต่อกำไรจากการดำเนินงาน สำหรับค่าใช้จ่ายยังปรับตัวสูงขึ้น ทั้งจากค่าใช้จ่ายเปิดสาขาและธุรกิจในต่างประเทศของ MAKRO และค่าใช้จ่ายของ 7-11 แต่ด้วยรายได้ที่เติบโตได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้คุมได้ดีอยู่ที่ 20.3% จาก 20.6% ใน 3Q19 และ 20.2% ใน 4Q18 จบปี 2019 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 22,343 ล้านบาท (+6.8% Y-Y) หากไม่รวมการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน จะมีกำไรปกติเท่ากับ 22,887 ล้านบาท (+8.7% Y-Y) โดยมี SSSG ทั้งปี +1.7% Y-Y และมีจำนวนสาขาสิ้นปีเท่ากับ 11,712 แห่ง
อ่านเพิ่มเติม
19
กุมภาพันธ์
2020
DTAC (HOLD/20TP: 45), ไม่ถึงขึ้นวิกฤติ แต่ความท้าทายกลับมาอีกครั้ง
(views 28)
เรามีมุมมองต่อ DTAC ค่อนไปในทางลบจากการที่ประมูลคลื่นความถี่น้อยในรอบนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันทั้งคุณภาพโครงข่ายรวมถึงการทำการตลาด ซึ่งมีโอกาสที่จะเกิดการย้ายค่ายของลูกค้า เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020-2021 ลง 23-30% เป็นหดตัว -13% Y-Y และ -25.9% Y-Y ตามลำดับ ขณะที่ราคาเหมาะสมถูกปรับลงเหลือ 45 บาท เมื่อเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบันแล้วมี Upside ค่อนข้างจำกัด เราจึงลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
19
กุมภาพันธ์
2020
MAJOR (BUY/20TP: 31), กำไรปกติ 4Q19 ดีกว่าคาด ปันผล 2H19 @0.70 บาท Yield 3.1%
(views 29)
กำไรปกติ 4Q19 เพิ่ม 36.2% Q- Q, 19.6% Y-Y ดีกว่าคาด 24% MAJOR รายงานกำไรปกติ 4Q19 ที่ 265 ล้านบาท เพิ่ม 36.2% Q- Q, 19.6% Y-Y ตามฤดูกาล และค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง 14.9% Y-Y จากฐานสูงใน 4Q18 ที่มีค่าใช้จ่ายต่างๆ เกี่ยวกับการเปิดสาขาที่ Icon Siam กำไรปกติดีกว่าตลาดคาดเล็กน้อย และดีกว่าเราคาด 24% ส่วนใหญ่มาจากการควบคุมต้นทุนบริการดีกว่าคาด ทำให้ Gross margin ดีกว่าคาด (35.9% vs คาด 31.7%) ทั้งนี้รายได้รวมเพิ่ม 8.6% Q-Q แต่ลดลง 9.6% Y-Y ตามรายได้ตั๋วหนังเพิ่ม 14.2% Q-Q แต่ลดลง 14.0% Y-Y จากฐานสูงใน 4Q18 ที่มีหนังไทยทำรายได้สูง รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหารเพิ่ม 11.6% Q-Q แต่ลดลง 8.9% Y-Y และรายได้โฆษณาโตทั้ง 13.2% Q-Q และ 12.0% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
19
กุมภาพันธ์
2020
MTC (HOLD/20TP: 65), กำไร 4Q19 ใกล้เคียงคาด สินเชื่อแผ่วปลายปี
(views 27)
กำไร 4Q19 ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ MTC รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 1,131 ลบ. +4.7% Q-Q, +12.8%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ (เราคาด 1.13 พันลบ./ตลาดคาด 1.15 พันลบ.) บริษัทมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกับที่คาดที่ 18.2% ชะลอตัวลงจาก 18.3% ในไตรมาสก่อน เนื่องจาก Loan yield ที่ชะลอตัวลงราว 0.12% ตามการจำกัดวงเงินในสินเชื่อ Unsecured loan เพื่อควบคุมคุณภาพและตามสินเชื่อที่เติบโตชะลอตัวลงซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจและการที่ภาครัฐช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าส่งผลต่อความต้องการสินเชื่อลดลงด้วย แต่หากเทียบกับ 4Q18 Loan spread ที่ลดลงมากราว 1% เกิดจาก Prepayment rate ที่ลดลง ด้าน Cost to income ratio อยู่ที่ 49.5% สูงสุดในปีเนื่องจากเป็นฤดูกาลของการใช้จ่ายทางการตลาด ในไตรมาสนี้มีการตั้งสำรองฯที่ 0.9% ของสินเชื่อรวม ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 0.83% ในไตรมาสก่อน สะท้อนความระมัดระวังต่อคุณภาพสินทรัพย์ กำไรสุทธิทั้งปี 2019 อยู่ที่ 4,237 ลบ. +14.11%Y-Y เกิดจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 21.8%Y-Y และ ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯที่ลดลง 5.5%Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2020
DELTA (SELL/20TP: 60), กำไร 4Q19 ต่ำคาดมาก และจะกลับมาฟื้น 1Q20
(views 27)
กำไร 4Q19 ต่ำคาดมาก และต่ำสุดในรอบ 10 ปี กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 383 ล้านบาท (-38% Q-Q, -62% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนจะมีกำไรปกติเท่ากับ 361 ล้านบาท (-38.9% Q-Q, -62.8% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมากถึง 22% (เราคาดไว้ 462 ล้านบาท) มาจากทั้งรายได้ที่อ่อนตัวลงทั้ง Q-Q, Y-Y จากคำสั่งซื้อแผ่วลง และบาทแข็งค่า กระทบต่อไปยังอัตรากำไรขั้นต้นปรับลงมาอยู่ที่ 19.8% จาก 23% ใน 4Q18 แต่ดีขึ้นจาก 19.1% ใน 3Q19 คาดมาจาก Product Mix เป็นหลัก ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังปรับขึ้นต่อเนื่อง ภายใต้สถานการณ์รายได้ที่ไม่สดใส ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 17.7% (เราคาดไว้ 16.8%) จาก 15.8% ใน 3Q19 และ 15.3% ใน 4Q18 เป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 8 ปี จบปี 2019 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 2,960 ล้านบาท (-42.4% Y-Y) และมีกำไรปกติเท่ากับ 3,029 ล้านบาท (-39.2% Y-Y) เป็นการอ่อนตัวลงทุกรายการนับตั้งแต่รายได้ อัตรากำไรขั้นต้น และค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ถือเป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 8 ปี
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2020
TU (BUY/20TP: 18.5), คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 1Q20
(views 23)
ผ่านกำไรที่ไม่สดใสใน 4Q19 ไปแล้ว สถานการณ์เริ่มดูคลี่คลายมากขึ้นทั้งราคาปลาทูน่าที่กลับมาฟื้นอีกครั้ง และเข้าสู่ระดับราคาที่เอื้อต่อการซื้อขายในอุตสาหกรรม มองเป็นบวกต่อกำไรของบริษัท กอปรกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แม้จะยังแข็งค่าอยู่ 3% Y-Y แต่ด้วยพัฒนาการของอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้ดีต่อเนื่อง จากทั้ง Product Mix และประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น คาดจะหักล้างผลของบาทแข็ง และหนุนให้กำไร 1Q20 กลับมาฟื้นตัว Q-Q และ Y-Y อีกครั้ง และจากที่ผู้บริหารได้เปิดเผยเป้าหมายการเติบโตในปี 2020 ซึ่งใกล้เคียงเป้าหมายเดิม แต่ดูมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ในขณะที่เรามีการลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลงเล็กน้อย แต่ยังคงสูงกว่าเป้าหมายของบริษัทดังนั้นจึงปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2020 ขึ้น 6.5% เป็นการเติบโต 7.6% Y-Y จากเดิมที่คาดโตเพียง 1% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 18.5 บาท จากเดิม 17 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 20.9% และประกาศจ่ายปันผลงวด 2H19 หุ้นละ 0.22 บาท Yield 1.4% จะขึ้น XD 2 มี.ค. แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2020
KTC (HOLD/20TP: 43), คลายกังวลต่อมาตรฐานบัญชีฯ กลับมาที่ผลประกอบการจริง
(views 24)
เราปรับประมาณการกำไรปี 2020 ขึ้น 6% เป็น 6 พันลบ. +9.4%Y-Y เพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯตามมาตรฐานบัญชี TFRS 9 ที่น้อยกว่าคาดการณ์เดิม และค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าใช้จ่ายอื่นๆมีแนวโน้มควบคุมได้ดีกว่าคาด แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q20 คาดฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ราว 1.5 พันลบ. +13.7%Q-Q จากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่ลดลง ตามการ Write-off ที่ลดลง ปรับราคาเหมาะสมปี 2020 ขึ้นเป็น 43 บาท แต่ปรับลดเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ โดย KTC เป็นหุ้นเด่นประจำเดือน กพ.นี้ ของเรา ราคาขึ้นมาเกือบ 20%MTD น่าจะตอบรับความคลายกังวลจากมาตรฐานบัญชีใหม่ กลับมาที่ปัจจัยพื้นฐานมากขึ้น ทั้งนี้ KTC ประกาศจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.88 บาท (XD 16 เม.ย., Yield 2.1%)
อ่านเพิ่มเติม
17
กุมภาพันธ์
2020
SAPPE (HOLD/20TP: 21.5), ผลกระทบจากภาษีสรรพสามิต Functional มากกว่าที่เคยคาด
(views 32)
แนวโน้มกำไร 4Q19 อาจแย่กว่าที่เคยคาด จากผลกระทบของภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม Functional ที่มีผลตั้งแต่เดือน ต.ค. 2019 มากกว่าที่บริษัทเคยประมาณการไว้ว่าจะโดนเก็บในอัตรา 3% แต่ถูกจัดเก็บจริงในอัตรา 10% คาดกระทบต่อกำไรไตรมาสละ 20-30 ล้านบาท ต่อเนื่องมาใน 1Q20 ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างปรับสูตรเครื่องดื่ม เพื่อลดผลกระทบให้เหลือในอัตรา 3% คาดจะแล้วเสร็จใน 2Q20 กอปรกับมีแผนออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง รวมถึงเริ่มมีการปรับขึ้นราคาสินค้าใหม่บางรายการเพื่อรวมผลกระทบของภาษีไปบ้างแล้ว คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวสดใสอีกครั้งใน 2Q20 ทั้งนี้เราได้รวมผลกระทบของภาษีดังกล่าว นำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 – 2020 ลง 5.5% - 14% เป็นการเติบโต 17% Y-Y และ 3.2% Y-Y ตามลำดับ และปรับลด Target PE เหลือ 15 เท่า จากเดิม 18 เท่า เพื่อสะท้อนอัตราการเติบโตที่ลดลง จึงปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 21.5 บาท จากเดิม 29 บาท และปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ เพื่อรอการฟื้นตัวหลังปรับสูตรเสร็จ และคาดให้ Dividend Yield 4% ต่อปี (จ่ายปีละครั้ง)
อ่านเพิ่มเติม
14
กุมภาพันธ์
2020
KCE (HOLD/20TP: 25), คาดกำไรกลับมาฟื้นตัวปีนี้ แต่ราคาหุ้นสะท้อนไปพอสมควรแล้ว
(views 28)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวก ผู้บริหารให้ภาพการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อตั้งแต่ 1Q20 และจะทยอยดีขึ้นในแต่ละไตรมาส โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2020 เติบโต 10% - 15% Y-Y ส่วนหนึ่งจากฐานที่ต่ำ และคาดหวังกลุ่มสินค้าใหม่ที่มีความซับซ้อนขึ้น และมีอัตรากำไรที่สูงขึ้น อย่าง HDI และ Radar ที่ใช้กับ EV Car และรถยนต์อัตโนมัติ แม้ Demand ตลาดรถยนต์นี้ยังไม่สูงมาก แต่ในแง่การผลิตชิ้นส่วนเริ่มเป็นที่ต้องการ ในขณะที่มีจำนวนผู้ผลิตน้อยราย ทำให้การแข่งขันยังต่ำ ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2020-2021 ขึ้น 19% - 28% เป็นการเติบโต 79.8% Y-Y และ 27.9% Y-Y ตามลำดับ โดยอิงสมมติฐานการเติบโตตามเป้าหมายของผู้บริหาร และปรับใช้ Target PE ที่ 18 เท่า จากเดิม 15 เท่า โดยให้เท่ากับ PE กรอบบนของค่าเฉลี่ยในอดีต เพื่อสะท้อนการกลับมาเติบโตอีกครั้ง นำไปสู่การปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 25 บาท จากเดิม 17 บาท แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมามากสะท้อนการเติบโตไปพอสมควรแล้ว และควรคำนึงถึงความเสี่ยงที่มีหลายประเด็นทั้งค่าเงินบาทอาจกลับมาแข็งค่ามากกว่าคาด, รายได้จากสินค้าใหม่และลูกค้าใหม่อาจน้อยกว่าที่คาดไว้ หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวมากกว่าคาด และการเร่งผลิตสินค้าที่มีความซับซ้อนสูงอย่าง HDI อาจกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น หากอัตราของเสียเร่งตัวขึ้นมากกว่าคาด เราคงคำแนะนำเพียง ถือ หรือ ซื้อเมื่ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
13
กุมภาพันธ์
2020
AOT (BUY/20TP: 88), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาดจากการโตแข็งแกร่งของผู้โดยสารระหว่างประเทศ
(views 47)
กำไร 1Q20 (ต.ค.-ธ.ค.19) +43% Q-Q, +15% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด 7-9% AOT รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 (ต.ค.-ธ.ค. 2019) ที่ 7,334.7 ล้านบาท +43.2% Q-Q, +15.0% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาดราว 7-9% จากการเติบโตที่แข็งแกร่งของผู้โดยสารต่างประเทศ +9% Y-Y ชดเชยผู้โดยสารในประเทศที่ -4% Y-Y ได้เพราะค่าบริการผู้โดยสาร (PSC) ระหว่างประเทศ 700 บาท/คน ขณะที่ผู้โดยสารในประเทศ 100 บาท/คน ประกอบกับการให้ส่วนลดค่าบริการขึ้นลงอากาศยานแก่เที่ยวบินเช่าเหมาลำระหว่างประเทศเพื่อกระตุ้นตลาด และภาครัฐก็มีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวต่อเนื่อง ช่วยให้รายได้ที่เกี่ยวกับกิจการการบิน +6.8% Q-Q, +5.6% Y-Y โตแรงกว่ารายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบินที่ +5.7% Q-Q, +3.3% Y-Y ขณะที่การควบคุมต้นทุนและรายจ่ายยังเป็นไปได้ดีมาก ทำให้ EBITDA อยู่ที่ 66.7% ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 49.4% และ 1Q19 ที่ 63.8%
อ่านเพิ่มเติม
13
กุมภาพันธ์
2020
VGI (BUY/21TP: 10), กำไรปกติ 3Q20 โต Q-Q, Y-Y ดีกว่าคาด 7% / คดีพิพาทใช้เวลา
(views 26)
กำไรปกติ 3Q20 (สิ้นธ.ค.19) ทำ New High +12.8% Q-Q, 29.5% Y-Y กำไรปกติ 3Q20 ที่ 401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.8% Q-Q และ 29.5% Y-Y ดีกว่าคาดของเราและตลาดราว 7% กำไรดีขึ้นตามรายได้รวมเพิ่มใกล้เคียงคาด +11.9% Q-Q, 29.5% Y-Y จากทั้งรายได้ธุรกิจหลักเดิมและธุรกิจใหม่ โดยรายได้โฆษณาจากสื่อบน BTS เพิ่ม 19.8% Q-Q, 11.2% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล การขยายเส้นทางรถไฟฟ้า การปรับปรุงสื่อโฆษณาในไตรมาสก่อน รายได้สื่อนอกบ้านเพิ่ม 52.1% Y-Y จากธุรกิจสื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้าและสนามบินในมาเลเซีย (PBSB: ผ่านบ.ย่อย MACO) นอกจากนี้ มีรายได้จากธุรกิจ Digital online Ad. เพิ่มต่อเนื่อง รวมทั้งมีส่วนแบ่งกำไรจากบ.ร่วมเป็นบวกในไตรมาสนี้ที่ 33 ล้านบาท (จาก Kerry (TH) เป็นหลัก) จากไตรมาสก่อนที่ 24 ล้านบาท และ 3Q19 ที่ 18 ล้านบาท แม้ไตรมาสนี้ไม่มีรายได้เงินปันผลจาก PLANB เหมือนไตรมาสก่อน (66 ล้านบาท) ทั้งนี้ Gross margin ที่ 49.9% (ดีกว่าคาดที่ 48.3%) เพิ่มจากไตรมาสก่อนที่ 47.5% แต่ยังลดลงจาก 3Q19 ที่ 52.7% เนื่องจากธุรกิจใหม่มี Gross margin ต่ำกว่าธุรกิจเดิม
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2020
SISB (BUY/20TP: 12), ปรับกำไรขึ้นสะท้อนการขยายอาคารเรียนสาขาธนบุรี
(views 36)
ปรับประมาณการกำไรระยะยาวขึ้นโดยรวมการขยายความจุนักเรียนเพิ่มอีก 600 คนที่สาขาธนบุรี ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างอาคารเรียนในปีนี้และเปิดการสอนในปี 2021 (เดือนส.ค.) ประมาณการกำไรใหม่รวมการเปิดรับนักเรียนระดับมัธยมที่ธนบุรีตั้งแต่ 4Q21 เป็นต้นไป โดยคาดว่าจำนวนนักเรียนจะ +300 คนในปี 2022-2024 จากประมาณการเดิมที่ 150-200 คน (ทุกสาขา) ทำให้ประมาณการกำไรสุทธิใหม่ในปี 2022-2024 เพิ่มขึ้นราว 6-8% จากประมาณเดิม LT ROE ขยับเพิ่มเป็น20% จากเดิม19% ปรับราคาเหมาะสมปี 2020 ขึ้นเป็น 12 บาท “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2020
EPG (BUY/21TP: 8), ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ฉุดกำไรปกติ 3Q20 ให้ต่ำกว่าคาด
(views 30)
กำไรปกติ 3Q20 ต่ำกว่าคาด 14% ฉุดโดยธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 2 ล้านบาท EPG มีกำไรปกติใน 3Q20 (ต.ค.-ธ.ค. 2019) 211.7 ล้านบาท -38.9% Q-Q, -8.9% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดราว 14% ฉุดโดยธุรกิจชิ้นส่วนตกแต่งยานยนต์ (Aeroklas) ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก มีรายได้เพียง 1,039.4 ล้านบาท -22.0% Q-Q, -26.0% Y-Y ต่ำสุดในรอบ 11 ไตรมาส ทำให้สัดส่วนรายได้ลดจากปกติ 48% ของรายได้รวม เหลือ 43% อัตรากำไรขั้นต้นลดจากระดับปกติ 25-27% เหลือ 24.5% ผลการดำเนินงานที่ตกต่ำลงของธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์เป็นไปตามอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่ายโมเดลจากรถสันดาบไปเป็นรถยนต์ไฟฟ้า กำลังซื้อของผู้บริโภคหดตัวทั้งในและต่างประเทศ ลูกค้าบางส่วนชะลอการซื้อเพราะรอการเจรจาของสหรัฐ-จีนเฟสแรก บวกกับ TJM ซึ่งเป็นบ.ลูกในออสเตรเลียยังถูกกระทบจากเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้น ส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก (EPP) ยังประคองรายได้ได้ดีที่ 640.7 ล้านบาท +2.6% Q-Q, -0.3% Y-Y แลกกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเล็กน้อยจาก 20.1% ในไตรมาสก่อนเป็น 19.2% จากการทำโปรโมชั่น ธุรกิจฉนวนยาง (Aeroflex) เป็นธุรกิจที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในไตรมาสนี้ โตตามภาคก่อสร้างในสหรัฐและญี่ปุ่น แต่ไม่สามารถชดเชยผลงานที่แย่ลงของ Aerklas ได้
อ่านเพิ่มเติม
11
กุมภาพันธ์
2020
BBL (BUY/20TP: 187), มุ่งมั่นการเติบโตอย่างระมัดระวังพร้อมคุมคุณภาพหนี้
(views 24)
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2020 ขึ้น 3% เป็น 3.47 หมื่นลบ. (-2.9%Y-Y) โดยปรับลดค่าใช้จ่ายสำรองฯจากเดิม 10% และปรับเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมปกติซึ่งธนาคารคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3-5%Y-Y จากเดิมเราคาดการณ์ -2%Y-Y ประมาณการดังกล่าวยังไม่รวมกำไรที่สามารถรับรู้ได้ทันทีจากการซื้อ Permata Bank ซึ่ง BBL คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ (3Q20) โดยเราคาดว่าจะช่วยให้กำไรเพิ่มขึ้นราว 2% มาอยู่ที่ 3.55 หมื่นลบ. (-1%Y-Y) สำหรับ Permata Bank จะมีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 5 มี.ค. 2020 หลังจากนั้นจะอยู่ในกระบวนการรอการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ธนาคารยืนยันว่ามีเงินกองทุนเพียงพอที่จะลงทุนในครั้งนี้ (คาดว่า CAR จะอยู่ที่ 17% หลังการเพิ่มทุน) และไม่กระทบการจ่ายเงินปันผล คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 187 บาท คาดจ่ายปันผลจากกำไร 2H19 อีกหุ้นละ 4.50 บาท Yield 3% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
กุมภาพันธ์
2020
DELTA (HOLD/20TP: 60), ผ่านกำไรที่แย่ใน 4Q19 คาดกลับมาฟื้นตัวในปี 2020
(views 28)
แนวโน้มกำไร 4Q19 จะเป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 10 ปี มาจากทั้งรายได้ที่ยังไม่ฟื้น และค่าใช้จ่ายยังสูง ในขณะที่สถานการณ์กลับมาดูดีขึ้นนับตั้งแต่ต้นปี 2020 ภายหลังจบการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน เฟส 1 และค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่า คาดจะส่งผลดีต่อ 1Q20 แต่การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อน่าจะเกิดขึ้นในช่วง 2H20 ส่วนหนึ่งยังติดข้อจำกัดเรื่องนโยบายของ Delta Taiwan ที่ยังไม่มีความชัดเจนในแง่คำสั่งซื้อที่จะถูกส่งมาให้ DELTA ว่ามากน้อยขนาดไหน อีกทั้งคำสั่งซื้อนั้นมีอัตรากำไรที่ดีหรือไม่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนคือการปรับฐานของสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ ถูกยกขึ้นมาอยู่ระดับ 15% - 16% จากอดีตที่ 13% - 14% เพราะคำสั่งซื้อของ Delta Taiwan จะถูกเก็บค่า Loyalty Fee ด้วย ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 – 2020 ลงเป็น 3.03 พันล้านบาท (-40.8% Y-Y) และ 4.4 พันล้านบาท (+44.6% Y-Y) ตามลำดับ โดยสมมติฐานที่เราใช้ในการประมาณการถือว่า Aggressive ระดับหนึ่ง และให้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 60 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside เพียง 6.2% และคาดปันผลปี 2019 หุ้นละ 1.45 บาท คิดเป็น Yield 2.6% แนะนำเพียงถือ
อ่านเพิ่มเติม
11
กุมภาพันธ์
2020
INTUCH (BUY/20TP: 78.5), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด // อยู่ระหว่างทบทวนประมาณการ
(views 28)
กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาดจากทั้ง ADVANC และ THCOM INTUCH ประกาศกำไรสุทธิ 4Q19 ออกมาที่ 1,890 ลบ. -43.5% Q-Q, +2.3% Y-Y ต่ำกว่าคาดทั้งจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่น้อยกว่าคาด รวมถึง THCOM ที่มีการด้อยค่าสินทรัพย์ราว 1,623 ลบ. อย่างไรก็ตาม หากตัดรายการพิเศษต่างๆออก กำไรปกติของ INTUCH จะอยู่ที่ 2,571 ลบ. -20.4% Q-Q, -1%% Y-Y ซึ่งต่ำกว่าคาดราว 20% ทั้งนี้ ส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่น้อยลงไม่ได้น่ากังวลเนื่องจากเป็นไตรมาสที่มีการจัดงานครบรอบ 30 ปีบริษัททำให้มีค่าใช้จ่ายพิเศษ แต่ผลการดำเนินงานของ THCOM ยังอ่อนแอและน่าเป็นห่วงมาก สำหรับปี 2019 INTUCH มีกำไรสุทธิและกำไรปกติจบที่ 11,083 ลบ. -3.5% Y-Y และ 11,772 ลบ. +0.1% Y-Y ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
11
กุมภาพันธ์
2020
ZEN (BUY/20TP: 14), หน้าร้านยังเหนื่อย อาจกลับมาฟื้นใน 2Q20
(views 24)
แนวโน้มกำไร 4Q19 ยังไม่สดใส เพราะคาด SSSG ยังติดลบต่อเนื่อง และต้องรับรู้ค่าใช้จ่าย One Time อีก ทั้งนี้แนวโน้ม 1Q20 ยังดูไม่ฟื้นดี เพราะเผชิญภาพกำลังซื้อที่ยังชะลอตัว และปัญหาโคโรนาไวรัส กระทบต่อจำนวนลูกค้าเข้าร้าน เราจึงปรับลดกำไรปี 2019 – 2020 ลง 4% - 8% เป็นกำไรที่ลดลง -18.2% Y-Y ในปี 2019 และคาดกำไรจะกลับมาโต +45.2% Y-Y ในปี 2020 สาเหตุที่ยังคาดกำไรจะกลับมาโตได้มาจาก 1) ฐานกำไรที่ต่ำมากในปี 2019 2) ยังมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง และ 3) รายได้จาก Delivery จะยังเติบโตก้าวกระโดด เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ทั้งนี้ยังไม่รวมผลกระทบจาก TFRS 16 และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 14 บาท จากเดิม 15 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงมาก จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อลงทุน จากเดิม ถือ โดยให้น้ำหนักการฟื้นตัวของกำไรตั้งแต่ 2Q20 เป็นต้นไป
อ่านเพิ่มเติม
07
กุมภาพันธ์
2020
ADVANC (BUY/20TP: 260), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด แต่ยังไม่น่ากังวลนัก
(views 41)
กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาดเพราะค่าใช้จ่ายตามฤดูกาล โดยรวมยังไม่น่ากังวล ADVANC ประกาศกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 7,068 ลบ. -19.7% Q-Q, +3.3% Y-Y แต่หากตัดรายการขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ก่อนภาษีราว 331 ลบ.ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 7,317 ลบ. -13.5% Q-Q, +9% Y-Y ต่ำกว่าคาดราว 11% อย่างไรก็ตามการดำเนินงานโดยรวมถือว่าใกล้เคียงคาดโดยรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ยังเติบโตในระดับที่ดี +0.1% Q-Q, +5.6% Y-Y แม้การแข่งขันของธุรกิจมือถือจะแรงขึ้นและกดดัน ARPU แต่ชดเชยได้จาก Net Add ที่เพิ่มกว่า 4.5 แสนราย ขณะที่ Fixed Broadband มีลูกค้าทะลุ 1 ล้านราย ส่วนปัจจัยที่ทำให้กำไรต่ำกว่าคาดเกิดจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่พุ่งแรง แต่ส่วนใหญ่เกิดจากกิจกรรมการตลาดและงานครบรอบ 30 ปีของบริษัทซึ่งเป็นรายการครั้งเดียว (ราว 600 ลบ.) เราจึงไม่ได้เป็นกังวลนักต่อกำไรที่ออกมาต่ำกว่าคาด โดยสำหรับปี 2019 ADVANC มีกำไรปกติจบที่ 31,275 ลบ. +4.9% Y-Y โตได้ครั้งแรกในรอบ 4 ปีตามคาด
อ่านเพิ่มเติม
07
กุมภาพันธ์
2020
CPN (BUY/20TP: 86), ปรับกำไรปี 2020 ลงเล็กน้อยแต่ PE ก็ยังถูกเกินไป
(views 38)
หากไม่รวมกำไรจากการขายเงินลงทุน เราคาดกำไรปกติ 4Q19 ที่ 2.91 พันล้านบาท +3.2% Q-Q, +14.9% Y-Y จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของ Central Village และ Central Phuket และรายได้จากการเริ่มโอนคอนโดใหม่ 2 แห่ง แต่ค่าใช้จ่ายในช่วงแรกของการเปิดห้างใหม่คาดว่าจะยังสูง ทำให้การเติบโตของกำไร Q-Q ยังไม่เต็มที่ สำหรับแผน 5 ปีข้างหน้า บริษัทเน้นการขยายโครงการแบบ Mixed-use ทั้งศูนย์การค้า ออฟฟิศ โรงแรม และที่อยู่อาศัย สำหรับศูนย์การค้า ตั้งเป้าเปิดอย่างน้อย 17 แห่ง secure ที่ดินไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ เราคาดว่ารายได้และกำไรใน 5 ปีข้างหน้าจะเติบโตเฉลี่ย 8% และ 10% CAGR ซึ่ง conservative กว่าเป้าหมายของบริษัท สำหรับปี 2020 ไม่มีการเปิดศูนย์การค้าใหม่ แต่มีคอนโดใหม่เริ่มโอน คาดว่ากำไรจะยังโตได้ 12% Y-Y ปัจจุบันมี PE ถูกเพียง 22.5 เท่า เท่ากับ -2SD ของค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 28 เท่า ยังคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 86 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
กุมภาพันธ์
2020
SC (BUY/20TP: 3.2), คาดงบ 4Q19 แข็งแกร่ง พร้อมให้ปันผลสูงสุดในกลุ่ม
(views 46)
คาดกำไรสุทธิ 4Q19 โตแกร่ง 97% Q-Q และ 26.5% Y-Y ที่ 867 ล้านบาท เป็นระดับสูงสุดในรอบ 14 ไตรมาส ตามยอดโอนที่คาดทำ New High แตะ 6.4 พันล้านบาท หนุนจากการเร่งส่งมอบคอนโดใหม่ 3 โครงการ และแนวราบที่ไปได้ดี รวมถึงคาดบันทึกกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของออฟฟิตให้เช่า ทำให้กำไรปี 2019 คาดจบที่ 1.9 พันล้านบาท (+12% Y-Y) ดีกว่าที่เราและตลาดเคยคาด 12-16% ส่วนภาพปี 2020 ยังเน้นขายแนวราบที่บริษัทถนัด บวกกับรักษาสภาพคล่อง ผ่านการระบายสต็อกคอนโด เราคงราคาเหมาะสม 3.20 บาท แนะนำซื้อ ด้วยปัจจัยหนุนระยะสั้น จากงบ 4Q19 ที่โดดเด่น พร้อมคาดให้ผลตอบแทนปันผลปี 2019 (จ่ายปีละครั้ง) สูงสุดในกลุ่มฯที่ 7% เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯที่ 4.8%
อ่านเพิ่มเติม
06
กุมภาพันธ์
2020
TACC (BUY/20TP: 5.5), ผ่านกำไรสูงสุดใน 4Q19 และจะกลับมาสดใสอีกครั้งใน 3Q20
(views 45)
แนวโน้มกำไร 4Q19 คาดทำจุดสูงสุดใหม่ นอกจากเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ ยังมีการออกเครื่องดื่มรสชาติใหม่ต่อเนื่อง, ธุรกิจ Character เติบโตได้ตามเป้าหมาย และมีปัจจัยหนุนจากร้าน All Caf? สั่งซื้อเครื่องดื่มมากกว่าปกติในเดือน ธ.ค. แต่เราปรับลดมุมมองต่อแนวโน้มกำไรใน 1H20 เป็นกลาง จากทั้งภาวะกำลังซื้อไม่สดใส ปัญหาฝุ่น และโรคไวรัสระบาด กระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยชะลอตัว กอปรกับสต็อกของลูกค้าที่ค่อนข้างมากใน 4Q19 คาดกำไร 1Q20 จะอ่อนตัวลง Q-Q แต่ยังโต Y-Y เพราะฐานต่ำในปีก่อน และคาดกำไร 2Q20 จะดีขึ้น Q-Q แต่น่าจะยังลด Y-Y และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 3Q20 ภายหลังสถานการณ์ต่างๆเริ่มดีขึ้น และอยู่ระหว่างปรับสูตรเครื่องดื่มโถกดรสชาติเดิมที่มีขายมานาน เพื่อสร้างสีสันและความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภค รวมถึงคาดเห็นการเติบโตของธุรกิจ Character มากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม เราคาดกำไรสุทธิปี 2019 เติบโตสูง 135.2% Y-Y และด้วยแนวโน้มกำไร 1H20 ดูสดใสน้อยลง จึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลงเป็นทรงตัว Y-Y จากเดิมคาดโต 4.8% Y-Y และปรับลด Target PE เป็น 21 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยกลุ่มเครื่องดื่ม จากเดิม 25 เท่า เพื่อสะท้อนอัตราการเติบโตของกำไรที่ไม่สดใส นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 5.5 บาท จากเดิม 6.8 บาท ยังมี Upside 36.8% และคาดปันผลงวด 2H19 หุ้นละ 0.12 บาท คิดเป็น Yield 3% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
กุมภาพันธ์
2020
AMATA (BUY/20TP: 25), ปรับกำไรปี 2020 ลงเล็กน้อยแต่ PE ก็ยังถูกเกินไป
(views 35)
เราคาดกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 336 ล้านบาท -58% Q-Q, +189% Y-Y กำไรที่ลด Q-Q เพราะยอดโอนที่ดินในไตรมาสนี้น่าจะทำได้เพียง 145 ไร่ เทียบกับ 3Q19 ที่โอนได้ 475 ไร่ ส่วนกำไรที่เพิ่มสูงมาก Y-Y แม้จะโอนที่ดินได้น้อยกว่า 4Q18 ที่โอนได้ 237 ไร่ เพราะใน 4Q18 มีรายจ่ายพิเศษ ส่วนรายได้จากอีก 2 ธุรกิจคือค่าสาธารณูปโภคและค่าเช่าโรงงานยังเป็นรายได้ที่มั่นคง คาดเพิ่มต่อเนื่องไตรมาสละ 1-2% Q-Q ตามจำนวนลูกค้าสะสมที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม Backlog สิ้นปีก่อนที่มี 2.58 พันล้านบาท จากที่ควรจะมีกว่า 3 พันล้านบาท ทำให้เราปรับกำไรปี 2020 ลงเล็กน้อย 3% เป็น 1.8 พันล้านบาท -1.7% Y-Y แต่ยังเป็นระดับกำไรที่สูงกว่า 5 ปีที่ผ่านมา และปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 25 บาทจากเดิม 28 บาท (PE 15 เท่า) ราคาหุ้นที่ปรับลงกว่า 30% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา วิตกงบลงทุนภาครัฐล่าช้า มากเกินไป PE ปัจจุบันต่ำกว่า 10 เท่า แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
กุมภาพันธ์
2020
MAJOR (BUY/20TP: 31), คาดกำไรปกติ 4Q19 ไม่ตื่นเต้น มองข้ามไป 2Q20 ปันผลจูงใจ
(views 31)
คาดกำไรปกติ 4Q19 เพิ่ม 9.4% Q- Q แต่ลดลงเล็กน้อย 3.9% Y-Y จากฐานสูงในปีก่อน แนวโน้ม 1Q20 ลดลง Q-Q ตามฤดูกาล และค่อนข้างท้าทายที่จะโต Y-Y เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019-2021 ลง 5-8% สะท้อนกำไร 4Q19 น้อยกว่าเคยคาด และมุมมองระมัดระวังต่อภาพรวมกำลังซื้อและผลกระทบจากการระบาดของไวรัสหากยืดเยื้อ (แม้ปัจจุบันผลกระทบยังจำกัด) ราคาหุ้นปรับลงมาเกือบ 27% หลังขึ้นไปสูงสุดระดับ 30 บาทหลังประกาศกำไร 2Q19 ที่เป็นสูงสุดของปีก่อน ราคาปัจจุบัน 20PE เหลือ 16.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 22-23 เท่า และอัตราปันผลจูงใจขึ้น 5-6% (คาดจ่ายงวด 2H19 หุ้นละ 0.50 บาท Yield 2.3%) คงคำแนะนำ ซื้อ รอกำไรสูงสุดของปีใน 2Q20 ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 31 บาท จากเดิม 33 บาท (DCF)
อ่านเพิ่มเติม
04
กุมภาพันธ์
2020
MTC (HOLD/20TP: 65), Quality beyond
(views 49)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q19 +4.3%Q-Q, +12.4%Y-Y กำไรที่เพิ่มขึ้น Q-Q จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่คาดว่าจะ +4%Q-Q, +22%Y-Y บนประมาณการสินเชื่อ +4%Q-Q และ 25%Y-Y ด้านคุณภาพหนี้ เราคาดว่า NPL น่าจะทรงตัวในระดับ 1% จากการเข้มงวดในการควบคุมคุณภาพและติดตามหนี้ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสำรองน่าจะอยู่ที่ราว 0.8% ของสินเชื่อรวม เราขยับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลงมาที่ 5.23 พันลบ. ซึ่งยัง +23.5%Y-Y โดยลดเติบโตของสินเชื่อจากเดิม 28% เป็น 20% สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และสินเชื่อ Unsecured loan ปล่อยอย่างระมัดระวังเช่นเดิมเพื่อคุมคุณภาพหนี้ ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงเป็น 65 บาท (เดิม 70 บาท) แนะนำ ถือ (เดิม ซื้อ)
อ่านเพิ่มเติม
03
กุมภาพันธ์
2020
KTB (BUY/20TP: 21), ราคาตรงนี้คาดให้ผลตอบแทนเงินปันผลราว 5%
(views 37)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ KTB ให้เป้าหมายทางการเงินในปี 2020 ค่อนไปในโทนบวกกว่าที่คาดโดยเฉพาะแนวโน้มที่ดีขึ้นของ NPL ซึ่งมีสัญญาณที่ดีขึ้นมาตั้งแต่ปลายปี ราคา KTB ล่าสุดซื้อขายในราคา Discount Prospective 2020 BVS 40% เพราะ ROE ที่ชะลอตัวลงจากการตีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นไม่ใช่ผลประกอบการที่แย่ลง เราคาดว่า KTB จะจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิปี 2019 ที่ 0.80 บาทต่อหุ้น (yield ราว 5%) หรือสูงกว่านี้ได้อีกเล็กน้อยหากพิจารณาจากเงินกองทุนที่อยู่ที่ 18.66% และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นได้อีกจากการตีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มเติม คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 21 บาท
อ่านเพิ่มเติม
03
กุมภาพันธ์
2020
OSP (SELL/20TP: 40), คาดกำไร 4Q19 ไม่ตื่นเต้น และราคาหุ้นสะท้อนการโตในปีนี้แล้ว
(views 29)
แนวโน้มกำไร 4Q19 ไม่ตื่นเต้น อาจต่ำกว่าที่เคยคาดเล็กน้อย เพราะมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดสูงขึ้น จึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลงเล็กน้อย 2% เป็นการเติบโต 11.8% Y-Y และคาดจะเติบโตได้มากขึ้นในปี 2020 ราว 18.1% คาดหวังการเติบโตของรายได้ทั้งในประเทศ และขยายตลาดส่งออกมากขึ้น โดยอยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิตเครื่องดื่มเพิ่มอีก 15% - 20% เพื่อขจัดปัญหาคอขวดสายการผลิตที่เผชิญมาตลอดปี 2019 คาดกำลังการผลิตจะเพิ่มเข้ามาใน 2H20 ทั้งนี้การเข้าซื้อหุ้นคาลพิส โอสถสภา (CO) อีก 60% จากปัจจุบันถืออยู่ 40% รวมเป็นการเข้าถือ 100% ซึ่งจะทำให้บริษัทได้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากโรงงานของ CO ที่ใช้อยู่ในระดับต่ำกว่า 50% แต่ระยะสั้นยังไม่กระทบต่อประมาณการของบริษัท เพราะรายได้ของ CO ยังน้อย และที่ผ่านมาประสบผลขาดทุน เชื่อว่าบริษัทจะปรับปรุงและพลิกกลับมามีกำไรได้ เรายังคงราคาเป้าหมายที่ 40 บาท (อิง PE เดิม 30 เท่า) ราคาหุ้นได้สะท้อนการเติบโตในปีนี้ไปแล้ว ปัจจุบันเทรดที่PE2020 สูงสุดในกลุ่มเครื่องดื่มที่ 33.7 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่ม และ CBG ที่ 19.6 เท่า และ 29 เท่า ตามลำดับ ในขณะที่คาดการเติบโตของกำไรในปีนี้ต่ำกว่า CBG จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
03
กุมภาพันธ์
2020
THANI (HOLD/20TP: 5.6), สินเชื่อฝืดนิดหน่อยต้นปี ลุ้นช่วงถัดไป
(views 29)
THANI การประชุมนักวิเคราะห์ผู้บริหารกล่าวถึงภาวะอุตสาหกรรมรถเชิงพาณิชย์มีความท้าทายตั้งแต่ต้นปี ทั้งภัยแล้ง และการล่าช้าของงบประมาณภาครัฐ, การแพร่ระบาดของไวรัส รวมถึงการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดรถบรรทุกใหม่ ส่วนปัจจัยที่ดูดีขึ้นได้แก่ ค่าเงินบาทที่เริ่มอ่อนค่าลง และยอดขายรถ Super car ที่ยังมีโมเมนตัมที่ดี บริษัทตั้งเป้าการปล่อยสินเชื่อในปี 2020 ใกล้เคียงกับปี 2019 ที่ 2.2 พันลบ.ต่อเดือน หรือ 10%Y-Y เชิงรุกกว่าที่เราคาดไว้ แต่เรายังคงคาดการณ์การเติบโตที่ 8%Y-Y (ในสถานการณ์ปัจจุบันถือว่ายังคงท้าทาย) และคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2020 ที่ 1.8 พันลบ. ลดลง 7%Y-Y คงราคาเหมาะสม 5.60 บาท คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
03
กุมภาพันธ์
2020
VGI (BUY/21TP: 10), คาดกำไร 4Q19 ไม่ตื่นเต้น และราคาหุ้นสะท้อนการโตในปีนี้แล้ว
(views 28)
คาดกำไรปกติ 3Q20 (สิ้นธ.ค.19) ทำ New High ที่ 374 ลบ. +5.2% Q-Q, +20.8% Y-Y จากรายได้รวมเพิ่มขึ้น แต่แนวโน้มกำไรใน 4Q20 อ่อนลง Q-Q (โตสูง Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล) เรามีมุมมองระมัดระวังต่อปัจจัยเสี่ยงจากกำลังซื้อจากภัยแล้ง การระบาดของไวรัสโคโรน่า ความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐ ทำให้เราปรับคาดการณ์ปี 2020-2021 ลง 5.6% เป็นกำไรโต 29% และ 33% ตามลำดับ ปรับราคาเป้าหมายปี 2021 (สิ้นสุด มี.ค. 2021) ลงเป็น 10 บาท จากเดิม 10.40 บาท ราคาหุ้นปรับลงมามี Upside กว่า 10% ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2020
BJC (BUY/20TP: 54), คาดกำไรยังไม่สดใส แต่ราคาหุ้นลงมามากจนเริ่มน่าสนใจ
(views 35)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q19 คาดลดลง Y-Y เพราะ SSSG ติดลบมากขึ้น และธุรกิจ Packaging ยังไม่สดใส แต่คาดกำไรสุทธิจะโตและทำ New High จากอัตราภาษีจ่ายที่จะลดลงมาก เพราะการปรับโครงสร้างภาษียังไม่จบ ทั้งนี้เรายังคงมุมมองระมัดระวังต่อผลประกอบการในปีนี้ เพราะกำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัว ภัยแล้ง และโรคโคโรนาไวรัส จึงคาดกำไรสุทธิปี 2019 โต 5.2% Y-Y และคาดกำไรปี 2020 เพียงทรงตัว Y-Y ยังไม่รวมผลกระทบ TFRS16 ซึ่งคาดจะเห็นผลชัดเจนใน 1Q20 แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางบัญชี และไม่กระทบกระแสเงินสดที่แท้จริงของกิจการ จึงไม่กระทบต่อราคาเป้าหมายที่อิงวิธี DCF ดังนั้นเรายังคงราคาเป้าหมายที่ 54 บาท ในขณะที่เริ่มน่าสนใจในเชิง Valuation เพราะราคาหุ้นได้ปรับลงมามาก ปัจจุบันเทรดอยู่บน PE เฉลี่ย -0.5 SD หรือเพียง 23.4 เท่า ต่ำกว่า PE เฉลี่ยที่ 31 เท่า จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อลงทุน จากเดิม ถือ ระยะสั้นยังมีประเด็นกดดันคือ ดีลซื้อขาย Tesco ที่ยังไม่จบ
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2020
PLANB (BUY/20TP: 10.2), คาดกำไร 4Q19 ทำ New High เพิ่ม 11.8% Q-Q, 17.8% Y-Y
(views 35)
คาดกำไร 4Q19 ทำ New High +11.8% Q-Q, +17.8% Y-Y ตามอัตราใช้สื่อเพิ่มขึ้นและเริ่มมีรายได้สื่อโอลิมปิค จบปีคาดกำไรปี 2019 โต 12% และปี 2020 โตเร่งตัวขึ้นในอัตรา 44.4% จากการบริหารพื้นที่สื่อโฆษณาใน 7-Eleven สิทธิบริหารสื่อโอลิมปิค และ Synergy กับ MACO/VGI แม้แนวโน้มกำไร 1Q20 โตไม่ตื่นเต้น เนื่องจากเป็นช่วง Low season ของตลาดโฆษณาท่ามกลางกำลังซื้อโดยรวมที่ยังอ่อนแอ รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายเตรียมงานธุรกิจใหม่ ก่อนเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ 2Q20 ทั้งนี้ มี Downside ของประมาณการกำไร จากผลกระทบมาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS16 แต่ไม่กระทบกระแสเงินสด จึงคงราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 10.20 บาท และคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2020
AP (BUY/20TP: 8.2), คาดกำไร 4Q19 ฟื้นเด่น Q-Q ส่วนปี 2020 มีแนวราบเป็นพระเอก
(views 28)
คาดการณ์กำไรปกติ 4Q19 โตเด่น 44% Q-Q จากส่วนแบ่งกำไร JV ที่เร่งขึ้น หลังเริ่มโอนคอนโดใหม่ 2 แห่ง แต่ลดลง 13% Y-Y มาจากยอดโอนที่อ่อนตัว จากฐานสูง, การเลื่อนเปิดโครงการใหม่ และอัตราปฎิเสธสินเชื่อที่สูงขึ้น ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นคาดดีขึ้น Q-Q และ Y-Y เนื่องจากโอนโครงการที่มีมาร์จิ้นต่ำไปหมดแล้วในไตรมาสก่อน ขณะที่ปี 2020 บริษัทยังมีมุมมองระมัดระวัง และผลักดันแนวราบเป็น Flagship ตั้งเป้ายอด Presales ฟื้นตัวเล็กน้อย 2% Y-Y ผ่านการรุกเปิดโครงการแนวราบเป็นหลัก เราคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 8.20 บาท และเลือกเป็น Top Pick จากแนวโน้มกำไรปี 2020 ที่ฟื้นตัวดีกว่ากลุ่มฯ +7% Y-Y หนุนจากการรับรู้ Backlog ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะคอนโด JV และความสำเร็จของการขายแนวราบที่ไปได้ดี พร้อมคาดให้ผลตอบแทนปันผลงวดปี 2019 สูง 5% (จ่ายปีละครั้ง)
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2020
DTAC (BUY/20TP: 68), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด แต่ปันผลสูงกว่าคาดมาก
(views 23)
กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาดจากฝั่งค่าใช้จ่าย แต่ Top Line ดีกว่าคาด DTAC ประกาศกำไรสุทธิ 4Q19 (Pre TFRS16) ออกมาที่ 894 ลบ. -51.3% Q-Q แต่พลิกจากขาดทุน 4,941 ลบ.ใน 4Q18 แต่หากตัดรายการที่เกิดเพียงครั้งเดียวจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบวิธีบริหารเครือข่ายและขาดทุนสุทธิจากการขายสินทรัพย์จำนวนราว 450 ลบ.และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 1,314 ลบ. -30.7% Q-Q, -13.3% Y-Y ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดราว 20% โดยสาเหตุเกิดจากฝั่งต้นทุนที่สูงกว่าคาดทั้งค่าใช้จ่ายการตลาดและ Handset Subsidy อย่างไรก็ตามในแง่ของ Top Line ถือว่าทำได้ดีกว่าคาดโดยรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC +0.2% Q-Q, +3% Y-Y ขณะที่ Net Add พลิกมาเป็นบวก 2.26 แสนรายและเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ไตรมาส ซึ่งถือว่ามีโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่อง ส่งผลให้กำไรปกติปี 2019 จบที่ราว 6,417 ลบ. +146% Y-Y (อย่างไรก็ตาม DTAC เริ่มใช้มาตรฐานบัญชี TFRS16 ล่วงหน้าจึงทำให้รายงานกำไรสุทธิปี 2019 ที่ 5,422 ลบ.พลิกจากขาดทุน 4,369 ลบ.ในปี 2018 ส่วนกำไรปกติอยุ่ที่ 5,956 ลบ. +128.3% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
28
มกราคม
2020
KKP (BUY/20TP: 75), ปี 2020 ทิศทางดีกว่าปีก่อน
(views 68)
การประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหาร KKP ได้ให้เป้าหมายทางการเงินที่เป็นเชิงบวก เป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อ +7-9% จากปี 2019 ที่ +4.2%Y-Y และดีกว่าเป้าหมายโดยรวมของกลุ่มธนาคาร, Loan spread ที่ 4.6-4.8% ใกล้เคียงกับ 4.7% ในปีก่อน ถือว่าเป็น guidance ที่ดีท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาลง ทั้งนี้ภายหลังการใช้ TFRS 9 อาจเห็นตัวเลข NPL Ratio ในรายงานปรับขึ้นอีกราว 0.4% แต่ไม่มีผลต่อค่าใช้จ่ายสำรองฯเพิ่มเติมและ KKP มีสำรองฯส่วนเกินสำหรับกลับรายการอีกจำนวนหนึ่ง เราคงประมาณการกำไรปี 2020 ที่ 6.15 พันลบ. +2.7%Y-Y และคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q20 น่าจะออกมาดีที่ราว 1.6-1.7 พันลบ. Flat Q-Q แต่ +35%Y-Y หนุนจากรายได้งาน IB และค่าใช้จ่ายพิเศษที่ลดลง คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 75 บาท คาด Dividend Yield จาก 2H19 อีกราว 5.2%
อ่านเพิ่มเติม
27
มกราคม
2020
TMB (BUY/20TP: 1.8), การผนึกที่ยังไม่สนิทดี
(views 30)
TMB ได้เปิดเผยเป้าหมายทางการเงินปี 2020 ซึ่งมีรายการสินเชื่อที่เติบโตน้อยกว่าที่เราคาดและค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ (ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากปีแรกของการรวมกิจการ) ซึ่งส่งผลให้ Synergy มาช้ากว่าที่คาด) เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 3% มาอยู่ที่ 1.45 หมื่นลบ. (+101%Y-Y) และ EPS ทรงตัว Y-Y คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 1.80 บาท เนื่องจากประมาณการใหม่มีผลต่อ 2020 BVS ไม่มาก คงคำแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2020
SAPPE (BUY/20TP: 29), กำไรจะกลับมาฟื้นตัวดีใน 1Q20 ราคาหุ้นปัจจุบันถูกเกินไปมาก
(views 47)
แนวโน้มกำไร 4Q19 จะอ่อนตัวลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่คาดโตสูง Y-Y เพราะฐานต่ำปีก่อน โดยอาจเป็นกำไรที่ต่ำกว่าที่เคยคาดเล็กน้อย จึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 4.5% แต่ยังเป็นการโตสูง 26% Y-Y เพราะเริ่มรวม B’LUE ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2019 และอัตรากำไรขั้นต้นมีพัฒนาการที่ดีมากคาดเพิ่ม 2.3% จากทั้งอัตราการใช้กำลังการผลิต และประสิทธิภาพการผลิตที่สูงขึ้น ภายหลังร่วมมือกับพันธมิตรรายใหญ่อย่างดาน่อน และคาดกำไรปี 2020 จะเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยยังมีแผนออกสินค้าใหม่ในประเทศ, ขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศใหม่ๆ เช่น CLMV และนำเสนอสินค้าใหม่ๆในต่างประเทศ รวมถึงมีแผนออกสินค้าใหม่ในกลุ่ม B’LUE อย่างต่อเนื่อง เรายังคงประมาณการกำไรปี 2020 ตามเดิม แต่ด้วยการปรับลดกำไรปี 2019 ทำให้อัตราการเติบโตของกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 11.9% Y-Y จากเดิม 6.8% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 29 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) ราคาหุ้นช่วงก่อนหน้าปรับลงจากความกังวลต่อปัญหาระหว่างสหรัฐ และตะวันออกกลางในช่วงก่อนหน้า ซึ่งบริษัทมีสัดส่วนรายได้จาก 2 ภูมิภาคนี้ราว 15% ของรายได้รวม แต่ล่าสุดคำสั่งซื้อทุกอย่างยังเป็นปกติ และมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ในขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน PE2020 เพียง 12 เท่า ซึ่งต่ำเกินไป คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2020
BBL (BUY/20TP: 187), กำไร 4Q19 ดีกว่าที่คาด สำคัญคือ Coverage ratio ที่แข็งแรงมาก
(views 36)
คงประมาณการและราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 187 บาท “ซื้อ” เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ที่ 3.37 หมื่นลบ. ลดลง 6%Y-Y จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยน่าจะชะลอตัวจากฐานสูงในปี 2019 ล่าสุด BBL รายงาน CAR ที่ 20% มีความแข็งแกร่ง สะท้อนว่าการซื้อ Permata จะไม่ส่งผลกระทบต่อเงินกองทุน คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 187 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2020
KTB (BUY/20TP: 21), กำไร 4Q19 ดีกว่าที่คาด ขณะที่ NPL ลดลง -> ซื้อ Value Play
(views 26)
คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 21 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ เป็น Value Stock ในเบื้องต้นเราคงประมาณการกำไรปี 2020 ที่ 2.75 หมื่นลบ. -5.9%Y-Y โดยค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานน่าจะกดดันผลประกอบการปี 2020 เพราะมีการเลื่อนการรับรู้ค่าใช้จ่ายด้านดิจิทัลมาเป็นปีนี้ กำไรจากเงินลงทุนที่ลดลง และคาดว่าการตั้งสำรองฯจะอยู่ที่ 1.2% ใกล้เคียงกับปี 2019 คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 21 บาท พร้อมคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลจากกำไรปี 2019 (จ่ายปีละครั้ง) ที่หุ้นละ 0.80 บาท Yield 5% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2020
KBANK (BUY/20TP: 164), ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2020
(views 34)
KBANK รายงานกำไร 4Q19 ดีกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมที่ทำได้ดีขึ้น เพื่อสะท้อนโมเมนตัมของรายได้ที่ทำได้ดีกว่าคาด เราปรับเพิ่มประมาณการรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากเดิม -8.1%Y-Y เป็น -6.9%Y-Y จากโมเมนตัวรายได้ค่าธรรมเนียมที่เริ่มประคองตัวได้ ส่วนสมมุติฐานอื่น คาดสินเชื่อ +5%Y-Y, NIM ที่ 3.23%, Credit cost ที่ 1.5% และ Cost to income ratio ที่ 45.7% ประมาณการกำไรปี 2020 ปรับขึ้น 5% เป็น 3.8 หมื่นลบ. (- 1.1%Y-Y) ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2020 เป็น 164 บาท อิง Justified PBV 0.9 เท่า คาดการณ์เงินปันผลสำหรับกำไร 2H19 หุ้นละ 3.50 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2020
SCB (BUY/20TP: 112), แม้ผิดหวังแนวโน้มกำไรปี 2020 แต่ Dividend Yield ยังจูงใจ
(views 29)
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 14% เป็น 3.6 หมื่นลบ. -11%Y-Y โดยเป็นการปรับลดรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมที่สูงกว่าคาด และการตั้งสำรองฯที่สูงกว่าที่คาดการณ์เดิม SCB มีแผนลงทุนราว 2 หมื่นลบ.ซึ่งมาจากสภาพคล่องที่ได้จากการขาย SCBLife 8 หมื่นลบ. ในการพัฒนาระบบเทคโนโลยี การเข้าร่วมกับ Future tech firm ต่างๆ และ M&A เพื่อสร้าง Synergy นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสการจ่ายเงินปันผลใน Payout ratio ที่สูงขึ้น (เปลี่ยนโยบายการจ่ายปันผลและเงินกองทุนที่อยู่ในระดับสูง) เพื่อช่วยเพิ่ม ROE ในระยะยาว เราคาดว่า Dividend Yield จะอยู่ที่ราว 6% ต่อปี (เดิม 5.5%) แม้กระนั้นเพื่อสะท้อนประมาณการใหม่ เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงเป็น 112 บาท (เดิม 132 บาท) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2020
THANI (HOLD/20TP: 5.6), กำไร 4Q19 ชะลอตามคาด สินเชื่อแผ่ว
(views 24)
กำไร 4Q19 ชะลอตัวตามคาด THANI รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 482 ลบ. +1.5%Q-Q และ +5.9%Y-Y เป็นไปตามที่เราคาด กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 1.3%Q-Q, +3%Y-Y Loan spread อยู่ที่ 4.76% ดีขึ้นจาก 4.73% ในไตรมาสก่อน แต่ลดลงจาก 4.92% ใน 4Q19 เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2.1%Q-Q และ 6.6%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 1.2%Q-Q โดยมี Cost to income ratio อยู่ที่ 17.9% จาก 18.3% ในไตรมาสก่อนจากฐานรายได้ที่สูงขึ้น ขณะที่สังเกตเห็นค่าใช้จ่ายอื่นที่ปรับเพิ่มขึ้น คาดว่าเกิดจากยังมีผลของขาดทุนรถยึด ในไตรมาสนี้ THANI มีการตั้งสำรองฯที่ 64 ลบ. +6.7%Q-Q (มีการกลับรายการสำรองฯส่วนเกินเพียงเล็กน้อย) แต่ลดลง 31%Y-Y (4Q18 มีการเร่งตั้งสำรองฯเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ TFRS 9 และตั้งตามปริมาณ NPL)
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2020
BAY (BUY/20TP: 38.5), กำไรสุทธิและสินเชื่อเติบโตดีตามคาด
(views 31)
กำไร 4Q19 ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาด หลักๆจากควบคุมค่าใช้จ่าย BAY รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 6,437 ลบ. ลดลง 2%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 5%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ กำไรที่ลดลง Q-Q เกิดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่เพิ่มขึ้น 18%Q-Q (Credit cost อยู่ที่ 1.8% สูงกว่าปกติที่ 1.5%) ส่วนรายได้จากการดำเนินงานใกล้เคียงคาด กล่าวคือรายได้ดอกเบี้ยสุทธิทรงตัว Q-Q แม้ว่า NIM อยู่ที่ 3.48% ปรับลดลงราว 0.09%Q-Q จาก Loan yield ที่ต่ำลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ แต่บางส่วนชดเชยได้ด้วย CoF ที่ถูกลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยต่ำกว่าคาด โดย -3.6%Q-Q และ 9.9%Y-Y สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายแม้ว่าจะเป็นฤดูกาลที่จะมีการใช้จ่ายทางการตลาดสูงกว่าปกติ ส่งผล Cost to income ratio ปรับตัวลงเป็น 43.7% จาก 46% ในไตรมาสก่อน กำไรสุทธิปี 2019 อยู่ที่ 3.27 หมื่นลบ. +32%Y-Y เนื่องจากมีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน (ขายบริษัทเงินติดล้อ) แต่หากไม่นับรายการดังกล่าว กำไรปกติ +8.6%Y-Y จากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมรวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานได้ดีขึ้นอย่างมาก
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2020
BCH (BUY/20TP: 20.3), คาดกำไร 4Q19 ไม่เด่น แต่ปี 2020 ยังโตแกร่ง
(views 30)
เราคาดกำไรปกติ 4Q19 ของ BCH -35.3% Q-Q, -3.1% Y-Y โดยถูกกดดันจากสปส.ที่จ่ายเงินส่วน RW>2 น้อยกว่าที่เคยประกาศและทำให้กำไรปกติปี 2019 คาดว่าจบที่ +7.6% Y-Y ขณะที่การเติบโตของผลการดำเนินงานในปี 2020 แม้สปส.จะประกาศปรับเพิ่มการจ่ายเงินราว 7-10% จากเดิม แต่ถูกหักล้างกับ Downside ของประมาณการเดิมที่มีอยู่ ทำให้กำไรปกติปี 2020 ใหม่คาดว่ายังอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิมที่ 1,376 ลบ. +19.3% Y-Y โดยยังถือเป็นระดับที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามเราปรับลดราคาเหมาะสมลงจาก 22 บาทเหลือ 20.30 บาท สะท้อน EBITDA ระยะยาวที่ลดลง แต่จาก Upside ที่ยังคงเปิดกว้าง เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2020
GFPT (HOLD/20TP: 14), เริ่มเห็นผลกระทบจากเหตุไฟไหม้ จะกลับมาดีอีกครั้งใน 1Q21
(views 28)
แนวโน้มกำไร 4Q19 จะอ่อนตัวลง จากทั้งปัจจัยฤดูกาล และรับรู้ผลกระทบจากไฟไหม้ ส่วนเงินเคลมประกันคาดจะรับรู้ภายหลังในช่วง 1H20 โดยตลอดทั้งปี 2020 ผลประกอบการน่าจะไม่สดใสนัก เพราะปัจจุบันอยู่ระหว่างสั่งผลิตเครื่องจักรไก่ปรุงสุก เพื่อทดแทนสายการผลิตเดิมที่เสียหายจากไฟไหม้ และเป็นเครื่องจักรเก่า คาดจะเริ่มติดตั้งเครื่องจักใหม่ 2 สายได้อย่างเร็วในเดือน ส.ค. 2020 และจะติดแล้วเสร็จครบทั้ง 5 สายการผลิต รวมถึงให้เวลาลูกค้าเข้ามาตรวจสอบโรงงานใหม่ ได้ในช่วง 4Q20 นั่นหมายถึงคาดจะกลับมาผลิตได้ปกติอีกครั้งตั้งแต่ต้นปี 2021 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับกำลังการเชือดไก่ส่วนเพิ่มอีกเท่าตัว (เพิ่มจาก 1.5 แสนตัวต่อวัน เป็น 3 แสนตัวต่อวัน) จะแล้วเสร็จพอดี จึงคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวดีอีกครั้งใน 1Q21 ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 7% เป็นการเติบโต 3.8% Y-Y ส่วนกำไรปกติปี 2020 คาดทำได้เพียงทรงตัว Y-Y เราปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 14 บาท จากเดิม 15 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) คงคำแนะนำถือ และมองจังหวะการกลับเข้าลงทุนอีกครั้งใน 2H20 เพื่อรอการฟื้นตัวในปี 2021
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2020
M (HOLD/20TP: 80), คาดกำไร 4Q19 ยังไม่สดใส และต้องติดตามผลกระทบ TFRS16
(views 25)
แนวโน้มกำไร 4Q19 ยังไม่สดใสนัก แม้ SSSG จะกลับฟื้น แต่คาดทำได้เพียง Flat Y-Y สำหรับ MK และ -7% Y-Y สำหรับ Yayoi ถึงแม้จะสามารถรวมแหลมเจริญเข้ามาได้ 1 เดือน แต่อาจไม่สามารถหักล้างค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเข้าซื้อกิจการได้ทั้งหมด ทั้งนี้คาดกำไรปกติ 4Q19 จะลดลง -6.4% Y-Y แต่ยังโต +6.8% Q-Q ตามฤดูกาล ถือว่ายังต่ำกว่าที่เคยคาดเล็กน้อย และด้วยแนวโน้มกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว กอปรกับล่าสุดได้ล็อคราคาวัตถุดิบล่วงหน้าสำหรับการใช้ตลอดทั้งปีนี้แล้ว โดยราคาเป็ดยังทรงตัว Y-Y แต่ราคาหมูปรับขึ้น 5% Y-Y แม้จะมีการปรับขึ้นราคาขายตั้งแต่เดือน ธ.ค. ที่ผ่านมาในอัตรา 2% แต่ราคาวัตถุดิบอื่นๆ ยังมีความเสี่ยงจากปัญหาภัยแล้ง เราจึงปรับลดสมมติฐาน SSSG และอัตรากำไรขั้นต้นปี 2020 ลง ดังนั้นเราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 - 2020 ลง 4% - 5.5% เป็นกำไรทรงตัว Y-Y ในปี 2019 และคาดกลับมาโต 12.8% Y-Y ในปี 2020 โดยได้รวมผลประกอบการของแหลมเจริญซึ่งมีกำไรที่ดีเข้ามาเต็มปีแล้ว และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 80 บาท จากเดิม 84 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) อย่างไรก็ตาม คาดบริษัทจะได้รับผลกระทบจาก TFRS16 สัญญาเช่าดำเนินงาน เบื้องต้นผลกระทบต่อกำไรอาจสูงราว 150 - 300 ล้านบาท หรือ 5% - 10% ของกำไรทั้งปี หรือคิดเป็นมูลค่าจะอยู่ที่ราว 4-8 บาท/หุ้น ถือเป็น Downside ต่อกำไรและราคาเป้าหมายของเรา จึงคงคำแนะนำ ถือ เพื่อรอดูผลกระทบให้ชัดเจนในงบการเงินงวด 1Q20
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2020
TMB (BUY/20TP: 1.8), กำไร 4Q19 น้อยกว่าที่คาดและสินเชื่อชะลอลงแรงกว่าคาด
(views 21)
กำไร 4Q19 น้อยกว่าคาด รับกำไรจาก TBANK กำไรน้อยกว่าคาด และค่าใช้จ่ายสูงกว่าคาด TMB รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 1.6 พันลบ. ลดลง 24%Q-Q, 5%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดไว้ 50%/32% ตามลำดับ ใน 4Q19 ไม่มีการบันทึกกำไรจากเงินลงทุนอย่างที่เราคาดไว้ (มีการบันทึกต้นทุนรวมในราคาซื้อ TBANK แล้ว) และการรับรู้ประโยชน์จาก TBANK น้อยกว่าคาด (TMB งบเฉพาะกำไร 7 พันลบ. สะท้อนว่าได้กำไรจาก TBANK เพียง 200 ลบ. ซึ่งต่ำกว่าคาด) ทั้งนี้หากหักรายการกำไรจากเงินลงทุนออก กำไรจากธุรกิจหลักน้อยกว่าที่เราคาดราว 5% เนื่องจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานสูงกว่าที่คาดไว้โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายทางการตลาด ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิมีการรวม TBANK เข้ามาจำนวน 28 วัน จึงเห็นการปรับตัวขึ้น 30%Q-Q และ 27%Q-Q ตามลำดับ
กำไรสุทธิปี 2019 อยู่ที่ 7.2 พันลบ. ลดลง 37.7%Y-Y หากไม่รวมรายการกำไรจากเงินลงทุน กำไรปกติลดลงราว 8%Y-Y เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นก่อนการซื้อกิจการและรายได้ค่าธรรมเนียมที่อ่อนตัวลง
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2020
SPALI (HOLD/20TP: 19), คาดกำไร 4Q19 ดีสุดของปี ปี 2020 ฟื้นค่อยเป็นไปค่อยไป
(views 27)
คาดกำไรปกติ 4Q19 ฟื้นตัว 33% Q-Q จากการเร่งโอนช่วงท้ายปี แต่ชะลอ 31% Y-Y เนื่องจากไม่มีคอนโดใหม่เริ่มโอนเหมือนใน 4Q18 สำหรับปี 2020 ภาพรวมทรงตัว ตั้งเป้ายอดขาย 2.6 หมื่นล้านบาท +16% Y-Y จากฐานต่ำ และเปิดโครงการใหม่ลดลง 30% Y-Y เป็น 3 หมื่นล้านบาท โดยเพิ่มสัดส่วนแนวราบ ลดส่วนคอนโดจากอุปสงค์และอุปทานที่คาดชะลอตัวไปอีก 2-3 ปี ขณะที่การปรับปรุงเกณฑ์ LTV ของธปท.วานนี้ คลายแรงกดดันได้บางส่วน แต่คาดเป็นบวกเพียงเล็กน้อย จากหลายปัจจัยที่จำกัดการฟื้นตัว เราคงประมาณการกำไรปี 2020 ฟื้นตัว 6% Y-Y และคงราคาเหมาะสมที่ 19 บาท ราคาหุ้นมี Upside จำกัด จึงยังแนะนำถือ พร้อมคาดจ่ายปันผลงวด 2H19 เป็น Yield 3%
อ่านเพิ่มเติม
20
มกราคม
2020
BEM (HOLD/20TP: 11.5), คาดกำไรปกติ 4Q19 ไม่ตื่นเต้น แต่แนวโน้มปี 2020 ยังดูดี
(views 32)
คาดกำไรปกติ 4Q19 ขยายตัว 3% Y-Y หนุนจากการเปิดรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยายช่วงแรกเป็นทางการเต็มไตรมาส แต่ชะลอ 31% Q-Q จากการรับรู้ต้นทุน และดอกเบี้ยจ่ายจากโครงการดังกล่าวสูงขึ้น เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลง 6-8% เป็น 3.1 พันล้านบาท (+3% Y-Y) ในปี 2019 และเร่งขึ้นเด่น 43% Y-Y ในปี 2020 ไฮไลท์ของปีนี้คือการเปิดน้ำเงินต่อขยายครบเส้นในเดือนมี.ค. 2020 บวกกับความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจทางด่วนที่สูงขึ้นจากค่าเสื่อมราคาที่ลดลงหลังขยายสัมปทาน เราปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 11.50 บาท สะท้อนการปรับสมมติฐานการขยายสัมปทานทางด่วนใหม่เป็น 15 ปี 8 เดือน และไม่สร้าง Double Deck ราคาหุ้นมี Upside จำกัด ยังแนะนำถือหรือซื้ออ่อนตัว โดยมี Upside Risk จากการรับงานเดินรถ Airport Link และรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รวมถึงการเข้าร่วมประมูลรถไฟฟ้าสายอื่นเพิ่ม ส่วน Downside คือเซ็นสัญญาทางด่วนไม่ทันก่อนหมดอายุ 29 ก.พ. 2020
อ่านเพิ่มเติม
20
มกราคม
2020
CPF (BUY/20TP: 39), เข้าสู่ปีทองของ CPF
(views 24)
จากปัญหาโรค ASF เริ่มหนุนให้ราคาหมูเวียดนามปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ฟาร์มเลี้ยงของ CPF ไม่ได้รับความเสียหาย คาดส่งผลบวกตั้งแต่กำไร 4Q19 ที่คาดโตทั้ง Q-Q, Y-Y แม้ปกติเป็น Low Season และจะส่งบวกต่อเนื่องไปยังกำไร 1Q20 – 2Q20 จากราคาหมูเวียดนามทำ New High ทะลุ 8 หมื่นด่องต่อกก. แล้ว และราคาหมูไทยล่าสุดขยับขึ้นต่อเนื่อง ทิ้งห่างต้นทุนการเลี้ยงไปพอสมควร กอปรกับปัญหาภัยแล้งในไทยที่ดูลุกลามมากขึ้น น่าจะช่วยหนุนราคาหมูไทยให้ขยับขึ้นไปอีก ในขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ยังอยู่ในระดับต่ำ และได้ล็อกราคายาวอย่างน้อยให้เพียงพอใช้ตลอด 1H20 ทำให้เราปรับเพิ่มสมมติฐานราคาหมูในปี 2020 ขึ้นเพื่อสะท้อนราคาหมูที่ขึ้นมาให้เห็นแล้วในปัจจุบัน นอกจากนี้ได้รวมส่วนแบ่งกำไรจาก Hylife ที่ดีลเพิ่งเสร็จในปลายเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยเข้าถือ 50% คาดช่วยหนุนกำไรปี 2020 ราว 1 พันล้านบาท หรือ 5% ของกำไร CPF จึงนำไปสู่การปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2019 - 2020 ขึ้น 5% - 19% เป็นการเติบโต 15.3% Y-Y และ 13% Y-Y ตามลำดับ (ส่วนกำไรปกติปี 2019 – 2020 คาดโต 80% Y-Y และ 44.6% Y-Y) และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 39 บาท จากเดิม 33 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังแนะนำซื้อ และเป็น Top Pick ในกลุ่มอาหาร
อ่านเพิ่มเติม
20
มกราคม
2020
KKP (BUY/20TP: 75), กำไร 4Q19 ดีกว่าคาดแม้รายได้งาน IB ต่ำคาดแต่มีรายการอื่นดีขึ้นทดแทน
(views 23)
คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 75 บาท แนะนำ ซื้อ คงประมาณการกำไรปี 2020 ที่ 6.17 พันลบ. +3%Y-Y โดยคาดการณ์สินเชื่อที่เติบโตสูงขึ้นและค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่อ่อนตัวลง คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 75 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ คาดการณ์เงินปันผลสำหรับ 2H19 หุ้นละ 3.50 บาท Yield 5.2%
อ่านเพิ่มเติม
20
มกราคม
2020
TU (BUY/20TP: 17), คาดกำไรจะฟื้นใน 1Q20 และราคาหุ้นปรับลงมากแล้ว แนะนำซื้อ
(views 30)
แนวโน้มกำไร 4Q19 ยังไม่สดใส เพราะยังเผชิญกับค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงิน 3 สกุลหลัก (USD EUR GBP) และราคาปลาทูน่าลดลงกระทบต่อรายได้ลูกค้า OEM ทั้งนี้ราคาปลาที่ปรับลงจะส่งผลดีต่อต้นทุนใน 1Q20 ซึ่งคาดกำไรน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง สำหรับการฟื้นตัวในปี 2020 อาจจะค่อยเป็นค่อยไป เพราะมองแนวโน้มปริมาณขายน่าจะยังทรงตัวถึงอ่อนตัวลง โดยขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจเป็นหลัก ส่วนราคาปลาทูน่าน่าจะปรับขึ้นเล็กน้อย หลังจากลงไปแตะระดับที่อาจเรียกได้ว่าต่ำกว่าต้นทุนคนจับปลาใน 4Q19 และใช้สมมติฐานค่าเงินบาททรงตัวที่ระดับ 30-31 บาทต่อ USD ทั้งนี้ยังคาดหวังเห็นพัฒนาการของความสามารถทำกำไรมากขึ้น จากการเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และควบคุมลดค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด เราคาดกำไรปกติปี 2019 จะเติบโตสูง 22.7% Y-Y เพราะฐานต่ำในปี 2018 และปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2020 ขึ้นเล็กน้อย 3.7% เป็นเติบโต 2.5% Y-Y จากการปรับลดดอกเบี้ยจ่ายในงบกำไรขาดทุน เพราะมีการ Refinance เป็น Perpetual Bond ซึ่งจะรับรู้ดอกเบี้ยในส่วนทุนแทน อย่างไรก็ตาม ยังคงราคาเป้าหมายที่ 17 บาท เพราะ EPS เราได้รวมดอกเบี้ยจ่ายของ Perp Bond ดังกล่าว เพื่อสะท้อนถึงมูลค่าที่แท้จริงของบริษัท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงจนมี Upside เป็น 15.7% จึงปรับขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม
อ่านเพิ่มเติม
20
มกราคม
2020
SCB (HOLD/20TP: U.R.), กำไรสุทธิ 4Q19 น้อยกว่าคาด และ NPL สูงขึ้น
(views 28)
กำไรสุทธิ 4Q19 แย่กว่าคาดจากการตั้งสำรองฯสูงเกินคาด SCB รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 อยู่ที่ 5.5 พันลบ. ลดลง 63%Q-Q, 22%Y-Y กำไรต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 41%/45% จากการตั้งสำรองฯที่สุงกว่าคาด โดยมีค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ 9.6 พันลบ. +8%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.8% เทียบกับระดับปกติที่ 1% และเราคาดการณ์ไว้เพียง 0.6% ซึ่งเป็นไปตามจำนวน NPL ที่เพิ่มขึ้นจากการจัดชั้นหนี้และภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเห็นการปรับลง 12%Q-Q และ 7%Y-Y เป็นไปตามคาด โดย NIM ลดลงมาอยู่ที่ 3.2% เนื่องจากรายได้จากเงินลงทุนจาก SCBLife ที่หายไป ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อลดลง 4.5%Q-Q จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และสินเชื่อที่ลดลง Q-Q
กำไรสุทธิปี 2019 อยู่ที่ 4 หมื่นลบ. ทรงตัว Y-Y แม้ว่ามีกำไรพิเศษจากการขาย SCBLife แต่กลบด้วยสำรองฯที่สูงขึ้น ด้านบวกคือพัฒนาการของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +3%Y-Y แม้อัตราดอกเบี้ยปรับลงในช่วง 2H19 และสินเชื่อลดลง Y-Y เนื่องจากการขยายฐานสินเชื่อที่เป็น High-Yield มากขึ้น อัตราส่วน Cost to income ratio อยู่ที่ 42.5% แต่หากไม่รวมกำไรพิเศษฯ จะอยู่ที่ 48.7% ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์โครงการ Transformation และค่าใช้จ่ายเทคโนโลยี
อ่านเพิ่มเติม
17
มกราคม
2020
CHG (BUY/20TP: 3), คาดกำไร 4Q19 ยังโตดี Y-Y แม้เจอลมต้าน
(views 37)
เราคาดกำไรปกติ 4Q19 ของ CHG -42.3% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ยังโตแรง +37.4% Y-Y จากโรงพยาบาลหลักที่ยังโตแข็งแรงและโรงพยาบาลใหม่ทยอยขาดทุนลดลง ทำให้กำไรปกติปี 2019 คาด +16.7% Y-Y ขณะที่ปี 2020 เรายังคงมุมองมองเชิงบวกและปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติขึ้น 9% เป็น +20.1% Y-Y จากทั้ง Upside ที่มีรวมถึงการปรับเพิ่มเงินของสปส. ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับขึ้นเป็น 3 บาท เรามองว่าราคาหุ้นตอบรับเชิงลบมากเกินไปหลังสปส.ประกาศปรับเพิ่มเงินน้อยกว่าคาดไปบ้าง จึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อ” และเป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2020
GLOBAL (HOLD/20TP: 16.5), ปรับลดกำไรและราคาเป้าหมายสะท้อนกำลังซื้อหดและภัยแล้ง
(views 50)
แนวโน้มกำไร 4Q19 ไม่สดใส เพราะได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อชะลอตัว โดยคาด SSSG จะพลิกเป็นติดลบครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาสที่ราว -1-2% Y-Y ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังเร่งตัวขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ และเรามีมุมมองระมัดระวังในปี 2020 มากขึ้น จากกำลังซื้อที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าคาด และผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ที่อาจกระทบต่อรายได้เกษตรกร ซึ่งเป็นฐานลูกค้าของบริษัท ท้ายที่สุดอาจกระทบต่อ SSSG ดังเช่นในอดีตปี 2015-2016 ที่เกิดปัญหาภัยแล้ง และ SSSG ของบริษัทติดลบ 4 ปีติดต่อกัน ดังนั้นเราจึงปรับลดสมมติฐาน SSSG ปี 2020 ลงเป็นโต 1% Y-Y จากเดิมคาดโต 3.5% Y-Y ส่วนแผนการเปิดสาขาใหม่คาดตามเดิมที่ 6-7 แห่ง และอาจเห็นสาขาที่ 2 ในกัมพูชาอย่างเร็วในปี 2021 ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 – 2020 ลง 2% - 4.4% เป็นกำไรที่ลดลง -3.9% Y-Y ในปี 2019 และคาดกลับมาโตราว 8.9% Y-Y ในปี 2020 (ไม่รวมผลของ TFRS16) จึงปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 16.5 บาท จากเดิม 17 บาท (DCF) ปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2020
HMPRO (HOLD/20TP: 17.7), ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ปรับลดกำไรและ TP
(views 38)
แนวโน้มกำไร 4Q19 เชื่อว่ายังโตได้ Q-Q, Y-Y แต่อาจไม่ตื่นเต้นนัก เพราะคาด SSSG จะติดลบมากขึ้น แต่บริษัทยังปรับ Product Mix เพิ่มสินค้า House Brand ได้ต่อเนื่อง ทั้งปี 2019 คาดมีกำไรเติบโตราว 10.7% Y-Y ส่วนปี 2020 เรามีมุมมองระมัดระวังมากขึ้น จากภาวะกำลังซื้อที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าคาด นอกจากบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยที่ไม่สดใสแล้ว ยังมีปัญหาภัยแล้งที่อาจกดดันรายได้เกษตรกร และความเชื่อมั่น ทั้งนี้เราปรับลดสมมติฐาน SSSG ในปีนี้เป็นโต 1% Y-Y จากเดิมคาดโต 3% Y-Y นำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 3.3% เป็นการเติบโต 9.5% Y-Y จากเดิมคาดโต 13% Y-Y โดยคาดว่าบริษัทจะยังสามารถสร้างพัฒนาการของอัตรากำไรขั้นต้น และควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับที่ดีต่อเนื่อง ในขณะที่คาดผลกระทบของ TFRS16 จะค่อนข้างจำกัด (ยังไม่รวมในประมาณการ) และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 17.7 บาท จากเดิม 18.5 บาท (DCF) แนะนำซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2020
KTC (HOLD/20TP: 40), กำไร 4Q19 ทำได้ดีกว่าคาด ปี 2020 ความท้าทายอยู่ที่มาตรฐานบัญชีใหม่
(views 34)
กำไรสุทธิ 4Q19 มากกว่าที่เราคาดแต่ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ KTC รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 1,319 ลบ. +2.1%Q-Q, +7.4%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ 10% แต่น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ 4% กำไรที่ดีกว่าเราคาดเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมที่ทำได้ดีกว่าคาด สำหรับค่าใช้จ่ายสำรองฯไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 11%Q-Q และ 24%Y-Y จากการจัดการคุณภาพสินทรัพย์ภายใน การตัดหนี้สูญเพื่อให้พอร์ตคงเหลือมีคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นพร้อมรับมาตรฐานบัญชีใหม่ คิดเป็น Credit cost ที่ 2.3% เทียบกับ 2.08% ในไตรมาสก่อน ด้านค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 5.5%Q-Q และทรงตัว Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาด ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาดตามฤดูกาล
กำไรสุทธิปี 2019 อยู่ที่ 5.5 พันลบ. เพิ่มขึ้น 7.5%Y-Y ซึ่งเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของสินเชื่อที่ +9.8%Y-Y (สินเชื่อบัตรเครดิต +11%Y-Y, สินเชื่อบุคคล +8%Y-Y) และรายได้หนี้สูญรับคืนที่เติบโตสูงขึ้น ด้าน NPL Ratio อยู่ที่ 1.06% จาก 1.14% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2020
TISCO (BUY/20TP: 112), เงินกองทุนแกร่ง จ่ายปันผลได้สูง
(views 76)
TISCO จะเข้าสู่ช่วงกำไรอิ่มตัว (คาดการณ์กำไรปี 2020-2021 +1-3%) สินเชื่ออาจจะยังไม่เห็นการเติบโตในปี 2020 เนื่องจากการจ่ายชำระคืนและชะลอตัวในกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ สินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อที่อยู่อาศัย กำไรที่เติบโตขึ้นได้จึงเกิดจากการเพิ่มสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อ High-Yield ในกลุ่ม Auto Cash คาดว่าไม่กระทบ Loan yield และ Loan spread ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมเห็นโมเมนตัมที่ดีขึ้นชัดเจนตั้งแต่ปี 2019 โดยเฉพาะในธุรกิจกองทุนและ Bancassurance ประเด็นการลงทุนที่สำคัญคือจากแรงหนุนจากเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ทำให้คาดว่า TISCO จะสามารถจ่ายเงินปันผลที่ระดับ 7 บาทต่อหุ้น (Dividend Yield 7%) ในปี 2019-2020 คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 112 บาท
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2020
TISCO (BUY/20TP: 112), สัญญาณที่ดีขึ้นสำหรับปี 2020 คุณภาพหนี้ดีขึ้น สินเชื่อฟื้นตัว
(views 29)
กำไร 4Q19 น้อยกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย TISCO รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 1,865 ลบ. ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 8%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดราว 3% (ตลาดคาดที่ราว 1.93 พันลบ.) เนื่องจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยน้อยกว่าที่คาดไว้ (ส่วนใหญ่เกิดจากรายการกำไรจากเงินลงทุน) และค่าใช้จ่ายสำรองฯที่มากกว่าคาด (Credit cost ไตรมาสนี้อยู่ที่ 0.3% VS เราคาด 0.15%) รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิทำได้ดีกว่าคาดไว้ โดย +3.2%Q-Q ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากธุรกิจจัดการกองทุนที่รับรู้รายได้ประจำปี ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิทำได้ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ซึ่งลดลง 1.3%Q-Q และ 0.3%Y-Y Loan spread อยู่ที่ 4.80% เทียบกับ 4.85% ใน 3Q19 จากต้นทุนทางการเงินที่ขยับขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงขึ้นเพื่อทดแทนหุ้นกู้ที่ครบอายุ
ปี 2019 กำไรสุทธิอยู่ที่ 7.27 พันลบ. เพิ่มขึ้น 3.7%Y-Y หลักๆเกิดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลงราว 74%Y-Y จากการปรับระดับสำรองฯส่วนเกินลง ขณะที่ PPOP ปรับลดลงราว 13.5%Y-Y เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่อ่อนตัวลงโดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยระหว่างธนาคาร
อ่านเพิ่มเติม
13
มกราคม
2020
THANI (HOLD/20TP: 5.6), ปี 2020 เป็นอีกปีที่เหนื่อยขึ้น
(views 40)
เราคาดว่า THANI จะมีกำไร 4Q19 ที่ราว 481 ลบ. ฟื้นตัวจากฐานต่ำในไตรมาสก่อนราว 1-2%Q-Q และราว 6%Y-Y เพราะค่าใช้จ่ายสำรองฯและค่าใช้จ่ายรถยึดที่น้อยกว่าไตรมาสก่อนตามคุณภาพหนี้ที่แก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น รวมปี 2019 คาดกำไรสุทธิ +19.6%Y-Y มาอยู่ที่ 1.96 พันลบ. แนวโน้มกำไรปี 2020 คาดว่าจะชะลอตัวกว่าที่คาดไว้เดิมโดยคาดการณ์กำไรใหม่อยู่ที่ 1.8 พันลบ. -7.4%Y-Y เนื่องจากสินเชื่อที่คาดว่าจะเติบโตที่ราว 5-8%Y-Y, การแข่งขันในตลาดการปล่อยสินเชื่อที่สูงขึ้นจากผู้เล่นรายใหม่, การตั้งสำรองฯที่กลับสู่ระดับปกติ และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการทบทวนอันดับเครดิตซึ่งมีการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ ปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 5.60 บาท (เดิม 6 บาท) แนะนำ ถือ/ชะลอการลงทุน (เดิม ขายทำกำไร)
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2020
CPALL (BUY/20TP: 94), ยังคาดว่าโตได้ในปี 2020 แม้มีหลายปัจจัยกดดัน
(views 57)
แนวโน้มกำไร 4Q19 ยังโตได้ทั้ง Q-Q, Y-Y แต่อาจต่ำกว่าที่เคยคาด เพราะคาด SSSG ทำได้เพียงทรงตัว Y-Y (เดิมมองโต 2% Y-Y) เพราะกำลังซื้อที่แผ่วลงและฐานสูงในปีก่อน ต่อเนื่องมาในปี 2020 เริ่มมีหลายปัจจัยลบมากขึ้นทั้ง กำลังซื้อที่ไม่สดใส และภัยแล้ง ทำให้เรามีมุมมองระมัดระวังมากขึ้น และปรับลด SSSG ลงเป็น 2% Y-Y จากเดิม 4% Y-Y แต่ยังเชื่อว่าเติบโตได้ เพราะทุกครั้งที่มีปัญหาภัยแล้ง CPALL เป็นบริษัทเดียวที่มี SSSG เป็นบวกได้ ในขณะที่ยังเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ในประเทศตามเดิม ส่วนความสามารถในการทำกำไรเชื่อว่ายังทำได้ดีทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน จึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 - 2020 ลง 2% - 3.6% เป็นการเติบโต 5.7% Y-Y ในปี 2019 และโต 11.6% Y-Y ในปี 2020 จากเดิมคาดโต 15.8% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 94 บาท จากเดิม 97 บาท (DCF) เรายังแนะนำ ซื้อลงทุน แต่ในระยะสั้นยังมีประเด็นกดดันราคาหุ้นทั้งผลกระทบของ TFRS 16 (ยังไม่รวมในประมาณการ) จะได้เห็นความชัดเจนในงบ 1Q20 และดีลซื้อ Tesco ที่ยังไม่มีข้อสรุป
อ่านเพิ่มเติม
03
มกราคม
2020
ADVANC (BUY/20TP: 260), คาดกำไร 4Q19 ยังอยู่ในโทนดี
(views 50)
เราคาดกำไรปกติ 4Q19 ของ ADVANC -2.8% Q-Q, +22.6% Y-Y และทำให้ทั้งปี 2019 คาด +8.4% Y-Y โตครั้งแรกในรอบ 4 ปี ภาวะการแข่งขันในปัจจุบันรุนแรงขึ้นบ้างโดยเฉพาะกลุ่ม Prepaid จาก Unlimited Package ราคาถูกที่กลับมาในตลาด แต่เน้นแย่งลูกค้าใหม่เป็นหลักจึงยังไม่น่ากังวลเท่าในอดีต ขณะที่การประมูล 5G ในเดือน ก.พ. นี้เราคาดว่าจะแข่งราคากันไม่รุนแรงจาก Use-Case ที่ยังไม่ชัดเจน เราจึงยังไม่มองภาพอุตสาหกรรมปี 2020 ในเชิงลบ โดยคาดกำไรปกติจะเติบโตได้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน +8.6% Y-Y เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 260 บาท แนะนำ “ซื้อ” เป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
30
ธันวาคม
2019
SCB (BUY/20TP: 132), คาดการณ์กำไรปกติปี 2020 เติบโตได้ดีกว่ากลุ่ม
(views 62)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 9.3 พันลบ. -37%Q-Q (กำไรจากเงินลงทุนและรายได้ดอกเบี้ยลดลง) แต่เพิ่ม 31.7%Y-Y (คาดรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น) ปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 และ 2020 ลงราว 8% จากคาดการณ์สินเชื่อที่ปรับลดลง คาดกำไรปกติปี 2020 +13%Y-Y จากค่าใช้จ่ายด้านดิจิตัลที่ทยอยลดลง เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงเป็น 132 บาท (เดิม 150 บาท) คาดการณ์ปันผลจากกำไร 2H19 ห้นละ 4.50 บาท (รวมจ่ายทั้งปี 6 บาทต่อหุ้น Yield5% ต่อปี) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
ธันวาคม
2019
TCAP (HOLD/20TP: 55), ปีใหม่ โครงสร้างใหม่
(views 46)
TCAP ภายใต้โครงสร้างใหม่และประมาณการกำไรของ TMB (ดูรายงาน 24/12) คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2020 จะอยู่ที่ 7.57 พันลบ. -10.8%Y-Y รายได้หลักของ TCAP ยังคงมาจากธนาคาร (NewTMB ซึ่งถือราว 20%) บนประมาณการกำไรของ NewTMB ปี 2020 และ 2021 ที่ 1.77 หมื่นลบ. และ 1.9 หมื่นลบ. ตามลำดับ TCAP จะบันทึกส่วนแบ่งกำไรเป็นจำนวน 3.5 และ 3.8 พันลบ. ตามลำดับ รายได้ส่วนที่เหลือมาจาก THANI, ธุรกิจประกัน, ธุรกิจหลักทรัพย์, ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ และอื่นๆ ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงมาที่ 55 บาท เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ ด้านเงินปันผลภายหลังโครงสร้างใหม่เราคาดว่าน่าจะอยู่ที่ราว 2.60-3 บาทต่อหุ้น Yield 4.7-5.5% ปรับลดเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
ธันวาคม
2019
CBG (BUY/20TP: 107), แม้ฐานกำไร 2019 จะสูง แต่คาดปี 2020 จะยังโตสูงสุดในกลุ่ม
(views 67)
ยังแนะนำซื้อ CBG ด้วยราคาเป้าหมายที่ 107 บาท ราคาหุ้นปรับลงจนปัจจุบันเทรดบน Forward PE 2020 ที่ 27.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตัวเองที่ 43 เท่า และต่ำกว่า OSP ที่ปัจจุบันเทรดบน 30.3 เท่า ในขณะที่คาดกำไรใน 4Q19 จะยังเติบโตทั้ง Q-Q, Y-Y สวนทางฤดูกาล และสวนทางกลุ่มที่คาดมีกำไรอ่อนตัวลง แม้จะเผชิญภาษีน้ำตาลที่ปรับขึ้นตั้งแต่ ต.ค. ที่ผ่านมา แต่ถูกหักล้างด้วย Economies of Scale ได้ทั้งหมด น่าจะทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2019 ใกล้เคียงคาด โดยเป็นการเติบโตสูง 114.4% Y-Y และยังคาดกำไรสุทธิปี 2020 จะยังโตต่อในระดับที่ดีราว 23.4% Y-Y จากการขยายตลาดส่งออก, การใช้โรงงานกระป๋องเต็มกำลังการผลิตและเต็มปี รวมถึงได้ลูกค้าขวดแก้วรายใหม่ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตขวดแก้วอีกทางหนึ่ง ยังเดินหน้าลดขาดทุนของธุรกิจใน UK ต่อเนื่อง ทั้งนี้ภายใต้สมมติฐานประมาณการกำไรในปี 2020 ของเราถือว่าค่อนข้าง Conservative กว่าเป้าหมายของบริษัทแทบทุกรายการ โดยเชื่อว่าอยู่ในวิสัยที่บริษัทสามารถทำได้ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน
อ่านเพิ่มเติม
24
ธันวาคม
2019
DTAC (BUY/20TP: 68), แนวโน้มกำไร 4Q19 ไม่ตื่นเต้น แต่ยังอยู่ในโทนดี
(views 39)
เราคาดกำไรปกติ 4Q19 ของ DTAC -13% Q-Q, +8.6% Y-Y และคาดทั้งปี 2019 +159% Y-Y การแข่งขันโดยรวมรุนแรงขึ้นใน 4Q19 จากแพคเกจราคาต่ำที่กลับมาในตลาดอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเริ่มเห็นสัญญาณที่ผ่อนคลายขึ้นบ้างในเดือน ธ.ค. ทำให้เรายังไม่กังวลนักต่อภาวะการแข่งขันในปีหน้าโดยเชื่อว่าผู้ให้บริการจะยังให้ความสำคัญในการทำกำไร ขณะที่การประมูล 5G ยังคงมองว่าจะไม่รุนแรงเหมือนยุค 4G เรายังคงคาดกำไรปกติปี 2020 เติบโตเล็กน้อย +0.3% Y-Y ราคาหุ้นปรับตัวลงทำให้ Upside เปิดกว้างและ Dividend Yield น่าสนใจราว 4.1% จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 68 บาท
อ่านเพิ่มเติม
24
ธันวาคม
2019
RBF (BUY/20TP: 4.6), ปรับขึ้นเป็น ซื้อ จากกำไรยังโตดี และ Valuation เริ่มน่าสนใจ
(views 63)
ปรับคำแนะนำ RBF ขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ซื้ออ่อนตัว ภายหลังราคาหุ้นปรับลงจนอยู่ในระดับที่เริ่มน่าสนใจ ด้วย Upside ที่กว้างขึ้น และปัจจุบันเทรดอยู่บน Forward PE 19 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มอาหารที่ 24 เท่า โดยระยะสั้น คาดกำไร 4Q19 ยังจะยังดูดีต่อเนื่อง ใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ทำไว้ค่อนข้างดี และคาดโตราว 11% Y-Y เพราะปกติ 4Q เป็น High Season อยู่แล้ว ซึ่งน่าจะหนุนให้กำไรปกติปี 2019 จบที่ 378 ล้านบาท เติบโต 13.3% Y-Y ได้ตามคาด และคาดจะโตต่อเนื่องในปี 2020 ราว 14.2% Y-Y ภายหลังรับรู้รายได้จาก 2 โรงงานใหม่ที่อินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งคาดจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ ก.พ. 2020 เป็นต้นไป และคาดไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งการเข้าตลาดฯ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้อยค่าสินทรัพย์มากเหมือนในปี 2019 อีก กอปรกับจะเริ่มเห็นภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงตั้งแต่ 4Q19 เป็นต้นไป และเต็มปีในปี 2020 หรือราว 20 – 25 ล้านบาท เมื่อนำเงินจาก IPO ไปชำระหนี้เกือบทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม
24
ธันวาคม
2019
TMB (BUY/20TP: 2.18), การก้าวสู่สินเชื่อและกำไรที่ใหญ่ขึ้น
(views 50)
เราคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 2.18 บาท คาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q19 น่าจะสดใสที่ราว 3.57 พันลบ. +69%Q-Q, +110%Y-Y ซึ่งจากกำไรจากธุรกิจปกติ บวกกับกำไรจากการขายเงินลงทุนบางส่วนใน TFUND และการรับรู้กำไรจาก TBANK ภายหลังการควบรวมในเดือน ธ.ค. TMB จะรับรู้กำไรจากการซื้อกิจการ TBANK เต็มปีในปี 2020 เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2020 ที่ 1.77 หมื่นลบ. +93%Y-Y หากรวมผลของการเพิ่มทุน คาดว่า EPS จะไม่มี Dilution เราคาดว่าจะเห็น Synergy จากการควบรวมในปี 2021 เริ่มจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ทั้งคู่ห่างกันราว 0.50% (อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก TBANK จะปรับลดลงสู่ระดับเดียวกับ TMB) และ Synergy จากการประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการในระยะต่อไป เราคาดว่าจะเห็น ROE ที่ 10% ในปี 2022
อ่านเพิ่มเติม
16
ธันวาคม
2019
LOXLEY (BUY/20TP: 2.2), หากตัดรายการพิเศษ ผลประกอบการหลักใน 3Q19 มีกำไร
(views 45)
ผลขาดทุนสุทธิถึง 729 ล้านบาทใน 3Q19 เกิดจากการตั้งประมาณการผลขาดทุนของโครงการหนึ่งในสายงาน Network Solutions เพราะต้นทุนมีแนวโน้มสูงกว่าราคาที่บริษัทเสนอไป หากตัดรายการดังกล่าวออก ผลการดำเนินงานหลักเป็นกำไร 8.6 ล้านบาท ดีกว่าคาด เป็นผลจากการคุมค่าใช้จ่ายต่างๆได้ดี และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มมากขึ้นหลังปรับโครงสร้างธุรกิจ เราคาดว่าผลประกอบการที่แย่ที่สุดผ่านไปแล้ว แนวโน้ม 4Q19 จะเป็นกำไรสูงสุดของปีจากทั้งงานที่เลื่อนส่งมอบมาจาก 3Q19 และมีกำไรจากการขายเงินลงทุน เรายังคงประมาณการปี 2020 คาดฟื้นตัวชัดเจนจาก Backlog ณ สิ้น 3Q19 มูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งประมาณ 41% รับรู้ใน 4Q19 ส่วนที่เหลือรับรู้ในปี 2020 และยังเข้าร่วมประมูลงานอีก 1.8 หมื่นล้านบาทซึ่งเชื่อว่ามีโอกาสชนะประมูลสูง ประกอบกับการเบิกจ่ายงบภาครัฐที่เป็นปกติช่วยหนุนการประมูลงานให้เป็นไปตามแผน อย่างไรก็ตาม ประมาณการกำไรปี 2020 อาจมี downside ราว 10% เพราะสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ 13.9% ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับงวด 9M19 ที่ 13.2% แต่คิดว่าเร็วเกินไปที่จะปรับ ซึ่งผ่ายวิเคราะห์จะติดตามข้อมูลงวด 4Q19 แล้วจึงพิจารณาดำเนินการภายหลัง เรายังคงคำแนะนำซื้อ คงราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 2.20 บาท (PE 17 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
13
ธันวาคม
2019
BBL (BUY/20TP: 187), M&A ข้ามประเทศ การเข้าสู่ตลาดที่มีการเติบโตสูงกว่าตลาดไทย
(views 55)
เรามองเป็นบวกต่อการดีล BBL เข้าซื้อ Bank Permata อินโดนีเซีย โดยคาดว่าจะส่งผลบวกต่อกำไรและ ROE ของ BBL เล็กน้อยในปี 2020 และชัดเจนขึ้นในปี 2021 ในปี 2020 หากรวมกำไรจาก Permata (เฉพาะ 4Q20) จะส่งผลบวกต่อกำไรราว 3% และมากขึ้นเป็น 9% ในปี 2021 โดย Permata จะช่วยหักล้างการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยที่จะส่งผลต่อภาคธนาคารได้ เราคาดว่าภายหลังการซื้อกิจการ ระดับ CAR Ratio จะอยู่ที่ราว 18% แม้ว่าลดลงจากระดับปัจจุบันที่ 20.7% แต่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มและไม่ส่งผลต่อการเติบโตของสินเชื่อในระยะถัดไป BBL มีแผนจะเพิ่ม Tier 2 (หุ้นกู้) เพื่อรักษาระดับ CAR ที่เหมาะสมด้วย เราคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 187 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
ธันวาคม
2019
LIT (BUY/20TP: 5.2), การเบิกจ่ายภาครัฐกลับมา 1Q20
(views 46)
สถานการณ์การเบิกจ่ายงบภาครัฐที่ช้ากว่าคาด ทำให้เราปรับคาดการณ์กำไรปี 2019 ลง 17% เป็น 130 ลบ. -12%Y-Y โดยคาดว่ากำไรสุทธิ 4Q19 น่าจะเห็นการอ่อนตัวลงทั้งสินเชื่อและรายได้ บริษัทคาดว่างบภาครัฐน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้นใน 1Q20 เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2020 ที่ 145 ลบ. +11%Y-Y ราคาหุ้นที่ลงมาทำให้ Dividend yield อยู่ที่ราว 6.5% ต่อปี (จ่ายปีละครั้ง) ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจ เราปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 5.20 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
ธันวาคม
2019
KTC (HOLD/20TP: 40), ค่าใช้จ่ายสำรองฯและคชจ.ทางการตลาดกดดันกำไรปีหน้า
(views 46)
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 และปี 2020 ลงเป็น 5.38 พันลบ. (+4.6%Y-Y) และ 5.68 พันลบ. (+5.6%Y-Y) ตามลำดับ เพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายสำรองฯและค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสูงกว่าที่คาดไว้ โดยค่าใช้จ่ายสำรองฯที่เพิ่มขึ้นในปี 2019 เนื่องจากการคุณภาพหนี้ที่ชะลอตัวลง ทำให้การตัดจำหน่ายสูงขึ้น ส่วนปี 2020 ค่าใช้จ่ายสำรองฯที่สูงขึ้นเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชี TFRS 9 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการรายงาน NPL ที่สูงขึ้นกว่ามาตรฐานเดิม ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยทั้งปี 2019-2020 คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพื่อกระตุ้นการใช้บัตรและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายขึ้น ปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 40 บาท ปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ (เดิม ซื้อ)
อ่านเพิ่มเติม
09
ธันวาคม
2019
S11 (BUY/20TP: 10.45), กำไร 3Q19 เติบโต พร้อมคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น
(views 44)
S11 รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 132.5 ลบ. +3.8%Q-Q, +16%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาด โดยการเติบโตของสินเชื่อและรายได้ดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ กล่าวคือ เงินให้สินเชื่อ 9M19 ของ S11 เติบโต 13.3%Y-Y สวนทางยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศที่หดตัว 2.82%Y-Y เนื่องจากกลยุทธการขยายพื้นที่ไปยังจังหวัดใกล้เคียง สำหรับคุณภาพหนี้พบว่าการควบคุม NPL ทำได้ดี โดยรวมแล้วกำไรสุทธิ 9M19 อยู่ที่ 395 ลบ. +23%Y-Y และคิดเป็น 75% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2019 ที่ 524 ลบ. +19%Y-Y ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q19 คาดว่าจะขยับเพิ่มขึ้น Q-Q จากฤดูกาลของการขายรถจักรยานยนต์ เราคงประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้า คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่10.45 บาท (อิงวิธี Justified PE) ประกอบกับคาดการณ์ Dividend Yield อีกราว 5.3% ต่อปี แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
ธันวาคม
2019
TWPC (HOLD/20TP: 4.45), ผลประกอบการ 3Q19 ต่ำกว่าคาด 4Q19 จะฟื้น แต่น้อยกว่าเคยคาด
(views 32)
ผลประกอบการ 3Q19 ยังขาดทุน แม้มีผลจากปัจจัยฤดูกาลแต่ต่ำกว่าที่เคยคาด ทำให้เราต้องเพิ่มมุมมองเชิงระมัดระวังมากขึ้นต่อแนวโน้มผลประกอบการใน 4Q19 แม้คาดหมายว่าจะพลิกกลับเป็นกำไรเนื่องจากเข้าช่วงเก็บเกี่ยวหัวมัน จึงได้ปรับลดประมาณการกำไรปกติทั้งปีลงจากเดิม 60% เป็น 147 ล้านบาท ลดลง 28.3% Y-Y และปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 13% เป็น 280 ล้านบาท ฟื้นตัวสูงแต่มาจากฐานต่ำ ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2020 ปรับลดเป็น 4.45 บาท จากเดิม 5.10 บาท อิง PE ระดับเดิมที่ 14 เท่า ปรับคำแนะนำจากเดิม ซื้อ เป็น ถือ รับปันผลค่อนข้างดีระดับ 7%
อ่านเพิ่มเติม
09
ธันวาคม
2019
OISHI (BUY/20TP: 142), ปรับลดราคาเป้าหมาย แต่ยังมีหลายปัจจัยให้แนะนำ ซื้อ
(views 39)
เรายังแนะนำ ซื้อ OISHI เนื่องจาก 1) แม้กำไร 4Q19 จะต่ำกว่าคาดมาก และเราได้ปรับลดคาดการณ์ผลการดำเนินงานปี 2020 แต่กำไรทั้งปียังมีการเติบโตในระดับที่ดี (กำไรปี 2019 +21.6% Y-Y คาดกำไรปี 2020 +20.1% Y-Y) 2) มี ROE ในระดับที่ดี (ปี 2019 เท่ากับ 18.5% คาดปี 2020 เท่ากับ 20.7%) 3) การแตกพาร์ (รอขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นในวันที่ 30 ม.ค. 2020) จะทำให้หุ้นมีสภาพคล่องในการซื้อขายมากขึ้น 4) ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดที่ PE 13.5 เท่า ซึ่งต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของบริษัทเองในอดีตที่ 18.3 เท่า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่ม (ไม่รวมเครื่องดื่มชูกำลัง) ที่ 27.7 เท่า และ 23.1 เท่า ตามลำดับ นอกจากนี้บริษัทจ่ายเงินปันผลตอบแทนในระดับที่น่าสนใจ (อัตราเงินปันผลตอบแทน 3.8%-4%) ซึ่งราคาหุ้นยังคงต่ำกว่าราคาเป้าหมายถึง 33.3%
อ่านเพิ่มเติม
04
ธันวาคม
2019
ZEN (HOLD/20TP: 15), ผ่านกำไรต่ำสุดแล้ว แต่ราคาหุ้นมี Upside จำกัด
(views 42)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ คาดผ่านกำไรต่ำสุดใน 3Q19 แล้ว จะเห็นการฟื้นตัวของกำไรใน 4Q19 โดย SSSG น่าจะกลับมาทรงตัวได้ ส่วนการเปิดสาขาใหม่ปีนี้ต่ำกว่าเป้าเล็กน้อย โดยผู้บริหารยังให้เป้าการเติบโตในปีหน้า Aggressive ตามเดิม ด้วยแผนการเปิดสาขาของบริษัทเอง 40 แห่ง และตั้งเป้าแบรนด์เขียงในรูปแบบ Franchise 200 – 300 แห่ง ทั้งนี้มีการออกแบรนด์ใหม่อีก 2 แบรนด์ FOO Flavor และ Din’s ซึ่งจะเริ่มเห็นตั้งแต่เดือน ธ.ค. 19 เป็นต้นไป เราคาดหวังการกลับมาเติบโตของรายได้ในปีหน้าราว 10.8% Y-Y (ต่ำกว่าเป้าของบริษัทที่ไม่น้อยกว่า 15% Y-Y) ทั้งจาก SSSG เป็นบวก, การเปิดสาขาใหม่ และรายได้ค่าธรรมเนียม Franchise เติบโตสูง และคาดเห็นอัตราการทำกำไรปรับตัวดีขึ้น ซึ่งได้รวมมุมมองระมัดระวังต่อการปรับขึ้นของต้นทุนอาหารไว้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ด้วยกำไร 3Q19 ที่ต่ำกว่าคาดมาก เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 – 2020 ลง 10% - 32% เป็นกำไรที่ -14% Y-Y สำหรับปี 2019 และคาดจะกลับมาเติบโตสูง 50.7% Y-Y ในปี 2020 เราปรับลดราคาเป้าหมายปี 2020 เป็น 15 บาท จากเดิม 17 บาท ยังอิง PE เดิมที่ 25 เท่า ซึ่งเราเห็นว่าเหมาะสม โดยเป็น Target PE ที่เท่ากับ M แม้อัตราการเติบโตของกำไรปีหน้า ZEN จะสูงกว่า แต่อัตราการกำไรของ ZEN ต่ำกว่า M พอสมควร ที่ราคาเป้าหมายใหม่ มี Upside เพียง 5.6% ในขณะที่คาดให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2019 เพียง 1.5% จึงคงคำแนะนำถือ
อ่านเพิ่มเติม
02
ธันวาคม
2019
CBG (BUY/20TP: 107), พัฒนาการอัตรากำไรขั้นต้นน่าประทับใจ หนุนกำไรโตต่อ
(views 59)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระยะสั้นแนวโน้มกำไร 4Q19 ยังสดใสต่อเนื่อง จากพัฒนาการของอัตรากำไรขั้นต้นที่โดดเด่น เบื้องต้นเราคาดโต +6.6% Q-Q, +52% Y-Y และผู้บริหารยังตั้งเป้าหมายปีหน้าที่ Aggressive โดยเน้นตลาดส่งออก CLMV เป็นหลัก โดยเฉพาะ พม่าและเวียดนาม รวมถึงตลาดจีนที่ยังตั้งป้าโตต่อเนื่อง แต่เป้าลดลงจากครั้งก่อน เพราะจะหันมาเน้นการทำกำไรมากขึ้น ส่วนตลาดในประเทศมีเป้าที่สูงขึ้นจากปีนี้ เพราะมีแผนออกสินค้าใหม่ และจะแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากคู่แข่ง ทั้งนี้ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้รวมปี 2020 โตถึง 20% Y-Y แต่เรามอง Conservative มากกว่าจึงคาดไว้ที่ 8% Y-Y โดยสิ่งที่เราประทับใจคือ อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับขึ้นได้ดีกว่าคาดใน 3Q19 และจะเพิ่มได้อีกใน 4Q19 ต่อเนื่องไปในปี 2020 มาจาก Economies of Scale ของโรงงานกระป๋อง จากการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น และจะใช้ได้เต็มปีในปีหน้า รวมถึงโรงงานขวดแก้ว ที่ล่าสุดได้คำสั่งซื้อจากลูกค้าภายนอกเข้ามา จะเข้ามาช่วยเติมกำลังการผลิตให้สูงขึ้น เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2020 จะขยับขึ้นได้ถึง 42% เพิ่มจาก 39.2% ในปี 2019 (ต่ำกว่าเป้าของผู้บริหารที่ 43% - 44%) ส่วนขาดทุนที่ UK ยังลดลงสอดคล้องกับแผนของบริษัท ทั้งนี้เราคาดกำไรสุทธิปี 2019 จะเติบโตสูง 114.4% Y-Y และคาดโตต่อเนื่องในปี 2020 ราว 23.4% Y-Y และประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 107 บาท อิง PE 35 เท่า เท่ากับ PE เฉลี่ยของกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังระดับโลก ยังมี Upside 22.6% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤศจิกายน
2019
STC (IPO: 1/20TP: 1.1), ผู้นำผลิตภัณฑ์คอนกรีตในภาคตะวันออก
(views 82)
STC ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตครบวงจรในภาคตะวันออก จุดเด่นคือ ได้รับการไว้วางใจจากลูกค้ามากว่า 30 ปี รวมถึงตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพอย่างจังหวัดชลบุรี หนุนการเติบโตไปพร้อมกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน EEC และแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพัทยา รวมถึงการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะนิคมฯ ซึ่งเอื้อต่อการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทโดยตรง เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019-2020 โตแกร่ง เฉลี่ย 75% CAGR ตามภาวะอุตสาหกรรมก่อสร้างที่เป็นขาขึ้น พร้อมเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการดำเนินการผลิตโรงงานใหม่เต็มปี ประกอบกับคาดทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้นจากผลของ Economies of scale เราประเมินมูลค่าของหุ้น STC อิง PER ที่ 13 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 1.10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤศจิกายน
2019
BCH (BUY/20TP: 22), 11 ธ.ค. ลุ้นสปส.ขึ้นค่าหัวและเป็น Upside ของประมาณการ
(views 46)
เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงาน 4Q19 ต่อเนื่องปี 2020 ของ BCH จากการเติบโตทั้งโรงพยาบาลหลักเดิมซึ่งมีการพัฒนาขีดความสามารถในการรักษา รวมถึงโรงพยาบาลใหม่ที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 เติบโต 13.8% Y-Y และ 12.1% Y-Y ตามลำดับ อย่างไรก็ตามประมาณการปี 2020 เป็นต้นไปมี Upside จากการเพิ่มค่าหัวของประกันสังคมซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในวันที่ 11 ธ.ค. นี้ เรายังคงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 22 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ” เป็นหนึ่งใน Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤศจิกายน
2019
AOT (BUY/20TP: 88), กำไรปกติ 4Q19 ดีกว่าคาดเล็กน้อย
(views 61)
กำไรปกติ 4Q19 (ก.ค.-ก.ย. 2019) -1.4% Q-Q, +12.4% Y-Y ดีกว่าคาดเล็กน้อย กำไรสุทธิปี 2019 (สิ้นสุด ก.ย. 2019) อยู่ที่ 25,026 ล้านบาท -0.6% Y-Y ถ้าไม่รวมรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (สำรองค่าใช้จ่ายพนักงานตาม กม. แรงงานใหม่ ค่าที่ราชพัสดุของดอนเมืองและท่าภูมิภาคย้อนหลัง และการกลับด้อยค่าของท่าเชียงราย) จะเป็นกำไรปกติ 26,273 ล้านบาท +4.9% Y-Y ดีกว่าคาดเล็กน้อย โดยใน 4Q19 (ก.ค.-ก.ย. 2019) ทำกำไรสุทธิได้ 5,121 ล้านบาท -13.0% Q-Q, -2.4% Y-Y หักรายการ One-time items จะเป็นกำไรปกติ 5,809 ล้านบาท -1.4% Q-Q, 12.4% Y-Y กำไรที่โตต่ำในปีที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับอดีตที่โต double digit เกิดจากปัญหาหลักคือการใช้กำลังการผลิตที่เต็มจนล้นศักยภาพมาหลายปี
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤศจิกายน
2019
SEAFCO (BUY/20TP: 6.9), แนวโน้ม 4Q19 ไม่สดใส ปรับลดประมาณการลง
(views 40)
คาดกำไร 4Q19 หดตัว Q-Q และ Y-Y จากรายได้ที่ชะลอตัว ต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาส เนื่องจากงานใหญ่ถูกส่งมอบ และงานใหม่อย่าง Dusit Central Park รับรู้ได้ไม่มาก เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลง 2-27% ตามลำดับ เป็นโต 7% Y-Y ที่ 394 ล้านบาทในปี 2019 แต่ลดลง 20% Y-Y ในปี 2020 จากการปรับลดรายได้ หลังงานประมูลล่าช้ากว่าคาด และปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลง สะท้อนสัดส่วนงานรับค่าแรงรวมวัสดุที่สูงขึ้น ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 6.90 บาท โดยปรับลด PER เป็น 16x สะท้อนผลประกอบการปี 2020 ที่ชะลอตัว, งานประมูลที่ล่าช้า และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นของผู้รับเหมาหลัก ซึ่งอาจส่งผลต่อมาร์จิ้นของงาน Subcontract ทางพื้นฐาน ยังแนะนำซื้อ จาก Upside ที่มากกว่า 10% แต่ระยะสั้นขาดปัจจัยหนุน และถูกกดดันจากงบ 4Q19 ที่อ่อนแอ
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤศจิกายน
2019
TCAP (BUY/20TP: 62), Dividend Play
(views 42)
เราปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 และปี 2020 ของ TCAP ขึ้นโดยยังไม่ได้รวมผลของการถือหุ้น New TMB 20% ประเด็นที่น่าสนใจของ TCAP คือผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าจูงใจในระยะสั้น ซึ่งได้แก่ เงินปันผลพิเศษจากสภาพคล่องคงเหลือภายหลังการขาย TBANK 4 บาทต่อหุ้น (เดือน ก.พ. 2020) และปันผลจากกำไร 2H19 ปกติ ซึ่งเราคาดว่าจะจ่ายอีกราว 1.60 บาทต่อหุ้น (เดือน เม.ย.-พค. 2020) ภายหลังการขาย TBANK แล้ว TCAP จะเป็นผู้ถือหุ้น New TMB ราว 20% เมื่อบวกกับบริษัทการเงินอื่นๆในเครือ รวมถึงผลของการซื้อหุ้นคืน เราคาดว่าน่าจะจำกัด Dilution effect และคาดว่าการจ่ายเงินปันผลปกติจะสูงกว่า 5% ต่อปี คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 62 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤศจิกายน
2019
ASK (BUY/20TP: 28), เป้าสินเชื่อปี 2020 ยังแกร่ง
(views 49)
ผู้บริหารให้เป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อปี 2020 ค่อนข้างเซอร์ไพรส์เราในเชิงบวก โดยปีนี้คาดการณ์ที่ +13% และปี 2020 คาดว่าสินเชื่อจะเติบโต 10-15% ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการเงินและสินเชื่อแบบใหม่ซึ่งปัจจุบันฐานต่ำ, การเติบโตของสินเชื่อมินิบัสที่ทดแทนรถตู้โดยสารเดิม และส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่เดิมที่ยังขยายตัวไม่เต็มที่ในปีก่อนแต่จะขยายตัวมากขึ้นจากนี้ เช่นพื้นที่ภาคใต้ และ EEC แม้เราปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2019 ลงสะท้อน 3Q19 ที่มีค่าใช้จ่ายสำรองฯมากกว่าคาด แต่คงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2020 ที่ +9%Y-Y คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 28 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ คาดการณ์ Dividend Yield 6.7%
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤศจิกายน
2019
SISB (BUY/20TP: 10.9), แผนพัฒนาหลักสูตรและเพิ่มจำนวนนักเรียนเป็นบวกต่อ GM
(views 56)
ในปี 2020 บริษัทมีแผนพัฒนาอาคารและหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องโดยปี 2020 จะมีการปรับปรุงห้องเรียนสำหรับ Pre-K ที่สาขาประชาอุทิศ และเริ่มเปิดการสอนหลักสูตร IB สำหรับระดับมัธยมเป็นปีแรก ในระหว่างปี โรงเรียนสาขาธนบุรีจะมีการขยายพื้นที่เพื่อสร้างอาคารเรียนสำหรับระดับชั้นมัธยม (ปัจจุบันเปิดถึง G7) คาดว่าจะสามารถเปิดการเรียนได้ในส.ค. 2021 โดยจะเพิ่มความจุนักเรียนได้อีก 600 คน เราคงประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้า คาดการณ์กำไรเติบโต 108% Y-Y และ 34% Y-Y ตามลำดับ คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 10.90 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤศจิกายน
2019
HANA (T-BUY/20TP: 34), เริ่มมองบวกต่อคำสั่งซื้อ แต่บาทยังแข็ง และยังมี Trade War
(views 41)
จากประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้บริหารยังกังวลต่อผลกระทบจาก Trade War และค่าเงินบาทแข็งค่า แต่สิ่งที่ดีคือ ยอดขาย PC และ Smartphone ทั่วโลกกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง จากทั้งระดับ Stock ที่ต่ำมาก และมีการอัพเกรด Software ของกลุ่มลูกค้าองค์กร ในขณะที่บริษัทได้รับคำสั่งซื้อสินค้าใหม่ เข้ามาช่วยเติมอัตราการใช้กำลังการผลิตให้อยู่ในระดับที่ดีได้ต่อเนื่อง ส่วนสิ่งที่ยังเป็นลบคือ กลุ่มสินค้า Automotive ยังไม่ฟื้นตัว, ลูกค้ายังต้องการย้ายฐานการผลิตจากโรงงานจีนมายังไทย เพราะปัญหา Trade War ยังไม่จบและไม่แน่นอน อีกทั้งค่าเงินบาทที่แข็งค่ายังกดดันทั้งรายได้และอัตรากำไร แม้เราจะเริ่มมองบวกต่อแนวโน้มคำสั่งซื้อในปีหน้า แต่ยังคงมีหลายปัจจัยที่เป็น Downside Risk ต่อประมาณการของเรา ทั้งนี้เราคาดกำไรปกติปี 2019 จะลดลง 40% Y-Y และคาดกลับมาฟื้นตัวในปี 2020 ราว 35% Y-Y (โดยใช้ค่าเงินบาทที่ 31 บาท/USD) แต่ยังเป็นระดับกำไรที่ต่ำกว่าช่วงก่อนมี Trade War เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 34 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ปรับคำแนะนำเป็น เก็งกำไร จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤศจิกายน
2019
APP (IPO: 2.46/20TP: 4.04), Solution Provider ของอุตสาหกรรมการผลิตไทย
(views 53)
APP เป็นผู้จัดจำหน่ายโซลูชั่นด้านการออกแบบและเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งได้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมการผลิตและการก่อสร้างที่ขยายตัวในระยะยาวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่ต้องมีการลงทุนพัฒนากระบวนการทำงานให้เป็นรูปแบบดิจิตอลและมีประสิทธิภาพสุงขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังมีจุดแข็งในด้านสินค้าที่เป็นแบรนด์อันดับต้นๆของโลก เป็นที่รู้จักและนิยมในกลุ่มผู้ใช้งาน เราคาดกำไรสุทธิปี 2019 จะชะลอตัวชั่วคราว -24.7% Y-Y จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่คาดกลับมาเติบโตแข็งแกร่ง +24.7% Y-Y ในปี 2020 เราประเมินราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 4.04 บาท
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤศจิกายน
2019
CK (BUY/20TP: 25), เข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวการลงทุน ช่วยพยุงธุรกิจรับเหมาที่ชะลอ
(views 39)
เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลง 35% และ 24% เป็นหดตัว 45% Y-Y ที่ 944 ล้านบาทในปี 2019 ก่อนฟื้นตัว 53% Y-Y ในปีหน้า จากการเติบโตของเงินลงทุนในบริษัทร่วม ขณะที่ Backlog อยู่ที่ 3.7 หมื่นล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 8 ปี แต่มีงานที่รอเซ็นอยู่ 6.2 พันล้านบาท และรอความชัดเจนในแบ่งงานรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน คาดหนุนให้งานในมือต้นปี 2020 แตะ 8.5-9.0 หมื่นล้านบาทได้ เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 25 บาท (SOTP) ทางพื้นฐาน แนะนำซื้อลงทุน จากศักยภาพรับงานใหม่ และเข้าสู่ช่วงการเก็บเกี่ยวผลของการลงทุนใน BEM และ CKP ช่วยลดความผันผวนของธุรกิจรับเหมา ขณะที่ราคาหุ้นซื้อขายบน PBV ที่ 1.1x เทียบเท่าค่าเฉลี่ยในอดีต-3SD และ Discount NAV ของบริษัทลูกอยู่มาก อย่างไรก็ดี ระยะสั้นขาดปัจจัยหนุน เนื่องจากงานประมูลใหม่คาดมีความชัดเจนในต้นปี 2020
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤศจิกายน
2019
EKH (BUY/20TP: 9.2), ราคาที่ปรับลงเป็นโอกาสในการ “ซื้อ”
(views 44)
เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019 ของ EKH ขึ้น 7% เป็นเติบโต +36% Y-Y สะท้อน Upside ที่มีหลังกำไร 9M19 โตเด่น +47% Y-Y และคิดเป็น 89% ของประมาณการเดิม อย่างไรก็ตามเรายังมีมุมมอง Conservative ต่อกำไรปกติปี 2020 ซึ่งปรับขึ้นเล็กน้อยและคาด +4.4% Y-Y โดยรอติดตามพัฒนาการความสำเร็จของศูนย์กุมารเวชแห่งใหม่ทีเพิ่งเริ่มเปิดให้บริการและเป็น Upside ต่อประมาณการในอนาคต ขณะที่ระยะยาวมีแผนสร้างและเปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในปี 2021 รองรับการเติบโต ราคาหุ้นปรับลงแรงสวนทางทิศทางทางกำไรที่เป็นขาขึ้น ทำให้ 2020PER เหลือเพียง 24.5 เท่า และ Dividend Yield สูงถึง 3.4% เราจึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 9.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
21
พฤศจิกายน
2019
TK (BUY/20TP: 11.8), ROE ปี 2020 คาดดีที่สุดในรอบ 7 ปี
(views 44)
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2019 ขึ้น 9% เป็น 504 ลบ. +23.8%Y-Y เพื่อสะท้อนกำไร 3Q19 ที่ดีกว่าคาดพร้อมกับคุณภาพหนี้ที่แข็งแกร่งซึ่งเป็นภาพสะท้อนถึงความระมัดระวังของบริษัทต่อภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว สำหรับประมาณการกำไรปี 2020 คาดการณ์ที่ 541 ลบ. +7.26%Y-Y คาดการณ์สินเชื่ออาจจะยังเห็นการชะลอตัวลงราว 5%Y-Y (ซึ่งดีกว่าการหดตัวที่ 15% ในปี 2019) เนื่องจากสินเชื่อในประเทศที่คาดว่าจะชะลอตัว แต่คาดว่าการเติบโตจากต่างประเทศจะเร่งตัวขึ้น เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 11.80 บาท อิง Justified PER ที่ 11 เท่า สังเกตว่า ROE ในปี 2020 เราคาดว่าจะอยู่ที่ราว 10% ซึ่งเป็นระดับที่ดีที่สุดในรอบ 7 ปี ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
20
พฤศจิกายน
2019
CHG (BUY/20TP: 2.82), โมเมนตัมกำไรยังดีใน 4Q19 ต่อเนื่อง 2020
(views 41)
เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรปกติ 4Q19-2020 ที่คาดว่ายังเติบโตในอัตราเร่งและแข็งแกร่ง Y-Y จากทั้งโรงพยาบาลหลักอย่างจุฬารัตน์ 3 9 และ 11 ที่ยังโตดี รวมถึงผลขาดทุนจากโรงพยาบาลใหม่ทั้งจุฬารัตน์ 304 และ RPC ที่ทยอยลดลงและคาดพลิกมากำไรในปีหน้า โดยเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 +14.6% Y-Y และ 12.1% Y-Y ตามลำดับ รวมถึงมี Upside เพิ่มเติมจากโอกาสที่สำนักงานประกันสังคมจะปรับเพิ่มการจ่ายเงินในปีหน้า เรายังคงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 2.82 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็นหนึ่งใน Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤศจิกายน
2019
MINT (BUY/20TP: 44), ดีล Bon Chon เป็นดีลที่ดี // เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวเล็กน้อย
(views 47)
เราเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับ MINT ในแง่การฟื้นตัวของกำไรใน 4Q19 จากตัวเลข Rev Par และ Same Store Sales Growth ที่ฟื้นตัวขึ้น ขณะที่ดีลการเข้าซื้อ Bon Chon เรามองเป็นบวกทั้งในแง่การเติมเต็ม Portfolio อาหารของ MINT และโอกาสในการเติบโตในอนาคต แม้เรามีการปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลงเหลือ +3.3% Y-Y และ +10.3% Y-Y ตามลำดับสะท้อนกำไร 3Q19 ที่ต่ำคาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบาทแข็งที่กดดัน แต่คาดว่าน่าจะผ่านช่วงแย่ที่สุดไปแล้ว เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลดลงเหลือ 44 บาท อย่างไรก็ตามเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤศจิกายน
2019
RS (HOLD/20TP: 13.8), ปรับประมาณการลง แม้คาด 4Q19 ค่อยๆ ดีขึ้น
(views 36)
คาดกำไรปกติ 3Q19 เป็นระดับต่ำสุดของปี 4Q19 จะค่อยๆ ดีขึ้นจากยอดขายธุรกิจ MPC ที่เริ่มฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในเดือนก.ย. ผลกระทบจากกำลังซื้อที่อ่อนแอ โดยเริ่มมียอดขายร่วมกับช่อง WPTV และช่วงปลายปีจะมีการทำ Grand Sales นอกจากนี้ คาดมีรายได้จากสื่อวิทยุและการจัด Event เพิ่มขึ้น แต่ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลง 11% สะท้อน 3Q19 ที่ต่ำกว่าคาด ส่วนใหญ่จากการปรับสมมุติฐานยอดขาย MPC ลง สะท้อนมุมมอง Conservative มากขึ้น จากแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจขยายตัวต่ำ การแข่งขันในธุรกิจสูงขึ้น แม้บริษัทมีแผนเพิ่มช่องทางการขายสินค้าอีก 2 ช่อง ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2020 ปรับลงเป็น 13.80 บาท จากเดิม ที่ 17 บาท แนะนำ ถือ ทั้งนี้ ยังไม่รวมผล Synergy ระหว่างธุรกิจ MPC ของ RS กับธุรกิจสื่อบนรถไฟฟ้าและสื่อ On Line ของ VGI บ.ย่อยของ BTS หลังกลุ่ม BTS เข้ามาถือหุ้น 7% ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม คาดใช้เวลากว่าจะเห็นผล อย่างเร็วต้นปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤศจิกายน
2019
TRUE (BUY/20TP: 5.45), ปรับประมาณการลง//ยังแนะนำ “ซื้อ” แต่ชอบ ADVANC มากกว่า
(views 45)
การประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ผู้บริหารให้ข้อมูลว่ารายได้ของธุรกิจมือถือเติบโตเร่งตัวขึ้นหลังออกแพ็คเกจมาสู้คู่แข่งในตลาด Prepaid อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเราคาดว่าน่าจะยังมีผลขาดทุนใน 4Q19 และจากผลการดำเนินงาน 3Q19 ที่ต่ำคาดทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลงเหลือ 220 ลบ. (จากขาดทุนในปี 2018) และ 1,380 ลบ. +527.8% Y-Y ตามลำดับ และปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงเหลือ 5.45 บาท แม้เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” จาก Upside ที่ยังเปิดกว้าง แต่ชอบ ADVANC มากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤศจิกายน
2019
TVO (HOLD/20TP: 26), ราคาถั่วเหลืองโลกปีหน้าดูมี Upside มากกว่า Downside
(views 41)
แนวโน้มราคาถั่วเหลืองโลกปีหน้าดูมี Upside มากกว่า Downside เพราะถั่วเหลืองโลกจะเข้าสู่ภาวะขาดดุลเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี จากคาดการณ์ปริมาณผลผลิตของสหรัฐ (ปลูกถั่วเหลืองมากเป็นอันดับ 1 ของโลก) ลดลงถึง 24 ล้านตันในปีหน้า และราคาถั่วเหลืองปัจจุบันถือว่าอยู่บริเวณต้นทุนการปลูกแล้ว แต่การปรับขึ้นของราคาอาจไม่สูงนัก ตราบใดที่ปัญหา Trade War ยังไม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น และยังมีเรื่องโรคระบาด ASF ในหมู แต่บริษัทได้รับอานิงส์เชิงบวกจากความกังวลต่อโรค ASF ของผู้เลี้ยงในไทย ทำให้ผู้เลี้ยงหันมาซื้อกากถั่วเหลืองในประเทศ (บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดกากถั่วเหลืองเป็นอันดับ 1 ในไทย) แทนการนำเข้าที่ต้องสั่งซื้อในปริมาณมาก และเลี่ยงต่อการนำโรคติดต่อผ่านมาทางการนำเข้าวัตถุดิบ
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤศจิกายน
2019
SAWAD (HOLD/20TP: 68), คาดการณ์สินเชื่อและกำไรปี 2020 เติบโตได้ดี
(views 38)
เราปรับประมาณการกำไรปี 2019 ขึ้นเป็น 3.6 พันลบ. +31%Y-Y จากผลประกอบการ 3Q19 ที่ดีกว่าคาดและแนวโน้ม 4Q19 คาด +1.4%-Q, +15.7%Y-Y ประมาณการกำไรปี 2020 อยู่ที่ 4.3 พันลบ. +18%Y-Y บนคาดการณ์สินเชื่อ +20% ใกล้เคียงกับปี 2019, Loan spread ที่ 16.3% เพิ่มจาก 15.8% ในปี 2018, Credit cost ที่ 1.75% จาก 1.58% ในปี 2018 และ Cost to income ratio ที่ 40% ใกล้เคียงกับปี 2018 ปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 68 บาท แนะนำ ถือ (เดิม ซื้อ)
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤศจิกายน
2019
ORI (BUY/20TP: 8.6), โมเมนตัมกำไร 4Q19 เร่งขึ้น ทำจุดสูงสุดของปี
(views 50)
กำไรปกติ 3Q19 ออกมาใกล้เคียงคาด -5% Q-Q, +12% Y-Y ขณะที่แนวโน้ม 4Q19 คาดขยายตัวเป็นไตรมาสที่ดีสุดของปี จากการโอนคอนโดต่อเนื่อง และเริ่มส่งมอบคอนโดใหม่อีก 1 แห่ง เสริมด้วยแนวราบที่เข้ามาหนุนจากการเปิดโครงการใหม่ อย่างไรก็ตาม เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลง 13-14% ตามลำดับ เป็นทรงตัว Y-Y ที่ 2.8 พันล้านบาทในปี 2019 และฟื้นตัว +9% Y-Y ในปี 2020 หลักๆจากการปรับลดยอดโอน หลังระบายสต็อกได้ช้ากว่าคาด ท่ามกลางตลาดคอนโดที่ชะลอตัว สำหรับปี 2020 ยังเป็นปีที่ระมัดระวัง และมุ่งผลักดันแนวราบเป็น Flagship ใหม่ เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 8.60 บาท โดยปรับลด PER เป็น 6.8x เทียบเท่าค่าเฉลี่ยในอดีต -1SD จุดเด่นคือ อัตราการขายโครงการใหม่ที่โดดเด่น ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2019-2020 ที่ 5.2x พร้อมให้ผลตอบแทนปันผล 7-8% ต่อปี จึงยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2019
TPS (IPO: 2.5/20TP: 3.54), หนึ่งในผู้ได้ประโยชน์ในยุค Digital
(views 60)
TPS เป็นผู้ประกอบการ System Integrator ซึ่งได้ประโยชน์จากทิศทางมูลค่าตลาดสื่อสารที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแรงผลักดันจากภาครัฐทั้งนโยบาย Thailand 4.0 และ Digital Economy กระตุ้นให้เกิดการลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้นเพื่อต่อยอดการดำเนินธุรกิจและยกระดับประเทศในระยะยาวซึ่งเป็นบวกต่อธุรกิจของ TPS โดยตรงและมีโอกาสได้งานเพิ่มเติมหนุน Backlog ปัจจุบันที่มีอยุ่ 378 ลบ. โดยเราคาดกำไรสุทธิปี 2019-2020 เติบโตในระดับที่แข็งแกร่ง 17.6% Y-Y และ 67.2% Y-Y ตามลำดับ เราประเมินราคาเหมาะสมปี 2020 ของ TPS ที่ 3.54 บาท
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2019
AMATA (BUY/20TP: 30), กำไร 3Q19 ดีกว่าคาดมากจากยอดโอนที่ดิน
(views 37)
กำไรปกติ 3Q19 ดีกว่าคาด 15% ผลักดันจากยอดโอนที่ดิน AMATA รายงานกำไรสุทธิ 798.4 ล้านบาท มีรายการพิเศษเป็นกำไรจากการขายอสังหาฯ 43.9 ล้านบาทและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1.4 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก จะเป็นกำไรปกติ 753.1 ล้านบาท +75.9% Q-Q, +108.7% Y-Y ดีกว่าเราคาด 15% จากรายได้รวมที่ +87.4% Q-Q, +170.1% Y-Y เป็น 2.33 พันล้านบาท จากการโอนที่ดินที่ทำได้ถึง 475 ไร่ เพิ่มขึ้นจาก 2Q19 ที่โอนได้ 154 ไร่ และ 3Q18 ที่โอนได้เพียง 39 ไร่ ขณะที่รายได้บริการสาธาณูปโภคและค่าเช่าทยอยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมขยับเพิ่มขึ้นเป็น 53.7% จาก 50.4% ใน 2Q19 และ 52.4% ใน 3Q18 จากทุกธุรกิจรักษาให้อยู่ในระดับสูงได้ สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากบ.ร่วมลดลงเพราะมีปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า 2 โรงในไตรมาสนี้
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2019
BLA (BUY/20TP: 27.5), แนวโน้มการขายเบี้ยประกันสดใสขึ้น ค่าใช้จ่ายสำรองฯคุมได้
(views 37)
เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 27.50 บาท โดยทิศทางการขายเบี้ยประกันผ่านช่องทางการขายทั้งตัวแทนและธนาคารที่ดีขึ้น รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆ และการเน้นการขายสินค้าที่มี High-margin ทั้ง Life และ Protection คาดว่าจะทำให้ Underwriting margin จะมีผลขาดทุนที่น้อยลงตั้งแต่ 4Q19 ถึง 2020 และชดเชยกับสมมติฐาน ROI ที่ลดลงได้ เรื่องผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงคาดว่าจะไม่เกิดขึ้นกับ LAT Reserve แล้ว (แต่อาจกระทบกับ ROI, CAR และ EV บ้าง ) แนะนำ ซื้อ/ซื้อเก็งกำไร (เดิม ชะลอการลงทุน)
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2019
RS (U.R./20TP: U.R.), กำไรปกติ 3Q19 ต่ำกว่าคาด 25%
(views 31)
กำไรปกติ 3Q19 ลดลง 20.6% Q-Q, 13.4% Y-Y ต่ำกว่าคาด 25% กำไรสุทธิและกำไรปกติ 3Q19 ที่ 92 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดของเราและตลาดราว 25% (คาดที่ 123 ล้านบาท) จากยอดขายสินค้าธุรกิจ MPC ต่ำกว่าคาด ลดลง 18.3% Q-Q, 3.62% Y-Y เป็น 443 ล้านบาท จากผลกระทบกำลังซื้อชะลอตัว ถึงแม้ฐานต่ำในไตรมาสก่อนที่มีผลกระทบจากยอดขายสินค้าธุรกิจ MPC ได้รับผลกระทบจากวันหยุดยาว และใน 3Q18 ที่มีผลกระทบจากการปราบปรามสินค้าเถื่อน ขณะที่มีค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่ม 4.5% Q-Q, 16.2% Y-Y และมีภาษีจ่ายเพิ่ม รายได้ทีวีช่อง 8 ดีกว่าคาด +3.2% Q-Q แต่ลดลง 9.9% Y-Y จากภาวะกำลังซื้อและตลาดโฆษณาที่ยังอ่อนแอ และ Rating ของช่อง 8 ยังไม่ฟื้นอย่างมีนัยฯ และรายได้ธุรกิจเพลงกับจัดงาน Event มากกว่าคาด ทั้งนี้ กำไรสุทธิลดลง 2.9% Q-Q เนื่องจากไตรมาสก่อนมีตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานเพิ่มตามกฎหมาย 26 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2019
SISB (BUY/20TP: 10.9), กำไร 3Q19 แข็งแกร่งตามคาด GM new high
(views 39)
กำไร 3Q19 ดีตามคาด SISB รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ดีตามคาดที่ 60 ลบ. +16% Q-Q, +116% Y-Y โดยมีรายละเอียดดังนี้ รายได้จากการจัดการศึกษาเพิ่มขึ้น +6.5%Q-Q และ +21.5%Y-Y เป็นไปตามจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น 30 คน มาที่ 2,405 คน คิดเป็น Utilization rate ที่ 62.2% จาก 61.4% ในไตรมาสก่อน และอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาที่เท่ากับ 4.4 แสนบาทต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 4.2 แสนบาทต่อคนต่อปีในไตรมาสก่อน หรือ +5%Q-Q แม้ว่าไตรมาสนี้จะรับรู้ผลของการปรับเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมประจำปีเพียง 1.5 เดือน แต่เนื่องจากนักเรียนที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นระดับมัธยมซึ่งมีอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาสูงกว่าค่าเฉลี่ยและรายได้จากการเรียนเสริมช่วงปิดเทอม นอกจากนั้นเกิดจากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น อาทิ รายได้จากการจำหน่ายหนังสือ (เป็นฤดูกาลของการเปิดเทอมใหม่) และ รายได้จากการจำหน่ายอาหาร เป็นต้น ต้นทุนการศึกษาเพิ่มขึ้น 3%Q-Q และ 18.7%Y-Y ส่งผลอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเป็น 42.2% จาก 40.4% ในไตรมาสก่อนและเป็นระดับ New High นอกจากนี้ยังเห็นผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัทย่อยที่ดำเนินกิจการโรงเรียนที่สาขาเชียงใหม่ รายงานผลกำไรที่ราว 3.25 ลบ. (ส่วนแบ่งกำไรมาที่ SISB ที่ 1.63 ลบ.)
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2019
STEC (HOLD/20TP: 21.5), งบ 3Q19 ดีกว่าคาด แต่มีหลายปัจจัยเสี่ยงต้องติดตาม
(views 54)
กำไรปกติ 3Q19 ดีกว่าคาด +26% Q-Q, -12% Y-Y STEC รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 อยู่ที่ 272 ล้านบาท (+2% Q-Q, -29% Y-Y) หากรายการผลขาดทุนจากการถูกฟ้องคดีผิดสัญญาจ้างราว 65 ล้านบาท กำไรปกติทำได้ 337 ล้านบาท (+26% Q-Q, -12% Y-Y) ดีกว่าเราและตลาดคาด 23-24% จากรายได้งานก่อสร้างที่มากกว่าคาด
สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) รายได้งานก่อสร้างขยายตัว 24% Q-Q และ 25% Y-Y เป็น 775 ล้านบาท จากความคืบหน้าของงานที่เพิ่มขึ้น สัดส่วนหลักยังมาจากงานสาธารณูปโภค อย่างรถไฟฟ้าสายสีส้ม, ชมพู, เหลือง และรัฐสภาใหม่ 2) อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวเป็น 5.4% เทียบกับ 5.1% ใน 2Q19 แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ จาก 3Q18 ที่ทำได้ 7.8% เนื่องจากงานโรงไฟฟ้าหลายโครงการซึ่งมีมาร์จิ้นดีส่งมอบไปแล้วใน 1Q19 3) SG&A ต่อรายได้ควบคุมได้ดี อยู่ที่ 1.3% เทียบกับ 2% ใน 2Q19 และ 1.6% ใน 3Q18
กำไรปกติ 9M19 อยู่ที่ 994 ล้านบาท (+8% Y-Y) คิดเป็น 93% ของประมาณการทั้งปีที่ 1.1 พันล้านบาท (-17% Y-Y) ซึ่งมี Upside ราว 10-20% จากรายได้ 3Q19 ที่ทำได้สูงกว่าคาด ส่วนปี 2020 เราคาดกำไรที่ 1.3 พันล้านบาท (+22% Y-Y) โดยยังให้สมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นอย่างระมัดระวังที่ 6% เทียบกับเป้าของบริษัทที่ 7%
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2019
CHG (BUY/20TP: 2.82), กำไร 3Q19 ดีกว่าคาดมาก
(views 35)
กำไร 3Q19 ดีกว่าคาดมาก CHG ประกาศกำไรสุทธิ 3Q19 ออกมาที่ 269 ลบ. +118.9% Q-Q, +78.2% Y-Y สูงกว่าเราและตลาดคาดมากราว 40% โดยมีแรงหนุนจากการบันทึกรายได้ส่วนเพิ่มของประกันสังคมสำหรับค่าภาระเสี่ยง (RW<2) ราว 74 ลบ. ซึ่งหากไม่นับรายการดังกล่าวกำไรก็ถือว่าฟื้นตัวได้ดีตามคาด รายได้ 3Q19 เติบโต แข็งแกร่ง +21.4% Q-Q, +24.5% Y-Y จากทั้งกลุ่มเงินสดและประกันสังคม ขณะที่ต้นุทนควบคุมได้ในระดับที่ดี ส่งผลให้ EBITDA Margin ในไตรมาสนี้ขยายตัวขึ้นเป็น 29.1% จาก 19.8% และ 22.5% ใน 2Q19 และ 3Q18 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2019
PRM (BUY/20TP: 9), กำไรปกติต่ำคาดจากต้นทุนบริการที่สูงขึ้น
(views 48)
กำไรปกติต่ำกว่าคาดจากต้นทุนบริการสูงขึ้น PRM รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 252.6 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออกไป กำไรปกติอยู่ที่ 256.9 ล้านบาท +5.0% Q-Q, +18.1% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดกว่า 10% ในไตรมาสนี้ธุรกิจเรือ FSU ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตจากจำนวนเรือที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยไตรมาสนี้มีเรือเพิ่มอีก 2 ลำ แต่อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงเป็น 30% จาก 31.7% ใน 2Q19 เป็นเพราะการลดลงแทบทุกธุรกิจ ธุรกิจเรือ FSU มีการปรับแผนการใช้เรือให้ตรงความต้องการของลูกค้า จึงมีการหยุดให้บริการเรือ 1 ลำ นาน 20 วัน ส่วนธุรกิจเรือขนส่ง Offshore มีค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงตามแผน ธุรกิจเรือขนส่งในเรือประเทศและธุรกิจบริหารเรือมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากไตรมาสก่อนเล็กน้อย
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2019
AP (BUY/20TP: 8.2), Profit recovers in 3Q19, as expected and will peak in 4Q19
(views 40)
APs 3Q19 net profit comes in at Bt619mn (+27% Q-Q, -32% Y-Y). It is in line with our estimate but beats the consensus forecast by 8%. Excluding an extra gain of Bt43mn from sales of its investment in a subsidiary, the companys normalized earnings are equal to Bt576mn (+25% Q-Q, -37% Y-Y). In 3Q19, transfer revenue amounted to Bt5.6bn, splitting 84:16 between low-rise and condo projects. It tumbled 15% Y-Y because AP transferred from large condo projects in 3Q18. However, it surged 24% Q-Q because AP opened more low-rise projects with strong presales momentum. As a result, low-rise transfer jumped 46% Q-Q and increased 5% Y-Y. The share of its joint venture turned to become a loss of Bt26mn (vs. its profit-sharing of Bt167mn in 2Q19 and Bt271mn in 3Q18) because the JV did not transfer from any new condo project. Besides, there were expenses related to the debut of Life Sathorn Sierra. Property sales gross margin was up to 32.8% (vs. 30.9% in 2Q19 and 31.9% in 3Q18), supported by increased low-rise margin.
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2019
CPF (BUY/20TP: 33), ผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 3Q19 จะดีขึ้นตั้งแต่ 4Q19 เป็นต้นไป
(views 40)
กำไรปกติ 3Q19 ใกล้เคียงคาด ลดลงทั้ง Q-Q, Y-Y กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 6,062 ล้านบาท (+47.7% Q-Q, +23.4% Y-Y) หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุน (สุทธิภาษี) 2,833 ล้านบาท, กำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมพันธ์สัตว์ 130 ล้านบาท และขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 124 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 3,222 ล้านบาท (-20.5% Q-Q, -15.9% Y-Y) ใกล้เคียงเราคาด (เราคาดไว้ 3,297 ล้านบาท) แม้ปกติ 3Q จะเป็น High Season ของธุรกิจ แต่ปีนี้ได้รับผลกระทบจากราคาเนื้อสัตว์ที่อ่อนตัวลง โดยเฉพาะราคาหมูไทยที่มีราคาเฉลี่ย 3Q19 เท่ากับ 65.7 บาท/กก. (-11.7% Q-Q, +4.8% Y-Y) และค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลหลักในต่างประเทศ อาทิ หยวน และรีลา (ตุรกี) กอปรกับการอ่อนตัวลงของรายได้อาหารสัตว์ในจีน ทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้ลดลง -1% Q-Q และ -6.2% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 13.5% จาก 13.9% ใน 2Q19 และ 3Q19
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2019
EPG (BUY/20TP: 10), กำไรปกติ 3Q20 ดีกว่าคาดมาก และสูงที่สุดในรอบ 12 ไตรมาส
(views 37)
กำไรปกติดีกว่าคาดมาก อยู่ที่ 346.3 ล้านบาท ดีที่สุดในรอบ 12 ไตรมาส EPG รายงานกำไรสุทธิ 2Q20 (ก.ค.-ก.ย. 2019) 327.5 ล้านบาท มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 18.9 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออกไป กำไรปกติอยู่ที่ 346.3 ล้านบาท +45.2% Q-Q, +22.1% Y-Y ดีกว่าที่เราคาด 24% และดีกว่า Bloomberg consensus คาด 17% เป็นกำไรที่ดีที่สุดในรอบ 12 ไตรมาส สาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดทุกธุรกิจ และทำให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 30.5% จาก 28.3% ในไตรมาสก่อนและ 27.9% ใน 2Q18 ยืนยันว่าผลประกอบการของ EPG ผ่าน bottom แล้วใน 4Q19 (ม.ค.-มี.ค. 2019)
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2019
JWD (BUY/20TP: 11), กำไรปกติ 3Q19 ดีน้อยกว่าคาด แต่อยู่ในทิศทางเติบโต
(views 38)
กำไรปกติ 3Q19 ต่ำกว่าคาด ธุรกิจบางส่วนถูกกระทบจากส่งออกลด บาทแข็ง JWD รายงานกำไรสุทธิ 75.0 ล้านบาท -6.0% Q-Q, +7.0% Y-Y มีรายการ One-time item ราว 7 ล้านบาท (ขายหุ้นในบ.ย่อย OAI ขาดทุน 3.8 ล้านบาทเพื่อปิดความเสี่ยงหลังขาดทุนจากการดำเนินงานมาตลอด และขาดทุน 3 ล้านบาทจากการลดสัดส่วนในบ.ร่วม) หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรปกติอยู่ที่ 81.8 ล้านบาท -10.6% Q-Q, +16.7% Y-Y ต่ำกว่าที่เราคาด 7% ถือเป็นกำไรที่ไม่สดใสเท่าที่ควร เพราะถูกกระทบจากส่งออกที่ชะลอจากสงครามการค้า ค่าเงินบาทแข็ง ค่าระวางขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ถูก รฟท.ปรับขึ้น และธุรกิจอาหารที่ลงทุนใน CSLF (ไต้หวัน) มี Gross margin ที่ลดลงมากเหลือ 4.4% จาก 9-10% ในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา เพราะ CSLF มีการลงทุนสร้างโรงงานเพิ่มเติม นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากบ.ร่วมมีจำนวนเพียง 12.4 ล้านบาท ต่ำกว่าที่เราคาดมากเพราะ PPSEZ (นิคมฯในพนมเปญ) มีผลขาดทุนเนื่องจากไม่มีการโอนที่ดินในไตรมาสนี้ และกำไรของ Transimex ชะลอ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2019
KCE (HOLD/20TP: 17), ระยะสั้น 4Q19 จะกลับไปอ่อนตัว และคาดกลับมาฟื้นปีหน้า
(views 34)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหารให้ภาพแนวโน้มอุตสาหกรรมในปีหน้าไม่สดใส คาดยอดขายรถยนต์ทั่วโลกจะยังลดลงต่อเนื่องราว 2% - 3% Y-Y เพราะลูกค้ายังกังวลต่อกำลังซื้อ และผลกระทบของ Trade War โดยมีการคาดการณ์คำสั่งซื้อในสินค้ากลุ่มเดิมลดลง แต่ผู้บริหารได้พยายามขยายไปยังกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง และการแข่งขันไม่รุนแรง อย่าง HDI และ Radar สำหรับ EV Car และรถยนต์อัตโนมัติ ด้วยฐานสินค้ากลุ่มนี้ที่ยังเล็กสำหรับบริษัท ผู้บริหารได้ตั้งเป้ารายได้ปีหน้าจะเติบโต 12% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นจะกลับมาสูงกว่าระดับ 25% อีกครั้ง แต่เรามีมุมมองที่ Conservative มากกว่า แม้คาดผลประกอบการจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง แต่เราใช้สมมติฐานการเติบโตที่ต่ำกว่า ทั้งนี้ในระยะสั้นแนวโน้มกำไร 4Q19 จะกลับมาลดลงทั้ง Q-Q, Y-Y เพราะ Low Season และได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของ GM เราปรับลดกำไรปกติ 2019 ลง 12% เป็นกำไรที่ลดลง -50.8% Y-Y และคาดกลับมาเติบโตในปี 2020 ราว 51% Y-Y และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 17 บาท (อิง PE เดิม 15 เท่า) ปรับลดคำแนะนำ จากเก็งกำไร เป็นถือ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2019
PLANB (BUY/20TP: 10.4), กำไร 3Q19 ต่ำกว่าคาด 9% แต่ Outlook ยังดี
(views 38)
กำไร 3Q19 เพิ่ม 3.0% Q-Q, 6.2% Y-Y ต่ำกว่าคาด 9% กำไร 3Q19 ที่ 186 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดของเรา 9% และคาดของตลาดเล็กน้อย ส่วนใหญ่จากค่าใช้จ่าย SG&A มากกว่าคาด เพิ่มขึ้น 28.5% Q-Q, 35.5% Y-Y จากค่าใช้จ่ายในการขยายธุรกิจใหม่ ขณะที่รายได้รวมต่ำกว่าคาดเล็กน้อย เพิ่ม 3.6% Q-Q แต่ลดลง 1.5% Y-Y จากรายได้ BNK (ถือหุ้น 35%) ลดลงจากฐานสูงใน 3Q18 และอัตราการใช้สื่อที่ 74.8% ลดลงจาก 3Q18 ที่ 81.2% ผลจากการเปิดให้บริการสื่อโฆษณาใหม่หลายโครงการ ซึ่งยังต้องใช้เวลา 3-6 เดือน เพื่อยกระดับอัตราการใช้สื่อฯ ที่พัฒนาใหม่ให้เข้าระดับมาตรฐานของบริษัท
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2019
SAWAD (U.R./20TP: U.R.), กำไร 3Q19 ดีตามคาด
(views 39)
อยู่ระหว่างการปรับประมาณการไปเป็นปีหน้า กำไร 9M19 อยู่ที่ 2.66 พันลบ. +37%Y-Y และคิดเป็น 74% ของประมาณการกำไรสุทธิของเราทั้งปีที่ 3.58 พันลบ. +29%Y-Y เราคงประมาณการกำไรปีนี้ และในเบื้องต้นคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2020 ที่ 4.15 พันลบ. +16%Y-Y อยู่ระหว่างการปรับไปใช้ราคาเหมาะสมไปเป็นปี 2020
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
ACE (IPO: 4.4/20TP: 4.2), ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าอนาคตไกล
(views 217)
ACE เป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าชั้นนำ ที่มีความสามารถในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าหลากหลายประเภทได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีมาร์จิ้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดบริษัทจะมีกำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มจากปัจจุบันเกือบ 1 เท่าตัว เป็น 411 MW ภายในปี 2022 หลักๆ จากโครงการใหม่ทั้งโรงไฟฟ้าชีวมวล VSPP, SPP Hybrid และโรงไฟฟ้าขยะชุมชน หากการดำเนินงานเป็นไปตามแผน คาดว่ากำไรปกติในปี 2019 จะโต 68.3% และโตเฉลี่ย 46.7% ใน 3 ปีข้างหน้า (2019-2022) (CAGR) เราประเมินราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2020 (หลังเพิ่มทุน) ที่ 4.20 บาท โดยวิธี SOTP ทั้งนี้ มี Upside จากโครงการในอนาคตที่ไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ จากเป้าหมายของบริษัทที่จะเพิ่มกำลังผลิตเป็นระดับ 1,000 MW ภายในปี 2024 โดยหากได้กำลังผลิตเพิ่ม 100 MW คาดราคาเป้าหมายจะเพิ่มราว 1 บาท
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
BDMS (BUY/20TP: 28), กำไร 3Q19 ดีกว่าคาด คงคำแนะนำ “ซื้อลงทุน”
(views 54)
กำไร 3Q19 ดีกว่าเราและตลาดคาด BDMS ประกาศกำไรปกติ 3Q19 ออกมาที่ 2,890 ลบ. +54.9% Q-Q, +0.4% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาดราว 7% ซึ่งค่อนข้างน่าประทับใจที่กำไรไม่หดตัว Y-Y รายได้เติบโตดีกว่าคาดเล็กน้อย +7.5% Y-Y โดยเติบโตกระจายตัวค่อนข้างดีในทุกส่วนทั้งผู้ป่วยไทยและต่างชาติ (+8% Y-Y และ +5% Y-Y ตามลำดับ) รวมถึงกรุงเทพฯและต่างจังหวัด (+6% Y-Y และ +9% Y-Y ตามลำดับ) ขณะที่ฝั่งต้นทุนควบคุมได้ดีกว่าที่คาดโดยเฉพาะต้นทุนทางตรง ขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A/Sales ส่งผลให้ EBITDA ใน 3Q19 อยู่ที่ 13% ดีกว่าคาดที่ 12.2% อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 13.9% ถือว่าชะลอตัวลงเนื่องจากมีต้นทุนส่วนเพิ่มจากการเปิดโรงแรม Movenpick BDMS Wellness Resort และ Bangkok International Hospital ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
BJC (HOLD/20TP: 54), กำไร 3Q19 น่าผิดหวัง แผ่วลงทุกธุรกิจ ยกเว้น Consumer
(views 43)
กำไรปกติ 3Q19 ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 1,774 ล้านบาท (+16.1% Q-Q, +5.4% Y-Y) หากไม่รวมการกลับรายการสำรองภาษี 300 ล้านบาท (สุทธิภาษี) และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 32 ล้านบาท จะมีกำไรปกติ 3Q19 เพียง 1,442 ล้านบาท (-19.6% Q-Q, -14.8% Y-Y) น่าผิดหวัง ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 1,696 ล้านบาท) มาจาก 1) BIGC มี SSSG ติดลบมากขึ้น -4.9% Y-Y จาก -0.3% Y-Y ใน 2Q19 แม้อัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัว Y-Y ได้ แต่ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น ทำให้กำไรของ BIGC (ไม่รวมกลับรายการสำรองภาษี) ในไตรมาสนี้ -4% Q-Q, -14% Y-Y 2) ธุรกิจ Packaging รายได้แก้วโต 5% Y-Y แต่ถูกหักล้างด้วยรายได้กระป๋องที่ลดลง -5.6% Y-Y (ผิดไปจากคาดว่าจะโตขึ้น) และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงมากเหลือ 18.2% จาก 20.8% ใน 3Q18 ต่ำสุดในรอบ 29 ไตรมาส จากกำลังการผลิตกระป๋องที่ยังไม่ได้ Scale และ Product Mix ของแก้วเปลี่ยน โดยขายสินค้าที่มีอัตรากำไรต่ำมากขึ้ ทำให้กำไรของ Packaging ลดลง -17% Q-Q, -9% Y-Y 3) Healthcare แม้จะมีรายได้เติบโต แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 28.2% จาก 32.1% ใน 3Q18 และ 31% ใน 2Q19 มาจาก Product Mix ทำให้กำไรของธุรกิจนี้ลดลง -5.4% Q-Q, -10% Y-Y มีเพียงธุรกิจ Consumer ที่ยังมีกำไรเพิ่มขึ้นได้ +24% Y-Y (แต่ -14.5% Q-Q ตามฤดูกาล) แต่ไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของ 3 ธุรกิจได้
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
CENTEL (SELL/20TP: 27), กำไร 3Q19 คาดไว้ต่ำแล้ว ยังต่ำกว่าคาด คงคำแนะนำ “ขาย”
(views 53)
กำไร 3Q19 ต่ำกว่าเราและตลาดคาดมาก CENTEL ประกาศกำไรปกติ 3Q19 ที่ 215 ลบ. -26% Q-Q, -51.3% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาด 17% และ 30% ตามลำดับ โดยรายได้หดตัวแรงกว่าคาด -4.7% Q-Q, -7% Y-Y โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมซึ่งมี Rev Par -10.2% Y-Y และการปิดปรับปรุงของโรงแรม Centara Grand สมุย ขณะที่ธุรกิจอาหารมี SSSG -8.4% Y-Y ซึ่งเป็นระดับที่สูงมาก ขณะที่ฝั่งต้นทุนสูงกว่าคาดจากส่วนของธุรกิจโรงแรมเป็นหลัก ทำให้ EBITDA Margin ใน 3Q19 หดตัวเหลือเพียง 16.1% จาก 16.2% และ 18.8% ใน 2Q19 และ 3Q18 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
CPALL (BUY/20TP: 97), กำไร 3Q19 ดีตามคาด และจะดีมากขึ้นใน 4Q19
(views 42)
กำไรสุทธิ 3Q19 ดีตามคาด กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 5,612 ล้านบาท (+17% Q-Q, +8.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 5,649 ล้านบาท) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพนักงานในไตรมาสก่อน พบว่ากำไรปกติ 3Q19 +4.7% Q-Q, +10% Y-Y ถือเป็นกำไรที่ดี โดยมาจากทั้ง MAKRO ที่มีกำไรปกติไตรมาสนี้เท่ากับ 1,483 ล้านบาท (+16.3% Q-Q, +9.3% Y-Y) และในส่วนของ 7-11 มี SSSG เป็นบวกต่อเนื่องอยู่ที่ +2% Y-Y ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากการทำ Stamp Promotion และมีการเปิดสาขาใหม่ 112 แห่ง ทำให้รายได้รวมเติบโต 8.3% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นยังทำได้ดีต่อเนื่อง โดย MAKRO อยู่ที่ 10.6% เพิ่มขึ้นจาก 9.5% ใน 2Q19 และ 10.3% ใน 3Q18 ส่วน 7-11 ทำได้ดีอยู่ที่ 26.6% เพิ่มขึ้นจาก 26.1% ใน 3Q18 แต่ลดลงจาก 26.9% ใน 2Q19
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
ERW (BUY/20TP: 7.2), กำไรปกติ 3Q19 ใกล้เคียงคาด//เลือกเป็น Top Pick
(views 55)
กำไรปกติ 3Q19 ใกล้เคียงเราและตลาดคาด ERW ประกาศกำไรปกติ 3Q19 ออกมาที่ 43 ลบ. +298.1% Q-Q, +2.9% Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาด กลับมาเติบโต Y-Y ได้ครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาส รายได้จากการดำเนินงานสามารถเติบโตขึ้นได้ +7.3% Q-Q, +4.8% Y-Y แม้ Rev Par ไม่รวม Hop Inn จะ -6% Y-Y แต่ชดเชยได้จากจำนวนห้องพักที่เพิ่มขึ้นที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดโรงแรมใหม่ทั้งระดับ Economy Midscale รวมถึง Hop Inn ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝั่งต้นทุนอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงคาดซึ่งเป็นระดับที่ควบคุมได้ดี ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวดีขึ้นเป็น 25.9% ในไตรมาสนี้จาก 22.2% และ 24.7% ใน 2Q18 และ 3Q18 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
GLOBAL (BUY/20TP: 17), กำไร 3Q19 ไม่สดใส ตามคาด
(views 52)
กำไร 3Q19 ตามคาด ไม่สดใส กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 438 ล้านบาท (-15.8% Q-Q, -1.1% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 442 ล้านบาท) กำไรที่ลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล ส่วนกำไรที่ลดลงเล็กน้อย Y-Y มาจาก SSSG ที่แผ่วลงคาด 0% ถึงติดลบเล็กน้อย Y-Y เทียบกับที่ +8% Y-Y ใน 2Q19 ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่สูงในปีก่อน โดยมี SSSG 3Q18 +12% Y-Y ซึ่งไตรมาสนี้มีการเปิดสาขาใหม่ 2 แห่งที่สตูลและภูเก็ต และรวมกับสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 7% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 21% จาก 19.6% ใน 2Q19 และ 20.6% ใน 3Q18 มาจากการเปลี่ยนแปลงของ Product Mix เป็นหลัก ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น 15.3% Y-Y จากทั้งค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่ และค่าใช้จ่ายพนักงาน กอปรกับรายได้ที่ไม่สดใสนัก ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้สูงขึ้นมาอยู่ที่ 15.3% จาก 13.9% ใน 2Q19 และ 14.1% ใน 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
ITEL (BUY/20TP: 3.8), กำไร 3Q19 ทำสถิติสูงสุดใหม่ตามคาด มาร์จิ้นที่ลดลงเป็นเหตุชั่วคราว
(views 47)
กำไร 3Q19 ทำสถิติสูงสุดใหม่ตามคาด มาร์จิ้นที่ลดลงเป็นเหตุชั่วคราว ITEL รายงานกำไรสุทธิ 48.4 ล้านบาทใน 3Q19 +2.9% Q-Q, +41.8% Y-Y สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง และใกล้เคียงคาด กำไรที่ดีขึ้นในไตรมาสนี้มาจากรายได้ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว +27.1% Q-Q, +77.5% Y-Y เป็น 746.1 ล้านบาท เป็นรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รายได้ที่เติบโตหลักๆมาจากรายได้ติดตั้งโครงข่าย (Installation) ของระบบสื่อสาร DMS และ USO เฟส 2 ที่ส่งมอบงานส่วนที่เหลือทั้งหมดในไตรมาสนี้ ส่วนรายได้จาก Data center มีลูกค้าชะลอการใช้งบประมาณ ทำให้บริษัทไม่สามารถรับรู้รายได้ตามปกติ ซึ่งฉุด Gross margin ของธุรกิจ Data services ให้ลดลงจากปกติ 23-25% เหลือ 15.9% เพราะบริษัทมีต้นทุนคงที่และค่าบำรุงรักษาเพิ่มช่วงน้ำท่วม จึงฉุด Gross margin โดยรวมให้ลดลงเป็น 16.4% จาก 19.8% ใน 2Q19 และจาก 22.5% ใน 3Q18 สำหรับค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง ช่วยชดเชยดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม Gross margin ของ Data service เป็นเหตุการณ์ชั่วคราว สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลต่อเนื่องใน 4Q19 แต่จะคลี่คลายในปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
M (BUY/20TP: 84), กำไร 3Q19 ต่ำคาด แต่จะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q19 - 2020
(views 40)
กำไรสุทธิ 3Q19 ต่ำกว่าคาด ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อชะลอตัว กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 549 ล้านบาท (-20.3% Q-Q, -18.7% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 14% (เราคาดไว้ 636 ล้านบาท) โดยมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด และค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าคาด โดยกำไรที่ลดลง Q-Q สอดคล้องกับช่วง Low Season ของธุรกิจ แต่กำไรลดลง Y-Y ทั้งที่มีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้อีก 10 แห่ง รวมกับสาขาใหม่ที่เปิดในช่วงก่อนหน้า แต่ถูกหักล้างด้วย SSSG พลิกเป็นติดลบ -4% Y-Y สำหรับร้าน MK และ -9% Y-Y สำหรับร้าน Yayoi เพราะได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ฝนตกมาก และน้ำท่วมหลายพื้นที่ ทำให้รายได้รวมลดลง -1.8% Y-Y ในขณะที่มีต้นทุนบางส่วนเป็นต้นทุนคงที่ ไม่ได้ลดลงตามการลดลงของรายได้ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงมาอยู่ที่ 68.3% จาก 68.4% ใน 3Q18 (เราคาดไว้ 68.5%) กอปรกับมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเล็กน้อย +4.7% Y-Y จากค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเครื่องแบบพนักงาน และค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่ ในขณะที่รายได้ปรับลดลง ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 55.3% จาก 51.9% ใน 3Q18 และส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมลดลงมาอยู่ที่ -5 ล้านบาท จาก -24 ล้านบาทใน 2Q19 ที่มีการรับรู้ค่าใช้จ่าย One Time จากการโอรนขายร้าน Yayoi ที่มาเลเซียออกไป แต่พลิกจากที่มีส่วนแบ่งกำไร 1 ล้านบาทใน 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
MINT (BUY/20TP: 47), กำไรปกติ 3Q19 ต่ำกว่าคาด แต่ยังแนะนำ “ซื้อ”
(views 38)
กำไรสุทธิ 3Q19 สูงกว่าคาด แต่กำไรปกติต่ำกว่าคาด MINT ประกาศกำไรสุทธิ 3Q19 ออกมาที่ 4,560 ลบ. +155.3% Q-Q, +347.2% Y-Y สูงกว่าคาดมากซึ่งหลักๆเกิดจากกำไรจากการขายโรงแรม Tivoli ที่สูงกว่าคาด (กำไร 3,512 ลบ. vs เราคาด 2,100 ลบ.) นอกจากนี้ยังมีรายการพิเศษอื่นๆทั้งค่าใช้จ่ายและค่าใช้จ่ายสำรองแบรนด์ร้านอาหาร 312 ลบ. ขาดทุนจากสัญญาแลกเปลี่ยนสกุลเงิน 46 ลบ. และค่าใช้จ่าย One-Time ของ NHH จำนวน 1 ลบ. ซึ่งหากตัดรายการดังกล่าวออกกำไรปกติจะอยู่ที่ 1,417 ลบ. -32.5% Q-Q, +39% ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดราว 9-10% โดยแม้รายได้จากการดำเนินงาน 3Q19 เติบโตก้าวกระโดด +91% Y-Y ซึ่งยังคงได้แรงหนุนจากการรวมงบการเงินจาก NHH แต่การเติบโตยังถูกถ่วงจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 10% Y-Y ส่งผลให้ Rev Par -7% Y-Y ขณะที่ธุรกิจอาหารมี Same Store Sales Growth -3.7% Y-Y ซึ่งถูกกดดันจากการบริโภคที่ชะลอและการแข่งขันที่สูงขึ้นโดยเฉพาะจากบริการ Delivery ขณะที่ฝั่งต้นทุนอยู่ในระดับสูงกว่าคาดเช่นกัน ส่งผลให้ EBITDA Margin ในไตรมาสนี้ลดลงเหลือ 13.1% จาก 18.9% และ 20.1% ใน 2Q19 และ 3Q19 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
SPALI (HOLD/20TP: 19), งบ 3Q19 ดีกว่าคาด แนวโน้ม 4Q19 เร่งขึ้นต่อ
(views 41)
กำไร 3Q19 ดีกว่าคาด +66% Q-Q, -4% Y-Y SPALI รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 เร่งขึ้น 66% Q-Q แต่ชะลอ 4% Y-Y เป็น 1.27 พันล้านบาท ดีกว่าเราและตลาดคาด 7% และ 5.5% ตามลำดับ จาก SG&A ต่อรายได้ที่น้อยกว่าคาด จากผลของมาตรฐานบัญชี TFRS15 สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ 1) ยอดโอนฟื้นตัวเป็น 5.6 พันล้านบาท (+31% Q-Q, -3% Y-Y) แบ่งเป็นแนวราบ : คอนโดที่ 55 : 45 หนุนจากแนวราบที่ไปได้ดี และเริ่มโอนคอนโดใหม่อย่าง Supalai Veranda Rama 9 (มูลค่า 4.3 พันล้านบาท มียอดขาย 90%) ในช่วงปลายของไตรมาส 2) อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯ ปรับขึ้นเป็น 39.1% จาก 2Q19 ที่ 36.9% และ 3Q18 ที่ 38.2% จากการเริ่มโอนคอนโดใหม่ที่มีมาร์จิ้นสูง 3) SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 12.3% จาก 14.9% ใน 2Q19 และ 11.7% ใน 2Q18
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
WORK (UR/20TP: UR), กำไร 3Q19 ต่ำกว่าเราและตลาดคาดอย่างมาก
(views 37)
กำไรปกติ 3Q19 ต่ำกว่าคาดของเราและตลาด ลดลง Q-Q, Y-Y กำไรสุทธิและกำไรปกติ 3Q19 เพียง 44 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดของเราและคาดของตลาดที่ 90-160 ล้านบาท โดยเป็นกำไรสุทธิลดลง 39.8% Q-Q (2Q19 มีค่าใช้จ่ายพิเศษสำรองค่าตอบแทนพนักงาน 28 ล้านบาท), 69.0% Y-Y กำไรปกติลดลง 56.4% Q-Q, 69.0% Y-Y จากรายได้ช่อง WPTV ต่ำกว่าคาด ลดลง 6.6% Q-Q, 27.5% Y-Y รายได้รับจ้างจัดงานลดลง 58.3% Q-Q, 53.6% Y-Y และรายได้ละครเวทีคอนเสิรต์ลดลง 75.6% (แม้เพิ่ม 58.5% Q-Q)
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
SAPPE (BUY/20TP: 29), กำไร 3Q19 เติบโตสูง Y-Y เพราะมี B’LUE
(views 48)
กำไร 3Q19 ต่ำคาดเล็กน้อย โดยรวมโตสูง Y-Y กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 102 ล้านบาท (-25% Q-Q, +52.2% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 8% (เราคาดไว้ 111 ล้านบาท) กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล แต่เป็นกำไรที่เติบโตสูง Y-Y เพราะมีการรวม B’LUE เต็มไตรมาส และประสบความสำเร็จตามแผน เทียบกับปีก่อนที่ยังไม่มีการขาย ทำให้รายได้รวมเติบโต +28.8% Y-Y ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายของผู้บริหาร นอกจากนี้รายได้ส่งออกเริ่มกลับมาโตอีกครั้ง +27.7% Y-Y จากทั้งลูกค้าอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และตะวันออกกลาง ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมากมาอยู่ที่ 39.7% จาก 33.5% ใน 3Q18 และดีขึ้นจาก 37.8% ใน 2Q19 ตามอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น และประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น และด้วยรายได้ที่เติบโตดี แต่ค่าใช้จ่ายเร่งตัวขึ้น +14.1% Q-Q, +51.1% Y-Y มาจากค่าใช้จ่ายในการออกสินค้าใหม่ การวางขายสินค้า โดยเฉพาะจาก B’LUE และค่าใช้จ่ายทำการตลาด ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 25.7% จาก 20% ใน 2Q19 และ 21.9% ใน 3Q18 แต่สิ่งที่ดี ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมดาน่อนเซ็ปเป้ในไตรมาสนี้ลดลงมาอยู่ที่ -4 ล้านบาท จาก 2Q19 ที่ -9.8 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
BEM (HOLD/20TP: 11.7), งบ 3Q19 ดีกว่าคาด ติดตามความคืบหน้าต่อสัมปทาน
(views 37)
กำไร 3Q19 ดีกว่าคาด จาก GPM สูงกว่าคาด BEM รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 937 ล้านบาท (-70% Q-Q, -70% Y-Y) หากหักกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน 24 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 912 ล้านบาท (+30.5% Q-Q, ทรงตัว Y-Y) ดีกว่าที่เราและตลาดคาด 13% และ 11% ตามลำดับ จากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจรถไฟฟ้าที่ทำได้ดีกว่าคาด
สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) รายได้รวมอยู่ที่ 4 พันล้านบาท โต 5% Q-Q และ 3% Y-Y จากรายได้ธุรกิจทางด่วน +3% Q-Q, +2% Y-Y ตาม Organic Growth ของปริมาณรถ, ธุรกิจรถไฟฟ้า +9% Q-Q, +4% Y-Y หนุนจากผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่ Feed in จากการเปิดทดลองเดินรถน้ำเงินต่อขยาย และธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ +11% Q-Q, +19% Y-Y จากรายได้ให้เช่าพื้นที่ค้าปลีกใน Metro Mall เพิ่มขึ้น และการเริ่มรับค่าเช่าพื้นที่โฆษณาในสายสีน้ำเงินต่อขยาย 2) GPM รวม ปรับขึ้นเป็น 36.4% เทียบกับ 35.8% ใน 2Q19 แต่ลดลงจาก 39.4% ใน 3Q18 จากค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทางด่วนศรีรัชรอบนอก, ค่าตัดจำหน่ายทางด่วน และการเปิดเดินรถไฟฟ้าสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย 3) SG&A ต่อรายได้ใกล้เคียงกับ 3Q18 ที่ 7% 4) รับรู้เงินปันผลรับจาก TTW รวม 221 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2019
AP (BUY/20TP: 8.2), งบ 3Q19 ฟื้นตามคาด แนวโน้ม 4Q19 สูงสุดของปี
(views 37)
กำไร 3Q19 ตามคาด +27% Q-Q, -32% Y-Y AP รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 อยู่ที่ 619 ล้านบาท (+27% Q-Q, -32% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด แต่ดีกว่าตลาด 8% หากหักกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยราว 43 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 576 ล้านบาท (+25% Q-Q, -37% Y-Y) สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) ยอดโอนแตะ 5.6 พันลบ. แบ่งเป็นแนวราบ 84% และคอนโด 16% หดตัว 15% Y-Y จาก 3Q18 ที่มีโอนคอนโดใหญ่ แต่ฟื้นตัว 24% Q-Q จากการเปิดโครงการแนวราบที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีโมเมนตัมการขายไปได้ดี ทำให้รายได้แนวราบ +46% Q-Q, +5% Y-Y 2) ส่วนแบ่ง JV พลิกเป็นขาดทุน 26 ล้านบาท (เทียบกับกำไร 167 ล้านบาทใน 2Q19 และ 271 ล้านบาทใน 3Q18) เนื่องจากไม่มีคอนโดใหม่เริ่มโอน และมีค่าใช้จ่ายการเปิดตัวคอนโด Life Sathorn Sierra 3) อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯ ปรับขึ้น 32.8% จาก 30.9% ใน 2Q19 และ 31.9% ใน 3Q18 หนุนจากมาร์จิ้นแนวราบที่สูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2019
BCH (BUY/20TP: 22), กำไร 3Q19 แกร่งใกล้เคียงคาด
(views 53)
กำไร 3Q19 โตแกร่ง Q-Q และ Y-Y ใกล้เคียงคาด BCH ประกาศกำไรปกติ 3Q19 ออกมาที่ 402 ลบ. +53.5% Q-Q, +12.8% Y-Y แข็งแกร่งใกล้เคียงเราและตลาดคาดและสามารถทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รายได้เติบโตอย่างแข็งแรง +15.5% Q-Q, +10.8% Y-Y ทั้งในกลุ่มผู้ป่วยเงินสดจาก High Season แรงหนุนของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง และการรักษาโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดศูนย์แพทย์เฉพาะทาง ขณะที่กลุ่มประกันสังคมได้แรงหนุนจากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นและการรับรู้รายได้ส่วนเพิ่มของค่าภาระเสี่ยง (RW<2) ขณะที่ฝั่งต้นทุนควบคุมได้ดีเยี่ยม ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นเป็น 30.5% ในไตรมาสนี้จาก 24.9% และ 29.5% ใน 2Q19 และ 3Q18 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2019
CPN (BUY/20TP: 86), กำไรปกติ 3Q19 ใกล้เคียงคาด และจะโตเร่งตัวขึ้นในปีหน้า
(views 54)
กำไรปกติ 3Q19 แข็งแกร่งใกล้เคียงเราและตลาดคาด CPN มีกำไรปกติ 2,816.3 ล้านบาทใน 3Q19 (ไม่มีรายการพิเศษ) +8.3% Q-Q, +7.5% Y-Y แข็งแกร่งใกล้เคียงเราและตลาดคาด กำไรที่เติบโตดีในไตรมาสนี้มาจากรายได้ค่าเช่าศูนย์การค้าที่โตต่อเนื่อง +0.8% Q-Q, +8.8% Y-Y จากทั้งหมด 34 ศูนย์ มีอัตราการเช่าพื้นที่ 91% ใกล้เคียงช่วงก่อนๆ สำหรับ Central Village ที่เปิดตัวเมื่อ 31 ส.ค. 2019 มีอัตราการเช่าพื้นที่ 77% (พื้นที่เช่า 2 หมื่นตร.ม.) ธุรกิจมีการแข่งขันในบางพื้นที่ทำให้ Same store rental revenue +3.1% Y-Y ชะลอเล็กน้อยจาก 2Q19 ที่ 4.2% รวมถึงไตรมาสนี้มีรายได้จากการโอนคอนโด Escent Ville เชียงใหม่ต่อเนื่องจาก 2Q19 และเริ่มโอน Escent Ville เชียงราย ทำให้รายได้จากอสังหาฯ +24.1% Q-Q, -26.4% Y-Y การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารทำได้ดีขึ้น ทำให้ EBITDA margin เพิ่มขึ้นเป็น 56.0% จาก 55.3% ใน 2Q19 และ 53.8% ใน 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2019
GFPT (HOLD/20TP: 15), การฟื้นฟูโรงงานจากเหตุไฟไหม้ยาวนานกว่าคาด
(views 41)
กำไรสุทธิ 3Q19 ไม่สดใส แม้โต Q-Q ตามฤดูกาล แต่ลดลง Y-Y จากปริมาณขายไก่ส่งออกที่ไม่โต, บาทแข็ง และราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศลดลง กระทบทั้ง GFPT และ GFN แต่คาดกำไรจะลดลงต่อใน 4Q19 เพราะ Low Season และประสบเหตุไฟไหม้ กระทบสายการผลิตไก่ปรุงสุก สำหรับปีนี้เรายังคาดกำไรเติบโต 12.4% Y-Y แม้จีนจะอนุมัติโรงงานไก่ส่งออกของไทยเพิ่มเติมเป็น 16 โรงงาน กอปรกับโรค ASF ในหลายประเทศ ทำให้ความต้องการไก่ไทยสูงขึ้น และปริมาณผลผลิตลูกไก่ของไทยลดลงเหลือ 34 ล้านตัวต่อสัปดาห์ จากก่อนหน้าที่ 36 – 37 ล้านตัว อาจส่งผลบวกต่อราคาไก่ในประเทศปรับขึ้นในช่วงต้นปี 2020 แต่ 2 ใน 5 สายการผลิตไก่ปรุงสุกได้รับความเสียหายมาก ซึ่งบริษัทต้องการที่จะเปลี่ยนเป็นเครื่องจักรใหม่ที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ต้องการใช้เวลากว่าจะสั่งซื้อ ติดตั้งแล้วเสร็จ รวมถึงการเข้ามาตรวจโรงงานของกรมปศุสัตว์ และลูกค้า
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2019
GUNKUL (BUY/20TP: 3.7), กำไร 3Q19 เร่งตัวขึ้นแรง ทำ New High มากกว่าเราและตลาดคาด
(views 48)
กำไรปกติ 3Q19 เพิ่ม 126.0% Q-Q, 38.1% Y-Y มากกว่าตลาดคาด 15-20% 3Q19 ทำกำไร New High โดยกำไรสุทธิที่ 958 ล้านบาท +119.3% Q-Q, 33.9% Y-Y และกำไรปกติ 955 ล้านบาท +126.0% Q-Q, 38.1% Y-Y มากกว่าที่เราและตลาดคาด15-20% (ที่ 800-850 ล้านบาท) โดยรายได้รวมเพิ่ม 40.5% Q-Q, 14.6% Y-Y แรงหนุนหลักจากรายได้ขายไฟสูงเป็นประวัติการณ์ +37.3% Q-Q, +28.7% Y-Y แม้ฐานใน 3Q18 สูง จากโรงไฟฟ้าลม 3 โรงได้ผลบวกจากกระแสลมตามฤดูกาลในระดับสูงมาก โดย Capacity factor สูงถึง 43% นอกจากนี้ รายได้จากการขายอุปกรณ์ +24.9% Q-Q, 20.6% Y-Y และรายได้งานก่อสร้าง +135.3% Q-Q แม้ลดลง 38.0% Y-Y กอปรกับ Gross margin เพิ่มเป็น 60.1% จากไตรมาสก่อนที่ 53.2% และ 3Q18 ที่ 57.0% ดอกเบี้ยจ่ายและค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2019
ICHI (SELL/20TP: 6.4), กำไร 3Q19 ต่ำกว่าคาด รายได้ส่งออกต่ำสุดในรอบ 10 ไตรมาส
(views 47)
กำไรสุทธิ 3Q19 ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 73 ล้านบาท (-46.7% Q-Q, +204.2% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 91 ล้านบาท) โดยกำไรที่ลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ และมองผ่านกำไรสูงสุดปีนี้ไปแล้วใน 2Q19 ที่เป็นช่วงหน้าร้อน ส่วนการเติบโตสูง Y-Y เพราะฐานที่ต่ำมากในปีก่อน โดยรายได้ในประเทศกลับมาเติบโตได้มากขึ้น +8.3% Y-Y ตามการฟื้นตัวของมูลค่าตลาดชาเขียวที่กลับมาฟื้นตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี แต่สิ่งที่สร้างความกังวลให้กับเรามากขึ้นคือ รายได้ส่งออกไตรมาสนี้ลดลงแรง -34.7% Y-Y เป็นรายได้ส่งออกที่ต่ำสุดในรอบ 10 ไตรมาส ซึ่งมาจากตลาดกัมพูชาเป็นหลัก ภายหลังประสบปัญหากำลังซื้ออ่อนตัวลง และการแข่งขันที่ยังสูง ทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้ลดลง -31% Q-Q, -8.3% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นมาอยู่ที่ 18% จาก 13.2% ใน 3Q18 จากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2019
TKN (T-BUY/20TP: 13), กำไร 3Q19 ต่ำกว่าคาด
(views 34)
กำไรสุทธิ 3Q19 ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 69 ล้านบาท (-29.6% Q-Q, -46.1% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 111 ล้านบาท) แม้รายได้ในประเทศกลับมาเติบโต 5.2% Q-Q, +1% Y-Y จากการขยายธุรกิจร้านข้าวแกงกะหรี่ Hinoya และการเปิดสาขาใหม่ร้านเถ้าแก่น้อยแลนด์ แต่การเติบโตยังไม่มาก เพราะยังขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเป็นสำคัญ แต่ถูกหักล้างด้วยรายได้ส่งออกที่ลดลง -7.8% Q-Q, -21% Y-Y โดยมาจากตลาดส่งออกจีนที่ลดลงมาก -16.2% Y-Y ทำให้สัดส่วนรายได้จีนลดลงมาอยู่ที่ 35% ของรายได้รวม จาก 40% ของรายได้รวม เพราะยังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่าน Distributor ในจีน แม้ต้นทุนสาหร่ายจะลดลง แต่อัตราการใช้กำลังการผลิตเครื่องจักรถูกกระทบจากรายได้ที่ลดลง รวมถึงโรงงานที่สหรัฐยังใช้การผลิตต่ำกว่าจุดคุ้มทุน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 27% จาก 28% ใน 2Q19 และ 32.1% ใน 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2019
RBF (HOLD/20TP: 4.6), กำไร 3Q19 ดีกว่าคาด น่าจะยังดีต่อใน 4Q19
(views 33)
กำไรสุทธิ 3Q19 ดีกว่าคาดจากมาร์จิ้นที่ดีและค่าใช้จ่ายลดลง กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 106 ล้านบาท (+76.7% Q-Q, +71% Y-Y) ดีกว่าคาด 12% (เราคาดไว้ 95 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรโตดี Q-Q เพราะไตรมาสก่อนมีรายการค่าใช้จ่าย One Time ค่อนข้างมาก และกำไรเติบโตสูง Y-Y แม้รายได้จะเติบโตเล็กน้อย 0.9% Y-Y โดยมาจากการเติบโตจากการขาย 2% Y-Y แต่รายได้จากธุรกิจโรงแรมลดลง -27.5% Y-Y ทั้งนี้สัดส่วนรายได้จากการขายและธุรกิจโรงแรมในไตรมาสนี้อยู่ที่ 97.4% และ 2.6% ของรายได้รวมตามลำดับ แต่สิ่งที่ดีคือ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น Y-Y มาอยู่ที่ 39% จาก 34.8% ใน 3Q18 เพราะมีการปรับ Product Mix ลดการขายสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรต่ำ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจขายมาอยู่ที่ 40.7% จาก 36.9% ใน 3Q18 และธุรกิจโรงแรมมีขาดทุนขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ -3.9% จาก -5.3% ใน 3Q18 ในขณะที่มีรายการค่าใช้จ่ายลดลง ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 21.2% จาก 22.9% ใน 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤศจิกายน
2019
ASEFA (SELL/20TP: 3.5), กำไร 3Q19 ลดลงต่อเนื่อง ปรับประมาณการลงอีกครั้ง
(views 38)
กำไร 3Q19 ลดลง 35.2% Q-Q, 67.5% Y-Y กำไรสุทธิและกำไรปกติ 3Q19 ที่เพียง 28 ล้านบาท กำไรสุทธิลดลง 26.5% Q-Q, 67.5% Y-Y (2Q19 มีตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานเพิ่มตามกฎหมายใหม่ 5 ล้านบาท) ขณะที่กำไรปกติลดลง 35.2% Q-Q, 67.5% Y-Y จากรายได้รวมลดลง 3.8% Q-Q (ปกติ 3Q, 4Q เป็นช่วงรายได้สูง), 24% Y-Y จากการชะลอตัวของสภาพตลาดและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง Gross margin ลดลงเหลือ 20.0% จากไตรมาสก่อนที่ 21.9% และ 3Q18 ที่ 26.1% เนื่องจากยังใช้กำลังผลิตไม่เต็มที่
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤศจิกายน
2019
MAJOR (BUY/20TP: 33), กำไรปกติ 3Q19 ตามคาด ลดลง Q-Q แต่เพิ่ม Y-Y
(views 40)
กำไรปกติ 3Q19 ลดลง 61.2% Q- Q ตามฤดูกาล แต่โตดี 44.7% Y-Y ตามคาด กำไรปกติ 3Q19 ที่ 194 ล้านบาท ตามคาดที่ 195 ล้านบาท เป็นกำไรลดลงมาก 61.2% Q-Q ตามฤดูกาล จากปกติ 2Q เป็นช่วงหน้าหนัง แต่เพิ่ม 44.7% Y-Y โดยรายได้รวมลดลง 22.5% Q-Q แต่โต 20.0% Y-Y ตามรายได้ตั๋วหนังที่ลดลง 29.4% Q-Q แต่โต 16.6% Y-Y รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหารเป็นไปทางเดียวกัน ลดลง 27.0% Q-Q แต่โต 18.5% Y-Y ขณะที่รายได้โฆษณาลดลง 9.6% Q-Q แต่โตดี 30.2% จากฐานต่ำใน 3Q18 ที่อยู่ในช่วงผู้ซื้อสื่อบางรายหมดสัญญา ก่อนจะได้ลูกค้ารายใหม่ สำหรับกำไรสุทธิ 3Q19 ลดลง 61.3% Q-Q และลดลง 5.1% Y-Y จาก 3Q18 ที่มีกำไรพิเศษ
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤศจิกายน
2019
VGI (HOLD/21TP: 10.4), กำไร 2Q20 (สิ้นก.ย.19) ใกล้เคียงคาด
(views 41)
กำไรปกติ 2Q20 (สิ้นก.ย.19) เพิ่ม 9.4% Q-Q, 36.6% Y-Y ใกล้เคียงคาด กำไรปกติ 2Q20 ที่ 355 ล้านบาท ใกล้เคียงเราและตลาดคาด เพิ่มขึ้น 9.4% Q-Q และ 36.6% Y-Y ส่วนใหญ่ จาก Gross profit เพิ่มขึ้น มีรายได้เงินปันผลเพิ่มขึ้น (จาก PLANB) และมีส่วนแบ่งกำไรจากบ.ร่วมเป็นบวกในไตรมาสนี้ที่ 24 ล้านบาท (จากไตรมาสก่อนที่เป็น -7 ล้านบาท) ทั้งนี้ รายได้รวมเพิ่ม 19.8% Q-Q, 36.5% Y-Y ส่วนใหญ่จากการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจ Digital online ad. และ Conso. ผลการดำเนินงานของธุรกิจสื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้าและสนามบินในประเทศมาเลเซีย (PBSB: ผ่านบ.ย่อย MACO) เข้ามาราว 2 เดือน (จากเดิมรับรู้แบบ Equity) แต่รายได้ธุรกิจหลักเดิม (โฆษณาบน BTS และ Office) ชะลอตัว ตามกำลังซื้อ และเนื่องจาก 2 ธุรกิจใหม่ดังกล่าวมี Gross margin ต่ำกว่าธุรกิจเดิม ทำให้ Gross margin ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 55.1% เป็น 47.5% ในส่วนกำไรสุทธิ 2Q20 เพิ่ม 16.9% Q-Q เนื่องจากไตรมาสก่อนมีค่าใช้จ่ายพิเศษตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานราว 26 ล้านบาท และเพิ่ม 36.6% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤศจิกายน
2019
EA (BUY/20TP: 60), กำไรปกติ 3Q19 ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง ดีกว่าคาด 15%
(views 42)
กำไรปกติ 3Q19 ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง ดีกว่าคาด 15% EA รายงานกำไรสุทธิ 1,678.7 ล้านบาทใน 3Q19 มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 84.1 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก จะเป็นกำไรปกติ 1,762.8 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง +31.2% Q-Q, +57.4% Y-Y ดีกว่าเราคาด 15% จากต้นทุนและค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่ต่ำกว่าคาด สำหรับรายได้ 3Q19 +13.5% Q-Q, +38.6% Y-Y เป็น 4,103.4 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการรับรูรายได้จากโรงไฟฟ้าทุกโครงการเต็มไตรมาสเป็นไตรมาสที่ 2 แม้ปริมาณหน่วยไฟฟ้าจะน้อยกว่า 2Q19 แต่ชดเชยได้จากราคาขายที่สูงขึ้นตามค่า Ft ขณะที่ธุรกิจไบโอดีเซลและกลีเซอรีน (21% ของรายได้รวม) +5.8% Q-Q, +10.3% Y-Y จากการขยายตลาด แต่สถานการณ์ราคาขายยังเหมือนเดิมคือการแข่งขันสูง ราคาขายลดลงเพราะภาวะ Oversupply แต่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้สูงถึง 55.8% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงอย่างรวดเร็วจาก 2Q19 ทำให้ EBITDA margin สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 67.8%
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤศจิกายน
2019
EKH (BUY/20TP: 9.2), กำไร 3Q19 ทำ New High ตามคาด
(views 39)
กำไร 3Q19 แข็งแกร่งตามคาด EKH ประกาศกำไรสุทธิ 3Q19 ออกมาที่ 48 ลบ. +21.6% Q-Q, +5.4% Y-Y ใกล้เคียงเราและตลาดคาด รายได้เติบโตสูงกว่าที่คาด +16.6% Q-Q%, +32.3% Y-Y จากทั้งจำนวนผู้ป่วยที่เข้ามาใช้บริการมากขึ้นทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก รวมถึงแรงหนุนจากศูนย์ IVF ที่ยังเติบโตได้โดดเด่นต่อเนื่อง และช่วยชดเชย Gross Margin ที่ต่ำกว่าโดยอยู่ที่ 44.7% ในไตรมาสนี้ ดีขึ้นจาก 43.7% ใน 2Q19 จากปัจจัยฤดูกาล แต่ลดลงจาก 45.5% ใน 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2019
MTC (BUY/20TP: 70), จากนี้เดินเกมส์รุกต่อ
(views 40)
ผู้บริหาร MTC ให้มุมมองเชิงบวกต่อเป้าหมายทางการเงินปี 2020 อาทิ การเติบโตของสินเชื่อน่าจะ +25-30% (เราคาดเดิมที่ 25%) และ Loan spread ที่มีแนวโน้มดีกว่าที่เราคาด เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2020 มาอยู่ที่ 5.4 พันลบ. +26.4%Y-Y สะท้อนสินเชื่อที่ +28%Y-Y (จากคาดการณ์เดิม 25%), Loan spread ที่ 19% (จากคาดการณ์เดิม 18.2%) และปรับลด Credit cost ลงเป็น 1.2% คาดว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบเชิงบวกจากมาตรฐานบัญชี TFRS 9 เนื่องจาก MTC น่าจะมีเงินสำรองส่วนเกิน อาจมีการ Reverse รายการส่วนเกินในอนาคต ปรับราคาเหมาะสมปี 2020 ขึ้นเป็น 70 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2019
SYNEX (BUY/20TP: 10), กำไร 3Q19 อ่อนแอกว่าคาดแต่ถือเป็นจุดต่ำสุด
(views 36)
กำไรอ่อนแอกว่าคาด แต่เชื่อเป็นจุดต่ำสุด บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 93.7 ล้านบาท -21.1% Q-Q, -41.7% Y-Y ต่ำกว่าที่เราคาด 16% และต่ำกว่า Bloomberg consensus 9% เป็นกำไรที่ต่ำสุดในรอบ 13 ไตรมาส จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเหลือเพียง 3.75% จากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาที่อยู่ในระดับ 4.1-4.5% เพราะ Product mix ที่มีส่วนผสมของสินค้ามาร์จิ้นต่ำเพิ่มขึ้นมากกว่าที่เราคาด ในขณะที่รายได้จากการขายทรงตัว +0.4% Q-Q แต่ -15.3% Y-Y เราได้รับการบอกเล่าจากผู้บริหารว่ายอดขายมือถือหัวเหว่ยกระเตื้องขึ้นจากไตรมาสก่อนหลังจากมีการอัดฉีดแคมเปญ แต่ยังไม่กลับสู่ระดับปกติ เราจึงคาดว่ารายได้รวมในไตรมาสนี้ที่ทำได้เพียงทรงตัว Q-Q เป็นไปตามฤดูกาลและการระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นของผู้บริโภค และการที่รายได้ไม่ตกต่ำไปกว่า 2Q19 ถือว่าบริษัทปรับกลยุทธ์ถูกทางแล้ว เห็นได้จากสินค้าคงเหลือที่ลดลงอย่างต่อเนื่องนับจากต้นปี นอกจากนี้ ไตรมาสนี้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 24.7 ล้านบาทเพราะบาทแข็งค่า
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2019
TACC (BUY/20TP: 6.8), กำไร 3Q19 ดีตามคาด และคาดกำไร 4Q19 จะทำจุดสูงสุดใหม่
(views 39)
กำไร 3Q19 เติบโตสูง Y-Y ตามคาด กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 41 ล้านบาท (-4.7% Q-Q, +86.4% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 40 ล้านบาท) กำไรที่ลดลง Q-Q มาจากช่วง Low Season ของธุรกิจ ส่วนกำไรที่เติบโตสูง Y-Y มาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และมีการเติบโตของรายได้ในระดับที่ดี +17.6% Y-Y จากทั้งรายได้โถกด และ All caf? ที่เติบโตตามการเพิ่มขึ้นของสาขาใหม่ 7-11 และการออกเมนูรสชาติใหม่ต่อเนื่อง รวมถึงรายได้ในกัมพูชายังทำได้ค่อยเป็นค่อยไป แม้การเติบโตจะไม่หวือหวา แต่เป็นการขายที่มีกำไร ปัจจุบันมีรายได้ส่งออกอยู่ที่ราว 3% ของรายได้รวม รวมถึงธุรกิจ Character ที่เติบโตตามจำนวนลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้สูงขึ้นมาอยู่ที่ 31.2% จาก 31.1% ใน 2Q19 และ 30.7% ใน 3Q18 และยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีต่อเนื่อง ลดลง -13.3% Q-Q และ -4.4% Y-Y ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 17.6% จาก 18.7% ใน 2Q19 และ 21.6% ใน 3Q18 ในขณะที่ไม่ต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมอย่าง สยามเกตเวย์ อีกต่อไป ภายหลังเลิกกิจการและรับรู้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดใน 2Q19 ที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2019
TPCH (HOLD/19TP: 13.5), กำไร 3Q19 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
(views 38)
กำไร 3Q19 เพิ่ม 1.8% Q-Q, 5.7% Y-Y ต่ำกว่าคาด 5% กำไร 3Q19 ที่ 97 ล้านบาท +1.8% Q-Q, +5.7% Y-Y ต่ำกว่าคาดที่ 102 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากมีขาดทุนรับรู้จากบริษัทร่วม 1 ล้านบาท จาก 2 ไตรมาสก่อนที่รับรู้กำไร 4-6 ล้านบาท เนื่องจากโรงไฟฟ้า MGP มีหยุดซ่อมบำรุง ขณะที่รายได้รวมเพิ่ม 5.1% Q-Q, 4.3% Y-Y จากการที่โรงไฟฟ้าอื่นอีก 5 โรง ไม่มีหยุดซ่อมบำรุง Gross margin ดีขึ้นเป็น 48.4% จากไตรมาสก่อนที่ 45.5% แต่ใกล้เคียง 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2019
BH (BUY/20TP: 170), กำไร 3Q19 ใกล้เคียงคาด
(views 50)
กำไร 3Q19 ใกล้เคียงคาด BH ประกาศกำไรปกติ 3Q19 ออกมาที่ 1,055 ลบ. +25.4% Q-Q, -6.5% Y-Y ต่ำวก่าคาดราว 3.3% โดยกำไรที่โตแรง Y-Y ได้อานิสงส์จากช่วง High Season ส่วนกำไรที่อ่อนตัว Y-Y เกิดจากรายได้ที่ยังโตในระดับค่อนข้างต่ำ +0.7% Y-Y จากการแข่งขันที่มีแนวโน้มสูงขึ้นและทำให้มีการทำโปรโมชั่นบางส่วน รวมถึงมีต้นทุนด้าน IT สูงขึ้นทำให้ค่าใช้จ่าย SG&A เร่งตัวขึ้น +7.4% Y-Y ส่งผลให้ EBITDA Margin ใน 3Q19 อยู่ที่ 33.7% ดีขึ้นจาก 27.8% ใน 2Q19 แต่ชะลอตัวลงจาก 3Q18 ซึ่งอยู่ที่ 35.4%
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2019
KTB (BUY/20TP: 21), Valuation ไม่แพง และมีปันผลคาดการณ์ที่ 4.8%
(views 36)
แนวโน้มกำไร 4Q19 จะฟื้นตัวราว 10%Q-Q, 13%Y-Y มาอยู่ที่ราว 7 พันลบ. จากการลดลงของค่าใช้จ่ายพิเศษสำรองฯพนักงานที่เกิดในไตรมาสก่อน กำไรปกติและก่อนหักภาษีคาดว่าจะทรงตัว Q-Q ทั้ง NIM และ Credit cost อาจคงที่ Q-Q เราปรับคาดการณ์กำไรปีนี้ขึ้นเล็กน้อยเพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายด้านดิจิทัลที่ล่าช้า ส่วนประมาณการกำไรปี 2020 คงไว้ที่ ที่ 2.76 หมื่นลบ. -4%Y-Y หดตัวเพราะมีค่าใช้จ่ายด้านดิจิทัลสูงขึ้น รายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงตามภาวะอัตราดอกเบี้ยขาลงและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่หดตัว แม้กระนั้นเราคงคำแนะนำ ซื้อ เพราะ Valuation ที่น่าสนใจ ราคาล่าสุดซื้อขายที่เพียง 2020 PBV 0.7 เท่า บนคาดการณ์ Dividend yield ที่ 4.8% (จ่ายปีละครั้ง) คงราคาเหมะสมปี 2020 ที่ 21 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2019
TU (BUY/20TP: 17), สถานการณ์ปีหน้าดูท้าทายมากขึ้น
(views 61)
กำไร 3Q19 ไม่สดใส และต่ำกว่าคาดราว 5% แม้ปริมาณขายจะปรับตัวขึ้น สอดคล้องกับที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ แต่ไม่สามารถชดเชยผลลบจากค่าเงินบาทแข็งค่า และราคาปลาทูน่าที่ปรับลงแรงได้ โดยล่าสุดราคาปลาทูน่าได้ปรับลงต่อในเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี น่าจะกระทบต่อรายได้ธุรกิจ OEM ทั้งราคาขายและลูกค้าชะลอการสั่งซื้อ คาดแนวโน้มกำไร 4Q19 ยังอ่อนตัวลงต่อ สำหรับปีหน้า แม้ผู้บริหารยังตั้งเป้าการเติบโตในส่วนของรายได้และอัตรากำไรไว้ใกล้เคียงเดิม แต่สถานการณ์ปัจจุบันดูท้าทายบริษัทมากขึ้น จากทั้งค่าเงินบาทแข็งค่า และราคาปลาทูน่าที่ถูกกดดันจากภาวะ Oversupply และมีความผันผวนมากขึ้น ทำให้เรามีความกังวลต่อการเติบโตในปีหน้ามากขึ้น จึงนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2019 – 2020 ลง 7% - 18% เป็นการเติบโต 22.7% Y-Y ในปี 2019 และคาดปี 2020 อาจอ่อนตัวลง -1.2% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปี 2020 เป็น 17 บาท จากเดิม 20 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้จะไม่มี Catalyst หนุนราคาหุ้น แต่ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดอยู่บน Forward PE 13.5 เท่า เท่ากับ PE เฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง -2.5 SD ถือว่าสะท้อนกำไรที่คาดจะอ่อนแอในปีหน้าไปพอสมควรแล้ว จึงแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2019
MTC (BUY/20TP: 68), กำไร 3Q19 กำไรใกล้เคียงคาด
(views 37)
กำไร 3Q19 ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ MTC รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 1,080 ลบ. +5.8% Q-Q, +12%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ (เราคาด 1,060 ลบ./ตลาดคาด 1,120 ลบ.) ในไตรมาสนี้บริษัทมีค่าใช้จ่ายสำรองฯลดลง 39%Q-Q และ 27%Y-Y หรือ Credit cost ที่ 0.8% น้อยกว่าที่เราคาดไว้ที่ 1.45% หากหักรายการตั้งสำรองฯออก PPOP ทำได้น้อยกว่าที่คาด โดยทรงตัว Q-Q และ +8%Y-Y ซึ่งเกิดจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงกว่าที่คาดไว้ ทำให้ Cost to income ratio สูงขึ้นเป็น 49% จาก 46% ในไตรมาสก่อน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการติดตามหนี้ที่เพิ่มขึ้นเพื่อจัดการกับ NPL ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ นอกจากนั้นเกิดจากค่าใช้จ่ายในการขยายสาขาและบุคลากร อย่างไรก็ตาม Cost to income ratio สำหรับ 9M19 ยังอยู่ที่ราว 47% เป็นไปตามเป้าหมายของผู้บริหาร ด้านรายได้ดอกเบี้ยและ Loan spread ถือว่าทำได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้แม้ว่าจะเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน และสินเชื่อที่ขยายตัวได้ดีและส่วนใหญ่เป็น High-yield ทำให้ loan yield ดีขึ้นและชดเชยได้ทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤศจิกายน
2019
SYNEX (BUY/20TP: 10), แนวโน้มกำไร 3Q19 ยังชะลอก่อนจะฟื้นในไตรมาสสุดท้าย
(views 35)
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q19 ชะลอต่อเนื่อง -5.6% Q-Q, -30.3% Y-Y เหลือ 112.1 ล้านบาท แม้ว่ายอดขายจะกระเตื้องขึ้น แต่ด้วย Product mix ที่เปลี่ยนแปลง คาดกดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดต่ำลง แนวโน้ม 4Q19 จะฟื้นตัวโดยได้อานิสงส์จากสินค้าของ Apple ที่ได้รับตอบรับดีจากผู้บริโภค กำไร 3Q19 ที่อ่อนแอกว่าคาด ทำให้เราปรับกำไร 2019-20 ลง 18% และ 10% เป็นกำไร 572.3 ล้านบาทในปีนี้ -20.7% Y-Y และเป็น 700.1 ล้านบาทในปี 2020 +22.3% Y-Y การเติบโตในระยะยาวจะเป็นไปตามอุตสาหกรรมไอทีที่มีการพัฒนาตลอดเวลา เราปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 10 บาทจาก 12 บาท (PE 13 เท่า) เพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ จากถือในรายงานฉบับก่อน
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤศจิกายน
2019
BGRIM (HOLD/20TP: 50), คาดกำไรปกติ 3Q19 เร่งตัว เพิ่มสูง Q-Q Y-Y
(views 58)
คาดกำไรปกติ 3Q19 โตสูง 29.3% Q-Q, 70.4% Y-Y จากการรับรู้รายได้ขายไฟเต็มไตรมาสจาก 2 โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่เวียดนามที่มีมาร์จิ้นสูง และการทยอยดำเนินการของโรงไฟฟ้าใหม่ แม้กำไรสุทธิใกล้เคียง Y-Y จาก 3Q18 ที่มีกำไรพิเศษสูง แนวโน้มกำไรปกติในไตรมาสสุดท้ายแข็งแกร่งต่อเนื่อง และทั้งปีโต 33.5% Y-Y เรายังชอบ BGRIM จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรปกติในช่วงขาขึ้น เฉลี่ย 3 ปีโต 29% (CAGR) ทั้งยังมีศักยภาพที่จะได้กำลังผลิตเพิ่มอีกในหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside น้อยกว่า 10% จากราคาเป้าหมายที่ปรับใช้เป็นปี 2020 ที่ 50 บาท คงคำแนะนำ ถือ/ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤศจิกายน
2019
INTUCH (BUY/20TP: 78.5), กำไร 3Q19 แข็งแรงตาม ADVANC
(views 42)
กำไร 3Q19 โตแกร่งตาม ADVANC INTUCH ประกาศกำไรสุทธิ 3Q19 ออกมาที่ 3,348 ลบ. +13.9% Q-Q, +23.8% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษทั้งของ ADVANC และ THCOM ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 3,229 ลบ. +5.4% Q-Q, +18.8% Y-Y ใกล้เคียงที่เราคาด โดยการเติบโตยังคงได้แรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่สูงขึ้นจากรายได้ที่เริ่มกลับมาเติบโตเร่งตัวขึ้น Y-Y หลังผลกระทบเชิงลบของ Fixed-Speed Unlimited Package ที่ตลาดออกมาตั้งแต่ช่วง 1H18 เริ่มผ่อนคลาย อย่างไรก็ตามธุรกิจของ THCOM ยังคงขาดทุนจากอุตสาหกรรมดาวเทียมที่อยู่ในช่วงขาลง
อ่านเพิ่มเติม
01
พฤศจิกายน
2019
ASK (BUY/20TP: 28), คาดกำไร 3Q19 เป็น New record high
(views 53)
เราประมาณการกำไร 3Q19 อยู่ที่ 233 ลบ. เป็น New record high เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมต่างๆที่เติบโตขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อรถเชิงพาณิชย์ แนวโน้มกำไร 4Q19 คาดว่าดีขึ้น Q-Q ตามคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อตามฤดูกาล เราคาดการณ์กำไรปี 2019 ที่ 870 ลบ. (+7.2%Y-Y) และปี 2020 ที่ 938 ลบ. +7.85%Y-Y ปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 28 บาท คาดการณ์ Dividend yield 6.6% คงคำแนะนำ ซื้อ (Upside 7.7% และ Dividend yield 6.6%)
อ่านเพิ่มเติม
01
พฤศจิกายน
2019
ADVANC (BUY/20TP: 260), กำไร 3Q19 แข็งแกร่งใกล้เคียงคาด
(views 41)
กำไรปกติ 3Q19 ดีกว่าที่เราคาดเล็กน้อยและใกล้เคียงตลาดคาด ADVANC ประกาศกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 8,800 ลบ. +13.5% Q-Q, +29.4% Y-Y หากตัดรายการพิเศษจากการยุติข้อพิพาทและทำสัญญาเช่าเสากับ TOT ใหม่ราว 383 ลบ.และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 8,461 ลบ. +5.6% Q-Q, +22.2% Y-Y ดีกว่าที่เราคาดเล็กน้อยและใกล้เคียงตลาดคาด รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC เติบโตค่อนข้างแข็งแกร่ง +0.4% Q-Q, +7.2% Y-Y มาจากทุกธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ARPU ของธุรกิจมือถือแม้จะ +4% Y-Y แต่ทำได้เพียงแค่ทรงตัว Q-Q (ส่วนหนึ่งเกิดจากปัจจัยฤดูกาล) ซึ่งคาดว่าเป็นปัจจัยที่สร้างความกังวลแก่ตลาด อย่างไรก็ตามเราไม่กังวลต่อประเด็นดังกล่าวนัก ขณะที่ด้านต้นทุนยังควบคุมได้ค่อนข้างดีโดยปรับตัวขึ้นน้อยกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้ EBITDA Margin ใน 3Q19 ปรับตัวขึ้นเป็น 48.5% จาก 45.3% และ 42.5% ใน 2Q19 และ 3Q18 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2019
EA (BUY/20TP: 60), คาดกำไร 3Q19 เดินหน้าทำจุดสูงสุด แต่ภาะรหนี้ก็เริ่มสูงตามมา
(views 45)
เราคาดกำไร 3Q19 สดใสต่อเนื่อง +14% Q-Q, +37% Y-Y เป็น 1,534.6 ล้านบาท จากโรงไฟฟ้าพลังลมที่เข้าสู่ high season ชดเชยโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่อยู่ใน low season ขณะที่ธุรกิจไบโอดีเซลและกลีเซอรีนคาดทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน เราปรับลดกำไรปี 2019 ลง 3% และปี 2020 ลง 5% จากการเพิ่มรายจ่ายเพราะอยู่ในช่วงแรกของการขยายธุรกิจใหม่หลายธุรกิจ แต่ยังเป็นกำไรที่เติบโตสูง +44.3% ในปีนี้ และ +19.1% ในปี 2020 กำไรในปีหน้าจะถูกขับเคลื่อนจากธุรกิจใหม่ๆ ทั้งรถไฟฟ้า เรือไฟฟ้า สถานีชาร์จรถไฟฟ้า PCM และ Battery storage สำหรับประเด็นโซนนิ่งซึ่งกำลังรออนุมัติจาก ครม. เชื่อไม่กระทบโรงงานแบตเตอรี่เพราะมีแผนสำรองอยู่แล้ว คงคำแนะนำซื้อ ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 60 บาท ลดลงเล็กน้อยจากเป้าปีนี้เพราะความล่าช้าของโครงการใหม่
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2019
JWD (BUY/20TP: 12), คาดกำไร 3Q19 สดใสตามฤดูกาล เพิ่มธุรกิจใหม่ต่อยอดจากธุรกิจเดิม
(views 41)
เราคาดกำไร 3Q19 สดใสตาม High season ของธุรกิจคลังสินค้า ธุรกิจอาหาร และธุรกิจห้องเย็นซึ่งมีการขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมที่ซื้อกิจการในปีที่ผ่านมามีพัฒนาการดีต่อเนื่อง จึงคาดกำไรสุทธิ 88 ล้านบาท +10.2% Q-Q, +25.5% Y-Y ทั้ง JWD และบริษัทร่วมยังเดินหน้าขยายตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งในฟิลิปปินส์ กัมพูชา และเวียดนาม และต่อยอดธุรกิจเดิมโดยเปิดธุรกิจใหม่คือตู้นิรภัยให้เช่าภายใต้แบรนด์ “Store IT!” ซึ่งแม้จะยังไม่ได้สร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วง 1-2 ปีนี้ แต่หากโมเดลธุรกิจแบบ Franchise ประสบความสำเร็จ ก็ถือว่าน่าสนใจ เราปรับลดกำไรปี 2019-20 ลงเล็กน้อยแต่ยังเป็นกำไรที่เติบโตสูง 45% ในปีนี้และ 19% ในปีหน้า ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 12 บาท ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2019
RBF (BUY/20TP: 4.6), คาดกำไร 3Q19 สดใส และจะโตต่อเนื่องในปี 2020
(views 39)
แนวโน้มกำไร 3Q19 จะเติบโตสูงทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเหมือนไตรมาสก่อน และมีการปรับ Product Mix มาตั้งแต่ปีก่อน โดยลดการขายสินค้าที่อัตรากำไรต่ำลง ช่วยหนุนพัฒนาการที่ดีของอัตรากำไรขั้นต้นได้ต่อเนื่อง แนวโน้มกำไรจะดีต่อเนื่องใน 4Q19 ตามปัจจัยฤดูกาล ทุกอย่างยังดูสอดคล้องกับประมาณการของเรา เรายังคาดกำไรปกติปี 2019 โต 13.3% Y-Y และคาดจะโตต่อเนื่องในปี 2020 ราว 14.2% Y-Y จากการรับรู้โรงงานใหม่ที่เวียดนามและอินโดนีเซีย, การเติบโตของลูกค้าเดิมที่เติบโตสม่ำเสมอตามกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลง ทั้งนี้ประมาณการในปีหน้าของเราดูมี Upside หากเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโรงงานใหม่ได้เร็วกว่าคาด จนสามารถหักล้างค่าเสื่อมได้ทั้งหมด อาจทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปี 2020 ดีกว่าที่เราคาดไว้ว่าจะลดลงจากปีนี้ เรายังคงราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 4.6 บาท (อิง PE เดิม 21 เท่า) แนะนำซื้อเมื่ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2019
RS (HOLD/20TP: 17), คาดกำไรปกติ 3Q19 ฟื้น Q-Q, Y-Y แต่น้อยกว่าเคยคาด
(views 53)
คาดกำไรปกติ 3Q19 ดีขึ้น 5.6% Q-Q, 15.2% Y-Y จากฐานต่ำของรายได้ธุรกิจ MPC ใน 3Q18 ที่มีผลกระทบจากการปราบปรามสินค้าเถือนของอ.ย. และรายได้จัดคอนเสริตเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้ทีวีดิจิตอลยังไม่ฟื้น จากภาวะกำลังซื้อและตลาดโฆษณาที่ยังอ่อนแอ เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2019-2021 ลง 5-8% และปรับใช้ราคาเป้าหมายเป็นปี 2020 ที่ 17 บาท คงคำแนะนำ ถือ ทั้งนี้ ยังไม่รวมผล Synergy ระหว่างธุรกิจ MPC ของ RS กับธุรกิจสื่อบนรถไฟฟ้าและสื่อ On Line ของ VGI บ.ย่อยของ BTS หลังกลุ่ม BTS เข้ามาถือหุ้น 7% ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม คาดใช้เวลากว่าจะเห็นผล อย่างเร็วต้นปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2019
TACC (BUY/20TP: 6.8), คาดกำไร 3Q19 ยังสดใส และอาจทำจุดสูงสุดใหม่ใน 4Q19
(views 43)
แนวโน้มกำไร 3Q19 น่าจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย Q-Q ตามฤดูกาล แต่คาดเติบโตสูง Y-Y เพราะฐานต่ำในปีก่อน ภาพรวมทุกธุรกิจยังขับเคลื่อนการเติบโตทั้งรายได้เครื่องดื่มโถกด และ All Caf? ใน 7-11 ซึ่งยังมีการออกรสชาติใหม่ต่อเนื่อง รวมถึงธุรกิจ Character ที่เติบโตตามจำนวนลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น ล่าสุด Siam Paragon จัดงาน Event ใหญ่ของปีในธีม Rilakkuma World Happiness Town ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรใน 4Q19 กอปรกับเป็นช่วง High Season ของธุรกิจใน 7-11 คาดเห็นกำไร 4Q19 สดใสต่อเนื่อง และทำจุดสูงสุดใหม่ ด้วยแนวโน้มกำไร 2H19 ที่ดีกว่า 1H19 และดีกว่าที่เคยคาดไว้ เราจึงปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2019 – 2020 ขึ้น 12.6% และ 5.6% เป็นการเติบโต +135.8% Y-Y และ +6.1% Y-Y ตามลำดับ ทั้งนี้ประมาณการปีหน้าของเรามี Upside หากได้เห็นความชัดเจนกรณี 7-11 สามารถเปิดสาขาในกัมพูชาสำเร็จ เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 6.8 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ยังมี Upside 34.7% คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
ตุลาคม
2019
MTC (BUY/20TP: 68), คุณภาพหนี้ดีขึ้น และกำไรดีขึ้น
(views 58)
คาดการณ์กำไร 3Q19 ที่ 1,059 ลบ. +3.8%Q-Q, +9.8%Y-Y คาดการณ์สินเชื่อจะ +28%Y-Y ตามเป้าหมายของบริษัท และการเปิดสาขาใหม่อีก 222 สาขาเป็น 3,961 สาขา ไตรมาสนี้อาจยังเห็นแรงกดดันจาก Credit cost และค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน แต่แลกกับคุณภาพสินทรัพย์ที่คาดว่าจะดีขึ้นจากไตรมาสก่อนตามการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและการติดตามหนี้ เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลงเป็น 4.2 พันลบ. +13%Y-Y และประมาณการกำไรปี 2020 ที่5.3 พันลบ. +26%Y-Y โดยมีปัจจัยผลักดันสำคัญคือต้นทุนทางการเงินที่คาดว่าจะเริ่มเห็นผลบวกจากการ Reprice หุ้นกู้ และคาดการณ์สินเชื่อยังเติบโตได้ในระดับสูงที่ 25% โดยมาตรฐานบัญชี TFRS 9 คาดว่าจะส่งผลต่อ MTC อย่างไม่มีนัย ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 68 บาท ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ (จาก ขาย)
อ่านเพิ่มเติม
30
ตุลาคม
2019
ITEL (BUY/20TP: 3.8), คาดกำไร 3Q19 เดินหน้าทำจุดสูงสุด แต่ภาะรหนี้ก็เริ่มสูงตามมา
(views 39)
เราคาดกำไร 3Q19 ดีต่อเนื่องและน่าจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้ที่ 50.2 ล้านบาท +6.8% Q-Q, +47.1% Y-Y จากการขับเคลื่อนของธุรกิจติดตั้งโครงข่าย (Installation) ซึ่งหลายงานเป็นช่วงปิดงานและส่งมอบงาน ขณะที่รายได้จากธุรกิจ Data services และ Data center ที่ถือว่าเป็น Recurring income มีสัดส่วนราว 40% ของรายได้รวม คาดว่าจะทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน กำไรที่มีแนวโน้มดีกว่าคาดเดิมทำให้เราปรับประมาณการกำไรทั้งปีขึ้น 5% เป็นเติบโต 34.9% Y-Y และคาดกำไรปี 2020 ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีนี้ที่งาน Installation สูงกว่าปกติ เราปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 3.80 บาทต่ำกว่าเป้าปีนี้จากการเพิ่ม WACC เพราะโครงสร้างเงินทุนเปลี่ยนไปโดยภาระหนี้เพิ่มสูงค่อนข้างเร็ว แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นหนี้จาก Project finance ซึ่งจะทยอยลดลงเมื่อบริษัทส่งมอบงานแล้วเสร็จก็ตาม เป้าดังกล่าวคิดเป็น Implied PE 20 เท่าปีหน้า ใกล้เคียงกลุ่ม และมีโอกาสในการประมูลงานในอนาคตเพื่อสร้างการเติบโตได้อีก ยังคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
ตุลาคม
2019
SPALI (BUY/20TP: 19), คาดกำไร 3Q19 ฟื้นตัว แต่ยอดขายพลาดเป้า ปรับประมาณการลง
(views 35)
คาดกำไรปกติ 3Q19 ฟื้นตัว 46% Q-Q หนุนจากส่งมอบคอนโดใหม่ที่มีมาร์จิ้นสูง แต่ลดลงเล็กน้อย 4% Y-Y ขณะที่ยอดขาย 3Q19 อ่อนแอ จากการเปิดตัวคอนโดใหม่ที่พลาดเป้า คาดมี Downside ต่อเป้าทั้งปีราว 30% เราปรับลดประมาณการปี 2019-2020 ลง 15% ต่อปี เป็นหดตัว 7% Y-Y ที่ 5.3 พันล้านบาทใน 2019 ก่อนฟื้นตัว 6% Y-Y ในปีหน้า ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 19 บาท โดยปรับลด PER เป็น 7.2x เทียบเท่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 4 ปี -1SD เพื่อสะท้อนตลาดอสังหาที่ท้าทายขึ้น ระยะสั้นคาดเห็นการปรับลดประมาณการของตลาด จากยอดขายที่พลาดเป้ามาก ขณะที่ต้องติดตามวันที่เริ่มใช้มาตรการภาครัฐ ซึ่งอาจเป็นทั้งบวกและลบต่อ 4Q19 แนะนำรอพิจารณาเข้าลงทุนหลังประกาศงบ 3Q19
อ่านเพิ่มเติม
29
ตุลาคม
2019
GLOBAL (BUY/20TP: 17), คาดกำไร 3Q19 ไม่สดใสจากฤดูกาล และผลกระทบน้ำท่วม
(views 43)
แนวโน้มกำไร 3Q19 ไม่สดใส เพราะคาด SSSG แผ่วลงเหลือ +0.8% Y-Y จาก 2Q19 ที่ +8% Y-Y จากฝนตกมาก และมีน้ำท่วมหลายพื้นที่ในโซนภาคอีสาน ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของบริษัท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นน่าจะลดลงจากปีก่อน จากการเปลี่ยนของ Product Mix กอปรกับค่าใช้จ่ายยังสูงทั้งจากค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่ และค่าใช้จ่ายพนักงาน และคาดกำไร 4Q19 จะกลับมาฟื้นตัว Q-Q เพราะได้อานิสงส์จากการกลับมาซ่อมแซมบ้านหลังน้ำลด แต่ด้วยแนวโน้มกำไร 3Q19 ที่ต่ำกว่าที่เคยคาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 3% เป็น -2.3% Y-Y และคาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2020 ราว 12.1% Y-Y จากกำลังซื้อที่น่าจะกลับมาฟื้นตัว, การรับรู้รายได้สาขาใหม่ที่เปิดในปีนี้ และยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 17 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงจนมี Upside กว้างขึ้นเป็น 15.7% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
29
ตุลาคม
2019
HMPRO (BUY/20TP: 18.5), กำไร 3Q19 ตามคาด อัตรากำไรขั้นต้นยังเป็นตัวหนุน
(views 40)
กำไรสุทธิ 3Q19 ตามคาด แม้ SSSG ติดลบ แต่อัตรากำไรขั้นต้นน่าประทับใจ กำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 1,482 ล้านบาท (-3.0% Q-Q, +8.5% Y-Y) ใกล้เคียงทั้งเราและ Consensus คาด (เราคาดไว้ 1,474 ล้านบาท) กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q สอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาล แต่ยังสามารถเติบโต Y-Y ได้ แม้ SSSG ไตรมาสนี้จะพลิกเป็นติดลบราว -2% Y-Y เพราะกำลังซื้อแผ่วลง, ฝนตกมาก และมีน้ำท่วมหลายพื้นที่ แต่ได้รับการหักล้างบางส่วนจากรายได้สาขาใหม่ที่เปิดต่อเนื่องตั้งแต่ปีก่อน และใน 3Q19 เปิดสาขาเพิ่มอีก 2 แห่งได้แก่ HMPRO มุกดาหาร และ HMPRO S สามย่ายมิตรทาวน์ ทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้ลดลงเล็กน้อย -1.2% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นยังปรับขึ้นได้น่าประทับใจ +60 bps จากปีก่อน มาอยู่ที่ 27.1% ใน 3Q19 ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 24 ไตรมาส จากการปรับ Product Mix ที่ดีขึ้น โดยมีสัดส่วนสินค้า House Brand เพิ่มขึ้นเป็น 19.9% จาก 19.5% ใน 2Q19 และเน้นคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพต่อเนื่อง นอกจากนี้บริษัทยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ซึ่งสามารถหักล้างค่าเสื่อมราคา DC ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาได้ทั้งหมด ทำให้ค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้ -4.1% Q-Q และ -1.1% Y-Y ถึงแม้รายได้จะไม่สดใส แต่สามารถคุมให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 22% ใกล้เคียงปีก่อนได้
อ่านเพิ่มเติม
29
ตุลาคม
2019
MAJOR (BUY/20TP: 33), คาดกำไรปกติ 3Q19 ลดลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่ยังโต Y-Y
(views 41)
คาดกำไรปกติ 3Q19 ลดลง 61.2% Q-Q ตามฤดูกาล แต่โตดี 44.7% Y-Y แม้กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย 5.5% Y-Y เนื่องจากไม่มีกำไรพิเศษไตรมาสนี้ แนวโน้มกำไรปกติ 4Q19 เพิ่ม Q-Q แต่น่าจะอ่อนลง Y-Y จากฐานที่สูง เรามีการปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลง 7-8% และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 33 บาท (DCF) ที่คิดเป็น PE ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในอดีตที่ราว 24 เท่า ราคาหุ้นที่ปรับฐานลงมาหลังประกาศงบฯ 2Q19 ที่เป็นกำไรสูงสุดของปี มี Upside เกิน 10% และเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลค่อนข้างสม่ำเสมอ ระดับ 5% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
ตุลาคม
2019
SCC (BUY/20TP: 400), ธุรกิจยังมี downside แต่หวังว่าจำกัด
(views 41)
กำไรปกติดีกว่าคาด 7% แต่เป็นกำไรที่อ่อนแอสุดในรอบ 6 ปี SCC รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 6,204 ล้านบาท ต่ำกว่าคาด แต่หากบวกกลับรายการพิเศษ (ขาดทุนจากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ 762 ล้านบาทและกลับรายการภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 1,063 ล้านบาท) เป็นกำไรปกติ 8,029 ล้านบาท ดีกว่าคาด 7% แต่ยังเป็นกำไรที่อ่อนแอ -12% Q-Q, -28% Y-Y จากธุรกิจเคมีคอลทั้งของ SCC และบ.ร่วมที่เป็นตัวฉุดหลัก ขณะที่ธุรกิจ Packaging แสดงผลงานได้แข็งแกร่งหลังรวมผลประกอบการของ Fajar (ทำกระดาษบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซีย) เข้ามาประมาณ 1 เดือน ส่วนธุรกิจวัสดุก่อสร้างชะลอลงตามฤดูกาลและตลาดที่อยู่อาศัยที่ซบเซา และความต้องการในตลาดอาเซียนบางประเทศที่ลดลงชั่วคราว
อ่านเพิ่มเติม
29
ตุลาคม
2019
BEM (HOLD/19TP: 11.7), คาดกำไรปกติ 3Q19 ไม่น่าตื่นเต้น กดดันจากค่าใช้จ่าย
(views 39)
คาดกำไรปกติ 3Q19 ฟื้นตัว 15% Q-Q แต่ชะลอ 12% Q-Q ถูกกดดันจากค่าซ่อมบำรุงทางด่วน และค่าใช้จ่ายทดลองเดินรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยาย เราเห็นสัญญาณบวกจากจำนวนผู้โดยสารที่เร่งขึ้นทำ New High โดยรายได้ 4Q19 จะได้แรงหนุนจากการเปิดเดินรถอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 29 ก.ย. 2019 ก่อนปี 2020 จะรับผลบวกเต็มปี พร้อมเปิดส่วนที่เหลือให้ครบเส้นในเดือนมี.ค. 2020 ขณะที่เรายังเชื่อว่ามีโอกาสสูงที่ได้ต่อสัมปทานทางด่วน โดยความชัดเจนในประเด็นดังกล่าวจะช่วยปลดล็อกราคาหุ้นได้ ยังแนะนำซื้ออ่อนตัว ราคาเหมาะสม 11.70 บาท มี Upside จากการรับงานเดินรถ Airport Link และรถไฟความเร็วสูง หลังกลุ่ม CPH เซ็นสัญญาแล้ว รวมถึงโอกาสการเข้าร่วมประมูลรถไฟฟ้าสายอื่นเพิ่ม
อ่านเพิ่มเติม
28
ตุลาคม
2019
KBANK (BUY/20TP: 158), ปรับลดเป้าปี 2020 สะท้อนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลบกว่าคาด
(views 62)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2020 ของ KBANK ลง 12% เป็น 3.37 หมื่นลบ. (-8.6%Y-Y) ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับลดรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลงจากเดิมที่คาดการณ์ flat เป็น -10.9%Y-Y ซึ่งเกิดจากรายได้จากธุรกิจประกันและการรับรู้รายได้ตามมาตรฐานบัญชีใหม่และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ชะลอตัวลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 158 บาท ราคาหุ้นล่าสุดซื้อขายต่ำกว่าราคาเป้าหมายของเรา จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
ตุลาคม
2019
BJC (BUY/20TP: 61), คาดกำไร 3Q19 ไม่ตื่นเต้น และจะกลับมาโตใน 4Q19
(views 53)
แนวโน้มกำไรปกติ 3Q19 จะแผ่วลงเล็กน้อย Q-Q เพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ และค่อนไปในทางทรงตัว Y-Y จากกำลังซื้ออ่อนตัวลง, ฝนตกมาก และน้ำท่วมหลายพื้นที่ โดยคาด SSSG จะติดลบมากขึ้นเป็น -4% Y-Y และคาดธุรกิจ Packaging ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก โดยเฉพาะธุรกิจกระป๋อง เพราะใช้กำลังการผลิตได้ไม่เต็มที่ ส่วนธุรกิจ Consumer และ Healthcare น่าจะทำได้เพียงทรงตัวตามฤดูกาล และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q19 เพราะเป็น High Season และได้อานิสงส์จากการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ ช่วยหนุนให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยดีขึ้น และล่าสุดได้เปิด BIGC สาขาแรกในกัมพูชาตอนต้นเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2019 ไว้ที่ -1.1% Y-Y และคาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2020 ราว 13.2% Y-Y โดยปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 61 บาท (DCF) ยังมี Upside 22.6% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
ตุลาคม
2019
TWPC (BUY/20TP: 5.1), รอวันฟ้าใส ผลกำไรกลับมาฟื้นด้วยมาร์จิ้นดีขึ้น ปันผลดี
(views 97)
คาดปี 2019 กำไรปกติเริ่มกลับมาโตเล็กน้อย หลังลดลงต่อเนื่องใน 2 ปีก่อนที่อุตสาหกรรมแป้งมันประสบปัญหาวัตถุดิบหัวมันขาดแคลน โดยกำไรปกติ 1H19 โต 4.9% Y-Y และคาด 3Q19 กำไรทรงตัว ก่อนเร่งตัวขึ้นใน 4Q19 ตามฤดูกาลช่วงเก็บเกี่ยวหัวมัน แต่คาดกำไรสุทธิทั้งปียังลดลง 14.3% Y-Y จากค่าใช้จ่ายพิเศษตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานใน 2Q19 สำหรับปี 2020 แนวโน้มกำไรปกติโตแรง จากฐานต่ำในปีก่อน เทียบกับอดีตในปี 2016-2017 จากแนวโน้มรายได้เพิ่มขึ้น รวมกับผลบวกจากกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นเต็มที่ทั้งปี และคาด Gross margin ดีขึ้น ประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 5.10 บาท อิง PE 14 เท่า discount ราว 10% จากเฉลี่ย PE หุ้นในกลุ่มธุรกิจเกษตรและอาหาร และเป็นบริษัทที่มีความสามารถในการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ Dividend yield ค่อนข้างดีระดับ 7% เริ่มคำแนะนำ ซื้อ โดยเฉพาะหลังประกาศงบฯ 3Q19 รับคาดการณ์กำไรเร่งตัวใน 4Q19 ต่อเนื่องไปถึง 1Q20
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2019
RBF (IPO: 3.3/20TP: 4.6), ผู้รังสรรค์ส่วนผสมของความอร่อย
(views 175)
บมจ. อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายวัตถุที่ใช้เป็นส่วนผสมอาหาร โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักคือ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และธุรกิจค้าปลีก และมีรายได้จากการขายทั้งในและต่างประเทศ เราชอบในความสม่ำเสมอของรายได้ที่เติบโตตามอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และบริษัทให้ความสำคัญกับ R&D ที่ช่วยสร้างความแตกต่างในสินค้า และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าและผู้บริโภค ทำให้ยากที่ลูกค้าจะเปลี่ยน Supplier ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานในเวียดนามและอินโดนีเซีย จากเดิมที่มีแต่สำนักงานขาย คาดจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไป เราคาดกำไรสุทธิปี 2019 – 2020 เติบโต 7.6% Y-Y และ 24% Y-Y ตามลำดับ และคาดอัตราการเติบโตของกำไรในช่วง 3 ปีข้างหน้าเฉลี่ยที่ 18.4% CAGR เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 4.6 บาท (อิง PE 21 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2019
CPALL (BUY/20TP: 97), คาดกำไร 3Q19 โตทั้ง Q-Q, Y-Y แม้เป็น Low Season
(views 47)
แนวโน้มกำไร 3Q19 คาดโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้จะมีฝนตกและน้ำท่วมบางพื้นที่ แต่คาด SSSG จะยังเติบโตได้ทั้ง MAKRO และ 7-11 โดยปกติ 3Q จะเป็นไตรมาสที่ดีของ MAKRO อยู่แล้ว ซึ่งในปีนี้เราคาดกำไรจะยังโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y และในส่วนของ 7-11 มีการทำ Stamp Promotion ช่วยหนุนการเติบโตของ SSSG รวมถึงการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง และคาดกำไรจะโตต่อเนื่อง และทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q19 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ, Stamp Promotion ยังช่วยหนุนอีกราวครึ่งไตรมาส รวมถึงอานิสงส์เชิงบวกจากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อและการท่องเที่ยวของภาครัฐ ช่วยให้บรรยากาศจับจ่ายใช้สอยดีขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นมากกว่าคาดตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จากค่าใช้จ่ายพนักงานเป็นหลัก เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 – 2020 ลง 3.3% และ 5% เป็นการเติบโต 7.8% Y-Y และ 13.5% Y-Y ตามลำดับ และหากแผนการเปิดสาขาในต่างประเทศสำเร็จ จะเป็น Upside ต่อประมาณการปีหน้า ทั้งนี้เราปรับลดราคาเป้าหมายปี 2020 เป็น 97 บาท จากเดิม 100 บาท (DCF) ยังมี Upside 18.7% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2019
M (BUY/20TP: 86), คาดกำไร 3Q19 ไม่สดใส แต่จะเป็นกำไรต่ำสุดของปี
(views 50)
ก่อน และคาดกำไรจะกลับมาโตอีกครั้งใน 4Q19 ที่เป็นช่วง High Season และมีแผนเปิดสาขาใหม่มากขึ้น แต่ปรับลดกำไรสุทธิทั้งปี 2019 ลง 3.4% เป็นการเติบโต 8.8% Y-Y เดิมคาดโต 12.7% Y-Y และคาดโตต่อเนื่องราว 12.1% Y-Y ในปี 2020 จากการฟื้นตัวของ SSSG, การเปิดสาขาใหม่ และคาดต้นทุนวัตถุดิบยังอยู่ในระดับต่ำ เพราะในช่วง 4Q19 กำลังจะเจรจาล็อกราคาเนื้อสัตว์ล่วงหน้าของปีหน้า ซึ่งช่วงนี้ราคาเนื้อสัตว์อ่อนตัวลงพอดี น่าจะหนุนอัตรากำไรขั้นต้นดีต่อเนื่องในปีหน้า ส่วนดีลรวมแหลมเจริญคาดจะแล้วเสร็จในเดือน ธ.ค. 2019 และรวมผลประกอบการเต็มปีในปี 2020 ทั้งนี้เรายังไม่ได้รวมกำไรของแหลมเจริญ ถือเป็น Upside ต่อประมาณในปีหน้า เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 86 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ยังมี Upside 10.6% และมองผ่านกำไรต่ำสุดใน 3Q19 จะกลับมาเติบโตตั้งแต่ 4Q19 เป็นต้นไป จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2019
EPG (BUY/21TP: 10), คาดกำไร 2Q20 (ก.ค.-ก.ย. 2019) ฟื้นต่อเนื่องในทุกธุรกิจ
(views 40)
แนวโน้มกำไร 2Q20 (ก.ค.-ก.ย.) ฟื้นต่อเนื่อง เราคาดกำไรสุทธิ 270.5 ล้านบาท +25.3% Q-Q และ +3.2% Y-Y จากการฟื้นตัวของทุกธุรกิจโดยเฉพาะ Aeroflex ซึ่งเข้าสู่ high season ในตลาดต่างประเทศ ซึ่งช่วยผลักดันอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มเพราะเป็นธุรกิจที่มาร์จิ้นสูงที่สุด ราว 41-43% ประกอบกับ EPP มีคำสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้นหลังปรับกลยุทธ์หันมาเน้นกลุ่ม Food และได้ประโยชน์เต็มที่จากต้นทุนเม็ดพลาสติกทั้ง HDPE และ PP ที่ปรับลงเพราะ supply ใหม่เข้ามา เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2020-21 (สิ้นสุด มี.ค.) 3% และ 6% ตามลำดับ จากการปรับเพิ่มมาร์จิ้นเป็นส่วนใหญ่ ทำให้กำไรในช่วง 2 ปีข้างหน้าโตเฉลี่ย 14% ต่อปี ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 10 บาท (อิง EV/EBITDA 15 เท่า) คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2019
ICHI (SELL/20TP: 6.8), เริ่มกังวลต่อการเติบโตในปีหน้า
(views 44)
แนวโน้มกำไร 3Q19 จะลดลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่คาดโตสูง 3.8 เท่าตัวจากปีก่อนที่มีฐานต่ำ จากรายได้ในประเทศที่โตต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของตลาดชาเขียวโดยรวม และคาดส่วนแบ่งจากอินโดนีเซียพลิกเป็นกำไรครั้งแรกในรอบ 16 ไตรมาส ส่วนกำไรใน 4Q19 คาดจะอ่อนลงเล็กน้อย Q-Q ตามฤดูกาล และคาดกำไรทั้งปี 2019 ไว้ตามเดิมที่ 424 ล้านบาท โต 9 เท่าตัวจากปี 2018 ทั้งนี้เราเริ่มกังวลต่อการเติบโตในปี 2020 เพราะเห็นสัญญาณการอ่อนตัวลงของรายได้ส่งออกไปกัมพูชาและลาว หลังได้รับผลกระทบ Trade War ทำให้กำลังซื้อชะลอตัว, สินค้าขายดีในประเทศเป็นกลุ่มมาร์จิ้นต่ำ ในขณะที่ชาเขียวพรีเมี่ยมที่โตดีในช่วงก่อนหน้า ตอนนี้เริ่มทรงตัว ทำให้การโตของมาร์จิ้นอาจน้อยกว่าคาด และการขยายตลาดต่างประเทศอื่นๆ เช่น จีน ยังไม่เห็นพัฒนาการที่น่าตื่นเต้น ยังอยู่ในช่วงส่งสินค้าไปทดลองตลาด และการกระจายรายได้ไปยังสินค้าอื่นๆที่ไม่ใช่เครื่องดื่ม ยังต้องใช้เวลา กว่าจะได้เห็นความคืบหน้าอย่างเร็วคือ 1H20 จึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 7% เป็นโต 4.2% Y-Y จากเดิมคาดโต 12% Y-Y เรามองผ่านการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2019 ไปแล้ว และประมาณการปีหน้ายังดูมี Downside หากรายได้ส่งออกลดลงมากกว่าคาด จึงปรับลด Target PE เป็น 20 เท่า จากเดิม 25 เท่า เท่ากับ PE เฉลี่ย -1.5 SD ทำให้ได้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 6.8 บาท คงคำแนะนำขาย
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2019
KBANK (BUY/20TP: 184), กำไร 3Q19 ใกล้เคียงคาด NPL ยังจัดการได้
(views 43)
กำไร 3Q19 ใกล้เคียงกับที่คาด KBANK รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 9,951 ลบ. ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ โดยเป็นการขยับขึ้น 0.2%Q-Q และ 2.1%Y-Y อย่างไรก็ตาม PPOP ทำได้ดีกว่าคาด โดย +11%Q-Q และ +10%Y-Y โดยรายการที่สำคัญดังนี้
1. รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +1.1%Q-Q และ +10.2%Y-Y แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับลดลงในระหว่างไตรมาส แต่ KBANK ยังรักษา NIM ได้ที่ 3.33% เทียบกับ 3.34% ในไตรมาสก่อน สาเหตุหลักเป็นเพราะสินเชื่อมีการเติบโตในไตรมาสนี้ราว 0.8%Q-Q หรือราว 1.5 หมื่นลบ.
2. รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมาก 15.7%Q-Q และ 20.9%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมจากการจำหน่ายหลักทรัพย์ และมีกำไรจากเงินลงทุนราว 3 พันลบ. รายการนี้ช่วยลดผลกระทบจากการตั้งสำรองฯที่สูงขึ้น (จะกล่าวต่อไป)
3. การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทำได้ดี อัตราส่วน Cost to income ratio อยู่ที่ 42.5% จาก 45% ในไตรมาสก่อน ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายพนักงานซึ่งปรับตัวลง Q-Q (ไตรมาสก่อนมีค่าใช้จ่ายพิเศษ One-time ของพนักงาน)
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2019
OISHI (BUY/20TP: 152), ผู้นำร้านอาหารญี่ปุ่นและเครื่องดื่มชาเขียว
(views 99)
เราเริ่มต้นคำแนะนำ ซื้อ สำหรับหุ้น OISHI โดยปี 2019 ถือเป็นปีแห่งการฟื้นตัวทั้งธุรกิจอาหาร ที่ SSSG พลิกเป็นบวก และธุรกิจเครื่องดื่มที่กลับมาเติบโต หลังจากฟื้นฟูโรงงานเครื่องดื่ม UHT ที่ประสบเหตุไฟไหม้แล้วเสร็จ และสามารถปรับตัวกับภาษีสรรพสามิตชาเขียวและภาษีน้ำตาลได้แล้ว ทำให้กำไรสุทธิ 9M19 เติบโต 37.2% Y-Y และคาดกำไรสุทธิปี 2019 (ต.ค. 18 – ก.ย. 19) จะกลับมาเติบโตสูง 46.5% Y-Y และคาดอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2020 – 2022 จะโตเฉลี่ย 6% CAGR ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่สูงในปีนี้ แต่ถือเป็นการเติบโตที่สม่ำเสมอตามอุตสาหกรรมร้านอาหารและเครื่องดื่ม และฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง โดยมีสถานะหนี้เป็น Net Cash มี ROE สูงกว่า 20% ทำให้เรามอง OISHI เป็น Defensive Stock และคาดให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลต่อปีราว 3.5% เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 152 บาท อิง PE 18 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยของบริษัทเองในอดีต แต่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม และราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน Forward PE เพียง 13.5 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
21
ตุลาคม
2019
BAY (BUY/20TP: 38.5), กำไรสุทธิน้อยกว่าคาดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯและคชจ.อื่นสูงขึ้น
(views 44)
กำไร 3Q19 น้อยกว่าที่คาดไว้ BAY รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 6.56 พันลบ. ลดลง 6.4%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 5.6%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 3%/4% ตามลำดับ เนื่องจากการตั้งสำรองฯค่าเผื่อหนี้สูญที่สูงกว่าที่คาดไว้ โดยในไตรมาสนี้ค่าใช้จ่ายสำรองฯ +3.2%Q-Q, +10%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.56% จาก 1.5% ในไตรมาสก่อนและเราคาดการณ์ที่ 1.36% ซึ่งเป็นไปตาม NPL ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนั้นเกิดจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่มากกว่าคาดโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายอื่นซึ่งเกี่ยวข้องกับสำรองด้อยค่า NPA และค่าใช้จ่ายทางการตลาด รายได้หลักโดยทั่วไปทำได้ใกล้เคียงกับที่คาด รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +1.9%Q-Q, +0.2%Y-Y เนื่องจากการควบคุมต้นทุนทางการเงิน (เงินฝากประจำลดลง) ทำให้ยังคงรักษา NIM ได้ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนแม้ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยทรงตัว Q-Q และ +9%Y-Y เนื่องจากมีกำไรและส่วนแบ่งจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
21
ตุลาคม
2019
BBL (BUY/20TP: 187), กำไร 3Q19 ดีกว่าที่เราและตลาดคาด
(views 39)
กำไร 3Q19 ดีกว่าคาด รายได้หลักดีกว่าคาดและคุมค่าใช้จ่ายได้ดี BBL รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 9,438 ลบ. +1%Q-Q และ +4.5%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดไว้ราว 5%/7% ตามลำดับ เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยทำได้ดีกว่าคาดและรายได้ค่าธรรมเนียมสูงกว่าคาด กล่าวคือรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 1.6%Q-Q ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากเงินให้สินเชื่อ สะท้อนว่า BBL ได้รับผลกระทบจำกัดจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MRR และ MLR ซึ่ง NIM ขยับขึ้นเป็น 2.28% จาก 2.26% ในไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตามหากเทียบกับ 3Q18 NIM ลดลงราว 0.07% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงขึ้นตามปริมาณเงินฝากที่สูงขึ้น ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 3.8%Q-Q ส่วนใหญ่เกิดจากค่าธรรมเนียมในธุรกิจหลักทรัพย์ ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เห็นการปรับตัวลงราว 9%Q-Q เกิดจากรายได้เงินปันผลที่ลดลงตามฤดูกาล ในขณะเดียวกันเราเห็นการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ดีขึ้น โดยค่าใช้จ่าจากการดำเนินงานลดลง 10%Q-Q โดย Cost to income ratio อยู่ที่ 42% จาก 45% ในไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
21
ตุลาคม
2019
KKP (BUY/20TP: 75), กำไร 3Q19 ดีกว่าคาด
(views 41)
กำไร 3Q19 ดีกว่าคาด รายได้หลักฟื้นตัวทุกรายการ
KKP รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 1,610 ลบ. เพิ่มขึ้น 9.5% Q-Q และ 3.8%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 7%/5% ตามลำดับ ซึ่งเกิดจาก
1. รายได้ดอกเบี้ยรับดีกว่าคาดโดย +8.1%Q-Q, +11.8%Y-Y ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของสินเชื่อและรายได้จากดอกเบี้ยจากเงินลงทุนในสิทธิเรียกร้อง
2. รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยดีกว่าคาด ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ IB และ ซื้อขายหลักทรัพย์ รวมถึงกำไรจากการตีมูลค่าเงินลงทุนที่มากกว่าคาด
3. ค่าใช้จ่ายสำรองฯน้อยกว่าคาด โดยในไตรมาสนี้สำรองฯลดลง 39%Q-Q คิดเป็น Credit cost ที่ราว 1% เทียบกับ 1.5% ในไตรมาสก่อน เป็นไปตาม NPL ที่ทรงตัว ทั้งนี้หากรวมผลขาดทุนจากรถยึด Credit cost จะอยู่ที่ 1.37% (ขาดทุนรถยึดมากกว่าไตรมาสก่อน)
อ่านเพิ่มเติม
21
ตุลาคม
2019
KTB (BUY/20TP: 21), กำไร 3Q19 น้อยกว่าคาด แต่สินเชื่อและคุณภาพหนี้ดีขึ้น
(views 41)
กำไร 3Q19 น้อยกว่าที่เราและตลาดคาด จาก CoF ที่เพิ่มขึ้น KTB รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 6,355 ลบ. ลดลง 22%Q-Q และ 19%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 3%/6% ตามลำดับ ซึ่งเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่น้อยกว่าที่คาดไว้โดยลดลง 3%Q-Q สาเหตุหลักเกิดจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงกว่าคาดเป็นไปตามการปรับตัวเพิ่มขึ้นของเงินฝาก และการออกตราสารหนี้ในเดือน ก.ค. ปัจจัยดังกล่าวทำให้ NIM อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 3.1% จาก 3.23% ในไตรมาสก่อน และ 3.15% ใน 3Q18 รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยทำได้ดีกว่าคาดโดย +12%Q-Q และ +16%Y-Y ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม (ที่เกี่ยวกับการให้สินเชื่อและ Bancassurance) และกำไรจากเงินลงทุนจำนวนราว 1.1 พันลบ. ในไตรมาสนี้ KTB มีค่าใช้จ่ายสำรองฯเพิ่มขึ้น 9.6%Q-Q หรือคิดเป็น Credit cost ที่ 1.17% เพิ่มจาก 1.08% ในไตรมาสก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ +19%Q-Q, +27%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่าย One-time การตั้งสำรองฯเกษียณอายุพนักงาน (ประมาณ 2,374 ลบ. ดังนั้นหากไม่รวมรายการดังกล่าวกำไร 3Q19 จะ +1%Q-Q และ +5.3%Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
21
ตุลาคม
2019
TCAP (BUY/20TP: 62), กำไร 3Q19 ดีกว่าคาดมาก
(views 40)
กำไร 3Q19 แข็งแกร่ง TCAP กำไรสุทธิ 3Q19 ดีมากที่ 2,472 ลบ. +30%Q-Q และ +32%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดไว้ราว 21%/20% ตามลำดับ กำไรที่ดีกว่าคาดเกิดจากกำไรจากเงินลงทุนและกำไรจากสินทรัพย์รอการขายที่มากกว่าคาดซึ่งส่งผลให้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +14.7%Q-Q, +47.5%Y-Y ขณะเดียวกันควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานได้ดี ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ลดลง Cost to income ratio ลดลงเป็น 43% จาก 50% ในไตรมาสก่อนหน้า (มีการตั้ง One-time employee retired benefit) และทรงตัวเมื่อเทียบกับ 3Q18 ขณะที่การตั้งสำรองฯอยู่ที่ 0.6% ของสินเชื่อรวม ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ และ NIM อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 3.07% จาก 3.13% ในไตรมาสก่อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2.5%Q-Q, 9.6%Y-Y ตามปริมาณเงินฝากที่เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
21
ตุลาคม
2019
THANI (SELL/20TP: 6), กำไร 3Q19 น่าผิดหวัง
(views 39)
กำไร 3Q19 น้อยกว่าที่เราและตลาดคาด THANI รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 5%/4% ตามลำดับ กำไรสุทธิ 3Q19 อยู่ที่ 475 ลบ. ลดลง 7%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 10%Y-Y กำไรที่น้อยกว่าคาดเกิดจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงกว่าที่คาดไว้ (บริษัทมีการออกขายหุ้นกู้ในเดือนก.ค. ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ย 3.2-3.3% ต่อปีซึ่งทำให้ CoF ไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 0.10%Q-Q และ loan Spread ปรับลดลงจาก 4.85% ในไตรมาสก่อนเป็น 4.73% ในไตรมาสนี้) ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสูงกว่าคาด โดยอัตราส่วน Cost to income อยู่ที่ 18% จาก 17.1% ในไตรมาสก่อนและเราคาดการณ์ที่ 17% ในส่วนของเงินให้สินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้น 1.3%Q-Q และ 6.9%YTD ชะลอตัวกว่าที่คาด ซึ่งน่าจะเป็นการชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจส่งผลให้บริษัทคุมคุณภาพสินเชื่อใหม่และเป็นไปตามฤดูกาลที่ไม่ใช่ฤดูกาลของการขายเนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝน สังเกตว่าค่าใช้จ่ายสำรองฯ +46%Q-Q หรือราว 20 ลบ. จากไตรมาสก่อนและ Credit cost ขึ้นมาอยู่ที่ 0.5% เนื่องจากการกลับรายการเงินสำรองฯทั่วไปมีจำนวนลดลง
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2019
GFPT (HOLD/20TP: 18), คาดกำไร 3Q19 ต่ำกว่าที่เคยคาด และประสบเหตุไฟไหม้วานนี้
(views 33)
เผชิญเหตุไฟไหม้โรงงานไก่ปรุงสุกแห่งเดียวของ GFPT โดยได้รับความเสียหาย 2 สายการผลิตจากทั้งหมด 5 สายการผลิต บริษัทคาดใช้เวลาตรวจสอบซ่อมแซมราว 3-4 สัปดาห์ และจะกลับมาผลิตได้อีกครั้งในช่วงกลางเดือน พ.ย. ทั้งนี้บริษัททำประกันภัยครอบคลุมความเสียหายต่อสินทรัพย์ สำหรับแนวโน้มกำไร 3Q19 คาดโต Q-Q ตามฤดูกาล แต่จะลดลง Y-Y ถือว่าต่ำกว่าที่เคยคาด เพราะได้รับผลลบจากบาทแข็ง และราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศลดลงเร็วในเดือน ก.ย. กระทบต่อการขายในประเทศของทั้ง GFPT และ GFN ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q19 น่าจะลงต่อเพราะผลกระทบจากไฟไหม้ แม้บริษัทจะหาแนวทางแก้ไข ด้วยการส่งเนื้อไก่สดให้บริษัทร่วมอย่าง GFN และ McKey ช่วยแปรรูปเป็นไก่ปรุงสุก แต่จะทำให้รายได้และอัตรากำไรน้อยกว่าที่ผลิตเอง เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 25% เป็นการเติบโต 9% Y-Y อย่างไรก็ตาม เรายังใช้สมมติฐานอิงตามแผนของบริษัท คาดจะกลับมาผลิตได้ปกติตั้งแต่ 1Q20 เป็นต้นไป จึงคงประมาณการกำไร 2020 ไว้ตามเดิม กลายเป็นเติบโตสูง 42.2% Y-Y และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 18 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) แต่แนะนำเพียง ถือ รอดูการฟื้นฟูสายการผลิตว่าจะกลับมาได้ทันตามแผนหรือไม่ ในขณะที่แนวโน้มกำไร 3Q19-4Q19 ไม่สดใสอย่างที่เคยคาด
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2019
CPF (HOLD/20TP: 33), คาดกำไร 3Q19 อ่อนตัวลง แนะนำซื้อเมื่อราคาหมูไทยกลับมาฟื้น
(views 36)
แนวโน้มกำไร 3Q19 อาจชะลอตัวลงทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะราคาหมูไทยอ่อนตัวลง, ปริมาณขายอาหารหมูในจีนลดลง เพราะเกษตรกรยังไม่กลับมาเลี้ยงหมู และได้รับผลลบจากค่าเงินอ่อนค่าในหลายประเทศที่บริษัทมีธุรกิจอยู่ เช่น จีน และตุรกี และคาดกำไร 4Q19 จะอ่อนตัวลงต่อ เพราะเป็น Low Season และราคาหมูไทยปรับลงต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยงแล้ว แต่ด้วยการฟื้นตัวของราคาหมูเวียดนามที่ดีกว่าคาด เราจึงปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2019 ขึ้นเป็น 1.3 หมื่นล้านบาท (+71.8% Y-Y) ส่วนกำไรสุทธิปี 2019 คาดไว้ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท (+3.2% Y-Y) และปรับใช้ราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 33 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แต่ด้วยลักษณะธุรกิจที่เป็น Commodities ผลประกอบการมีความผันผวนขึ้นอยู่กับราคาเนื้อสัตว์เป็นหลัก แม้ราคาหมูเวียดนามจะกลับมาฟื้นตัวและคาดจะดีต่อเนื่องในปีหน้า แต่ควรติดตามการฟื้นตัวของราคาหมูไทยด้วย ซึ่งไม่ว่าจะเกิดโรค ASF ในไทยหรือไม่ เราเชื่อว่าจะได้เห็นการฟื้นตัวของราคาหมูไทยเหนือต้นทุนการเลี้ยงอีกครั้งได้อย่างเร็วในช่วงปลาย 1Q20 – 2Q20 กอปรกับในระหว่างนี้ผลประกอบการช่วง 3Q19-4Q19 ไม่สดใส ดังนั้นเราจึงคงคำแนะนำถือ / ซื้ออ่อนตัว และหากเห็นราคาหมูไทยกลับมาฟื้นตัวเมื่อไหร่ ถึงจะน่าสนใจเข้าซื้ออีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2019
KTC (BUY/20TP: 48), กำไร 3Q19 น้อยกว่าคาดจากการเร่งตัดหนี้สูญและคชจ.การตลาด
(views 39)
KTC รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 7.7%/13% โดยมีกำไรที่ 1,292 ลบ. -2.3%Q-Q, -7.4%Y-Y กำไรที่น้อยกว่าคาดเกิดจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯหนี้สูญมากกว่าที่คาดไว้ โดยอยู่ที่ 1.65 พันลบ. +5.6%Q-Q, +16.5%Y-Y ตามการตัดหนี้สูญที่เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อ หากไม่รวมรายการสำรองฯ PPOP เพิ่มขึ้น 1.4%Q-Q, 3.3%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อทั้งสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยทรงตัว แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมและหนี้สูญรับคืนยังเห็นการขยายตัว Q-Q แต่รายได้อื่นปรับตัวลง
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2019
TMB (BUY/20TP: 2.18), กำไร 3Q19 ดีกว่าคาด แต่ PPOP ยังอ่อนแอ
(views 38)
TMB รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 2.1 พันลบ. +10%Q-Q แต่ลดลง 62%Y-Y (3Q18 มีรายการพิเศษ) ผลกำไรทำได้มากกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 5.7%/12% ตามลำดับ เนื่องจากมีกำไรจากเงินลงทุนราว 1.8 พันลบ. จากการปรับโครงสร้างการลงทุนตามภาวะตลาด นอกจากนั้นยังเห็นการฟื้นตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากค่าธรรมเนียมจากกลุ่มลูกค้ารายย่อย รายได้จากการขายประกันผ่านธนาคารและค่าธรรมเนียมการให้สินเชื่อ แม้กระนั้น PPOP น้อยกว่าที่เราคาดไว้ราว 16% เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 22%Q-Q, 22% และ Cost to income ratio อยู่ที่ 48% เพิ่มขึ้นจาก 47% ในไตรมาสก่อนส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายอื่น อาทิ ค่าใช้จ่ายทางการตลาด และค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาการควบรวมกิจการ ขณะที่รายได้หลักคือรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 2.2%Q-Q ซึ่งเกิดจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และ NIM ลดลงจาก 2.88% ในไตรมาสก่อนเหลือ 2.81% เนื่องจากการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ Tier2 ในเดือนมิ.ย.ส่วนรายได้ดอกเบี้ยชะลอลงเล็กน้อยจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2019
SCB (BUY/20TP: 150), กำไรปกติ 3Q19 ใกล้เคียงคาด ขณะที่ NPL พุ่งขึ้น
(views 40)
SCB รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 อยู่ที่ 1.48 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 34.8%Q-Q, 40.8%Y-Y เนื่องจากกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนใน SCBLife ราว 1.16 หมื่นลบ. ในจำนวนนี้ SCB นำไปตั้งสำรองฯหนี้สูญเพิ่มเติมอีก 9.1 พันลบ. จากสำรองปกติที่ 6.2 พันลบ. รวมการตั้งสำรองฯงวดนี้ทั้งสิ้น 1.5 หมื่นลบ. หากไม่นับรายการกำไรจากเงินลงทุน และสำรองฯ กำไรปกติอยู่ที่ 10,484 ลบ. ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้แต่น้อยกว่าที่ตลาดคาดราว 6% รายการหลักๆถือว่าทำได้ดีกว่าที่คาดอาทิ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +2.6%Q-Q, +7.4%Y-Y ตามการเติบโตของสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูงและการปรับรายการ Policy loan ของ SCBLife ก่อนขายให้กับ FWD ซึ่งส่งผลให้ NIM ปรับขึ้นเป็น 3.68% หากไม่นับการปรับรายการ NIM จะอยู่ที่ราว 3.6% ดีขึ้นจาก 3.45% ในไตรมาสก่อน ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียม +2.87%Q-Q, +13%Y-Y ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมธุรกิจกองทุนรวม ธุรกิจบัตร และค่านายหน้าการซื้อขายหลักทรัพย์
อ่านเพิ่มเติม
17
ตุลาคม
2019
DTAC (BUY/20TP: 68), กำไร 3Q19 ดีกว่าคาดเล็กน้อย
(views 37)
DTAC ประกาศกำไรปกติ 3Q19 ออกมาที่ 1,754 ลบ. -1.6% Q-Q และโตก้าวกระโดดจากกำไร 1 ลบ.ใน 3Q18 ดีกว่าที่เราและตลาดคาดเล็กน้อย รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น +2.3% Q-Q, +0.6% Y-Y กลับมาเติบโต Y-Y ได้ครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาส แม้ Net Add จะติดลบแรงขึ้นเป็น 2.2 แสนรายในไตรมาสนี้ แต่ ARPU ที่โตแรง +3.2% Q-Q, +7% Y-Y โดยเฉพาะตลาด Postpaid ซึ่งเกิดจากทั้งจำนวน Subscriber ที่เพิ่มขึ้นและผลบวกของ Fixed-Speed Unlimited Package ที่ทยอยครบอายุ ส่วนฝั่งต้นทุนโดยรวมใกล้เคียงกับที่เราประเมิน ส่งผลให้ EBITDA Margin ใน 3Q19 อยู่ที่ 33% ดีขึ้นเล็กน้อยจาก 32.3% ใน 2Q19 แต่ลดลงจาก 39.9% ใน 3Q18 เนื่องจากสัมปทานของ DTAC สิ้นสุดในเดือน ก.ย. ปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
17
ตุลาคม
2019
SAPPE (BUY/20TP: 29), คาดกำไร 3Q19 ยังโตแรง Y-Y จาก B’LUE และฐานต่ำ
(views 37)
แนวโน้มกำไร 3Q19 จะอ่อนตัวลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่คาดเติบโตสูง Y-Y จากฐานที่ต่ำในปีก่อน ที่เผชิญต้นทุนเม็ดพลาสติกราคาแพงขึ้น แต่ในปีนี้ได้อานิสงส์จากการมีพันธมิตรใหม่ Danone เข้ามาช่วยดูในเรื่องของประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น และต้นทุนเม็ดพลาสติกที่ถูกลง และการขาย B’LUE ถือว่าประสบความสำเร็จได้ตามแผน จึงคาดรายได้ใน 3Q19 จะเติบโตได้ตามเป้าหมาย และคาดอัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งถือว่าทำได้ดีกว่าคาด เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ขึ้น 10.7% เป็นการเติบโต 32.2% Y-Y จากเดิมคาดโต 19.4% Y-Y และคาดกำไรสุทธิปี 2020 จะโตต่อราว 6.8% Y-Y จากการออกสินค้ารสชาติใหม่ทั้ง B’LUE และ Beauti Drink รวมถึงการฟื้นตัวของตลาดส่งออก เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 29 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) ยังมี Upside 18.4% และคาด Dividend Yield ปีนี้ 3.5% (จ่ายปีละครั้ง) จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2019
S11 (BUY/20TP: 10.45), บริษัทสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่
(views 353)
เราเริ่มต้นคำแนะนำ ซื้อ สำหรับ S11 โดยประเมินราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 10.45 บาท อิง Justified PER 10.85 เท่า แม้ว่า ธุรกิจการปล่อยสินเชื่อรถจักรยานยนต์ของ S11 อยู่ในอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ที่มียอดขายที่ชะลอตัวลงในปีนี้และปีหน้าเนื่องจากกำลังซื้อที่ลดลง แต่เราคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อของ S11 จะสวนภาวะอุตสาหกรรมที่ 15% และ 12% ตามลำดับเนื่องจากกลยุทธการขยายพื้นที่ขายไปยังจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจทั้งในภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ขณะที่ได้รับอานิสงส์จากดีลเลอร์ที่ปรับโมเดลธุรกิจมาเป็นขายอย่างเดียว ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น เราคาดว่า S11 จะแสดงกำไรดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในปี 2019-2020 ที่ 524 ลบ. (+19%Y-Y) และ 590 ลบ. (+14.2%Y-Y) ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2019
TISCO (BUY/20TP: 112), หุ้นปันผลดีของกลุ่มธนาคาร
(views 42)
ท่ามกลางความท้าทายของกลุ่มธนาคารในปี 2020 จากมาตรฐานบัญชีใหม่ที่น่าจะทำให้งบการเงินมีความผันผวนมากขึ้น แม้กระนั้นเราเชื่อว่า TISCO น่าจะมีความผันผวนที่น้อยกว่ากลุ่มเนื่องจากมีความพร้อมด้านเงินสำรองฯ เงินกองทุน และเงินลงทุน เราคาดว่า TISCO จะเป็นหุ้นปันผลที่ดีในกลุ่มธนาคารต่อไป และเป็น Top pick ของเรา คงคำแนะนำ ซื้อ แต่ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 112 บาท (เดิม 116 บาท) อิง Justified PER 12 เท่า (Ke9%, ROE 19%) สะท้อนประมาณการกำไรปี 2020 ซึ่งขยับลงเล็กน้อยจากแนวโน้มค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ค่อยๆกลับขึ้นสู่ปกติ
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2019
LOXLEY (BUY/20TP: 2.2), ปรับโครงสร้างธุรกิจ เน้นลดรายจ่าย คาดพลิกเป็นกำไรปีหน้า
(views 150)
โครงสร้างบริษัทที่มีขนาดใหญ่มากในอดีต เป็นอุปสรรคต่อการทำกำไร ในวันนี้กำลังเปลี่ยนไป บริษัทจัดโครงสร้างธุรกิจ ลดความซ้ำซ้อนในการทำงานและเน้นลดรายจ่าย ในขณะที่ตลาด SI ที่บริษัทอยู่ กำลังเติบโตจากการที่ทุกฝ่ายหันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ส่วนธุรกิจก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานก็เป็นความจำเป็นของรัฐบาลที่ต้องผลักดันการลงทุน นอกจากนี้ เพื่อลดความผันผวนของรายได้บางส่วนที่ต้องพึ่งพางานประมูล บริษัทมีกลุ่มธุรกิจอาหารที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง เราคาดว่าผลประกอบการจะค่อยๆฟื้นตัว หากไม่มีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในปีนี้ คาดว่าจะยังขาดทุนปกติเล็กน้อย 23 ล้านบาทก่อนจะกลับมาทำกำไรได้ 281 ล้านบาทในปีหน้า ประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 2.20 บาท (PE 17 เท่า) แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
15
ตุลาคม
2019
TRUE (BUY/20TP: 7), การขายสินทรัพย์เข้า DIF หนุนกำไร 3Q19 โตแรง
(views 49)
ราคาดกำไรสุทธิ 3Q19 ของ TRUE โตแรงจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้า DIF ราว 7,000 ลบ. และคาดยังมีกำไรปกติได้ต่อเนื่องที่ 426 ลบ. -64.8% Q-, +10.8% Y-Y เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการแข่งขันของอุตสาหกรรมที่ลดความรุนแรงลงในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมาและยังไม่กังวลต่อการแข่งขันในตลาดเบอร์ใหม่ Prepaid ที่ให้ปริมาณการใช้ Data สูง ขณะที่ TRUE ให้ความสำคัญกับการทำกำไรเป็นลำดับแรกจากในอดีตที่เน้นเพิ่ม Market Share ราคาหุ้นที่ปรับลงทำให้ Upside เปิดกว้าง จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
15
ตุลาคม
2019
TISCO (BUY/20TP: 116), กำไร 3Q19 ใกล้เคียงคาด ขณะ NPL ลดลงเซอร์ไพรส์เรา
(views 36)
กำไร 3Q19 ใกล้เคียงที่เราและตลาดคาด TISCO รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ที่ 1,878 ลบ. เพิ่มขึ้น 4.4%Q-Q และ 3.5%Y-Y รายการที่ทำได้ดีกว่าคาดคือรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ +3%Q-Q, +1.2%Y-Y ซึ่งเกิดจากการเติบโตของรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัย และรายได้นายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ และธุรกิจการจัดการกองทุน ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิใกล้เคียงกับที่คาดไว้ โดยมี Loan spread อยู่ที่ 4.85% ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนเพราะ loan yield ที่ดีขึ้นเพราะเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อ High-yield มากขึ้น ในไตรมาสนี้มี Credit cost ที่ 0.19% สูงกว่าที่เราคาดที่ 0.15% ซึ่งน่าจะเป็นไปตามคุณภาพสินเชื่อแต่ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติเนื่องจากธนาคารมีสำรองส่วนเกินจำนวนมากอยู่แล้ว ส่วนค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยรวมถึง Cost to income ratio เป็นไปตามที่คาดไว้
อ่านเพิ่มเติม
11
ตุลาคม
2019
JKN (HOLD/20TP: 7.5), แนวโน้ม 3Q19 ลดลง Q-Q รวมขาดทุนรายการข่าว JKN-CNBC
(views 91)
แนวโน้มกำไร 3Q19 ลดลง Q-Q กว่าเคยคาด โดยคาดเริ่มรับรู้ขาดทุนจากการดำเนินงานของรายการข่าวหุ้น-การเงิน JKN-CNBC ราว 10 ล้านบาทต่อไตรมาส นอกจากปัจจัยฤดูกาลที่มีค่าใช้จ่ายการตลาดมากขึ้น แม้ยังเป็นกำไรเพิ่ม Y-Y จากฐานต่ำ เราปรับประมาณการกำไรปี 2019-2020 ลง 4-6% จากการรวมผลขาดทุนของ JKN-CNBC ซึ่ง 3 รายการหลัก ได้หยุดออกอากาศตั้งแต่ต้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างหาช่องออกอากาศแทน คาดว่าต้องใช้เวลากว่าจะสรุปและสร้าง Rating เราชอบ JKN น้อยลง การเติบโตในปีหน้าต้องมุ่งหวังรายได้จากต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่การเติบโตของรายได้จากในประเทศชะลอลง และปัจจัยเสี่ยงความนิยมต่อ Content หลักๆ ของบริษัท ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 7.50 บาท ที่ PE 14 เท่า ลดคำแนะนำลงจากเดิม ซื้อ เป็น ถือ
อ่านเพิ่มเติม
11
ตุลาคม
2019
OSP (BUY/20TP: 40), คาดกำไร 3Q19 โตทั้ง Q-Q, Y-Y แต่ไม่ตื่นเต้น
(views 46)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q19 น่าจะเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y แต่อาจไม่ตื่นเต้นนัก แม้กำลังการผลิตใหม่ C-Vitt จะเพิ่มขึ้น แต่ภาพรวมการผลิตเครื่องดื่ม ยังติดข้อจะกัดอยู่ (จะขยายกำลังการผลิตเพิ่มปีหน้า) คาดรายได้อาจโตยังไม่เต็มที่ และค่าใช้จ่ายทางการตลาดยังอยู่ในระดับสูง และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q19 แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะแผ่วลง หลังประโยชน์จากภาระภาษีที่ลดลงในช่วง 9M19 หายไป แต่คาดกำไรยังโตได้เพราะเป็น High Season อย่างไรก็ตาม ด้วยการฟื้นตัวที่ช้ากว่าคาดใน 3Q19 เพราะติดข้อจำกัดเรื่องการผลิต เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 5% เป็นการเติบโต 13.3% Y-Y จากเดิมคาดโต 19.7% Y-Y และคาดกำไรปี 2020 จะโตต่อเนื่อง 15.6% Y-Y จากรับรู้กำลังการผลิต C-Vitt และโรงงานแก้วแห่งใหม่เต็มปี เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 40 บาท มี Upside 10.3% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
ตุลาคม
2019
TKN (T-BUY/20TP: 13), ORION คือความหวังใหม่
(views 57)
บริษัทเปิดเผยเป้าหมายการร่วมมือกับพันธมิตรรายใหม่ ORION ในการบุกตลาดจีนตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไป จากปัจจุบันที่บริษัทมีช่องทางการขายในจีนคิดเป็นเพียง 25% ของช่องทาง ORION ในจีน โดยตั้งเป้าเพิ่มเป็น 50% ภายใน 3 ปี นั่นหมายถึงมีเป้าการเติบโตของรายได้ส่งออกไปจีนปีละ 30% ในช่วง 2020 – 2022 ซึ่งจะทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตโรงงานเต็มกำลังการผลิต 100% ในปี 2022 แม้ค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้น จากการขยายช่องทางการจำหน่าย และค่าใช้จ่ายทางการตลาดในจีน เพราะมีเงื่อนไขรับผิดชอบร่วมกับกับ ORION จากเดิมที่ให้ Distributor รายเดิมเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทางการตลาด แต่บริษัทตั้งเป้าจะสามารถหักล้างได้ทั้งหมด จากต้นทุนต่อหน่วยที่ลดลดงอันเนื่องมาจาก Economies of Scale และการคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ หากอิงตามเป้าหมายของบริษัททั้งหมด ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นสมมติฐานที่ Aggressive จะได้กำไรสุทธิปี 2020 เติบโต 67.6% Y-Y และคาดกำไรสุทธิในปี 2020-2022 จะเติบโตเฉลี่ย 25% CAGR เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 13 บาท โดยปรับเพิ่ม Target PE เป็น 25 เท่า (จากเดิม 20 เท่า) ซึ่ง Implied PEG ที่ 1 เท่า เราปรับคำแนะนำเป็น เก็งกำไร ด้วยความระมัดระวัง เพราะมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากประมาณการกำไรของเราอยู่บนความคาดหวังว่าเป้าหมายในตลาดจีนจะประสบความสำเร็จ โดยจะเริ่มเห็นกำไรที่ดีขึ้นใน 1Q20 ระยะสั้นแนวโน้มกำไร 2H19 ยังไม่สดใส เพราะอยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่าย Distributor
อ่านเพิ่มเติม
10
ตุลาคม
2019
HMPRO (BUY/20TP: 18.5), SSSG 3Q19 พลิกเป็นลบ แต่คาดหวังฟื้นตัวใน 4Q19
(views 55)
แนวโน้มกำไร 3Q19 น่าจะอ่อนตัวลง Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล และคาดยังเติบโต Y-Y แต่อาจเป็นอัตราการเติบโตเพียงตัวเลขหลักเดียว ถือเป็นอัตราการโตต่ำสุดในรอบ 16 ไตรมาส เนื่องจากกำลังซื้อใน 3Q19 แผ่วลงมากกว่าคาด ทั้งฝนตก น้ำท่วม คาด SSSG จะพลิกเป็นลบราว -2% Y-Y และเปิดสาขาใหม่ 2 แห่ง ในช่วงปลายไตรมาส อาจทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้ทรงตัวถึงโตเพียง 1% Y-Y แต่สิ่งที่ทำให้กำไรสุทธิโตได้มากกว่าคือ พัฒนาการของอัตรากำไรขั้นต้นที่ยังทำได้ดีต่อเนื่อง คาดสูงขึ้นได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y นอกจาก Product Mix ที่ดี แล้วบริษัทยังเน้นคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และคาดกำไรจะกลับมาโตทั้ง Q-Q และ Y-Y อีกครั้งใน 4Q19 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และมีการจัดงาน Expo ครั้งที่ 2 ปี แต่ด้วยแนวโน้มกำไร 3Q19 ที่โตต่ำกว่าที่เคยคาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 3% เป็นเติบโต 12.2% Y-Y จากเดิมคาดโต 16% Y-Y และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2020 ราว 11.8% Y-Y และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 18.5 บาท (DCF) มี Upside 10.8% ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ โดยมองว่าหลังผ่านกำไร 3Q19 จะกลับมาเติบโตดีขึ้นตั้งแต่ 4Q19 เป็นต้นไป
อ่านเพิ่มเติม
09
ตุลาคม
2019
KTC (BUY/20TP: 48), แนวโน้มกำไร 3Q19 ยังไม่ฟื้นตามที่เคยคาด
(views 42)
เราคาดว่า KTC จะรายงานกำไรสุทธิ 3Q19-4Q19 ที่ไม่สดใสอย่างที่เคยคาดเนื่องจากคาดการณ์การตั้งสำรองฯที่ยังอยู่ในระดับสูงเพื่อรองรับการ Write-off NPL สถานการณ์จะดีขึ้นในปี 2020 โดยเราคาดการณ์กำไรสุทธิที่ 6.9 พันลบ. +21%Y-Y เนื่องจากคาดการตั้งสำรองฯที่ลดลง, รายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้ตามมาตรฐานใหม่ โดยยังไม่รวมการกลับรายการเงินสำรองฯส่วนเกิน (หากมี) ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 48 บาท การ Write-off ใน 2H19 เป็นเหตุการณ์ชั่วคราว ที่อาจกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น ราคาที่อ่อนตัวลงมาเป็นโอกาสซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
ตุลาคม
2019
INSET (IPO: 2.69/20TP: 3.1), ผู้เชี่ยวชาญการก่อสร้าง Data center ที่เติบโตไปพร้อมอุตสาหกรรม
(views 66)
INSET เป็นผู้เชี่ยวชาญในการก่อสร้าง Data center ติดตั้งเสาสัญญาณและโครงข่ายสาย รวมถึงมีบริการซ่อมบำรุง รายได้หลักราว 90% มาจากการก่อสร้าง Data center และติดตั้งเสาสัญญาณและโครงข่ายสาย บริษัทมีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่องและควบคุมต้นทุนและรายจ่ายได้เป็นอย่างดี ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้ไม่ผันผวน จาก Backlog ณ สิ้น 2Q19 ที่มีอยู่ 2.7 พันล้านบาท เราคาดรายได้ปี 2019-20 จะเติบโต 22% และ 9% ตามลำดับ และคาดกำไรสุทธิ 116.6 ล้านบาทในปีนี้ +25.3% และ 132.1 ล้านบาทปี 2020 +13.2% เราประเมินมูลค่าของ INSET ปี 2020 ที่ 3.10 บาท อิง PE 13 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
08
ตุลาคม
2019
THANI (SELL/20TP: 6), แนวโน้มกำไร 3Q19 ไม่สดใสอย่างที่เคยคาด
(views 43)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q19 ไม่สดใสอย่างที่เคยคาด เนื่องจากสินเชื่อชะลอตัวลง และต้นทุนทางการเงินปรับขึ้น รวมถึงการตั้งสำรองฯค่อยๆกลับขึ้นสู่ปกติ แนวโน้มกำไร 4Q19 อาจมีการกลับรายการเงินสำรองฯอีกไตรมาสหนึ่งซึ่งอาจทำให้กำไรฟื้นตัวได้ แม้กระนั้นเราปรับลดประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้าลงจากสินเชื่อที่ชะลอตัวกว่าคาด คาดการณ์กำไรปี 2020 ได้รับแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและการตั้งสำรองฯที่เพิ่มสู่ปกติ ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 6 บาท แนะนำ ขายทำกำไร (จากเดิม ถือ)
อ่านเพิ่มเติม
07
ตุลาคม
2019
TU (BUY/19TP: 20), แม้ราคาปลาดี แต่สู้บาทแข็งไม่ไหว คาดกำไร 3Q แผ่ว
(views 45)
แนวโน้มกำไรปกติ 3Q19 ไม่สดใสนัก ทั้งที่เป็น High Season โดยคาดลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้ราคาปลาทูน่าจะอ่อนตัวลง เอื้อต่อธุรกิจ Brand และยังสามารถควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีตามแผน แต่ไม่สามารถหักล้างผลลบจากค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับทั้ง 3 สกุลหลัก USD EUR และ GBP ที่แข็งค่าขึ้น 6.7%, 10% และ 12% Y-Y ตามลำดับ ที่กระทบต่อรายได้สกุลบาทในไตรมาสนี้อ่อนตัวลง และแนวโน้มกำไรน่าจะอ่อนตัวลงต่อใน 4Q19 เพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ แต่ด้วยฐานที่ต่ำในปีก่อน และกำไรที่ทำไว้ดีใน 1H19 จึงยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 ไว้ตามเดิมเติบโต 35% Y-Y โดยกำไร 9M19 คิดเป็นสัดส่วน 76% ของประมาณการทั้งปี และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2020 ราว 12.3% Y-Y ยังคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 20 บาท (PE 17 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงจน Upside กว้างขึ้นเป็น 24.2% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
04
ตุลาคม
2019
KBANK (BUY/20TP: 184), แนวโน้มกำไร 2H19 ชะลอ ปีหน้าคาดหวังว่ากำไรจะฟื้นตัวขึ้น
(views 47)
เราคาดว่ากำไรช่วงที่เหลือในปีนี้ของ KBANK อาจไม่สดใสนัก โดยแนวโน้มกำไร 3Q19 คาดลดลงทั้ง Q-Q, Y-Y จาก NIM ที่แคบลงและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง และ 4Q19 อาจถูกกดดันจากการตั้งสำรองฯสำหรับการ Write-off และค่าใช้จ่ายทางการตลาดตามฤดูกาล เราคงคาดการณ์กำไรปี 2019 ที่ -4%Y-Y แต่คาดว่าน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ราว 4% ในปี 2020 จากการจบขาลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและคาดสินเชื่อน่าจะยังรักษาการเติบโตได้ > 5% ในปีหน้า โดยยังไม่รวมการกลับเงินสำรองฯส่วนเกินที่อาจเกิดขึ้นได้ภายหลังจากการใช้ TFRS9 คงคำแนะนำ ซื้อ ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 184 บาท
อ่านเพิ่มเติม
03
ตุลาคม
2019
CHG (BUY/20TP: 2.7), คาดกำไร 3Q19 ฟื้นตัวแรง
(views 56)
เราคาดกำไรปกติ 3Q19 ของ CHG จะกลับมาเติบโตโดดเด่น +38.7% Q-Q, +25.4% Y-Y จาก High Season และผลขาดทุนของโรงพยาบาลใหม่ที่ลดลงและมีโอกาสเริ่มพลิกมีกำไรได้ในช่วง 4Q19-1Q20 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นบวกต่อผลการดำเนินงานในอนาคต เรายัคงประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 +8% Y-Y และ +13.3% Y-Y ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีลุ้น Upside เพิ่มเติมจากการพิจารณาปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคมในปีหน้า เรายังคงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 2.70 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
01
ตุลาคม
2019
BCH (BUY/20TP: 22), คาดกำไร 3Q19 ทำ New High
(views 63)
เราคาดกำไรปกติ 3Q19 ของ BCH จะทำ New High +51.1% Q-Q, +11% Y-Y จากรายได้ที่เติบโตแข็งแกร่งและมีแรงหนุนจากรายได้ส่วนเพิ่มของค่าภาระเสี่ยง ขณะที่โมเมนตัมกำไร 4Q19-2020 คาดยังดีต่อเนื่องและคาดยังไม่มีแรงกดดันด้านต้นทุนจากการลงทุนใหม่ๆอย่างมีนัยยะ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 เติบโต +13.8% Y-Y และ 12.1% Y-Y ตามลำดับและมีลุ้น Upside เพิ่มเติมจากโอกาสการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคมในปีหน้า ราคาหุ้นที่ปรับลงเป็นโอกาสในเข้า “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 22 บาท