บทวิเคราะห์รายบริษัท

18
กุมภาพันธ์
2019
BIG (BUY/19TP: 2.4), กำไร 4Q18 แย่กว่าคาด แต่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว
(views 3)
กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 131 ล้านบาท ฟื้นตัว 39% Q-Q แต่ลดลง 47% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 131 ล้านบาท ฟื้นตัว 39% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season ของการท่องเที่ยวและจับจ่ายใช้สอย แต่เมื่อเทียบ Y-Y กำไรสุทธิลดลง 47% เพราะยังถูกกดดันจากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 28.2% เพิ่มขึ้นจาก 25.9% ใน 3Q18 ตามส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่โน้มเอียงมาทางสินค้าอัตรากำไรขั้นต้นสูงมากขึ้น แต่ลดลงเมื่อเทียบกับ 31.9% ใน 4Q17 เพราะต้องจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารถือว่าคุมได้ดีมาก ลดลงเหลือเพียง 15.3% ของรายได้รวม จากที่พุ่งขึ้นไปถึง 17.4% ใน 3Q18 กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 549 ล้านบาท ลดลง 29% Y-Y ต่ำกว่าคาดคาดการณ์ของเราที่ 596 ล้านบาท เพราะยอดรีเบทต่ำกว่าที่เราคาด ด้วยเหตุผลด้านส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่กล่าวไปข้างต้น
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2019
KTC (BUY/19TP: 38), แคมเปญการตลาดเข้มข้นขึ้น แต่คาดการเติบโตของกำไรยังดี
(views 3)
ปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลง 7% เป็น 6.15 พันลบ. แต่ยังเห็นการขยายตัวราว 20%Y-Y หลังจากผู้บริหารเปิดเผยแนวทางการตั้งสำรองฯที่ สูงกว่าที่เราคาดไว้ และ Guidance ค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงกว่าที่เราคาดการณ์จากแผนธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลที่เป็นเชิงรุกมากขึ้น ทั้งนี้ปัจจัยที่อยู่ในความกังวลของตลาดคือการต่ออายุของ CEO คุณระเฑียร ซึ่งจะครบอายุในเดือนพ.ย. คุณระเฑียรระบุว่าขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริษัท (ต้องติดตามต่อไป) อย่างไรก็ตามคุณระเฑียรได้รับการต่ออายุกรรมการบริษัทแล้ว ประเด็นนี้เป็น Sentiment เชิงลบแต่สุดท้ายเราเชื่อว่าบริษัทจะเดินต่อได้ด้วยระบบไม่ใช่บุคคล ปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 38 บาท แต่คงคำแนะนำ ซื้อ (ประกาศเงินปันผลจากกำไรปี 2018 หุ้นละ 0.82 บาท Yield 2.7%
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2019
MAJOR (BUY/19TP: 27), กำไรปกติ 4Q18 โตดีกว่าคาด 13% ปันผล 2H18 @0.70 บาท
(views 3)
กำไรปกติ 4Q18 โต 64.6%, 10.7 เท่าตัว Y-Y จากฐานต่ำ ดีกว่าคาด 13% กำไรปกติ 4Q18 ที่ 221 ล้านบาท ดีกว่าคาดที่ 191 ล้านบาท เพิ่ม 64.6% Q-Q และโตแรง 1063% จากฐานต่ำเป็นพิเศษใน 4Q17 ที่ขาดทุนปกติ 19 ล้านบาท จากผลกระทบงานพระราชพิธีราว 1 เดือน โดยในไตรมาสนี้มีหนังทำเงินหลายเรื่อง เช่น หนังไทย “นาคี 2” “Aquaman” “Fantastic Beast 2 และ “Bumblebee” หนุนให้รายได้ตั๋วหนัง (สัดส่วนรายได้ 50-55% ของรายได้รวม) เพิ่ม 54.8% Q-Q และ 87.8% Y-Y รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหาร (สัดส่วนรายได้ 18-20%) เพิ่ม 45.1% Q-Q และ 69.8% Y-Y ขณะที่รายได้โฆษณากลับมาเพิ่ม 31.6% Q-Q จากการได้ลูกค้าต่อสัญญามากขึ้น สามารถชดเชยค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้นมากได้ โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาจากการเปิดสาขาใหม่ที่ Icon Siam และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน รวมทั้งไตรมาสนี้มีรายการพิเศษกำไรขายเงินลงทุนบางส่วนใน SF ราว 38 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 259 ล้านบาท +25.9% Q-Q, +246.8% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2019
RS (BUY/19TP: 18), กำไรปกติ 4Q18 ฟื้นต่อเนื่อง ดีใกล้เคียงคาด ธุรกิจ MPC หนุน
(views 3)
กำไรปกติ 4Q18 เพิ่ม 27.0% Q-Q, 17.6% Y-Y ดีใกล้เคียงคาด กำไรปกติ 4Q18 ที่ 135 ล้านบาท ใกล้เคียงเราคาดที่ 128 ล้านบาท และตลาดคาดเป็นกำไรฟื้นตัวต่อเนื่อง 27.0% Q-Q ,17.6% Y-Y หนุนโดยยอดขายธุรกิจ Multi-Platform Commerce (Health & Beauty + Home & Lifestyle) ช่วง 4Q18 ฟื้นกลับมาอยู่ที่ 583 ล้านบาท เพิ่ม 26.5% Q-Q, 26.0% Y-Y จากไตรมาสก่อน ที่ยังได้รับผลกระทบจากการปราบปรามสินค้าเครื่องสำอางอาหารเสริมเถื่อนและการคุมโฆษณาของทางการมาตั้งแต่กลาง 2Q18 ยอดขายสินค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะประเภทเครื่องประดับและสินค้าความเชื่อต่างๆ รวมการทำ New Year Grand sales ช่วงปลายปี ขณะที่รายได้ทีวีช่อง 8 เพิ่มขึ้น 19.2% Q-Q (แม้ลดลง 19.7% Y-Y) และรายได้โฆษณาวิทยุก็เพิ่ม Q-Q ทำให้รายได้รวม 4Q18 เพิ่ม 27.2% Q-Q, 18.9% Y-Y Gross margin เพิ่มเป็น 47.0% จากไตรมาสก่อนที่ 40.8% และ 4Q17 ที่ 41.6% แม้ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มตามรายได้ธุรกิจ MPC ที่เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
18
กุมภาพันธ์
2019
TOP (HOLD/19TP: 81), ปรับลดประมาณการกำไร 2019 จากค่าการกลั่นฟื้นช้า
(views 3)
4Q18 ขาดทุนมากกกว่าคาดจาก Stock loss และ NRV TOP รายงานขาดทุนสุทธิ 4,812 ลบ. จากที่มีกำไรสุทธิ 4,558 ลบ. ใน 3Q18 และ 6,972 ลบ. ใน 4Q17 หากหักรายการ Fx และ Hedging gain/loss ออก บริษัทจะมีผลขาดทุนปกติรวม Stock gain/loss อยู่ที่ 3,702 ลบ. ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดราว 30% จากผลของ Stock loss และ NRV (Net Realizable Value) ที่มากกว่าคาด 1,305 ลบ. รวมถึง Market GRM ที่ลดลงเหลือ US$3.9/บาร์เรล (-22% Q-Q, -35% Y-Y) ซึ่งถูกฉุดจาก Inventory น้ำมันเบนซินล้นตลาด อย่างไรก็ตาม มาร์จิ้นของกลุ่มอโรมาติกส์ฟื้นตัวขึ้นมาที่ US$2.2/บาร์เรล (+11% Q-Q, +48% Y-Y) เพราะต้นทุนเบนซินถูกลง รวมถึงอุปสงค์ในธุรกิจผลิตเสื้อผ้ายังคงแข็งแกร่ง ส่งผลให้ Utilization Rate ขยับขึ้นมาที่ 94% (+5% Q-Q, +12% Y-Y) ส่วนกำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 10,149 ลบ. (-59% Y-Y) โดยเป็นผลจาก Stock loss จำนวน 2,628 ลบ. ตรงข้ามกับปีก่อนที่มี Stock gain 3,415 ลบ. รวมถึงค่าการกลั่นที่สูงผิดปกติในปี 2017 จากผลของพายุฮาร์วี่ในสหรัฐ
อ่านเพิ่มเติม
15
กุมภาพันธ์
2019
SAT (BUY/19TP: 20.7), กำไรสุทธิ 4Q18 ดีตามคาด เป็นหนึ่งเดียวในกลุ่มที่แนะนำซื้อ
(views 7)
กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 255 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% Q-Q แต่ลดลง 9% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 255 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% Q-Q ทั้งที่เป็น Low Season ได้แรงหนุนจากภาวะอุตสาหกรรมที่โตตามความต้องการในประเทศ และการผลิตชิ้นส่วนให้กลุ่มลูกค้าใหม่ที่เป็น Teir 1 ในสหรัฐฯ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 19.6% จาก 18.7% ใน 3Q18 ส่วนกำไรสุทธิเมื่อเทียบ Y-Y ที่ลดลง 9% เพราะ 4Q17 มีกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ก่อนรวมกิจการของบริษัทร่วม 85 ล้านบาท ถ้าหักออก กำไรปกติจะโต 26% Y-Y กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 916 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% Y-Y ส่วนกำไรปกติโต 25% Y-Y จากทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนเครื่องจักรการเกษตรที่ขยายตัว รวมถึงการได้ลูกค้าใหม่และการควมคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด
อ่านเพิ่มเติม
15
กุมภาพันธ์
2019
AP (BUY/19TP: 9), คาดกำไร 4Q18 ไม่เด่น แต่ Valuation น่าสนใจ ปันผลดี
(views 7)
คาดการณ์กำไรปกติ 4Q18 ที่ 930 ล้านบาท (+1.5% Q-Q, -31% Y-Y) ถูกกดดันด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลดจากการโอนโครงการที่มีมาร์จิ้นต่ำอย่าง Vittorio ในสัดส่วนที่สูงขึ้น ขณะที่ยอดโอนคาดโตทั้ง Q-Q และ Y-Y แตะ 8.2 พันล้านบาท หนุนจากความสำเร็จของการขายแนวราบที่ไปได้ดี บวกกับรับรู้ Backlog คอนโด Vittorio ได้มากกว่าแผน หนุนให้ประมาณการกำไรปกติปี 2018 ของเราที่ 3.5 พันล้านบาท (+14% Y-Y) มี Upside ราว 9% ส่วนภาพปี 2019 บริษัทมีมุมมองระมัดระวังขึ้น ตั้งเป้ายอดขายชะลอ 6% Y-Y เป็น 3.9 หมื่นล้านบาท เทียบกับการเปิดโครงการใหม่ 39 โครงการ มูลค่า 5.68 หมื่นล้านบาท (+26% Y-Y) และรุกแนวราบมากขึ้น เราปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 9.00 บาท โดยปรับลด PER เป็น 7.6x อิงค่าเฉลี่ยในอดีต -0.5SD สะท้อนตลาดอสังหาที่ท้าทายขึ้น แต่ยังแนะนำซื้อ จากราคาปัจจุบันที่ซื้อขายบน PE2019 ที่ 6x เทียบกับกลุ่มที่ 8.2x พร้อมคาดให้ผลตอบแทนปันผลสูงถึง 6%
อ่านเพิ่มเติม
15
กุมภาพันธ์
2019
KCE (HOLD/19TP: 32), การฟื้นตัวยังดูช้าและยากกว่าที่เคยคาด
(views 6)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนข้างลบ เพราะการกลับมาฟื้นตัวดูช้าและยากกว่าที่เคยคาด แม้ปัญหา WLTP จะเริ่มคลี่คลาย แต่ยังมีกระทบอยู่บ้างใน 1Q19 กอปรกับสถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์ในสหรัฐ, ยุโรป และจีนไม่สดใส ยอดขายรถยนต์ของทั้ง 3 ตลาดหดตัวลง กระทบต่อบริษัท เพราะลูกค้าทำการปรับและระบายสต็อก จึงได้ชะลอคำสั่งซื้อ ทำให้บริษัทปรับลดเป้าการเติบโตของปริมาณขายในปีนี้เป็นโต 10%-11% Y-Y เดิมตั้งเป้าโต 15-16% Y-Y ในขณะที่ราคาขายโดยเฉลี่ยลดลงราว 2% Y-Y แม้จะมีข่าวดีอยู่บ้างจากแนวโน้มราคาวัตถุดิบที่อ่อนตัวลงทั้ง Copper และ Copper Foil แต่ด้วยคำสั่งซื้อที่ไม่สดใส ทำให้อัตราการใช้กำลังผลิตลดลง กระทบต่อประสิทธิภาพในการผลิต เราจึงปรับลดประมาณการรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น นำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 11% เป็นการเติบโต 10.5% จากเดิมคาดโต 24% และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 32 บาท จากเดิม 37 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้ราคาหุ้นจะปรับลงมาก แต่ที่ราคาเป้าหมายใหม่ของเรามี Upside เพียง 10.3% กอปรกับระยะสั้นแนวโน้มกำไร 1Q19 แม้จะฟื้นตัว Q-Q แต่จะยังลดลง Y-Y ถือว่าไม่สดใสนัก (คาดมีค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานเข้ามาราว 54 ล้านบาทด้วย) และต้องติดตามว่าแนวโน้มกำไร 2Q19 จะฟื้นตัวได้มากขึ้นหรือไม่ จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
14
กุมภาพันธ์
2019
AOT (HOLD/19TP: 73), กำไรสุทธิ 1Q19 ใกล้เคียงคาด Upside เริ่มจำกัด แนะนำถือ
(views 7)
กำไรสุทธิ 1Q19 (ต.ค.-ธ.ค. 18) ออกมาใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 1Q19 (ต.ค. – ธ.ค. 18) อยู่ที่ 6,376 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% Q-Q และ 2.5% Y-Y ต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ 6,515 ล้านบาทเล็กน้อย โดยกำไรที่โตแรง Q-Q ,มาจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season ของการท่องเที่ยว และค่าใช้จ่ายพนักงานที่ลดลงกลับสู่ระดับปกติ จากที่เร่งตัวใน 3Q18 (ก.ค. – ก.ย. 18) เพราะจ่ายโบนัสและปรับเพิ่มผลประโยชน์พนักงานประจำปี ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่โตเล็กน้อยเพราะรายได้ค่าธรรมเนียมผู้โดยสารยังถูกกระทบจากการชะลอของนักท่องเที่ยวจีน โดยโตเพียง 2.3% Y-Y อยู่ที่ 6,396 ล้านบาท อีกทั้ง อัตรากำไรจากการดำเนินก็ลดลงเหลือ 55.9% จาก 56.2% ใน 1Q18 เนื่องจากค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นจากการจัดโปรโมชั่นให้สายการบินช่วง Off Peak (02.00 – 06.59 น.)
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2019
VGI (BUY/20TP: 8.7), กำไร 3Q19 (สิ้นธ.ค.18) โตดีตามคาด
(views 15)
กำไรปกติ 3Q19 (สิ้นธ.ค.18) +18.9% Q-Q, +70.8% Y-Y ใกล้เราและตลาดคาด กำไรปกติ 3Q19 ที่ 309 ล้านบาท ใกล้เคียงเราคาด (ที่ 296 ล้านบาท) และตลาดคาดเป็น New High เพิ่ม 18.9% Q-Q, 70.8% Y-Y ตามรายได้รวมเพิ่ม 21.6% Q-Q, 50.2% Y-Y จากรายได้ธุรกิจหลักเดิม สื่อรถไฟฟ้า BTS +7.7% Q-Q, +4.9% Y-Y สื่อกลางแจ้งผ่าน MACO (VGI ถือหุ้น 32%) +13.0% Q-Q, 11.7% Y-Y และ Conso.รายได้จากบริษัท Trans Ad และ Roctec. (บริษัทย่อยของ MACO ทำธุรกิจให้บริการด้านการออกแบบติดตั้งระบบสื่อผสมและวางระบบ ) เต็มไตรมาสจากไตรมาสก่อนรับรู้ 2 เดือน แม้ Gross margin ลดลง 2.8% Q-Q, 7.9% Y-Y เนื่องจาก Trans Ad และ Roctec มี Gross margin ต่ำกว่า นอกจากนี้ มีกำไรรับรู้จากบริษัทร่วมเป็นบวกที่ 18 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนที่ 15 ล้านบาท (แต่ดีกว่า 3Q18 ที่ติดลบ 55 ล้านบาท) คาดจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการเข้าถือหุ้น 23% ใน Kerry TH เต็มไตรมาส (จากไตรมาสก่อนที่รับรู้ 2 เดือน) หักล้างจากคาดขาดทุนเพิ่มขึ้นของ Rabbit Group จากค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่ม จากการแข่งขันมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2019
ORI (BUY/19TP: 10.1), คาดกำไรปกติ 4Q18 แกร่ง ปี 2019 ปรับแผนรับตลาดที่ท้าทาย
(views 9)
คาดการณ์กำไรปกติ 4Q18 โตเด่น 48.5% Q-Q และ 14.5% Y-Y ทำจุดสูงสุดของปีที่ 950 ล้านบาท จากยอดโอนที่คาดแตะ 5.3 พันล้านบาท (+65% Q-Q, -4% Y-Y) ตามการเร่งรับรู้ Backlog โครงการใหญ่ Park24 เฟส 2 บวกกับเริ่มโอนคอนโดใหม่ 2 แห่ง ทำให้ทั้งปี 2018 คาดจบที่ 2.8 พันล้านบาท (+90% Y-Y) ส่วนปี 2019 ผู้บริหารมีมุมมองระมัดระวังขึ้น ปรับกลยุทธ์เน้น Real Demand ตั้งเป้ายอดขายโตเพียง 2% Y-Y ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท ผ่านการเปิดตัวใหม่ 15 โครงการ มูลค่า 2.75 หมื่นล้านบาทใกล้เคียงกับปีก่อน เราปรับประมาณการปี 2019 ลง 9% เป็น 3.24 พันล้านบาท (+13% Y-Y) บน Backlog ที่รองรับแล้ว 71% ซึ่งถือว่ายังโตเด่นกว่ากลุ่มที่ +7% Y-Y ทำให้ราคาเหมาะสมเป็น 10.10 บาท อิง PER 7.6x (ค่าเฉลี่ย -1SD) ด้วยสมมติฐานใหม่ไม่รวมผลการแปลงสภาพ ORI-W1 ขณะที่มูลค่าหุ้นปัจจุบันน่าสนใจ เทรดบน PE2019 ที่ 5.2x ต่ำกว่ากลุ่มที่ 8.2x และคิดเป็น PEG เพียง 0.4x พร้อมให้ผลตอบแทนปันผลสูงถึง 7% จึงคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2019
EPG (BUY/19TP: 12), กำไรปกติ 3Q19 +16.3% Y-Y เติบโต Y-Y เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส
(views 11)
กำไรปกติ 3Q19 (ต.ค.-ธ.ค. 2018) เติบโต Y-Y เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส หากไม่รวมกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรปกติ 3Q19 (ต.ค.-ธ.ค. 2018) อยู่ที่ 232.3 ล้นบาท +16.3% Y-Y เติบโต Y-Y เป็นไตรมาสแรกในรอบ 9 ไตรมาส แต่กำไรยังหดตัว 18.1% Q-Q เพราะธุรกิจในต่างประเทศ (ราว 67% ของรายได้รวม) อยู่ในช่วง Low season ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก (EPP) เริ่มฟื้นตัวในไตรมาสนี้ +4.5% Q-Q เป็น 568.3 ล้านบาท แม้ว่าจะยังต่ำกว่าในอดีตที่เคยมียอดขายไตรมาสละ 600+ ล้านบาท แต่ด้วยการหันมาทำตลาดใหม่ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์อาหารซึ่งการแข่งขันน้อยกว่า คำนึงถึงคุณภาพมากกว่า ทำให้ทั้งรายได้และ Gross margin เพิ่มขึ้น (จาก 15.0% ใน 2Q19 เป็น 15.6% ใน 3Q19) ขณะที่ทั้งรายได้และ Gross margin ในธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ (Aeroklas) และธุรกิจฉนวนยาง (Aeroflex) นอกจากจะอยู่ในช่วง Low season แล้ว ยังไม่ได้ประโยชน์จากราคาวัตถุดิบที่ปรับลงเพราะบริษัทมีสต็อกวัตถุดิบราคาเก่าที่สูงอยู่และน่าจะยังใช้ได้อีกประมาณ 1 ไตรมาส ส่วนรายได้จากธุรกิจ TJM เริ่มดีขึ้นเช่นกัน +3.6% Q-Q, +14.8% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
11
กุมภาพันธ์
2019
INTUCH (HOLD/19TP: 61), กำไร 4Q18 ถูกถ่วงจาก THCOM // ลดคำแนะนำเป็น “ถือ”
(views 15)
กำไร 4Q18 ถูกถ่วงจากทั้ง ADVANC และ THCOM INTUCH ประกาศกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1,847 ลบ. -31.7% Q-Q, +5.3% Y-Y แต่หากตัดรายการด้อยค่าสินทรัยพ์จาก THCOM ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 2,596 ลบ. -4.5% Q-Q, -8.7% Y-Y ซึ่งยังไม่สดใสโดยส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ยังลดลงจากรายได้ที่ยังโตต่ำในขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น ส่วน THCOM ยังถูกกดดันจากภาวะอุตสาหกรรมดาวเทียมที่ยังคงแย่จากความต้องการใช้งานที่ลดลง ส่งผลให้ปี 2019 INTUCH มีกำไรปกติจบที่ 11,764 ทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
08
กุมภาพันธ์
2019
ADVANC (HOLD/19TP: 200), กำไร 4Q18 ไม่โดดเด่นตามคาด ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ”
(views 18)
กำไร 4Q18 ออกมาไม่สดใสตามคาด ADVANC ประกาศกำไรปกติ 4Q18 ออกมาใกล้เคียงคาดที่ 6,710 ลบ. -3.1% Q-Q, -12.6% Y-Y โดยรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ในไตรมาสนี้ยังโตในระดับต่ำ +1.7% Q-Q, +3.3% Y-Y โดยเฉพาะธุรกิจ Mobile ที่โตเพียง +1.6% Q-Q, +1% Y-Y จากผลของ Fixed-speed Unlimited Package ที่ยังกดดัน ARPU และบดบัง Net Add ที่บวกแรงกว่า 5 แสนรายติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 ส่วนฝั่งต้นทุนต้องเริ่มรับรู้ค่าตัดจำหน่ายคลื่น 1800 MHz ล็อตใหม่เต็มไตรมาสรวมถึงค่าใช้จ่ายโครงข่ายและการตลาดที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวลงเหลือเพียง 40.9% ใน 4Q18 จาก 42.5% และ 45.1% ใน 3Q18 และ 4Q17 ตามลำดับ ซึ่งต่ำสุดในรอบ 9 ไตรมาส และส่งผลให้ทั้งปี 2018 มีกำไรปกติ 29,698 ลบ. -0.5% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
08
กุมภาพันธ์
2019
BBL (BUY/19TP: 245), ฐานเงินทุนและเงินฝากพร้อมรับสินเชื่อภาคการลงทุนที่ทิศทางดีขึ้น
(views 21)
คงราคาเหมาะสมปี 245 บาท อิง PBV 1.05 เท่า คงคำแนะนำ ซื้อ คาดการจ่ายเงินปันผลสำหรับ 2H18 ที่ 5.50 บาท (Payout 40.52%) คิดเป็น Yield 2.6% BBL นำเสนอแผนการเงินปี 2019 ซึ่งมีทิศทางเชิงบวกจากการเติบโตของสินเชื่อ (โดยเฉพาะการเติบโตสินเชื่อธุรกิจ) และแนวโน้ม NIM ที่น่าจะดีจากปี 2018 (คาดเกิดจากการเพิ่มขึ้น Loan yield และรักษาต้นทุนทางการเงินให้อยู่ในระดับต่ำ) เราคาดว่า BBL จะเป็นหนึ่งในผู้รับประโยชน์สูงสุดจากการขยายตัวของสินเชื่อภาคการลงทุนหลังการเลือกตั้ง เราคาดว่า BBL น่าจะเป็นธนาคารขนาดใหญ่ธนาคารเดียวที่น่าจะเห็น Net fee income มีการปรับขึ้น เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ขึ้นมาที่ 3.84 หมื่นลบ. +8.7% Y-Y น่าจะเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่มีกำไรปกติเติบโตสูงที่สุดในปี 2019
อ่านเพิ่มเติม
08
กุมภาพันธ์
2019
DELTA (HOLD/19TP: 79), คาดกำไร 4Q18-1Q19 สะดุด จึงปรับลดกำไรและราคาเป้าหมาย
(views 10)
แนวโน้มกำไร 4Q18 อาจไม่สดใส คาดลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y จากรายได้กลุ่มสินค้ามาร์จิ้นต่ำที่สูงขึ้น และเป็นตัวที่มีค่าใช้จ่ายสูง กอปรกับต้นทุนวัตถุดิบที่ยังสูงเพราะปัญหาขาดแคลนที่ยังมีอยู่บ้าง คาดจะกดดันอัตรากำไรจากการดำเนินงานระดับหนึ่ง โดยคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะโต 7.1% Y-Y หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุนและกำไรอัตราแลกเปลี่ยน คาดกำไรปกติจะอ่อนตัวลง -11% Y-Yแนวโน้มสถานการณ์นี้น่าจะยืดเยื้อต่อเนื่องมาใน 1Q19 และคาดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบจะทยอยดีขึ้นในระยะถัดไป แต่การเติบโตของรายได้ในปี 2019 ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากกลุ่มสินค้า Auto ที่ส่งออกไปจีนมากขึ้น ซึ่งมีมาร์จิ้นที่ไม่สูงนัก เราจึงปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2019 ลงจากเดิม 80 bps นำไปสู่การปรับลดกำไรปี 2019 ลง 6.8% เป็นการกลับมาการเติบโต 10% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 79 บาท จากเดิม 82 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ทั้งนี้ยังอยู่ระหว่างรอทำ Tender Offer ของ Delta Taiwan ล่าสุดกำลังขอความเห็นชอบจากหน่วยงานราชการของจีนเรื่องการควบรวมกิจการ คาดจะใช้เวลาอีกราว 2 เดือน ราคาหุ้นน่าจะยังแกว่งตัวใกล้เคียงกับราคา Tender ที่ 71 บาท/หุ้น และด้วยแนวโน้มกำไรที่ไม่สดใสใน 4Q18 – 1Q19 จึงแนะนำเป็น ถือรับปันผล จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
06
กุมภาพันธ์
2019
BAY (BUY/19TP: 44.6), ปี 2019 กรุงศรีฯบุกสินเชื่อรายใหญ่
(views 18)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหารให้เป้าหมายทางการเงินปี 2019 ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในการคาดการณ์ของเรา เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 ที่ 2.5 หมื่นลบ. +0.8%Y-Y กำไรปี 2019 ที่คาดว่าจะทำได้เพียงใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจากแนวโน้ม Loan yield ที่ลดลง ประมาณการกำไรดังกล่าวยังไม่รวมกำไรจากการขายบริษัทเงินติดล้อ คาดว่าจะบันทึกกำไรจากการขายได้ภายใน 1H19 ซึ่งในเบื้องต้นเราคาดการณ์ว่าน่าจะมีกำไรจากการขายหลังหักภาษีที่ราว 2-4 พันลบ. และยังไม่รวมกำไรจากการตีมูลค่าหุ้นจากการเปลี่ยนแปลงการบันทีกบัญชี จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม หรือเงินลงทุน คงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 44.60 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
06
กุมภาพันธ์
2019
SC (BUY/19TP: 3.7), คาดงบ 4Q18 เด่นสุดของปี Valuation น่าสนใจพร้อมปันผลสูง
(views 21)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q18 โตแกร่ง 81% Q-Q และ 27% Y-Y ที่ 708 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส จากยอดโอนที่คาดแตะระดับ 5 พันล้านบาท (+44% Q-Q, +14% Y-Y) จากการโอนแนวราบที่ไปได้ดี และเร่งส่งมอบคอนโดใหญ่อย่าง Saladaeng One และ Beatniq ทำให้กำไรปี 2018 คาดจบที่ 1.8 พันล้านบาท (+43% Y-Y) ส่วนภาพปี 2019 คาดกำไรขยายตัวต่อ 10% Y-Y ที่ 1.98 พันล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากความสำเร็จจากการเน้นขายโครงการแนวราบที่บริษัทถนัด และเริ่มโอนคอนโดอีก 2 แห่ง มูลค่ารวม 9.5 พันล้านบาท เราปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 3.70 บาท โดยปรับลด PER เป็น 7.7x อิงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 4 ปี -0.5SD เพื่อสะท้อนตลาดอสังหาที่ท้าทายขึ้น แต่ยังแนะนำซื้อ จากมูลค่าหุ้นปัจจุบันที่น่าสนใจ ซื้อขายบน PE2019 เพียง 6x เทียบกับกลุ่มที่ 8x ไม่สอดคล้องกับการเติบโตของกำไรปีนี้ที่เด่นกว่ากลุ่ม พร้อมคาดให้ผลตอบแทนปันผลสูงถึง 6%
อ่านเพิ่มเติม
01
กุมภาพันธ์
2019
EA (BUY/19TP: 65), คาดกำไร 4Q18 ไม่น่าตื่นเต้นเพราะยังไม่มีกำลังการผลิตชุดใหม่
(views 29)
แนวโน้มกำไรใน 4Q18 ยังไม่น่าตื่นเต้นเมื่อเทียบกับ 3Q18 เพราะกำลังการผลิตไฟฟ้ายังคงเท่าเดิม มีผลกระทบจากฤดูกาลบ้างสำหรับโรงไฟฟ้าโซลาร์และลม แต่ไม่มีนัยสำคัญ เราคาดกำไรสุทธิ 1,180 ล้านบาท -7% Q-Q, +31% Y-Y และกำไรสุทธิจบปี 2018 ที่ 5,386.8 ล้านบาท +41% Y-Y ซึ่งรวมกำไรทางบัญชีจากการเปลี่ยนแปลงฐานะของ Amita จากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยใน 1Q18 หากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติปี 2018 คาดที่ 4,326.7 ล้านบาท +15% Y-Y การเติบโตของกำไรจะสูงขึ้นตั้งแต่ 1Q19 ที่กำลังการผลิตชุดสุดท้าย 260MW ทยอยเข้ามา เราคาดกำไรสุทธิปีนี้ +20% Y-Y แต่กำไรปกติ +49% Y-Y เป็น 6,465.6 ล้านบาทมาจากการรับรู้รายได้เต็มปีของโรงไฟฟ้าพลังลม 260MW บวกกับธุรกิจจำหน่ายรถ EV สถานีบริการชาร์จไฟรถยนต์ และโครงการ Green Diesel สำหรับธุรกิจ Battery storage จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงปลายปีนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ Norm PE 27.4 เท่า คิดเป็น PEG 1.1 เท่า ถูกไปสำหรับบริษัทที่อยู่ในช่วงเติบโต ยังคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 65 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
กุมภาพันธ์
2019
KTB (BUY/19TP: 23), ค่าใช้จ่ายลงทุน IT กดดันกำไร
(views 17)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลง 8% จากแนวโน้มค่าใช้จ่ายการลงทุนด้านเทคโนโลยีและเพิ่มทักษะพนักงานที่สูงกว่าคาด โดยเราปรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานขึ้น 6% ซึ่งส่งผลต่อ Cost to income ratio ปรับขึ้นจากเดิม 45% เป็น 47.7%, ปรับลดรายได้ค่าธรรมเนียม เป็น -5% จากผลกระทบของรายได้การโอนเงินที่จะเริ่มส่งผลมากขึ้นในปีนี้ และปรับลดคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อ เป็น 5% ประมาณการดังกล่าวยังไม่รวมรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์ AQ ที่น่าจะเกิดขึ้นใน 1Q19 ซึ่งน่าจะแต่น่าจะเป็นบวกกว่าลบ และยังไม่รวมการตั้งสำรองฯเกณฑ์เกษียณอายุพนักงาน แนะนำ ซื้อลงทุน จาก Valuation ที่น่าสนใจและคาด Dividend yield ราว 4% คงราคาเหมาะสม 23 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
กุมภาพันธ์
2019
THANI (BUY/19TP: 10), ปี 2019 กำไรน่าจะยังเห็น New High
(views 19)
เราคงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 10 บาท ประมาณการกำไรปี 2019 ปรับขึ้นเป็น 1.82 พันลบ. +11%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นการปรับลดรายการการตั้งสำรองฯลง จากคาดการณ์เดิมที่ 0.9% ของสินเชื่อเป็น 0.65% ของสินเชื่อเนื่องจากสำรองทั่วไปฯเพื่อรองรับเกณฑ์ IFRS 9 เพียงพอแล้วและยังมีส่วนเกินรอการกลับรายการด้วย นอกจากนี้ เราคาดว่าบริษัทยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยในระดับที่ต่ำกว่า 20% และสินเชื่อที่มีแนวโน้มเติบโตต่ออีกราว 8-10% ในปี 2019 แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายเดิม 10 บาท คาดจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.28 บาท Yield 4%
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2019
FTE (BUY/19TP: 3.5), แนวโน้มกำไร 4Q18 โดดเด่น ปีนี้จะโตจากตลาดใหม่และบาทแข็ง
(views 16)
เราคาดกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% Q-Q และ 13% Y-Y จากการรับรู้รายได้งานโครงการที่เป็นส่วนติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงให้โรงงานปิโตรเคมี ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ FTE เพิ่งเจาะตลาดสำเร็จใน 2H18 อีกทั้งยังมีการรับรู้รายได้จากกลุ่มลูกค้าเดิมที่เลื่อนจาก 1H18 ถ้ากำไร 4Q18 เป็นไปตามคาด จะทำให้กำไรทั้งปี 2018 จบทรงตัว Y-Y ที่ 130 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นโมเมนตัมที่ดี เมื่อเทียบจากกับ 9M18 ที่กำไรยังชะลอ 6% Y-Y เหลือ 89 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มกำไรสุทธิปี 2019 เราคาดโต 10% Y-Y อยู่ที่ 142 ล้านบาท แม้รายได้จากงานขายจะชะลอตามภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่งานโครงการจะเร่งตัวขึ้นจาก (1) งานของ กฟผ. ที่เลื่อนมาเข้าปีนี้ 100 ล้านบาท (2) งานโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐฯ (3) กลุ่มลูกค้าโรงงานที่เป็นตลาดใหม่ ราคาปัจจุบันคิดเป็น PE2019 เพียง 9 เท่า และให้ปันผลสูงถึง 10% เราจึงแนะนำซื้อ ประเมินราคาเป้าหมายปี 2019 ได้เท่ากับ 3.50 บาท อิง PE Multiplier 15 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2019
VGI (BUY/20TP: 8.7), คาดกำไร 3Q19 (สิ้นธ.ค.18) ยังโตสูงต่อเนื่อง แม้น้อยกว่าเคยคาด
(views 15)
คาดกำไรปกติ 3Q19 (สิ้นธ.ค.18) โตต่อเนื่อง 13.7% Q-Q, 63.4% Y-Y จากรายได้สื่อหลักเดิมเพิ่ม Conso. รายได้ธุรกิจใหม่ในกลุ่มและรับรู้กำไรจาก Kerry TH (VGI ถือหุ้น 23%) เต็มไตรมาส แม้ Gross margin ลดลงจากธุรกิจใหม่ และมีขาดทุนจาก Rabbit มากขึ้น นับเป็นกำไรที่น้อยกว่าที่เคยคาด ทำให้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019 (สิ้นมี.ค.2019) ลง 11% และปี 2020 ลงเล็กน้อย 3% ยังเป็นกำไรโตสูงใน 3 ปีข้างหน้า จากการประสานและเกื้อกูลกันระหว่างธุรกิจสื่อนอกบ้าน Online และ Logistics ผ่าน Kerry TH และโอกาสขยายตัวมากกว่าคาด จากการรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2019
SAPPE (BUY/19TP: 24), คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 1H19
(views 15)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 4Q18 อาจกลับมาโตได้ Q-Q และ Y-Y แต่ไม่สดใสนักเพราะปกติเป็น Low Season อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ดีขึ้นคือ ต้นทุนเม็ดพลาสติกเริ่มลดลงและส่งผลบวกต่อบริษัทในเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา รวมถึง All Coco พลิกกลับมามีกำไรได้อีกครั้ง จากต้นทุนมะพร้าวที่ถูกลง แต่ด้วยผลประกอบการที่ไม่สดใสในช่วง 3Q18 จึงคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะหดตัวราว -5.1% Y-Y ทั้งนี้ต้นทุนเม็ดพลาสติกที่ถูกลงจะส่งผลบวกเต็มไตรมาสตั้งแต่ 1Q19 น่าจะช่วยหนุนผลประกอบการในช่วง 1H19 ที่เป็น High Season กลับมาฟื้นตัวได้ดี และวานนี้บริษัทแจ้งตลาดฯเข้าลงทุนใน All Coco เพิ่มเป็น 51% จากเดิม 40% ถือเป็นบวก เพราะคาดปีนี้ All Coco จะพลิกกลับมามีกำไร และประกาศเข้าร่วมทุนกับ Danone บริษัทเครื่องดื่มรายใหญ่ของฝรั่งเศส เพื่อทำธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในไทย โดย SAPPE จะเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 25% เรามองเป็นกลาง และอยู่ระหว่างรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมจากทางบริษัท จึงยังไม่รวมดีลนี้ไว้ในประมาณการ ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2019 ขึ้นเล็กน้อย 2% เป็นการกลับมาเติบโตราว 7.8% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 24 บาท จากเดิม 23 บาท (อิง PE เดิม 18 เท่า) ยังมี Upside 27.7% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2019
PTTEP (BUY/19TP: 150), กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาดจากรายการพิเศษ กำไรปกติดีตามคาด
(views 15)
กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาดจากรายการพิเศษทางภาษีราว US$ 128 ล้าน PTTEP รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 8,834 ลบ. (-15% Q-Q, -6% Y-Y) ต่ำคาดจากรายการพิเศษที่ทำให้ภาษีจ่ายสูงผิดปกติ ได้แก่ 1. การบันทึก deferred tax liability ของโครงการซอติก้าจำนวน US$74 ล้าน 2. รายการตัดจำหน่าย deferred tax asset ของโครงการมอนทาราจำนวน US$54 ล้านเนื่องจากไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้และมีการขายแหล่งมอนทาราทำให้เกิดขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ และ 3. กำไรจากอนุพันธ์ทางการเงิน หากหักรายการพิเศษออกไป กำไรปกติก่อนภาษีจะอยู่ที่ 16,264 (+8% Q-Q, +39% Y-Y) ใกล้เคียงคาด กำไรที่ดีขึ้นมาจากปริมาณขายใน 4Q18 ที่เพิ่มขึ้นเป็น 320,905 BOEPD (+5% Q-Q, +3% Y-Y) และราคาขายเฉลี่ยขยับขึ้นมาที่ US$47.79/บาร์เรล (+1%Q-Q, +15%Y-Y) ตามราคาก๊าซที่เพิ่มขึ้นตามหลังน้ำมันดิบราว 6 เดือน ส่วนกำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 36,206 ลบ. (+76% Y-Y) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายการ Impairment แหล่งมอนทารา และถ้าหักรายการพิเศษออก กำไรปกติก่อนภาษีจะอยู่ที่ 60,038 ลบ. (+42% Y-Y) ซึ่งใกล้เคียงกับที่เราคาด
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2019
BAFS (BUY/19TP: 40), ท่อส่งน้ำมันไม่ฉุดกำไรมากนัก กำไรปีนี้พักฐานก่อนจะพุ่งปีหน้า
(views 15)
แนะนำซื้อ BAFS ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 40 บาท ปัจจัยหนุนระยะสั้นคือคาดการณ์กำไร 4Q18 ที่ยังโตดี 11% Y-Y อยู่ที่ 183 ล้านบาท ตามจำนวนเที่ยวบินที่โต 5% Y-Y และธุรกิจท่อส่งน้ำมันของ FPT ดำเนินการได้ปกติ ส่วนระยะยาวจะได้แรงหนุนตามการเติบโตของภาคท่องเที่ยว การขยายสนามบินทั้งสุวรรณภูมิและอู่ตะเภา รวมถึงการให้บริการท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือ แม้ปีนี้เราคาดกำไรสุทธิชะลอ 8% Y-Y เหลือ 968 ล้านบาท เพราะเริ่มให้บริการท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือเฟสแรกใน 2Q19 และเฟส 2 ใน 4Q19 ซึ่งเป็นปกติที่ค่าเสื่อมจะมากกว่ารายได้ในช่วงต้น แต่คาดว่ากำไรสุทธิจะกลับมาโต 8% Y-Y อยู่ที่ 1,048 ล้านบาทในปี 2020 โดยค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ยจ่ายโครงการท่อขนส่งน้ำมันไม่ได้เป็นภาระมากนัก เนื่องจากตัดตามอายุโครงการนานถึง 30 ปี และดอกเบี้ยที่ได้ก็อยู่ในระดับต่ำมากด้วย ราคาหุ้ปัจจุบันคิดเป็น PE2019 ที่ 22 เท่า แต่จะลดเหลือ 20 เท่าในปี 2020 และ 19 เท่าในปี 2021 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 22 เท่า จึงถือว่าไม่แพงสำหรับการลงทุนใน 1-3 ปีข้างหน้า
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2019
CK (BUY/19TP: 33), กำไร 4Q18 กลับสู่ระดับปกติ ราคาหุ้นยัง Laggard
(views 19)
เราคาดกำไรปกติ 4Q18 ที่ 315 ล้านบาท ดีขึ้นจาก 4Q17 ที่ขาดทุนจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ แต่ลดลง 46% Q-Q จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่อ่อนตัวตามปัจจัยฤดูกาล และไม่มีเงินปันผลรับ เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2018-19 ที่ 1.76 พันล้านบาท (+17% Y-Y) และ 1.95 พันล้านบาท (+11% Y-Y) แม้มีความเสี่ยงจากความล่าช้าของกรอบเวลาประมูลหลังการเลือกตั้ง อาจส่งผลให้รายได้ปี 2019 มีโอกาสต่ำกว่าที่เราคาด แต่การเติบโตของเงินลงทุนในบริษัทลูกจะเข้ามาช่วยหนุนให้กำไรปกติเพิ่มขึ้นได้แม้ในกรณีเลวร้ายที่ไม่มีรายได้จากงานใหม่ขณะที่ตั้งแต่ 23 ม.ค. 2019 ที่ประกาศวันเลือกตั้ง ราคาหุ้น CK ปรับขึ้นเพียง 3% Laggard STEC และ UNIQ ที่ +7% และ +6% ตามลำดับ รวมถึงต่ำกว่า NAV ของบริษัทลูกที่ 40 บาท/หุ้น จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 33 บาท พร้อมแนะจับตาผลเจรจารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินกลางก.พ. 2019 หากกลุ่ม CP ชนะจะหนุนให้ Backlog ของ CK แตะแสนล้านบาทอีกครั้งในรอบ 4 ปี
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2019
TCAP (BUY/19TP: 60), เป็นธนาคารเดียวที่มีกำไร 4Q18 ที่ดีกว่าคาดและเราปรับประมาณการขึ้น
(views 18)
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ขึ้น 5% เป็น 7 พันลบ. สะท้อนฐานรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ดีกว่าคาดในปีก่อน และ Spread ที่มีทิศทางเพิ่มขึ้น เราคาดว่าโมเมนตัมนี้ยังคงต่อเนื่องในปี 2019 เนื่องจากสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยที่เพิ่มขึ้นและเป็นการเพิ่มจากสินเชื่อที่เป็น High-yield อย่างไรก็ตามสังเกตว่ากำไรสุทธิจะเห็นการชะลอตัวลง 10% Y-Y เนื่องจากในปี 2019 TBANK จะกลับมาจ่ายภาษีเต็มปี ในระยะสั้นกลุ่มแบงก์รวมถึง TCAP อาจถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับการเกษียณอายุพนักงานที่น่าจะเกิดขึ้นใน 1Q19 สำหรับ TCAP จะมีค่าใช้จ่าย One-time เป็นจำนวนราว 700 ลบ มีผลต่อกำไรสุทธิประจำไตรมาสราว 30% ซึ่ง ผบห. แจ้งว่าได้รวมในแผนงานประจำปีไปแล้ว เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ เราปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 60 บาท (เดิม 58 บาท) แนะนำ ซื้อลงทุน เราคาดจ่ายปันผลจากกำไร 2H18 อีก 1.30-1.40 บาทต่อหุ้น yield~ 2.5%
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2019
SPRC (BUY/19TP: 13), ขาดทุน Stock loss หนักใน 4Q18 แต่น่าจะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว
(views 15)
เราคาดผลประกอบการ 4Q18 พลิกมาขาดทุน 3,120 ลบ. สาเหตุหลักมาจาก Stock loss ราว 3,689 ลบ. ประกอบกับค่าการกลั่นที่คาดว่าจะลดลงเหลือ US$4.2/บาร์เรล (-18% Q-Q, -24% Y-Y) เราปรับคาดการณ์กำไรปี 2018 ลงเป็น 3,167 ลบ. (-64% Y-Y) ในขณะที่กำไรปี 2019 คาดว่าจะฟื้นกลับมาที่ 5,264 ลบ. (+66% Y-Y) บนสมมติฐานค่าการกลั่นจะฟื้นกลับมาจากมาตรการ IMO ที่จะทำให้ค่าการกลั่นปรับสูงขึ้น และโอกาสในการปรับลดกำลังการผลิตของโรงกลั่นเนื่องจากเริ่มไม่คุ้มต้นทุนการผลิต แม้เราปรับราคาเหมาะสมลงเหลือ 13.0 บาท (อิง EV/EBITDA ที่ 6.2 เท่า) จากเดิม 16.70 บาท ตามประมาณการกำไรที่ลดลงจาก Stock loss และแผนการหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ในปีนี้ แต่ยังคงแนะนำ ซื้อ จากแนวโน้มกำไรที่น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แม้จะคาดปันผลงวด 2H18 ที่ 0.20 บาท/หุ้น คิดเป็น yield เพียง 2% แต่เชื่อว่าจะกลับมาให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลได้ราว 7.6% ต่อปีในปีนี้
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2019
EPG (BUY/19TP: 12), คาดกำไร 3Q19 ชะลอ Q-Q เพราะ low season ในต่างประเทศ
(views 22)
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q19 (ต.ค.-ธ.ค. 2018) -12.2% Q-Q เป็น 230 ล้านบาทเพราะธุรกิจในต่างประเทศเผชิญกับ low season ขณะที่ธุรกิจ EPP ที่พึ่งกำลังซื้อในประเทศ ทยอยฟื้นตัวแต่ยังไม่ได้ประโยชน์จากราคาวัตถุดิบที่ปรับลงเพราะยังมีสต็อกเก่าในราคาสูงและจะยังมีใช้ถึงไตรมาสหน้า ซึ่งทำให้กำไรปกติทั้งปี 2019 (สิ้นสุด มี.ค. 2019) คาดว่าจะฟื้นเพียง 8% เป็น 1.1 พันล้านบาทยังต่ำกว่าปีที่ดีที่สุดที่เคยทำได้ 1.4 พันล้านบาท เราคาดว่ากำไรของ EPG จะฟื้นตัวเต็มที่ตั้งแต่งวดปีบัญชี 2020 (เม.ย. 2019 - มี.ค. 2020) เพราะเหลือเพียงธุรกิจ EPP ที่เริ่มมีสัญญาณดีขึ้นและ TJM ที่ใกล้ปรับโครงสร้างแล้วเสร็จ และได้ประโยชน์เต็มที่จากวัตถุดิบล๊อตใหม่ในราคาต่ำลง คงราคาเป้าหมายที่ 12 บาท แนะนำซื้อรอการฟื้นตัว
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2019
KKP (BUY/19TP: 76), ถึงเวลาหุ้นปันผล
(views 17)
การประชุมเมื่อวานนี้ ธนาคารได้เปิดเผยแผนการดำเนินงานปี 2019 โดยรวมยังเห็นการชะลอตัวของธุรกิจทั้งในแง่ของสินเชื่อ Spread และรายได้ค่าธรรมเนียม เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลงเป็น 5.9 พันลบ. (-2%Y-Y) จาก Loan spread และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ชะลอลงกว่าคาด เราคาดจ่ายเงินปันผลจาก 2H18 หุ้นละ 3 บาท yield 4.4% หรือราว 7.4% ต่อปี ราคาเหมาะสมปี 2019 ปรับลดลงเป็น 76 บาท (เดิม 81 บาท) ราคาล่าสุดยังมี Upside + Dividend Yield ที่น่าสนใจ จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
28
มกราคม
2019
MAJOR (BUY/19TP: 27), คาดกำไรปกติ 4Q18 กลับมาโตแรง
(views 23)
คาดกำไรปกติ 4Q18 กลับมาโตแรง 42.0% Q-Q และ 9 เท่าตัว Y-Y จากฐานต่ำใน 4Q17 ที่มีผลกระทบงานพระราชพิธีราว 1 เดือน และหนังทำเงินหลายเรื่อง ทั้งหนังไทย “นาคี 2” และหนังฮอลลีวู๊ด อย่าง “Aquaman”, “Venom”, Fantastic Beast 2 แม้มีค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มมากรวม One-time และปรับลดคาดการณ์กำไรปกติปี 2018-2019 เล็กน้อย 2-4% แต่ยังโตดี 14.7% และ 12.7% ตามลำดับ จากหนังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในช่วง 2Q ที่เป็นหน้าหนัง และการขยายโรงหนังโดยเน้นควบคุมต้นทุนมากขึ้น ราคาเป้าหมายปี 2019 ปรับลงเป็น 27 บาท จากเดิม 28.50 บาท (DCF) ยังมี Upside 17% และเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลค่อนข้างสม่ำเสมอในอัตราใช้ได้ระดับ 5% (คาดจ่ายงวด 2H18 @0.6 บาท yield 2.5%) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
มกราคม
2019
GLOBAL (BUY/19TP: 22), คาดกำไร 4Q18 จะอ่อนลงตามฤดูกาล และกลับมาสดใสใน 1H19
(views 16)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q18 จะอ่อนตัวลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่คาดเติบโตได้ดี Y-Y จาก SSSG น่าจะบวกสูงราว 9.5% Y-Y และมีการเปิดสาขาใหม่ 4 แห่ง (3 ไทย และ 1 กัมพูชา) ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอาจอ่อนตัวลงตามราคาเหล็กที่อ่อนตัวลง แนวโน้มกำไร 1Q19 จะกลับมาเติบโตดี ตามปัจจัยฤดูกาล ซึ่งปกติช่วง High Season ของบริษัทจะอยู่ใน 1H อยู่แล้ว ล่าสุด SSSG เดือน ม.ค. ยังบวกต่อ และด้วยมุมมองการฟื้นตัวของกำลังซื้อในต่างจังหวัดในปีนี้ คาด SSSG ทั้งปียังบวกได้ต่อเนื่อง และมีแผนเปิดสาขาใหม่อีก 6-7 แห่งในไทย กอปรกับตั้งเป้าสาขาในกัมพูชาจะถึงจุดคุ้นทุนภายใน 4Q19 คาดกำไรสุทธิปี 2018 – 2019 เติบโต 25.7% Y-Y และ 21.9% Y-Y ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายเท่ากับ 22 บาท (DCF) ยังมี Upside 18.3% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2019
M (HOLD/19TP: 79), คาดกำไร 4Q18 โตดี และน่าจะโตต่อเนื่องในปี 2019
(views 22)
แนวโน้มกำไร 4Q18 จะโตทั้ง Q-Q และ Y-Y ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 703 ล้านบาท เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ และคาดไม่มีค่าใช้จ่ายโบนัสพิเศษเหมือนในปีก่อน จึงคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะเติบโตได้ราว 10.1% Y-Y ระยะสั้นในช่วง 1Q19 คาดบริษัทจะมีการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้นตามกฏหมายแรงที่เพิ่มค่าชดเชยให้กับพนักงานอายุงานเกิน 20 ปี เป็น 400 วัน แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่เป็น One-time และ Non-cash ส่วนปัจจัยหนุนการเติบโตในปีนี้จะมาจากทั้ง SSSG ที่คาดกลับมาฟื้นตัวได้มากขึ้นและการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง ถึงแม้แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบอาหารจะปรับตัวสูงขึ้นทั้งเป็ดและหมู แต่บริษัทได้มีการปรับขึ้นราคาอาหารเพื่อรองรับต้นทุนดังกล่าวไปแล้วในช่วงปลายปีที่ผ่านมา คาดจะกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นจำกัด เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2019 ไว้ที่ 2.9 พันล้านบาท โต 8.6% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 79 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) มี Upside 6% ยังคงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2019
PLANB (BUY/19TP: 8.2), คาดกำไร 4Q18 โตเล็กน้อย Q-Q แต่แรง Y-Y
(views 27)
คาดกำไร 4Q18 ยังดีเป็นระดับสูงสุดของปี เพิ่มเล็กน้อย 2.7% Q-Q จากค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง แต่โตแรงเท่าตัว Y-Y จากฐานต่ำใน 4Q17 ที่มีผลกระทบจากงานพระราชพิธีราว 1 เดือน การใช้กำลังผลิตสื่อโฆษณาที่บริษัทได้พัฒนาในปีก่อนๆ มากขึ้น การขยายพื้นที่สื่อโฆษณาเพิ่มขึ้น และการขยายตัวของตลาดโฆษณาสื่อนอกบ้านดีกว่าตลาดรวมต่อเนื่อง ทำให้มี Upside ของประมาณการกำไรในปี 2018-2019 ที่เดิมคาดโต 35% และ 22% ตามลำดับ ขณะที่การลงทุน 19.48% ใน BMN บ.ย่อยของ BEM ที่ทำธุรกิจสื่อในรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เป็นบวกระยะยาวเนื่องจากจะเพิ่มโอกาสได้บริหารสื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนขยายในอนาคต โอกาสลงทุนเพิ่มในต่างประเทศ รวมทั้ง Sentiment บวก ตามความคืบหน้าของการเลือกตั้ง ขณะที่ราคาหุ้นยังมี Upside สูงถึง 38% จากราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 8.20 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2019
AOT (BUY/19TP: 73), แนวโน้มกำไร 1Q19 ยังสวย ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็หนุนสนามบิน
(views 26)
เรายังแนะนำซื้อ แม้ว่าราคาหุ้นปัจจุบันจะเหลือ Upside ไม่ถึง 10% เมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 73 บาท แต่เพราะเรายังไม่ได้รวมส่วนเพิ่มจากการประมูลพื้นที่ Duty Free รอบใหม่ของสนามบินสุวรรณภูมิทั้งส่วนพื้นที่เดิมและ Satellite ซึ่งคาดว่า TOR จะออกปลาย ก.พ. 19 และจะเปิด Upside ให้กับ AOT อีกพอควร ขณะที่ ระยะสั้น จะได้แรงหนุนจากคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q19 (ต.ค.-ธ.ค. 18) ที่จะโดดเด่น 24% Q-Q และ 5% Y-Y อยู่ที่ 6,515 ล้านบาท เพราะจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารมีการเติบโต เสริมด้วยการจัดโปรโมชั่นช่วง Off Peak ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 18 – 31 มี.ค. 19 เรายังคงคาดกำไรทั้งปีนี้ (ต.ค. 18 – ก.ย. 19) ที่ 27,133 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% Y-Y และจะโตต่ออีก 11% Y-Y อยู่ที่ 30,125 ล้านบาทในปี 2020 จากการเปิดอาคาร Satellite ในแง่ของ Valuation ถือว่าไม่ถูกเมื่อเทียบกับสนามบินภูมิภาค แต่ก็สมเหตุสมผลเพราะการเติบโตไม่หยุดแค่นี้ และความผันผวนของกำไรรวมถึงความเสี่ยงทางการเงินก็ต่ำกว่ามากเช่นกัน
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2019
BJC (BUY/19TP: 66), คาดกำไร 4Q18 จะดีกว่าที่เคยคาด และทำจุดสูงสุดใหม่
(views 20)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q18 ดูดีกว่าที่เคยคาด และน่าจะทำจุดสูงสุดใหม่ มาจากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ โดย BIGC ยังมี SSSG เป็นบวกต่อเนื่อง และมีลูกค้ากระป๋องมีคำสั่งซื้อฟื้นกลับมา ภายหลัง Repackaging แล้วเสร็จ ส่วนธุรกิจ Consumer และ Healthcare and Technical เติบโตได้ตามช่วง High Season ของธุรกิจ ส่วนอัตราภาษีจ่ายคาดลดลงกลับสู่ระดับปกติ และน่าจะรับรู้ในอัตราที่ลดลงได้เต็มปีในปี 2019 รวมถึงคาดรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2019 จะยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ การเปิดสาขาใหม่ และการปรับลดลงของต้นทุนการผลิต Packaging กอปรกับอัตราการใช้กำลังการผลิตโรงแก้วแห่งใหม่ได้เต็มปี ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 3% เป็นการเติบโต 23.8% Y-Y จากเดิมคาดโต 20.4% Y-Y แต่ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ไว้ตามเดิม เป็นการเติบโตราว 13.7% Y-Y ทั้งนี้ประมาณการของเราถือว่ามี Downside หากอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปีนี้ 3.8 หมื่นล้านบาท ปรับขึ้นมากกว่า โดยอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นทุกๆ 1% จะกระทบกำไร 4% อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าผลกระทบจะไม่มาก เพราะบริษัทมีแผนลดหนี้อยู่แล้ว จึงยังคงราคาเป้าหมายที่ 66 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมาก ยังมี Upside 38.9% ยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2019
RS (BUY/19TP: 18), คาดกำไรปกติ 4Q18 ฟื้นต่อเนื่อง 21% Q-Q สูงสุดของปี
(views 18)
คาดยอดขายสินค้าธุรกิจ MPC ใน 4Q18 กลับมาแกร่ง ฟื้นจากไตรมาสก่อนที่ยังได้ผลกระทบจากการปราบสินค้าเครื่องสำอางอาหารเสริมเถื่อนตั้งแต่กลาง 2Q18 มียอดขายสินค้าใหม่ๆ และการทำ Grand sales ช่วงปลายปี และคาดรายได้ทีวีช่อง 8 ก็ฟื้นจากไตรมาสก่อน ทำให้คาดกำไรปกติ 4Q18 สูงสุดของปี ฟื้นต่อเนื่อง 20.6% Q-Q และประมาณการกำไรปกติปี 2018 มี upside 3% จากเดิมคาดโต 35% และคงคาดปีนี้โตอีก 34% ราคาหุ้นขึ้นมา 8% ในช่วง 1 เดือน แต่ยังมี Upside 15% จากเป้าหมายปี 2019 ที่ 18 บาท และส่วนเพิ่ม 1.50 บาท ที่ Best case จากแผนเยียวยาทีวีดิจิตอลจากเงินประมูลคลื่น 700 MHz ของกสทช. ในปีนี้ แต่ยังไม่แน่นอน คงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 18 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2019
SPALI (BUY/19TP: 22.5), 4Q18 ยอดโอนเด่น หนุนกำไรทำจุดสูงสุดใหม่
(views 20)
คาดกำไรปกติ 4Q18 แตะระดับ 2.1 พันล้านบาท ทำ New High โตแกร่ง 70% Q-Q และ 24% Y-Y หนุนจากยอดโอนที่คาดเร่งขึ้นเป็น 9.1 พันล้านบาท (+56% Q-Q, +21% Y-Y) จากแนวราบที่ไปได้ดี และการเริ่มโอน 3 คอนโดใหม่ ส่วนปี 2019 บริษัทตั้งเป้าระมัดระวังขึ้น สะท้อนยอดขายที่คาดโตลดลงที่ +5% Y-Y เป็น 3.3 หมื่นล้านบาท เทียบกับการเปิดโครงการใหม่ 4 หมื่นล้านบาท (+54% Y-Y) ซึ่งถือว่ายังสอดคล้องกับประมาณการกำไรปี 2019 ของเราที่ 5.9 พันล้านบาท (+12% Y-Y) บน Backlog secured 49% เราปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 22.50 บาท โดยปรับลด PER เป็น 8.2x อิงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี -0.25SD เพื่อสะท้อนตลาดอสังหาที่ท้าทายขึ้น, การแข่งขันสูง และลูกค้าจีนที่ชะลอตัว แต่ยังแนะนำซื้อ จากการเติบโตของกำไรปี 2019 ที่เด่นกว่ากลุ่ม และได้รับผลกระทบไม่มากจากมาตรการธปท. นอกจากนี้ Valuation น่าสนใจ ราคาหุ้นเทรดบน PE2019 เพียง 6.8x (ค่าเฉลี่ย-2.5SD) และให้ปันผล 5-6% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2019
TMB (BUY/19TP: 2.58), แผนปี 2019 ยังค่อนข้าง conservative
(views 16)
TMB เปิดเผยแผนปี 2019 ผู้บริหารยังมอง conservative คาดการทำธุรกิจแบงก์ยากขึ้น เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 ลง จากฐานรายได้ค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าคาดใน 2018 และแผนกลยุทธ์ที่ระมัดระวัง เราประเมินราคาเหมาะสมใหม่ที่ 2.58 บาทสะท้อนการปรับลดประมาณการกำไรปี 2019 แม้ราคายังมี upside แต่เราชอบแบงก์ใหญ่มากกว่า ทั้ง KBANK และ BBL
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
CAZ (IPO: 3.9/19TP: 5.5), เติบโตตามการลงทุนด้านพลังงานของประเทศ
(views 17)
CAZ ให้บริการรับเหมาก่อสร้างครบวงจร รับเหมาก่อสร้างติดตั้งโครงสร้างและระบบ รวมถึงงานบริการด้านวิศวกรรมโยธาและอาคารที่มีความซับซ้อน มีกลุ่ม PTT เป็นลูกค้าเพียงกลุ่มเดียวซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง การเพิ่มทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มฐานเงินทุนเพื่อรองรับการประมูลงานขนาดใหญ่ในอนาคตที่มีแนวโน้มจะมากขึ้นตามแผนลงทุนของกลุ่มพลังงานและปิโตรฯของไทยหลังจากขาดการลงทุนขนาดใหญ่มานาน ปัจจุบันบริษัทมี Backlog ราว 3 พันลบ.รองรับประมาณการรายได้ในปี 2018 - 2019 ของเราแล้ว 90% สำหรับปี 2020 ที่มีงานในมือน้อยมาก แต่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น คาดหวังว่าบริษัทจะได้รับงานเพิ่ม เราคาดรายได้ปี 2018-2020 เติบโตเฉลี่ย 29% Gross margin รักษาได้ใกล้เคียงในอดีตที่ 10% +/- เงินจากการเพิ่มทุนจะนำไปคืนหนี้บางส่วน ทำให้กำไรสุทธิโตเฉลี่ย 56% CAGR เราประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2019 ที่ 5.5 บาท อิง PE 15 เท่า ใกล้เคียงกับคู่แข่งในอุตสาหกรรม
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
GFPT (BUY/19TP: 15.6), คาดกำไรจะกลับมาโตอีกครั้งในปีนี้
(views 18)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q18 จะลดลง Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่คาดโตดี +18.6% Y-Y จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณไก่ส่งออก ราคาไก่ที่ยังค่อนข้างทรงตัว และการกลับมาฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม แต่ด้วยกำไร 1H18 ที่ไม่สดใส เพราะราคาไก่อ่อนแอและค่าเงินบาทแข็ง จึงคาดกำไรปกติปี 2018 จะจบลงด้วยการลดลงราว -31.5% Y-Y เป็นระดับกำไรต่ำสุดในรอบ 6 ปี แต่เรามองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 23.2% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำ โดยภาพรวมราคาไก่ในปีนี้อาจจะทรงตัวถึงปรับขึ้นเล็กน้อย เพราะภาวะการส่งออกไก่ของไทยยังดูสดใสอยู่มาก โดยเฉพาะความต้องการที่สูงขึ้นของตลาดญี่ปุ่น และการเริ่มนำเข้าชิ้นส่วนไก่จากตลาดจีน รวมถึงคาดเห้นการฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรบริษัทได้เต็มปี ยังคงราคาเป้าหมายที่ 15.6 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงมาจนมี Upside 18.2% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
KTB (BUY/19TP: 23), กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด แต่ทั้งปีเติบโตได้ดีสุดในกลุ่มธ.ใหญ่
(views 16)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าที่คาด KTB รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 6,159 ลบ. ลดลง 21.4%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 28.1%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดไว้ราว 20% เนื่องจากค่าใช้จ่ายพนักงาน (การเพิ่มขึ้นของบุคลากร) และค่าใช้จ่ายอื่น (ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาด) ที่สูงกว่าที่คาดไว้ โดยในไตรมาสนี้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 15%Q-Q, 14%Y-Y ซึ่งส่งผลให้ Cost to income ratio ขึ้นมาสูงที่ 50% เทียบกับคาดการณ์เราที่ 42% ด้านรายได้หลักทำได้ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +2.7%Q-Q, +0.3%Y-Y ซึ่ง NIM เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.26% มาจากผลตอบแทนสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น 0.1% ตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อรายย่อยในช่วงปลายปี ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย -2.3%Q-Q จากรายได้การปริวรรตเงินตราที่น้อยลง ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ +6%Q-Q ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (TFFIF) กำไรปี 2018 อยู่ที่ 2.85 หมื่นลบ. +27%Y-Y เกิดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง 41%Y-Y PPOP ลดลง 13%Y-Y จากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง (ปรับลด MRR) และรายได้อื่นๆ (รายได้เงินชดเชยความเสียหายตามคดีความ) ที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
ROBINS (BUY/19TP: 83), คาดกำไรปี 2018 จะโตได้ และโตดีมากขึ้นในปี 2019
(views 15)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q18 น่าจะทำจุดสูงสุดใหม่ มีการเติบโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยคาด SSSG ยังเป็นบวกต่อเนื่อง, มีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่ง ซึ่งมีสัดส่วนพื้นที่เช่าค่อนข้างมาก น่าจะช่วยหนุนการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่าได่ต่อเนื่อง คาดจบกำไรทั้งปี 2018 เติบโต 9.8% Y-Y สาเหตุที่โตไม่มากนัก เพราะมีติดปัญหาเรื่องการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ล่าช้ากว่าแผน รวมถึง SSSG ยังไม่สดใสนัก แต่ในปีนี้เราคาดเห็น SSSG จะเติบโตได้ดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ ซึ่งล่าสุด SSSG ของบริษัทเป็นบวกทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด กอปรกับการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งเล็ก และ 2 แห่งใหญ่ในรูปแบบ Lifestyle Center ซึ่งนอกจากช่วยเพิ่มรายได้การขายแล้ว ยังช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ค่าเช่าด้วย และคาดจะกลับมาเพิ่มสินค้า House Brand ได้ตามเป้าหมาย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเติบโตได้ คาดกำไรสุทธิปี 2019 จะเติบโตได้มากขึ้น 16.6% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 83 บาท (DCF) ยังมี Upside 23.4% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
SCB (HOLD/19TP: 137), ค่าใช้จ่ายยังกดดันกำไรต่ออีกปี
(views 15)
SCB จะบันทึกค่าใช้จ่ายพนักงานตามเกณฑ์เกษียณอายุใหม่ใน 1Q19 ในเบื้องต้นน่าจะเป็น one-time expense ราว 1,500 ลบ ซึ่งหากรวมในการคาดการณ์ เราคาดว่ากำไรสุทธิ 1Q19 จะอยู่ที่ราว 1 หมื่นลบ. -12%Y-Y (จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน คาดว่า Cost to income ratio จะอยู่ที่ 46%) แต่ +41%Q-Q (คชจ. สำรองฯลด Y-Y โดยคาดการณ์ 1Q19 credit cost ที่ 1.15% VS 4Q18 credit cost ที่ 1.67%) ขณะที่ผลประกอบการปี 2019 อาจเห็นแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายสำรองฯและค่าใช้จ่ายการลงทุน IT คงราคาเป้าหมาย 137 บาท คงคำแนะนำ ถือ โดยคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลจากกำไร 2H18 หุ้นละ 4 บาท Yield 3%
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
TMB (BUY/19TP: 2.64), กำไรสุทธิ 4Q18 น้อยกว่าคาด รายได้ค่าธรรมเนียมอ่อนแอ
(views 14)
กำไรสุทธิ 4Q18 น้อยกว่าคาดจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่อ่อนตัวลง TMB รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1.7 พันลบ. ลดลง 70%Q-Q และ 25%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้จากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่น้อยกว่าคาดเนื่องจากการชะลอตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจกองทุนรวม ขณะที่รายได้จากธุรกิจ Bancasurance และ Loan-related fee มีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นใน 4Q ตามฤดูกาล การลดลงของกำไร Q-Q เกิดจากรายได้จากการขายเงินลงทุนที่ลดลง (3Q18 มีกำไรจากการขายเงินลงทุนใน บลจ.ทหารไทยเข้ามาราว 1 หมื่นลบ.) ส่วนกำไรที่ลดลง Y-Y เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่ลดลงซึ่งเกิดจากการชะลอตัวของธุรกิจกองทุนและ Bancassurance กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 1.16 หมื่นลบ. เติบโตแรง 33.6%Y-Y เนื่องจากกำไรจากเงินลงทุนในการขายหุ้น 65% ใน TMBAM เป็นจำนวนราว 1.18 หมื่นลบ. หากไม่นับรายการดังกล่าวและคชจ.สำรองฯ เห็นว่า Oper profit ลดลงราว 5%Y-Y เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ชะลอตัวลงอย่างน่าผิดหวัง
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2019
SEAFCO (BUY/19TP: 11.6), แนวโน้มกำไร 4Q18 ดีต่อ เดินหน้ารับงานใหม่ต่อเนื่อง
(views 15)
คาดกำไร 4Q18 ทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 102 ล้านบาท โตแกร่ง 53% Y-Y จากรายได้ที่คาดทำจุดสูงสุดรายไตรมาสที่ 815 ล้านบาท (+1% Q-Q, +50% Y-Y) ตามความคืบหน้าของงานที่เร่งขึ้น ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวสูง ขณะที่งานในมือ ณ เดือนม.ค. 2019 คาดอยู่ที่ 2.4 พันล้านบาท หนุนให้โมเมนตัมกำไรโดดเด่นไปถึงกลางปี และ Secured คาดการณ์รายได้ปี 2019 แล้ว 84% โดยมองว่าประมาณการของเรายังเป็นไปได้ แม้รวมความเสี่ยงของโครงการภาครัฐที่ล่าช้า เนื่องจากบริษัทมีศักยภาพในการรับงานเพิ่มจากภาคเอกชน และต่างประเทศ โดยตั้งเป้าได้งานใหม่ 2-3 พันล้านบาท คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 11.60 บาท จากทิศทางผลประกอบการที่ดีต่อเนื่อง รวมถึงมูลค่าหุ้นอยู่ในระดับน่าสนใจ ราคาหุ้นเทรดบน PE2019 ที่ 16x เท่ากับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี -2SD สวนทางกับทิศทางที่เป็นขาขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
BBL (BUY/19TP: 245), กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด แต่กำไรทั้งปียังเติบโตได้ดี
(views 19)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าที่เราและตลาดคาด มี One-time expense ส่วนพนักงาน BBL รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 8.1 พันลบ. ลดลง 10.3%Q-Q และ 4.6%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดไว้ราว 10% จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงกว่าคาดโดยในไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น 2,582 ลบ. เพื่อรองรับประมาณการหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับค่าชดเชยกรณีพนักงานเกษียณและเลิกจ้าง รวมถึงการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายอื่นเพื่อพัฒนาระบบการดำเนินงาน ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ Cost to income ratio สูงขึ้นมาอยู่ที่ 56.2% ด้านรายได้ทำได้น้อยกว่าคาดเช่นกัน เนื่องจากการลดลงของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยทั้งกำไรจากเงินลงทุนและกำไรจากการปริวรรตเงินตรา ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเห็นการเพิ่มขึ้นราว 1%Q-Q และ NIM ขยายตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2.39% ในไตรมาสนี้ กำไรปี 2018 อยู่ที่ 3.53 หมื่นลบ. +7%Y-Y เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย 7.1%Y-Y และ 9.1%Y-Y ตามลำดับ แม้ว่ารายได้จากการโอนลดลงแต่ได้ชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายประกันผ่านธนาคารและกองทุนรวม
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
KKP (BUY/19TP: 81), กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด แต่ภาพรวมยังดีจากโมเมนตัมรายได้เชิงบวก
(views 24)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าที่คาด แต่รายได้หลักเติบโตได้ดีกว่าคาด KKP รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1,427 ลบ. ลดลง 8% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 9.4%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 10% เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงกว่าคาดอันเกิดจาก ผลขาดทุนจากการขายรถยึดจำนวน 379 ลบ. +63%Q-Q, +24%Y-Y และค่าใช้จ่ายการปรับปรุงอาคารสนง.อโศกทำให้ PP&E +54%Q-Q, +64%Y-Y และค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงกว่าคาด รายได้หลักถือว่าดีกว่าที่คาดไว้โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ +1.5%Q-Q, +11.2%Y-Y เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อที่เติบโตได้ดี ส่งผล Loan spread ยังอยู่ในระดับสูงที่ราว 5% ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยได้แรงหนุนจากกำไรจากเงินลงทุนจำนวน 267 ลบ. นอกเหนือไปจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตได้ตามคาด +24%Q-Q, +12%Y-Y ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากธุรกิจ IB (มีรายได้ 348 ลบ.), รายได้จากธุรกิจจัดการกองทุนและรายได้จากการขายประกัน ผลกำไรรวมปี 2018 อยู่ที่ 6,042 ลบ. +5.32%Y-Y เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย 6%Y-Y และ 20%Y-Y ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
ITEL (BUY/19TP: 5.5), ภาพปี 2019 เป็นบวก และตั้งแต่ปี 2020 จะโตแบบ Exponential
(views 21)
เรายังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 5.50 บาท (DFC, WACC 7%) และยังคงมุมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะยาวของ ITEL ซึ่งคาดว่ารายได้ต่อเนื่องจากการให้บริการโครงข่ายและ Data Center จะมีสัดส่วนรวมกันมากถึง 70% ตั้งแต่ปี 2020 จากการให้บริการโครงการเน็ตชายขอบ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความผันผวนให้กับรายได้และกำไรแล้ว ยังส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเร่งตัวขึ้นจากการใช้โครงข่ายอย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะที่ ตัวถ่วงงบทั้งค่านำสาย Fiber Optic ลงใต้ดิน และผลขาดทุนจากเจเนซิส ดาต้า เซ็นเตอร์ จะเคลียร์จบในปีนี้ และเป็นไปได้ที่จะมีกำไรพิเศษราว 20-30 ล้านบาท เมื่อผนวกกับสายสัมพันธ์อันดีกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งภาครัฐฯและเอกชน ทำให้เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2019 จะโตโดดเด่น 34% Y-Y อยู่ที่ 185 ล้านบาท และโตต่ออีก 23% Y-Y อยู่ที่ 228 ล้านบาท ในปี 2020 ถือว่าโดดเด่นที่สุดใน MAI ที่เราจัดทำบทวิเคราะห์
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
KBANK (BUY/19TP: 212), ราคาหุ้นเริ่มมีความน่าสนใจสะสม แผนกลยุทธรุกมากขึ้น
(views 18)
KBANK แสดงกลยุทธปี 2018 เป็นเชิงรุกมากขึ้นด้านการหารายได้ โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ย ซึ่งธนาคารมีแผนโฟกัสที่ลูกค้ารายย่อยซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วน 25% ของสินเชื่อ ต้องการเพิ่มเป็น 29% ในระยะยาว เพื่อเพิ่ม Loan yield และสร้าง NIM ในขณะที่ดูเหมือนว่าผู้บริหารจะมีความกังวลลดลงต่อผลกระทบของการปรับลดค่าธรรมเนียมการโอน แม้ว่าธนาคารยังคงคาดการณ์รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะลดลงในอัตรา 5-7%Y-Y แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการชะลอตัวของธุรกิจประกัน และการชะลอตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมอื่นๆเช่น ค่าธรรมเนียมในการอำนวยสินเชื่อ เราเห็นศักยภาพเชิงบวกของธนาคารทำให้แม้ว่าภายหลังการประกาศกำไรปี 2018 เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2019 ลง 3% ตามฐานรายได้ค่าธรรมเนียมที่น้อยกว่าคาด และราคาเหมาะสมปรับลงมาที่ 212 บาท แต่คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
TU (BUY/19TP: 20), กำไรจะกลับมา Turnaround ในปีนี้
(views 17)
คาดกำไรปกติ 4Q18 จะลดลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่โตดี Y-Y แม้ราคาปลาทูน่าจะปรับลงแรง แต่ด้วยการบริหารจัดการสต็อกที่ดี กอปรกับค่าเงินบาททรงตัว เอื้อต่อการค้าขายและแข่งขัน ทำให้ปริมาณขายเติบโตได้ดี หนุนให้รายได้ยังเติบโตได้ และมีอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวได้ดีด้วย ส่วนค่าใช้จ่ายปิดโรงงานน่าจะเหลืออยู่เล็กน้อย แต่ถือว่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 3Q18 มองผ่านผลประกอบการต่ำสุดในปี 2018 แล้ว ซึ่งเราคาดกำไรปกติจะลดลง 6.1% Y-Y ส่วนกำไรสุทธิจะลดลงแรงกว่า -40% Y-Y เพราะค่าใช้จ่ายพิเศษ และคาดกำไรจะกลับมา Turnaround ในปี 2019 จากการฟื้นตัวของธุรกิจทูน่าและกุ้ง รวมถึงธุรกิจแซลมอนที่จะกลับมามีกำไรอีกครั้ง กอปรกับคาดไม่มีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เหมือนในปี 2018 อีก จึงคาดกำไรปกติปี 2019 กลับมาโต 24.1% Y-Y ส่วนกำไรสุทธิจะโตมากกว่าที่ 52.4% Y-Y คงราคาเป้าหมาย 20 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 14.9% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
TCAP (BUY/19TP: 58), กำไร 4Q18 ดีกว่าคาด
(views 9)
กำไร 4Q18 ดีกว่าคาดจากสำรองฯที่ลดลง TCAP รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 2,020 ลบ. เพิ่มขึ้น 8%Q-Q, +4.4%Y-Y ดีกว่าที่คาดจากค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯที่น้อยกว่าที่เราคาดไว้ โดยในไตรมาสนี้ TCAP มีอัตราการตั้งสำรองฯที่ 0.36% ของสินเชื่อรวมหรือ 672 ลบ. ลดลง 46%Q-Q, 71%Y-Y ซึ่งทำให้ทั้งปี 2018 TCAP มี Credit cost ที่ 0.65% ของสินเชื่อรวม เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ หากไม่นับรายการดังกล่าว PPOP ต่ำกว่าคาดเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานสูงขึ้น 32%Q-Q, 28%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายอื่นๆอาทิ ค่าใช้จ่ายทางการตลาด โฆษณาและประชาสัมพันธ์ตามฤดูกาล กำไรสุทธิปี 2018 อยุ่ที่ 7,839 ลบ. เพิ่มขึ้น 12%Y-Y ส่วนใหญ่มาจากเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +13%Y-Y (มาจากรายได้ค่าธรรมเนียม และรายได้จากธุรกิจประกัน) ขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยได้ดี (Cost to income ratio อยู่ที่ 47.5% จาก 49% ในไตรมาสก่อน) และค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
21
มกราคม
2019
THANI (BUY/19TP: 10), กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด
(views 14)
กำไร 4Q18 ใกล้เคียงคาด THANI รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 455 ลบ.+5.7%Q-Q, +42%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ กำไรที่เพิ่มขึ้น Q-Q เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 3.4%Q-Q และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 15%Q-Q ในไตรมาสนี้ THANI มี Credit cost ที่ 0.8% จาก 0.71% ในไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงจาก 1H18 ที่อยู่ที่ 1.1-1.2% สะท้อนการลดลงของ General reserve (ไตรมาสนี้มี General reserve ที่ 40 ลบ. หรือ 0.35% ของสินเชื่อ) เนื่องจากการเตรียมพร้อมสำหรับมาตรฐาน IFRS 9 ไปมากพอแล้ว กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 1,641 ลบ. +45.7%Y-Y เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 24%Y-Y ตามรายได้จากเงินให้สินเชื่อที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่ลดลง 23%Y-Y โดยมี Credit cost ที่ 0.95% สำหรับปี 2018 ลดลงจาก 1.47% ในปีก่อนหน้า (ในจำนวนนี้มี General reserve สำหรับรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ 170 ลบ.)
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
BAY (BUY/19TP: 44.6), กำไร 4Q18 เป็นไปตามที่คาด
(views 14)
กำไร 4Q18 ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาด BAY รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 6.1 พันลบ. ลดลง 1.7%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 7.6%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q เกิดจากการค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นตามฤดูกาลและการตั้งสำรองฯที่เพิ่มขึ้น 7.7%Q-Q ขณะที่ PPOP ยังเห็นการเพิ่ม 1.4%Q-Q ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของทั้งรายได้ดอกเบี้ยและไม่ใช่ดอกเบี้ย ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น Y-Y เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 11%Y-Y ตามการปรับเพิ่มของสินเชื่อรายย่อยที่เห็นการเติบโตสูง 14%Y-Y (รวมเงินติดล้อ) สังเกตว่า NIM ปรับสูงขึ้นทุกไตรมาส ล่าสุดอยู่ที่ 3.88% เนื่องจากกลยุทธการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูง กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 2.48 หมื่นลบ. +6.9%Y-Y เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยรวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
KTC (BUY/19TP: 46), กำไร 4Q18 ต่ำกว่าคาดแต่โดยรวมปี 2018 ยังเป็นปีที่ดีมาก
(views 19)
กำไรสุทธิ 4Q18 น้อยกว่าคาดแต่ทั้งปีไม่ทำให้ผิดหวัง KTC รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1.23 พันลบ. -12%Q-Q แต่ +31%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดราว 12-15% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงกว่าคาด (น่าจะมาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาด) ส่วนรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม รวมถึงการตั้งสำรองฯใกล้เคียงกับที่คาดไว้
กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 5,140 ลบ +56%Y-Y น้อยกว่าที่คาด 3% เนื่องจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่สูงกว่าคาดใน 4Q18 เป็นที่สังเกตว่าผลกำไรไม่ได้รับผลกระทบจากรายได้จากธุรกิจบัตรเครดิตที่ชะลอตัวลง -1%Y-Y เนื่องจากได้ชดเชยจากธุรกิจสินเชื่อบุคคลที่มีรายได้ +13%Y-Y เมื่อประกอบกับ CoF ที่ลดลงราว 0.2% ทำให้ Loan spread อยู่ที่ 15% ใกล้เคียงกับปีก่อน ส่งผลให้ รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมและหนี้สูญรับคืนที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
SCB (HOLD/19TP: 137), กำไร 4Q18 ลดลงมากกว่าคาด สำรองฯยังสูงต่อปี 2019
(views 15)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาดจากสำรองฯพิเศษ SCB รายงานกำไร 4Q18 ที่ 7 พันลบ. ลดลง 33%Q-Q และ 23%Y-Y น้อยกว่าที่เรา 25% และน้อยกว่าที่ตลาดคาดราว 30% ซึ่งเกิดจากการตั้งสำรองฯที่สูงกว่าคาด โดยในไตรมาสนี้ SCB มีการตั้งสำรองฯ 8.87 พันลบ. +73%Q-Q, +18%Y-Y หรือคิดเป็น Credit cost ที่ราว 1.67% ในจำนวนนี้เป็นสำรองฯพิเศษจำนวน 4 พันลบ. ซึ่งธนาคารตั้งเป็นส่วนเกินเพื่อความระมัดระวังและให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธในอนาคตที่เน้นการเติบโตของสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันและสินเชื่อในรูปแบบดิจิทัล หากหักสำรองพิเศษออก กำไรก่อนสำรองฯ (PPOP) ถือว่าใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ โดย -2.3%Q-Q (เนื่องจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่อ่อนตัวลง) แต่ +4.7%Y-Y (เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ) กำไรปี 2018 อยู่ที่ 4 หมื่นลบ. -7%Y-Y เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่ลดลง 6%Y-Y หลังการยกเลิกค่าธรรมเนียมการโอนผ่านดิจิทัล และค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +12%Y-Y จากการลงทุนในโปรแกรม Transformation
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
AMATA (BUY/19TP: 28), คาดกำไร 2Q18 ชะลอเพราะลูกค้าเร่งโอนที่ดินไปมากใน 1Q18
(views 13)
ยอดขายที่ดินในไทยใน 4Q18 น่าประใจและทำให้เป้าทั้งปีที่ผู้บริหารตั้งไว้ 800 ไร่ ไม่พลาดเป้าทั้งที่ 9 เดือนแรกยังขายได้เพียง 200 กว่าไร่ แต่การขายที่ดินในเวียดนามพลาดเป้าไปมาก เหตุเพราะขั้นตอนทางราชการ ไม่ใช่เกิดจากไม่มี demand ประเด็นนี้จึงไม่น่ากังวล สำหรับผลประกอบการใน 4Q18 เราคาดว่าจะฟื้นแรง +67.2% Q-Q, +59.3% Y-Y เป็น 503.1 ล้านบาทตามการเร่งตัวของการโอนที่ดินให้ลูกค้า และเพราะฐานกำไรที่ต่ำใน 3Q18 และ 4Q17 ประกอบกับมีโรงไฟฟ้าใหม่เปิดดำเนินการ ทำให้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น สำหรับปี 2019 เราเราปรับประมาณการกำไรลงเล็กน้อย 5% เป็น 1,790.9 ล้านบาทจากการปรับอัตรากำไรขั้นต้นลง แต่กำไรยังเติบโต 27.5% Y-Y ราคาเป้าหมายที่อิงจาก PE 17 เท่าจึงขยับลงเป็น 28 บาท (เดิม 30 บาท) ยังคงแนะนำซื้อ เราชอบ AMATA จากประโยชน์ในระยะยาวที่จะได้จาก EEC และการมีรายได้ประจำที่โตต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
SVI (BUY/19TP: 6.6), คาดกำไร 4Q18 โตดี และจะโตต่อเนื่องในปี 2019
(views 15)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวกมาก ระยะสั้นคาดกำไร 4Q18 จะโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้ปกติเป็น Low Season ของธุรกิจ แต่คาดจะมีรายได้เติบดตทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ทำให้ทั้งปี 2018 บริษัททำรายได้บรรลุเป้าหมายที่ระดับ US$480 ล้าน และคาดจบกำไรปี 2018 เติบโตสูง 72.4% Y-Y ผู้บริหารยังตั้งเป้า Aggressive ต่อเนื่องในปี 2019 คาดรายได้โต 25-33% เป็น US$600 – US$640 ล้าน สูงกว่าประมาณการปัจจุบันของเราที่คาดรายได้จะโต 8% Y-Y ส่วนวัตถุดิบราคาสูงจะถูกใช้หมดไปใน 1Q19 และแนวโน้มราคาวัตถุดิบจะลดลงตั้งแต่ 2Q19 เพราะสต็อกของผู้ผลิตอยู่ในระดับสูง จาก Demand ของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางกลุ่มลดลง น่าจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้เราอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายปี 2019 จากปัจจุบันที่ให้ไว้ 6.6 บาท (อิง PE 17 เท่า) โดยยังมี Upside 28.2% คงคำแนะนำ ซื้อ ซึ่งถือเป็นหุ้นทีไม่ถูกกระเชิงลบจาก Trade War และหุ้นที่บริษัทซื้อคืนไว้ 96.13 ล้านหุ้น บริษัทไม่มีแผนนำออกมาขาย
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
TRUE (AVOID/19TP: U.R.), คาด 4Q18 ยังกำไรต่อเนื่อง//ประเด็นข้อพิพาทยัง Overhang
(views 12)
คาดผลการดำเนินงาน 4Q18 ของ TRUE ยังมีกำไรปกติต่อเนื่องที่ 309 ลบ. โดยธุรกิจ Mobile ยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ส่งผลให้ปี 2018 คาดพลิกมีกำไร 548 ลบ.จากขาดทุนกว่า 6,000 ลบ.ในปีก่อน อย่างไรก็ตามเราอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการกำไรปี 2019 เป็นต้นไปเนื่องจากคาดว่า TRUE จะมีการเจรจายุติข้อพิพาทกับ CAT เช่นเดียวกันกับ DTAC แต่ยังไม่ทราบถึงผลตอบแทนและวิธีการบันทึกบัญชี อย่างไรก็ตาม TRUE ยังเหลือข้อพิพาทซึ่งมีมูลฟ้องกว่าแสนลบ.ค้างอยู่จึงยังเป็นปัจจัย Overhang และมีความเสี่ยงจะกระทบฐานะการเงินและมูลค่าการกิจการอย่างมีนัยยะ เราจึงแนะนำให้ “ชะลอการลงทุน”
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2019
KBANK (BUY/19TP: 238), กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด
(views 9)
กำไร 4Q18 น้อยกว่าคาด รายได้ค่าธรรมเนียมแผ่วและ OPex สูงกว่าคาด KBANK รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 7,033 ลบ. ลดลง 28%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 23%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ หลักๆเกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิและรายได้จากธุรกิจประกันน้อยกว่าที่เราคาด และค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงกว่าคาด โดยในไตรมาสนี้ Net Fee Income ลดลง 4%Q-Q และ 13%Y-Y ซึ่งทำให้ Net fee income ทั้งปีลดลง 7.7%Y-Y แย่กว่าที่เราคาด ขณะที่รายได้จากธุรกิจประกันพบว่าเบี้ยรับเติบโตตามฤดูกกาลแต่เกิดค่าใช้จ่ายในการรับประกันสูงกว่าที่คาดไว้ (น่าจะเกิดจากทั้งการตั้งสำรองเบี้ยและ Benefit claim) ส่วน Cost to income ratio สูงขึ้นเป็น 51% สูงกว่าคาดที่ 47% และทั้งปีอยู่ที่ 44% สูงกว่าที่เราคาดการณ์ที่ 43% กำไรสุทธิปี 2018 อยู่ที่ 3.85 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 12%Y-Y เนื่องจากการตั้งสำรองฯที่ลดลงและรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ดีขึ้น NIM ทั้งปีอยู่ที่ 3.39%และสามารถยืนเหนือ 3.4% ได้ใน 4Q ถือว่ามี Momentum ที่ดีขึ้น เราคาดว่า KBANK จะจ่ายเงินปันผลจากกำไร 2H18 อีกหุ้นละ 3.50 บาท รวมทั้งปี 4 บาทต่อหุ้น
อ่านเพิ่มเติม
17
มกราคม
2019
MINT (BUY/19TP: 45), การเติบโตปี 2019 ยังเด่นแม้จะปรับประมาณการลง
(views 18)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q18 ของ MINT คาดว่าจะกลับมา +63% Q-Q,+ 3.1% Y-Y จากการเริ่ม Consolidate งบ NHH ตั้งแต่เดือน พ.ย. 18 และทำให้กำไรปกติปี 2018 คาดจบที่ -2.7% Y-Y นอกจากนี้คาดว่า MINT จะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการตีมูลค่ายุติธรรมของ NHH ใน 4Q18 และทำให้กำไรสุทธิโตก้าวกระโดด ส่วนแนวโน้มปี 2019 แม้เราจะปรับประมาณการกำไรปกติลง 12% เหลือ +20.9% Y-Y จากมุมมองที่ Conservative มากขึ้นในดีล NHH แต่ยังเป็นระดับการเติบโตที่สูงสุดในรอบ 6 ปีและดีสุดในกลุ่ม เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 45 บาท แต่ยังแนะนำ “ซื้อลงทุน”
อ่านเพิ่มเติม
17
มกราคม
2019
CPF (BUY/19TP: 30), คาดกำไรปี 2019 จะโตต่อเนื่อง จากธุรกิจในประเทศพลิกมีกำไร
(views 20)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q18 จะลดลง Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่คาดฟื้นตัวดีพลิกจากที่ขาดทุนในปีก่อน ภาพรวมทั้งปี 2018 คาดกำไรปกติโตดี +24.9% Y-Y ส่วนกำไรสุทธิ +11.3% Y-Y มาจากการฟื้นตัวของราคาหมูเวียดนามเป็นหลัก ทำให้ผลประกอบการของเวียดนามพลิกกลับมามีกำไรได้ และน่าจะปรับตัวขึ้นได้อีกเล็กน้อยในปี 2019 จากราคาหมูที่ยังยืนอยู่ในระดับที่ดี ภาพรวมธุรกิจในปต่างประเทศน่าจะทรงตัวถึงปรับขึ้นได้ในปี 2019 ควบคู่ไปกับปัจจัยหลักที่จะช่วยหนุนการเติบโตในปี 2019 คือ การฟื้นตัวของธุรกิจในประเทศ ที่ปีก่อนประสบขาดทุนในทุกรายเนื้อสัตว์ หมูไก่กุ้ง ล่าสุดเราได้เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของราคาหมูปรับขึ้นแรงทำจุดสุงสุดในรอบ 30 เดือนแล้ว ส่วนราคาไก่ยังนิ่ง แต่ยังมีปัจจัยบวกจากการส่งออกที่มีแนวโน้มดี เชื่อว่าหากธุรกิจในประเทศพลิกกลับมาคุ้มทุนหรือมีกำไรได้ จะช่วยหนุนการเติบโตในปีนี้ได้พอสมควร เราปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2019 ขึ้น 13% เป็นการเติบโต 26.9% Y-Y จากเดิมคาดโต 12% Y-Y ส่วนกำไรสุทธิคาดจะลดลงเป็น -7.9% Y-Y จากเดิมคาด -14.4% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 30 บาท จากเดิม 28 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 14.3% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2019
TISCO (BUY/19TP: 92), ยังเป็นที่ต้องการสำหรับพอร์ตเงินปันผล
(views 20)
การประชุมเมื่อวานนี้ เราคลายกังวล NPL ที่เพิ่มขึ้นใน 4Q18 น่าจะเป็น one-time คุณภาพหนี้ที่แท้จริงยังไม่เปลี่ยนแปลง แม้กระนั้นเราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลงเนื่องจากแนวโน้ม credit cost สูงที่กว่าคาดการณ์เดิมของเราและการชะลอลงของ loan spread มากกว่าที่คาด หลังขายพอร์ตสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิตออกไป เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ปัจจัยการลงทุนหลักยังคงเป็นการเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจในกลุ่มธนาคารที่ราว 6.3% ต่อปี และ ROE ที่แข็งแกร่งสุดในกลุ่มที่ราว 17%
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2019
TISCO (BUY/19TP: 104), กำไรปี 2018 เป็นไปตามคาด แต่มีแนวโน้มปรับลดกำไรปี 2019 ลง
(views 16)
กำไร 4Q18 ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาด TISCO รายงานกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1,726 ลบ. ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ (ตลาดคาดที่ราว 1.76 พันลบ.) ลดลง 5%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 13.4%Y-Y กำไรที่ลดลง Q-Q เกิดจากกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลงและกำไรจากการขายธุรกิจสินเชื่อบุคคล (หากหักรายการดังกล่าวออก PPOP จะทรงตัว Q-Q) ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น Y-Y เกิดจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 21%Y-Y (4Q17 มีค่าใช้จ่ายจากการจดจำนองสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่รับมาจาก SCNB) และค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯลดลง 65%Y-Y พิจารณาจากผลการดำเนินงานหลัก เห็นว่าในไตรมาสนี้รายได้หลักลดลงทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อลดลงจากสินเชื่อเก่าที่ทยอยครบอายุ) ซึ่งส่งผลให้ Spread ชะลอลงมาอยู่ที่ 4.7% จาก 4.97% ในไตรมาสก่อนจึงเป็นปัจจัยเชิงลบที่ต้องติดตามต่อ และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (ชะลอลงจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง) กำไรปี 2018 อยู่ที่ 7,016 ลบ. เพิ่มขึ้น 15.2%Y-Y การเพิ่มขึ้นของกำไรส่วนใหญ่มาจากรายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2019
BEM (BUY/19TP: 11.7), คาดกำไร 4Q18 ทำได้ดี …ปี 2019 รับปัจจัยบวกอีกมาก
(views 19)
คาดกำไรปกติ 4Q18 อยู่ที่ 828 ล้านบาท เร่งขึ้น 9% Y-Y จากปริมาณรถ และจำนวนผู้โดยสารที่ขยายตัว รวมถึงการประหยัดดอกเบี้ยจ่ายหลังปรับโครงสร้างหนี้ แต่อ่อนตัว 10% Q-Q จากค่าใช้จ่ายประจำปี สำหรับปี 2019 ยังเป็นปีที่ดีของ BEM ทั้งการเติบโตของกำไรปกติที่คาดอยู่ที่ 4 พันล้านบาท (+16% Y-Y) โดยมีแรงหนุนจากการเปิดน้ำเงินต่อขยายส่วนที่ 2 ตั้งแต่เดือนส.ค. 2019 รวมถึงยังมีปัจจัยบวกจากการเข้าประมูลงานอีกมาก ซึ่งจะเป็น Upside Risk ต่อประมาณการในอนาคต เรายังแนะนำซื้อ พร้อมปรับราคาเหมาะสมปี 2019 ขึ้นเป็น 11.70 บาท จากการรวมมูลค่าการขยายสัมปทานทางด่วน โดยระยะสั้น แนะจับตาการประกาศผลประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินภายในเดือนนี้
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2019
BLA (BUY/19TP: 36), Valuation สิ่งเดียวที่น่าสนใจ
(views 17)
คงคำแนะนำ ซื้อ BLA แต่ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2019 ลงเป็น 36 บาท (เดิม 38 บาท) เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรปี 2019 ใหม่ซึ่งปรับลงจากแนวโน้มค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้นจากแผนกลยุทธการขายผ่านช่องทางตัวแทน (การฝึกอบรมและการการันตีผลตอบแทนรวมถึงการพัฒนา application ต่างๆ) แม้กระนั้นประเด็นการลงทุนใน BLA ยังคงเป็น Valuation ที่ ราคาล่าสุด Discount 2017 EV ราว 15% ขณะที่เราคาดว่า BLA น่าจะกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นแม้ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งถึงจะเห็นสัดส่วนช่องทางการขายที่เปลี่ยนไป
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2019
PTTGC (BUY/19TP: 100), กำไรระยะสั้นถูกกดดันจาก Spread ที่แคบลง แต่ราคาหุ้นถูกเกินไป
(views 18)
เราคาดผลประกอบการใน 4Q18 ชะลอลงเหลือ 5.4 พันลบ. -58% Q-Q, -44% Y-Y จากผลของ Stock loss ราว 4.3 พันลบ. ซึ่งเป็นไปตามทิศทางเดียวกันกับโรงกลั่นและโรงปิโตรเคมีอื่นๆในประเทศ ในขณะที่กำไรปกติไม่รวม Stock gain/loss คาดว่าจะชะลอลงเช่นกันจากค่าการกลั่นที่ลดลง และส่วนต่างราคา HDPE, LDPE และ LLDPE ที่แคบลงจากผลของ Supply ใหม่ที่เข้ามา เราปรับประมาณการการณ์กำไรปี 2018-19 ลงเป็น 4.15 หมื่นลบ. (+6% Y-Y) ในปี 2018 จาก Stock loss ที่มากกว่าคาด และเป็น 3.99 หมื่นลบ.ในปี 2019 ลดลง 4% Y-Y จากผลกระทบของ Supply ใหม่เต็มปี เราปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 100 บาท (อิง EV/EBITDA 7.8 เท่า) จากเดิม 120 บาท ยังคงคำแนะนำ ซื้อ จากกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง การมุ่งไปสู่ปิโตรฯปลายน้ำมากขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต้นน้ำ รวมทั้ง Valuation ที่ถูก ปัจจุบันมี PE เพียง 7.6 เท่า PBV เพียง 1 เท่า และ EV/EBITDA 5.4 เท่า และคาดเงินปันผลงวด 2H18 ที่ 2.40 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield 3.6%
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2019
TOP (BUY/19TP: 86), คาดว่า 4Q18 จะพลิกมาขาดทุนจากผลของ Stock Loss
(views 13)
เราคาดผลประกอบการ 4Q18 ของ TOP จะพลิกมาขาดทุนสุทธิ 3.6 พันลบ. จากที่มีกำไรสุทธิ 4.6 พันลบ.ใน 3Q18 และ 6.9 พันลบ.ใน 4Q17 สาเหตุหลักมาจาก Stock loss ราว 7 พันลบ. และคาดว่า Market GRM จะชะลอลงเหลือ US$4.6/บาร์เรล (-8% Q-Q, -23% Y-Y) หลังส่วนต่างน้ำมันเบนซินลดเหลือเพียง US$4.7/บาร์เรล (-59% Q-Q, -68% Y-Y) ซึ่งแย่กว่าที่เคยคาด บวกกับค่าการกลั่นที่ฟื้นช้า เราจึงปรับคาดการณ์กำไรปี 2018-19 ลงเหลือ 1.14 หมื่นลบ.ในปี 2018 (-54% Y-Y) สำหรับปี 2019 แม้จะปรับกำไรลงแต่เป็นการฟื้นตัว 24% Y-Y เป็น 1.41 หมื่นลบ.เพราะราคาน้ำมันที่ถูกลงเป็นบวกต่อผู้ใช้อย่างกลุ่มโรงกลั่น และมาตรการ IMO ที่จะเริ่มมีผล 1 ม.ค. 2020 จะทำให้ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นบวกกับ TOP และน่าจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ 2H19 เราปรับราคาเป้าหมายปีนี้ลงเป็น 86 บาท (อิง EV/EBITDA 6.2 เท่า) ตามกำไรที่ปรับลง ยังคงแนะนำ ซื้อ ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ EV/EBITDA เพียง 5 เท่า PBV 1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต (-1SD) และคาดปันผลสำหรับงวด 2H18 ราว 2.50 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield 3.7%
อ่านเพิ่มเติม
11
มกราคม
2019
DTAC (AVOID/19TP: 54), ประเด็นเคลียร์ข้อพิพาทจะ Overhang และสร้างความกังวล
(views 17)
DTAC ตกลงชำระค่าตอบแทนให้ CAT 9,510 ลบ.เพื่อระงัดข้อพิพาทที่มีอยู่บางส่วน ซึ่งคาดว่าจะบันทึกทันทีใน 4Q18 ทำให้ผลการดำเนินงานคาดว่าจะพลิกเป็นขาดทุนกว่า 6,000 ลบ. ขณะที่ DTAC ยังเหลือข้อพิพาทกับทั้ง CAT และ TOT อยู่ซึ่งมูลฟ้องอยู่ระดับสูงและอาจส่งผลต่อฐานะการเงินและมูลค่าอย่างมีนัยยะหากผลลัพท์ไม่เป็นประโยชน์กับ DTAC เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 54 บาทสะท้อนการจ่ายชำระค่าตอบแทน อย่างไรก็ตามแม้ราคาหุ้นจะปรับลงสะท้อนปัจจัยไปแล้วและมี Upside เปิดกว้าง แต่เราคาดว่าประเด็นการเคลียร์ข้อพิพาทจะยัง Overhang ต่อเนื่องและเป็นประเด็นหลักที่ตลาดกังวล จึงมองว่ายังไม่น่าสนใจในการเข้าลงทุนระยะนี้
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2019
CPALL (BUY/19TP: 90), คาดกำไร 4Q18 ฟื้นต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดใหม่
(views 27)
แนวโน้มกำไร 4Q18 จะฟื้นตัวต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดใหม่ จากทั้งช่วง High Season ของธุรกิจ, Stamp Promotion ช่วงครึ่งหลังประสบความสำเร็จ และคาด MAKRO น่าจะทำได้ดีกว่าที่เคยคาด โดยคาด SSSG ของ 7-11 และ MAKRO ในไตรมาสนี้จะเป็นบวกได้ทั้งคู่ที่ 3% Y-Y และ 2% Y-Y ตามลำดับ และคาดทำให้กำไรปกติปี 2018 โตได้เล็กน้อยที่ 5.6% Y-Y ก่อนที่จะกลับมาเติบโตได้มากขึ้นในปี 2019 เราคาดไว้โต 14.8% Y-Y โดย CPALL ถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่จะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในต่างจังหวัดมากขึ้น จากทั้งมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้ และการเลือกตั้ง แม้ MAKRO ยังเดินหน้าเปิดสาขาในต่างประเทศมากขึ้น แต่เชื่อว่าจะถูกชดเชยด้วยผลงานของสาขาในประเทศที่คาดยังโตต่อเนื่องได้ คงราคาเป้าหมายเท่ากับ 90 บาท (DCF) ยังมี Upside 24.1% คงคำแนะนำซื้อ และเป็น Top Pick ของกลุ่มค้าปลีก
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2019
STEC (BUY/19TP: 28.5), 4Q18 น่าพอใจ …พลาดประมูลรถไฟเชื่อม 3 สนามบินไม่กระทบ
(views 17)
คาดกำไรสุทธิ 4Q18 อยู่ที่ 313 ล้านบาท ดีขึ้นจาก 4Q17 ที่ขาดทุนจากการตั้งสำรอง 2 โครงการ แต่อ่อนตัว 18% Q-Q จาก SG&A ที่คาดสูงขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นที่ถูกกดดันด้วยการเร่งรับรู้งานที่ไม่มีกำไรอย่างรัฐสภา ส่วนรายได้คาดยังอยู่ในระดับสูงตามความคืบหน้าของงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เราไม่กังวลหาก STEC ไม่ชนะประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เนื่องจากมีงานในมือสูงกว่า 1.14 แสนล้านบาท รองรับรายได้ไปอีก 3 ปี พร้อมคาดหวังงานใหม่เข้ามาเติมอีก 3-4 หมื่นล้านบาท ราคาหุ้นปรับลง 11% หลังเปิดซองรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน สะท้อนความผิดหวังไปแล้ว มูลค่าหุ้นปัจจุบันน่าสนใจ เทรดบน PBV19 ที่ 2.9x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 4x ไม่สอดคล้องกับผลประกอบการที่เป็นขาขึ้น คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 28.50 บาท โดยมีปัจจัยบวกจากการผลักดันงานประมูลจำนวนมาก และเป็นหนึ่งหุ้นใน Theme Election Play
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2019
PTTEP (BUY/19TP: 150), กำไรสุทธิอาจต่ำกว่าที่เคยคาด เพราะมีค่าใช้จ่ายพิเศษ
(views 16)
เราคาดกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ 1.01 หมื่นลบ. (-3.1% Q-Q, +6.8% Y-Y) ต่ำกว่าที่เคยคาดไว้ประมาณ -13% เนื่องจากค่าใช้จ่ายพิเศษเพิ่มเติมจากการขายแหล่งมอนทาราอีก 1.6 พันลบ. และปริมาณขายที่น้อยกว่าคาด -14,000 BOEPD ผลจากการหยุดซ่อมบำรุงและการเรียกรับก๊าซในพม่าที่ลดลง แต่กำไรตลอดทั้งปี 2018 ยังคงเพิ่มขึ้นจากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มเป็น US$46/BOEPD (+17.9%) หนุนโดยราคาขายก๊าซที่สูงขึ้นเป็น US$6.45/MMBTU (+15.3%) ปัจจุบัน เรายังคงราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 150 บาท คิดเป็น PE 12 เท่า, BV 1.1 เท่า แม้ยังแนะนำ ซื้อ แต่ด้วยแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่อาจลดลงในปี 2019-20 เรามองว่ากลุ่มผู้ใช้น้ำมันอย่างโรงกลั่นและปิโตรเคมีจะเป็นผู้ได้ประโยชน์มากกว่าในระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
08
มกราคม
2019
HMPRO (BUY/19TP: 17), คาดกำไร 4Q18 จะโตดี ทำจุดสูงสุดของปี และดีต่อเนื่องในปีนี้
(views 17)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q18 ยังดูสดใสคาดโตดีทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้คาด SSSG อาจจะยังติดลบเล็กน้อย แต่เชื่อว่ายังเห็นพัฒนาการของอัตรากำไรขั้นต้นที่น่าประทับใจต่อเนื่อง จากการ Sourcing สินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่ไปกับการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ช่วยหนุนการเติบโตของกำไรตลอดทั้งปี 2018 ที่ผ่านมา ทั้งนี้บริษัทยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง และคาดปีนี้จะกลับมาพิจารณาเปิดสาขาในต่างจังหวัดอีกครั้ง แม้บริษัทยังมีมุมมองระมัดระวัง แต่ด้วยปัจจัยต่างๆที่ส่งผลบวกต่อกำลังซื้อในระยะถัดไปทั้งมาตรการของภาครัฐ และความชัดเจนของการเลือกตั้ง น่าจะทำให้ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นมากขึ้น เราคาดกำไรสุทธิปี 2018 – 2019 โต 15.7% Y-Y และ 15.3% Y-Y ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 17 บาท (DCF) ยังมี Upside 13.3% คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
มกราคม
2019
SYNEX (BUY/19TP: 16.25), SYNEX ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Huawei ในไทย
(views 21)
เรายังแนะนำซื้อ SYNEX แม้ว่าจะมีการปรับลดราคาเป้าหมายปี 2019 ลงเหลือ 16.25 บาท ซึ่งเป็นผลจากการปรับลดอัตรากำไรขั้นต้น ตามสัดส่วนสินค้าสมาร์ทโฟนที่เพิ่มสูงขึ้น และปรับลด PE Multiplier ตามอัตราการเติบโตที่ลดลง แต่สำหรับภาพระยะสั้นเราคาดว่ากำไรสุทธิ 4Q18 จะออกมาโดดเด่นที่ 184 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% Q-Q และ 12% Y-Y เพราะเป็นช่วงเปิดตัวรุ่นใหม่ของ Huawei และ Samsung ที่มีสัดส่วนรายได้รวมกันราว 40% ของรายได้รวม อีกทั้งยังกลับมารับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก BAF ตามปกติ และมีการรับรู้กำไรจากงานโครงการที่เลื่อนจาก 3Q18 มาเข้า 4Q18 ราว 10 ล้านบาท ขณะที่ ภาพการเติบโต 3 ปีข้างหน้า จะเร่งตัวขึ้นตามการเติบโตของ Huawei ที่ตั้งเป้าเป็นเบอร์ 1 ของโลกในปี 2021 ราคาหุ้นตอนนี้ซื้อขายบน PE2019 เพียง 11 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มที่ 20 เท่า และค่าเฉลี่ยในอดีตของตัวเองที่ 15 เท่า ถือว่าไม่แพง และด้วยหุ้นในกลุ่มสินค้าไอทีหลายตัวถูกกดดันจากการชะลอของ Apple แต่ SYNEX แทบไม่ไดถูกกระทบ เราจึงคาดว่าผลประกอบการจะ Outperform กลุ่มอย่างมากในปีนี้
อ่านเพิ่มเติม
07
มกราคม
2019
SAAM (IPO: 1.8/19TP: 2.1), นักพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมืออาชีพ
(views 19)
SAAM เป็นผู้ประกอบการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อจำหน่าย รายได้หลักปัจจุบัน 75-76% มาจากบริการจัดหาที่ตั้งและบริการที่เกี่ยวข้องภายในโครงการโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ซึ่งบริษัทเคยพัฒนามา อีก 24-25% จากการขายไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนา 2 โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศญี่ปุ่นเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นโครงการที่พัฒนาจนได้รับใบอนุมัติให้เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าแรงสูง และใบอนุมัติสนับสนุนค่าไฟฟ้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว รวมทั้งได้ลงนามสัญญากำหนดกรอบการพัฒนากับลูกค้าแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินงานในด้านต่างๆ ต่อไปจนสามารถขาย 1 โครงการแก่ลูกค้าใน 2H19 ซึ่งจะหนุนให้กำไรปี 2019 โตสูง 133.3% Y-Y ประเมินราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 2.10 บาท อิง PE 12.5 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
07
มกราคม
2019
ADVANC (BUY/19TP: 210), แนวโน้มยังไม่สดใส แต่ราคาสะท้อนไปมากแล้ว
(views 24)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q18 ของ ADVANC ยังไม่สดใสโดยคาดว่าจะทรงตัว Q-Q และ -9.9% Y-Y จากรายได้ที่ยังโตไม่เต็มที่เนื่งอจากยังถูกกดดันจาก Fixed Speed Package ขณะที่ฝั่งต้นทุนต้องรับรุ้ค่าตัดจำหน่ายคลื่น 1800 MHz เต็มไตรมาสและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้กำไรปกติปี 2018 จะทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อนที่ราว 3 หมื่นลบ. ขณะที่ประมาณการปี 2019 ที่คาด +5.8% Y-Y เริ่มมี Downside จากมุมมองของผู้บริการที่คาดว่าตลาดโดยรวมจะโตไม่มากและเน้นรักษา Market Share มากขึ้น อย่างไรก็ตามเรามองราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรและยังมี Dividend Yield ราว 4% ต่อปีช่วยพยุง จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อลงทุน” ราคาเหมาะสม 210 บาท
อ่านเพิ่มเติม
03
มกราคม
2019
BKD (BUY/19TP: 4.5), คาดกำไร 4Q18 โดดเด่น และปีนี้จะกลับมาทวงแชมป์หุ้นโตเร็ว
(views 25)
เรายังแนะนำซื้อ BKD ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 4.50 บาท โดยมีปัจจัยหนุนระยะสั้นคืองบ 4Q18 จะออกมาสวยต่อเนื่อง เบื้องต้นคาดที่ 21 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 4 ล้านบาทใน 4Q17 ส่วนปัจจัยหนุนระยะยาวคือ การฟื้นตัวของงานก่อสร้างที่จะทำให้งานตกแต่งเร่งตัวขึ้นตาม และการเริ่มให้บริการน้ำปะปาที่ภูเก็ตตั้งแต่ปี 2019 เราคาดกำไรปกติปี 2018 ที่ 172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 364% Y-Y และโตต่อเนื่องอีก 33% Y-Y อยู่ที่ 228 ล้านบาทในปี 2019 ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2019 เพียง 16 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 28 เท่า และคิดเป็น PEG เพียง 0.8 เท่า อิงการเติบโตเฉลี่ยปี 2020-2022 ที่ 20% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
26
ธันวาคม
2018
RS (BUY/19TP: 18), ยอดขาย MPC แข็งแกร่ง หนุนกำไร 4Q18
(views 21)
ยอดขายสินค้าธุรกิจ MPC ในช่วง 4 วันแรกของการทำแคมเปญโปรโมชั่น Shop 1781 New Year Grand sales ระหว่างวันที่ 21-31 ธ.ค. นี้ ดีมาก เพิ่มเท่าตัวจากยอดขายปกติ นับว่าดีกว่าที่เคยคาดว่าจะเพิ่มจากปกติ 10-15% แม้ Gross margin ลดลง ขณะที่ยอดขายปกติก็ฟื้นขึ้นมาจากไตรมาสก่อนที่ยังได้รับผลกระทบจากการปราบสินค้าเครื่องสำอางอาหารเสริมเถื่อนตั้งแต่กลาง 2Q18 รวมทั้งมียอดขายสินค้าใหม่ๆ เช่น เตรื่องประดับ สินค้าเกี่ยวกับความเชื่อ ขณะที่คาดรายได้ทีวีช่อง 8 ยังไม่ดีนักแต่ฟื้นขึ้นจากไตรมาสก่อน ทำให้ประมาณการกำไรปกติทั้งปีมี upside 5-10% จากเดิมคาดโต 35% และคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 18 บาท
อ่านเพิ่มเติม
20
ธันวาคม
2018
DTAC (BUY/19TP: 58), โมเมนตัมจะค่อยๆดีขึ้นหลังได้คลื่นใหม่
(views 34)
เราคาดผลการดำเนินงาน 4Q18 จะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,310 ลบ. จากขาดทุนชั่วคราวใน 3Q18 โดยได้อานิสงส์หลักจากต้นทุนสัมปทานที่หายไปและทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2018 คาดว่าจะจบที่ 1,883 ลบ. -11% Y-Y ขณะที่การได้คลื่นใหม่เข้ามาเพิ่มเติมหลังจากสิ้นสุดสัมปทานทำให้ความสามารถในการแข่งขันและความเชื่อมั่นของลูกค้าเพิ่มขึ้น เราคาดว่า DTAC ผ่านจุดที่แย่สุดไปแล้ว โดยกำไรปกติปี 2019 คาดว่าจะกลับมาโต 136.7% Y-Y จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 58 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
ธันวาคม
2018
ERW (BUY/19TP: 8), ปรับประมาณการลง แต่ยังคาดหวังการกลับมาโตในปีหน้า
(views 17)
เราลดประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ของ ERW ลง 11-19% สะท้อนจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด โดยคาดว่ากำไรปกติในปี 2018 จะชะลอตัวลง -4.2% Y-Y อย่างไรก็ตามเรายังให้น้ำหนักกับการหดตัวของนักท่องเที่ยวจีนไปที่ประเด็นความเชื่อมั่นจากเหตุเรือล่ม นอกจากนี้คาดว่ายังได้แรงหนุนจากโรงแรม JW Marriott ที่ Renovate เสร็จแล้วทั้ง 100% จึงคาดว่ากำไรปกติของ ERW ในปี 2019 จะกลับมาเติบโตแข็งแกร่ง +20.4% Y-Y แม้เราจะปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 8 บาท แต่มองว่าราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว เราจึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อลงทุน”
อ่านเพิ่มเติม
19
ธันวาคม
2018
KKP (BUY/19TP: 81), ปันผลดี กำไรเติบโตได้
(views 26)
เราคาดว่า KKP จะจ่ายเงินปันผลสำหรับกำไร 2H18 อีกหุ้นละ 3 บาท คิดเป็น Yield 4.5% (รวมทั้งปีคาดจ่ายหุ้นละ 5 บาท Yield 7.4% ต่อปี) นอกจากเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลที่ดีแล้ว เราคาดว่า KKP จะแสดงกำไร 4Q18 ที่ดีที่สุดในปีที่ 1.62 พันลบ. +4.5%Q-Q, +24%Y-Y จากรายได้งาน IB ที่คึกคักและปี 2019 เราคาดว่า KKP จะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นจากกระบวนการปรับโครงสร้างสินเชื่อในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ เราชอบ KKP มากขึ้นจากศักยภาพในการทำกำไรที่ดีขึ้นโดยพิจารณาจาก ROE ที่คาดว่าจะเป็นขาขึ้นต่อเนื่องในปี 2019-2020 มาอยู่ที่ราว 15% ซึ่งสูงรองจาก TISCO และดีที่สุดในรอบ 14 ปี คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 81 บาท
อ่านเพิ่มเติม
18
ธันวาคม
2018
ITEL (BUY/19TP: 5.5), อัตราการเติบโตสูงและ Valuation ไม่แพง แนะนำซื้อ
(views 23)
เรายังแนะนำซื้อ ITEL ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 5.50 บาท (DFC, WACC 7%) โดยหลังจากได้งานติดตั้งโครงข่าย 2 โครงการใหญ่ ทำให้แนวโน้มกำไรสุทธิปี 2019 โดดเด่นและมีความชัดเจนมากขึ้น เรามีการปรับลดกำไรปีนี้ลงเล็กน้อย 7% จากเดิมเหลือ 133 ล้านบาท (+30% Y-Y) เพราะดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 2 ขาดทุนมากกกว่าคาด แต่ปรับเพิ่มกำไรปีหน้า 31% เป็น 244 ล้านบาท (+84% Y-Y) จากการรับรู้รายได้งานติดตั้งโครงข่ายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเรามีการปรับเพิ่ม Risk Premium ตามค่าเบต้า และปรับลดคาดการณ์การเติบโตของกำไรในระยะยาว จึงทำให้ราคาเป้าหมายไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
อ่านเพิ่มเติม
17
ธันวาคม
2018
SEAFCO (BUY/19TP: 11.6), โมเมนตัมกำไรดีต่อเนื่อง …ลุ้นรับงานใหม่เข้ามาเติมอีกมาก
(views 29)
ทิศทางกำไร 4Q18 มีโอกาสทำได้ดีกว่าคาด อยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกับ 3Q18 แม้มีวันหยุดมาก แต่เดินเครื่องก่อสร้างเต็มที่ทั้งรถไฟฟ้าสีส้ม, สีชมพู และ One Bangkok เฟส 1 และ 2 รวมถึงเริ่มรับรู้ One Bangkok เฟส 4 เข้ามา ปัจจุบันมี Backlog อยู่กว่า 2.9 พันล้านบาท คาดทยอยรับรู้ถึงกลางปี 2019 พร้อมคาดหวังได้รับงานเข้ามาเติมราว 20% จากงานที่อยู่ระหว่างการประมูล 2.3 หมื่นล้านบาท เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-2019 ขึ้นเฉลี่ย 7.5% เป็น 345 ล้านบาท (+63% Y-Y) และ 356 ล้านบาท (+3% Y-Y) ตามลำดับ ทำให้ราคาเหมาะสมปี 2019 ปรับขึ้นเป็น 11.60 บาท และคงคำแนะนำซื้อ จากโมเมนตัมกำไรรายไตรมาสที่โตโดดเด่น Y-Y ต่อเนื่องจนถึงกลางปี 2019 และยังได้รับอานิสงค์จากการเร่งผลักดันงานประมูลรอบใหญ่ในฐานะธุรกิจต้นน้ำ
อ่านเพิ่มเติม
14
ธันวาคม
2018
PTTEP (BUY/19TP: 150), แม้จะปรับกำไรลง แต่ราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง
(views 28)
เราปรับราคาเป้าหมาย PTTEP ปี 2019 ลงจาก 169 บาทมาอยู่ที่ 150 บาท จากผลกระทบของมาร์จิ้นบนสัญญาสัมปทานใหม่ในแหล่งบงกช-เอราวัณที่น้อยกว่าที่คาดราว 5% และปรับสมมติฐานราคาน้ำมันดิบในระยะยาวลงมาอยู่ที่ US$65/บาร์เรล จากเดิม US$69/บาร์เรล จากความกังวลด้านปริมาณความต้องการใช้น้ำมันดิบที่อาจชะลอตัวลงในปีหน้าจากภาวะเศรษฐกิจโลก แต่เรายังคงแนะนำ ซื้อ PTTEP เนื่องจากการชนะการประมูลทั้งสองแหล่ง เบื้องต้นคาดว่าจะช่วยเพิ่มปริมาณสำรองให้กับบริษัทได้เป็น 8-9 ปี จากปัจจุบันที่อยู่ราว 5 ปี ในขณะที่ Downside ของราคาน้ำมันดิบน่าจะจำกัด หลังกลุ่ม OPEC+ จะเริ่มทยอยปรับลดกำลังการผลิตลงในปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
13
ธันวาคม
2018
SVOA (BUY/19TP: 2), ความเสี่ยงขาลงจำกัด ทุกธุรกิจยังทำกำไรได้ดี แนะนำซื้อ
(views 17)
เรากลับมาแนะนำซื้อ SVOA จาก Valuation ที่น่าสนใจ และแนวโน้มอุตสาหกรรมที่ยังมีการเติบโตใน 3 ปีข้างหน้า ตามการลงทุนด้านไอทีของรัฐฯและเอกชน เราคาดกำไรสุทธิปี 2018 ชะลอ 13% Y-Y อยู่ที่ 165 ล้านบาท เพราะปี 2017 มีกำไรจากการขาย LIT 73 ล้านบาท ถ้าหักออกกำไรปกติจะโต 22% Y-Y ส่วนปี 2019 คาดกำไรสุทธิที่ 188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% Y-Y ราคาหุ้นตอนนี้ซื้อขายที่ PE Band ล่างในรอบ 10 ปีเพียง 6-7 เท่า และคิดเป็นครึ่งหนึ่งของมูลค่าทางบัญชีที่ 2.30 บาท/หุ้น เราประเมินมูลค่าที่เหมาะสมปี 2019 โดยอิง PE 10 เท่า (จากการ Implied ด้วย DDM) ได้เท่ากับ 2.00 บาท มี Upside 61% ซึ่งถือว่าระมัดระวังกว่าเดิมที่เคยประเมินมูลค่าโดยอิง PE เฉลี่ยในอดีตที่ 15 เท่า ขณะที่ มูลค่าตามราคาตลาดของของ LIT และ IT เมื่อคิดกลับมาเป็นส่วนของ SVOA ณ วันที่ 12 ธ.ค. 18 รวมกันอยู่ที่ 0.93 บาท/หุ้น Downside ณ ปัจจุบันจึงจำกัดมากทั้งในเชิงของ Intrinsic Value และ Market Value
อ่านเพิ่มเติม
13
ธันวาคม
2018
KTB (BUY/19TP: 23), คุณภาพสินเชื่อเริ่มดีขึ้น
(views 23)
เราปรับราคาเหมาะสมปี 2019 ขึ้นเป็น 23 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ ประเด็นการลงทุนคือระยะสั้นเราคาดว่า KTB น่าจะมีกำไรสุทธิ 4Q18 ที่ดีที่สุดในปีที่ราว 8.2 พันลบ. +4%Q-Q, +69%Y-Y เนื่องจาก NIM ที่ฟื้นตัวขึ้นและการตั้งสำรองฯที่น้อยลง คุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้นทำให้การตั้งสำรองฯผ่อนคลายลง เราคาดว่า KTB จะมีกำไรสุทธิปี 2018 ที่ราว 3.05 หมื่นลบ. +36%Y-Y และเพิ่มขึ้น 4%Y-Y เป็น 3.18 หมื่นลบ.ในปี 2019 แม้ว่าเป็นปีที่จะเริ่มลงทุนด้าน IT ซึ่งใช้งบลงทุนราว 1.2 หมื่นลบ. แต่คาดไม่กดดันกำไรเนื่องจาก KTB จะมีรายได้พิเศษ AQ และการตั้งสำรองฯที่กลับสู่ปกติ นอกจากนี้คาดว่าอัตราเงินปันผลน่าสนใจที่ราว 4%
อ่านเพิ่มเติม
12
ธันวาคม
2018
GUNKUL (BUY/19TP: 4.1), ปรับคาดทั้งปีขึ้น แม้ 4Q18 อ่อนลงจากฐานสูงไตรมาสก่อน
(views 21)
กำไร 3Q18 โตแรงเป็นพิเศษเป็นประวัติการณ์ สูงกว่าเราและตลาดคาดมาก แรงหนุนจากโรงไฟฟ้าลมแรงลมดี ทำให้เราปรับประมาณการทั้งปีขึ้นถึง 44% เป็นกำไรปกติโตแรงถึง 157% แต่กำไรสุทธิโต 40% Y-Y จากค่าใช้จ่ายพิเศษใน 1Q18 แม้แนวโน้ม 4Q18 อ่อนลง Q-Q คงแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว ราคาเป้าหมายปี 2019 ปรับขึ้นเล็กน้อยที่ 4.10 บาท จากเดิม 4 บาท (SOTP) ไม่รวมโครงการ Solar Rooftop รูปแบบ Private PPA ซึ่งมีแนวโน้มได้รับการสนับสนุนในแผน PDP ฉบับใหม่ และโอกาสได้กำลังผลิตใหม่ โดยบริษัทคงเป้าเพิ่มเป็น 1,000 MW ภายในปี 2020-2021 จากปัจจุบันที่ระดับ 546 MW โดยเฉพาะโครงการลม-โซลาร์ ในเวียดนาม
อ่านเพิ่มเติม
06
ธันวาคม
2018
BBL (BUY/19TP: 245), หนึ่งในผู้รับประโยชน์สูงสุดต่อภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ย
(views 43)
คงราคาเหมาะสมปี 245 บาท และคงคำแนะนำ ซื้อ เราคาดว่า BBL จะเป็นหนึ่งในผู้รับประโยชน์สูงสุดจากการขยายตัวของสินเชื่อและ อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ทั้งยังมีประเด็นบวกจากการปรับโครงสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมที่โฟกัสที่ธุรกิจ Bancassurance มากขึ้น และคุณภาพหนี้ที่แข็งแรง คาดการณ์กำไร 4Q18 เติบโตได้ดี +1%Q-Q, +7%Y-Y เพราะ NIM ที่ทรงตัวสูงและการเติบโตของค่าธรรมเนียมตามฤดูการขายประกันและกองทุน ส่วนแนวโน้มกำไรปี 2019 คาดการณ์การเติบโต +5%Y-Y มีแรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมจากการ Cross selling, การเติบโตของสินเชื่อภาครัฐและภาคต่างประเทศ และ การขยับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย
อ่านเพิ่มเติม
06
ธันวาคม
2018
BGRIM (BUY/19TP: 34), คาดกำไรปกติ 4Q18 ยังอ่อนลง Q-Q สะดุดชั่วคราว โตแรงปีหน้า
(views 27)
แนวโน้มกำไรปกติใน 4Q18 อ่อนลงต่อเนื่อง Q-Q จากต้นทุนค่าก๊าซเพิ่ม และแผนซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า ทำให้ต้องปรับลดคาดการณ์กำไรปกติทั้งปีลง11% แต่ยังโต 17% และปีหน้าคงคาดโตสูง 48% รวมทั้งยังมีศักยภาพการได้กำลังผลิตเพิ่มอีกจากโครงการในหลายประเทศ โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าพลังลมในเกาหลีใต้ ที่มีโอกาสเห็นความคืบหน้ามากขึ้นใน 1Q19 คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 34 บาท
อ่านเพิ่มเติม
06
ธันวาคม
2018
EKH (BUY/19TP: 7.6), ศักยภาพการเติบโตยังสูงในระยะยาว
(views 31)
เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางการเติบโตของ EKH โดยศูนย์ IVF มีศักยภาพการเติบโตสูงมากในตลาดจีนผ่านการจับมือกับพาร์ทเนอร์ ขณะที่การเปิดอาคารศูนย์กุมารเวชใหม่ในช่วง 2Q19 คาดว่าจะไม่ถ่วงผลการดำเนินงานในภาพรวมอย่างมีนัยยะจากความต้องการที่ยังโตต่อเนื่องและช่วยให้รองรับผู้ป่วยได้มากขึ้นกว่า 60% จาก Capacity ปัจจุบันที่ค่อนข้างเต็ม เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ขึ้นราว 10% เป็นเติบโต 33.1% Y-Y และ 4.6% Y-Y ตามลำดับ พร้อมปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2019 ขึ้นเป็น 7.60 บาท Valuation ปัจจุบันยังไม่แพง จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
03
ธันวาคม
2018
RS (BUY/19TP: 18), แนวโน้มกำไรปกติ 4Q18 ฟื้นดีขึ้นต่อเนื่อง Q-Q
(views 28)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q18 ฟื้นจากไตรมาสก่อนที่ยังได้รับผลกระทบจากการปราบสินค้าเครื่องสำอางอาหารเสริมเถื่อนตั้งแต่กลาง 2Q18 และการทำ New Year Grand sale ในช่วงครึ่งหลังเดือนธ.ค. คาดเพิ่มยอดขายธุรกิจ MPC เพิ่ม 10-15% จากระดับปกติในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย. ที่ฟื้นขึ้นมาเป็นระดับ 180-190 ล้านบาทต่อเดือน แม้ Gross margin ลดลง ขณะที่คาดรายได้ทีวีช่อง 8 ก็ฟื้นขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ได้ผลกระทบมากจากกำลังซื้ออ่อนแอ การแข่งขันสูง ประมาณการกำไรปกติทั้งปีมี upside เล็กน้อย จากเดิมคาดโต 35% คงคำแนะนำ ซื้อราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 18 บาท
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤศจิกายน
2018
BCH (BUY/19TP: 21), คาดกำไรยังทำ New High ในปี 2019
(views 39)
ทิศทางกำไรปี 2019 ของ BCH คาดว่ายังสามารถเติบโตและทำจุดสูงสุดใหม่ได้ต่อเนื่องหนุนจากทั้งผู้ป่วยเงินสดที่โตตามการบริโภคและโควต้าประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ WMC ที่พลิกมีกำไรโดดเด่นแล้ว ขณะที่รพ.เกษมราษฎร์รามคำแหงคาดไม่ถ่วงผลการดำเนินงานอย่างมีนัยยะ ส่วนโครงการลงทุนโรงพยาบาลใหม่อื่นๆส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการในปี 2020 จึงยังไม่มีแรงกดดันจากผลขาดทุนเริ่มแรก เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 โต 17.4% Y-Y และ 15.2% Y-Y ตามลำดับ ราคาหุ้นอ่อนตัวจนทำให้ Upside เปิดกว้างอีกครั้ง เราจึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อลงทุน” ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 21 บาท
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤศจิกายน
2018
AOT (BUY/19TP: 73), กำไรสุทธิ 4Q18 ดีกว่าคาด แนวโน้มยังโตได้แม้ท่องเที่ยวชะลอ
(views 53)
กำไรสุทธิ 4Q18 ดีกว่าเราและตลาดคาด กำไรสุทธิ 4Q18 (ก.ค. - ก.ย. 18) อยู่ที่ 5,247 ล้านบาท ดีกว่าเราและตลาดคาดที่ 4.5-5.0 พันล้านบาท โดยกำไรสุทธิที่ลดลง 18% Q-Q เป็นไปตามฤดูกาลที่อยู่ในช่วง Low Season ของการท่องเที่ยว แต่เติบโตสูง 41% Y-Y เพราะปีก่อนฐานต่ำเนื่องจาก 4Q17 มีการบันทึกค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุย้อนหลัง 1.3 พันล้านบาท และเป็นผลจากการควบคุมค่าใช่จ่ายอย่างเข้มงวด เพื่อรองรับผลกระทบเชิงลบจากนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอตั้งแต่ต้นไตรมาส โดยอัตรากำไรจากการดำเนินอยู่ที่ 47.5% เพิ่มขึ้นจาก 38.5% ใน 4Q17 ขณะที่ จำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 6% Y-Y โดยต่างประเทศเพิ่มขึ้น 7% Y-Y และในประเทศเพิ่มขึ้น 3% Y-Y ส่วนจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 3% Y-Y ใกล้เคียงกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ
กำไรสุทธิปี 2018 (ต.ค. 17 – ก.ย. 18) อยู่ที่ 25,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% Y-Y จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 10% Y-Y อยู่ที่ 60,537 ล้านบาท ตามการเร่งตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวใน 1H18 และอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นเป็น 54.8% จาก 51.2% ในปี 2017 เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ และมีการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤศจิกายน
2018
SISB (IPO: 5.2/19TP: 8.84), การลงทุนด้านการศึกษาคือการลงทุนเพื่ออนาคต
(views 64)
SISB เป็นผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเอกชนนานาชาติและได้นำหลักสูตรของประเทศสิงคโปร์มาใช้เป็นพื้นฐานในการจัดการเรียนการสอน ปัจจุบันมีโรงเรียนในกลุ่ม 5 โรงเรียนและเปิดสอนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาลถึงม.6 สามารถรองรับนักเรียนได้สูงสุด 4,175 คน เราคาดว่า SISB อยู่ใน Growth Stage เนื่องจากการลงทุนครั้งใหญ่เสร็จสิ้นแล้วทำให้มี Capacity รองรับการเติบโตของจำนวนนักเรียนได้ในช่วงระยะ 3-5 ปี ระยะเวลาตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไปจะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวกำไร เนื่องจากลักษณะต้นทุนส่วนใหญ่เป็นคงที่/กึ่งคงที่ทำให้ธุรกิจมี Operating Leverage (ทุกๆการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักเรียนหรือรายได้ จะทำให้กำไรเพิ่มขึ้นในอัตราสูงกว่า) เราคาดว่า SISB จะมีการเติบโตของกำไรในปี 2019-2021 ที่ราว 51% ต่อปี โดยมีปัจจัยสำคัญจาก 1.การเติบโตของรายได้ 2. Efficiency ที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนการให้บริการทางการศึกษา และ 3.คาดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง ประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2019 ที่ 8.84 บาท (DCF)
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤศจิกายน
2018
ASK (BUY/19TP: 28.6), Small but beautiful
(views 25)
เราคาดว่า ROE จะปรับขึ้นสู่ 18% ในปี 2019 ซึ่งสูงสุดในรอบ 13 ปี และดีกว่าค่าเฉลี่ยใน 10 ปีย้อนหลังที่ราว 15%, คาด กำไรทำจุดสูงสุดใหม่ในปี 2019, การเติบโตของกำไรในปี 2019-2020 เฉลี่ย 7-8% ต่อปี ซึ่งดีกว่าค่าเฉลี่ยของการเติบโตใน 5 ปีอดีตที่อยู่ที่เพียง 5% ต่อปี และ Dividend Yield ที่ราว 7% ต่อปี สิ่งเหล่านี้ทำให้ ASK จัดเป็นหุ้นปันผลชั้นเยี่ยมและ Valuation น่าสนใจเพราะราคาล่าสุดซื้อขายที่ 2019 PER 9 เท่า ต่ำกว่า Hist Avg ที่ 9-10 เท่า บนฐาน ROE ที่สูงขึ้น เราประเมินราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 28.60 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤศจิกายน
2018
HANA (HOLD/19TP: 44), Trade War อาจเริ่มกระทบต่อคำสั่งซื้อในช่วง 1H19
(views 35)
จากประชุมวานนี้ โทนกลางๆ แม้จะชนะได้รับส่วนแบ่งการตลาดสินค้า Smart Phone แบรนด์จีน น่าจะช่วยหนุนรายได้กลุ่ม Smart Phone ต่อเนื่องไปในปีหน้า แต่ประเด็น Trade War เริ่มทำให้ลูกค้าของบริษัทมีความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกปีหน้ามากขึ้น ทั้งนี้ลูกค้าได้เริ่มส่งสัญญาณการสั่งซื้อสินค้าแบบพอใช้ในช่วง 1H19 จะไม่สต็อกสินค้าปริมาณมากเหมือนในอดีตอีกต่อไป จึงอาจทำให้ภาพรวมคำสั่งซื้อในปีหน้าของบริษัทเติบโตไม่สดใสนัก โดยเราน่าจะได้เห็นการย้ายสายการผลิตจากจีนมายังประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น ซึ่งบริษัทได้เตรียมขยายกำลังการผลิตโรงงานในไทย และยังมีโรงงานแห่งใหม่ที่กัมพูชารองรับการย้ายฐานการผลิตของลูกค้าในอนาคต ด้วยกำไร 3Q18 ที่ดีกว่าคาด เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2018 – 2019 ขึ้น 18% และ 6.3% ตามลำดับเป็นกำไรที่ลดลง -14.7% Y-Y ในปี 2018 และจะกลับมาโต 3.5% Y-Y ในปี 2019 เราปรับลดราคาเป้าหมายปี 2019 ลงเป็น 44 บาท จากเดิม 45 บาท (อิง PE 14 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงมามาก แต่เชื่อว่าน่าจะยังถูกกดดันต่อไปจากเรื่อง Trade War ในขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q18 จะอ่อนตัวลงตามฤดูกาล จึงปรับคำแนะนำเป็น ถือ โดยคาดเงินปันผลช่วง 2H18 หุ้นละ 0.85 บาท คิดเป็น Yield 2.5%
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤศจิกายน
2018
PRM (BUY/19TP: 9), แม้ฟื้นไม่เร็วเหมือนที่คาด แต่จะไม่กลับไปแย่เหมือนอดีตแล้ว
(views 32)
เรายังยืนยันว่าผลประกอบการของ PRM ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 4Q17 ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงหลังประกาศงบ 3Q18 จึงไม่ใช่จังหวะขาย ในทางตรงข้าม เรากลับมองเป็นโอกาสซื้อ โดยระยะสั้นมีปัจจัยหนุนด้านผลประกอบการ 4Q18 ที่คาดว่าโต 13% Q-Q และ 139% Y-Y อยู่ที่ 247 ล้านบาท เพราะการขนส่งน้ำมันในประเทศยังมีโมเมนตัมที่ดี และไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเหมือน 3Q18 ขณะที่ ภาพระยะยาวจะได้แรงหนุนจากการประมูลสัมปทานปิโตรเลียมทั้งในไทยและพม่า รวมถึง ความต้องการเรือจัดเก็บและผสมน้ำมันกลางทะเล เพื่อลดซัลเฟอร์ก่อนนำเข้าโรงกลั่นบนบก อีกทั้ง ยังมีการขยายกองเรือเพื่อรองรับการขนส่งปิโตรเคมีที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งแม้ยังไม่รวมธุรกิจ การเติบโตแบบ Organic Growth จะหนุนให้กำไรสุทธิปี 2019-2021 โตเฉลี่ย 22% ต่อปี แต่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PE2019 เพียง 16 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 33 เท่าอยู่มาก เราจึงคงคำแนะนำซื้อ โดยราคาเป้าหมายปี 2019 ของเรายังอยู่ที่ 9 บาท อิง PE 22 เท่า จากการ Implied PEG ที่ 1 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤศจิกายน
2018
TK (SELL/19TP: 8.5), คาด ROE ปีนี้-ปีหน้ายังสร้างความผิดหวัง
(views 25)
กำไร 3Q18 ที่น่าผิดหวังและแนวโน้มกำไร 4Q18 ที่ยังไม่กลับสู่ปกติ เนื่องจาก NPL ที่สูงขึ้น ในปี 2019 เราคาดการณ์กำไรที่ 427 ลบ. (+6.5%Y-Y) โดยคาดว่าการเติบโตของยอดขายรถจักรยานยนต์น่าจะไม่มีความตื่นเต้น ขณะที่น่าจะเห็น NPL และ CoF ที่กดดันกำไรเพิ่มขึ้นในปีหน้า ภายหลังการปรับประมาณการกำไรปี 2018 และจัดทำประมาณการกำไรปี 2019 ใหม่ เราพบว่า ROE ของ TK จะปรับลดลงเป็น 8-8.5% ต่ำที่สุดในรอบ > 10 ปี ปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 8.50 บาท ปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย (จากเดิม ซื้อ)
อ่านเพิ่มเติม
27
พฤศจิกายน
2018
KBANK (BUY/19TP: 238), Attractive Valuation
(views 54)
คงคำแนะนำ ซื้อ แม้ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2019 เป็น 238 บาท ราคาหุ้นได้ลงมาซื้อขายอยู่ที่ 2019 FWD PBV ที่ 1.14 เท่า ซื้อต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ PBV ของ KBANK 2Y ที่เฉลี่ยที่ราว 1.4 เท่า ได้ตอบรับความกังวลต่อมุมมอง NPL Ratio ของธนาคารแล้ว ซึ่ง Credit cost ที่ธนาคารปรับเป้าหมายลดลงสามารถอธิบายได้ว่าธนาคารยังสามารถควบคุมได้และไม่ได้กังวลต่อการปรับขึ้นในรอบนี้ ประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ใหม่ของเราอยู่ที่ 4.16 หมื่นลบ. ยังเห็นการเติบโตราว 3%Y-Y เนื่องจากคาดการณ์ Credit cost ที่ลดลงและ NIM ที่เพิ่มขึ้นเป็น 3.5% ตามอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤศจิกายน
2018
BJC (BUY/19TP: 66), คาดกำไรโตต่อเนื่องใน 4Q18 ส่วนดีล WG มองบวกระยะยาว
(views 40)
จากประชุมเมื่อวันศุกร์ โทนบวก ระยะสั้นกำไร 4Q18 จะเติบโตและทำจุดสูงสุดของปี ภายหลังรายได้กระป๋องอลูมิเนียมกลับมาฟื้นตัน จากที่ลูกค้ามีปรับเปลี่ยนดีไซน์ ทำให้ยอดชะลอไปใน 3Q18 กอปรกับแรงกดดันด้านต้นทุนลดลงทั้งราคาก๊าซธรรมชาติที่น่าจะลดลงตามราคาน้ำมันดิบ และราคาเศษแก้วที่เริ่มลดลง ในขณะที่ SSSG 4QTD ของ BIGC ยังเป็นบวกได้เล็กน้อย และอัตราภาษีจ่ายจดลดลงหลังจากนี้ ภายหลังปรับโครงสร้างแล้วเสร็จใน 3Q18 ส่วนดีลซื้อ WG อยู่ระหว่างเตรียมทำ Tender Offer คาดจะแล้วเสร็จภายในเดือน ม.ค. 2019 หากซื้อทั้ง 100% จะใช้เงินราว 3.2 พันล้านบาท มองเป็นบวกในระยะยาว จาก Synergies ที่จะเกิดขึ้นระหว่างกัน แต่ระยะสั้นอาจยังไม่ส่งผลต่อประมาณการอย่างมีนัยสำคัญ เพราะคาดดอกเบี้ยจ่ายที่จะเกิดขึ้นอาจมีมูลค่าใกล้เคียงกับกำไรของ WG เรายังคาดกำไรสุทธิ BJC ปี 2018-2019 โต 20.4% Y-Y และ 16.9% Y-Y ตามลำดับ คงราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 66 บาท (DCF) ยังมี Upside 28.8% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
พฤศจิกายน
2018
ROBINS (BUY/19TP: 83), คาดกำไร 4Q18 ทำจุดสูงสุดของปี และโตต่อเนื่องในปีหน้า
(views 31)
จากประชุมวานนี้ ภาพกำลังซื้อระยะนี้ยังดูทรงๆ แต่คาดหวังการฟื้นตัวในเดือน ธ.ค. ที่เป็น High Season ของธุรกิจ และอาจมีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย แต่ถึงแม้จะไม่มี เรายังคาดกำไร 4Q18 จะเติบโตทำจุดสูงสุดของปี เพราะอัตรากำไรขั้นต้นจะกลับมาฟื้นตัวแรง จากการเพิ่มขึ้นของ Private Brand และจะเปิดสาขาใหม่อีก 1 แห่ง ในรูปแบบ Lifestyle Center ช่วยหนุนการโตของพื้นที่เช่า ในขณะที่ยังมีหลายปัจจัยหนุนการเติบโตในปีหน้าทั้ง การเปิดสาขาใหม่ 3 แห่ง (2 ใหญ่ 1 เล็ก) การเพิ่มพื้นที่เช่า การเพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Brand ต่อเนื่อง และการเน้นธุรกิจ Online มากขึ้น แม้สัดส่วนยังน้อย แต่มีศักยภาพการเติบโตที่ดี เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 – 2019 เติบโต 13.5% Y-Y และ 15% Y-Y ตามลำดับ คงราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 83 บาท (DCF) ยังมี Upside 24.8% และจะเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในต่างจังหวัด คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
พฤศจิกายน
2018
SAWAD (BUY/19TP: 53), กำไรจะดีขึ้นใน 4Q18 ต่อเนื่องปี 2019
(views 36)
คงคำแนะนำ ซื้อ โดยคงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 53 บาท ระยะสั้นคาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q18 โตเป็นสถิติสูงสุดที่ 777 ลบ. +1.4%Q-Q, +7.2%Y-Y ตาม High Season ของการปล่อยสินเชื่อและคาด Loan yield ที่ทรงตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน ปี 2019 คาดการณ์กำไรสุทธิที่ 3.17 พันลบ. +17%Y-Y คาดการเติบโตของสินเชื่อที่ 20% และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +15%Y-Y, คาดการณ์ Credit cost ที่ 1.25% และ Cost to income ratio ที่ 44% จาก 42.8%
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤศจิกายน
2018
OSP (BUY/19TP: 28), ผู้นำเครื่องดื่มบำรุงกำลังในไทยและเมียนมาร์
(views 39)
แนวโน้มกำไรจะโตต่อเนื่องใน 4Q18 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และสินค้าใหม่ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งกลุ่มเครื่องดื่ม (ฉลามกระชายดำ C-Vitt) และกลุ่มของใช้ส่วนบุคคล (เบบี้มายด์ ทเวล์ฟพลัส) เราคาดกำไรปกติปี 2018 จะเติบโต 10.6% Y-Y และน่าจะโตต่อเนื่องในปี 2019 ราว 8.5% Y-Y ภายหลังรับรู้เตาหลอมแก้วที่หยุดซ่อมบำรุงได้เต็มปี, ต้นทุนเศษแก้วลดลง และหลายสินค้าใหม่ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สินค้ากลุ่มเดิมน่าจะทรงตัวถึงปรับขึ้นเล็กน้อย ส่วนโรงงานเครื่องดื่มแห่งใหม่ในเมียนมาร์จะแล้วเสร็จอย่างเร็วในช่วง 4Q19 และจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในปี 2020 เป็นต้นไป เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 28 บาท (อิง PE 27 เท่า) ยังมี Upside 14.3% อัตราการเติบโตของกำไรอาจดูไม่ตื่นเต้นนัก ด้วยฐานที่ค่อนข้างใหญ่ แต่มี Downside Risk ค่อนข้างต่ำ และมีความสม่ำเสมอของผลประกอบการ แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
พฤศจิกายน
2018
ASAP (BUY/19TP: 4.5), ปรับลดกำไรปี 2018-2019 ก่อนคาดการฟื้นตัวชัดเจนปี 2020
(views 33)
ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2019 มาที่ 4.50 บาท (เดิม 7.50 บาท) แต่ปรับคำแนะนำจาก ขาย เป็น ซื้อ ราคาหุ้นลงมารับข่าวกำไร 3Q18 ที่ผิดหวัง เราคาดว่ารายได้ยังเติบโตได้สูงตามแผนธุรกิจเนื่องจากเป้าหมายการเพิ่มจำนวนรถให้เช่าเป็น 2 หมื่นคันในปี 2019 จาก 1.6 หมื่นคันในปัจจุบันและเร็วกว่าแผนเดิมที่คาดว่าจะขยายได้ตามจำนวนในปี 2020 เราคาดว่าธุรกิจรถยนต์ให้เช่าระยะสั้น และ ASAP Go จะเป็น Upside ให้กับประมาณการในระยะต่อไป ตามการท่องเที่ยวในประเทศ และความนิยมของ Car Sharing สำหรับ ASAP Auto Park ปัจจุบันเปิดให้บริการเพียง 40% ของพื้นที่เช่าทั้งหมดที่มีอยู่ราว 2 พันตารางเมตร ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มพื้นที่ในราว มี.ค. 2019 เราคาดว่ากำไรจะชะลอตัวลงในปีนี้ และจะค่อยๆฟื้นตัวจากธุรกิจใหม่ในปี 2019 และก้าวกระโดดในปี 2020
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤศจิกายน
2018
KTC (BUY/19TP: 46), ทนทานทุกสภาวะ
(views 41)
ปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี ขึ้น 4% เป็น 5.3 พันลบ. +61%Y-Y จากกำไร 9M18 ที่ดีกว่าคาดและแนวโน้มกำไร 4Q18 ที่น่าจะทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้งตามฤดูกาลการจับจ่ายใช้สอย ส่วนคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 อยู่ที่ 6.6 พันลบ. +24%Y-Y โดยคาดการณ์รายได้ดอกเบี้ยสูงขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อที่เป็น High-yield ทำให้ Spread ดีขึ้นและคาด Credit cost ลดลงจากปี 2018 เนื่องจากการตั้งสำรองฯระดับสูงมีความจำเป็นน้อยลงจากคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น เราปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 46 บาท ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ (เดิม ซื้อเก็งกำไร)
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤศจิกายน
2018
CMAN (BUY/19TP: 3.9), 3Q18 ชะลอจากค่าใช้จ่ายพิเศษ แต่ 4Q18 จะเร่งขึ้น แนะนำซื้อ
(views 32)
กำไรสุทธิ 3Q18 ต่ำกว่าคาดเพราะมีค่าธรรมเนียม Refinance หนี้เพื่อประหยัดดอกเบี้ยจ่ายในอนาคต และพลิกมาขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนตามเงินบาทที่ผันผวนเร็ว แต่ยอดขายยังมีการเติบโต และอัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ แนวโน้ม 4Q18 จะโตสูงทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะเป็นช่วงที่มีการผลิตน้ำตาลออกมามาก อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่กำไรสุทธิ 9M18 ต่ำกว่าคาด และค่าใช้จ่ายในการขายยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการหาตลาดใหม่ เราจึงปรับลดประมาณการปี 2018-2019 ลงเหลือ 163 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% Y-Y และ 208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% Y-Y ตามลำดับ พร้อมปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 3.90 บาท อิง PE 18 เท่า เรายังคงยืนยันให้ซื้อ โดยมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันที่ซื้อขายบน PE2018-19 เพียง 14-17 เท่า และ PBV 1.2-1.3 เท่า ยังถูกเกินไปเมื่อเทียบกับ SUTHA ที่มี Valuation แพงกว่า ทั้งที่ความสามารถในการทำกำไรไม่ต่างกัน และ CMAN มีความเสี่ยงทางธุรกิจต่ำกว่ามาก จากการมีเหมืองเป็นของตัวเอง ซึ่งคิดเป็นมูลค่าขั้นต่ำราว 2.50 บาท/หุ้น
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2018
CMAN (BUY/19TP: 3.9), 3Q18 ชะลอจากค่าใช้จ่ายพิเศษ แต่ 4Q18 จะเร่งขึ้น แนะนำซื้อ
(views 32)
กำไรสุทธิ 3Q18 ต่ำกว่าคาดเพราะมีค่าธรรมเนียม Refinance หนี้เพื่อประหยัดดอกเบี้ยจ่ายในอนาคต และพลิกมาขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนตามเงินบาทที่ผันผวนเร็ว แต่ยอดขายยังมีการเติบโต และอัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ แนวโน้ม 4Q18 จะโตสูงทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะเป็นช่วงที่มีการผลิตน้ำตาลออกมามาก อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่กำไรสุทธิ 9M18 ต่ำกว่าคาด และค่าใช้จ่ายในการขายยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการหาตลาดใหม่ เราจึงปรับลดประมาณการปี 2018-2019 ลงเหลือ 163 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% Y-Y และ 208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% Y-Y ตามลำดับ พร้อมปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 3.90 บาท อิง PE 18 เท่า เรายังคงยืนยันให้ซื้อ โดยมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันที่ซื้อขายบน PE2018-19 เพียง 14-17 เท่า และ PBV 1.2-1.3 เท่า ยังถูกเกินไปเมื่อเทียบกับ SUTHA ที่มี Valuation แพงกว่า ทั้งที่ความสามารถในการทำกำไรไม่ต่างกัน และ CMAN มีความเสี่ยงทางธุรกิจต่ำกว่ามาก จากการมีเหมืองเป็นของตัวเอง ซึ่งคิดเป็นมูลค่าขั้นต่ำราว 2.50 บาท/หุ้น
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2018
ARROW (BUY/18TP: 9.9), กำไรสุทธิ 3Q18 ฟื้นตัว และดีกว่าคาด แนวโน้ม 4Q18 จะโต Y-Y
(views 32)
กำไรสุทธิ 3Q18 เริ่มฟื้นตัว และมีโอกาสผ่านจุดต่ำสุดของปี กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% Q-Q แต่ยังลดลง 8% Y-Y สัญญาณที่ดีคือรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 32% Q-Q และ 6% Y-Y อยู่ที่ 408 ล้านบาท จากความต้องการในงานโครงสร้างพื้นฐานที่เร่งตัวขึ้น ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นแม้จะฟื้นจาก 20.4% ใน 2Q18 มาอยู่ที่ 22.0% ใน 3Q18 แต่ยังต่ำกว่า 25.3% ใน 3Q17 เพราะต้นทุนเหล็กในตลาดโลกยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ ARROW ไม่สามารถปรับราคาขายสินค้าขึ้นตามได้ทัน (ลูกค้ารายใหญ่ล็อคราคาซื้อไปแล้วล่วงหน้า) จึงทำให้กำไรสุทธิยังคงปรับตัวลง Y-Y ขณะที่ การควบคุมค่าใช้จ่ายเริ่มเห็นผลบวกมากขึ้น โดย SG&A/Sales ลดลงเหลือ 11.1% จาก 12.8% ใน 2Q18 และ 12.4% ใน 3Q17 ทั้งนี้ แม้ผลประกอบการ 3Q18 ที่ออกมาจะยังไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับมาตรฐานที่ทำไว้สูงในปี 2015-2016 (เฉลี่ยไตรมาสละ 62-65 ล้านบาท) แต่การฟื้นกลับเร็ว Q-Q ก็น่าจะสะท้อนระดับหนึ่งว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 2Q18 ส่วนกำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 110 ล้านบาท ลดลง 27% Y-Y เหตุผลหลักยังมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ถูกกดดันจากราคาเหล็กที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเร็ว
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2018
BJC (BUY/19TP: 66), กำไร 3Q18 ตามคาด เพราะปรับโครงสร้างภาษีแล้วเสร็จ
(views 28)
กำไรสุทธิ 3Q18 ใกล้เคียงคาด แต่ผลการดำเนินงานหลักต่ำกว่าคาด กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 1,683 ล้านบาท (+20.6% Q-Q, +21.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 1,635 ล้านบาท) ซึ่งในไตรมาสนี้บริษัทได้ปรับโครงสร้างภาษีแล้วเสร็จ (เร็วกว่าที่เคยคาดว่าจะเสร็จใน 4Q18) ทำให้อัตราภาษีจ่ายลดลงเหลือเพียง 9.8% จาก 22.3% ใน 2Q18 และ 26.8% ใน 3Q17 หากไม่รวมรายการภาษี เราพบว่าผลการดำเนินงานต่ำกว่าคาด แม้ SSSG ของ BIGC จะทำได้ดี +2.5% Y-Y และมีการเปิดสาขาใหม่ได้ตามแผน รวมถึงมีการนับสต็อกทำให้มีการกลับรายการค่าเผื่อสินค้า โดยอัตรากำไรขั้นต้นของ BIGC 3Q18 อยู่ที่ 16.8% เพิ่มขึ้นจาก 16.1% ใน 2Q18 แต่ต่ำกว่า 17.7% ใน 3Q17 เพราะฐานสูงในปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจแก้วลดลงจากปีก่อนค่อนข้างมากถึง 160 bps จาก 22.4% ใน 3Q17 เป็น 20.8% ใน 3Q18 มาจากต้นทุนที่สูงขึ้นของก๊าซธรรมชาติ โซดาแอซ และทราย แม้ธุรกิจ Consumer และ Healthcare & Technical จะปรับตัวได้ดีขึ้น แต่ยังไม่สามารชดเชยได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมในไตรมาสนี้อยู่ที่ 19.1% ลดลงจากปีก่อนถึงราว 50 bps ในขณะที่ค่าใช้จ่ายได้ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 20.9% จาก 20.6% ใน 2Q18 และ 20.7% ใน 3Q17
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2018
MBAX (HOLD/19TP: 5.6), กำไร 3Q8 โดดเด่นต่อเนื่อง จากทั้งรายได้และมาร์จิ้นที่ขยายตัว
(views 33)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% Q-Q และ 208% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 สูงถึง 40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% Q-Q และ 208% Y-Y แม้รายได้จะเพิ่มขึ้นไม่มาก 4% Q-Q และ 2% Y-Y อยู่ที่ 435 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้สูงถึง 15.1% จาก 12.5% ใน 2Q18 และ 8.5% ใน 3Q17 ตามผลของ Economy of scale ที่มีการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ราคาวัตถุดับที่เริ่มอ่อนตัวลง และการควบคุมของเสียได้มีประสิทธิภาพ ส่วน SG&A/Sale ลดลงเหลือ 5.8% จาก 6.0% เท่ากันทั้งใน 2Q18 และ 3Q17 จากแผนลดการใช้พลังงานที่เริ่มเห็นผลในปีนี้
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2018
RS (BUY/19TP: 18), กำไรปกติ 3Q18 ใกล้เคียงคาด ธุรกิจ MTC เพิ่งเริ่มฟื้นท้ายไตรมาส
(views 33)
กำไรปกติ 3Q18 เพิ่ม 10.6% แต่ลดลง 17.2% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 ใกล้เคียงคาด ที่ 107 ล้านบาท ลดลง 38.1% Q-Q (2Q18 มีรายการพิเศษกำไรจากการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระค่าใบอนุญาตทีวีดิจิตอลสุทธิภาษี 76 ล้านบาท) และลดลง 13.9% Y-Y ขณะที่กำไรปกติเพิ่ม 10.6% Q-Q จากการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A แต่ลดลง 17.2% Y-Y จากรายได้รวมลดลง 15.9% Y-Y จากรายได้ธุรกิจสื่อ (หลักๆ คือ ทีวีดิจิตอล) ที่ลดลง36.2% Y-Y (17.4% Q-Q) ตามภาวะตลาดทีวีที่ยังอ่อนแอและการแข่งขันเข้มข้น รายได้ธุรกิจเพลงลดลง 16.6% Y-Y ขณะที่ยอดขายกลุ่ม MTC (Health & Beauty + Home & Lifestyle) เพิ่มเพียง 8.7% Y-Y (ยังลดลง 8.8% Q-Q) จากผลกระทบการปราบสินค้าเครื่องสำอางและอาหารเสริมเถื่อนและการคุมโฆษณามาตั้งแต่ 2Q18 เพิ่งมาเร่งตัวขึ้นในช่วงท้ายของไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2018
SAWAD (BUY/19TP: 53), กำไรดีกว่าคาด กลยุทธการปรับพอร์ตสินเชื่อเพิ่ม Yield ได้จริง
(views 26)
กำไร 3Q18 ดีกว่าที่คาด SAWAD รายงานกำไร 3Q18 ที่ 766 ลบ. เพิ่มขึ้น 26%Q-Q และ 23%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดคาดไว้ราว 10% เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ +11%Q-Q, 24%Y-Y ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของสินเชื่อและการเปลี่ยนรูปแบบการให้สินเชื่อที่เป็นการปล่อยสินเชื่อผ่านบ.ย่อยที่มีผลตอบแทนสูงกว่าเดิม เป็นการยืนยันว่า Spread ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 1Q18 โดย Loan spread ในไตรมาสนี้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 16.3% จาก 15.6% ในไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนั้นยังเกิดจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 7.3%Q-Q, 8.3%Y-Y ซึ่งเป็นไปตามการปล่อยสินเชื่อใหม่ แต่หากไม่นับรวม 3Q17 ที่มีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบ.ย่อยจำนวน 82.6 ลบ. รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นราว 20%Y-Y ในไตรมาสนี้ SAWAD มีอัตราการตั้งสำรองฯ (Credit cost) ที่ 1.5% สูงกว่าที่เราคาดไว้ แต่ลดลงจาก 1.87% ในไตรมาสก่อนซึ่งเกิดจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นและการปรับนโยบายสำรองฯ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2018
STEC (BUY/19TP: 28.5), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด หนุนจากรายได้งานก่อสร้าง
(views 34)
กำไร 3Q18 ขยายตัว 25% Q-Q และ 76% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด STEC รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 381 ล้านบาท (+25% Q-Q, +76% Y-Y) ดีกว่าเราและตลาดคาด 19% และ 26% ตามลำดับ มาจากรายได้งานก่อสร้างที่ทำได้ดีกว่าคาดที่ 7.2 พันล้านบาท (+27% Q-Q, +56% Y-Y) โดยมีแรงหนุนหลักมาจากการเดินเครื่องรับรู้รายได้งานรถไฟฟ้าสีชมพู-เหลือง และโรงไฟฟ้า Gulf 2 แห่ง รวมถึงความคืบหน้าของงานที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอย่างรถไฟฟ้าสายสีส้มที่เร่งขึ้น ประกอบกับรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้น่าพอใจใกล้เคียงกับ 2Q18 ที่ 7.8% ขณะที่ SG&A ต่อรายได้ปรับลดเป็น 1.6% เทียบกับ 2% ใน 2Q18 และ 2.9% ใน 3Q17 จากการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2018
CK (BUY/19TP: 33), กำไร 3Q18 แกร่ง หนุนจากรายการพิเศษของบริษัทร่วม
(views 28)
กำไร 3Q18 +137% Q-Q, +105 % Y-Y จากรายการพิเศษของ BEM CK รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 1.28 พันล้านบาท (+137% Q-Q, +105% Y-Y) หนุนจากรายการพิเศษของ BEM ราว 698 ล้านบาท หลัง BEM มีการขาย CKP ออกไป ทำให้มีการบันทึกกำไรจากการขาย และการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 585 ล้านบาท (+8% Q-Q, -6% Y-Y) ต่ำกว่าที่เรา และตลาดคาดเล็กน้อย 7% โดยรายได้งานก่อสร้างทำได้น้อยกว่าคาดที่ 7.2 พันล้านบาท (-5% Q-Q, -18% Y-Y) เนื่องจากอยู่ในช่วงปลายของโครงการโรงไฟฟ้าไซยะบุรี อย่างไรก็ตาม ถูกชดเชยด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับขึ้นเป็น 8.2% จาก 7.8% ใน 2Q18 เนื่องจากมีการรับรู้รายได้จากโครงการที่มาร์จิ้นดี โดยเฉพาะงาน M&E สายสีน้ำเงินต่อขยายในอัตราที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ขยายตัวเป็น 344 ล้านบาท (+25% Q-Q, +21% Y-Y) จากผลประกอบการที่ดีของทั้ง BEM และ CKP ช่วยหนุนให้กำไรยังสามารถเติบโตได้ Q-Q
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2018
AMATA (BUY/19TP: 30), กำไรปกติ 3Q18 ดีขึ้นหนุนจากส่งแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้า
(views 32)
กำไรปกติ 3Q18 ฟื้นเพราะส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า AMATA รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 300.9 ล้านบาท มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 60 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออก จะเป็นกำไรปกติ 306.9 ล้านบาท ฟื้นตัวแรงจากไตรมาสก่อน +584.6% Q-Q แต่ยังต่ำกว่า 3Q17 อยู่ 42.1% อันที่จริงการโอนที่ดินในไตรมาสนี้ทำได้เพียง 39 ไร่ ลดลงจาก 2Q18 ที่โอนได้ 56 ไร่ และลดลงมากจาก 3Q17 ที่โอนได้ถึง 161 ไร่ ทำให้รายได้จากการขายอสังหาฯ -22.5% Q-Q, -76.0% Y-Y เหลือ 214.8 ล้านบาท ในส่วนของรายได้ค่าสาธารณูปโภคและรายได้ค่าเช่ายังคงเติบโตต่อเนื่อง แต่ไม่เพียงพอที่จะทำให้รายได้รวมเติบโต รายได้รวมใน 3Q18 จึง -2.9% Q-Q, -42.9% Y-Y แต่เหตุที่กำไรฟื้นตัวแรง Q-Q เพราะบริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในโรงไฟฟ้าอมตะบีกริมเพาเวอร์เพิ่มถึง 134.9% Q-Q เป็น 218.7 ล้านบาท ประกอบกับการโอนที่ดินในไตรมาสนี้เป็นที่ดินในเวียดนามค่อนข้างมาก จึงทำให้ Gross margin โดยรวมสูงขึ้นจาก 44.6% ในไตรมาสก่อนเป็น 52.4%
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2018
AP (BUY/19TP: 9.5), กำไร 3Q18 ตามคาด …แนวราบเป็นพระเอก
(views 36)
กำไรสุทธิ 3Q18 ขยายตัว 44% Y-Y แต่ชะลอ 22.5% Q-Q AP รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 917 ล้านบาท (-22.5% Q-Q แต่ +44% Y-Y) เป็นไปตามที่เรา และตลาดคาด การชะลอ Q-Q มาจากส่วนแบ่งกำไร JV ที่ลดลงอยู่ที่ 271 ล้านบาท (-48% Q-Q) เนื่องจากไม่มีการเริ่มโอนโครงการใหม่ในไตรมาสนี้ ขณะที่ยอดโอนเร่งขึ้นต่อเนื่อง 5% Q-Q และ 43% Y-Y แตะระดับ 6.6 พันล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ : คอนโดที่ 68 : 32 หนุนจากแนวราบที่ยังไปได้ดี และการโอนคอนโดต่อเนื่องอย่างโครงการ Vittorio มูลค่า 3.2 พันล้านบาท ซึ่งทำยอดขายได้ดี และสามารถบรรลุยอดขายได้ทั้งหมดแล้วในไตรมาสนี้ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 33.3% จาก 34.7% ใน 2Q18 และ 36.6% ใน 3Q17 เนื่องจากมียอดโอนจากโครงการ Vittorio ซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำในสัดส่วนที่มากขึ้น ส่วน SG&A ต่อรายได้ปรับขึ้นเป็น 21.2% จาก 20.6% ใน 2Q18 ตามการเปิดโครงการใหม่ที่มากขึ้น และการออกแคมเปญการตลาด
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2018
SEAFCO (BUY/19TP: 11), กำไร 3Q18 ตามคาด …แนวราบเป็นพระเอก
(views 34)
กำไรสุทธิ 3Q18 ขยายตัว 44% Y-Y แต่ชะลอ 22.5% Q-Q AP รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 917 ล้านบาท (-22.5% Q-Q แต่ +44% Y-Y) เป็นไปตามที่เรา และตลาดคาด การชะลอ Q-Q มาจากส่วนแบ่งกำไร JV ที่ลดลงอยู่ที่ 271 ล้านบาท (-48% Q-Q) เนื่องจากไม่มีการเริ่มโอนโครงการใหม่ในไตรมาสนี้ ขณะที่ยอดโอนเร่งขึ้นต่อเนื่อง 5% Q-Q และ 43% Y-Y แตะระดับ 6.6 พันล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ : คอนโดที่ 68 : 32 หนุนจากแนวราบที่ยังไปได้ดี และการโอนคอนโดต่อเนื่องอย่างโครงการ Vittorio มูลค่า 3.2 พันล้านบาท ซึ่งทำยอดขายได้ดี และสามารถบรรลุยอดขายได้ทั้งหมดแล้วในไตรมาสนี้ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 33.3% จาก 34.7% ใน 2Q18 และ 36.6% ใน 3Q17 เนื่องจากมียอดโอนจากโครงการ Vittorio ซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำในสัดส่วนที่มากขึ้น ส่วน SG&A ต่อรายได้ปรับขึ้นเป็น 21.2% จาก 20.6% ใน 2Q18 ตามการเปิดโครงการใหม่ที่มากขึ้น และการออกแคมเปญการตลาด
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2018
CPALL (BUY/19TP: 90), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด โตทั้ง Q-Q และ Y-Y น่าจะดีต่อใน 4Q18
(views 39)
กำไร 3Q18 ฟื้นตัวได้ดีกว่าคาด เป็นการโตทั้ง Q-Q และ Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 5,182 ล้านบาท (+8.4% Q-Q, % +4.3Y-Y) ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 4,776 ล้านบาท) ในส่วนของ MAKRO มีกำไรที่ฟื้นตัวมาอยู่ที่ 1,357 ล้านบาท (+22% Q-Q, -6.2% Y-Y) มาจากการฟื้นตัวของราคาเนื้อสัตว์และการเปิดสาขาใหม่ แม้ Stamp Promotion ในธีมบุพเพสันนิวาสของธุรกิจ 7-11 จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ด้วย SSSG ที่ยังเป็นบวกต่อ +1.8% Y-Y และมีการเปิดสาขาใหม่ไตรมาสนี้ 142 แห่ง ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 0.5% Q-Q และ 6.1% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นค่อนไปในทางทรงตัว 22.3% ใกล้เคียง 22.4% ใน 3Q17 แต่ฟื้นตัวจาก 21.9% ใน 2Q18 ส่วนหนึ่งมาจากธุรกิจ MAKRO ที่ฟื้นตัว ส่วนของร้าน 7-11 อัตรากำไรขั้นต้นค่อนไปในทางทรงตัวอยู่ที่ 27.6% ลดลงจาก 27.9% ใน 3Q17 และใกล้เคียงกับ 27.7% ใน 2Q18 ซึ่งเป็นผลจาก Product Mix และรายได้บัตรโทรศัพท์ระบบเติมเงินยังหดตัวต่อเนื่อง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายขยับขึ้นเล็กน้อย ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมอยู่ที่ 19.9% เพิ่มขึ้นจาก 19.7% ใน 2Q18 และใกล้เคียง 20% ใน 3Q17 ส่วนหนึ่งยังมาจากค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขาใหม่ของ MAKRO
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2018
FTE (BUY/18TP: 3.7), กำไรปกติ 3Q18 ดีขึ้นหนุนจากส่งแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้า
(views 23)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 31 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย กำไรสุทธิ 2Q18 อยู่ที่ 31 ล้านบาท ลดลง 27% Q-Q และ 24% Y-Y จากรายได้รวมที่ลดลง 3% Q-Q และ 11% Y-Y อยู่ที่ 246 ล้านบาท เพราะงานขายให้ตึกสูงและโครงสร้างพื้นฐานชะลอตัว แต่ได้ชดเชยบางส่วนจากงานโครงการที่กลับมาเร่งตัว โดยเฉพาะของ กฟผ. ที่หายไปตั้งแต่ต้นปี ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอ่อนลงเล็กน้อยเหลือ 30.3% จาก 31.8% ใน 2Q18 แต่เพิ่มขึ้นจาก 26.3% ใน 3Q17 จากผลของการบริหารสินค้าคงคลังและอัตราแลกเปลี่ยนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วน SG&A/Sales เร่งตัวขึ้นเป็น 15.7% จาก 11.7% ใน 2Q18 และ 10.4% ใน 3Q17 เพราะมีการเพิ่มทีมขายเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดใหม่ๆ เช่น EEC และโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ กำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 89 ล้านบาท คิดเป็น 69% ของคาดการณ์ทั้งปีที่ 130 ล้านบาท (ทรงตัว Y-Y) แปลว่า 4Q18 ต้องทำให้ได้อีก 41 ล้านบาท ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่เรามองว่าเป็นไปได้ เพราะงาน กฟผ. เริ่มกลับมาเร่งตัวในลักษณะ Front load ตามนโยบายเร่งเบิกจ่ายของภาครัฐฯ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2018
TVO (BUY/19TP: 34), แนวโน้มกำไร 4Q18 ไม่สดใส แต่ราคาถั่วเหลืองต่ำสุดแล้ว
(views 23)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ แม้คาดการณ์ปริมาณผลผลิตถั่วเหลืองโลกปีหน้าจะยังเกินดุลต่อเนื่อง แต่ตลาดรับรู้แล้ว ในขณะที่ยังมีหลาย Catalyst หนุนราคาถั่วเหลืองในระยะสั้น โดยเรามองราคาถั่วเหลืองปัจจุบันถือเป็นระดับต่ำสุดแล้ว เพราะใกล้เคียงต้นทุนการเพาะปลูกของเกษตรกรในสหรัฐฯ และสะท้อนประเด็น Trade War ไปพอสมควรแล้ว แม้จีนจะพยายามขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการปรับสูตรอาหารสัตว์เพื่อลดการใช้ถั่วเหลืองลงอีก แต่เรามองว่าเริ่มทำได้ยาก เพราะจะกระทบต่อคุณภาพของสัตว์ และอาจไม่คุ้มที่จะเปลี่ยนไปใช้โปรตีนประเภทอื่น เรามองกรอบราคาถั่วเหลืองปีหน้าที่ US$9 - US$10 ต่อบุชเชล จากปัจจุบันที่ US$8.8 ต่อบุชเชล แนวโน้มกำไร 4Q18 อาจจะแผ่วลงต่อ เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลงเล็กน้อย 6% เป็นการเติบโต 44.8% Y-Y ส่วนปี 2019 คาดโตราว 2.2% Y-Y ด้วยฐานที่สูงในปีนี้ เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 34 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) มี Upside 18.3% และคาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลงวด 2H18 ราว 3% และมองราคาถั่วเหลืองแตะระดับต่ำสุดแล้ว จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2018
SAT (BUY/19TP: 26), ได้ประโยชน์จากการเติบโตของรถยนต์ในประเทศมากสุดในกลุ่ม
(views 22)
เรามมองว่า SAT เป็นผู้ที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศมากกสุดในกลุ่ม เพราะยังไม่ได้การขยายตลาดไปต่างประเทศมากนัก และกลุ่มรถกระบะซึ่งเป็นลูกค้าหลักของ SAT มีการเติบโตที่ดีทั้งตลาดในประเทศ และแถบ CLMV อีกทั้ง ยังได้รับผลดีจากการขยายตัวของชิ้นส่วนเครื่องจักรการเกษตรที่เพิ่มขึ้น 12% Y-Y ในช่วง 9M18 ด้วย ส่วนแนวโน้ม 4Q18 คาดว่ากำไรปกติยังมีการเติบโต Y-Y แต่กำไรสุทธิจะอ่อนลงเพราะ 4Q17 มีบันทึกกำไรจากการสินทรัพย์ไปบริษัทร่วมราว 85 ลบ. เราปรับกำไรสุทธิปีนี้ขึ้น 2% เป็น 873 ล้านบาท (+8% Y-Y) และปีหน้าขึ้น 5% เป็น 926 ล้านบาท (+6% Y-Y) ราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็น PE2018-19 เพียง 10 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของตัวเองที่ 12 เท่า จึงแนะนำซื้อ โดยผลจากการปรับประมาณการ ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2019 เพิ่มขึ้นจาก 25 บาท เป็น 26 บาท (อิง PE 12 เท่า) โดยมี Upside เพิ่มเติมจากการรุกตลาดกลุ่ม Tier 1 และรถบรรทุกในต่างประเทศ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2018
SPALI (BUY/19TP: 25), กำไร 3Q18 ตามคาด …แนวโน้ม 4Q18 เป็นไตรมาสที่ดีสุดของปี
(views 20)
กำไร 3Q18 ทรงตัว Q-Q และหดตัว 41% Y-Y SPALI รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด อยู่ที่ 1.24 พันล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่หดตัว 41% Y-Y หากตัดกำไรพิเศษใน 3Q17 กำไรปกติจะลดลง 24% Y-Y มีสาเหตุมาจากยอดโอนที่ชะลอตัวเป็น 5.8 พันล้านบาท (-8% Q-Q, -22% Y-Y) แบ่งเป็นแนวราบ : คอนโดที่ 62 : 38 โดยรายได้จากคอนโด -29% Q-Q, -44% Y-Y อยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท เนื่องจากโครงการ Supalai Monte II Chiangmai (มูลค่า 1.8 พันล้านบาท มียอดขายแล้ว 79%) เริ่มโอนในปลายเดือนก.ย. จึงมีรายได้เข้ามาในไตรมาสนี้ไม่มาก รวมถึงถูกกดดันจาก SG&A ต่อรายได้ที่อยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกับ 2Q18 ที่ 14.6% ปรับขึ้นจาก 10.6% ใน 3Q17 จากค่าใช้จ่าย Commission ให้กับ Agent เพื่อกระตุ้นยอดขายต่างชาติ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาปรับขึ้นเป็น 39% เทียบกับ 37.8% ใน 2Q18 และ 38.3% ใน 3Q17 จากมาร์จิ้นของคอนโดที่ทำได้ดี
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2018
CPN (BUY/19TP: 93), กำไรปกติ 3Q18 ชะลอ 10.7% Q-Q เพราะต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่ม
(views 27)
CPN รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 2,928 ล้านบาท โดยมีรายการทางบัญชีเป็นการปรับปรุงค่าเช่าที่ดินของเซ็นทรัลพระราม 2 จำนวน 308 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก จะเป็นกำไรปกติ 2,620.1 ล้านบาท -10.7% Q-Q, +5.5% Y-Y ต่ำกว่าที่ตลาดคาดราว 6% ซึ่งเกิดจากต้นทุนค่าเช่าที่ดินและการตัดจำหน่ายสิทธิของเซ็นทรัลพระราม 2 ที่เพิ่มขึ้นเพราะมีการต่อสัญญา และต้นทุนค่าเสื่อมเพิ่มจากการเปิดศูนย์ใหม่ รวมถึงค่าสาธารณูปโภค (30% ของต้นทุนค่าเช่าและบริการ) เพิ่มขึ้นจากอัตราค่า Ft ที่สูงขึ้น ค่าบุคลากรและค่าโฆษณาเพิ่ม ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมทุกธุรกิจลดลงเล็กน้อยเป็น 47.5% จาก 48.0% ใน 2Q18 และ 48.5% ใน 3Q17 รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มจากการกู้เงินเพื่อซื้อ GLAND นอกจากนี้ รายได้จากการโอนคอนโดในไตรมาสนี้ลดลงหลังจากโอนไปเป็นจำนวนมากในไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2018
EPG (BUY/19TP: 12), กำไรปกติ 2Q19 ฟื้นช้า ฉุดโดยธุรกิจ EPP แต่ยังมีหวังใน 2 ไตรมาสที่เหลือ
(views 22)
กำไรปกติ 2Q19 (ก.ค.-ก.ย. 2018) ฟื้นช้า ถูกฉุดโดยธุรกิจ EPP กำไรสุทธิ 2Q19 (ก.ค.-ก.ย. 2018) ทำได้ 262.2 ล้านบาท เป็นขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 21.5 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก จะเป็นกำไรปกติ 283.7 ล้านบาท ฟื้นตัวต่อเนื่อง +3.7% Q-Q แต่ยัง -6.4% Y-Y ต่ำกว่าที่เราคาดเล็กน้อย แม้ว่ากำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องแต่ยังเป็นการฟื้นที่ค่อนข้างช้า โดยเฉพาะธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก (EPP) ที่แม้จะถูกกระทบจากหน้าฝน (low season) แต่เนื่องจากการบริโภคในประเทศยังไม่ได้ฟื้นตัวเต็มที่ จึงยังมีการแข่งขันทางด้านราคาอยู่ และด้วยการที่บริษัทมีกำลังการผลิตขนาดใหญ่ มีต้นทุนคงสูง จึงกระทบ Gross margin ทำให้ลดลงเหลือ 15.0% จากไตรมาสก่อนที่อยู่ที่ 17.9% และจาก 2Q18 ที่อยู่ที่ 19.3% เกือบต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ในทางตรงกันข้าม อีก 2 ธุรกิจ คือ Aeroklas – ชิ้นส่วนยานยนต์ และ Aeroflex – ฉนวนยาง ยังมียอดขายที่โตต่อเนื่องทั้ง Q-Q และ Y-Y ส่วน Gross margin ลดลงเพียงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนแต่ยังอยู่ในกรอบค่าเฉลี่ยที่บริษัททำได้ ทั้งนี้ EPG ประกาศจ่ายปันผลงวดครึ่งปี 0.08 บาท/หุ้น (Yield 1.1%) XD 27 พ.ย. จ่ายเงิน 7 ธ.ค. 2018
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2018
M (BUY/19TP: 79), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด และจะดีต่อใน 4Q18
(views 19)
กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด โตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y ทั้งที่ SSSG ไม่สดใสนัก กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 676 ล้านบาท (+2.4% Q-Q, +3.8% Y-Y) ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 618 ล้านบาท) จากค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าคาด ทำให้กำไรสามารถโตได้เล็กน้อย Q-Q ทั้งที่เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ ส่วนกำไรที่เติบโต Y-Y แม้ SSSG จะไม่สดใส โดยทำได้ทรงตัว 0% Y-Y สำหรับ MK และ -4% Y-Y สำหรับ Yayoi แต่ด้วยการเปิดสาขาใหม่ 8 แห่ง (4 MK, 3 Yayoi, 1 Bizzy Box) และอัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวได้ดีอยู่ที่ระดับ 68.4% ใกล้เคียง 68.5% ใน 2Q18 และเพิ่มขึ้นจาก 67.9% ใน 3Q17 จากต้นทุนวัตถุดิบอาหารที่ค่อนข้างทรงตัว เพราะมีการล็อกราคาไว้ล่วงหน้า 1 ปี ส่งผลให้รายได้รวม -1.7% Q-Q และ +3.6% Y-Y ในขณะที่ค่าใช้จ่ายควบคุมได้ดีกว่าคาด ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับลงมาอยู่ที่ 51.9% (เราคาดไว้ 53.4%) จาก 52.6% ใน 2Q18 แต่ปรับขึ้นจาก 50.6% ใน 3Q17 เพราะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายทางการตลาด ส่วนแบ่งผลประกอบการบริษัทร่วมพลิกเป็นกำไรไตรมาสแรกที่ 9.8 แสนบาท จากก่อนหน้าที่ขาดทุนมาตลอด -1.5 ล้านบาทใน 2Q18 และ -2.5 ล้านบาทใน 3Q18 ภายหลังบริษัทร่วมที่สิงคโปร์มีประกอบการที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2018
ORI (BUY/19TP: 12.3), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด …แต่ปี 2019 ท้าทาย
(views 18)
กำไรปกติ 3Q18 อ่อนตัว 17% Q-Q แต่โต 87% Y-Y ดีกว่าคาด ORI รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 892 ล้านบาท (-12.5% Q-Q, +60% Y-Y) หนุนจากกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยราว 252 ล้านบาท(หลังหักภาษี) หากตัดรายการดังกล่าว กำไรปกติจะอยู่ที่ 640 ล้านบาท (-17% Q-Q, +87% Y-Y) มากกว่าเรา และตลาดคาด 13% และ 15% ตามลำดับ จากรายได้จากการบริหารโครงการให้ NRED ที่โตกว่าเท่าตัวจากไตรมาสก่อนเป็น 434 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่มีต้นทุน จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมทำได้สูงกว่าคาดที่ 47.4% เทียบกับ 44% ใน 2Q18 และ 46.8% ใน 3Q17 อย่างไรก็ตาม กำไรที่ชะลอ Q-Q มาจากยอดโอนที่ลดลง 4% Q-Q เป็น 3.2 พันล้านบาท เนื่องจากไม่มีโครงการใหม่เริ่มโอน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นการขายอสังหาทำได้ใกล้เคียงกับ 2Q18 ที่ 40% แม้มีการรับรู้โครงการ Park 24 เฟส 2 ซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำกว่าโครงการอื่น
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2018
SAPPE (HOLD/19TP: 23), กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาดมาก และน่าจะยังไม่สดใสนักใน 4Q18
(views 19)
กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาดมาก ต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาส กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 67 ล้านบาท (-43.2% Q-Q, -39.6% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 88 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวแรง โดยกำไรที่ลดลง Q-Q ถือว่าสอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง Low Season ส่วนสาเหตุที่กำไรลดลง Y-Y มาจากการลดลงของรายได้ -25.3% Q-Q และ -12.6% Y-Y และต้นทุนเม็ดพลาสติกยังอยู่ในระดับสูง บวกกกับอัตราการใช้กำลังการผลิตที่อ่อนตัวลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงแรงมาอยู่ที่ 33.5% (เราคาดไว้ 36%) จาก 36.2% ใน 2Q18 และ 38.1% ใน 3Q17 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 19 ไตรมาส ในขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายให้ลดลงมากที่สุด แต่ด้วยรายได้ที่ลดลงมาก ยังคงทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 21.9% เพิ่มขึ้นจาก 18.9% ใน 2Q18 และ 21.3% ใน 3Q17 สำหรับส่วนแบ่งผลประกอบการจาก All Coco ยังขาดทุน -2.7 ล้านบาท ขาดทุนเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน เป็นผลจากต้นทุนมะพร้าวที่แพงขึ้น แต่ล่าสุดได้เริ่มถูกลงตั้งแต่ช่วงปลาย 3Q18 ที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2018
GUNKUL (BUY/19TP: 4), กำไร 3Q18 โตแรงกว่าคาดมาก
(views 18)
3Q18 ทำ New High กำไรสูงเป็นประวัติการณ์ 3Q18 กำไรสุทธิ 716 ล้านบาท กำไรปกติ 692 ล้านบาท โต 207.8% Q-Q, 436.2 % Y-Y จากรายได้รวมโตถึง 88.9% Q-Q., 31.5% Y-Y โดยเฉพาะรายได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่ม 117% Q-Q (แม้ลดลง 46.6% Y-Y) รวมทั้งรายได้ขายไฟฟ้าที่มีมาร์จิ้นสูงเพิ่มเท่าตัว Q-Q และ 2 เท่าตัว Y-Y จากการ COD ของ 2 โรงไฟฟ้าพลังลม “GNP” (67.5 MW) และ KWE (50 MW) ตั้งแต่ปลาย 1Q18 และปลาย 2Q18 ตามลำดับ และโรงไฟฟ้าลมทั้ง 3 โรงมีความสามารถในการผลิตไฟเต็มที่ เนื่องจากมีความเร็วลมสูงเป็นพิเศษ Gross margin เพิ่มเป็น 57.0% จากไตรมาส่กอนที่ 46.7% และ 3Q17 ที่ 28.8%
กำไรดังกล่าว นับเป็นกำไรสูงกว่าคาดของเราและตลาดที่ระดับ 400-500 ล้านบาท จากรายได้เพิ่มมากกว่าคาด และกำไร 9M18 มากกว่าที่คาดทั้งปีถึง 30% จึงจะมีการทบทวนประมาณการในทางบวก
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2018
SYNEX (BUY/18TP: 20), กำไร 3Q18 ทรงตัวตามคาด แนวโน้ม 4Q18 จะกลับมาโดดเด่น
(views 18)
กำไรสุทธิ 2Q18 ตามคาดที่ 160 ล้านบาท ลดลง 23% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 7% Y-Y รายได้รวมลดลง 3% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 16% Y-Y อยู่ที่ 9,345 ล้านบาท โดยรายได้ที่ชะลอ Q-Q เป็นผลจากฤดูกาล และะมีงานโครงการเลื่อนไปเข้า 4Q18 ราว 300 ล้านบาท ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่โตดีต่อเนื่องเพราะยอดขายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เกมมิ่งยังเร่งตัว ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 4.36% ฟื้นตัวจาก 4.26% ใน 2Q18 แต่ยังลดลงจาก 4.78% ใน 3Q17 จากผลของ Product Mix และการเจรจาเงื่อนไขทางการค้ากับ Supplier บางราย จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังชะลอจากปีก่อนเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน กำไรสุทธิจึงทรงตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y ที่ 161 ล้านบาท ใกล้เคียงกับคาดการณ์ของเราที่ 168 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 532 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% Y-Y จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 14% Y-Y และอัตรากำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเป็น 1.91% จาก 1.87% ใน 9M17
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
BEM (BUY/19TP: 9.7), 3Q18 ดีตามคาด ...มีปัจจัยบวกรออยู่ข้างหน้า
(views 27)
กำไรสุทธิ และกำไรปกติ 3Q18 เป็นไปตามที่เราคาด BEM รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 โตแกร่ง 219% Q-Q และ 232% Y-Y แตะ 3.1 พันล้านบาท หนุนจากรายการพิเศษจากการขายหุ้น CKP รวม 2.2 พันล้านบาท แบ่งเป็นกำไรการขาย 171 ล้านบาท และการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน (Non-cash) ราว 2 พันล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 918 ล้านบาท (+16% Q-Q, -2% Y-Y) เป็นไปตามที่เรา และตลาดคาด การขยายตัวของกำไร Q-Q มีแรงหนุนมาจาก 1) รายได้รวม +4% Q-Q อยู่ที่ 3.9 พันล้านบาท สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส จากการเติบโตของทั้ง 3 ธุรกิจ ตามปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดน้อย 2) อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 39.4% เทียบกับ 38.9% ใน 2Q18 จากมาร์จิ้นที่ดีขึ้นของธุรกิจรถไฟฟ้า 3) ส่วนแบ่งกำไร +21% Q-Q ตามปริมาณน้ำของ TTW ที่มาก และ 4) SG&A ต่อรายได้ปรับลดเป็น 7% จาก 8.2% ใน 2Q18 อย่างไรก็ตาม กำไรที่ลดลงเล็กน้อย Y-Y เป็นผลจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลดเป็น 39.4% จาก 40.9% ใน 3Q17 จากการเพิ่มขึ้นจากค่าตัดจำหน่ายของทางด่วน และค่าซ่อมแซม บำรุงรักษาของรถไฟฟ้า
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
BGRIM (BUY/19TP: 34), กำไรปกติ 3Q18 ลดลงมากกว่าคาดเล็กน้อย แต่ 9M18 ยังโต 16%
(views 14)
3Q18 กำไรสุทธิโต แต่กำไรปกติลดลง BGRIM รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 795 ล้านบาท เพิ่ม 269.1% Q-Q, 39.7% Y-Y ไม่รวมรายการพิเศษส่วนใหญ่ FX Gain กำไรจากการซื้อกิจการโรงไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายพิเศษไม่ประจำอื่นๆ กำไรปกติที่ 423 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ลดลง 38.6% Q-Q, 18.8% Y-Y จากต้นทุนค่าก๊าซเพิ่มตามราคาก๊าซเฉลี่ยเพิ่ม 6% Q-Q ชดเชยรายได้เพิ่มจากโรงไฟฟ้าใหม่ทยอย COD และการซื้อหุ้นเพิ่มเป็น 100% ในโรงไฟฟ้า BGYSP รวมทั้งค่าใช้จ่ายการเงินเพิ่ม
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
BLA (BUY/19TP: 38), Valuation น่าสนใจ
(views 19)
คงคำแนะนำ ซื้อ BLA จากราคาที่ซื้อขายในตลาดน่าสนใจหลังลงมาใกล้เคียงกับระดับ Embedded value ของธุรกิจ โดยที่ยังไม่ได้รวม Value of New Business ทั้งนี้ในเชิงพื้นฐาน เวลาที่เหมาะสมน่าจะเป็นในช่วง 2Q19 เนื่องจากระยะสั้นยังเห็นการชะลอตัวของกำไรโดยกำไร 4Q18 น่าจะน้อยที่สุดในปีเนื่องจากค่าใช้จ่ายจากการประกันภัยที่น่าจะสูงขึ้น และ 1Q19 ยังมีภาระการจ่ายกรมธรรม์ที่ครบกำหนดก้อนใหญ่ แต่หลังจากนั้นผลกำไรน่าจะกลับสู่ฐานที่ดีขึ้นจากการปรับกลยุทธการขายเบี้ยประกันที่เน้นประกันคุ้มครองและประกันระยะยาวซึ่งไม่เป็นภาระต่อการกันสำรองฯมากนัก อีกทั้งภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นน่าจะทำให้รายได้จากเงินลงทุนมี Upside จากคาดการณ์ของเรา ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 38 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
COMAN (BUY/18TP: 7), ขาดทุนสุทธิ แต่กำไรปกติโตสูง และปรับโครงสร้างเสร็จแล้ว
(views 27)
กำไรปกติ 3Q18 โตสูง 90% Q-Q และ 39% Y-Y COMAN รายงานผลการดำเนินงานเป็นขาดทุนสุทธิ 1.7 ลบ. เพราะมีการรับรู้ส่วนขาดทุนจากการยกเลิกธุรกิจ MSL ราว 14 ลบ. ถ้าหักออกจะมีกำไรปกติ 13 ลบ. เพิ่มขึ้น 90% Q-Q, 39% Y-Y แรงหนุนมาจากรายได้ขายซอฟแวร์ให้โรงแรมและร้านอาหารที่เพิ่มขึ้น 13% Q-Q แต่ลดลงเล็กน้อย 3% Y-Y (เพราะฐานปีก่อนยังมีรายได้ของ MSL รวมอยู่ด้วย) อยู่ที่ 45 ล้านบาท ตามการหาลูกค้าใหม่ได้เพิ่มขึ้นทั้งโรงแรมและร้านอาหาร รวมถึงการบริหารต้นทุนที่ทำได้ค่อนข้างดี โดยอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 69.2% มากกว่า 2Q18 ที่ 66.6% และ 3Q17 ที่ 64.2% อีกทั้ง การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังดีต่อเนื่องด้วย ลดลงเหลือเพียง 40% ของรายได้รวม จาก 45% ใน 2Q18 ส่วนกำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 8 ล้านบาท ลดลง 50% Y-Y แต่กำไรปกติอยู่ที่ 23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150% Y-Y สะท้อนภาพรวมของธุรกิจหลักที่กลับมาสดใส ซึ่งเป็นผลจากการทำตลาดเชิงรุกของผู้บริหาร หลังหมดความกังวลในกรณีของการขาย MSL
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
EA (BUY/19TP: 65), กำไรปกติ 3Q18 ทำนิวไฮและยังไม่หยุดโต
(views 29)
กำไรปกติ 3Q18 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1,120 ล้านบาท EA รายงานกำไรสุทธิ 1,274.6 ล้านบาท มีรายการพิเศษเป็นกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 155 ล้านบาท ถ้าตัดออกไป เป็นกำไรปกติ 1,120 ล้านบาท +12% Q-Q, +15% Y-Y เป็นสถิติสูงสุดใหม่ จากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากเพราะกระแสลมในภาคใต้แรงดี ประกอบกับรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากกำลังผลิตใหม่ 126 MW ที่ทยอย COD ตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา (ปัจจุบันมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 404MW แบ่งเป็นโซลาร์ 278MW และพลังงานลม 126MW) ชดเชยโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่แผ่วลงเพราะเข้าหน้าฝนและธุรกิจไบโอดีเซล (B100) ที่เผชิญกับผลปาล์มล้นตลาด แม้ต้นทุนจะถูกลงแต่ราคาขายก็ต้องปรับลงด้วยด้วย
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
ROBINS (BUY/19TP: 83), กำไร 3Q18 ต่ำคาด แต่ยังโต Y-Y และจะสูงสุดของปีใน 4Q18
(views 18)
กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย จากรายการพิเศษของบริษัทร่วม กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 664 ล้านบาท (-4.3% Q-Q, +8.7% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 6% (เราคาดไว้ 704 ล้านบาท) มาจากค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าคาด และส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมต่ำกว่าคาด สาเหตุที่กำไรลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาลเพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ ส่วนกำไรที่เติบโตดี Y-Y มาจาก SSSG ที่บวกได้ต่อเนื่อง แต่อยู่ในระดับต่ำ +0.2% Y-Y และรับรู้รายได้สาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 6.8% Q-Q และ 3.4% Y-Y ในขณะที่รายได้ค่าเช่ายังโตได้ +5.5% Q-Q และ +10% Y-Y ผลของพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้น และมีอัตราการเช่าถือว่าเต็มพื้นที่ในระดับ 99% ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 24.2% ลดลงจาก 24.8% ใน 2Q18 และใกล้เคียงปีก่อน ถือว่ายังไม่ดีนัก เพราะมีสินค้าสั่งซื้อบางส่วนที่เข้ามาล่าช้า ทำให้ยังไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ได้ตามแผน โดยสิ้น 9M18 มีสัดส่วนสินค้า House Brand อยู่ที่ 11.1% ของรายได้รวม ในส่วนของค่าใช้จ่ายยังปรับตัวสูงขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 31.1% จาก 30.8% ใน 3Q18 และ 31.9% ใน 2Q18 สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมไตรมาสนี้อยู่ที่ 100 ลบ. (เราคาดไว้ 120 ลบ.) ลดลง 36% Q-Q และโตเพียง 3% Y-Y หากไม่รวมรายการ One-off ของ Super Sport ที่ 19 ลบ. ก็ถือว่าส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมใกล้เคียงคาด
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
CHG (BUY/19TP: 2.7), กำไร 3Q18 แย่กว่าคาด แต่ราคาหุ้นตอบรับเชิงลบมากไป
(views 19)
กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาดมาก แต่คาดเป็นผลกระทบชั่วคราว กำไรปกติ 3Q18 ของ CHG ที่ประกาศออกมา 151 ลบ. -14.6% Q-Q, +48.8% Y-Y ถือว่าแย่กว่าคาดมากถึง 23% อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เราได้รับฟังข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัท เรามีความกังวลน้อยลงต่อแนวโน้มการเติบโตในอนาคต โดยประเด็นการกลับรายการรายได้จากประกันสังคมราว 30 ลบ.ในไตรมาสนี้ เรามองว่าเป็นผลกระทบจากวิธีการบันทึกบัญชีหลังได้รับเงินจริงจากสำนักงานประกันสังคม และคาดว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกใน 4Q18 รวมถึงปี 2019 ที่จะบันทึกบัญชีด้วยฐานที่ต่ำลงและมีโอกาสเห็น Surprise เชิงบวกแทนเช่นกัน
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
SAT (BUY/19TP: 25), กำไรสุทธิ 3Q18 ดีกว่าคาด แนวโน้มดีต่อเนื่องใน 4Q18
(views 20)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% Q-Q และ 8% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% Q-Q และ 8% Y-Y จากรายได้รวมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9% Q-Q อยู่ที่ 2,089 ล้านบาท ตามปัจจัยฤดูกาลที่ยอดผลิตรถยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้น 6% Q-Q และ 4% Y-Y อยู่ที่ 547,547 คัน ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ลดลง 7% เพราะผลจากการโอนธุรกิจสปริงไปที่บริษัทร่วม ทำให้เปลี่ยนจากการ Conso งบ เป็นส่วนแบ่งกำไรเข้ามาแทน แต่ด้วยธุรกิจสปริงเป็นส่วนที่มี GPM ต่ำ จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 18.7% จาก 17.0% ใน 2Q18 และ 17.1% ใน 3Q17 ขณะที่ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังทำได้ดี โดย SG&A/Sales อยู่ที่ 8.0% ลดลงจาก 8.8% ใน 2Q18 และ 7.4% ใน 3Q17 ซึ่งเมื่อรวมกับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอีก 20 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 11.6% จาก 9.5% ใน 2Q18 และ 10.0% ใน 3Q17 ส่วนกำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 661 ล้านบาท (คิดเป็น 77% ของประมาณการทั้งปี) เพิ่มขึ้น 25% Y-Y จากทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนเครื่องจักรการเกษตรที่ขยายตัว รวมถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจ และการควมคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
SVI (BUY/19TP: 6.6), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด รายได้โตดีทำจุดสูงสุดใหม่
(views 17)
กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด จากรายได้ที่สูงกว่าคาดและทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 258 ล้านบาท (-4.8% Q-Q, +222.5% Y-Y) ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 219 ล้านบาท) มาจากรายได้ที่ทำได้ดีกว่าคาด หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุนชั่วคราว 11 ล้านบาท และขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 9 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ 256 ล้านบาท (+28.6% Q-Q, +250.7% Y-Y) ทำจุดสูงสุดในรอบ 12 ไตรมาส สาเหตุที่กำไรโตดี Y-Y มาจากฐานที่ต่ำมากในปีก่อน ที่ยังประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบค่อนข้างมาก ส่วนการเติบโต Q-Q มาจากทั้งปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่คลี่คลายไปมาก ในขณะที่มีการเติมเครื่องจักรขยายกำลังการผลิตต่อเนื่อง สามารถรองรับการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อได้ดี โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตทรงตัวอยู่ในระดับสูง 75% - 80% ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้แตะจุดสูงสุดใหม่ที่ US$127ล้าน (+7.6% Q-Q, +33.7% Y-Y) สูงกว่าที่เราคาดไว้ที่ US$123 ล้าน ในขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงเล็กน้อยเอื้อต่อการทำธุรกิจของบริษัท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 9.9% จาก 9.7% ใน 2Q18 และ 5.8% ใน 3Q17 แต่เรามองว่ายังไม่เต็มที่ เพราะแม้ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบจะคลี่คลาย แต่ยังไม่ปกติ และเครื่องจักรใหม่น่าจะยังใช้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่วนค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ดี และด้วยการเติบโตของรายได้ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 3.9% จาก 4.3% ใน 2Q18 และ 4.9% ใน 3Q17
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
TOP (BUY/19TP: 93), Stock loss อาจกดดันระยะสั้น แต่ดีต่อ Demand ในระยะยาว
(views 17)
กำไรสุทธิ 3Q18 ชะลอตัวตามคาด จาก Stock gain ที่ลดลง TOP รายงานกำไรสุทธิที่ 4,558 ลบ. (-5% Q-Q , -40% Y-Y) หากหักรายการ Fx และ Hedging gain/loss ออกไปกำไรปกติอยู่ที่ 4,232ลบ. (-28% Q-Q, -39% Y-Y)เป็นไปตามที่เราคาด สาเหตุที่ลดลง Q-Q จาก Stock gain ที่ลดลงเหลือ US$1.2/บาร์เรล (-76% Q-Q, -50% Y-Y) ส่วนที่ลดลง Y-Y เนื่องจากปีที่แล้วค่าการกลั่นสูงผิดปกติจากพายุฮาร์วี่ นอกจากนี้ กำไรจากธุรกิจ Lube ลดลงจาก Supply ใหม่รวมถึงความต้องการใช้ที่ลดลงจากหน้าฝน อย่างไรก็ตามกำไรจากกลุ่มอโรมาติกส์ฟื้นตัวดีมากโดย Utilisation Rate ขึ้นมาอยู่ที่ 89% (+5% Q-Q, +8% Y-Y) และ มาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้นมาที่ US$129/ตัน (+48% Q-Q, +50%Y-Y) จาก Supply ใหม่ที่ล่าช้าออกไป
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤศจิกายน
2018
TKN (HOLD/19TP: 14), กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาด เรากังวลต่อการเติบโตในอนาคตมากขึ้น
(views 17)
กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาด จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าปรับ กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 128 ล้านบาท (-16.9% Q-Q, -5.2% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 177 ล้านบาท) หากไม่รวมค่าปรับจากกระทรวงอุตสาหกรรม กรณีกำจัดขยะไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด 21 ล้านบาท และขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 4 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 153 ล้านบาท (+7% Q-Q, +4.1% Y-Y) แม้ไม่รวมรายการพิเศษ กำไรก็ยังถือว่าไม่สดใสและต่ำกว่าคาดอยู่ดี สิ่งที่ทำให้ต่ำกว่าคาดคือ ค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงกว่าคาด ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 21% สูงสุดในรอบ 13 ไตรมาส และสูงกว่าปกติที่ทำได้ 16% - 18% ในขณะที่รายได้ถือว่าเติบโตได้ดี +13% Q-Q, +8% Y-Y จากการเติบโตของรายได้ในประเทศและส่งออก โดยมีการรับรู้สินค้าใหม่อย่างสาหร่ายเทมปุระไข่เค็มที่ได้รับการตอบรับที่ดี และอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นได้ดีมาอยู่ที่ 32.1% จาก 31.3% ใน 3Q17 แต่ทรงตัวจาก 32.2% ใน 2Q18 ถือว่าผิดไปจากที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นได้ เพราะรับรู้ต้นทุนสาหร่ายถูกลงได้เต็มไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2018
GFPT (HOLD/19TP: 15.6), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด แต่มองเป็นจุดสูงสุดของปีนี้แล้ว
(views 25)
กำไร 3Q18 ดีกว่าคาดมาก จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมฟื้นดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 437 ล้านบาท (+106.1% Q-Q, -11% Y-Y) ดีกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 378 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 10 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 427 ล้านบาท (+115.7% Q-Q, -15.6% Y-Y) กำไรที่ลดลง Y-Y มาจากฐานที่สูงในปีก่อน ทั้งราคาไก่ และค่าเงินบาท ส่วนสาเหตุที่กำไรดีขึ้น Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ ทำให้ปริมาณไก่ส่งออกปรับขึ้นมาอยู่ที่ 8,700 ตัน (+10% Q-Q, +4.8% Y-Y) และด้วยราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ค่อนข้างทรงตัว ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 15.6% จาก 14.8% ใน 2Q18 แต่ยังต่ำกว่า 18.1% ใน 3Q18 ในส่วนของค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 7.4% จาก 8.5% ใน 2Q18 และ 7.9% ใน 3Q17 และสิ่งที่ทำได้ดีกว่าคาดคือ ส่วนแบ่งผลประกอบการของบริษัทร่วมพลิกเป็นกำไรที่ 78 ล้านบาท จากที่ขาดทุน -22 ล้านบาทใน 2Q18 จากการฟื้นตัวของ McKey ภายหลังเพิ่มการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ได้มากขึ้น และ GFN พลิกเป็นกำไรที่ 22 ล้านบาท จากที่ขาดทุน -45 ล้านบาทในไตรมาสก่อน ตามการฟื้นตัวของราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศ และเป็นช่วง High season ของการขายเช่นเดียวกัน
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2018
GLOBAL (BUY/19TP: 22), กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาด และกำไรจะกลับมาโตดีอีกครั้งใน 1Q19
(views 27)
กำไรสุทธิ 3Q18 ต่ำกว่าคาด แต่โตดี Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 443 ล้านบาท (-22.8% Q-Q, 29.2% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 8% (เราคาดไว้ 479 ล้านบาท) กำไรที่ลดลง Q-Q สอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วงหน้าฝน ส่วนกำไรที่เติบโตสูง Y-Y มาจาก SSSG ที่ยังเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักที่ราว 12% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และการปรับขึ้นของราคาเหล็ก ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ 15% - 20% ของรายได้รวม รวมถึงไตรมาสนี้มีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งที่ด่านขุนทด ทำให้รายได้รวมเติบโต 24.1% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 20.6% จาก 20.2% ใน 3Q17 โดยมาจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 14% จาก 13% ในปีก่อน แต่เป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 21.5% ใน 2Q18 เพราะราคาเหล็กไม่ได้ปรับขึ้นแรง Q-Q เหมือนใน 2Q18 และเป็นผลจากการทำโปรโมชั่นมากขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นมากกว่าคาด จากค่าใช้จ่ายในการเปิดและเตรียมเปิดสาขาใหม่ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 14.1% (เราคาดไว้ 13.8%) จาก 13.2% ใน 2Q18 แต่ลดลงจาก 14.6% ใน 3Q17 เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของรายได้
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤศจิกายน
2018
TACC (BUY/19TP: 4.5), กำไร 3Q18 ดีตามคาด และคาดจะโตต่อทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18
(views 23)
กำไรสุทธิ 3Q18 ดีใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 22 ล้านบาท (+4.8% Q-Q, ทรงตัว Y-Y) เท่ากับคาด ถือว่าทำได้ดี แม้ปกติ 3Q จะเป็น Low Season ของธุรกิจ แต่กำไรยังเพิ่มขึ้น Q-Q เล็กน้อย เพราะมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 30.7% จาก 29.4% ใน 2Q18 และ 29.8% ใน 3Q17 ภายหลังรับรู้รายได้เครื่องดื่มผงที่ปรับสูตรลดน้ำตาลได้เต็มไตรมาส ส่วนสาเหตุที่กำไรทรงตัว Y-Y แม้ไม่มีรายได้จากกัมพูชาเหมือนในปีก่อน แต่ด้วยรายได้ในประเทศที่เติบโตดี ทั้งในส่วนของเครื่องดื่มโถกด และ All Cafe รวมถึงเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจ Character (ให้สิทธิใช้ตัวการ์ตูน Rilakkuma) ซึ่งสามารถเข้ามาช่วยชดเชยทำให้รายได้รวมเติบโตได้เล็กน้อย +1.6% Y-Y แต่ค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลจากค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและโฆษณา ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 21.6% จาก 21.2% ใน 3Q17 ทั้งนี้บริษัทเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมอย่าง บจ.สยามเกตเวย์ (ร่วมทุนกับ NPP ในการบุกตลาดจีน) ในไตรมาสนี้ที่ 1.1 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2018
KCE (BUY/19TP: 37), คาดกลับมาโตปีหน้า แต่กำไร 4Q18 จะแย่ต่อเป็นจุดต่ำสุดของปี
(views 31)
จากประชุมวานนี้ เรามองโทนลบ เพราะผลกระทบที่เกิดจากมาตรฐานการทดสอบรถยนต์ในยุโรปที่เข้มงวดมากขึ้นจะกระทบผลประกอบการ 4Q18 เต็มไตรมาส เทียบกับ 3Q18 ที่ได้รับผลกระทบเพียง 1 เดือน โดยคาดทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับลงต่อเนื่อง จากคำสั่งซื้อที่ลดลงและอัตราการใช้กำลังการผลิตชะลอตัวลง และทำให้กำไร 4Q18 เป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ ทั้งนี้ผู้บริหารมองปัญหานี้จะคลี่คลายภายใน 4Q18 หรืออย่างช้าคือ 1Q19 และยังตั้งเป้าการเติบโตของคำสั่งซื้อในปีหน้าราว 15% - 16% Y-Y ส่วนราคาขายอาจปรับลงต่อเนื่องราว 2% Y-Y ดังนั้นเราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 16% เป็นกำไรที่หดตัวลง -19% Y-Y และปรับลดกำไรปี 2019 ลง 21% เป็นกำไรที่จะกลับมาโต 24% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปี 2019 เป็น 37 บาท จากเดิม 47 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ราคาหุ้นปรับลงค่อนข้างมาก เรามองสะท้อนข่าวร้ายไปแล้ว แต่ยังมีกำไร 4Q18 ที่ไม่สดใสและจะเป็นจุดต่ำสุดของปีกดดันอยู่ จึงแนะนำเป็นรอซื้อหลังผ่านงบ 4Q18 ซึ่งน่าจะเป็นช่วงที่ได้เห็นความชัดเจนว่าปัญหา WLTP จบจริงแล้วหรือไม่
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2018
MGT (BUY/19TP: 2.8), กำไรสุทธิ 3Q18 โตน้อยเพราะรายการพิเศษ แต่กำไรปกติโตเด่น
(views 25)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ทั้ง Q-Q และ Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ทั้ง Q-Q และ Y-Y รายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่น 39% Q-Q และ 33% Y-Y อยู่ที่ 200 ล้านบาท จากการรวมธุรกิจเอธิลแอลกอฮอล์แปลงสภาพ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นชะลอเล็กน้อยเหลือ 29.2% จาก 30.6% ใน 2Q18 แต่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 28.9% ใน 3Q17 ขณะที่ ค่าจ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดี โดยคิดเป็น 15.8% ของรายได้รวม ลดลงจาก 19.6% ใน 2Q18 และ 17.3% ใน 3Q17 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีการรับรู้ขาดทุนจากการยกเลิกธุรกิจหมอนยางพารา 6.4 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าการขาดทุนปกติที่ไตรมาสละ 1-2 ล้านบาท จึงทำให้กำไรสุทธิโตไม่มาก และอัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 6.9% จาก 8.4% ใน 2Q18 และ 8.1% ใน 3Q17 ซึ่งถ้าหักายการนี้ออก กำไรปกติจะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% ทั้ง Q-Q และ Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2018
PTTGC (BUY/19TP: 120), กำไรยังดี แม้มีการหยุดซ่อมบำรุง
(views 23)
กำไรสุทธิ 3Q18 ออกมาดีกว่าคาด แม้มีการหยุดซ่อมตามแผน PTTGC รายงานกำไรสุทธิ 12,793 ลบ. (+18% Q-Q , +29% Y-Y) สาเหตุที่เพิ่มขึ้น Q-Q เนื่องจากไตรมาสที่แล้วมีการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษของ GGC ในขณะที่ Y-Y ปรับตัวขึ้นจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นหลังโรงงาน LLDPE ขนาด 400,000 ตัน/ปี เริ่มเปิดดำเนินงานช่วงต้นปีที่ผ่านมา หากหักรายการพิเศษต่างๆออกไป กำไรปกติจะอยู่ที่ 11,942 ลบ. (-10% Q-Q, +23%Y-Y) แม้กำไรของกลุ่มโอเลฟินส์จะลดลงตามแผนการหยุดซ่อมโครงการโอเลฟินส์ 1 รวมถึงราคาผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ที่ลดลงเล็กน้อย แต่กำไรจากกลุ่มอโรมาติกส์ที่ปรับตัวดีขึ้นมากตาม Market P2F ที่พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ US$247/ตัน (+91% Q-Q, +34%Y-Y) หลังตลาดตึงตัวจาก Supply ใหม่ที่ล่าช้าออกไป ช่วยชดเชยกำไรจากธุรกิจโอเลฟินส์ได้เกือบทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2018
VGI (BUY/19TP: 8.7), กำไร 2Q19 (สิ้น ก.ย.18) ดีกว่าคาด
(views 16)
กำไรปกติ 2Q19 (สิ้นก.ย.18) Flat Q-Q แต่โต 28.8% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาด กำไรปกติ 2Q19 ที่ 260 ล้านบาท ใกล้ไตรมาสก่อน แต่ยังโต 28.8% Y-Y มากกว่าตลาดคาดและคาดของเรา 9% ส่วนใหญ่จากรายได้อื่นมากกว่าคาดและกำไรรับรู้จากบริษัทร่วมกลับเป็นบวก 15 ล้านบาท มากกว่าคาดที่ 10 ล้านบาท (1Q19 ติดลบ 30 ล้านบาท) และช่วยทำให้กำไรไตรมาสนี้ Flat Q-Q (vs คาด -8% Q-Q) แม้กำไรขั้นต้นอ่อนลง 2.1% Q-Q และค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น โดย Gross margin ลดลงเป็นเฉลี่ย 55.5% จากไตรมาสก่อนที่ 63.6% จากรายได้ธุรกิจหลักเดิม สื่อรถไฟฟ้า BTS และสื่อกลางแจ้งผ่านบริษัทร่วม “MACO” (ถือหุ้น 32%) ลดลงจากไตรมาสก่อนที่สูงเป็นพิเศษ และการที่ MACO เริ่ม Conso. ผลการดำเนินงานของบริษัท Trans Ad และ Roctec. (บริษัททำธุรกิจให้บริการด้านการออกแบบติดตั้งระบบสื่อผสมและวางระบบ) ตั้งแต่เดือนส.ค.ที่ผ่านมาหลังเข้าลงทุน 81.7% และ 72.7% ตามลำดับ) โดย Trans Ad และ Roctec มี Gross margin ต่ำกว่า แม้รายได้รวมของ VGI เพิ่ม 12.2% Q-Q เป็น 1.2 พันล้านบาท กำไรเพิ่มดี Y-Y ส่วนใหญ่จากรายได้อื่นเพิ่มขึ้นและมีกำไรรับรู้จากบริษัทร่วม จาก 2Q18 ที่ติดลบ 7 ล้านบาท โดยมีตัวช่วยจากการเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการเข้าถือหุ้น 23% ใน Kerry TH (ผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนทั่วประเทศ) ตั้งแต่เดือนส.ค.ที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม
08
พฤศจิกายน
2018
ITEL (BUY/19TP: 5.5), กำไร 3Q18 อยู่ที่ 34 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 24% Y-Y
(views 22)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 34 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 24% Y-Y รายได้รวมอยู่ที่ 420 ล้านบาท ลดลง 14% Q-Q จากงานติดตั้งโครงข่ายที่รับรู้ลดลง (ส่วนใหญ่คือเน็ตชายขอบที่ส่งมอบหมดแล้ว) แต่เพิ่มขึ้น 78% Y-Y จากรายได้ให้เช่าโครงข่าย, ติดตั้งโครงข่าย, และให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 22.5% เพิ่มขึ้นจาก 20.4% ใน 2Q18 แต่ลดลงจาก 29.2% ใน 3Q17 จากการรับรู้งานติดตั้งโครงข่ายอัตรากำไรต่ำที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดี โดยคิดเป็น 6.3% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 6.0% ใน 2Q18 แต่ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับ 7.9% ใน 3Q17 ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 34 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 24% Y-Y กำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% Y-Y จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 103% Y-Y อยู่ที่ 1,276 ล้านบาท เพราะมีการรับรู้งานติดตั้งโครงข่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แลกกับอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยที่ชะลอตัวลงเหลือ 22.4% จาก 29.6%
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2018
NER (IPO: 2.58/19TP: 4.16), ช้างเผือกบุรีรัมย์
(views 30)
NER เป็นผู้ผลิตและและจำหน่ายยางแผ่นรมควัน ( RSS) ยางแท่ง (STR) และยางผสม (Mixtures Rubber) รายใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นพื้นที่ที่มียางพาราคุณภาพและเป็นที่ต้องการของลูกค้ามาอย่างยาวนาน เราคาดว่ากำไรปี 2018 จะเพิ่มขึ้น 40%Y-Y เนื่องจากการปรับขั้นตอนการผลิตตั้งแต่การสั่งซื้อวัตถุดิบ, การบริหารแรงงาน, และการปรับกระบวนการผลิตในส่วนของการผลิตยางผสม ผลกำไรจะเริ่มยกฐานขึ้นในปี 2019 จากแผนการเพิ่มกำลังการผลิตจากโรงงานใหม่ของยางผสม และในปี 2020 การเพิ่มกำลังการผลิตเท่าตัวในยางแท่งและยางผสม เราคาดว่ากำไร 2YCAGR จะ +50%Y-Y เราประเมินมูลค่าหุ้น NER ด้วยวิธี Relative PE โดยอิงกับ PE เฉลี่ยในอดีตของ STA 10 ปีย้อนหลังที่ 13 เท่า และใกล้เคียงกับ PE เฉลี่ยของบริษัทที่มีลักษณะธุรกิจใกล้เคียงกันในระดับโลก (Bloomberg) ที่มี PE เฉลี่ยที่ 13.2 เท่า และยังสอดคล้องกับอัตราการเติบโตในอีก 5 ปีข้างหน้าที่คาดการณ์ที่ 13% ด้วย บนระดับ PER ดังกล่าวและคาดการณ์ EPS ปี 2019 ที่ 0.32 บาท/หุ้น เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2019 ของ NER เท่ากับ 4.16 บาท (อิง PER 13 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2018
MTC (BUY/19TP: 60), กำไร 3Q18 แข็งแกร่งตามคาด
(views 30)
กำไร 3Q18 แข็งแกร่ง MTC รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 965 ลบ. เพิ่มขึ้น 5.8%Q-Q, 48%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 6%Q-Q และ 36%Y-Y และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 4.8%Q-Q และ 35.6%Y-Y ในไตรมาสนี้ MTC มีค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ 160 ลบ. ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน แต่ลดลง 5%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.48% เป็นไปตาม NPL Ratio ที่ปรับตัวลดลง สังเกตุว่า Loan spread ยังรักษาไว้ได้ที่ราว 19.8% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้าแม้ว่าจะเห็นการปรับขึ้นของต้นทุนทางการเงิน (CoF) ที่เพิ่มขึ้นราว 0.13% แต่ Loan yield ขยับขึ้นได้เล็กน้อยเนื่องจากการจัดการส่วนผสมของพอร์ตสินเชื่อและการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อใหม่
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2018
IT (BUY/19TP: 5.3), กำไรสุทธิ 3Q18 ชะลอมากกว่าคาด แต่ราคาหุ้นลงจนน่าสนใจซื้อ
(views 21)
กำไรสุทธิ 3Q18 ทรุดหนักกว่าคาดเพราะสาขาต่างจังหวัดถูกกระทบจากน้ำท่วม กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 13 ล้านบาท ลดลง 48% Q-Q และ 43% Y-Y แม้รายได้รวมจะชะลอไม่มาก โดยลดลง 4% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 1% Y-Y อยู่ที่ 1,293 ล้านบาท เช่นเดียวกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ทรงตัว 12.7% จาก 12.8% ใน 2Q18 และ 12.6% ใน 3Q17 แต่ด้วยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเร่งตัวขึ้น โดยคิดเป็น 11.7% ของรายได้รวม จาก 10.7% และ 10.6% ของรายได้รวมใน 2Q18 และ 3Q17 ตามลำดับ เพราะ IT เร่งเปิดสาขาในโลตัสหลายแห่ง แต่รายได้ยังเพิ่มขึ้นได้ไม่มากนัก เพราะบางสาขาถูกกระทบจากน้ำท่วม ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 1.0% จาก 1.9% ใน 2Q18 และ 1.8% ใน 3Q17 อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่กำไร 6M18 ทำไว้ดี จึงทำให้กำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% Y-Y โดยเป็นผลจากทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว
อ่านเพิ่มเติม
07
พฤศจิกายน
2018
PDG (HOLD/19TP: 3.56), กำไร 3Q18 ฟื้น Q-Q แต่ยังลง Y-Y แนวโน้มปีนี้ไม่ดี ต้องรอปีหน้า
(views 20)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% Q-Q แต่ลดลง 24% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% Q-Q แต่ลดลง 24% Y-Y โดยรายได้รวมยังเติบโตได้ดี 5% Q-Q และ 16% Y-Y อยู่ที่ 172 ล้านบาท จากการผลิตขวดน้ำผลไม้ (30% ของยอดขาย) ที่ขยายตัวดีขึ้น ตามการปรับกลยุทธ์การตลาดของลูกค้ารายสำคัญ ซึ่งสามารถชดเชยการชะลอตัวของการผลิตขวดน้ำดื่ม (20% ของยอดขาย) ที่ชะลอตัวลงจากการแข่งขันที่สูงขึ้นได้ ขณะที่ การผลิตขวดน้ำมันพืช (50% ของยอดขาย) ให้กลุ่ม TVO ยังทรงตัว อย่างไรก็ตาม ด้วยต้นทุนเม็ดพลาสติก PET ในประเทศที่ทรงตัวในระดับสูง โดยล่าสุดอยู่ที่ 50.50 บาท/ก.ก. จากต้นปีที่ 40.50 บาท/ก.ก. (+25% YTD) ผนวกกับค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรใหม่สำหรับการผลิตหลอดพรีฟอร์มที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นทรุดตัวต่อเนื่องเหลือเพียง 14.7% จาก 15.5% ใน 2Q18 และ 19.5% ใน 3Q17 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดี โดยรวมจึงทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 6.3% ต่ำสุดในรอบ 4 ปี
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2018
TU (BUY/19TP: 20), กำไร 3Q18 ถ้าไม่รวมด้อยค่า ออกมาดีกว่าคาด น่าประทับใจ
(views 23)
กำไรปกติ 3Q18 น่าประทับใจ สุงสุดในรอบ 8 ไตรมาส กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 1,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากที่ทำได้เพียง 10 ล้านบาทใน 2Q18 แต่ลดลง -24% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษได้แก่ การตั้งด้อยค่าปิดโรงงานแซลมอนในสก็อตแลนด์ และขาดทุนจากธุรกิจที่ยกเลิกอื่นๆ 451 ล้านบาท, กำไรอัตราแลกเปลี่ยน 128 ล้านบาท และกำไรจากการปรับปรุงทางบัญชีของ Red Lobster 58 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,576 ล้านบาท (+57.3% Q-Q, +15.7% Y-Y) ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 1,323 ล้านบาท) ทำจุดสูงสุดในรอบ 8 ไตรมาส สาเหตุกำไรโต Q-Q ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ แม้ราคาปลาทูน่าเฉลี่ย 3Q18 เท่ากับ US$1,467 ต่อตัน จะลดลง -12% Q-Q และ -27% Y-Y แต่การฟื้นตัวของราคาปลามาอยู่ที่ US$1,450 ต่อตัน ในเดือน ส.ค. และ US$1,650 ต่อตันในเดือน ก.ย. หลังจากที่ปรับลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 29 เดือนที่ US$1,300 ต่อตันในเดือน ก.ค. ทำให้บริษัทได้รับผลบวกจากการที่สต็อกปลาต้นทุนต่ำไว้ในปริมาณมาก กอปรกับการกลับมาซื้อของลูกค้า OEM รวมถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทที่ค่อนข้างทรงตัวจากไตรมาสก่อน จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 15.7% (เราคาดไว้ 14.7%) สูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส เพิ่มขึ้นจาก 13.8% ใน 2Q18 และ 14.2% ใน 3Q17 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ตามเป้าหมาย ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 10.6% ลดจาก 14.6% ใน 2Q18 และปรับขึ้นเล็กน้อยจาก 10.3% ใน 3Q17
อ่านเพิ่มเติม
06
พฤศจิกายน
2018
SISB (IPO/19TP: 8.84), Education: Investment for future
(views 52)
SISB runs international private schools, the first to offer Singaporean curriculum in Thailand. Currently, the company has five schools, covering from pre- to high school, and are able to receive a maximum of 4,175 students. SISB is in its growth stage. The company has just passed its major round of investments and now has the capacity to cope with its growth in the next 3-5 years. In this regard, it will be able to reap profit starting from 2019 onward. Since most of its costs are either fixed or semi-fixed, there will be operating leverage. We expect SISB’s profit to grow at an average annual rate of 51% in 2019-2021 thanks to revenues growth, increased cost efficiency, and a decline in interest expense. We apply the DCF method and value our 2019 TP at Bt8.84.
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤศจิกายน
2018
INTUCH (BUY/19TP: 64), กำไร 3Q18 อ่อนแอตาม ADVANC//แต่ปันผลยังสูง
(views 26)
กำไร 3Q18 หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y ตาม ADVANC INTUCH ประกาศกำไรปกติ 3Q18 ที่ 2,717 ลบ. -17% Q-Q, -6.9% Y-Y ต่ำก่วาคาดและอ่อนแอ โดยสาเหตุหลักเกิดจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่ลดลงอย่างมีนัยยะจากทั้งรายได้ที่หดตัวสวนทางกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้เรามีมุมมองเป็นลมากขึ้นต่อแนวโน้มการเติบโตในอนาคต ขณะที่ผลการดำเนินงานของ THCOM เริ่มอยู่ในระดับทรงตัวได้หลังจากผ่านการปรับฐานแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจากภาวะอุตสาหกรรมที่ย่ำแย่ แต่ยังไม่เห็นปัจจัยหนุนการเติบโตจากธุรกิจใหม่ๆ
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤศจิกายน
2018
BIG (BUY/19TP: 2.4), กำไร 3Q18 แย่กว่าคาด ยังต้องรอการฟื้นตัวต่อไป
(views 22)
กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 94 ล้านบาท ลดลง 17%Q-Q และ 29% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q18 อยู่ที่ 94 ล้านบาท ลดลง 17% Q-Q และ 29% Y-Y ถือเป็นกำไรที่ลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y ไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน สาเหตุยังมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่อ่อนตัวลงเหลือ 25.9% จาก 26.3% ใน 2Q18 และ 29.0% ใน 3Q17 เพราะความต้องการกล้อง Mirrorless ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง ขณะที่ สินค้ารุ่นใหม่ยังสร้างกระแสได้ไม่ดีนัก ทำให้ BIG ต้องจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการขายมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 17.4% จาก 16.6% ใน 2Q18 และ 16.7% ใน 3Q18 ด้วย อีกทั้ง ในแง่ของ Product Mix ยังคงโน้มเอียงมายังกล้อง DSLR ซึ่งเป็นสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำมากขึ้นด้วยเช่นกัน และด้วยความที่ค่าใช้จ่ายสาขาส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าเช่าและค่าแรงที่มีแต่จะเพิ่มขึ้น โดยรวมจึงยังเห็นภาพที่ดูขัดแย้ง คือ รายได้รวมยังมีการเติบโตที่ดีราว 5-6% Y-Y แต่กำไรสุทธิทรุดตัวลงหนัก จากผลของ Operationg Leverage ที่เกิดในเชิงลบ
อ่านเพิ่มเติม
02
พฤศจิกายน
2018
ADVANC (HOLD/19TP: 210), กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาดมาก
(views 35)
กำไร 3Q18 น่าผิดหวัง ADVANC ประกาศกำไรปกติ 3Q18 ออกมาที่ 6,922 ลบ. -12.4% Q-Q, -6.8% Y-Y ตำกว่าคาดถึง 14% โดยรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ในไตรมาสนี้ -1% Q-Q, +2.1% Y-Y ซึ่งค่อนข้างแย่ โดยเฉพาะธุรกิจ Mobile ที่มีรายได้หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y จากผลของ Fixed-speed Package ซึ่งกดดัน ARPU และบดบัง Net Add ที่บวกแรงกว่า 5.5 แสนราย ขณะที่ Handset Margin กลับมาติดลบแรงขึ้นเป็น 5.5% ซึ่งคาดว่าเกิดจากการแข่งขันที่รุนแรงในภาคอีสานจากการรุกตลาดของ TRUE ขณะที่ค่าใช้จ่ายยังปรับตัวขึ้นตามการลงทุนและค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ให้ดีขึ้น ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวลงเหลือเพียง 42.5% ในไตรมาสนี้จาก 45.3% และ 45.9% ใน 2Q18 และ 3Q17 ตามลำดับ และต่ำสุดในรอบ 8 ไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
02
พฤศจิกายน
2018
ORI (BUY/19TP: 13), คาดกำไร 3Q18 โต Y-Y แต่อ่อนตัว Q-Q …มีกำไรพิเศษขายที่ดิน
(views 29)
คาดกำไรสุทธิ 3Q18 เป็น 825 ล้านบาท (-19% Q-Q, +48% Y-Y) หากตัดกำไรจากการขายที่ดินราว 260 ล้านบาท กำไรปกติ 3Q18 คาดอยู่ที่ 565 ล้านบาท โต 65% Y-Y แต่หดตัว 26.5% Q-Q จากยอดโอนที่คาดลดลง 12% Q-Q เป็น 3.2 พันล้านบาท เนื่องจากไม่มีการเริ่มโอนคอนโดใหม่ ขณะที่กำไร 4Q18 คาดเร่งขึ้น และเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี จากการเร่งโอนโครงการเต็มที่ คงคาดกำไรปกติปี 2018 ที่ 2.8 พันล้านบาท (+90% Y-Y) และโตต่อ 31% Y-Y ในปีหน้า ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 13 บาท อิง PER 10.7x เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside ถึง 44% เราจึงคงคำแนะนำซื้อ แต่ด้วยประเด็นความกังวลกับผลกระทบจากมาตรการธปท.ที่กดดัน นักลงทุนอาจรอจังหวะเข้าลงทุนภายหลังได้รับความชัดเจนภายในเดือนพ.ย.
อ่านเพิ่มเติม
01
พฤศจิกายน
2018
SPALI (BUY/19TP: 25), คาดกำไร 3Q18 อ่อนตัว ...ปรับประมาณการกำไรลง
(views 28)
คาดกำไรปกติ 3Q18 ที่ 1.2 พันล้านบาท หดตัว 3% Q-Q และ 27.5% Y-Y จากการโอนคอนโดได้ช้ากว่าแผน ประกอบกับ SG&A ที่ยังอยู่ในระดับสูงจากการจ่ายค่า Commission ให้กับ Agent ขณะที่โมเมนตัมกำไร 4Q18 คาดฟื้นตัว และทำจุดสูงสุดของปี จากการเร่งโอนคอนโด และแนวราบเต็มที่ อย่างไรก็ตาม เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-19 ลง 10% และ 4% ตามลำดับ จากการโอนคอนโดที่ช้ากว่าคาด และ SG&A ที่สูง ทำให้กำไรปกติปี 2018 ลดลง 3% Y-Y อยู่ที่ 5.2 พันล้านบาท และฟื้นกลับมาโต 12% Y-Y ที่ 5.9 พันล้านบาทในปีหน้า ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 25 บาท ราคาหุ้นปรับลงจนมี Upside 14% เราจึงเพิ่มคำแนะนำจากถือเป็นซื้อ แต่ด้วยงบ 3Q18 ที่อ่อนแอ และมีโอกาสที่ตลาดปรับประมาณการลง นักลงทุนจึงอาจรอเข้าซื้อภายหลังประกาศงบวันที่ 13 พ.ย.
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2018
THCOM (HOLD/19TP: 10), กำไร 3Q18 โดยรวมยังไม่มีอะไรเด่น
(views 53)
กำไรปกติ 3Q18 ฟื้น Y-Y แต่ยังชะลอ Q-Q THCOM ประกาศกำไรปกติ 3Q18 ออกมาที่ 133 ลบ. +236.6% Y-Y โดยหลักๆเกิดจากค่าเสื่อมราคาที่ลดลงอย่างมีนัยยะหลังตั้งด้อยค่าก้อนใหญ่ใน 4Q17 แต่ยัง -30.8% Q-Q จากค่าใช้จ่าย SG&A ที่เร่งตัวขึ้นจากการตั้งสำรองหนี้สงสัญจะสูญ รายได้ในภาพรวมยังทรงตัว Q-Q แม้ Utilization Rate จะสูงขึ้น แต่ชดเชยกับราคาขายที่ลดลงจากการแข่งขันและภาพอุตสาหกรรมที่ยังเป็นลบ ขณะที่แง่ Y-Y ยังหดตัวแรงจากการสูญเสียลูกค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ IPSTAR ในปีที่แล้ว
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2018
BGRIM (BUY/19TP: 34), คาดกำไร 3Q18 ไม่ตื่นเต้น แต่ทั้งปีโตดี มีศักยภาพโตเพิ่มระยะยาว
(views 54)
คาดกำไรปกติ 3Q18 ลดลง 31.8% Q-Q และ 9.7% Y-Y จากต้นทุนค่าก๊าซเพิ่มขึ้น และฐานต้นทุนการเงินต่ำในไตรมาสก่อน แต่กำไรสุทธิโต 202.2% Q-Q, 14.4% จาก FX Gain ทางบัญชี เราปรับลดประมาณการกำไรปกติทั้งปีเล็กน้อย 6% แต่ยังโตสูง 31.8% ราคาหุ้น Rebound ขึ้นมาในช่วง 2 เดือน จากความกังวลที่ลดลงมากต่อประเด็นเรื่องการย้ายพื้นที่ 2 โรงไฟฟ้า และความคืบหน้าการร่วมทุน 2 โครงการในเวียดนาม ขณะที่คาดกำไร 3Q18 ไม่ได้เป็นปัจจัยหนุนระยะสั้นมากนัก อย่างไรก็ตาม คงมุมมองบวกต่อแนวโน้มกำไรในช่วง 3 ปีโตดี 27% ต่อปี (CAGR) และยังมีศักยภาพการได้กำลังผลิตเพิ่มอีกจากโครงการในต่างประเทศ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปรับใช้ปี 2019 ที่ 34 บาท
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2018
SC (BUY/19TP: 4.2), คาดกำไร 3Q18 ชะลอ Q-Q ...แต่จะทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18
(views 54)
คาดกำไรปกติ 3Q18 ที่ 390 ล้านบาท โต 7.5% Y-Y แต่อ่อนตัว 12% Q-Q จากการโอนคอนโด Beatniq ได้ช้ากว่าแผน และ Saladaeng One ที่ชะลอตัว ส่งผลให้ยอดโอนคาดอยู่ที่ 3.5 พันล้านบาท (-6% Q-Q, +18% Y-Y) ขณะที่กำไร 4Q18 คาดฟื้นตัว และทำจุดสูงสุดของปีจากการเร่งโอนคอนโด และแนวราบ อย่างไรก็ตาม เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-19 ลง 9% ตามการโอน 2 คอนโดใหญ่ที่ช้ากว่าคาด ทำให้กำไรปกติปี 2018 อยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท (+33% Y-Y) และโตต่อ 10% Y-Y ในปีหน้า ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 4.20 บาท โดยปรับลด PER เป็น 8.8x เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต สะท้อนความเสี่ยงจากมาตรการของธปท. คงคำแนะนำซื้อ จาก Valuation ที่ถูก ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2019 เพียง 7 เท่า หรือค่าเฉลี่ย -1SD พร้อมมีผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงราว 5-6% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
31
ตุลาคม
2018
SAPPE (BUY/19TP: 29), คาดกำไร 3Q18 จะหดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 47)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 จะแผ่วลงทั้ง Q-Q และ Y-Y มาจากทั้งปัจจัยฤดูกาล, การลดลงตามการชะลอตัวของตลาดเครื่องดื่ม, ยังเผชิญต้นทุนเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้น กดดันอัตรากำไรขั้นต้นเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน และคาด All Coco ยังคงขาดทุนเล็กน้อย แนวโน้มกำไร 4Q18 ยังไม่สดใส คาดทำได้เพียงทรงตัวหรืออาจลดลง Q-Q เพราะเป็น Low Season ของการส่งออก ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 8% เป็นทรงตัว Y-Y (จากเดิมคาดโต 9% Y-Y) และคาดกำไรสุทธิจะกลับมาเติบโตในปี 2019 ราว 11.5% Y-Y จากฐานที่ต่ำในปีนี้ และคาดแรงกดดันด้านต้นทุนน่าจะลดลง เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 29 บาท (อิง PE เดิม 20 เท่า) แม้โมเมนตัมของกำไรใน 3Q18-4Q18 จะไม่สดใส โดยคาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งใน 1Q19 แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับลงมามาก ทำให้มี Upside ถึง 39.4% ราคาหุ้นปัจจุบันมี Valuation ค่อนข้างถูก คิดเป็น Forward PE ปี 2018-2019 เพียง 15.7 เท่า และ 14.1 เท่า ตามลำดับ จึงแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
ตุลาคม
2018
HMPRO (BUY/19TP: 17), กำไร 3Q18 โตทั้ง Q-Q, Y-Y และจะทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18
(views 58)
กำไร 3Q18 ดีตามคาด อัตรากำไรขั้นต้นทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 1,366 ล้านบาท (+4% Q-Q, +15.5% Y-Y) เท่ากับคาด (เราคาดไว้ 1,368 ล้านบาท) แม้ SSSG จะพลิกเป็นติดลบ -0.3% Y-Y จากที่ +3% Y-Y ใน 2Q18 และไม่มีการเปิดสาขาใหม่ในไตรมาสนี้ แต่ด้วยผลของสาขาใหม่ที่เปิดในช่วงก่อนหน้า และการจัดงาน Homepro Fair ในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ทำให้รายได้รวมโตได้เล็กน้อย +2% Y-Y และทรงตัว Q-Q และด้วยผลบวกของการปรับ Product Mix เพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ได้ต่อเนื่อง รวมถึงการ Sourcing สินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังปรับขึ้นต่ออย่างน่าประทับใจมาอยู่ที่ 27.6% ถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นจาก 27% ใน 2Q18 และ 26.3% ใน 3Q17 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังปรับขึ้นเล็กน้อยมาจากทั้งการจัดงาน Hmpro Fair และค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อย (Mega Home, HMPRO มาเลเซีย) ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 23.1% จาก 22.5% ใน 2Q18 และ 22.8% ใน 3Q17
อ่านเพิ่มเติม
30
ตุลาคม
2018
MINT (BUY/19TP: 51), ชะลอระยะสั้น เพื่อก้าวกระโดดในปีหน้า
(views 63)
แม้การทำ Tender Offer หุ้น NHH ได้มากถึง 94.1% จะทำให้ฐานะการเงินของ MINT ตึงตัว แต่เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกในระยะยาวต่อดีลดังกล่าวในแง่การขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคยุโรปที่ทำได้อย่างรวดเร็วและกลายเป็นผู้เล่นหลักในทันที ส่วนแนวโน้มกำไรระยะสั้นอาจไม่สดใส โดยเราปรับกำไรปกติ 2018 ลงเป็น -0.6% Y-Y แต่คาดกลับมาเติบโตแรงในปี 2019 ที่ +35.2% Y-Y นอกจากนี้เรายังปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 51 บาท โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเหมาะสำหรับลงทุนระยะ 6 เดือนขึ้นไป
อ่านเพิ่มเติม
29
ตุลาคม
2018
DELTA (BUY/19TP: 82), กำไร 3Q18 ดีใกล้เคียงคาด แต่จะแผ่วลงใน 4Q18 ตามฤดูกาล
(views 49)
กำไร 3Q18 ทำได้ดีใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 3Q18 เท่ากับ 1,681 ล้านบาท (+21% Q-Q, +19.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 1,631 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่ 68 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,613 ล้านบาท (+24.7% Q-Q, +7.7% Y-Y) ถือเป็นการฟื้นตัวที่ดีสอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High Season ของการส่งออก โดยมีรายได้เติบโต 4.5% Q-Q และ 13.1% Y-Y ซึ่งเป็นการเติบโตในกลุ่มเพาเวอร์ซัพพลายสำหรับสินค้าอุตสาหกรรม และรถยนต์ไฟฟ้า และด้วยค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง Q-Q กอปรกับสามารถบริหารจัดการปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบได้ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 24.4% จาก 22% ใน 2Q18 แต่ยังต่ำกว่า 25.5% ใน 3Q17 จากค่าเงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ค่าใช้จ่ายได้เร่งตัวขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังทรงสูงที่ 13.4% ใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 13.2% และลดลงจากปีก่อนที่ 14.4% เพราะมาจากการเติบโตของรายได้
อ่านเพิ่มเติม
29
ตุลาคม
2018
PCSGH (BUY/18TP: 11), คาดกำไรสุทธิ 3Q18 โตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้ยุโรปยังถ่วง
(views 33)
คาดกำไรสุทธิ 3Q18 โต 2% Q-Q และ 16% Y-Y อยู่ที่ 198 ล้านบาท ได้แรงหนุนจากอุตสาหกรรมในประเทศทีเป็น High Season รวมถึงการผลิตชิ้นส่วนกลุ่ม Non-Auto ที่กลับมาเร่งตัวขึ้น หักล้างกับผลขาดทุนจากโรงงานในยุโรปที่คาดว่ายังมีอีกเล็กน้อย ส่วนการลาออกของ CEO เรามองว่าไม่กระทบกับการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยยังคงคาดกำไรสุทธิทั้งปีนี้ที่ 790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% Y-Y ราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็น PE2018-19 เพียง 12-14 เท่า และให้ปันผลสูง 6-7% ต่อปี จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 11 บาท
อ่านเพิ่มเติม
29
ตุลาคม
2018
TACC (BUY/19TP: 4.5), คาดกำไร 3Q18 ทรงตัวได้ และจะกลับมาโตใน 4Q18
(views 50)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 อาจทรงตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้จะไม่มีรายได้การขายไปกัมพูชาแล้ว แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ในธุรกิจเดิม และธุรกิจใหม่อย่าง Character Business เข้ามาช่วยชดเชยได้ รวมถึงการปรับขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นที่ถือว่าทำได้ดี ภายหลังรับรู้รายได้จากเครื่องดื่มผงที่ปรับสูตรน้ำตาลได้เต็มไตรมาส แต่ที่มองกำไรสุทธิอาจทำได้เพียงทรงตัว เพราะคาดไตรมาสนี้อาจมีการรับรู้ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจากลูกค้าที่กัมพูชา จึงน่าจะทำให้ค่าใช้จ่ายอยู่ในระดับสูง ส่วนแนวโน้มกำไรสุทธิใน 4Q18 จะกลับมาโตและเป็นจุดสูงสุดของปี เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ, รับรู้รายได้เครื่องดื่มโอเลี้ยง และจะวางขายเครื่องดื่ม Hershey’s ตั้งแต่เดือน พ.ย. เป็นต้น ซึ่งจะกลายเป็นโถกดถาวร ในรูปแบบทางเลือก รวมถึงคาดไม่ต้องรับรู้ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญอีก เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ลดลง -21% Y-Y และคาดกลับมาโตในปี 2019 ราว 22.8% Y-Y ยังคงราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 4.5 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ยังมี Upside 29.3% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
ตุลาคม
2018
AP (BUY/18TP: 10), คาดกำไร 3Q18 เด่น Y-Y ...แต่ชะลอ Q-Q จากส่วนแบ่ง JV
(views 42)
คาดการณ์กำไรปกติ 3Q18 ที่ 870 ล้านบาท โตเด่น 41% Y-Y แต่ลดลง 26% Q-Q จากส่วนแบ่งกำไร JV ที่ลดลง เนื่องจากไม่มีคอนโดใหม่เริ่มโอน ส่วนกำไรที่โตสูง Y-Y มาจากยอดโอนที่แข็งแกร่ง คาดแตะ 6.6 พันล้านบาท (+5% Q-Q, +43% Y-Y) จากแนวราบที่ไปได้ดี และการโอนคอนโดต่อเนื่อง ขณะที่ยอดขาย 3Q18 เร่งขึ้นตามการเปิดโครงการใหม่ และคาดว่าดีต่อเนื่องใน 4Q18 หนุนให้ทั้งปีมีโอกาสทำได้สูงกว่าเป้า ราคาหุ้นปรับลง 14% ภายใน 1 เดือนจากความกังวลกับมาตรการธปท. และภาวะตลาดโลกที่ผันผวน ทำให้ Upside เปิดกว้างเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 10 บาท รวมถึง Valuation ถือว่าน่าสนใจ คิดเป็น PE2018-19 เพียง 7.2 เท่า มีส่วนลดจากค่าเฉลี่ยในอดีตถึง 2SD พร้อมคาดจ่ายเงินปันผลราว 5% ต่อปี จึงปรับคำแนะนำขึ้นจากถือเป็นซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
ตุลาคม
2018
PTTEP (BUY/19TP: 169), แนวโน้ม 4Q ยังสดใส ลุ้นเก็งกำไรผลการประมูลปลายปี
(views 53)
กำไร 3Q18 ต่ำกว่าคาดไปเล็กน้อย จาก Fx Loss และปริมาณขายที่ลดลง PTTEP รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 1.04 หมื่นลบ. (+190% Q-Q, +220% Y-Y) ต่ำคาดเล็กน้อยจากปริมาณขายที่ต่ำกว่าคาดราว -2% จากการหยุดซ่อมบำรุงและการเรียกรับก๊าซธรรมชาติน้อยลงจากผู้ซื้อ รวมถึงมี Fx Loss ประมาณ 200 ลบ. หากไม่รวมรายการดังกล่าว ทั้งกำไรสุทธิและกำไรปกติใกล้เคียงคาด โดย 3Q18 บริษัทมีปริมาณขายอยู่ที่ 304,940 BOEPD (+1% Q-Q, 2%Y-Y) ทางด้านราคาขายเฉลี่ยขยับขึ้นมาที่ US$47.7/บาร์เรล (+2%Q-Q, +23%Y-Y) ตามราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น ในเดียวกัน รายการ Tax Benefit ที่เกิดจากเงินบาทที่พลิกมาแข็งค่า หักล้างไปกับการตั้งขาดทุนจากการขายแหล่ง Montara ได้ทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม
25
ตุลาคม
2018
DELTA (BUY/19TP: 82), คาดกำไร 3Q18 โตสดใส แต่ราคาหุ้นยังถูกกดดัน
(views 50)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 ดูสดใสจะโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y จากช่วง High Season ของธุรกิจช่วงหนุนการเติบโตของรายได้ และปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบคลี่คลาย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นกลับมาฟื้นตัวได้ และคาดกำไรจะแผ่วลงใน 4Q18 ตามปัจจัยฤดูกาล เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 – 2019 โต 10.1% Y-Y และ 12% Y-Y ตามลำดับ โดยเชื่อว่าจะยังเห็นการเติบโตของรายได้ และบริษัทได้ล็อกวัตถุดิบยาวไปในปีหน้าแล้ว เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 82 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) เรายังมองพื้นฐานของ DELTA ดูดีทั้งในแง่การเติบโตอย่างสม่ำเสมอ และความสามารถทำกำไรที่บริหารได้ดี และเราได้เห็นการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ทะลุระดับ US$2 พันล้าน ภายใน 3-5 ปี จากปัจจุบันที่ราว US$1.5 พันล้าน ทั้งนี้แม้เรทติ้งเราแนะนำ ซื้อ ด้วย Upside 20.6% และคาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปีนี้ 4.4% แต่เชื่อว่าราคาหุ้นยังถูกกดดันจากประเด็น Delta Taiwan ต้องการ Tender Offer หุ้น DELTA ที่ราคาต่อหุ้น 71 บาท ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า และไม่มี Timeline อย่างชัดเจน ดังนั้นราคาหุ้นน่าจะยังแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบ จนกว่าจะเห็นความชัดเจน
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2018
TIGER (IPO: 3.65/19TP: 4.65), หุ้นรับเหมาตัวเล็ก เกาะกระแสการลงทุนขนาดใหญ่
(views 67)
TIGER ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานวิศวกรรม งานออกแบบวิศวกรรมและออกแบบสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน มีความเชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างโรงแรม รีสอร์ทบนพื้นที่ที่มีภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เป็นอุปสรรคแก่การก่อสร้าง รวมถึงงานสาธารณูปโภค เช่น ระบบไฟฟ้าและประปา การเพิ่มทุน IPO ครั้งนี้จะช่วยเรื่องกระแสเงินสดและเพิ่มความน่าเชื่อถือในการเข้าประมูลงานในอนาคต เราคาดกำไรสุทธิเติบโต 45% CAGR ในช่วงปี 2018-2019 จากฐานกำไรที่ต่ำและงานในประเทศที่มีมากขึ้นตามแผนการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐและเอกชน แต่ความเสี่ยงเรื่องบุคลากรอาจจำกัดการเติบโตของกำไรในอนาคต เราประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2019 ที่ 4.65 บาท (อิง PE 15 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2018
CENTEL (T-BUY/19TP: 46), แนวโน้มกำไร 3Q18 ดีกว่าที่เคยมอง
(views 53)
คาดกำไรปกติ 3Q18 ของ CENTEL +7.4% Q-Q, +8.3% Y-Y นำโดยธุรกิจอาหารที่โตเด่น ขณะที่ธุรกิงโรงแรมยังประคองตัวได้แม้นักท่องเที่ยวจีนจะหดแรง โดยได้การลงทุนใหม่ๆตั้งแต่ปลายปีก่อนเข้ามาชดเชย ส่วนภาพการเติบโตในปี 2019 แม้จะยังมองโตได้จำกัด (+4.3% Y-Y) จากการปิดปรุงโรงแรมหลักหลายแห่ง แต่เรามองว่าราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยดังกล่าวไปมาก ขณะที่ระยะสั้นมี Catalyst คือกำไร 3Q18 มีโอกาสโตดีสุดในกลุ่ม เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อเก็งกำไร” พร้อมปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 46 บาท
อ่านเพิ่มเติม
24
ตุลาคม
2018
MAJOR (BUY/19TP: 29.5), คาดกำไร 3Q18 ลดลง แต่ 4Q18จะดีขึ้น นาคี 2 ร่วมหนุน
(views 47)
คาดกำไรสุทธิ 3Q18 ไม่ตื่นเต้น ลดลง 51.4% Q-Q, 14.1% กำไรปกติลดลง 63.7% Q-Q, 4.8% Y-Y ตามปัจจัยฤดูกาลตามปกติที่ 2Q เป็นช่วงหน้าหนังกำไรสูงสุดของปี ก่อนจะดีขึ้นใน 4Q18 และโตแรง Y-Y จากฐานต่ำ โดยหนังฮอลลีวู๊ดเด่น เช่น Venom, Fantastic Beast 2 และหนังไทยที่กำลังทำเงิน คือ นาคี 2 เราคงคาดกำไรปกติทั้งปีโต 20% Y-Y แม้กำไรสุทธิเพิ่มเล็กน้อย Y-Y และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 29.50 บาท (DCF) โดยจัดเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลค่อนข้างสม่ำเสมอในอัตราใช้ได้ ระดับ 4.5-5% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2018
KKP (BUY/19TP: 81), กำไร 3Q18 ตามคาด แต่ PPOP อ่อนแอกว่าคาด
(views 32)
กำไร 3Q18 ใกล้เคียงกับที่เราคาด แม้ PPOP อ่อนแอกว่าคาด แต่ลดสำรองฯลง KKP รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 1,551 ลบ. ทรงตัว Q-Q แต่ลดลง 10%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาด สังเกตว่าค่าใช้จ่ายสำรองฯในไตรมาสนี้ลดลง 94%Q-Q, 60%Y-Y คิดเป็น Credit cost เพียง 0.06% (แทบไม่ตั้ง) เทียบกับระดับปกติที่ราว 1% ของสินเชื่อรวมเนื่องจากมีการโอนกลับขาดทุนของเงินลงทุนสิทธิเรียกร้องซึ่งสิ้นสุดคดีแล้วราว 278 ลบ. หากไม่นับรายการดังกล่าว PPOP น้อยกว่าที่คาด โดยลดลง 9%Q-Q และ 5%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 10%Q-Q และ 1.2%Y-Y ส่วนใหญ่มาจากรายการผลขาดทุนจากหนี้สินทางการเงินที่ตีมูลค่ายุติธรรมราว 80 ลบ. และค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 9%Q-Q และ 10%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากมีผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าทรัพย์สิน NPA ที่ราว 230 ลบ.
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2018
KTB (BUY/19TP: 22), กำไร 3Q18 ตามคาด และ NPL เริ่มลดลง
(views 44)
กำไร 3Q18 ใกล้เคียงกับที่คาด แต่ PPOP อ่อนแอกว่าคาด KTB รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 7,838 ลบ. เพิ่มขึ้น 1.6%Q-Q และ 33.5%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ อย่างไรก็ตามรายได้หลักอ่อนแอกว่าที่คาด แต่ได้รับการชดเชยจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง กล่าวคือ PPOP ลดลง 5.3%Q-Q, 6.3%Y-Y สาเหตุหลักมาจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ -8.5%Q-Q และ -10%Y-Y ซึ่งเกิดจากทั้งการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิซึ่ง -3%Q-Q, 2.6%Y-Y เนื่องจากผลกระทบจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่าน Mobile และค่าธรรมเนียมจากการให้สินเชื่อที่ลดลง นอกจากนี้ยังเกิดจากรายได้จากเงินลงทุนและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมในธุรกิจประกันลดลงด้วย นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงขึ้น 3%Q-Q และ2%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายอื่น (น่าจะเป็น่าใช้จ่ายทางการตลาดและประชาสัมพันธ์) รายได้หลักที่อ่อนแอถูกชดเชยด้วยค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง 10%Q-Q, 39%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.23%
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2018
CK (BUY/18TP: 34), คาดกำไร 3Q18 โตดี …ลุ้นรับงานเพิ่มจากการประมูล
(views 53)
คาดกำไรปกติ 3Q18 เร่งขึ้น 19% Q-Q และ 3% Y-Y เป็น 646 ล้านบาท หนุนจาก ส่วนแบ่งกำไรจาก BEM และ CKP ที่ขยายตัวเด่นจากปัจจัยฤดูกาล ขณะที่รายได้ก่อสร้างคาดโต 3% Q-Q ตามการรับรู้ความคืบหน้าของงานที่เพิ่มขึ้น พร้อมคาดสามารถรักษามาร์จิ้นทรงตัวได้ที่ 7.9% เราเชื่อว่า CK จะได้รับงานเข้ามาเติมอย่างน้อย 2.4 หมื่นล้านบาท บน Success rate 20% จากการเข้าร่วมประมูลงานภาครัฐที่จะเกิดใน 4Q18-1Q19 ช่วยคลายความกังวลกับ Backlog ที่มีอยู่ไม่สูงราว 6 หมื่นล้านบาท หรือเทียบเท่ารายได้ 2 ปีไปได้ ขณะที่ราคาหุ้นใน 3 เดือนที่ผ่านมาปรับขึ้นเพียง 3% Laggard ทั้ง STEC ที่ +22% และ UNIQ ที่ +9% รวมถึง Discount NAV ของบริษัทลูกถึง 35% สะท้อนว่าหุ้นยัง Undervalue มาก จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 34 บาท พร้อมแนะจับตาการยื่นซองประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในวันที่ 12 พ.ย.นี้
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2018
KBANK (BUY/19TP: 248), ภาพรวมกำไรทั้งปียังบวกทั้งปี 2018-2019
(views 29)
ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 248 บาท แม้คาดแนวโน้มกำไร 4Q18 จะต่ำสุดในปีแต่กำไรปี 2018 ทั้งปีน่าจะยังเห็นการเติบโตราว 15%Y-Y และในปี 2019 (ธนาคารจะเปิดเผยเป้าหมายทางการเงินสัปดาห์หน้า) เราคาดว่าน่าจะมี upside จาก Credit cost ที่น่าจะลดลงเนื่องจาก Coverage ratio อยู่ในระดับที่น่าพอใจกับการบริหารที่ >150% รวมถึงการเติบโตของสินเชื่อที่น่าจะขยับช่วงขึ้นจากปีนี้ที่ให้ไว้ 5-7% และ NIM ที่น่าจะเป็นบวกกว่าปี 2018 ตามสมมติฐานของศูนย์วิจัยฯที่คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งในปีหน้า คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2018
PTTGC (BUY/18TP: 120), ผลกำไรยังคงทำ New High อย่างต่อเนื่อง
(views 52)
แนวโน้มผลประกอบการใน 3Q18 ดีกว่าที่เคยคาด จากการซ่อมบำรุงที่เสร็จเร็วกว่าคาด ต้นทุนปรับขึ้นช้ากว่าผู้ประกอบการรายอื่น และกำไรจากกลุ่มอโรมาติกส์มากกว่าที่คาดจาก Supply ใหม่ที่ล่าช้าออกไป เรายังคงมั่นใจในกำไร 4Q18 ต่อเนื่องถึงปีหน้าจากประโยชน์ของการขยายผลิตภัณฑ์ไปปลายน้ำและ HVA ซึ่งช่วยเพิ่มมาร์จิ้นโดยรวมให้สูงขึ้น เราจึงปรับประมาณการกำไรปกติปี 2018-19 ขึ้น 10% และ 6% ตามลำดับ จากแนวโน้มกำไรที่ดีกว่าที่เคยคาด ซึ่งทำให้ราคาเหมาะสมถูกปรับขึ้นเป็น 120 บาท จาก 110 บาทบน EV/EBITDA ที่ 8.3 เท่าหรือคิดเป็น Implied PE 11.5 เท่า ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ PE เพียง 7.3 เท่าและมีปันผลเกือบ 6% ถูกกว่ากลุ่มมากและถูกกว่าตัวเองในอดีต เรายังคงแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2018
SAT (BUY/18TP: 24.1), คาดกำไร 3Q18 ฟื้นตัว Q-Q และ Valuation น่าสนใจ ปรับเป็นซื้อ
(views 44)
คาดกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% Q-Q ตามฤดูกาล แต่ทรงตัว Y-Y จากค่าใช้จ่าย SG&A ที่ยังเร่งตัวขึ้น และผลกระทบของน้ำท่วมที่ทำให้ยอดขายเครื่องจักรการเกษตรชะลอตัว แนวโน้มกำไรปกติจะกลับมาโต Y-Y โดดเด่นใน 4Q18 เพราะชิ้นส่วนเครื่องจักรการเกษตรจะกลับมาปกติ และมีการส่งมอบชิ้นส่วนให้กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ Tier 1 ในสหรัฐฯเพิ่มเติม แต่ถ้าเทียบที่กำไรสุทธิจะทรุดตัวหนัก เพราะ 4Q17 มีกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ของ BSK ไปที่ MSA ราคาหุ้นปัจจุบันปรับตัวลงจน PE2018-2019 ต่ำเพียง 9-10 เท่า และ Upside กลับมาเปิดกว้างเมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายของเราที่ 24.10 บาท (อิง PE Multiplier 12 เท่า) เราจึงปรับคำแนะนำจากขายเป็นซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
ตุลาคม
2018
TPCH (BUY/19TP: 13.5), คาดกำไร 3Q18 อ่อนลง Q-Q แต่โตแรง Y-Y
(views 26)
คาดกำไรปกติ 3Q18 อ่อนลง 5.7% Q-Q เนื่องจาก 2 โรงไฟฟ้าหยุดซ่อมบำรุง แต่ยังโต 27.7% Y-Y และกำไรสุทธิโตถึง 225.1% จาก 3Q17 ที่มีค่าใช้จ่ายพิเศษตั้งสำรองและกำไรดำเนินงานดีขึ้น จากการเเดินเครื่อง 6 โรงไฟฟ้า จาก 5 โรงใน 3Q17 หากคาดของเราเป็นจริง จะทำให้กำไรปกติ 9M18 โต 34.5% Y-Y และเป็นสัดส่วน 72% ของคาดทั้งปีที่คาดโต 33% แม้ยังขาด Catalyst ในกลุ่มพลังงานทดแทน จากการที่รัฐชะลอการรับซื้อไฟพลังงานทดแทน แต่คาดบริษัทยังมีกำไรโตดี 3 ปี (2018-2020) เฉลี่ย 24.8% CAGR และปัจจุบันเทรดที่ PE ปี 18 ที่ 11.5x ลดลงเหลือ 8x ในปี 2020 และมีแผนซื้อกิจการเพื่อเพิ่มกำลังผลิต คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2018
SONIC (IPO: 1.95/19TP: 3), SONIC ผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรที่มีการเติบโตสูง
(views 40)
SONIC เป็นผู้ให้บริการจัดการระบบโลจิสติกส์อย่างครบวงจรทั้งทางทะล ทางบก และอากาศ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าเป็นของตัวเอง และมีพันธมิตรทางธุรกิจกว่า 195 รายกระจายอยู่ทุกทวีป โครงสร้างรายได้หลักปัจจุบันอยู่ที่บริการขนส่งทางทะเล และกำลังขยายธุรกิจไปยังบริการขนส่งทางอากาศที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2018 โต 46% Y-Y อยู่ที่ 67 ล้านบาท และปี 2019-2020 โตเฉลี่ย 20% ต่อปี ปัจจัยหนุนมาจากภาพอุตสาหกรรม ที่ได้แรงส่งจากมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และการเพิ่มกำลังการให้บริการของ SONIC ทั้ง 3 ช่องทางการขนส่ง เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2019 โดยอิง PE Multiplier 20 เท่า ซึ่ง Implied จาก PEG ของอัตราการเติบโตในปี 2019-2021 ที่ 1 เท่า ได้เท่ากับ 3.00 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2018
BAY (T-BUY/18TP: 44.6), กำไร 3Q18 ใกล้เคียงคาด
(views 24)
กำไร 3Q18 ใกล้เคียงคาด BAY รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 6.2 พันลบ. ลดลง 0.9%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 3%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q เกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายอื่นๆโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางการตลาด ซึ่งทำให้ Cost to income ratio ปรับขึ้นเป็น 47.2% จาก 46.7% ในไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอ่อนตัวลง 1.5%Q-Q เนื่องจากมีการบันทึกการลดลงของรายได้จากการจำหน่าย NPA ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น 3%Y-Y เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 10%Y-Y ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของสินเชื่อ, การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยโดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้จาก FX และ NPA
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2018
BBL (BUY/19TP: 245), กำไร 3Q18 น้อยกว่าคาด แต่เห็นโมเมนตัมของ NIM ที่ดีขึ้น
(views 30)
กำไร 3Q18 น้อยกว่าที่เราและตลาดคาด BBL รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 9.0 พันลบ. ลดลง 1.8%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 10.6%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดไว้ราว 3-5% ซึ่งเกิดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯหนี้สูญที่มากกว่าที่คาด โดยในไตรมาสนี้ BBL มี Credit cost ที่ 1.05% สูงกว่าที่เราคาคการณ์ที่ 0.96% และรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่หดตัวลงกว่าคาดที่ -6%Q-Q และ -5%Y-Y เนื่องจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนผ่านช่องทางดิจิทัลและค่าธรรมเนียมการปล่อยสินเชื่อที่ลดลง อย่างไรก็ตามเราเห็นโมเมนตัมที่ดีของ NIM ซึ่งมีการปรับตัวขึ้นมาตั้งแต่ไตรมาสก่อน โดย NIM เพิ่มขึ้นราว 0.11%Q-Q มาอยู่ที่ 2.35% เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยรับซึ่งสาเหตุหลักมาจากสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่มีส่วนผสมของพอร์ตสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2018
KBANK (BUY/18TP: 235), กำไร 3Q18 น้อยกว่าคาดแต่รายได้หลักมีโมเมนตัมดีกว่าคาด
(views 25)
กำไร 3Q18 น้อยกว่าคาดเพราะตั้งสำรองฯสูงขึ้น แม้ NPL ทรงตัว KBANK รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 9,744 ลบ. ลดลง 10.7%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 3%Y-Y ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้แต่น้อยกว่าที่เราคาดไว้ราว 4% เนื่องจากการตั้งสำรองฯที่สูงกว่าคาด โดยในไตรมาสนี้ KBANK มีการตั้งสำรองฯเพิ่มขึ้น 2.7%Q-Q คิดเป็น Credit cost ที่ 1.77% เพิ่มขึ้นจาก 1.73% ในไตรมาสก่อน โดยเมื่อพิจารณาจาก NPL ยังไม่พบการเพิ่มขึ้นแบบผิดปกติ แม้ว่า NPL จะ +1.2 พันลบ. แต่ NPL Ratio ทรงตัวที่ 3.3% และ Coverage ratio สูงขึ้นเป็น 156% เงินให้สินเชื่อ +0.57%Q-Q และ +2.5%YTD การเพิ่มขึ้นของสินเชื่อส่วนใหญ่ในไตรมาสนี้มาจากสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2018
SCB (BUY/19TP: 158), กำไร 3Q18 เป็นไปตามที่คาด แนวโน้ม 4Q18 น่าจะต่ำสุดในปี
(views 25)
กำไร 3Q18 ใกล้เคียงคาด SCB รายงานกำไร 3Q18 ที่ 1.05 หมื่นลบ. ลดลง 5%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 3.7%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาด กำไรที่ลดลงเกิดจากการค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 4.6%Q-Q โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากค่าใช้จ่ายอื่นซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้านดิจิทัล ซึ่งส่งผลให้ Cost to income ratio ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 47.5% จาก 45.9% ในไตรมาสก่อน (เป้าหมายธนาคารทั้งปีอยู่ที่ 47%) และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 8%Q-Q จากผลกระทบการยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านดิจิทัล สำหรับกำไรที่เพิ่มขึ้น Y-Y เกิดจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง 32%Y-Y โดยในไตรมาสนี้มี Credit cost ที่ 0.98% จาก 1.52% ใน 3Q17 หากไม่รวมรายการสำรองฯพบว่า PPOP ลดลง 4.8%Q-Q และ 12.6%Y-Y เนื่องจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมที่ได้รับผลกระทบจากการปรับลดค่าธรรมเนียมการโอน อย่างไรก็ตามเราเห็นสัญญาณที่ดีจาก NIM ที่ขึ้นมาอยู่ที่ 3.26% จาก Loan yield ที่เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
19
ตุลาคม
2018
TMB (BUY/19TP: 2.64), มี Upside จากสำรองฯที่น่าจะลดลงในปีหน้า
(views 23)
คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 2.64 บาท โดยประเด็นการลงทุนคือการจัดการคุณภาพหนี้ที่เข้มงวดที่เกิดขึ้นใน 3Q18 ผู้บริหารคาดว่าน่าจะเป็นการจัดชั้นหนี้อย่างเข้มงวดครั้งสุดท้ายพร้อมกับการตั้งสำรองฯรองรับ NPL และมาตรฐานบัญชี IFRS 9 ครบแล้ว จะทำให้ TMB มี upside จากการตั้งสำรองฯที่น้อยลงกว่าที่คาดในปี 2019 อีกทั้งราคาปัจจุบันซื้อขายไม่แพงโดยต่ำกว่า 2019 Prospective BVS ที่ 2.40 บาท และใกล้เคียง 2018 Prospective BVS ที่ 2.26 บาท ที่ Normalized ROE ที่ราว 10%
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2018
TCAP (HOLD/19TP: 58), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด แต่ NPL กลับมาเพิ่มขึ้นอีก
(views 23)
กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด TCAP รายงานกำไร 3Q18 ที่ 1,870 ลบ. ลดลง 8.8%Q-Q (กลับมาจ่ายภาษีในอัตราเต็ม) แต่เพิ่มขึ้น 4.6%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้เนื่องจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานน้อยกว่าคาด โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายอื่นๆ (น่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายทางการตลาดและการโฆษณา) ส่งผลให้อัตราส่วน Cost to income ratio ลดลงมาอยู่ที่ 43% (ต่ำกว่าเป้าหมายของธนาคารที่ 47-49%) จาก 45% ในไตรมาสก่อนและ 48% ใน 3Q17 นอกจากนี้กำไรที่ดีกว่าที่คาดยังเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าคาด โดย +1.7%Q-Q และ +2.2%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากการเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งส่งผลให้ Loan Yield ดีขึ้นและ NIM เพิ่มขึ้นเป็น 3.12% จาก 3.05% ในไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตามในไตรมาสนี้ TCAP มีผลขาดทุนจากเงินลงทุนราว 500 ลบ. ซึ่งเกิดจากการปรับพอร์ตเงินลงทุน น่าจะเป็นสาเหตุให้ต้องควบคุมค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้เพื่อไม่ให้กระทบผลการดำเนินงาน
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2018
THANI (T-BUY/19TP: 10), กำไร 3Q18 แข็งแกร่งตามคาด
(views 23)
กำไร 3Q18 ใกล้เคียงกับที่คาด รายได้หลักแข็งแกร่ง ค่าใช้จ่ายควบคุมได้ดี THANI รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ 430 ลบ. +9.9%Q-Q, +42.5%Y-Y กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ +4%Q-Q, +25%Y-Y โดย NIM ปรับขึ้นสู่ 5.8% จาก 5.6% ในไตรมาสก่อน และ Loan spread ปรับขึ้นเป็น 5.58% ดีกว่าคาด ซึ่งเกิดจาก loan yield เพิ่มขึ้นเกือบ 0.3% ตามการเติบโตของสินเชื่อ และ Cost of fund ที่ลดลงราว 0.05% เนื่องจากการ reprice หุ้นกู้ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำลง นอกจากนี้ยังเกิดจากการตั้งสำรองฯที่ลดลง 36%Q-Q, 40%Y-Y ตามคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้นและความจำเป็นในการตั้งสำรองฯทั่วไปลดลงเพราะ Coverage ratio เพียงพอตามมาตรฐาน IFRS 9 แล้ว ทั้งยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีต่อเนื่อง โดย Cost to income ratio ยังอยู่ในระดับต่ำที่ เพียง 18%
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2018
TMB (BUY/19TP: 2.64), กำไรสุทธิ 3Q18 ดีกว่าคาด แต่ PPOP น่าผิดหวัง
(views 21)
กำไรสุทธิ 3Q18 ดีกว่าที่คาด แต่ PPOP น่าผิดหวังจากรายได้หลักชะลอตัว TMB รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 5.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 176%Q-Q และ 179%Y-Y มากกว่าที่เราและตลาดคาดไว้เนื่องจากมีการบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนใน บลจ.ทหารไทยบางส่วนให้กับกลุ่ม Prudential ซึ่งมีการบันทึกกำไรพิเศษเข้ามาเป็นจำนวนสูงถึง 1.18 หมื่นลบ. แต่ธนาคารได้ตัดสินใจนำกำไรส่วนหนึ่งไปตั้งสำรองฯเพิ่มขึ้นด้วย ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสำรองฯ +264%Q-Q, +293%Y-Y มาอยู่ที่ราว 9.4 พันลบ. (ระดับปกติอยู่ที่ราว 2.4 พันลบ.) หากไม่นับรายการพิเศษดังกล่าว PPOP ค่อนข้างน่าผิดหวังเนื่องจากรายได้หลักชะลอตัว โดยเฉพาะรายได้จากค่าธรรมเนียมสุทธิที่ลดลง 14%Q-Q, 24%Y-Y หลักๆมาจากค่าธรรมเนียมจาก Bancassurance (ส่วนแบ่งกำไรจาก FWD ลดลง) และกองทุนรวม (อยู่ในระหว่างการปรับโครงสร้าง) ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิทรงตัว Q-Q แต่ -1%Y-Y และ NIM ลดลงมาอยู่ที่ 2.92% เนื่องจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น สะท้อนการแข่งขันการดึงเงินฝาก Mobile-banking ที่ยังรุนแรงส่งผลกระทบต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ TMB เพื่อรักษาฐานเงินฝากไว้
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2018
BEM (BUY/18TP: 10), คาดกำไร 3Q18 แกร่ง …รับปัจจัยบวกจากการเร่งประมูล
(views 56)
คาดกำไรสุทธิ 3Q18 โตก้าวกระโดด 229% Q-Q และ 242% Y-Y แตะ 3.2 พันล้านบาท หนุนจากรายการพิเศษจากการขายหุ้น CKP ราว 2.3 พันล้านบาท ส่วนกำไรปกติคาดอยู่ที่ 905 ล้านบาท หดตัว 4% Y-Y จากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน CKP แต่โตเด่น 14% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดน้อย หนุนให้ปริมาณรถ และจำนวนผู้โดยสารขยายตัว เราปรับประมาณการกำไรปี 2018 ลง 5% เป็น 3.5 พันล้านบาท (+13% Y-Y) สะท้อนต้นทุนที่สูงกว่าคาด แต่คงคาดปี 2019 ที่ 4.1 พันล้านบาท (+16% Y-Y) จากการเปิดน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงที่ 2 คาดหนุนให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย ยังแนะนำซื้อลงทุน ราคาเหมาะสม 10 บาท โดยมี Catalyst ระยะสั้นจากการยื่นซองรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในวันที่ 12 พ.ย. นี้ และมี Upside จากการเปิดประมูลมอเตอร์เวย์ 2 สาย และรถไฟฟ้าอีก 2 เส้นที่คาดว่าจะเกิดขึ้นใน 4Q18-1Q19
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2018
GFPT (HOLD/19TP: 15.6), ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว คาดกำไร 2Q18 จะกลับมาฟื้นตัว Q-Q
(views 21)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 จะฟื้นตัว 78.3% Q-Q จากปริมาณไก่ส่งออกที่โตต่อเนื่องเพราะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และราคาไก่ในประเทศได้ปรับขึ้นช่วงสั้น ทำจุดสูงสุดของปีนี้ในเดือน ส.ค. ช่วยหนุนธุรกิจ GFN อาจพลิกมีกำไรได้ แต่แนวโน้มกำไร 4Q18 จะแผ่วลง เพราะล่าสุดราคาไก่ได้ปรับลงมายืนอยู่บริเวณต้นทุนการเลี้ยง และราคาชิ้นส่วนไก่บางรายการได้ปรับลงจนถึงระดับขาดทุน ซึ่งอาจทำ GFN พลิกเป็นขาดทุนได้อีกครั้ง กอปรกับเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจอยู่แล้ว ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 6% เป็น -44.7% Y-Y และปรับเพิ่มปี 2019 ขึ้น 7% จากการเพิ่มการใช้กำลังการผลิตใหม่ของ McKey ที่เร็วกว่าคาด ซึ่งจะเป็นการกลับมาโต 45.5% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2019 เป็น 15.6 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ราคาหุ้นสะท้อนกำไรที่ดีใน 3Q18 ไปบ้างแล้ว ทำให้มี Upside 2.6% จึงลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
ตุลาคม
2018
SYNEX (BUY/18TP: 20), แนวโน้มกำไร 3Q18 อาจน้อยกว่าที่คาด เพราะมีงานเลื่อนไป 4Q18
(views 21)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 อาจน้อยกว่าคาดการณ์เดิม ที่เราคาดว่าจะทำจุดสูงุสุดใหม่ 223 ล้านบาท +39% Y-Y เพราะงานโครงการถูกเลื่อนไปรับรู้ใน 4Q18 และลูกค้าที่เป็นผู้ขายปลีกสินค้าไอทีมีการชะลอคำสั่งซื้อ เพื่อรอดูการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ทั้งของ Apple, Huawei, และ Samsung ขณะเดียวกัน ความผันผวนของค่าเงินบาทยังเป็นปัญหาในการจัดการเพื่อลดความเสี่ยง ส่งผลให้เราคาดว่ากำไรสุทธิ 3Q18 จะทำได้เพียง 168 ล้านบาท +4% Q-Q, +5% Y-Y อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกำไรที่ชะลอเป็นเหตุผลด้านการเลื่อนรับรู้รายได้ ไม่ได้มาจากอุตสาหกรรมที่ทรุดตัว ซึ่งสุดท้ายจะไปเร่งตัวอย่างมากใน 4Q18 เราจึงยังคงคาดการณ์กำไรสุทธิทั้งปีนี้ที่ 750 ล้านบาท +20% Y-Y และคงราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่ 20 บาท (อิง PE 20 เท่า) แต่ด้วยความที่ราคาหุ้นช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาปรับขึ้นกว่า 44% ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนจึงเป็นโอกาสดีที่จะขายทำกำไรระยะสั้น แล้วรอกลับเข้าลงทุนใหม่อีกครั้ง หลังจากประกาศงบ 3Q18 เรียบร้อยแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
17
ตุลาคม
2018
BJC (BUY/19TP: 71), คาดกำไร 3Q18 โตทั้ง Q-Q, Y-Y เด่นสุดในกลุ่มค้าปลีก
(views 23)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 จะเติบโตโดดเด่นสุดในกลุ่มค้าปลีก โดยคาดโต 17.1% Q-Q และ 17.9% Y-Y สิ่งที่ดีคือ คาด SSSG ของ BIGC จะพลิกเป็นบวกราว +2.5% Y-Y แม้จะเผชิญฝนที่ค่อนข้างมาก แต่ถือว่าทำโปรโมชั่นได้ประสบผลสำเร็จ, คาดอัตรากำไรขั้นต้นจะทำได้ดีเพราะมีการนับสต็อกของ BIGC ทำให้มีการกลับรายการตั้งสำรองสินค้าเป็นปกติในไตรมาส 3 ของทุกปี และคาดเห็นการเติบโตได้ต่อเนื่องทั้งธุรกิจ Packaging Consumer และ Healthcare and Technical แนวโน้มกำไรจะโตต่อและทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18 จากช่วง High Season ของธุรกิจ และจะรับรู้โรงงานแก้วแห่งที่ 5 ได้เต็มไตรมาส รวมถึงคาดจะปรับโครงสร้างภาษีได้แล้วเสร็จ และเห็นอัตราภาษีจ่ายลดลงได้ตามเป้าหมาย เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 - 2019 เติบโต 26% Y-Y และ 21% Y-Y ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 71 บาท (DCF) มี Upside 23.5% ยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
17
ตุลาคม
2018
DTAC (BUY/19TP: 58), 3Q18 ขาดทุนชั่วคราว//900 MHz เป็นลบระยะสั้น-บวกระยะยาว
(views 20)
3Q18 ขาดทุนสุทธิน้อยกว่าคาด กำไรปกติใกล้เคียงคาด DTAC ประกาศขาดทุนสุทธิ 3Q18 ที่ 921 ลบ. พลิกจากกำไร 179 ลบ. และ 601 ลบ. ใน 2Q18 และ 3Q17 ตามลำดับ แต่หากตัดรายการพิเศษทั้งค่าตัดจำหน่ายส่วนเพิ่มจากการยุติข้อพิพาทเสาโทรคมนาคมกับ CAT ราว 1,464 ลบ. การกลับรายการค่าใช้จ่ายบำรุงรักษา 274 ลบ และรายการภาษีที่เป็นบวก DTAC จะมีกำไรปกติ 1 ลบ. -99.4% Q-Q, -99.8% Y-Y ใกล้เคียงคาด ผลการดำเนินงานที่หดตัวเกิดจากทั้งรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ที่ -2.3% Q-Q, -1.8% Y-Y จาก Net Add ที่ติดลบกว่า 3 แสนรายจากความไม่แน่นอนในช่วงหมดสัมปทานในกลางเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการลงทุนโครงข่ายคลื่น 2300 MHz
อ่านเพิ่มเติม
17
ตุลาคม
2018
WORK (SELL/19TP: 33), ยังเหนื่อย คาดกำไร 3Q18 ลดลงมากทั้ง Q-Q, Y-Y
(views 24)
คาดกำไรปกติ 3Q18 ลดลง 23.0% Q-Q, 76.1% Y-Y จากต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้นมากรวมต้นทุนค่าลิขสิทธิถ่ายทอดเอเชียนเกมส์ และรายได้รวมลดลง Y-Y ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน ตาม Rating ช่อง WPTV ที่ยังไม่ฟื้น แม้มีรายได้จัดคอนเสริตเพิ่มขึ้น แนวโน้มกำไร 4Q18 ดีขึ้นจากฐานต่ำใน 4Q17 แต่ยังอ่อนแอ เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ลงอีก 18-30% เป็นกำไรลดลงถึง 52.4% จากปีก่อนที่กำไรสูงเป็นประวัติการณ์โดยเฉพาะใน 2Q17-3Q17 และใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 33 บาท (DCF) คงคำแนะนำ ขาย
อ่านเพิ่มเติม
17
ตุลาคม
2018
TOP (BUY/19TP: 93), กำไร 3Q18 ยังดี แม้ Stock Gain จะลดลงไปมาก
(views 20)
เราคาดกำไร 3Q18 ที่ 4.6 พันลบ. -3%Q-Q, -39%Y-Y กำไรที่ลดลงสาเหตุหลักมาจาก Stock Gain ที่น้อยลง ในขณะที่ Market GIM พลิกฟื้นขึ้นมาที่ US$7.8/บาร์เรล (+32% Q-Q, -24% Y-Y) จาก Supply ของโรงกลั่นกับโรงอโรมาติกส์ที่หายไป และ Crude Premium ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม กำไรยังไม่สามารถเทียบกับ 3Q17 ได้เนื่องจากพายุฮาร์วี่ในปีก่อนทำให้ค่าการกลั่นสูงผิดปกติ ส่วนแนวโน้มผลกำไร 4Q18 ไม่รวม Stock Gain/Loss คาดว่าจะดีขึ้นเพราะเข้าสู่ High Season ปลายปี และประโยชน์ระยะสั้นจากส่วนต่างของอโรมาติกส์ที่กว้างขึ้น เรากลับมาแนะนำ ซื้อ TOP โดยปรับไปใช้กำไรปี 2019 บน EV/EBITDA 6.2 เท่า ได้ราคาเป้าหมายที่ 93 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2018
STEC (BUY/19TP: 28.5), ตุน Backlog แน่น ...ลุ้นรับงานใหม่อีกมาก
(views 32)
คาดกำไร 3Q18 โตเด่น 5% Q-Q และ 48% แตะ 320 ล้านบาท หนุนจากการเริ่มงานรถไฟฟ้าสีชมพู-เหลือง และโรงไฟฟ้า Gulf 2 แห่ง รวมถึงเดินเครื่องงานสายสีส้มเต็มที่ แม้ถูกกดดันจากงานรัฐสภาใหม่ แต่คาดมาร์จิ้นน่าพอใจที่ 7.7% จากการควบคุมต้นทุนได้ดี ปัจจุบันมีงานในมือ 1.2 แสนล้านบาท มากกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตเกือบ 2 เท่า และรองรับรายได้อย่างน้อย 3 ปี เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-2019 ขึ้นเฉลี่ย 16.5% เป็น 1.25 พันล้านบาท พลิกจากขาดทุนในปีก่อน และ 1.58 พันล้านบาท (+26% Y-Y) ตามลำดับ จากมาร์จิ้นที่ดีกว่าคาด ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 28.50 บาท คงคำแนะนำซื้อ โดยมีปัจจัยบวกจากการเร่งผลักดันงานประมูลภาครัฐจำนวนมากใน 4Q18-1Q19 พร้อมแนะจับตาการยื่นซองประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในวันที่ 12 พ.ย.นี้
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2018
SVI (BUY/19TP: 6.6), คาดกำไร 3Q18 จะโตได้ดีทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 25)
แนวโน้มกำไร 3Q18 จะโต Q-Q และ Y-Y ทั้งจากปัจจัยฤดูกาล และฐานที่ต่ำในปีก่อน เราคาดเห็นการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง จากคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่ง โดยมีการเพิ่มเครื่องจักรมาตลอด เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อ ในขณะที่ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบเริ่มนิ่ง และไม่มีสร้างผลกระทบเชิงลบมากขึ้น จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะขยับขึ้นได้ต่อเนื่อง และแนวโน้มกำไรอาจจะแผ่วลง Q-Q ใน 4Q18 เพราะเป็น Low Season ของฤดูกาล เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 โตสูง 50% Y-Y เพราะฐานที่ต่ำในปีก่อน และคาดจะโตต่อเนื่องอีก 20% Y-Y ในปี 2019 จากคำสั่งซื้อที่ยังเพิ่มขึ้นจากลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ และคาดปัญหาวัตถุดิบจะจบลงได้ ยังคงราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 6.6 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside 20% ยังแนะนำ ซื้อ ทั้งนี้บริษัทสามารถขายหุ้นซื้อคืนจำนวน 96.13 ล้านหุ้น (สัดส่วน 4.2% ของหุ้นทั้งหมด) ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค. 18 เป็นต้นไป โดยมีต้นทุนเฉลี่ยที่ 4.41 บาท/หุ้น
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2018
TISCO (BUY/19TP: 104), ผลกระทบจาก CoF ที่สูงขึ้น ชดเชยด้วยค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง
(views 20)
เราปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 104 บาท โดยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 ที่ 7.6 พันลบ. +7%Y-Y ถึงแม้จะคาดว่า TISCO จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนการเงินที่ปรับขึ้น และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลงตลอดช่วงของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากส่วนผสมของสินเชื่อส่วนใหญ่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ แต่คาดว่าจะได้ถูกชดเชยจากการปรับลดค่าใช้จ่ายสำรองฯลงสู่ระดับปกติและคาดการณ์สินเชื่อในปี 2019 เติบโตเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่ราว +5%Y-Y ความน่าสนใจในการลงทุนยังเกิดจากการเป็นหุ้นปันผลที่มีอัตราผลตอบแทนที่น่าสนใจราว 7.5% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
16
ตุลาคม
2018
TRUE (BUY/19TP: 8.5), คาด 3Q18 ยังเป็นกำไร
(views 28)
คาดผลการดำเนินงาน 3Q18 ของ TRUE จะยังมีกำไรกติต่อเนื่องที่ 265 ลบ. แม้จะมีค่าเช่าสินทรัพย์จาก DIF รอบใหม่เต็มไตรมาส แต่ชดเชยได้จากรายได้ที่ยังโตแข็งแกร่งทั้งธุรกิจมือถือและอินเตอร์เน็ตบ้าน เราปรับประมาณการขึ้นโดยคาดปี 2018-2019 จะพลิกมีกำไรปกติ 563 ลบ. และ 3,425 ลบ. ตามลำดับสะท้อน Upside ที่เคยประเมินและภาพรวมอุตสาหกรรมเอื้อต่อการทำกำไรมากขึ้นจากการแข่งขันที่ลดความร้อนแรง เราปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 8.50 บาท ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2018
KTC (T-BUY/19TP: 35), กำไร 3Q18 ดีมาก
(views 31)
กำไรสุทธิ 3Q18 ดีกว่าที่คาด KTC รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 1.4 พันลบ. เพิ่มขึ้น 87Q-Q และ 65%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดแต่ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ กำไรที่ดีออกมาดีกว่าที่เราคาดเกิดจาก 1.รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่สูงกว่าคาด โดยเพิ่มขึ้น 4.3%Q-Q, 13%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง โดยในไตรมาสนี้ CoF ลดลง 10bps มาอยู่ที่ราว 3% ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อโดยเฉพาะสินเชื่อบุคคลที่มีอัตราผลตอบแทนสูงกว่าสินเชื่อประเภทอื่นของบริษัท 2.รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +1.5%Q-Q และ 7.4%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้อื่น ขณะที่หนี้สูญรับคืนสูงกว่าที่เราคาดไว้ และ 3. ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่ทรงตัวทั้ง Q-Q, Y-Y เนื่องจากการค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่น้อยลง แม้กระนั้นประสิทธิภาพในการทำตลาดทำได้ดีขึ้นเนื่องจากโปรแกรมส่งเสริมการตลาดเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและเม็ดเงินในการจัดหาบัตรใหม่ที่ลดลง สังเกตว่า Spending rate เดือนส.ค.เพิ่มเป็น 11.5% ดีกว่าตัวเลขของอุตสาหกรรม ขณะที่จำนวนสมาชิกทั้งเครดิตและสินเชื่อบุคคลเพิ่มขึ้น 3.6%Y-Y และ 9.5%Y-Y ตามลำดับใน 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2018
TISCO (BUY/18TP: 98), กำไร 3Q18 ดีกว่าคาด และสินเชื่อเพิ่มครั้งแรกในรอบ 11 ไตรมาส
(views 23)
กำไรดีกว่าคาด แต่เริ่มเห็น Spread ที่ชะลอตัว TISCO รายงานกำไรสุทธิ 3Q18 ที่ 1.82 พันลบ. เพิ่มขึ้น 6.2%Q-Q และ 15.4%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 6% เนื่องจากมีกำไรจากการขายธุรกิจบัตรเครดิตจำนวน 211 ลบ. หากหักรายการพิเศษและสำรองฯออก PPOP ดีกว่าที่คาดเล็กน้อยเนื่องจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ทำได้ดีกว่าคาด +10.7%Q-Q, +9.1%Y-Y ซึ่งเกิดจากกำไรจากเงินลงทุนจำนวน 229 ลบ. สังเกตว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 2.2%Q-Q เนื่องจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 5.3%Q-Q, 7%Y-Y ซึ่งเป็นไปตามเงินฝากที่เพิ่มขึ้น 3%Q-Q ขณะที่ Loan spread ชะลอตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.97% จาก 5.02% ในไตรมาสก่อน ซึ่งเกิดจากการพิ่มขึ้นของ CoF และ Loan Yield ที่ลดลงจากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีอัตราผลตอบแทนต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2018
SEAFCO (BUY/19TP: 10.5), รับปัจจัยบวกจาก Investment Cycle รอบใหม่
(views 24)
คาดกำไร 3Q18 ทำจุดสูงสุดใหม่ แตะระดับ 105 ล้านบาท (+13% Q-Q, +133% Y-Y) หนุนจากการเดินหน้าก่อสร้าง 3 โครงการใหญ่เต็มที่ ทั้งรถไฟฟ้าสีส้ม สีชมพู และ One Bangkok บวกกับมาร์จิ้นที่ทำได้ดี จากสัดส่วนงานรับเฉพาะค่าแรงที่สูงขึ้น ปัจจุบันมีงานในมือ 3.5 พันล้านบาท และแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกจากงานที่อยู่ระหว่างประมูลกว่า 6.8 พันล้านบาท ผลักดันให้โมเมนตัมทั้งรายได้ และกำไรจะเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง คงคาดกำไรปี 2018 อยู่ที่ 305 ล้านบาท (+45% Y-Y) และโตต่อ 6% ในปีหน้า คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 10.50 บาท ในฐานะผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงของการเร่งผลักดันโครงการพื้นฐานของภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวในโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2018
CPF (BUY/19TP: 28), คาดกำไรปกติ 3Q18 สดใส เติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 43)
แนวโน้มผลการดำเนินงานหลักใน 3Q18 น่าจะโตดีทั้ง Q-Q และ Y-Y จากทั้งช่วง High Season ของธุรกิจ, การฟื้นตัวของราคาเนื้อสัตว์ในประเทศ และการปรับขึ้นต่อเนื่องของราคาหมูเวียดนาม ล่าสุดพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 4 ปี แตะระดับ 51,000 ด่องต่อกก. และคาดกำไรจะแผ่วลง Q-Q ใน 4Q18 ตามปัจจัยฤดูกาล รวมถึงราคาเนื้อสัตว์ในประเทศเริ่มปรับลดลงตั้งแต่กลางเดือน ก.ย. จากฝนที่ตกเยอะ และเริ่มเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจ แต่ด้วยกำไรที่ได้ดีใน 2Q18-3Q18 เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2018 ขึ้น 14% เป็นการเติบโต 24.9% Y-Y และคาดกำไรปกติปี 2019 จะโตต่อเนื่อง 11.9% Y-Y ส่วนในแง่กำไรสุทธิปี 2018 รวมรายการพิเศษทั้งกำไรขายเงินลงทุนและกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมพันธุ์สัตว์ เราคาดโตราว 11.3% Y-Y แต่คาดกำไรสุทธิปี 2019 จะลดลงราว -14.4% Y-Y เพราะคาดว่าจะไม่มีรายการพิเศษมากเหมือนในปี 2018 อีก เราประเมินมูลค่าเหมาะสมในปี 2019 โดยอิงกำไรสุทธิต่อหุ้นที่ 1.69 บาท และอิง PE เดิมที่ 17 เท่า ทำให้ได้ราคาเป้าหมายเท่ากับ 28 บาท ยังมี Upside 17.2% จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
ตุลาคม
2018
CHG (BUY/19TP: 3), กำไร 3Q18 มีลุ้นทำ New High
(views 32)
คาดกำไร 3Q18 ของ CHG +10.2% Q-Q, +15.8% Y-Y และทำ New High จากอานิสงส์ของ High Season ทำให้รายได้ยังโตดีและยังได้ประโยชน์จาก Operating Leverage อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การเปิดโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่งในช่วง 2H18 เราคาดไม่ได้ถ่วงผลการดำเนินงานอย่างมีนัยยะ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 โตสูง 27.6% Y-Y ขณะที่ปี 2019 แม้คาดโตชะลอเหลือ 9.2% Y-Y แต่ยังเป็นระดับสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ราคาหุ้นปรับฐานแรงเป็นโอกาสในการ “ซื้อลงทุน” อีกครั้ง โดยปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 3 บาท
อ่านเพิ่มเติม
11
ตุลาคม
2018
VGI (BUY/20TP: 8.7), คาดกำไร 2Q19 (สิ้นก.ย.18) อ่อนลง Q-Q แต่ยังโตดี Y-Y
(views 29)
คาดกำไรปกติ 2Q19 (สิ้นก.ย.18) อ่อนลง 8.3% Q-Q แต่ยังโต 18.7% Y-Y หนุนจากเริ่มรับรู้กำไรจาก Kerry TH (VGI ถือหุ้น 23%) และกำไรจากบริษัทร่วมคือ MACO เพิ่มขึ้น จากการรวมผลการดำเนินงานบริษัทที่เข้าไปซื้อกิจการตั้งแต่เดือนส.ค. เป็นกำไรที่น้อยกว่าที่เคยมองแนวโน้มในช่วงก่อนหน้านี้ แต่คาดหวังการเร่งตัวขึ้นใน 2 ไตรมาสถัดไปสำหรับธุรกิจเดิมและรับรู้กำไรเต็มไตรมาสสำหรับธุรกิจที่เข้าไปลงทุนใหม่ในกลุ่ม จึงคงคาดกำไรปกติทั้งปีโต 55.9% (แม้ EPS โต 20.5% จากการแปลง W1) และราคาเป้าหมายปี 2020 (สิ้นสุด มี.ค. 2020) ที่ 8.70 บาท โดยคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของกำไรใน 3 ปีข้างหน้า จากการประสานและเกื้อกูลกันระหว่างธุรกิจสื่อนอกบ้าน Online และ Logistics ผ่าน Kerry TH ซึ่งเติบโตสูงตามธุรกิจ E-Commerce คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
ตุลาคม
2018
AH (SELL/18TP: 29), ปรับเป้าลงอีกครั้งเพื่อสะท้อนความเสี่ยงใน SGAH ที่สูงขึ้น
(views 30)
เราปรับลดราคาเป้าหมายปี 2018 ของ AH ลงเหลือ 29 บาท จากเดิม 40 บาท โดยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018-2019 ที่ 1,285 ล้านบาท +11% Y-Y และ 1,336 ล้านบาท +4% Y-Y ตามเดิม แต่เราปรับลด PE Multiplier ลงเหลือ 8 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของกรอบล่างในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเราประเมินว่าการเข้าถือหุ้นใน SGAH เพิ่มอีก 24.89% และการปล่อยกู้อีก 40 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ดอกเบี้ย 10% จะไม่ส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิมากนัก ในทางตรงข้าม กลับสะท้อนความเสี่ยงในอนาคตมากขึ้น ทั้งปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน และโอกาสถูกตั้งด้อยค่าตามมูลค่ากิจการของ SGAH ที่ลดลง และด้วยแนวโน้มผลประกอบการ 2H18 ที่โตไม่โดดเด่นเพราะปีก่อนฐานสูง ประกอบกับ Upside จากราคาปัจจุบันที่แคบเหลือเพียง 6% เราจึงปรับลดคำแนะนำลงเป็นขาย จากเดิมถือ
อ่านเพิ่มเติม
11
ตุลาคม
2018
GLOBAL (HOLD/19TP: 22), คาดกำไร 3Q18 จะโตดี Y-Y แต่แผ่วลง Q-Q ตามฤดูกาล
(views 39)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 น่าจะอ่อนตัวลง Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่คาดโตสูง Y-Y จากคาด SSSG ที่อาจสูงระดับ 10% Y-Y เพราะฐานที่ต่ำในปีก่อน และยังได้อานิสงส์จากราคาเหล็กที่ปรับขึ้นเมื่อเทียบในแง่ Y-Y ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q18 น่าจะยังทรงตัวถึงอ่อนตัวลง Q-Q เพราะยังเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ และราคาเหล็กในเดือน ต.ค. เริ่มอ่อนตัวลง โดยมองภาพรวมกำไร 2H18 จะลดลงจาก 1H18 ทั้งนี้ยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ใน 4Q อีก 4 แห่ง แบ่งเป็นไทย 3 และกัมพูชา 1 ซึ่งจะเปิดสาขาแรกในต่างประเทศ ส่วนปีหน้ายังมีแผนเปิดสาขาใหม่ในไทยต่อเนื่อง 7- 8 แห่ง แต่ต่างประเทศยังขอรอดูผลงานของสาขาแรกในกัมพูชาก่อน หากไปได้ดีตามคาด อาจเห็นสาขาที่สองอย่างเร็วภายในปี 2020 เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 – 2019 เติบโต 30.5% Y-Y และ 18.1% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 22 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาค่อนข้างมาก ทำให้มี Upside เพียง 8.4% และราคาปัจจุบันคิดเป็น Forward PE ปี 2018 - 2019 ที่ 38.7 เท่า และ 32.8 เท่า ตามลำดับ และคิดเป็น PEG สูงถึง 2 เท่า มากกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.4 - 1.6 เท่า คงคำแนะนำ ถือ / ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
10
ตุลาคม
2018
ERW (BUY/19TP: 9.8), 3Q18 จะพักตัวเป็นไตรมาสสุดท้าย
(views 26)
เราคาดกำไร 3Q18 ของ ERW +107.1% Q-Q, -39.6% Y-Y โดยจะเป็นไตรมาสสุดท้ายของการพักตัวจากนักท่องเที่ยวรัสเซียและจีนที่หายไป และกลับมาเติบโตอีกครั้งใน 4Q18 ต่อเนื่องปี 2019 โดยคาดว่าสถานการณ์นักท่องเที่ยวจะกลับสู่ภาวะปกติหลังผลกระทบของฟุตบอลโลกและเรือล่ม นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากโรงแรม JW Marriott กลับมาดำเนินงานตามปกติอีกครั้งหลัง Renovate แล้วเสร็จ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 +18.1% Y-Y และ +9.5% Y-Y ตามลำดับ ทำ New High ต่อเนื่อง ราคาหุ้นปรับลงสะท้อนปัจจัยลบระยะสั้นไปมากและทำให้ Upside เปิดกว้างอีกครั้ง เราจึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อลงทุน” โดยปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 9.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
10
ตุลาคม
2018
ROBINS (BUY/18TP: 78), คาดกำไร 3Q18 ดูดี อาจโตทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 27)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 อาจโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y ทั้งที่เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ แต่ที่คาดจะโต Q-Q เล็กน้อยมาจากรายได้การขายและรายได้ค่าเช่า ที่รับรู้สาขาใหม่ชลบุรีที่เปิดในเดือน มิ.ย. ได้เต็มไตรมาสนี้ ในขณะที่คาดเติบโตได้ดี Y-Y แม้อัตรากำไรขั้นต้นอาจจะทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อน จากสินค้า Private Brand ที่ยังเข้าไม่เต็มที่ แต่ยังคาด SSSG บวกเล็กน้อย รายได้ค่าเช่าโตต่อเนื่อง และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมโตดี แนวโน้มกำไรจะโตต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18 แม้จะไม่มีมาตรการช้อปช่วยชาติ แต่ด้วยการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และจะมีเปิดสาขาใหม่ที่ชัยภูมิ รวมถึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะกลับมาสูงขึ้น ภายหลังสัดส่วน Private Brand เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ยังคาดกำไรสุทธิปี 2018 - 2019 เติบโต 13.5% Y-Y และ 15% Y-Y คงราคาเป้าหมายที่ 78 บาท (DCF) ยังมี Upside 22.8% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
ตุลาคม
2018
BCH (BUY/19TP: 21), คาดกำไร 3Q18 ทำ New High
(views 31)
เราคาดกำไรปกติ 3Q18 ของ BCH ยังโตแข็งแกร่ง 38.1% Q-Q และ 14.1% Y-Y ทำจุดสูงสุดใหม่ จากรายได้ที่ยังโตดีเนื่องจากปัจจัยฤดูกาล WMC ที่ยังโตแรง รวมถึงการบันทึกค่าภาระเสี่ยงส่วนเพิ่ม เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 เติบโต 17.4% Y-Y ขณะที่ปี 2019 แม้จะคาดโตชะลอเหลือ 15.2% Y-Y แต่ยังเป็นระดับที่ดีแม้ฐานเริ่มสูง ราคาหุ้นที่ปรับฐานลงทำให้ Upside เปิดกว้างอีกครั้ง เราจึงมองเป็นจังหวะในการ “ซื้อลงทุน” ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 21 บาท
อ่านเพิ่มเติม
09
ตุลาคม
2018
TKN (BUY/19TP: 18), คาดกำไร 3Q18 จะฟื้นตัวดี และจะดีมากขึ้นในปี 2019
(views 26)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 จะกลับมาเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y จากทั้งปัจจัยฤดูกาลที่เข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจ โดยคาดหวังตลาดส่งออกไปจีนยังโตต่อเนื่อง รวมถึงสินค้าใหม่อย่างสาหร่ายเทมปุระไข่เค็มได้รับการตอบรับที่ดีมาก และรับรู้ต้นทุนสาหร่ายที่ถูกลงได้เต็มไตรมาส ในขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q18 น่าจะทำได้ดีต่อเนื่อง และเติบโตได้ดี Y-Y จากฐานที่ต่ำในปีก่อน เราคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะเติบโตราว 8.5% Y-Y และคาดจะกลับมาเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักอีกครั้งในปี 2019 ราว 23% Y-Y ภายหลังรับรู้กำลังการผลิตโรงงานใหม่รวมทั้ง 3 เฟสได้เต็มปี เพื่อรองรับการเติบโตของคำสั่งซื้อในปีหน้าที่จะมาจากทั้งการขยายตลาดใหม่และสินค้าใหม่ รวมถึงจะรับรู้วัตถุดิบราคาถูกไปอีกอย่างน้อยจนถึงกลางปี 2019 ยังคงราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 18 บาท (อิง PE เดิม 30 เท่า) ยังมี Upside 16.9% แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
ตุลาคม
2018
THANI (BUY/19TP: 10), คาดการณ์กำไรสร้าง New High ทั้งรายไตรมาสและทั้งปี
(views 26)
เราคงคำแนะนำ ซื้อ THANI โดยปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 10 บาท ระยะสั้นเราคาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q18 จะมี Positive surprise จากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลงทำให้กำไร 3Q18 น่าจะอยู่ที่ราว 420 ลบ. +7%Q-Q, +39%Y-Y และแนวโน้มยังดีต่อเนื่องใน 4Q18 เนื่องจากเป็นฤดูกาลที่ดีของสินเชื่อ เราปรับคาดการณ์กำไรปี 2018 ขึ้น 7% เป็น 1.63 พันลบ. +44.8%Y-Y ส่วนประมาณการในปี 2019 คาดการณ์กำไรสุทธิที่ยังคงสร้างสถิติใหม่ที่ 1.78 พันลบ. +9.4%Y-Y ที่ ROE 25% และ D/E ratio ที่ 5.6 เท่า ยังไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน คาดการณ์ DivYield ราว 3.3% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
08
ตุลาคม
2018
TU (BUY/19TP: 20), กำไรสุทธิ 2H18 เจอเรื่องสะดุดอีกครั้งจากค่าใช้จ่ายปิดโรงงาน
(views 27)
อาจจะยังทรงตัว Y-Y อยู่ที่ระดับ 1.3 พันล้านบาท เพราะยังมีเรื่องบาทแข็งอยู่เล็กน้อย, ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และมีภาระภาษีจ่ายภายหลังธุรกิจที่ US และ EU ทำได้ดีขึ้น ซึ่งมีอัตราภาษีจ่ายสูงกว่าธุรกิจในไทย แต่ในแง่กำไรสุทธิอาจจะยังไม่สดใสนัก เพราะไตรมาสนี้อาจต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายด้อยค่าโรงงานแซลมอนที่ Scotland เราประเมินไว้ราว 400 ล้านบาท ที่มีแผนปิดโรงงานภายในสิ้นปีนี้ เนื่องจากไม่ต้องการแบกรับผลขาดทุนอีกต่อไป และอยู่ระหว่างดำเนินการขายโรงงานดังกล่าว ซึ่งหากขายได้ อาจมีการกลับรายการและเป็นบวกต่อกำไรสุทธิใน 4Q18 แต่หากขายไม่ได้ อาจเผชิญกับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานอีกก้อนหนึ่ง แต่อาจไม่นัก และเป็น One-Time ทั้งนี้เราปรับลดกำไรปกติปี 2018 ลง 17% เป็น 3.56 พันล้านบาท (-22% Y-Y) และคงประมาณการเดิมในปี 2019 ที่ 5.49 พันล้านบาท จะเป็นการกลับมาเติบโตสูง 54% Y-Y เพราะฐานที่ต่ำในปีนี้ และคาดเห็นธุรกิจแซลมอนพลิกกลับมามีกำไรอีกครั้งในรอบ 4 ปี ยังคงราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 20 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้แนวโน้มกำไร 2H18 ยังดูไม่สดใส แต่ยังมี Upside 20.5% และมองจะผ่านจุดต่ำสุดในปีนี้แล้ว จึงคงคำแนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
05
ตุลาคม
2018
BDMS (BUY/19TP: 30), คาดกำไร 3Q18 ยังโตดี//ราคายัง Laggard
(views 64)
เราคาดกำไรปกติ 3Q18 ยังโตในระดับที่ดี +29.8% Q-Q, +9.7% Y-Y แม้รายได้จะโตชะลอลงจากฐานที่สูงในปีก่อน แต่ยังได้แรงหนุนจากการควบคุมต้นทุนและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงจากการแปลงสภาพหุ้นกู้ ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q18-1H19 คาดว่ายังโตได้ต่อเนื่องและยังไม่ถูกถ่วงจาก Wellness Clinic ในส่วนโรงแรม ส่วนการจับมือกับ Movenpick เข้ามาบริหารเรามองเป็นบวก เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 เติบโต 21.5% Y-Y และ 11.9% Y-Y ตามลำดับ ราคาหุ้นยัง Laggard ทั้ง SET และ SETHELTH ซึ่งทำให้ Downside จำกัด จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 30 บาท และยังเป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
04
ตุลาคม
2018
FTE (BUY/18TP: 3.7), คาดกำไร 3Q18 ทรงตัวในระดับสูง ปันผลทั้งปีเฉียด 10% “ซื้อ”
(views 21)
FTE มีความโดดเด่นในด้านเงินปันผลที่สูง 9-10% ต่อปี จากนโยบายปันผล 100% ของกำไรสุทธิ และ Valuation ที่ยังถูกมาก โดย PE2018-19 ต่ำเพียง 10-11 เท่า และมีเงินสดในมืออยู่ 271 ล้านบาท หรือ 0.50 บาท/หุ้น ซึ่งเป็นส่วนเกินจากเงินทุนหมุนเวียนที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ และเนื่องจากปัจจุบัน FTE ยังไม่มีแผนลงทุนขนาดใหญ่ เช่น ก่อสร้างโกดังจัดเก็บสินค้า เพราะค่าเสื่อมที่เกิดขึ้นไม่ต่ำกว่าค่าเช่าอย่างมีนัยสำคัญ เราจึงคาดว่าเงินส่วนนี้จะคืนให้กับผู้ถือหุ้นไม่ว่าจะด้วยรูปแบบเงินปันผลพิเศษหรือการซื้อหุ้นคืน ส่วนแนวโน้มผลประกอบการ 2H18 เราคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องจาก 2Q18 เพราะมีงานโครงการที่เลื่อนจาก 1Q18 มารับรู้ใน 2H18 และ FTE เปลี่ยนกลยุทธ์มารับงานโครงการที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งทำให้อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มทำได้ดีกว่าคาด ส่งผลให้เราปรับประมาณกำไรสุทธิปี 2018-2019 ขึ้นเฉลี่ย 22% ต่อปี และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 3.70 บาท อิง PE ที่ Implied จาก DDM เท่ากับ 17 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
04
ตุลาคม
2018
MALEE (HOLD/19TP: 16.3), คาด 3Q18 จะยังขาดทุนต่อ แต่มองเป็นจุดต่ำสุดของปี
(views 53)
คาดผลงาน 3Q18 จะขาดทุนต่อเป็นไตรมาสที่ 2 และอาจจะขาดทุนมากขึ้น Q-Q เพราะรายได้ยังไม่สดใสแผ่วลงทั้งการขายในประเทศและส่งออก ในขณะที่ต้องเผชิญค่าใช้จ่ายทางการตลาดสูงขึ้นเพราะมีการออกสินค้าใหม่หลายรายการ รวมถึงต้องรับรู้ขาดทุนจากบริษัทร่วมที่เริ่ม Operate ธุรกิจ แต่มองเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ แม้ 4Q18 จะคาดกลับมาฟื้นตัวได้ แต่มองแค่คุ้มทุนหรืออาจจะยังขาดทุนเล็กน้อย เพราะจะต้องรับรู้ขาดทุนจากบริษัทร่วมมากขึ้น เราปรับลดผลประกอบการปี 2018 พลิกเป็นขาดทุนครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ราว -30 ล้านบาท และคาดจะกลับมามีกำไรอีกครั้งในปี 2019 ราว 198 ล้านบาท โดยคาดหวังการกลับมาฟื้นตัวของตลาดน้ำผลไม้ในประเทศเป็นหลัก รวมถึงคาดจะสามารถหาลูกค้าใหม่ๆมาชดเชยธุรกิจน้ำมะพร้าวส่งออกที่หดตัวลงไปได้ ทั้งนี้ยังมีเรื่องท้าทายผู้ประกอบการเครื่องดื่มในปีหน้าคือ การปรับขึ้นภาษีน้ำตาลครั้งที่ 2 ในเดือน ต.ค. 2019 แต่เชื่อว่าผลกระทบจะเริ่มน้อยลงหลังจากที่ได้มีการปรับตัวกันไปพอสมควรในช่วงที่ผ่านมา เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 16.3 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) แม้แนวโน้มยังดูไม่สดใส แต่มองผ่านผลงานแย่สุดใน 3Q18 แล้ว และราคาหุ้นได้ปรับลงมาสะท้อนข่าวร้ายไปพอสมควร จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
03
ตุลาคม
2018
MTC (BUY/19TP: 60), ความชัดเจนของกฏเกณฑ์เป็น Upside ต่อ loan yield
(views 127)
เราปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 ขึ้น 3% เป็น 5.39 ลบ. (+42%Y-Y) หลังแรงกดดันของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ผ่อนคลายลงเมื่อ ธปท. มีความชัดเจนต่อมาตรการสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนแล้วโดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เกิน 28% และให้ใบอนุญาตโดยไม่ต้องขอใหม่กับผู้ที่มีใบอนุญาตสินเชื่อบุคคลแล้ว เราจึงปรับ Loan yield ขึ้น ระยะสั้นแนวโน้มกำไร 3Q18 คาดทำจุดสูงสุดใหม่ที่ราว 980 ลบ. +8%Q-Q, +50%Y-Y และน่าจะเห็นกำไรที่ระดับ > 1 พันลบ. ใน 4Q18 คงคำแนะนำ ซื้อ และปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 60 บาท
อ่านเพิ่มเติม
03
ตุลาคม
2018
NER (IPO/19TP: 4.16), Buriram’s major rubber manufacturer and distributor
(views 101)
NER is a manufacturer and distributor of rubber products, e.g. ribbed smoked sheets (RSS), standard Thai rubber (STR), and rubber mixtures. The company is a major player in the North East where quality rubber is produced and has long been in demand. In 2018, we expect NERs profit to jump 40% Y-Y due to changes in the companys production process. In 2019, its expected that NERs profit base will increase due to expansion of the company’s rubber mixtures capacity. In 2020, the companys production capacity for STR and rubber mixtures will double Y-Y. Given that, we predict NERs profit will surge by 50% Y-Y 2YCAGR. We value NER using the relative PE method. It assumes STAs 10-year historical average PE of 13x, close to that of world-class companies of similar nature (source: Bloomberg) which have an average PE of 13.2x and in line with our estimated five-year average growth rate of 13%. Assuming the aforementioned PER of 13x and our 2019E EPS of Bt0.32, we derive our 2019 TP at Bt4.16.
อ่านเพิ่มเติม
01
ตุลาคม
2018
DTAC (BUY/19TP: 57), คาด 3Q18 พลิกมาขาดทุนชั่วคราว
(views 27)
เราคาดผลการดำเนินงาน 3Q18 ของ DTAC จะพลิกมาขาดทุนชั่วคราว 1,429 ลบ. เพราะมีค่าตัดจำหน่ายเพิ่มจากการยุติข้อพิพาทเสาโทรคมนาคมกับ CAT แต่คาดว่าจะพลิกกลับมากำไรใน 4Q18 และโตแรงในปี 2019 จากค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์สัมปทานที่หมดไป เราปรับกำไรสุทธิปี 2018 ลงเล็กน้อยเป็นหดตัว 19% Y-Y แต่ปรับปี 2019 ขึ้นเป็นเติบโต 303.7% Y-Y จากค่าเช่าสินทรัพย์จาก CAT ที่ต่ำกว่าคาดอย่างมีนัยยะ พร้อมปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 57 บาท เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” จาก Upside ที่เปิดกว้าง แต่ยังชอบ ADVANC มากกว่าเพราะไม่มีความเสี่ยงเรื่องคลื่นความถี่ในมือ
อ่านเพิ่มเติม
01
ตุลาคม
2018
M (HOLD/18TP: 78), คาดกำไร 3Q18 จะแผ่วลง และกำไรปีหน้าดูมี Downside มากขึ้น
(views 24)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 3Q18 น่าจะลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล และฝนตกค่อนข้างเยอะ จึงคาด SSSG จะติดลบทั้งร้าน MK และ Yayoi กอปรกับเริ่มมีการทำการตลาดมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น และคาดกำไรจะกลับมาโตทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18 ที่เป็น High Season และมีการขยายสาขาใหม่ต่อเนื่อง ทั้งนี้คาดจะไม่มีค่าใช้จ่ายโบนัสพิเศษเหมือนในปีก่อน น่าจะทำให้กำไร 4Q18 เติบโตดี Y-Y ยังคาดกำไรสุทธิปี 2018 โต 8.6% Y-Y และคาดกำไรปี 2019 จะโตต่อราว 10.3% Y-Y แต่เริ่มดูมี Downside มากขึ้น ภายหลังแนวโน้มราคาหมูและเป็ดเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบอาหารในปีหน้า ทั้งนี้จะมีการเจรจาราคาซื้อขายล่วงหน้า 1 ปีกันในเดือน พ.ย. - ธ.ค. (ของทุกปี) เรายังคงราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 78 บาท (อิง PE เดิม 27 เท่า) มี Upside 7.6% คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
28
กันยายน
2018
VGI (BUY/20TP: 8.7), แนวโน้มกำไร 2Q19 (สิ้นก.ย.18) โตสูง Y-Y ต่อ ปรับเป้าไปปีหน้า
(views 28)
แนวโน้มกำไรปกติ 2Q19 (สิ้นก.ย.18) ยังสดใส เพิ่มสูง Y-Y ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน ตามการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งสื่อรถไฟฟ้า BTS รวมทั้งสื่อกลางแจ้ง ผ่าน บ.ร่วม (MACO) จากปัจจัยฤดูกาล Synergy จากกลยุทธ์ผนึก Offline/Online และกำไรรับรู้จากบริษัทที่เข้าไปลงทุน รวม Kerry TH ที่เริ่มตั้งแต่เดือนก.ย.เราคงคาดกำไรปกติทั้งปีโต 55.9% (แม้ EPS โต 20.5% จากการแปลง W1) ขณะที่ปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2020 (สิ้นสุด มี.ค. 2020) ที่ 8.70 บาท ราคาหุ้นมี Upside น่าสนใจขึ้น และคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของกำไรใน 3 ปีข้างหน้า จากการประสานและเกื้อกูลกันระหว่างธุรกิจสื่อนอกบ้าน Online และ Logistics ผ่าน Kerry TH ซึ่งเติบโตสูงตามธุรกิจ E-Commerce ขณะที่แนวโน้มกำไรโตสูงใน 2Q19 หนุนราคาหุ้น ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
26
กันยายน
2018
ADVANC (BUY/19TP: 235), โมเมนตัมกำไรยังดี // ไม่มีปัญหาเรื่องคลื่น
(views 38)
แนวโน้มกำไรปกติ 3Q18 ของ ADVANC คาดว่ายัง +1.9% Q-Q และ +8.4% Y-Y โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการควบคุมต้นทุนที่ดีและการควบรวม CSL ขณะที่การได้คลื่น 1800 MHz อีก 5 MHz ทำให้หมดห่วงเรื่องคลื่นในมือทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพที่แข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ภาวะอุตสาหกรรมเอื้อต่อการทำกำไรมากขึ้นจากการแย่ง Market Share ที่ผ่อนคลายลงบ้าง เราปรับประมาณการกำไรปกติลงเล็กน้อยสะท้อนต้นทุนคลี่นใหม่ แต่คาดว่ายังเติบโตในระดับที่ดี 8.2% Y-Y และ 5.8% Y-Y ในปี 2018-2019 เราปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 235 บาท และยังคงคำแนะนำ “ซื้อลงทุน”
อ่านเพิ่มเติม
26
กันยายน
2018
HMPRO (BUY/19TP: 17), คาดกำไร 3Q18 ยังโตได้ และจะทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q18
(views 25)
แนวโน้มกำไร 3Q18 น่าจะยังโตเล็กน้อย Q-Q เพราะมีการจัดงาน Hmpro Fair ลดผลกระทบของฤดูกาล และคาดยังโตดี Y-Y แม้ SSSG อาจแผ่วลงมาอยู่ที่ +2% Y-Y จาก +3.1% Y-Y ใน 2Q18 เพราะฝนตกเยอะ และไม่มีการเปิดสาขาใหม่ในไตรมาสนี้ แต่เชื่อว่าจะได้รับการชดเชยด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ยังปรับขึ้นได้ดีกว่าเป้าของบริษัท และคาดกำไรจะเติบโตได้มากขึ้นใน 4Q18 แม้ไม่มีมาตรการช้อปช่วยชาติมาช่วยหนุน แต่ด้วยภาพกำลังซื้อที่ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป แผนเปิดสาขาใหม่ 4 แห่งในรูปแบบ HMPRO S และปัจจัยหนุนจากช่วง High Season ของธุรกิจ รวมถึงน่าจะได้เห็นสัดส่วนสินค้า House Brand ขยับขึ้นเข้าใกล้เป้าหมายที่ระดับ 20% จาก 19.5% ณ สิ้น 2Q18 แต่จากฝนที่ตกเยอะ อาจทำให้แนวโน้มกำไร 2H18 โตไม่มากเท่าที่คาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลงเล็กน้อย 3% เป็นการเติบโต 16.6% Y-Y จากเดิมคาดโต 20% และคาดจะโตต่อเนื่องราว 14.4% Y-Y ในปี 2019 ทั้งนี้เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 17 บาท (อิง DCF) มี Upside ราว 10% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
กันยายน
2018
SC (BUY/18TP: 4.8), แรงส่งท้ายปี …คาดกำไร 4Q18 เป็นไตรมาสที่ดีที่สุด
(views 26)
ภาพการเติบโตของกำไร 2H18 มีแนวโน้มเด่นขึ้นมาก H-H แม้จะคาดกำไร 3Q18 ชะลอ Q-Q จากการโอนคอนโดใหม่ได้ไม่มาก แต่ทิศทางกำไรใน 4Q18 จะทำจุดสูงสุดของปี โตสดใสทั้ง Q-Q และ Y-Y หรือคิดเป็น 44% ของประมาณการกำไรทั้งปี จากการรับรู้ Backlog ของ 2 คอนโดใหญ่เต็มที่ บวกกับรับรู้รายได้จากแนวราบที่เปิดตัวจำนวนมากใน 3Q18 ขณะที่เรายังมองว่ายอดขาย 3Q18 จะเร่งตัวขึ้นพร้อมกับการเปิดตัวโครงการใหม่ มูลค่า 8.3 พันล้านบาท ซึ่งมากกว่า 1H18 ถึง 3 เท่า อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น Laggard -4% YTD สวนทางกับกลุ่ม +4% YTD ต่ำกว่า Book Value และคิดเป็น PE2018-19 เพียง 7.4 เท่า ถือว่ายังไม่สะท้อนกำไรที่จะกลับมาโตเด่นในปีนี้ และคาดอัตราเงินปันผลระดับสูง 5-6% ต่อปี จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 4.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
20
กันยายน
2018
PRM (BUY/18TP: 9), คาดกำไรสุทธิ 3Q18 ร้อนแรงสุดในรอบ 8 ไตรมาส แนะนำซื้อ
(views 34)
เรายังแนะนำซื้อ PRM ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 9 บาท แม้ราคาหุ้นจะขึ้นมาแล้วพอควร แต่ประมาณการของเราพร้อมเปิด Upside ใน 2 ประเด็น คือ (1) เรายังไม่รวมโอกาสที่จะได้งานในกลุ่ม FSU และ Offshore หลังประมูลแหล่งบงกชและเอรวัณ และ (2) เรา Valuation โดยอิง PE Multiplier ที่ 22 เท่า ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดตั้งแต่เข้าตลาด ขณะที่ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 30 เท่า และภูมิภาคเทรดกันที่ 33 เท่า โดยมีปัจจัยหนุนระยะสั้นคือแนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q18 ที่เราคาดว่าจะกลับมาแตะระดับ 300 ล้านบาทได้อีกครั้ง +52% Q-Q, +112% Y-Y สูงสุดในรอบ 8 ไตรมาส และยังมีโมเมนตัมที่ดีใน 4Q18 ต่อเนื่องถึงปีหน้า จากการลงทุนด้านพลังงานของกลุ่ม PTT นอกจากนี้ เรามองว่า PRM จะได้ประโยชน์จากภาพอุตสาหกรรมเดินเรือขนส่งน้ำมันและปิโตรเคมีที่กำลังกลับมาเป็นขาขึ้น ตรงข้ามกับเรือเทกองที่กำลังอ่อนตัวลง อีกทั้ง ด้วยโครงสร้างรายได้ที่กระจุกตัวอยู่ในประเทศและอาเซียน จึงแทบไม่ถูกกระทบจากสงครามการค้า เราจึงยกให้เป็น Top Pick ของกลุ่มขนส่งทางเรือ
อ่านเพิ่มเติม
19
กันยายน
2018
CPALL (BUY/18TP: 82), คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q18 และโตดีขึ้นในปี 2019
(views 54)
ระยะสั้นแนวโน้มกำไรอาจทำได้เพียงทรงตัว Q-Q ใน 3Q18 จากทั้ง Low Season มีฝนตกเยอะ และผลตอบรับ Stamp Promotion ในปีนี้ไม่สดใสนัก แต่เชื่อว่าน่าจะได้เห็นการปรับกลยุทธ์นำเสนอของพรีเมี่ยมล็อตใหม่ในช่วงครึ่งหลังของ Promotion ซึ่งอาจเป็นที่ถูกใจลูกค้าได้มากขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวของราคาเนื้อสัตว์น่าจะช่วยหนุนผลประกอบการของ MAKRO และลดทอนผลกระทบจากค่าใช้จ่ายการเปิดสาขาใหม่ในต่างประเทศได้ และคาดภาระดอกเบี้ยจ่ายอาจลดลงใน 4Q18 ภายหลังนำเงินที่ได้จากการขายหุ้น MAKRO มาชำระหุ้นกู้ 1 หมื่นล้านบาท ที่จะครบกำหนดในเดือน ต.ค. นี้ จึงคาดกำไรสุทธิ 4Q18 จะกลับมาฟื้นตัวในแง่ Q-Q อีกครั้ง ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปีนี้ลงเล็กน้อย 2% เป็นการเติบโต 2.7% Y-Y จากเดิมคาดโต 4.8% Y-Y ถือเป็นการเติบโตต่ำสุดในรอบ 4 ปี และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตดีขึ้นในปี 2019 ราว 14.6% Y-Y เราปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้ลงเป็น 82 บาท จากเดิม 84 บาท (DCF) ยังมี Upside 19.7% มองราคาหุ้นได้สะท้อนกำไรที่ไม่สดใสในปีนี้ไปแล้ว และ CPALL ถือเป็นหุ้นในกลุ่มค้าปลีกที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในช่วงเลือกตั้ง เมื่ออิงการเลือกตั้ง 4 ครั้งหลังสุด ดัชนี SETCOM ให้ผลตอบแทนดีสุดในช่วง 3 เดือนก่อนเลือกตั้งที่ 9.2% และรองมาคือ 5 เดือนหลังเลือกตั้งที่ 8.2% แนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
19
กันยายน
2018
KSL (HOLD/19TP: 3.5), แนวโน้มราคาน้ำตาลปีหน้ายังไม่สดใส
(views 29)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรายังไม่เห็นปัจจัยหนุนราคาน้ำตาลตลาดโลกให้กลับมาปรับขึ้นอย่างสดใสได้ โดยคาดการณ์ภาวะผลผลิตน้ำตาลโลกปีหน้าจะยังเกินดุลต่อเป็นปีที่ 2 จากปริมาณผลผลิตที่ค่อนข้างสูงของอินเดียและไทย และแม้ปี 2020 อาจจะกลับมาสมดุลได้ แต่ราคาน้ำตาลน่าจะปรับขึ้นไม่เร็ว เพราะปริมาณสต็อกน้ำตาลโลกจะมีมากและกดดันราคาน้ำตาลสักระยะหนึ่ง ถือเป็นลบต่อแนวโน้มราคาขายน้ำตาลของ KSL ต่อเนื่อง ระยะสั้น แนวโน้มผลประกอบการใน 4Q18 น่าจะยังไม่ฟื้นตัว อาจขาดทุนต่อเนื่องจาก 3Q18 แต่คาดมีรับรู้ส่วนแบ่งรายได้จากเงินที่นำส่งกองทุนอ้อยและน้ำตาลตั้งแต่ต้นปีที่มีการลอยตัวราคาน้ำตาลในประเทศ ซึ่งอาจทำให้ 4Q18 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ แต่ด้วยแนวโน้มราคาน้ำตาลที่ยังไม่สดใส เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018-2019 ลง 36% และ 32% เป็นกำไรที่ -57.7% Y-Y และ +17.7% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 3.5 บาท (อิง PE เดิมที่ 15 เท่า) มี Upside จำกัด เรายังไม่ชอบหุ้นกลุ่มน้ำตาล โดย Catalyst ที่จะทำให้เรากลับไปชอบหุ้นน้ำตาลคือ ต้องเห็นสัญญาณราคาน้ำตาลมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม
19
กันยายน
2018
RS (HOLD/19TP: 21.5), แนวโน้ม 3Q18 ฟื้นช้ากว่าเคยคาด ราคาขึ้นมามาก Upside แคบลง
(views 25)
แนวโน้มกำไรปกติ 3Q18 ฟื้นตัวดีขึ้น Q-Q ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสก่อน แต่ Flat Y-Y นับว่าฟื้นช้ากว่าเคยคาด จากยอดขายสินค้ากลุ่ม MPC เพิ่งมาเร่งตัวอย่างมีนัยฯ ในช่วงท้ายไตรมาส และการใช้เม็ดเงินโฆษณาทีวีในภาพรวมยังอ่อนแอขณะที่ Rating ช่อง 8 ฟื้นช้า ทำให้อัตราใช้เวลาโฆษณาjเพิ่มไม่เพิ่มเท่าที่เคยคาด ประมาณการกำไรปกติทั้งปีจึงเริ่มมี Downside แม้โตสูง Y-Y ขณะที่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาเร็วมาก +21% .ในช่วง 1 เดือน มี Upside ไม่ตื่นเต้น 8% จากราคาเป้าหมายปรับใช้ปี 2019 ที่ 21.50 บาท จึงปรับคำแนะนำลง จาก ซื้อ เป็น ถือ โดยในกลุ่ม Media ตอนนี้ เลือก PLANB เป็นTop-Pick จาก Upside น่าสนใจกว่า 16% จากเป้าหมายปี 2019 ที่ 8.20 บาท ปัจจัยหนุนแนวโน้มกำไร 3Q18 ทำ New High โต 20% Y-Y และทั้งปีโตสูง
อ่านเพิ่มเติม
18
กันยายน
2018
MODERN (BUY/18TP: 5.2), ลูกค้ากลุ่มอสังหาฯชะลอกว่าที่คิด ปรับเป้าลง แต่ยังแนะนำซื้อ
(views 23)
เราปรับประมาณกำไรสุทธิปี 2018-2019 ของ MODERN ลงจากเดิม 24% และ 22% เหลือ 215 ล้านบาท (ทรงตัว Y-Y) และ 232 ล้านบาท (+8% Y-Y) ตามลำดับ จากการปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลง ตามสภาพการแข่งขันในตลาดลูกค้าบ้านและคอนโดฯที่รุนแรงขึ้น อีกทั้ง ยังปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจากทั้งการโฆษณาสินค้าใหม่และการรุกตลาดใหม่เพิ่มขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลประกอบการของ MODERN กำลังอยู่ในช่วง Bottom Out เพราะลูกค้าอีกกว่าครึ่งของรายได้รวมคือกลุ่มตลาดออฟฟิสและมิกซ์ยูสที่เติบโตดี อีกทั้ง โมเดอร์นฟอร์มเฮลท์แอนด์แคร์ยังมีกำไรเติบโตต่อเนื่อง และมีแผนเข้า MAI ในปีหน้า หลังจากปรับลดกำไรลง ทำให้ราคาเป้าหมายปีนี้ลดลงเหลือ 5.20 บาท (อิง PE 18 เท่า) แนะนำซื้อในฐานะหุ้นปันผลที่สม่ำเสมอราว 6-7% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
17
กันยายน
2018
GUNKUL (BUY/19TP: 4), ค่าใช้จ่ายพิเศษฉุด Bottom Line ปีนี้ มองข้ามไปปีหน้า
(views 34)
แนวโน้มกำไรปกติ 2H18 ได้แรงหนุนจาก 2 โรงไฟฟ้าใหม่และแรงลมดีใน 3Q18-4Q18 ช่วง 1H18 มีกำไรสุทธิต่ำมาก ลดลง 96.3% Y-Y จากค่าใช้จ่ายพิเศษหนัก แต่กำไรปกติโตสูง 175.1% Y-Y ส่วนหนึ่งจากรายได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าสูงมากใน 1Q18 กำไรปกติ 2H18 น่าจะอ่อนลง H-H และแม้ปรับลดเล็กน้อย 8% คาดทั้งปีกำไรปกติโตสูง 77.2% แต่กำไรสุทธิลดลง 26.1% และคาดกำไรปกติปี 2019 โตอีก 27.2% จากผลการดำเนินงานเต็มปีของ 2 โรงไฟฟ้าลม และโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น ไม่รวมโครงการ Solar Rooftop รูปแบบ Private PPA ระยะสั้น ราคาหุ้นอาจยังปรับขึ้นในกรอบจำกัด จากกำไรสุทธิปีนี้ที่ถูกกดดันจากรายการพิเศษและหุ้นพลังงานทดแทนขาด Catalyst จากข่าวภาครัฐชะลอซื้อไฟ แต่หากมองข้ามไปปีหน้ากำไรโตต่อเนื่อง โปรแกรมการซื้อหุ้นคืนถึง 24 ต.ค.นี้ และราคาปัจจุบันที่ PEG เพียง 0.6 เท่า คงแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว ราคาเป้าหมายปรับใช้ปี 2019 ที่ 4 บาท (SOTP)
อ่านเพิ่มเติม
13
กันยายน
2018
SEAFCO (BUY/19TP: 10.5), งานในมือหนุนกำไรโตเด่น …ปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ
(views 25)
ทิศทางรายได้และกำไรจะเด่นขึ้นใน 2H18 จากการก่อสร้างหลายโครงการใหญ่พร้อมกัน ทั้งรถไฟฟ้าสีส้ม, สีชมพู และ One Bangkok บวกกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากการส่งมอบงานที่รับเฉพาะค่าแรงเพิ่มขึ้น เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-2019 ขึ้นเฉลี่ย 10% เป็น 305 ล้านบาท (+45% Y-Y) และโตต่อ 6% Y-Y ในปีหน้า จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้ดีกว่าคาด ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 10.50 บาท และเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ จากโมเมนตัมกำไรที่เร่งขึ้น ตาม Backlog ที่แข็งแกร่ง มากกว่า 2 เท่าตัวจากค่าเฉลี่ยในอดีต และมีโอกาสรับงานเข้ามาเติมจากงานที่อยู่ระหว่างการประมูลอย่างน้อย 1 พันล้านบาท บน Success rate 20% ขณะที่การเร่งผลักดันโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐตั้งแต่ 4Q18 น่าจะเป็นปัจจัยบวกหนุนราคาหุ้นได้
อ่านเพิ่มเติม
13
กันยายน
2018
CPN (BUY/18TP: 93), GLAND ตอบโจทย์การพัฒนาโครงการในเขต CBD ในกรุงเทพ
(views 31)
การซื้อ GLAND ซึ่งมีที่ดิน อาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย พื้นที่ค้าปลีกให้เช่าในกรุงเทพที่เป็นเขต new CBD (พระราม 9, ดอนเมือง, พหลโยธิน) และส่วนใหญ่เป็น free hold ช่วยให้พอร์ตของ CPN แข็งแรงขึ้นมาก ตอบโจทย์การพัฒนาโครงการ Mixed use ที่บริษัทมีความชำนาญ และมี synergy กับโครงการเดิมที่ CPN มีอยู่ทั้งศูนย์การค้าและสำนักงาน ในระยะสั้นไม่สามารถคาดหวังกำไรได้เพราะกำไรของ GLAND คิดเป็นไม่ถึง 2% ของ CPN และอาจไม่พอกับภาระดอกเบี้ยที่จะเพิ่มขึ้นหาก CPN ซื้อหุ้นได้ 100% แต่คาดหวังได้กับการเติบโตในระยะยาวจากการต่อยอดสินทรัพย์ใหม่ในทำเลทองในเมือง เรายังแนะนำซื้อ คงราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 93 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
กันยายน
2018
EKH (BUY/19TP: 7.4), โมเมนตัมการเติบโตใน 2H18 ยังแกร่ง
(views 23)
แนวโน้มกำไร 3Q18 คาดว่ายังโตทั้ง Q-Q และ Y-Y และเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีจากอานิสงส์ของ High Season และมีโรคระบาดค่อนข้างมาก ขณะที่ศูนย์ผู้มีบุตรยากเริ่มมีผู้ใช้บริการเร่งตัวขึ้นในช่วง 2 เดือนล่าสุดและมากกว่าเป้าของบริษัทซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่หนุนการเติบโตและคาดว่าจะช่วยลดผลกระทบเชิงลบจากการเปิดอาคารศูนย์กุมารเวชใน 2Q19 ได้ เราปรับประมาณการกำไรปกตีปี 2018-2019 ขึ้นเฉลี่ยราว 10% เป็นเติบโต 20.2% Y-Y และ 4.3% Y-Y ตามลำดับ สะท้อนกำไร 1H18 ที่เด่นกว่าคาด พร้อมปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 7.40 บาท โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็น Top Pick สำหรับโรงพยาบาลขนาดเล็ก
อ่านเพิ่มเติม
11
กันยายน
2018
KKP (BUY/19TP: 90), รายได้ค่าธรรมเนียมแข็งแกร่งใน 2H18 แนวโน้มไม่แผ่วในปีหน้า
(views 31)
คงคำแนะนำ ซื้อ และปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 90 บาท เราคาดว่าผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังปี 2018 จะน่าสนใจกว่า 1H18 โดยเฉพาะใน 4Q18 ซึ่งคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจะเป็น Catalyst หนุนผลกำไรได้ราว 16-20% จากไตรมาสปกติ เราคาดว่า KKP จะรับรู้รายได้จาก TFFIF เฟส 1 ราว 100 ลบ. และยังมีดีลการจำหน่ายหุ้น IPO ขนาดใหญ่ของปีนี้คือโอสถสภาพร้อมกันใน 4Q18 เราปรับประมาณการกำไรปีนี้ขึ้น 3% เป็น 6.2 พันลบ. (+7.6%Y-Y) โดยเป็นการปรับการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมจาก 8% เป็น 14% ส่วนประมาณการกำไรปีหน้าเท่าเดิมที่ 6.4 พันลบ. (+4%Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
10
กันยายน
2018
PLANB (BUY/19TP: 8.2), แนวโน้มครึ่งปีหลังยังแข็งแกร่ง 3Q18 ทำ New High
(views 26)
แนวโน้มกำไร 3Q18 ยังแข็งแกร่ง เบื้องต้น คาดทำ New High และเพิ่ม 18% Q-Q, 20% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล การขยายตัวของตลาดโฆษณาสื่อนอกบ้านดีกว่าตลาดรวมต่อเนื่อง การพัฒนาสื่อใหม่ และเริ่มรับรู้กำไรจากการลงทุน 35% ใน BNK เล็กน้อย จากแนวโน้มครึ่งปีหลังดีกว่าเคยคาด เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-2019 ขึ้นจากเดิม 6-10% เป็นกำไรโต 35% ในปี 2018 และ 22% ในปี 2019 ขณะที่การลงทุน 19.48% ใน BMN บ.ย่อยของ BEM ที่ทำธุรกิจสื่อในรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เราคงมองเป็นบวกระยะยาวเนื่องจากจะเพิ่มโอกาสได้บริหารสื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนขยายในอนาคต และโอกาสลงทุนเพิ่มในต่างประเทศ ราคาหุ้นปรับฐานลงมามี Upside น่าสนใจมากขึ้น จากราคาเป้าหมายปรับไปใช้ปี 2019 ที่ 8.20 บาท จากเดิม 7.10 บาท (ปี 2018 ก่อนปรับประมาณการ) ปรับคำแนะนำขึ้นจากเดิม ถือ เป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
07
กันยายน
2018
PT (BUY/18TP: 8.8), ได้ประโยชน์จากการลงทุนของแบงก์และคลัสเตอร์หุ่นยนต์
(views 34)
เรามองว่า PT กำลังได้แรงหนุนใน 2 ประเด็น คือ การลงทุนด้านไอทีที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้นใน 2H18 หลังจาก KBANK ประสบปัญหาการโอนเงินผ่าน Mobile Banking และ ATM ส่งผลให้สถาบันการเงินเร่งลงทุนด้านไอทีทั้งในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน และระบบรักษาความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่ง PT ถือเป็นผู้นำในตลาดนี้ ส่วนปัจจัยหนุนระยะยาว คือการสนับสนุนให้เกิดคลัสเตอร์หุ่นยนต์ ที่ธุรกิจ SI ถูกมองว่าเป็นจุดเชื่อมระหว่างการผลิตหรือบริการแบบดั้งเดิมไปเป็นระบบอัตโนมัติ โดยสำหรับบริษัทที่ลงทุนเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีการผลิตแล้วใช้ SI ในประเทศอย่างน้อย 30% ของมูลค่าเงินลงทุน จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% จากรายได้ที่มาจากเงินลงทุนนั้นเป็นเวลา 3 ปี เราคาดว่าจะไปเอื้อต่อการรุกธุรกิจด้านนี้ร่วมกับ KDDI ที่เป็นพันธมิตรจากญี่ปุ่น เรายังคงคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ 212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% Y-Y และปีหน้า 230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% Y-Y ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2018-19 เพียง 8-9 เท่า และให้ปันผลสูงถึง 6-7% ต่อปี เราจึงยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 8.80 บาท อิง PE Multiplier 12 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
05
กันยายน
2018
HANA (BUY/19TP: 45), คำสั่งซื้อดูแข็งแกร่งมาก น่าจะหนุนการฟื้นตัวใน 2H18
(views 37)
แนวโน้มคำสั่งซื้อใน 2H18 - 2019 ดูแข็งแกร่ง ภายหลังที่ตลาดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เกิดการ Consolidate เมื่อ 12-18 เดือนก่อน และบริษัทได้รับอานิสงส์เชิงบวกโดยได้รับคำสั่งซื้อมากขึ้น กอปรกับได้รับคำสั่งซื้อจากกลุ่มสินค้า Smart Phone ที่เป็นแบรนด์ในจีน คาดจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ 2H18 เป็นต้นไป แม้ล่าสุดจะมีลูกค้า 1 รายในจีนที่ได้รับผลกระทบจาก Trade War แต่สัดส่วนยังน้อยมาก ซึ่งไม่กระทบต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ในทางกลับกัน ลูกค้าได้เริ่มส่งสัญญาณสนใจฐานการผลิตนอกประเทศจีนแล้ว ทำให้บริษัทอยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิตโรงงานที่ไทย ส่วนโรงงานที่กัมพูชา ซึ่งยังมีกำลังการผลิตเหลืออยู่มาก ก็ได้รับความสนใจมากขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามประเด็น Trade War กันต่อไป แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน เราคาดว่าแนวโน้มกำไรสุทธิจะกลับมาดีขึ้นใน 2H18 และต่อเนื่องไปในปี 2019 แต่จากกำไร 2Q18 ที่ต่ำกว่าคาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 9.8% เป็นการลดลงจากปีก่อน -27.8% และคาดจะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 15.2% Y-Y เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 45 บาท (อิง PE เดิม 15 เท่า) ยังมี upside 12.5% และคาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปีนี้ที่ 4.5% จึงแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
กันยายน
2018
SYNEX (BUY/18TP: 20), คาดกำไรสร้างสถิติสูงสุดใหม่ตั้งแต่ 3Q18 และจะยิ่งแรงใน 4Q18
(views 36)
ประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ทำให้เรามั่นใจกับแนวโน้มการเติบโตใน 2H18 มากขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้นที่ชะลอ และผลขาดทุนใน BAF รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงใน 2Q18 ได้รับการยืนยันว่าเป็นผลกระทบชั่วคราว หลังจากนี้จะเห็นภาพบวกตั้งแต่ยอดขาย ที่จะได้แรงหนุนจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ของ Huawei, Samsung, และ Apple ใน ต.ค.-พ.ย. 18 ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นจะกลับมาเร่งตัวขึ้นจากการต่อรองส่วนลดเงินสดได้มากขึ้น ซึ่งจะหนุนให้อัตรากำไรสุทธิกลับไปยืนเหนือระดับ 2% ได้อีกครั้ง ถ้าอิงการเติบโตของรายได้ใกล้เคียงกับ 1H18 ที่ 13% Y-Y เป็นไปได้สูงที่กำไรสุทธิจะกลับมายืนเหนือ 200 บาทต่อไตรมาสตั้งแต่ 3Q18 ส่วนความกังวลในประเด็นการเติบโตอย่างยั่งยืน เรามองว่าทุกวันนี้ SYNEX กำลัง Disrupt ตัวเองอยู่แล้ว จากการเป็นทั้งผู้จัดการคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์ให้กับ Dealer บางราย ซึ่งถือเป็นงานบริการที่มีความจำเป็นในธุรกิจ eCommerce เมื่อผนวกกับ PE2018-19 ที่ต่ำเพียง 11-13 เท่า เราจึงยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
กันยายน
2018
PTTGC (BUY/18TP: 110), ต่อยอดผลิตภัณฑ์ปลายน้ำเพื่อการเติบโตในอนาคต
(views 88)
เรากลับมา Reinitiate PTTGC ด้วยคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเหมาะสม 110 บาท/หุ้น บน EV/EBITDA ที่ 8.3 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี หรือคิดเป็น Implied PE 11.5 เท่า ในขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบัน ซื้อขายกันเพียง PE 8.4 เท่า และมีปันผลราว 5.4% ซึ่งถือว่าถูกเกินไปเมื่อเทียบกับประโยชน์จากการลงทุนที่จะได้รับในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า จากโครงการ Olefins Reconfiguration และ PO/Polyols ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าที่มีอยู่เดิมและลดความผันผวนของผลกำไรได้ในระยะยาว ในขณะที่ฐานะการเงินแข็งแรงมากเพียงพอสำหรับการลงทุนในอนาคต แม้ในระยะสั้นจะมีความกังวลเรื่องผลกำไรใน 3Q18 ที่ชะลอตัวลงบ้างจากแผนการหยุดซ่อมบำรุงและต้นทุนก๊าซธรรมชาติ
อ่านเพิ่มเติม
04
กันยายน
2018
THMUI (BUY/18TP: 3.1), ลวดสลิงกำลังดึงให้มูลค่าของ THMUI เพิ่มสูงขึ้น
(views 61)
เรายังคงแนะนำซื้อ THMUI ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 3.10 บาท อิง PE Multiplier 20 เท่า โดยเรามีมุมมองเชิงบวกใน 3 ประเด็นคือ (1) กำไรสุทธิ 2H18 มีแนวโน้มเติบโตสูงทั้ง H-H และ Y-Y จากยอดขายลวดสลิงที่จะเร่งตัวขึ้นตามการขยายท่าเรือ และรับรู้งานวางท่อปะปาส่วนที่เหลือ รวมถึงการได้งานวางระบบบำบัดน้ำเสียเพิ่ม (2) อัตรากำไรขั้นต้นจะเริ่มขยับขึ้น จากการให้บริการทดสอบลวดสลิงที่เป็นธุรกิจ High Margin (3) ราคาหุ้นปัจจุบันยังถูกมาก โดยคิดเป็น PE2018-19 เพียง 9-11 เท่า และ PBV 1.3-1.4 เท่า ขณะที่ ROE สามารถสร้างได้ในระดับที่ดีราว 13-15% และให้ปันผลสูง 5% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
04
กันยายน
2018
ASAP (BUY/19TP: 7.5), แผน 3 ปี น่าตื่นเต้นและเป็นไปได้
(views 44)
ASAP ประกาศแผนธุรกิจ 3 ปี ซึ่งน่าตื่นเต้นกว่าที่เราคาดไว้ เราอาจต้องมองข้ามผลประกอบการในปี 2018 เนื่องจากธุรกิจการขายรถหมดสัญญาที่เกิดขึ้นช้ากว่าคาด สำหรับแผนปี 2020 บริษัทตั้งเป้ารถยนต์ให้เช่าที่ 20,000 คัน ซึ่งเติบโตตามความนิยมของลูกค้าองค์กร (การใช้ Outsource ที่มากขึ้น) และการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ Logistic นอกจากนั้นบริษัทจะมีรถหมดสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้นเท่าตัวในปี 2020 หรือราว 3-4 พันคัน ซึ่งการปรับกลยุทธช่องทางการขาย (ขายเองมากขึ้น) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทดีกว่าการขายในรูปแบบเดิม (Wholesale) บนประมาณการณ์กำไรถึงปี 2020 เราคาดว่าจะเห็น ROE ของบริษัทที่ 17% ในปี 2020 จาก 11% ในปี 2018 ซึ่งใกล้เคียงกับผู้ประกอบการในกลุ่มเดียวกัน และคาดกำไรสุทธิน่าจะจะเติบโตที่ 37% ในปี 2019 และ 38% ในปี 2020 เราปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 ที่ 7.50 บาท อิง PER 25 เท่า (Justified PER g8% และ Ke 10.3%) ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
03
กันยายน
2018
AH (HOLD/18TP: 40), ปรับเป้าลงสะท้อนค่าใช้จ่ายที่มากกว่าคาด แนะนำเพียงถือ
(views 36)
ผลจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เร่งตัวขึ้นมากกว่าคาด และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทลูกที่อ่อนตัวลง ทำให้เราปรับกำไรสุทธิปี 2018-2019 ลง 9% และ 6% เหลือ 1,285 ล้านบาท (+11% Y-Y) และ 1,336 ล้านบาท (+4% Y-Y) ตามลำดับ ส่งผลให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ลดลงจาก 47 บาท เหลือ 40 บาท อิง PE Multiplier 10 เท่า โดยเรามองว่ากำไรสุทธิได้ผ่านช่วงเติบโตสูงไปแล้ว แนวโน้ม 2H18 จะไม่โดดเด่น (คาด -6% Y-Y เหลือ 583 ล้านบาท) เพราะเทียบบนฐานกำไรที่มีการรับรู้ดอกเบี้ยจาก SGAH เหมือนกัน อีกทั้ง ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทลูกจะยังถูกกดดันจากการขยายการลงทุนของ SGAH ในสหรัฐฯ นอกจากนี้ เราคาดว่ายอดผลิตรถยนต์ในประเทศ จะถูกกระทบจากการส่งออกที่มีโอกาสกลับมาชะลอตัว ขณะที่ การลงทุนในวินฟาสท์ที่เวียดนามคาดว่าจะส่งผลบวกเล็กน้อย เพราะมูลค่าทั้งการจำหน่ายแท่นพิมพ์และอุปกรณ์จับยึด รวมถึงทูลลิ่งยังไม่ได้สูงนัก
อ่านเพิ่มเติม
31
สิงหาคม
2018
TACC (BUY/19TP: 4.5), แนวโน้มกำไรจะฟื้นต่อเนื่องใน 2H18 และปี 2019
(views 30)
ข้อมูลที่ได้รับจากประชุมวานนี้ โทนบวก โดยรายได้จากลูกค้าหลัก 7-11 ยังเติบโตดีต่อเนื่อง และสามารถชดเชยการหยุดขายที่กัมพูชาได้ ระยะสั้นมีแผนวางขายเครื่องดื่มโถกดตามฤดูกาลรสโอเลี้ยงใน 3Q18 และ 4Q18 จะกลับมาวางขายเครื่องดื่มช็อคโกแกลต Hershey’s อีกครั้ง แต่จะกลับมาในรูปแบบโถกดถาวรแบบ Optional และล่าสุดบริษัทหาลูกค้ารายใหม่ใน Character Business ได้เพิ่ม 7 ราย รวมจำนวนลูกค้าปัจจุบันที่ 27 ราย คาดเห็นการเติบโตน่าตื่นเต้นของธุรกิจนี้มากขึ้นในระยะถัดไป กอปรกับคาดเห็นการกลับมาของอัตรากำไรขั้นต้นเหนือระดับ 30% อีกครั้งใน 2H18 ภายหลังรับรู้รายได้ขายเครื่องดื่มผงสูตรใหม่น้ำตาลน้อยได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ 3Q18 จึงคาดกำไรจะฟื้นตัวใน 2H18 โดยเฉพาะ 4Q18 ที่เป็น High Season ของธุรกิจ ยังคาดกำไรสุทธิปี 2018 ลดลง 20.8% Y-Y และคาดจะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 22.8% Y-Y เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 เท่ากับ 4.5 บาท (ปรับลด PE ลงเป็น 25 เท่า ใกล้เคียงกลุ่มเครื่องดื่ม จากเดิมที่ 28 เท่า) ยังมี Upside 12% ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
31
สิงหาคม
2018
WORK (SELL/18TP: 37), Rating ขึ้นชั่วคราวจากการถ่ายทอดเอเชียนเกมส์ถึงสิ้นอาทิตย์นี้
(views 33)
Rating ช่อง WPTV เดือนส.ค.ดีดขึ้น จากการเป็นผู้ถ่ายทอดเอเชียนเกมส์ในช่วง 18 ส.ค.-2 ก.ย.นี้ คาดว่าหลังจบกีฬา Rating จะกลับมาระดับเดิมๆ ซึ่งฟื้นตัวช้า และจากกำไร 2Q18 ที่แย่กว่าเราและคาดมาก ขณะที่แนวโน้ม 3Q18 กำไร 3Q18 ฟื้นตัวช้ากว่าเคยคาดต่อเนื่อง จาก Rating ของรายการใหม่ๆ ที่ต่ำ ขณะที่การควบคุมต้นทุนทำได้น้อยกว่าเคยคาด มีต้นทุนค่าลิขสิทธิรายการเอเชียนเกมส์ใน 3Q18-4Q18 เราจึงปรับประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ลง 27-34% เป็นกำไรลดลงถึง 41.6% จากปีก่อนที่สูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับลงเป็น 37 บาท จากเดิม 48 บาท (DCF) โดยคงคาดกำไร 3Q18 ลดลงมากต่อเนื่อง Y-Y จากฐานสูงใน 2Q17-3Q17 และตืดตามการฟื้นตัวของ Rating หลังการปรับผังรายการรอบใหม่ที่คาดในช่วงต้น 4Q18 คงคำแนะนำ ขาย
อ่านเพิ่มเติม
30
สิงหาคม
2018
ASK (BUY/18TP: 26.2), Impressive Dividend Yield
(views 30)
ASK เป็นบริษัทที่มีความสม่ำเสมอของผลกำไรและยังในทิศทางที่ดีอยู่ โดยทิศทางกำไรใน 2H18 จะดีกว่าครึ่งปีแรกเนื่องจากการปรับส่วนผสมของสินเชื่อที่มี High-Yield loan ให้มากขึ้นและ CoF ที่ยังต่ำลง สิ่งที่เซอร์ไพรส์เราในผลประกอบการล่าสุดคือ NPL ที่ลดลงอย่างน่าประทับใจและต่ำกว่า 3% เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส เราจึงคาดว่าการตั้งสำรองฯน่าจะผ่อนคลายลงในปี 2019 เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 ที่ 808 ลบ. +5.5%Y-Y ประเด็นดังกล่าวยังไม่น่าสนใจเท่ากับคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลในอัตราผลตอบแทนที่ราว 6.7% ต่อปี (จ่ายปีละครั้ง) ซึ่งสูงกว่าธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกันที่จ่ายปันผลที่ราว 4% ต่อปี คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 26.20 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ เป็น dividend play
อ่านเพิ่มเติม
30
สิงหาคม
2018
CHG (BUY/18TP: 2.86), ยังเป็นหนึ่งใน Top Pick ของกลุ่มการแพทย์
(views 34)
โมเมนตัมการเติบโตของกำไรใน 2H18 ยังคงแข็งแกร่งทั้ง H-H และ Y-Y จากอานิสงส์ของ High Season และฐานปีก่อนที่ยังไม่สูง โดยผู้ป่วยเงินสดยังมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นต่อเนื่องและเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนกำไร ซึ่งจากกำไรปกติ 1H18 ที่ดีกว่าคาด ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2018 ขึ้น 6% เป็นเติบโต 27.6% Y-Y และยังคงดีกว่าการเติบโตเฉลี่ยของกลุ่มการแพทย์ที่ราว 16% Y-Y เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 2.86 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” และยังเป็นหนึ่งใน Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
30
สิงหาคม
2018
IT (HOLD/18TP: 5), แนวโน้ม 3Q18 ดูชะลอกว่าคาด ปรับลดเป้าและคำแนะนำเป็นถือ
(views 27)
ด้วยแนวโน้มผลประกอบการ 3Q18 ที่อาจชะลอตัวกว่าคาด จากผลของฤดูฝนที่ยาวนานกว่าปกติและปัญหาน้ำท่วมหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้บรรยากาศการซื้อขายสินค้าไอทีในสาขาต่างจังหวัด ที่มีสัดส่วนราว 60% เป็นไปอย่างเงียบเหงา แต่ค่าใช้จ่ายกลับเร่งตัวขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ในโลตัส ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ลงจากเดิม 13% เหลือ 73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายปี 2018 ลงจาก 6.90 บาทเหลือ 5.00 บาท อิง PE Multiplier 20 เท่า พร้อมกับปรับลดคำแนะนำลงจากซื้อเป็นถือ โดยคาดหวังจะเห็นการฟื้นตัวอีกครั้งใน 4Q18 ที่กำลังซื้อควรจะกลับมาตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season โดยเราให้ switch ไปเป็น SYNEX ชั่วคราว จากลักษณะธุรกิจที่มีความอ่อนไหวต่อการบริโภคของภาคครัวเรือนน้อยกว่า และผลประกอบการ 2H18 ที่จะ Outperform กลุ่มเพราะฐานปีก่อนต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
27
สิงหาคม
2018
BJC (BUY/19TP: 71), แนวโน้มกำไรโตต่อเนื่องใน 2H18 และปี 2019
(views 46)
จากประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โทนค่อนข้างบวก แนวโน้ม SSSG ของ BIGC ในเดือน ก.ค. พลิกเป็นบวก หลังจากที่ติดลบเล็กน้อยใน 2Q18 และอยู่ระหว่างเตรียมเปิดสาขารูปแบบใหม่ที่เน้นสินค้าประเภทอาหาร และกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อดี ในขณะที่กลุ่ม Packaging และ Consumer ยังดูดี แม้ต้นทุนพลังงานและอลูมิเนียมปรับขึ้นใน 2H18 แต่เชื่อว่าจะถูกหักล้างด้วยแนวโน้มต้นทุนเศษแก้วที่ราคาปรับลง รวมถึงราคาน้ำมันปาล์มและน้ำมันมะพร้าวที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ แนวโน้มกำไร 3Q18 อาจทรงตัวถึงปรับขึ้น Q-Q ปัจจัยหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นของ BIGC ที่มักสูงขึ้นใน 3Q เพราะนโยบายการนับสต็อก และคาดกำไร 4Q18 จะโตต่อทำจุดสูงสุดของปี เพราะจะเริ่มดำเนินการผลิตโรงงานแก้วแห่งใหม่ และคาดจะปรับโครงสร้างภาษีแล้วเสร็จ ยังคาดกำไรสุทธิปี 2018-2019 เติบโต 26% Y-Y และ 21% Y-Y ตามลำดับ และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 71 บาท (อิง DCF) ยังมี Upside 24.6% แนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
27
สิงหาคม
2018
PRM (BUY/18TP: 9), บรรยากาศเดินเรือหลังผ่านมรสุมงดงามเสมอ “ซื้อ”
(views 34)
เรากลับมาแนะนำซื้อ PRM โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 9.00 บาท อิง PE Multiplier ที่ 22 เท่า ปัจจัยหนุนอยู่ที่การฟื้นตัวของกำไรสุทธิ 2H18 ที่จะโดดเด่นทั้ง H-H และ Y-Y จากการปรับปรุงธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศและธุรกิจจัดเก็บน้ำมันดิบที่มีผลขาดทุนให้กลับมามีกำไร ทั้งในรูปแบบของการหาตลาดใหม่ เปลี่ยนสัญญาเช่า และลดขนาดธุรกิจ ซึ่งถ้าอิงจากอัตราการใช้บริการของเรือเหล่านี้ที่สูงกว่า 90% แน่นอนว่าจะไม่เห็นผลขาดทุนอีกใน 2H18 กอปรกับ เป็นช่วงรวมผลประกอบการของ Big Sea ในสัดส่วนการถือหุ้น 70% ซึ่งช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีกำไรเฉลี่ยราว 100 ล้านบาทต่อปี เราคาดกำไรสุทธิของ PRM ปีนี้จะจบที่ 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% Y-Y และจะเพิ่มขึ้นอีก 28% Y-Y เป็น 1,277 ล้านบาทในปีหน้า ขณะที่ ราคาหุ้นซื้อขายบน PE2018-19 เพียง 14-18 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 33 เท่า ทั้งที่ PRM สร้าง ROE ได้สูงถึง 19% มากกว่าค่าเฉลี่ยที่ทำได้เพียง 7% และคาดว่าปันผลจะทรงตัวในระดับที่ดี 4-5% ต่อปี ความเสี่ยงในการเข้าลงทุนระยะนี้จึงถือว่าจำกัดมาก
อ่านเพิ่มเติม
24
สิงหาคม
2018
BCH (T-BUY/18TP: 19.2), แนวโน้มยังดี แต่ Upside เริ่มจำกัด
(views 36)
แนวโน้มการเติบโตของกำไร 3Q18 คาดว่ายังดีจากอานิสงส์ของ High Season และมีปัจจัยหนุนจากการบันทึกรายได้ส่วนเพิ่มในฝั่งค่าภาระเสี่ยงของประกันสังคม ภาพรวมกำไร 2H18 ต่อเนื่อง 2019 ยังแข็งแกร่งโดยยังไม่มีแรงกดดันจากการเปิดโรงพยาบาลใหม่และได้แรงหนุนจากการตรวจสุขภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาของภาครัฐ เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกตีปี 2018-2020 ขึ้น 6-10% สะท้อนการเติบโตในช่วง 1H18 ที่เด่นกว่าคาดและปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2018 ขึ้นเป็น 19.20 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 20% QTD ซึ่งสะท้อนปัจจัยบวกไปมากพอสมควร เราจึงปรับคำแนะนำลงจากเดิม “ซื้อ” เป็น “ซื้อเก็งกำไร”
อ่านเพิ่มเติม
24
สิงหาคม
2018
PCSGH (BUY/18TP: 11), ปรับลดเป้า แต่คาดกำไร 2H18 จะดีสุดในกลุ่ม ยังแนะนำซื้อ
(views 35)
เราปรับลดประมาณการในระยะยาวลง จากการปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มากกว่าคาด ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรวมโรงงานในยุโรปที่ยังไม่สามารถลดต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายได้ในทันที ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ตามวิธี DCF (WACC 8.5%, Terminal Growth 2%) ลดลงจาก 13 บาท เหลือ 11 บาท แต่ด้วยธุรกิจในไทยยังอยู่ในโมเมนตัมที่ดี กำลังการผลิตอยู่ในระดับสูงราว 85% และมีการควบคุมต้นทุน รวมถึงการเพิ่มสินค้าในกลุ่มอัตรากำไรขั้นต้นสูงเข้ามาต่อเนื่อง อีกทั้ง ต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะอะลูมีเนียมที่ลดลง ยังทำให้ Yield การผลิตเพิ่มสูงขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อผนวกกับฐาน 2H17 ที่ต่ำ ทำให้เราคาดว่าผลประกอบการ 2H18 จะออกมาดีกว่ากลุ่ม เรายังคงคำแนะนำซื้อ และให้เป็น Top Pick ของกลุ่มยานยนต์ในระยะนี้
อ่านเพิ่มเติม
24
สิงหาคม
2018
SVI (BUY/19TP: 6.6), สถานการณ์กลับมาเอื้อต่อบริษัทอีกครั้ง และดีกว่าที่เคยคาด
(views 35)
ข้อมูลจากประชุมวานนี้ โทนบวกมาก ผู้บริหารให้ภาพคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งใน 2H18 และต่อเนื่องไปในปี 2019 โดยปรับเป้ารายได้ในปี 2018 ขึ้น 9% เป็น US$480 ล้าน และจะโตต่อเนื่องเป็น US$640 ล้านในปี 2019 ส่วนปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบคลี่คลายลงไปมากจนเกือบปกติ และทำให้บริษัทสามารถสร้างอัตรากำไรขั้นต้นกลับสู่ระดับที่เคยทำได้ 9% - 10% อีกครั้ง โดยมองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 1Q18 คาดกำไรจะโตต่อเนื่องใน 2H18 หลังจากที่ฟื้นตัวได้น่าประทับในใจ 2Q18 ด้วยคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่ทำจุดสูงสุดใหม่ในปีหน้า ทำให้บริษัทได้ทยอยขยายกำลังการผลิตที่ไทย และยุโรปต่อเนื่อง ซึ่งใช้เวลาไม่นานเพียงติดตั้งเครื่องจักร โดยผู้บริหารมั่นใจว่าจะสามารถรองรับคำสั่งซื้อได้ทั้งหมด ด้วยสถานการณ์ที่กลับมาเอื้อต่อการทำธุรกิจของบริษัทอีกครั้ง และดีกว่าเดิมที่เราเคยคาด ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 – 2019 ขึ้น 12% และ 15% เป็นการเติบโต 50% Y-Y และ 20% Y-Y ตามลำดับ ภายใต้สมมติฐานที่ Conservative กว่าเป้าหมายของบริษัท และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 6.6 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 23.4% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
สิงหาคม
2018
CK (BUY/18TP: 34), รับปัจจัยบวกจากการเร่งประมูลงานในช่วงปลายปี
(views 32)
ผู้บริหารคงเป้ารายได้ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท โดย 1H18 เป็น 50% ของทั้งปี ซึ่งยังสอดคล้องกับประมาณการของเรา โดยรายได้ 2H18 น่าจะทำได้ดีขึ้น H-H ตามความคืบหน้าของงานก่อสร้างที่เร่งตัวขึ้น แม้งานภาครัฐมีความล่าช้า แต่เชื่อว่าจะเปิดประมูลได้ใน 4Q18 กว่า 7.8 แสนล้านบาท โดยเราคาดว่า CK จะได้รับงานเข้ามาเติมอย่างน้อย 3 หมื่นล้านบาท บน Succession rate 20% ช่วยลดความกังวลกับ Backlog ที่อยู่ในระดับไม่สูงราว 5.96 หมื่นล้านบาท รองรับรายได้เพียง 2 ปี ขณะที่ราคาหุ้น Discount NAV ของบริษัทลูกถึง 27% ประกอบกับงานประมูลของภาครัฐที่เริ่มมีความชัดเจนขึ้น และคาดเปิดประมูลได้ใน 4Q18 น่าจะเป็นปัจจัยบวกหนุนราคาหุ้นได้ จึงคงคำแนะนำซื้อลงทุน ราคาเหมาะสม 34 บาท
อ่านเพิ่มเติม
22
สิงหาคม
2018
ASEFA (HOLD/18TP: 5), กำไร 2Q18 ยังไม่ประทับใจ แต่หวังครึ่งปีหลังดีขึ้น
(views 37)
กำไร 2Q18 ลดลง 3.0% Q-Q, 24.1% Y-Y กำไร 1Q18 ที่ 52 ล้านบาท ลดลง 3.0% Q-Q, 24.1% Y-Y น้อยกว่าคาด กำไรลดลงเล็กน้อย Q-Q จาก Gross margin ต่ำสุดในรอบ 2.5 ปี เหลือ 22.0% (อดีตปี 2016-2017 ที่ 23-25.6%) จากการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจมากขึ้นมาตั้งแต่ต้นปีก่อน เนื่องจากการลงทุนโดยรวมขยายตัวช้า ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 23.4% หักล้างรายได้ขายและบริการรวมที่เพิ่มขึ้น 6.0% กำไรลดลงมาก Y-Y จากทั้งรายได้รวมลดลง 4.5% Y-Y Gross margin ลดลงจาก 2Q17 ที่ 23.3% รวมทั้งค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น Y-Y จากการขยายการลงทุนด้านการตลาด
อ่านเพิ่มเติม
22
สิงหาคม
2018
KTC (BUY/18TP: 35), ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรและราคาเหมาะสมขึ้น
(views 52)
คงคำแนะนำ ซื้อ และปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 35 บาท อิงกับประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ใหม่ที่ 5.1 พันลบ. EPS 1.98 บาท โดยเราได้ปรับเพิ่มประมาณการจาก Credit cost และหนี้สูญรับคืนที่คาดว่าจะน้อยกว่าคาดเนื่องจากคุณภาพลูกหนี้ที่ดีขึ้น และการเก็บหนี้ทำได้ดีอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้เราปรับ Loan spread เพิ่มขึ้นจากส่วนผสมของพอร์ตสินเชื่อบุคคลที่เพิ่มขึ้น และในเร็วๆนี้มีแผนธุรกิจใหม่ในสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์และพิโกไฟแนนซ์ ซึ่งเป็น High-Yield loan
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2018
BDMS (BUY/18TP: 29), 2H18 เริ่ม Normalized แต่ระยะยาวยังแข็งแกร่ง
(views 52)
แนวโน้มกำไร 3Q18 อาจไม่ใช่ไตรมาสที่ดีที่สุดของปี แต่คาดว่ายังเติบโตได้แข็งแกร่งทั้ง Q-Q และ Y-Y จากอานิสงส์ของ High Season ขณะที่แนวโน้มการเติบโตระยะยาวยังแข็งแกร่งจากการใช้ประโยชน์เครือข่ายโรงพยาบาลที่มากที่สุดในประเทศ และการเติบโตที่โดดเด่นของลูกค้าในกลุ่มประกันซึ่ง BDMS เริ่มมีการจับมือออกแพคเกจร่วมกันและคาดเห็นผลบวกมากขึ้นต่อเนื่อง รวมถึง Margin ที่ขยายตัวจากการพัฒนา Center of Excellent โดยเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018-2020 เติบโตเฉลี่ย 15.7% ต่อปี ราคาหุ้นอาจอ่อนตัวเป็นบางช่วงจากผลของการทยอยแปลงสภาพหุ้นกู้ แต่เรามองจังหวะดังกล่าวเป็นโอกาสในการเข้า “ซื้อ” โดยยังคงราคาเหมาะสมที่ 29 บาท
อ่านเพิ่มเติม
21
สิงหาคม
2018
TVO (BUY/18TP: 35), ราคาถั่วเหลืองไม่สดใส แต่ปันผลดีปีละ 7%
(views 36)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนกลางๆ ระยะสั้นแนวโน้มราคาถั่วเหลืองอาจอ่อนตัวลงได้อีกจนถึงเดือน ต.ค. จากช่วง Harvest Pressure โดยมองกรอบล่างไม่ต่ำกว่า US$7.8 ต่อบุชเชล (ต้นทุนชาวไร่) และเมื่อผ่านช่วงเก็บเกี่ยวของสหรัฐฯในเดือน ก.ย. – ต.ค. คาดเห็นราคาถั่วเหลืองกลับมาปรับขึ้นโดยมองกรอบบนไว้ที่ US$9.4 - US$9.8 ต่อบุชเชล ทั้งนี้ Upside ของราคาถั่วเหลืองในแง่พื้นฐานดูค่อนข้างจำกัดเพราะคาดการณ์ภาวะถั่วเหลืองโลกปีหน้าจะกลับมาเกินดุลอีกครั้ง จากผลผลิตที่จะสูงขึ้นทั้งสหรัฐ และอาร์เจนติน่า ในขณะที่ Trade War อาจจะสร้างความผันผวนให้ราคาถั่วเหลืองต่อไป แต่มีข่าวบวกคือ จีนเริ่มส่งสัญญาณต้องการซื้อน้ำมันถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองจากประเทศในเอเชีย ภายหลังโรงสกัดหลายแห่งเริ่มประสบผลขาดทุน เพราะต้องหันไปนำเข้าถั่วเหลืองจากบราซิลซึ่งมีราคาสูงขึ้น ถ้าเป็นจริง TVO อาจได้รับอานิสงส์บวกไปด้วย เพราะเป็นโรงสกัดที่ใหญ่สุดในอาเซียน ส่วนแนวโน้มกำไร 3Q18 อาจชะลอตัว เพราะจากเหตุน้ำท่วมหลายพื้นที่ กระทบต่อภาวะการเลี้ยงสัตว์ และคาดกำไรจะกลับมาดีขึ้นอีกครั้งใน 4Q18 หลังรับรู้ต้นทุนถั่วเหลืองล็อตใหม่ที่ถูกลงจากสหรัฐฯ แต่เราปรับลดกำไรสุทธิปีนี้ลง 7.8% สะท้อนกำไร 3Q18 เป็นกำไรเติบโต 54% Y-Y และคาดกำไรสุทธิปี 2019 อาจทรงตัว โดยความผันผวนอยู่ที่ราคาถั่วเหลืองเป็นหลัก และปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้ลงเป็น 35 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ยังมี Upside 13% และคาด Dividend Yield ปีนี้ราว 7% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
20
สิงหาคม
2018
CENTEL (HOLD/18TP: 45), การเติบโตจำกัดมากขึ้นในปี 2019
(views 80)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์โทนค่อนไปในเชิงลบ แนวโน้มกำไร 3Q18 คาดว่ายังไม่โดดเด่นจากธุรกิจโรงแรมที่ยังถ่วง ขณะที่แนวโน้มการเติบโตในปี 2019 คาดว่าจะท้าทายและจำกัดมากขึ้นเนื่องจาก 2 โรงแรมหลักที่สมุยและ CTW จะมีการปิด Renovation รวมถึงการต่อสัญญาเช่าที่ดินจากการรถไฟที่หัวหิน ส่งผลให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2018-2019 ลง 8-13% โดยคาดเติบโต 8.9% Y-Y ในปีนี้และชะลอลงเหลือเพียง 4.3% ในปี 2019 ส่งผลให้ราคาเหมาะสมถูกปรับลงเหลือ 45 บาท และเราลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ
อ่านเพิ่มเติม
20
สิงหาคม
2018
FSMART (HOLD/18TP: 9.8), กำไร 2Q18 ฟื้นช้า ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ปันผลตามคาด
(views 37)
กำไร 2Q18 เพิ่ม 3.7% Q-Q, 4.6% Y-Y กำไร 2Q18 ที่ 150 ล้านบาท ต่ำกว่าคาด 4% (คาด 156 ล้านบาท) เพิ่ม 3.7% Q-Q, 4.6% Y-Y เป็นกำไรฟื้นตัวต่อเนื่องจากระดับต่ำสุดใน 4Q17 โดยรายได้รวมเพิ่ม 0.6% Q-Q, 8.1% Y-Y Gross margin ที่ 21.5% ใกล้เคียงไตรมาสก่อน แต่ลดลงจาก 2Q17 ที่ 24.9% เนื่องจากปีก่อนเร่งขยายตู้มาก ค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง 7.2% Q-Q จากการควบคุมต้นทุนดำเนินงาน
อ่านเพิ่มเติม
20
สิงหาคม
2018
CMAN (BUY/18TP: 3.8), ราคาหุ้นยังไม่ตอบรับปีทองของปูนไลม์
(views 32)
เรากลับมาจัดทำบทวิเคราะห์ CMAN และเริ่มต้นด้วยคำแนะนำซื้อ โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 ด้วยวิธี Relative PE ได้เท่ากับ 3.80 บาท อิง PE Multiler 18 เท่า ความน่าสนใจในการลงทุนอยู่ที่อัตราการเติบโตที่สูงและ Valuation ที่ไม่แพง โดยเราคาดกำไรสุทธิปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 86% Y-Y อยู่ที่ 204 ล้านบาท จาก (1) ยอดขายปูนไลม์และหินยังอยู่ในระดับสูงตามความต้องการของโรงงานน้ำตาล (2) ได้รับผลดีจากการอ่อนค่าของเงินบาท เพราะรายได้กว่า 60% มาจากการส่งออก (3) อัตรากำไรขั้นต้นจะเร่งตัวขึ้นใน 2H18 จากการโยกกำลังการผลิตไปโรงงานใหม่ที่มีอัตรากำไรสูงกว่าเดิม (4) แนวโน้มดอกเบี้ยจ่ายจะลดลงจากการ Refinance หนี้ ส่วนในด้าน Valuation ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายใกล้เคียงมูลค่าทางบัญชี และคิดเป็น PE2018-19 เพียง 12-15 เท่า ต่ำกว่า SUTHA และค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 18-20 เท่า อีกทั้งยังมีปันผลในระดับที่ดีราว 3-4% ต่อปี การเข้าลงทุนในช่วงนี้จึงมีความเสี่ยงขาลงที่จำกัดมาก
อ่านเพิ่มเติม
20
สิงหาคม
2018
TOP (HOLD/18TP: 88), แนวโน้มครึ่งปีหลังฟื้นตัว ในขณะที่ความกังวลเรื่องเพิ่มทุนลดลง
(views 30)
จากการประชุมนักวิเคราะห์ แนวโน้มผลประกอบการของ TOP คาดว่าจะฟื้นตัวได้ดีใน 2H18 จากทั้งธุรกิจโรงกลั่นที่เริ่มเข้าสู่ฤดูหยุดซ่อมบำรุงในสหรัฐและต้นทุน Crude Premium ที่ลดลงราว 12% Q-Q รวมไปถึงธุรกิจอโรมาติกส์ที่ Supply มาช้ากว่าคาด ทั้งหมดนี้จะช่วยหนุนให้ GRM 3Q18 ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ $6/บาร์เรล (+50.0% Q-Q) แต่จะไม่มี Stock gain หลังน้ำมันดิบดูไบยังทรงตัวจากไตรมาสก่อน นอกจากนี้ ประเด็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนในโครงการ CFP จะช่วยให้ TOP ลดเงินลงทุนไปได้ราว 13.5% ซึ่งจะลดความกังวลในกระแสเงินสดและความไม่แน่นอนของฐานะการเงินในอนาคตลงได้
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2018
RS (BUY/18TP: 20), ปรับลดประมาณการทั้งปี แต่ยังแนะนำ ซื้อ คาด 2H18 ดีขึ้น
(views 31)
คาดกำไรปกติผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q18 ที่ต่ำกว่าเราและตลาดคาด โดยแนวโน้มกำไรปกติดีขึ้นในครึ่งปีหลัง จากยอดขายสินค้ากลุ่ม MPC ฟื้นตัวหลังจากได้รับผลกระทบจากการปราบสินค้าเถื่อนและการคุมโฆษณาในไตรมาสก่อน Y-Y แม้ได้รับผลกระทบในช่วงกลางไตรมาสจากการปราบของเถือนในตลาด และคาดอัตราใช้เวลาโฆษณา (U-Rate) ช่อง 8 ดีขึ้น กอปรกับการควบคุมต้นทุน อย่างไรก็ตาม เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2018 ลง 22% แต่ปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิไม่มาก 5% และปี 2019 ปรับลดคาดการณ์กำไรปกติ 17% ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับลงเป็น 20 บาท จากเดิม 23 บาท ขณะที่ราคาหุ้นปรับลงมามี Upside มาก คงคำแนะนำ ซื้อ ทั้งนี้ จ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.25 บาท คิดเป็น Yield 1.6%
อ่านเพิ่มเติม
17
สิงหาคม
2018
SAWAD (T-BUY/18TP: 41.4), กำไรจะดีขึ้นใน 2H18
(views 36)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผบห.กล่าวว่าบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในการตั้งสำรองฯของกลุ่ม จากเดิม “ไม่หักหลักประกัน” เป็น “หักหลักประกัน” ซึ่งจะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายสำรองฯของบริษัทจะ “ลดลง” ตั้งแต่ 3Q18 เป็นต้นไป เราปรับลดประมาณการสำรองฯลง 15% จากประมาณการเดิม และปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 3.6% เป็น 2,496 ลบ. (-6.4%Y-Y) เรามองเป็นกลางเพราะถึงแม้นโยบายสำรองฯใหม่จะกระตุ้นกำไรสุทธิได้แต่บริษัทอาจเผชิญความเสี่ยงที่ผันผวนตามเศรษฐกิจในระดับสูงขึ้น ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ที่ 41.40 บาท (เดิม 40 บาท) แต่ de-rated PER ลงมาที่ 18 เท่า (Discount จาก ROE ที่ลดระดับลง) และ 2018 Prospective EPS ที่ 2.30 บาท คงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
16
สิงหาคม
2018
BH (BUY/18TP: 210), การเติบโตเริ่มท้าทายมากขึ้น แต่ยังแนะนำ “ซื้อ”
(views 43)
เราคาดว่าแนวโน้มการเติบโตของ BH เริ่มมีความท้าทายมากขึ้น โดยระยะสั้นกำไร 2H18 คาดว่าจะโตจำกัดมากขึ้นจากฐานที่สูงใน 2H17 ขณะที่ระยะกลาง-ยาวตลาดต่างประเทศยังอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างฐานลูกค้าที่เคยเน้นกลุ่มตะวันออกกลางเป็นหลักมายังภูมิภาคใกล้เคียงอย่างอินโดจีนมากขึ้น ขณะที่ Margin คาดว่าขยายตัวได้จำกัดมากขึ้นเนื่องจากปัจจุบันอยู่ในระดับสูงกว่าคู่แข่งมาก เราจึงปรับประมาณการกำไรปกติปี 2018-2020 ลงเล็กน้อย 3-5% ทำให้การเติบโตเฉลี่ยลดลงเหลือ 6.1% ต่อปี ขณะที่ราคาเหมาะสมปรับลงเหลือ 210 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบดังกล่าวไปพอสมควรแล้วและยังมี Upside เปิดกว้าง จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
AP (HOLD/18TP: 10), กำไร 2Q18 ดีตามคาด หนุนจากยอดโอน และส่วนแบ่ง JV
(views 27)
กำไรสุทธิ 2Q18 โตสดใส +46% Q-Q, +93% Y-Y AP รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 1,183 ล้านบาท (+46% Q-Q, +93% Y-Y) หากตัดกำไรจากการขายเงินลงทุนราว 5.2 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 1,178 ล้านบาท (46% Q-Q, +113% Y-Y) เป็นไปตามที่เราคาด แต่ดีกว่าตลาดคาด 7% กำไรที่เติบโตเด่นทั้ง Q-Q และ Y-Y มาจากยอดโอนที่เพิ่มขึ้น 18% Q-Q และ 36% Y-Y แตะระดับ 6.3 พันล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ : คอนโดที่ 74 : 26 จากทั้งแนวราบที่มีทำยอดขายของโครงการเดิมและใหม่ได้ดีต่อเนื่อง บวกกับการเริ่มโอนคอนโด Luxury อย่าง Vittorio มูลค่า 3.2 พันล้านบาท มียอดขายแล้ว 55% นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ JV ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 522 ล้านบาท (+437% Q-Q, +374% Y-Y) จากการเริ่มโอนคอนโดขนาดใหญ่อย่าง Life Asoke มูลค่า 7.5 พันล้านบาท มียอดขายแล้ว 99% ซึ่งโอนไปแล้วราว 38% ภายใน 2 เดือน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 34.7% จาก 35.3% ใน 1Q18 จากการโอนโครงการที่มีมาร์จิ้นต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
BDMS (BUY/18TP: 29), กำไร 2Q18 ใกล้เคียงคาด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 35)
กำไร 2Q18 ใกล้เคียงคาด แต่ยังโตแรง Y-Y BDMS ประกาศกำไรปกติ 2Q18 ออกมาที่ 2,043 ลบ. -30% Q-Q, +28% Y-Y อ่อนกว่าที่เราคาดเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามในแง่การดำเนินงานโดยภาพรวมของ BDMS ถือว่าทำให้ใกล้เคียงคาดโดยรายได้เติบโตดี 9.4% Y-Y ซึ่งมาจากฝั่งผู้ป่วยไทยเป็นหลักโดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างจังหวัดตามโรคระบาดที่มากกว่าปีก่อนและการบริโภคในประเทศที่ฟื้น ขณะที่การควบคุมต้นทุนยังทำได้ค่อนข้างดี ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นเป็น 20.8% ในไตรมาสนี้จาก 19.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
AMATA (BUY/18TP: 30), กำไรปกติ 2Q18 แย่กว่าคาดจากการโอนที่ดินน้อยกว่าคาด
(views 34)
กำไรปกติ 2Q18 แย่กว่าคาดมากเพราะโอนที่ดินได้น้อย ที่ดินที่โอนมีมาร์จิ้นต่ำ AMATA รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 187.7 ล้านบาท แต่เป็นกำไรจากการขายโรงงานให้เช่าในนิคมฯเวียดนามและกำไรจาก FX หากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติเหลือเพียง 52.7 ล้านบาท -88.7% Q-Q, -77.6% Y-Y แย่กว่าคาดมาก สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการโอนที่ดินน้อยกว่าคาด โดยใน 2Q18 โอนที่ดินได้ 71 ไร่ (ไทย 46 ไร่ + เวียดนาม 25 ไร่) น้อยกว่าการโอนที่ดินใน 1Q18 ที่โอนได้ 107 ไร่ (ไทย 37 ไร่ + เวียดนาม 70 ไร่) และ 2Q17 ที่โอนได้ 112 ไร่ (ในไทยทั้งหมด) และที่ดินส่วนใหญ่ที่โอนในไตรมาสนี้อยู่ในโครงการอมตะไทย-ไชนีสซึ่งมีราคาและอัตรากำไรไม่สูง ทำให้รายได้จากการโอนที่ดินใน 2Q18 เป็น 277 ล้านบาท -47.2% Q-Q, -35.5% Y-Y เป็นสาเหตุหลักที่ฉุดรายได้รวม เพราะรายได้จากการขายสาธารณูปโภคและค่าเช่าโรงงานสำเร็จรูปมีการเติบโตต่อไตรมาส 1-2% ในไตรมาสนี้มีรายได้รวมกัน 613 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
BGRIM (BUY/18TP: 32), กำไรสุทธิ 2Q18 ลดลงมาก แต่กำไรปกติยังเพิ่มเป็นขาขึ้น
(views 33)
กำไรสุทธิถูกกระทบจาก FX Loss แต่กำไรปกติยังเพิ่มเป็นขาขึ้นดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 215 ล้านบาท ลดลง 70.2% Q-Q, 48.8% Y-Y หากไม่รวม FX Loss จากค่าเงินบาทอ่อนค่า และค่าใช้จ่ายพิเศษไม่ประจำอื่นๆ จะเป็นกำไรปกติที่ 688 ล้านบาท เพิ่ม 34.4% Q-Q, 51.9% Y-Y จากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ABP3 (133 MW ถือหุ้น 55%) ผลิตเต็มไตรมาสหลังเริ่ม COD ต้นปี และโครงการ ABPR4 (133 MW ถือหุ้น 55%) เริ่ม COD มิ.ย. รายได้ขายไฟโครงการที่ลาวเพิ่ม Q-Q และดอกเบี้ยจ่ายลดลงกว่าคาด จากการทำ Refinancing แม้ต้นทุนบริการเพิ่มกว่าคาด และค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่ม
อ่านเพิ่มเติม
15
สิงหาคม
2018
BJC (BUY/18TP: 61), กำไร 2Q18 ดีตามคาด และจะดีต่อเนื่องใน 2H18
(views 28)
กำไร 2Q18 ทำได้ดีตามคาด กำไรสุทธิ 2Q18 เท่ากับ 1,396 ล้านบาท (-3.4% Q-Q, +40.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 1,374 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุนและขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาสก่อน กำไรปกติในไตรมาสนี้จะทรงตัว Q-Q ถือเป็นกำไรที่ดีและสวนทางกลุ่มที่มีกำไรลดลง Q-Q โดยมีการเติบโตที่ดีทั้ง 3 ธุรกิจ 1) Retail แม้ BIGC จะมี SSSG ทำได้เพียง +0.5% Y-Y แต่ด้วยผลของสาขาใหม่ โดยมีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งที่สัตหีบ และยังรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี ทำให้มีกำไรสุทธิ +9% Q-Q, +14% Y-Y 2) Consumer มีการฟื้นตัวที่ดีต่อเนื่อง โดยรายได้เติบโต +7.8% Y-Y แต่แผ่วลงเล็กน้อย -2.5% Q-Q แต่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น +5.5% Q-Q และ +107% Y-Y ส่วนหนึ่งได้อานิสงส์จากเทศกาลบอลโลก และมีการรวมกับวีนาเปเปอร์เต็มไตรมาส 3) Healthcare and Technical ที่มีรายได้กลับมาฟื้นตัว +11% Q-Q และ +21.5% Y-Y และมีกำไรสุทธทรงตัว Q-Q และ +18.5% Y-Y ซึ่งทั้ง 3 ธุรกิจนี้สามารถชดเชยการแผ่วลงของธุรกิจ Packaging ที่มีกำไรสุทธิลดลง -11% Q-Q, -6.3% Y-Y จากเหตุประสบปัญหาสายการผลิตขัดข้องที่มาเลเซีย (มีประกันภัยครอบคลุม) ส่งผลให้รายได้รวมในไตรมาสนี้ +5.3% Q-Q, +5.2% Y-Y และมีอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวได้อยู่ที่ 18.8% จาก 18.9% ใน 1Q18 แต่เพิ่มขึ้นจาก 18.3% ใน 2Q17 ในขณะที่คุมค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 20.6% จาก 20.5% ใน 1Q18 และเพิ่มขึ้น 20.2% ใน 2Q17 และเห็นพัฒนาการการลดลงของอัตราภาษีจ่ายเป็น 22.3% จาก 25.6% ใน 1Q18 และ 32.7% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม