บทวิเคราะห์รายบริษัท

02
กรกฏาคม
2020
ADVANC (BUY/20TP: 210), คาดกำไร 2Q20 หดตัวแรง แต่ยังเป็น Top Pick
(views 14)
เราคาดกำไรปกติ 2Q20 ของ ADVANC -16.3% Q-Q, -24.9% Y-Y โดยได้รับผลกระทบเชิงลบจาก COVID-19 ที่ส่งผลให้เศรษฐกิจและกำลังซื้อหดตัว แต่คาดว่าจะเป็นจุดต่ำสุดและทยอยฟื้นตัวในช่วง 2H20 จากการคลาย Lockdown รวมถึงการแข่งขันที่ลดความรุนแรงลง โดยเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 หดตัว -10.5% Y-Y อย่างไรก็ตาม เรายังชอบ ADVANC มากที่สุดในกลุ่มทั้งด้านความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน ความสามารถในการแข่งขันที่สูงจากปริมาณคลื่นในมือที่พร้อม รวมถึงการเปิดตัว 5G ที่ช่วยเสริม Perception ที่ดี เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 210 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
26
มิถุนายน
2020
CPALL (HOLD/20TP: 71), แม้ไม่ถูกปิดสาขา แต่ได้รับผลกระทบพอสมควร
(views 34)
แนวโน้มกำไร 2Q20 ถูกกระทบจาก CV-19 มากกว่าที่เคยคาด แม้ไม่ถูกปิดสาขาในเดือน เม.ย. เหมือนห้างสรรพสินค้า แต่ด้วยปัจจัยลบหลายรายการทั้ง เคอร์ฟิว, การห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์, นักท่องเที่ยวลดลง, สาขาที่อยู่ใกล้โรงเรียน โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน และที่ตั้งในปั้มน้ำมันถูกกระทบจากมาตรการ Lockdown จึงคาด SSSG 2Q20 ของ 7-11 จะติดลบมากขึ้นเป็น -16% Y-Y จาก -4% Y-Y ใน 1Q20 เช่นเดียวกับ MAKRO ที่คาด SSSG จะพลิกเป็น -3% Y-Y จาก +7% Y-Y ใน 1Q20 เพราะถูกกระทบจากการปิดพื้นที่ขายสินค้า Non-Food และการห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์ ในขณะที่ CPALL มีค่าใช้จ่ายคงที่และดอกเบี้ยจ่ายค่อนข้างสูง จึงคาดกำไรสุทธิรวม 2Q20 จะลดลงราว -35.1% Q-Q, -23.5% Y-Y มาอยู่ที่ 3.67 พันล้านบาท ต่ำกว่าปกติที่ทำได้ไตรมาสละ 5-6 พันล้านบาท และอาจเป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 20 ไตรมาส และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นในช่วง 2H20 ส่วนการรวม Tesco คาดเกิดขึ้นอย่างเร็วในช่วงปลาย 4Q20 ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนขออนุมัติจากกรมแข่งขันทางการค้า ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 – 2021 ลง 3.8% - 9% เป็นกำไรที่ -7.5% Y-Y ในปี 2019 และ +15.4% ในปี 2020 โดยรวมผลกระทบของ CV-19 ในปีนี้ และค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าส่วนแบ่งกำไรของ Tesco ในปีหน้า และปรับลดราคาเป้าหมายปี 2020 ลงเป็น 71 บาท จากเดิม 78 บาท แนะนำชะลอการลงทุน จากแนวโน้มกำไร 2Q20 ที่ต่ำกว่าที่เคยคาด รอซื้อลงทุนหลังประกาศงบ 2Q20 เพราะราคาเป้าหมายปีหน้าอยู่ที่ 83 บาท (DCF)
อ่านเพิ่มเติม
26
มิถุนายน
2020
ITEL (BUY/20TP: 3.6), กำไรปีนี้ไม่หดตัวอย่างที่เคยคาดเพราะตุนงานในมือจำนวนมาก
(views 26)
สถานการณ์หลังจาก Reopen ธุรกิจกลับมาเป็นปกติ งานติดตั้งสามารถเข้าทำงานในพื้นที่ได้ งานประมูลทำได้ราบรื่นขึ้น และในช่วงที่ผ่านมา ITEL ชนะงานประมูลรวมกว่า 450 ล้านบาท เริ่มรับรู้รายได้บางส่วนในปีนี้ เราจึงปรับประมาณการกำไรปี 2020 ขึ้น 7% เป็น 179 ล้านบาท ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนซึ่งถือว่าดีมาก และปรับกำไรปี 2021 ขึ้น 14% เป็นโตเร่งตัว +15% Y-Y ปรับ Target PE ขึ้นเป็น 20 เท่า (เดิม 17 เท่า) จากอุตสาหกรรมที่เข้าสู่ช่วงเติบโต ราคาเป้าหมายจึงถูกปรับขึ้นเป็น 3.60 บาท บริษัทเตรียมออก ITEL-W2 ราคาใช้สิทธิ 3 บาทต่อหุ้น (รอประชุมผู้ถือหุ้น) หากมีการใช้สิทธิ จะช่วยสภาพคล่องให้ดีขึ้น ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
มิถุนายน
2020
DTAC (HOLD/20TP: 45), คาดกำไร 2Q20 ไม่สดใส//เปิดตัว 5G ช้าเป็นลบต่อ Perception
(views 13)
เราคาดกำไรปกติ 2Q20 ของ DTAC -20.8% Q-Q, -39.1% Y-Y โดยถูกกระทบจาก COVID-19 ทำให้รายได้หดตัวในขณะที่ฝั่งต้นทุนที่ลดลงชดเชยได้ไม่ทั้งหมด นอกจากนี้เรามองว่าการเปิดตัว 5G ของ DTAC ที่ช้ากว่าคู่แข่งจะส่งผลลบในแง่ Perception ในสายตาผู้บริโภคและอาจเป็นความเสี่ยงในการสูญเสียลูกค้าซึ่งเป็น Downside ต่อประมาณการปัจจุบันที่คาดกำไรปกติปี 2020 หดตัว -13% Y-Y เรายังคงราคาเหมาะสมของ DTAC ที่ 45 บาท และแนะนำเพียง “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
24
มิถุนายน
2020
DOHOME (BUY/21TP: 13), น้องใหม่ไฉไลในกลุ่ม Home Improvement
(views 27)
เราเริ่มต้นคำแนะนำ ซื้อ สำหรับ DOHOME ด้วยราคาเป้าหมายปี 2021 เท่ากับ 13 บาท (DCF) ภายหลังระดมทุน IPO ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านเงินทุน ทำให้บริษัทสามารถขยายสาขาได้เพิ่มมากขึ้นทั้งขนาดใหญ่และเล็ก จากปัจจุบันที่มีเพียง 16 แห่ง คาดจะเพิ่มเป็น 28 แห่ง, 51 แห่ง และ 64 แห่ง ในปี 2020 – 2022 ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตของรายได้ได้มากขึ้น จากในอดีตที่แทบไม่มีการเติบโตในแต่ละ และพึ่งพิงรายได้เพียงไม่กี่สาขา นอกจากนี้ยังมีเป้าเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ซึ่งที่ผ่านมาทำได้ดีอยู่ที่ 16% ในปี 2019 เพิ่มจาก 14% ก่อน IPO และมีแผนเพิ่มเป็น 20% ภายในปี 2022 ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นปีละ 20-30 bps ทั้งนี้เราคาดอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2020 จะลดลง -6.8% Y-Y จากผลกระทบ CV-19 และคาดกลับมาโตราว 25.8% ในปี 2021 คาดอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2021 – 2023 จะโตเฉลี่ย 14.4% CAGR
อ่านเพิ่มเติม
15
มิถุนายน
2020
CK (BUY/20TP: 22), ลุ้นรับงานเข้ามาเติมใน 2H20
(views 32)
การแพร่ระบาด COVID-19 ไม่กระทบงานก่อสร้าง แต่กดดันบริษัทร่วมอยย่าง BEM ทำให้แนวโน้ม 2Q20 คาดอ่อนลง Y-Y แต่ดีขึ้นจาก 1Q20 ที่ขาดทุน 112 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้เงินปันผลของ TTW ขณะที่ 2H20 คาดงานภาครัฐถูกขับเคลื่อนมากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดย CK มีศักยภาพทั้งเป็นผู้เข้าร่วมประมูลเอง รวมถึง Sub-contract จาก BEM และ CKP เป็นบวกต่อการเติม Backlog หนุนรายได้ตั้งแต่ปี 2021 ต่อเนื่องไปอีก 6 ปีข้างหน้า และยืนยันการเข้าสู่ S-Curve รอบใหม่ ไฮไลท์ของปีคือรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่ง BEM เป็นตัวเต็ง และมีแต้มต่อคู่แข่ง หากชนะประมูลจะเติมงานให้ CK ราว 1.2 แสนล้านบาท หนุนให้ Backlog ปลายปีนี้แตะระดับมากกว่าแสนล้านบาทอีกครั้งในรอบ 6 ปี และปลดล็อกความกังวลในประเด็นงานในมือระดับต่ำได้ทันที เราคงราคาเหมาะสม 22 บาท แนะนำสะสม ระยะสั้น แนะติดตามการขาย TOR รถไฟฟ้าสายสีส้มในเดือนมิ.ย.-ก.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
15
มิถุนายน
2020
PLANB (BUY/21TP: 7.1), กำไรปกติ 1Q20 ลดลงใกล้คาด และจะต่ำสุดใน 2Q20
(views 24)
กำไรปกติ 1Q20 ลดลง 57.0% Q-Q, 37.9% Y-Y ใกล้เคียงเราและตลาดคาด กำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 84 ล้านบาท ลดลง 62.4% Q-Q, 45.8% Y-Y หากไม่รวมผลกระทบจากมาตรฐานบัญชี TFRS16 จำนวน 12 ล้านบาท เป็นกำไรปกติ 96 ล้านบาท ลดลง 57.0% Q-Q, 37.9% Y-Y ใกล้เคียงเราและตลาดคาด จากรายได้ลดลงตามฤดูกาล กำลังซื้ออ่อนแอ และได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ตั้งแต่เดือนหลังของไตรมาส โดยอัตราการใช้สื่อ (U-Rate) ที่ 60% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 77% และ 1Q19 ที่ 67% และรายได้ธุรกิจสื่อดนตรีและกีฬา (Engagement Marketing คือ iAM (เดิม BNK 48) และการบริหารสื่อจากสมาคมฟุตบอล) ลดลง 53.9% Y-Y โดยงดจัดแข่งฟุตบอลตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.
อ่านเพิ่มเติม
12
มิถุนายน
2020
ICHI (BUY/20TP: 8.5), แนวโน้มกำไร 2Q20 ดูดีกว่าที่เคยคาด แม้โดนกระทบจาก CV-19
(views 30)
แม้ 2Q20 ได้รับผลกระทบจาก CV-19 คาดรายได้จะอ่อนตัวลงทั้งในไทยและส่งออก แต่ด้วยการควบคุมต้นทุน และลดค่าใช้จ่ายทางการตลาดอย่างมาก ทำให้สามารถชดเชยการลดลงของรายได้ได้ จึงคาดกำไร 2Q20 ดูดีกว่าที่เคยคาดไว้ อาจลดลง Q-Q แต่ยังโตเล็กน้อย Y-Y และคาดกำไรในช่วง 2H20 จะยังเติบโตได้ดี Y-Y จากทั้งการคลี่คลายของ CV-19 และการออกสินค้าใหม่ในกลุ่ม Functional Drink หากประสบความสำเร็จได้ตามแผน อาจทำให้กำไร 2H20 ไม่ลดลงจาก 1H20 ก็เป็นได้ ซึ่งจะสวนทางฤดูกาลปกติที่กำไร 2H มักลดลงจาก 1H นอกจากนี้บริษัทยังมีการเน้นการทำตลาดต่างประเทศมากขึ้น ทั้งตลาดอินโดนีเซีย ที่ปีนี้จะเป็นปีแรกที่มีส่วนแบ่งพลิกเป็นกำไร และอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรรายใหม่ในพม่า จากแนวโน้มกำไร 2Q20 และต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี ดูดีกว่าที่เคยคาดไว้ เราจึงปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2020 ขึ้น 18% เป็นเติบโต 28.8% Y-Y และคาดโตต่อเนื่องราว 10.4% Y-Y ในปีหน้า เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 8.5 บาท (อิง PE 21 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยกลุ่มเครื่องดื่มไม่รวม Energy Drink) ยังมี Upside 20.6% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
มิถุนายน
2020
TACC (BUY/20TP: 5.8), แนวโน้มกำไร 2Q20 ดูดีกว่าที่เคยคาด และน่าจะดีต่อใน 2H20
(views 30)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ แม้จะได้รับผลกระทบจาก CV-19 ทำให้รายได้ปรับลดลง แต่บริษัทได้บริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึง Product Mix จากการออกเครื่องดื่มขนาดใหม่ใน All Cafe ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นได้ดี จนสามารถหักล้างการปรับลงของรายได้ได้ทั้งหมด จึงคาดกำไร 2Q20 จะยังทรงตัวได้ทั้ง Q-Q, Y-Y ถือว่าค่อนข้างดี และคาดแนวโน้มกำไร 2H20 จะยังดีต่อเนื่อง ภายหลังสถานการณ์ CV-19 คลี่คลาย ทั้งนี้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ขึ้น 7.8% เป็นการเติบโต 1.6% Y-Y ดีกว่าเดิมที่คาดว่าจะลดลง -5.6% Y-Y และคาดจะโตต่อเนื่องในปี 2021 ราว 12% Y-Y โดยประมาณการกำไรปีหน้าของเราถือว่ามี Upside จากการเป็น Supplier ให้กับร้าน 7-11 ในกัมพูชา รวมถึงการได้อานิสงส์จากการมีช่องทางการขยายมากขึ้น ภายหลังกลุ่ม CP เข้าซื้อ Tesco Lotus แล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ จากการปรับเพิ่มกำไร นำไปสู่การปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 5.8 บาท จากเดิม 5.2 บาท (อิง PE เดิม 21 เท่า) ยังมี Upside 22.4% เราชอบในความแข็งแกร่งของบริษัทจากการช่องทางการขายจำนวนมาก และมีพันธมิตรที่ดี รวมถึงมีความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจค่อนข้างสูง คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
มิถุนายน
2020
LOXLEY (BUY/20TP: 1.8), ปรับเพิ่มกำไรปี 2020-21 การปรับโครงสร้างองค์กรเริ่มเห็น
(views 26)
ธุรกิจของ LOXLEY ใน 1Q20 ได้รับผลกระทบจำกัดมากจาก COVID-19 ประกอบกับการปรับโครงสร้างองค์กรในช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นผล สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ปรับลงเป็น 13.2% จากค่าเฉลี่ยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาที่ 17% และผลประกอบการที่ดีขึ้นต่อเนื่องของบริษัทร่วม ทำให้กำไรปกติ +65% Y-Y แต่ -21% Q-Q ตามฤดูกาล สำหรับ 2Q20 คาดธุรกิจส่วนใหญ่ถูกกระทบมากขึ้นจาก COVID-19 แต่เชื่อว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี อย่างไรก็ตาม เราปรับประมาณการกำไรปี 2020-2021 ขึ้น 147% และ 26% เป็น 213 ล้านบาท และ 244 ล้านบาท ตามลำดับ จากการปรับลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และปรับเพิ่มส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม ราคาเป้าหมายปี 2020 ซึ่งอิง PBV ระดับเดิมที่ 0.8 เท่า (-1SD ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 20 ปี) ปรับเพิ่มจาก 1.70 บาทเป็น 1.80 บาท มี upside 14.6% จากราคาหุ้นปัจจุบัน และคาดการณ์ปันผลตอบแทนเฉลี่ยกว่า 3.0% ต่อปี ราคาหุ้นปัจจุบันมี PBV เพียง 0.7 เท่า ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
มิถุนายน
2020
BEM (HOLD/20TP: 10.5), ผ่านจุดต่ำสุดแล้วในเม.ย. จับตาเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายใหม่
(views 21)
สถิติผู้ใช้บริการทางด่วนและรถไฟฟ้าเดือนพ.ค.ยืนยันการ Bottom Out ในเดือนเม.ย. โดยทางด่วนฟื้นตัวเร็วกลับสู่ระดับที่ใกล้เคียงปกติ ขณะที่รถไฟฟ้าฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และช้ากว่าทางด่วน จากผลของมาตรการ Social Distancing แม้ระยะสั้นจะสะดุดจากผลกระทบ COVID-19 แต่พื้นฐานระยะยาวยังแข็งแกร่ง ทั้งทางด่วนที่เป็น Cash Cow และรถไฟฟ้า ซึ่งจะเป็น Key Driver ของรายได้ในระยะถัดไป หนุนจากการเปิดสายสีน้ำเงินครบเส้น รวมถึงการเข้าร่วมประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม และสายสีม่วง ซึ่ง BEM มีแต้มต่อคู่แข่งรายอื่น และเป็น Upside Risk ที่ยังไม่รวมในประมาณการ เราคงราคาเหมาะสม 10.50 บาท ราคาหุ้นฟื้นตัว 30% ภายใน 2 เดือน เทียบกับ SET +24% หลังมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุม ทำให้มี Upside ต่ำกว่า 10% จึงปรับคำแนะนำเป็นซื้อเมื่ออ่อนตัว อย่างไรก็ดี ระยะสั้น แนะติดตามการเปิดขาย TOR รถไฟฟ้าสายสีส้มในเดือนมิ.ย.-ก.ค.นี้ หากเปิดประมูลได้ คาดเป็น Catalyst หนุนราคาหุ้นได้
อ่านเพิ่มเติม
10
มิถุนายน
2020
OISHI (HOLD/21TP: 46), ราคาหุ้นปรับขึ้นสะท้อนการ Reopen ไปบ้างแล้ว แนะนำ ถือ
(views 23)
แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 3Q20 (เดือน เม.ย. – มิ.ย.) นั้น ฟื้นตัวช้ากว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้า และอาจพลิกเป็นขาดทุน เพราะถูกปิดสาขาร้านอาหารเต็มเดือนใน เม.ย. และครึ่งเดือนแรกของ พ.ค. แม้รายได้จาก Take Home และ Delivery จะมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น แต่สัดส่วนรายได้ยังน้อย ไม่ถึง 10% ของรายได้รวม จึงยังไม่สามารถชดเชยรายได้หน้าร้านได้ทั้งหมด เราคาด SSSG ในเดือน เม.ย. – พ.ค. จะติดลบมากขึ้นเป็น -75% - 80% Y-Y หลังจากนั้นแม้จะกลับมา Reopen อีกครั้งตั้งแต่ 17 พ.ค. เป็นต้นมา แต่ด้วยมาตรการ Social Distancing ทำให้ผู้บริโภคยังไม่กลับมาทานอาหารในร้านกันอย่างปกติ (คาด Capacity ร้านอาหารจะถูกใช้เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น)
อ่านเพิ่มเติม
09
มิถุนายน
2020
TWPC (SELL/20TP: 2.86), กำไรพิเศษ หนุนกำไรสุทธิ 1Q20 ราคาหุ้นเต็มมูลค่า
(views 17)
กำไรสุทธิใน 1Q20 ลดลง 9.4% Y-Y หากไม่รวมกำไรพิเศษ กำไรปกติจากการดำเนินงานลดลง 52.8% Y-Y ตามยอดขายผลิตภัณฑ์หลักแป้งมันสำปะหลังลดลง ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ Covid-19 ตั้งแต่กลางไตรมาส และมีผลต่อเนื่องในต้น 2Q20 กอปรกับเป็นช่วง Low season ทำให้แนวโน้มกำไรปกติ 2Q20 ยังไม่สดใส คาดการฟื้นตัวมากขึ้นไตรมาสสุดท้ายตามฤดูกาล คงประมาณการกำไรปกติทั้งปีและราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 2.86 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันเต็มมูลค่า ปรับคำแนะนำลงเป็น ขาย จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
08
มิถุนายน
2020
SAPPE (BUY/12M TP: 22), มองผ่านกำไรต่ำสุดปีนี้ใน 2Q20 และจะฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q20
(views 24)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แนวโน้ม 2Q20 ไม่สดใส เพราะได้รับผลกระทบจาก CV-19 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่มีการ Lockdown และท่าเรือถูกปิดชั่วคราว คาดกำไร 2Q20 จะลดลงมากขึ้นทั้ง Q-Q, Y-Y แต่มองเป็นจุดต่ำสุดของปี เพราะปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และคำสั่งซื้อเริ่มฟื้นตัวอีกครั้งภายหลัง Reopen นอกจากนี้บริษัทยังมีการออกสินค้าเดิม ขนาดใหม่เพื่อเน้นลูกค้ากลุ่ม Mass, เริ่มขาย B’LUE ในตลาดกัมพูชาและลาว รวมถึงยังมีแผนออกสินค้าใหม่ในช่วงที่เหลือของปีทั้งแบรนด์ SAPPE และแบรนด์ร่วมกับ Danone ในส่วนของภาษีสรรพสามิตน่าจะปรับลดลงตั้งแต่ 3Q20 เป็นต้นไป เพราะปัจจุบันปรับสูตรเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างเจรจาดำเนินเรื่องลดภาษีกับทางภาครัฐ ทั้งนี้ด้วยผลของ CV-19 เราจึงปรับลดกำไรปกติปี 2020 ลง 7% เป็นกำไรที่ลดลง -14.3% Y-Y และคาดกลับมาโต 31.2% ในปี 2021 ทั้งนี้เรามองผ่านกำไรต่ำสุดปีนี้ใน 2Q20 เราจึงปรับใช้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้า เป็นกลางปี 2021 ที่ 22 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) ยังมี Upside 25% ราคาหุ้นยัง Laggard มาก +22% นับตั้งแต่ Lockdown ในไทยในเดือน มี.ค. เทียบกับกลุ่มเครื่องดื่มที่เฉลี่ยปรับขึ้นมาแล้วราว 45% จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
มิถุนายน
2020
SFLEX (BUY/20TP: 11), เติบโตได้อีกไกลจากความต้องการบรรจุภัณฑ์ในตลาดอาหาร
(views 24)
เราปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของรายได้และกำไรในระยะยาวปี 2021-2024 เป็นเฉลี่ย 9.7% และ 11.5% CAGR ตามลำดับ จากเดิม 8.4% และ 9.2% ตามลำดับ จากตลาดบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนที่เติบโตอย่างรวดเร็วตามความต้องการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และด้วยมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ร่วมกับประสบการณ์ในธุรกิจ เชื่อว่าบริษัทจะประสบความสำเร็จในตลาดกลุ่ม Food product ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูง ได้ไม่ยากซึ่งจะส่งผลบวกต่ออัตรากำไรด้วย เราคาดว่า SFLEX จะสามารถเพิ่มสัดส่วนลูกค้ากลุ่ม Food จากปัจจุบันที่ 20% ของรายได้เป็น 40% ภายใน 5 ปี ปรับราคาเป้าหมายปี 2020 ขึ้นเป็น 11 บาทจากเดิม 7 บาท (DCF, WACC 6.4% TG 3%) เป้าใหม่คิดเป็น Implied PE ปีนี้ 30 เท่าและปีหน้า 25 เท่า ไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับกลุ่มค้าปลีกที่ 28-32 เท่าซึ่งเป็นตลาดหลักของ SFLEX และใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของผู้ประกอบการในต่างประเทศที่มีธุรกิจคล้ายคลึงกันเช่น Amcor และ Huhtamaki คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
มิถุนายน
2020
S11 (BUY/20TP: 7.8), ปรับประมาณการกำไรปี 2020 ลงสะท้อนภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
(views 13)
S11 รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ลดลง 17.4%Q-Q, 18.1%Y-Y จากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯเพิ่มขึ้น ขณะที่สินเชื่อและรายได้ยังเติบโตได้ตามเป้าหมาย ขณะที่แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q20 ยังคาดชะลอตัวต่อเนื่องราว 27%Q-Q และ 37%Y-Y มาอยู่ที่ราว 80 ลบ. คาดว่าสินเชื่อจะทรงตัวหรือมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากการ Lockdown ประเทศที่เกิดขึ้นในเดือนเม.ย.-พ.ค. ซึ่งทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้คาดการเก็บหนี้จะทำได้ยากขึ้นเนื่องจากหลายสถานที่ปิดทำการ และมีฐานลูกค้าบางกลุ่มขาดรายได้ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง ส่งผลต่อคาดการณ์การตั้งสำรองฯและด้อยค่าสินทรัพย์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน นำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 25% มาอยู่ที่ 439 ลบ. ลดลง 17%Y-Y และปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 7.80 บาท อิง PER 10.85 เท่า ยังมี upside ถึง 30% จากราคาหุ้นปัจจุบัน อีกทั้งคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 6% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
มิถุนายน
2020
VGI (HOLD/21TP: 8), ปรับลดประมาณการปีนี้ แต่คงคาดการฟื้นตัวแรงปีถัดไป
(views 17)
ผู้บริหารมองการฟื้นตัวของสื่อนอกบ้านจากสถานการณ์ Covid-19 แบบค่อยเป็นค่อยไป และจะฟื้นชัดเจนขึ้นช่วง 3Q21 (ต.ค.-ธ.ค.20) เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2021 (สิ้นสุดเดือน มี.ค. 2021) ลง 29% จากเดิม 1.07 พันล้านบาท เป็น 761 ล้านบาท -44.4% Y-Y สะท้อนผลกระทบของ Covid-19 ใน 1Q20 ที่จะหนักสุดและเป็นกำไรต่ำสุดของปี การฟื้นตัวใช้เวลานานกว่าเคยคาด แม้จะมีรายได้ Digital service ที่แข็งแกร่งตามการใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น และผลการดำเนินงานด้าน Logistic ผ่าน Kerry ที่โตดี ช่วยชดเชยแล้วก็ตาม แต่คงประมาณการกำไรปกติปี 2022 (สิ้นสุดเดือน มี.ค. 2022) ตามเดิม เป็นกำไรฟื้นตัวแรงเท่าตัว +100.3% Y-Y ราคาเป้าหมายปี 2021 (สิ้นสุด มี.ค. 2021) ใกล้เคียงเดิมที่ 8 บาท บริษัทยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง D/E ต่ำเพียง 0.3 เท่า คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
01
มิถุนายน
2020
M (BUY/21TP: 71), สถานการณ์เริ่มดูดีขึ้น คาดจะพลิกมีกำไรใน 3Q20
(views 25)
มาตรการเริ่มผ่อนปรนมากขึ้นทั้งการขยายเวลาปิดห้างเป็น 21.00 น. และล่าสุดเริ่มมีบางสาขาได้รับอนุญาตให้มี Family Zone ในร้านแล้ว ถือเป็นสถานการณ์ที่เริ่มดูดีขึ้น และคาดหวังระยะถัดไป อาจได้รับอนุญาตให้ลูกค้าทานร่วมโต๊ะเดียวกันมากกว่า 1 คนขึ้นไป ซึ่งจะเป็นบวกต่อร้านสุกี้ MK อย่างมาก ระยะสั้น คาดผลการดำเนินงาน 2Q20 จะพลิกเป็นขาดทุน แม้จะพยายามลดค่าใช้จ่ายทั้งค่าเช่าและค่าใช้จ่ายพนักงาน แต่ยังไม่สามารถชดเชย SSSG ที่ติดลบหนัก -70% - 75% ได้ และคาดหวังพลิกกลับมามีกำไรตั้งแต่ 3Q20 เป็นต้นไป ทั้งปีเรายังใช้สมมติฐานเดิมว่า SSSG จะติดลบทั้ง 3 แบรนด์ โดยมอง 2H20 จะฟื้นตัวอย่างช้าๆ และกำหนดให้ไม่มีการเปิดสาขาใหม่ในปีนี้เลย โดยเราคาดกำไรสุทธิปี 2020 จะหดตัวลง -58.7% Y-Y เหลือเพียง 1.07 พันล้านบาท และคาดกลับมาโตอีกครั้งในปี 2021 ราว +144.4% Y-Y กลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงปี 2019 ทั้งนี้เรามองข้างกำไรต่ำสุดในปีนี้ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 71 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) แนะนำทยอยซื้อ โดยเฉพาะช่วงหลังประกาศงบ 2Q20 ที่อ่อนแอ
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤษภาคม
2020
EPG (BUY/21TP: 7), กำไร 4Q20 (ม.ค.-มี.ค. 2020) เป็นไปตามคาด ปันผลสูงขึ้น
(views 28)
กำไรปกติ 4Q20 เป็นไปตามคาด ไม่สดใสนัก แต่ทั้งปีพลิกมาเติบโตได้ในรอบ 3 ปี หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน EPG มีกำไรปกติ 4Q20 (ม.ค.-มี.ค. 2020) ที่ 203.2 ล้านบาท -4.0% Q-Q, +21.3% Y-Y เป็นไปตามคาด เป็นกำไรที่ต่ำกว่าศักยภาพของบริษัทเพราะ 2 ใน 3 ของธุรกิจ (70% ของรายได้รวม) ถูกกระทบจาก COVID-19 และกำลังซื้อที่อ่อนแอ คือ Aeroklas (ชิ้นส่วนตกแต่งยานยนต์) และ TJM (บ.ร่วม ขายอุปกรณ์ตกแต่งรถขับเคลื่อน 4 ล้อและรถ SUV) ถูกกระทบจากการชะลอของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกและปลายไตรมาสถูกกระทบจาก COVID-19 และธุรกิจ EPP (บรรจุภัณฑ์พลาสติก) แม้อุปสงค์ของกล่องอาหารพลาสติกจะสูงขึ้นในช่วง lockdown แต่ไม่สามารถชดเชยกำลังซื้อที่ไม่สดใสในช่วง 2 เดือนแรกได้ มีเพียงธุรกิจ Aeroflex (ฉนวนยาง 30% ของรายได้รวม) ที่มีความต้องการต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะในสหรัฐและญี่ปุ่นซึ่งต้องการสินค้า premium ทำให้รายได้รวม -2.9% Q-Q, -7.0% Y-Y แต่อัตรากำไรขั้นต้นยังอยู่ในระดับดีใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 28.5% เพราะได้ประโยชน์จากราคาวัตถุดิบที่ปรับลงตามราคาน้ำมันดิบ
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤษภาคม
2020
BCH (BUY/20TP: 16), COVID-19 กระทบ แต่มีตัวประคอง
(views 29)
แนวโน้มผลการดำเนินงาน 2Q20 ของ BCH ถูกกระทบจากการ Lockdown หลัง COVID-19 ระบาดโดยเฉพาะฝั่งผู้ป่วยเงินสด อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยช่วยประคองคือรายได้จากประกันสังคมที่ยังคงเติบโตทั้งจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มและโดยเฉพาะการปรับเพิ่มค่าหัวตั้งแต่ต้นปี รวมถึงรายได้จากการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ขณะที่แนวโน้ม 2H20 จะทยอยฟื้นตัวขึ้นจากสถานการณ์ระบาดและ Lockdown ที่เริ่มคลี่คลาย นอกจากนี้ BCH ยังมีการร่วมมือกับหลายโรงแรมในการให้บริการ Alternative State Quarantine ซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้กำไรของ BCH คาดว่าจะหดตัวและผันผวนน้อยกว่ากลุ่มฯ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 +2.1% Y-Y และอาจมี Upside เล็กน้อย เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 16 บาทและคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤษภาคม
2020
THANI (HOLD/20TP: 4.1), เพิ่มทุน ทำให้ D/E ratio ผ่อนคลาย แต่ ROE ชะลอลงแรงด้วย
(views 24)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2020 ลง 9% มาอยู่ที่ 1,669 ลบ. -15% Y-Y ส่วนใหญ่มาจากการปรับลดการเติบโตของสินเชื่อจากเดิม 8% เป็น 5% และปรับเพิ่ม Credit cost จากเดิม 0.9% บนคาดการณ์ไม่มีการระบาดรอบ 2 เป็น 1.1% เมื่อรวมกับผลของการเพิ่มทุนที่ทำให้ ROE ลดระดับลงภายหลังการเพิ่มทุน (2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ราคาหุ้นละ 1 บาท ยังไม่กำหนด XR) ส่งผลต่อการ De-rate Justified PER ประเมินราคาเหมาะสมปี 2020 อยู่ที่ 4.10 บาท (และ 3.32 บาทภายหลังการเพิ่มทุน) ราคาหุ้นวานนี้ปรับลงรับข่าวบ้างแล้วแนะนำถือ
อ่านเพิ่มเติม
27
พฤษภาคม
2020
HANA (HOLD/12M TP: 32), ยังมองผ่านจุดต่ำสุด 2Q20 แต่ราคาหุ้นขึ้นเร็ว จน Upside จำกัด
(views 23)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหารให้ภาพการฟื้นตัวค่อนข้าง Conservative จากทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และความเสี่ยง Trade War รอบใหม่ ในขณะที่ระยะสั้นแนวโน้มกำไร 2Q20 คาดจะลดลงมากทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 หนักในเดือน เม.ย. ล่าสุด เราเริ่มเห็นการฟื้นตัวของการผลิต การบริโภค และการส่งออกของจีนแล้ว ซึ่งน่าจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของสินค้า Consumer Product โดยเฉพาะ Smartphone และยังคาดหวังการฟื้นตัวของลูกค้าในสหรัฐและยุโรปในระยะถัดไป ซึ่งน่าจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อของบริษัทอีกครั้งใน 3Q20 และทยอยฟื้นตัวกลับสู่ระดับที่ใกล้เคียงก่อนช่วง COVID-19 ใน 1H21 ทั้งนี้ผู้บริหารคาดรายได้รวมในปีนี้จะลดลงราว -15%-20% Y-Y และคาดสินค้ากลุ่ม Consumer (สัดส่วน 47% ของรายได้รวม) จะกลับมาฟื้นตัวได้เร็วกว่า Automotive (สัดส่วน 17%) ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการของเรา ดังนั้นเรายังคาดกำไรปกติปี 2020 ไว้ตามเดิมเป็น -8.5% Y-Y และคาดกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2021 ราว +51% Y-Y จากที่มองว่ากำลังจะผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q20 เราจึงปรับใช้ราคาเป้าหมายใน 12 เดือนข้างหน้า (กลางปี 2021) และอิง Target PE ที่ 15 เท่า เท่ากับ Avg. 5 yrs Forward PE +1.0 S.D ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 32 บาท ในขณะที่ราคาหุ้นปรับขึ้น +50% นับตั้งแต่ที่มีการ Lockdown ในไทย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จีนเริ่มกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง ถือว่าสะท้อนการฟื้นตัวไปบ้างแล้ว และมี Upside เพียง 6.7% จึงปรับคำแนะนำเป็น ถือ/ซื้ออ่อนตัว จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤษภาคม
2020
EKH (BUY/20TP: 5.55), ต้องมองข้ามปี 2020 และเหมาะสำหรับ “ลงทุนระยะยาว”
(views 25)
แนวโน้มผลการดำเนินงาน 3 ไตรมาสที่เหลือในปีนี้ของ EKH คาดว่าจะไม่สดใสโดยเฉพาะ 2Q20 ที่ถูกกระทบจาก COVID-19 อย่างหนักทั้งส่วนโรงพยาบาลและโดยเฉพาะศูนย์ IVF จากลูกค้าชาวจีนที่หายไปเพราะ Lockdown ซึ่งคาดว่าต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัวจากข้อจำกัดด้านการเดินทางในปัจจุบัน เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 40% เป็นหดตัว -55.9% Y-Y ซึ่งเป็นระดับที่ผิดปกติ อย่างไรก็ตามเรายังมีมุมมองเชิงบวกระยะยาวโดยคาดว่ากำไรปกติจะกลับมาฟื้นตัว +127.1% Y-Y ในปี 2021 เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 5.55 บาท ราคาหุ้นมี Upside เปิดกว้างจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤษภาคม
2020
TVO (BUY/20TP: 30), แนวโน้มกำไรยังสดใสต่อ ส่วนราคาถั่วเหลืองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
(views 21)
แนวโน้มกำไร 2Q20 ยังดูสดใสต่อเนื่อง จากธุรกิจน้ำมันถั่วเหลืองที่ยังได้อานิสงส์การกักตัวอยู่บ้านของผู้บริโภค และราคาขายยังทรงตัวสูงตามราคาน้ำมันปาล์มที่ปรับขึ้น และคาดธุรกิจกากถั่วเหลืองจะฟื้นตัวดีขึ้น ภายหลังหลายประเทศกลับมา Reopen โดยเฉพาะจีน ทำให้ความต้องการใช้กากถั่วเหลืองสูงขึ้น และกระทบต่อราคาขายกากกลับมาปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ทั้งนี้เมื่อสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย เราคาดทั้งภาวะการเลี้ยงสัตว์และการบริโภคจะกลับมาดีขึ้น และยังช่วยหนุนปริมาณขายและราคากากถั่วเหลืองในช่วง 2H20 ได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 เติบโต 21.5% Y-Y (โดยสัดส่วนกำไร 1Q20 คิดเป็น 29% ของประมาณการทั้งปี) ถือว่าค่อนข้าง Conservative ในขณะที่มองราคาถั่วเหลืองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และ Downside Risk ต่ำมาก เราคงราคาเป้าหมายที่ 30 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ยังมี Upside 16.5% และคาดให้ Dividend Yield ราว 7% (จ่ายปีละ 2 ครั้ง) คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤษภาคม
2020
SEAFCO (BUY/20TP: 6.9), งานในมือหนุนรายได้ต่อเนื่อง พร้อมรับงานเข้ามาเติมอีกมาก
(views 21)
ผู้บริหารคงเป้ารายได้ปีนี้โต 10% หนุนจากการรับรู้ Backlog ที่ยังอยู่ระดับสูง 2 พันล้านบาท บวกกับคาดหวังรับงานเพิ่มจากงานที่อยู่ระหว่างประมูลราว 5.1 พันล้านบาท ขณะที่ COVID-19 และเคอร์ฟิวไม่กระทบอย่างมีนัยต่อการดำเนินงานก่อสร้าง อย่างไรก็ดี มีประเด็นไม่สามารถนำแรงงานต่างชาติกลับมาได้ ทำให้แรงงานเริ่มไม่เพียงพอ แนวโน้มผลการดำเนินงาน 2Q20 คาดทรงตัวถึงดีขึ้นเล็กน้อย Q-Q จากความคืบหน้าของงานที่ทำต่อเนื่อง แต่อ่อนตัว Y-Y จากมาร์จิ้นที่ลดลงตามสัดส่วนงานรับค่าแรงรวมวัสดุที่สูงขึ้น เราคงประมาณการกำไรปีนี้ 317 ล้านบาท (-23% Y-Y) บน Backlog รองรับแล้ว 93% คงราคาเหมาะสม 6.90 บาท ยังแนะนำซื้อ ราคาหุ้นซื้อขายที่ PE 12.4x เทียบเท่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง -0.75SD และเป็นผู้รับประโยชน์อันดับต้นๆจากการทยอยเร่งเปิดประมูลงานภาครัฐในฐานะเบอร์หนึ่งฐานราก
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤษภาคม
2020
CHG (BUY/20TP: 2.7), ยังแข็งแรงที่สุดในกลุ่ม ประมาณการอาจมี Upside เล็กน้อย
(views 23)
เรามีมุมมองเป็นกลางค่อนไปในเชิงบวกต่อการประชุมวานนี้ของ CHG โดยระยะสั้นคาดว่าผลการดำเนินงาน 2Q20 จะ Bottom โดยถูกกระทบจาก COVID-19 ในเดือน เม.ย. ที่มีการ Lockdown แต่เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นในเดือน พ.ค. หลังมาตรการผ่อนคลาย ขณะที่รายได้ประกันสังคมคาดว่ายังแข็งแกร่งทั้งจากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นและการปรับเพิ่มค่าหัวตั้งแต่ต้นปี ผู้บริหารยังตั้งเป้ารายได้โต Double Digit (เราคาด +6..4% Y-Y) ซึ่งทำให้ประมาณการอาจมี Upside จากปัจจุบันที่คาดกำไรปกติ +8.4% Y-Y และราคาเหมาะสมที่ 2.70 บาท แนะนำ “ซื้ออ่อนตัว” และเป็นหนึ่งใน Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤษภาคม
2020
CK (BUY/20TP: 22), ปรับลดประมาณการลง จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม
(views 15)
ผลประกอบการ 1Q20 พลิกเป็นขาดทุน จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่หดตัวแรง ทั้ง BEM ที่กดดันจากค่าใช้จ่ายเปิดรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยาย และ COVID-19 รวมถึง CKP ถูกกระทบหนักจากภาวะภัยแล้ง เราปรับลดประมาณการปีนี้ลง 40% เป็นชะลอ 28.5% Y-Y จากการปรับลดส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม แนวโน้ม 2Q20 คาดกลับมาเป็นกำไรได้ หนุนจากเงินปันผลรับ TTW ก่อนฟื้นตัวใน 2H20 ภาพรวมทั้งปียังถูกขับเคลื่อนด้วยเงินลงทุนในบริษัทร่วมเป็นหลัก ขณะที่ธุรกิจรับเหมาคาดยังขาดทุน จาก Backlog ที่อยู่ระดับต่ำ 3.8 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี มองว่า CK มีโอกาสรับงานเข้ามาเติมจากงานประมูลที่มากขึ้นใน 2H20 ช่วยหนุนรายได้ตั้งแต่ปี 2021 เราปรับลดราคาเหมาะสมเป็น 22 บาท (SOTP) แนะทยอยสะสม ราคาหุ้นซื้อขายบน PBV ที่ 0.9x เทียบเท่าค่าเฉลี่ยในอดีต-2.5SD และ Discount NAV ของบริษัทลูกอยู่มาก โดย Key Risk มาจากการเปิดประมูลงานใหม่ที่ล่าช้า ส่วน Catalyst ที่ต้องติดตามคือ การเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม และม่วงใต้ คาดขาย TOR ใน 2Q-3Q20 ซึ่งหาก CK ได้งานดังกล่าวจะปลดล็อกความกังวลของปริมาณงานในมือที่เหลือไม่มากได้ทันที
อ่านเพิ่มเติม
21
พฤษภาคม
2020
BJC (BUY/20TP: 45), หลัง Reopen กลับมาฟื้นตัวสดใสขึ้น
(views 22)
ผ่านจุดต่ำสุดในเดือน เม.ย. และเริ่มกลับมาฟื้นตัวในเดือน พ.ค. ภายหลัง Reopen ทุกสาขาอีกครั้งตั้งแต่ 17 พ.ค. พบว่าลูกค้ากลับมาใช้บริการคึกคักมากขึ้น รวมถึงผู้เช่าทั้งรายใหญ่รายเล็กกลับมาเปิดร้านกันอีกครั้ง ทั้งนี้เราคาดกำไร 2Q20 จะอ่อนตัวลงทั้ง Q-Q, Y-Y และกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งใน 3Q20 ทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ BIGC, Packaging, Consumer และ Healthcare โดยนอกจากคาดหวังรายได้กลับมาฟื้นตัวหลัง COVID-19 คลี่คลายแล้ว คาดจะรับรู้ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงบางรายการ รวมถึงระดับการผลิตในธุรกิจ Packaging ที่ได้ลูกค้ารายใหม่มากพอจนได้ Economies of Scale อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จากผลกระทบของ COVID-19 ต่อผลประกอบการใน 1H20 เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 8.6% เป็นกำไรที่ลดลงจากปีก่อนราว -21% Y-Y และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตดีอีกครั้งในปี 2021 ราว +27.5% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้ลงเล็กน้อยเป็น 45 บาท จากเดิม 46 บาท (อิง DCF) ยังมี Upside 11.1% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
20
พฤษภาคม
2020
MINT (SELL/20TP: 16.6), เสริมความแข็งแรงของฐานะการเงินลดความเสี่ยงจาก COVID-19
(views 43)
การประชุมนักวิเคราะห์โทนเป็นกลาง การเพิ่มทุนและออก Perpetual Bond จะทำให้ MINT มีเงินทุนเพิ่มขึ้นราว 2 หมื่นลบ. ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นคงของฐานะการเงินจาก COVID-19 ที่กระทบธุรกิจอย่างหนัก หากอิงประมาณการปัจจุบันที่เราคาดขาดทุนปกติราว 1 หมื่นลบ.ในปีนี้ เราคาดว่า IBD/E ของ MINT ณ สิ้นปีจะอยู่ที่ราว 1.3 เท่าต่ำกว่า Covenant ที่ 1.75 เท่าและใกล้เคียงกับ Internal Policy อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลการดำเนินงาน 2 ไตรมาสข้างหน้าที่คาดว่ายังขาดทุนหนักโดยเฉพาะ 2Q20 การเพิ่มทุนที่คาดยัง Overhang รวมถึงราคาหุ้นที่เต็มมูลค่าเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 16.60 บาท ระยะสั้นจึงยังแนะนำ “ขาย” รอจังหวะอ่อนตัวก่อนเข้าสะสมใหม่
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤษภาคม
2020
ERW (SELL/20TP: 2.5), ปรับประมาณการลงอีกครั้ง การฟื้นตัวคาดว่ายังช้า
(views 19)
เราคาดว่า ERW จะมีผลขาดทุนอีก 2-3 ไตรมาสโดยคาด 2Q20 เป็นจุดต่ำสุดจากผลกระทบของ COVID-19 ที่รุนแรงซึ่งต้องปิดโรงแรมชั่วคราว เบื้องต้นเราคาดขาดทุนไม่ต่ำกว่า 500 ลบ. การฟื้นตัวในช่วง 2H20 คาดว่ายังค่อนข้างช้า ล่าสุด ERW เริ่มทยอยเปิดให้บริการโรงแรมอีกครั้งโดยเริ่มจาก Hop Inn และเน้นกลุ่มลูกค้าในประเทศเป็นหลักซึ่งน่าจะฟื้นตัวได้ก่อน อย่างไรก็ตาม ERW มีสัดส่วนรายได้จากชาวไทยปัจจุบันราว 20% ของรายได้รวมซึ่งเราคาดว่าไม่สามารถชดเชยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปได้ในระยะสั้น เราจึงปรับลดประมาณการผลประกอบการปี 2020 ลงอีกครั้งเป็นขาดทุน 1,002 ลบ. ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับลดลงเหลือ 2.50 บาท ระยะสั้นแนะนำ “ขาย” และยังไม่ต้องรีบเข้าลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤษภาคม
2020
MAJOR (SELL/20TP: 13.2), 1Q20 ขาดทุนหนักใกล้เคียงคาด จะต่อเนื่องอีก 2 ไตรมาส
(views 20)
1Q20 พลิกขาดทุนหนักใกล้เคียงคาด MAJOR รายงานขาดทุนสุทธิใน 1Q20 ที่ 255 ล้านบาท หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษ 18 ล้านบาท (ส่วนใหญ่จากผลกระทบมาตรฐานบัญชี -21 ล้านบาท) เป็นขาดทุนปกติ 237 ล้านบาท ใกล้เคียงคาด (ที่ -234 ล้านบาท) จากไตรมาสก่อนและ 1Q19 ที่กำไรปกติ 265 ล้านบาท และ 204 ล้านบาท ตามลำดับ ผลกระทบการระบาดของเชื้อ Covid-19 และการปิดโรงหนังและธุรกิจเกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา และการปฏิบัติตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการเดินทางและจำกัดพื้นที่ที่มีความเสี่ยง โดยรายได้รวมลดลง 50.5% Q-Q, 44.9% Y-Y ตามรายได้หลักทั้งรายได้ตั๋วหนัง -54.4% Q-Q, -48.4% Y-Y รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหาร -53.6% Q-Q, 45.89% Y-Y และรายได้โฆษณา -48.8% Q-Q, -43.9% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤษภาคม
2020
TKN (HOLD/20TP: 9), ผ่านกำไรต่ำสุดใน 1Q20 ไปแล้ว รายได้ส่งออกเริ่มฟื้นอีกครั้ง
(views 26)
แนวโน้มกำไร 2Q20 น่าจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง แม้รายได้ในประเทศยังถูกกระทบจาก COVID-19 แต่ปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากส่งออกมากกว่าอยู่ที่ 64% ของรายได้รวม และเริ่มกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ปลาย 1Q20 จากการกลับมาเปิดประเทศของจีน และหมดปัญหาเรื่องขนส่งล่าช้า และคาดรายได้จีนจะมากขึ้นในช่วง 2H20 กอปรกับปัจจุบันกำลังส่งสินค้าเข้าไปลองตลาดใหม่ของบริษัทอย่างเกาหลีใต้ และรัสเซีย ซึ่งเป็นตลาดหลักของ ORION หากประสบความสำเร็จ คาดจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของรายได้ใน 2H20 และคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะได้ปัจจัยหนุนจากทั้งการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น, ต้นทุนสาหร่ายลดลง และอยู่ระหว่างยุบรวมโรงงานเหลือโรจนะเพียงที่เดียว จะช่วยลดต้นทุนได้อีกทางหนึ่ง ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2020 ขึ้น 32% เป็น 455 ล้านบาท (+16.4% Y-Y) และคาดจะโตมากขึ้นในปี 2021 ราว +28.6% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 9 บาท จากเดิม 6.25 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นมา +18% นับตั้งแต่ประกาศงบ 1Q20 ทำให้ที่ราคาเป้าหมายใหม่ของเรามี Upside 8.4% จึงแนะนำเป็น ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
CPN (BUY/20TP: 65), กำไรปกติ 1Q20 ใกล้เคียงคาด COVID-19 กระทบปลายไตรมาส
(views 27)
กำไรปกติ 1Q20 -23% Q-Q, -12% Y-Y เพราะ COVID-19 กระทบปลายไตรมาส CPN มีกำไรสุทธิ 4,592.0 ล้านบาทใน 1Q20 โดยมีรายการพิเศษที่เกิดจากมาตรฐานบัญชีใหม่คือรายได้จากสัญญาเช่าเงินทุน 2,796 ล้านบาท ซึ่งทำให้ภาษีจ่าสูงขึ้น 559 และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงิน 115 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออก เป็นกำไรปกติ 2,470.0 ล้านบาท -23.0% Q-Q, -11.9% Y-Y ใกล้เคียงคาด CPN ได้รับผลกระทบจากการทยอยปิดห้างทั้ง 34 แห่ง (รวม 1 แห่งในมาเลเซีย) ในช่วงประมาณ 10 วันสุดท้ายของไตรมาส และปิดโรงแรม 2 แห่งชั่วคราวตั้งแต่ 1 เม.ย. ขณะเดียวกันบริษัทมีมาตรการลดค่าเช่าให้ร้านค้า ทำให้รายได้รวม -24.5% Q-Q, -2.5% Y-Y โดยลดลงทั้งรายได้ค่าเช่า (Same Store Rental Revenue Growth -2.9% Y-Y) รายได้ศูนย์อาหาร และรายได้จากธุรกิจโรงแรม มีเพียงรายได้จากธุรกิจ Property ที่ +146% Y-Y ตามการทยอยโอนคอนโดโครงการเดิม แม้ว่าจะพยายามลดต้นและค่าใช้จ่ายเต็มที่ แต่ Gross profit และ Net profit margin ก็ยังลดลง
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
EA (BUY/20TP: 57), กำไรปกติ 1Q20 ตามคาด ธุรกิจใหม่บางส่วนช้ากว่าแผน
(views 36)
กำไรปกติ 1Q20 -17% Q-Q, +23% Y-Y ตามคาด ไบโอดีเซลโตก้าวกระโดด EA มีกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 1,452.1 ล้านบาท -17.0% Q-Q, +19.9% Y-Y ใกล้เคียงคาด หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรปกติเป็น 1,392.2 ล้านบาท -17.2% Y-Y +22.8% Y-Y กำไรที่ลดลง Q-Q เพราะเป็น low season ของทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานลมและโซลาร์ แต่เติบโต Y-Y เพราะ 1Q19 ยังรับรู้กำลังการผลิตไฟฟ้ายังไม่ครบทั้ง 664 MW ทำให้รายได้จากการขายไฟฟ้าในไตรมาสนี้เป็น 2,937 ล้านบาท (62% ของรายได้รวม) -3.6% Q-Q, +38.5% Y-Y แต่รายได้รวมที่เติบโต +15.9% Q-Q, +53.3% Y-Y ได้แรงหนุนจากธุรกิจไบโอดีเซลที่โตก้าวกระโดด มีรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ 1,799 ล้านบาท (38% ของรายได้รวม) +97% Q-Q, +120% Y-Y จากความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นตามที่รัฐบาลส่งเสริมให้ใช้ B100 โดยประกาศให้น้ำมัน B10 เป็นดีเซลพื้นฐานแทน B7 เมื่อต้นปี และราคาน้ำมันปาล์มดิบสูงขึ้นมากเพราะนโยบายรัฐและภัยแล้ง
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
JWD (BUY/20TP: 8), กำไรปกติ 1Q20 ตามคาด ปรับกำไรปีนี้ลงสะท้อน COVID-19
(views 20)
กำไรปกติ 1Q20 -21% Q-Q ตามฤดูกาล, +5% Y-Y ตามคาด บริษัททีกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 93.5 ล้านบาท -21.3% Q-Q ตามฤดูกาล และ +4.8% ตามคาด กำไรที่เพิ่มเล็กน้อย Y-Y เพราะ 1Q19 รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากนิคมฯ PPSEZ กัมพูชาสูงเป็นพิเศษจากการขายที่ดินในนิคมฯได้ ในไตรมาสนี้ JWD ถูกกระทบจากมาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS16 (สัญญาเช่า) ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจากปกติ 18.6 ล้านบาท หากไม่มีรายการดังล่าว กำไรจากการดำเนินงานจะสูงถึง 112 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
MINT (SELL/20TP: 16.6), 1Q20 ขาดทุนอย่างน่าใจหาย
(views 28)
1Q20 พลิกเป็นขาดทุนและแย่กว่าคาด MINT ประกาศผลขาดทุนสุทธิ 1Q20 ที่ 1,774 ลบ.พลิกจากที่มีกำไรสุทธิ 3,768 ลบ.และ 583 ลบ.ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ แต่หากตัดรายการกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯและการปรับมูลค่ายุติธรรมอนุพันธ์อัตราดอกเบี้ยออก จะมีผลขาดทุนปกติถึง 3,173 ลบ.จากกำไรปกติ 2,909 ลบ.และ 633 ลบ. ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ มากกว่าที่เราและตลาดคาดมาก (เราคาดขาดทุน 1,019 ลบ. ตลาดคาดขาดทุน 705 ลบ.) สาเหตุเกิดจาก Margin ของธุรกิจโรงแรมที่แย่กว่าคาดมาก ผลกระทบของ COVID-10 ทำให้ Rev Par ของธุรกิจโรงแรม -27% Y-Y ขณะที่ SSSG ของธุรกิจอาหาร -10.5% Y-Y เนื่องจากต้องมีการปิดโรงแรมและร้านอาหารชั่วคราว ส่งผลให้ EBITDA Margin พลิกมาลบ -0.5% ในไตรมาสนี้จาก 14.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน (ไม่รวมผลกระทบจาก TFRS16)
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
RBF (BUY/20TP: 6.3), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาดมาก นำไปสู่การปรับเพิ่มกำไรและเป้าหมาย
(views 23)
กำไรสุทธิ 1Q20 ดีกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 147 ล้านบาท (+47% Q-Q, +69% Y-Y) หากไม่รวมผลขาดทุนด้านเครดิต (จาก TFRS9) 7 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 154 ล้านบาท (+54% Q-Q, +77% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 100 ล้านบาท) แม้ธุรกิจโรงแรมจะเริ่มได้รับผลกระทบจาก COVID ทำให้รายได้ลดลง 32.5% Y-Y และขาดทุนขั้นต้น 5 ล้านบาท คิดเป็น -26.2% แต่สัดส่วนรายได้โรงแรมเพียง 2.3% ของรายได้รวม ถูกชดเชยด้วยรายได้การขายที่เติบโตดีมาก +14.4% Y-Y ได้ทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
SAPPE (BUY/20TP: 22), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาด และจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H20
(views 13)
กำไร 1Q20 ดีกว่าคาดมาก จากการเร่งส่งออก และมาร์จิ้นดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 82 ล้านบาท (+64% Q-Q, -28.6% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 26 ล้านบาท และการกลับรายการขาดทุนด้อยค่า (ผลของ TFRS16) 1 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 106 ล้านบาท (+135.6% Q-Q, ทรงตัว Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 57 ล้านบาท) มาจากทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด แม้รายได้ในไทยจะอ่อนตัวลง -6.5% Y-Y เพราะเริ่มได้ผลกระทบ COVID-19 แต่ถูกชดเชยด้วยรายได้ส่งออกที่เติบโต 12.9% Y-Y โดยโตดีที่ตลาดอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ +29.5% Y-Y เชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากลูกค้าเร่งซื้อของก่อนเผชิญ Lockdown รวมถึงการรวมรายได้ All Coco เต็มไตรมาส ทำให้สัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 11% ของรายได้รวม จาก 8% ใน 1Q19 ส่งผลให้รายได้รวม 1Q20 +5.5% Q-Q, +7% Y-Y ในขณะที่แม้จะยังปรับสูตรเครื่องดื่มไม่เสร็จ ทำให้ยังเสียภาษีสรรพสามิตในอัตรา 10% (ถ้าปรับเสร็จ จะลดเหลือ 3%) แต่ด้วยอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น ต้นทุนเม็ดพลาสติกถูกลง และค่าเงินบาทอ่อนค่า Q-Q ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 35.7% จาก 32.3% ใน 4Q19 แต่ยังต่ำกว่า 37.3% ใน 1Q19 เพราะผลของภาษี ส่วนค่าใช้จ่ายถือว่ายังควบคุมได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 21.8% ลดจาก 28.2% ใน 4Q19 และขยับขึ้นเล็กน้อยจาก 21.2% ใน 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
SISB (BUY/20TP: 9.8), กำไร 1Q20 ตามคาด คงประมาณการกำไรทั้งปี
(views 12)
กำไร 1Q20 ตรงตามคาด ยังไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เต็มที่ SISB รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 58.9 ลบ. -10.8% Q-Q, +38.6% Y-Y ตรงตามคาด รายได้รวมทำได้ 286.1 ล้านบาท -4.2% Q-Q, +6.5% Y-Y ทั้งนี้ SISB ปิดโรงเรียนชั่วคราวทั้ง 5 แห่งตั้งแต่ 18 มี.ค. ตามคำสั่งของภาครัฐจากผลกระทบของ COVID-19 และเปลี่ยนเป็นสอนออนไลน์แทน รายได้จากกิจกรรมหลังเลิกเรียน รายได้จากทัศนศึกษา และค่าอาหารกลางวันที่หายไปในช่วงดังกล่าว ทำให้ค่าบริการการศึกษาเฉลี่ยต่อคนต่อปีเป็น 0.43 ล้านบาท -5.8% Q-Q, -1.6% Y-Y รวมถึงรายได้ค่าอุปกรณ์ก็ลดลง สำหรับจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นสุทธิ 28 คน ส่วนใหญ่เป็นชั้นเด็กเล็ก ทำให้ Utilization rate เพิ่มเป็น 65.3% จาก 64.9% สิ้นปี 2019 และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มสูงขึ้นเพราะต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
STEC (BUY/20TP: 23), งบ 1Q20 ชะลอ รายได้โต แต่ถูกกดดันจากมาร์จิ้นต่ำ
(views 15)
กำไร 1Q20 หดตัว 65% Q-Q และ 39% Y-Y ต่ำกว่าคาดจากมาร์จิ้น STEC รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 อยู่ที่ 209 ล้านบาท (-65% Q-Q, -39% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมอสังหาฯใน 4Q19 กำไรปกติจะหดตัว 57% Q-Q และ 48% Y-Y ต่ำกว่าเราคาด 35% และตลาดคาด 38% สาเหตุมาจากอัตรากำไรขั้นต้น รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (EBM) และชมพู (NBM) ที่ต่ำกว่าคาด
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2020
TRUE (BUY/20TP: 4.2), ขาดทุนปกติ 1Q20 ใกล้เคียงคาด
(views 15)
1Q20 ขาดทุนปกติใกล้เคียงคาด TRUE ประกาศผลขาดทุนสุทธิ 1Q20 ที่ 161 ลบ.พลิกจากกำไรสุทธิ 210 ลบ.และ 1,509 ลบ.ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ แต่หากตัดรายการกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนออกจะมีผลขาดทุนปกติ 518 ลบ.ดีขึ้นจาก 659 ลบ.ใน 4Q19 แต่พลิกจากกำไรปกติ 315 ลบ.ใน 1Q19 โดยฝั่งรายจากการให้บริการอยู่ในระดับใกล้เคียงคาด -2.3% Q-Q แต่ยังโตได้ +3% Y-Y นำโดยธุรกิจ True Mobile ที่ยังเห็นการเติบโตแข็งแรงกว่าอุตสาหกรรมโดยเฉพาะในฝั่ง Postpaid ที่โตดี ขณะที่ Prepaid โตในอัตราที่ต่ำกว่าจากการแข่งขันที่รุนแรง ใน 1Q20 TRUE มี Net Add ติดลบ 3.65 แสนราย (Prepaid ติดลบ 6.85 แสนราย Postpaid เพิ่มขึ้น 3 แสนราย) เช่นเดียวกับคู่แข่งโดย COVID-19 กระทบรายได้ IR และ Traveller SIM ฝั่ง True Online เติบโตได้เล็กน้อยตามการแข่งขันที่ยังรุนแรง ส่วน True Vision ยังมีรายได้ชะลอตัวลง อยางไรก็ตามการควบคุมต้นทุนถือว่าทำได้ค่อนข้างดี ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นเป็น 24.3% ในไตรมาสนี้จาก 21.4% และ 23% ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ (ไม่รวมผลกระทบจาก TFRS16)
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
AOT (HOLD/20TP: 62), กำไรปกติ 2Q20 หดตัวตามคาด แต่จะทรุดหนักในครึ่งปีหลัง
(views 23)
กำไรปกติ 2Q20 หดตัวใกล้เคียงคาด -51% Q-Q, -53% Y-Y AOT มีกำไรสุทธิ 2Q20 (ม.ค.-มี.ค.) ที่ 3,647.6 ล้านบาท โดยมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากการขายสินทรัพย์ 51 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออก เป็นกำไรปกติ 3,596.6 ล้านบาท -50.9% Q-Q, -52.5% Y-Y ใกล้เคียงคาด กำไรที่ต่ำสุดในรอบหลายปีเกิดจากผลของ COVID-19 และมาตรการ Lockdown ตั้งแต่ ก.พ. ซึ่งทำให้จำนวนเที่ยวบิน -18% Y-Y (ต่างประเทศ -25% Y-Y ในประเทศ -10% Y-Y) จำนวนผู้โดยสาร -30% Y-Y (ต่างประเทศ -35% Y-Y ในประเทศ -23% Y-Y) ขณะเดียวบริษัทมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในสนามบินทั้ง 6 แห่งโดยลดค่าเช่า ลดผลประโยชน์ตอบแทน ยกเลิก Minimum guarantee เปลี่ยนเป็นจ่ายแบบ Revenue sharing แทน ส่งผลให้รายได้รวม -26.1% Q-Q, -30.5% Y-Y เหลือ 1.19 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ที่เกี่ยวกับกิจการการบินและที่ไม่เกี่ยวกับการบิน 57 : 43 ซึ่งลดลงในอัตราใกล้เคียงกันคือ 30% Y-Y แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆยังลดตามไม่ทัน ส่งผลให้ EBITDA margin ลดลงเหลือ 50.8% จากปกติที่ 62.65%
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
AMATA (HOLD/20TP: 16), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าตามยอดโอนที่ดินที่ลดลง
(views 16)
กำไรปกติ 1Q20 -58% Q-Q, -63% Y-Y ต่ำกว่าคาดมากเพราะกำไรบ.ร่วมลดลง กำไรสุทธิ 1Q20 อยู่ที่ 222.5 ล้านบาท ถ้าหักกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 108 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติเพียง 113.9 ล้านบาท -58.4% Q-Q, -63.58% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดถึง 40-50% หลักๆมาจากส่วนแบ่งกำไรของบ.ร่วม (ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มโรงไฟฟ้า) ที่ลดลงถึง 92% Q-Q และ Y-Y เหลือเพียง 14 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนๆ ที่รับรู้ส่วนแบ่งกำไร 170-180 ล้านบาทต่อไตรมาส ลำพังธุรกิจหลักของ AMATA ในไตรมาสนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ แม้ว่า COVID-19 จะทำให้ยอดขายทำได้เพียง 70 ไร่ -42.0% Q-Q, -45.3% Y-Y เพราะหลายประเทศถูก lockdown แต่ยอดโอนที่ดินทำได้ 114 ไร่ (อมตะซิตี้ระยอง 64 ไร่ ไทยไชนีส 50 ไร่) -22.0% Q-Q ตามฤดูกาล แต่ +44.3% Y-Y แต่ราคาขายเฉลี่ยลดลงทำให้รายได้จากการโอนที่ดินไม่ได้สูงนัก 409 ล้านบาท -30.8% Q-Q, +4.4% Y-Y ในส่วนของรายได้จากการขายสาธารณูปโภคและรายได้ให้เข่าโรงงานโตต่อเนื่อง การควบคุมต้นทุนที่ดีทำให้อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ 48.7% ดีขึ้นจาก 1Q19 ที่ 43.5% แต่ลดลงจาก 4Q19 ที่ 51.3% ตามฤดูกาล
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
BEM (BUY/20TP: 10.5), งบ 1Q20 อ่อนตัว คาด COVID-19 กระทบหนักสุดแล้วในเม.ย.
(views 21)
กำไร 1Q20 ชะลอ 3% Q-Q และ 41% Y-Y ดีกว่าเราคาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด BEM รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 เป็น 508 ล้านบาท (-3% Q-Q, -41% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน กำไรปกติจะอยู่ที่ 504 ล้านบาท (-3% Q-Q, -38% Y-Y) ดีกว่าที่เราคาด 16% จากค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่ต่ำกว่าคาด เนื่องจากยังรับรู้ค่าใช้จ่ายจากรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยายไม่เต็มที่ หลังเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มี.ค. แต่น้อยกว่าตลาดคาด 10% โดยกำไรที่ลดลง Q-Q เป็นผลมาจากรายได้ที่อ่อนลงจากผลกระทบ COVID-19 ตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่การหดตัว Y-Y มีสาเหตุหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลงจากค่าใช้จ่ายรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยาย
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
CENTEL (SELL/20TP: 18.9), 1Q20 พลิกมาขาดทุนผิดคาด ปรับประมาณการลง
(views 16)
ผลการดำเนินงาน 1Q20 พลิกเป็นขาดทุนและแย่กว่าคาด CENTEL ประกาศผลการดำเนินงาน 1Q20 ออกมาต่ำกว่าคาดพลิกมาขาดทุนสุทธิ 45 ลบ.จากที่มีกำไรสุทธิ 471 ลบ.และ 826 ลบ.ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ แต่หากตัดรายการด้อยค่าสินทรัพย์ออกจะมีผลขาดทุนปกติ 9 ลบ. (มาตรฐานบัญชี TFRS 16 ส่งผลลบต่อกำไรราว 26 ลบ. ซึ่งหากไม่นับรายการดังกล่าว CENTEL จะมีกำไร 17 ลบ.ใน 1Q20) สาเหตุที่ทำให้ผลการดำเนินงานแย่กว่าคาดเกิดจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่ปรับตัวขึ้นถึง +7.5% Y-Y สวนทางกับรายได้ที่หดตัวแรง -18.8% Y-Y โดย Rev Par ของธุรกิจโรงแรม -33% Y-Y ขณะที่ SSSG ของธุรกิจอาหาร -9.5% Y-Y ส่งผลให้ EBITDA Margin ลดลงเหลือ 22.9% จาก 26.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
CPF (BUY/20TP: 36), คาดกำไร 2Q20 จะอ่อนลงชั่วคราว และกลับมาฟื้นใน 2H20
(views 27)
ภาพรวมสถานการณ์ของ CPF ยังดูสดใสต่อเนื่อง แม้ระยะสั้นคาดกำไร 2Q20 จะอ่อนตัวลง เพราะได้รับผลกระทบจากการส่งออกไก่ไปยุโรปที่ลดลง จากภาวะไก่ล้นตลาด (เพราะ COVID-19) และราคาเนื้อสัตว์ในไทยและเวียดนามในเดือน เม.ย. อ่อนตัวลง แต่ล่าสุดราคาเนื้อสัตว์ในเดือน พ.ค. เริ่มกลับมาฟื้นตัวได้เล็กน้อย และหาก COVID-19 คลี่คลายได้มากขึ้น น่าจะช่วยให้ Demand เพิ่มขึ้น และหนุนให้ราคาเนื้อสัตว์กลับมาฟื้นตัวอยู่ในระดับสูงได้อีกครั้ง เราคาดกำไรจะกลับมาเติบโตใน 2H20 ทั้งความคาดหวังการสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย ในขณะที่ปัญหา ASF (โรคในหมู) ยังคงมีอยู่ จึงคาดกำไรจากธุรกิจหมูยังดีต่อเนื่อง รวมถึงการฟื้นตัวของบริษัทร่วมทั้ง CPALL และการรวม Hylife ได้เต็มไตรมาสต่อไป แม้กำไร 1Q20 จะคิดเป็น 38% ของประมาณการทั้งปี แต่ระยะสั้นกำไร 2Q20 จะอ่อนตัวลง ในขณะที่ราคาเนื้อสัตว์ยังมีความผันผวนสูง ดังนั้นเรายังคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ +16.4% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 36 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 25.2% แนะนำซื้อ และยังเป็น Top Pick ในกลุ่มอาหารของเรา
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
ERW (AVOID/20TP: 3.8), 1Q20 พลิกมาขาดทุนผิดคาด ปรับประมาณการลง
(views 12)
1Q20 ขาดทุนน้อยกว่าคาดเล็กน้อย ERW ประกาศผลการดำเนินงาน 1Q20 ขาดทุนปกติ 103 ลบ.จากที่มีกำไรปกติ 176 ลบ.และ 235 ลบ.ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ ดีกว่าที่เราคาดแต่แย่กว่าตลาดคาด (เราคาดขาดทุน 143 ลบ. ตลาดคาดขาดทุน 48 ลบ.) รายได้หดตัวน้อยกว่าที่คาด -29.9% Q-Q, -41.1% Y-Y โดย Rev Par ของโรงแรมในไทยไม่รวม Hop Inn -44% Y-Y จากผลกระทบของ COVID-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งนักท่องเที่ยวจีน อย่างไรก็ตาม ERW สามารถควบคุมและลดต้นทุนได้ดีพอสมควรเพื่อลดผลกระทบดังกล่าวโดย Gross Margin ดีกว่าคาด ขณะที่ค่าใช้จ่าย SG&A อยู่ในระดับใกล้เคียงคาด ส่งผลให้ EBITDA Margin ลดลงเหลือ 18.3% จาก 34.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
GULF (HOLD/20TP: 38.5), 1Q20 ขาดทุนสุทธิจาก FX Loss กำไรปกติดีกว่าคาด 14%
(views 15)
1Q20 ขาดทุนสุทธิผลกระทบจาก FX loss กำไรปกติเพิ่ม 37.9% Q-Q, 8.0% Y-Y ดีกว่าคาด 14% 1Q20 ขาดทุนสุทธิ 413 ล้านบาท หากไม่รวม FX Loss ทางบัญชี 1.34 พันล้านบาท เป็นกำไรปกติที่ 925 ล้านบาท เพิ่ม 37.9% Q-Q, 8.0% Y-Y และดีกว่าคาด 14% ส่วนใหญ่จากกำไรรับรู้จากบริษัทร่วมมากกว่าคาด ทั้งนี้ กำไรปกติเพิ่ม Q-Q ส่วนใหญ่จากกำไรรับรู้จากบริษัทร่วม GJP มากขึ้น จากการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าน้อยกว่าไตรมาสก่อน และค่าใช้จ่าย SG&A ลดลงตามฤดูกาล กำไรปกติเพิ่ม Y-Y จากการรับรู้กำไรของ 12 โรงไฟฟ้า SPP และรับรู้ผลการดำเนินงานจากโรงไฟฟ้าโซลาร์เวียดนาม
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
ICHI (BUY/20TP: 6.8), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาด และสูงสุดในรอบ 16 ไตรมาส
(views 15)
กำไร 1Q20 ดีกว่าคาดมาก ทำจุดสูงสุดในรอบ 4 ปี กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 159 ล้านบาท (+71% Q-Q, +39.5% Y-Y) ดีกว่าคาด 20% (เราคาดไว้ 132 ล้านบาท) มาจากค่าใช้จ่ายที่ลดลงมากกว่าคาด ทั้งนี้บริษัทยังได้รับผลกระทบ COVID-19 จำกัด โดยมีรายได้รวม +4.1% Q-Q, -2.6% Y-Y ซึ่งรายได้ในประเทศทรงตัว Q-Q และ +5% Y-Y ส่วนรายได้ส่งออกไปกัมพูชายังอ่อนตัวลง -18.4% Y-Y ลดลง Y-Y เป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน แต่กลับมาเพิ่มขึ้น +18% Q-Q สิ่งที่ดีขึ้นคืออัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวมาอยู่ที่ 19.6% จาก 17% ใน 4Q19 และทรงตัวเมื่อเทียบกับ 1Q19 มาจากอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบบางรายการอ่อนตัวลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับลงค่อนข้างมาก -19.2% Q-Q, -20.5% Y-Y มาจากการปรับลดค่าส่งเสริมทางการตลาด และค่าโฆษณาต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะตลาดปัจจุบัน ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 8.2% (เราคาดไว้ 10%) จาก 10.5% ใน 4Q19 และ 10% ใน 1Q19 และยังมีส่วนแบ่งของธุรกิจที่อินโดนีเซียที่พลิกมีกำไร 8.4 ล้านบาท จากที่ขาดทุน -20 ล้านบาทใน 4Q19 และ -6 ล้านบาทใน 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
ORI (BUY/20TP: 6.4), งบ 1Q20 ตามคาด ส่วนแบ่งกำไร JV ช่วยบรรเทาผลกระทบ
(views 17)
กำไรปกติ 1Q20 ชะลอ 41% Q-Q และ 18% Y-Y ORI รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 595 ล้านบาท (-32.5% Q-Q, -17% Y-Y) ใกล้เคียงเราและตลาดคาด โดยมีกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยเพื่อพัฒนาคอนโด 2 แห่งกับ GS E&C ราว 145 ล้านบาท (หลังหักภาษี) หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรปกติจะอยู่ที่ 451 ล้านบาท (-41% Q-Q, -18% Y-Y) โดยผลประกอบการที่หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y เป็นไปตามทิศทางของยอดโอน
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
PRM (BUY/20TP: 7.5), กำไรปกติ 1Q20 ดีกว่าคาดอย่างน่าประทับใจ
(views 15)
กำไรปกติ 1Q20 สูงกว่าคาดมาร์จิ้นของจากธุรกิจเรือ FSU ที่ดีขึ้นมาก PRM มีกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 266.5 ล้านบาท +0.1% Q-Q, +20.4% Y-Y หักขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 76.9 ล้านบาทออก เป็นกำไรปกติ 343.3 ล้านบาท +38.8% Q-Q, +51.3% Y-Y ดีกว่าคาด 20% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นใน 2 ธุรกิจหลักของบริษัท คือธุรกิจเรือ FSU (48% ของรายได้รวม) เติบโตก้าวกระโดด รายได้ +8.1% Q-Q, +112.3% Y-Y อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเป็น 43.6% ดีกว่าทั้งปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 43.7% จากการขยับราคาขึ้นหลังเรือ 3 ลำใน 7 ลำหมดสัญญาในช่วง 1Q20 ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราค่าระวางเรือ VLCC ปรับสูงขึ้นมากเพราะการ Lockdown ของหลายประเทศทำให้ความต้องการเรือ FSU สูงขึ้นแต่ Supply เรือมีจำกัด นอกจากนี้ ธุรกิจเรือขนส่งในประเทศ (39% ของรายได้รวม) รายได้ไม่ได้โตก้าวกระโดดแต่อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 23.9% สูงสุดในรอบ 6 ไตรมาสเพราะเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา 3 ลำตั้งแต่ปีก่อนมีขนาดระวางบรรทุกสูงกว่าเรือเก่า 45% และอัตราการใช้กำลังการผลิตสูง จึงหนุนอัตรากำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเรือ Offshore มีอัตรากำไรขั้นต้นติดลบ 5.2% ชั่วคราวเพราะเรือ 1 ใน 2 ลำเข้าอู่แห้งเพื่อเตรียมซ่อมบำรุง
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
QH (HOLD/20TP: 2.2), งบ 1Q20 ดีกว่าคาด จากการปรับปรุงงบบริษัทร่วม
(views 13)
กำไร 1Q20 ชะลอ 24% Q-Q และ 41% Y-Y QH รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 อยู่ที่ 511 ล้านบาท (-24% Q-Q, -41% Y-Y) ดีกว่าเราและตลาดคาดมาก สาเหตุจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมอย่าง LHFG ที่สูงกว่าคาด อยู่ที่ 132 ล้านบาท (เทียบกับที่เราประเมินไว้ว่าขาดทุน -97 ล้านบาท) เนื่องจาก LHFG มีการปรับปรุงงบ 1Q20 ทั้งนี้ ผลประกอบการที่หดตัวเป็นไปตามทิศทางเดียวกับยอดโอนที่ทำได้ 1.6 พันล้านบาท หดตัว 17% Q-Q และ 47% Y-Y ตามสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว, ผลกระทบ COVID-19 และ 1Q19 ที่มีการรับรู้ Backlog คอนโดหรู Q1 Sukhumvit โดยแบ่งเป็นแนวราบ 1.5 พันล้านบาท (-9% Q-Q, -41% Y-Y) และคอนโด 128 ล้านบาท (-57% Q-Q, -74% Y-Y) ส่วนรายได้ค่าเช่าและบริการอยู่ที่ 263 ล้านบาท (-24% Q-Q, -31% Y-Y) กดดันจากการลดลงของรายได้ธุรกิจโรงแรมเป็นหลัก -31% Q-Q, -35% Y-Y จากผลกระทบ COVID-19 สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นขายอสังหาฯ ทำได้ 33.6% เทียบกับ 34.5% ใน 4Q19 แต่ปรับขึ้นจาก 32.7% ใน 1Q19 เป็นผลของโครงการแนวราบใหม่ที่ทำมาร์จิ้นได้ดีขึ้น ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม -20% Q-Q, -6% Y-Y อยู่ที่ 431 ล้านบาท จากผลประกอบการของ HMPRO ที่อ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
SEAFCO (BUY/20TP: 6.9), งบ 1Q20 ตามคาด รายได้โตดี แต่ถูกกดดันจากมาร์จิ้น
(views 9)
กำไร 1Q20 เติบโต 11% Q-Q แต่ชะลอ 21% Y-Y SEAFCO รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 94 ล้านบาท (+11% Q-Q, -21% Y-Y) ใกล้เคียงเราและตลาดคาด โดยกำไรที่เร่งขึ้น Q-Q เป็นไปในทิศทางเดียวกับรายได้ ส่วนการหดตัว Y-Y มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ชะลอลง สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) รายได้งานก่อสร้างทำได้ 868 ล้านบาท เป็นระดับสูงสุดใหม่รายไตรมาส ขยายตัว 34.5% Q-Q และ 2% Y-Y หนุนจากการเดินหน้าโครงการ Dusit Central Park รวมถึงความคืบหน้าของงานอื่น อาทิ ศูนย์ราชการ โซน C 2) อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ 18.1% ปรับลดจาก 21.1% ใน 4Q19 และ 22% ใน 1Q19 จากงานรับค่าแรงรวมวัสดุ (มาร์จิ้นต่ำ) มีสัดส่วนที่สูงขึ้น 3) ค่าใช้จ่ายบริหารต่อรายได้ทรงตัวที่ 3.7% เทียบกับ 7.5% ใน 4Q19 และ 3.9% ใน 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
TACC (BUY/20TP: 5.2), กำไร 1Q20 ตามคาด ส่วน 2Q20 จะอ่อนตัวลงชั่วคราว
(views 12)
กำไรปกติ 1Q20 ตามคาด โต Y-Y ได้จากต้นทุนลดลง กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 43 ล้านบาท (-4.4% Q-Q, +27.5% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 5 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 38 ล้านบาท (-22.4% Q-Q, +15.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 39 ล้านบาท) โดยเริ่มได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แล้ว ในส่วนของรายได้เครื่องดื่มโถดในร้าน 7-11 และธุรกิจ Character เพราะลูกค้าชะลอการทำโปรโมชั่นต่างๆ ทำให้รายได้รวมในไตรมาสนี้ลดลง -17.3% Q-Q และ -7.1% Y-Y แต่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นและทำจุดสูงสุดใหม่อยู่ที่ 33.6% เพิ่มขึ้นจาก 30.9% ใน 4Q19 และ 29.6% ใน 1Q19 มาจากประสิทธิภาพในการ Sourcing ที่ดีขึ้น ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบปรับลดลง ทั้งนี้ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารถือว่าควบคุมได้ใกล้เคียงปีก่อนและไตรมาสก่อน แต่ด้วยการลดลงของรายได้ที่มากกว่า ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 19.1% จาก 16.2% ใน 4Q19 และ 17.4% ใน 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2020
CHG (BUY/20TP: 2.7), กำไร 1Q20 แข็งแรงตามคาด ยังเป็น Top Pick
(views 11)
กำไร 1Q20 แข็งแรงตามคาด CHG ประกาศกำไรปกติ 1Q20 ออกมาที่ 186 ลบ. +38.8% Q-Q, +4% Y-Y ตรงตามที่เราและตลาดคาด รายได้เติบโตใกล้เคียงคาด +7.2% Y-Y นำโดยฝั่งประกันสังคมที่เติบโต 10% Y-Y ได้อานิสงส์จากการปรับเพิ่มเงินตั้งแต่ต้นปีรวมถึงจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มผู้ป่วยเงินสดยังโตแข็งแรง +7% Y-Y ส่วนด้านต้นทุนในภาพรวมอยู่ในระดับใกล้เคียงคาดทั้งต้นทุนจากการให้บริการและ SG&A ส่งผลให้ EBITDA Margin ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 14.1% ลดลงเล็กน้อยจาก 14.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ดีขึ้นจาก 10.1% ใน 4Q19
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2020
BDMS (BUY/20TP: 23), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาดมาก
(views 30)
กำไร 1Q20 ดีกว่าเราและตลาดคาด BDMS ประกาศกำไรปกติ 1Q20 ออกมาที่ 2,568 ลบ. +8.32% Q-Q, -12.2% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาดมากถึง 17-20% โดยรายได้ชะลอตัวใกล้เคียงคาด -6.6% Q-Q, -3.9% Y-Y (ไทย Flat Y-Y ต่างชาติ -14% Y-Y) รวมถึง Gross Margin อ่อนตัวลงใกล้เคียงคาดที่ 34% ส่วนปัจจัยที่ทำให้กำไรดีกว่าคาดคือค่าใช้จ่าย SG&A ที่ลดลงอย่างมีนัยยะเหลือเพียง 19.8% ของรายได้จาก 22.8% และ 21.4% ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับจากการควบคุมต้นทุนที่ดีมาก ส่งผลให้ EBITDA Margin พุ่งขึ้นเป็น 24% ในไตรมาสนี้จากระดับราว 21% ทั้งใน 4Q19 และ 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2020
GUNKUL (BUY/20TP: 3.7), รายการพิเศษหนุนกำไรสุทธิ 1Q20 โตแรง กำไรปกติดีกว่าคาด 9%
(views 18)
กำไรสุทธิโตสูง Y-Y กำไรปกติ 1Q20 -35.0% Q-Q แต่ +48.6% Y-Y ดีกว่าคาด 9% กำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 439 ล้านบาท -16.7% Q-Q แต่ +95.3% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษ +100 ล้านบาท (กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมตราสารอนุพันธ์ 74 ล้านบาท+กำไรจากการต่อรองราคาซื้อธุรกิจ 107 ล้านบาท+ FX Loss 80 ล้านบาท) เป็นกำไรปกติ 339 ล้านบาท ดีกว่าคาด 9% เป็นกำไรปกติ -35.0% Q-Q แต่ +48.6% Y-Y ทั้งนี้ กำไรลดลง Q-Q ตามรายได้รวมลดลง 21.0% Q-Q โดยรายได้ลดลงทุกธุรกิจ ส่วนหนึ่งจากปัจจัยฤดูกาลและฐานรายได้ขายไฟฟ้าสูงในไตรมาสก่อน แต่กำไรเพิ่ม Y-Y ตามรายได้รวมเพิ่ม 9.1% Y-Y โดยรายได้จากการขายเพิ่ม 14.8% Y-Y รายได้ขายไฟเพิ่ม 10.1% Y-Y จากโครงการใหม่ที่ญี่ปุ่นและเวียดนาม (1 เดือน) รวมทั้งค่าใช้จ่ายการเงินลดลง 43.3% Y-Y (-32.6% Q-Q) Gross margin ที่ 40.4% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 46.7% และ 1Q19 ที่ 43.0%
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2020
SFLEX (HOLD/20TP: 7), กำไร 1Q20 +8% Q-Q, +47% Y-Y ดีกว่าคาดจากอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าคาด
(views 20)
กำไร 1Q20 +8% Q-Q, +47% Y-Y ดีกว่าคาดจากอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าคาด SFLEX รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 34.8 ล้านบาท +8.2% Q-Q, +47.0% Y-Y ดีกว่าคาด 5% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดมาก โดยทำได้ 23.5% สูงสุดในรอบ 8 ไตรมาส (เราคาด 18.4%) และสูงกว่ากรอบบนที่ผู้บริหารตั้งเป้าที่ 21-23% มาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง เงินบาทแข็งค่าในช่วงต้นปีทำให้วัตถุดิบนำเข้าถูกลง และมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมี room ที่จะพัฒนาให้ดีขึ้นได้ ประกอบกับปัจจุบันสัดส่วนของลูกค้าในกลุ่ม Food product อยู่ที่ระดับ 20% ใกล้เคียง 4Q19 (แต่ดีขึ้นจาก 1Q19 ที่มีสัดส่วน 16.7% ของรายได้รวม) ยังสามารถขยายตลาดได้อีกโดยเฉพาะตลาดในกลุ่ม Premium packaging ซึ่งมีการแข่งขันน้อยและ High margin ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรได้ในระยะต่อไป ในส่วนของรายได้ +5.7% Q-Q, -0.7% เป็น 339 ลบ. ยังไม่เห็นผลของการกักตุนสินค้าซึ่งเกิดขึ้นเพียง 2 สัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส แต่เชื่อว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นในไตรมาสถัดไป
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2020
KCE (BUY/12M TP: 19), จะผ่านกำไรต่ำสุดใน 2Q20 และฟื้นตัวใน 2H20 ต่อเนื่องไปปีหน้า
(views 15)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 2Q20 จะอ่อนตัวลงพอสมควร (เบื้องต้นคาดต่ำกว่า 100 ล้านบาท) เพราะเดือน เม.ย. โรงงานของลูกค้าถูกปิดไปราว 46% ของโรงงานลูกค้าทั้งหมด คาดรายได้ใน 2Q20 จะลดลงถึง -20% - 30% Y-Y และล่าสุดลูกค้าเริ่มทยอยกลับมา Reopen แล้ว แต่ระดับ Production ยังต่ำอยู่ที่ 10% - 30% ทั้งนี้บริษัทได้เริ่มเห็นคำสั่งซื้อทยอยเพิ่มขึ้น และเห็นล่วงหน้าถึงเดือน ก.ค. (สั้นกว่าปกติก่อนมี COVID) เราคาดคำสั่งซื้อจะทยอยกลับมาฟื้นตัวในช่วง 2H20 และต่อเนื่องไปในปีหน้า เพราะยังเชื่อว่าภาคการผลิตจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าภาคอื่น ทั้งนี้ผู้บริหารปรับลดเป้ารายได้ปีนี้ลงเป็น -10% Y-Y จากเดิม +10% Y-Y ทำให้เราปรับลดกำไรปกติปี 2020 ลง 30% เป็นกำไรที่ลดลงจากปีก่อน -3.6% Y-Y และคาดจะกลับมาเติบโตในปี 2021 ราว 81.6% Y-Y ก่อนจะกลับมามีกำไรใกล้เคียงกับช่วงก่อนมี COVID-19 ได้อีกครั้งในปี 2022 ทั้งนี้เราปรับใช้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้า (กลางปี 2020) ที่ 19 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และมองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 2Q20 ที่ราคาเป้าหมายใหม่มี Upside 15.2% แนะนำทยอยซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2020
EKH (U.R./20TP: U.R.), Cost Overrun กดดันกำไร 1Q20 // อยู่ระหว่างปรับประมาณการ
(views 14)
กำไร 1Q20 ต่ำกว่าคาดมากจากต้นทุนที่พุ่ง EKH ประกาศกำไรปกติ 1Q20 ออกมาอ่อนแอที่ 11 ลบ. -61.5% Q-Q, -74.8% Y-Y ต่ำกว่าเราคาด 54% รายได้หดตัวใกล้เคียงคาด -18.1% Q-Q, -8.4% Y-Y จากทั้งผู้ป่วยไทยที่ชะลอและโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใช้บริการศูนย์ IVF ชาวจีนที่ลดลงอย่างมีนัยยะจากการระบาดของ COVID-19 ในเดือน ก.พ.-มี.ค. ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักและคิดเป็นสัดส่วนราว 80-90% ของรายได้ศูนย์ ขณะที่ต้นทุนพุ่งขึ้นไม่สอดคล้องกับรายได้ ส่งผลให้ EBITDA Margin หดตัวเหลือเพียง 15.9% ในไตรมาสนี้จาก 22.5% และ 31.5% ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤษภาคม
2020
BCH (BUY/20TP: 16), กำไร 1Q20 แข็งแรงตามคาด
(views 14)
กำไร 1Q20 ออกมาดีตามคาด BCH ประกาศกำไรปกติ 1Q20 ออกมาดีตามที่เราและตลาดคาดที่ 259 ลบ. +8.4% Q-Q, 4.4% Y-Y โดยรายได้ชะลอตัวเล็กน้อย -0.8% Q-Q แต่ยังเติบโตได้ 4.8% Y-Y (เงินสด +2.9 Y-Y ประกันสังคม +8.3% Y-Y) ขณะที่ฝั่งต้นทุนโดยรวมใกล้เคียงคาด ส่งผลให้ EBITDA Margin อยู่ที่ 11.8% ในไตรมาสนี้ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นจาก 10.8% ทั้งใน 4Q19
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
AP (BUY/20TP: 6.2), กำไร 1Q20 ตามคาด แนวโน้ม 2Q20 ดีกว่าที่เคยประเมิน
(views 17)
กำไร 1Q20 ชะลอ 30% Q-Q และ 43% Y-Y จากฐานสูง AP รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 618 ล้านบาท (-30% Q-Q, -43% Y-Y) เป็นไปตามเราและตลาดคาด การหดตัวของกำไรมีสาเหตุจากส่วนแบ่งกำไร JV ลดลง 81% Q-Q และ 63% Y-Y อยู่ที่ 109 ล้านบาท แม้เริ่มโอนคอนโด Life Ladprao (มูลค่า 8 พันล้านบาท มียอดขาย 93%) ในปลายไตรมาส ซึ่งเร็วกว่าแผนใน 2Q20 แต่รับรู้รายได้เข้ามาไม่มาก เมื่อเทียบกับ 4Q19 ที่ส่งมอบ 2 คอนโดใหม่ไปมาก และ 1Q19 ที่รับรู้ 2 คอนโดใหญ่ สำหรับยอดโอน AP ทำได้ 5.2 พันล้านบาท ขยายตัว 2% Q-Q หนุนจากแนวราบ แต่ชะลอ 31% Y-Y จากฐานสูงใน 1Q19 ที่มีการเร่งโอนก่อนเกณฑ์ LTV บังคับใช้ แบ่งเป็นแนวราบ 4.4 พันล้านบาท (+5% Q-Q, -26% Y-Y) และคอนโด 759 ล้านบาท (-11% Q-Q, -50% Y-Y) โดยไตรมาสนี้เริ่มส่งมอบคอนโด AP ใหม่อย่าง Aspire สุขุมวิท-อ่อนนุช เฟส 1 (มูลค่า 1.6 พันล้านบาท มียอดขาย 48%) ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯ อยู่ที่ระดับ 32.6% ปรับลดจาก 33.9% ใน 4Q19 แต่ดีขึ้นจาก 31.3% ใน 1Q19 ที่รับรู้คอนโดที่มาร์จิ้นต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
CPALL (HOLD/20TP: 78), กำไร 1Q20 ตามคาด ราคาหุ้นขึ้นมาแล้ว ปรับลดคำแนะนำลง
(views 20)
กำไรสุทธิ 1Q20 ตามคาด MAKRO ดี แต่ชดเชย CPALL ไม่ได้ กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 5,645 ล้านบาท (-8.5% Q-Q, -2.1% Y-Y) ใกล้เคียงที่เราและตลาดคาด (เราคาดไว้ 5,546 ล้านบาท) โดยมาจากธุรกิจ Cash & Carry ที่เติบโตได้ดีโดยเฉพาะในช่วง COVID-19 แต่ด้วยสัดส่วนรายได้และกำไร 36% และ 27% ของรายได้รวม และกำไรรวมของ CPALL ตามลำดับ ซึ่งไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวของธุรกิจ 7-11 ได้
MAKRO มีกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 1,681 ล้านบาท (-18% Q-Q, +10.7% Y-Y) โดยได้อานิสงส์จากการแห่กักตุนสินค้าทั้งอาหาร และของอุปโภค ในขณะที่มีการปิดโซนขายบางส่วนเพียง 10% ของแต่ละสาขาเท่านั้น ทำให้ SSSG ยังบวกต่อเนื่อง +7% Y-Y จาก +6.2% Y-Y ใน 4Q19 และมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้น +20 bps มาอยู่ที่ 10.1% 10.1% และมีผลกระทบจาก TFRS16 เล็กน้อย คาดไม่เกิน 2% ของกำไร MAKRO
CPALL สำหรับร้าน 7-11 มี SSSG พลิกเป็นติดลบ -4% Y-Y จาก 0% Y-Y ใน 4Q19 เพราะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้จำนวนลูกค้าเข้าร้านน้อยลงมาอยู่ที่ 1,122 คน/ร้าน/วัน ลดลงจาก 1,199 คนใน 1Q19 ส่วนการใช้จ่ายต่อบิลของลูกค้ายังค่อนข้างใกล้เคียงเดิมที่ 70 บาท แต่ยังมีการเปิดสาขาใหม่อีก 271 แห่ง ทำให้รายได้ยังโตได้ 3% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นยังปรับขึ้น +30 bps มาอยู่ที่ 26.8% มาจาก Product Mix แต่ค่าใช้จ่ายยังปรับขึ้น Y-Y มาจากการเปิดสาขาใหม่ และค่าใช้จ่ายพนักงาน ในขณะที่มีผลกระทบจาก TFRS16 ราว 4% ของกำไร 7-11
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
GFPT (HOLD/20TP: 12.5), กำไร 1Q20 ดีตามคาด และจะกลับมาฟื้นใน 2H20
(views 15)
กำไรปกติ 1Q20 ทำได้ดีตามคาด กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 325 ล้านบาท (+30% Q-Q, +42.5% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 3.8 ล้านบาท และกำไรจากสัญญาอนุพันธ์ 45 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 276 ล้านบาท (-8.9% Q-Q, +21.6% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 279 ล้านบาท) แม้ GFPT จะมีปริมาณการส่งออกลดลง -14.5% Q-Q, -39% Y-Y มาอยู่ที่ 5,900 ตัน เพราะได้รับผลกระทบจากเหตุไฟไหม้ 2 สายการผลิต และ COVID-19 ที่กระทบทั้ง Demand ของตลาดส่งออกและตลาดในประเทศ ทำให้รายได้รวมลดลง -8.1% Q-Q, -7.2% Y-Y แต่ด้วยต้นทุนวัตถุดิบยังอยู่ในระดับต่ำ และ Product Mix เปลี่ยนแปลงจากรายได้ขายไปจีน (มาร์จิ้นต่ำ) ลดลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังปรับขึ้นได้มาอยู่ที่ 14.7% จาก 14.2% ใน 4Q19 และ 13.5% ใน 1Q19 ส่วนค่าใช้จ่ายควบคุมได้ดีขึ้น อ่อนตัวลงทั้ง Q-Q, Y-Y โดยมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ระดับ 9% ลดลงจาก 10% ใน 4Q19 แต่เพิ่มขึ้นจาก 8.4% ใน 1Q19 เพราะรายได้ปรับลงมากกว่า และสิ่งที่ดีสามารถหักล้างผลลบได้ทั้งหมดคือ ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม +354% Y-Y มาอยู่ที่ 100 ล้านบาท เพราะได้ทั้ง GFN และ McKey เข้ามาช่วยรับคำสั่งซื้อของ GFPT ไปผลิตให้แทน โดยมีส่วนแบ่งกำไรจาก GFN อยู่ที่ 12 ล้านบาท พลิกจากที่ขาดทุน -29 ล้านบาทใน 1Q19 และส่วนแบ่งกำไรจาก McKey อยู่ที่ 88 ล้านบาท (+76% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
ITEL (BUY/20TP: 2.9), กำไรดีกว่าคาดมากจากอัตรากำไรขั้นต้น
(views 20)
กำไร 1Q20 -14% Q-Q, +3% Y-Y ดีกว่าคาด 24% จากอัตรากำไรขั้นต้นดีกว่าคาด ITEL รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 40.1 ล้านบาท -14.1% Q-Q, +3.0% Y-Y ดีกว่าคาด 24% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดมาก โดยทำได้ 26.3% เราคาดเพียง 22.1% ในส่วนของรายได้รวมเป็นไปตามคาด -16.9% Q-Q, +1.6% Y-Y เป็น 455.7 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่รายได้ที่สดใสนักเพราะธุรกิจติดตั้งโครงข่าย (Installation) ซึ่งมีสัดส่วน 36% ของรายได้รวม มีรายได้ลดลงมากสุด -46.8% Q-Q, -25.7% Y-Y เพราะถูกกระทบจากมาตรการปิดสถานที่ต่างๆ เป็นอุปสรรคในการเข้าพื้นที่เพื่อลากสายหรือติดตั้งโครงข่าย สำหรับมาตรฐานบัญชีใหม่ TAS32, TFRS, TFRS16 มีผลต่อกำไรเพียง 2.71 ล้านบาทซึ่งบริษัทรับรู้ในกำไรสะสม (ทำให้ลดลง) ไม่ผ่านงบกำไรขาดทุน ความสามารถในการทำกำไรยังรักษาได้ในเกณฑ์ดี นอกจากอัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 26.3% ซึ่งดีที่สุดในรอบ 5 ไตมาส EBITDA margin และ Net profit margin อยู่ในเกณฑ์สูง 38.5% และ 8.8% ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
OSP (HOLD/20TP: 46), กำไร 1Q20 ต่ำคาดเล็กน้อย คาดกำไรจะฟื้นอีกทีใน 3Q20
(views 11)
กำไร 1Q20 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย มาจากค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าคาด กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 926 ล้านบาท (+12.5% Q-Q, +4.3% Y-Y) หากไม่รวมกำไรจากการซื้อธุรกิจ (คาลพิสโอสถสภา) 89 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 837 ล้านบาท (+1.7% Q-Q, -5.7% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 5% (เราคาดไว้ 882 ล้านบาท) แม้จะมีรายได้รวมเติบโต +1% Q-Q, +5% Y-Y มาจากทั้งรายได้เครื่องดื่มในประเทศที่โตได้ +4.6% Y-Y มาจากทั้งเครื่องดื่มชูกำลัง +1.1% Y-Y (โตมากกว่ามูลค่าตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่โตได้เพียง 0.6% Y-Y และ Functional Drink +16.1% Y-Y, รายได้เครื่องดื่มต่างประเทศ +10.9% Y-Y มาจาก CLMV และตะวันออกกลาง ส่วนธุรกิจ Personal Care แม้ในเดือน มี.ค. จะได้อานิสงส์จากการกักตุนสินค้าอุปโภคของผู้บริโภค แต่ไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงในเดือน ม.ค. – ก.พ. ได้ ทำให้รายได้ Personal Care 1Q20 ลดลง -4.8% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังขยับขึ้นต่อมาอยู่ที่ 35.4% จาก 35% ใน 4Q19 และ 34.8% ใน 1Q19 จากทั้งการใช้เต็มกำลังการผลิต ทำให้ได้ประโยชน์จาก Economies of Scale ต่อเนื่อง และได้ผลบวกจากภาษีน้ำตาลที่ลดลง หลังปรับสูตรใหม่ในช่วงปลายปี 2019 ที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
SC (BUY/20TP: 2.3), งบ 1Q20 ตามคาด ต้องติดตามยอดขาย 2Q20
(views 11)
กำไร 1Q20 ชะลอ 70% Q-Q และ 5% Y-Y SC รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 อยู่ที่ 301 ล้านบาท (-70% Q-Q, -5% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด โดยผลประกอบการที่หดตัวแรง Q-Q จากฐานสูงใน 4Q19 ที่มีการส่งมอบคอนโดหรูเต็มไตรมาส และเริ่มโอนคอนโดใหม่ 2 แห่ง ส่วนการปรับลงเล็กน้อย Y-Y มาจากค่าใช้จ่ายขายและบริหาร รวมถึงต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) ยอดโอนทำได้ 3.1 พันล้านบาท ชะลอ 53% Q-Q แต่ขยายตัว 4% Y-Y หนุนจากคอนโดที่มีการรับรู้ Backlog ต่อเนื่อง แบ่งเป็นแนวราบ 1.8 พันล้านบาท (-43% Q-Q, -28% Y-Y) และคอนโด 1.2 พันล้านบาท (-63% Q-Q, +204% Y-Y) 2) อัตรากำไรขั้นต้นขายอสังหาฯ อยู่ที่ 32.3% ปรับขึ้นเล็กน้อยจาก 31.9% ใน 4Q19 และ 32% ใน 1Q19 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี จากการรับรู้คอนโดที่มาร์จิ้นสูง 3) ค่าใช้จ่ายการขายและบริหารต่อรายได้อยู่ที่ 21.6% เทียบกับ 16.1% ใน 4Q19 และ 20.6% ใน 1Q19 จากฐานรายได้ใน 1Q20 ที่ต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
SPALI (HOLD/20TP: 15.3), งบ 1Q20 ดีกว่าคาด แต่แนวโน้ม 2Q20 คาดต่ำสุดของปี
(views 12)
กำไร 1Q20 ชะลอ 59% Q-Q และ 51% Y-Y SPALI รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 อยู่ที่ 750 ล้านบาท (-59% Q-Q, -51% Y-Y) ดีกว่าเราคาด 16% และตลาดคาด 9% จากค่าใช้จ่ายการขายและบริหารที่น้อยกว่าคาด โดยผลประกอบการที่หดตัวมีสาเหตุจากยอดโอนที่ทำได้ 3.6 พันล้านบาท ลดลง 48% Q-Q และ 42% Y-Y จากฐานสูงทั้ง 4Q19 ที่มีการเร่งโอนในช่วงท้ายปี และ 1Q19 ก่อนเกณฑ์ LTV ใหม่บังคับใช้ โดยแบ่งเป็นแนวราบ 2.9 พันล้านบาท (-22% Q-Q, -17% Y-Y) และคอนโด 760 ล้านบาท (-77% Q-Q, -73% Y-Y) ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯ อยู่ที่ 36.5% ปรับลดจาก 40.4% ใน 4Q19 และ 40.2% ใน 1Q19 เนื่องจากแนวราบที่มาร์จิ้นต่ำมีสัดส่วนสูงขึ้นเป็น 79% ของยอดโอน เทียบกับระดับ 52-55% ใน 4Q19 และ 1Q19
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
WORK (SELL/20TP: 8.7), กำไร 1Q20 แย่น้อยกว่าคาด แต่ 2Q20 จะด้อยลงอีก
(views 9)
กำไรปกติ 1Q20 ฟื้น Q-Q แต่ -18.7% Y-Y สูงกว่าคาดการณ์ของเราและตลาด WORK รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 46 ล้านบาท ดีกว่าที่เราคาดมาก พลิกจากไตรมาสก่อนที่ขาดทุน 32 ล้านบาท แต่ -37.9% Y-Y หากไม่รวมขาดทุนจากด้อยค่าตามมาตรฐาน TFRS9 จำนวน 14 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติ 61 ล้านบาท ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขาดทุน 32 ล้านบาท (รวมขาดทุนรับรู้จากบริษัทร่วม 19 ล้านบาท) แต่ -18.7% Y-Y กำไรที่ดีกว่าคาด (ที่ 15 ล้านบาท) ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการขายสินค้าและรายได้จัด Event ที่มากกว่าคาด แต่ก็ยัง -54.7% Q-Q, -60.2% Y-Y รวมทั้งการควบคุมต้นทุนผลิตรายการทีวี โดยรายได้หลักโฆษณาทีวี (ช่อง WPTV) ลดลง 4.4% Q-Q และ 10.0% Y-Y ขณะที่ต้นทุนบริการลดลง 16.8% Q-Q, 9.4% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤษภาคม
2020
BGRIM (HOLD/20TP: 49), กำไรปกติ 1Q20 โตตามคาด ราคาขึ้นมามี Upside น้อยลง
(views 15)
1Q20 กำไรสุทธิลดมาก แต่กำไรปกติโตดี 59.3% Q-Q, 54.0% Y-Y ตามคาด กำไรสุทธิ 1Q20 เพียง 71 ล้านบาท ลดลงมาก 80.3%, 84.8% Y-Y ไม่รวมรายการพิเศษส่วนใหญ่เป็น FX Loss จากค่าเงินบาทอ่อนค่าสิ้นงวด จะเป็นกำไรปกติ 682 ล้านบาท ใกล้เคียงคาด (ที่ 671 ล้านบาท) เพิ่ม 59.3% Q-Q, 54.0% Y-Y ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่าย SG&A ลดลงตามฤดูกาล และการรับรู้รายได้จากโครงการโซลาร์เวียดนาม (437 Equity MW) ที่ซื้อมาตั้งแต่ 2Q19 และมี Gross margin สูง กอปรกับต้นทุนค่าก๊าซลดลงราว 5% Y-Y (แต่ Flat Q-Q) ช่วยให้ Gross margin เฉลี่ยดีขึ้นทั้ง Q-Q, Y-Y ขณะที่รายได้รายไฟในประเทศ (ลูกค้า EGAT+ลูกค้าอุตฯ “IU”) ทรงตัว Q-Q และเพิ่มเล็กน้อย 1.9% Y-Y อย่างไรก็ตาม คาดมี FX Loss ทางบัญชีราว 600 ล้านบาท จากสิ้นงวดก่อน ทำให้เป็นกำไรสุทธิเพียง 71 ล้านบาท ลดลงมาก 82.6%, 86.6% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2020
BCPG (HOLD/20TP: 17), 1Q20 กำไรสุทธิดีกว่าคาด แต่กำไรปกติตามคาด
(views 21)
กำไรปกติ 1Q20 อ่อนลง 5.9% Q-Q, 11.1% Y-Y ตามคาด BCPG รายงานกำไรสุทธิใน 1Q20 ที่ 574 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.0% Q-Q, 16.6% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษ 170 ล้านบาท (ในจำนวนนั้น 325 ล้านบาท มาจาก FX Gain จากเงินกู้โครงการในลาวบางส่วนเป็นสกุลบาท) จะเป็นกำไรปกติที่ 404 ล้านบาท เท่ากับที่คาด ลดลง 5.9% Q-Q, 11.1% Y-Y แม้มีการรับรู้ผลการดำเนินการของ 2 โรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว (Nam San 3A เต็มไตรมาส/ Nam San 3B 1 เดือน) แต่เป็นช่วง Low season (ปกติน้ำอ่อนสุดช่วง 1Q และ 4Q ตามลำดับ) และประสบภาวะน้ำแล้งผิดปกติ กอปรกับรายได้ขายไฟโรงโซลาร์ในไทยและญี่ปุ่นอ่อนลง Q-Q ตามฤดูกาล รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น Q-Q, Y-Y หักล้างกำไรรับรู้จากบริษัทร่วมที่อินโดนีเซียเพิ่มขึ้นมากจากไตรมาสก่อนมีการซ่อมบำรุงมาก
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2020
CBG (BUY/20TP: 107), กำไร 1Q20 ดีกว่าทั้งเราและตลาดคาด ยังแนะนำ ซื้อ
(views 15)
กำไร 1Q20 ดีกว่าคาดมาก รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 801 ล้านบาท (ทรงตัว Q-Q, +91.2% Y-Y) ดีกว่าทั้งเราและตลาดคาด (เราคาดไว้เพียง 648 ล้านบาท) ถือว่าดีกว่าที่เราคาดแทบทุกรายการ และยังทำได้สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท โดยรายได้รวมเติบโต 20.8% Y-Y และยังโตเล็กน้อย 2.6% Q-Q มาจากทั้งรายได้ในประเทศโต 11.7% Y-Y (ยกเว้น รายได้เครื่องดื่มชูกำลังที่ลดลง -1% Y-Y แม้ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังจะโตเล็กน้อย +0.7% Y-Y) และรายได้ส่งออกโตมากถึง 30.3% Y-Y มาจาก CLMV +36.4% Y-Y โดยเฉพาะกัมพูชาและพม่าที่ทำจุดสูงสุดใหม่ ทำให้รายได้ CLMV สูงกว่ารายได้ในประเทศเป็นครั้งแรก โดยสัดส่วนจาก CLMV คิดเป็น 91% ของรายได้ส่งออก และ 48% ของรายได้รวม (ส่วนรายได้ในประเทศ 47% ของรายได้รวม) อัตรากำไรขั้นต้นทำจุดสูงสุดใหม่น่าประทับใจที่ 42.4% เพิ่มจาก 40.9% ใน 4Q19 และ 35.4% ใน 1Q19 จากทั้งการใช้กำลังการผลิตโรงานกระป๋องเต็ม 100% ตั้งแต่ 4Q19 และต้นทุนวัตถุดิบหีบห่อที่ปรับลดลง ทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี สามารถชดเชยการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด โดย +10.6% Q-Q และ +7% Y-Y มาจากส่งเสริมการขายในประเทศที่เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2020
GLOBAL (BUY/20TP: 15.5), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาด และจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H20
(views 11)
กำไร 1Q20 ดีกว่าคาด จากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 616 ล้านบาท (+3.7% Q-Q, +13.7% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 52 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 563 ล้านบาท (-5.2% Q-Q, +3.9% Y-Y) ดีกว่าทั้งเราและตลาดคาดมากราว 20% - 30% จากรายได้สาขาใหม่ที่ดีกว่าคาด และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด ทั้งนี้บริษัทมีการปิดสาขาชั่วคราว ในเดือน มี.ค.จำนวน 39 สาขา จากทั้งหมดที่ 67 สาขา ทำให้ SSSG ติดลบมากขึ้นเป็น -7% Y-Y จาก -1% Y-Y ใน 4Q19 แต่ด้วยผลของรายได้สาขาใหม่ที่เปิดเพิ่มจากปีก่อน 6 สาขา ทำให้รายได้รวมลดลงเพียง -2.5% Y-Y (เราคาด -8% Y-Y) และ +8.1% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล และอัตรากำไรขั้นต้นยังปรับขึ้นมาอยู่ที่ 22.6% จาก 19.1% ใน 1Q19 (เราคาดไว้ที่ 19%) จากสัดส่วนสินค้า House Brand ที่ทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 19% ของรายได้รวม แต่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ราว 16% - 17% สามารถหักล้างผลของค่าใช้จ่ายที่ปรับขึ้น +13.2% Y-Y ได้ท้งหมด ทั้งนี้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.6% เพิ่มจาก 12.5% ใน 1Q19 แต่ลดลงจาก 16% ใน 4Q19
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2020
INTUCH (BUY/20TP: 63.25), กำไร 1Q20 ตามคาด ยังเป็น Defensive และ Dividend Play ที่ดี
(views 15)
กำไร 1Q20 ใกล้เคียงคาด INTUCH ประกาศกำไรสุทธิ 1Q20 ออกมาที่ 2,740 ลบ. +45% Q-Q, -5.6% Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 2,877 ลบ. +11.9% Q-Q, -1.1%% Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาด โดย THCOM สามารถพลิกมามีกำไรปกติได้อีกครั้งซึ่งดีกว่าคาดจากการลดต้นทุนและค่าเสื่อมราคาที่ลดลงหลังตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ใน 4Q19 ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยจากผลกระทบของ COVID-19
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2020
RS (HOLD/20TP: 11), 1Q20 กำไรฟื้นแรงกว่าคาด แต่จะลดลงใน 2Q20
(views 10)
1Q20 กำไรปกติเติบโตสูง +164.1% Q-Q และ +57.5% Y-Y ดีกว่าคาด 31% RS รายงานกำไรสุทธิใน 1Q20 ที่ 187 ล้านบาท +183.8% Q-Q, +69.3% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษการกลับรายการเงินจ่ายเข้ากองทุน USO 13 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติ 174 ล้านบาท สูงกว่าคาด 31% และสูงกว่า Consensus 20-25% กำไรที่ดีกว่าคาดส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ (Content) ซึ่งมีต้นทุนต่ำมาก เข้ามา 90 ล้านบาท มากกว่าคาดที่ 50 ล้านบาท และมีส่วนทำให้ Gross margin สูงกว่าคาด (54.2% VS คาด 47.5%) ขณะที่รายได้โฆษณาทีวีช่อง 8 เพิ่ม 36.7% จากฐานต่ำมากในไตรมาสก่อน และเพิ่มเล็กน้อย 10.3% Y-Y จากการปรับทีมขายโฆษณาทีวีช่อง 8 และมีการกระตุ้นปิดการขายโฆษณา มีรายได้คอนเสิร์ต 35 ล้านบาท ลดลง 65.0% Q-Q แต่เพิ่ม 150.0% Y-Y แต่รายได้ธุรกิจ Commerce ต่ำกว่าคาดที่ 550 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาท เพิ่ม 7.7% Q-Q แต่ลดลง 11.2% Y-Y จาก 1Q19 ที่เป็นระดับสูงสุดของปีก่อน รวมถึงได้ผลจาก Grand Sales เมื่อปลายปีก่อน และมีการขายสินค้าผ่านช่องทีวีจำนวนเพิ่มขึ้น 2 ช่อง คือ ช่อง Amarin TV (เริ่ม ก.พ. 2020) จากเดิมมีช่อง WPTV (เริ่ม พ.ย. 2019) รวมถึงการปรับประสิทธิภาพการขายสินค้าผ่าน Call Center
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2020
ADVANC (BUY/20TP: 210), ปรับประมาณลงสะท้อน Downside ที่มี
(views 17)
จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้เรามีมุมมองค่อนไปในเชิงลบระยะสั้น แนวโน้มผลการดำเนินงาน 2Q20 คาดว่าจะหดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y จากผลของ COVID-19 และการตัดจำหน่ายคลื่น 2600 MHz เต็มไตรมาส เราปรับลดประมาณการกำไรปกติของ ADVANC ลง 6% เป็นหดตัว -10.5% Y-Y สะท้อน Downside จากทั้งฝั่งรายได้ที่คาดพลิกมาหดตัว รวมถึง CAPEX ที่จะเร่งตัวขึ้นเพื่อขยายโครงข่าย 4G/5G ส่งผลให้ราคาเหมาะสมของเราปรับลงเหลือ 210 บาท อย่างไรก็ตามแม้ระยะสั้นผลการดำเนินงานจะถูกกดดัน แต่เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตระยะยาวในยุค 5G ในอนาคต ราคาหุ้นมีโอกาสอ่อนตัวลงแต่มองเป็นจังหวะในการ “ซื้อลงทุน”
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2020
ADVANC (BUY/20TP: 230), กำไร 1Q20 ต่ำกว่าคาด แต่ยังไม่น่ากังวลนัก
(views 20)
กำไรปกติ 1Q20 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยเพียง 5% ADVANC ประกาศกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 6,756 ลบ. -4.4% Q-Q, -10.8% Y-Y หากตัดรายการขาดทุนสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์จำนวน 430 ลบ. ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 7,187 ลบ. -1.8% Q-Q, -4% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดราว 5% รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ชะลอตัวมากกว่าคาด +0.1% Q-Q, -4.3% Y-Y โดยเฉพาะธุรกิจมือถือจากทั้งการแข่งขันที่รุนแรงและโดยเฉพาะผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้ Net Add ติดลบ 8.6 แสนรายขณะที่ ARPU -4% Q-Q ส่วนฝั่งต้นทุนจากการดำเนินงานโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงคาดทั้งต้นทุนโครงข่ายและ SG&A ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายสูงกว่าคาดจากมาตรฐานบัญชี TFRS16
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2020
BH (HOLD/20TP: 115), ถูกกระทบหนักและต้องใช้เวลากว่าจะกลับสู่ระดับปกติ
(views 17)
การประชุมวานนี้สอดคล้องกับมุมมองค่อนในเชิงลบของเราต่อทิศทางผลการดำเนินงานของ BH ที่คาดหดตัวแรงใน 2Q20 และมีโอกาสขาดทุนจากรายได้ที่คาดมีโอกาสหดตัวแรง 40-50% Y-Y ขณะที่กลยุทธ์การเน้นตลาดผู้ป่วยในประเทศและการลดต้นทุนคาดชดเชยได้ไม่ทั้งหมด รวมถึงการแข่งขันที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 หดตัวแรง 39.9% Y-Y และคาดว่าการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานจะค่อนข้างช้าก่อนกลับสู่ระดับเดิมที่เคยทำได้ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นเริ่มปรับตัวลงต่ำกว่าราคาเหมาะสมของเราที่ 115 บาท เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นจากเดิม “ขาย” เป็น “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2020
GPSC (HOLD/20TP: 70), กำไรปกติ 1Q20 สูงกว่าคาด
(views 20)
กำไรปกติ 1Q20 โต 39.5% Q-Q และ 99.0% Y-Y ดีกว่าคาด 26% 1Q20 กำไรสุทธิ 1,58 พันล้านบาท เพิ่ม 38.0% Q-Q, 67.7% Y-Y กำไรปกติที่ 1.98 พันล้านบาท เพิ่ม 39.5% Q-Q, 99.0% Y-Y สูงกว่าคาดของ Consensus และของเรา24-26% กำไรดีกว่าคาดของเราส่วนใหญ่จากต้นทุนขายต่ำกว่าคาด กำไรเพิ่ม Q-Q จากค่าซ่อมบำรุงน้อยลง ค่าใช้จ่าย SG&A ลดลงตามฤดูกาลและดอกเบี้ยจ่ายลดลงต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนที่มีการเพิ่มทุนไปชำระหนี้ กำไรเพิ่มสูง Y-Y จากการควบรวมกับ GLOW ตั้งแต่ 1Q19 และค่าใช้จ่าย SG&A ลดลงจาก 1Q19 ที่มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ แม้มีส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม 68 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนและ 1Q19 ที่เป็นส่วนแบ่งกำไร 463 ล้านบาท และ 130 ล้านบาท จากการรับรู้ขาดทุนจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (ถือหุ้น 25%) 235 ล้านบาท ผลกระทบจากภาวะน้ำแล้ง
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2020
HMPRO (HOLD/20TP: 13.5), คาดจะกลับมาฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไปใน 2H20
(views 12)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ (Conference Call) ระยะสั้น กำลังจะผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q20 โดยเฉพาะในเดือน เม.ย. ที่มีการเปิดสาขาถึง 83 สาขา (73% ของสาขาทั้งหมด) และคาดรายได้จะลดลงมากถึง -50% - 60% Y-Y แม้รายได้ Online จะโตดีมากถึง 10 เท่าตัว แต่ยังไม่สามารถชดเชยการลดลงของรายได้หน้าร้านได้ หลังจากนี้คาดจะเริ่มกลับมาเปิดให้บริการสาขาได้มากขึ้นในช่วงครึ่งเดือนหลังของ พ.ค. เป็นต้นไป แต่เชื่อว่าลูกค้าจะยังไม่กลับมาคึกคักในทันที การฟื้นตัวจะทยอยอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยบริษัทได้เริ่มตระหนักและเตรียมรับมือกับ New Normal ที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจาก COVID-19 ผ่านพ้น ซึ่งจะรุกหนักมากขึ้นในส่วนการขยาย E-Commerce เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า สำหรับแผนเปิดสาขาใหม่ปีนี้ บริษัทปรับลดเหลือ 2 สาขา จากเดิม 5 สาขา เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2020 จะลดลงราว -25.6% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 13.5 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงจากที่เราแนะนำขายในรายงานครั้งก่อน (29 เม.ย.) ทำให้มี Upside กว้างขึ้นเป็น 3.1% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ / ซื้ออ่อนตัว จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤษภาคม
2020
LPN (SELL/20TP: 3.3), งบ 1Q20 ชะลอ และคาดอ่อนแอลงอีกใน 2Q20
(views 15)
กำไร 1Q20 หดตัว 65% Q-Q และ 38% Y-Y LPN รายงานผลประกอบการ 1Q20 เท่ากับ 217 ล้านบาท (-65% Q-Q, -38% Y-Y) ดีกว่าเราคาด 18% จากมาร์จิ้นสูงกว่าคาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด 6% กำไรที่หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y มีสาเหตุมาจากยอดโอนที่ทำได้ 1.5 พันล้านบาท แบ่งเป็นคอนโด 75% และแนวราบ 25% โดยลดลง 60% Q-Q และ 40% Y-Y จากฐานสูงทั้งใน 4Q19 ที่มีการเริ่มโอนคอนโดใหม่ 5 แห่ง และ 1Q19 ที่มีการเร่งโอนก่อน LTV บังคับใช้ แม้ไตรมาสนี้เริ่มโอนกรรมสิทธิ์คอนโดใหม่อย่าง Lumpini Place Rama 3-River Rine (มูลค่า 1.6 พันล้านบาท, มียอดขาย 28%) แต่รับรู้เข้ามาไม่มาก บวกกับการระบายสต็อกเป็นไปได้ช้า ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯ อยู่ที่ 30.2% ทรงตัวจาก 4Q19 ที่ 29.8% แต่ปรับลดจาก 1Q19 ที่ 33.7% ซึ่งมีการโอนโครงการที่มาร์จิ้นดี
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤษภาคม
2020
JWD (BUY/20TP: 9), แนวโน้ม 1Q20 อยู่ในเกณฑ์ดี ผลกระทบ COVID-19 เป็นเพียงชั่วคราว
(views 18)
แนวโน้มกำไร 1Q20 อยู่ในเกณฑ์ดี ผลของ COVID-19 ทำให้การขายสินค้าของลูกค้าช้าลง ต้องการพื้นที่เก็บสินค้ามากขึ้น ธุรกิจหลายอย่างเติบโตดีเช่น ห้องเย็น คลังเก็บสินค้าทั่วไปและสินค้าอันตราย และธุรกิจ Self-storage ซึ่งมีสัดส่วนรวมกัน 50% ของรายได้รวม ส่วนธุรกิจยานยนต์ (รับฝากรถและบริหารรถ) ไม่สดใสและเชื่อว่าจะเป็นตลอดทั้งปีตามภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก คาดกำไร 1Q20 ที่ 92 ล้านบาท -22% Q-Q, +3% Y-Y คิดเป็น 26% ของประมาณการทั้งปี แนวโน้ม 2Q20 ชะลอเพราะ COVID-19 กระทบธุรกิจยานยนต์มาก แต่เชื่อกำไรทั้งปีทรงตัวได้ ยังแนะนำซื้อ เราชอบศักยภาพของบริษัทด้านโลจิสติกส์ กระจายการลงทุนในหลายธุรกิจและหลายประเทศ คงราคาเป้าหมาย 9 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤษภาคม
2020
TU (BUY/20TP: 15.5), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาด และคาดจะกลับมาฟื้นใน 3Q20
(views 18)
กำไรปกติ 1Q20 ดีกว่าคาดมาก โตได้ทั้ง Q-Q, Y-Y กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 1,016 ล้านบาท (-3.9% Q-Q, -20.2% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 262 ล้านบาท และขาดทุนจากการดำเนินงานยกเลิก 6 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,285 ล้านบาท (+24% Q-Q, +18.7% Y-Y) ดีกว่าทั้งเราและตลาดคาดมาก (เราคาดไว้ 808 ล้านบาท) แม้จะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้รายได้ธุรกิจ Frozen ลดลงราว -5% Y-Y เพราะลูกค้ากลุ่ม Food Service มีคำสั่งซื้อที่ลดลง และส่วนแบ่งผลการดำเนินงานจาก Red Lobster พลิกเป็นขาดทุนที่ -111 ล้านบาท จากที่มีกำไร 144 ล้านบาทใน 1Q19 แต่ทั้งหมดได้ถูกหักล้างด้วยธุรกิจ Ambient ที่เติบโตดี +16.2% Y-Y จากการแห่กักตุนสินค้าของผู้บริโภค ส่งผลให้รายได้รวมอยู่ที่ US$994 ล้าน (-8.4% Q-Q, +7% Y-Y) แต่ด้วยค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับ 1Q19 ทำให้รายได้สกุลเงินบาทโตต่ำกว่าอยู่ที่ +5.9% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 16.2% จาก 14.9% ใน 1Q19 และ 16.1% ใน 4Q19 (ดีกว่าที่เราคาดไว้ที่ 15.5%) จาก Product Mix โดยมีรายได้กลุ่ม Brand ที่มาร์จิ้นดีเติบโตมากขึ้น สำหรับค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ทรงตัวอยู่ที่ 11.3% ใกล้เคียงปีก่อนและไตรมาสก่อน และส่วนแบ่งจากบริษัทร่วมพลิกเป็นขาดทุนราว -18 ล้านบาทในไตรมาสนี้ จากที่มีกำไร 347 ล้านบาท โดยมาจากส่วนแบ่งขาดทุนของ Red Lobster ที่มากขึ้น และส่วนแบ่งกำไรจาก Avanti Feed ลดลง ในขณะที่ยังรับรู้เงินปันผลทางบัญชีจาก Red Lobster ได้ตามเดิมที่ 243 ล้านบาท แม้จะเลื่อนการรับรู้เงินสดออกไปก่อน เพื่อเป็นการช่วยเหลือบริษัทร่วมในยามที่ถูกกระทบจาก COVID-19
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤษภาคม
2020
GPSC (HOLD/20TP: 70), คาดกำไรปกติ 1Q20 โตดี Y-Y จากควบรวม GLOW
(views 24)
คาดกำไรปกติ 1Q20 +10.6% Q-Q จากค่าใช้จ่ายขายและบริหาร และดอกเบี้ยจ่ายลดลง และ +57.8% Y-Y จากการควบรวมกับ GLOW แนวโน้มกำไร 2Q20 อ่อนลงเล็กน้อย Q-Q จากความต้องการใช้ไฟของลูกค้าอุตสาหกรรมที่ชะลอลงเพราะผลกระทบจาก COVID-19 แต่ชดเชยได้บ้างจากธุรกิจ IPP ที่มีความต้องการใช้ไฟเพิ่มตามฤดูกาล เราคงประมาณการกำไรปกติปีนี้โตเด่น +47% Y-Y จากผลเต็มปีของการรวม GLOW คาดปีหน้าโตต่อเนื่อง 14% Y-Y และมีศักยภาพในการเติบโตต่อในระยะยาว คงราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 70 บาท คงคำแนะนำถือ
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤษภาคม
2020
AP (BUY/20TP: 6.2), คาดงบ 1Q20 ไม่เด่น แต่เริ่มเห็นยอดขายฟื้นตัวในกลางเม.ย.
(views 20)
คาดกำไร 1Q20 ทำได้ 599 ล้านบาท ชะลอ 32% Q-Q และ 44.5% Y-Y จากฐานสูงที่มีการส่งมอบคอนโดใหม่ไปมากใน 4Q19 และเร่งโอนก่อนใช้ LTV ใหม่ใน 1Q19 ซึ่งแม้มีการโอนคอนโด JV ใหม่เร็วกว่าแผน แต่รับรู้รายได้เข้ามาไม่มาก ขณะที่ COVID-19 กระทบยอดขายชะลอตั้งแต่เดือน มี.ค. และหนักสุดในต้นเดือน เม.ย. อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นโมเมนตัมเชิงบวกจากการฟื้นตัวในกลางเดือน เม.ย. โดยเฉพาะแนวราบ หากยอดขาย 2Q20 ทำได้ดีกว่าที่ประเมินไว้จะเป็น Upside ต่อประมาณการ ส่วนคอนโดหนุนจากการออกแคมเปญระบายสต็อกซึ่งได้รับผลตอบรับดี เราคงประมาณการกำไรปีนี้ 2.8 พันล้านบาท (-10% Y-Y) ดีกว่ากลุ่มที่ -25% Y-Y โมเมนตัมผลประกอบการคาดดีขึ้นใน 2H20 หนุนจากแผนการโอนคอนโดใหม่ที่เร่งขึ้นอีก 2 แห่งใน 3Q20 ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2020 ต่ำที่ 5.8x เทียบเท่าค่าเฉลี่ย -2SD พร้อมคาดผลตอบแทนปันผลราว 7% ต่อปี คงคำแนะนำซื้อ และยังเลือกเป็น Top Pick ระยะสั้นมีปัจจัยหนุนจากจ่ายเงินปันผลปี 2019 ที่ 0.40 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield สูงถึง 7.9% ขึ้น XD 12 พ.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤษภาคม
2020
INTUCH (BUY/20TP: 69), ยังเป็น Defensive และ Dividend Play ที่น่าสนใจ
(views 21)
เราคาดกำไรปกติ 1Q20 ของ INTUCH +10.8% Q-Q, -2.1% Y-Y เป็นไปในทิศทางเดียวกับ ADVANC โดยธุรกิจมือถือได้รับผลกระทบจาก COVID-19 บางส่วน ขณะที่ THCOM คาดว่ายังขาดทุนจากภาวะอุตสาหกรรมที่แย่ เราปรับลดประมาณการกำไรของ INTUCH ลงเป็นชะลอตัว -6.5% Y-Y ตาม ADVANC ที่ปรับลงในช่วงก่อนหน้าและปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 69 บาท อย่างไรก็ตาม INTUCH ยังมีความน่าสนใจในแง่ธุรกิจที่ Defensive และให้ Dividend Yield ที่ดี 4.9% ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบัน Discount จาก NAV ของ ADVANC เกือบ 30% ซึ่งมากเกินไป เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤษภาคม
2020
SPALI (HOLD/20TP: 15.3), คาดงบ 1Q20 อ่อนตัว แต่โมเมนตัมจะดีขึ้นใน 2H20
(views 17)
คาดกำไร 1Q20 ชะลอ 66% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล และ 59% Y-Y จากฐานสูงใน 1Q19 ที่มีการรับรู้คอนโดใหม่ บวกกับเร่งโอนก่อน LTV มีผลบังคับใช้ ขณะที่ยอดขาย 1Q20 ขยายตัว 49% Q-Q จากการเปิดโครงการใหม่ที่มากขึ้น แต่ลดลง 9% Y-Y ตามสภาพตลาดไม่เอื้ออำนวย และยอด Rejection ที่สูงขึ้น เราปรับลดประมาณการปีนี้ลง 15% เป็นหดตัว 16% Y-Y ที่ 4.5 พันล้านบาท บนสมมติฐาน COVID-19 ควบคุมได้ใน 2Q20 โดยประเมินว่า 2Q20 คาดหดตัวต่อเป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนโมเมนตัมจะเร่งขึ้นใน 2H20 หนุนจากแผนโอนคอนโดใหม่ 4 แห่ง ทำให้ราคาเหมาะสมปรับลดเป็น 15.30 บาท (อิง PER 7.2x) ราคาหุ้น Upside จำกัด ยังแนะนำถือ ระยะสั้น ขาดความน่าสนใจจาก 1H20 ที่อ่อนแอ และคาดเห็นการปรับลดประมาณการของตลาด
อ่านเพิ่มเติม
30
เมษายน
2020
QH (HOLD/20TP: 2.2), ธุรกิจการลงทุนเป็น Key Value Driver
(views 38)
แม้1Q20 มลู ค่าการเปิดตัวเร่งขึ้นเทียบกับ 1Q19 ที่ไม่มีเปิดโครงการใหม่ แต่โมเมนตัมการขายชะลอตวัจากสภาพตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย ประเมินยอด Presales 1Q20 อ่อนตัว 8% Q-Q และ 31% Y-Y อยู่ที่ 1.65 พันล้านบาท ไปในทิศทางเดียวกับกำไร 1Q20 คาดทำได้ 260 ล้านบาท(-61.5% Q-Q, -70% Y-Y) ต่ำสุดในรอบ 8 ปี กดดันจากทั้งยอดโอนที่ชะลอตัว ประกอบกับการลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากบริษทัร่วม ซึ่งคิดเป็น 85% ของกำไร ทั้ง HMPRO จากผลกระทบ COVID-19 และ LHFG ที่พลิกเป็นขาดทุน ทำให้เราคาดการณ์กำไรทงั้ปีหดตัว 41.5% YY อย่ที่ ี่1.7 พันล้านบาท บนสมมติฐาน COVID-19 คลี่คลายใน 2Q20 และอปุสงค์ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปใน 2H20 ราคาหุ้นปัจจุบันฟื้นตัว
25% ภายใน 1 เดือนหลังปรับลง 32% ในเดือนม.ค.-มี.ค. ท าให้ใกล้เต็มมลู ค่าพืน้ ฐานที่เราประเมินไว้ที่ 2.20 บาท (SOTP) ระยะสั้น ขาดปัจจัยหนุนจากงบ1Q20 อ่อนแอ และอาจถูกกดดันจาก Consensus ที่คาดปรับประมาณการลง จึงเริ่มต้นด้วยคา แนะนำถือรับปันผล โดยประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.13บาท/หุ้น Yield 6% ขึ้น XD 28 เม.ย. และจ่าย 18 พ.ค. 2020 ปี 2020 ตั้งเป้าหมายระมัดระวัง เน้นระบายสต็อกคอนโด
อ่านเพิ่มเติม
29
เมษายน
2020
HMPRO (SELL/20TP: 13.5), กำไร 1Q20 เริ่มถูกกระทบ และน่าจะแย่ลงต่อใน 2Q20
(views 32)
กำไรสุทธิ 1Q20 เริ่มโดนกระทบจาก COVID-19 กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 1,267 ล้านบาท (-27.5% Q-Q, -10.9% Y-Y) ใกล้เคียงตลาดคาด แต่ดีกว่าที่เราคาด (เราคาดไว้ 1,144 ล้านบาท) จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด โดยกำไรลดลงทั้ง Q-Q, Y-Y เพราะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือน มี.ค. ที่ต้องมีการปิดสาขาไปพอสมควรทั้งในไทยและมาเลเซียราว 73 แห่ง (68% ของสาขาในไทย) และ 6 แห่ง (100% ของสาขาในมาเลเซีย) ตามลำดับ ทำให้ SSSG ติดลบมากขึ้นเป็น -5% - 6% Y-Y จาก -2.5% Y-Y ใน 4Q19 แต่อัตรากำไรขั้นต้นยังปรับขึ้นได้มาอยู่ที่ 25.7% จาก 25% ใน 1Q19 มาจากทั้งสัดส่วนสินค้า House Brand ปรับขึ้นเป็น 20.2% ของรายได้รวม ขยับขึ้นจาก 20% สิ้นปี 2019 และไม่มีการจัดงาน Expo ไม่ได้ทำ Promotion ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับลดลงเล็กน้อย ส่วนหนึ่งมาจาก TFRS16 ทำให้ค่าเช่าลดลง แต่ย้ายไปเป็นรายการค่าเสื่อมและดอกเบี้ยจ่ายปรับเพิ่มขึ้น เมื่อสุทธิแล้วถือว่า TFRS16 ไม่ได้กระทบต่องบกำไรขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในฝั่งของหนี้สินปรับขึ้นราว 4.6 พันล้านบาท กอปรกับมีการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้นในเดือน มี.ค. (เพื่อ Refinance ในเดือน เม.ย. ส่วนหนึ่ง) ทำให้สัดส่วน IBD/E Ratio สิ้น 1Q20 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1.15 เท่า จากสิ้นปี 2019 ที่ 0.63 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
29
เมษายน
2020
ICHI (BUY/20TP: 6.8), แนวโน้มกำไร 1Q20 ดูสดใสกว่าคาด ผลกระทบ COVID จำกัด
(views 72)
แนวโน้มกำไร 1Q20 ดูดีกว่าที่เคยคาด อาจเติบโตทั้ง Q-Q, Y-Y โดยผลกระทบจาก COVID-19 ค่อนข้างจำกัด และอยู่ระหว่างออกสินค้าใหม่ ช่วยหนุนอัตราการใช้กำลังการผลิต และด้วยสภาพตลาดที่ไม่เอื้อต่อการทำโฆษณาและโปรโมชั่น ทำให้ค่าใช้จ่ายปรับลดลง และคาดส่วนแบ่งจากอินโดนีเซียพลิกเป็นกำไร จากที่ขาดทุนในปีก่อนและไตรมาสก่อน แต่แนวโน้มกำไร 2Q20 น่าจะอ่อนตัวลง เพราะทั้งไทย กัมพูชา และอินโดนีเซีย มีมาตรการ Lockdown น่าจะกระทบต่อบริษัทบ้าง และเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย คาดผลประกอบการกลับมาฟื้นใน 2H20 ทั้งนี้บริษัทมีแผนทยอยออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม Functional Drink (เครื่องดื่มผสมวิตามิน) น่าจะได้รับการตอบรับที่ดี เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2020 ขึ้น 9% เป็นเติบโต 9.3% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 6.8 บาท จากเดิม 5.6 บาท (ปรับ PE กลับมาเท่าค่าเฉลี่ยที่ 20 เท่า) โดยผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายปันผลงวดปี 2019 หุ้นละ 0.35 บาท Yield 6% จะขึ้น XD 5 พ.ค. และจ่ายเงิน 21 พ.ค. ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
29
เมษายน
2020
SC (HOLD/20TP: 2.3), คาดงบ 1Q20 ไม่เด่น ติดตาม 2Q20 อาจไม่แย่เท่าที่เคยคาด
(views 26)
ภาพรวม 1Q20 ยอดขายชะลอลงทั้งโครงการเดิมและโครงการใหม่ โดยเฉพาะเดือนม.ค. และมี.ค. จากวันหยุดจำนวนมาก และสภาพไม่เอื้ออำนวยจาก COVID-19 ส่วนกำไร 1Q20 คาดอยู่ที่ 306 ล้านบาท หดตัว 69% Q-Q จากฐานสูง แต่ปรับลงเล็กน้อย 3% Y-Y ตามยอดโอนที่คาดทำได้ 3 พันล้านบาท จากการรับรู้ Backlog ต่อเนื่องจาก 4Q19 ทั้งแนวราบและคอนโด ขณะที่ 2Q20 แม้ได้รับผลลบจาก COVID-19 เต็มที่ แต่เห็นสัญญาณบวกจากการขายช่องทางออนไลน์ที่เร่งขึ้นดี โดยเฉพาะทาวเฮ้าส์ ซึ่งต้องติดตามต่อไป หากยอดขาย 2Q20 ทำได้ดี และไม่เป็นจุดต่ำสุดของปีตามที่ประเมินไว้ จะเป็น Upside ต่อประมาณการ เราคงประมาณการกำไรปีนี้ 1.6 พันล้านบาท (-22% Y-Y) และราคาเหมาะสม 2.30 บาท ขณะที่ราคาหุ้นฟื้น 18% ภายใน 1 เดือน หลังปรับลงกว่า 20% ในช่วง ม.ค.-มี.ค. ทำให้มี Upside ต่ำกว่า 10% จึงปรับลดคำแนะนำจากซื้อเป็นถือรับปันผล โดยประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลแทนงวดปี 2019 (จ่ายปีละครั้ง) ที่ 0.19 บาท/หุ้น Yield 8.8% ขึ้น XD 30 เม.ย. จ่าย 15 พ.ค. 2020
อ่านเพิ่มเติม
29
เมษายน
2020
BH (SELL/20TP: 115), กำไร 1Q20 ดีกว่าเราคาด แต่ภาพทั้งปียังอ่อนแอ
(views 24)
กำไร 1Q20 ดีกว่าเราคาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด BH ประกาศกำไรปกติ 1Q20 ที่ 765 ลบ. -14.2% Q-Q, -29.2% Y-Y ดีกว่าที่เราคาด 17% แต่ต่ำกว่า Bloomberg Consensus 19% รายได้หดตัว -14% Q-Q, -12% Y-Y จากผลกระทบของ COVID-19 โดยเฉพาะต่างชาติ (ต่างชาติ -16.4 % Y-Y ไทย -2.5% Y-Y) Gross Margin หดตัวลงแต่น้อยกว่าคาดเหลือ 43.8% จากระดับ 46.3% ในปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่าย SG&A สูงกว่าคาด ยังขยับขึ้น +3.8% Y-Y ส่งผลให้ EBITDA Margin หดตัวลงเหลือ 18.3% ในไตรมาสนี้เทียบกับ 22.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
28
เมษายน
2020
BGRIM (BUY/20TP: 49), คาดกำไรปกติ 1Q20 โตดี Q-Q, Y-Y แต่ FX Loss ฉุด Bottom Line
(views 23)
คาด 1Q20 กำไรสุทธิลดลงมาก 82.6% Q-Q, 86.6% Y-Y จาก FX loss ทางบัญชีจากค่าเงินบาทอ่อน แต่กำไรปกติโตดี 56.8% Q-Q, 51.5% Y-Y จากค่าใช้จ่าย SG&A ลดลงตามฤดูกาล และมีรายได้โครงการโซลาร์เวียดนามที่ซื้อมาตั้งแต่ 2Q19 อย่างไรก็ตามแนวโน้มกำไรปกติ 2Q20 ลดลง Q-Q จากการใช้ไฟลูกค้า IU ลดลงผลกระทบจาก Covid-19 ขณะที่ราคาต้นทุนก๊าซลดอย่างมีนัยฯ ใน 2H20 ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 28% เป็น 2.5 พันล้านบาท +14.6% Y-Y ปี 2021 ปรับลงเล็กน้อย 6% เป็นกำไรฟื้นตัว 48.6% กำไรปกติที่คาดใน 1Q20 เป็นสัดส่วน 27% ของคาดทั้งปี กำไรสุทธิที่แย่ใน 1Q20 และแนวโน้ม 2Q20 อ่อนลง เป็นปัจจัยเชิงลบระยะสั้น แต่ราคาหุ้นมี Upside มากกว่า 10% และแนวโน้มระยะกลางยาวยังดีจากโครงการใน Pipeline ยังมี Potential projects ทั้งในและต่างประเทศต่างๆ แนะนำ ซื้อสะสม โดยเฉพาะช่วงอ่อนตัว จากเดิม ถือ ราคาเป้าหมายปี 20 ที่ 49 บาท จากเดิม 50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
28
เมษายน
2020
DELTA (BUY/20TP: 47), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาด และน่าจะฟื้นตัวต่อในช่วงที่เหลือของปี
(views 24)
กำไร 1Q20 ฟื้นตัวดีกว่าคาดถึง 20% กำไรสุทธิ 1Q20 เท่ากับ 856 ล้านบาท (+123.5% Q-Q, -21.2% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 219 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 638 ล้านบาท (+76.7% Q-Q, -42.4% Y-Y) ดีกว่าทั้งเราและ Consensus คาด (เราคาดไว้ 529 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรฟื้น Q-Q มาจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นกว่าคาดมาอยู่ที่ 20.4% (เราคาดไว้ 20%) จาก 19.8% ใน 4Q19 ส่วนกำไรที่ลดลง Y-Y แม้รายได้ยังทรงตัวอยู่ที่ US$404 ล้าน แต่อัตรากำไรขั้นต้นยังลดลงจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 23% เพราะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ในจีน ทำให้เกิดความล่าช้าในการขนส่ง Raw Material และกระทบต่อไปยังต้นทุนค่าขนส่งปรับขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังทรงตัวสูง มาจากโครงสร้างค่าใช้จ่ายของบริษัทที่เปลี่ยนไปหลังจากมี Delta Taiwan เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และมีการส่งคำสั่งซื้อขายมายัง Delta Thailand ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 16.1% เพิ่มขึ้นจาก 15.4% ใน 1Q19 และส่วนแบ่งจากบริษัทร่วมที่สวิตเซอร์แลนด์ (Delta Electronics) พลิกเป็นขาดทุน -49 ล้านบาท จากที่กำไร 18 ล้านบาทในปีก่อน ส่วนที่ตุรกี (Delta Greentech Electronics Industry) ขาดทุนลดลงเล็กน้อย ทำให้ส่วนแบ่งรวมในไตรมาสนี้ขาดทุน -54 ล้านบาท จากกำไร 6 ล้านบาทในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
27
เมษายน
2020
DTAC (HOLD/20TP: 45), กำไร 1Q20 ใกล้เคียงคาด แต่ราคาเริ่มเต็มมูลค่า
(views 20)
กำไรสุทธิดีกว่าคาด แต่กำไรปกติใกล้เคียงคาด DTAC ประกาศกำไรสุทธิ 1Q20 ออกมาที่ 1,501 ลบ. +89.1% Q-Q, +15.7% Y-Y แต่หากตัดรายการกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ตราสารอนุพันธ์และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 1,372 ลบ. +13.1% Q-Q, +4.1% Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาด รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC -1.6% Q-Q, +2.6% Y-Y จากฐานที่ต่ำในปีก่อน อย่างไรก็ตาม Net Add 1Q20 ของ DTAC พลิกมาติดลบกว่า 1 ล้านราย (มีการ Write Off ลูกค้า Postpaid ราว 3 แสนรายซึ่งหากตัดออก Net Add จะติดลบราว 7 แสนราย) แต่ชดเชยด้วย ARPU ที่ -2.5% Q-Q, +5.5% Y-Y ขณะที่ด้านต้นทุนยังอยู่ภายใต้การควบคุมที่ดีทั้งต้นทุนโครงข่ายและค่าใช้จ่าย SG&A ที่ต่ำ ส่งผลให้ EBITDA Margin ไตรมาสนี้ปรับตัวดีขึ้นเป็น 37.8% จาก 31.8% และ 36.9% ใน 4Q19 และ 1Q19 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
27
เมษายน
2020
PLANB (HOLD/20TP: 4.72), คาดกำไร 1Q20 ลดลง 55% Q-Q และ 35% Y-Y
(views 18)
คาดกำไร 1Q20 ลดลง 55.0% Q-Q, 35.1% Y-Y จากผลกระทบของ COVID-19 ต่ออัตราใช้สื่อนอกบ้านหลักเดิมและสื่อดนตรีกีฬา (Engagement Marketing) ในปลายไตรมาส แนวโน้ม 2Q20 จะลงหนักกว่า ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง เราคาดกำไรทั้งปี -37.1% Y-Y และฟื้นตัว +90.5% ในปีหน้า ราคาหุ้นในช่วงใน 1 เดือนที่ผ่านมา ปรับขึ้นมาเกือบ 70% สะท้อนสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายไปมากแล้ว ราคาปัจจุบันมี PE 36.7 เท่าและมี upside ต่ำกว่า 10% เทียบกับราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 4.72 บาท (รวมมูลค่าเพิ่ม 0.12 บาท จากสื่อป้ายรถเมล์ที่เพิ่งได้สัมปทาน) ปรับคำแนะนำลงจาก ซื้อ เป็นถือ/ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2020
EA (BUY/20TP: 60), คาดกำไร 1Q20 -18% Q-Q, +18% Y-Y เป็นกำไรต่ำสุดของปี
(views 47)
เราคาดกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 1,430.8 ล้านบาท -18.2% Q-Q, +18.2% Y-Y หากไม่รวมขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน คาดกำไรปกติ -11.6% Y-Y +31% Y-Y เป็น 1,485.8 ล้านบาท ไตรมาสนี้ยังไม่ใช่ high season ของทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานลมและโซลาร์ และเชื่อว่า 1Q20 จะเป็นกำไรต่ำสุดของปี กำไรในช่วงที่เหลือจะทยอยดีขึ้นจากการเริ่ม COD ธุรกิจใหม่คือรถ/เรือไฟฟ้าที่ทยอยส่งมอบใน 2Q20 เริ่มจำหน่าย PCM และ Battery storage เฟสแรกใน 2Q20 เช่นกัน เราคาดกำไรทั้งปี +14.3% คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 60 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2020
EPG (BUY/21TP: 7), คาดกำไร 4Q20 (ม.ค.-มี.ค. 2020) ไม่สดใสตามกำลังซื้อที่ชะลอ
(views 30)
แนวโน้มกำไร 4Q20 (ม.ค.-มี.ค. 2020) ไม่สดใสเพราะ 2 ใน 3 ธุรกิจคือ Aeroklas และ EPP ถูกกระทบจาก COVID-19 และกำลังซื้อที่อ่อนแอ เราคาดกำไรปกติ 203 ล้านบาท -5% Q-Q และ +81% Y-Y จากฐานต่ำผิดปกติในปีก่อน ทำให้กำไรน่าจะจบปีที่ 1,009 ล้านบาท +11.6% Y-Y ต่ำกว่าประมาณการเดิม 6% สำหรับปี 2021 (สิ้นสุด มี.ค. 2021) สถานการณ์ตลาดยานยนต์ทั่วโลกที่แย่ลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก กระทบธุรกิจ Aeroklas และ TJM ส่วนธุรกิจ EPP ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันและกำลังซื้อที่ไม่สดใส ราคาวัตถุดิบที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบ ช่วยบรรเทาต้นทุนการผลิตแต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากอุปสงค์ของสินค้าที่ชะลอได้หมด มีเพียงธุรกิจ Aeroflex ที่ขับเคลื่อนบริษัทในช่วง 2 ปีนี้ เราปรับกำไรลง 10% เป็นเติบโต 5.7% ลดราคาเป้าหมายปี 2021 ลงเป็น 7 บาท จาก 8 บาท แนะซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2020
GFPT (BUY/20TP: 12.5), คาดกำไร 1Q20 ดูดีกว่าที่เคยคาด เพราะได้บริษัทร่วมช่วย
(views 27)
สถานการณ์ดูดีกว่าที่เคยคาด แม้จะประสบปัญหาไฟไหม้สายการผลิต และได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้ปริมาณการขายโดยรวมของ GFPT ลดลง แต่สามารถส่งคำสั่งซื้อไปให้บริษัทร่วมช่วยผลิตได้ จึงคาดแนวโน้มกำไรปกติ 1Q20 อาจลดลง Q-Q แต่คาดโตดี Y-Y โดยได้ปัจจัยหนุนจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมเติบโตดี และคาดต้นทุนวัตถุดิบยังอ่อนตัวลงช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวสูงได้ ส่วนแนวโน้ม 2Q20 อาจชะลอ เพราะราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศเริ่มอ่อนตัวลงตาม Demand แต่กำไรสุทธิอาจมีเงินเคลมประกันเข้ามาช่วย และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นในช่วง 2H20 เมื่อสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย การส่งออกกลับมาฟื้นตัว และยังมีบริษัทร่วมคอยช่วยในแง่การผลิตทดแทนสายการผลิตที่เสียหาย ซึ่งคาดจะฟื้นฟูสายการผลิตแล้วเสร็จใน 1Q21 เลื่อนออกไปจากแผนเดิมคาดว่าจะเสร็จใน 4Q20 เพราะติด COVID-19 ทำให้การติดตั้งเครื่องจักรล่าช้าออกไป ยังคาดกำไรปีนี้ -7.5% Y-Y และกลับมาโตปีหน้า +13.2% Y-Y คงราคาเป้าหมายที่ 12.5 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ทยอยซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
เมษายน
2020
OSP (BUY/20TP: 46), คาดกำไร 1Q20 ดี แทบไม่ถูกกระทบจาก COVID-19
(views 47)
เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีนี้ขึ้นเป็น 46 บาท จากเดิม 40 บาท สะท้อนการเป็นหุ้น Defensive สามารถทนทานต่อความผันผวนของปัจจัยภายนอกได้ดี โดยได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จำกัดมากแนวโน้มกำไร 1Q20 คาด Q-Q และทรงตัว Y-Y ได้ปัจจัยหนุนจากส่วนแบ่งการตลาด M-150 เพิ่มขึ้น, ภาษีน้ำตาลลดลงหลังปรับสูตรอีกครั้ง และส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมฟื้นตัวกลับสู่ระดับใกล้เคียงปกติ ส่วนแนวโน้มกำไร 2Q20 จะยังโตดี Y-Y และอาจทรงถึงลง Q-Q ตามฤดูกาลที่ปกติกำไร 2Q จะต่ำกว่า 1Q แต่อาจเริ่มได้อานิสงส์ต้นทุนที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบ ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นได้ต่อเนื่อง และคาดกำไรจะกลับมาเร่งตัวขึ้นใน 2H20 เมื่อเริ่มใช้กำลังการผลิตใหม่ที่จะเพิ่มขึ้นจากเดิม 10% - 15% ส่วนโรงงานเครื่องดื่มที่พม่าถูกเลื่อนออกมาอยู่ในช่วงปลาย 2Q20 – ต้น 3Q20 ไม่กระทบรายได้ เพราะยังใช้โรงงานเดิมของพันธมิตรผลิตอยู่ และคาดช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 2H20 ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกำไรปีนี้เล็กน้อย 2% โดยรวมผลบวกจากการปรับสูตรเครื่องดื่ม เป็นกำไรโต 20.8% Y-Y จากเดิมคาดโต 18.6% Y-Y และปรับ Target PE ขึ้นจาก 30 เท่า เป็น 35 เท่า ให้เท่ากับ CBG
อ่านเพิ่มเติม
22
เมษายน
2020
BEM (BUY/20TP: 10.5), คาดงบ 1Q20 อ่อนตัว กดดันจากค่าใช้จ่าย และ COVID-19
(views 41)
คาดกำไรปกติ 1Q20 ชะลอ 16% Q-Q และ 46% Y-Y เป็น 435 ล้านบาท หลังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยาย และไม่มีบันทึกส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม รวมถึงถูกกดดันจาก COVID-19 ที่ส่งผลให้ปริมาณรถและจำนวนผู้โดยสารชะลอตั้งแต่กลางเดือนมี.ค. ขณะที่ 2Q20 คาดได้รับผลกระทบ COVID-19 เต็มที่ และหนักที่สุดในเดือนเม.ย. หลังประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างไรก็ดี เราคงอิงสมมติฐานการระบาดควบคุมได้ภายใน 2Q20 ก่อนการใช้บริการจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่เดือนก.ค. และใช้เวลาราว 3 เดือนก่อนกลับเป็นปกติ ทำให้คงประมาณการกำไรปกติปี 2020 ที่ 3.1 พันล้านบาท (+6.5% Y-Y) และราคาเหมาะสม 10.50 บาท ยังแนะนำซื้อลงทุน จากปัจจัยพื้นฐานระยะยาวที่แข็งแกร่ง ขณะที่แนะติดตามการพิจารณาพ.ร.ก.ฉุกเฉินในอังคารหน้า หากผ่อนคลายมาตรการควบคุม คาดเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้ ทำให้การใช้บริการฟื้นตัวเร็ว และยืนยันการ Bottom out ใน 2Q20
อ่านเพิ่มเติม
22
เมษายน
2020
DELTA (BUY/20TP: 47), คาดกลับมาฟื้น 2H20 และเร่งตัวมากขึ้นในปี 2021
(views 23)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 1Q20 จะฟื้นตัว Q-Q เพราะได้อานิสงส์บาทอ่อนค่า แต่คาดลดลดง Y-Y พอสมควร เพราะได้รับผลลบจาก COVID-19 กระทบรายได้กลุ่ม Automotive และ Industrial กอปรกับ Supply Chain เกิดความล่าช้าจาก COVID ในจีน กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ส่วนแนวโน้มกำไร 2Q20 ยังไม่ชัดเจน ขึ้นอยู่การคลี่คลายของ COVID-19 เป็นหลัก หากสหรัฐและยุโรปสามารถกลับมาผลิตได้ตั้งแต่ พ.ค. คาดกำไร 2Q20 จะฟื้นตัว Q-Q ต่อเนื่อง ส่วนการฟื้นตัวชัดเจน เรามองอยู่ใน 2H20 เป็นต้นไป และเชื่อว่าคำสั่งซื้อสินค้ากลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะกลับมาเร่งตัวขึ้น (เร็วกว่าสินค้าอุปโภคบริโภค) แม้ Demand ของ End user จะค่อยๆฟื้น แต่ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ามีระดับ Inventory ที่ค่อนข้างต่ำ จึงต้องเร่งการสั่งซื้อชิ้นส่วนต้นน้ำ-กลางน้ำก่อน ผู้ผลิตชิ้นส่วนในไทยน่าจะได้รับประโยชน์ทันที ทั้งนี้ด้วยผลกระทบใน 1H20 เราจึงปรับลดกำไรปกติปี 2020 ลง 22% เป็น 3.4 พันล้านบาท เติบโต 13.3% Y-Y จากเดิมคาดโต 40.4% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 47 บาท จากเดิม 60 บาท (PE 17 เท่า) ยังมี Upside 17.5% ปรับคำแนะนำเป็น ทยอยซื้อ จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
22
เมษายน
2020
SCB (BUY/20TP: 80), จะเห็นกำไรชะลอตัวลงในช่วงที่เหลือของปี
(views 30)
แนวโน้ม 2Q20-4Q20 ของทั้ง NIM และ Non-NII growth จะลดลงจาก 1Q20 ขณะที่ค่าใช้จ่ายจะเร่งตัวขึ้นตามฤดูกาล เราคาดว่ากำไร 2Q20 จะหดตัวแรงราว 35%Q-Q และ 45%Y-Y มาอยู่ที่ 5.5-6.0 พันลบ. เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 14% เป็น 3.08 หมื่นลบ. -23.8%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นการปรับลดรายได้ และเพิ่มการตั้งสำรองฯ ปรับลดราคาเหมาะสมลงมาอยู่ที่ 80 บาท แนะนำ ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2020
BCPG (BUY/20TP: 17), คาดกำไรปกติ 1Q20 อ่อนลง แต่จะดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี
(views 47)
คาดกำไรปกติ 1Q20 ลดลง 6.1% Q-Q, 11.2% Y-Y เนื่องจากเป็นช่วง Low season และน้ำแล้งสุดของปี กระทบต่อโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น แต่มี FX Gain ช่วยให้กำไรสุทธิเพิ่ม 13.5% Q-Q, 2.6% Y-Y แนวโน้ม 2Q20 ดีขึ้นตามฤดูกาลของโรงไฟฟ้าโซลาร์ในไทย และคาดหวังปริมาณน้ำมากขึ้นในช่วงปลาย 2Q-3Q ตามปกติ จึงคงคาดกำไรปกติทั้งปีโต 17.7% Y-Y แม้ราคาหุ้นขึ้นมาเร็ว แต่ยังมี Upside เกิน 10% คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 17 บาท (ยังไม่รวมโครงการ SWAN ราว 2 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2020
TRUE (BUY/20TP: 4.2), คาด 1Q20 ยังขาดทุน ลุ้นพลิกกำไร 2H20
(views 28)
เราคาดว่า TRUE จะยังรายงานผลขาดทุนปกติใน 1Q20 ที่ 459 ลบ.โดยเริ่มได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และคาดว่าขาดทุนมากขึ้นใน 2Q20 จากผลกระทบเต็มไตรมาสรวมถึงเริ่มรับรู้ค่าตัดจำหน่ายคลื่น 2600 MHz อย่างไรก็ตามเราคาดว่าจะจุดต่ำสุดของปีก่อนที่จะเริ่มฟื้นตัวและลุ้นพลิกมีกำไรในช่วง 2H20 โดยโมเมนตัมการเติบโตของรายได้ธุรกิจ Mobile ยังแข็งแรง เราจึงยังคงประมาณการขาดทุนปกติปี 2020 ที่ 393 ลบ. -221.5% Y-Y ก่อนจะพลิกมีกำไรได้ในปี 2021 ที่ 650 ลบ. ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 4.20 บาท อย่างไรก็ตามยังชอบ ADVANC มากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
17
เมษายน
2020
BJC (BUY/20TP: 46), แนวโน้มกำไร 1Q20 อาจลด Y-Y แย่กว่าที่เคยคาด
(views 34)
ธุรกิจได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มากกว่าที่เคยคาด ทำให้แนวโน้มกำไร 1Q20 อาจพลิกเป็นลดลง Y-Y จากเดิมที่คาดทรงตัวถึงโตเล็กน้อย เพราะ SSSG ติดลบมากขึ้นเป็น -5% Y-Y จากการปิดให้บริการโซน Non-Food และพื้นที่เช่า จึงกระทบทั้งจำนวนลูกค้าเข้าร้านลดลง ล่าสุดปิดให้บริการไปราว 129 สาขา คิดเป็น 85% ของจำนวนสาขา HM ทั้งหมด แนวโน้มกำไรจะแย่ลงต่อใน 2Q20 โดย SSSG ช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือน เม.ย. ติดลบมากขึ้นเป็น -10% - 20% Y-Y และคาดรายได้ธุรกิจ Packaging จะอ่อนตัวลง เพราะได้รับผลกระทบจาก COVID-19, การห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเดือน เม.ย. และคำสั่งซื้อลูกค้าในเวียดนามอาจชะลอตัวด้วย เรายังคงมุมมองเดิมว่า COVID-19 จะคลี่คลายตั้งแต่กลางปีนี้เป็นต้นไป และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H20 เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2020 ลดลง -13.4% Y-Y และกลับมาโตในปี 2021 +23.2% Y-Y คงราคาเป้าหมาย 46 บาท (DCF) ยังมี Upside 17.2% แนะนำทยอยซื้อสำหรับลงทุนยาว
อ่านเพิ่มเติม
17
เมษายน
2020
DRT (BUY/20TP: 6.2), คาดงบ 1Q20 อ่อนตัว Y-Y จากผลกระทบ COVID-19
(views 30)
การแพร่ระบาดของ COVID-19 เริ่มส่งผลกระทบเชิงลบตั้งแต่เดือนมี.ค. จากการปิดสาขาของ Modern Trade อย่างไรก็ดี ถูกบรรเทาด้วยการขายตัวแทนจำหน่ายและส่งออกทียังขยายตัวได้เล็กน้อย ทำให้คาดกำไรปกติ 1Q20 อยู่ที่ 145 ล้านบาท เร่งขึ้น 49% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่หดตัว 12% Y-Y จากยอดขายที่คาด -8% Y-Y ทั้งนี้ เราอิงสมมติฐาน COVID-19 สามารถควบคุมได้ใน 2Q20 ก่อนกำลังซื้อและความเชื่อมั่นจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปใน 2H20 ทำให้กำไรปกติปี 2020 คาดอ่อนตัว 6% Y-Y เป็น 492 ล้านบาท และประเมินราคาเหมาะสมที่ 6.20 บาท (อิง PER 12x) ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2020 ที่ 9.4x เทียบเท่าค่าเฉลี่ย -1.75SD มีจุดเด่นคือผลตอบแทนปันผลสม่ำเสมอ คาด 7% ต่อปี จึงแนะนำทยอยสะสม สำหรับนักลงทุนที่ชอบปันผล
อ่านเพิ่มเติม
16
เมษายน
2020
ITEL (BUY/20TP: 2.9), คาดกำไร 1H20 ถูกกระทบจาก COVID-19 ชั่วคราวแต่จะฟื้นเร็ว
(views 37)
เราคาดกำไร 1Q20 ที่ 32 ล้านบาท -31% Q-Q, -17% Y-Y กำไรที่ลดลงเกิดจากรายได้จากงานติดตั้งโครงข่ายและธุรกิจ Data service ชะลอจากความล่าช้าของ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2563 และถูกกระทบจากการปิดสถานที่ต่างๆ ผลกระทบของ COVID-19 จะมากขึ้นใน 2Q20 เพราะเป็นอุปสรรคในการเข้าไปทำงานในบางสถานที่และเจรจางานกับลูกค้าได้ยากขึ้น แต่ธุรกิจจะฟื้นกลับเร็วหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย การงดจ่ายปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2019 เป็นผลดีต่อสภาพคล่องของบริษัท ซึ่งเชื่อว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการสภาพคล่องได้ เรายังคงคาดกำไรปีนี้ -7% Y-Y ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดที่ PE เพียง 12.5 เท่า PBV 1.1 เท่า ยังคงแนะนำซื้อ คงราคาเป้าหมาย 2.90 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
เมษายน
2020
ORI (BUY/20TP: 6.4), 1Q20 อยู่ในเกณฑ์ดี แต่ปรับประมาณการลงสะท้อน COVID-19
(views 29)
แม้ 1Q20 เปิดโครงการใหม่เพียงแนวราบ 2 แห่ง แต่ยอดขายยังอยู่ในเกณฑ์ดี 4.85 พันล้านบาท (-1% Q-Q, -14% Y-Y) จากการเน้นขายสต็อก และแนวราบใหม่ที่ได้รับการตอบรับดี ส่วนแนวโน้ม 1Q20 คาดอยู่ในระดับน่าพอใจเช่นกัน ทรงตัวถึงดีขึ้นเล็กน้อย Y-Y หนุนจากการเริ่มโอนคอนโด JV ใหม่ 2 แห่ง แต่ลดลง Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล อย่างไรก็ดี ผลกระทบ COVID-19 กดดันอุปสงค์ และกำลังซื้อ โดยเฉพาะคอนโด ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปีนี้ลง 23% เป็น 2.3 พันล้านบาท (-12% Y-Y) ภายใต้สมมติฐาน COVID-19 ควบคุมได้ใน 2Q20 ก่อนฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปใน 2H20 รวมถึงประเมินว่าสามารถจัดการภาระหนี้ได้แม้กรณี Rollover หุ้นกู้ไม่ได้ อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นปรับลด 31% YTD ทำให้ Valuation น่าสนใจ ซื้อขายบน PE2020 เพียง 5.1x เทียบเท่าค่าเฉลี่ย -1.5SD พร้อมคาดผลตอบแทนปันผลสูง 8% ต่อปี จึงยังแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมใหม่ 6.40 บาท
อ่านเพิ่มเติม
14
เมษายน
2020
RS (HOLD/20TP: 11), คาด 1Q20 กำไรฟื้นดี แต่จะลดลงใน 2Q20 เพราะ COVID-19
(views 41)
คาดกำไรปกติ 1Q20 ฟื้นตัวสูงจากฐานต่ำมากในไตรมาสก่อน +102.4% Q-Q และ +20.7% Y-Y สวนทางหลายบริษัท จากรายได้จากธุรกิจหลักทั้งสื่อทีวีมีการล็อครายได้ค่าโฆษณา และมีรายได้การขายสิทธิ Content เข้ามาช่วย ขณะที่รายได้ธุรกิจ Commerce เพิ่ม Q-Q จากการขายสินค้าผ่านช่องทีวีจำนวนเพิ่มขึ้นและปรับปรุงประสิทธิภาพการขายของ Call center อย่างไรก็ตาม แนวโน้ม 2Q20 จะได้รับผลกระทบจาก Covid-19 เต็มไตรมาส จากรายได้งานจัดกิจกรรม จัด Event และรายได้โฆษณาวิทยุลดลงมาก ก่อนจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง เราคงคาดกำไรปกติปี 2020 โตเล็กน้อย 9% คงราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 11 บาท และคงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
13
เมษายน
2020
AOT (HOLD/20TP: 62), ปรับกำไรปี 2020 ลงเป็นหดตัว 52% Y-Y คาด 2Q20 -50% Y-Y
(views 59)
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2020-21 ลงปีละประมาณ 50% เป็นหดตัว 52% Y-Y ในปี 2020 และฟื้นตัว 40% Y-Y ปี 2021 จากผลกระทบของ COVID-19 ที่มีต่อภาคท่องเที่ยวในครั้งนี้หนักและนาน โดยอิงตามสมมติฐานของธปท.ที่ประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ 15 ล้านคนและ 20 ล้านคนในปีหน้า ผลประกอบการ 2Q20 (ม.ค.-มี.ค. 2020) ยังได้รับผลจาก COVID-19 ไม่เต็มที่ คาดกำไร 3.8 พันล้านบาท -48% Q-Q, -50% Y-Y และน่าจะขาดทุนใน 3Q20 ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 62 บาทจาก 88 บาท (DCF, WACC 8.4%, TG 3%) ราคาหุ้นปัจจุบันมี upside จำกัด แนะนำเพียงถือ รอซื้อลงทุนหลังประกาศงบ 3Q20
อ่านเพิ่มเติม
13
เมษายน
2020
CPF (BUY/20TP: 36), คาดกำไร 1Q20 ยังสดใส แต่ 2Q20 อาจเริ่มอ่อนตัวลง
(views 44)
แนวโน้มกำไร 1Q20 สดใส จะเติบโตทั้ง Q-Q, Y-Y เพราะราคาเนื้อสัตว์ปรับขึ้นดีทั้ง โดยเฉพาะราคาหมูเวียดนาม ในขณะที่ผลกระทบ COVID-19 ยังจำกัด แม้กระทบลูกค้าโรงแรมบ้าง แต่ลูกค้า Modern trade ที่สัดส่วนมากกว่ายังโตดี แต่ใน 2Q20 เรามองว่าน่าจะได้รับผลกระทบมากขึ้น เพราะหลายประเทศมีมาตรการ lock down น่าจะกระทบ Demand โดยรวมในอ่อนลงอยู่แล้ว ล่าสุดเริ่มสะท้อนไปยังราคาเนื้อสัตว์เดือน เม.ย. ที่อ่อนตัวลงทั้งหมูไทย ไก่ไทย และหมูเวียดนาม จึงมองว่าแนวโน้มกำไร 2Q20 อาจอ่อนตัวลง Q-Q ทั้งนี้บริษัทยังคงเป้าการเติบโตปีนี้ตามเดิม แต่ลดงบลงทุนและลดค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาสภาพคล่อง เบื้องต้นเรายังคงประมาณการกำไรปี 2020 ตามเดิม โดยกำไรสุทธิคาด +3.7% Y-Y ส่วนกำไรปกติคาด +16.4% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 36 บาท (PE 17 เท่า) คงคำแนะนำ ซื้อ อย่างไรก็ตาม ประมาณการของเราดูมี Downside มากขึ้น หากสถานการณ์ COVID-19 ไม่สามารถคลี่คลายได้ตั้งแต่กลางปีนี้ เพราะอาจกดดันราคาเนื้อสัตว์ให้อ่อนตัวลงมากกว่าคาด ทั้งนี้นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ราคาเนื้อสัตว์อย่างใกล้ชิด
อ่านเพิ่มเติม
10
เมษายน
2020
AP (BUY/20TP: 6.2), ราคาหุ้นลงแรง ไม่สอดคล้องพื้นฐานที่แกร่งกว่ากลุ่ม
(views 43)
ยอด Presales 1Q20 อยู่ในเกณฑ์ดี แตะ 6 พันล้านบาท ขยายตัว 41% Q-Q หนุนจากการเปิดแนวราบใหม่ 9 โครงการ แต่ลดลง 52% Y-Y จากฐานสูง ขณะที่คาด COVID-19 จะส่งผลกระทบมากสุดใน 2Q20 ก่อนสถานการณ์จะคลี่คลายและฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปใน 2H20 ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปีนี้ลง 23% เป็น 2.76 พันล้านบาท (-10% Y-Y) จากอัตราขายใหม่ที่ชะลอลงตามกำลังซื้อ และปรับราคาเหมาะสมเป็น 6.20 บาท (อิง PER เดิม 7x) ขณะที่ราคาหุ้น YTD ปรับลงมากสุดเป็นอันดับสอง -37% เทียบกับกลุ่มฯ -24% ถือว่าไม่สอดคล้องกับพื้นฐานที่คาดกำไร AP ปีนี้ลดลงน้อยกว่ากลุ่มฯที่ -25% Y-Y รวมถึงซื้อขายบน PE2020 ต่ำที่ 5.3x เทียบเท่าค่าเฉลี่ย -2.5SD พร้อมคาดผลตอบแทนปันผล 7.5% ต่อปี เรายังชอบ AP จากพอร์ตที่ยืดหยุ่น รวมถึงปลอดภัยจากความสำเร็จการขายแนวราบ รวมถึง Backlog และฐานะการเงินแข็งแกร่ง จึงมองว่าน่าสนใจในการเข้าลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
10
เมษายน
2020
CPALL (BUY/20TP: 78), ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เล็กน้อย ยังแนะนำซื้อลงทุน
(views 56)
แนวโน้มกำไร 1Q20 คาด -10% Q-Q, -4% Y-Y มาจาก 7-11 ที่คาดมีผลการดำเนินงานอ่อนลง (คาด SSSG -3% Y-Y) จาก COVID-19 ที่กระทบจำนวนลูกค้าเข้าร้าน เพราะลูกค้าหันไปกักตุนสินค้าล็อตใหญ่จาก MAKRO (คาด SSSG +6% - 7% Y-Y) รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ยังสูง และเริ่มได้รับผลของ TFRS16 ส่วนแนวโน้มกำไร 2Q20 คาดทรงถึงปรับลง Q-Q เล็กน้อย แต่ยังคาดโต Y-Y จากฐานต่ำปีก่อน ภาพรวมกำไร 1H20 ได้รับผลกระทบ COVID-19 เล็กน้อย แต่ถือว่าไม่แย่ เมื่อเทียบกับค้าปลีกตัวอื่นๆที่ได้รับผลกระทบมากกว่า เพราะไม่ใช่ของกินของใช้ และคาด COVID-19 จะคลี่คลายกลางปีนี้ แนวโน้มกำไรจะกลับมาทยอยฟื้นตัวใน 2H20 อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้ม 1H20 ที่ต่ำกว่าที่เคยคาด เราจึงปรับกำไรสุทธิปี 2020 ลง 8% เป็นทรงตัว Y-Y จากเดิมคาดโต 8.6% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 78 บาท จากเดิม 85 บาท (DCF) ยังมี Upside 23.3% ยังแนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
09
เมษายน
2020
GLOBAL (HOLD/20TP: 13), คาดกลับมาฟื้นตัว หลัง COVID คลี่คลาย และกลับมาเปิดสาขา
(views 38)
บริษัทเริ่มได้รับผลกระทบ COVID-19 ตั้งแต่ 1Q20 กอปรกับกำลังซื้อในต่างจังหวัดไม่สดใสอยู่แล้ว คาด SSSG จะติดลบราว -7% - 8% Y-Y และคาดกำไร 1Q20 จะลดลง -34% Q-Q, -27% Y-Y แนวโน้มกำไร 2Q20 น่าจะอ่อนตัวลงต่อ เพราะมีการปิดสาขามากขึ้น ล่าสุดปิดไปแล้ว 39 สาขา คิดเป็น 58% ของจำนวนสาขาทั้งหมด แต่คาดกำไรอาจลดลงไม่มาก เพราะบริษัทอยู่ระหว่างเร่งลดค่าใช้จ่ายควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงาน ที่อาจลดลงได้ราวครึ่งหนึ่งของแต่ละสาขาที่ปิดให้บริการ และคาด COVID-19 จะคลี่คลายได้ตั้งแต่กลางปีนี้ และคาดเห็นกำลังซื้อทยอยฟื้นตัวในช่วง 2H20 ทั้งจากความเชื่อมั่นที่ดีขึ้น และมาตรการเยียวยาของภาครัฐ ที่มีการอัดฉีดเงินเข้าสู่ประชาชนบางส่วนโดยตรง หลังจากที่เปิดสาขาใหม่ 1 แห่งใน 1Q20 บริษัทได้ชะลอการเปิดสาขาใหม่ในช่วงนี้ และเราคาดจะกลับมาเปิดอีกครั้งใน 4Q20 ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 25% เป็นกำไรที่ลดลง -24.7% Y-Y และคาดกลับมาโตอีกครั้งในปีหน้า +37.6 Y-Y นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้ลงเป็น 13 บาท จากเดิม 16.5 บาท (DCF) แม้จะมี Upside ราว 16.1% แต่แนะนำรอซื้อหลังบริษัทกลับมาเปิดสาขาได้อีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม
09
เมษายน
2020
GULF (BUY/20TP: 192), แนวโน้มระยะยาวเติบโตสดใสจากโครงการในมือ
(views 70)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ GULF จากแนวโน้มกำไรปกติปีนี้ที่คาดโต 33% และ 5-10 ปีข้างหน้าโตโดดเด่นต่อเนื่องจากโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ทยอย COD โดยมีสัญญา PPA รองรับ ขณะที่มีศักยภาพขยายกำลังผลิตได้อีกจาก Potential Projects ต่างๆ โดยเชื่อว่าฐานะการเงินยังอยู่ในระดับจัดการได้ แม้มีการลงทุนสูงใน 5 ปีข้างหน้า โดยคาดความเสี่ยงจาก Covid-19 จำกัด จากสัดส่วนรายได้ลูกค้าอุตฯ ที่เพียง 11% ต่ำกว่า BGRIM (ที่ 25%) และ GPSC (ที่ 55%) ประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 192 บาท (SOTP) และแนะนำ ซื้อสะสม ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นอนุมัติการแตกพาร์ จากปัจจุบันที่ 5 บาท เป็น 1 บาท (คาดมีผลอย่างเร็วสัปดาห์หน้า) แม้ไม่มีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐาน แต่จะทำให้สภาพคล่องในการซื้อขายเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
09
เมษายน
2020
SISB (BUY/20TP: 9.8), ลดภาระให้ผู้ปกครอง ปรับรายได้และกำไรทั้งปีลง
(views 31)
สถานการณ์ COVID-19 ทำให้โรงเรียนต้องปรับการเรียนการสอนเป็นรูปแบบออนไลน์ต่อไปในภาคการศึกษาที่ 3 (เริ่ม 17 เม.ย. ถึงราว มิ.ย.) โรงเรียนมีแนวทางปรับลดค่าธรรมเนียมการศึกษาเพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครองนอกเหนือไปจากรายได้บางประเภทที่อาจไม่สามารถรับรู้ได้เนื่องจากไม่ได้ให้บริการ เช่น รายได้ค่าอาหารกลางวันและรายได้กิจกรรมพิเศษหลังเลิกเรียน เราคาดว่าน่าจะเห็นการชะลอตัวแรงของกำไรใน 2Q20 และเราปรับลดกำไรสุทธิทั้งปี 2020 ลง 30% เป็น 165 ลบ. -25%Y-Y ปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 9.80 บาท (เดิม 10.20 บาท) คาดว่า SISB จะฟื้นตัวกลับมาได้เร็วหากสถานการณ์คลี่คลาย คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
เมษายน
2020
HMPRO (HOLD/20TP: 13.5), แนะนำซื้ออ่อนตัว เมื่อสาขากลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง
(views 39)
เนื่องจากสินค้าของบริษัทไม่ใช่ของกินของใช้ ผู้บริโภคจึงชะลอการซื้ออยู่แล้ว กอปรกับถูกขอความร่วมมือให้ปิดสาขาตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค. เป็นต้นมา แนวโน้มกำไร 1Q20 จึงเริ่มได้รับผลกระทบ COVID-19 คาด SSSG ติดลบมากขึ้นเป็น -7% Y-Y บวกกับเลื่อนจัดงาน Expo ออกไปไม่มีกำหนด (ปกติจัดเดือน มี.ค.) และคาดกำไร 2Q20 จะอ่อนตัวลงต่อ Q-Q เพราะล่าสุดปิดให้บริการสาขาในไทยแล้ว 80 สาขา คิดเป็น 75% ของสาขาทั้งหมดในไทย ส่วนมาเลเซียยังปิดทั้งหมด 6 สาขา แม้จะมีรายได้จาก E-Commerce เติบโตมากกว่า 3 เท่าตัว แต่สัดส่วนยังน้อยเพียง 2% - 3% ไม่สามารถชดเชยรายได้หน้าร้านได้ เราคาด COVID-19 จะคลี่คลายกลางปีนี้ และเริ่มทยอยฟื้นตัวใน 2H20 โดยมอง 2Q20 เป็นจุดต่ำสุดของปี ทั้งนี้เราปรับลด SSSG ปีนี้เป็น -8% Y-Y จากเดิม 0% Y-Y และปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 29% เป็นกำไรลดลง 25.6% Y-Y และคาดจะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2021 ราว 37.5% Y-Y เราปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 13.5 บาท จากเดิม 16.2 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาแรง ในขณะที่ความเสี่ยงกรณี COVID-19 อาจยืดเยื้อกว่าคาด จึงแนะนำซื้ออ่อนตัว โดยเฉพาะเมื่อมีสัญญาณที่ดีหากบริษัทสามารถกลับมาเปิดสาขาได้อีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม
08
เมษายน
2020
LPN (SELL/20TP: 3.3), ผู้นำตลาด Low-end ท้าทายจากปัจจัยลบรอบด้าน
(views 40)
แม้ปี 2020 บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่เร่งขึ้นถึง 3 เท่าตัวจากปี 2019 หนุนให้ยอดขายทั้งปีเติบโตอย่างมีนัยจากฐานต่ำ อย่างไรก็ตาม เราคาดการณ์กำไรปี 2020 หดตัว 35% Y-Y ทำได้เพียง 820 ล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 15 ปี กดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวหลังได้รับผลกระทบ COVID-19 และเกณฑ์ LTV ใหม่ รวมถึงการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด ขณะที่คาดอัตรากำไรขั้นต้นปรับลง จากการแข่งขันทีสูงในตลาดคอนโด นำมาสู่การทำโปรโมชันลดราคาขาย ราคาหุ้นปัจจุบันเกินมูลค่าพื้นฐานที่เราประเมินไว้ที่ 3.30 บาท (อิง PER 6x) ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานอ่อนแอจากทิศทางผลประกอบการที่เป็นขาลงติดต่อกัน 3 ปี และพอร์ตกระจุกตัวในกลุ่ม Low-end ที่อ่อนไหวมากต่อภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงระยะสั้น งบ 1Q20 ไม่สดใส จึงเริ่มต้นด้วยคำแนะนำขาย
อ่านเพิ่มเติม
07
เมษายน
2020
DTAC (BUY/20TP: 45), คาดกำไร 1Q20 ยังทรงตัวได้ดี Valuation น่าสนใจขึ้น
(views 33)
เราคาดกำไรปกติ 1Q20 ของ DTAC +61.8% Q-Q, -3.5% Y-Y ซึ่งยังทรงตัวในระดับที่ค่อนข้างดีแม้จะถูกกระทบจากทั้งการแข่งขันที่รุนแรงและ COVID-19 แต่คาดชดเชยได้จากการควบคุมต้นทุน นอกจากนี้เม็ดเงินลงทุนของ DTAC ที่ต่ำกว่าคู่แข่งโดยเฉพาะคลื่นความถี่ใหม่ ทำให้มีแรงกดดันด้านต้นทุนที่ต่ำกว่าและเอื้อต่อการทำกำไรในระยะนี้ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 ที่ 5,181 ลบ. -13% Y-Y ราคาหุ้นปรับลงจน Upside เปิดกว้างและ Valuation น่าสนใจโดย EV/EBITDA อยู่ที่ 5 เท่าและให้ Dividend Yield 4.7% เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 45 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
เมษายน
2020
SAPPE (HOLD/20TP: 18), คาด COVID-19 จะกระทบมากขึ้นใน 2Q20
(views 32)
แม้ 1Q20 ได้รับผลกระทบ COVID-19 ยังไม่มาก แต่ตัวบริษัทเองยังเผชิญกับภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม Functional มากเท่ากับ 4Q19 จึงคาดกำไรปกติ 1Q20 จะลดลง Y-Y แต่ฟื้นตัว Q-Q เพราะลดค่าใช้จ่ายทางการตลาด ส่วนแนวโน้ม 2Q20 คาดจะได้รับผลลบจาก COVID-19 มากขึ้น อาจกระทบทั้งรายได้ในประเทศและรายได้ส่งออก เพราะสินค้าเครื่องดื่มของบริษัท ไม่ใช่เครื่องดื่มจำเป็นที่เป็นเป้าหมายกักตุนของผู้บริโภค ในขณะการปรับสูตรเครื่องดื่มยังเสร็จไม่ทันตามแผน คาดอาจจะเสร็จใน 2H20 และหาก COVID-19 กลับมาคลี่คลายตั้งแต่กลางปีเป็นต้นไป น่าจะเห็นกำไรกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งใน 3Q20 ทั้งนี้เราปรับลดกำไรปกติปี 2020 ลง 15% เป็นกำไรที่ลดลง -8% Y-Y จากเดิมคาดโต 4.3% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 18 บาท จากเดิม 21.5 บาท (อิง PE เดิม 15 เท่า) คงคำแนะนำ ถือ / รอซื้อ น่าเข้าลงทุนอีกครั้งเมื่อ COVID-19 คลี่คลาย
อ่านเพิ่มเติม
07
เมษายน
2020
TU (HOLD/20TP: 15.5), Operation ไม่แย่ แต่ Red Lobster เป็นตัวฉุด
(views 36)
แม้ธุรกิจหลักของ TU สุทธิแล้วจะได้รับผลลบจาก COVID-19 จำกัด เพราะลูกค้า Food Service ที่ลดลง ได้รับการชดเชยจากลูกค้า Retail (อาหารกระป๋อง) ที่เติบโตมาก แต่คาดกำไร 1H20 อาจถูกกระทบจากธุรกิจร้านอาหาร Red Lobster ที่ถูกปิดลงแทบทุกสาขาใน สหรัฐ แคนาดา และญี่ปุ่น เป็นต้น คาดส่วนแบ่งจาก RL จะขาดทุนมากกว่าปกติ ส่วนเงินปันผลจาก RL ไตรมาสละ 250 ล้านบาท คาดกระทบเพียงเงินสด จากการที่บริษัทช่วยเหลือด้วยการเลื่อนรับเงินออกไปก่อน แต่มีความเป็นไปได้ที่จะยังรับรู้เงินปันผลดังกล่าวทางบัญชีได้ เพื่อไม่ให้กระทบกับงบกำไรขาดทุนมากนัก ทั้งนี้เราคาด COVID-19 จะคลี่คลายตั้งแต่กลางปีนี้เป็นต้นไป และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H20 เราจึงปรับลดกำไรสปกติปีนี้ลง 15% เพื่อสะท้อนผลกระทบใน 1H20 เป็นกำไรที่ลดลงราว -8.4% Y-Y จากเดิมคาดโต 7.6% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 15.5 บาท จากเดิม 18.5 บาท แนะนำ รอซื้อ เมื่อ COVID-19 คลี่คลาย
อ่านเพิ่มเติม
07
เมษายน
2020
AMATA (BUY/20TP: 16), ปรับกำไรและเป้าหมายลง ราคาหุ้นสะท้อน COVID-19 มากไป
(views 37)
เราปรับกาไรสุทธิปี 2020-21 ลง 27% และ 10% ตามลาดับ สะท้อนผลกระทบของ COVID-19 แม้จะไม่ได้รับผลกระทบทางตรง แต่ถูกกระทบทางอ้อมจากอุปสรรคในการเดินทาง ทาให้การขายและการโอนที่ดินในปีนี้มีโอกาสล่าช้าออกไป และการขายที่ดินที่ไม่เต็มที่ในปีนี้ส่งผลถึงยอดโอนที่ดินในปีหน้า เราปรับยอดโอนที่ดินปี 2020 ลง 30% เหลือ 600 ไร่จากปีก่อนที่โอนได้ 867 ไร่ และคาดฟื้นเป็น 700 ไรในปี 2021 ส่วนรายได้จากสาธารณูปโภคมีโอกาสถูกกระทบจากการลดการผลิตของอุตสาหกรรมต่างๆ ประมาณการกาไรปี 2020 อยู่ที่ 1.32 พันล้านบาท -24% Y-Y และคาดกาไรปี 2021 ฟื้น +21% Y0Y เป็น 1.60 พันล้านบาท ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 16 บาทจาก 20 บาท อิง PE เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี -1SD (13 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงกว่า 50% ตั้งแต่ต้นปีจนต่ากว่า Book value เพราะกังวลความล่าช้าของ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2563 และผลของ COVID-19 แต่ธุรกิจนิคมฯเป็นธุรกิจที่มีความสาคัญต่อการลงทุนของประเทศและจะฟื้นได้เร็วหลัง COVID-19 คลี่คลาย เรายังแนะนาซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
03
เมษายน
2020
PRM (BUY/20TP: 7.5), อานิสงส์จากความต้องการเรือ FSU ชดเชยธุรกิจเรือในประเทศที่ลดลงได้
(views 39)
ธุรกิจเรือ FSU (44% ของรายได้รวม) ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบโลกที่ร่วงแรง ประกอบกับการขายน้ำมันที่ยากขึ้นเพราะมาตรการ Lockdown และ Work from home ของหลายประเทศทำให้ความต้องการเรือ FSU เพิ่มสูงขึ้น แต่ Supply เรือมีจำกัด อัตราค่าระวางเรือ VLCC จึงปรับขึ้นรุนแรงในช่วง มี.ค. ทีผ่านมา เป็นจังหวะที่เรือ 3 ใน 8 ลำหมดอายุสัญญาพอดี จึงสามารถปรับราคาขึ้นได้ 15-20% ผลบวกดังกล่าวชดเชยธุรกิจเรือขนส่งในประเทศที่ลดลงบ้างจากความต้องการขนส่งน้ำมันเจ็ทที่หายไปตามภาคท่องเที่ยว เรายังคงประมาณการกำไรปี 2020 +16% Y-Y แม้กำไรจะผ่านช่วงพีคของการเติบโตไปแล้วในปี 2019 (+44% Y-Y) แต่ธุรกิจส่วนใหญ่เป็น Recurring income ที่บางส่วนได้อานิสงส์จากค่าระวางเรือที่สูงขึ้น ถือว่าแข็งแกร่งกว่าหลายธุรกิจในสถานการณ์ปัจจุบัน คงราคาเป้าหมาย 7.50 บาท ปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ จากเดิมถือ
อ่านเพิ่มเติม
01
เมษายน
2020
CPN (BUY/20TP: 65), ถูกกระทบหนักแต่ชั่วคราว ฐานะการเงินยังแข็งแกร่งมาก
(views 54)
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2020-21 ลง 37% และ 29% ตามลำดับ เป็น 7.73 พันล้านบาท -34% Y-Y ในปี 2020 และเป็น 9.73 พันล้านบาท +25% Y-Y ในปี 2021 บนสมมติฐาน Base case ศูนย์การค้ากลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่ พ.ค. และบริษัทยังต้องลดค่าเช่าให้แก่ร้านค้าตลอดในช่วงที่เหลือของปี กรณีนี้คาดรายได้รวมลดลง 23% Y-Y เป็น 2.83 หมื่นล้านบาท EBITDA margin ลดลงเป็น 49.7% (จาก 50.7% ในปี 2019) ราคาเป้าหมายลดลงเป็น 65 บาท กรณี Worst case ปิดศูนย์การค้าถึง มิ.ย. (เป็นไปได้ยากมาก) คาดรายได้รวมลด 33% กำไรหดตัว 50% Y-Y ราคาเป้าหมายลดเหลือ 47 บาท ซึ่งไม่ใช่มูลค่ายุติธรรมของกิจการ ราคาหุ้นต่ำกว่าราคาเป้าหมายกรณี Worst case แล้ว ยังคงแนะนำซื้อ ผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นผลชั่วคราว บริษัทมีสินทรัพย์ที่ดีสามารถสร้างรายได้ได้ในอนาคต ขณะที่ฐานะการเงินแข็งแกร่งมากพอที่จะผ่านวิกฤตนี้ไปได้
อ่านเพิ่มเติม
01
เมษายน
2020
LOXLEY (BUY/20TP: 1.7), ผลประกอบการปี 2020 ถูกฉุดจากงานบางส่วนที่ไม่มีมาร์จิ้น
(views 29)
ผลประกอบการปี 2019 ขาดทุนสุทธิถึง 756 ล้านบาท แย่ลงจากปี 2018 ที่มีกำไรสุทธิ 92 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองโครงการติดตั้งและวางระบบสายพานในสนามบินสุวรรณภูมิที่มีการเปลี่ยนแบบก่อสร้าง เปลี่ยนอุปกรณ์หลัก และความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง ทำให้เกิดผลขาดทุนจากงานดังกล่าว แม้ไม่รวมรายการนี้ LOXLEY ก็ทำผลงานได้ไม่ดีนัก โดยรายได้รวมเพิ่มเพียง 3.2% Y-Y อัตรากำไรขั้นต้น (ไม่รวมรายการพิเศษทางบัญชี) ลดเหลือ 12.8% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ทำได้ 14-15% เราจึงปรับลดประมาณการปี 2020 ลง 56% เหลือ 86 ล้านบาท หลักๆมาจากการปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นจากเดิมคาด 13.9% เหลือ 12.8% เพราะยังเหลืองานติดตั้งระบบสายพาน (ซึ่งไม่มีมาร์จิ้น) ที่ต้องส่งมอบในปีนี้ ปรับราคาเป้าหมายปี 2020 ลงเป็น 1.70 บาท จากเดิม 2.20 บาท โดยเปลี่ยนวิธีประเมินมูลค่าหุ้นจากเดิมอิง PER 17 เท่าเท่ากับค่าเฉลี่ยของกลุ่ม SI เพราะฐานกำไรที่ตกต่ำมากทำให้ไม่สมเหตุสมผลที่จะใช้ PER จึงหันมาประเมินจาก Asset based โดยใช้ PBV 0.8 เท่า หรือ -1SD ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 20 ปี ราคาหุ้นปัจจุบันมี PBV เพียง 0.5 เท่า จึงยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
01
เมษายน
2020
TACC (BUY/20TP: 5.2), ได้รับผลกระทบ COVID-19 บ้าง แต่คาดกำไรปีนี้ไม่แย่
(views 35)
ด้วยสินค้าหลักคือ เครื่องดื่มที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ และช่องทางการขายหลักกว่า 90% ผ่าน 7-11 ที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัดจาก COVID-19 ทำให้แนวโน้มกำไรของ TACC ในปีนี้ไม่แย่ คาดกำไร 1Q20 จะยังโต Y-Y เพราะฐานต่ำปีก่อน แต่ลดลง Q-Q ตามฤดูกาล กอปรกับ All Caf? ชะลอการซื้อในเดือน ม.ค. เพราะสั่งซื้อไว้มากใน 4Q19 ส่วนกำไร 2Q20 อาจทรงตัว เพราะ COVID-19 กระทบต่อธุรกิจ Character เนื่องจากลูกค้าเลื่อนการทำโปรโมชั่นออกไป ส่วนธุรกิจเครื่องดื่มอาจกระทบบ้างจากจำนวนลูกค้าที่เข้าร้านน้อยลง เพราะกังวลต่อโรค และหากสถานการณ์คลี่คลายตั้งแต่กลางปีนี้ เราคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวได้ใน 2H20 สำหรับครั้งนี้เราปรับลดการเติบโตของรายได้ Character นำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 5% เป็นกำไรลดลง -5.6% Y-Y จากเดิมคาดทรงตัว และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 5.2 บาท จากเดิม 5.5 บาท (อิง PE เดิม -1SD ที่ 21 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงมามาก จนยังมี Upside 68.8% แม้บริษัทจะได้รับผลจาก COVID แต่ถือว่าน้อยกว่าอุตสาหกรรมอื่น และยังคาดมีกำไรที่ไม่แย่นักในปีนี้ จึงแนะนำทยอยซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
31
มีนาคม
2020
ADVANC (BUY/20TP: 230), คาดกำไร 1Q20 ยังประคองตัวได้และเป็น Defensive Play ที่ดี
(views 39)
เราคาดกำไรปกติ 1Q20 ของ ADVANC +2.7% Q-Q, +0.4% Y-Y ยังประคองตัวได้แม้ธุรกิจได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เพิ่มเติมจากการแข่งขัน Prepaid และ Fixed Broadband ที่แข่งขันรุนแรง แต่ถือว่าผลกระทบจำกัดกว่าอุตสาหกรรมอื่นอย่างชัดเจน เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 หดตัว -5.1% Y-Y หลังจากปรับลงเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยยังคงราคาเหมาะสมที่ 230 บาท อย่างไรก็ตามจากธุรกิจที่ค่อนข้าง Defensive และทิศทางกำไรที่ยังแข็งแรงและมั่นคงกว่าตลาดในภาพรวม จึงยังทำให้เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็นแหล่งพักเงินในระยะนี้
อ่านเพิ่มเติม
31
มีนาคม
2020
BJC (BUY/20TP: 46), ผลกระทบสุทธิจาก COVID เป็นลบ แนะนำทยอยซื้อลงทุนยาว
(views 34)
แม้จะเห็นการแห่กักตุนสินค้าในร้านค้าปลีก แต่สุทธิแล้ว เรายังคาดว่า COVID-19 จะส่งผลลบต่อกำไร 1Q20 ของ BJC ล่าสุดมีสาขา Hypermarket ที่ต้องปิดบางโซน และปิดพื้นที่เช่า เหลือเพียงโซนซุปเปอร์มาร์เก็ต ราว 80 สาขา หรือ 53% ของสาขา HM ทั้งหมด และแนวโน้มกำไร 2Q20 อาจอ่อนลงต่อ จากปกติเป็น High Season ของธุรกิจ คาดกระทบทั้ง BIGC ล่าสุดเริ่มเห็นสัญญาณการต่อรองลด/งดค่าเช่าจากผู้เช่าสำหรับเดือน เม.ย. แล้ว และธุรกิจ Packaging คากระทบในส่วนของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เราปรับลดกำไรปีนี้ โดยอิงสมมติฐานว่า COVID-19 คลี่คลายในช่วงกลางปีนี้ แต่การฟื้นตัวหลังจากนั้นจะไม่เร็ว เพราะผู้บริโภคเร่งการซื้อไว้มากในช่วงก่อนหน้า เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 9.7% เป็นกำไรลดลง -13.4% Y-Y จากเดิมคาด -4.1% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 46 บาท จากเดิม 54 บาท (DCF) ยังมี Upside 15.7% แนะนำทยอยซื้อสำหรับลงทุนยาว
อ่านเพิ่มเติม
31
มีนาคม
2020
VGI (BUY/21TP: 8), ราคาลงหนักสะท้อนกังวล Covid-19 รอสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย
(views 117)
การระบาดของ Covid-19 ส่งผลกระทบต่อสื่อนอกบ้านต่างๆ รวมทั้งสื่อหลักของบริษัทคือ สื่อบนรถไฟฟ้า ตามจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า BTS ที่ลดลง ตั้งแต่เดือนก.พ. (-5.7% Y-Y) และคาดลงหนักขึ้นในเดือนมี.ค. เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2020 (สิ้นสุด มี.ค. 2020) ลง 4% สะท้อนผลกระทบในไตรมาสสุดท้ายของปี และจากสมมุติฐาน Covid-19 ยืดเยื้อไปอีกอย่างน้อย 1 ไตรมาส เราปรับประมาณการปี 2021 ลง 43% เป็นกำไรลดลง 21% ก่อนจะกลับสู่ระดับปกติในปีถัดไป เป็นกำไรฟื้นตัว 46% ราคาเป้าหมายปี 2021 ปรับลงจากเดิมที่ 10 บาท เป็น 8 บาท (DCF) ราคาหุ้นที่ปรับลงหนัก มี Upside สูง แนะนำ ซื้อสะสม ระยะสั้น ราคาหุ้นอาจยังถูกกดดัน จนกว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย
อ่านเพิ่มเติม
30
มีนาคม
2020
TWPC (HOLD/20TP: 2.86), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด แนวโน้ม 1Q20 ไม่สดใส ผลจาก Covid-19
(views 33)
กำไรปกติจากการดำเนินงานใน 4Q19 ดีขึ้นจากขาดทุนไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง Y-Y ทั้งปี 2019 ลดลง 38.9% Y-Y แต่กำไรสุทธิลดลง 65.4% Y-Y รวมค่าใช้จ่ายพิเศษ แนวโน้มผลประกอบการ 1Q20 ไม่สดใส โดยการระบาดของเชื้อ Covid-19 กระทบต่อการส่งออกไปประเทศจีนที่เป็นตลาดหลัก (สัดส่วนรายได้ 55-60%) ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 36% เป็น 179 ล้านบาท ฟื้นตัวจากฐานต่ำในปีก่อน โดยคาดหวังสถานการณ์ค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2020 ปรับลดเป็น 2.86 บาท จากเดิม 4.45 บาท อิง PE ระดับเดิมที่ 14 เท่า คงคำแนะนำ ถือ รับปันผล เฉลี่ย 5-5.5% ทั้งนี้ ประกาศจ่ายปันผลงวดปี 2019 หุ้นละ 0.134 บาท yield 4.9% XD วันที่ 7 พ.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
30
มีนาคม
2020
BEM (BUY/20TP: 10.5), Covid-19 กระทบระยะสั้น แต่ระยะยาวยังแข็งแกร่ง
(views 35)
ประเด็นการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 รวมถึงมาตรการปิดสถานที่สำคัญ และ Work from home ส่งผลให้ผู้ใช้ทางด่วนและรถไฟฟ้าลดลงอย่างมีนัย เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2020-2021 ลง 31% และ 11% เป็น 3.1 พันล้านบาท (+6.5% Y-Y) ในปีนี้ และเร่งขึ้นเด่น 46% Y-Y ในปีหน้า บนสมมติฐานการระบาดในไทยควบคุมได้ภายใน 2Q20 โดยประเมินว่าการใช้บริการจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่เดือนก.ค. 2020 และใช้เวลาราว 3 เดือนก่อนกลับเป็นปกติ ส่วนการเปิดรถไฟฟ้าน้ำเงินครบเส้นคาดเป็นบวกต่อรายได้ชัดเจนในปี 2021 ทั้งนี้ ราคาหุ้น -31% YTD แต่หากสถานการณ์การระบาดคลี่คลาย เรามองว่าราคาหุ้น BEM จะฟื้นตัวได้เร็ว และก่อนธุรกิจอื่น จากธุรกิจ Defensive ที่พื้นฐานระยะยาวแข็งแกร่ง, ฐานะการเงินมั่นคง และมีศักยภาพในการเติบโตเพิ่มเติมจากการประมูลรถไฟฟ้าสายใหม่ จึงมองว่าน่าสนใจในการเข้าซื้อลงทุน ราคาเหมาะสมใหม่ 10.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
30
มีนาคม
2020
M (AVOID/20TP: 47), รอจน COVID-19 คลี่คลาย แล้วค่อยเข้าลงทุนอีกครั้ง
(views 23)
แนวโน้มกำไร 1H20 น่าจะแย่ลงค่อนข้างมาก ล่าสุดได้มีประกาศขยายระยะเวลาปิดร้านอาหาร (อนุญาตให้เฉพาะซื้อกลับบ้าน) ทั้งใน กทม. ปริมณฑล และมีหลายๆจังหวัดทยอยประกาศตามมา ไปจนถึง 30 เม.ย. จากข้อมูล ณ 27 มี.ค. มีจำนวนสาขาของ MK และ Yayoi ที่ยังเปิดให้บริการปกติเพียง 24% และ 18% ของสาขาทั้งประเทศ และที่ถูกปิดเลยราว 2% - 4% นอกนั้นยังขายแบบซื้อกลับบ้าน และ Delivery ได้ เบื้องต้นคาดยอดขายช่วงนี้จะลดลงกว่า 70% Y-Y ส่วนแหลมเจริญฯผลกระทบหนักกว่าเพราะถูกปิดสาขาเกือบหมด รายได้น่าจะหายไปกว่า 90% Y-Y และหากถูกปิดร้านต่อไปยังเดือน พ.ค. มีโอกาสที่ 2Q20 จะแย่ถึงขั้นขาดทุน เราปรับลดประมาณการ โดยอิงสมมติฐานว่า COVID-19 จะคลี่คลายในช่วงกลางปีนี้ เราจึงปรับลดกำไรปีนี้ลง 53% เป็นการลดลง -59% Y-Y ทั้งนี้เราปรับวิธีประเมินราคาเป้าหมายใช้ PBV โดยอิง PBV เฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดฯ 4 ปีย้อนหลัง -2SD อยู่ที่ 3.2 เท่า ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ปีนี้ที่ 47 บาท ปรับลงจากเดิมที่ 62.5 บาท ทั้งนี้ประมาณการของเรายังมี Downside หาก COVID-19 คลี่คลายช้ากว่าคาด เรายังแนะนำชะลอการลงทุนตามเดิม และเมื่อไหร่ที่สถานการณ์ดีขึ้น สาขากลับมาให้บริการได้ปกติ จึงน่าเข้าลงทุนอีกครั้ง และเป็นหุ้นที่ควรมีติดพอร์ท เพราะกำไรจะฟื้นได้เร็ว จากการมี Operating Leverage สูง และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง
อ่านเพิ่มเติม
26
มีนาคม
2020
BCPG (BUY/20TP: 17), กำไรเติบโตน่าสนใจขึ้น ปันผลใช้ได้
(views 55)
เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อ BCPG โดยการซื้อ 2 โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว จะหนุนให้กำไรปกติ 2 ปีข้างหน้าโตดีขึ้นกว่าเมื่อ 3 ปีก่อน และการได้โครงการโรงไฟฟ้าพลังลม (“SWAN” รอเซ็น PPA ปีนี่) จะช่วยลดความกังวลความต่อเนื่องของกำไรหลังจากค่าไฟส่วนเพิ่ม (Adder) ของโรงไฟฟ้าโชลาร์ในไทยจะทยอยหมดในปี 2022-2024 รวมทั้งมีศักยภาพขยายกำลังผลิตในภูมิภาคได้อีก โดยเชื่อว่าฐานะการเงินยังอยู่ในระดับจัดการได้ ราคาหุ้นปรับลดลงถึง 36% จากช่วงต้นปี โดยผลกระทบจาก Covid-19 จำกัด ประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 17 บาท (SOTP) ไม่รวมโครงการ SWAN ราว 2 บาท และคาด Dividend yield 5-5.5% แนะนำ ซื้อสะสม
อ่านเพิ่มเติม
24
มีนาคม
2020
ADVANC (BUY/20TP: 230), COVID-19 กระทบทางอ้อม แต่ยังเป็น Defensive Play ที่ดี
(views 26)
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ ADVANC ในแง่รายได้ International Roaming และ Traveler SIM รวมถึงกระทบลูกค้ากลุ่ม Prepaid ซึ่งอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจและมีการแข่งขันค่อนข้างสูงเป็นทุนเดิม ส่งผลให้เราปรับลดคาดการณ์รายได้ปีนี้เป็นทรงตัว Y-Y (เดิมคาด +3%) และเราใส่คลื่นความถี่ใหม่จากการประมูล 5G ไว้ในประมาณการ ทำให้กำไรปกติปี 2020 ถูกปรับลงราว 15% และพลิกมาหดตัว 5.1% Y-Y ส่วนด้านราคาเหมาะสมปรับลงเหลือ 230 บาท อย่างไรก็ตามจากธุรกิจที่ Defensive และได้รับผลกระทบจำกัดกว่ากลุ่มอื่น เราจึงยังแนะนำ “ซื้อ” และเป็นแหล่งพักเงินในระยะนี้
อ่านเพิ่มเติม
24
มีนาคม
2020
HANA (HOLD/20TP: 24), 1H20 โดนกระทบหนัก แนะนำรอซื้อหลัง COVID จบ
(views 28)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ระยะสั้น 1H20 บริษัทได้รับผลลบจาก COVID-19 พอสมควร ทั้งการปิดโรงงานในจีน ตามคำสั่งของรัฐบาล, ผลกระทบจาก Supply Chain, ไม่สามารถส่งของให้ลูกค้าได้ หลังหลายประเทศ Lock Down และการชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้า แม้จะมีบาทอ่อนเข้ามาช่วย แต่คาดว่าไม่สามารถชดเชยได้ เบื้องต้นคาดกำไร 1H20 อาจลดลงมากถึง -36% Y-Y และคาด COVID-19 จะคลี่คลายใน 3Q20 ก่อนที่ผลการดำเนินงานจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q20 ทั้งนี้เราปรับลดกำไรปีนี้ลง 29% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 24 บาท จากเดิม 34 บาท (อิง PE 14 เท่า) อย่างไรก็ตาม ประมาณการกำไรใหม่ของเรายังมี Downside หาก COVID-19 ฟื้นตัวช้ากว่าคาด ทั้งนี้เราแนะนำให้จับตา HANA และเป็นหุ้นที่น่าลงทุนหากปัญหา COVID-19 จบ เพราะคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวแรง เพราะลูกค้ารอออกสินค้าใหม่ โดยเฉพาะ Smartphone 5G ในขณะที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง โดยผู้บริหารเน้นย้ำถึงการรักษาสภาพคล่อง และบริหารจัดการเงินสด ให้มีสภาพคล่องสูงสุดในยามที่เกิดวิกฤติ ซึ่งปัจจุบันบริษัทไม่มีภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ยจ่ายเลย รวมถึงมีเงินสดในมือสูงราว 8 พันล้านบาท ปรับคำแนะนำเป็น รอซื้อ จากเดิม เก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
23
มีนาคม
2020
CPN (BUY/20TP: 68), ปรับผลกระทบจากการปิดห้างชั่วคราว ยังเป็นหุ้นที่น่าลงทุน
(views 32)
CPN ประกาศปิดห้างสรรพสินค้า 15 แห่งชั่วคราวเป็นเวลา 22 วันตั้งแต่ 22 มี.ค. ถึง 12 เม.ย. ประกอบกับก่อนหน้านี้บริษัทมีนโยบายช่วยเหลือร้านค้าผู้เช่าที่ได้รับผลกระทบโดยการลดค่าเช่าให้ชั่วคราว 10-50% แล้วแต่ผลกระทบของแต่ละราย เราจึงปรับประมาณการค่าเช่าเฉลี่ยทึ้งปีลง 5.6% ส่งผลให้รายได้และกำไรลดลงจากเดิมราว 10% โดยคาดกำไรปกติปี 2020 ที่ 1.09 หมื่นล้านบาท -4.3% Y-Y (กำไรสุทธิ -6.8% Y-Y) ราคาเป้าหมายปรับลงเป็น 68 บาทจากเดิม 79 บาท ผลกระทบนี้เป็นเหตุชั่วคราว เรายังชอบศักยภาพการเติบโตของบริษัทในระยะยาว ราคาหุ้นที่ร้วงเกือบ 40% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาทำให้ PE เหลือ 16 เท่า มากกว่า -2SD ของค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 28 เท่า PBV เหลือเพียง 2.1 เท่า CPN ยังเป็นหุ้นที่น่าสนใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
20
มีนาคม
2020
SC (BUY/20TP: 2.3), ปรับลดประมาณการปีนี้เป็นชะลอตัว แต่จุดเด่นอยู่ที่ปันผล
(views 37)
ปี 2020 เปิดโครงการใหม่เป็นแนวราบเร่งขึ้น และลดคอนโด ส่วนยอดขายรวมตั้งเป้าฟื้นตัวจากการเน้นขายแนวราบที่บริษัทถนัด และระบายสต็อกคอนโด เราปรับประมาณการกำไรปกติปีนี้ลง 14% ด้วยมุมมองที่ระมัดระวังขึ้น เป็นหดตัว 19% Y-Y อยู่ที่ 1.6 พันล้านบาท โดยปรับลดยอดโอนคอนโด จากการขายที่ไปได้ช้า โดยเฉพาะตลาดบน และอัตรากำไรขั้นต้นที่ถูกกดดันด้วยการจัดโปรโมชันคอนโด เราปรับลด PER เป็น 6.2x หรือค่าเฉลี่ย -1SD เนื่องจากหุ้นขาดความน่าสนใจในเชิงผลประกอบการที่มีแนวโน้มชะลอติดต่อกัน 2 ปี ทำให้ราคาเหมาะสมลดลงเป็น 2.30 บาท ราคาหุ้นมี Upside 25% พร้อมคาดปันผล 8% ต่อปี ระยะสั้น มีประเด็นจ่ายปันผลปี 2019 Yield 10% XD 30 เม.ย. จำกัด Downside ทางพื้นฐาน จึงแนะทยอยสะสม สำหรับนักลงทุนที่ชอบหุ้นปันผล ขณะที่มีปัจจัยที่ต้องติดตามคือ การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 อาจส่งผลให้ยอดขายต่ำกว่าคาด และเลื่อนเปิดโครงการใหม่ รวมถึง D/E ที่อยู่ระดับสูง
อ่านเพิ่มเติม
19
มีนาคม
2020
PLANB (BUY/20TP: 6), ราคาลงมากไป แม้ Worst-case
(views 37)
จากแนวโน้มผลกระทบจาก Covid-19 มากกว่าเคยคาด ส่งผลต่อการชะลอตัวของการใช้เม็ดเงินโฆษณา แม้คาดสถานการณ์จะทยอยคลี่คลายในครึ่งปีหลัง เราปรับประมาณการปี 2020-2021 ลงอีก 12-21% เป็นกำไรปีนี้ลดลง 4% และฟื้นตัว 29% ในปีหน้า ประมาณการที่ปรับลงและปรับเพิ่ม Risk Premium ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2020 ปรับลงจากเดิม 9 บาท เป็น 6 บาท แม้ใน Conservative case ผลกระทบจาก Covid-19 ยืดเยื้อไป 3Q20 ราคาเป้าหมายจะอยู่ที่ 4.60 บาท และ Worst case เลิกจัด Olympics 2020 (มองโอกาสน้อย) ราคาเป้าหมายจะเหลือ 3.80 บาท ยังมี Upside คงคำแนะนำ ซื้อสะสม ระยะสั้น ราคาหุ้นอาจยังถูกกดดัน จากประเด็นดังกล่าว
อ่านเพิ่มเติม
19
มีนาคม
2020
SISB (BUY/20TP: 10.2), COVID-19 กระทบระยะสั้นใน 1H20 ส่วนระยะยาวดำเนินแผนเดิม
(views 26)
ผลกระทบจาก COVID-19 คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรใน 1H20 เราปรับประมาณการกำไรปี 2020 ลดลง 14% และ 2021-2023 ขยับลงราว 3-4% คงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของรายได้และกำไรระยะยาวจากการขยาย Capacity เพิ่มขึ้น เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงเป็น 10.20 บาท (เดิม 12 บาท) ซึ่งยังคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
มีนาคม
2020
GPSC (BUY/20TP: 70), ราคาลงมาลึกสะท้อนปัจจัยเสี่ยงมากแล้ว
(views 50)
คาดกำไรปกติปีนี้จะโตสูง 47% ผลเต็มปีจากควบรวม GLOW และต้นทุนการเงินลดลงหลังเพิ่มทุนปีก่อน โดยแนวโน้มกำไรปกติ 1Q20 เพิ่ม Q-Q, Y-Y ขณะที่ประเด็นภัยแล้งในภาคตะวันออก เชื่อว่าบริษัทบริหารจัดการได้ หากฝนมาปกติราวเดือนมิ.ย. การระบาดของ Covid-19 ยังไม่กระทบต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตฯ (IU Demand) ใน 2 เดือนแรกของปี และผลกระทบจากค่าไฟลด 3% ช่วง 3 เดือนไม่มากอย่างมีนัยฯ เนื่องจากราคาเชื้อเพลิงลดด้วย ขณะที่ราคาหุ้นปรับลงมาถึง 51% จากจุดสูงสุดช่วงต้นปี เชื่อว่าสะท้อนปัจจัยลบต่างๆ มากแล้ว จึงแนะนำ ซื้อสะสม ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 70 บาท (DCF) โดยหาก IU Demand ลดลง 1% คาดกระทบกำไรราว 3%
อ่านเพิ่มเติม
17
มีนาคม
2020
MAJOR (AVOID/20TP: 17.5), ได้รับผลกระทบหนักจาก Covid-19
(views 34)
เรามีมุมมองเชิงลบต่อผลการดำเนินงานของ MAJOR ในปีนี้ จากการระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 กระทบมากต่อจำนวนผู้ชมในโรงหนัง รวมทั้งการเลื่อนเข้าฉายของหนังฮอลลีวู๊ดหลายเรื่องที่คาดทำเงินออกไป โดยเฉพาะใน 2Q ที่ปกติเป็น High season ส่งผลให้เราปรับประมาณการกำไรปกติปีนี้ลง 42% เป็นกำไรลดลง 49% จากปีก่อนที่ฐานสูง และทำให้ราคาเป้าหมายปี 2020 ปรับลงจาก 26 บาท เป็น 17.50 บาท แม้ราคาหุ้นพอมี Upside แต่หากสถานการณ์การระบาดยืดเยื้อรุนแรง อาจทำให้มี Downside อีก จึงคงคำแนะนำ “ชะลอการลงทุน” รอสถานการณ์คลี่คลาย
อ่านเพิ่มเติม
17
มีนาคม
2020
OISHI (BUY/20TP: 54), ระยะสั้นได้รับผลลบจาก COVID-19 คาดจะกลับมาฟื้นใน 2H20
(views 31)
เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 8.6% เป็น 1,356 ล้านบาท โต 9.9% Y-Y จากเดิมคาดโต 20.1% Y-Y ที่ยังคาดว่าเติบโตได้มาจากค่าใช้จ่ายที่ลดลง ทั้งจากไม่มีค่าใช้จ่ายที่สูงผิดปกติ (ค่าใช้จ่ายปรับปรุงสาขาและโบนัสพนักงาน) เหมือนปีก่อน และปีนี้จะเน้นควบคุมลดค่าใช้จ่ายให้เข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้เราปรับลด Target PE จากเดิม 18 เท่า มาอยู่ที่ 15 เท่า (-0.5 SD) เพื่อสะท้อนอัตราการเติบโตของกำไรที่ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ และความเสี่ยงที่สูงขึ้นของคาดการณ์กำไรในอนาคต นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 54 บาท จากเดิม 71 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
มีนาคม
2020
BGRIM (BUY/20TP: 50), ผลกระทบภัยแล้ง Covid-19 จำกัด ราคาลงลึก Upside จูงใจขึ้นอีก
(views 43)
ราคาหุ้นปรับลงถึงเกือบ 47% จากระดับสูงสุดเมื่อต้นปี จากความกังวลสถานการณ์ภัยแล้ง Covid-19 และรัฐลดค่าไฟ 3% แต่เชื่อว่าบริษัทมีการบริหารจัดการน้ำที่จะรับสถานการณ์ภัยแล้งให้ผ่านวิกฤตไปได้ สถานการณ์การระบาดของ Covid-19 ยังไม่กระทบการใช้ไฟของลูกค้าอุตฯ และจะมีลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้น ส่วนการปรับลดค่าไฟ 3% ผลกระทบไม่มาก เนื่องจากต้นทุนก๊าซลดลงด้วย เราคาดกำไรปกติ 1Q20 โตทั้ง Q-Q, Y-Y และคงคาดทั้งปีโตสูง 57% และโตต่อเนื่องใน 3 ปีข้างหน้า ทั้งยังมีศักยภาพที่จะได้กำลังผลิตเพิ่มอีกทั้งในและต่างประเทศ โดยมีความเป็นไปได้ว่า ในปีนี้จะมีความชัดเจนของการทำ M&A โรงไฟฟ้า SPP ในไทย 2-3 โรง และในมาเลเซีย คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
13
มีนาคม
2020
RS (HOLD/20TP: 11), แนวโน้ม 1Q20 Covid ไม่กระทบ แต่ไม่ไว้ใจช่วงที่เหลือของปี
(views 37)
ผลกระทบจากไวรัส Covid-19 ใน 1Q20 จำกัด สวนทางหลายบริษัท คาดรายได้จากธุรกิจหลักทั้งสื่อและ Commerce ฟื้นตัวขึ้นจากฐานต่ำมากใน 4Q19 และเพิ่ม Y-Y ทั้งจากรายได้ทีวีดิจิตอล และรายได้ธุรกิจ Commerce จากจากขายสินค้าผ่านช่องทีวีจำนวนเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีรายได้จากการขายสิทธิ Content เข้ามา อย่างไรก็ตาม จากความกังวลการระบาดของ Covid-19 ยืดเยื้อต่อไป จะส่งผลต่อการทยอยปรับลดการขยายตัวของ GDP และกำลังซื้ออ่อนแอลงอีก เราจึงปรับประมาณการปี 2020-2021 ลง 14-23% เป็นกำไรปกติปี 2020 โต 9% แต่กำไรสุทธิโต 15% จากปีก่อนที่มีค่าใช้จ่ายสำรองพนักงานเพิ่มตามกฎหมายใหม่ และทำให้ราคาเป้าหมายปี 2020 ปรับลดเป็น 11 บาท จากเดิม 13.50 บาท คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
12
มีนาคม
2020
S11 (BUY/20TP: 10.45), ปี 2020 เน้นเติบโตอย่างมีคุณภาพ
(views 36)
เราคาดว่า S11 จะรักษาสมดุลการเติบโตของสินเชื่อและคุณภาพสินเชื่อได้ในปี 2020 ท่ามกลางโอกาสทางการตลาดที่เปิดกว้างขึ้น คาดว่า S11 จะมีส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นและสินเชื่อคาดว่าจะเติบโตได้ราว 12%Y-Y แม้ว่าตลาดรถจักรยานยนต์จะชะลอตัว เมื่อประกอบกับนโยบายทางบัญชีที่มีความอนุรักษ์นิยม เชื่อว่า NPL Ratio น่าจะดำรงอยู่ที่ราว 10% เราคาดว่า S11 จะให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลได้สูงราว 6-7% ต่อปี คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมที่ 10.45 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
มีนาคม
2020
SFLEX (BUY/20TP: 6.48), The turnaround company
(views 42)
สถานการณ์การขายและการผลิตของ SFLEX พบว่ายังเป็นปกติไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เนื่องจากสินค้าของลูกค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน บริษัทยังคงแผนงานเดิมและเราคงคาดการณ์การเติบโตของรายได้และกำไรจะก้าวกระโดดจากปีก่อนที่ 13.5%Y-Y และ 85%Y-Y ตามลำดับ โดยมีปัจจัยสำคัญจากการขยายฐานลูกค้าไปในกลุ่ม Food product เป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงและ SFLEX ได้เข้าไปในกลุ่ม Premium packaging ซึ่งมีการแข่งขันน้อยและ High margin รวมถึงการบริหารวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิมโดยเป็นมีการวางแผนที่รัดกุมตั้งแต่ปีก่อน คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมที่ 6.48 บาท
อ่านเพิ่มเติม
10
มีนาคม
2020
CK (BUY/20TP: 24), ลุ้นรับงานใหม่เข้ามาเติมใน 2H20 หนุนรายได้ตั้งแต่ปีหน้า
(views 40)
เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 20% เป็นฟื้นตัว 19% Y-Y ที่ 1.15 พันล้านบาท สะท้อนสมมติฐานที่อนุรักษ์นิยมมากขึ้น โดยไม่รวมโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จากการเวนคืนที่ดินล่าช้า และมาร์จิ้นที่อาจไม่สอดคล้องกับนโยบายการรับงานของบริษัท ขณะที่โครงการภาครัฐคาดเปิดประมูลมากขึ้นใน 2H20 หนุนการรับรู้รายได้แบบ S-Curve ตั้งแต่ปี 2021 โดยเรามองว่า CK มีโอกาสได้รับงานรถไฟฟ้าสายสีส้ม จาก BEM ที่มีแต้มต่อคู่แข่งรายอื่น เป็นแรงหนุนให้ Backlog มีโอกาสเร่งขึ้นจากปัจจุบันที่ 4 หมื่นล้านบาท แตะระดับแสนล้านบาทได้อีกครั้ง เราปรับลดราคาเหมาะสมเป็น 24 บาท (SOTP) ทางพื้นฐาน ยังแนะนำซื้อลงทุน จากศักยภาพรับงานใหม่ และเข้าสู่ช่วงการเก็บเกี่ยวผลของการลงทุนของบริษัทลูก ชดเชยธุรกิจรับเหมาที่ชะลอตัว ขณะที่ราคาหุ้นซื้อขายบน PBV ที่ 1.1x เทียบเท่าค่าเฉลี่ยในอดีต-2.5SD และ Discount NAV ของบริษัทลูกอยู่มาก อย่างไรก็ดี ระยะสั้นอาจขาดปัจจัยหนุน แต่ Catalyst บวกจะอยู่ใน 2H20
อ่านเพิ่มเติม
09
มีนาคม
2020
CENTEL (AVOID/20TP: 24), ปรับประมาณการลงและยังชอบน้อยที่สุดในกลุ่ม
(views 37)
เรามีมุมมองเป็นลบต่อผลการดำเนินงานในปี 2020 ของ CENTEL ทั้งผลของการระบาดของ COVID-19 รวมถึง CENTEL อยู่ระหว่างช่วงการลงทุนใหญ่โดย Renovate โรงแรมหลัก 2 แห่งและการต่อสัญญาเช่าที่ดินหัวหิน ส่งผลให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 33% เป็น -32.1% Y-Y หดตัวแรงเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับลดลงเหลือ 24 บาท เรายังแนะนำให้ “ชะลอการลงทุน” และเป็นหุ้นที่เราชื่นชอบน้อยที่สุดในกลุ่มท่องเที่ยว
อ่านเพิ่มเติม
09
มีนาคม
2020
M (AVOID/20TP: 62.5), SSSG 1Q20 ติดลบหนักทั้ง 3 แบรนด์หลัก
(views 29)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ ระยะสั้นได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ค่อนข้างหนัก โดย SSSG MK และ Yayoi ในเดือน ก.พ. ติดลบถึง -14% Y-Y เป็นการติดลบมากสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดฯ ส่วนแหลมเจริญฯก็ติดลบสูงถึง -30% Y-Y เพราะมีลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก แม้บริษัทยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ 35-38 แห่ง แต่ก็มีโอกาสที่จะเลื่อนการเปิดสาขา หากสถานการณ์ลากยาวกว่าคาด สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปีนี้จะเน้นมาตรการป้องกัน COVID-19 ให้กับทั้งลูกค้าและพนักงาน, การปรับปรุงประสิทธิภาพหลังบ้าน ภายหลังควบรวมแหลมเจริญฯ รวมถึงการควบคุมลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด และอยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองลดค่าเช่า สิ่งที่ดีคือ ภาพรวมต้นทุนวัตถุดิบยังควบคุมได้ใกล้เคียงปีก่อน แต่ธุรกิจร้านอาหารมีต้นทุนคงที่สูงระดับหนึ่ง เมื่อรายได้ลดลง จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงด้วย ดังนั้นเราจึงปรับลดสมมติฐานทั้ง SSSG และอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้ นำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 22% เป็นกำไรที่ลดลง -11.4% Y-Y จากเดิมคาดโต 13% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 62.5 บาท จากเดิม 80 บาท (อิง PE 25 เท่า) ปรับลดคำแนะนำเป็น ชะลอการลงทุน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
อ่านเพิ่มเติม
06
มีนาคม
2020
MINT (AVOID/20TP: 32), COVID-19 กระทบธุรกิจทั้งเอเชียและยุโรป
(views 59)
MINT เข้าซื้อความเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ Bon Chon รวมกับการซื้อสาขาเมื่อปลายปี 2019 คิดเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 4,483 ลบ. โดยเรามีมุมมองเป็นบวกระยะยาวจากโอกาสการเติบโตในการขยายสาขาและเติมเต็ม Portfolio อาหารของ MINT ให้แข็งแรงมากขึ้น ส่วนการระบาดของ COVID-19 กระทบกับธุรกิจโรงแรมและอาหารของ MINT ทั้งเอเชียและยุโรป เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 33% เป็นหดตัว -35.8% Y-Y และปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 32 บาท เรายังแนะนำ “ชะลอการลงทุนระยะสั้น” โดยหากสถานการณ์เริ่มคลี่คลายจะเป็นจังหวะในการกลับเข้าลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
06
มีนาคม
2020
SAPPE (BUY/20TP: 21.5), COVID-19 กระทบจำกัด ราคาหุ้นสะท้อนผลลบภาษีไปมากแล้ว
(views 33)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนกลาง แม้ระยะสั้น จะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จำกัด เพราะล่าสุดยังเห็นการเติบโตของรายได้ในประเทศ และรายได้ส่งออก โดยเฉพาะการกลับมาฟื้นตัวของลูกค้าตะวันออกกลาง แต่คาดกำไร 1Q20 ยังไม่สดใส เพราะยังโดนจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม Functional ในอัตรา 10% ต่อเนื่องจาก 4Q19 คาดจะปรับสูตรเครื่องดื่มแล้วเสร็จ และลดอัตราภาษีจ่ายเหลือ 3% ได้ตั้งแต่ 3Q20 เป็นต้นไป บริษัทยังมีแผนออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง แต่อาจไม่ Aggressive เท่าปีก่อน ด้วยสถานการณ์กำลังซื้อที่ไม่สดใสนัก โดยมีแผนเพิ่มกำลังการผลิต ด้วยการปรับปรุงสายการผลิต จึงไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ และคาดกำลังการผลิตจะเพิ่มได้ราว 10% ในปีนี้ และอีก 10% ในปีหน้า บริษัทยังเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 จะโตราว 4.3% และคงราคาเป้าหมาย 21.5 บาท (อิง PE เดิม 15 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงมาสะท้อนผลลบจากภาษีไปมากแล้ว ปัจจุบันเทรดบน PE2020 เพียง 12.2 เท่า และจ่ายปันผลงวดปี 2019 หุ้นละ 0.83 บาท คิดเป็น Yield 4.9% จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
05
มีนาคม
2020
BH (HOLD/20TP: 145), ปรับประมาณการลงจาก COVID-19 ลดคำแนะนำเป็น “ถือ”
(views 51)
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ BH โดยตรงเนื่องจากมีสัดส่วนได้จากต่างชาติถึง 66% ขณะที่ผู้ป่วยไทยคาดถูกกระทบเช่นกันจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปกตีปี 2020 ลง 14% เป็นหดตัว -7.4% Y-Y สะท้อนปัจจัยลบดังกล่าว ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับลงเหลือ 145 บาท ราคาหุ้นปรับขึ้นแรงหลัง BDMS ประกาศ Tender Offer และจำกัด Downside แต่จาก Upside ที่ไม่ถึง 10% เราจึงลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2020
STEC (BUY/20TP: 23), ปรับประมาณการขึ้นจากส่วนแบ่งกำไร แต่มาร์จิ้นยังต้องติดตาม
(views 57)
กำไร 4Q19 ออกมาดีกว่าคาด จากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน STEC รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 อยู่ที่ 600 ล้านบาท (+121% Q-Q, -6% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมอสังหาฯ ราว 115 ล้านบาท กำไรปกติจะ +44% Q-Q, +29.5% Y-Y เป็น 486 ล้านบาท ดีกว่าเราคาด 62% และตลาดคาด 71% มาจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่สูงกว่าคาดเป็น 238 ล้านบาท เทียบกับ 3Q19 ที่ -2 ล้านบาท และ 4Q18 ที่ 8 ล้านบาท มีสาเหตุจากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนในบริษัท Eastern Bangkok Monorail (EBM) และ Northern Bangkok Monorail (NBM) ดำเนินรถไฟฟ้าสีเหลือง และชมพู ซึ่ง STEC ถือ 15% จากเดิมบันทึกเป็นเงินลงทุนระยะยาวอื่น เปลี่ยนเป็นเงินลงทุนในบริษัทร่วม ทำให้ในไตรมาสนี้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก 2 บริษัทดังกล่าวทั้งปีที่ 234 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2020
HMPRO (BUY/20TP: 16.2), ราคาหุ้นสะท้อนแนวโน้มที่ไม่สดใสใน 1H20 ไปแล้ว
(views 58)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ แนวโน้ม 1Q20 ไม่สดใส เพราะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้ SSSG น่าจะยังติดลบต่อเนื่อง และมีการเลื่อนการจัดงาน Expo ออกไปเป็นช่วงปลายเม.ย. – ต้น พ.ค. จากเดิม มี.ค. เรายังคาดหวังการฟื้นตัวในช่วงปลาย 2Q20 และผลการดำเนินงานกลับมาดีขึ้นอีกครั้งใน 2H20 ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทจะเริ่มเปิดสาขาใหม่ (1H20 ไม่มีแผนเปิดสาขาใหม่) โดยมีเป้าทั้งปี 5 สาขาทั้งในไทยและมาเลเซีย แม้ภาพรวม SSSG ปีนี้จะค่อนข้างเหนื่อย แต่เชื่อว่าบริษัทยังสามารถสร้างการเติบโตของกำไรได้ เพรายังมีแผนเพิ่ม Private Brand และควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เราปรับลด SSSG ปีนี้ลงเป็น 0% Y-Y จากเดิม +1% Y-Y และปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 4.4% เป็นการเติบโต 5.3% Y-Y จากเดิมคาดโต 9.5% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 16.2 บาท จากเดิม 17.7 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงสะท้อนกำไรที่ไม่สดใสใน 1H20 ไปพอสมควร จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2020
TVO (BUY/20TP: 30), ราคาถั่วเหลืองดูสดใส มาพร้อมกับธุรกิจน้ำมันคึกคักตั้งแต่ 1Q20
(views 61)
ถั่วเหลืองโลกปีนี้จะเข้าสู่ภาวะขาดดุลครั้งแรกในรอบ 9 ปี เพราะปริมาณผลผลิตลดลง แต่ความต้องการสูงขึ้น จากการที่จีนกลับมานำเข้ามากขึ้น น่าจะช่วยหนุนราคาถั่วเหลืองกลับมาฟื้นตัวได้ แม้การปรับขึ้นอาจมีข้อจำกัดจากการเลี้ยงสัตว์ไม่สดใส แต่น่าจะค่อยๆดีขึ้นใน 2H20 ในขณะที่ช่วง 1H20 จะได้รับปัจจัยหนุนจากธุรกิจน้ำมันถั่วเหลืองสดใสมากขึ้นทั้งในแง่ปริมาณขายและราคาขาย เพราะได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันปาล์มที่ปรับขึ้นแรง เราคาดกำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องตั้งแต่ 1Q20 เป็นต้นไป ทั้งนี้เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ขึ้น 17% เป็นการเติบโต 21.5% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 30 บาท จากเดิม 26 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ยังมี Upside 9.1% และประกาศจ่ายปันผลงวด 2H19 หุ้นละ 0.75 บาท คิดเป็น Yield 2.7% กำหนดขึ้น XD 13 มี.ค. และจ่ายเงิน 21 พ.ค. จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
มีนาคม
2020
TRUE (BUY/20TP: 16.2), ยังแนะนำ “ซื้อ” แต่ชอบ ADVANC มากกว่า
(views 46)
แนวโน้มการเติบโตของรายได้ TRUE ยังมีโมเมนตัมแข็งแกร่งและทำให้ Market Share คาดว่ายังขยับขึ้นได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามในแง่ผลการดำเนินงานคาดว่าจะยังขาดทุนปกติปี 2020 จากต้นทุนทีเพิ่มขึ้นทั้งคลื่นความถี่ใหม่และค่าเช่าจาก DIF เราปรับลดประมาณการปี 2020 ลงเป็นขาดทุนปกติ 393 ลบ. แต่คาดว่าจะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ในปี 2021 ที่ 650 ลบ. ส่วนด้านราคาเหมาะสมปรับลดลงเหลือ 4.20 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวลง 30% YTD ทำให้ Upside ยังเปิดกว้าง เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ชอบ ADVANC มากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
03
มีนาคม
2020
BCH (BUY/20TP: 20.3), COVID-19 กระทบบ้าง แต่ Valuation ถูกเกินไป
(views 62)
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ WMC ซึ่งมีรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะตะวันออกกลาง แต่เราคาดว่าจะชดเชยได้จากการปรับเพิ่มเงินของสำนักงานประกันสังคมปีนี้ ทำให้เบื้องต้นคาดกำไร 1Q20 จะยังโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y ประมาณการกำไรปกติปี 2020 ปัจจุบันที่คาด +19.6% Y-Y อาจมี Downside เล็กน้อยขึ้นอยู่กับการระบาดของ COVID-19 ว่าจะยาวนานเพียงใด อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวลง 24% YTD สะท้อนปัจจัยลบไปค่อนข้างมากและปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่า PE เฉลี่ยย้อนหลัง -2SD ซึ่งถูกเกินไป จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
03
มีนาคม
2020
PLANB (BUY/20TP: 9), ปรับเป้าหมายลง แต่ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบส่วนใหญ่แล้ว
(views 47)
Conference Call เมื่อวาน ผู้บริหารมองความเป็นได้ของ Olympics 2020 คือจัดตามแผนเดิมในเดือนส.ค. หรือ เลื่อน มากกว่าการยกเลิก ขณะที่แนวโน้ม 1Q20 ลดลง Q-Q ตามฤดูกาลมากกว่าเคยคาด อย่างไรก็ตามยังเดินตามแผนติดตั้งจอโฆษณาในร้าน 7-11 เราปรับลดประมาณการกำไร 2020-2021 ลง 7-13% สะท้อนความกังวลผลกระทบจากเศรษฐกิจและ Covid-19 ยืดเยื้อใน 1H20 โดยคาดว่าการใช้เม็ดเงินสื่อนอกบ้านจะกลับมาเร่งตัวหลังเหตุการณ์คลี่คลาย แม้ปรับประมาณกลง ยังเป็นกำไรโตเฉลี่ย 19% ราคาหุ้นระยะสั้นยังถูกกดดัน แต่เชื่อว่าสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว สำหรับการลงทุนระยะยาว คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปรับลดเป็น 9 บาท จากเดิม 10.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
03
มีนาคม
2020
JWD (BUY/20TP: 9), กำไรปกติ 4Q19 ดีกว่าคาด 10% จากมาร์จิ้นที่สูงกว่าคาด
(views 57)
กำไรปกติ 4Q19 +25% Q-Q, +4% Y-Y ดีกว่าคาดจากมาร์จิ้นที่สูงกว่าคาด JWD รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 118.8 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษการปรับมูลค่าทางบัญชีของบ.ร่วม จะเป็นกำไรปกติ 95.1 ล้านบาท +25.0% Q-Q, +3.7% Y-Y ดีกว่าคาด 10% จากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด รายได้รวมในไตรมาสนี้ +9.8% Q-Q, +2.7% Y-Y เป็น 969.9 ล้านบาท ธุรกิจที่เติบโตดีคือคลังสินค้าอาหารแช่เย็น (19% ของรายได้รวม) ธุรกิจอาหาร (22% ของรายได้รวม) ที่บริษัททำตลาดสินค้าใหม่และเป็น high season ของธุรกิจ และคลังสินค้าทั่วไปและสินค้าอันตราย (22% ของรายได้รวม) ที่ในช่วงปลายปีก่อนยังได้รับอานิสงส์จากลูกค้าที่ย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศจีนเพราะสงครามการค้า สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากบ.ร่วมยังคงใกล้เคียงใตรมาสก่อนคือ 13 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
02
มีนาคม
2020
BLA (HOLD/20TP: 17), ภาวะเศรษฐกิจไม่เป็นบวกต่อธุรกิจนัก ปรับลดประมาณการลง
(views 38)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2020 ลง 17% เป็น 4.5 พันลบ. (+3%Y-Y) โดยปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายสำรองฯประกันเพิ่มขึ้นสะท้อนนโยบายการตั้งสำรองฯใหม่ตามอัตราดอกเบี้ยขาลง และมาตรฐานบัญชีฉบับใหม่ และปรับลดเบี้ยประกันรับสุทธิลงจากเดิมคาด +5% เป็น -4%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากการชะลอตัวของช่องทางธนาคารและเบี้ยปีต่อ ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงเป็น 17 บาท แม้ราคาหุ้นมีส่วนลดราว 60% จาก embedded value ปี 2019 ที่ 41.5 บาท แต่สภาพเศรษฐกิจถือว่าเป็นลบต่อธุรกิจ จึงแนะนำ ถือ/ชะลอการลงทุน (ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับ 2H19 ที่ 0.33 บาทต่อหุ้น Yield 2%)
อ่านเพิ่มเติม
02
มีนาคม
2020
TKN (AVOID/20TP: 6.25), กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก
(views 43)
บริษัทได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ค่อนข้างมาก กระทบทั้งรายได้ในประเทศที่โดนผลลบจากนักท่องเที่ยวลดลง และรายได้ส่งออกไปจีนหยุดชะงักจากกำลังซื้อในจีนแผ่ว และปัญหาการขนส่ง ผู้บริหารตัดสินใจอย่างเร็วในการปรับแผนธุรกิจปีนี้ โดยจะทยอยปิดสาขาเถ้าแก่น้อยแลนด์มากกว่าครึ่ง, จะย้ายโรงงานจาก 2 แห่ง ให้เหลือ 1 แห่งเป็นการชั่วคราว เพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย จากเหตุอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง และตัดงบทางการตลาดปีนี้ลงอย่างหนัก เพื่อประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติไปได้ สำหรับเป้าหมายรายได้ปีนี้ ผู้บริหารปรับลดเหลือเพียงทรงตัวจากปีก่อน แต่เรามีมุมมองระมัดระวังมากกว่า จึงปรับลดสมมติฐานรายได้ปีนี้ลงเป็น -5% Y-Y จากเดิม +20% Y-Y และปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลง เป็นลดลง -20 bps จากปีก่อน นำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 51% เป็นกำไรลดลง -5% Y-Y จากเดิมคาดโต 95% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเหลือ 6.25 บาท จากเดิม 13 บาท ในขณะประมาณการของเรายังมี Downside หากสถานการณ์ COVID-19 ฟื้นตัวช้ากว่าคาด (ปัจจุบันคาดฟื้นตัวใน 3Q20) จึงปรับลดคำแนะนำเป็น หลีกเลี่ยง จากเดิม เก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
02
มีนาคม
2020
AMATA (BUY/20TP: 20), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าตามยอดโอนที่ดินที่ลดลง
(views 43)
กำไรปกติ 4Q19 -64% Q-Q, -19% Y-Y ตามการโอนที่ดินที่น้อยลง กำไรปกติ 4Q19 อยู่ที่ 273.9 ล้านบาท -63.6% Q-Q, -19.4% Y-Y ต่ำกว่าคาดถึง 25% จากยอดโอนที่ดินที่ต่ำกว่าคาด โอนได้เพียง 146 ไร่ ลดลงจาก 3Q19 ที่โอนได้ 475 ไร่และ 4Q18 ที่โอนได้ 237 ไร่ และที่ดินที่โอนได้ส่วนใหญ่เป็นที่ดินในอมตะซิตี้ระยอง 78 ไร่และอมตะไทยไชนีส 68 ไร่ ซึ่งราคาและอัตรากำไรต่ำกว่าอมตะชลบุรี ทำให้รายได้จากการโอนที่ดินเหลือเพียง 591.1 ล้านบาท -64.3% Q-Q, -27.8% Y-Y มีสัดส่วน 46% ของรายได้รวม และดึงให้อัตรากำไรขึ้นต้นรวมลดลงเป็น 51.3% จาก 53.7% ใน 3Q19 และ 51.8% ใน 4Q18 ในส่วนของรายได้จากการขายสาธารณูปโภคและรายได้ให้เข่าโรงงานรวมกัน 700 ล้านบาท โตต่อเนื่อง นอกจากนี้ กำไรที่ลดลงยังมาจากค่าใช้จ่ายขายและบริหารและดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น ทำให้ Norm profit margin ลดลงเป็น 21.2% จากระดับสูงกว่าปกติ 32.3% ใน 3Q19 และ 23.1% ใน 4Q18
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
BJC (BUY/20TP: 54), กำไรหลัก 4Q19 ใกล้เคียงคาด และคาดกลับมาฟื้นตัวใน 2Q20
(views 39)
กำไรสุทธิ 4Q19 ทำจุดสูงสุดใหม่ แต่กำไรหลักที่แท้จริง ไม่ตื่นเต้น ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 2,473 ล้านบาท (+39.4% Q-Q, +16.3% Y-Y) ดีกว่าทั้งเราและ Consensus คาด (เราคาดไว้ 2,189 ล้านบาท) และทำจุดสูงสุดใหม่ เพราะมีรายการพิเศษ 2 รายการคือ 1) อัตราภาษีจ่ายต่ำมากเหลือเพียง 0.1% จากระดับปกติที่ 16% - 17% เพราะยังมีการปรับโครงสร้างภาษีอยู่ และ 2) มีการปรับวิธีการบันทึกภาษีที่ดิน (Property Tax) จากเดิมที่บันทึกค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 1 ปี เปลี่ยนเป็น รับรู้ภาษีที่เกิดขึ้นจริงในปีนั้นๆ ซึ่งบริษัทได้เริ่มวิธีใหม่นี้ตั้งแต่ 3Q19 เป็นต้นมา ทำให้ค่าใช้จ่ายใน 3Q19 – 4Q19 ต่ำลงกว่าปกติ ซึ่งหากไม่รวม 2 รายการดังกล่าว พบว่า กำไรจากการดำเนินงานใกล้เคียงกับที่เราคาด เมื่อพิจารณาในส่วนของ EBIT + Other Income ในไตรมาสนี้พบว่า +10% Q-Q และ -1% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
CHG (BUY/20TP: 3), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด แต่ยังแนะนำ “ซื้อ”
(views 42)
กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด แต่ข้อดีคือรายได้เงินสดโตแกร่ง CHG ประกาศกำไรปกติ 4Q19 ออกมาที่ 134 ลบ. -50% Q-Q, +19% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาด 13% และ 10% ตามลำดับ รายได้เติบโตได้สูงกว่าคาด -7.2% Q-Q, +16.6% Y-Y นำโดยกลุ่มผู้ป่วยเงินสด +24% Y-Y แต่ส่วนของประกันสังคมหดตัวแรง -21.8% Q-Q, -4.2% Y-Y จากสปส.ที่ลดระดับการจ่ายเงินส่วน RW>2 จาก 12,800 บาท/RW เหลือ 7,100 บาท/RW) ขณะที่ฝั่งต้นทุนโดยภาพรวมสูงกว่าคาดทั้งต้นทุนทางตรงและค่าใช้จ่าย SG&A ส่งผลให้ EBITDA Margin ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 19.4% ลดลงลงจาก 29.4% ใน 3Q19 แต่ดีขึ้นจาก 18.9% ใน 4Q18 จบปี 2019 CHG มีกำไรปกติ 719 ลบ. +13.4% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
ORI (BUY/20TP: 8.6), งบ 4Q19 ตามคาด ปี 2020 ตั้งเป้าอย่างระมัดระวัง
(views 54)
กำไร 4Q19 เร่งขึ้น 28% Q-Q แต่ชะลอ 6% Y-Y ORI รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 882 ล้านบาท (+28% Q-Q, -6% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด และทำระดับสูงสุดของปี โดยมีกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยราว 121 ล้านบาท (หลังหักภาษี) เพื่อพัฒนาโรงแรมกับ CI:Z Limited Liability Partnership จากญี่ปุ่น หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรปกติอยู่ที่ 760 ล้านบาท (+15% Q-Q, -19% Y-Y) ตามยอดโอนที่ทำได้ 3.3 พันล้านบาท ขยายตัว 5% Q-Q จากการส่งมอบคอนโดต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Knightsbridge Prime Sathorn (มูลค่า 3.9 พันล้านบาท มียอดขาย 96%) บวกกับเริ่มโอนคอนโดใหม่อย่าง Kensington พหลโยธิน 63 (มูลค่า 6.8 พันล้านบาท มียอดขาย 49%) แต่ลดลง 42% Y-Y จากฐานสูงใน 4Q18 ที่มีการรับรู้คอนโดใหญ่ Park 24 เฟส 2 ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯ อยู่ในเกณฑ์ดี 44.8% เทียบกับ 43% ใน 3Q19 และ 41.3% ใน 4Q18
ภาพรวมปี 2019 กำไรสุทธิทำได้ 3 พันล้านบาท (-9% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติจะอ่อนตัว 6% Y-Y อยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท มีสาเหตุมาจากยอดโอนที่อ่อนตัว 15% Y-Y จากผลกระทบของเกณฑ์ LTV ใหม่
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
SEAFCO (BUY/20TP: 6.9), งบ 4Q19 ดีกว่าคาด แนวโน้ม 1Q20 ฟื้นตัว
(views 30)
กำไร 4Q19 หดตัว 17% Q-Q และ 27% Y-Y จากรายได้ที่ลดลง SEAFCO รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 อยู่ที่ 85 ล้านบาท (-17% Q-Q, -27% Y-Y) ดีกว่าเรา และตลาดคาด 58% และ 42% ตามลำดับ มาจากรายได้ และอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้มากกว่าคาด โดยกำไรที่หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y มีสาเหตุจากรายได้งานก่อสร้างที่ -15% Q-Q, -24% Y-Y อยู่ที่ 645 ล้านบาท เนื่องจากงานใหญ่อย่างรถไฟฟ้าสายสีส้ม, Bangkok Mall อยู่ช่วงท้ายของงาน และ One Bangkok ถูกส่งมอบในไตรมาสนี้ แม้เริ่มก่อสร้างโครงการ Dusit Central Park (มูลค่า 900 ล้านบาท) ตั้งแต่เดือนต.ค. 2019 แต่รับรู้รายได้เข้ามาไม่มาก เนื่องจากอยู่ระหว่างการจัดการพื้นที่ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ที่ 21% ทรงตัว Q-Q เนื่องจากเป็นงานที่ทำต่อเนื่อง แต่ปรับลดจาก 24.6% ใน 4Q18 จากงานรับค่าแรงรวมวัสดุ(มาร์จิ้นต่ำ) มีสัดส่วนที่สูงขึ้น กำไรปี 2019 ขยายตัว 11% Y-Y เป็น 409.5 ล้านบาท หนุนจากรายได้ที่เร่งขึ้น 10% Y-Y ตามปริมาณงานในมือ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 21.5% จาก 22.6% ในปี 2018 เนื่องจากรับรู้งานเอกชนเป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานรับค่าแรงรวมวัสดุ
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
BDMS (BUY/20TP: 25.25), Tender Offer BH เป็นบวกระยะยาว แต่ COVID-19 ถ่วงระยะสั้น
(views 58)
เรามีมุมมองเชิงบวกระยะยาวต่อการ Tender Offer หุ้น BH จากศักยภาพการเติบโตที่ดีรวมถึงอุตสาหกรรมการแพทย์ไทยที่แข็งแรง ขณะที่ด้านฐานะการเงินของ BDMS แข็งแกร่งไม่มีความน่ากังวลเรื่องเงินทุนและการเพิ่มทุน อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงาน 1H20 ถูกดดันจาก COVID-19 ส่งผลให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติลง 12% เป็นหดตัว -3% Y-Y และปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 25.25 บาท อย่างไรก็ตาม เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะยาว จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
TCAP (HOLD/20TP: 53), กำไรทั้งปีมีการปรับลง แต่คาดการจ่ายปันผลยังดี
(views 326)
ระยะสั้นมีปัจจัยบวกจากคาดการณ์กำไร 1Q20 น่าจะเติบโตดีมาอยู่ที่ราว 4 พันลบ. โดยเป็นกำไรจากการดำเนินธุรกิจปกติราว 1 พันลบ. และจากกำไรจากการขาย AJNMT ราว 3 พันลบ. แม้กระนั้นเราปรับประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2020 ลง 10% เป็น 6.8 พันลบ. -37%Y-Y สาเหตุหลักจาก 1. สะท้อนการปรับลดกำไรสุทธิของ TMB และ 2. คาดการณ์ค่าใช้จ่ายทางภาษีที่เพิ่มขึ้น ปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 53 บาท (เดิม 55 บาท) แนะนำ ถือ TCAP ยังเป็นหนึ่งในหุ้นปันผลดี คาดการณ์เงินปันผลปกติปี 2020 น่าจะอยู่ที่ราว 3.20 บาทต่อหุ้น Dividend Yield ปกติราว 6% ต่อปี “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2020
EKH (U.R./20TP: U.R.), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด//COVID-19 กระทบ IVF
(views 35)
กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด EKH ประกาศกำไรปกติ 4Q19 ออกมาที่ 29 ลบ. -39..1% Q-Q, +6.7% Y-Y ต่ำกว่าคาดราว 10% รายได้เติบโตใกล้เคียงคาด +32.7% Y-Y จากทั้งโรงพยาบาลหลักและโดยเฉพาะแรงหนุนจากศูนย์ IVF ที่เติบโตโดดเด่น แต่ในฝั่งต้นทุนขยับขึ้นสูงกว่าคาดทั้งต้นทุนทางตรงและ SG&A ส่งผลให้ EBITDA Margin ชะลดลงเหลือ 12.5% ในไตรมาสนี้จาก 19% และ 15.8% ใน 3Q19 และ 4Q18 ตามลำดับ อย่างไรก็ตามจบปี 2019 EKH มีกำไรปกติ 161 ลบ. +37.6% Y-Y ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2020
BEM (BUY/20TP: 11.5), งบ 4Q19 ต่ำกว่าคาด แต่ปี 2020 มี Story บวกหนุน
(views 65)
กำไรปกติ 4Q19 อ่อนตัว 43% Q-Q และ 16% Y-Y BEM รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 อยู่ที่ 521 ล้านบาท (-44% Q-Q, +8% Y-Y) หากหักรายการพิเศษออก กำไรปกติจะหดตัว 43% Q-Q และ 16% Y-Y เป็น 517 ล้านบาท ต่ำกว่าเราและตลาดคาด 17-18% ตามลำดับ มีสาเหตุมาจากต้นทุนการเงินที่สูงกว่าคาด สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1) รายได้รวม 4.2 พันล้านบาท (+3% Q-Q, +5.5% Y-Y) หลักๆมาจากธุรกิจรถไฟฟ้า +9% Q-Q, +18% Y-Y จากการเริ่มจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-หลักสอง จำนวน 11 สถานีเต็มไตรมาส รวมถึงจำนวนผู้โดยสารทั้งระบบเร่งขึ้น +21% Y-Y เฉลี่ย 3.85 แสนเที่ยว/วัน 2) อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) รวมอยู่ที่ 33.7% เทียบกับ 36.4% ใน 3Q19 และ 32.3% ใน 4Q18 โดย GPM ธุรกิจทางด่วนทรงตัว แต่ธุรกิจรถไฟฟ้าหดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y กดดันจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เร่งขึ้นในช่วงแรกของการเปิดให้บริการ 3) ต้นทุนทางการเงิน (หักดอกเบี้ยจ่ายรถไฟฟ้าสีม่วง) +40% Q-Q, +39% Y-Y จากการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยาย 4) ไม่มีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมเหมือนใน 4Q18 เนื่องจากเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนเป็นหลักทรัพย์เผื่อขาย และไม่มีการรับรู้เงินปันผลจาก TTW เหมือนใน 3Q19
ภาพรวมปี 2019 กำไรสุทธิทำได้ 5.4 พันล้านบาท (+2% Y-Y) หากหักกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน และการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนของ TTW ราว 2.5 พันล้านบาท กำไรปกติจะชะลอ 4% Y-Y อยู่ที่ 2.9 พันล้านบาท กดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลดเป็น 36% จาก 37.4% ในปี 2018 จากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นทั้งค่าซ่อมแซมทางด่วน และการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าน้ำเงินส่วนต่อขยาย
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2020
BH (U.R./20TP: U.R.), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด
(views 36)
กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาดจากต้นทุนที่สูง BH ประกาศกำไรปกติ 4Q19 ออกมาที่ 886 ลบ. -16.1% Q-Q, -8.9% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดราว 8% โดยในส่วนของรายได้เติบโตใกล้เคียงคาด +0.7% Q-Q, +1% Y-Y (ไทย +1.1% Y-Y ต่างชาติ +0.9% Y-Y) แต่สาเหตุที่ทำให้กำไรออกมาต่ำกว่าคาดเกิดจากฝั่งต้นทุนทำให้ Gross Margin ที่อ่อนตัวลงเหลือ 42.9% จาก 43.4% ในปีก่อน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่าย SG&A ที่พุ่งแรง +9.7% Q-Q, +12% Y-Y ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้อย่างมีนัยยะจากทั้งการทำการตลาด ค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าบำรุงรักษาซอฟท์แวร์ ส่งผลให้กำไรปกติปี 2019 จบที่ 3,865 ลบ. -6.9% Y-Y อ่อนกว่าคาดเล็กน้อย
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2020
ITEL (BUY/20TP: 2.9), งบประมาณการล่าช้าทำให้ต้องปรับลดประมาณการ
(views 32)
กำไร 4Q19 ชะลอ Q-Q ตามคาดเพราะงานติดตั้งส่วนใหญ่ส่งมอบไปแล้ว ITEL มีกำไรสุทธิ 46.7 ล้านบาทใน 4Q19 -3.5% Q-Q, +37.2% Y-Y กำไรชะลอ Q-Q ตามคาด จากการลดลงของรายได้จากการติดตั้งโครงข่าย (-38.6% Q-Q, +227.5% Y-Y) หลังส่งมอบงานของระบบสื่อสาร DMS และ USO เฟส 2 ไปแล้วใน 3Q19 ข้อดีคืองานที่ส่งมอบใน 4Q19 เป็นงานที่มีมาร์จิ้นดีกว่า ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจติดตั้งโครงข่ายขยับเพิ่มเป็น 23% จากเฉลี่ย 15% ในช่วง 9M19 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมทุกธุรกิจใน 4Q19 เพิ่มเป็น 22.5% จาก 16.4% ใน 3Q19 แต่ยังต่ำกว่า 4Q18
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2020
OSP (HOLD/20TP: 40), กำไร 4Q19 ตามคาด และคาดกำไรปีนี้จะยังโตต่อเนื่อง
(views 36)
กำไร 4Q19 เท่ากับคาด ไม่ตื่นเต้น กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 823 ล้านบาท (-1.8% Q-Q, +5.7% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 822 ล้านบาท) ถือว่าไม่ตื่นเต้น แม้รายได้จะเติบโตได้ใกล้เคียงเป้าหมาย +4.6% Q-Q, +4.6% Y-Y สอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาล เช่นเดียวกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ยังปรับขึ้นได้มาอยู่ที่ 35% เพิ่มขึ้นจาก 34.6% ใน 3Q19 และ 34.5% ใน 4Q18 แม้จะเผชิญกับต้นทุนภาษีน้ำตาลที่สูงขึ้น หลังจากมีการปรับขึ้นภาษีครั้งที่ 2 ตั้งแต่เดือน ต.ค. แต่ได้รับการหักล้างด้วยทุนก๊าซธรรมชาติที่อ่อนตัวลง กอปรกับประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายยังปรับขึ้น +8.3% Y-Y และใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน มาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาด เพราะมีการออกสินค้าใหม่หลายรายการ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 21.9% จาก 21.1% ใน 4Q18 แต่สิ่งที่แย่ลงคือ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงเหลือเพียง 3 ล้านบาท จาก 72 ล้านบาท ใน 3Q19 และ 37 ล้านบาท ใน 4Q18 จากทั้งผลกระทบของภาษีสรรพสามิต Functional Drink และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้นของ C-Vitt รวมถึงผลประกอบการของบริษัทร่วมอื่นๆที่อ่อนตัวลง
จบปี 2019 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 3,259 ล้านบาท (+8.4% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษในปีก่อน จะมีกำไรปกติปี 2019 เติบโตราว 15.5% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2020
SAPPE (HOLD/20TP: 21.5), คาดกำไรกลับมาฟื้น 2Q20 แนะนำถือรับปันผล
(views 30)
กำไร 4Q19 ใกล้เคียงคาด ไม่สดใสเพราได้รับผลกระทบจากภาษี กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 50 ล้านบาท (-51% Q-Q, ทรงตัว Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 5 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 45 ล้านบาท (-55.9% Q-Q, -4.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด ถือว่าไม่สดใส เพราะได้รับผลกระทบจากภาษีสรรพสามิต Functional Drink ฉบับใหม่ ที่เพิ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2019 เป็นต้นมา ในขณะที่บริษัทปรับตัวไม่ทัน (อยู่ระหว่างปรับสูตร และไม่ได้มีการปรับขึ้นราคาสำหรับสินค้าเดิม) โดยสัดส่วนรายได้ที่ได้รับผลกระทบจากภาษีดังกล่าวอยู่ที่ราว 16% ของรายได้รวม ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ลดลงแรงมาอยู่ที่ 32.3% จาก 39.7% ใน 3Q19 และ 35.9% ใน 4Q18 สำหรับรายการๆอื่นถือว่าอยู่ในระดับที่ดี เป็นไปตามคาด ทั้งรายได้รวมที่เติบโตสูง 22.2% Y-Y เพราะปีก่อนยังไม่มี B’LUE และ All Coco ส่วนค่าใช้จ่ายยังปรับขึ้น +5.7% Q-Q และ +107.5% Y-Y เพราะยังมีการออกสินค้าใหม่ และปีก่อนยังไม่มีค่าใช้จ่ายในการขายสินค้า B’LUE ในขณะที่ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมทุนกับดาน่อนอยู่ที่ -5 ล้านบาท ใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ -4 ล้านบาท ยังเป็นไปตามคาดจบปี 2019 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 403 ล้านบาท (+14.7% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
BGRIM (HOLD/20TP: 50), กำไรปกติ 4Q19 ใกล้เคียงคาด
(views 36)
กำไรปกติ 4Q19 ใกล้เคียงคาด -40.1% Q-Q แต่ +95.3% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 409 ล้านบาท -46.4% Q-Q แต่ +214.3% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติอยู่ที่ 428 ล้านบาท -40.1% Q-Q แต่ +95.3% Y-Y ทั้งนี้ กำไรปกติลดลงมาก Q-Q ส่วนใหญ่จาก (1) รายได้รวมอ่อนตัว 4.2% Q-Q (แต่ยังเพิ่ม 13.8% Y-Y) มาจากรายได้ขายไฟลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง 7.6% Q-Q (-3.9% Y-Y) จากจำนวนการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าบางรายและการปิดซ่อมบำรุงของลูกค้าบางราย และ (2) ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ขณะที่กำไรเพิ่มขึ้น Y-Y ตามรายได้รวมโต 13.3% Y-Y จากโครงการใหม่
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
GUNKUL (BUY/20TP: 3.7), กำไร 4Q19 มากกว่าคาด ลดลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่ยังโต Y-Y
(views 38)
กำไรปกติ 4Q19 จากสูงสุดใน 3Q19 -45.4% Q-Q แต่โต 43.0% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 527 ล้านบาท -45.0% Q-Q แต่ +42.8% Y-Y กำไรปกติ 522 ล้านบาท -45.4% Q-Q แต่ +43.0% Y-Y เป็นกำไรมากกว่าที่เราและตลาดคาดราว 15-20% ทั้งนี้ กำไรลดลง Q-Q ตามฤดูกาลและฐานรายได้ขายไฟฟ้าโรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โรงสูงเป็นพิเศษในไตรมาสก่อน โดยรายได้รวมลดลง 6.5% Q-Q (แต่ +20.1% Y-Y) Gross margin ที่ 46.7% ลดลงมากจากไตรมาสก่อนที่ 60.1% แต่ยังเพิ่มจาก 4Q18 ที่ 43.2% จบปี 2019 กำไรสุทธิ 2.15 พันล้านบาท +97.9% Y-Y จากฐานต่ำปีก่อนที่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ ขณะที่กำไรปกติ 2.13 พันล้านบาท +16.9% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
ICHI (HOLD/20TP: 5.6), แม้ปรับลดกำไร แต่ปรับขึ้นเป็นถือ รับปันผล Yield 7.3%
(views 35)
กำไรสุทธิ 4Q19 ดีกว่าคาด จากการลดค่าใช้จ่ายอย่างหนัก กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 84 ล้านบาท (+15.1% Q-Q, +366.7% Y-Y) ดีกว่าคาด 13% (เราคาดไว้ 74 ล้านบาท) หากไม่รวมด้อยค่าสูตรการผลิตแบรนด์ไบเล่ก้อนสุดท้ายอีก 9 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 93 ล้านบาท (+27.4% Q-Q, +416.7% Y-Y) โดยกำไรที่โต Y-Y เพราะฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำมากในปีก่อน ส่วนกำไรที่โต Q-Q มาจากรายได้ในประเทศที่ยังโตได้ราว +13.7% Q-Q, +3% Y-Y และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด หากไม่รวมด้อยค่าแบรนด์ไบเล่ จะมีค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้ -6.2% Q-Q, --13% Y-Y และมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 9.8% เป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดฯ แต่สิ่งที่ยังไม่สดใส คือ การลดลงของรายได้ส่งออก -4.5% Q-Q และ -26.7% Y-Y เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ไตรมาส โดยมาจากตลาดกัมพูชาเป็นหลัก ซึ่งเราคาดว่ามาจากการแข่งขันที่รุนแรง และบริษัทลดการทำโปรโมชั่นลง ทำให้สัดส่วนรายได้ส่งออกลดลงมาอยู่ที่ 24% ของรายได้รวม จาก 30.8% ใน 4Q18 ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 17% จาก 18% ใน 3Q19 แต่ดีขึ้นจากที่ทำได้เพียง 13% ใน 4Q18 และส่วนแบ่งจากอินโดนีเซียพลิกเป็นขาดทุนที่ -20 ล้านบาท จากที่มีกำไร 1.3 ล้านบาทใน 3Q19 เนื่องจากปกติใน 4Q มักมีรายการปรับปรุงค่าใช้จ่ายมากกว่าไตรมาสอื่น จบปี 2019 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 408 ล้านบาท เติบโต 9 เท่าตัวจากปี 2018 ที่มีกำไรเพียง 44 ล้านบาท มาจากการเติบโตของรายได้ในประเทศ +10% Y-Y ในขณะที่รายได้ส่งออกหดตัว -13% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
M (HOLD/20TP: 80), กำไร 4Q19 ได้ตามคาด แต่น่าจะแผ่วลงใน 1Q20 เพราะ COVID-19
(views 37)
กำไรสุทธิ 4Q19 เป็นไปตามคาด และเริ่มรวมแหลมเจริญแล้ว กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 656 ล้านบาท (+19.5% Q-Q, +8.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษในปีก่อน จะมีกำไรปกติ 4Q19 ลดลงราว -4.8% Y-Y แม้จะมีการเริ่มรวมงบการเงินของแหลมเจริญเข้ามาตั้งแต่ 29 พ.ย. 2019 โดยมีรายได้ 117 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 19 ล้านบาท (M รับรู้ในกำไรสุทธิ 12 ล้านบาท เพราะถือหุ้น 65%) แต่ยังไม่สามารถหักล้างค่าใช้จ่ายในการซื้อกิจการ และยังมีส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นเป็น -10 ล้านบาท จากกำไร 4 แสนบาทใน 4Q18 ได้ทั้งหมด กอปรกับ SSSG ของร้าน MK ทำได้เพียงทรงตัว Y-Y และ SSSG ของร้าน Yayoi ยังติดลบต่อเนื่องที่ -7% Y-Y โดยในไตรมาสนี้มีการเปิดสาขาใหม่ 15 แห่ง ได้แก่ 6 MK, 5 Yayoi, 2 Bizzy Box, 1 Miyazaki และ 1 Hakata ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวได้ดี 68.2% ทรงตัว Q-Q, Y-Y ส่วนค่าใช้จ่ายยังปรับขึ้น +3.7% Q-Q และ 2.7% Y-Y แต่ด้วยรายได้ที่เติบโต ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 52.5% จาก 55.3% ใน 3Q19 และ 53.3% ใน 4Q18
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
PRM (BUY/20TP: 7.5), กำไรปกติต่ำคาดจากต้นทุนบริการที่สูงขึ้น
(views 40)
กำไร 4Q19 และทั้งปี 2019 เติบโตจากธุรกิจเรือ FSU เป็นหลัก PRM รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 266.2 ล้านบาท +5.4% Q-Q, +73.2% Y-Y ส่วนกำไรปกติอยู่ที่ 247.3 ล้านบาท -3.7% Q-Q, +63.8% Y-Y ต่ำกว่าคาดกว่า 7% เพราะมีผลขาดทุนจากเงินลงทุนในบจ.ศรีไทยแคปปิตอลที่ปิดกิจการลงหลังจากขายเรือ FSU จำนวน 26.7 ล้านบาท และรับรู้ส่วนแบ่งจากบ.ร่วมเป็นขาดทุน 17.1 ล้านบาทจากหยุดให้บริการเรือเพื่อตรวจสภาพใต้ท้องเรือ แต่ภาพรวมใน 4Q19 ถือเป็นกำไรที่ดี รายได้รวม +8.0% Q-Q, +29.4% Y-Y เติบโตจากธุรกิจเรือ FSU (44% ของรายได้รวม) เป็นหลักตามจำนวนเรือที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 35.5% สูงสุดในรอบ 3 ปีจากธุรกิจเรือ FSU ที่ปรับเพิ่มค่าเช่าและใช้กำลังการผลิตเต็ม 100% ทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2019 +43.8% Y-Y เป็น 1,023.4 ล้านบาท จากการเติบโตของ FSU
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
SAWAD (U.R./20TP: U.R.), กำไร 4Q19 ดีกว่าคาด จากรายได้ที่ดีขึ้นและตั้งสำรองฯน้อยลง
(views 32)
กำไรสุทธิ 4Q19 ดีกว่าคาด SAWAD รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 1,093 ลบ. +15.4%Q-Q, +31.5%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ 14% สาเหตุหลักเกิดจาก 1.รายได้ค่าบริการที่ดีกว่าคาดโดย +31%Q-Q, +59%Y-Y เป็นไปตามการเติบโตของสินเชื่อ 2. ค่าใช้จ่ายสำรองฯน้อยกว่าที่คาดไว้ โดยลดลง 20%Q-Q, +106%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.33% เทียบกับ 1.75% ในไตรมาสก่อน ตาม NPL ที่ลดลง ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +1.2%Q-Q, +19.4%Y-Y และ Loan spread อยู่ที่ 15.65% ต่ำกว่าที่เราคาด เกิดจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและ Loan yield ที่ต่ำลง (เรายังไม่เห็นรายละเอียดของ loan breakdown คาดว่าจะเปลี่ยนไปเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า หรือเกิดจากสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี)
กำไรสุทธิปี 2019 อยู่ที่ 3.76 พันลบ. +36%Y-Y มาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 24%Y-Y ซึ่งเพิ่มขึ้นทั้งรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าบริการ และการควบคุมค่าใช้จ่าย Cost to income ratio อยู่ที่ 39% จาก 42% ในไตรมาสก่อน เนื่องจากประสิทธิภาพของสาขา
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
SISB (BUY/20TP: 12), กำไร 4Q19 มากกว่าที่คาด Gross margin ยังสูงขึ้นต่อ
(views 34)
กำไร 4Q19 ดีกว่าคาด SISB รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 66 ลบ. +9.2% Q-Q, +106% Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 6% เนื่องจากกำไรขั้นต้นที่ดีกว่าที่คาดอยู่ที่ 42.5% เป็นระดับ New High ซึ่งเกิดจากต้นทุนทางการศึกษาและบริการและต้นทุนอาคารที่น้อยกว่าที่คาดไว้ สะท้อนข้อได้เปรียบด้านการบริหารต้นทุน ซึ่งต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ ทุกๆการเพิ่มขึ้นของรายได้จึงทำให้กำไรขั้นต้นเติบโตได้ดีกว่า ด้านรายได้เพิ่มขึ้น 3%Q-Q, 16%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมการศึกษาที่เพิ่มขึ้นราว 4%Q-Q, 14%Y-Y ตามจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2,433 คน Utilization rate ที่ 64.9% เทียบกับ 64.1% ในไตรมาสก่อนและ 57.5% ใน 4Q18 ซึ่งทำให้อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาอยู่ที่ 4.55 แสนบาทต่อคน เพิ่มขึ้นจาก 4.4 แสนบาทต่อคนในไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
SPALI (HOLD/20TP: 18), งบ 4Q19 ดีกว่าคาด แต่ปี 2020 คาดทำได้เพียงทรงตัว
(views 38)
กำไร 4Q19 ดีกว่าเราและตลาดคาด +45% Q-Q, -25% Y-Y SPALI รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 อยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท (+45% Q-Q, -25% Y-Y) เป็นระดับสูงสุดของปี ดีกว่าเราคาด 9% และตลาดคาด 13% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าคาด โดยผลประกอบการไปในทิศทางเดียวกับยอดโอนที่ +24% Q-Q จากการเร่งรับรู้ Backlog ต่อเนื่อง แต่ -18% Y-Y จากฐานสูงใน 4Q18 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาฯ ปรับขึ้นเป็น 40.4% เทียบกับ 3Q19 ที่ 39.1% และ 4Q18 ที่ 38.4% จาก 2Q19 ที่ 36.9% และ 4Q18 ที่ 38.2% จากการโอนคอนโดที่มีมาร์จิ้นดี
ภาพรวมปี 2019 บริษัทมีกำไร 5.4 พันล้านบาท หดตัว 6% Y-Y กดดันจากยอดโอนที่ลดลง 8% Y-Y โดยมีสาเหตุหลักจากผลกระทบของเกณฑ์ LTV ที่เริ่มใช้ 1 เม.ย. 2019 รวมถึงสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ สะท้อนยอดปฎิเสธสินเชื่อ (Rejection rate) ปี 2019 ที่สูงขึ้นเป็น 15% จาก 10% ในปี 2018
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
AP (BUY/20TP: 8), งบ 4Q19 ดีกว่าคาดเล็กน้อย ภาพรวมปี 2020 แข็งแกร่งกว่ากลุ่ม
(views 30)
กำไร 4Q19 เร่งขึ้น 42% Q-Q แต่ลดลง 8% Y-Y AP รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 เป็น 882 ล้านบาท (+42% Q-Q, -8% Y-Y) ดีกว่าเราคาดเล็กน้อย 6% แต่ต่ำกว่าตลาดคาด 20% หากหักกำไรพิเศษออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 876 ล้านบาท (+52% Q-Q, -8% Y-Y) โดยการเติบโตของกำไร Q-Q หนุนจากส่วนแบ่ง JV ที่พลิกเป็นกำไร 574 ล้านบาท เทียบกับ -26 ล้านบาทใน 3Q19 และเพิ่มขึ้นราว 2.4 เท่าจาก 4Q18 มาจากการโอนกรรมสิทธิ์ 2 คอนโด JV ใหม่ที่ทำได้ดีกว่าที่เราคาดและแผนของบริษัท อย่างไรก็ตาม กำไรที่หดตัว Y-Y มีสาเหตุมาจากยอดโอนที่ปรับลง 40% Y-Y จากฐานสูงใน 4Q18 โดยมีสัดส่วนของแนวราบ 85% และคอนโด 15%
สำหรับทั้งปี 2019 กำไรสุทธิทำได้ 3.1 พันล้านบาท (-23% Y-Y) กดดันจากยอดโอนของคอนโดที่หดตัว 51% Y-Y เนื่องจากไม่มีคอนโด AP ที่สร้างเสร็จใหม่พร้อมโอน รวมถึงได้รับผลกระทบจากเกณฑ์ LTV ใหม่ที่บังคับใช้ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2019 ทำให้อัตราการปฎิเสธสินเชื่อสูงขึ้นเป็น 23% ในปี 2019 จาก 15% ในปี 2018
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
ERW (AVOID/20TP: 5.25), Blame it on COVID-19
(views 32)
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ ERW อย่างมีนัยยะ โดยเราคาดว่าแนวโน้มผลการดำเนินงาน 1Q20 ซึ่งเป็น High Season มีโอกาสขาดทุนจาก Rev Par ที่คาดติดลบแรงถึง 40-50% ในเดือน ก.พ.-มี.ค. โดยสำหรับปี 2020 เราปรับลดประมาณการกำไรปกติลง 70% เหลือ 150 ลบ. -67.6% Y-Y ทั้งรายได้และ Margin ที่คาดพลิกมาหดตัวแรง ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับลดลงเหลือ 5.25 บาท อย่างไรก็ตามเราแนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะ “ซื้อลงทุน” เมื่อเริ่มเห็นสัญญาณการแพร่ระบาดที่เริ่มคลี่คลายและควบคุมได้โดยคาดหวังการฟื้นตัวของกำไรใน 2H20 ต่อเนื่อง 2021
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2020
GFPT (HOLD/20TP: 12.5), คาดกำไร 1Q20 จะแผ่วลงต่อ เป็นกำไรต่ำสุดของปี
(views 35)
กำไร 4Q19 ที่ออกมาดีกว่าคาด มาจากบริษัทร่วมที่มีผลประกอบการดีกว่าคาด แต่เราเริ่มเห็นผลกระทบจากเหตุไฟไหม้แล้ว เพราะรายได้จากไก่ปรุงสุกส่งออกลดลง ระยะสั้นคาดกำไร 1Q20 จะแย่ลงต่อทั้ง Q-Q, Y-Y เพราะ 1) รายได้ส่งออกลดลงต่อเนื่อง จากเหตุไฟไหม้ 2) ยังเป็น Low Season 3) ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ลูกค้าจีนหายไปเดือน ม.ค. – ก.พ. และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวตามฤดูกาลใน 2Q20 เป็นต้นไป แต่ด้วยสายการผลิตที่ยังไม่กลับมา คาดกำไรจะลดลง Y-Y ในทุกไตรมาสของปีนี้ และจากประชุมวานนี้ มีแนวโน้มว่าการฟื้นฟูเครื่องจักรใหม่ 2 สาย จะล่าช้ากว่าคาด อาจแล้วเสร็จในเดือน ธ.ค. 20 (เดิมคาด ส.ค. 20) และกลับมาผลิตเพื่อส่งออกได้ใน 1Q21 และอีก 3 สายที่เหลือจะถูกเปลี่ยนหลังจากนั้นหรือจะกลับมาผลิตได้เต็มที่ครบ 5 สายในช่วงกลางปี 2021 เป็นต้นไป เราจึงปรับลดกำไรปกติปี 2020 ลง 9% เป็นกำไรที่ลดลง -11.1% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 12.5 บาท จากเดิม 14 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงมามาก สะท้อนกำไรที่แย่ไปพอสมควร แต่แนะนำรอซื้อหลังงบ 1Q20 ที่จะเป็นกำไรต่ำสุดของปี ทั้งนี้บริษัทจ่ายปันผลงวดปี 2019 หุ้นละ 0.2 บาท Yield 1.8% จะขึ้น XD 9 มี.ค. และจ่ายเงิน 23 เม.ย.
อ่านเพิ่มเติม
25
กุมภาพันธ์
2020
EA (BUY/20TP: 60), กำไรปกติ 4Q19 ดีกว่าคาด 13% ธุรกิจใหม่เป็นไปตามแผน
(views 52)
กำไรปกติ 4Q19 ดีกว่าคาด 13% น่าประทับใจทั้งรายได้และการคุมรายจ่าย EA รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 1,749.7 ล้านบาท หักรายการพิเศษออก จะเป็นกำไรปกติ 1,681.2 ล้านบาท ดีกว่าคาด 13% -4.6% Q-Q เพราะเป็น low season ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม (รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม -16.7% Q-Q ชดเชยได้ไม่หมดจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ +15.8% Q-Q) แต่ +78.7% Y-Y จากการรับรู้กำลังการผลิตไฟฟ้าครบทั้ง 664 MW และรายได้จากธุรกิจไบโอดีเซลสูงที่สุดในรอบ 8 ไตรมาสเป็น 913 ล้านบาทจากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มเป็น 21.19 บาท/ลิตร +22.1% Q-Q, +13.7% Y-Y หลังรัฐบาลประกาศให้น้ำมัน B10 เป็นดีเซลพื้นฐานของประเทศ ทำให้เกิดความต้องการ B100 จากลูกค้าเพิ่มขึ้น (แต่ราคาเฉลี่ยทั้งปี 2019 ยังต่ำกว่าปีก่อนอยู่ 12.3% อยู่ที่ 17.69 บาท/ลิตรจากผลผลิตปาล์มที่ล้นตลาดในช่วง 1H19 และการแข่งขันสูง) จบปี 2019 มีกำไรปกติ 5,921.5 ล้านบาท +44.9% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
25
กุมภาพันธ์
2020
RBF (BUY/20TP: 5.5), ผลกระทบ COVID-19 จำกัด และเทรนด์ธุรกิจระยะยาวดูดีมากขึ้น
(views 54)
ระยะสั้น ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จำกัด ล่าสุดคำสั่งซื้อในส่วนธุรกิจอาหารทั้งในและต่างประเทศยังดี สำหรับการขายส่งออกไปจีนสัดส่วนน้อยมากไม่ถึง 0.5% ของรายได้รวม ยกเว้นธุรกิจโรงแรมที่น่าจะยังขาดทุนอยู่ เพราะได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว แต่อยู่ในประมาณการของเราอยู่แล้ว ในขณะที่คาดจะเริ่มเดินเครื่องจักรโรงงานที่เวียดนามและอินโดนีเซียได้ตั้งแต่เดือน มี.ค. เป็นต้นไป จะส่งผลบวกต่อต้นทุนที่ลดลง โดยเฉพาะต้นทุนค่าขนส่ง กอปรกับเริ่มได้ลูกค้ารายใหม่มาเติมกำลังการผลิตในไทยที่จะว่างลง เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020 ตามเดิมเป็นโต 14.2% Y-Y ทั้งนี้เรา Re-rate PE ขึ้นเป็น 25 เท่า จากเดิม 21 เท่า เพื่อสะท้อนเทรนด์ธุรกิจในอนาคตที่ดูดีมากขึ้น และไม่ถูก Disrupt จากพฤติกรรมรวมถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ยังเป็นระดับ PE ที่ใกล้เคียงเฉลี่ยของกลุ่มอาหาร และยังต่ำกว่า Global Peers (Kerry Group และ IFF) เฉลี่ย YTD ที่ 31.5 เท่า จึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 5.5 บาท จากเดิม 4.6 บาท ยังมี Upside 17.5% และให้ Dividend Yield 3.2% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
กุมภาพันธ์
2020
TMB (BUY/20TP: 1.65), ปรับ goodwill มีผลต่อการ Valuation ของเรา
(views 36)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2020 ลง 7% และปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงเป็น 1.65 บาท (เดิม 1.80 บาท) เพื่อสะท้อนค่าความนิยมและสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนที่มีการตีมูลค่ายุติธรรมภายหลังการซื้อกิจการ TBANK โดยเหตุการณ์ดังกล่าวกระทบค่าใช้จ่ายตัดจำหน่ายผ่านกำไรขาดทุนเพิ่มขึ้นปีละ 2 พันลบ. (เดิมคาด 1 พันลบ.) และกระทบมูลค่าทางบัญชีซึ่งจะปรับปรุงค่าความนิยมในการประเมิน Net asset value ราคาล่าสุดซื้อขายเพียง 0.7 เท่าของ 2020 Prospective adj BVS จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
กุมภาพันธ์
2020
ASK (BUY/20TP: 28.00/After XR: 25.00), กำไรและสินเชื่อ 4Q19 ดีกว่าคาด ประกาศเพิ่มทุน+จ่ายปันผล
(views 78)
กำไร 4Q19 ดีกว่าคาด ASK รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 5% อยู่ที่ 241 ลบ. +6.8%Q-Q, +10.9%Y-Y กำไรที่ดีกว่าคาดเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อเงินให้กู้ยืม (เป็นสินเชื่อที่มีรถยนต์เป็นหลักประกัน) ที่เติบโตได้ดีกว่าคาด สินเชื่อดังกล่าวมีผลตอบแทนที่ดี ทำให้ loan yield ดีขึ้นราว 0.20% Q-Q ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยทรงตัว และ CoF ปรับตัวลดลงราว 0.07% Q-Q ทำให้ NIM สูงขึ้นมาอยู่ที่ 5.56% +0.27%Q-Q เซอร์ไพรส์เรา ขณะที่ควบคุม Cost to income ratio อยู่ที่ 35% ดีกว่าไตรมาสก่อน กำไรสุทธิปี 2019 อยู่ที่ 870 ลบ. +7.18%Y-Y เงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 15%Y-Y โดยปรับตัวดีขึ้นทั้งสินเชื่อเช่าซื้อ (+12%Y-Y) สินเชื่อเช่าการเงิน (+47%Y-Y) และสินเชื่อเงินให้กู้ยืมระยะสั้นซึ่ง +100%Y-Y Loan spread อยู่ที่ 4.92% ลดลงจาก 5.02% ในปีก่อนเนื่องจากฐานสินเชื่อที่เพิ่งมาขยายตัวช่วงปลายปี ด้านคุณภาพหนี้ NPL (ค้างชำระ >3 เดือน) เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนราว 100 ลบ. หรือราว 10%Q-Q NPL Ratio อยู่ที่ 2.57% เพิ่มขึ้นจาก 2.4% ในไตรมาสก่อน โดยมี Coverage ratio ที่ 91% โดยรวมถือว่ายังเป็นระดับที่ควบคุมได้ดี
อ่านเพิ่มเติม
24
กุมภาพันธ์
2020
CPF (BUY/20TP: 36), คาดกำไรปีนี้โตต่อ แต่ยังต้องตาม COVID-19 และราคาเนื้อสัตว์
(views 38)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ ระยะสั้นอาจได้รับผลกระทบจาก COVID โดยผู้บริหารมองกระทบจำกัด ทั้งนี้บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจในจีน 24% ของรายได้รวม แต่มาจากหูเป่ย (อู่ฮั่น) ราว 2% - 3% ของรายได้รวม กอปรกับราคาเนื้อสัตว์อ่อนตัวลง จากทั้งราคาที่ขึ้นไปสูงผิดปกติในช่วงก่อนหน้า และจาก Demand ที่ชะลอตัวลง แต่ยังเป็นระดับราคาเฉลี่ยที่สูงกว่า 1Q19 และ 4Q19 จึงยังคาดกำไร 1Q20 น่าจะยังเติบโตได้ แต่อาจไม่สดใสอย่างมากเท่ากับที่เคยคาดไว้ก่อนมี COVID-19 ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลาย น่าจะเห็นราคาหมูกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง เพราะปัญหา ASF ยังมีอยู่ อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาหมูในไทยที่ต่ำลงกว่าที่เคยคาด เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 6% เป็นโต 3.7% Y-Y ส่วนกำไรปกติคาดโต 16.4% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 36 บาท จากเดิม 39 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 21% และประกาศจ่ายปันผลงวด 2H19 หุ้นละ 0.4 บาท คิดเป็น Yield 1.3% จะขึ้น XD 27 เม.ย. และจ่ายเงิน 19 พ.ค. คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
กุมภาพันธ์
2020
CPN (BUY/20TP: 79), กำไรปกติ 4Q19 ดีกว่าคาด ปรับลดกำไรปีนี้เล็กน้อยจาก COVID-19
(views 33)
กำไรปกติ 4Q19 ดีตามคาด CPN มีกำไรปกติ 3,209.1 ล้านบาทใน 4Q19 (ไม่รวมกำไรจากการขายหุ้นใน Central Village 30% ให้กลุ่มมิตซูบิชิ 310.2 ล้านบาท) +13.9% Q-Q, +14.1% Y-Y ดีตามคาด กำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากรายได้ที่เติบโตสูง +26.4% Q-Q, +23.7% Y-Y เป็น 11,132.7 ล้านบาทจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจาก Central Village (เปิดให้บริการ 31 ส.ค. 2019) และเซ็นทรัลภูเก็ตฟลอเรสต้า (เปิดให้บริการ 24 ส.ค. 2019) ขณะที่รายได้จากธุรกิจ Property ใน 4Q19 สูงสุดในรอบปี (ทำให้สัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 15% ของรายได้รวม จากงวด 9M19 ที่มีสัดส่วนเพียง 5%) เพราะเริ่มโอนคอนโด Escent โคราช และ Phyll Phahol 34 รวมถึงการโอนต่อเนื่องของโครงการเดิม การควบคุมต้นและค่าใช้จ่ายขายและบริหารยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้จะเปิดศูนย์การค้าใหม่ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นในช่วงเริ่มต้น ส่วนธุรกิจ Property ที่มีมาร์จิ้นลดลงเพราะมีการปรับปรุงต้นทุนขายของโครงการเบ็ลแกรนด์ พระราม 9 สำหรับกำไรปกติทั้งปี 2019 +2.1% เป็น 11,428.2 ล้านบาท โดยปี 2019 มีศูนย์การค้าทั้งสิ้น 34 โครงการ Occupancy rate ของศูนย์การค้าในประเทศสูงเท่ากับปีก่อน 93% Same Store Rental Revenue +3.4%
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2020
CBG (BUY/20TP: 107), กำไร 4Q19 ทำจุดสูงสุดใหม่ และจะโตต่อเนื่องในปี 2020
(views 43)
กำไร 4Q19 ดีใกล้เคียงคาด และทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 803 ล้านบาท (+9.7% Q-Q, +56.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 780 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรสูงสุดใหม่ แม้จะเผชิญกับภาวะกำลังซื้อที่แผ่วลง แต่บริษัทยังสามารถมีรายได้เติบโต +2.5% Q-Q, +2.9% Y-Y โดยมาจากรายได้ในประเทศโต +1.4% Q-Q แต่ลดลง -1.2% Y-Y ส่วนรายได้ส่งออกยังโต +5.2% Q-Q, +14% Y-Y ซึ่งมาจาก CLMV เป็นหลัก (กัมพูชาและพม่ามีรายได้ทำจุดสูงสุดใหม่) ส่วนจีนมีรายได้โต +18% Y-Y แต่ลดลง -50% Q-Q ตามฤดูกาล ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงมาอยู่ที่ 40.9% จาก 41.3% ใน 3Q19 เพราะได้รับผลกระทบของภาษีน้ำตาลที่ปรับขึ้นเป็น Step 2 แต่เพิ่มขึ้นจาก 33.3% ใน 4Q18 มาจากทั้งการใช้กำลังการผลิตโรงงานกระป๋องแห่งใหม่ได้เต็มกำลังการผลิตที่ระดับ 100% ทำให้ได้ประโยชน์จาก Economies of Scale กอปรกับราคาวัตถุดิบหีบห่อปรับลดลง ส่วนค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ดี และลดลงต่อเนื่องได้ตามเป้าหมาย ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 16.8% จาก 18% ใน 3Q19 และ 17.6% ใน 4Q18 เป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เข้าตลท.
จบปี 2019 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 2,506 ล้านบาท (+116.3% Y-Y) ทำจุดสูงสุดใหม่ และมีผลขาดทุน ICUK ลดลงได้ตามแผนมาอยู่ที่ -12.6 ล้านปอนด์ จาก -27.1 ล้านปอนด์ในปี 2018
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2020
RS (HOLD/20TP: U.R.), กำไรปกติ 4Q19 น่าผิดหวัง แต่แนวโน้ม 1Q20 ดีขึ้นสวนทางอุตฯ
(views 32)
กำไรปกติ 4Q19 ลดลง 28.9% Q-Q, 51.5% Y-Y ต่ำกว่าคาด 31% กำไรสุทธิและกำไรปกติ 4Q19 ต่ำสุดของปีที่ 66 ล้านบาท ลดลง 28.9% Q-Q, 51.5% Y-Y และต่ำกว่าคาดของเราและตลาดราว 31% โดยยอดขายสินค้า (Commerce) ต่ำกว่าคาด เพิ่ม 4.8% Q-Q แต่ลดลง 20.3% Y-Y เป็น 464 ล้านบาท แม้มีการทำโปรโมชันปลายปี และรายได้ทีวีช่อง 8 ลดลง 16.7% Q-Q, 34.9% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2020
TACC (BUY/20TP: 5.5), กำไร 4Q19 ทำจุดสูงสุดใหม่ แต่ 1Q20 จะแผ่วลง
(views 35)
กำไร 4Q19 ดีใกล้เคียงคาด และทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 45 ล้านบาท (+9.8% Q-Q, +400% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 43 ล้านบาท) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายหนี้สูญในปีก่อน จะมีกำไรปกติ 4Q19 เติบโตราว 68.9% Y-Y สอดคล้องกับช่วง High Season ของธุรกิจ โดยมีรายได้เติบโตทั้งโถกดเครื่องดื่ม ซึ่งมีการออกรสชาติใหม่ ชานมไต้หวัน, All Caf? มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น และเติบโตตามการขยายสาขาใหม่ของ 7-11 รวมถึงรายได้จากธุรกิจ Character เติบโตได้ตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ด้วยกำลังซื้อที่ชะลอตัว ทำให้การเติบโตของรายได้ชะลอตัวลงอยู่ที่ 7.3% Y-Y เทียบกับ 9M19 ที่มีรายได้โต 22.2% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังทำได้ดีอยู่ที่ 30.9% เพิ่มจาก 29% ใน 4Q18 แต่ลดลงจาก 31.2% ใน 3Q19 จาก Product Mix เป็นหลัก และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ทำได้ทรงตัว Q-Q และลดลง -3% Y-Y (ไม่รวมค่าใช้จ่ายหนี้สูญ) ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 16.2% จาก 17.6% ใน 3Q19 และ 23.5% ใน 4Q18 จบปี 2019 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 162 ล้านบาท (+137% Y-Y) เป็นกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อ่านเพิ่มเติม
20
กุมภาพันธ์
2020
CPALL (BUY/20TP: 85), กำไร 4Q19 ดีตามคาด แต่อาจแผ่วลงใน 1Q20 เพราะ COVID-19
(views 46)
กำไรสุทธิ 4Q19 ดีใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 6,168 ล้านบาท (+10% Q-Q, +11.1% Y-Y) ดีกว่าคาดเล็กน้อย 4% (เราคาดไว้ 5,948 ล้านบาท) มาจากทั้งธุรกิจ MAKRO ที่มีกำไรสุทธิ 4Q19 ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 2,059 ล้านบาท (+39% Q-Q, +11.7% Y-Y) โดยมี SSSG เป็นบวกถึง +6.2% Y-Y และมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นน่าประทับใจ +80 bps Y-Y ในขณะที่ธุรกิจ 7-11 มี SSSG แผ่วลงเป็นทรงตัว (0% Y-Y) จากฐานที่สูงในปีก่อน และภาวะกำลังซื้อชะลอตัว แต่ยังมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง 72 แห่ง ในไตรมาสนี้ รวมเป็นการเปิดสาขาใหม่ทั้งปีที่ 724 แห่ง ส่งผลให้รายได้รวมในไตรมาสนี้เติบโต +4.9% Q-Q, และ +5.9% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของ 7-11 ปรับขึ้นได้ดี +30 bps Y-Y มาอยู่ที่ 26.2% แต่เมื่อพิจารณาอัตรากำไรขั้นต้นงบรวมพบว่าเพิ่มขึ้นเพียง +10 bps มาอยู่ที่ 22.7% เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงวิธีทางบัญชีสำหรับการบันทึกการแจกแต้ม All Member ให้ลูกค้า จากเดิม บันทึกเป็นค่าใช้จ่าย เปลี่ยนเป็น หักออกจากรายได้ (Net Sale) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของงบเดี่ยวต่ำลงจากเดิม แต่ไม่กระทบต่อกำไรจากการดำเนินงาน สำหรับค่าใช้จ่ายยังปรับตัวสูงขึ้น ทั้งจากค่าใช้จ่ายเปิดสาขาและธุรกิจในต่างประเทศของ MAKRO และค่าใช้จ่ายของ 7-11 แต่ด้วยรายได้ที่เติบโตได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้คุมได้ดีอยู่ที่ 20.3% จาก 20.6% ใน 3Q19 และ 20.2% ใน 4Q18 จบปี 2019 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 22,343 ล้านบาท (+6.8% Y-Y) หากไม่รวมการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน จะมีกำไรปกติเท่ากับ 22,887 ล้านบาท (+8.7% Y-Y) โดยมี SSSG ทั้งปี +1.7% Y-Y และมีจำนวนสาขาสิ้นปีเท่ากับ 11,712 แห่ง
อ่านเพิ่มเติม
19
กุมภาพันธ์
2020
DTAC (HOLD/20TP: 45), ไม่ถึงขึ้นวิกฤติ แต่ความท้าทายกลับมาอีกครั้ง
(views 58)
เรามีมุมมองต่อ DTAC ค่อนไปในทางลบจากการที่ประมูลคลื่นความถี่น้อยในรอบนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันทั้งคุณภาพโครงข่ายรวมถึงการทำการตลาด ซึ่งมีโอกาสที่จะเกิดการย้ายค่ายของลูกค้า เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020-2021 ลง 23-30% เป็นหดตัว -13% Y-Y และ -25.9% Y-Y ตามลำดับ ขณะที่ราคาเหมาะสมถูกปรับลงเหลือ 45 บาท เมื่อเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบันแล้วมี Upside ค่อนข้างจำกัด เราจึงลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
19
กุมภาพันธ์
2020
MAJOR (BUY/20TP: 31), กำไรปกติ 4Q19 ดีกว่าคาด ปันผล 2H19 @0.70 บาท Yield 3.1%
(views 41)
กำไรปกติ 4Q19 เพิ่ม 36.2% Q- Q, 19.6% Y-Y ดีกว่าคาด 24% MAJOR รายงานกำไรปกติ 4Q19 ที่ 265 ล้านบาท เพิ่ม 36.2% Q- Q, 19.6% Y-Y ตามฤดูกาล และค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง 14.9% Y-Y จากฐานสูงใน 4Q18 ที่มีค่าใช้จ่ายต่างๆ เกี่ยวกับการเปิดสาขาที่ Icon Siam กำไรปกติดีกว่าตลาดคาดเล็กน้อย และดีกว่าเราคาด 24% ส่วนใหญ่มาจากการควบคุมต้นทุนบริการดีกว่าคาด ทำให้ Gross margin ดีกว่าคาด (35.9% vs คาด 31.7%) ทั้งนี้รายได้รวมเพิ่ม 8.6% Q-Q แต่ลดลง 9.6% Y-Y ตามรายได้ตั๋วหนังเพิ่ม 14.2% Q-Q แต่ลดลง 14.0% Y-Y จากฐานสูงใน 4Q18 ที่มีหนังไทยทำรายได้สูง รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหารเพิ่ม 11.6% Q-Q แต่ลดลง 8.9% Y-Y และรายได้โฆษณาโตทั้ง 13.2% Q-Q และ 12.0% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
19
กุมภาพันธ์
2020
MTC (HOLD/20TP: 65), กำไร 4Q19 ใกล้เคียงคาด สินเชื่อแผ่วปลายปี
(views 41)
กำไร 4Q19 ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ MTC รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 1,131 ลบ. +4.7% Q-Q, +12.8%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ (เราคาด 1.13 พันลบ./ตลาดคาด 1.15 พันลบ.) บริษัทมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกับที่คาดที่ 18.2% ชะลอตัวลงจาก 18.3% ในไตรมาสก่อน เนื่องจาก Loan yield ที่ชะลอตัวลงราว 0.12% ตามการจำกัดวงเงินในสินเชื่อ Unsecured loan เพื่อควบคุมคุณภาพและตามสินเชื่อที่เติบโตชะลอตัวลงซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจและการที่ภาครัฐช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าส่งผลต่อความต้องการสินเชื่อลดลงด้วย แต่หากเทียบกับ 4Q18 Loan spread ที่ลดลงมากราว 1% เกิดจาก Prepayment rate ที่ลดลง ด้าน Cost to income ratio อยู่ที่ 49.5% สูงสุดในปีเนื่องจากเป็นฤดูกาลของการใช้จ่ายทางการตลาด ในไตรมาสนี้มีการตั้งสำรองฯที่ 0.9% ของสินเชื่อรวม ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 0.83% ในไตรมาสก่อน สะท้อนความระมัดระวังต่อคุณภาพสินทรัพย์ กำไรสุทธิทั้งปี 2019 อยู่ที่ 4,237 ลบ. +14.11%Y-Y เกิดจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 21.8%Y-Y และ ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯที่ลดลง 5.5%Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2020
DELTA (SELL/20TP: 60), กำไร 4Q19 ต่ำคาดมาก และจะกลับมาฟื้น 1Q20
(views 40)
กำไร 4Q19 ต่ำคาดมาก และต่ำสุดในรอบ 10 ปี กำไรสุทธิ 4Q19 เท่ากับ 383 ล้านบาท (-38% Q-Q, -62% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนจะมีกำไรปกติเท่ากับ 361 ล้านบาท (-38.9% Q-Q, -62.8% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมากถึง 22% (เราคาดไว้ 462 ล้านบาท) มาจากทั้งรายได้ที่อ่อนตัวลงทั้ง Q-Q, Y-Y จากคำสั่งซื้อแผ่วลง และบาทแข็งค่า กระทบต่อไปยังอัตรากำไรขั้นต้นปรับลงมาอยู่ที่ 19.8% จาก 23% ใน 4Q18 แต่ดีขึ้นจาก 19.1% ใน 3Q19 คาดมาจาก Product Mix เป็นหลัก ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังปรับขึ้นต่อเนื่อง ภายใต้สถานการณ์รายได้ที่ไม่สดใส ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 17.7% (เราคาดไว้ 16.8%) จาก 15.8% ใน 3Q19 และ 15.3% ใน 4Q18 เป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 8 ปี จบปี 2019 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 2,960 ล้านบาท (-42.4% Y-Y) และมีกำไรปกติเท่ากับ 3,029 ล้านบาท (-39.2% Y-Y) เป็นการอ่อนตัวลงทุกรายการนับตั้งแต่รายได้ อัตรากำไรขั้นต้น และค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ถือเป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 8 ปี
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2020
TU (BUY/20TP: 18.5), คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 1Q20
(views 37)
ผ่านกำไรที่ไม่สดใสใน 4Q19 ไปแล้ว สถานการณ์เริ่มดูคลี่คลายมากขึ้นทั้งราคาปลาทูน่าที่กลับมาฟื้นอีกครั้ง และเข้าสู่ระดับราคาที่เอื้อต่อการซื้อขายในอุตสาหกรรม มองเป็นบวกต่อกำไรของบริษัท กอปรกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แม้จะยังแข็งค่าอยู่ 3% Y-Y แต่ด้วยพัฒนาการของอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้ดีต่อเนื่อง จากทั้ง Product Mix และประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น คาดจะหักล้างผลของบาทแข็ง และหนุนให้กำไร 1Q20 กลับมาฟื้นตัว Q-Q และ Y-Y อีกครั้ง และจากที่ผู้บริหารได้เปิดเผยเป้าหมายการเติบโตในปี 2020 ซึ่งใกล้เคียงเป้าหมายเดิม แต่ดูมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ในขณะที่เรามีการลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลงเล็กน้อย แต่ยังคงสูงกว่าเป้าหมายของบริษัทดังนั้นจึงปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2020 ขึ้น 6.5% เป็นการเติบโต 7.6% Y-Y จากเดิมที่คาดโตเพียง 1% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 18.5 บาท จากเดิม 17 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 20.9% และประกาศจ่ายปันผลงวด 2H19 หุ้นละ 0.22 บาท Yield 1.4% จะขึ้น XD 2 มี.ค. แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2020
KTC (HOLD/20TP: 43), คลายกังวลต่อมาตรฐานบัญชีฯ กลับมาที่ผลประกอบการจริง
(views 39)
เราปรับประมาณการกำไรปี 2020 ขึ้น 6% เป็น 6 พันลบ. +9.4%Y-Y เพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯตามมาตรฐานบัญชี TFRS 9 ที่น้อยกว่าคาดการณ์เดิม และค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าใช้จ่ายอื่นๆมีแนวโน้มควบคุมได้ดีกว่าคาด แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q20 คาดฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ราว 1.5 พันลบ. +13.7%Q-Q จากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่ลดลง ตามการ Write-off ที่ลดลง ปรับราคาเหมาะสมปี 2020 ขึ้นเป็น 43 บาท แต่ปรับลดเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ โดย KTC เป็นหุ้นเด่นประจำเดือน กพ.นี้ ของเรา ราคาขึ้นมาเกือบ 20%MTD น่าจะตอบรับความคลายกังวลจากมาตรฐานบัญชีใหม่ กลับมาที่ปัจจัยพื้นฐานมากขึ้น ทั้งนี้ KTC ประกาศจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.88 บาท (XD 16 เม.ย., Yield 2.1%)
อ่านเพิ่มเติม
17
กุมภาพันธ์
2020
SAPPE (HOLD/20TP: 21.5), ผลกระทบจากภาษีสรรพสามิต Functional มากกว่าที่เคยคาด
(views 48)
แนวโน้มกำไร 4Q19 อาจแย่กว่าที่เคยคาด จากผลกระทบของภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม Functional ที่มีผลตั้งแต่เดือน ต.ค. 2019 มากกว่าที่บริษัทเคยประมาณการไว้ว่าจะโดนเก็บในอัตรา 3% แต่ถูกจัดเก็บจริงในอัตรา 10% คาดกระทบต่อกำไรไตรมาสละ 20-30 ล้านบาท ต่อเนื่องมาใน 1Q20 ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างปรับสูตรเครื่องดื่ม เพื่อลดผลกระทบให้เหลือในอัตรา 3% คาดจะแล้วเสร็จใน 2Q20 กอปรกับมีแผนออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง รวมถึงเริ่มมีการปรับขึ้นราคาสินค้าใหม่บางรายการเพื่อรวมผลกระทบของภาษีไปบ้างแล้ว คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวสดใสอีกครั้งใน 2Q20 ทั้งนี้เราได้รวมผลกระทบของภาษีดังกล่าว นำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 – 2020 ลง 5.5% - 14% เป็นการเติบโต 17% Y-Y และ 3.2% Y-Y ตามลำดับ และปรับลด Target PE เหลือ 15 เท่า จากเดิม 18 เท่า เพื่อสะท้อนอัตราการเติบโตที่ลดลง จึงปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 21.5 บาท จากเดิม 29 บาท และปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ เพื่อรอการฟื้นตัวหลังปรับสูตรเสร็จ และคาดให้ Dividend Yield 4% ต่อปี (จ่ายปีละครั้ง)
อ่านเพิ่มเติม
14
กุมภาพันธ์
2020
KCE (HOLD/20TP: 25), คาดกำไรกลับมาฟื้นตัวปีนี้ แต่ราคาหุ้นสะท้อนไปพอสมควรแล้ว
(views 48)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวก ผู้บริหารให้ภาพการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อตั้งแต่ 1Q20 และจะทยอยดีขึ้นในแต่ละไตรมาส โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2020 เติบโต 10% - 15% Y-Y ส่วนหนึ่งจากฐานที่ต่ำ และคาดหวังกลุ่มสินค้าใหม่ที่มีความซับซ้อนขึ้น และมีอัตรากำไรที่สูงขึ้น อย่าง HDI และ Radar ที่ใช้กับ EV Car และรถยนต์อัตโนมัติ แม้ Demand ตลาดรถยนต์นี้ยังไม่สูงมาก แต่ในแง่การผลิตชิ้นส่วนเริ่มเป็นที่ต้องการ ในขณะที่มีจำนวนผู้ผลิตน้อยราย ทำให้การแข่งขันยังต่ำ ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2020-2021 ขึ้น 19% - 28% เป็นการเติบโต 79.8% Y-Y และ 27.9% Y-Y ตามลำดับ โดยอิงสมมติฐานการเติบโตตามเป้าหมายของผู้บริหาร และปรับใช้ Target PE ที่ 18 เท่า จากเดิม 15 เท่า โดยให้เท่ากับ PE กรอบบนของค่าเฉลี่ยในอดีต เพื่อสะท้อนการกลับมาเติบโตอีกครั้ง นำไปสู่การปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 25 บาท จากเดิม 17 บาท แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมามากสะท้อนการเติบโตไปพอสมควรแล้ว และควรคำนึงถึงความเสี่ยงที่มีหลายประเด็นทั้งค่าเงินบาทอาจกลับมาแข็งค่ามากกว่าคาด, รายได้จากสินค้าใหม่และลูกค้าใหม่อาจน้อยกว่าที่คาดไว้ หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวมากกว่าคาด และการเร่งผลิตสินค้าที่มีความซับซ้อนสูงอย่าง HDI อาจกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น หากอัตราของเสียเร่งตัวขึ้นมากกว่าคาด เราคงคำแนะนำเพียง ถือ หรือ ซื้อเมื่ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
13
กุมภาพันธ์
2020
AOT (BUY/20TP: 88), กำไร 1Q20 ดีกว่าคาดจากการโตแข็งแกร่งของผู้โดยสารระหว่างประเทศ
(views 68)
กำไร 1Q20 (ต.ค.-ธ.ค.19) +43% Q-Q, +15% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด 7-9% AOT รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 (ต.ค.-ธ.ค. 2019) ที่ 7,334.7 ล้านบาท +43.2% Q-Q, +15.0% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาดราว 7-9% จากการเติบโตที่แข็งแกร่งของผู้โดยสารต่างประเทศ +9% Y-Y ชดเชยผู้โดยสารในประเทศที่ -4% Y-Y ได้เพราะค่าบริการผู้โดยสาร (PSC) ระหว่างประเทศ 700 บาท/คน ขณะที่ผู้โดยสารในประเทศ 100 บาท/คน ประกอบกับการให้ส่วนลดค่าบริการขึ้นลงอากาศยานแก่เที่ยวบินเช่าเหมาลำระหว่างประเทศเพื่อกระตุ้นตลาด และภาครัฐก็มีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวต่อเนื่อง ช่วยให้รายได้ที่เกี่ยวกับกิจการการบิน +6.8% Q-Q, +5.6% Y-Y โตแรงกว่ารายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบินที่ +5.7% Q-Q, +3.3% Y-Y ขณะที่การควบคุมต้นทุนและรายจ่ายยังเป็นไปได้ดีมาก ทำให้ EBITDA อยู่ที่ 66.7% ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 49.4% และ 1Q19 ที่ 63.8%
อ่านเพิ่มเติม
13
กุมภาพันธ์
2020
VGI (BUY/21TP: 10), กำไรปกติ 3Q20 โต Q-Q, Y-Y ดีกว่าคาด 7% / คดีพิพาทใช้เวลา
(views 42)
กำไรปกติ 3Q20 (สิ้นธ.ค.19) ทำ New High +12.8% Q-Q, 29.5% Y-Y กำไรปกติ 3Q20 ที่ 401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.8% Q-Q และ 29.5% Y-Y ดีกว่าคาดของเราและตลาดราว 7% กำไรดีขึ้นตามรายได้รวมเพิ่มใกล้เคียงคาด +11.9% Q-Q, 29.5% Y-Y จากทั้งรายได้ธุรกิจหลักเดิมและธุรกิจใหม่ โดยรายได้โฆษณาจากสื่อบน BTS เพิ่ม 19.8% Q-Q, 11.2% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล การขยายเส้นทางรถไฟฟ้า การปรับปรุงสื่อโฆษณาในไตรมาสก่อน รายได้สื่อนอกบ้านเพิ่ม 52.1% Y-Y จากธุรกิจสื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้าและสนามบินในมาเลเซีย (PBSB: ผ่านบ.ย่อย MACO) นอกจากนี้ มีรายได้จากธุรกิจ Digital online Ad. เพิ่มต่อเนื่อง รวมทั้งมีส่วนแบ่งกำไรจากบ.ร่วมเป็นบวกในไตรมาสนี้ที่ 33 ล้านบาท (จาก Kerry (TH) เป็นหลัก) จากไตรมาสก่อนที่ 24 ล้านบาท และ 3Q19 ที่ 18 ล้านบาท แม้ไตรมาสนี้ไม่มีรายได้เงินปันผลจาก PLANB เหมือนไตรมาสก่อน (66 ล้านบาท) ทั้งนี้ Gross margin ที่ 49.9% (ดีกว่าคาดที่ 48.3%) เพิ่มจากไตรมาสก่อนที่ 47.5% แต่ยังลดลงจาก 3Q19 ที่ 52.7% เนื่องจากธุรกิจใหม่มี Gross margin ต่ำกว่าธุรกิจเดิม
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2020
SISB (BUY/20TP: 12), ปรับกำไรขึ้นสะท้อนการขยายอาคารเรียนสาขาธนบุรี
(views 47)
ปรับประมาณการกำไรระยะยาวขึ้นโดยรวมการขยายความจุนักเรียนเพิ่มอีก 600 คนที่สาขาธนบุรี ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างอาคารเรียนในปีนี้และเปิดการสอนในปี 2021 (เดือนส.ค.) ประมาณการกำไรใหม่รวมการเปิดรับนักเรียนระดับมัธยมที่ธนบุรีตั้งแต่ 4Q21 เป็นต้นไป โดยคาดว่าจำนวนนักเรียนจะ +300 คนในปี 2022-2024 จากประมาณการเดิมที่ 150-200 คน (ทุกสาขา) ทำให้ประมาณการกำไรสุทธิใหม่ในปี 2022-2024 เพิ่มขึ้นราว 6-8% จากประมาณเดิม LT ROE ขยับเพิ่มเป็น20% จากเดิม19% ปรับราคาเหมาะสมปี 2020 ขึ้นเป็น 12 บาท “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2020
EPG (BUY/21TP: 8), ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ฉุดกำไรปกติ 3Q20 ให้ต่ำกว่าคาด
(views 41)
กำไรปกติ 3Q20 ต่ำกว่าคาด 14% ฉุดโดยธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 2 ล้านบาท EPG มีกำไรปกติใน 3Q20 (ต.ค.-ธ.ค. 2019) 211.7 ล้านบาท -38.9% Q-Q, -8.9% Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดราว 14% ฉุดโดยธุรกิจชิ้นส่วนตกแต่งยานยนต์ (Aeroklas) ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก มีรายได้เพียง 1,039.4 ล้านบาท -22.0% Q-Q, -26.0% Y-Y ต่ำสุดในรอบ 11 ไตรมาส ทำให้สัดส่วนรายได้ลดจากปกติ 48% ของรายได้รวม เหลือ 43% อัตรากำไรขั้นต้นลดจากระดับปกติ 25-27% เหลือ 24.5% ผลการดำเนินงานที่ตกต่ำลงของธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์เป็นไปตามอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่ายโมเดลจากรถสันดาบไปเป็นรถยนต์ไฟฟ้า กำลังซื้อของผู้บริโภคหดตัวทั้งในและต่างประเทศ ลูกค้าบางส่วนชะลอการซื้อเพราะรอการเจรจาของสหรัฐ-จีนเฟสแรก บวกกับ TJM ซึ่งเป็นบ.ลูกในออสเตรเลียยังถูกกระทบจากเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้น ส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก (EPP) ยังประคองรายได้ได้ดีที่ 640.7 ล้านบาท +2.6% Q-Q, -0.3% Y-Y แลกกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเล็กน้อยจาก 20.1% ในไตรมาสก่อนเป็น 19.2% จากการทำโปรโมชั่น ธุรกิจฉนวนยาง (Aeroflex) เป็นธุรกิจที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในไตรมาสนี้ โตตามภาคก่อสร้างในสหรัฐและญี่ปุ่น แต่ไม่สามารถชดเชยผลงานที่แย่ลงของ Aerklas ได้
อ่านเพิ่มเติม
11
กุมภาพันธ์
2020
BBL (BUY/20TP: 187), มุ่งมั่นการเติบโตอย่างระมัดระวังพร้อมคุมคุณภาพหนี้
(views 39)
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2020 ขึ้น 3% เป็น 3.47 หมื่นลบ. (-2.9%Y-Y) โดยปรับลดค่าใช้จ่ายสำรองฯจากเดิม 10% และปรับเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมปกติซึ่งธนาคารคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3-5%Y-Y จากเดิมเราคาดการณ์ -2%Y-Y ประมาณการดังกล่าวยังไม่รวมกำไรที่สามารถรับรู้ได้ทันทีจากการซื้อ Permata Bank ซึ่ง BBL คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ (3Q20) โดยเราคาดว่าจะช่วยให้กำไรเพิ่มขึ้นราว 2% มาอยู่ที่ 3.55 หมื่นลบ. (-1%Y-Y) สำหรับ Permata Bank จะมีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 5 มี.ค. 2020 หลังจากนั้นจะอยู่ในกระบวนการรอการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ธนาคารยืนยันว่ามีเงินกองทุนเพียงพอที่จะลงทุนในครั้งนี้ (คาดว่า CAR จะอยู่ที่ 17% หลังการเพิ่มทุน) และไม่กระทบการจ่ายเงินปันผล คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 187 บาท คาดจ่ายปันผลจากกำไร 2H19 อีกหุ้นละ 4.50 บาท Yield 3% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
กุมภาพันธ์
2020
DELTA (HOLD/20TP: 60), ผ่านกำไรที่แย่ใน 4Q19 คาดกลับมาฟื้นตัวในปี 2020
(views 40)
แนวโน้มกำไร 4Q19 จะเป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 10 ปี มาจากทั้งรายได้ที่ยังไม่ฟื้น และค่าใช้จ่ายยังสูง ในขณะที่สถานการณ์กลับมาดูดีขึ้นนับตั้งแต่ต้นปี 2020 ภายหลังจบการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน เฟส 1 และค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่า คาดจะส่งผลดีต่อ 1Q20 แต่การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อน่าจะเกิดขึ้นในช่วง 2H20 ส่วนหนึ่งยังติดข้อจำกัดเรื่องนโยบายของ Delta Taiwan ที่ยังไม่มีความชัดเจนในแง่คำสั่งซื้อที่จะถูกส่งมาให้ DELTA ว่ามากน้อยขนาดไหน อีกทั้งคำสั่งซื้อนั้นมีอัตรากำไรที่ดีหรือไม่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนคือการปรับฐานของสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ ถูกยกขึ้นมาอยู่ระดับ 15% - 16% จากอดีตที่ 13% - 14% เพราะคำสั่งซื้อของ Delta Taiwan จะถูกเก็บค่า Loyalty Fee ด้วย ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 – 2020 ลงเป็น 3.03 พันล้านบาท (-40.8% Y-Y) และ 4.4 พันล้านบาท (+44.6% Y-Y) ตามลำดับ โดยสมมติฐานที่เราใช้ในการประมาณการถือว่า Aggressive ระดับหนึ่ง และให้ราคาเป้าหมายปี 2020 เท่ากับ 60 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside เพียง 6.2% และคาดปันผลปี 2019 หุ้นละ 1.45 บาท คิดเป็น Yield 2.6% แนะนำเพียงถือ
อ่านเพิ่มเติม
11
กุมภาพันธ์
2020
INTUCH (BUY/20TP: 78.5), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด // อยู่ระหว่างทบทวนประมาณการ
(views 41)
กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาดจากทั้ง ADVANC และ THCOM INTUCH ประกาศกำไรสุทธิ 4Q19 ออกมาที่ 1,890 ลบ. -43.5% Q-Q, +2.3% Y-Y ต่ำกว่าคาดทั้งจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่น้อยกว่าคาด รวมถึง THCOM ที่มีการด้อยค่าสินทรัพย์ราว 1,623 ลบ. อย่างไรก็ตาม หากตัดรายการพิเศษต่างๆออก กำไรปกติของ INTUCH จะอยู่ที่ 2,571 ลบ. -20.4% Q-Q, -1%% Y-Y ซึ่งต่ำกว่าคาดราว 20% ทั้งนี้ ส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่น้อยลงไม่ได้น่ากังวลเนื่องจากเป็นไตรมาสที่มีการจัดงานครบรอบ 30 ปีบริษัททำให้มีค่าใช้จ่ายพิเศษ แต่ผลการดำเนินงานของ THCOM ยังอ่อนแอและน่าเป็นห่วงมาก สำหรับปี 2019 INTUCH มีกำไรสุทธิและกำไรปกติจบที่ 11,083 ลบ. -3.5% Y-Y และ 11,772 ลบ. +0.1% Y-Y ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
11
กุมภาพันธ์
2020
ZEN (BUY/20TP: 14), หน้าร้านยังเหนื่อย อาจกลับมาฟื้นใน 2Q20
(views 36)
แนวโน้มกำไร 4Q19 ยังไม่สดใส เพราะคาด SSSG ยังติดลบต่อเนื่อง และต้องรับรู้ค่าใช้จ่าย One Time อีก ทั้งนี้แนวโน้ม 1Q20 ยังดูไม่ฟื้นดี เพราะเผชิญภาพกำลังซื้อที่ยังชะลอตัว และปัญหาโคโรนาไวรัส กระทบต่อจำนวนลูกค้าเข้าร้าน เราจึงปรับลดกำไรปี 2019 – 2020 ลง 4% - 8% เป็นกำไรที่ลดลง -18.2% Y-Y ในปี 2019 และคาดกำไรจะกลับมาโต +45.2% Y-Y ในปี 2020 สาเหตุที่ยังคาดกำไรจะกลับมาโตได้มาจาก 1) ฐานกำไรที่ต่ำมากในปี 2019 2) ยังมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง และ 3) รายได้จาก Delivery จะยังเติบโตก้าวกระโดด เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ทั้งนี้ยังไม่รวมผลกระทบจาก TFRS 16 และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 14 บาท จากเดิม 15 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงมาก จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อลงทุน จากเดิม ถือ โดยให้น้ำหนักการฟื้นตัวของกำไรตั้งแต่ 2Q20 เป็นต้นไป
อ่านเพิ่มเติม
07
กุมภาพันธ์
2020
ADVANC (BUY/20TP: 260), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด แต่ยังไม่น่ากังวลนัก
(views 55)
กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาดเพราะค่าใช้จ่ายตามฤดูกาล โดยรวมยังไม่น่ากังวล ADVANC ประกาศกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 7,068 ลบ. -19.7% Q-Q, +3.3% Y-Y แต่หากตัดรายการขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ก่อนภาษีราว 331 ลบ.ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 7,317 ลบ. -13.5% Q-Q, +9% Y-Y ต่ำกว่าคาดราว 11% อย่างไรก็ตามการดำเนินงานโดยรวมถือว่าใกล้เคียงคาดโดยรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ยังเติบโตในระดับที่ดี +0.1% Q-Q, +5.6% Y-Y แม้การแข่งขันของธุรกิจมือถือจะแรงขึ้นและกดดัน ARPU แต่ชดเชยได้จาก Net Add ที่เพิ่มกว่า 4.5 แสนราย ขณะที่ Fixed Broadband มีลูกค้าทะลุ 1 ล้านราย ส่วนปัจจัยที่ทำให้กำไรต่ำกว่าคาดเกิดจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่พุ่งแรง แต่ส่วนใหญ่เกิดจากกิจกรรมการตลาดและงานครบรอบ 30 ปีของบริษัทซึ่งเป็นรายการครั้งเดียว (ราว 600 ลบ.) เราจึงไม่ได้เป็นกังวลนักต่อกำไรที่ออกมาต่ำกว่าคาด โดยสำหรับปี 2019 ADVANC มีกำไรปกติจบที่ 31,275 ลบ. +4.9% Y-Y โตได้ครั้งแรกในรอบ 4 ปีตามคาด
อ่านเพิ่มเติม
07
กุมภาพันธ์
2020
CPN (BUY/20TP: 86), ปรับกำไรปี 2020 ลงเล็กน้อยแต่ PE ก็ยังถูกเกินไป
(views 57)
หากไม่รวมกำไรจากการขายเงินลงทุน เราคาดกำไรปกติ 4Q19 ที่ 2.91 พันล้านบาท +3.2% Q-Q, +14.9% Y-Y จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของ Central Village และ Central Phuket และรายได้จากการเริ่มโอนคอนโดใหม่ 2 แห่ง แต่ค่าใช้จ่ายในช่วงแรกของการเปิดห้างใหม่คาดว่าจะยังสูง ทำให้การเติบโตของกำไร Q-Q ยังไม่เต็มที่ สำหรับแผน 5 ปีข้างหน้า บริษัทเน้นการขยายโครงการแบบ Mixed-use ทั้งศูนย์การค้า ออฟฟิศ โรงแรม และที่อยู่อาศัย สำหรับศูนย์การค้า ตั้งเป้าเปิดอย่างน้อย 17 แห่ง secure ที่ดินไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ เราคาดว่ารายได้และกำไรใน 5 ปีข้างหน้าจะเติบโตเฉลี่ย 8% และ 10% CAGR ซึ่ง conservative กว่าเป้าหมายของบริษัท สำหรับปี 2020 ไม่มีการเปิดศูนย์การค้าใหม่ แต่มีคอนโดใหม่เริ่มโอน คาดว่ากำไรจะยังโตได้ 12% Y-Y ปัจจุบันมี PE ถูกเพียง 22.5 เท่า เท่ากับ -2SD ของค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 28 เท่า ยังคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 86 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
กุมภาพันธ์
2020
SC (BUY/20TP: 3.2), คาดงบ 4Q19 แข็งแกร่ง พร้อมให้ปันผลสูงสุดในกลุ่ม
(views 65)
คาดกำไรสุทธิ 4Q19 โตแกร่ง 97% Q-Q และ 26.5% Y-Y ที่ 867 ล้านบาท เป็นระดับสูงสุดในรอบ 14 ไตรมาส ตามยอดโอนที่คาดทำ New High แตะ 6.4 พันล้านบาท หนุนจากการเร่งส่งมอบคอนโดใหม่ 3 โครงการ และแนวราบที่ไปได้ดี รวมถึงคาดบันทึกกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของออฟฟิตให้เช่า ทำให้กำไรปี 2019 คาดจบที่ 1.9 พันล้านบาท (+12% Y-Y) ดีกว่าที่เราและตลาดเคยคาด 12-16% ส่วนภาพปี 2020 ยังเน้นขายแนวราบที่บริษัทถนัด บวกกับรักษาสภาพคล่อง ผ่านการระบายสต็อกคอนโด เราคงราคาเหมาะสม 3.20 บาท แนะนำซื้อ ด้วยปัจจัยหนุนระยะสั้น จากงบ 4Q19 ที่โดดเด่น พร้อมคาดให้ผลตอบแทนปันผลปี 2019 (จ่ายปีละครั้ง) สูงสุดในกลุ่มฯที่ 7% เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯที่ 4.8%
อ่านเพิ่มเติม
06
กุมภาพันธ์
2020
TACC (BUY/20TP: 5.5), ผ่านกำไรสูงสุดใน 4Q19 และจะกลับมาสดใสอีกครั้งใน 3Q20
(views 58)
แนวโน้มกำไร 4Q19 คาดทำจุดสูงสุดใหม่ นอกจากเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ ยังมีการออกเครื่องดื่มรสชาติใหม่ต่อเนื่อง, ธุรกิจ Character เติบโตได้ตามเป้าหมาย และมีปัจจัยหนุนจากร้าน All Caf? สั่งซื้อเครื่องดื่มมากกว่าปกติในเดือน ธ.ค. แต่เราปรับลดมุมมองต่อแนวโน้มกำไรใน 1H20 เป็นกลาง จากทั้งภาวะกำลังซื้อไม่สดใส ปัญหาฝุ่น และโรคไวรัสระบาด กระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยชะลอตัว กอปรกับสต็อกของลูกค้าที่ค่อนข้างมากใน 4Q19 คาดกำไร 1Q20 จะอ่อนตัวลง Q-Q แต่ยังโต Y-Y เพราะฐานต่ำในปีก่อน และคาดกำไร 2Q20 จะดีขึ้น Q-Q แต่น่าจะยังลด Y-Y และคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 3Q20 ภายหลังสถานการณ์ต่างๆเริ่มดีขึ้น และอยู่ระหว่างปรับสูตรเครื่องดื่มโถกดรสชาติเดิมที่มีขายมานาน เพื่อสร้างสีสันและความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภค รวมถึงคาดเห็นการเติบโตของธุรกิจ Character มากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม เราคาดกำไรสุทธิปี 2019 เติบโตสูง 135.2% Y-Y และด้วยแนวโน้มกำไร 1H20 ดูสดใสน้อยลง จึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลงเป็นทรงตัว Y-Y จากเดิมคาดโต 4.8% Y-Y และปรับลด Target PE เป็น 21 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยกลุ่มเครื่องดื่ม จากเดิม 25 เท่า เพื่อสะท้อนอัตราการเติบโตของกำไรที่ไม่สดใส นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 5.5 บาท จากเดิม 6.8 บาท ยังมี Upside 36.8% และคาดปันผลงวด 2H19 หุ้นละ 0.12 บาท คิดเป็น Yield 3% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
กุมภาพันธ์
2020
AMATA (BUY/20TP: 25), ปรับกำไรปี 2020 ลงเล็กน้อยแต่ PE ก็ยังถูกเกินไป
(views 48)
เราคาดกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 336 ล้านบาท -58% Q-Q, +189% Y-Y กำไรที่ลด Q-Q เพราะยอดโอนที่ดินในไตรมาสนี้น่าจะทำได้เพียง 145 ไร่ เทียบกับ 3Q19 ที่โอนได้ 475 ไร่ ส่วนกำไรที่เพิ่มสูงมาก Y-Y แม้จะโอนที่ดินได้น้อยกว่า 4Q18 ที่โอนได้ 237 ไร่ เพราะใน 4Q18 มีรายจ่ายพิเศษ ส่วนรายได้จากอีก 2 ธุรกิจคือค่าสาธารณูปโภคและค่าเช่าโรงงานยังเป็นรายได้ที่มั่นคง คาดเพิ่มต่อเนื่องไตรมาสละ 1-2% Q-Q ตามจำนวนลูกค้าสะสมที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม Backlog สิ้นปีก่อนที่มี 2.58 พันล้านบาท จากที่ควรจะมีกว่า 3 พันล้านบาท ทำให้เราปรับกำไรปี 2020 ลงเล็กน้อย 3% เป็น 1.8 พันล้านบาท -1.7% Y-Y แต่ยังเป็นระดับกำไรที่สูงกว่า 5 ปีที่ผ่านมา และปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 25 บาทจากเดิม 28 บาท (PE 15 เท่า) ราคาหุ้นที่ปรับลงกว่า 30% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา วิตกงบลงทุนภาครัฐล่าช้า มากเกินไป PE ปัจจุบันต่ำกว่า 10 เท่า แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
กุมภาพันธ์
2020
MAJOR (BUY/20TP: 31), คาดกำไรปกติ 4Q19 ไม่ตื่นเต้น มองข้ามไป 2Q20 ปันผลจูงใจ
(views 46)
คาดกำไรปกติ 4Q19 เพิ่ม 9.4% Q- Q แต่ลดลงเล็กน้อย 3.9% Y-Y จากฐานสูงในปีก่อน แนวโน้ม 1Q20 ลดลง Q-Q ตามฤดูกาล และค่อนข้างท้าทายที่จะโต Y-Y เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019-2021 ลง 5-8% สะท้อนกำไร 4Q19 น้อยกว่าเคยคาด และมุมมองระมัดระวังต่อภาพรวมกำลังซื้อและผลกระทบจากการระบาดของไวรัสหากยืดเยื้อ (แม้ปัจจุบันผลกระทบยังจำกัด) ราคาหุ้นปรับลงมาเกือบ 27% หลังขึ้นไปสูงสุดระดับ 30 บาทหลังประกาศกำไร 2Q19 ที่เป็นสูงสุดของปีก่อน ราคาปัจจุบัน 20PE เหลือ 16.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 22-23 เท่า และอัตราปันผลจูงใจขึ้น 5-6% (คาดจ่ายงวด 2H19 หุ้นละ 0.50 บาท Yield 2.3%) คงคำแนะนำ ซื้อ รอกำไรสูงสุดของปีใน 2Q20 ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 31 บาท จากเดิม 33 บาท (DCF)
อ่านเพิ่มเติม
04
กุมภาพันธ์
2020
MTC (HOLD/20TP: 65), Quality beyond
(views 101)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q19 +4.3%Q-Q, +12.4%Y-Y กำไรที่เพิ่มขึ้น Q-Q จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่คาดว่าจะ +4%Q-Q, +22%Y-Y บนประมาณการสินเชื่อ +4%Q-Q และ 25%Y-Y ด้านคุณภาพหนี้ เราคาดว่า NPL น่าจะทรงตัวในระดับ 1% จากการเข้มงวดในการควบคุมคุณภาพและติดตามหนี้ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสำรองน่าจะอยู่ที่ราว 0.8% ของสินเชื่อรวม เราขยับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลงมาที่ 5.23 พันลบ. ซึ่งยัง +23.5%Y-Y โดยลดเติบโตของสินเชื่อจากเดิม 28% เป็น 20% สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และสินเชื่อ Unsecured loan ปล่อยอย่างระมัดระวังเช่นเดิมเพื่อคุมคุณภาพหนี้ ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงเป็น 65 บาท (เดิม 70 บาท) แนะนำ ถือ (เดิม ซื้อ)
อ่านเพิ่มเติม
03
กุมภาพันธ์
2020
KTB (BUY/20TP: 21), ราคาตรงนี้คาดให้ผลตอบแทนเงินปันผลราว 5%
(views 53)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ KTB ให้เป้าหมายทางการเงินในปี 2020 ค่อนไปในโทนบวกกว่าที่คาดโดยเฉพาะแนวโน้มที่ดีขึ้นของ NPL ซึ่งมีสัญญาณที่ดีขึ้นมาตั้งแต่ปลายปี ราคา KTB ล่าสุดซื้อขายในราคา Discount Prospective 2020 BVS 40% เพราะ ROE ที่ชะลอตัวลงจากการตีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นไม่ใช่ผลประกอบการที่แย่ลง เราคาดว่า KTB จะจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิปี 2019 ที่ 0.80 บาทต่อหุ้น (yield ราว 5%) หรือสูงกว่านี้ได้อีกเล็กน้อยหากพิจารณาจากเงินกองทุนที่อยู่ที่ 18.66% และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นได้อีกจากการตีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มเติม คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 21 บาท
อ่านเพิ่มเติม
03
กุมภาพันธ์
2020
OSP (SELL/20TP: 40), คาดกำไร 4Q19 ไม่ตื่นเต้น และราคาหุ้นสะท้อนการโตในปีนี้แล้ว
(views 54)
แนวโน้มกำไร 4Q19 ไม่ตื่นเต้น อาจต่ำกว่าที่เคยคาดเล็กน้อย เพราะมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดสูงขึ้น จึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลงเล็กน้อย 2% เป็นการเติบโต 11.8% Y-Y และคาดจะเติบโตได้มากขึ้นในปี 2020 ราว 18.1% คาดหวังการเติบโตของรายได้ทั้งในประเทศ และขยายตลาดส่งออกมากขึ้น โดยอยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิตเครื่องดื่มเพิ่มอีก 15% - 20% เพื่อขจัดปัญหาคอขวดสายการผลิตที่เผชิญมาตลอดปี 2019 คาดกำลังการผลิตจะเพิ่มเข้ามาใน 2H20 ทั้งนี้การเข้าซื้อหุ้นคาลพิส โอสถสภา (CO) อีก 60% จากปัจจุบันถืออยู่ 40% รวมเป็นการเข้าถือ 100% ซึ่งจะทำให้บริษัทได้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากโรงงานของ CO ที่ใช้อยู่ในระดับต่ำกว่า 50% แต่ระยะสั้นยังไม่กระทบต่อประมาณการของบริษัท เพราะรายได้ของ CO ยังน้อย และที่ผ่านมาประสบผลขาดทุน เชื่อว่าบริษัทจะปรับปรุงและพลิกกลับมามีกำไรได้ เรายังคงราคาเป้าหมายที่ 40 บาท (อิง PE เดิม 30 เท่า) ราคาหุ้นได้สะท้อนการเติบโตในปีนี้ไปแล้ว ปัจจุบันเทรดที่PE2020 สูงสุดในกลุ่มเครื่องดื่มที่ 33.7 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่ม และ CBG ที่ 19.6 เท่า และ 29 เท่า ตามลำดับ ในขณะที่คาดการเติบโตของกำไรในปีนี้ต่ำกว่า CBG จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
03
กุมภาพันธ์
2020
THANI (HOLD/20TP: 5.6), สินเชื่อฝืดนิดหน่อยต้นปี ลุ้นช่วงถัดไป
(views 44)
THANI การประชุมนักวิเคราะห์ผู้บริหารกล่าวถึงภาวะอุตสาหกรรมรถเชิงพาณิชย์มีความท้าทายตั้งแต่ต้นปี ทั้งภัยแล้ง และการล่าช้าของงบประมาณภาครัฐ, การแพร่ระบาดของไวรัส รวมถึงการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดรถบรรทุกใหม่ ส่วนปัจจัยที่ดูดีขึ้นได้แก่ ค่าเงินบาทที่เริ่มอ่อนค่าลง และยอดขายรถ Super car ที่ยังมีโมเมนตัมที่ดี บริษัทตั้งเป้าการปล่อยสินเชื่อในปี 2020 ใกล้เคียงกับปี 2019 ที่ 2.2 พันลบ.ต่อเดือน หรือ 10%Y-Y เชิงรุกกว่าที่เราคาดไว้ แต่เรายังคงคาดการณ์การเติบโตที่ 8%Y-Y (ในสถานการณ์ปัจจุบันถือว่ายังคงท้าทาย) และคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2020 ที่ 1.8 พันลบ. ลดลง 7%Y-Y คงราคาเหมาะสม 5.60 บาท คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
03
กุมภาพันธ์
2020
VGI (BUY/21TP: 10), คาดกำไร 4Q19 ไม่ตื่นเต้น และราคาหุ้นสะท้อนการโตในปีนี้แล้ว
(views 39)
คาดกำไรปกติ 3Q20 (สิ้นธ.ค.19) ทำ New High ที่ 374 ลบ. +5.2% Q-Q, +20.8% Y-Y จากรายได้รวมเพิ่มขึ้น แต่แนวโน้มกำไรใน 4Q20 อ่อนลง Q-Q (โตสูง Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล) เรามีมุมมองระมัดระวังต่อปัจจัยเสี่ยงจากกำลังซื้อจากภัยแล้ง การระบาดของไวรัสโคโรน่า ความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐ ทำให้เราปรับคาดการณ์ปี 2020-2021 ลง 5.6% เป็นกำไรโต 29% และ 33% ตามลำดับ ปรับราคาเป้าหมายปี 2021 (สิ้นสุด มี.ค. 2021) ลงเป็น 10 บาท จากเดิม 10.40 บาท ราคาหุ้นปรับลงมามี Upside กว่า 10% ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2020
BJC (BUY/20TP: 54), คาดกำไรยังไม่สดใส แต่ราคาหุ้นลงมามากจนเริ่มน่าสนใจ
(views 52)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q19 คาดลดลง Y-Y เพราะ SSSG ติดลบมากขึ้น และธุรกิจ Packaging ยังไม่สดใส แต่คาดกำไรสุทธิจะโตและทำ New High จากอัตราภาษีจ่ายที่จะลดลงมาก เพราะการปรับโครงสร้างภาษียังไม่จบ ทั้งนี้เรายังคงมุมมองระมัดระวังต่อผลประกอบการในปีนี้ เพราะกำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัว ภัยแล้ง และโรคโคโรนาไวรัส จึงคาดกำไรสุทธิปี 2019 โต 5.2% Y-Y และคาดกำไรปี 2020 เพียงทรงตัว Y-Y ยังไม่รวมผลกระทบ TFRS16 ซึ่งคาดจะเห็นผลชัดเจนใน 1Q20 แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางบัญชี และไม่กระทบกระแสเงินสดที่แท้จริงของกิจการ จึงไม่กระทบต่อราคาเป้าหมายที่อิงวิธี DCF ดังนั้นเรายังคงราคาเป้าหมายที่ 54 บาท ในขณะที่เริ่มน่าสนใจในเชิง Valuation เพราะราคาหุ้นได้ปรับลงมามาก ปัจจุบันเทรดอยู่บน PE เฉลี่ย -0.5 SD หรือเพียง 23.4 เท่า ต่ำกว่า PE เฉลี่ยที่ 31 เท่า จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อลงทุน จากเดิม ถือ ระยะสั้นยังมีประเด็นกดดันคือ ดีลซื้อขาย Tesco ที่ยังไม่จบ
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2020
PLANB (BUY/20TP: 10.2), คาดกำไร 4Q19 ทำ New High เพิ่ม 11.8% Q-Q, 17.8% Y-Y
(views 49)
คาดกำไร 4Q19 ทำ New High +11.8% Q-Q, +17.8% Y-Y ตามอัตราใช้สื่อเพิ่มขึ้นและเริ่มมีรายได้สื่อโอลิมปิค จบปีคาดกำไรปี 2019 โต 12% และปี 2020 โตเร่งตัวขึ้นในอัตรา 44.4% จากการบริหารพื้นที่สื่อโฆษณาใน 7-Eleven สิทธิบริหารสื่อโอลิมปิค และ Synergy กับ MACO/VGI แม้แนวโน้มกำไร 1Q20 โตไม่ตื่นเต้น เนื่องจากเป็นช่วง Low season ของตลาดโฆษณาท่ามกลางกำลังซื้อโดยรวมที่ยังอ่อนแอ รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายเตรียมงานธุรกิจใหม่ ก่อนเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ 2Q20 ทั้งนี้ มี Downside ของประมาณการกำไร จากผลกระทบมาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS16 แต่ไม่กระทบกระแสเงินสด จึงคงราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 10.20 บาท และคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2020
AP (BUY/20TP: 8.2), คาดกำไร 4Q19 ฟื้นเด่น Q-Q ส่วนปี 2020 มีแนวราบเป็นพระเอก
(views 45)
คาดการณ์กำไรปกติ 4Q19 โตเด่น 44% Q-Q จากส่วนแบ่งกำไร JV ที่เร่งขึ้น หลังเริ่มโอนคอนโดใหม่ 2 แห่ง แต่ลดลง 13% Y-Y มาจากยอดโอนที่อ่อนตัว จากฐานสูง, การเลื่อนเปิดโครงการใหม่ และอัตราปฎิเสธสินเชื่อที่สูงขึ้น ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นคาดดีขึ้น Q-Q และ Y-Y เนื่องจากโอนโครงการที่มีมาร์จิ้นต่ำไปหมดแล้วในไตรมาสก่อน ขณะที่ปี 2020 บริษัทยังมีมุมมองระมัดระวัง และผลักดันแนวราบเป็น Flagship ตั้งเป้ายอด Presales ฟื้นตัวเล็กน้อย 2% Y-Y ผ่านการรุกเปิดโครงการแนวราบเป็นหลัก เราคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 8.20 บาท และเลือกเป็น Top Pick จากแนวโน้มกำไรปี 2020 ที่ฟื้นตัวดีกว่ากลุ่มฯ +7% Y-Y หนุนจากการรับรู้ Backlog ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะคอนโด JV และความสำเร็จของการขายแนวราบที่ไปได้ดี พร้อมคาดให้ผลตอบแทนปันผลงวดปี 2019 สูง 5% (จ่ายปีละครั้ง)
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2020
DTAC (BUY/20TP: 68), กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาด แต่ปันผลสูงกว่าคาดมาก
(views 36)
กำไร 4Q19 ต่ำกว่าคาดจากฝั่งค่าใช้จ่าย แต่ Top Line ดีกว่าคาด DTAC ประกาศกำไรสุทธิ 4Q19 (Pre TFRS16) ออกมาที่ 894 ลบ. -51.3% Q-Q แต่พลิกจากขาดทุน 4,941 ลบ.ใน 4Q18 แต่หากตัดรายการที่เกิดเพียงครั้งเดียวจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบวิธีบริหารเครือข่ายและขาดทุนสุทธิจากการขายสินทรัพย์จำนวนราว 450 ลบ.และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 1,314 ลบ. -30.7% Q-Q, -13.3% Y-Y ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดราว 20% โดยสาเหตุเกิดจากฝั่งต้นทุนที่สูงกว่าคาดทั้งค่าใช้จ่ายการตลาดและ Handset Subsidy อย่างไรก็ตามในแง่ของ Top Line ถือว่าทำได้ดีกว่าคาดโดยรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC +0.2% Q-Q, +3% Y-Y ขณะที่ Net Add พลิกมาเป็นบวก 2.26 แสนรายและเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ไตรมาส ซึ่งถือว่ามีโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่อง ส่งผลให้กำไรปกติปี 2019 จบที่ราว 6,417 ลบ. +146% Y-Y (อย่างไรก็ตาม DTAC เริ่มใช้มาตรฐานบัญชี TFRS16 ล่วงหน้าจึงทำให้รายงานกำไรสุทธิปี 2019 ที่ 5,422 ลบ.พลิกจากขาดทุน 4,369 ลบ.ในปี 2018 ส่วนกำไรปกติอยุ่ที่ 5,956 ลบ. +128.3% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
28
มกราคม
2020
KKP (BUY/20TP: 75), ปี 2020 ทิศทางดีกว่าปีก่อน
(views 124)
การประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหาร KKP ได้ให้เป้าหมายทางการเงินที่เป็นเชิงบวก เป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อ +7-9% จากปี 2019 ที่ +4.2%Y-Y และดีกว่าเป้าหมายโดยรวมของกลุ่มธนาคาร, Loan spread ที่ 4.6-4.8% ใกล้เคียงกับ 4.7% ในปีก่อน ถือว่าเป็น guidance ที่ดีท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาลง ทั้งนี้ภายหลังการใช้ TFRS 9 อาจเห็นตัวเลข NPL Ratio ในรายงานปรับขึ้นอีกราว 0.4% แต่ไม่มีผลต่อค่าใช้จ่ายสำรองฯเพิ่มเติมและ KKP มีสำรองฯส่วนเกินสำหรับกลับรายการอีกจำนวนหนึ่ง เราคงประมาณการกำไรปี 2020 ที่ 6.15 พันลบ. +2.7%Y-Y และคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q20 น่าจะออกมาดีที่ราว 1.6-1.7 พันลบ. Flat Q-Q แต่ +35%Y-Y หนุนจากรายได้งาน IB และค่าใช้จ่ายพิเศษที่ลดลง คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 75 บาท คาด Dividend Yield จาก 2H19 อีกราว 5.2%
อ่านเพิ่มเติม
27
มกราคม
2020
TMB (BUY/20TP: 1.8), การผนึกที่ยังไม่สนิทดี
(views 42)
TMB ได้เปิดเผยเป้าหมายทางการเงินปี 2020 ซึ่งมีรายการสินเชื่อที่เติบโตน้อยกว่าที่เราคาดและค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ (ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากปีแรกของการรวมกิจการ) ซึ่งส่งผลให้ Synergy มาช้ากว่าที่คาด) เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 3% มาอยู่ที่ 1.45 หมื่นลบ. (+101%Y-Y) และ EPS ทรงตัว Y-Y คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 1.80 บาท เนื่องจากประมาณการใหม่มีผลต่อ 2020 BVS ไม่มาก คงคำแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2020
SAPPE (BUY/20TP: 29), กำไรจะกลับมาฟื้นตัวดีใน 1Q20 ราคาหุ้นปัจจุบันถูกเกินไปมาก
(views 59)
แนวโน้มกำไร 4Q19 จะอ่อนตัวลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่คาดโตสูง Y-Y เพราะฐานต่ำปีก่อน โดยอาจเป็นกำไรที่ต่ำกว่าที่เคยคาดเล็กน้อย จึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 4.5% แต่ยังเป็นการโตสูง 26% Y-Y เพราะเริ่มรวม B’LUE ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2019 และอัตรากำไรขั้นต้นมีพัฒนาการที่ดีมากคาดเพิ่ม 2.3% จากทั้งอัตราการใช้กำลังการผลิต และประสิทธิภาพการผลิตที่สูงขึ้น ภายหลังร่วมมือกับพันธมิตรรายใหญ่อย่างดาน่อน และคาดกำไรปี 2020 จะเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยยังมีแผนออกสินค้าใหม่ในประเทศ, ขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศใหม่ๆ เช่น CLMV และนำเสนอสินค้าใหม่ๆในต่างประเทศ รวมถึงมีแผนออกสินค้าใหม่ในกลุ่ม B’LUE อย่างต่อเนื่อง เรายังคงประมาณการกำไรปี 2020 ตามเดิม แต่ด้วยการปรับลดกำไรปี 2019 ทำให้อัตราการเติบโตของกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 11.9% Y-Y จากเดิม 6.8% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 29 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) ราคาหุ้นช่วงก่อนหน้าปรับลงจากความกังวลต่อปัญหาระหว่างสหรัฐ และตะวันออกกลางในช่วงก่อนหน้า ซึ่งบริษัทมีสัดส่วนรายได้จาก 2 ภูมิภาคนี้ราว 15% ของรายได้รวม แต่ล่าสุดคำสั่งซื้อทุกอย่างยังเป็นปกติ และมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ในขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน PE2020 เพียง 12 เท่า ซึ่งต่ำเกินไป คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2020
BBL (BUY/20TP: 187), กำไร 4Q19 ดีกว่าที่คาด สำคัญคือ Coverage ratio ที่แข็งแรงมาก
(views 51)
คงประมาณการและราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 187 บาท “ซื้อ” เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ที่ 3.37 หมื่นลบ. ลดลง 6%Y-Y จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยน่าจะชะลอตัวจากฐานสูงในปี 2019 ล่าสุด BBL รายงาน CAR ที่ 20% มีความแข็งแกร่ง สะท้อนว่าการซื้อ Permata จะไม่ส่งผลกระทบต่อเงินกองทุน คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 187 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2020
KTB (BUY/20TP: 21), กำไร 4Q19 ดีกว่าที่คาด ขณะที่ NPL ลดลง -> ซื้อ Value Play
(views 40)
คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 21 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ เป็น Value Stock ในเบื้องต้นเราคงประมาณการกำไรปี 2020 ที่ 2.75 หมื่นลบ. -5.9%Y-Y โดยค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานน่าจะกดดันผลประกอบการปี 2020 เพราะมีการเลื่อนการรับรู้ค่าใช้จ่ายด้านดิจิทัลมาเป็นปีนี้ กำไรจากเงินลงทุนที่ลดลง และคาดว่าการตั้งสำรองฯจะอยู่ที่ 1.2% ใกล้เคียงกับปี 2019 คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 21 บาท พร้อมคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลจากกำไรปี 2019 (จ่ายปีละครั้ง) ที่หุ้นละ 0.80 บาท Yield 5% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2020
KBANK (BUY/20TP: 164), ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2020
(views 52)
KBANK รายงานกำไร 4Q19 ดีกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมที่ทำได้ดีขึ้น เพื่อสะท้อนโมเมนตัมของรายได้ที่ทำได้ดีกว่าคาด เราปรับเพิ่มประมาณการรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากเดิม -8.1%Y-Y เป็น -6.9%Y-Y จากโมเมนตัวรายได้ค่าธรรมเนียมที่เริ่มประคองตัวได้ ส่วนสมมุติฐานอื่น คาดสินเชื่อ +5%Y-Y, NIM ที่ 3.23%, Credit cost ที่ 1.5% และ Cost to income ratio ที่ 45.7% ประมาณการกำไรปี 2020 ปรับขึ้น 5% เป็น 3.8 หมื่นลบ. (- 1.1%Y-Y) ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2020 เป็น 164 บาท อิง Justified PBV 0.9 เท่า คาดการณ์เงินปันผลสำหรับกำไร 2H19 หุ้นละ 3.50 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2020
SCB (BUY/20TP: 112), แม้ผิดหวังแนวโน้มกำไรปี 2020 แต่ Dividend Yield ยังจูงใจ
(views 48)
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 14% เป็น 3.6 หมื่นลบ. -11%Y-Y โดยเป็นการปรับลดรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมที่สูงกว่าคาด และการตั้งสำรองฯที่สูงกว่าที่คาดการณ์เดิม SCB มีแผนลงทุนราว 2 หมื่นลบ.ซึ่งมาจากสภาพคล่องที่ได้จากการขาย SCBLife 8 หมื่นลบ. ในการพัฒนาระบบเทคโนโลยี การเข้าร่วมกับ Future tech firm ต่างๆ และ M&A เพื่อสร้าง Synergy นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสการจ่ายเงินปันผลใน Payout ratio ที่สูงขึ้น (เปลี่ยนโยบายการจ่ายปันผลและเงินกองทุนที่อยู่ในระดับสูง) เพื่อช่วยเพิ่ม ROE ในระยะยาว เราคาดว่า Dividend Yield จะอยู่ที่ราว 6% ต่อปี (เดิม 5.5%) แม้กระนั้นเพื่อสะท้อนประมาณการใหม่ เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงเป็น 112 บาท (เดิม 132 บาท) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2020
THANI (HOLD/20TP: 5.6), กำไร 4Q19 ชะลอตามคาด สินเชื่อแผ่ว
(views 38)
กำไร 4Q19 ชะลอตัวตามคาด THANI รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 482 ลบ. +1.5%Q-Q และ +5.9%Y-Y เป็นไปตามที่เราคาด กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 1.3%Q-Q, +3%Y-Y Loan spread อยู่ที่ 4.76% ดีขึ้นจาก 4.73% ในไตรมาสก่อน แต่ลดลงจาก 4.92% ใน 4Q19 เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2.1%Q-Q และ 6.6%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 1.2%Q-Q โดยมี Cost to income ratio อยู่ที่ 17.9% จาก 18.3% ในไตรมาสก่อนจากฐานรายได้ที่สูงขึ้น ขณะที่สังเกตเห็นค่าใช้จ่ายอื่นที่ปรับเพิ่มขึ้น คาดว่าเกิดจากยังมีผลของขาดทุนรถยึด ในไตรมาสนี้ THANI มีการตั้งสำรองฯที่ 64 ลบ. +6.7%Q-Q (มีการกลับรายการสำรองฯส่วนเกินเพียงเล็กน้อย) แต่ลดลง 31%Y-Y (4Q18 มีการเร่งตั้งสำรองฯเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ TFRS 9 และตั้งตามปริมาณ NPL)
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2020
BAY (BUY/20TP: 38.5), กำไรสุทธิและสินเชื่อเติบโตดีตามคาด
(views 44)
กำไร 4Q19 ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาด หลักๆจากควบคุมค่าใช้จ่าย BAY รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 6,437 ลบ. ลดลง 2%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 5%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ กำไรที่ลดลง Q-Q เกิดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่เพิ่มขึ้น 18%Q-Q (Credit cost อยู่ที่ 1.8% สูงกว่าปกติที่ 1.5%) ส่วนรายได้จากการดำเนินงานใกล้เคียงคาด กล่าวคือรายได้ดอกเบี้ยสุทธิทรงตัว Q-Q แม้ว่า NIM อยู่ที่ 3.48% ปรับลดลงราว 0.09%Q-Q จาก Loan yield ที่ต่ำลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ แต่บางส่วนชดเชยได้ด้วย CoF ที่ถูกลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยต่ำกว่าคาด โดย -3.6%Q-Q และ 9.9%Y-Y สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายแม้ว่าจะเป็นฤดูกาลที่จะมีการใช้จ่ายทางการตลาดสูงกว่าปกติ ส่งผล Cost to income ratio ปรับตัวลงเป็น 43.7% จาก 46% ในไตรมาสก่อน กำไรสุทธิปี 2019 อยู่ที่ 3.27 หมื่นลบ. +32%Y-Y เนื่องจากมีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน (ขายบริษัทเงินติดล้อ) แต่หากไม่นับรายการดังกล่าว กำไรปกติ +8.6%Y-Y จากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมรวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานได้ดีขึ้นอย่างมาก
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2020
BCH (BUY/20TP: 20.3), คาดกำไร 4Q19 ไม่เด่น แต่ปี 2020 ยังโตแกร่ง
(views 46)
เราคาดกำไรปกติ 4Q19 ของ BCH -35.3% Q-Q, -3.1% Y-Y โดยถูกกดดันจากสปส.ที่จ่ายเงินส่วน RW>2 น้อยกว่าที่เคยประกาศและทำให้กำไรปกติปี 2019 คาดว่าจบที่ +7.6% Y-Y ขณะที่การเติบโตของผลการดำเนินงานในปี 2020 แม้สปส.จะประกาศปรับเพิ่มการจ่ายเงินราว 7-10% จากเดิม แต่ถูกหักล้างกับ Downside ของประมาณการเดิมที่มีอยู่ ทำให้กำไรปกติปี 2020 ใหม่คาดว่ายังอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิมที่ 1,376 ลบ. +19.3% Y-Y โดยยังถือเป็นระดับที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามเราปรับลดราคาเหมาะสมลงจาก 22 บาทเหลือ 20.30 บาท สะท้อน EBITDA ระยะยาวที่ลดลง แต่จาก Upside ที่ยังคงเปิดกว้าง เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2020
GFPT (HOLD/20TP: 14), เริ่มเห็นผลกระทบจากเหตุไฟไหม้ จะกลับมาดีอีกครั้งใน 1Q21
(views 43)
แนวโน้มกำไร 4Q19 จะอ่อนตัวลง จากทั้งปัจจัยฤดูกาล และรับรู้ผลกระทบจากไฟไหม้ ส่วนเงินเคลมประกันคาดจะรับรู้ภายหลังในช่วง 1H20 โดยตลอดทั้งปี 2020 ผลประกอบการน่าจะไม่สดใสนัก เพราะปัจจุบันอยู่ระหว่างสั่งผลิตเครื่องจักรไก่ปรุงสุก เพื่อทดแทนสายการผลิตเดิมที่เสียหายจากไฟไหม้ และเป็นเครื่องจักรเก่า คาดจะเริ่มติดตั้งเครื่องจักใหม่ 2 สายได้อย่างเร็วในเดือน ส.ค. 2020 และจะติดแล้วเสร็จครบทั้ง 5 สายการผลิต รวมถึงให้เวลาลูกค้าเข้ามาตรวจสอบโรงงานใหม่ ได้ในช่วง 4Q20 นั่นหมายถึงคาดจะกลับมาผลิตได้ปกติอีกครั้งตั้งแต่ต้นปี 2021 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับกำลังการเชือดไก่ส่วนเพิ่มอีกเท่าตัว (เพิ่มจาก 1.5 แสนตัวต่อวัน เป็น 3 แสนตัวต่อวัน) จะแล้วเสร็จพอดี จึงคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวดีอีกครั้งใน 1Q21 ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2020 ลง 7% เป็นการเติบโต 3.8% Y-Y ส่วนกำไรปกติปี 2020 คาดทำได้เพียงทรงตัว Y-Y เราปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 14 บาท จากเดิม 15 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) คงคำแนะนำถือ และมองจังหวะการกลับเข้าลงทุนอีกครั้งใน 2H20 เพื่อรอการฟื้นตัวในปี 2021
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2020
M (HOLD/20TP: 80), คาดกำไร 4Q19 ยังไม่สดใส และต้องติดตามผลกระทบ TFRS16
(views 41)
แนวโน้มกำไร 4Q19 ยังไม่สดใสนัก แม้ SSSG จะกลับฟื้น แต่คาดทำได้เพียง Flat Y-Y สำหรับ MK และ -7% Y-Y สำหรับ Yayoi ถึงแม้จะสามารถรวมแหลมเจริญเข้ามาได้ 1 เดือน แต่อาจไม่สามารถหักล้างค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเข้าซื้อกิจการได้ทั้งหมด ทั้งนี้คาดกำไรปกติ 4Q19 จะลดลง -6.4% Y-Y แต่ยังโต +6.8% Q-Q ตามฤดูกาล ถือว่ายังต่ำกว่าที่เคยคาดเล็กน้อย และด้วยแนวโน้มกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว กอปรกับล่าสุดได้ล็อคราคาวัตถุดิบล่วงหน้าสำหรับการใช้ตลอดทั้งปีนี้แล้ว โดยราคาเป็ดยังทรงตัว Y-Y แต่ราคาหมูปรับขึ้น 5% Y-Y แม้จะมีการปรับขึ้นราคาขายตั้งแต่เดือน ธ.ค. ที่ผ่านมาในอัตรา 2% แต่ราคาวัตถุดิบอื่นๆ ยังมีความเสี่ยงจากปัญหาภัยแล้ง เราจึงปรับลดสมมติฐาน SSSG และอัตรากำไรขั้นต้นปี 2020 ลง ดังนั้นเราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 - 2020 ลง 4% - 5.5% เป็นกำไรทรงตัว Y-Y ในปี 2019 และคาดกลับมาโต 12.8% Y-Y ในปี 2020 โดยได้รวมผลประกอบการของแหลมเจริญซึ่งมีกำไรที่ดีเข้ามาเต็มปีแล้ว และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 80 บาท จากเดิม 84 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) อย่างไรก็ตาม คาดบริษัทจะได้รับผลกระทบจาก TFRS16 สัญญาเช่าดำเนินงาน เบื้องต้นผลกระทบต่อกำไรอาจสูงราว 150 - 300 ล้านบาท หรือ 5% - 10% ของกำไรทั้งปี หรือคิดเป็นมูลค่าจะอยู่ที่ราว 4-8 บาท/หุ้น ถือเป็น Downside ต่อกำไรและราคาเป้าหมายของเรา จึงคงคำแนะนำ ถือ เพื่อรอดูผลกระทบให้ชัดเจนในงบการเงินงวด 1Q20
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2020
TMB (BUY/20TP: 1.8), กำไร 4Q19 น้อยกว่าที่คาดและสินเชื่อชะลอลงแรงกว่าคาด
(views 34)
กำไร 4Q19 น้อยกว่าคาด รับกำไรจาก TBANK กำไรน้อยกว่าคาด และค่าใช้จ่ายสูงกว่าคาด TMB รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 1.6 พันลบ. ลดลง 24%Q-Q, 5%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดไว้ 50%/32% ตามลำดับ ใน 4Q19 ไม่มีการบันทึกกำไรจากเงินลงทุนอย่างที่เราคาดไว้ (มีการบันทึกต้นทุนรวมในราคาซื้อ TBANK แล้ว) และการรับรู้ประโยชน์จาก TBANK น้อยกว่าคาด (TMB งบเฉพาะกำไร 7 พันลบ. สะท้อนว่าได้กำไรจาก TBANK เพียง 200 ลบ. ซึ่งต่ำกว่าคาด) ทั้งนี้หากหักรายการกำไรจากเงินลงทุนออก กำไรจากธุรกิจหลักน้อยกว่าที่เราคาดราว 5% เนื่องจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานสูงกว่าที่คาดไว้โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายทางการตลาด ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิมีการรวม TBANK เข้ามาจำนวน 28 วัน จึงเห็นการปรับตัวขึ้น 30%Q-Q และ 27%Q-Q ตามลำดับ
กำไรสุทธิปี 2019 อยู่ที่ 7.2 พันลบ. ลดลง 37.7%Y-Y หากไม่รวมรายการกำไรจากเงินลงทุน กำไรปกติลดลงราว 8%Y-Y เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นก่อนการซื้อกิจการและรายได้ค่าธรรมเนียมที่อ่อนตัวลง
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2020
SPALI (HOLD/20TP: 19), คาดกำไร 4Q19 ดีสุดของปี ปี 2020 ฟื้นค่อยเป็นไปค่อยไป
(views 42)
คาดกำไรปกติ 4Q19 ฟื้นตัว 33% Q-Q จากการเร่งโอนช่วงท้ายปี แต่ชะลอ 31% Y-Y เนื่องจากไม่มีคอนโดใหม่เริ่มโอนเหมือนใน 4Q18 สำหรับปี 2020 ภาพรวมทรงตัว ตั้งเป้ายอดขาย 2.6 หมื่นล้านบาท +16% Y-Y จากฐานต่ำ และเปิดโครงการใหม่ลดลง 30% Y-Y เป็น 3 หมื่นล้านบาท โดยเพิ่มสัดส่วนแนวราบ ลดส่วนคอนโดจากอุปสงค์และอุปทานที่คาดชะลอตัวไปอีก 2-3 ปี ขณะที่การปรับปรุงเกณฑ์ LTV ของธปท.วานนี้ คลายแรงกดดันได้บางส่วน แต่คาดเป็นบวกเพียงเล็กน้อย จากหลายปัจจัยที่จำกัดการฟื้นตัว เราคงประมาณการกำไรปี 2020 ฟื้นตัว 6% Y-Y และคงราคาเหมาะสมที่ 19 บาท ราคาหุ้นมี Upside จำกัด จึงยังแนะนำถือ พร้อมคาดจ่ายปันผลงวด 2H19 เป็น Yield 3%
อ่านเพิ่มเติม
20
มกราคม
2020
BEM (HOLD/20TP: 11.5), คาดกำไรปกติ 4Q19 ไม่ตื่นเต้น แต่แนวโน้มปี 2020 ยังดูดี
(views 46)
คาดกำไรปกติ 4Q19 ขยายตัว 3% Y-Y หนุนจากการเปิดรถไฟฟ้าน้ำเงินต่อขยายช่วงแรกเป็นทางการเต็มไตรมาส แต่ชะลอ 31% Q-Q จากการรับรู้ต้นทุน และดอกเบี้ยจ่ายจากโครงการดังกล่าวสูงขึ้น เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019-2020 ลง 6-8% เป็น 3.1 พันล้านบาท (+3% Y-Y) ในปี 2019 และเร่งขึ้นเด่น 43% Y-Y ในปี 2020 ไฮไลท์ของปีนี้คือการเปิดน้ำเงินต่อขยายครบเส้นในเดือนมี.ค. 2020 บวกกับความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจทางด่วนที่สูงขึ้นจากค่าเสื่อมราคาที่ลดลงหลังขยายสัมปทาน เราปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 11.50 บาท สะท้อนการปรับสมมติฐานการขยายสัมปทานทางด่วนใหม่เป็น 15 ปี 8 เดือน และไม่สร้าง Double Deck ราคาหุ้นมี Upside จำกัด ยังแนะนำถือหรือซื้ออ่อนตัว โดยมี Upside Risk จากการรับงานเดินรถ Airport Link และรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รวมถึงการเข้าร่วมประมูลรถไฟฟ้าสายอื่นเพิ่ม ส่วน Downside คือเซ็นสัญญาทางด่วนไม่ทันก่อนหมดอายุ 29 ก.พ. 2020
อ่านเพิ่มเติม
20
มกราคม
2020
CPF (BUY/20TP: 39), เข้าสู่ปีทองของ CPF
(views 39)
จากปัญหาโรค ASF เริ่มหนุนให้ราคาหมูเวียดนามปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ฟาร์มเลี้ยงของ CPF ไม่ได้รับความเสียหาย คาดส่งผลบวกตั้งแต่กำไร 4Q19 ที่คาดโตทั้ง Q-Q, Y-Y แม้ปกติเป็น Low Season และจะส่งบวกต่อเนื่องไปยังกำไร 1Q20 – 2Q20 จากราคาหมูเวียดนามทำ New High ทะลุ 8 หมื่นด่องต่อกก. แล้ว และราคาหมูไทยล่าสุดขยับขึ้นต่อเนื่อง ทิ้งห่างต้นทุนการเลี้ยงไปพอสมควร กอปรกับปัญหาภัยแล้งในไทยที่ดูลุกลามมากขึ้น น่าจะช่วยหนุนราคาหมูไทยให้ขยับขึ้นไปอีก ในขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ยังอยู่ในระดับต่ำ และได้ล็อกราคายาวอย่างน้อยให้เพียงพอใช้ตลอด 1H20 ทำให้เราปรับเพิ่มสมมติฐานราคาหมูในปี 2020 ขึ้นเพื่อสะท้อนราคาหมูที่ขึ้นมาให้เห็นแล้วในปัจจุบัน นอกจากนี้ได้รวมส่วนแบ่งกำไรจาก Hylife ที่ดีลเพิ่งเสร็จในปลายเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยเข้าถือ 50% คาดช่วยหนุนกำไรปี 2020 ราว 1 พันล้านบาท หรือ 5% ของกำไร CPF จึงนำไปสู่การปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2019 - 2020 ขึ้น 5% - 19% เป็นการเติบโต 15.3% Y-Y และ 13% Y-Y ตามลำดับ (ส่วนกำไรปกติปี 2019 – 2020 คาดโต 80% Y-Y และ 44.6% Y-Y) และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 39 บาท จากเดิม 33 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังแนะนำซื้อ และเป็น Top Pick ในกลุ่มอาหาร
อ่านเพิ่มเติม
20
มกราคม
2020
KKP (BUY/20TP: 75), กำไร 4Q19 ดีกว่าคาดแม้รายได้งาน IB ต่ำคาดแต่มีรายการอื่นดีขึ้นทดแทน
(views 39)
คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 75 บาท แนะนำ ซื้อ คงประมาณการกำไรปี 2020 ที่ 6.17 พันลบ. +3%Y-Y โดยคาดการณ์สินเชื่อที่เติบโตสูงขึ้นและค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่อ่อนตัวลง คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 75 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ คาดการณ์เงินปันผลสำหรับ 2H19 หุ้นละ 3.50 บาท Yield 5.2%
อ่านเพิ่มเติม
20
มกราคม
2020
TU (BUY/20TP: 17), คาดกำไรจะฟื้นใน 1Q20 และราคาหุ้นปรับลงมากแล้ว แนะนำซื้อ
(views 44)
แนวโน้มกำไร 4Q19 ยังไม่สดใส เพราะยังเผชิญกับค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงิน 3 สกุลหลัก (USD EUR GBP) และราคาปลาทูน่าลดลงกระทบต่อรายได้ลูกค้า OEM ทั้งนี้ราคาปลาที่ปรับลงจะส่งผลดีต่อต้นทุนใน 1Q20 ซึ่งคาดกำไรน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง สำหรับการฟื้นตัวในปี 2020 อาจจะค่อยเป็นค่อยไป เพราะมองแนวโน้มปริมาณขายน่าจะยังทรงตัวถึงอ่อนตัวลง โดยขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจเป็นหลัก ส่วนราคาปลาทูน่าน่าจะปรับขึ้นเล็กน้อย หลังจากลงไปแตะระดับที่อาจเรียกได้ว่าต่ำกว่าต้นทุนคนจับปลาใน 4Q19 และใช้สมมติฐานค่าเงินบาททรงตัวที่ระดับ 30-31 บาทต่อ USD ทั้งนี้ยังคาดหวังเห็นพัฒนาการของความสามารถทำกำไรมากขึ้น จากการเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และควบคุมลดค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด เราคาดกำไรปกติปี 2019 จะเติบโตสูง 22.7% Y-Y เพราะฐานต่ำในปี 2018 และปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2020 ขึ้นเล็กน้อย 3.7% เป็นเติบโต 2.5% Y-Y จากการปรับลดดอกเบี้ยจ่ายในงบกำไรขาดทุน เพราะมีการ Refinance เป็น Perpetual Bond ซึ่งจะรับรู้ดอกเบี้ยในส่วนทุนแทน อย่างไรก็ตาม ยังคงราคาเป้าหมายที่ 17 บาท เพราะ EPS เราได้รวมดอกเบี้ยจ่ายของ Perp Bond ดังกล่าว เพื่อสะท้อนถึงมูลค่าที่แท้จริงของบริษัท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงจนมี Upside เป็น 15.7% จึงปรับขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม
อ่านเพิ่มเติม
20
มกราคม
2020
SCB (HOLD/20TP: U.R.), กำไรสุทธิ 4Q19 น้อยกว่าคาด และ NPL สูงขึ้น
(views 42)
กำไรสุทธิ 4Q19 แย่กว่าคาดจากการตั้งสำรองฯสูงเกินคาด SCB รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 อยู่ที่ 5.5 พันลบ. ลดลง 63%Q-Q, 22%Y-Y กำไรต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 41%/45% จากการตั้งสำรองฯที่สุงกว่าคาด โดยมีค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ 9.6 พันลบ. +8%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.8% เทียบกับระดับปกติที่ 1% และเราคาดการณ์ไว้เพียง 0.6% ซึ่งเป็นไปตามจำนวน NPL ที่เพิ่มขึ้นจากการจัดชั้นหนี้และภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเห็นการปรับลง 12%Q-Q และ 7%Y-Y เป็นไปตามคาด โดย NIM ลดลงมาอยู่ที่ 3.2% เนื่องจากรายได้จากเงินลงทุนจาก SCBLife ที่หายไป ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อลดลง 4.5%Q-Q จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และสินเชื่อที่ลดลง Q-Q
กำไรสุทธิปี 2019 อยู่ที่ 4 หมื่นลบ. ทรงตัว Y-Y แม้ว่ามีกำไรพิเศษจากการขาย SCBLife แต่กลบด้วยสำรองฯที่สูงขึ้น ด้านบวกคือพัฒนาการของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +3%Y-Y แม้อัตราดอกเบี้ยปรับลงในช่วง 2H19 และสินเชื่อลดลง Y-Y เนื่องจากการขยายฐานสินเชื่อที่เป็น High-Yield มากขึ้น อัตราส่วน Cost to income ratio อยู่ที่ 42.5% แต่หากไม่รวมกำไรพิเศษฯ จะอยู่ที่ 48.7% ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์โครงการ Transformation และค่าใช้จ่ายเทคโนโลยี
อ่านเพิ่มเติม
17
มกราคม
2020
CHG (BUY/20TP: 3), คาดกำไร 4Q19 ยังโตดี Y-Y แม้เจอลมต้าน
(views 53)
เราคาดกำไรปกติ 4Q19 ของ CHG -42.3% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ยังโตแรง +37.4% Y-Y จากโรงพยาบาลหลักที่ยังโตแข็งแรงและโรงพยาบาลใหม่ทยอยขาดทุนลดลง ทำให้กำไรปกติปี 2019 คาด +16.7% Y-Y ขณะที่ปี 2020 เรายังคงมุมองมองเชิงบวกและปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติขึ้น 9% เป็น +20.1% Y-Y จากทั้ง Upside ที่มีรวมถึงการปรับเพิ่มเงินของสปส. ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับขึ้นเป็น 3 บาท เรามองว่าราคาหุ้นตอบรับเชิงลบมากเกินไปหลังสปส.ประกาศปรับเพิ่มเงินน้อยกว่าคาดไปบ้าง จึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อ” และเป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2020
GLOBAL (HOLD/20TP: 16.5), ปรับลดกำไรและราคาเป้าหมายสะท้อนกำลังซื้อหดและภัยแล้ง
(views 95)
แนวโน้มกำไร 4Q19 ไม่สดใส เพราะได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อชะลอตัว โดยคาด SSSG จะพลิกเป็นติดลบครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาสที่ราว -1-2% Y-Y ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังเร่งตัวขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ และเรามีมุมมองระมัดระวังในปี 2020 มากขึ้น จากกำลังซื้อที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าคาด และผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ที่อาจกระทบต่อรายได้เกษตรกร ซึ่งเป็นฐานลูกค้าของบริษัท ท้ายที่สุดอาจกระทบต่อ SSSG ดังเช่นในอดีตปี 2015-2016 ที่เกิดปัญหาภัยแล้ง และ SSSG ของบริษัทติดลบ 4 ปีติดต่อกัน ดังนั้นเราจึงปรับลดสมมติฐาน SSSG ปี 2020 ลงเป็นโต 1% Y-Y จากเดิมคาดโต 3.5% Y-Y ส่วนแผนการเปิดสาขาใหม่คาดตามเดิมที่ 6-7 แห่ง และอาจเห็นสาขาที่ 2 ในกัมพูชาอย่างเร็วในปี 2021 ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 – 2020 ลง 2% - 4.4% เป็นกำไรที่ลดลง -3.9% Y-Y ในปี 2019 และคาดกลับมาโตราว 8.9% Y-Y ในปี 2020 (ไม่รวมผลของ TFRS16) จึงปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 16.5 บาท จากเดิม 17 บาท (DCF) ปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2020
HMPRO (HOLD/20TP: 17.7), ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ปรับลดกำไรและ TP
(views 54)
แนวโน้มกำไร 4Q19 เชื่อว่ายังโตได้ Q-Q, Y-Y แต่อาจไม่ตื่นเต้นนัก เพราะคาด SSSG จะติดลบมากขึ้น แต่บริษัทยังปรับ Product Mix เพิ่มสินค้า House Brand ได้ต่อเนื่อง ทั้งปี 2019 คาดมีกำไรเติบโตราว 10.7% Y-Y ส่วนปี 2020 เรามีมุมมองระมัดระวังมากขึ้น จากภาวะกำลังซื้อที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าคาด นอกจากบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยที่ไม่สดใสแล้ว ยังมีปัญหาภัยแล้งที่อาจกดดันรายได้เกษตรกร และความเชื่อมั่น ทั้งนี้เราปรับลดสมมติฐาน SSSG ในปีนี้เป็นโต 1% Y-Y จากเดิมคาดโต 3% Y-Y นำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 ลง 3.3% เป็นการเติบโต 9.5% Y-Y จากเดิมคาดโต 13% Y-Y โดยคาดว่าบริษัทจะยังสามารถสร้างพัฒนาการของอัตรากำไรขั้นต้น และควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับที่ดีต่อเนื่อง ในขณะที่คาดผลกระทบของ TFRS16 จะค่อนข้างจำกัด (ยังไม่รวมในประมาณการ) และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 17.7 บาท จากเดิม 18.5 บาท (DCF) แนะนำซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2020
KTC (HOLD/20TP: 40), กำไร 4Q19 ทำได้ดีกว่าคาด ปี 2020 ความท้าทายอยู่ที่มาตรฐานบัญชีใหม่
(views 50)
กำไรสุทธิ 4Q19 มากกว่าที่เราคาดแต่ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ KTC รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 1,319 ลบ. +2.1%Q-Q, +7.4%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ 10% แต่น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ 4% กำไรที่ดีกว่าเราคาดเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมที่ทำได้ดีกว่าคาด สำหรับค่าใช้จ่ายสำรองฯไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 11%Q-Q และ 24%Y-Y จากการจัดการคุณภาพสินทรัพย์ภายใน การตัดหนี้สูญเพื่อให้พอร์ตคงเหลือมีคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นพร้อมรับมาตรฐานบัญชีใหม่ คิดเป็น Credit cost ที่ 2.3% เทียบกับ 2.08% ในไตรมาสก่อน ด้านค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 5.5%Q-Q และทรงตัว Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาด ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาดตามฤดูกาล
กำไรสุทธิปี 2019 อยู่ที่ 5.5 พันลบ. เพิ่มขึ้น 7.5%Y-Y ซึ่งเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของสินเชื่อที่ +9.8%Y-Y (สินเชื่อบัตรเครดิต +11%Y-Y, สินเชื่อบุคคล +8%Y-Y) และรายได้หนี้สูญรับคืนที่เติบโตสูงขึ้น ด้าน NPL Ratio อยู่ที่ 1.06% จาก 1.14% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2020
TISCO (BUY/20TP: 112), เงินกองทุนแกร่ง จ่ายปันผลได้สูง
(views 193)
TISCO จะเข้าสู่ช่วงกำไรอิ่มตัว (คาดการณ์กำไรปี 2020-2021 +1-3%) สินเชื่ออาจจะยังไม่เห็นการเติบโตในปี 2020 เนื่องจากการจ่ายชำระคืนและชะลอตัวในกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ สินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อที่อยู่อาศัย กำไรที่เติบโตขึ้นได้จึงเกิดจากการเพิ่มสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อ High-Yield ในกลุ่ม Auto Cash คาดว่าไม่กระทบ Loan yield และ Loan spread ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมเห็นโมเมนตัมที่ดีขึ้นชัดเจนตั้งแต่ปี 2019 โดยเฉพาะในธุรกิจกองทุนและ Bancassurance ประเด็นการลงทุนที่สำคัญคือจากแรงหนุนจากเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ทำให้คาดว่า TISCO จะสามารถจ่ายเงินปันผลที่ระดับ 7 บาทต่อหุ้น (Dividend Yield 7%) ในปี 2019-2020 คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 112 บาท
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2020
TISCO (BUY/20TP: 112), สัญญาณที่ดีขึ้นสำหรับปี 2020 คุณภาพหนี้ดีขึ้น สินเชื่อฟื้นตัว
(views 47)
กำไร 4Q19 น้อยกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย TISCO รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 1,865 ลบ. ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 8%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดราว 3% (ตลาดคาดที่ราว 1.93 พันลบ.) เนื่องจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยน้อยกว่าที่คาดไว้ (ส่วนใหญ่เกิดจากรายการกำไรจากเงินลงทุน) และค่าใช้จ่ายสำรองฯที่มากกว่าคาด (Credit cost ไตรมาสนี้อยู่ที่ 0.3% VS เราคาด 0.15%) รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิทำได้ดีกว่าคาดไว้ โดย +3.2%Q-Q ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากธุรกิจจัดการกองทุนที่รับรู้รายได้ประจำปี ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิทำได้ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ซึ่งลดลง 1.3%Q-Q และ 0.3%Y-Y Loan spread อยู่ที่ 4.80% เทียบกับ 4.85% ใน 3Q19 จากต้นทุนทางการเงินที่ขยับขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงขึ้นเพื่อทดแทนหุ้นกู้ที่ครบอายุ
ปี 2019 กำไรสุทธิอยู่ที่ 7.27 พันลบ. เพิ่มขึ้น 3.7%Y-Y หลักๆเกิดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลงราว 74%Y-Y จากการปรับระดับสำรองฯส่วนเกินลง ขณะที่ PPOP ปรับลดลงราว 13.5%Y-Y เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่อ่อนตัวลงโดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยระหว่างธนาคาร
อ่านเพิ่มเติม
13
มกราคม
2020
THANI (HOLD/20TP: 5.6), ปี 2020 เป็นอีกปีที่เหนื่อยขึ้น
(views 54)
เราคาดว่า THANI จะมีกำไร 4Q19 ที่ราว 481 ลบ. ฟื้นตัวจากฐานต่ำในไตรมาสก่อนราว 1-2%Q-Q และราว 6%Y-Y เพราะค่าใช้จ่ายสำรองฯและค่าใช้จ่ายรถยึดที่น้อยกว่าไตรมาสก่อนตามคุณภาพหนี้ที่แก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น รวมปี 2019 คาดกำไรสุทธิ +19.6%Y-Y มาอยู่ที่ 1.96 พันลบ. แนวโน้มกำไรปี 2020 คาดว่าจะชะลอตัวกว่าที่คาดไว้เดิมโดยคาดการณ์กำไรใหม่อยู่ที่ 1.8 พันลบ. -7.4%Y-Y เนื่องจากสินเชื่อที่คาดว่าจะเติบโตที่ราว 5-8%Y-Y, การแข่งขันในตลาดการปล่อยสินเชื่อที่สูงขึ้นจากผู้เล่นรายใหม่, การตั้งสำรองฯที่กลับสู่ระดับปกติ และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการทบทวนอันดับเครดิตซึ่งมีการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ ปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 5.60 บาท (เดิม 6 บาท) แนะนำ ถือ/ชะลอการลงทุน (เดิม ขายทำกำไร)
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2020
CPALL (BUY/20TP: 94), ยังคาดว่าโตได้ในปี 2020 แม้มีหลายปัจจัยกดดัน
(views 70)
แนวโน้มกำไร 4Q19 ยังโตได้ทั้ง Q-Q, Y-Y แต่อาจต่ำกว่าที่เคยคาด เพราะคาด SSSG ทำได้เพียงทรงตัว Y-Y (เดิมมองโต 2% Y-Y) เพราะกำลังซื้อที่แผ่วลงและฐานสูงในปีก่อน ต่อเนื่องมาในปี 2020 เริ่มมีหลายปัจจัยลบมากขึ้นทั้ง กำลังซื้อที่ไม่สดใส และภัยแล้ง ทำให้เรามีมุมมองระมัดระวังมากขึ้น และปรับลด SSSG ลงเป็น 2% Y-Y จากเดิม 4% Y-Y แต่ยังเชื่อว่าเติบโตได้ เพราะทุกครั้งที่มีปัญหาภัยแล้ง CPALL เป็นบริษัทเดียวที่มี SSSG เป็นบวกได้ ในขณะที่ยังเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ในประเทศตามเดิม ส่วนความสามารถในการทำกำไรเชื่อว่ายังทำได้ดีทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน จึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 - 2020 ลง 2% - 3.6% เป็นการเติบโต 5.7% Y-Y ในปี 2019 และโต 11.6% Y-Y ในปี 2020 จากเดิมคาดโต 15.8% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 94 บาท จากเดิม 97 บาท (DCF) เรายังแนะนำ ซื้อลงทุน แต่ในระยะสั้นยังมีประเด็นกดดันราคาหุ้นทั้งผลกระทบของ TFRS 16 (ยังไม่รวมในประมาณการ) จะได้เห็นความชัดเจนในงบ 1Q20 และดีลซื้อ Tesco ที่ยังไม่มีข้อสรุป
อ่านเพิ่มเติม
03
มกราคม
2020
ADVANC (BUY/20TP: 260), คาดกำไร 4Q19 ยังอยู่ในโทนดี
(views 63)
เราคาดกำไรปกติ 4Q19 ของ ADVANC -2.8% Q-Q, +22.6% Y-Y และทำให้ทั้งปี 2019 คาด +8.4% Y-Y โตครั้งแรกในรอบ 4 ปี ภาวะการแข่งขันในปัจจุบันรุนแรงขึ้นบ้างโดยเฉพาะกลุ่ม Prepaid จาก Unlimited Package ราคาถูกที่กลับมาในตลาด แต่เน้นแย่งลูกค้าใหม่เป็นหลักจึงยังไม่น่ากังวลเท่าในอดีต ขณะที่การประมูล 5G ในเดือน ก.พ. นี้เราคาดว่าจะแข่งราคากันไม่รุนแรงจาก Use-Case ที่ยังไม่ชัดเจน เราจึงยังไม่มองภาพอุตสาหกรรมปี 2020 ในเชิงลบ โดยคาดกำไรปกติจะเติบโตได้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน +8.6% Y-Y เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 260 บาท แนะนำ “ซื้อ” เป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
30
ธันวาคม
2019
SCB (BUY/20TP: 132), คาดการณ์กำไรปกติปี 2020 เติบโตได้ดีกว่ากลุ่ม
(views 81)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 9.3 พันลบ. -37%Q-Q (กำไรจากเงินลงทุนและรายได้ดอกเบี้ยลดลง) แต่เพิ่ม 31.7%Y-Y (คาดรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น) ปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 และ 2020 ลงราว 8% จากคาดการณ์สินเชื่อที่ปรับลดลง คาดกำไรปกติปี 2020 +13%Y-Y จากค่าใช้จ่ายด้านดิจิตัลที่ทยอยลดลง เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงเป็น 132 บาท (เดิม 150 บาท) คาดการณ์ปันผลจากกำไร 2H19 ห้นละ 4.50 บาท (รวมจ่ายทั้งปี 6 บาทต่อหุ้น Yield5% ต่อปี) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
ธันวาคม
2019
TCAP (HOLD/20TP: 55), ปีใหม่ โครงสร้างใหม่
(views 62)
TCAP ภายใต้โครงสร้างใหม่และประมาณการกำไรของ TMB (ดูรายงาน 24/12) คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2020 จะอยู่ที่ 7.57 พันลบ. -10.8%Y-Y รายได้หลักของ TCAP ยังคงมาจากธนาคาร (NewTMB ซึ่งถือราว 20%) บนประมาณการกำไรของ NewTMB ปี 2020 และ 2021 ที่ 1.77 หมื่นลบ. และ 1.9 หมื่นลบ. ตามลำดับ TCAP จะบันทึกส่วนแบ่งกำไรเป็นจำนวน 3.5 และ 3.8 พันลบ. ตามลำดับ รายได้ส่วนที่เหลือมาจาก THANI, ธุรกิจประกัน, ธุรกิจหลักทรัพย์, ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ และอื่นๆ ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2020 ลงมาที่ 55 บาท เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ ด้านเงินปันผลภายหลังโครงสร้างใหม่เราคาดว่าน่าจะอยู่ที่ราว 2.60-3 บาทต่อหุ้น Yield 4.7-5.5% ปรับลดเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
ธันวาคม
2019
CBG (BUY/20TP: 107), แม้ฐานกำไร 2019 จะสูง แต่คาดปี 2020 จะยังโตสูงสุดในกลุ่ม
(views 83)
ยังแนะนำซื้อ CBG ด้วยราคาเป้าหมายที่ 107 บาท ราคาหุ้นปรับลงจนปัจจุบันเทรดบน Forward PE 2020 ที่ 27.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตัวเองที่ 43 เท่า และต่ำกว่า OSP ที่ปัจจุบันเทรดบน 30.3 เท่า ในขณะที่คาดกำไรใน 4Q19 จะยังเติบโตทั้ง Q-Q, Y-Y สวนทางฤดูกาล และสวนทางกลุ่มที่คาดมีกำไรอ่อนตัวลง แม้จะเผชิญภาษีน้ำตาลที่ปรับขึ้นตั้งแต่ ต.ค. ที่ผ่านมา แต่ถูกหักล้างด้วย Economies of Scale ได้ทั้งหมด น่าจะทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2019 ใกล้เคียงคาด โดยเป็นการเติบโตสูง 114.4% Y-Y และยังคาดกำไรสุทธิปี 2020 จะยังโตต่อในระดับที่ดีราว 23.4% Y-Y จากการขยายตลาดส่งออก, การใช้โรงงานกระป๋องเต็มกำลังการผลิตและเต็มปี รวมถึงได้ลูกค้าขวดแก้วรายใหม่ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตขวดแก้วอีกทางหนึ่ง ยังเดินหน้าลดขาดทุนของธุรกิจใน UK ต่อเนื่อง ทั้งนี้ภายใต้สมมติฐานประมาณการกำไรในปี 2020 ของเราถือว่าค่อนข้าง Conservative กว่าเป้าหมายของบริษัทแทบทุกรายการ โดยเชื่อว่าอยู่ในวิสัยที่บริษัทสามารถทำได้ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน
อ่านเพิ่มเติม
24
ธันวาคม
2019
DTAC (BUY/20TP: 68), แนวโน้มกำไร 4Q19 ไม่ตื่นเต้น แต่ยังอยู่ในโทนดี
(views 50)
เราคาดกำไรปกติ 4Q19 ของ DTAC -13% Q-Q, +8.6% Y-Y และคาดทั้งปี 2019 +159% Y-Y การแข่งขันโดยรวมรุนแรงขึ้นใน 4Q19 จากแพคเกจราคาต่ำที่กลับมาในตลาดอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเริ่มเห็นสัญญาณที่ผ่อนคลายขึ้นบ้างในเดือน ธ.ค. ทำให้เรายังไม่กังวลนักต่อภาวะการแข่งขันในปีหน้าโดยเชื่อว่าผู้ให้บริการจะยังให้ความสำคัญในการทำกำไร ขณะที่การประมูล 5G ยังคงมองว่าจะไม่รุนแรงเหมือนยุค 4G เรายังคงคาดกำไรปกติปี 2020 เติบโตเล็กน้อย +0.3% Y-Y ราคาหุ้นปรับตัวลงทำให้ Upside เปิดกว้างและ Dividend Yield น่าสนใจราว 4.1% จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 68 บาท
อ่านเพิ่มเติม
24
ธันวาคม
2019
RBF (BUY/20TP: 4.6), ปรับขึ้นเป็น ซื้อ จากกำไรยังโตดี และ Valuation เริ่มน่าสนใจ
(views 77)
ปรับคำแนะนำ RBF ขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ซื้ออ่อนตัว ภายหลังราคาหุ้นปรับลงจนอยู่ในระดับที่เริ่มน่าสนใจ ด้วย Upside ที่กว้างขึ้น และปัจจุบันเทรดอยู่บน Forward PE 19 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มอาหารที่ 24 เท่า โดยระยะสั้น คาดกำไร 4Q19 ยังจะยังดูดีต่อเนื่อง ใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ทำไว้ค่อนข้างดี และคาดโตราว 11% Y-Y เพราะปกติ 4Q เป็น High Season อยู่แล้ว ซึ่งน่าจะหนุนให้กำไรปกติปี 2019 จบที่ 378 ล้านบาท เติบโต 13.3% Y-Y ได้ตามคาด และคาดจะโตต่อเนื่องในปี 2020 ราว 14.2% Y-Y ภายหลังรับรู้รายได้จาก 2 โรงงานใหม่ที่อินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งคาดจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ ก.พ. 2020 เป็นต้นไป และคาดไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งการเข้าตลาดฯ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้อยค่าสินทรัพย์มากเหมือนในปี 2019 อีก กอปรกับจะเริ่มเห็นภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงตั้งแต่ 4Q19 เป็นต้นไป และเต็มปีในปี 2020 หรือราว 20 – 25 ล้านบาท เมื่อนำเงินจาก IPO ไปชำระหนี้เกือบทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม
24
ธันวาคม
2019
TMB (BUY/20TP: 2.18), การก้าวสู่สินเชื่อและกำไรที่ใหญ่ขึ้น
(views 63)
เราคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 2.18 บาท คาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q19 น่าจะสดใสที่ราว 3.57 พันลบ. +69%Q-Q, +110%Y-Y ซึ่งจากกำไรจากธุรกิจปกติ บวกกับกำไรจากการขายเงินลงทุนบางส่วนใน TFUND และการรับรู้กำไรจาก TBANK ภายหลังการควบรวมในเดือน ธ.ค. TMB จะรับรู้กำไรจากการซื้อกิจการ TBANK เต็มปีในปี 2020 เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2020 ที่ 1.77 หมื่นลบ. +93%Y-Y หากรวมผลของการเพิ่มทุน คาดว่า EPS จะไม่มี Dilution เราคาดว่าจะเห็น Synergy จากการควบรวมในปี 2021 เริ่มจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ทั้งคู่ห่างกันราว 0.50% (อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก TBANK จะปรับลดลงสู่ระดับเดียวกับ TMB) และ Synergy จากการประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการในระยะต่อไป เราคาดว่าจะเห็น ROE ที่ 10% ในปี 2022
อ่านเพิ่มเติม
16
ธันวาคม
2019
LOXLEY (BUY/20TP: 2.2), หากตัดรายการพิเศษ ผลประกอบการหลักใน 3Q19 มีกำไร
(views 59)
ผลขาดทุนสุทธิถึง 729 ล้านบาทใน 3Q19 เกิดจากการตั้งประมาณการผลขาดทุนของโครงการหนึ่งในสายงาน Network Solutions เพราะต้นทุนมีแนวโน้มสูงกว่าราคาที่บริษัทเสนอไป หากตัดรายการดังกล่าวออก ผลการดำเนินงานหลักเป็นกำไร 8.6 ล้านบาท ดีกว่าคาด เป็นผลจากการคุมค่าใช้จ่ายต่างๆได้ดี และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มมากขึ้นหลังปรับโครงสร้างธุรกิจ เราคาดว่าผลประกอบการที่แย่ที่สุดผ่านไปแล้ว แนวโน้ม 4Q19 จะเป็นกำไรสูงสุดของปีจากทั้งงานที่เลื่อนส่งมอบมาจาก 3Q19 และมีกำไรจากการขายเงินลงทุน เรายังคงประมาณการปี 2020 คาดฟื้นตัวชัดเจนจาก Backlog ณ สิ้น 3Q19 มูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งประมาณ 41% รับรู้ใน 4Q19 ส่วนที่เหลือรับรู้ในปี 2020 และยังเข้าร่วมประมูลงานอีก 1.8 หมื่นล้านบาทซึ่งเชื่อว่ามีโอกาสชนะประมูลสูง ประกอบกับการเบิกจ่ายงบภาครัฐที่เป็นปกติช่วยหนุนการประมูลงานให้เป็นไปตามแผน อย่างไรก็ตาม ประมาณการกำไรปี 2020 อาจมี downside ราว 10% เพราะสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ 13.9% ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับงวด 9M19 ที่ 13.2% แต่คิดว่าเร็วเกินไปที่จะปรับ ซึ่งผ่ายวิเคราะห์จะติดตามข้อมูลงวด 4Q19 แล้วจึงพิจารณาดำเนินการภายหลัง เรายังคงคำแนะนำซื้อ คงราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 2.20 บาท (PE 17 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
13
ธันวาคม
2019
BBL (BUY/20TP: 187), M&A ข้ามประเทศ การเข้าสู่ตลาดที่มีการเติบโตสูงกว่าตลาดไทย
(views 71)
เรามองเป็นบวกต่อการดีล BBL เข้าซื้อ Bank Permata อินโดนีเซีย โดยคาดว่าจะส่งผลบวกต่อกำไรและ ROE ของ BBL เล็กน้อยในปี 2020 และชัดเจนขึ้นในปี 2021 ในปี 2020 หากรวมกำไรจาก Permata (เฉพาะ 4Q20) จะส่งผลบวกต่อกำไรราว 3% และมากขึ้นเป็น 9% ในปี 2021 โดย Permata จะช่วยหักล้างการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยที่จะส่งผลต่อภาคธนาคารได้ เราคาดว่าภายหลังการซื้อกิจการ ระดับ CAR Ratio จะอยู่ที่ราว 18% แม้ว่าลดลงจากระดับปัจจุบันที่ 20.7% แต่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มและไม่ส่งผลต่อการเติบโตของสินเชื่อในระยะถัดไป BBL มีแผนจะเพิ่ม Tier 2 (หุ้นกู้) เพื่อรักษาระดับ CAR ที่เหมาะสมด้วย เราคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 187 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
ธันวาคม
2019
LIT (BUY/20TP: 5.2), การเบิกจ่ายภาครัฐกลับมา 1Q20
(views 60)
สถานการณ์การเบิกจ่ายงบภาครัฐที่ช้ากว่าคาด ทำให้เราปรับคาดการณ์กำไรปี 2019 ลง 17% เป็น 130 ลบ. -12%Y-Y โดยคาดว่ากำไรสุทธิ 4Q19 น่าจะเห็นการอ่อนตัวลงทั้งสินเชื่อและรายได้ บริษัทคาดว่างบภาครัฐน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้นใน 1Q20 เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2020 ที่ 145 ลบ. +11%Y-Y ราคาหุ้นที่ลงมาทำให้ Dividend yield อยู่ที่ราว 6.5% ต่อปี (จ่ายปีละครั้ง) ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจ เราปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2020 ที่ 5.20 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
ธันวาคม
2019
KTC (HOLD/20TP: 40), ค่าใช้จ่ายสำรองฯและคชจ.ทางการตลาดกดดันกำไรปีหน้า
(views 60)
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 และปี 2020 ลงเป็น 5.38 พันลบ. (+4.6%Y-Y) และ 5.68 พันลบ. (+5.6%Y-Y) ตามลำดับ เพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายสำรองฯและค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสูงกว่าที่คาดไว้ โดยค่าใช้จ่ายสำรองฯที่เพิ่มขึ้นในปี 2019 เนื่องจากการคุณภาพหนี้ที่ชะลอตัวลง ทำให้การตัดจำหน่ายสูงขึ้น ส่วนปี 2020 ค่าใช้จ่ายสำรองฯที่สูงขึ้นเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชี TFRS 9 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการรายงาน NPL ที่สูงขึ้นกว่ามาตรฐานเดิม ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยทั้งปี 2019-2020 คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพื่อกระตุ้นการใช้บัตรและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายขึ้น ปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 40 บาท ปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ (เดิม ซื้อ)
อ่านเพิ่มเติม
09
ธันวาคม
2019
S11 (BUY/20TP: 10.45), กำไร 3Q19 เติบโต พร้อมคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น
(views 57)
S11 รายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 132.5 ลบ. +3.8%Q-Q, +16%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาด โดยการเติบโตของสินเชื่อและรายได้ดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ กล่าวคือ เงินให้สินเชื่อ 9M19 ของ S11 เติบโต 13.3%Y-Y สวนทางยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศที่หดตัว 2.82%Y-Y เนื่องจากกลยุทธการขยายพื้นที่ไปยังจังหวัดใกล้เคียง สำหรับคุณภาพหนี้พบว่าการควบคุม NPL ทำได้ดี โดยรวมแล้วกำไรสุทธิ 9M19 อยู่ที่ 395 ลบ. +23%Y-Y และคิดเป็น 75% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2019 ที่ 524 ลบ. +19%Y-Y ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q19 คาดว่าจะขยับเพิ่มขึ้น Q-Q จากฤดูกาลของการขายรถจักรยานยนต์ เราคงประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้า คงราคาเหมาะสมปี 2020 ที่10.45 บาท (อิงวิธี Justified PE) ประกอบกับคาดการณ์ Dividend Yield อีกราว 5.3% ต่อปี แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
ธันวาคม
2019
TWPC (HOLD/20TP: 4.45), ผลประกอบการ 3Q19 ต่ำกว่าคาด 4Q19 จะฟื้น แต่น้อยกว่าเคยคาด
(views 45)
ผลประกอบการ 3Q19 ยังขาดทุน แม้มีผลจากปัจจัยฤดูกาลแต่ต่ำกว่าที่เคยคาด ทำให้เราต้องเพิ่มมุมมองเชิงระมัดระวังมากขึ้นต่อแนวโน้มผลประกอบการใน 4Q19 แม้คาดหมายว่าจะพลิกกลับเป็นกำไรเนื่องจากเข้าช่วงเก็บเกี่ยวหัวมัน จึงได้ปรับลดประมาณการกำไรปกติทั้งปีลงจากเดิม 60% เป็น 147 ล้านบาท ลดลง 28.3% Y-Y และปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2020 ลง 13% เป็น 280 ล้านบาท ฟื้นตัวสูงแต่มาจากฐานต่ำ ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2020 ปรับลดเป็น 4.45 บาท จากเดิม 5.10 บาท อิง PE ระดับเดิมที่ 14 เท่า ปรับคำแนะนำจากเดิม ซื้อ เป็น ถือ รับปันผลค่อนข้างดีระดับ 7%
อ่านเพิ่มเติม
09
ธันวาคม
2019
OISHI (BUY/20TP: 142), ปรับลดราคาเป้าหมาย แต่ยังมีหลายปัจจัยให้แนะนำ ซื้อ
(views 60)
เรายังแนะนำ ซื้อ OISHI เนื่องจาก 1) แม้กำไร 4Q19 จะต่ำกว่าคาดมาก และเราได้ปรับลดคาดการณ์ผลการดำเนินงานปี 2020 แต่กำไรทั้งปียังมีการเติบโตในระดับที่ดี (กำไรปี 2019 +21.6% Y-Y คาดกำไรปี 2020 +20.1% Y-Y) 2) มี ROE ในระดับที่ดี (ปี 2019 เท่ากับ 18.5% คาดปี 2020 เท่ากับ 20.7%) 3) การแตกพาร์ (รอขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นในวันที่ 30 ม.ค. 2020) จะทำให้หุ้นมีสภาพคล่องในการซื้อขายมากขึ้น 4) ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดที่ PE 13.5 เท่า ซึ่งต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของบริษัทเองในอดีตที่ 18.3 เท่า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่ม (ไม่รวมเครื่องดื่มชูกำลัง) ที่ 27.7 เท่า และ 23.1 เท่า ตามลำดับ นอกจากนี้บริษัทจ่ายเงินปันผลตอบแทนในระดับที่น่าสนใจ (อัตราเงินปันผลตอบแทน 3.8%-4%) ซึ่งราคาหุ้นยังคงต่ำกว่าราคาเป้าหมายถึง 33.3%
อ่านเพิ่มเติม
04
ธันวาคม
2019
ZEN (HOLD/20TP: 15), ผ่านกำไรต่ำสุดแล้ว แต่ราคาหุ้นมี Upside จำกัด
(views 60)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ คาดผ่านกำไรต่ำสุดใน 3Q19 แล้ว จะเห็นการฟื้นตัวของกำไรใน 4Q19 โดย SSSG น่าจะกลับมาทรงตัวได้ ส่วนการเปิดสาขาใหม่ปีนี้ต่ำกว่าเป้าเล็กน้อย โดยผู้บริหารยังให้เป้าการเติบโตในปีหน้า Aggressive ตามเดิม ด้วยแผนการเปิดสาขาของบริษัทเอง 40 แห่ง และตั้งเป้าแบรนด์เขียงในรูปแบบ Franchise 200 – 300 แห่ง ทั้งนี้มีการออกแบรนด์ใหม่อีก 2 แบรนด์ FOO Flavor และ Din’s ซึ่งจะเริ่มเห็นตั้งแต่เดือน ธ.ค. 19 เป็นต้นไป เราคาดหวังการกลับมาเติบโตของรายได้ในปีหน้าราว 10.8% Y-Y (ต่ำกว่าเป้าของบริษัทที่ไม่น้อยกว่า 15% Y-Y) ทั้งจาก SSSG เป็นบวก, การเปิดสาขาใหม่ และรายได้ค่าธรรมเนียม Franchise เติบโตสูง และคาดเห็นอัตราการทำกำไรปรับตัวดีขึ้น ซึ่งได้รวมมุมมองระมัดระวังต่อการปรับขึ้นของต้นทุนอาหารไว้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ด้วยกำไร 3Q19 ที่ต่ำกว่าคาดมาก เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 – 2020 ลง 10% - 32% เป็นกำไรที่ -14% Y-Y สำหรับปี 2019 และคาดจะกลับมาเติบโตสูง 50.7% Y-Y ในปี 2020 เราปรับลดราคาเป้าหมายปี 2020 เป็น 15 บาท จากเดิม 17 บาท ยังอิง PE เดิมที่ 25 เท่า ซึ่งเราเห็นว่าเหมาะสม โดยเป็น Target PE ที่เท่ากับ M แม้อัตราการเติบโตของกำไรปีหน้า ZEN จะสูงกว่า แต่อัตราการกำไรของ ZEN ต่ำกว่า M พอสมควร ที่ราคาเป้าหมายใหม่ มี Upside เพียง 5.6% ในขณะที่คาดให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2019 เพียง 1.5% จึงคงคำแนะนำถือ
อ่านเพิ่มเติม