บทวิเคราะห์รายบริษัท

20
เมษายน
2018
BBL (BUY/18TP: 230), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด สินเชื่อแผ่วตามฤดูกาล
(views 6)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ BBL รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 9 พันลบ. เพิ่มขึ้น 10%Q-Q และ 9%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาด กำไรที่ดีขึ้น Q-Q เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยซึ่งมาจากการปรับขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ (รายได้การจัดการกองทุนและรายได้ค่าธรรมเนียมในการให้สินเชื่อ) และกำไรจากเงินลงทุนจำนวน 3.5 พันลบ. รวมถึงรายได้จากการจัดสรรผลกำไรจาก บสท. จำนวนราว 500 ลบ. รายได้ดังกล่าวเป็นรายได้ที่เป็น One-time ทำให้ธนาคารชดเชยไปกับการตั้งสำรองหนี้สูญที่สูงขึ้น 17%Q-Q และ 104%Y-Y มาอยู่ที่ราว 7.3 พันลบ. ซึ่งทำให้ Credit cost เพิ่มขึ้นเป็น 1.47% และสูงกว่าระดับค่าเฉลี่ยของปีที่เราคาดการณ์ที่ 1% และรายการค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น หากหักรายการพิเศษดังกล่าวออก รายได้หลักถือว่าดีกว่าที่คาด โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +1.8%Q-Q และ +5%Y-Y เนื่องจากต้นทุนเงินฝากที่และเงินให้กู้ยืมที่ลดลง ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมดีขึ้นจากรายได้การทำธุรกรรมผ่านธนาคารและรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2018
SCB (HOLD/18TP: 155), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด Opex กดดันต่อ
(views 5)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด SCB รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 1.13 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 23.5%Q-Q (จากการตั้งสำรองฯที่ลดลง) แต่ลดลง 4.6%%Y-Y เนื่องจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 21%Y-Y ทั้งจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดในการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ในระบบดิจิทัล และการลงทุนพัฒนาระบบเทคโนโลยี ทำให้ Cost to income ratio ปรับสูงขึ้นเป็น 46% สูงกว่าที่คาด ด้านรายได้ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโตดีกว่าคาด มาจากกำไรจากการค้าเงินตรา และรายได้ค่าธรรมเนียมจากการให้สินเชื่อ ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 1.5%Q-Q เนื่องจากรายได้จากเงินให้สินเชื่อลดลงเพราะสินเชื่อที่เติบโตเป็นกลุ่ม Corporate loan ที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าพอร์ตอื่น ส่วนค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยทรงตัวจากไตรมาสก่อน ในไตรมาสนี้ธนาคารมีการตั้งสำรองฯลดลง 33%Q-Q (ไตรมาสก่อนมีการตั้งสำรองฯพิเศษจำนวน 2.5 พันลบ.) และเท่ากับ 1Q17
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2018
TCAP (HOLD/18TP: 55), กำไร 1Q18 ดีกว่าที่คาด
(views 6)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาดจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย TCAP กำไร 1Q18 อยู่ที่ 1.9 พันลบ. ลดลง 2%Q-Q (เพราะกำไรจากเงินลงทุนลดลง) แต่เพิ่มขึ้น 18.5%Y-Y ดีกว่าที่คาดเนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ดีกว่าคาด (จากธุรกิจ Bancassurance, การจัดการกองทุนและค่านายหน้าหลักทรัพย์) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิทำได้ดีกว่าคาดโดยเฉพาะจากรายได้ดอกเบี้ยจากธุรกิจเช่าซื้อ ประกอบกับ CoF ที่ต่ำลงจากเงินกู้ยืมที่ Re-finance ในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ส่งผล NIM ยังทรงตัวได้ > 3% ใกล้เคียงไตรมาสก่อน ในไตรมาสนี้มีการตั้ง Credit cost ที่ 0.7% ของสินเชื่อ ลดลงอย่างมากจาก 1.71% ในไตรมาสก่อนที่มีการตั้งฯเผื่อมาตรฐานบัญชีใหม่
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2018
THANI (BUY/18TP: 9.4), กำไร 1Q18 สูงกว่าคาด มีแนวโน้มปรับเพิ่มประมาณการ
(views 6)
กำไร 1Q18 ดีกว่าคาด รายได้เพิ่มและคุมค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพอย่างมาก THANI กำไร 1Q18 อยู่ที่ 364 ลบ. +14%Q-Q และ +48%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ดีกว่าคาด ทั้งจากรายได้ดอกเบี้ยรับที่มากกว่าคาด +6%Q-Q, +25%Y-Y ขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยยังลดลงต่ำลงอีก ส่งผล Loan Spread ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 5.45% จาก 5.38% ในไตรมาสก่อนและสูงกว่าที่เราคาดไว้ ขณะเดียวกันยังมีค่าใช้จ่ายจากการขายที่น้อยกว่าที่คาดไว้ ส่งผลให้ Cost to income ratio ลดลงมาอยู่ที่เพียง 18% จาก 21% ในไตรมาสก่อนและ 20% ตามค่าเฉลียในปีก่อน ด้านรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +9.6%Q-Q และ 18.6%Y-Y เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้อื่นๆ โดยรวมแล้วผลประกอบการ 1Q18 ที่ออกมาดีนั้นมาจากองค์ประกอบทุกส่วน
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2018
SEAFCO (BUY/18TP: 10.1), คาดกำไร 1Q18 ยังไม่โดดเด่น แต่จะโตก้าวกระโดดตั้งแต่ 2Q18
(views 6)
แม้คาดรายได้ 1Q18 จะทรงตัว Q-Q จากการรับรู้งานที่ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน แต่แนวโน้มกำไรปกติคาดเติบโตได้ทั้ง +34% Q-Q, +2% Y-Y เป็น 53 ล้านบาท จากสัดส่วนค่าใช้จ่ายบริหารต่อรายได้ที่ลดลง และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับดีขึ้นจากการส่งมอบงานที่รับเฉพาะค่าแรงเพิ่มขึ้น ขณะที่ทิศทางรายได้และกำไรจะโตก้าวกระโดดตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป จากการเริ่มงานก่อสร้างหลายโครงการใหญ่พร้อมกัน ทั้งรถไฟฟ้าสีส้ม, สีชมพู และ One Bangkok โดยปัจจุบันมีงานในมือ 3.8 พันล้านบาท และมีโอกาสรับงานเข้ามาเติมจากงานที่อยู่ระหว่างการประมูลราว 1 หมื่นล้านบาท เรายังคาดกำไรปกติปี 2018 เติบโต 88% Y-Y และคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 10.10 บาท จากการได้รับประโยชน์โดยตรงของการเร่งผลักดันโครงการพื้นฐานของภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัว
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2018
KBANK (BUY/18TP: 235), กำไร 1Q18 เป็นไปตามที่คาด รายได้หลักชะลอ, ลดสำรองฯลง
(views 5)
รายได้หลักอ่อนตัวลง แต่กำไร 1Q18 ยังเป็นไปตามคาด KBANK รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 10,766 ลบ. เพิ่มขึ้น 89%Q-Q และ 6%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ PPOP น้อยกว่าที่คาด เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิที่ลดลง1.3%Q-Q (เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยจากเงินลงทุนที่ลดลง) โดยที่ NIM ลดลงมาอยู่ที่ 3.37% จาก 3.5% ในไตรมาสก่อน และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ +2%Q-Q มาจากค่าธรรมเนียมการให้สินเชื่อและการจัดการกองทุน แต่น้อยกว่าคาดจากธุรกิจการขายประกัน ในไตรมาสนี้ KBANK มีค่าใช้จ่ายสำรองฯ ลดลง 33%Q-Q และ 14%Y-Y และ Credit cost ที่ 1.7% น้อยกว่าที่เราคาดไว้ ซึ่งเป็นไปตาม Guidance ที่ธนาคารให้ไว้ และเป็นไปตามคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
CENTEL (T-BUY/18TP: 54), คาดกำไร 1Q18 จะสูงสุดของปี
(views 8)
เราคาดกำไรปกติ 1Q18 ของ CENTEL +88% Q-Q, +10.1% Y-Y และเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีจากอานิสงส์ของ Peak Season ธุรกิจโรงแรมจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรในปีนี้จากภาวะอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและเริ่มมีการลงทุนใหม่ๆเข้ามาหนุน ขณะที่ธุรกิจอาหารคาดว่าจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้นตามการบริโภคในประเทศ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 โต 19.1% Y-Y ราคาหุ้นปัจจบันยังมี Upside ไม่กว้างนัก แต่จากโมเมนตัมของกำไรที่ดี จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเหมาะสมที่ 54 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
IT (BUY/18TP: 6.9), คาดกำไรสุทธิ 1Q18 โตก้าวกระโดด และจะโตสูงเช่นนี้ทุกไตรมาส
(views 9)
เรายังคงแนะนำซื้อ IT ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 6.90 บาท โดยระยะสั้นมีปัจจัยหนุนจากผลประกอบการ 1Q18 ที่คาดออกมาสดใส เพิ่มขึ้น 9% Q-Q และ 145% Y-Y อยู่ที่ 15 ล้านบาท จากการเติบโตเร็วของตลาดเกมมิ่ง และการเพิ่มสินค้าอัตรากำไรสูง รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพ ส่วนแนวโน้มทั้งปีนี้ เรายังคาดกำไรสุทธิ Turnaround 33% Y-Y อยู่ที่ 84 ล้านบาท เพราะแผนการเพิ่มอัตรากำไรทั้งการเพิ่มสินค้าใหม่ และการควบคุมค่าใช้จ่ายจะเห็นผลเต็มปี ราคาปัจจุบันแม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้ว แต่ PE2018 และ PEG ยังต่ำเพียง 15 เท่า และ 0.5 เท่า ตามลำดับ อีกทั้ง ราคายังใกล้เคียงมูลค่าทางบัญชี และความเสี่ยงทางธุรกิจที่วัดจาก Cash Cycle ยังต่ำสุดในกลุ่มซื้อขายสินค้าไอที ซึ่งนอกจากเราจะให้ IT เป็น Top Pick ของกลุ่มสินค้าไอทีแล้ว ยังเป็น Top Pick ของ Small Cap. ในช่วงเวลานี้ด้วย
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
M (BUY/18TP: 90), SSSG ที่ดี และราคาหมูปรับลดลง ช่วยหนุนกำไร 1Q18
(views 6)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 น่าจะทำได้ดีเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y จากการทั้งเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของร้าน MK และ Yayoi รวมถึงยังมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง และคาดยังรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงใกล้เคียงไตรมาสก่อน แม้ต้องเผชิญราคาวัตถุดิบเป็ดปรับตัวสูงขึ้น แต่ถูกชดเชยได้ทั้งหมดจากการปรับลดลงของราคาหมู แนวโน้มกำไรจะดีขึ้นต่อใน 2Q18 เพราะเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ซึ่งในมุมมองของบริษัทยังคงเห็นการฟื้นตัวของกำลังซื้อได้ดี แม้จะไม่หวือหวา แต่ทำได้ดีในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะในส่วนของ Traffic ที่ยังดูคึกคักต่อเนื่อง และคาดกำไรจะดีจนอาจเป็นจุดสูงสุดของปีใน 4Q18 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และปกติจะมีการเปิดสาขาใหม่ค่อนข้างมากใน 4Q เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 15.5% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 90 บาท ยังมี upside 11.8% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
RSP (BUY/18TP: 8.4), คาดกำไร 1Q18 ฟื้นตัวต่อ และจะดีมากขึ้นใน 2H18
(views 6)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 จะฟื้นตัวต่อเนื่องในแง่ Q-Q มาอยู่ที่ 63 ล้านบาท แต่ยังลดลง Y-Y จากฐานสูงในปีก่อน โดยคาดเห็นอัตรากำไรขั้นต้นอาจขยับขึ้นได้เล็กน้อย จากผลบวกของ Product Mix และอานิสงส์ค่าเงินบาทแข็งค่า ช่วยหักล้างผลลบจากต้นทุนการนำเข้าที่สูงกว่าการผลิตเองได้ทั้งหมด ภายหลังจากที่บริษัทหันมานำเข้าสินค้า Converse ทั้งหมด 100% ตั้งแต่ต้นปี 2018 ที่ผ่านมา และคาดกำไรจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2H18 นอกจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศแล้ว คาดเห็นรายได้ในกัมพูชาทยอยเพิ่มขึ้นจนบรรลุเป้าหมายที่ราว 100 ล้านบาทในปีนี้ได้ จากแผนปรับเพิ่มการเปิดสาขาในกัมพูชาเป็น 4 แห่ง จากเดิม 2 แห่ง และลูกค้า Wholesale ในกัมพูชาเริ่มทยอยสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทแล้ว เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 19.5% Y-Y และมี Upside จากแผนเข้าซื้อกิจการ ที่น่าจะได้เห็นในปีนี้อย่างน้อย 1 ดีล ยังคงราคาเป้าหมาย 8.4 บาท (DCF) มี Upside 19.1% ยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
TISCO (HOLD/18TP: 98), คาดการณ์กำไร 2Q18 ยังเติบโตได้ดี
(views 6)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหารกล่าวเพิ่มเติมถึงรายการรายรับและค่าใช้จ่ายพิเศษที่จะเกิดขึ้นในคราวเดียวใน 1Q18 และไม่น่าเกิดซ้ำใน 2Q18 โดยรวมแล้วทำให้เป็นบวกต่อประมาณการกำไร 2Q18 เราคาดแนวโน้มกำไร 2Q18 จะเพิ่มขึ้นราว 4%Q-Q มาอยู่ที่ราว 1.84 พันลบ. (+22%Y-Y) ซึ่งเป็นจุดสูงสุดใหม่ คงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 7.18 พันลบ. +18%Y-Y กำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากการตั้งสำรองหนี้สูญ และรายได้เพิ่มขึ้นจากพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ซื้อจาก SCBT เต็มปี คงราคาเหมาะสมเป็น 98 บาท คงคำแนะนำ ถือ เพราะ Upside ที่น้อยลง
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
TMB (BUY/18TP: 3.3), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด
(views 4)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ แม้ NIM ชะลอ แต่ควบคุม Opex ได้ดี TMB รายงานกำไร 1Q18 ที่ 2,280 ลบ. +1%Q-Q และ +8.7%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ รายได้รวมน้อยกว่าที่เราคาดไว้ ซึ่งเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าคาดเพราะสินเชื่อที่มี Low loan yield (สินเชื่อที่อยู่อาศัย) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ NIM ลดลง < 3% เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส อย่างไรก็ตามธนาคารควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่ดีกว่าคาด โดย Cost to income ratio อยู่ที่ 45% เนื่องจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าใช้จ่ายพนักงานที่ลดลงตามฤดูกาล ในไตรมาสนี้ TMB มีค่าใช้จ่ายสำรองฯสูงกว่าคาด +15%Q-Q และ +3%Y-Y และ Credit cost ที่ 1.43% เพราะมีการ Write-off NPL จำนวน 1.7 พันลบ. ในไตรมาสนี้ และเพื่อเพิ่ม Coverage ratio
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2018
BAY (HOLD/18TP: 42), กำไร 1Q18 ใกล้เคียงกับที่คาด
(views 4)
กำไร 1Q18 ใกล้เคียงคาด BAY รายงานกำไร 1Q18 ที่ 6.2 พันลบ. +9.4%Q-Q, +10%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ เราประทับใจที่รายได้หลักยังแสดงการเติบโต 1.8%Q-Q และ 11%Y-Y ซึ่งมาจากทั้งการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 1.4%Q-Q, 9.3%Y-Y ตามการเติบโตของสินเชื่อ แต่สังเกตว่า NIM อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 3.76% จาก 3.84% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเกิดจาก loan yield ที่ปรับตัวลดลงตาม Portfolio mix ที่เป็น Corporate มากขึ้น ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +2.2%Q-Q, +15.7%Y-Y เนื่องจากกำไรจากเงินลงทุนและหนี้สูญรับคืนเพิ่มขึ้น ขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพกว่าที่คาดไว้ Cost to income ratio อยู่ที่ 46% น้อยกว่าที่เราคาดที่ 48% สำหรับการตั้งสำรองฯ ในไตรมาสนี้ธนาคารมีค่าใช้จ่ายสำรองฯเพิ่มขึ้น 9%Q-Q, 27%Y-Y Credit cost ที่ 1.7% ส่วนใหญ่เป็น General reserve และเป็นไปตามหลัก Conservative
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2018
CPALL (BUY/18TP: 98), SSSG 1Q18 ยังบวกต่อ หนุนกำไร 1Q18 มีลุ้นทำจุดสูงสุดใหม่
(views 9)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 จะเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y จาก SSSG ร้าน 7-11 ที่คาดยังบวกได้ต่อเนื่องราว 3.5% Y-Y และมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง จึงคาดเห็นการเติบโตของรายได้รวม ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นและสัดส่วนค่าใช้จ่ายน่าจะทรงตัวอยู่ในระดับที่ดี และมีอัตราภาษีจ่ายลดลงจากค่าใช้จ่ายที่นำมาลดหย่อนภาษีได้มากขึ้น แนวโน้มกำไรน่าจะทำได้ดีต่อเนื่องใน 2Q18 และเติบโตอย่างโดดเด่นในช่วง 2H18 ที่เป็น High Season และมีการทำ Stamp Promotion เป็นประจำทุกปี กอปรกับยังเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 700 แห่งต่อปี เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 23% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 98 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมาจน Upside เปิดกว้าง 17.7% ยังคงคำแนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2018
KTC (HOLD/18TP: 324), กำไร 1Q18 เหนือคาด แต่ราคาขึ้นมารอแล้ว
(views 9)
กำไรสุทธิ 1Q18 ดีกว่าที่คาด KTC รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 1.2 พันลบ. เพิ่มขึ้น 29%Q-Q และ 65%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดเนื่องจากการตั้งสำรองหนี้สูญที่น้อยกว่าคาด และหนี้สูญรับคืนที่ดีกว่าคาด ทั้งนี้ในไตรมาสนี้ KTC มีการตั้งสำรองฯที่ 8.68% ของสินเชื่อคงค้าง ลดลงจากราว 9% ในไตรมาสก่อนและ 10% ในปีก่อน เนื่องจากฐานสินเชื่อที่เติบโตชะลอตัวลง และคุณภาพลูกหนี้ที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันมูลค่าหนี้สูญรับคืนในไตรมาสนี้อยู่ที่ 838 ลบ. +9%Q-Q, +31%Y-Y ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเห็นการชะลอตัวลง 1.2%Q-Q ตามการหดตัวของสินเชื่อคงค้างแต่ยัง +10%Y-Y แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะถูกปรับลดเพดานลงจาก 20% เป็น 18% ตั้งแต่เดือนก.ย.ที่ผ่านมา แต่ CoF ที่ลดลงตามอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมที่ต่ำลง ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยยังสูงที่ราว 15%
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2018
MINT (BUY/18TP: 48), คาดกำไร 1Q18 ชะลอ Y-Y จากฐานสูง
(views 7)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q18 คาดว่าจะ +16.2% Q-Q จากอานิสงส์ของ Peak Season แต่ -2.7% Y-Y จากฐานรายได้ของธุรกิจอสังหาฯที่สูงมากในปีก่อน ซึ่งแม้ธุรกิจโรงแรมจะเติบโตได้โดดเด่น แต่อาจชดเชยได้ไม่ทั้งหมด ส่วนธุรกิจอาหารดูฟื้นตัวช้ากว่าที่ประเมิน ทำให้ประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2018 ที่คาดโต 20% Y-Y อาจมี Downside เล็กน้อย อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวลงค่อนข้างมากจากช่วงต้นปี ทำให้ Upside ยังค่อนข้างเปิดกว้าง เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 48 บาท
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2018
TISCO (HOLD/18TP: 98), กำไร 1Q18 ดีตามคาด
(views 7)
กำไร 1Q18 เป็นไปตามคาด รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยแข็งแกร่ง TISCO รายงานกำไรสุทธิ 1Q18 ที่ 1.77 พันลบ. เพิ่มขึ้น 16%Q-Q และ 19%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ กำไรที่เพิ่มขึ้น Q-Q เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากเงินลงทุน, ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทย่อย และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ IB ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น Y-Y เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +20%Y-Y ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการปรับตัวขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยที่มาจากการโอนธุรกิจจาก SCBT และการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (ทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมและกำไรจากเงินลงทุน) ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยยังแข็งแกร่งที่ราว 5% มากกว่างวดเดียวกันในปีก่อนที่ทำได้ที่ 4.7% เนื่องจากส่วนผสมของสินเชื่อที่เป็นสินเชื่ออเนกประสงค์มากขึ้น (Consumer finance ที่ไม่ใช่สินเชื่อเช่าซื้อ) สังเกตว่าในไตรมาสนี้ TISCO มีการตั้งสำรองหนี้สูญฯลดลง 23%Q-Q แต่ Credit cost ยังสูงที่ 1.4% เพราะมีการ Write-off สินเชื่อบางกลุ่มที่รับโอนมาจาก SCBT
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2018
ROBINS (BUY/18TP: 78), คาด SSSG 1Q18 พลิกเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส
(views 6)
แนวโน้มกำไร 1Q18 จะเติบโตได้ดี Y-Y แต่จะลดลงในแง่ Q-Q ตามฤดูกาล โดยคาดหวัง SSSG จะฟื้นตัวพลิกกลับมาเป็นบวกได้ครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส สิ่งที่ดีในไตรมาสนี้ เราน่าจะได้เห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอัตรากำไรขั้นต้น จากการประสบความสำเร็จในการปรับ Product Mix เพื่อสัดส่วนสินค้า House Brand ได้มากขึ้น รวมถึงการเติบโตของรายได้ค่าเช่า จากการรับรู้รายได้ค่าเช่าของสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน แนวโน้มกำไรน่าจะโตต่อเนื่องใน 2Q18 และจะกลับมาดีอีกครั้งจนเป็นกำไรสูงสุดของปีนี้ใน 4Q18 จากช่วง High Season ของธุรกิจ และมีแผนเปิด 2 สาขาใหม่ในรูปแบบ Lifestyle Center ใน 3Q18 และ 4Q18 เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโตราว 13.5% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 78 บาท (DCF) ยังมี Upside 22.8% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
17
เมษายน
2018
PTTEP (T-BUY/18TP: 123), การประมูลสัมปทานจะเปลี่ยนพื้นฐานหุ้นในระยะยาว
(views 14)
เราแนะนำซื้อเก็งกำไร PTTEP จากโอกาสในการชนะประมูลในสัปทานรอบใหม่ที่คาดว่าจะเพิ่มมูลค่าหุ้นได้ราว 25 บาท/หุ้น จากมูลค่าปัจจุบันที่ประเมินได้ 123 บาท (DCF) ซึ่งยังพอมี upside จากราคาตลาดปัจจุบัน ขณะที่ผลประกอบการ 1Q18 คาดเติบโตในเกณฑ์ดี +23% Q-Q และ +3.5% Y-Y จากราคาขายเพิ่มสูงขึ้นและค่าเงินบาทแข็งค่า ส่วนกำไรทั้งปี 2018 และ 2019 คาดฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาด EBITDA +11% Y-Y และ +9% Y-Y ตามลำดับ จากราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับ US$ 60-65/BBL รวมไปถึงปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นในช่วง 2H18 และ 2019 จากการเพิ่มสัดส่วนการร่วมทุนในบงกชอีก 22.22% ในขณะที่การควบคุมต้นทุนต่อหน่วยยังเป็นไปได้ดี อีกทั้งสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งจากเงินสดในมือ US$ 4,500 ล้านที่พร้อมจะลงทุนเพิ่มในต่างประเทศผ่านการทำ M&A
อ่านเพิ่มเติม
12
เมษายน
2018
THANI (BUY/18TP: 9.4), แนวโน้มกำไร 1Q18 ทำ New High และยังโตต่อในไตรมาสต่อไป
(views 14)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q18 ยกฐานกำไรและเป็นจุดสูงสุดใหม่ที่ 339 ลบ. +6%Q-Q, +38%Y-Y เนื่องจากค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯที่ลดลง 13%Q-Q, 27%Y-Y และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 3.6%Q-Q, 21%Y-Y เราคาดว่าสินเชื่อจะ +5%YTD และ +18%Y-Y จากสินเชื่อรถบรรทุกทั้งเก่าและใหม่ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นจากโครงการก่อสร้างภาครัฐที่ต่อเนื่องจากปลายปีและรถบรรทุกรุ่นใหม่ คงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 1.4 พันลบ. (+26.6%Y-Y) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 9.40 บาท (หลัง XD) แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
เมษายน
2018
CPF (HOLD/18TP: 28), คาดผลการดำเนินงานหลัก 1H18 ยังดูเหนื่อย
(views 19)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 1H18 ยังดูเหนื่อย โดยคาดผลการดำเนินงานหลัก 1Q18 อาจขาดทุนต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน เพราะราคาหมูในไทยและเวียดนามลดลงต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยง และเป็น Low Season ของธุรกิจ ในขณะที่แนวโน้ม 2Q18 ยังดูไม่ฟื้นตัวนัก แม้ราคาหมูจะขยับขึ้นสูงเกินต้นทุนการเลี้ยงแล้ว แต่มาจากภาครัฐให้ปรับราคาขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เลี้ยงรายย่อย หลังจากนี้จะเห็นราคาหมูขึ้นลงตาม Demand Supply ที่แท้จริง รวมถึงราคาหมูในเวียดนามล่าสุดพลิกกลับมาปรับลงอีกครั้ง กอปรกับบริษัทเริ่มรับรู้ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ล็อตใหม่ที่แพงขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม เรายังคาดหวังการฟื้นตัวของผลประกอบการในช่วง 2H18 ส่วนหนึ่งเพราะเป็น High Season ของธุรกิจ และต้องจับตาดูราคาเนื้อสัตว์ทั้งในไทยและเวียดนามที่ควรจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วง 2H18 เรายังคาดกำไรสุทธิปีนี้ลดลง 6.9% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 28 บาท แม้ยังมี Upside ให้แนะนำซื้อ แต่ด้วยโมเมนตัมของกำไรที่ยังไม่น่าสนใจใน 1H18 จึงมองจังหวะเข้าลงทุนน่าจะอยู่ในช่วง 3Q18
อ่านเพิ่มเติม
11
เมษายน
2018
VGI (SELL/19TP: 6.8), ราคาหุ้นขึ้นมากรับแนวโน้มการเติบโตของกำไร
(views 10)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q18 (สิ้นมี.ค.18) โตสูง 43% Q-Q สดใสกว่าที่เคยคาด จากรายได้เพิ่มของทุกกลุ่มธุรกิจ ชดเชยขาดทุนรับรู้จากกลุ่ม Rabbit ทำให้ปรับประมาณการกำไรปกติทั้งปีขึ้น 9% เป็นโตเกือบ 23% แต่กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนที่มีกำไรพิเศษสูง และปรับประมาณการกำไรปกติปี 2019 ( สิ้นมี.ค.2019) ขึ้น 10% จากปรับคาดการณ์รายได้รวมคล้องกับเป้าของกลุ่ม BTS บริษัทแม่ ที่ +10-15% แม้กำไร 4Q18 ที่คาดเป็นปัจจัยบวก และปี 2019 โตต่อสูงอีก 28% แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมามาก PE ปี 2019 สูงถึง 54 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ย PE ในอดีตที่ 45 เท่า นับว่าสะท้อนกำไรเติบโตและความคาดหวังต่อธุรกิจใหม่ๆ ที่บริษัทขยายการลงทุนต่างๆ ไว้มากแล้ว จึงปรับคำแนะนำลงจากเดิม ถือ เป็น ขาย ราคาเป้าหมายปี 19 ที่ 6.80 บาท จากเดิม 6.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
10
เมษายน
2018
RS (BUY/18TP: 35), แนวโน้มกำไร 1Q18 ลดลง Q-Q แต่ยังโตสูง Y-Y
(views 15)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q18 อ่อนลง Q-Q แต่ยังเพิ่มสูง 95% Y-Y กำไรที่มองอ่อนลง Q-Q ส่วนใหญ่จากรายได้ธุรกิจทีวีดิจิตอล (ช่อง 8) ได้รับผลกระทบจากตลาดโฆษณาสื่อทีวีที่ซบเซาในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส แม้คาดยอดขายธุรกิจ MPC ยังแกร่ง เพิ่ม 19% Q-Q, 179% Y-Y แต่คาดผลประกอบการตั้งแต่ 2Q18 กลับมาสดใส จากการใช้จ่ายโฆษณาดีขึ้นเข้าช่วง High season และคาดยอดขายสินค้ากลุ่มใหม่จะเริมเข้ามามากขึ้น จึงยังมองแนวโน้มกำไรปกติทั้งปีโตต่อเนื่องในอัตราสูง แม้อาจมี Downside เล็กน้อย ขณะที่ราคาหุ้นตอบสนองต่อข่าวการขายหุ้นของผู้ถือหุ้นอันดับ 2 และแนวโน้มกำไร 1Q18 ที่น้อยกว่าเคยคาด ทำให้มี Upside มากขึ้น จากราคาเป้าหมายที่ 35 บาท จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
10
เมษายน
2018
TKN (BUY/18TP: 21), คาดกำไร 1Q18 ไม่สดใส แต่จะเป็นจุดต่ำสุดของปีตามฤดูกาล
(views 14)
แนวโน้มกำไร 1Q18 น่าจะแผ่วลงมากกว่าคาด หากไม่รวมรายการพิเศษไตรมาสก่อน คาดกำไรปกติจะลดลง -14.2% Q-Q และ -11.7% Y-Y สาเหตุกำไรที่ลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล ส่วนกำไรที่คาดลดลง Y-Y มาจากต้นทุนสาหร่ายที่ปรับสูงขึ้นตั้งแต่ 2Q17 เป็นต้นมา ทำให้ฐาน 1Q17 ค่อนข้างต่ำ จึงกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ในขณะที่คาดรายได้ยังเติบโตได้ราว 15% Y-Y แต่คาดกำไร 1Q18 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีตามฤดูกาล แนวโน้มกำไรจะกลับมาเติบโตดีตั้งแต่ 2Q18 เพราะจะเริ่มรับรู้ต้นทุนสาหร่ายล็อตใหม่ที่ถูกลงตั้งแต่เดือน เม.ย. เป็นต้นไป รวมถึงจะสามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษี BOI ได้มากขึ้น ในขณะที่ประเด็นบาทแข็งค่า จะส่งผลบวกเชิงบวกต่อการนำเข้าสาหร่ายของบริษัทที่เป็นสกุล USD แต่จากกำไร 1Q18 ที่ไม่สดใส เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 12% เป็นการเติบโต 34.3% Y-Y ลดลงจากเดิมที่คาดโต 52% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 21 บาท จากเดิม 24 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 28.8% แนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
09
เมษายน
2018
TU (BUY/18TP: 21), คาดกำไร 1Q18 จะอ่อนแอต่ำสุดในรอบ 9 ไตรมาส
(views 14)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 จะอ่อนแอมาก อาจเป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 9 ไตรมาส ลดลงแรงทั้ง Q-Q และ Y-Y จากทั้งค่าเงินบาทแข็งค่า และราคาขายปลาทูน่า รวมถึงกุ้งปรับลดลง ส่งผลกระทบให้รายได้ปรับลดลง รวมถึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะแผ่วลงเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 20 ไตรมาส แม้เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป ซึ่งจะได้รับผลบวกจากต้นทุนปลาที่ถูกลง และต่อเนื่องไปใน 3Q18 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ มีโอกาสที่กำไร 1Q18 จะเป็นจุดตำสุดของปี แต่ด้วยแนวโน้มกำไร 1Q18 ที่ไม่สดใส เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ลง 11% จะเป็นกำไรที่ลดลง 4.4% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 21 บาท จากเดิม 23 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 15.4% จึงยังแนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
05
เมษายน
2018
KBANK (BUY/18TP: 235), ปรับลดประมาณการกำไรทั้งปีลงจากผลกระทบของค่าธรรมเนียม
(views 18)
เราปรับลดคาดการณ์รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากเดิม +1% เป็น -6% สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินใหม่ของธนาคารซึ่งได้รวมผลกระทบของการยกเลิกค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่าน Mobile ประมาณการกำไรใหม่ของเราลดลงจากประมาณการเดิมราว 9% มาอยู่ที่ 3.71 หมื่นลบ. ซึ่งยังเห็นการเพิ่มขึ้นราว 8.2%Y-Y เนื่องจากได้รับชดเชยจากค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯ ที่ลดลง เราคาดว่ากำไร 1Q18 ยังไม่ได้รับผลกระทบจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง และคงคาดการณ์การฟื้นตัวที่ราว 87%Q-Q, 5%Y-Y มาอยู่ที่ราว 1.06 หมื่นลบ. เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2018 ลงเป็น 235 บาท (เดิม 264 บาท) ให้สอดคล้องกับประมาณการกำไรใหม่ แต่คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
เมษายน
2018
HMRPO (BUY/18TP: 15.5), คาดกำไร 1Q18 ยังเติบโตดี Y-Y
(views 18)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 จะเติบโตได้ดี Y-Y จาก SSSG ที่คาดเติบโตเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน กอปรกับยังได้รับการตอบรับที่ดีจากการจัดงาน Expo จึงคาดรายได้รวมจะเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นยังดูมีพัฒนาการที่ดีจากทั้งการปรับ Product Mix และการ Sourcing ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ภาพรวมกำลังซื้อในมุมมองของ HMPRO ยังดูค่อนไปในทางทรงตัว สำหรับสาขาในต่างจังหวัด ในขณะที่สาขาในกทม.และปริมณฑลยังฟื้นตัวได้ดีต่อเนื่อง แนวโน้มผลประกอบการจะดีมากขึ้นใน 2Q18 และ 4Q18 ซึ่งเป็นช่วง High Season เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2018 เติบโต 20% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 15.5 บาท (DCF) มี Upside 10.7% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
เมษายน
2018
INTUCH (BUY/18TP: 67.5), ราคาหุ้นถูกเกินไปมาก เท่ากับได้ THCOM และธุรกิจอื่นฟรี
(views 20)
แนวโน้มกำไร 1Q18 ของ INTUCH คาดว่ายังแข็งแกร่งตาม ADVANC รวมถึง THCOM ที่มีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขาย CSL เบื้องต้นคาดกำไรสุทธิราว 3,900 พันลบ. +115% Q-Q, +22% Y-Y สำหรับราคาหุ้นปัจจุบันถือว่า Undervalue อย่างมาก โดยปัจจุบัน Discount สูงถึง 28% แม้พิจารณาเฉพาะมูลค่าของ ADVANC ซึ่งหมายถึงได้ธุรกิจอื่นๆทั้ง THCOM และ Startup อื่นๆ ฟรี ขณะที่ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีปรับขึ้นเพียง 2.2% Laggard ADVANC ที่บวก 8.4% ทำให้ปัจจุบัน Upside เปิดกว้างและดูน่าสนใจกว่า และเหมาะที่จะเป็นหุ้นหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
04
เมษายน
2018
TMB (BUY/18TP: 3.3), ตลาดกังวลต่อค่าธรรมเนียมการโอนมากเกินไป
(views 14)
ปรับคำแนะนำขึ้นจาก ถือ เป็น ซื้อ และคงราคาเหมาะสมที่ 3.30 บาท ราคาหุ้นปรับฐานจนมี Upside ที่น่าสนใจขึ้น เนื่องจากความกังวลต่อ CoF และฐานเงินฝากที่อาจได้รับผลกระทบจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนของธนาคารอื่น แต่เราคาดว่า TMB ผู้ซึ่งเป็นธนาคารแรกและธนาคารเดียวที่ไม่เคยเรียกเก็บรายได้ค่าธรรมเนียมมาก่อนและมี Platform ที่แข็งแกร่งตอบโจทย์เหตุผลของการฝากเงินของลูกค้า เราจึงคาดว่า TMB ได้รับผลกระทบน้อยมาก ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นจากธุรกิจ Bancassurance และ Loan-related fee ซึ่งมีฐานต่ำในปีก่อน เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 1 หมื่นลบ. +15.6%Y-Y และคาดการณ์กำไร 1Q18 น่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีที่ราว 2.26 พันลบ. ทรงตัว Q-Q แต่ +8%Y-Y (ดีกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม)
อ่านเพิ่มเติม
04
เมษายน
2018
AP (BUY/18TP: 9.7), เริ่มต้นปีอย่างสวยงามด้วยยอดขายหมื่นล้าน
(views 17)
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ“ซื้อ” และประเมินราคาเหมาะสมที่ 9.70 บาท จากพอร์ตที่ยืดหยุ่นในการกระจายรายได้ครอบคลุมทั้งแนวราบและคอนโดในตลาดทุกเซกเมนต์ ประกอบกับแนวโน้มกำไรปกติปีนี้ที่คาดโตดีต่อเนื่อง +10% Y-Y จากการเริ่มโอนคอนโด 2 แห่ง มูลค่ารวม 8.7 พันล้านบาท และยอดโอนแนวราบที่คาดทำได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท จากการเปิด 31 โครงการใหม่ เสริมความแกร่งด้วยความสำเร็จของการเปิดขายโครงการ JV ที่คาดทำให้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น +35% Y-Y แม้บริษัทจะให้เป้า Presales อย่างอนุรักษ์นิยมที่ 3.35 หมื่นล้านบาท (-22% Y-Y) แต่มีสัญญาณบวกจากยอดขายใน 1Q18 ที่โตแรง +168% Y-Y แตะระดับ 1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 30% ของเป้าทั้งปีแล้ว ขณะที่ Valuation ยังน่าสนใจ ราคาหุ้นคิดเป็น PE2018 เพียง 7.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และกลุ่มอสังหาฯที่ 9 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
03
เมษายน
2018
IT (BUY/18TP: 6.9), Valuation น่าสนใจ และ Downside ต่ำสุดในกลุ่ม แนะนำซื้อ
(views 23)
เรากลับมาแนะนำซื้อ IT ที่ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 6.90 บาท อิง PE เฉลี่ยของกลุ่มที่ 18 เท่า ปัจจัยหนุนระยะสั้นอยู่ที่แนวโน้มกำไร 1Q18 ที่คาดโตสูง 145% Y-Y อยู่ที่ 15 ล้านบาท จากการขยายตัวของตลาด Gamming และอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นตามผลของ Product Mix ขณะที่ ปัจจัยหนุนระยะกลาง-ยาวอยู่ที่ แผนปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มทั้งรายได้และอัตรากำไร โดยถ้าอิงปัจจัยสำเร็จของคู่แข่งทั้ง COM7, Advice, และ J.I.B. เรามองว่า Upside ของ IT เป็นไปได้ทั้งการจับมือกับ Mobile Operator, การกลับมาขยายสาขาหรือรุกตลาดออนไลน์, และการสร้างจุดแข็งโดยเป็นผู้นำตลาด Gamming อย่างไรก็ตาม ประมาณการของเราที่คาดกำไรสุทธิปีนี้โต 33% Y-Y อยู่ที่ 84 ล้านบาท และปีหน้าโต 24% Y-Y อยู่ที่ 105 ล้านบาท ยังมาจากการปรับลดค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ไม่ได้รวมแผนปรับกลยุทธ์ข้างต้น ซึ่ง Valuation ตอนนี้ยังถือว่าไม่แพง PE2018 ต่ำเพียง 10 เท่า ทั้งที่อัตราการเติบโตสูงกว่า และบริหาร Cash Cycle ที่ถือเป็นกุญแจสำคัญของธุรกิจนี้ ได้ดีที่สุดในอุตสาหกรรม เราจึงเลือก IT เป็น Top Pick ของกลุ่มสินค้าไอที แม้สภาพคล่องในการลงทุนจะต่ำสุดในกลุ่มก็ตาม
อ่านเพิ่มเติม
02
เมษายน
2018
TISCO (T-BUY/18TP: 98), คาดการณ์กำไร 1Q18 โตทั้ง Q-Q, Y-Y ดีกว่ากลุ่ม
(views 15)
ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อเก็งกำไร (จาก ถือ) TISCO หุ้นหลบภัยชั้นดีในภาวะการเกิดสงครามค่าธรรมเนียมในภาคธนาคาร เพราะแทบไม่พึ่งพารายได้จากการโอนเงิน (แต่ในระยะยาว TISCO ต้องปรับตัวอยู่ดี) เมื่อประกอบกับแนวโน้มกำไร 1Q18 เติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y และน่าจะต่อเนื่องในไตรมาสที่เหลือของปีด้วยเนื่องจากการรับรู้รายได้จากพอร์ต SCBT เต็มที่ตลอดปีเป็นปีแรก (กรณีการขายพอร์ตสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลให้กับ CITI ไม่ได้เซอร์ไพรส์เราและไม่ส่งผลต่อประมาณการ) รวมถึงการจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 5 บาท (Dividend yield 5.6% XD 27 เม.ย. 2018) คงราคาเหมาะสมที่ 98 บาท
อ่านเพิ่มเติม
29
มีนาคม
2018
DTAC (T-BUY/18TP: 50), กำไร 1Q18 ยังฟื้น Y-Y ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อเก็งกำไร
(views 16)
เราคาดกำไรปกติ 1Q18 ของ DTAC หดตัว 18.2% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 117.3% Y-Y แม้รายได้คาดว่าทำได้เพียงทรงตัวและต้นทุนโครงข่ายยังสูงขึ้นตามการลงทุน แต่ชดเชยได้จากค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆที่ลดลง ส่วนประเด็นคลื่นความถี่ใหม่เราเชื่อว่ามีโอกาสที่ DTAC จะเซ็นสัญญาคลื่น 2300 MHz ได้ใน 2Q18 และก่อนหน้าการประมูลคลื่น 1800 MHz ซึ่งเป็นเรื่องดี ปัจจุบันเรายังคงประมาณการกำไรปกติหดตัว 28.4% Y-Y ราคาหุ้นปรับตัวลงราว 10% หลังจากที่แนะนำ “ขาย” เมื่อปลายเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ Upside เริ่มเปิดกว้างอีกครั้ง เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อเก็งกำไร”
อ่านเพิ่มเติม
28
มีนาคม
2018
PCSGH (BUY/18TP: 13), แนวโน้มธุรกิจเดิมยังดี และธุรกิจใหม่ยังเป็นไปตามแผน
(views 22)
เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะยาวของ PCSGH และยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 13 บาท (รวมโครงการ EV 2 พันล้านบาท) ปัจจัยบวกระยะสั้นอยู่ที่แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q18 ที่คาดโต 13% Q-Q และ 19% Y-Y อยู่ที่ 180 ล้านบาท ส่วนระยะกลางคือ การเริ่มรับรู้รายได้จากโรงงานในยุโรปตั้งแต่ 2Q18 ซึ่งผู้บริหารคาดว่าจะไม่ถ่วงธุรกิจเดิม และอาจไม่จำเป็นต้องกู้ยืมหรือเพิ่มทุน ขณะที่ ภาพระยะยาวจะเริ่มชัดเจนขึ้น จากการได้รับคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ EV เพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้นี้ เราคงคาดกำไรสุทธิปี 2018 ที่ 790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% Y-Y ที่ระดับราคาหุ้นปัจจุบัน เรามอง Downside จำกัด และช่วยลบมุมมองด้าน Valuation ที่ดูแพงกว่ากลุ่มมาตั้งแต่เข้าตลาด เพราะ PE2018 อยู่ที่เพียง 13.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มยานยนต์ที่ 15 เท่า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 20 เท่า ทั้งที่ PCSGH เติบโตสูงกว่า และมีความสามารถในการทำกำไรดีกว่าเกือบเท่าตัว
อ่านเพิ่มเติม
28
มีนาคม
2018
PLANB (BUY/18TP: 7.1), ราคาหุ้นปรับฐาน น่าสนใจขึ้น แนวโน้มกำไรยังสดใส
(views 17)
ราคาหุ้นที่ปรับฐานลงมามี Upside มากขึ้น จากราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 7.10 บาท โดยเราคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรปี 2018 โตสูงต่อเนื่อง 28% ปัจจัยหนุนกำลังซื้อโดยรวมดีขึ้น เอื้อต่อตลาดสื่อโฆษณานอกบ้าน ซึ่งเข้ากับไลฟ์สไตล์สังคมยุคใหม่ และการขยายพื้นที่สื่อมากขึ้น ขณะที่แนวโน้มกำไร 1Q18 สดใสเพิ่มทั้ง Q-Q, Y-Y โดยการซื้อหุ้น 19.48% ใน BMN บ.ย่อยของ BEM ที่ทำธุรกิจสื่อในรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT จะเพิ่มโอกาสได้บริหารสื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนขยายในอนาคต แม้ในระยะสั้นคาดกำไรรับรู้จาก BMN ยังไม่มากอย่างมีนัยฯ ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 7.10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
28
มีนาคม
2018
KBANK (BUY/18TP: 264), คาดกำไรเริ่มดีตั้งแต่ 1Q
(views 15)
KBANK รายงานสินเชื่อ 2M18 ดีกว่ากลุ่มที่ราว 1%YTD แม้แผ่วตามฤดูกาลแต่เป็นอัตราการเติบโตที่ดีกว่ากลุ่ม เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q18 จะกลับมาเป็นปกติที่ราว 1.06 หมื่นลบ. +87%Q-Q, +5%Y-Y เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง ประเด็น “ฟรีค่าธรรมเนียม” สำหรับธุรกรรมผ่าน K-Plus และ K-Cyber ซึ่งเป็นช่องทาง Digital ที่ให้กับลูกค้ารายย่อยและ SMEs คาดว่าจะกระทบผลกำไรสุทธิราว 3.6% (น้อยกว่าผลกระทบของ PromptPay) ซึ่งจะได้ชดเชยจากปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนการถือครองเงินสดที่ลดลง เราไม่คำนึงผลกระทบนี้ในประมาณการและคงคาดการณ์กำไรปี 2018 ที่ 4.08 หมื่นลบ. +18.8%Y-Y และคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 264 “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
27
มีนาคม
2018
ADVANC (T-BUY/18TP: 220), กำไร 1Q18 ยังดี // ลุ้นข่าวดีแบ่งชำระค่าคลื่น
(views 17)
เราคาดกำไรปกติ 1Q18 ของ ADVANC ยังเติบโตดี 3.1% Q-Q และ 5% Y-Y จากรายได้ที่โตเร่งตัวขึ้นและต้นทุนที่เพิ่มในอัตราที่ชะลอ โดยเรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรในปี 2018 ที่คาดว่าจะกลับมาเติบโตได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี +8.2% Y-Y ขณะที่ระยะสั้นมี Catalyst หากภาครัฐเห็นชอบการแบ่งชำระค่าใบอนุญาต 900 MHz งวดสุดท้าย ซึ่งจะทำให้ ADVANC ประหยัดภาระดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้ยืมและเป็น Upside ต่อประมาณการระยะยาวราว 5 % รวมถึงมีโอกาสจ่ายปันผลสูงขึ้น อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัว Outperform SET ตั้งแต่ต้นปีทำให้ Upside เริ่มแคบลง เราจึงปรับคำแนะนำลงเป็น “ซื้อเก็งกำไร”
อ่านเพิ่มเติม
27
มีนาคม
2018
SEAFCO (BUY/18TP: 10.1), ลุยงานเต็มสูบ หนุนกำไรโตก้าวกระโดดตั้งแต่ 2Q18
(views 18)
เรามีมุมมองบวกกับผลประกอบการที่โตสดใสในปีนี้ และดีต่อเนื่องในปีหน้า จากการรับรู้งานในมือ ณ สิ้นปีก่อนที่ 2.55 พันล้านบาท (ยังไม่รวม One Bangkok ที่เพิ่งได้รับราว 1.2 พันล้านบาท) โดยเป็นสัดส่วนของงานที่รับเฉพาะค่าจ้างซึ่งมาร์จิ้นสูงอยู่กว่า 87% แม้แนวโน้มกำไร 1Q18 จะยังไม่โดดเด่นจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้าของรถไฟฟ้าสีส้ม และรับรู้งานก่อสร้างหลักไม่เต็มที่ แต่ทิศทางของรายได้และกำไรจะเติบโตอย่างมีนัยตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป จากการเริ่มงานก่อสร้างหลายโครงการใหญ่พร้อมกัน ทั้งรถไฟฟ้าสีส้ม, สีชมพู และ One Bangkok เรายังคงคาดกำไรปกติปีนี้ทำ Record High โต 88% Y-Y และคงราคาเหมาะสม 10.10 บาท แต่เพิ่มคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” จาก Upside ที่กว้างขึ้น โดยราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน PE2018 ที่ 18.8 เท่า ต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง PYLON ที่ 23 เท่า และกลุ่มรับเหมาที่ 20 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
22
มีนาคม
2018
BGRIM (BUY/18TP: 32), พื้นฐานดี Growth ดี มีลุ้น Upside
(views 39)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ BGRIM จากแผนการขยายกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศต่อเนื่อง โดยคาดกำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุนในปี 2018-2022 จะเพิ่มเฉลี่ย 12.8% ต่อปี (CAGR) และจะหนุนต่อการเติบโตของกำไรปกติในอัตราเฉลี่ย 22% (CAGR) ในช่วงดังกล่าว โดยคาดกำไรปกติในปีนี้จะโตสูงเกือบ 40% จากโรงไฟฟ้า SPP ใหม่ 3 โรงมีกำหนดทยอย COD ตั้งแต่ 1Q18 ขณะที่มีจุดเด่นกระแสเงินสดค่อนข้างมั่นคงจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) ประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2018 ที่ 32 บาท (SOTP) และมี Upside โอกาสการลงทุนโครงการใหม่ เช่น โครงการ Solar ในเวียดนาม ที่มีแนวโน้มความชัดเจนมากขึ้นในกลางปีนี้ ในช่วงราคาหุ้นอ่อนตัว แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
มีนาคม
2018
CMAN (IPO/18TP: 6.1), CMAN ผู้ผลิตปูนไลม์ที่มีเหมืองของตัวเองรายเดียวในไทย
(views 43)
CMAN เป็นผู้ดำเนินธุรกิจปูนไลม์และผลิตภัณฑ์เคมีต่อเนื่อง รายเดียวในประเทศที่มีทั้งโรงงานปูนไลม์และเหมืองแร่เป็นของตัวเอง ปัจจุบันมีกำลังการผลิตปูนควิกไลม์และไฮเดรตไลม์รวมกัน 799,350 ตันต่อปี ความต้องการใช้ปูนไลม์มีอยู่ทั่วโลกและกระจายในหลายอุตสาหกรรม เช่น ก่อสร้าง น้ำตาล เหมืองแร่ กระดาษ และปิโตรเคมี อุปสงค์ที่ผ่านมาเติบโตไม่สูง แต่มั่นคงในอัตราเฉลี่ยใกล้เคียงกับ GDP โลกที่ราว 2-3% ต่อปี การเติบโตของผู้ผลิตขึ้นอยู่กับการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด ซึ่ง CMAN มีจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการผลิต ที่เตาเผาสามารถใช้เชื้อเพลิงถ่านหินที่มีต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง เมื่อผนวกกับแผนการเพิ่มกำลังการผลิต และการขยายโรงงานในต่างประเทศ ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิปี 2018-2020 จะโตเฉลี่ยสูงถึง 44% ต่อปี และคาดว่า CMAN จะขึ้นเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 10 ของโลกได้ตั้งแต่ปี 2019 เราประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของปี 2018 ด้วยวิธี DCF ได้เท่ากับ 6.10 บาท (WACC 7.3%, Terminal growth 1%)
อ่านเพิ่มเติม
21
มีนาคม
2018
HANA (BUY/18TP: 43), บาทแข็งและปรับขึ้นค่าแรงกดดันกำไรปีนี้
(views 20)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนไปทางลบ แม้บริษัทยังเห็นคำสั่งซื้อที่ดีจนให้ภาพว่าวงจรของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์โลกยังเป็นขาขึ้นต่อไป น่าจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้สกุล USD ในปีนี้ แต่ต้องเผชิญกับค่าเงินบาทแข็งค่า และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ สุทธิแล้วอาจทำให้รายได้สกุลบาทและอัตรากำไรขั้นต้นไม่เติบโต รวมถึงอยู่ระหว่างการลงทุนครั้งใหม่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า (Power Modules) ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตในอนาคตอีก 3-4 ปีข้างหน้า แต่ระยะสั้นในปีนี้คาดจะมีค่าใช้จ่าย R&D สูงขึ้น จึงนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ลง 16% เป็นการลดลง 19.4% Y-Y แต่หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนปีก่อน คาดมีกำไรปกติปี 2018 ทรงตัว Y-Y และด้วยแนวโน้มกำไรที่ไม่เติบโต เราจึงปรับลด PE เป็น 15 เท่า จากเดิม 17 เท่า จึงปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 43 บาท จากเดิม 58 บาท แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับลงาสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว โดยราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็น Forward PE เพียง 12 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตัวเองและของกลุ่ม ในขณะที่ให้ Dividend Yield ที่ดีปีละ 5.8% และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง (ที่สุดในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์) ไม่มีหนี้ที่มีดอกเบี้ยเลย เราจึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
มีนาคม
2018
ADB (BUY/18TP: 2.3), คาดกำไรดีต่อเนื่องใน 1Q18 จากการขยายตัวของโรงไฟฟ้า
(views 29)
เรายังคงคำแนะนำซื้อ ADB ราคาเป้าหมาย 2.30 บาท อิง PE เฉลี่ยของ Peer Group ที่ 20 เท่า ราคาปัจจุบันแม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้ว แต่เมื่อคิดเป็น PE2018 ยังต่ำเพียง 14 เท่า และ PEG อิงอัตราการเติบโตเฉลี่ยของกำไรต่อหุ้นปี 2019-2021 ที่ 20% ต่อปี ยังต่ำเช่นกันที่เพียง 0.7 เท่า ปัจจัยหนุนระยะสั้นอยู่ที่แนวโน้มกำไรสุทธิที่ยังเติบโตสูง โดยเฉพาะ 1Q18 ที่คาดพลิกมาเป็นกำไรสุทธิ 18 ล้านบาท จากขาดทุน 0.3 ล้านบาท ใน 1Q17 เพราะตลาดพีวีซีคอมปาวด์ที่ใช้ในสายไฟฟื้นตัว หลังจากที่ชะลอไปมากในปีก่อน ขณะที่ กาวและยาแนว แม้ยอดส่งออกจะถูกกระทบจากเงินบาทแข็งอยู่บ้าง แต่ความต้องการของลูกค้าตะวันออกกลางยังเติบโตสูง และที่สำคัญคือต้นทุนการผลิตทั้งหมดเริ่มอ่อนตัวลง ส่วนปัจจัยหนุนระยะยาว จะเริ่มใน 2H18 จากการผลิตอุปกรณ์การแพทย์ให้กลุ่มโชวะ เราคาดกำไรทั้งปีนี้เพิ่มขึ้น 139% Y-Y อยู่ที่ 69 ล้านบาท และคาดผลตอบแทนจากเงินปันผล 4-5% ต่อปี ซึ่งเป็นระดับที่น่าพอใจ
อ่านเพิ่มเติม
19
มีนาคม
2018
ASK (BUY/18TP: 26.2), Valuation เริ่มน่าสนใจ
(views 23)
ASK จะบันทึกเงินสำรองฯของมาตรฐานบัญชีใหม่ผ่านกำไรสะสมใน Equity ซึ่งทำให้ไม่กระทบต่องบกำไรขาดทุน เรามองเป็นบวกต่อวิธีดังกล่าว แม้ว่าจะทำให้ D/E Ratio ตึงตัวขึ้น แต่ยังไม่เกิน Confortable level และไม่กระทบต่อเงินปันผล แต่ทำให้ ROE ดีขึ้นเล็กน้อย และ Coverage ratio เพิ่มเป็น > 100% เราคงคาดการณ์กำไรปี 2018 ที่ 766 ลบ. +2.8%Y-Y ราคาหุ้นอาจ Underperform กลุ่มในช่วง 1H18 นี้เพราะ Dividend effect (จ่ายปีละครั้ง ล่าสุดประกาศจ่ายปันผลหุ้นละ 1.48 บาท Yield วันก่อน XD อยู่ที่ราว 6%) แต่เราเห็นเป็นโอกาสสะสม และปรับเพิ่มเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ คงราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 26.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
มีนาคม
2018
TACC (BUY/18TP: 6), กำไรจะสะดุดใน 1Q18 และจะกลับมาดีตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป
(views 25)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โทนบวกสำหรับการเติบโตในปีนี้ ที่บริษัทตั้งเป้าโต 10% ซึ่งจะมาจากธุรกิจในประเทศเป็นหลัก โดยจะเริ่มวางขายเครื่องดื่มโถกดสูตรใหม่น้ำตาลน้อยใน 7-11 ตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป และจะวางขายเครื่องดื่มช็อคโกแลต Hershey’s เป็นโถกดถาวรด้วย รวมถึงการที่บริษัทได้รับ License ให้เป็นตัวแทนให้สิทธิ์ใช้ตัวการ์ตูน Rilakkuma และผองเพื่อน ครอบคลุม 7 ประเทศ เป็นระยะเวลา 4 ปี ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ 2Q18 เราคาดว่าการโตของธุรกิจในประเทศจะช่วยชดเชยการแผ่วลงของธุรกิจในกัมพูชาได้ทั้งหมด ซึ่งในกัมพูชาสถานการณ์การแข่งขันยังรุนแรง และมีความเป็นไปได้ที่ท้ายที่สุดบริษัทอาจพิจารณา Exit หากไม่สามารถสร้างผลกำไรให้กับบริษัทได้อีกต่อไป ส่วนตลาดจีนยังติดปัญหาบางส่วน ทำให้การรับรู้รายได้จากจีนล่าช้าออกไป ซึ่งอาจไม่ทันปีนี้ แต่ไม่กระทบต่อประมาณการของเรา เพราะยังไม่ได้รวมจีนและใช้สมมติฐานรายได้กัมพูชาที่ค่อนข้าง Conservative อยู่แล้ว ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 โต 11.3% Y-Y ระยะสั้น คาดกำไร 1Q18 ไม่สดใส แต่จะกลับมาโตดีตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป ยังคงราคาเป้าหมายเท่ากับ 6 บาท มี Upside 27.7% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
มีนาคม
2018
ARROW (BUY/18TP: 16.4), ความเสี่ยงอยู่ในเกณฑ์ต่ำ คาดปีนี้กลับมาเติบโตอีกครั้ง
(views 23)
เรายังแนะนำซื้อ ARROW ราคาเป้าหมาย 16.40 บาท อิง PE 16 เท่า จาก (1) แรงกดดันด้านต้นทุนที่ผ่อนคลาย โดยราคาเหล็กและสังกะสีตั้งแต่ต้นปีลดลง 6% และ 8% อีกทั้ง ได้ผลดีจากเงินบาทที่แข็งค่า 4% ในช่วงเวลาเดียวกัน (2) งานในมือล่าสุดอยู่ที่ 800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% Y-Y และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปี จากงานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ชะลอไปมากใน 2H17 (3) ธุรกิจรับเหมาวางระบบไฟฟ้าของเม-ฆาเอส ได้งานเพิ่มขึ้น จากการตั้งบริษัทร่วมทุนกับ เอ. ที. อี. เทเลคอม เพื่อรับงานในสุวรรณภูมิ 272 ล้านบาท (4) สินค้าใหม่ทั้งท่อร้อยสายไฟใต้ดินและอุปกรณ์ท่อ Post-tension กำลังเข้าสู่จุดทำกำไรในปีนี้ ทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้เรายังเชื่อมั่นว่ากำไรสุทธิปี 2018 จะฟื้นตัว 33% Y-Y อยู่ที่ 259 ล้านบาท ขณะที่ ราคาปัจจุบันยังไม่แพง โดยคิดเป็น PE2018 เพียง 12 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้า MAI ที่ 16 เท่า อีกทั้งปันผลยังจูงใจที่ระดับ 5% ต่อปี Downside จึงค่อนข้างจำกัด
อ่านเพิ่มเติม
15
มีนาคม
2018
CHG (BUY/18TP: 2.5), การเติบโตจะเร่งตัวในปีนี้
(views 29)
เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรทั้งในช่วง 1Q18 ที่คาดเติบโตดีจากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นตามโรคระบาด รวมถึงปี 2018 ที่จะถูกขับเคลื่อนจากทั้งฝั่งรายได้ที่เติบโตในอัตราเร่งและ Margin ที่คาดว่าจะขยายตัวหลังจากผ่านช่วงลงทุนใหญ่ไปแล้ว เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 เติบโตเร่งตัวเป็น 15% Y-Y ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงสวนทางกับแนวโน้มกำไรและการเคลื่อนไหวของ SET และ SETHELTH รวมถึงปัจจุบันซื้อขายที่ PE ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมาก เราจึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 2.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
14
มีนาคม
2018
ERW (BUY/18TP: 9), ยังเดินหน้าเติบโตตามแผนปี 2016-2020
(views 23)
เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรปี 2018 โดยมีการปรับเพิ่มการเติบโตขึ้นเป็น 18.1% Y-Y จากรายได้ที่โตเร่งตัวตามการลงทุน และคาด 1Q18 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี ERW ยังคงเดินหน้าตามแผน 5 ปีในการขยายจำนวนโรงแรมและห้องพักทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะ Hop Inn ให้คลอบคลุมมากขึ้น และจากแรงหนุนของมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐทำให้เรามองว่า ERW จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการมีเครือข่ายโรงแรมกระจายอยู่ทั่วประเทศมากที่สุดและเป็น Pure Hotel Operator เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 9 บาท ราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 11% จากจุดสูงสุดของปีถือเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนอีกครั้ง เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
13
มีนาคม
2018
COMAN (BUY/18TP: 7), ราคาร่วงจน Valuation น่าสนใจ แม้ไม่มี MSL ในประมาณการ
(views 32)
เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 26% ใน 2 สัปดาห์ มาจากความกังวลในการขาย MSL ที่มากเกินไป ซึ่งแม้จะเป็นลบกับกำไรที่หายไประยะสั้น แต่เป็นบวกกับการเติบโตในระยะยาว เพราะ (1) ทำให้เป้าหมายธุรกิจของ COMAN ที่ต้องการเป็นผู้นำซอฟแวร์ด้านท่องเที่ยวมีความชัดเจน (2) ไม่ต้องกังวลกับการถูกตั้งด้อยค่าความนิยมที่เคยบันทึกไว้ 64 ล้านบาท (3) เป็นการขายเงินลงทุนที่มีกำไร และช่วยเพิ่มกระแสเงินสดเพื่อใช้ M&A บริษัทอื่นในอนาคต อย่างไรก็ตาม เรามีการปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 7 บาท เพื่อสะท้อนการขาย MSL โดยยังไม่รวมกำไรที่ได้จากการขายและการ M&A ในอนาคต ซึ่ง Valuation ปัจจุบันถือว่ายังน่าสนใจ โดยคิดเป็น PE2018 และ PBV ที่ 23 เท่า และ 1.6 เท่า ต่ำกว่าธุรกิจซอฟแวร์ในภูมิภาคที่ 33 เท่า และ 5 เท่า ตามลำดับ เราจึงคงคำแนะนำซื้อลงทุนระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
13
มีนาคม
2018
SAPPE (BUY/18TP: 29), ผ่านกำไรต่ำสุดแล้ว บริษัทตั้งเป้ากลับมาโตดีอีกครั้ง
(views 24)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวก โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ในปีนี้ไว้ราว 10%-15% จากการโตต่อเนื่องในตลาดส่งออก ที่มีสัดส่วนรายได้มากถึง 64% ของรายได้รวม แต่เรามองตลาดจีนยังค่อนข้างท้าทายสำหรับบริษัท แม้จะตั้งเป้าเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนในประเทศตั้งเป้าโตไม่มากเพียง 5% เพราะกำลังซื้อยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้มีแผนออกสินค้าใหม่ทั้งเครื่องดื่มเยลลี่ และ Healthy Snack นอกจากนี้ในช่วงปลายปี เราคาดว่าบริษัทจะใช้สิทธิตามเงื่อนไขเข้าซื้อหุ้น All Coco เพิ่มจาก 40% เป็น 51% เพราะแนวโน้มธุรกิจ All Coco ทำได้ดีกว่าคาด โดยเฉพาะการเติบโตของรายได้ในปี 2017 ถึง 130% และคาดโตต่อ 15% ในปีนี้ เพียงแต่รอการเพิ่มมสินค้าที่มี Value Added ภายใต้แบรนด์ All Coco เองเพื่อจะได้สร้างกำไรได้มากกว่าปัจจุบันที่ขายให้กับลูกค้า OEM เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม จากกำไรปี 2017 ที่ทำได้ต่ำกว่าคาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 13% เป็นการเติบโต 9.3% Y-Y หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนปีก่อน คาดกำไรปกติปีนี้จะโตราว 14.5% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 29 บาท โดยมีการปรับลด PE เป็น 20 เท่า ให้เท่ากับ PE เฉลี่ยในอดีตของบริษัท แต่ราคาหุ้นปรับลงมามาก ยังมี Upside 30.6% จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
12
มีนาคม
2018
BJC (HOLD/18TP: 61), ธุรกิจหลักยังโตต่อเนื่อง แต่การปรับโครงสร้างภาษีช้ากว่าคาด
(views 27)
จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (9 มี.ค.) โทนกลางค่อนไปทางลบ โดยบริษัทยังตั้งเป้าการเติบโตต่อเนื่องจากทั้ง 4 ธุรกิจหลัก ระยะสั้น แนวโน้ม SSSG 1Q18 ของ BIGC ยังเป็นบวกเล็กน้อย และมีแผนเปิดสาขาใหม่ 8 HM และ 200 Mini BigC รวมถึงอยู่ระหว่างขยายโรงแก้วแห่งที่ 5 ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตอีก 12% จะแล้วเสร็จใน 3Q18 และปัจจุบันอยู่ระหว่างหาลูกค้ากระป๋องอลูมิเนียมรายใหม่เพื่อทดแทนลูกค้ารายเดิม ที่กำลังสร้างโรงงานผลิตกระป๋องเป็นของตนเอง ซึ่งจะแล้วเสร็จใน 3Q18 ในขณะที่การปรับโครงสร้างภาษีล่าช้ากว่าคาด อาจจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2018 ทำให้อัตราภาษีใน 1H18 ยังสูงต่อ รวมถึงการกลับรายการภาษีก้อนใหญ่ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะยังไม่ได้ข้อสรุป ดังนั้นเราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 14% จากการปรับเพิ่มอัตราภาษี และถอดการกลับรายการภาษีออกไป แต่ยังคาดเป็นกำไรโต 26% Y-Y (จากเดิมคาดโต 47% Y-Y) และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 61 บาท จากเดิม 64 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาจนมี Upside เหลือ 2.5% จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
09
มีนาคม
2018
TK (BUY/18TP: 16.7), กฏหมายเช่าซื้อกระทบแต่ไม่มาก
(views 25)
เราประเมินผลกระทบจากประกาศควบคุมสัญญาเช่าซื้อที่ราว 5-6% ของกำไรสุทธิ ซึ่งส่วนใหญ่กระทบต่อการปรับลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมทวงถาม จากผลกระทบดังกล่าวรวมถึงผลของ CoF ที่ขยับขึ้นใน 4Q17 ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลง 13% เป็น 556 ลบ. (+19%Y-Y) และเพื่อสะท้อนประมาณการใหม่ เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 16.70 บาท (เดิม 19.50 บาท) และเราคงคำแนะนำ ซื้อ โดยคาดว่าราคาหุ้นปรับลงมารับทั้งความผิดหวังต่อผลประกอบการ 4Q17 และ Regulatory risk นี้แล้ว
อ่านเพิ่มเติม
09
มีนาคม
2018
MFEC (BUY/18TP: 5.5), คาดกำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แนะนำซื้อในฐานะหุ้นปันผล
(views 26)
จากการประชุมนักวิเคราะห์ แผนธุรกิจของ MFEC ใน 3 ปีข้างหน้ายังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจ SI ไปเป็น Technical Partner โดยผู้บริหารคาดว่าจะใช้เวลาอีก 2 ปีเพื่อให้รายได้จากธุรกิจใหม่เกิน 50% ของรายได้รวม จากปัจจุบันที่ 20% ของรายได้รวม และน่าจะได้เห็นการ Spin-off บริษัทร่วม 2 แห่งเข้า MAI ในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วนธุรกิจ SI เดิม ยังได้แรงหนุนจากการลงทุนด้านไอทีของกลุ่มแบงก์ ซึ่งคิดเป็น 40-50% ของรายได้รวม อย่างไรก็ตาม เราปรับประมาณการลงเล็กน้อย จากแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด เพราะยังต้องมีตั้งสำรองหรือตัดขาดทุนในธุรกิจเดิมที่ไม่ทำกำไร ส่งผลให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ลดลงเหลือ 5.50 บาท จากเดิม 6.30 บาท แนะนำซื้อ ในฐานะหุ้นปันผลดีสม่ำเสมอ 5-6% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
08
มีนาคม
2018
BDMS (BUY/18TP: 26), กลับมาโตแกร่งอีกครั้ง
(views 26)
จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ที่เป็นบวก ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติขึ้น 13% ส่งผลให้การเติบโตเร่งตัวขึ้นเป็น +13.8% Y-Y โดยหนุนจากทั้งฝั่งรายได้และ Margin ที่ขยายตัว นอกจากนี้ล่าสุด BDMS เริ่มรุกตลาดลูกค้าประกันมากขึ้นผ่านการร่วมมือกับบริษัทประกันในการออกประกันสุขภาพที่ใช้บริการเฉพาะโรงพยาบาลในเครือ BDMS เท่านั้น ซึ่งเรามองเป็นบวกเพราะได้ใช้จุดแข็งจากการเป็นผู้มีเครือข่ายโรงพยาบาลมากที่สุดในประเทศ และใช้ประโยชน์จาก Capacity ที่เหลืออยู่ในการสร้างรายได้และกำไร เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 26 บาทและปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
08
มีนาคม
2018
M (BUY/18TP: 90), แนวโน้มกำไรปีนี้จะเติบโตต่อเนื่อง
(views 22)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนข้างบวก โดยบริษัทตั้งเป้าปีนี้เติบโตต่อเนื่องทั้งการฟื้นตัวของ SSSG การเปิดสาขาใหม่มากขึ้น 40-50 แห่ง และแนวโน้มราคาวัตถุดิบที่ทรงตัวถึงปรับลง โดยบริษัทได้ล็อกราคาซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าทั้งปีแล้ว ระยะสั้น แนวโน้ม SSSG 1Q18 ยังเป็นบวกต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Yayoi ที่น่าจะดีต่อเนื่องไปใน 2Q18 ภายหลังให้ BNK48 มาเป็น Presenter และได้รับการตอบรับที่ดี อย่างไรก็ตาม ด้วยกำไรปี 2017 ที่ต่ำกว่าคาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 11% โดยให้สมมติฐานใกล้เคียงกับเป้าหมายของบริษัท ซึ่งยังเป็นกำไรที่คาดเติบโตต่อเนื่องราว 15.5% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 90 บาท จากเดิม 100 บาท ยังมี Upside 23.3% และจ่ายปันผลงวด 2H17 หุ้นละ 1.2 บาท คิดเป็น Yield 1.6% กำหนดขึ้น XD 7 พ.ค. และจ่ายเงิน 23 พ.ค. ยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
มีนาคม
2018
THUMI (BUY/18TP: 3.1), คาดกำไรฟื้นตัวตั้งแต่ 1Q18 จาก Backlog ที่ New High
(views 21)
เรายังแนะนำซื้อ THMUI ราคาเป้าหมาย 3.10 บาท โดยคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของกำไรสุทธิตั้งแต่ 1Q18 จากงานในมือที่ทำ New High ใกล้เคียงกับรายได้ทั้งปีก่อนที่ 380 ล้านบาท โดยคำสั่งซื้อลวดสลิงส่วนใหญ่มาจากกลุ่มก่อสร้างและท่าเรือ เช่น SEAFCO PYLON PORT และท่าเรือกรุงเทพที่กำลังขยายพื้นที่ ซึ่งผลจากการได้งานเข้ามาเร็วตั้งแต่ต้นปี ผนวกกับค่าใช้จ่ายที่จะลดลงเพราะไม่มีค่า IPO เหมือนปีก่อน และผลของการคืนหนี้ที่ช่วงลดดอกเบี้ยจ่าย ทำให้ประมาณการของเราที่คาดกำไรสุทธิปีนี้โต 147% Y-Y อยู่ที่ 53 ล้านบาท มีความเป็นไปได้มากขึ้น โดยมี Upside เพิ่มเติมจากการประมูลงานขายท่อปะปาเฟส 2 ให้กับกลุ่มลูกค้าภาคใต้ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าเฟสแรกเป็นเท่าตัว (เรายังไม่รวมในประมาณการ) ราคาปัจจุบันคิดเป็น PE2018-2019 เพียง 10-12 เท่า และคาดจะเริ่มจ่ายปันผลได้ตั้งแต่งวด 1H18
อ่านเพิ่มเติม
07
มีนาคม
2018
MAJOR (HOLD/18TP: 28.5), ปรับประมาณการกำไรปกติลง แม้คาดฟื้นตัวจากปีก่อน
(views 23)
ปี 2017 ไม่ประทับใจนัก กำไรสุทธิทำได้เพียงใกล้เคียงปีก่อน กำไรปกติลดลง โดย 4Q17 ลดลงมาก Q-Q, Y-Y ต่ำกว่าเราและตลาดคาดมาก เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-2019 ลง 10% แม้คาดกำไรปกติปีนี้กลับมาดีขึ้น โดยมองแนวโน้มกำไรปกติ 1Q18 Flat Y-Y แต่ฟื้นตัวจากต่ำสุดในไตรมาสก่อนที่มีผลกระทบจากงานพระราชพิธี และคาด Gross margin ธุรกิจโฆษณาดีขึ้นใกล้ระดับปกติ และเพิ่มมากขึ้นใน 2Q18 ที่เข้าช่วงหน้าหนังฮอลลีวู๊ด และมีหนังไทยเช่น “หลวงพี่แจ๊ส 5G” จากประมาณการที่ปรับลง ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับลงจากเดิม 32 บาท เป็น 28.50 บาท (DCF) ราคาเป้าหมายดังกล่าว คิดเป็น PE เกือบ 24 เท่า ใกล้เคียง PE เฉลี่ยในอดีต และคาด Dividend yield ระดับ 4% แนะนำ ถือ จากเดิม ชะลอการลงทุน หลังประกาศงบ 4Q17 ที่ต่ำกว่าคาดเมื่อต้นสัปดาห์ก่อน
อ่านเพิ่มเติม
07
มีนาคม
2018
PDG (BUY/18TP: 4.5), กำไร 4Q17 ฟื้นตัว ปีนี้จะดีตาม TVO และธุรกิจใหม่
(views 24)
เรากลับมาแนะนำซื้อ PDG แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 4.50 บาท จาก 4.70 บาท (อิง PE เฉลี่ยที่ 15 เท่า) เพื่อสะท้อนต้นทุน PET ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเราคาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 2Q-3Q17 ซึ่งถูกกระทบทั้งรายได้ที่ชะลอและต้นทุนที่พุ่งขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นทรุดลงอย่างหนัก แต่ภาพปีนี้จะสดใสขึ้น จากคำสั่งซื้อขวด PET ล่วงหน้าที่ฟื้นในทุกกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะ TVO ที่ดีต่อเนื่องใน 1Q18 ขณะเดียวกัน การเริ่มผลิตหลอดพรีฟอร์มจะหนุนให้กำไรเร่งตัวขึ้นใน 2H18 เราคาดกำไรปีนี้กลับมาโต 8% Y-Y อยู่ที่ 80 ล้านบาท และปีหน้าโต 12% Y-Y อยู่ที่ 90 ล้านบาท จุดเด่นของ PDG ยังอยู่ที่ปันผลสูงสม่ำเสมอ 5-6% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
07
มีนาคม
2018
ORI (BUY/18TP: 24), แม้กำไรถูกกดดันด้วยมาร์จิ้นที่ต่ำ แต่โมเมนตัมปีนี้ยังโตแรง
(views 22)
กำไร 4Q17 ต่ำกว่าคาด จากมาร์จิ้นที่อ่อนแอ ORI รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 1.05 พันล้านบาท (+90% Q-Q, +232% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายหุ้นให้ NRED ราว 374 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 680 ล้านบาท (+135% Q-Q, +114% Y-Y) ต่ำกว่าเราและตลาดคาด กำไรที่ต่ำกว่าคาด เพราะมาร์จิ้นที่น้อยกว่าคาดอยู่ที่ 27.3% (จาก 46.8% ใน 3Q17 และ 47.5% ใน 4Q16) เนื่องจากมาร์จิ้นของโครงการ Park24 เฟส 1 (โอนราว 3 พันลบ.) ลดลงเหลือเพียง 15% จากผลของการปรับรายการต้นทุนในส่วนของ Goodwill จากการซื้อ Proud Residence ปลายปีก่อน และมีราคาขายที่ต่ำ อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมกำไร 4Q17 ยังโตแรง หนุนจากรายได้การขายอสังหาฯที่เพิ่มขึ้น +205% Q-Q, +295% Y-Y ทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 2 พันล้านบาท (+217% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษจากการขายหุ้นให้ NRED ราว 641 ลบ. กำไรปกติจะอยู่ที่ 1,380 ล้านบาท (+116% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
07
มีนาคม
2018
ROBINS (BUY/18TP: 78), เป้ายาวดูดี แต่เป้าปีนี้ดู Conservative เกินไป
(views 20)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ บริษัทได้เปิดเผยแผนการเติบโตใน 5 ปีข้างหน้ามีความ Aggressive ระดับหนึ่งด้วยการเปิดสาขาใหม่ปีละไม่น้อยกว่า 2-3 แห่ง และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน Private Brand เป็น 20% ในปี 2022 จาก 11.3% ในปี 2017 แต่สำหรับเป้าหมายการเติบโตในปี 2018 กลับมีความ Conservative มากกว่าที่เราคาด โดยตั้งเป้า SSSG เพียง 0% - 1% จากที่ -3.2% ในปี 2017 และตั้งเป้าการเติบโตของรายได้รวมเพียง 3% จึงนำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลง 3% เป็นการเติบโต 13.5% Y-Y จากเดิมที่คาดโต 16.2% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 78 บาท จากเดิม 85 บาท (อิง DCF) ยังมี Upside 22.8% ราคาหุ้นปรับลดมามากเกินไป จนปัจจุบันเทรดอยู่บน Forward PE เพียง 22.7 เท่า ในขณะที่มองผ่านจุดต่ำสุดแล้วในปี 2017 และจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปีนี้ จึงยังคงคำแนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
06
มีนาคม
2018
TVO (T-BUY/18TP: 38), ปัจจัยบวกหนุนราคาถั่วเหลืองชัดเจนมากขึ้น
(views 25)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนบวกมาก ทำให้เรามีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มราคาถั่วเหลืองมากขึ้น ซึ่งอาจเห็นราคาขยับแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ US$12 ต่อบุชเชล (หรืออาจปรับขึ้นมากกว่านี้) ภายในช่วง 1H18 หลังจากที่อาร์เจนติน่า (มีถั่วเหลืองมากเป็นอันดับ 3 ของโลก) ประสบภัยแล้งอย่างหนัก จึงคาดกันว่าผลผลิตของอาร์เจนติน่าอาจต่ำกว่าที่ USDA คาดไว้ 13% - 18% (รายงานฉบับถัดไปของ USDA วันที่ 8 มี.ค.) ซึ่งจะทำให้ปริมาณผลผลิตต่ำกว่าความต้องการบริโภค และนำไปสู่ปริมาณสต็อกถั่วเหลืองโลกเข้าสู่ช่วงขาลงในที่สุด ในขณะที่บริษัทได้ทยอยล็อกราคาและปริมาณวัตถุดิบล่วงหน้าไปมากกว่า 6 เดือนแล้ว รวมถึงการแข่งขันจากกากถั่วเหลืองนำเข้าลดลงไปมาก ระยะสั้นแนวโน้มกำไร 1Q18 จะโตทั้ง Q-Q และ Y-Y จากปริมาณและราคาขายกากถั่วเหลืองสูงขึ้น ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 30% เป็นการเติบโต 67.2% Y-Y จากเดิมคาดโต 27.7% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 38 บาท (อิง PE ใหม่ที่ 14 เท่า) แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาสะท้อนปัจจัยบวกไปพอสมควร และทั้งปริมาณผลผลิตที่ขึ้นอยู่สภาพอากาศป็นสำคัญ รวมถึงแนวโน้มราคาถั่วเหลืองก็มีความผันผวนสูง จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อเก็งกำไร (ตามราคาถั่วเหลือง)
อ่านเพิ่มเติม
06
มีนาคม
2018
CENTEL (BUY/18TP: 54), เป้าหมาย 5 ปีค่อนข้างท้าทายมาก
(views 29)
ผู้บริหาร CENTEL ตั้งเป้ารายได้เติบโต 1 เท่าตัวจากปัจจุบันในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเรามองว่าค่อนข้างท้าทายมากหากอิงจากการเติบโตในอดีต และหากจะบรรลุเป้าหมายเราคาดว่าจำเป็นที่จะต้องเห็นดีล M&A เข้ามาหนุนโดยเฉพาะฝั่งธุรกิจร้านอาหาร ส่วนปี 2018 เรายังคาดหวังการเติบโตของกำไรที่เร่งตัวขึ้นเป็น 19.1% Y-Y นำโดยธุรกิจโรงแรมที่ยังแข็งแกร่งตามทิศทางอุตสาหกรรมรวมถึงแรงหนุนจากการลงทุนใหม่ๆ ส่วนธุรกิจหารคาดว่าน่าจะสามารถฟื้นตัวได้ตามการบริโภคในประเทศ ราคาหุ้นปรับตัวลง 16% YTD และทำให้มี Upside เปิดกว้างเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 54 บาท เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
05
มีนาคม
2018
MODERN (BUY/18TP: 6.8), กำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาดีตามคาด แนวโน้มปี 2018 ดีต่อเนื่อง “ซื้อ”
(views 26)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 83 ล้านบาท ลดลง 10% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 25% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 83 ล้านบาท ลดลง 10% Q-Q เพราะ 3Q17 มีรับรู้เงินชดเชยจากการยกเลิกสัญญาเช่า 20 ล้านบาท หากหักออก กำไรปกติจะโต 10% Q-Q และ 25% Y-Y จากตลาดออฟฟิสที่กลับมาฟื้นตัว ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีอัตรากำไรสูง ชดเชยตลาดบ้านและคอนโดฯที่แผ่วลง เพราะฉะนั้น ถึงแม้รายได้จะทรงตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y ที่ 908 ล้านบาท แต่ด้วยอัตรากำไรปกติที่เพิ่มขึ้นเป็น 9.1% จาก 8.2% ใน 3Q17 และ 7.3% ใน 4Q16 จึงทำให้กำไรสุทธิและกำไรปกติ 4Q17 ออกมาน่าประทับใจ
ส่วนกำไรทั้งปี 2017 อยู่ที่ 216 ล้านบาท กลับมาเพิ่มขึ้น 25% Y-Y ทั้งที่ 1H17 ทำได้เพียง 40 ล้านบาท ลดลง 35% Y-Y โดยกำไรมาเร่งตัวใน 2H17 ตามการฟื้นตัวของกลุ่มบ้านและคอนโดฯ สะท้อนให้เห็นว่าผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 1H17

อ่านเพิ่มเติม
02
มีนาคม
2018
GFPT (BUY/18TP: 18), กำไร 4Q17 ใกล้เคียงคาด และแนวโน้ม 1Q18 ยังไม่สดใส
(views 22)
กำไร 4Q17 แผ่วลง ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 325 ล้านบาท (-35.8% Q-Q, -33.9% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 341 ล้านบาท) ถือว่าไม่สดใสนัก เป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส ส่วนหนึ่งเพราะเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ ทำให้ปริมาณขายไก่ส่งออกปรับลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y มาอยู่ที่ 7,500 ตัน รวมถึงการลดลงของปริมาณขายอาหารสัตว์เช่นเดียวกัน ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้อ่อนตัวลง -3.5% Q-Q และ -5.2% Y-Y กอปรกับได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงมาอยู่ที่ 15.9% จาก 18.1% ใน 3Q17 และ 17.1% ใน 4Q16 และส่วนที่แย่สุดในไตรมาสนี้คือ การอ่อนตัวลงขอราคาไก่และราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศ (By Product) กระทบต่อผลประกอบการของบริษัทร่วมอย่าง GFN ทำให้ GFPT รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก GFN ลดลงอย่างมากเหลือเพียง 3 ล้านบาท จาก 58 ล้านบาท และ 23 ล้านบาท ใน 2Q17 และ 3Q17 ตามลำดับ นอกจากนี้บริษัทร่วมอย่าง McKey ที่เคยสร้างส่วนแบ่งกำไรให้กับ GFPT อย่างโดดเด่นราว 55 – 65 ล้านบาทในปี 2016-2017 แต่ในไตรมาสนี้ส่วนแบ่งกำไรลดลงเหลือเพียง 14 ล้านบาท เพราะเริ่มรับรู้ค่าใช้จ่ายจากโรงงานใหม่ ในขณะที่ยังรับรู้รายได้ไม่มาก ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2017 เท่ากับ 1,748 ล้านบาท (+6.4% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
ADB (BUY/18TP: 2.3), กำไรสุทธิ 4Q17 กลับเข้าสู่ระดับปกติและดีกว่าคาด
(views 18)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 18 ล้านบาท ดีกว่าคาดการณ์ของเราที่ 15 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95% Q-Q และ 56% Y-Y รายได้รวมลดลง 7% Q-Q และ 9% Y-Y จากทั้งปัจจัยฤดูกาล และรายได้จากการส่งออกกาวและยาแนว ซึ่งคิดเป็น 30-35% ของรายได้รวมที่ลดลงตามการแข็งค่าของเงินบาท รวมถึงการชะลอจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าแถบแอฟริกาบางรายที่มีปัญหาชำระเงินล่าช้า ขณะที่ ยอดขายเม็ดพลาสติกคอมปาวด์ ซึ่งส่วนใหญ่ขายในประเทศเพื่อนำไปผลิตสายไฟยังทรงตัวได้ดี ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.6% ใกล้เคียงกับที่ทำได้ใน 3Q17 รายการที่ดีขึ้นมากและเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิ 4Q17 ขยายตัวแรงคือ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงเหลือ 11.6% ของรายได้รวม จาก 13.6% ใน 3Q17 และ 17.7% ใน 4Q16 จากการทำโปรโมชั่นที่ลดลงเพราะสินค้าเริ่มติดตลาดในต่างประเทศ และการกลับรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทำ IPO กำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 29 ล้านบาท (ดีกว่าคาดที่ 26 ล้านบา) ลดลง 62% Y-Y ปัจจัยกดดันหลักมาจากความผันผวนของราคาเม็ดพลาสติกที่รุนแรง และไม่สอดคล้องกับราคาขาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ ADB แจ้งไว้ตั้งแต่ช่วง IPO
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
ATP30 (BUY/18TP: 2.3), กำไร 4Q17 สดใสตามคาด ทำ All Time High ต่อเนื่อง
(views 19)
กำไรสุทธิ 4Q17 น่าประทับใจ +26% Q-Q, +204% Y-Y ATP30 รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 เป็นไปตามที่เราคาด เท่ากับ 10.6 ล้านบาท โตทั้ง +26% Q-Q และ +204% Y-Y โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y มีแรงหนุนมาจากรายได้จากการให้บริการที่โต +7% Q-Q, +24% Y-Y จากการรับรู้รายได้จากลูกค้ารายใหญ่ที่สุดอย่าง Autoliv ด้วยรถบัส 21 คันเต็มไตรมาส บวกกับเริ่มให้บริการ SCCC ด้วยรถบัส 7 คันตั้งแต่เดือนพ.ย. 2017 ซึ่งแม้จะเป็น Low Season จากวันหยุดที่มาก แต่ถูกชดเชยด้วยรายได้จากการเช่ารถพิเศษในงานร่าเริงต่างๆที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 25.8% จาก 25% ใน 3Q17 และ 24% ใน 4Q16 จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งต้นทุนน้ำมัน และค่าซ่อมบำรุง ทำให้กำไรปกติทั้งปี 2017 อยู่ที่ 26.2 ล้านบาท (+20% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
BEM (BUY/18TP: 10), กำไร 4Q17 เติบโตดี และต่อเนื่องในปีนี้
(views 23)
กำไรสุทธิ 4Q17 โตเด่น +28% Q-Q แต่หดตัว 19% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาล BEM รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 เป็น 758 ล้านบาท (-19% Q-Q, +28% Y-Y) ต่ำกว่าเราและตลาดคาด มีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่มากกว่าคาด และ SG&A ที่มากกว่าคาด จากค่าใช้จ่ายของผลตอบแทนประจำปี โดยกำไรสุทธิที่เติบโตโดดเด่น Y-Y มาจาก 1) รายได้รวมที่เพิ่มขึ้น +2.4% Y-Y อยู่ที่ 3,817 ล้านบาท หนุนด้วยการเติบโตของรายได้ธุรกิจทางด่วน +2% Y-Y, ธุรกิจรถไฟฟ้า +1% Y-Y และธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ +14% Y-Y 2) อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวขึ้นเป็น 39.7% จาก 37.4% ในปีก่อน จากค่าตัดจำหน่ายที่ลดลงตามการขยายอายุสัมปทานรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน อย่างไรก็ตาม การหดตัวของกำไร Q-Q มาจากจากปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดยาว และส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมที่ลดลง 34% Q-Q ทำให้กำไรทั้งปี 2017 จบที่ 3,123 ล้านบาท โต +20% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
BJC (BUY/18TP: 64), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด และจะโตต่อเนื่องในปีนี้
(views 16)
กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด และทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 1,863 ล้านบาท (+34.3% Q-Q, +79.7% Y-Y) หากไม่รวมกำไรจากการต่อรองซื้อธุรกิจวีนา เปเปอร์ที่เวียดนาม 155 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 23 ล้านบาท จะมีกำไรปกติ 4Q17 เท่ากับ 1,731 ล้านบาท (+25.6% Q-Q, +72.9% Y-Y) ดีกว่าคาด 13% (เราคาดไว้ 1,528 ล้านบาท) จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด โดยกำไรในไตรมาสนี้ถือเป็นจุดสูงสุดใหม่ ซึ่งทำได้ดีในทุกธุรกิจ เริ่มจาก 1) ค้าปลีก BIGC มี SSSG เป็นบวกต่อเนื่องที่ +3.8% Y-Y และเปิดสาขาใหม่ได้ครบตามเป้าหมาย ทำให้มีกำไรเติบโต +5.7% Q-Q และ +68.4% Y-Y 2) Packaging สามารถใช้กำลังการผลิตเตาแก้วแห่งที่ 4 ได้เกือบเต็มกำลังการผลิตทันทีหลังเริ่ม Operate ในเดือน ต.ค. ทำให้มีกำไรในสายธุรกิจนี้ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นเติบโต +3.3% Q-Q และ +14.1% Y-Y 3) Consumer กลับมาฟื้นตัวแรง โดยมีกำไรเติบโต +98.7% Q-Q, +252.8% Y-Y และ 4) Healthcare เติบโตได้ดีตามฤดูกาลจากการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ โดยมีกำไรเติบโต +74.8% Q-Q, +65.7% Y-Y สรุปภาพรวม เราเห็นทั้งการเติบโตของรายได้ที่ทำได้ดีในช่วง High Season ของธุรกิจ และมีอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวดีมาอยู่ที่ 19.8% (เราคาดไว้ 18.7%) เพิ่มขึ้นจาก 19.6% ใน 3Q17 และ 17% ใน 4Q16
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
CMO (BUY/18TP: 3), ผลประกอบการ 4Q17 ไม่ทำให้เราผิดหวังเหมือน 3Q17
(views 18)
4Q17 พลิกมามีกำไรสุทธิที่ 39 ล้านบาท มากกว่าคาด เราเคยคาดการณ์ผลประกอบการ CMO ผิดพลาดเมื่อ 3Q17 แต่ครั้งนี้ถือว่ากำไรสุทธิ 4Q17 ทำได้ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ โดยอยู่ที่ 39 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 23 ล้านบาทใน 3Q17 แต่ชะลอตัวลงจาก 50 ล้านบาทใน 4Q16 เพราะฐานสูงจากการได้งานแสดงนิทรรศการเย็นศิระเพราะพระบริบาลของภาครัฐฯ ที่ดีมากคือ (1) อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 29.4% จาก 14.8% ใน 3Q17 และ 27.6% ใน 4Q16 จากสัดส่วนรายได้ให้เช่าอุปกรณ์ของ PM Center ที่เพิ่มขึ้นตามการจัดงานรื่นเริงในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และ (2) ผลขาดทุนใน CMO Shoe Corp. ลดลงมากเหลือเพียง 7 ล้านบาท จากการทำตลาดเชิงรุกในการขายบัตร Himmapan Avartar ร่วมกับ BEC ส่วนกำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 36 ล้านบาท ใกล้เคียงกับคาดการณ์ของเราที่ 35 ล้านบาท ซึ่งกำไรรายไตรมาสแม้จะเหวี่ยงตัวตามปัจจัยฤดูกาล แต่ถือว่าสอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของ GDP ที่มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับรายได้ของ CMO ในไตรมาสถัดไปสูงถึง 80%
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
HMPRO (HOLD/18TP: 15.5), กำไรและมาร์จิ้น 4Q17 ทำจุดสูงสุดใหม่
(views 18)
กำไรสุทธิ 4Q17 ทำจุดสูงสุดใหม่มากกว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 1,526 ล้านบาท (+29% Q-Q, +15.6% Y-Y) ดีกว่าคาด 7% (เราคาดไว้ 1,429 ล้านบาท) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด ถือเป็นกำไรที่ทำสูงสุดใหม่ มาจากทั้งช่วง High Season ของธุรกิจ และได้รับผลบวกจากมาตรการช้อปช่วยชาติ ส่งผลให้ SSSG ฟื้นตัวเป็นบวกต่อเนื่องที่ +3% Y-Y จาก +2.8% Y-Y ใน 3Q17 กอปรกับประสบความสำเร็จจากการจัดงาน Expo ในเดือน พ.ย. ที่ยังสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง และมีการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งที่ ยะโฮร์บารห์รู มาเลเซีย (เป็นสาขาที่ 6 ในมาเลเซีย) ส่งผลให้รายได้รวมเติบโต +4.1% Q-Q และ +5.8% Y-Y และที่น่าประทับใจต่อเนื่องคือการปรับเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 27.5% (เราคาดไว้ 26.5%) เพิ่มขึ้นจาก 26.3% ใน 3Q17 และ 26.2% ใน 4Q16 จากกลยุทธ์การปรับ Product Mix และการ Sourcing ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้มีค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการเปิดสาขาใหม่ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 23.5% จาก 22.8% ใน 3Q17 และ 23.2% ใน 4Q16
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
PT (BUY/18TP: 9), กำไรสุทธิ 4Q17 ที่ว่าดีแล้ว แนวโน้มปีนี้ยังดีกว่า
(views 19)
กำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาดีกว่าคาดมากจนน่าตกใจ กำไรสุทธิ 4Q17 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 93 ล้านบาท (ดีกว่าคาดการณ์ของเราที่ 73 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 98% Q-Q และ 36% Y-Y แรงหนุนหลักมาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 46% Q-Q และ 47% Y-Y อยู่ที่ 1,162 ล้านบาท จากการเร่งปิดงานของลูกค้ารายใหญ่ในกลุ่มสถาบันการเงิน แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือเพียง 20.9% จาก 26.6% ใน 3Q17 และ 31.5% ใน 4Q16 เพราะงานส่วนใหญ่เป็นการขายอุปกรณ์ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ที่มีอัตรากำไรต่ำ อย่างไรก็ตาม การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ SG&A/Sales ลดลงเหลือเพียง 12.9% จาก 19.7% ใน 3Q17 และ 21.8% ใน 4Q16 ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 7.9% จาก 5.9% ใน 3Q17 ส่วนกำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 193 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% Y-Y จากทั้งรายได้ที่โต และผลของ Economy of scale ที่ทำให้ค่าใช้จ่าย SG&A ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
RS (T-BUY/18TP: 35), ราคาหุ้นตอบรับแนวโน้มผลประกอบการสดใส 1Q18 ยังโตดี
(views 13)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวาน เราคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการที่สดใส เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-2019 ขึ้น 26-28% เป็นกำไรโตสูงต่อเนื่อง 1.8 เท่าตัว Y-Y และ 46.5% ตามลำดับ จากการรวมคาดการณ์ยอดขายสินค้ากลุ่มใหม่ประเภท Home lifestyle (HL) ต่ำกว่าเป้าของบริษัทเล็กน้อย ปรับคาดยอดขายกลุ่ม H&B เดิม ขึ้น 6% แม้ปรับลดคาดรายได้ทีวีช่อง 8 ลง ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับขึ้นเป็น 35 บาท จากเดิม 28 บาท ราคาหุ้นที่ขึ้นมามาก (+19% YTD) มี Upside เหลือ 6% แต่แนวโน้มผลประกอบการ 1Q18 ที่โตสูงต่อเนื่อง Q-Q, Y-Y (1Q17 เป็นกำไรต่ำสุดของปี) น่าจะหนุนการเก็งกำไรต่อ คงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
TKN (BUY/18TP: 24), กำไรปกติ 4Q17 ไม่แย่ และจะกลับมาฟื้นตัวในปีนี้
(views 26)
กำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาต่ำกว่าคาด แต่มาจากรายการพิเศษทั้ง FX Loss และรายการทางภาษี ทั้งนี้ในแง่กำไรปกติ 4Q17 ถือว่าทำได้ดีใกล้เคียงคาด และเริ่มเห็นฟื้นตัวของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น มีเพียงค่าใช้จ่ายในการขายที่ค่อนข้างสูงใน 4Q17 แต่คาดจะลดลงกลับสู่ระดับปกติใน 1Q18 กอปรกับการใช้กำลังการผลิตจะทยอยปรับสูงขึ้น และแนวโน้มราคาวัตถุดิบสาหร่ายจะปรับลดลง น่าจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้ ในขณะที่รายได้จะเติบโตตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ และการเติบโตของตลาดส่งออก โดยเฉพาะจีน CLMV และการรุกเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ เรามองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วในปี 2017 ที่มีกำไรลดลง 22.2% Y-Y และคาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 52% Y-Y และยังคงราคาเป้าหมาย 24 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 27% ประกาศจ่ายปันผลงวด 2H17 หุ้นละ 0.17 บาท คิดเป็น Yield 0.9% กำหนดขึ้น XD 12 มี.ค. และจ่ายเงิน 4 พ.ค. คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
SC (BUY/18TP: 4.8), ถึงเวลาแล้ว… ที่ SC จะกลับมาโตโดดเด่นอีกครั้ง
(views 17)
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ“ซื้อ” และประเมินราคาเหมาะสมที่ 4.80 บาท จากโมเมนตัมกำไรที่เป็นขาขึ้นตั้งแต่ปีนี้ และต่อเนื่องในปีหน้า รวมถึงอัตราเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูงราว 5% โดยเราคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะกลับมาเติบโตโดดเด่น +58% Y-Y หนุนจากการเริ่มโอนคอนโด Super Luxury 2 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 8.7 พันล้านบาทใน 2Q-3Q18 รวมถึงคาดหวังความสำเร็จจากการเน้นขาย และโอนโครงการแนวราบ ผลักดันให้รายได้แนวราบอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาทได้ ขณะที่ Backlog ณ สิ้นปีก่อนอยู่ที่ 9.7 พันล้านบาท รองรับประมาณการรายได้ปี 2018 ไปแล้วกว่า 32% โดย SC ยังคงรักษาฐานผู้นำตลาดบ้านเดี่ยวระดับบน พร้อมปรับกลยุทธ์ขยายไปจับตลาด Mid-to-Low และต่างจังหวัดมากขึ้น ช่วยให้พอร์ตมีความยืดหยุ่น และเติบโตได้ดีในระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
ARROW (BUY/18TP: 16.4), กำไรสุทธิ 4Q17 ทำได้ต่ำกว่าคาด จากรายได้และอัตรากำไรที่ชะลอ
(views 18)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 45 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดที่ 58 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4Q17 ของ ARROW ออกมาน่าผิดหวัง เหลือเพียง 45 ล้านบาท (ลดลง 6% Q-Q และ 31% Y-Y) จากคาดที่ 58 ล้านบาท รายได้รวมลดลง 7% Q-Q ตามฤดูกาลที่เป็น Low Season แต่เพิ่มขึ้น 2% Y-Y อยู่ที่ 361 ล้านบาท จากการทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นยังถูกกดดันต่อเนื่อง เหลือเพียง 23.3% จาก 25.3% ใน 3Q17 และ 32.7% ใน 4Q16 เพราะต้นทุนเหล็กรีดเย็นเร่งตัวขึ้นในช่วงต้น 4Q17 ก่อนจะอ่อนตัวลงปลายปี อีกทั้ง การรับรู้กำไรงานรับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าและแอร์เป็นงานที่มีอัตรากำไรต่ำกว่าคาด ส่วนกำไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 194 ล้านบาท ลดลง 26% Y-Y แรงกดดันหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ชะลอตัว จากต้นทุนเหล็กที่ขึ้นและการใช้กำลังการผลิตสินค้าใหม่ที่ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
COMAN (BUY/18TP: 9), กำไรสุทธิ 4Q17 ดีกว่าคาด และมีการตัดขาย MSL เพื่อลดความกังวล
(views 11)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 14 ล้านบาท ดีกว่าคาดที่ 8 ล้านบาท กำไรสุทธิดีกว่าคาดมาก อยู่ที่ 14 ล้านบาท (คาด 8 ล้านบาท) เกือบเท่ากับทั้ง 9M17 ที่ทำได้ 17 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น 20% Q-Q และ 25% Y-Y อยู่ที่ 56 ล้านบาท ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season ของทั้ง COMAN และซินเนเจอร์ และอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มเป็น 65.8% จาก 64.2% ใน 3Q17 รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงเหลือ 39.7% ของรายได้รวม จาก 44.0% ใน 3Q17 และ 41.4% ใน 4Q16 ตามแผนการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด กำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 30 ล้านบาท กลับมาใกล้เคียงกับที่ทำได้ในปี 2016 ที่ 33 ล้านบาท ทั้งที่มีค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาในการซื้อซินเนเจอร์ราว 5 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
THMUI (BUY/18TP: 3.1), 4Q17 ผิดคาดเพราะเหตุพิเศษ แต่งานในมือจะหนุนกำไร New High
(views 13)
ผลประกอบการ 4Q17 ผิดคาด เพราะมีกลับรายการทางบัญชี THMUI รายงานผลประกอบการ 4Q17 ขาดทุนสุทธิ 3 ล้านบาท แย่กว่าที่เราคาดว่าจะมีกำไรสุทธิราว 8 ล้านบาท จาก (1) รายได้รวมที่ลดลง 39% Q-Q และ 28% Y-Y ตามฤดูกาลและคำสั่งซื้อที่เลื่อนมาบันทึกใน 1Q18 (2) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นมาก คิดเป็น 41.9% ของรายได้รวม จาก 24.7% ใน 3Q17 และ 25.6% ใน 4Q16 เพราะมีกลับรายการทางบัญชี ทั้งในส่วนของยอดรีเบทที่ถูกให้บันทึกย้อนหลังราว 3 ล้านบาท และรายการระหว่างกันกับบริษัทลูก (propoint) ที่ถูกหักออกจากการเปลี่ยนวิธีบันทึกบัญชีราว 5-10 ล้านบาท แต่ที่ดีขึ้นคือ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 40.0% จาก 38.5% ใน 3Q17 จากผลของเงินบาทที่แข็งค่าราว 2% อย่างไรก็ตาม กำไรทั้งปี 2017 เพิ่มขึ้น 13% Y-Y อยู่ที่ 21 ล้านบาท โดยนอกจากยอดขายลวดสลิงที่โตแล้ว ในช่วง 3Q17 ยังมีการรับรู้รายได้ขายท่อ HDPE ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ให้กับลูกค้ารายใหญ่ที่กำลังวางระบบน้ำปะปาในภาคใต้ด้วย
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2018
VNG (HOLD/18TP: 11), กำไร 4Q17 น่าผิดหวัง ถูกกดดันจากต้นทุน
(views 13)
กำไรปกติ 4Q17 ยังคงน่าผิดหวัง ทรุดลงต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี หากตัดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติใน 4Q17 ลดลงเหลือเพียง 125.1 ล้านบาท -58.5% Q-Q, -71.4% Y-Y ต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี และต่ำกว่าคาด เหตุเพราะราคาไม้ที่อยู่ในระดับสูง ทำให้อัตรากำขั้นต้นลดลงเหลือเพียง 19.9% จากในงวด 9M17 ที่อยู่ที่ 25% ขณะที่ค่าใช้จ่ายขายและบริหารทรงตัวในระดับสูง 15% ของรายได้ ส่งผลให้กำไรทรุดลงดังกล่าว และด้วยเหตุที่ต้นทุนวัตถุดิบแพงขึ้นแทบตลอดทั้งปี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปี 2017 ลดลงเป็น 24.0% จากในช่วง 2 ปีก่อนหน้า (ปี 2016-17) ที่อยู่ที่ 29% ขณะที่รายได้ถือว่าเพิ่มขึ้นดี +10.7% จากราคาขายที่ขยับขึ้นแต่ไม่ทันกับวัตถุดิบและค่าเสื่อมที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ VNG ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.30 บาท/หุ้น Yield 2.7% XD 16 มี.ค. จ่ายเงิน 18 พ.ค. 2018
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2018
ABM (IPO: 1.8/18TP: 2.26), หนึ่งในผู้นำธุรกิจจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลในไทยและเอเชีย
(views 16)
ABM เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านการจัดหา ขนส่ง และจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลของไทยและในเอเชีย ที่มีศักยภาพการเติบโตจากแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานทดแทนของโลกเพิ่มต่อเนื่อง คาดว่ากำไรปกติในปี 2018 จะโตสูง 81.6% จากปีก่อน (แต่ EPS-fully diluted โต 36.2%) จากคาดรายได้ขายรวมเพิ่ม 24.6% หนุนโดยปริมาณขายเพิ่ม จากปริมาณขายกะลาปาล์มทั้งในและต่างประเทศเพิ่ม หลังปีก่อนได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ และความต้องการของลูกค้าโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มมาก เราประเมินราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2018 (หลังเพิ่มทุน) ที่ 2.26 บาท โดยวิธี PE Relative ที่ 19 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2018
CPF (HOLD/18TP: 28), ธุรกิจหลักจะไม่สดใสไปอีกอย่างน้อย 2 ไตรมาส
(views 12)
ธุรกิจหลัก 4Q17 อ่อนแอมาก กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 2,326 ล้านบาท (-52.7% Q-Q, +33.8% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษสุทธิภาษีที่ค่อนข้างมากทั้งกำไรขายเงินลงทุน 2,109 ล้านบาท, รายการเครดิตภาษีราว 2,000 ล้านบาท, ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย 535 ล้านบาท และขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ 188 ล้านบาท พบว่าผลการดำเนินงานหลักใน 4Q17 พลิกเป็นขาดทุนราว -888 ล้าน ส่วนหนึ่งเพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ และได้รับผลกระทบจากราคาเนื้อสัตว์ที่อ่อนตัวลง โดยเฉพาะราคาหมูในไทยและเวียดนาม ที่อ่อนตัวลงจนต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยง ทำให้เผชิญผลขาดทุนหนัก ในขณะที่แม้ราคาไก่จะยังไม่ต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยง แต่ก็ค่อนข้างใกล้เคียงกับระดับคุ้มทุน แม้ธุรกิจในต่างประเทศ (ไม่รวมเวียดนามและกัมพูชา) จะเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถหักล้างการอ่อนตัวลงของธุรกิจในประเทศและเวียดนามได้ทั้งหมด ทำให้ภาพรวมผลประกอบการไม่สดใส ทั้งนี้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงมากมาอยู่ที่ 9.7% ลดลงจาก 13.9% ใน 3Q17 และ 13.1% ใน 4Q16 ต่ำสุดในรอบ 18 ไตรมาส แต่ยังมีรายการที่ดีต่อเนื่องคือส่วนแบ่งกำไรขาดทุนจาก CPALL ที่ปรับเพิ่มขึ้น 7% Q-Q และ 34% Y-Y บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2017 เท่ากับ 15,259 ล้านบาท (+3.8% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2018
EKH (BUY/18TP: 7), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 16)
กำไร 4Q17 แข็งแกร่งกว่าคาด EKH ประกาศกำไรปกติ 4Q17 ออกมาดีกว่าคาด 10% ที่ 22 ลบ. -40.6% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ +29.2% Y-Y จากรายได้ที่เติบโตในระดับค่อนข้างดี +6.1% Y-Y และโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่าย SG&A ที่ต่ำกว่าคาดโดยคิดเป็นสัดส่วน 19.9% ลดลงจาก 22.4% ในปีก่อน ส่งผลให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นเป็น 23.9% ในไตรมาสนี้จาก 20.4% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยังได้รับผลบวกจาก Operating Leverage ส่งผลให้กำไรปกติปี 2017 จบที่ 84 ลบ. +11.4% Y-Y ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2018
VIBHA (BUY/18TP: 3), กำไรปี 2017 ใกล้เคียงคาด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 17)
กำไรปี 2017 ใกล้เคียงคาด VIBHA ประกาศกำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาที่ 229 ลบ. -23.1% Q-Q, +13.1% Y-Y และทำให้ทั้งปี 2017 มีกำไรสุทธิ 869 ลบ. +28% Y-Y ซึ่งถือว่าใกล้เคียงคาดการณ์ของเรา ใน 4Q17 รายได้จากการรักษาพยาบาลเติบโต 8.7% Y-Y ซึ่งหลักๆยังเกิดจาก CMR ซึ่งได้อานิสงส์จากการปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคม อย่างไรก็ตามส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงเหลือเพียง 11 ลบ.ในไตรมาสนี้ซึ่งไม่ดีนักเพราะต่ำกว่าฐานปกติที่ราว 50 ลบ.ต่อไตรมาสหลังปรับโครงสร้างการถือหุ้นไปตั้งแต่ปี 2016 ขณะที่ด้าน Gross Margin ชะลอตัวลงเล็กน้อย Y-Y แต่ชดเชยได้จากการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2018
FN (BUY/18TP: 5.6), กำไร 4Q17 แม้ยังกังวลต่อมาร์จิ้น แต่ยังมองว่าผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
(views 17)
กำไรสุทธิ 4Q17 ฟื้นตัวเท่ากับคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 25 ล้านบาท (+47.1% Q-Q, -46.8% Y-Y) เท่ากับคาด สาเหตุที่กำไรลดลง Y-Y มาจากฐานที่สูงในปีก่อน ส่วนกำไรที่กลับมาเติบโต Q-Q ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยฤดูกาล และบริษัทยังมีการทำโปรโมชั่นกระตุ้นรายได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างดีสำหรับสาขาใหม่แห่งที่ 10 ที่ฉะเชิงเทรา ทำให้มีรายได้รวมไตรมาสนี้เติบโต 15.4% Q-Q และสามารถทรงตัวได้ Y-Y แม้ SSSG ยังคงติดลบ แต่ได้รับการชดเชยด้วยรายได้สาขาใหม่ อย่างไรก็ตาม ต้องแลกด้วยการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นปรับลงมาอยู่ที่ 43.2% จาก 45% ใน 3Q17 และ 44.3% ใน 4Q16 ทั้งนี้ด้วยผลกระทบของกำลังซื้อที่ชะลอตัวตลอด 9M17 ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2017 เท่ากับ 86 ล้านบาท ลดลงถึง 44.3% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2018
BEC (HOLD/18TP: 10.5), 4Q17 ขาดทุนมากกว่าคาดมาก แต่คาดผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
(views 18)
ผลประกอบการ 4Q17 ขาดทุนหนักกว่าคาด 4Q17 ขาดทุนสุทธิ 336 ล้านบาท ขาดทุนปกติ 357 ล้านบาท แย่ลงจากไตรมาสก่อนที่กำไรปกติเพียง 18 ล้านบาท และ 4Q16 ขาดทุนปกติ 57 ล้านบาท นับเป็นขาดทุนมากกว่าคาด จากต้นทุนบริการและค่าใช้จ่าย SG&A มากกว่าคาด (-13.2% Q-Q, +25.9% Y-Y และ +5.2% Q-Q, -6.5% Y-Y ตามลำดับ) ขณะที่รายได้รวม -25.2% Q-Q, + 4.8% Y-Y โดยรายได้หลักค่าโฆษณา TV -25.4% Q-Q, +7.2% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2018
BLA (HOLD/18TP: 37.5), ค่าใช้จ่ายที่ลดลงเป็นช่วยลดผลกระทบของการขายผ่านธนาคาร
(views 18)
แม้ว่าเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2018 ขึ้นเป็น 3.7 พันลบ. (+2.1%Y-Y) เพื่อสะท้อนแนวโน้มการตั้งสำรองเบี้ยประกันฯที่น้อยกว่าคาด แต่ยังเห็น Downside ของประมาณการ จากรายได้เบี้ยประกันผ่านช่องทางธนาคารที่ลดลงจากผลิตภัณฑ์ประเภท Endowment (ล่าสุดสัญญาของคู่ค้ายังไม่ชัดเจน) จึงคำแนะนำ ถือ/ชะลอการลงทุน ที่ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 37.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2018
LIT (HOLD/18TP: 10.4), กลับมาที่การสร้างความแข็งแกร่งของคุณภาพหนี้ กำไรอาจแผ่ว
(views 18)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2018 ลงเป็น 162 ลบ. (+11%Y-Y) สาเหตุหลักเกิดจากนโยบายการการตั้งสำรองฯหนี้สูญจากปัจจุบัน < 5% ของ Total loan เป็น 7% ทำให้คาดว่าจะทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองฯปี 2018 น่าจะเพิ่มขึ้น 40% จากปีก่อนหน้า ที่ระดับสำรองดังกล่าวน่าจะทำให้ Coverage ratio ของบริษัทแข็งแกร่งขึ้น เราคาดว่าน่าจะขึ้นมาอยู่ที่ราว 130-140% จาก 102% ในปี 2017 ถือว่าเทียบเท่าอุตสาหกรรม ภายหลังการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ทำให้ประมาณการการเติบโตของกำไรใน 3 ปีข้างหน้าปรับลดลง 20% เป็น 16% จาก 20% เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2018 ลงเป็น 10.40 บาท (เดิม 11.70 บาท) แนะนำ ถือ จากเดิม ซื้อ หรือ Switch เป็น TK (ราคาเหมาะสม 19.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2018
MINT (BUY/18TP: 48), กำไรจะยัง New High แต่ราคายังไม่ New High
(views 18)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q18 ของ MINT คาดว่ายังมีการเติบโตที่แข็งแกร่งและจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีจากอานิสงส์จาก Peak Season ของการท่องเที่ยวในไทย ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2018 คาดว่ายังคงสดใสจากทุกธุรกิจที่เติบโต และที่สำคัญเรามองว่าจะเป็นปีที่ MINT ให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำกำไรมากขึ้น เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 เติบโต 20% Y-Y และทำ New High ต่อเนื่อง ราคาหุ้นในสัปดาห์เศษที่ผ่านมาปรับตัวลงเกือบ 10% ซึ่งไม่สอดคล้องกับทิศทางการเติบโต เราจึงมองเป็นจังหวะในการเข้า “ซื้อ” โดยยังคงราคาเหมาะสมที่ 48 บาท
อ่านเพิ่มเติม
26
กุมภาพันธ์
2018
SVI (BUY/18TP: 4.9), กำไร 4Q17 เป็นไปตามคาด มองเป็นจุดต่ำสุดแล้ว
(views 13)
กำไร 4Q17 ตามคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 112 ล้านบาท (+40% Q-Q, -45.9% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 115 ล้านบาท) ทั้งนี้หากไม่รวมการตั้งด้อยค่าความนิยมกิจการ Seidel 58 ล้านบาท (สุทธิภาษีจะเท่ากับ 46 ล้านบาท) และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 6 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 152 ล้านบาท (+108% Q-Q, -2.6% Y-Y) ถือว่าฟื้นตัวได้ดี มีรายได้ขยับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ US$100 ล้าน (+5.3% Q-Q, +19% Y-Y) ทั้งที่เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ แต่ยังมีคำสั่งซื้อที่เลื่อนมาจากไตรมาสก่อนๆ เพราะยังประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ แม้ไตรมาสนี้ยังเผชิญกับราคาวัตถุดิบอยู่ในระดับสูง แต่ด้วยผลกระทบของค่าเงินบาทแข็งค่าที่ต่ำกว่าไตรมาสก่อน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 8.6% จาก 5.8% ใน 3Q17 แต่ยังถือเป็นระดับที่ต่ำกว่าปกติ ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (ไม่รวมด้อยค่าความนิยม) ลดลงมาอยู่ที่ 4.5% จาก 4.9% ใน 3Q17 และ 5% ใน 4Q16 ทำให้จบปี 2017 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 491 ล้านบาท ลดลง 69.3% Y-Y เพราะปีก่อนมีรายการพิเศษเงินประกันก้อนใหญ่ หากไม่รวมรายการพิเศษ จะมีกำไรปกติปี 2017 เท่ากับ 477 ล้านบาท (-22.3% Y-Y) ถือเป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 4 ปี
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
AAV (BUY/18TP: 6.5), กำไร 4Q17 ดีตามคาด แต่ปี 2018 ยังถูกดดันจากต้นทุนน้ำมัน
(views 12)
กำไรปกติ 4Q17 โต +112% Q-Q, +115% Y-Y ใกล้เคียงคาด รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 476 ล้านบาท (+82% Q-Q, +1,053% Y-Y) ใกล้เคียงที่เราคาด (เราคาด 480 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 76 ล้านบาท กำไรปกติจะเท่ากับ 400 ล้านบาท (+112% Q-Q, +115% Y-Y) โดยการเติบโตของกำไร Q-Q มาจากช่วง High Season ของการท่องเที่ยว ส่วนการโตแรงของกำไร Y-Y มาจากฐานที่ต่ำ เพราะได้รับผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ และสถานการณ์ไว้อาลัยในปีก่อน รวมถึงมีการเพิ่มความถี่ และขยายเส้นทางการบิน ทำให้จำนวนผู้โดยสารเติบโต +22% Y-Y และค่าโดยสารเฉลี่ยฟื้นตัว +6% Y-Y ขณะที่กำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 1,478 ล้านบาท (-21% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติจะอยู่ที่ 1,155 ล้านบาท (-41% Y-Y) โดยปี 2017 ถูกกดดันจากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น, การขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินภายในประเทศ และการแข่งขันด้านราคาตั๋วที่รุนแรง
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
CPALL (BUY/18TP: 98), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาดและทำจุดสูงสุดใหม่อย่างน่าประทับใจ
(views 27)
กำไรสุทธิ 4Q17 ดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 5,525 ล้านบาท (+11.2% Q-Q, +28.2% Y-Y) ทำจุดสูงสุดใหม่ได้มากกว่าคาด 6% (เราคาดไว้ 5,214 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรที่น่าประทับใจ ส่วนหนึ่งมาจากธุรกิจ Cash & Carry ที่ทำผลงานได้ดี โดย MAKRO มีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,880 ล้านบาท (+30% Q-Q, +16.7% Y-Y) ในขณะที่ธุรกิจ 7-11 ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน โดยมี SSSG ฟื้นตัวเป็นบวกที่ 6% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำ และได้รับผลบวกจาก Stamp Promotion ต่อเนื่องมาจาก 3Q17 รวมถึงได้รับอานิสงส์มาจากการปรับขึ้นราคาบุหรี่ แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาล นอกจากนี้ยังมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องอีก 116 แห่ง รวมเป็นการเปิดสาขาใหม่ทั้งปี 2017 บรรลุเป้าหมายไปที่ 726 แห่ง ทำให้บริษัทมีรายได้รวมไตรมาสนี้เติบโต 4.3% Q-Q และ 11% Y-Y และยังมีความสามารถทำกำไรได้แข็งแกร่งตามคาด ด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 22.6% เพิ่มขึ้นจาก 22.4% ใน 3Q17 และ 21.9% ใน 4Q16 ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่รวม MAKRO ในปี 2013 กอปรกับยังเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายเข้มงวด ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 19.7% จาก 20% ใน 3Q17 แต่ขยับขึ้นเล็กน้อยจาก 19.4% ใน 4Q16 ในขณะที่อัตราภาษีจ่ายลดลงมาอยู่ที่ 13% จากปกติอยู่ที่ระดับ 15% - 16% ทั้งนี้ต่ำกว่า 20% จากค่าใช้จ่ายเงินลงทุนที่ลดหย่อนภาษีได้มากขึ้นในปี 2016-2017 และได้ประโยชน์ทางภาษีจากการออก Perpetual Bond
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
FSMART (BUY/18TP: 15), ราคาหุ้นลงหนักต่อประเด็นลบ
(views 26)
กำไร 4Q17 ต่ำกว่าคาด แม้ทั้งปี 2017 ยังโต 29.2% แนวโน้ม 1Q18 กลับมาโต Q-Q, Y-Y จากรายได้ต่อตู้เพิ่ม ต้นทุนค่าเสื่อมชะลอ และค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง เราปรับประมาณการปี 2018-2019 ลง 7-10% เป็นกำไรโตเกือบ 18% และ 13% ตามลำดับ และปรับลดสมมุติฐาน L-T Growth เพื่อConservative มากขึ้นอีกต่อปัจจัยเสี่ยงระยะยาวพฤติกรรมของผุ้ใช้บริการ ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ลงเป็น 15 บาท จากเดิม 19.50 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมามากเกือบ 20% หลังกำไร 4Q17 ต่ำกว่าคาดและความกังวลข่าว 7-11 จะเป็น Banking Agent ซึ่งผุ้บริหารเชื่อว่าผลกระทบไม่น่ามากนัก เนื่องจากลูกค้าหลักของ FSMART 70% ระดับรากหญ้าในพื้นที่ห่างตัวเมือง และปันผลน่าสนใจมากขึ้น ที่ 5-7% แนะนำ ซื้อ จากเดิม ชะลอการลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
ICHI (HOLD/18TP: 8.5), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด แต่อาจแผ่วลงใน 1Q18
(views 12)
กำไร 4Q17 ไม่ผิดหวัง ออกมาดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 93 ล้านบาท (+64.8% Q-Q) และพลิกจากที่ขาดทุน 55 ล้านบาท ในปีก่อน เป็นกำไรที่ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 51 ล้านบาท) ซึ่งมาจากรายการเครดิตภาษีที่เกิดจาก Deferred Tax ทั้งนี้หากไม่รวมรายการตั้งด้อยค่าความนิยมแบรนด์ไบเล่ 24 ล้านบาท (สุทธิภาษี) จะมีกำไรปกติ 4Q17 เท่ากับ 138 ล้านบาท (+100% Q-Q และพลิกจากขาดทุนปีก่อน) โดยรายได้ส่งออกทำได้ดีอย่างน่าประทับใจ เพิ่มขึ้นจนมีสัดส่วนราว 27% ของรายได้รวม จากเพียง 2% ณ สิ้นปี 2016 ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 25.6% Y-Y แต่ลดง 10.4% Q-Q เพราะรายได้ส่งออกที่โตไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของตลาดในประเทศได้ ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 24.7% เพิ่มขึ้นจาก 23.9% ใน 3Q17 และ 16.9% ใน 4Q16 จากอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้นมาอยู่ที่ 55% - 60% และสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (ไม่รวมด้อยค่า) ลดลงอย่างมากมาอยู่ที่ 12.3% จาก 16.2% ใน 3Q17 และ 22.3% ใน 4Q16 เพราะไม่มีการทำโปรโมชั่นใหญ่สำหรับการขายในประเทศ ทั้งนี้บริษัทยังรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ -43 ล้านบาท จาก -18 ล้านบาทใน 3Q17 แต่ลดลงจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ -61 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
MALEE (U.R./18TP: U.R), กำไร 4Q17 น่าผิดหวัง ต่ำคาดมาก อยู่ระหว่างทบทวน
(views 18)
กำไรสุทธิ 4Q17 ต่ำสุดในรอบ 7 ปี กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 28 ล้านบาท (-64.1% Q-Q, -76.1% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดไว้ 79 ล้านบาท) เป็นกำไรที่น่าผิดหวังมาก มาจากทั้งอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด และค่าใช้จ่ายที่มากกว่าคาด แม้ธุรกิจในประเทศจะเติบโตได้ดี โดยเฉพาะ CMG ที่โตดีมากจากการรับจ้างผลิตสินค้าใหม่ รวมถึงธุรกิจ Export Brand จะมีการเติบโตตามการเน้นขยายตลาดส่งออก แต่ยังไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของธุรกิจ Export CMG ซึ่งมาจากการอ่อนตัวลงของน้ำมะพร้าวส่งออก ที่บริษัทเพิ่งปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพสินค้าแล้วเสร็จเมื่อปลาย 4Q17 ทำให้ยอดขายน้ำมะพร้าวยังกลับมาไม่ทัน ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้โตเพียง 2.1% Q-Q และ 3.6% Y-Y โดยสัดส่วนรายได้ส่งออกใน 4Q17 ลดลงมาอยู่ที่เพียง 29% จาก 42% ในปีก่อน แต่ที่เป็นปัญหาคืออัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาดมาอยู่ที่ 26.3% (เราคาดไว้ 30%) เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 18 ไตรมาส นอกจากรายได้ต่างประเทศ ที่มาร์จิ้นสูงจะลดลงแล้ว ยังมีค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นจากการลงทุนเพิ่มเติมในโรงงาน เครื่องจักร และสำนักงาน รวมถึงอัตราสูญเสียที่สูงขึ้นจากการ Test Run เครื่องจักรใหม่บางรายการ และผลกระทบจากภาษีน้ำตาล เช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายที่ปรับตัวสูงขึ้นจากด้านบุคลากรและ R&D ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 25.2% จาก 23.4% ใน 3Q17 และจากฐานที่ต่ำมากที่ 13.6% ใน 4Q16 ที่มีการปรับกลยุทธ์ชะลอการใช้จ่ายภายใต้กำลังซื้อที่อ่อนแอ ในขณะที่รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากฟิลิปปินส์สูงขึ้นเป็น -10 ล้านบาท จาก -4 ล้านบาทใน 3Q17 แต่ลดลงจาก -40 ล้านบาทใน 4Q16
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
RSP (BUY/18TP: 8.4), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด น่าจะฟื้นตัวต่อใน 1Q18
(views 11)
กำไรสุทธิ 4Q17 ฟื้นตัวดีกว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 58 ล้านบาท (+26.1% Q-Q, -18.3% Y-Y) ดีกว่าคาดเล็กน้อย (เราคาดไว้ 55 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรลดลง Y-Y มาจากฐานที่สูงในปีก่อน แต่ถือเป็นการฟื้นตัวดี Q-Q ทั้งจากปัจจัยฤดูกาล และฟื้นตัวตามกำลังซื้อ โดยบริษัทมีรายได้เติบโต 6.8% Q-Q ทั้งนี้รายได้แบรนด์ Pony ขยับขึ้นได้ดีจนล่าสุดทำได้มากกว่าเป้าหมายของบริษัทเกือบเท่าตัวแล้ว และมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นน่าประทับใจมาอยู่ที่ 53.8% จาก 48.6% ใน 3Q17 ตามการฟื้นตัวของรายได้ แต่ค่าใช้จ่ายปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น จากค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขาและทำการตลาดที่มากขึ้น รวมถึงมีการตั้งค่าเผื่อสินค้าคงเหลือด้วย ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 33.4% จาก 29% ใน 3Q17 และ 28.8% ใน 4Q16 แต่จากผลการดำเนินงานที่แผ่วลมากในช่วง 2Q17 - 3Q17 จากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2017 ลดลง 24.4% Y-Y เท่ากับ 226 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
TACC (BUY/18TP: 6), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด แต่อาจแผ่วลงใน 1Q18 ชั่วคราว
(views 9)
กำไรสุทธิ 4Q17 ดีกว่าคาดและทำจุดสุงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 33 ล้านบาท (+50% Q-Q, +13.8% Y-Y) ดีกว่าคาด 7% (เราคาดไว้ 31 ล้านบาท) ถือว่าทำได้ดี และเป็นจุดสูงสุดใหม่ ส่วนหนึ่งเพราะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ แม้ผลประกอบการที่กัมพูชา (สัดส่วนราว 10% ของรายได้รวม) จะแผ่วลงจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น แต่ได้รับการชดเชยทั้งหมดด้วยการขายในประเทศที่ค่อนข้างดี โดยนอกจากการเติบโตของสินค้าเดิมที่ยังทำได้ดีต่อเนื่องแล้ว ยังได้อานิสงส์ของสินค้าใหม่ที่ได้รับการตอบรับที่ดี และสร้างรายได้ได้ตามเป้าหมายของบริษัท อาทิ เครื่องดื่มโถกดตามฤดูกาล รสชาติโกโก้ Hershey’s Freeze , Easy Dip และสินค้าใหม่ภายใต้แบรนด์ Sanrio ที่เลื่อนมารับรู้ใน 4Q17 ทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้เติบโต 16.9% Q-Q และ 17.6% Y-Y แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 27.7% จาก 29.8% ใน 3Q17 และ 29.3% ใน 4Q16 ผลจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในกัมพูชา และเริ่มได้รับผลกระทบจากภาษีน้ำตาล แต่มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับลงมาอยู่ที่ 16.6% จาก 21.2% ใน 3Q17 และ 18.5% ใน 4Q16 เพราะลดค่าใช้จ่ายในการทำการตลาด กอปรกับรายได้ที่ปรับตัวสูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
BEAUTY (SELL/18TP: 20.5), กำไรสุทธิ 4Q17 ดีมาก แนวโน้มปีนี้สดใส แต่ Valuation ตึงตัว
(views 21)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 408 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 17% Q-Q, 129% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q17 ของ BEAUTY ออกมาดีมาก เพิ่มขึ้นถึง 17% Q-Q และ 129% Y-Y โดยที่เพิ่มแรง Y-Y มาจากฐานที่ต่ำใน 4Q16 ที่การบริโภคในประเทศหยุดชะงัก ขณะที่ แรงซื้อของนักท่องเที่ยวจีนในช่วง High Season ผนวกกับ การบริโภคในประเทศที่ได้แรงกระตุ้นจากมาตรการรัฐฯ หนุนรายได้รวมเพิ่มขึ้น 3% Q-Q และ 57% Y-Y อยู่ที่ 1,091 ล้านบาท โดยยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 25.89% Y-Y ส่วนอัตรากำไรทรงตัว Q-Q ที่ 67.4% แต่ที่ดีขึ้นมากคือ การบริหารค่าใช้จ่าย โดย SG&A/Sales ลดลงเหลือ 21.1% จาก 27.1% ใน 3Q17 และ 36.2% ใน 4Q16 สาเหตุมาจากยอดขายในต่างประเทศและออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นเป็น 18% ของรายได้รวม จากปีก่อนที่ไม่ถึง 10%
กำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 1,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87% Y-Y จากยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาเดิมทั้งปีที่โต 20.5% Y-Y และเปิดสาขาใหม่ในประเทศอีก 13 แห่ง เป็น 345 แห่ง อีกทั้งยังเป็นผลจากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้มีประสิทธิภาพด้วย
ทั้งนี้ BEAUTY จ่ายปันผล 0.258 บาท/หุ้น ผลตอบแทน 1.2% ขึ้น XD 3 พ.ค. 18
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
SWC (HOLD/18TP: 17.5), กำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาดีตามคาด แต่ราคาเต็มมูลค่า
(views 12)
กำไรสุทธิ 4Q17 ชะลอ Q-Q ตามฤดูกาล แต่โตดีในระดับปกติ Y-Y กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 33 ล้านบาท ลดลง 41% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลที่ช่วงไตรมาส 4 ของทุกปีจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่าปกติ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการทำตลาดสำหรับปีถัดไป ซึ่งทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 24.3% จาก 19.1% ใน 3Q17 แต่ที่เพิ่มขึ้น 11% Y-Y เป็นเพราะรายได้รวมที่โต 6% Y-Y อยู่ที่ 334 ล้านบาท ตามการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัว และการความคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงเหลือ 24.3% กำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 177 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% Y-Y ถือเป็นการเติบโต 3 ปีติดต่อกัน จากทั้งรายได้ที่โต 12% Y-Y อยู่ที่ 1,388 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมที่ลดลงเหลือ 21.8% จาก 23.0% ซึ่งชดเชยได้กับอัตรากำไรขั้นต้นที่ชะลอลงเหลือ 37.8% จาก 38.7%
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
CHG (BUY/18TP: 2.5), กำไร 4Q17 ต่ำกว่าคาด แต่ยังคาดหวังการเติบโตที่ดีในปีนี้
(views 14)
กำไร 4Q17 ต่ำกว่าคาด แต่เราไม่กังวล CHG ประกาศกำไรปกติ 4Q17 ออกมาต่ำกว่าที่เราคาด 13% ที่ 126 ลบ. -25.3% Q-Q, -4.4% Y-Y ส่วนกำไรปกติปี 2017 จบที่ 565 ลบ. ทรงตัวจากปีก่อน แม้ใน 4Q17 รายได้และ Gross Margin ขยายตัวได้ดีกว่าคาด แต่สาเหตุที่ทำให้กำไรต่ำกว่าคาดเกิดจาก SG&A ที่พุ่งขึ้นแรงโดยมีสัดส่วนถึง 17% ของรายได้เทียบกับระดับปกติราว 13-15% เพราะมีการตั้งสำรองลูกหนี้ส่วนของประกันสังคมย้อนหลังสำหรับปี 2013 จำนวนราว 27 ลบ. ซึ่งถ้าหากไม่นับรายการดังกล่าว กำไรปกติจะเติบโตได้ 16.2% Y-Y ซึ่งถือเป็นระดับที่แข็งแกร่ง
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2018
BKD (SELL/18TP: 3.3), อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงหนัก ปรับลดประมาณการลง “ขาย”
(views 14)
ผลประกอบการ 4Q17 ยังขาดทุนสุทธิ 4 ล้านบาท จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ผลประกอบการ 4Q17 ของ BKD ยังขาดทุนสุทธิ 4 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 10 ล้านบาทใน 3Q17 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 22% Q-Q และ 21% Y-Y อยู่ที่ 392 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ -1.25% จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพราะไม่สามารถปิดงานใหญ่ได้ ซึ่งแม้จะเป็นภาวะปกติของผู้รับเหมาตกแต่งภายใน แต่สะท้อนให้เห็นว่าคุณภาพงานในพอร์ตของ BKD เริ่มแย่ลง เพราะไม่สามารถปิดงานขนาดเล็ก-กลางเพื่อมาชดเชยงานใหญ่ที่ชะลอตัวอย่างหนักได้ ส่วนกำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 331 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 319% Y-Y โดยหลักมาจากกำไรขายที่ดิน 367.24 ล้านบาท หรือราว 290 ล้านบาทหลังภาษี
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2018
DRT (BUY/18TP: 6.6), กำไร 4Q17 ฟื้นตัวดี และต่อเนื่องในปีนี้
(views 14)
กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด จากยอดขายที่เติบโต และมาร์จิ้นที่ดีกว่าคาด DRT รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ดีกว่าเราและตลาดคาด เท่ากับ 83 ล้านบาท +8% Q-Q, +20% Y-Y หากไม่รวมกำไรพิเศษราว 2.5 ล้านบาทจากปีก่อน กำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 24% Y-Y ทั้งนี้ การเติบโตดีของกำไรทั้ง Q-Q และ Y-Y มาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 4% Q-Q, +5.5% Y-Y โดยมีแรงหนุนหลักจากช่องทางของลูกค้า Modern Trade และลูกค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีอุปสงค์การใช้สินค้ากลุ่มหลังคา และกลุ่มไม้สังเคราะห์ที่ขยายตัวตามการเปิดตัวโครงการใหม่ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 28.6% จาก 25.3% ใน 3Q17 และ 27.9% ในปีก่อน เนื่องจากไม่มีมีการหยุดซ่อมบำรุงเครื่องจักรเหมือนในไตรมาสก่อน รวมถึงมีการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีทั้งต้นทุนการผลิต และค่าใช้จ่ายทางการขายอย่างมีประสิทธิภาพ
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2018
RS (T-BUY/18TP: 28), กำไร 4Q17 ลดลง Q-Q แต่ฟื้นแรง Y-Y ดีกว่าคาด
(views 11)
กำไรปกติ 4Q17 ลดลง 10.6% Q-Q แต่ฟื้น Y-Y กลับจากขาดทุน กำไรปกติ 4Q17 ที่ 115 ล้านบาท ลดลง 10.8% จากไตรมาสก่อนที่เป็นกำไรสูงสุดของปี แต่ฟื้นตัวจาก 4Q16 ที่ขาดทุนปกติ 159 ล้านบาท นับว่าเป็นกำไรดีกว่าคาดของตลาดและเรา ส่วนใหญ่จากการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ดีกว่าคาด กำไรลดลง Q-Q จากผลกระทบงานพระราชพิธีในเดือนต.ค. ขณะที่ 4Q16 มีผลกระทบ 1.5-2 เดือน โดยรายได้ธุรกิจสื่อ (รวมทีวีดิจิตอล ช่อง 8) ลดลง 24.8% Q-Q แต่เพิ่ม 68.7% Y-Y ขณะที่คาดยอดขายผลิตภัณฑ์ Health & Beauty (H&B)) ยังแกร่งที่ 466 ล้านบาท เพิ่ม 10.3% Q-Q และ 10 เท่าตัว Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2018
MTLS (BUY/18TP: 51), ROE ที่ > 30% คือ highlight ที่ไม่ควรมองข้าม
(views 35)
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2018 ขึ้น 5% เป็น 3.6 พันลบ. โดย 1.ปรับเพิ่ม ผลตอบแทนของเงินให้สินเชื่อ และทำให้คาดว่า Loan spread จะทรงตัวได้ที่ 20% เป็นระดับที่สูงสุดตั้งแต่เข้าตลาดฯ 2. ปรับลด Credit cost จากคาดการณ์เดิมที่ 2.5% ลงเป็น 2.3% ใกล้เคียงกับปีก่อน เงินสำรองฯที่สะสมอยู่ที่ราว 265% ของ NPL เพียงพอและอาจเกินพอเมื่อเทียบกับคุณภาพสินทรัพย์ที่มีอยู่ เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2018 เป็น 51 บาท (จากเดิม 48 บาท) เราเซอร์ไพรส์ว่า ROE ปี 2017 อยู่ 32% มาเร็วกว่าที่คาดไว้และเป็นระดับสูงสุดในกลุ่มการเงิน เรายังชื่นชอบการบริหารคุณภาพหนี้ของ MTLS สะท้อนจาก NPL ที่ต่ำสุดในผู้ประกอบการในธุรกิจเดียวกัน (หมายเหตุ บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับกำไรปี 2017 หุ้นละ 0.18 บาท Yield 0.4% XD 27 เม.ย. วันจ่าย 14 พ.ค.) แนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2018
AIT (HOLD/18TP: 30), ปรับประมาณการลงจาก Margin ที่ต่ำกว่าคาด แต่ปันผลยังสูง
(views 18)
เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2018 ลง 8% แต่ยังเติบโตได้ 17.1% Y-Y สะท้อน Margin ขยายตัวได้จำกัดในปี 2018 และต่ำกว่าที่เคยประเมิน เพราะยังต้องรับรู้รายได้โครงการอินเตอร์เน็ตชายขอบต่อในปีนี้ซึ่งเป็นงานที่ Margin ต่ำ ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมที่สูงขึ้นจากโครงการไฟเบอร์ใต้น้ำในพม่า ขณะที่ผู้บริหารให้ข้อความเห็นว่าการแข่งขันรุนแรงขึ้น ซึ่งเรามองว่าไม่สอดคล้องกับปริมาณงานในตลาดที่สูงขึ้น เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 30 บาท ทำให้มี Upside จำกัด อย่างไรก็ตามจุดเด่นของ AIT ยังอยู่ที่เงินปันผลโดยล่าสุดงวด 2H17 ประกาศจ่าย Yield 4.7% เราจึงปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” รับปันผล
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2018
CPN (BUY/18TP: 93), กำไร 4Q17 เป็นไปตามคาด การเติบโตจะเร่งตัวมากขึ้นในปีนี้
(views 23)
กำไรปกติ 4Q17 ตามคาด CPN รายงานกำไรปกติ 2,423.9 ล้านบาท -2.4% Q-Q, +9.3% Y-Y เป็นตามคาดทำให้กำไรปกติทั้งปี 2017 เป็น 10,067.6 ล้านบาท +8.9% Y-Y หากรวมเงินค่าสินไหมประกัน 3.5 พันล้านบาทที่ได้รับใน 3Q17 เป็นกำไรสุทธิ 13,567.6 ล้านบาท +46.8% Y-Y สำหรับผลประกอบการใน 4Q17 ที่เพิ่มขึ้น Y-Y เพราะมีรายได้เพิ่มจากการเปิดศูนย์การค้าใหม่คือเซ็นทรัลพลาซ่านครราชสีมาและมหาชัย และมีศูนย์การค้าที่ปรับปรุงใหม่แล้วเสร็จเปิดให้บริการ เช่นเซ็นทรัลมารีน่า เซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต เชียงใหม่ และพระราม 2 เป็นต้น แต่ผลประกอบการที่ลดลง Q-Q แม้ว่าศูนย์เซ็นทรัลเวิลด์จะเปิดพื้นที่บริการมากขึ้น เพราะค่าใช้จ่ายบุคคลากรเพิ่มขึ้นจากการเปิดศูนย์ใหม่ ค่าไฟเพิ่มขึ้นตามค่า Ft ที่เพิ่ม และค่าการตลาดที่สูงในช่วงปลายปี ทำให้ EBITDA margin ลดลงเป็น 53.4% จาก 59.4% ใน 3Q17 และลดลงเล็กน้อยจาก 54.5% ใน 4Q16 แต่เชื่อว่าเป็นการลดลงชั่วคราวในระยะแรกที่เปิดศูนย์การค้าใหม่พร้อมกัน 2 แห่ง และคาดว่า EBITDA margin จะเพิ่มกลับไปอยู่ในระดับปกติ 55-56% ในระยะถัดไป
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2018
TK (BUY/18TP: 19.5), กำไร 4Q17 สะดุดแค่ชั่วคราว
(views 26)
กำไรสุทธิ 4Q17 ใกล้เคียงกับคาด TK รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 110 ลบ. ลดลง 17%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 8%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ กำไรที่ลดลง Q-Q เกิดจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่สูงขึ้น 10%Q-Q เนื่องจากมีลูกหนี้ตกชั้นเป็น > 3 เดือนมากขึ้นราว 115 ลบ. ส่งผล Credit cost สูงขึ้นมาอยู่ที่ราว 2.56% จาก 2.4% ในไตรมาสก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 9%Y-Y ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาด สังเกตว่าในไตรมาสนี้บริษัทมีค่าใช้จ่ายทางภาษีที่สูงกว่าคาด Effective tax rate อยู่ที่เกือบ 26% ซึ่งน่าจะเกิดจากรายการค่าใช้จ่ายบางอย่างที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทางภาษี เราคาดว่าอัตรานี้จะลดลงสู่ระดับปกติในไตรมาสถัดไป กำไรสุทธิปี 2017 อยู่ที่ 467 ลบ. +8.67%Y-Y ถือเป็นกำไรที่ฟื้นตัวขึ้นเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันและสูงสุดในรอบ 5 ปี เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2018
BIG (BUY/18TP: 4.3), กำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาดีตามคาด แนวโน้มปีนี้ยังดีต่อเนื่อง
(views 17)
กำไรสุทธิ 4Q17 ทำได้ 248 ล้านบาท ใกล้เคียงกับคาดที่ 251 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4Q17 ฟื้นตัวแรง 88% Q-Q อยู่ที 248 ล้านบาท ใกล้เคียงกับคาดการณ์ของเราที่ 251 ล้านบาท ได้แรงหนุนจากปัจจัยด้านฤดูกาลที่เป็น High Season และมาตรการช้อปช่วยชาติของภาครัฐฯ ที่นานขึ้นกว่าเดิม รวมถึงกำลังซื้อที่อั้นมาตั้งแต่ต้นปี ที่น่าสนใจคือ อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 31.9% จาก 29.0% ใน 3Q17 จากยอดรีเบทที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย และการบริหารสต็อกที่เป็นปัญหาในช่วงต้นปีสามารถทำได้ดีขึ้น ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่กำไรสุทธิลดลง 17% เป็นเพราะฐานที่สูงกว่าปกติใน 4Q16 เนื่องจากมีทั้งการเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ของหลายยี่ห้อ
กำไรสุทธิทั้งปี 2017 ทำได้ 774 ล้านบาท ลดลง 9% Y-Y โดยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง เพราะมีการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษในการตั้งด้อยค่าสินค้าคงเหลือ และมีการจัดโปรโมชั่นอย่างหนักเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อที่ชะลอใน 1H17
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2018
ASEFA (HOLD/18TP: 6.5), กำไร 4Q17 แย่กว่าคาด แต่ปันผลใช้ได้ @0.32 บาท yield 5.37%
(views 11)
กำไร 4Q17 ลดลง 10.6% Q-Q, 30.2% Y-Y กำไร 4Q17 ที่ 61 ล้านบาท ต่ำกว่าคาด 20% (คาด 76 ล้านบาท) ส่วนใหญ่จากรายได้รับรู้น้อยกว่าคาด กำไรลดลง 10.6% Q-Q, 30..2% Y-Y จากรายได้ฟื้นน้อยกว่าคาด -3.6% Q-Q, -7.2% Y-Y Gross margin ที่ 23.3% ยังลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนที่ 23.5% และจาก 4Q16 ที่สูงถึง 25.6% จากการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจมากขึ้นตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากภาวะการลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจชองบริษัทขยายตัวช้า ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตยังไม่สูงนัก
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2018
FTE (BUY/18TP: 5), กำไร 4Q17 ออกมาดีตามคาด หนุนทั้งปี 2017 โตสูง 50% Y-Y
(views 15)
กำไรสุทธิ 4Q17 ลด Q-Q ตามดูกาล แต่เพิ่ม Y-Y จากรายได้และมาร์จิ้นที่โต กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 36 ล้านบาท (ใกล้เคียงคาดที่ 35 ล้านบาท) ลดลง 10% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น Low Season เพราะมีวันหยุดมาก ประกอบกับมีงานโครงการของรัฐวิสาหกิจบางแห่งเลื่อนรับมอบงานออกไปเป็น 1Q18 ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y เพิ่มขึ้น 5% อาจะดูโตไม่สูง เพราะปีก่อนรายได้มากระจุกตัวใน 4Q16 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ สิ่งที่เราประทับใจนอกเหนือจากกำไรสุทธิที่เป็นไปตามคาดคือ อัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวขึ้นเป็น 28.4% จาก26.3% ใน 3Q17 จากทั้งความสามารถในการรับงานตรงโดยไม่ผ่านตัวแทนที่เพิ่มสูงขึ้น และผลบวกจากการแข็งค่าของเงินบาท การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเป็น 12.1% จาก 10.4% ของรายได้รวมใน 3Q17 จึงแทบไม่กระทบอัตรากำไรสุทธิ โดยยังรักษาระดับไว้ได้ที่ 14.5% ซึ่งถือว่าสูงสุดในอุตสาหกรรม กำไรสุทธิทั้งปี 2017 จบที่ 131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% Y-Y มากกว่าคาดการณ์เดิมของเราที่ 127 ล้านบาทเล็กน้อย ซึ่งดีขึ้นจากการผันตัวมารับงานโครงการ เพื่อลดผลกระทบจากการชะลอตัวของงานขาย และการบริหารต้นทุนได้ดีขึ้นมาก
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2018
TU (HOLD/18TP: 23), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาดเล็กน้อย ยังแนะนำ ซื้อ
(views 15)
กำไรปกติ 4Q17 ดีกว่าคาดเล็กน้อย แต่ยังถือว่าไม่สดใสนัก กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 1,404 ล้านบาท (-19.2% Q-Q, +55.7% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 351 ล้านบาท, Deferred Tax 150 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างในยุโรป 77 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายย้าย office ในสหรัฐ 42 ล้านบาท และกำไรขายสินทรัพย์ 70 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 988 ล้านบาท (-32% Q-Q, -23.6% Y-Y) (ดีกว่าคาด 6%) สาเหตุที่กำไรอ่อนตัวลง Q-Q เพราะเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ แม้รายได้จะทรงตัวได้ จากการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อปลาทูน่า จากลูกค้า OEM ภายหลังราคาปลาเริ่มปรับลดลงในในเดือน พ.ย. - ธ.ค. แต่ไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลงมาอยู่ที่ 12.8% จาก 13.2% ใน 3Q17 และ 14% ใน 4Q16 ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการปรับขึ้นของราคาวัตถุดิบ ในขณะที่ไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน สำหรับธุรกิจ Red Lobster ไม่สดใสนัก ทำให้มีส่วนแบ่งขาดทุนในไตรมาสนี้ 317 ล้านบาท แต่สุทธิด้วยเงินปันผลที่ได้รับจากการถือหุ้นบุริมสิทธิ ทำให้รับรู้ขาดทุนน้อยลงเป็น 162 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2018
MTLS (BUY/18TP: 48), กำไร 4Q17 ดีกว่าที่คาด
(views 14)
กำไรสุทธิ 4Q17 มากกว่าคาด MTLS รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 743 ลบ. เพิ่มขึ้น 14.2%Q-Q และ 54%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองที่น้อยกว่าคาดโดยทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่ +82%Y-Y ซึ่งเป็นการตั้งสำรองฯที่สอดคล้องกับอายุหนี้และได้มีการกันสำรองหนี้สูญส่วนเกินเพิ่มขึ้นอีกราว 45 ลบ. ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับคุณภาพหนี้ที่ดี อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญๆยังอยู่ในโมเมนตัมที่ดี อาทิ Loan spread ทรงตัวที่ 20% แม้ว่า CoF ยังขยับขึ้นต่อเป็น 3.26% จาก 3.22% ในไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นไปตามการปรับเพิ่มสัดส่วนเงินกู้ระยะยาว ซึ่งชดเชยดัวย Loan Yield ที่ดีขึ้นจากสัดส่วน High-Yield เช่น สินเชื่อบุคคล และนาโนไฟแนนซ์ที่มากขึ้น
กำไรปี 2017 อยู่ที่ 2.5 พันลบ. +71%Y-Y เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2018
ADB (BUY/18TP: 2.3), กำไร 4Q17 และทั้งปี 2017 จะดีกว่าคาด และยังโตต่อในปี 2018
(views 11)
หมายเหตุ : บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย หุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท แอ็พพลาย ดีบี จำกัด (มหาชน) ที่เสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก เรากลับมาแนะนำซื้อ ADB โดยยังคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 2.30 บาท (อิง PE ของ Peer group ที่ 20 เท่า) ปัจจัยหนุนมาจากคาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q17 ที่ดีกว่าคาดการณ์เดิม ซึ่งน่าจะกลับสู่ระดับปกติที่เคยทำได้ราว 15-20 ล้านบาทต่อไตรมาส เราคาดเพิ่มขึ้น 59% Q-Q และ 27% Y-Y อยู่ที่ 15 ล้านบาท แม้คาดยอดขายทรงตัว แต่อัตรากำไรขั้นต้นจะดีขึ้นมากจากการปรับราคาขายได้สอดคล้องกับต้นทุนมากขึ้น ถ้าเป็นไปตามนี้ กำไรสุทธิทั้งปี 2017 จะจบที่ 26 ล้านบาท ดีกว่าคาดการณ์เดิมที่ 17 ล้านบาท แนวโน้มปีนี้จะสดใสมากขึ้น จากฐานที่ต่ำ การบริหารต้นทุนวัตถุดิบได้ดีขึ้น รวมถึงตลาดอุปกรณ์การแพทย์ที่จะเริ่มรับรู้กำไรใน 2H18 เราคาดกำไรสุทธิปี 2018 เพิ่มขึ้น 164% Y-Y อยู่ที่ 69 ล้านบาท และโตต่อเนื่อง 30% Y-Y อยู่ที่ 90 ล้านบาทในปี 2019 เราคาดจะหนุนให้ปันผลเพิ่มเป็น 4-5% ต่อปีตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจในการลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2018
K (BUY/18TP: 6.5), กำไรสุทธิ 4Q17 ดีกว่าคาดมาก และยังดีต่อเนื่องในปีนี้ “ซื้อ”
(views 11)
กำไรสุทธิ 4Q17 ทำได้มากถึง 69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 160% Y-Y K ประกาศกำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาที่ 69 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 24 ล้านบาทใน 3Q17 และเพิ่มขึ้นถึง 160% Y-Y จากผลของการรับรู้งานที่มากกว่าปกติ หลังชะลอตัวต่อเนื่องตั้งแต่ 1Q17 รวมถึงได้แรงหนุนจาก High Season ของการจัดงาน Exhibition เช่น มอเตอร์เอกซ์โปที่ได้งานตกแต่งบูธเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นหลังจากปรับโครงสร้างองค์กรด้วย โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 20.7% จากที่ทำได้เพียง 0.5% ใน 3Q17 ซึ่งใกล้เคียงกับระดับปกติที่เคยทำได้ 20-25% ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงมาเหลือ 6.9% จาก 9.7% ใน 3Q17 และ 9.6% ใน 4Q16
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2018
MBAX (BUY/18TP: 5.5), กำไร 4Q17 แย่กว่าคาด ปรับเป้าลงเหลือ 5.50 บาท
(views 17)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 12 ล้านบาท ลดลง 4% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 9% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 12 ล้านบาท (แย่กว่าคาดที่ 18 ล้านบาท) ลดลง 4% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดมาก และอัตรากำไรที่ถูกกดดันต่อเนื่องเหลือ 8.14% จาก 8.46% ใน 3Q17 ตามต้นทุนเม็ดพลาสติกที่เพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นผลกระทบเชิงลบที่มากกว่าคาดการณ์ของเรา ขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมยังทรงตัว Q-Q ที่ระดับ 6.0% ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 9% จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 6.0% Y-Y อยู่ที่ 436 ล้านบาท สะท้อนว่า MBAX ยังไม่ถูกกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเร็ว กำไรสุทธิทั้งปี 2017 จบที่ 61 ล้านบาท แย่กว่าคาดการณ์เดิมของเราที่ 68 ล้านบาท จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้แย่กว่าคาดเป็นสำคัญ และเป็นเหตุผลให้เราต้องปรับประมาณการปี 2018 ลง
อ่านเพิ่มเติม
21
กุมภาพันธ์
2018
IT (BUY/18TP: 6.9), กำไรสุทธิ 4Q17 น้อยกว่าคาด แต่ยังอยู่ในโมเมนตัมที่ดี “ซื้อ”
(views 10)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 14 ล้านบาท ลดลง Q-Q จากฤดูกาล แต่เพิ่มแรง Y-Y กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 14 ล้านบาท (น้อยกว่าคาดการณ์ของเราที่ 17-20 ล้านบาท) ลดลง 41% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลที่ทุกไตรมาส 4 มักมีการบันทึกค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าปกติ อีกทั้งยังเป็นผลจากการทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อช่วงท้ายปี ที่กดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 12.2% จาก 12.6% ใน 3Q17 ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ผลประกอบการพลิกจากขาดทุนสุทธิ 9 ล้านบาทใน 4Q16 เพราะช่วงเวลาดังกล่าวมีการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษเพื่อปรับโครงสร้างองค์กรโดยการขายธุรกิจที่ไม่ทำกำไร ส่วนกำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 313% Y-Y จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวเป็น 12.4% จาก 11.6% ในปี 2016 เพราะผลจากแผนการควบคุมต้นทุนและการเพิ่มสัดส่วนธุรกิจมือถือใน IT City Mobile ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นมากกว่าธุรกิจคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ นอกจากนั้น ยังเป็นผลจากการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A อย่างเข้มงวด โดยลดลงมาอยู่ที่ 10.9% ของรายได้รวม จาก 11.3% ในปี 2016
อ่านเพิ่มเติม
20
กุมภาพันธ์
2018
MINT (BUY/18TP: 48), กำไร 4Q17 แข็งแกร่งตามคาด
(views 16)
โมเมนตัมยังสดใสในปี 2018 คงคำแนะนำ “ซื้อ” แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 1Q18 คาดว่ายังมีโมเมนตัมการเติบโตที่ดีต่อเนื่องและเป็นจุดสูงสุดของปีจากอานิสงส์ของ Peak Season ในไทย ขณะที่ภาพรวมทั้งปี 2018 ยังสดใสจากธุรกิจโรงแรมที่คาดว่าจะขยายตัวได้ดีต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยตามทิศทางจำนวนนักท่องเที่ยว รวมถึงต่างประเทศโดยเฉพาะในส่วนของ Tivoli หลังจาก Renovate แล้วเสร็จในปีก่อนและการแข่งขันในมัลดีฟท์ที่รุนแรงน้อยลง ขณะที่ธุรกิจอาหารคาดว่าจะค่อยๆเห็น Same Store Sales Growth พลิกมาบวกได้อีกครั้งจากการฟื้นตัวของการบริโภคในไทย ขณะที่ตลาดต่างประเทศที่มีปัญหาคาดว่า MINT ยังคงบริหารจัดการฝั่งต้นทุนเพื่อรักษาระดับกำไรได้ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2018 เติบโต 20% Y-Y โดยยังเดินหน้าทำ New High ต่อเนื่อง และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 48 บาท (DCF WACC 7.78% Terminal Growth 3%)
อ่านเพิ่มเติม
20
กุมภาพันธ์
2018
MAJOR (under review/18TP: 32), ผลประกอบการ 4Q17 แย่กว่าคาดมาก
(views 17)
4Q17 กำไรสุทธิลดลง Q-Q, Y-Y และเป็นขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ แย่กว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 75 ล้านบาท ลดลง 75.3% Q-Q, 12.0% Y-Y หากไม่รวมกำไรจากขายเงินลงทุน 128 ล้านบาท จะเป็นขาดทุนปกติ 53 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนและ 4Q16 ที่กำไรปกติ 178 ล้านบาท และ 141 ล้านบาท ตามลำดับ นับกว่าแย่กว่าคาดของเราและตลาดมาก ส่วนใหญจาก Gross margin ลดลงต่ำกว่าคาด และค่าใช้จ่าย SG&A สูงกว่าคาด
อ่านเพิ่มเติม
20
กุมภาพันธ์
2018
SAT (BUY/18TP: 22.4), กำไรสุทธิ 4Q17 ออกมาดีจากรายการพิเศษ
(views 15)
แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 22.40 บาท จากอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัว แนวโน้มกำไรปกติปี 2018 คาดเติบโต 7% Y-Y อยู่ที่ 756 ลบ. จากอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวและได้ลูกค้ารายใหม่ โดย ส.อ.ท. คาดยอดผลิตรถยนต์จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านคัน จากปีก่อนที่ 1.98 ล้านคัน (แม้จะถูกกดดันจากยอดส่งออกรถยนต์ที่ชะลอตัวต่อเนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาท) ประกอบกับ แผนการควบคุมที่ประสิทธิภาพจะหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 16.5% จาก 15.5% ขณะที่ ราคาหุ้นช่วงที่ผ่านมาปรับตัวลงจน Upside เปิดกว้างเมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 22.40 บาท (อิง PE เฉลี่ยระยะยาวที่ 13 เท่า) เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ จากเดิมถือ
อ่านเพิ่มเติม
16
กุมภาพันธ์
2018
ASK (HOLD/18TP: 26.2), Dividend Stock
(views 30)
ASK เป็น Dividend Stock ที่จ่ายเงินปันผลในอัตราผลตอบแทนราว 5-6% มาโดยตลอด และล่าสุดประกาศจ่ายปันผลหุ้นละ 1.48 บาท (XD 21 ก.พ. 2018) Yield ราว 6% อย่างไรก็ตามเราคาดการณ์การเติบโตของกำไรไม่ตื่นเต้นนัก โดยรายงานกำไรปี 2017 +5.4%Y-Y และคาดการณ์กำไรปี 2018 ที่ 766 ลบ. +2.8%Y-Y คาดการณ์ Credit cost เพิ่มขึ้นจากปีก่อนน่าจะกดดันผลประกอบการ ประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 26.20 บาท ซึ่งเหลือ Upside จากราคาปิดไม่มาก จึงแนะนำ ถือ โดยข้อดีคือผลตอบแทนเงินปันผลน่าจะพยุงราคาหุ้นได้ในภาวะตลาดผันผวนได้ แต่หากชอบหุ้น Growth แนะนำ THANI (2018 TP 11.80 บาท) มีความน่าสนใจมากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
16
กุมภาพันธ์
2018
ROBINS (BUY/18TP: 85), กำไรปกติ 4Q17 ทำจุดสูงสุดใหม่ได้ตามคาด
(views 35)
กำไรสุทธิ 4Q17 ทำได้ดีใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 820 ล้านบาท (+34.2% Q-Q, -18.8% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 845 ล้านบาท) หากไม่รวมรายการพิเศษในปีก่อน จะมีกำไรปกติ 4Q17 เติบโต 6.4% Y-Y และถือเป็นกำไรสูงสุดใหม่ แม้ SSSG จะยังติดลบราว -3.4% Y-Y แต่มาจากฐานที่สูงมากในเดือน ต.ค. ปี 2016 (เสื้อดำ) หากไม่รวมเหตุการณ์ดังกล่าวพบว่า SSSG ไตรมาสนี้ทรงตัวได้จากปีก่อน และด้วยผลของการเปิดสาขาใหม่ 2 แห่งที่มหาชัยและกำแพงเชร ทำให้รายได้รวมเติบโต 14.2% Q-Q และทรงตัว Y-Y และมีรายได้ค่าเช่าเติบโตดี 1% Q-Q และ 15% Y-Y จากพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้น ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีตามคาดมาอยู่ที่ 25.2% เพิ่มขึ้นจาก 24.2% ใน 3Q17 และ 25.1% ใน 4Q16 จากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนสินค้า House Brand ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 11.3% ของรายได้รวม และผลของการทำ Stock Clearance ลดลง และมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเติบโต 37% Q-Q จากผลของฤดูกาลและได้รับผลบวกจากมาตรการช้อปช่วยชาติ แต่เป็นส่วนแบ่งกำไรที่ลดลง 36% Y-Y จากฐานที่สูงในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
16
กุมภาพันธ์
2018
STEC (HOLD/18TP: 23), 4Q17 พลิกเป็นขาดทุน จากการตั้งสำรองขาดทุน 2 โครงการใหญ่
(views 62)
Negative Surprise จากงบ 4Q17 พลิกขาดทุน 1.3 พันล้านบาท STEC รายงานผลประกอบการ 4Q17 ออกมาผิดคาด พลิกเป็นขาดทุน 1.3 พันล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไร 675 ล้านบาท และ 3Q17 ที่มีกำไร 217 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโตทั้ง +30% Q-Q และ +24% Y-Y ตามการรับรู้งานในมือที่เพิ่มขึ้น แต่ถูกฉุดด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น +102% Q-Q และ +97% Y-Y ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการตั้งสำรองขาดทุนรวม 2.9 พันล้านบาท โดยเฉพาะโครงการรัฐสภา และสนามบินภูเก็ต สืบเนื่องจากการขยายระยะเวลาในสัญญางานก่อสร้างอย่างมีนัยสำคัญจากปัญหาการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า และการออกแบบที่ไม่ชัดเจน ทำให้ต้นทุนอย่างราคาวัสดุก่อสร้าง และค่าแรงสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าการตั้งสำรองขาดทุนใน 2 โครงการใหญ่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว หลังจากได้มีการตั้งสำรองในโครงการรัฐสภา และสนามบินภูเก็ตในปี 2015 แล้วกว่า 600 ล้านบาท และ 350 ล้านบาท ตามลำดับ ทั้งนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของ STEC บริษัทจึงอยู่ระหว่างดำเนินการเรียกร้องขอค่าชดเชยกับทางภาครัฐ สำหรับผลประกอบการทั้งปี 2017 ขาดทุนสุทธิ 611 ล้านบาท (-144% Y-Y) ถือเป็นขาดทุนอีกครั้งในรอบ 11 ปี
อ่านเพิ่มเติม
16
กุมภาพันธ์
2018
BOL (BUY/18TP: 2.8), กำไร 4Q17 ต่ำกว่าคาดเพราะเลื่อนรับรู้รายได้มาเข้าปีนี้
(views 28)
กำไรสุทธิ 4Q17 ต่ำกว่าคาดจากการเลื่อนรับรู้รายได้ BOL รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 จำนวน 14.6 ล้านบาท -6.2% Q-Q, -10.8% Y-Y ทำให้กำไรทั้งปี 2017 เป็น 76.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 5.5% Y-Y กำไรทั้งปีต่ำกว่าที่เราคาด 13 ล้านบาท เป็นผลมาจากงานบางโครงการที่มีมูลค่าประมาณ 10 กว่าล้านบาทรับรู้ไม่ทันใน 4Q17 แต่เลื่อนมารับรู้ในปีนี้แทน เราจึงไม่มองว่ากำไรที่ต่ำกว่าคาดในปี 2017 เป็นลบ ความสามารถในการทำกำไรโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดีตามที่คาด อัตรากำไรขั้นต้นรักษาได้ในระดับ 50% EBITDA margin อยู่ในระดับ 27-28% อัตรากำไรสุทธิ 19% ROE 16-17% ฐานะการเงินแข็งแกร่งมาก ยังคงเป็นบริษัทที่ปลอดหนี้เงินกู้ หนี้สินส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้า ทั้งนี้ BOL ประกาศจ่ายปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2017 หุ้นละ 0.08 บาท Yield 3.9% XD 27 ก.พ. จ่ายเงิน 10 เม.ย. 2018
อ่านเพิ่มเติม
15
กุมภาพันธ์
2018
KCE (HOLD/18TP: 79), บาทแข็งจะเป็นปัจจัยท้าทายบริษัทในปีนี้
(views 31)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ข้อมูลที่ได้รับ โทนกลางๆค่อนไปในทางลบ แม้สถานการณ์ต้นทุนทองแดงแพงยังไม่ได้ดีขึ้นนัก แต่แนวโน้มราคาทองแดงน่าจะทรงตัวได้ใกล้เคียงปี 2017 และมีสัญญาณที่ดีขึ้นจากค่าแรงทำทองแดงแผ่นที่เริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มทยอยปรับลงอย่างค่อยเป็นค่อนไป เพราะต้องรอ Supply ใหม่เข้าสู่ตลาด แต่ยังคงมีปัจจัยลบกดดันคือ แนวโน้มค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากกว่าค่าเงินหยวน ซึ่งจีนถือเป็นคู่แข่งหลักในตลาด PCB ทำให้บริษัทถูกกดดันต้องปรับลดราคาขายในปี 2018 ลงอีกราว 1.2% Y-Y ซึ่งเป็นราคาที่เจรจาล็อกกับลูกค้าไปแล้วในปลายปีก่อน ทั้งนี้บริษัทยังตั้งเป้ารายได้สกุล USD ปีนี้จะเติบโต 12% - 15% แต่ด้วยภาวะเงินบาทแข็งค่า เราจึงปรับลดสมมติฐานค่าเงินบาทและอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งนำไปสู่การปรับลดกำไรปกติปี 2018 ลง 5.3% เป็นเติบโต 17.3% Y-Y จากเดิมคาดโต 24% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 79 บาท จากเดิม 84 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้ราคาหุ้นจะปรับลงมาสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว แต่ด้วย Upside ที่ยังไม่จูงใจเพียง 7.5% จึงยังแนะนำเพียง ถือ
อ่านเพิ่มเติม
15
กุมภาพันธ์
2018
PLANB (HOLD/19TP: 7.1), กำไร 4Q17 -41.1% Q-Q, +52.3% Y-Y ต่ำกว่าคาด
(views 19)
กำไร 4Q17 ลดลง 41.1% Q-Q แต่เพิ่ม 52.3% Y-Y ต่ำกว่าคาด 15% กำไร 4Q17 ที่ 89 ล้านบาท ลดลง 41.1% จากไตรมาสก่อนที่กำไรสูงสุดของปี แต่เพิ่มขึ้น 52.3% Y-Y เป็นกำไรต่ำกว่าคาดของเรา (ที่ 105 ล้านบาท) และตลาดคาด (ที่เฉลี่ย 103 ล้านบาท) กำไรที่ลดลง Q-Q ส่วนใหญ่จากต้นทุนบริการเพิ่มมากกว่าคาด +11.7% Q-Q ชดเชยรายได้รวมที่มากกว่าคาด ลดลงเพียง 1.7% Q-Q แม้มีผลกระทบ 2-3 สัปดาห์จากงานพระราชพิธีในเดือนต.ค. กำไรเพิ่ม 79.9% Y-Y จากฐานต่ำในช่วง 4Q16 ซึ่งได้รับผลกระทบยาวกว่า คือราว 1.5-2 เดือน และการพัฒนาสื่อใหม่
อ่านเพิ่มเติม
15
กุมภาพันธ์
2018
PRAKIT (BUY/18TP: 16.2), ฐานะการเงินแข็งแกร่ง สินทรัพย์มีมูลค่าสูง และปันผลจูงใจ
(views 21)
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์ PRAKIT ด้วยคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 16.20 บาท อิง PE เฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 13.5 เท่า โดยเราคาดว่าแนวโน้มกำไรสุทธิจะเข้าสู่รอบการฟื้นตัว แม้จะไม่กลับไปดีเท่าอดีต เพราะการแข่งขันของงานผลิตโฆษณาสูงขึ้น แต่ด้วยปริมาณงานที่มีมากตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และมีการกระจายตัวไปยังงานต่อเนื่อง เช่น จัดอีเวนท์ ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิปี 2018 จะโตต่ออีก 10% Y-Y อยู่ที่ 66 ล้านบาท จากปี 2017 ที่คาดโต 10% Y-Y อยู่ที่ 60 ล้านบาท ขณะที่ มูลค่าสินทรัพย์ลงทุนซึ่งปลอดภาระหนี้อยู่ที่ 14.78 บาทต่อหุ้น และคาดปันผลสูง 7-8% ต่อปี อีกทั้ง PE2018 ที่ 11 เท่า และ PBV ที่ 0.8 เท่า ยังไม่ถึงครึ่งของค่าเฉลี่ยระยะยาวกลุ่มมีเดียที่ 25 เท่า และ 4 เท่า ตามลำดับ ความเสี่ยงขาลงที่ราคาปัจจุบัน เมื่ออิงตามปัจจัยพื้นฐานจึงว่าจำกัดมาก
อ่านเพิ่มเติม
13
กุมภาพันธ์
2018
LIT (BUY/18TP: 11.7), กำไร 4Q17 ใกล้เคียงกับที่คาด
(views 28)
กำไร 4Q17 ใกล้เคียงกับที่คาดแม้ตั้งสำรองฯสูงขึ้น LIT รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 35.29 ลบ. ลดลง 10%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 23%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาด กำไรที่ลดลง Q-Q เกิดจากรายได้ค่าบริการที่ลดลง 9.2%Q-Q และค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ สังเกตว่า Coverage ratio ของบริษัทเพิ่มขึ้นมาที่ 100% จาก 64% ในไตรมาสก่อน ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น Y-Y เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยโดยเฉพาะรายการดอกเบี้ยจากธุรกิจ Project Finance ซึ่งมีเงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 60.7%Y-Y หรือมียอดคงค้างราว 1 พันลบ. กำไรสุทธิปี 2017 เป็นกำไรที่ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 145.5 ลบ. +44.5%Y-Y กำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 6.3% เพิ่มขึ้นจาก 6% ในปีก่อน เนื่องจากส่วนผสมของสินเชื่อที่มี High Yield หรือสินเชื่อ project finance ที่มากขึ้น ขณะที่รายได้ค่าบริการมีรายได้เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มากจากธุรกิจสัญญาเงินกู้เช่นกัน
อ่านเพิ่มเติม
13
กุมภาพันธ์
2018
MGT (BUY/18TP: 3), กำไร 4Q17 ออกมาดีตามคาด และ Core Business แข็งแกร่งขึ้น
(views 23)
กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% Q-Q และ 80% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% Q-Q แม้จะเป็น Low Season จากวันหยุดมาก ซึ่งทำให้รายได้รวมลดลง 10% Q-Q เหลือ 150 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 29.9% จาก 28.9% ใน 3Q17 จากผลของเงินบาทที่แข็งค่าราว 2% Q-Q อยู่ที 32.5 บาท/ดอลล่าร์สหรัฐฯ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดเหลือ 15.8% ของรายได้รวม จาก 17.3% ของรายได้รวมใน 3Q17 ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่กำไรสุทธิโตโดดเด่นเป็นเพราะฐานที่ต่ำ จากการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเตรียมเข้า MAI ในช่วงต้นปี 2017 อีกทั้ง ยังเป็นผลจากการเพิ่มสินค้า เพิ่มทีมขาย และขยายตลาดใหม่ด้วยประกาศจ่ายปันผลงวด 2H17 สูงถึง 0.07 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield 3% MGT ประกาศจ่ายปันผลงวด 2H17 ที่ 0.07 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทน 3% ขึ้น XD 12 มี.ค. 18 รวมทั้งปี 2017 จ่ายสูงถึง 0.10 บาท/หุ้น หรือ Payout Ratio 85% คิดเป็นผลตอบแทนทั้งปีที่ 4% มากกว่าที่เราคาดไว้เพียง 2% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
13
กุมภาพันธ์
2018
VGI (HOLD/19TP: 6.3), กำไร 3Q18 (ต.ค.-ธ.ค.17) ดีกว่าคาดของเราแต่ใกล้ตลาดคาด
(views 28)
กำไรสุทธิ 3Q18 (ต.ค.--ธ.ค..17) ลดลง 10.3% Y-Y แต่เพิ่ม 44.0% VGI รายงานกำไรสุทธิ 181 ล้านบาทใน 3Q18 (ต.ค.-ธ.ย.17) ดีกว่าคาดของเรา 12% แต่ใกล้เคียงตลาดคาด (ที่ 170-175 ล้านบาท) กำไรที่ดีกว่าคาดส่วนใหญ่จากรายได้รวมสูงกว่าคาด 6% เป็น Flat Q-Q, +26.8% Y-Y ส่วนใหญ่จากรายได้โฆษณาสื่อกลางแจ้งผ่าน บ.ร่วม MACO และสื่อ Office มากกว่าคาด (+15% Q-Q, +46% Y-Y และ Flat Q-Q, +47% Y-Y ตามลำดับ) ขณะที่รายได้สื่อ BTS ใกล้เคียงคาด (Flat Q-Q, +34% Y-Y) จากการเพิ่มราคาโฆษณาและมีรายได้ส่วนเพิ่มจากการร่วมกันขายสื่อกับ Rabbit Group (Station Sponsorship) ชดเชยขาดทุนรับรู้จากบ.ร่วมที่มากกว่าคาด (-55 ล้านบาท) จากขาดทุนรับรู้จากบ.ร่วม RLP และ Demo Power
อ่านเพิ่มเติม
13
กุมภาพันธ์
2018
EPG (BUY/19TP: 14), กำไรต่ำกว่าคาดแต่ bottom และพร้อมจะฟื้นตามกำลังซื้อ
(views 22)
กำไร 3Q18 (ต.ค.-ธ.ค. 2017) ต่ำกว่าคาดเพราะอัตรากำไรขั้นต้นต่ำลง EPG รายงานกำไรสุทธิ 182.3 ล้านบาทใน 3Q18 (ต.ค.-ธ.ค. 2017) มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 17.4 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก เป็นกำไรปกติ 199.8 ล้านบาท -34% Q-Q, -38% Y-Y ต่ำกว่าที่เราคาด 22% กำไรที่แย่กว่าปกติและต่ำกว่าคาดเกิดจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำลง
ธุรกิจที่ฉุดผลประกอบการมากสุดคือ ธุรกิจ EPP - บรรจุภัณฑ์พลาสติก (24% ของรายได้รวม) ยอดขายที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่มากว่าครึ่งปี ทำให้การผลิตไม่เกิด economy of scale และยังต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดเหลือเพียง 15.6% ต่ำสุดในรอบหลายปีและต่ำกว่าปกติที่อยู่ที่ระดับ 25-30%
ธุรกิจ Aeroklas – ชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งเป็นรายได้หลัก 45% ของรายได้รวม ยอดขายทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อนๆ ที่ระดับ 1 พันล้นบาท/ไตรมาส แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดเหลือ 22.8% ต่ำกว่าปกติที่ 27-28%
ธุรกิจ Aeroflex – ฉนวนยาง (30% ของรายได้รวม) แม้ยอดขายจะต่ำกว่าไตรมาสก่อนแต่ที่ระดับกว่า 700 ล้านบาท/ไตรมาสก็ถือว่าอยู่ในระดับสูงกว่าในอดีต แต่ถูกกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงเร็วกว่าคาดทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 35.1% อยู่ในกรอบล่างของระดับปกติที่ 35-40%
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2018
GLOBAL (BUY/18TP: 19), กำไร 4Q17 ไม่ตื่นเต้นตามคาด จะกลับมาดีขึ้นใน 1Q18
(views 47)
กำไรสุทธิ 4Q17 ไม่สดใสตามคาด กำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 349 ล้านบาท (+1.7% Q-Q, -9.6% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 361 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรไม่ตื่นเต้นนัก เพราะเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ ทั้งนี้เราเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน จาก SSSG ที่พลิกกลับมาเป็นบวกราว +2% Y-Y และไตรมาสนี้มีการเปิดสาขาใหม่ 3 แห่ง ทำให้มีรายได้รวมเติบโต 9.5% Q-Q และ 18% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงตามคาดมาอยู่ที่ 19.9% ลดลงจาก 20.2% ใน 3Q17 และ 21.4% ใน 4Q16 เพราะมีการขายสินค้ามาร์จิ้นต่ำอย่าง Building Material มากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.7% จาก 14.6% ใน 3Q16 และ 13.1% ใน 4Q16 ทำให้ทั้งปี 2017 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,609 ล้านบาท (-4% Y-Y) ด้วยการเปิดสาขาใหม่ทั้งปีที่ 9 แห่ง และมีจำนวนสาขาทั้งหมดสิ้นปี 2017 เท่ากับ 55 แห่ง
อ่านเพิ่มเติม
12
กุมภาพันธ์
2018
LHBANK (HOLD/18TP: 1.87), Switch to other banks for “Better ROE”
(views 29)
แนะนำ ถือ หรือ Switch เนื่องจาก 1.คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018 +7%Y-Y แต่ EPS จะลดลงราว 12%Y-Y เนื่องจากผลกระทบของการออกหุ้นเพิ่มทุนในปีก่อนหน้า และ 2. คาดการณ์ 2018 ROE ที่ราว 7% ต่ำที่สุดในกลุ่มธนาคารเนื่องจากฐานทุนเพิ่มเร็วกว่าขนาดของการเพิ่มขึ้นของกำไร ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 1.87 บาท (อิง 2018 Adj BVS)
อ่านเพิ่มเติม
08
กุมภาพันธ์
2018
TK (BUY/18TP: 19.5), กำไรปี 2018 จะกลับมาอิ่มเอมอีกครั้ง
(views 33)
ราคาหุ้นได้ตอบรับความผิดหวังต่อคาดการณ์ผลกำไร 4Q17 ที่เราคาดว่าจะลดลงราว 21%Q-Q เนื่องจากค่าใช้จ่ายพิเศษและการตั้งสำรองฯที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามเราคงคาดการณ์แนวโน้มที่สดใสขึ้นในปี 2018 ด้วยขนาดฐานสินเชื่อที่เติบโตดีกว่าคาดในปี 2017 ที่ราว 17%Y-Y และแนวโน้มยอดขายรถจักรยานยนต์ รวมถึง และภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวส่งผลดีต่อความสามารถก่อหนี้และความต้องการซื้อรถมากขึ้น เราคาดว่าสินเชื่อในปี 2018 จะเติบโตที่ราว 15%Y-Y, คาด Loan spread สูงที่ 34% จากแรงหนุนของ CoF ที่ทรงตัวในระดับต่ำ และ คาดการณ์การตั้งสำรองฯจะลดลงจากคุณภาพหนี้ที่ไม่เลวร้ายลง เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018 ที่ 640 ลบ. +38.8%Y-Y ราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงจึงเป็นโอกาส ซื้อสะสม โดยเราคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 19.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
กุมภาพันธ์
2018
INTUCH (BUY/18TP: 67.5), กำไรดีตาม ADVANC ปันผลสูงตาม THCOM
(views 22)
กำไรสุทธิ 4Q17 หดตาม THCOM แต่กำไรปกติดีตาม ADVANC INTUCH ประกาศกำไรปกติ 4Q17 ออกมาที่ 1,755 ลบ. -40.1% Q-Q, -31.5% Y-Y เนื่องจากถูกกดดันจากการตั้งด้อยค่าดาวเทียมของ THCOM กว่า 3,300 ลบ. อย่างไรก็ตามหากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรปกติ 4Q17 อยู่ที่ 3,114 ลบ. +6.8% Q-Q, +18% Y-Y จากผลการดำเนินงานของ ADVANC ที่เติบโตแข็งแกร่งซึ่งสะท้อนมาในส่วนของส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y ส่งผลให้กำไรปกติปี 2017 ของ INTUCH อยู่ที่ 11,981 ลบ. -6.1% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
06
กุมภาพันธ์
2018
ADVANC (BUY/18TP: 220), กำไร 4Q17 ใกล้เคียงคาด
(views 22)
กำไร 4Q17 แข็งแกร่งตามคาด ADVANC ประกาศกำไรปกติ 4Q17 ออกมาใกล้เคียงคาดที่ 7,679 ลบ. +3.4% Q-Q, +18.9% Y-Y และทำให้ทั้งปี 2017 มีกำไรปกติที่ 29,852 ลบ. -4.4% Y-Y รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ใน 4Q17 เติบโต 0.5% Q-Q และ 3.1% Y-Y ซึ่งชะลอตัวลงจากช่วง 9M17 โดย Net Add จะยังติดลบเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกันอีก 1.3 แสนราย แต่ชดเชยได้จาก ARPU ที่ปรับตัวขึ้น ส่วน Handset Margin ติดลบเพียง 0.6% จากเนื่องจากได้ประโยชน์จาก iPhone รุ่นใหม่ ขณะที่ฝั่งของต้นทุนโดยรวมยังปรับขึ้นตามการลงทุน อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายทางการตลาดลดลงค่อนข้างมีนัยยะซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในแง่การแข่งขันที่ดูจะผ่อนคลายลง ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวขึ้นเป็น 45.1% จาก 36.7% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
06
กุมภาพันธ์
2018
THANI (BUY/18TP: 11.8), กำไรจะสดใสอีกปีหนึ่ง
(views 18)
ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จาก ขาย และปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2018 ขึ้นเป็น 11.80 บาท อิง Justified PER 20 เท่า ทั้งนี้ภายหลังการประชุมกับผู้บริหาร เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 6.1% เป็น 1,425 ลบ. +26.6%Y-Y และเป็นระดับกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากประเด็นบวก 3 ประการ 1. ค่าใช้จ่ายสำรองทั่วไปเพื่อรองรับ IFRS 9 จะครบใน 1H18 2. CoF จะลดลงอีกในปีนี้จากการครบอายุของหุ้นกู้รุ่นเก่า คาด Refinance ใหม่ที่อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงราว 1.5% และ 3. แผน Write-off NPL อีกราว 50-100 ลบ. ในปีนี้ หรือคิดเป็น 3-6% ของ NPL ทั้งหมดจากที่ไม่เคย Write-off NPL มาก่อน ส่งผลดีต่อคุณภาพหนี้
อ่านเพิ่มเติม
06
กุมภาพันธ์
2018
EPG (BUY/19TP: 14), กำไร 3Q18 อาจแย่กว่าที่เคยคาดแต่จะเป็น bottom
(views 21)
แนวโน้มกำไร 3Q18 (ต.ค.-ธ.ค. 2017) ต่ำกว่าที่เคยคาดเพราะถูกกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าเร็ว ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น และการบริโภคที่ยังฟื้นไม่เต็มที่ โดยคาดกำไร -16% Q-Q, -26% Y-Y เหลือ 244 ล้านบาท ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอาจส่งผลต่อบริษัทอีกระยะ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบอาจยังกระทบต่อไปแต่ถ้าการจับจ่ายเร่งตัวขึ้น บริษัทจะสามารถผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มเข้าไปในราคาขาย ช่วยลดผลกระทบได้ และเมื่อการผลิตได้ Economy of scale จะช่วยบรรเทาต้นทุนคงที่ที่สูงได้ เราปรับประมาณการกำไรปี 2018-19 ลงโดยปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลง และพบว่ากำไรในปี 2018 (สิ้นสุด มี.ค. 2018) ลดลง 16% Y-Y (เดิมคาด +5% Y-Y) แต่จะกลับมาฟื้นตัวในปี 2019 (สิ้นสุด มี.ค. 2019) คาด +30% Y-Y ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 14 บาทจาก 16 บาท ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
กุมภาพันธ์
2018
FSMART (BUY/18TP: 19.5), คาดกำไร 4Q17 ไม่ตื่นเต้น ปรับเป้าหมายลง แต่ยังมี Upside สูง
(views 27)
Flat Q-Q เพิ่ม 8.0% Y-Y จากค่าซ่อมบำรุงตู้เติมเงินมากเป็นพิเศษ ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มตามฤดูกาล และ 4Q16 มีเครดิตภาษี แต่ทั้งปีเราคงมองกำไรโตสูง 34% แม้โตลดลงจากฐานที่สูงขึ้น และปรับประมาณการปี 2018-2019 ลง 5-8% จากการปรับลดสมมุติฐานอัตราส่วนส่วนแบ่งรายได้ค่าบริการ ยังกำไรโต 21.5% และ 16.9% ตามลำดับ พร้อมปรับลดสมมุติฐาน L-T Growth เป็น 2.5% เพื่อ Conservative มากขึ้น ต่อปัจจัยเสี่ยงระยะยาวพฤติกรรมของผุ้ใช้บริการเติมเงินผ่านช่องทางใหม่ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะ Mobile App. ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ลดเหลือ 19.50 บาท จากเดิม 23.50 บาท (DCF) ราคาหุ้นยัง Laggard และมี Upside 33% รวมทั้งคาดปันผลงวด 2H17 หุ้นละ 0.31 บาท Yield 2.1% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
02
กุมภาพันธ์
2018
BBL (BUY/18TP: 244), ฐานทุนแกร่ง ฐานกำไรแข็งแรง
(views 27)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ผู้บริหาร BBL กล่าวถึงมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจในปี 2018 ในเชิงบวกมาก โดยคาดการณ์อัตราการเติบโตของ GDP ที่ 4.2% BBL ตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่สูงขึ้นมาที่ 5-6% ในปี 2018 เทียบกับ 3.2% ในปีก่อนหน้าและมากที่สุดในรอบ 5 ปี อย่างไรก็ตามธนาคารยังคงจำเป็นต้องรักษาระดับสำรองฯให้สูงเผื่อกฏเกณฑ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงในอนาคต (Basel และ มาตรฐานบัญชี) ทำให้เราปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายสำรองฯในประมาณการขึ้น แต่กระทบประมาณการกำไรไม่มากนัก เราคงคาดการณ์การเติบโตของกำไรยังโดดเด่นเมื่อเทียบแบงก์ใหญ่ด้วยกันที่ 11.5%Y-Y หรือราว 3.68 หมื่นลบ. คงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมที่ 244 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
กุมภาพันธ์
2018
ATP30 (18TP: 2.3), คาดกำไรทำ All Time High ต่อเนื่อง
(views 21)
แม้ 4Q17 จะเป็น Low Season จากการมีวันหยุดมาก แต่ถูกชดเชยด้วยรายได้จากการเช่ารถพิเศษตามงานร่าเริงที่เพิ่มขึ้น บวกกับมีการรับรู้รายได้จากการให้บริการ Autoliv และ SCCC ด้วยรถบัสรวม 28 คันเต็มไตรมาส ทำให้แนวโน้มกำไร 4Q17 คาดทำจุดสูงสุดใหม่ โตโดดเด่น +20% Q-Q, +190% Y-Y เป็น 10 ล้านบาท สำหรับปี 2018 เราคาด Momentum ของกำไรจะขยายตัวต่อเนื่องจากการเติบโตของลูกค้าในพอร์ต และจำนวนรถที่เพิ่มขึ้นอีก 20 คัน โดยเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 13% เป็น 40 ล้านบาท (+67% Y-Y) สะท้อนจำนวนรถที่ผ่อนและตัดค่าเสื่อมหมดที่มากกว่าคาด ทำให้ราคาเหมาะสมปรับขึ้นเป็น 2.30 บาทจากเดิม 2.00 บาท คงคำแนะนำซื้อ จากแนวโน้มกำไรที่คาดทำ All Time High ติดกันอย่างน้อย 2 ไตรมาส และในระยะยาว ได้รับประโยชน์โดยตรงจาก EEC
อ่านเพิ่มเติม
01
กุมภาพันธ์
2018
TCAP (HOLD/18TP: 55), กำไรจะเริ่มชะลอลงในปีนี้และปีหน้า
(views 20)
ผู้บริหารเปิดเผยเป้าหมายทางการเงินสำหรับปี 2018 โดยรวมธนาคารมองการเติบโตของสินเชื่อในเชิงรุกและคาดการณ์การเติบโตที่ > 5% สูงสุดในรอบ 6 ปี เราคาดว่า 2018 PPOP จะ +9%Y-Y แต่กำไรสุทธิน่าจะทรงตัวและชะลอตัวในปีนี้-ปีหน้า เนื่องจากการกลับมาจ่ายภาษีในอัตราปกติตั้งแต่ 2H18 และฐานกำไรจากเงินลงทุนที่สูงในปี 2017 เราคงราคาเหมาะสมที่ 55 บาท ราคาหุ้นเต็มมูลค่า แต่คาดการณ์ Final Dividend อีกราว 1.40 บาทต่อหุ้น หรือ Yield ราว 2.4% และปีละ 3.9% จึงแนะนำ ถือ หรือ Switch เป็น TISCO หรือ KKP ซึ่งเราคาดการณ์เงินปันผลต่อปีในอัตราที่สูงกว่าและคาดการณ์การเติบโตของกำไรมากกว่า TCAP ที่คาดการณ์จะเห็นการพักฐานของกำไรในปีนี้-ปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
01
กุมภาพันธ์
2018
THCOM (SELL/18TP: 11), ยังอยู่ในช่วงมรสุมชีวิต
(views 28)
กำไร 4Q17 ย่ำแย่อย่างมากจากการตั้งด้อยค่า THCOM ประกาศผลการดำเนินงาน 4Q17 ออกมาขาดทุนสุทธิ 3,190 ลบ. ลดลงอย่างมีนัยยะทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยมีการตั้งด้อยค่าดาวเทียม IPSTAR 3,309 ลบ. หากตัดรายการดังกล่าวออกกำไรปกติจะอยู่ที่ 115 ลบ. แม้จะฟื้นทั้ง Q-Q และ Y-Y แต่ยังเป็นระดับทีอ่อนแอมากเพราะในนั้นได้รวมรายการภาษีเงินได้รอตัดบัญชีที่เป็นบวกกว่า 500 ลบ. ซึ่งหากตัดออกผลการการดำเนินงานจะขาดทุนอย่างมีนัยยะ ซึ่งเป็นผลจากรายได้ที่หดตัวแรงจากการสูญเสียลูกค้า ขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ ส่งผลให้ปี 2017 พลิกมาขาดทุนสุทธิ 2,650 ลบ. ส่วนกำไรปกติอยู่ที่ 531 ลบ. -67.5% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2018
DTAC (SELL/18TP: 50), 4Q17 ดีกว่าคาดเพราะรายการภาษี // 2018 ยังดูน่าห่วง
(views 32)
กำไร 4Q17 ดีกว่าคาดเพราะผลประโยชน์ทางภาษี DTAC ประกาศกำไรปกติ 4Q17 ออกมาดีกว่าคาดที่ 565 ลบ. +19.9% Q-Q, +234.5% Y-Y แต่เป็นเพราะรายการผลประโยชน์ทางภาษีราว 250 ลบ. ขณะที่ในแง่การดำเนินงานเรามองว่ายังไม่ได้แข็งแกร่งนัก รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC แม้จะพลิกมาเติบโต 1.7% Q-Q และ 1.3% Y-Y แต่เรายังคงกังวลกับ Net Add ที่ยังติดลบถึง 4.5 แสนราย ขณะที่ต้นทุนโครงข่ายยังคงปรับตัวขึ้นตามการลงทุน ส่งผลให้ปี 2017 มีกำไรปกติ 1,987 ลบ. หดตัวติดต่อกันเป็นปีที่ 4 อีก 21.8% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2018
SAPPE (BUY/18TP: 38), คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ 1Q18 เป็นต้นไป
(views 22)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะไม่สดใสนักคาดลดลง Q-Q เพราะเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ แต่ในแง่กำไรปกติ (ไม่รวม FX Gain ในปีก่อน) คาดเห็นการเติบโต Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำของทั้งการขายในประเทศและการส่งออก จึงคาดรายได้จะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง รวมถึงค่าใช้จ่ายน่าจะปรับลดลง Y-Y จากฐานที่สูงในปีก่อน สามารถชดเชยการอ่อนตัวลงของอัตรากำไรขั้นต้นที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าได้ โดยคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะจบลงเพียงการทรงตัวจากปีก่อนหน้า และคาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 22.6% Y-Y จากการฟื้นตัวของธุรกิจในประเทศ ตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และการเน้นธุรกิจส่งออกมากขึ้น ทั้งตลาดใหม่ และตลาดเดิมที่มีศักยภาพ ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้นอีกครั้ง เรายังคงราคาเป้าหมายเท่ากับ 38 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) ยังมี Upside 30% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2018
WP (18TP: 8.5), โอกาสเติบโตมีอีกมากในตลาดต่างประเทศ
(views 25)
การทยอยปรับโครงสร้างราคา LPG ในประเทศทำให้ผู้บริโภคทั้งในภาคขนส่งและครัวเรือนปรับพฤติกรรมการใช้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนเชื่อว่าความต้องการใช้ก๊าซ LPG โดยรวมจะไม่ต่ำกว่าปีก่อน แม้ว่าการใช้งานในภาคขนส่งมีโอกาสลดลงอีก แต่จะชดเชยด้วยภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรมที่ขยายตัวต่อเนื่อง เป็นบวกต่อ WP ที่พึ่งพาลูกค้าสองกลุ่มดังกล่าวเกือบ 60% ของยอดขายและมีส่วนแบ่งตลาดสูงในทั้งสองกลุ่ม แต่เรามองว่าการเติบโตของ WP อยู่ที่ตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านและในภูมิภาค ขณะที่ผลกระทบจากการเปิดเสรีก๊าซ LPG ทั้งระบบ มีจำกัดจากการเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่มีความพร้อมในการจัดหาวัตถุดิบและการแข่งขัน เราคาดกำไรสุทธิปี 2017-19 เติบโต 213.6%, 20.5% และ 7.7% ตามลำดับ ประเมินราคาเป้าหมาย 8.50 บาทอิง EV/EVITDA 12 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
31
มกราคม
2018
ABM (IPO/18TP: 2.26), หนึ่งในผู้นำธุรกิจจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลในไทยและเอเชีย
(views 137)
หมายเหตุ : บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน) ที่เสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)
ABM เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านการจัดหา ขนส่ง และจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลของไทยและในเอเชีย ที่มีศักยภาพการเติบโตจากแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานทดแทนของโลกเพิ่มต่อเนื่อง คาดว่ากำไรปกติในปี 2018 จะโตสูง เท่าตัวจากปีก่อน (แต่ EPS-fully diluted โต 54.6%) จากรายได้จากการขายเพิ่ม 20.7% หนุนโดยปริมาณขายเพิ่ม จากปริมาณขายกะลาปาล์มทั้งในและต่างประเทศเพิ่ม หลังปีก่อนได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ และความต้องการของลูกค้าโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มมาก เราประเมินราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2018 (หลังเพิ่มทุน) ที่ 2.26 บาท โดยวิธี PE Relative ที่ 19 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2018
GLOBAL (BUY/18TP: 19), SSSG พลิกเป็นบวกแล้ว กำไรจะกลับมาโตตั้งแต่ 1Q18
(views 24)
มองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วในปี 2017 โดยคาดกำไรสุทธิ 4Q17 จะไม่ตื่นเต้นนัก คาดโตเล็กน้อย 5.2% ทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะปกติ 2H มักเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ แต่เราเริ่มเห็นการฟื้นตัวจาก SSSG ที่คาดจะพลิกกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส ตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ ซึ่งคาดกำไรสุทธิจะกลับมาเติบโตดีอีกครั้งตั้งแต่ 1Q18 เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีเปิดสาขาใหม่ในปี 2017 ที่ 9 แห่ง ซึ่งมากกว่าคาดการณ์ของเรา ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2018 รวมถึงยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องราว 7-8 แห่งในปีนี้ และคาดเห็นสาขาแรกที่กัมพูชาอย่างเร็วใน 2Q18 นี้ เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะลดลงเล็กน้อยราว 3.2% Y-Y และปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ราว 3.4% เพื่อสะท้อนสาขาใหม่ที่เปิดในปี 2017 มากกว่าคาด เป็นการเติบโตราว 27.2% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเล็กน้อยเป็น 19 บาท จากเดิม 18 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมา ทำให้มี Upside 11.8% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ทยอยซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
30
มกราคม
2018
SAWAD (HOLD/18TP: 68), โครงสร้างใหม่ หัวใจเดิม
(views 24)
เราคาดการณ์กำไร 4Q17 ของ SAWAD จะอยู่ที่ราว 529 ลบ. -15%Q-Q และ -13%Y-Y โดยคาดว่า SAWAD น่าจะมีการตั้งสำรองฯสูงขึ้น และคาดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะชะลอตัวเนื่องจากผลของการปรับโครงสร้างสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น บนประมาณการกำไร 4Q17 ดังกล่าว ส่งผลให้เราขยับประมาณการกำไรปี 2017 ขึ้น 7% มาอยู่ที่ 2.47 พันลบ. +23%Y-Y แนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2018 เราคาดว่าจะเห็นการเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจอีกครั้ง การเติบโตของสินเชื่อจะมีโฟกัสหลักที่ BFIT และ SAWAD น่าจะเป็นขยับถือหุ้นมากขึ้นและขึ้นมาเป็นกลุ่มการเงินภายใต้การกำกับดูแลของธปท. แต่เราเชื่อว่าการเติบโตทั้งกลุ่มยังอยู่ในระดับดีที่ราว 30% เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 3 พันลบ. +22.65%Y-Y และคงราคาเหมาะสมที่ 68 บาท แนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2018
TMB (BUY/18TP: 3.3), โมเมนตัมของกำไรเติบโตได้จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย
(views 32)
ปรับคำแนะนำจาก ถือ เป็น ซื้อ ราคาหุ้น TMB ปรับฐานจนมี Upside ที่น่าสนใจขึ้น เราคาดว่าแนวโน้มกำไรยังเป็นโมเมนตัมที่ดี และเราคาด ROE จะปรับขึ้นสู่ 12% จาก 10% ในปี 2017 ตามแผน 5 ปีของธนาคารมีเป็นเชิงรุกต่อการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยผ่านช่องทาง Digital และการ Cross sell ในฐานลูกค้ารายย่อยที่เพิ่มขึ้น เราคาดว่ากำไรปี 2018 จะฟื้นตัวขึ้น 16%Y-Y มาอยู่ที่ราว 1 หมื่นลบ. โดยปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม, การเติบโตของสินเชื่อและการตั้งสำรองฯที่ผ่อนคลายลง คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 3.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2018
ORI (BUY/18TP: 27), ม้ามืดตัวใหม่แห่งวงการอสังหา
(views 15)
เรามีมุมมองบวกกับแผนการเปิดโครงการใหม่เชิงรุกอย่างชัดเจนในปี 2018 จำนวน 14 โครงการ มูลค่ารวม 3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปีก่อน โดยหันมาจับตลาดบนย่าน CBD มากขึ้น พร้อมผลักดันยอด Presales ให้ขยายตัว 36% Y-Y เป็น 2 หมื่นล้านบาท ขณะที่ไฮไลท์สำคัญคือ การเปิดตัวโครงการ Mixed-use 3 แห่งใจกลางเมือง ช่วยยกระดับสู่กลุ่มลูกค้าบน และต่อยอดในธุรกิจ Recurring Income หนุนรายได้ที่สม่ำเสมอ และกระจายความเสี่ยงได้ดี โดยเราคงคาดกำไรสุทธิปี 2017 โตก้าวกระโดด +231% Y-Y และโตต่อในอัตราสูงถึง +43% Y-Y ในปีนี้ จาก Backlog สิ้นปีก่อนที่สูงถึง 2.7 หมื่นล้านบาท รองรับรายได้ปี 2018 ไปแล้วกว่า 78% คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมที่ 27 บาท จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม และมี Catalyst บวกระยะสั้นจากกำไร 4Q17 ที่ทำจุดสูงสุดใหม่
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2018
TPCH (BUY/18TP: 20), คาดกำไรสุทธิ 4Q17 โตแรง Q-Q
(views 50)
คาดกำไรสุทธิ 4Q17 โต 1.8 เท่าตัว Q-Q จากไตรมาสก่อนมีค่าใช้จ่ายพิเศษเยอะ กำไรปกติโต 10.4% Q-Q, 5.0% Y-Y % จากโรงไฟฟ้า PGP เดินเครื่องได้มากขึ้นหลัง COD ต้นไตรมาสก่อน และการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าใหม่ แม้ Gross Margin ลดลง Y-Y จากต้นทุนจัดการโรงไฟฟ้าและค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่ม ทั้งปี คงคาดกำไรสุทธิ Flat Y-Y แต่กำไรปกติโต 29 % Y-Y ราคาหุ้นยัง Underperform สะท้อนกำไรปีก่อนที่พลาดเป้าของตลาด แต่คาดกำไรปกติปี 2018-2019 สดใสขึ้น คาด PE ปี 18 จะลดลงเหลือ 16x และ 11x คงคำแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
29
มกราคม
2018
ICHI (HOLD/18TP: 9.7), กำไรสุทธิ 4Q17 ยังไม่ตื่นเต้น คาดจะกลับมาโตมากขึ้นในปี 2018
(views 15)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q17 จะกลับมาฟื้นตัวเล็กน้อย Q-Q แต่คาดจะต้องมีการตั้งด้อยค่าความนิยมแบรนด์ไบเล่ต่อเนื่อง รวมถึงคาดจะรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจที่อินโดนีเซียสูงขึ้น จึงคาดกำไรสุทธิ 4Q17 จะลดลง Q-Q แต่จะพลิกจากที่ขาดทุนในปีก่อน และคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะจบลงด้วยการลดลงจากปีก่อนราว 25.8% เป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ประสบเหตุน้ำท่วมหนักในปี 2011 และคาดกำไรสุทธิจะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 98.7% Y-Y เป็น 543 ล้านบาท แม้จะประสบความสำเร็จจากการรุกตลาดส่งออก จนมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็วมาอยู่ที่ 22% ของรายได้รวม แต่เรายังไม่คิดว่ากำไรจะกลับมาสดใสสู่ระดับพันล้านบาทอย่างที่เคยทำได้ในปี 2014 ภายในระยะเวลา 1-2 ปีนี้ เพราะรายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากในประเทศ ที่แนวโน้มยังไม่สดใส อย่างไรก็ตาม เรามองว่าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะกลับมามีกำไรที่ดีขึ้น เราจึงปรับเพิ่ม PE จาก 20 เท่า เป็น 23 เท่า ให้เท่ากับค่าเฉลี่ยของกลุ่มเครื่องดื่ม นำไปสู่การปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 9.7 บาท จากเดิม 8.4 บาท มี Upside 4.9% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
26
มกราคม
2018
AMATA (BUY/18TP: 30), กำไรชะลอตัวในระยะสั้น แต่ระยะยาวรับอานิสงส์เต็มที่จาก EEC
(views 38)
แนวโน้มกำไร 4Q17 ชะลอทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะลูกค้าบางส่วนยังต้องการรอความชัดเจนของ กม. EEC ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายใน 1Q18 แต่ก็น่าจะทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2017 โตได้ 17% Y-Y เราคาดกำไรโตต่อเนื่อง 18% Y-Y ในปี 2018 จาก Backlog ที่มีเกือบ 2 พันล้านบาท การ COD ของโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริมเพาเวอร์ การโอนที่ดินที่นิคมฯในเวียดนามที่กลับสู่ปกติหลังปัญหาที่ดินคลี่คลาย และอานิสงส์ที่จะได้จากนโยบาย EEC ซึ่งบริษัทมีพื้นที่พร้อมขายกว่า 1 หมื่นไร่ในระยองและชลบุรี เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 30 บาทจาก 27 บาทจากการปรับ PE ขึ้นสะท้อนการเติบโตที่สดใสในระยะยาว ยังแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
มกราคม
2018
FN (BUY/18TP: 5.6), เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวใน 4Q17
(views 17)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะฟื้นตัวเติบโต Q-Q เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส แม้ SSSG จะยังติดลบต่อเนื่อง แต่เริ่มติดลบน้อยลง กอปรกับเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และผลตอบรับที่ดีของการเปิดสาขาแห่งใหม่ที่ฉะเชิงเทรา ทั้งนี้หากพิจารณาเป็นรายเดือน บริษัทเริ่มเห็น SSSG พลิกเป็นบวกในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่จะกลับมาดีขึ้นในปีนี้ และยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 แห่ง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาเปิดสาขาแรกในกทม.หรือปริมณฑล เราคาดผ่านกำไรต่ำสุดแล้วในปี 2017 ซึ่งน่าจะจบที่ 86 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 44.3% และคาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 74.5% Y-Y ยังคงราคาเป้าหมาย 5.6 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับลงมาทำให้มี Upside ราว 10% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
มกราคม
2018
FTE (BUY/18TP: 5), FTE เริ่มน่าสนใจจาก New Project และ Dividend Yield
(views 26)
หลังจากเราได้เข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรามีมุมมองเชิงบวกกับ FTE มากขึ้นใน 3 ประเด็น คือ (1) โอกาสการได้งานวางระบบดับเพลิงในโครงการใหม่ๆ ทั้งโรงไฟฟ้าของรัฐวิสาหกิจและเอกชน รวมถึงโครงการแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ มูลค่ารวมกันราว 1 พันล้านบาท (2) ได้ประโยชน์จากการแข็งค่าของเงินบาทในระยะนี้อย่างมาก เพราะต้นทุนสินค้าราว 70% นำเข้าจากต่างประเทศ โดยทุก 1% ที่แข็งค่า จะเป็นบวกกับกำไรสุทธิ 4% เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 +45% Y-Y และ +16% Y-Y ในปี 2018 (3) แนวโน้มการจ่ายปันผลที่มากกว่าคาด จากผลประกอบการที่ดีและแผนการลงทุนที่ใช้เงินน้อยลง โดยเราคาด Dividend Yield เฉพาะ 2H17 จะสูงถึง 4% ส่วน PE2018 ยังต่ำเพียง 13 เท่า และ PEG เทียบการเติบโตของกำไรปี 2019-2021 อยู่ที่ 0.7 เท่า แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 5 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
มกราคม
2018
SCC (BUY/18TP: 580), กำไรเป็นไปตามคาด
(views 26)
กำไร 4Q17 ที่ไม่แย่ไปกว่าคาด ควรทำให้ตลาดคลายกังวลได้ กำไรสุทธิ 4Q17 ที่ทำได้ 12,567 ล้านบาท (+6.2% Q-Q, +0.7% Y-Y) และทั้งปีที่ 55,041 ล้านบาท -2% Y-Y เป็นไปตามเราและตลาดคาด ซึ่งเป็นกำไรที่ไม่ดีนักเพราะราคาต้นทุน Naphtha ที่ปรับขึ้นเร็วตามราคาน้ำมันดิบและการหยุดผลิตกะทันหันของแหล่งก๊าซธรรมชาติและโรงกลั่นในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาขายปรับขึ้นน้อยกว่า ทำให้ Spread ของ HDPE-Naphtha ลดลงเหลือ US$656/ตัน (-2% Q-Q, -4% Y-Y) และ PP-Naphtha เหลือ US$625/ตัน (-8% Q-Q, -2% Y-Y) นอกจากนี้ ตลาดปูนซีเมนต์ยังซบเซา มีเพียงธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (19% ของรายได้รวม) ที่ขับเคลื่อนผลประกอบการ แต่ EBITDA โดยรวมยังแข็งแกร่ง ประกอบกับนักวิเคราะห์ได้สื่อสารให้นักลงทุนรับทราบก่อนหน้านี้แล้ว ถือว่าราคาหุ้นได้สะท้อนข่าวลบไปแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
25
มกราคม
2018
CHG (BUY/18TP: 2.5), โมเมนตัมกำไรอยู่ในช่วงเร่งตัว
(views 24)
โมเมนตามการเติบโตของกำไร CHG คาดว่าอยู่ในช่วงเร่งตัว โดยกำไรปกติ 4Q17 คาดว่าจะเติบโต 8.6% Y-Y และส่งผลให้ทั้งปี 2017 เติบโต 3.2% Y-Y ขณะที่ปี 2018 แม้เราจะปรับลดประมาณการลงเล็กน้อยราว 5% แต่คาดว่ายังคงเติบโตในอัตราเร่ง +11.6% Y-Y ตามทิศทางเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศที่ดีขึ้น รวมถึงอานิสงส์เชิงบวกจากการเพิ่มเงินของสำนักงานประกันสังคมเต็มปี เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 2.50 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวลงค่อนข้างมากส่วนทางกับแนวโน้มกำไรที่กลับมาเป็นขาขึ้น เราจึงมองเป็นจังหวะในการเข้า “ซื้อ” อีกครั้ง และเป็นโรงพยาบาลที่ได้ประโยชน์สูงสุดจาก EEC
อ่านเพิ่มเติม
25
มกราคม
2018
CPF (HOLD/18TP: 32), คาดผลงานหลัก 4Q17 ไม่สดใส และจะต่อเนื่องไปใน 1Q18
(views 21)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะลดลง Q-Q และโตเล็กน้อย Y-Y แต่หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุน คาดมีผลการดำเนินงานหลักอาจแย่ถึงขั้นขาดทุน แม้จะยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก CPALL เติบโตต่อเนื่อง แต่อาจไม่ครอบคลุมผลขาดทุนของธุรกิจหมูทั้งในไทยและเวียดนามได้ ในขณะที่ธุรกิจไก่เป็นช่วง Low Season และราคาไก่ในประเทศปรับลดลงเข้าสู่ระดับต้นทุนการเลี้ยงพอดี เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ทำได้เพียงทรงตัว Y-Y และคาดจะกลับมาเติบโตเล็กน้อยราว 8.5% Y-Y ในปี 2018 โดยคาดธุรกิจหมูจะกลับมามีกำไรอีกครั้งในช่วงปลาย 2Q18 ภายหลังราคาหมูในไทยและเวียดนามฟื้นตัว แม้เรายังคงราคาเป้าหมาย 32 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แต่ระยะสั้น แนวโน้มผลการดำเนินงานหลักน่าจะอ่อนแอต่อเนื่องใน 1Q18 เป็นอย่างน้อย เราจึงแนะนำเพียง ถือ
อ่านเพิ่มเติม
25
มกราคม
2018
THMUI (BUY/18TP: 3.1), คาดกำไรปี 2017-18 โตสูง จากงานก่อสร้างฟื้นและเปิดตลาดใหม่
(views 20)
เราแนะนำซื้อ THMUI ราคาเป้าหมาย 3.10 บาท แม้คาดผลประกอบการ 4Q17 ชะลอตัว แต่ทั้งปี 2017 ยังโตสูง 73% Y-Y และคาดโตแรงต่อเนื่อง 61% Y-Y อยู่ที่ 53 ล้านบาทในปี 2018 แรงหนุนอยู่ที่ (1) การขยายตัวของรายได้ที่จะโดดเด่น 25% Y-Y จากความต้องการลวดสลิงที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มก่อสร้างและพลังงาน รวมถึงการเริ่มขยายตลาดใหม่ในกลุ่ม AEC ซึ่ง THMUI ยังได้สิทธิขายในบางแบรนด์แต่เพียงผู้เดียว (2) ได้ประโยชน์จากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เพราะต้นทุน 50-60% เป็นการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ แต่ขายในประเทศเกือบทั้งหมด ซึ่งเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทุก 1% จะเป็นบวกกับกำไรสุทธิ 5% ส่วนในแง่ของ Valuation ถือว่ายังไม่แพง โดย PE2018 อยู่ที่ 13 เท่า PEG ต่ำเพียง 0.4 เท่า และคาด Dividend Yield สูง 4-5% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2018
BJC (T-BUY/18TP: 64), คาดกำไร 4Q17 ทำจุดสูงสุดใหม่ และจะโตโดดเด่นต่อในปีนี้
(views 30)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะเติบโตต่อเนื่องทั้ง Q-Q และ Y-Y หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนใน 3Q16 เราคาดกำไรปกติ 4Q17 จะสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยทำได้ดีทั้งธุรกิจค้าปลีก หรือ BIGC ที่คาดมี SSSG เป็นบวกต่อเนื่อง และธุรกิจ Packaging ที่สามารถ Run เตาใหม่แห่งที่ 4 ได้เกือบเต็มกำลังการผลิตทันทีที่เริ่ม Operate รวมถึงธุรกิจ Consumer ที่ฟื้นตัวได้ดีตามกำลังซื้อ และธุรกิจ Healthcare ที่จะทำจุดสูงสุดของปีเพราะเป็น High Season ตามการเบิกจ่ายของภาครัฐ ทำให้เราคาดกำไรสุทธิทั้งปี 2017 จะเติบโตราว 21.9% Y-Y และคาดจะเติบโตต่อเนื่องอย่างโดดเด่นในปี 2018 ราว 57.5% Y-Y นอกจากการเติบโตตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และการขยายธุรกิจทั้งในแง่สาขาใหม่ของ BIGC และกำลังขยายเตาแก้วใหม่แห่งที่ 5 แล้ว คาดจะปรับโครงสร้างภาษีได้แล้วเสร็จ ซึ่งจะทำให้เกิดการกลับรายการภาษีก้อนใหญ่ ในปีนี้ เรายังคงราคาเป้าหมายที่ 64 บาท (อิง DCF) มี Upside 9.4% เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อเก็งกำไรจากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2018
ROBINS (BUY/18TP: 85), คาดกำไรปกติ 4Q17 จะทำจุดสูงสุดใหม่
(views 24)
แม้แนวโน้ม SSSG ใน 4Q17 อาจจะติดลบต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 เราคาดไว้ราว -2% Y-Y แต่ด้วยการรับรู้รายได้จากสาขาใหม่ การปรับ Product Mix ได้ดี และมีรายได้ค่าเช่าเติบโตต่อเนื่อง คาดกำไรปกติ 4Q17 จะทำจุดสูงสุดใหม่ ซึ่งเติบโตดี 38.3% Q-Q และ 9.6% Y-Y คาดทำให้กำไรปกติปี 2017 เติบโตเล็กน้อยราว 7.4% Y-Y และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตได้มากขึ้นในปีนี้ ภายหลังจากกำลังซื้อในประเทศฟื้นตัว และยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ในรูปแบบ Lifestyle Center ต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ค่าเช่าอีกส่วนหนึ่ง รวมถึงน่าจะได้เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นของอัตรากำไร จากการเน้นปรับ Product Mix และใกล้จบการทำ Stock Clearance ภายใน 1H18 นี้ เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 จะเติบโตราว 15.1% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 85 บาท (DCF) ยังมี Upside 13.7% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2018
ZIGA (SELL/18TP: 5.5), ปรับลดประมาณการและราคาเป้าหมายลง และแนะนำเปลี่ยนตัว
(views 27)
ด้วยต้นทุนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่ราคาขายยังไม่สามารถขยับขึ้นตามได้ทัน อีกทั้งช่องทางขายยังถูกจำกัดอยู่กับตัวแทน 3-4 รายเดิม และการเพิ่มสินค้าใหม่ยังใช้เวลาในการทำตลาด เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017-2018 ลง 30-32% จากคาดการณ์เดิม ส่วนแนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 คาด เพิ่มขึ้น 2% Q-Q และ 38% Y-Y อยู่ที่ 39 ล้านบาท จากปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season แต่กำไรทั้งปี 2017 ยังลดลง 30% Y-Y ก่อนจะกลับมาเพิ่มขึ้น 12% Y-Y ในปีนี้ตามการฟื้นตัวของการก่อสร้าง ซึ่งยังไม่ดีเท่ากับที่ ZIGA เคยทำได้ในปี 2016 และด้วยราคาปัจจุบันที่คิดเป็น PE2018 ราว 15 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มวัสดุก่อสร้าง กอปรกับ ผลจากการปรับลดประมาณการลง ทำให้ราคาเป้าหมายลดเหลือ 5.50 บาท (จาก 10.90 บาท) ไม่มี Upside พอให้ซื้อ เราจึงปรับลดคำแนะนำลงจากซื้อเป็นถือ หรือเปลี่ยนไปลงทุนใน ARROW แทน
อ่านเพิ่มเติม
24
มกราคม
2018
KKP (HOLD/18TP: 85), กำไรปีนี้คาดการณ์ชะลอตัว แต่ปันผลยังพอจูงใจ
(views 43)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหารเปิดเผยเป้าหมายทางการเงินในปี 2018 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ไม่ได้ท้าทายเกินไป โดยเป้าการเติบโตของสินเชื่อที่ 10% แต่ทิศทาง Loan spread ชะลอตัวลงจากปี 2017 เนื่องจากธนาคารโฟกัสกลุ่มสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งผลตอบแทนอาจจะน้อยกว่าสินเชื่อเช่าซื้อเดิม แม้กระนั้นเราเชื่อว่า Loan spread ในประมาณการของเรายังดีกว่ากลุ่มที่ราว 5% เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018 ที่ 6 พันลบ. +5.1%Y-Y ปัจจัยขับเคลื่อนมาจากการขยายตัวของสินเชื่อและการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมโดยเฉพาะธุรกิจตลาดทุนและด้าน IB ที่จะมีรายการใหญ่เกิดขึ้นในปี 2018 ประมาณการยังไม่รวม Upside จากกำไรและรายได้การขายสินทรัพย์ SAM ซึ่งอาจเกิดขึ้นหากเศรษฐกิจดีขึ้นตามคาด คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 85 บาท คงคำแนะนำ ถือ คาดการณ์เงินปันผลสำหรับ 2H17 อีกหุ้นละ 4 บาท Dividend Yield ส่วนที่เหลืออีก 4.8% โดยได้รับแรงหนุนจากเงินกองทุนที่แข็งแกร่งที่ระดับเกือบ 18%
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2018
KTB (BUY/18TP: 22), กำไร 4Q17 น่าผิดหวัง
(views 18)
กำไร 4Q17 น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดเพราะ คชจ. สำรองที่สูงขึ้น KTB รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 4.82 พันลบ. ลดลง 18%Q-Q และ 35%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดไว้ราว 15-20% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญสูงกว่าที่คาดไว้ โดยในไตรมาสนี้ KTB มีค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ 1.36 หมื่นลบ. +37%Q-Q และ +44%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 2.8% สูงใกล้เคียงกับ 2Q17 ที่มีการตั้งสำรองฯ EARTH แต่ครั้งนี้เป็นการตั้งสำรองฯเพื่อรองรับการตัดหนี้สูญ และอีกส่วนใช้เป็นสำรองทั่วไปรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ สังเกตว่า Coverage ratio ไตรมาสนี้สูงเป็น 121.7% จาก 115% ใน 3Q17 แต่ใกล้เคียงกับปี 2016 หากไม่นับเงินสำรองฯดังกล่าว PPOP ดีกว่าที่คาดไว้โดยเพิ่มขึ้น 12.5%Q-Q และ 3.5%Y-Y เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอื่น
กำไรปี 2017 อยู่ที่ 2.2 หมื่นลบ. -30.5%Y-Y เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่สูงขึ้น และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวลงตามปริมาณเงินให้สินเชื่อที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2018
SCB (HOLD/18TP: 160), SCB กับเป้าหมาย 3 ปี ผ่านกลยุทธ Upside Down
(views 36)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหารสร้างความฮือฮาให้กับตลาดและค่อนข้างเซอร์ไพรส์เราผ่านกลยุทธ Upside Down หรือ กลับหัวตีลังกา ซึ่งจะทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของระบบธนาคารอย่างมีนัยสำคัญในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยเน้นการเดินหน้าสู่ Digital Banking การทำธุรกรรมผ่านสาขาน้อยลง และปรับเปลี่ยนเป็น Service center และ Business Center รวมถึงการปรับรูปแบบการทำธุรกิจเป็น Banking Platform กระบวนการดังกล่าวทำให้ต้นทุนการดำเนินงานจะลดลงอย่างมากหลังเสร็จสิ้นกระบวนการโดยผ่านการลดสาขาลงเหลือเพียง 1 ใน 4 และลดจำนวนพนักงานลงครึ่งหนึ่ง เรามองเป็นบวกต่อแนวทางดังกล่าว ต่อการเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ในระยะสั้นผลการดำเนินงานจะยังได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการลงทุนระบบ IT เราจึงประมาณการกำไรและราคาเหมาะสมที่ 160 บาท คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
23
มกราคม
2018
TKN (BUY/18TP: 24), คาดกำไร 4Q17 จะฟื้นตัวต่อเนื่อง และจะโตดีมากขึ้นในปี 2018
(views 54)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะเติบโตดี Q-Q จากทั้งปัจจัยฤดูกาล และการทยอยเพิ่มการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ แต่ในแง่ Y-Y น่าจะยังปรับลดลง เพราะต้นทุนสาหร่ายที่ปรับขึ้น และโรงงานใหม่ยังไม่ได้ Economies of Scale ทั้งนี้เรามีปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 - 2018 ลง 3% และ 8% จากการเพิ่มการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ช้ากว่าคาด และการขยายกำลังการผลิตเฟส 3 จะเกิดขึ้นในช่วง 2H18 ซึ่งช้ากว่าที่เราเคยคาดว่าจะเกิดใน 1Q18 กอปรกับได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะลดลง 16.7% Y-Y และจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2018 ราว 42.6% Y-Y จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ และการขยายตลาดส่งออก รวมถึงแนวโน้มการปรับลดลงของต้นทุนวัตถุดิบสาหร่าย และจะเริ่มรับรู้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางภาษี BOI ตั้งแต่ 1Q18 เป็นต้นไป ทั้งนี้จากการปรับลดกำไร นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 24 บาท จากเดิม 27 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 17% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2018
KBANK (BUY/18TP: 264), ความผิดหวังเป็นโอกาสซื้อ
(views 38)
แม้ว่า KBANK จะรายงานกำไรปี 2017 เป็นที่น่าผิดหวังสำหรับเราและตลาด แต่เราคาดว่าค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่เพิ่มขึ้นอย่างมากใน 4Q17 นั้นจะเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว และ KBANK กำลังก้าวเข้าสู่วงจรขาขึ้นของเศรษฐกิจรอบใหม่โดยไม่มีความกังวลต่อภาระสำรองฯที่เกินปกติอีกต่อไป เราคาดว่าอัตราการตั้งสำรองฯจะลดลงในปี 2018 และจะทำให้กำไรทุกๆไตรมาสในปี 2018 มีการเติบโต Y-Y ตลอดทั้งปี เราคงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 4.08 หมื่นลบ. +18.8%Y-Y คงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมที่ 264 บาท
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2018
M (BUY/18TP: 100), คาด SSSG 4Q17 จะเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดฯ
(views 26)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 น่าจะเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y และทำจุดสูงสุดใหม่ ส่วนหนึ่งมาจากช่วง High Season ของธุรกิจ และได้รับผลบวกจากมาตรการช้อปช่วยชาติ ช่วยหนุนให้ SSSG เติบโต 5% Y-Y มากสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดฯในปี 2013 กอปรกับเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง รวมสาขาใหม่ทั้งปีที่ 31 แห่ง คาดกำไรสุทธิปี 2017 จะเติบโต 21.8% Y-Y และคาดกำไรจะโตต่อเนื่องในปี 2018 ราว 23.2% Y-Y จากทั้งการเติบโตตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ โดยคาด SSSG จะเป็นบวกได้ต่อเนื่อง และมีเป้าหมายเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ราว 40-50 แห่ง แม้เริ่มเห็นราคาเป็ดปรับตัวสูงขึ้น แต่ได้รับการชดเชยจากการปรับลงที่ค่อนข้างมากของราคาหมู และบริษัทสามารถปรับขึ้นราคาอาหาร เพื่อสะท้อนต้นทุนหรือค่าใช้จ่าย (อาหาร แรงงาน และค่าเช่า) ที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ จึงคาดบริษัทจะยังรักษาความสามารถทำกำไรได้ดีต่อเนื่อง ยังคงราคาเป้าหมายที่ 100 บาท (อิง PE เดิม 30 เท่า) ยังมี Upside 18.3% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2018
KKP (HOLD/18TP: 85), กำไร 4Q17 น้อยกว่าคาด
(views 34)
กำไร 4Q17 น้อยกว่าที่คาดไว้ KKP รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 1.3 พันลบ. ลดลง 24.3%Q-Q และ 10%Y-Y น้อยกว่าที่เราคาด เกิดจาก 1. ผลขาดทุนจากสินทรัพย์รอการขายและการปรับมูลค่าทรัพย์สินรอการขายเกิดขึ้นจำนวน 300 ลบ. เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่มีอยู่ที่เพียง 83 ลบ. และ 2.ค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้น +49%Q-Q, +3%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาด โฆษณาและประชาสัมพันธ์ ธนาคารมีการตั้งสำรองหนี้สูญฯลดลง 13.8%Q-Q และ 35%Y-Y อยู่ที่เพียง 65 ลบ. คิดเป็น 0.14% ของสินเชื่อรวม และทั้งปีมี Credit cost ที่เพียง 0.41% ธนาคารยืนยันว่าระดับดังกล่าวเพียงพอต่อมาตรฐานบัญชีใหม่และสอดคล้องกับคุณภาพสินทรัพย์ในปัจจุบัน
กำไรสุทธิปี 2017 อยู่ที่ 5,737 ลบ. +3.4%Y-Y สาเหตุหลักเกิดจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่ลดลง 67%Y-Y ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานชะลอตัวลงราว 2%Y-Y ซึ่งเกิดจากมีกำไรจากการขาย NPA ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2018
PT (BUY/18TP: 8.8), กำไรสุทธิ 4Q17 มีแนวโน้มทำได้ดีกว่าคาด
(views 24)
กำไรสุทธิ 4Q17 มีแนวโน้มออกมาดีกว่าคาดการณ์เดิม จากการส่งมอบงานให้กับลูกค้ากลุ่มสถาบันการเงินได้มากกว่าคาด โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 57% Q-Q และ 8% Y-Y อยู่ที่ 73 ล้านบาท หนุนให้กำไรสุทธิปี 2017 ทำจุดสูงสุดใหม่ตั้งแต่เข้าตลาดมา ขณะที่ แนวโน้มปี 2018 คาดว่าจะโตต่อเนื่องอีก 10% Y-Y จากการเร่งลงทุนด้านดิจิทัลของกลุ่มสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่ PT มีความถนัดมากที่สุด ราคาปัจจุบันคิดเป็น PE2018 เพียง 9.9 เท่า ต่ำกว่าทั้งค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 13 เท่า และค่าเฉลี่ยกลุ่ม SI ที่ 17 เท่า ทั้งที่สามารถสร้างอัตรากำไรสุทธิและ ROE ได้สูงกว่ากลุ่ม แถมมีปันผลสม่ำเสมอ 4-5% ต่อปี ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 8.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2018
TCAP (SELL/18TP: 55), กำไร 4Q17 ดีตามคาด แต่ NPL ที่ปรับขึ้นอาจต้องตามมอนิเตอร์
(views 15)
กำไร 4Q17 เป็นไปตามที่คาด TCAP รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 1,935 ลบ. เพิ่มขึ้น +8.2%Q-Q และ +14.3%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดไว้และเป็นอัตราการเติบโตที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม (เติบโต Q-Q) เนื่องจาก 1. กำไรจากเงินลงทุนเป็นจำนวน 780 ลบ. +33%Q-Q, +309%Y-Y ซึ่งเกิดจากการขายหุ้น MBK จำนวนรวม 35.5 ล้านหุ้น (ขายระหว่างวันที่ 28 ก.ย. – 9 ต.ค.) 2. ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด โดยลดลง 11.5%Q-Q และ 15%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นการปรับลงของค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายอื่น ทั้งนี้เพื่อชดเชยกับค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ +37%Q-Q และ +71%Y-Y รองรับ NPL ที่สูงขึ้นในไตรมาสนี้
กำไรสุทธิปี 2017 อยู่ที่ 7 พันลบ. +16.4%Y-Y สาเหตุหลักเกิดจากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง, กำไรจากเงินลงทุนสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลง
อ่านเพิ่มเติม
22
มกราคม
2018
THANI (SELL/18TP: 8.4), กำไร 4Q17 ดีตามคาด แต่ราคาขึ้นมาแรงแล้ว
(views 16)
กำไร 4Q17 เป็นไปตามคาด THANI รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 320 ลบ. +6%Q-Q และ +35%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ กำไรที่ดีขึ้น Q-Q เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 7.7%Q-Q ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของสินเชื่อทำให้รายได้จากการเช่าซื้อดีขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยต่ำลงเนื่องจากมีหุ้นกู้ที่ Refinance ในอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง และเกิดจากการตั้งสำรองฯที่ลดลง 3.8%Q-Q ส่วนใหญ่เป็นการลดค่าใช้จ่ายสำรองทั่วไป ส่วนกำไรที่ดีขึ้น Y-Y เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ +24%Y-Y เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายสำรองฯที่ลดลง 19%Y-Y กำไรสุทธิปี 2017 อยู่ที่ 1,126 ลบ. +27.8%Y-Y ดีตามคาดโดยเกิดจากรายได้ที่สูงขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญทั้งปีเพิ่มขึ้นราว 5%Y-Y แต่คิดเป็น Credit cost ที่ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ราว 1.47% จาก 1.61% ในปีก่อน เนื่องจากเงินสำรองเริ่มเพียงพอต่อมาตรฐานบัญชีใหม่แล้ว
อ่านเพิ่มเติม
19
มกราคม
2018
BAY (SELL/18TP: 44.6), กำไร 4Q17 ใกล้เคียงกับที่คาด
(views 20)
กำไรสุทธิ 4Q17 เป็นไปตามคาด BAY รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 5.68 พันลบ. ลดลง 5.6%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 10.1%Y-Y เป็นไปตามที่คาด ทั้งนี้กำไรที่ลดลง Q-Q เกิดจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงาน (+6%Q-Q) และค่าใช้จ่ายอื่น (+28%Q-Q) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพื่อการขยายธุรกิจ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวมต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 49.7% จาก 46% ในไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นไปตามที่คาด กำไรสุทธิปี 2017 อยู่ที่ 2.32 หมื่นลบ. +8.4%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ การเพิ่มขึ้นของกำไรส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +10.6%Y-Y สะท้อนประสิทธิภาพในการเพิ่มรายได้จากเงินให้สินเชื่อโดยการกระจายตัวสู่ฐานลูกค้าใหม่ๆ
อ่านเพิ่มเติม
19
มกราคม
2018
BBL (BUY/18TP: 244), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด และคาดว่าจะต่อเนื่องในปี 2018
(views 26)
กำไร 4Q17 ดีกว่าที่คาดไว้ BBL รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 8,496 ลบ. เพิ่มขึ้น 4.1%Q-Q และ 2.8%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 12% แต่ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด กำไรที่ดีกว่าที่เราคาดเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากค่าธรรมเนียมการปล่อยสินเชื่อ (สินเชื่อ 4Q17 เติบโตดีสุดในปี) ค่าธรรมเนียมการขายประกันผ่านธนาคารและค่าบริการกองทุนรวม ในไตรมาสนี้ธนาคารมีการตั้งสำรองฯที่ 4.6 พันลบ. ลดลง 26%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 28.4%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 0.94% เป็นระดับที่ต่ำที่สุดในปีสะท้อนความกังวลต่อคุณภาพหนี้ที่ลดลง กำไรสุทธิปี 2017 อยู่ที่ 3.3 หมื่นลบ. +3.8%Y-Y ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (+9.5%Y-Y) และค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่ลดลง 3%Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
19
มกราคม
2018
KBANK (BUY/18TP: 264), กำไร 4Q17 น่าผิดหวังเพราะตั้งสำรองฯรับเกณฑ์ บช. ใหม่
(views 22)
กำไร 4Q17 น่าผิดหวัง KBANK รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 5.7 พันลบ. ลดลง 39.8%Q-Q และ 44.3%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้มากซึ่งมีสาเหตุจาก 1. ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯหนี้สูญที่มากกว่าคาดที่ 1.16 หมื่นลบ.+12%Q-Q,+70%Y-Y ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการตั้งสำรองส่วนเกินเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชี (สังเกตว่าเงินให้สำรองฯส่วนเกินเพิ่มขึ้นราว 5 พันลบ.) และ 2.ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +16%Q-Q และ +7.7%Y-Y สูงกว่าคาด เกิดจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล เฉพาะ PPOP จึงเห็นการชะลอตัวกว่าที่คาดไว้ด้วยตาม Cost to income ratio ที่สูงกว่าคาด ด้านรายได้ทั้งรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเป็นไปตามคาด
กำไรสุทธิปี 2017 อยู่ที่ 3.4 หมื่นลบ. -14.5%Y-Y เนื่องจากการตั้งสำรองหนี้สูญที่สูงขึ้น แต่เฉพาะ PPOP +4.5%Y-Y ถือว่าดีกว่าที่คาดไว้
อ่านเพิ่มเติม
19
มกราคม
2018
SCB (HOLD/18TP: 160), กำไร 4Q17 น้อยกว่าคาดและ NPL ยังปรับขึ้น
(views 29)
กำไร 4Q17 น้อยกว่าคาดจาก SCB รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 9,199 ลบ. ลดลง 9.2%Q-Q และ 27.7%Y-Y น้อยกว่าที่เราคาด เนื่องจาก 1.รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยต่ำกว่าคาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดลงของรายได้สุทธิของธุรกิจประกันภัย 2. ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงกว่าคาดโดยเกิดจากค่าใช้จ่ายอื่นที่เพิ่มขึ้น 11%Q-Q ส่งผลให้สัดส่วน Cost to income ratio ขึ้นสูงเป็น 44.85% จาก 41.86% ในไตรมาสก่อน และ 3. ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญมากกว่าคาดโดย ทรงตัวQ-Q แต่ +276%Y-Y Credit cost อยู่ที่ 1.5% ซึ่งในจำนวนนี้ราว 5 พันลบ. เป็นสำรองพิเศษเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชี IFRS 9
กำไรสุทธิปี 2017 อยู่ที่ 4.32 หมื่นลบ. -9.4%Y-Y กำไรที่ลดลงเกิดจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายทางการตลาด
อ่านเพิ่มเติม
19
มกราคม
2018
TMB (BUY/18TP: 3.3), กำไร 4Q17 ดีกว่าคาด
(views 23)
กำไรสุทธิ 4Q17 ดีกว่าที่คาดไว้ TMB รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 2.26 พันลบ. เพิ่มขึ้น 12.7%Q-Q และ 5.6%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 10% ซึ่งเกิดจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ดีกว่าที่คาดไว้ (+9%Q-Q, +18%Y-Y) มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม (มาจากค่าธรรมเนียมการขายกองทุนรวมและ Bancassurance รวมถึงค่าธรรมเนียมของกลุ่มลูกค้าธุรกิจ) และกำไรจากการปริวรรตเงินตราเพิ่มขึ้น ขณที่มีค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญน้อยกว่าคาดอยู่ที่ 2 พันลบ. (-16%Q-Q, -10%Y-Y) คิดเป็น Credit cost ที่1.3% น้อยกว่าที่คาดที่ 1.5% กำไรปี 2017 อยู่ที่ 8,687 ลบ. เพิ่มขึ้น 5.6%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิซึ่งมีรายรับจากค่า Access fee ในการเป็นพันธมิตรกับ FWD และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจกองทุนและการขายประกัน
อ่านเพิ่มเติม
19
มกราคม
2018
CMO (BUY/18TP: 3), คาด 4Q17 พลิกเป็นกำไร และจะโตต่อเนื่องในนี้ แต่ราคายังถูก
(views 18)
เรายังแนะนำซื้อ CMO ราคาเป้าหมาย 3.00 บาท ในฐานะหุ้น Turnaround ที่ราคายังถูก โดยนอกจากจะเคลื่อนไหวใกล้มูลค่าทางบัญชีแล้ว PE2018 ที่ 12 เท่า ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 17 เท่า และผลตอบแทนจากปันผลสูงถึง 7% ต่อปี โดยระยะสั้น มีปัจจัยหนุนจากผลประกอบการ 4Q17 ที่คาดพลิกมามีกำไรสุทธิ 37 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 23 ล้านบาทใน 3Q17 ส่วนระยะกลาง เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2018 จะสูงสุดในรอบ 6 ปี จากรายได้ที่สัมพันธ์เชิงบวกกับ GDP และผลขาดทุนของบริษัทลูกที่ลดลง เช่นเดียวกับการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน การขยายตลาดไปยังงานอีเว้นท์ที่มีความเฉพาะตัว ทำให้เรายังมั่นใจว่า CMO จะรักษาส่วนแบ่งการตลาดอยู่ในสองอันดับแรกของอุตสาหกรรมได้ต่อไป
อ่านเพิ่มเติม
19
มกราคม
2018
TU (BUY/18TP: 23), คาดกำไร 4Q17 ไม่สดใส แต่จะกลับมาฟื้นตัวในปี 2018
(views 17)
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q17 น่าจะอ่อนตัวลงทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะยังได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบปลาทูน่าที่อยู่ในระดับสูง แต่ยังปรับราคาขายไม่ทัน รวมถึงผลประกอบการของ Red Lobster ยังไม่สดใส เราคาดบริษัทจะมีผลการดำเนินงานกลับมาฟื้นตัวได้ในปี 2018 โดยให้น้ำหนักไปที่การฟื้นตัวของธุรกิจปลาทูน่า จากแรงกดดันด้านราคาวัตถุดิบที่เริ่มผ่อนคลายลง ในขณะที่คาดเห็นธุรกิจปลาแซลมอนและกุ้งเติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้เรายังไม่เห็นว่าบริษัทจะได้รับผลบวกสุทธิจากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของสหรัฐฯ เพราะมีบริษัทย่อย (COSI, COSFF) ที่ได้รับประโยชน์ แต่มีบริษัทร่วม (RL) ที่ยังไม่ได้รับประโยชน์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เราคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะเติบโตราว 12.9% Y-Y และคงราคาเป้าหมายเท่ากับ 23 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 11.1% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2018
CENTEL (T-BUY/18TP: 54), แนวโน้มดูดี แต่ไม่ค่อยมี Upside
(views 35)
เราคาดกำไรปกติ 4Q17 ของ CENTEL +33.2% Q-Q, +18% Y-Y จากอานิสงส์ของ High Season ของการท่องเที่ยว ส่งผลให้กำไรปกติปี 2017 คาดว่าจะ +10.7% Y-Y ขณะที่แนวโน้มการเติบโตในปี 2018 คาดว่ายังสดใสจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยังเป็นขาขึ้นและแรงหนุนจากการลงทุนใหม่ๆ ส่วนธุรกิจร้านอาหารได้ประโยชน์จากการบริโภคที่ฟื้นตัว เราจึงยังคาดกำไรปกติปี 2018 เติบโตเร่งตัวขึ้น +16.2% Y-Y อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside จำกัดเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 54 บาท เราจึงปรับคำแนะนำลงเป็น “ซื้อเก็งกำไร” โดยมี Catalyst ระยะสั้นจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยังอยู่ในช่วง High Season
อ่านเพิ่มเติม
18
มกราคม
2018
GFPT (BUY/18TP: 18), คาดกำไร 4Q17 จะเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส
(views 41)
แนวโน้มกำไร 4Q17 จะอ่อนแอ และอาจเป็นกำไรต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส ทั้งจากเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ, ราคาไก่ในประเทศปรับลดลง, ค่าเงินบาทแข็งค่า และคาดรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก 2 บริษัทร่วมลดลงอย่างมาก นำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรปี 2017 ลง 6.4% เป็นเติบโต 7.4% Y-Y และปรับลดกำไรปี 2018 ลงเล็กน้อย 3% เป็นการเติบโตเพียง 5.6% Y-Y แม้ภาวะการส่งออกไก่ยังดูดีต่อเนื่อง แต่บริษัทใช้กำลังการผลิตเต็มแล้ว ในขณะที่อยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิตใหม่ ซึ่งกว่าจะเริ่มรับรู้ได้ต้องรอไปอีก 1-2 ปีข้างหน้า ทำให้การเติบโตของกำไรในระยะถัดไปไม่ตื่นเต้นนัก เราจึงปรับลด PE เป็น 12 เท่า จากเดิม 14 เท่า และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 18 บาท จากเดิม 21 บาท เราแนะนำ ซื้อ จากราคาหุ้นที่ปรับลงมามาก จนมี Valuation ที่ค่อนข้างถูก
อ่านเพิ่มเติม
17
มกราคม
2018
KTC (T-BUY/18TP: 208), Positive Surprise (again)
(views 30)
กำไร 4Q17 สูงกว่าคาด KTC รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 939 ลบ. +11%Q-Q และ +47%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ และแสดงกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ กำไรที่ดีกว่าคาดเกิดจาก 1. รายได้ดอกเบี้ยสุทธิสูงกว่าคาดถึงแม้ว่าเป็นไตรมาสที่ได้รับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตเต็มไตรมาสดีกว่าคาด แต่เนื่องจากสินเชื่อบัตรเครดิตมีการเติบโตสูงขึ้น (+9%Q-Q) ตามฤดูกาลใช้จ่าย จึงชดเชยผลลบทั้งหมด 2. รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตดีกว่าคาดเนื่องจากรายได้ส่วนลดร้านค้า, รายได้ค่าธรรมเนียม Interchange และรายได้จากการติดตามหนี้ ขณะที่มีค่าใช้จ่ายทางการตลาดน้อยกว่าที่คาดเนื่องจากการแข่งขันการขยายฐานบัตรที่ไม่รุนแรง
อ่านเพิ่มเติม
17
มกราคม
2018
PLANB (BUY/18TP: 7.1), คาดกำไร 4Q17 ลดลง Q-Q แต่ยังโตสูง Y-Y ต่อเนื่องมาปีนี้
(views 16)
คาดกำไร 4Q17 ลดลง 30.4% Q-Q จากผลกระทบงานพระราชพิธีในเดือนแรกของไตรมาส แต่ยังโตสูง 79.9% Y-Y จากฐานต่ำใน 4Q16 ที่ได้รับผลกระทบนานกว่า หากคาดของเราเป็นจริง จะทำให้ประมาณการทั้งปีเดิมมี Downside เล็กน้อย แต่ยังเป็นกำไรโตสูง 36% และดีต่อเนื่องในปีนี้ ตามการขยายตัวของตลาดสื่อโฆษณานอกบ้านรวม ราคาหุ้น YTD ยัง Laggard ขณะที่เราคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรของบริษัท และยังมีประเด็นแผนการขยายธุรกิจในประเทศอาเซียนเพิ่มในปีนี้ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 7.10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
17
มกราคม
2018
KSL (T-BUY/18TP: 5.1), คาดกำไรจะฟื้นตัวในปีนี้ และเริ่มเห็นปัจจัยบวกต่อราคาน้ำตาล
(views 25)
แม้คาดราคาขายน้ำตาลส่งออกในปีนี้จะลดลงจากปีแล้วค่อนข้างมาก โดยคาดราคาเฉลี่ยปีนี้ที่ 15-16 เซนต์ต่อปอนด์ ลดลงจากปีก่อนที่ 20-21 เซนต์ต่อปอนด์ แต่เชื่อว่าจะถูกชดเชยได้จากปริมาณขายน้ำตาลที่จะกลับมาเพิ่มขึ้น ภายหลังสภาพอากาศดีขึ้น หนุนปริมาณอ้อยของบริษัทให้กลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยให้ความสามารถทำกำไรปรับขึ้นดีขึ้น จากการใช้กำลังการหีบอ้อยได้เต็มที่และมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจะดีต่อเนื่องไปยังธุรกิจไฟฟ้าและเอธานอล จากการมีวัตถุดิบเชื้อเพลิงมากขึ้น นอกจากนี้คาดจะได้รับผลบวกจากการประกาศลอยตัวราคาน้ำตาลในประเทศด้วย จึงคาดกำไรปกติปี 2018 จะกลับมาฟื้นตัวอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากที่ทำได้เพียง 155 ล้านบาทในปี 2017 โดยเราให้ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 5.1 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside 15.4% เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น เก็งกำไร (ตามราคาน้ำตาลตลาดโลก)
อ่านเพิ่มเติม
17
มกราคม
2018
K (BUY/18TP: 6.5), คาด 4Q17 พลิกมามีกำไร และจะเป็นจุดสูงสุดตั้งแต่ตั้งบริษัทมา
(views 21)
ด้วยจากความสำเร็จในการจัดงานมอเตอร์เอกซ์โป และงานตกแต่งพื้นที่ส่วนกลางที่เร่งปิดได้ทันในช่วงสิ้นปี ทำให้เเราคาด 4Q17 จะพลิกมามีกำไรสุทธิ 45 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ทั้งปี 2017 มีแนวโน้มขาดทุนน้อยกว่าคาดการณ์เดิมที่ -55 ล้านบาท ส่วนปี 2018 คาดพลิกมามีกำไรสุทธิ 57 ล้านบาท จากงานตกแต่ง Shop Brand ซึ่งเป็นงานถนัดของ K ที่จะกลับมาขยายตัว ตามห้างเปิดใหม่ที่คาดว่ามีไม่น้อยกว่า 5 แห่ง และโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะเปิด 3 แห่ง ซึ่งนอกจากปริมาณงานที่มากขึ้น จะหนุนให้รายได้ขยายตัวแล้ว ยังส่งผลดีต่ออัตรากำไรตามการแข่งขันที่ลดลงด้วย ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2018 ที่ 20 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 25 เท่า และต่ำกว่า BKD ที่ 22 เท่า แนะนำซื้อในฐานะหุ้น Turnaround ที่การฟื้นตัวของกำไรเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้น ราคาเป้าหมาย 6.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
17
มกราคม
2018
CPN (BUY/18TP: 93), การเติบโตของกำไรในปี 2018 จะดีที่สุดในรอบ 5 ปี
(views 45)
ปี 2018 จะเป็นปีที่กำไรของ CPN เติบโตเร่งตัวมากที่สุดในรอบ 5 ปีด้วยอัตรา +23% Y-Y จากศูนย์การค้าที่ทยอยเปิดหลังปิดปรับปรุงในปีก่อน ศูนย์การค้าใหม่ 2 แห่งที่เปิดในปีที่ผ่านมา อีก 2 แห่งเป็นอย่างน้อยที่จะเปิดในปีนี้ และรายได้จากคอนโดที่จะเริ่มรับรู้เป็นปีแรก เราเชื่อว่า CPN สามารถเติบโตได้อย่างมีศักยภาพในระยะยาวจากธุรกิจที่มีอยู่ในปัจจุบันซึ่งเป็นความชำนาญของบริษัท เราไม่ห่วงเรื่องการแข่งขันทั้งที่มาในรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่จากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น เพราะบริษัทรู้จักลูกค้าและไม่หยุดอยู่กับที่ เรายังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 93 บาท (DCF) ยังไม่รวมโครงการร่วมทุนกับ DTC ที่จะช่วยต่อยอดธุรกิจในอนาคต
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2018
BIG (BUY/18TP: 4.3), สินค้าทดแทนไม่น่ากลัวเท่ากำลังซื้อที่ชะลอ แต่ bottom out แล้ว
(views 25)
ราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 52% จากจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี มาจากผลประกอบการ 9M17 ที่ชะลอตามกำลังซื้อ แต่ด้วยตลาดกล้อง Mirrorless ที่ยังโตในระดับ 10-15% ต่อปี ซึ่งสะท้อนว่ามือถือที่มีพัฒนาการดีขึ้นมาก ยังไม่สามารถทดแทนตลาดผู้ใช้กล้องได้ ในทางตรงข้าม ตั้งแต่ 4Q17 จะเริ่มเห็นกำไรฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้น จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อ, การปรับกลยุทธ์ทำตลาดแบบ exclusive ร่วมกับผู้ผลิต, ผลประกอบการของ BIG Mobile ที่เริ่มมีกำไร, และความนิยมในงานพิมพ์ภาพที่สูงขึ้น เรามองราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมากกว่ากำไรสุทธิปี 2017 ที่คาด -8% Y-Y เหลือ 777 ล้านบาท สะท้อนภาพลบมากเกินไป ขณะที่ ปี 2018 คาด +7% Y-Y อยู่ที่ 833 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลจากการปรับประมาณการปีนี้และปรับลด PE Multiplier ลงเหลือ 18 เท่า ทำให้ราคาเป้าหมายลดลงจาก 5.00 บาท เหลือ 4.30 บาท ยังคงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2018
MINT (BUY/18TP: 48), คาดกำไร 4Q17 โตดีจาก High Season
(views 27)
เราคาดกำไรปกติ 4Q17 ของ MINT เติบโตแข็งแกร่ง 37.9% Q-Q และ 16.9% Y-Y โดยได้อานิสงส์จากช่วง High Season ของธุรกิจโรงแรมในไทย และส่งผลให้กำไรปกติปี 2017 เติบโต 17.5% Y-Y ขณะที่ภาพการเติบโตในปี 2018 ยังคงสดใสจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่ยังเป็นขาขึ้น ส่วนธุรกิจอาหารได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค ทำให้กำไรปกติปี 2018 คาดว่ายังเดินหน้าทำ New High ต่อเนื่อง +20.8% Y-Y เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 48 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” และยังเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2018
MALEE (BUY/18TP: 45), คาดเห็นการฟื้นตัวของกำไรตั้งแต่ 1Q18 เป็นต้นไป
(views 35)
มองผ่านกำไรต่ำสุดแล้วในปี 2017 โดยคาดกำไรสุทธิ 4Q17 น่าจะทรงตัว Q-Q และลดลงราว 32.5% Y-Y เพราะเพิ่งมีการปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพสินค้าน้ำมะพร้าวแล้วเสร็จเมื่อปลาย 4Q17 ทำให้ยังเพิ่มการใช้กำลังการผลิตได้ไม่ทัน และคาดอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากการทำ R&D สินค้าใหม่มากขึ้น รวมถึงอาจมีปรับปรุงรายการทางบัญชีของบริษัทร่วมที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งอาจนำไปสู่การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนที่สูงขึ้นได้ แต่คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในปี 2018 ทั้งจากการกลับมาผลิตน้ำมะพร้าวได้เต็มที่อีกครั้ง และเน้นขยายตลาดสินค้า Brand ในต่างประเทศทั้ง CLMV จีน และอินโดนีเซียที่เพิ่งมีการร่วมทุนกับพันธมิตรรายใหญ่ และจะเริ่มเห็นความชัดเจนของธุรกิจตั้งแต่กลางปี 2018 เป็นต้นไป กอปรกับการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศที่น่าจะช่วยหนุนรายได้ในประเทศให้กลับมาเติบโตได้ ทั้งนี้เรามีการปรับลดกำไรสุทธิปี 2018 ลงเล็กน้อย 2.7% เป็นการเติบโต 63.2% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 45 บาท จากเดิม 46.5 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) ยังมี Upside 25.8% ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
16
มกราคม
2018
TISCO (HOLD/18TP: 98), คาดการณ์เงินปันผลที่น่าสนใจขึ้น
(views 27)
คงประมาณการกำไรปี 2018 ที่ 7.18 พันลบ. +17.95%Y-Y Driver หลักๆมาจากการคาดการณ์การตั้งสำรองฯหนี้สูญลดลงและ รับรู้รายได้จากพอร์ตสินเชื่อจาก SCBT เต็มปี อย่างไรก็ตามเนื่องจากระดับเงินกองทุนของธนาคารแทบไม่กระทบจากการับโอนพอร์ตสินเชื่อจาก SCBT เลย (ล่าสุด CAR > 20% สูงสุดในกลุ่ม) ทำให้เราปรับเพิ่มคาดการณ์เงินปันผลจ่ายขึ้นเป็น 4.20 บาท Yield 4.6% แม้เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อธนาคารแต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาซื้อขายที่ระดับบนของ Historical PBV และเหลือ Upside น้อยลง จึงคงคำแนะนำ ถือ และคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 98 บาท
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2018
BCH (BUY/18TP: 18.3), 4Q17 แข็งแกร่ง // 2018 จะกลับมาทำ New High
(views 28)
เราคาดกำไรปกติ 4Q17 ของ BCH -20.2% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ยังโตแข็งแกร่ง +22.1% Y-Y จากทั้งฝั่งรายได้เงินสดและประกันสังคมที่ยังเติบโตค่อนข้างดี ส่งผลให้กำไรปกติปี 2017 คาดว่าจะเติบโต 17% Y-Y ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2018 คาดว่ายังคงสดใสตามเศรษฐกิจที่โตเร่งตัวขึ้น รวมถึงผลบวกจากการปรับเพิ่มการจ่ายเงินในฝั่งของประกันสังคมเต็มปี เราจึงคาดกำไรปกติปี 2018 จะยังเติบโตอีก 15.6% Y-Y และทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ได้อีกครั้ง เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับฐานลงระยะหลังเป็นโอกาสในการเข้า “ซื้อ” โดยยังคงราคาเหมาะสมที่ 18.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2018
BEM (BUY/18TP: 10), ครบเครื่องเรื่องขนส่ง
(views 42)
เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q17 เป็น 899 ล้านบาท หดตัว 4% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดมาก แต่โตเด่น 52% Y-Y จากมาร์จิ้นที่คาดปรับตัวขึ้นจากค่าตัดจำหน่ายที่ลดลงตามการขยายอายุสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง สำหรับกำไรปี 2018 คาดขยายตัว 18% Y-Y โดยมีแรงหนุนหลักจากการเติบโตของรายได้จากจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามผลของการเชื่อมสายสีม่วง-น้ำเงินเต็มปี และต้นทุนที่ลดลง ขณะที่ยังมี Upside จากการเร่งเปิดประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ อาทิ สัมปทานเดินรถสายสีม่วงใต้ และส้มตะวันออก โดย BEM ถือเป็นผู้เล่นที่มีแต้มต่อคู่แข่งรายอื่นจากศักยภาพในการบริหารทั้งระบบรางและทางด่วน ขณะที่ราคาหุ้น 3 เดือนล่าสุดปรับลง 3% ไม่สอดคล้องกับพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และสวนทางกับบริษัทลูกอย่าง CKP และ TTW ที่ปรับขึ้นกว่า +11% และ +16% ตามลำดับ ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2018
TISCO (HOLD/18TP: 98), กำไร 4Q17 แข็งแกร่ง
(views 22)
กำไร 4Q17 เป็นไปตามคาด รายได้หลักแข็งแกร่งกว่าคาด TISCO รายงานกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 1.52 พันลบ. ลดลง 3%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 17.7%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ กำไรที่ลดลง Q-Q เกิดจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงขึ้น 17%Q-Q ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อพอร์ตสินเชื่อจาก SCBT ซึ่งจะเกิดขึ้นในคราวเดียว แต่ในเชิงเปรียบเทียบกับรายได้ ไม่ถือว่าส่งผลกระทบมากนักโดย Cost to income ratio อยู่ที่ 44% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่อยู่ที่ 45.8% สะท้อนการเพิ่มขึ้นของรายได้ในระดับที่สูงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ สังเกตจากรายได้จากการดำเนินงาน +21%Q-Q ดีกว่าคาดโดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตแข็งแกร่ง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากรายได้จากธุรกิจประกันและการจัดการกองทุน แต่บางส่วนถูกชดเชยด้วยการตั้งสำรองฯที่สูงขึ้นเท่าตัว Q-Q ทั้งนี้เพื่อรองรับมาตรฐานบัญชี IFRS9
อ่านเพิ่มเติม
15
มกราคม
2018
SCC (BUY/18TP: 580), ต้นทุนเพิ่มกดดันกำไร แต่พื้นฐานระยะยาวยังแกร่ง
(views 34)
กำไร 4Q17 และปี 2018 มีแนวโน้มต่ำกว่าที่เราเคยคาดเพราะต้นทุนวัถุดิบ (Naphtha) เร่งตัวขึ้นตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นเร็ว ทำให้เราคาดกำไรสุทธิ 4Q17 -2.0% Y-Y, +3.3% Q-Q และกำไรสุทธิทั้งปี 2017 -1.3% จากปีก่อนซึ่งเป็นปีที่ดีที่สุดของธุรกิจปิโตรเคมี แนวโน้มกำไรปี 2018 ยังน่าจะลดลงต่อจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น เราคาด -3.9% Y-Y (ต่ำกว่าที่เคยคาด 5%) อย่างไรก็ตาม SCC มีกระแสเงินสดมั่นคง มีศักยภาพในการเติบโตที่แข็งแกร่งในระยะยาว ปันผลสม่ำเสมอ มี PE ต่ำ 11.2 เท่า ราคาหุ้น laggard กว่าหุ้น Big cap อื่น ซึ่งสะท้อนแนวโน้มกำไรที่แย่กว่าเดิมไปแล้ว ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายใหม่ 580 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
มกราคม
2018
SVOA (BUY/18TP: 3.5), Valuation น่าสนใจมาก และได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจดิจิทัล
(views 69)
เรากลับมาแนะนำซื้อ SVOA ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 3.50 บาท โดยมองว่ากำไรปี 2017 ที่จะทำจุดสูงสุดในรอบ 10 ปี (คาด 156 ล้านบาท +114% Y-Y) เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเติบโตรอบนี้ ซึ่งรอบการเติบโตตามวัฏจักรจะกินเวลา 3 ปี สอดคล้องกับรอบการเปลี่ยนแปลงสินค้าไอทีทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ แรงหนุนจะมาจาก 3 ปัจจัย คือ (1) โครงการลงทุนด้านไอทีของภาครัฐฯเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล (2) การลงทุนด้านไอทีของสถาบันการเงินเพื่อก้าวสู่ Digital Banking และ (3) กำไรของบริษัทลูกที่เข้าสู่ช่วงเติบโตทั้ง LIT, และ IT เราคาดกำไรสุทธิปี 2018 ของ SVOA ที่ 176 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% Y-Y ส่วนในเชิงของ Valuation ที่ราคาปัจจุบันแทบไม่มี Downside เพราะ Market Cap. ของ LIT และ IT คิดเป็นส่วนของ SVOA ราว 1.34 บาท/หุ้น และเราคาดว่า SVOA มีโอกาส Revalue โดยการ Spin-off บริษัทลูก 3 แห่ง ซึ่งมีมูลค่ารวมกันราว 0.50 บาท/หุ้น เท่ากับตลาดให้มูลค่าธุรกิจหลักเพียง 0.26 บาท/หุ้น เทียบเท่าเงินสดในมือพอดี อีกทั้ง PE2018 ที่ 11 เท่า ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 19 เท่าอยู่มากด้วย
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2018
CPALL (BUY/18TP: 86), คาดกำไร 4Q17 ทำจุดสูงสุดใหม่ และจะดีต่อเนื่องในปีนี้
(views 80)
แนวโน้มกำไร 4Q17 จะทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 5.2 พันล้านบาท โตทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยคาด SSSG จะฟื้นตัวต่อเนื่องอยู่ที่ 4% - 5% Y-Y จากฐานที่ต่ำ, ผลสำเร็จของ Stamp Promotion และได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นราคาสินค้าของกลุ่มบุหรี่และเครื่องดื่ม รวมถึงคาดยังรักษาระดับความสามารถทำกำไรได้แข็งแกร่งต่อเนื่อง และบริษัทจะยังได้รับประโยชน์ต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และมาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐ ทั้งจากจำนวนสาขาที่มากกว่า 1 หมื่นสาขาทั่วประเทศ และสินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ในขณะที่ยังเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 700 แห่ง เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 - 2018 จะเติบโต 17.5% Y-Y และ 19.4% Y-Y ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายเท่ากับ 86 บาท (DCF) ยังมี Upside 12.8% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2018
EKH (BUY/18TP: 7), ราคาหุ้นยังไม่สอดคล้องกับกำไร
(views 49)
เราคาดกำไรปกติ 4Q17 ของ EKH -46.3%% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ยัง +16.8% Y-Y จากรายได้ที่โตเร่งตัวตามเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงฐานที่ต่ำในปีก่อน ส่งผลให้กำไรปกติปี 2017 คาดว่าจะเติบโตทำจุดสูงสุดใหม่ +8.6% Y-Y ขณะที่ปี 2018 ยังคงมีแนวโน้มสดใส ระยะสั้นคาดว่าจะได้อานิงส์จากการระบาดของไวรัสโรต้า ขณะที่ศูนย์ผู้มีบุตรยากจะหนุนการเติบโตในระยะยาว โดยเรายังคาดกำไรปกติปี 2018 ทำ New High ต่อเนื่อง +12.3% Y-Y ราคาหุ้นปรับตัวลงค่อนข้างมากซึ่งไม่สอดคล้องกับกำไรที่เติบโต เราจึงมองเป็นโอกาสในการ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2018
RS (BUY/18TP: 28), คาดกำไร 4Q17 ลดลง Q-Q แต่ยังฟื้นแรง Y-Y
(views 49)
คาดกำไรปกติ 4Q17 รองจากไตรมาสก่อนที่เป็นระดับสูงสุดของปี โดยลดลง 32.3% Q-Q จากผลกระทบงานพระราชพิธี 1 เดือนต่อรายได้ธุรกิจสื่อ แต่ดีขึ้นมากจากขาดทุนหนักใน 4Q16 ที่มีผลกระทบนานกว่า และยอดขายธุกิจ H&B โตสูงต่อเนื่อง เราคงประมาณกำไรปกติปี 2017 ฟื้นตัวเป็นบวก และปี 2018-2019 โตสูง 1.5 เท่าตัว และ 45.0% ตามลำดับ จากมุมมองเชิงบวกต่อ 2 ธุรกิจหลัก ทีวีดิจิตอล ที่คาดปรับขึ้นค่าโฆษณาได้ และรายได้ H&B โตสูงอีก ขณะที่ราคาหุ้นปรับฐานลงมา มี Upside มากขึ้นจากราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 28 บาท ปรับขึ้นเล็กน้อยจากเดิม 27 บาท ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
10
มกราคม
2018
SVI (HOLD/18TP: 4.9), ใกล้จบปัญหาวัตถุดิบ แต่มาเจอค่าเงินบาทแข็งค่า
(views 26)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 ไม่สดใสนัก อาจต้องรับรู้ด้อยค่าความนิยมของธุรกิจที่ยุโรป แต่ในแง่ของกำไรหลักคาดว่าจะมีการปรับตัวดีขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทเทียบ Q-Q ที่น้อยกว่าไตรมาสก่อน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น แต่ยังคงเป็นระดับอัตรากำไรที่ต่ำกว่าปกติ เพราะปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบยังคงมีอยู่ ซึ่งน่าจะคลี่คลายได้ตั้งแต่ 2Q18 เป็นต้นไป ซึ่งน่าจะได้เห็นการฟื้นตัวของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น แต่ด้วยสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าสุดในรอบ 3 ปี เราจึงปรับลดสมมติฐานค่าเงินบาท และนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2018 ลง 6% เป็นการเติบโต 55.7% Y-Y จากเดิมคาดโต 65.5% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 4.9 บาท จากเดิม 5.4 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside 12.9% ยังแนะนำเพียง ถือ จากแนวโน้มกำไรที่ยังไม่สดใสไปอีก 1 - 2 ไตรมาส
อ่านเพิ่มเติม
08
มกราคม
2018
AAV (BUY/18TP: 7.3), Change for the better
(views 31)
เรามีมุมมองบวกกับภาพรวมอุตสาหกรรมการบินที่ดีขึ้นในปี 2018 จากโมเมนตัมเชิงบวกของจำนวนนักท่องเที่ยวที่โตต่อเนื่อง และการฟื้นกลับมาโตโดดเด่นของนักท่องเที่ยวจีน โดย AAV ตั้งเป้าผู้โดยสารที่ 22.8 ล้านคน โต 15% Y-Y และรับเครื่องบินเพิ่มอีก 7 ลำเป็น 63 ลำ รองรับการเพิ่มความถี่ และเปิดเส้นทางใหม่ท้ง Domestic, CLMV และอินเดีย รวมถึงเน้นเพิ้มเที่ยวบินข้ามภาค และผลักดันรายได้จากบริการเสริมมากขึ้น ขณะที่การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่มีผลต่อนโยบาย และแผนธุรกิจเดิม อีกทั้ง ยังช่วยให้การบริหารงานมีความคล่องตัวมากขึ้น เราคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมที่ 7.30 บาท โดยมี Catalyst บวกจากแนวโน้มกำไร 4Q17-1Q18 ที่โตแข็งแกร่งจากช่วง High Season และได้รับประโยชน์จากมาตรการภาษีกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรองของภาครัฐ
อ่านเพิ่มเติม
08
มกราคม
2018
ARROW (BUY/18TP: 16.4), แรงกดดันจากต้นทุนเหล็กผ่อนคลายลง และงบ 4Q17 จะออกมาสวย
(views 37)
ARROW เป็นหนึ่งใน Top Pick หุ้น MAI สำหรับการลงทุนใน 1Q18 จากความน่าสนใจทั้งในเชิง Valuation ที่ราคาปัจจุบันคิดเป็น PE2018 เพียง 13 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 16 เท่า และกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่ 18 เท่า รวมถึงผลประกอบการที่คาดว่าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2017 จากแรงกดดันของต้นทุนเหล็กที่ผ่อนคลายลง และยอดขายที่คาดว่าจะเร่งตัวตามภาคการก่อสร้าง ขณะที่ แนวโน้มกำไร 4Q17 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 23% Q-Q ทำจุดสูงสุดของปีที่ 59 ล้านบาท หนุนกำไรทั้งปี 2017 เป็นไปตามคาดการณ์เดิมของเราที่ 208 ล้านบาท ลดลง 21% Y-Y ก่อนจะกลับมาโต 24% Y-Y อยู่ที่ 259 ล้านบาทในปีนี้ เราแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายเท่ากับ 16.40 บาท อิง PE Multiplier 16 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
05
มกราคม
2018
HMPRO (BUY/18TP: 14.6), คาดกำไร 4Q17 ทำจุดสูงสุดใหม่ และจะโตต่อเนื่องในปี 2018
(views 52)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะทำจุดสูงสุดใหม่ คาดโต 20.8% Q-Q และ 8.3% Y-Y ทั้งจากช่วง High Season ของธุรกิจ และได้รับผลบวกจากมาตรการช้อปช่วยชาติ บริษัทได้เห็นการฟื้นตัวของกำลังซื้อที่สดใสมากขึ้น แต่ยังคงมุมมองระมัดระวังต่อการฟื้นตัวที่ค่อนข้างช้าของภาคเกษตร โดยยังเห็น SSSG ที่ติดลบในบางจังหวัดที่พึ่งพิงสินค้าเกษตร อย่างไรก็ตาม ด้วยความสามารถทำกำไรที่ทำได้ดีกว่าคาด จึงนำไปสู่การปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 – 2018 ราว 2.5% และ 4.5% เป็นการเติบโต 16.1% Y-Y และ 18.8% Y-Y (เดิมคาดโต 16.5%) ตามลำดับ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 14.6 บาท จาก 14 บาท ยังมี Upside 12.3% จึงปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
28
ธันวาคม
2017
SUN (IPO: 5.85/18TP: 7.3), ข้าวโพดหวานไทยก้าวไกลไปทั่วโลก
(views 99)
SUN เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวโพดหวานแปรรูป ทั้งในรูปแบบกระป๋อง แช่แข็ง และบรรจุถุงสูญญากาศ ส่วนใหญ่เป็นการขายส่งออกสัดส่วนราว 81.83% ของรายได้รวม โดยขายไปมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ประเทศไทยถือเป็นผู้ส่งออกข้าวโพดหวานมากเป็นอันดับ 1 ของโลก ในขณะที่ราคาวัตถุดิบข้าวโพดหวานมีความผันผวนค่อนข้างต่ำ กอปรกับการปรับ Product Mix เพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรดี และการให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยควบคุมการปลูกข้าวโพดหวานผ่านโครงการ Smart Farming ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและสม่ำเสมอ ส่งผลให้บริษัทฯสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี มีพัฒนาการการเพิ่มขึ้นของอัตรกำไรขั้นต้นอย่างน่าประทับใจ เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 - 2018 จะเติบโต 25% Y-Y และ 32.7% Y-Y ตามลำดับ ปัจจัยหนุนการเติบโตปี 2018 มาจากความต้องการที่สูงขึ้นของลูกค้าต่างประเทศ, การฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ รวมถึงมีแผนขยายกำลังการผลิตและปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรเพิ่มเติม เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 7.3 บาท (อิง PE 17 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
26
ธันวาคม
2017
DDD (IPO: 53/18TP: 59), DDD กำไรเติบโตก้าวกระโดด จากมหัศจรรย์เมือกหอยทาก
(views 118)
DDD เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลและบำรุงผิว ด้วยกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่ไม่เหมือนใคร และการกระจายสินค้าด้วยช่องทางที่หลากหลายและครอบคลุม ทำให้วันนี้ไม่มีใครไม่รู้จักกลุ่มผลิตภัณฑ์ SNAILWHITE ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากเมือกหอยทาก ตั้งแต่เริ่มขาย NAMU LIFE SNAILWHITE Facial Cream ในปี 2013 กำไรสุทธิปี 2013-2016 เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 210% ต่อปี และด้วยตัวผลิตภัณฑ์ที่เริ่มติดตลาดกล่มลูกค้าจีน ผนวกกับการเพิ่มสินค้าใหม่ และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพสูงเช่น คิง เพาเวอร์ ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิปี 2017-2019 จะเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 31% ต่อปี ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมปี 2018 ได้เท่ากับ 59.00 บาท อิง PE ของ Peer Group ที่ 32 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
26
ธันวาคม
2017
MGT (BUY/18TP: 3), ราคาปรับตัวลงมากเกินไปทำให้ Valuations น่าสนใจมาก
(views 53)
เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 35% ใน 3 เดือนที่ผ่านมา ตอบรับความผิดหวังในการต่อยอดการเติบโตด้วย M&A ที่มากเกินไป ขณะที่ ธุรกิจหลักยังมีการเติบโต แม้จะไม่น่าตื่นเต้นแต่ Downside จำกัด เพราะลูกค้าหลักทั้งกลุ่มปิโตรเคมี ยานยนต์ และอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวในอัตราเร่ง เราคาดกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% Q-Q และ 76% Y-Y ส่วนกำไรทั้งปีนี้และปีหน้า เราปรับลง 22% และ 17% จากคาดการณ์เดิม เหลือ 47 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 44% Y-Y) และ 60 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 28% Y-Y) จากผลของการขยายตลาดและการซื้อกิจการที่ช้ากว่าคาด อย่างไรก็ตาม ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2018 เพียง 16 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มซื้อขายเคมีภัณฑ์ในไทยที่ 20 เท่า และ MegaChem สิงคโปร์ที่ 25 เท่า และเมื่อคิดเป็น PEG อิงการเติบโตเฉลี่ยของกำไรต่อหุ้นในปี 2019-2021 ที่ 18% ต่อปี จะอยู่ที่ 0.9 เท่า เราจึงมอง MGT เริ่มมีความน่าสนใจในเชิง Valuation อีกทั้ง การปรับขึ้นของราคาหุ้น MegaChem สิงคโปร์กว่า 17% ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา เช่นเดียวกับยอดนำเข้าเคมีภัณฑ์ของไทยที่เพิ่มขึ้นแรงใน ต.ค.-พ.ย. 2017 ส่งผลบวกต่อจิตวิทยาการลงทุนในระยะสั้น แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 3.00 บาท (อิง PE Multiplier 20 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
25
ธันวาคม
2017
ADVANC (BUY/18TP: 220), คาดกำไร 4Q17 ยังดี ปีหน้าภาพยังสดใส
(views 39)
เราคาดกำไรปกติ 4Q17 ของ ADVANC ยังแข็งแกร่ง โต 1.3% Q-Q และ 16.5% Y-Y ส่วนกำไรปกติทั้งปี 2017 คาดหดตัว 4.9% Y-Y ขณะที่เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรในปี 2018 ที่คาดว่าจะกลับมาเติบโตได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีในอัตรา 9.6% Y-Y จากรายได้ที่คาดว่าจะเติบโตเร่งตัวตามทิศทาง GDP ของไทย การลงทุนที่ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว การแข่งขันที่คาดว่าจะไม่รุนแรงขึ้น รวมถึงการขายตลาด Enterprise หลังเข้าซื้อ CSL เรายังคงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 220 บาท ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
22
ธันวาคม
2017
DTAC (T-BUY/18TP: 50), คาดกำไร 4Q17 ยังไม่น่าตื่นเต้น แต่ลุ้นคลื่นใหม่ช่วยต่อลมหายใจ
(views 35)
เราคาดกำไร 4Q17 ของ DTAC ลดลง 31.9% Q-Q แต่ฟื้นตัว 89.9% Y-Y และส่งผลให้กำไรปกติปี 2017 คาดว่าจะหดตัว 31.4% Y-Y ซึ่งถือว่ายังไม่น่าตื่นเต้น แต่มี Catalyst เรื่องโอกาสในการได้คลื่นความถี่ใหม่ทั้ง 2300 MHz และ 1800 MHz มาใช้งานในปีหน้า ซึ่งอาจต้องแลกกับผลการดำเนินงานในช่วง 1-2 ปีแรกที่จะถูกกดดัน โดยเราคาดกำไรปกติปี 2018 หดตัวอีก 18.8% Y-Y และถือเป็นการต่อลมหายใจให้ DTAC อยู่รอดในธุรกิจในระยะยาว ส่วนด้านราคาหุ้นปรับตัวลงจนต่ำกว่าราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 50 บาท เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นจาก “ขาย” เป็น “ซื้อเก็งกำไร”
อ่านเพิ่มเติม
21
ธันวาคม
2017
VCOM (IPO: 2.88/18TP: 4.4), เติบโตคู่เทรนด์ Digital
(views 59)
เราคาดว่าธุรกิจของ VCOM จะได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐและทิศทางของโลกที่มุ่งสู่ด้าน Digital โดยจะส่งผลให้เกิดความต้องการผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย VCOM ยังขยายธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศ CLM โดยเฉพาะเมียนมาร์ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูง ขณะที่ธุรกิจของบริษัทลูกวีเซิร์ฟพลัสจะช่วยเสริมความมั่นคงจาก Recurring Income ที่จะมีสัดส่วนสูงขึ้นในอนาคต เราคาดกำไรสุทธิปี 2017-2018 เติบโตเฉลี่ย 42.1% GAGR พร้อมประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 4.40 บาท
อ่านเพิ่มเติม
20
ธันวาคม
2017
PTTEP (HOLD/18TP: 102), สะท้อนความน่าสนใจไปแล้ว
(views 32)
เมื่อวานนี้ PTTEP ได้ประกาศแผนการดำเนินงาน 5 ปีข้างหน้า เรามีมุมมองเป็นกลางจากประเด็นนี้โดยในระยะสั้น 1-2 ปี เชื่อว่าปริมาณการขายจะทรงตัวระดับ 300 KBOED ขณะที่ต้นทุนน่าจะรักษาระดับไว้ที่ US$30/KBOED ได้ ซึ่งใกล้เคียงกับสมมติฐานในประมาณการของเรา อย่างไรก็ตาม ในระยะ 3-5 ปี เรามีความกังวลมากขึ้นทั้งในด้านปริมาณขายและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น หาก PTTEP ไม่สามารถชนะประมูลแหล่งปิโตรเลียมในอ่าวไทย หรือ การประมูลล่าช้าออกไป ทั้งนี้ ความคืบหน้าล่าสุดของการประมูลแหล่งปิโตรเลียมที่กำลังหมดอายุปี 2022-2023 เรามองความล่าช้าของ TOR ไม่ได้ส่งผลต่อ PTTEP มากนัก และ เชื่อว่าภาครัฐจะสามารถเร่งผลักดัน TOR และเปิดประมูลได้ตามกำหนดการใหม่ช่วงเดือนก.พ.ได้ ทำให้น่าจะรู้ผลผู้ชนะประมูลภายในปี 2018 สำหรับผลประกอบการ 4Q17 เราคาดจะพลิกกลับมาเป็นกำไรอย่างแข็งแกร่งได้เพราะมีแรงหนุนจากราคาน้ำมันและค่าเงินบาทแข็งค่า รวมถึงไม่มีการด้อยค่าสินทรัพย์ ทั้งนี้ ตั้งแต่เราออกบทวิเคราะห์แนะนำซื้อจากประเด็นราคาน้ำมัน และ ราคาหุ้น laggard หุ้นปรับตัวขึ้นกว่า 15% ในเวลาไม่ถึง 2 เดือน ทำให้ upside สู่ TP เราจำกัด จึงปรับลดคำแนะนำเป็นถือ ราคาเหมาะสม 102 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
ธันวาคม
2017
PCSGH (BUY/18TP: 13), คาดผงาดเป็นเบอร์ 1 ของกลุ่มได้ใน 3 ปี “ซื้อ” เป้าใหม่ 13 บาท
(views 78)
การประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ทำให้เรามั่นใจกับการเติบโตของกำไรใน 3-5 ปีข้างหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะการเข้าซื้อโรงงานในยุโรปที่คาดว่าจะคุ้มทุนทางบัญชีได้ตั้งแต่ปีแรก ขณะที่ การผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ EV คาดว่าจะได้รับคำสั่งเพิ่มในเร็ววันนี้ เราจึงรวมโครงการทั้งหมดเข้าในประมาณการ โดยปรับคาดการณ์กำไรปี 2018-2019 ขึ้นปีละ 6% เป็นโต 22% Y-Y และ 15% Y-Y ตามลำดับ และปรับวิธีประเมินมูลค่าจาก Relative PE เป็น DCF ได้ราคาเป้าหมายปี 2018 ใหม่เท่ากับ 13 บาท เราคาดว่า ROE ของ PCSGH จะเพิ่มขึ้นแตะ 20% มากสุดในกลุ่มยานยนต์ตั้งแต่ปี 2020 ส่วนผลตอบแทนจากเงินปันผลคาดว่ายังรักษาไว้ได้ที่ 4-5% ต่อปี เพราะการลงทุนไม่กระทบกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เรายังชอบ PCSGH มากสุดในกลุ่ม และยังคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
18
ธันวาคม
2017
ASAP (BUY/18TP: 8.2), ธุรกิจจะครบวงจรในปี 2018
(views 34)
เราคงคำแนะนำ ซื้อ ASAP หลังราคาหุ้นปรับตัวลงจนมี Upside ที่น่าสนใจ โดยคงมุมมองเป็นบวกทั้งระยะสั้นและระยะยาว ในระยะสั้น เราคาดว่า ASAP จะมีกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ดีที่สุดในปีที่ราว 40 ลบ. +13%Q-Q และ +174%Y-Y เนื่องจากเป็น High season ของธุรกิจเช่ารถยนต์ระยะสั้นตามพื้นที่การท่องเที่ยวในภาคต่างๆ และการเปิดบริการขายรถยนต์ใช้แล้วออนไลน์ สำหรับการลงทุนในปี 2018 ยังมีปัจจัยบวกจากการเปิด ASAP Auto park ใน 1Q18 ซึ่งเราคาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นจากรายได้ค่าเช่าพื้นที่ และการขายรถยนต์มือสองอีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งน่าจะมี Gross margin ที่ดีกว่าเดิม ขณะที่คาดการณ์การขยายจำนวนรถเช่าเป็น 15,000 คัน คงความใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เราคาดการณ์กำไรปี 2017 +103%Y-Y และปี 2018 +73%Y-Y คงราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 8.20 บาท
อ่านเพิ่มเติม
18
ธันวาคม
2017
SEAFCO (HOLD/18TP: 10.1), เข้าสู่ขาขึ้นเต็มตัว
(views 30)
เรามีมุมมองบวกกับอุตสาหกรรมฐานรากที่สดใสในปีหน้า จากการประมูลงานทั้งภาครัฐ และเอกชนที่จะทะลักออกมาอีกมาก ปัจจุบัน SEAFCO มีงานในมือราว 3 พันล้านบาท มากที่สุดในตลาดฐานราก และสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตถึง 2.5 เท่า ขณะที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกจากการเดินหน้ารับงานอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้ผลการดำเนินงานทั้งรายได้ และกำไรจะเติบโตดีตั้งแต่ปีนี้ และคาดทำสถิติสูงสุดใหม่ในปีหน้า คงคาดกำไรสุทธิปี 2017 เพิ่มขึ้น 36% Y-Y แต่ปรับประมาณการกำไรปีหน้าขึ้น 3% เป็นเติบโต 38% Y-Y จากเพิ่มมาร์จิ้น สะท้อนสัดส่วนของงานที่รับเฉพาะค่าแรงมากขึ้น ทำให้ราคาเหมาะสมปี 2018 ปรับเพิ่มเป็น 10.10 บาท อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นตอบรับเชิงบวกจน Upside ค่อนข้างจำกัด จึงคงคำแนะนำ“ซื้อเมื่ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
18
ธันวาคม
2017
TACC (BUY/18TP: 7.7), คาดกำไร 4Q17 เติบโตทำจุดสูงสุดใหม่
(views 31)
ระยะสั้น แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q17 จะเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y ทำจุดสูงสุดใหม่ จากทั้งช่วง High Season และมีการออกสินค้าใหม่หลายรายการ โดยเฉพาะเครื่องดื่มโถกดตามฤดูกาล รสชาติโกโก้ Hershey’s Freeze ได้รับการตอบรับดีมาก มียอดขายดีสุดในรอบ 7 ปี ตั้งแต่ที่มีการทำเครื่องดื่มโถกดตามฤดูกาล รวมถึงรายได้จาก Sanrio ถูกเลื่อนมาอยู่ใน 4Q จากปีก่อนที่อยู่ใน 3Q เราคาดกำไรปี 2017 จะเติบโตราว 7.9% Y-Y และคาดจะโตมากขึ้นเป็น 22.7% Y-Y ในปี 2018 จะมาจากการโตของรายได้ในประเทศ (กลุ่ม 7-11) เป็นหลัก ตามการเปิดสาขาใหม่ และแผนออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง ในขณะที่การส่งออก (Non 7-11) น่าจะไม่สดใสนัก เพราะเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดชาเขียวที่กัมพูชา ทำให้บริษัทอยู่ระหว่างปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ สิ่งที่ทำให้เราไม่กังวลมากนักคือ บริษัทจะไม่เน้นการทำโปรโมชั่นรุนแรง หรือลงไปแข่งขันด้านราคา เพราะไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีในตลาด Red Ocean เบื้องต้นมองผลกระทบไม่มาก เพราะสัดส่วนรายได้จากกัมพูชาเพียง 10% ของรายได้รวม เราคงราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 7.7 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) แนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
15
ธันวาคม
2017
FSMART (BUY/18TP: 23.5), ราคาหุ้นลงมามาก พื้นฐานไม่เปลี่ยนอย่างมีนัย
(views 39)
ราคาหุ้นปรับฐานลงมาเกือบ 17% ในช่วง 2 สัปดาห์ เท่าที่เราตรวจสอบ ไม่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงใดเป็นพิเศษด้านพื้นฐาน แต่เป็นไปได้ว่าจากการขายปรับพอร์ตของนักลงทุนบางกลุ่ม ขณะที่เป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องในการซื้อขายค่อนข้างน้อย เรามองแนวโน้ม 4Q17 กลับมาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย Q-Q และยังเพิ่ม Y-Y ต่อเนื่อง โดยตัวเลชการเติมเงินและ ARPU ได้รับการปรับปรุงดีขึ้น หลังจากช่วง 9M17 มีการขยายตู้ค่อนข้างมาก ประมาณการกำไรปี 2017 จึงมี Upside เล็กน้อย จากเดิมคาดโต 34.7% และปีหน้าโต 27.8% ราคาหุ้นที่ลงมาต่ำสุดของปี คิดเป็น PEG เพียง 0.6 เท่า เป็นโอกาสเข้าซื้อสะสมอีกรอบ อย่างไรก็ตาม อาจรอดูการขายปรับพอร์ตให้ชะลอตัวก่อน ทั้งนี้ อาจมีการ Update อีกครั้งหลังการประชุมนักวิเคราะห์ในต้นสัปดาห์หน้า
อ่านเพิ่มเติม
12
ธันวาคม
2017
COMAN (BUY/18TP: 9), ก้าวขึ้นสู่ผู้นำซอฟแวร์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปีหน้า
(views 29)
แม้คาดกำไรสุทธิ 4Q17 จะชะลอตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y จากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ แต่ข้อดีคือผลประกอบการของ MSL มีพัฒนาการดีขึ้น จนคาดว่าจะไม่มีการตั้งด้อยค่าความนิยม ทำให้เราคาดว่าผลประกอบการของทั้งกลุ่ม COMAN ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และหลังจากนี้จะสะท้อนการขยายตัวของธุรกิจหลัก ที่ผูกติดกับการขยายตัวของโรงแรมและร้านอาหารได้ดีขึ้น เมื่อผนวกกับการปรับกลยุทธ์เป็นเชิงรุกโดยการเพิ่มทีมขาย และการ M&A บริษัทที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิด Synergy เหมือนดีลของซินเนเจอร์ ซึ่งจะนำไปสู่ผู้นำซอฟแวร์ด้านการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2018-2019 จะกลับมาโตสูง 93% Y-Y และ 20% Y-Y ตามลำดับ ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2018 เพียง 24 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 30-35 เท่า อีกทั้ง ฐานะการเงินแข็งแกร่งเป็น Net Cash และมีเงินสดในมือสูงถึง 2 บาทต่อหุ้น จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 9.00 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
ธันวาคม
2017
TISCO (HOLD/18TP: 89), ถือรอดูผลการรวมพอร์ตรายย่อย SCBT ในปี 2018 ก่อน
(views 28)
TISCO รายงานสินเชื่อเดือนพ.ย. เพิ่มติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 จากอานิสงส์ของสินเชื่อ SME (Floor plan) และ Project finance ในกลุ่มสินเชื่อธุรกิจ แต่คาดว่ามีผลต่อกำไร 4Q17 จำกัด โดยเราคาดกำไร 4Q17 ทรงตัว Q-Q และ +16%Y-Y เราคงคำแนะนำ ถือ โดยเชื่อว่าตลาดน่าจะคาดหวังสูงเกินไปจากการดีลการรวมพอร์ตรายย่อย SCBT การ repayment ของสินเชื่อในกลุ่มที่อยู่อาศัยรวมถึงสินเชื่อบุคคลที่อาจเกิดขึ้นในช่วงแรก อาจทำให้ TISCO ไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่นัก อีกทั้ง Upside จากราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 89 บาทนั้นเหลือแคบลงแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
08
ธันวาคม
2017
RS (BUY/18TP: 27), Rating ช่อง 8 เพิ่มต่อเนื่อง ราคาหุ้นมี Upside มากขึ้น
(views 28)
Rating ช่อง 8 ล่าสุดเฉลี่ยเดือนพ.ย.ยังเพิ่มต่อเนื่อง หนุนสมมุติฐานความสามารถในการปรับขึ้นค่าโฆษณาในปีหน้าได้ราว 25% ขณะที่ยอดขาย H&B ยังแข็งแกร่ง แม้โดยรวมแนวโน้มกำไร 4Q17 ลดลงจากระดับสูงสุดของปีในไตรมาสก่อน ผลกระทบงานพระราชพิธี แต่ยังเพิ่ม Y-Y เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 ฟื้นตัวเป็นบวก และโตสูง 1.5 เท่าตัว ในปี 2018 และ 45.7% ในปี 2019 จากมุมมองเชิงบวก 2 ธุรกิจหลักดังกล่าว ขณะที่ราคาหุ้นที่ปรับฐานลงมา มี Upside มากขึ้นจากราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 27 บาท แนะนำ ซื้อสะสม จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
08
ธันวาคม
2017
HUMAN (IPO: 4/18TP: 5.8), HUMAN ผู้นำธุรกิจ HR Outsourcing รายใหญ่ที่สุดในประเทศ
(views 97)
HUMAN ประกอบธุรกิจ HR Outsourcing ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยศักยภาพการเติบโตของความต้องการใช้ Outsourcing ขององค์กรยุคใหม่ ทำให้ HUMAN ยังเหลือช่องว่างในการเติบโตอีกมาก เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018-2020 จะเติบโตเฉลี่ยราว 35% ต่อปี จากฐานพนักงานที่รับช่วงดูแลเพิ่มขึ้นปีละ 50,000 คนเป็นอย่างน้อย การเพิ่มขนาดของรายได้ ส่งผลให้ HUMAN จะยิ่งเพิ่ม Gross Margin ให้ปรับสูงขึ้นเพราะการมี High Operating Leverage เราคาดว่า GM และ NM ของ HUMAN จะเพิ่มขึ้นเป็น 40% และ 26% ในปี 2019 ซึ่งใกล้เคียงกับบริษัทระดับโลก ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 5.80 บาท อิง PEG 1 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
07
ธันวาคม
2017
THG (IPO: 38/18TP: 47), การเติบโตครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้นกับ THG
(views 79)
เรามองว่า THG กำลังอยู่ในช่วงของการเติบโตครั้งใหญ่โดยคาดกำไรสุทธิช่วงปี 2018-2020 เติบโต 47.5% CAGR ได้รับอานิสงส์จากความต้องการบริการทางการแพทย์ที่ยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง แรงหนุนจากธุรกิจรับจ้างเหมาบริหารทางการแพทย์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนโครงการใหม่ๆที่จะทะยอยแล้วเสร็จ ซึ่งเรามองว่าสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ดีและเป็นประโยชน์ต่อ THG ในแง่ของ Capacity ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต เราประเมินราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2018 ได้ที่ 47 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
ธันวาคม
2017
MBAX (BUY/18TP: 6.5), คาดกำไร 4Q17 กลับมาโตสูง จากรายได้และอัตรากำไรที่ขยายตัว
(views 39)
เรามองว่าที่ราคาปัจจุบันมี Downside จำกัดมาก เพราะคิดเป็น PE2018 เพียง 11 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 15 เท่า และให้ปันผลสูงถึง 8% ต่อปี โดยคาดว่าผลประกอบการของ MBAX ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 3Q17 จากคำสั่งซื้อของลูกค้าในสหรัฐฯที่เร่งตัวขึ้น และแรงกดดันจากเงินบาทแข็งและการเพิ่มขึ้นของ LDPE ที่ผ่อนคลายลง ส่วนปีหน้า คาดกำไรสุทธิโตต่อเนื่องอีก 18% Y-Y จากปีนี้ที่คาดโต 20% Y-Y จากตลาดสหรัฐฯที่โตตาม GDP และการขยายตลาดใหม่ในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น ที่มีการเติบโตสูง รวมถึงการขยายกำลังการผลิตเพื่อลดปัญหาคอขวด ยังแนะนำซื้อในฐานะหุ้นปันผลสูงสม่ำเสมอ ราคาเป้าหมาย 6.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
07
ธันวาคม
2017
TPCH (BUY/18TP: 20), มองข้ามกำไรสุทธิปี 2017 ที่พลาดเป้า
(views 46)
เรามีความเห็นเป็นกลางต่อ Opportunity Day เมื่อวาน แต่ปรับประมาณการกำไรสุทธิและกำไรปกติปี 2017 ลง 27% และ 11% จากกำไรสุทธิ 9M17 ที่ต่ำกว่าคาด รวมผลกระทบจากค่าใช้จ่ายพิเศษโดยเฉพาะการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเงินลงทุน BE เต็มจำนวน ต้นทุนค่าจัดการโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และการ COD ล่าช้า ของโรงไฟฟ้า SGP เป็นต้น 1Q18 จะเป็นกำไรสุทธิปี 2017 Flat Y-Y แม้กำไรปกติโต 29.3% และปรับประมาณการปี 2018-2019 ลง 12-15% ยังเป็นกำไรปกติโตสูง 49.4% และ 45.8% ตามลำดับ ราคาหุ้นที่ Underperform สะท้อนกำไรสุทธิในช่วง 9M17 ที่น่าผิดหวัง ราคาปัจจุบันมี Upside สูงเกือบ 38% คงคำแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
07
ธันวาคม
2017
TK (BUY/18TP: 19.5), คาดกำไรเติบโตดีตั้งแต่ 4Q ถึงปีหน้า
(views 25)
เราปรับคำแนะนำ TK เป็น ซื้อ จากเดิม ขาย เนื่องจาก 1. คาดการณ์กำไร 4Q17 จะดีที่สุดในปี และดีที่สุดในรอบ 19 ไตรมาสที่ราว 171 ลบ. +28.7%Q-Q และ +18%Y-Y ตาม High season ของการปล่อยสินเชื่อ 2. เราปรับคาดการณ์กำไรปี 2017 ขึ้น 5% มาอยู่ที่ 528 ลบ. (+23%Y-Y) และคาดการณ์กำไรปี 2018 ที่ 649 ลบ. +23%Y-Y โดยคาดว่าภาพเศรษฐกิจที่เป็นบวกจากภาคการส่งออก ราคาพืชผลทางการเกษตร และหนี้ครัวเรือนที่เริ่มผ่อนคลายลงจะส่งผลต่อกำลังซื้อรถจักรยานยนต์ต่อเนื่องในปีหน้า 3. ภายหลังการปรับประมาณการ เราคาดว่าจะเห็น 2018 ROE ที่ราว 12.8% ดีที่สุดในรอบ 6 ปีและ 4. คุณภาพสินเชื่อที่ดีรองรับมาตรฐาน IFRS9 และ D/E ต่ำ ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 19.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
06
ธันวาคม
2017
PT (BUY/18TP: 8.8), ถ้ากำลังหาหุ้นถูกที่สตอรี่การเติบโตน่าสนใจ... PT คือคำตอบ
(views 34)
แผนธุรกิจของแบงก์ใหญ่ในปี 2018 ที่ทยอยเปิดเผยออกมา ยังเน้นการลงทุนด้านไอทีเพื่อรองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ Digital Banking โดยข้อมูลของธปท. ระบุว่าผู้ใช้ Internet Banking และ Mobile Banking งวด 6M17 ยังโตสูง 23% YTD และ 26% YTD ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของ The Financial Brand ที่ระบุว่าสถาบันการเงินทั่วโลกให้ความสำคัญกับ Digital Banking มากถึง 71% เราจึงมีมุมมองเชิงบวกกับการเติบโตของ PT ใน 2-3 ปีข้างหน้านี้อย่างมาก โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะโตเฉลี่ยปีละ 12% ในปี 2018-2020 ซึ่งดูจะตรงข้ามกับราคาปัจจุบันที่คิดเป็น PE2018 เพียง 10 เท่า หรือ PEG เพียง 0.8 เท่า ใกล้เคียงกรอบล่างในอดีต ขณะที่ ปันผลสูงสม่ำเสมอ 4-5% ต่อปี เรามอง PT เป็น Laggard Play ที่ Downside จำกัดมาก แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 8.80 บาท อิง PE 13 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤศจิกายน
2017
JKN (IPO: 8/18TP: 11.5), ผู้ขายลิขสิทธิ Content มากประสบการณ์
(views 64)
JKN เป็นผู้ให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิคอนเทนต์ ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจมานาน มีจุดเด่นลิขสิทธิ์ Content ของบริษัทฯ หลายรายการ เป็นสิทธิ์ที่ได้รับจากผู้สร้างที่มีชื่อเสียงระดับสากล ที่บริษัทฯ ได้รับสิทธิ์ผูกขาดการขายแต่ผู้เดียวในประเทศและหรือในประเทศเพื่อนบ้าน และได้อานิสงค์จากจำนวนช่องทีวีเพิ่มขึ้นและความนิยมคอนเทนต์ออนไลน์ คาดกำไรปี 2017 โต 30.7% และปี 2018 โตอีก22.2% จากการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจหลัก เราประเมินมูลค่าตามพื้นฐานปี 2018 ที่ 11.50 บาท ที่ PE 24 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤศจิกายน
2017
BCH (BUY/18TP: 18.3), โมเมนตัมการเติบโตยังดี
(views 30)
แนวโน้มกำไร 4Q17 ยังมีโมเมนตัมการเติบโตที่ดีและอาจมี Upside เพิ่มจากการปรับค่างวดการจ่ายเงินในส่วนค่าภาระเสี่ยง ขณะที่การเติบโตของผลการดำเนินงานในปี 2018 จะมาจากทั้งรายได้ที่คาดโตในอัตราเร่งจากผลบวกของการปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคมเต็มปี รายได้ผุ้ป่วยเงินสด ที่โตเร่งตัวขึ้นตาม GDP ของไทยและผลบวกหลัง Renovation เพิ่มขีดความสามารถในการรักษา ขณะที่ Margin คาดว่าจะขยายตัวขึ้นจากผลของ Operating Leverage เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ที่คาดโตเฉลี่ยราว 16.3% ต่อปี ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 18.30 บาท และยังเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤศจิกายน
2017
TMB (BUY/18TP: 3.2), ปรับราคาเป้าหมายขึ้นสะท้อนมุมมองบวกต่อแผนระยะยาว
(views 27)
เราปรับราคาเหมาะสมปี 2018 ของ TMB ขึ้นเป็น 3.20 บาท โดยอิง Justified PBV ที่ 1.45 เท่า อิง LT ROE 12% เพื่อสะท้อนแผนระยะยาวของธนาคาร ซึ่งเรามองเป็นบวกและคาดว่าเป็นแผนงานที่เป็นไปได้ เราคาดว่า TMB จะมีกำไรเติบโตเฉลี่ยปีละ 12-14% ตั้งแต่ปี 2018-2022 และคาดการณ์ ROE ขึ้นไปที่ 11.8-12% จาก 10% ในปี 2017 คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤศจิกายน
2017
WORK (HOLD/18TP: 98), แนวโน้ม 4Q17 น้อยกว่าเคยคาด เป็นขาดทุน
(views 22)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้เป็นเชิงลบเล็กน้อย จากแนวโน้มผลประกอบการ 4Q17 ที่ต่ำกว่าเราและตลาดเคยคาด โดยจะกลับเป็นขาดทุน เนื่องจากรายได้ช่อง WPTV ลดลงมากจากไตรมาสก่อนที่มีการซื้อล่วงหน้าก่อนงานพระราชพิธีในเดือนต.ค. ทำให้เราปรับประมาณการกำไรทั้งปีลง 11% แม้ยังเป็นกำไรโตก้าวกระโดด 2.8 เท่าตัวจากปีก่อน และปี 2018-2019 ปรับลง 7-8% จากการปรับลดคาดการณ์รายได้ช่อง WPTV สอดคล้องกับเป้าของบริษัท เป็น 4 พันล้านบาท +24% ในปี 2018 โดยคาด Avg. Ad. Rate ปรับเพิ่มได้อีก 14% จากการเน้นการแยกขายโฆษณารายการที่มี Rating สูงๆ และ Rating ที่จะดีขึ้นกลับสู่ระดับ 1.4-1.5 หลังช่วง 3-4 เดือนก่อนลดลง ล่าสุด เดือนพ.ย.เริ่มดีขึ้นเป็น 1.1-1.2 ทั้งนี้ ในช่วงปลาย 4Q17-ปี 2018 บริษัทมีแผนเพิ่มรายการใหม่กว่า 10 รายการ กอปรกับคาดส่วนแบ่งรายได้จาก Digital Media เพิ่มต่อเนื่อง จากการปรับประมาณการกำไรลง ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2018 ปรับลงเป็น 98 บาท จากเดิม 103 บาท (DCF) หากมองข้ามแนวโน้ม 4Q17 ที่แย่กว่าเราและตลาดเคยคาด ไปที่แนวโน้มปีหน้า ยังเป็นกำไรปกติโตต่อเนื่อง คงคำแนะนำ ถือ/ซื้ออ่อนตัว
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤศจิกายน
2017
PCSGH (BUY/18TP: 9.6), กำไร 4Q17 ยังมีแนวโน้มดี และจะ Outperform กลุ่มในระยะยาว
(views 30)
แผนการลงทุนเพื่อผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ลูกค้าในยุโรป ถือว่าได้ข้อสรุปในแง่ของมูลค่าคำสั่งซื้อล่วงหน้าเร็วกว่าคาด แม้ยังไม่มีความชัดเจนในแง่ของอัตรากำไรและมูลค่าการส่งมอบในแต่ละช่วงเวลา แต่เรามองว่าจะเป็นตัวเปิด Upside สำหรับการเติบโตระยะยาวของ PCSGH ให้ Outperform กลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ จากทั้งแนวโน้มการเติบโตเฉลี่ยของ EV ที่มากกว่า 50% ต่อปี และโอกาสการได้ลูกค้าในภูมิภาคอื่นเพิ่ม เช่น สหรัฐฯและจีนที่มีการผลิต EV มากสุดในขณะนี้ ส่วนแนวโน้ม 4Q17 เบื้องต้นเราคาดที่ 166 ล้านบาท ทรงตัว Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่เมื่อเทียบ Y-Y ยังโตสูง 20% จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ และการขยายธุรกิจไป Non-Auto ที่มีอัตรากำไรสูง เรายังคาดกำไรปีนี้ 645 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% Y-Y และปีหน้า 742 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% Y-Y แนะนำซื้อในฐานะ Top Pick ของกลุ่มยานยนต์ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 9.60 บาท (อิง PE 20 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
28
พฤศจิกายน
2017
MTLS (BUY/18TP: 48), ปรับเพิ่มประมาณการและราคาเหมาะสมขึ้น
(views 19)
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 และปี 2018 ขึ้น 5% และ 2% ตามลำดับเป็น 2.4 พันลบ. (+67%Y-Y) ในปี 2017 และ 3.4 พันลบ. (+40%Y-Y) ในปี 2018 สำหรับระยะสั้นราคาหุ้นมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มกำไร 4Q17 ที่คาดว่าจะดีที่สุดในปีและทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ราว 680-700 ลบ. +5-8%Q-Q และ +40-45%Y-Y ตามฤดูกาลที่ดีของการปล่อยสินเชื่อเพราะเป็นฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตรและฤดูกาลจับจ่ายใช้สอยในปลายปี ส่วนปี 2018 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการอุปโภคบริโภคของเอกชนจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อความต้องการสินเชื่อในกลุ่มสินเชื่อและแรงหนุนจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่ผ่อนคลายลงส่งผลต่อความสามารถในการก่อหนี้และชำระหนี้ได้ดีขึ้น คงคำแนะนำ ซื้อ และปรับเพิ่มคงราคาเหมาะสมปี 2018 เป็น 48 บาท
อ่านเพิ่มเติม
27
พฤศจิกายน
2017
BJC (HOLD/18TP: 64), 4 ธุรกิจหลักจะฟื้นตัวสดใสมากขึ้นในปีหน้า
(views 27)
จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โทนบวกเล็กน้อย จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และมาตรการช้อปช่วยชาติ รวมถึงการปรับปรุงคุณภาพรายได้แล้วเสร็จของ BIGC จะช่วยให้แนวโน้มกำไร 4Q17 ฟื้นตัวต่อเนื่อง และจะเป็นกำไรสูงสุดของปี ได้ตามฤดูกาล แต่สิ่งที่ผิดคาดคือ การปรับโครงสร้างภาษีอาจเสร็จไม่ทันปีนี้ และทำให้อัตราภาษีปีนี้อยู่ในระดับสูง แต่คาดอัตราภาษีจะลดลงในปีหน้าแทน เมื่อปรับโครงสร้างแล้วเสร็จ ในขณะที่คาดเห็นการเติบโตของ 4 ธุรกิจหลักต่อเนื่องไปในปีหน้า โดยเฉพาะการกลับมาฟื้นตัวของ BIGC และการรับรู้เตาแก้วโรง 4 ได้เต็มปี และจะเริ่มรับรู้กำลังการผลิตใหม่เตาแก้วโรง 5 ใน 3Q18 เป็นต้นไป รวมถึงยังรับรู้ผลบวกจาก Synergies ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งจะครบ 1,700 ล้านบาทในปี 2019 ทั้งนี้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 ลงเป็นเติบโต 24.9% Y-Y (เดิมคาดโต 48.8% Y-Y) และปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2018 เป็นเติบโต 53.7% Y-Y จากเดิมคาดโต 21% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2018 ขึ้นเป็น 64 บาท จากเดิม 60 บาท (DCF) ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาค่อนข้างเร็วในช่วงนี้ ทำให้มี Upside เหลือ 9.9% จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ซื้อเมื่ออ่อนตัว จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
พฤศจิกายน
2017
AIT (BUY/18TP: 32), ปีหน้าดูสดใส ปันผลยังจูงใจ
(views 39)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานของ AIT ในปี 2018 แม้ 4Q17 อาจชะลอชั่วคราว โดย Backlog ณ ปัจจุบันอยู่สูงถึงกว่า 3,500 ลบ.มากสุดในรอบหลายปี ขณะที่ปริมาณงานประมูลตลาดยังมีค่อนข้างมากและคาดเห็นโครงการขนาดใหญ่ออกประมูลมากขึ้น เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 เติบโต 16.2% Y-Y และ 16.6% Y-Y ตามลำดับและเริ่มเห็น Upside ในปีหน้า ขณะที่ Dividend Yield งวด 2H17 คาดยังสูงถึง 4.1% เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 32 บาท
อ่านเพิ่มเติม
24
พฤศจิกายน
2017
GGC (HOLD/18TP: 17), ยังไม่ถึงเวลา...ต้องอดทน
(views 29)
เราปรับประมาณการกำไรสะท้อนการขาดทุนสต๊อกจำนวนมากใน 9M17 ทำให้คาดกำไรสุทธิปี 2017-2018 ที่ 466 ล้านบาท และ 1,194 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มระยะยาวช่วง 3 ปีข้างหน้า เรามองการเติบโตไม่สูงมากนักที่ระดับ 9% CAGR เนื่องจากประเด็นการเติบโตยังคงอยู่ในกรอบของเชื้อเพลิงชีวภาพ อย่างไรก็ตาม เรายังคงเห็นศักยภาพการเติบโตในอนาคตจากการขยายเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ downstream และ การขยายไลน์การผลิตสู่ผลิตภัณฑ์จากอ้อยภายใต้โครงการ biocomplex อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโครงการดังกล่าวยังมีความไม่ชัดเจน ดังนั้น ด้วยอัพไซด์ที่ยังไม่จูงใจ และ การเติบโตในปัจจุบันที่ยังไม่สูงนัก เราจึงลดคำแนะนำลงเป็นถือ หรือ รอซื้ออ่อนตัว โดยมีราคาเป้าหมายที่ 17.0 บาท
อ่านเพิ่มเติม
24
พฤศจิกายน
2017
MODERN (BUY/18TP: 6.8), MODERN สามารถเรียกศรัทธากลับมาได้อีกครั้ง
(views 28)
การประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ซึ่งเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี ได้รับมุมมองที่ดีจากผู้บริหารต่อการฟื้นตัวของกำไรใน 4Q17 ซึ่งจะได้แรงหนุนทั้งจากการกลับมาโตของตลาดออฟฟิสสร้างใหม่ ตลาดค้าปลีกให้กับกลุ่มครัวเรือนที่ได้แรงผลักดันจากช้อปช่วยชาติ และการรับรู้รายได้ตกแต่งห้องผ่าตัดของโมเดิร์นฟอร์มแฮลท์แอนด์แคร์ที่มีงานในมือกว่า 400 ล้านบาท เบื้องต้นเราคาดกำไรสุทธิ 4Q17 ที่ 75 ล้านบาท ชะลอลง Q-Q เพราะ 3Q17 มีกำไรพิเศษ 20 ล้านบาท หากหักออก กำไรปกติจะทรงตัว Q-Q แต่โต 12% Y-Y ถ้าเป็นตามนี้ กำไรทั้งปีจะเกินคาดที่ 193 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% Y-Y ส่วนปีหน้าคาดโตสูง 47% Y-Y จากการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์, การขยายตลาดใหม่เช่น งานราชการ, การควบคุมต้นทุน, และกำไรของโมเดิร์นฟอร์มแฮลท์แอนด์แคร์ที่จะเร่งตัว ก่อนเข้า MAI ใน 4Q18 ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 6.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
พฤศจิกายน
2017
THMUI (IPO: 2.55/18TP: 3.1), THMUI ผู้นำตลาดลวดสลิงและอุปกรณ์ยกหิ้วระดับพรีเมี่ยม
(views 20)
THMUI เป็นผู้จัดจำหน่ายลวดสลิงและอุปกรณ์ยกหิ้วให้กับตราสินค้าชั้นนำระดับโลก รวมถึงบริการหลังการขายและทดสอบ+ตรวจสอบผ่าน propoint ที่เป็นบริษัทลูก กลุ่มลูกค้าสำคัญคือโรงงาน พลังงาน การก่อสร้าง และท่าเรือ ซึ่งการเติบโตหลังจากนี้จะได้แรงหนุนจากการลงทุนของภาครัฐฯและเอกชน โดยเฉพาะ EEC ที่คาดว่าจะเพิ่มมูลค่าตลาดลวดสลิงและอุปกรณ์อีกราว 4 พันล้านบาท ขณะที่ THMUI จะเพิ่มสินค้าลวดสลิงขนาดใหญ่ เพื่อรองรับงานโครงการที่มึมูลค่าสูง และขยายธุรกิจไปจำหน่ายท่อปะปา HDPE รวมถึงเพิ่มทีมบริการทดสอบและตรวจสอบที่เป็นงานอัตรากำไรขั้นต้นสูง ทำให้เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2017 จะโตสูง 73% Y-Y และโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 36% ในปี 2018-2019 ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 โดยอิง PE เฉลี่ยกลุ่มอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องที่ 20 เท่าได้เท่ากับ 3.10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
พฤศจิกายน
2017
HANA (HOLD/18TP: 58), คำสั่งซื้อยังดีถึง 1Q18 แต่ใกล้จบรอบขาขึ้นแล้ว
(views 16)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ บริษัทยังเห็นคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งไปจนถึง 1Q18 แต่เราเริ่มมีมุมมองระมัดระวังมากขึ้นจากการใกล้จบรอบ Cycle ขาขึ้นของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รอบนี้ตั้งแต่กลางปีหน้าเป็นต้นไป ทั้งนี้เรามองบวกต่อแผนการรุกตลาด EV Cars แต่ถือเป็นโครงการระยะยาว คาดจะเริ่มส่งผลบวกต่อผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญในอีก 3-4 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น เราคาดแนวโน้มกำไร 4Q17 จะอ่อนตัวลงตามปัจจัยฤดูกาล ยังคาดกำไรสุทธิปี 2017 เติบโต 18.2% Y-Y และคาดกำไรสุทธิปี 2018 จะโตต่อเนื่อง 11.4% Y-Y โดยบริษัทมีการขยายกำลังการผลิต IC เพิ่มขึ้นอีก 40% แต่ที่คาดกำไรปีหน้าจะโตแผ่วลง ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่สูงในปีนี้ และคาดใกล้จบรอบขาขึ้นของอุตสาหกรรม รวมถึงมีปัจจัยกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 58 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้ยังมี Upside 13.2% แต่ด้วย Story ที่สดใสน้อยลง เราจึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
พฤศจิกายน
2017
CMO (BUY/18TP: 3), ความผิดหวังใน 3Q17 จะถูกหักล้างด้วยการฟื้นตัวใน 4Q17
(views 21)
ผลประกอบการ 3Q17 ที่ออกมาขาดทุนสุทธิ 23 ล้านบาท อาจทำให้ตลาดผิดหวังพอควร โดยเราเองก็คาดว่าจะออกมาคุ้มทุนหรือมีกำไรเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมโดยละเอียดแล้ว เรายังมั่นใจว่า CMO จะ Turnaround ในปีนี้ และกำไรสุทธิ 4Q17 จะกลับมาโตโดดเด่นทั้ง Q-Q และ Y-Y จาก High Season และการทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้จาก Backlog (ที่มีกว่า 1,000 ล้านบาท) ราว 400 ล้านบาท ซึ่งเกือบครึ่งเป็นรายได้ให้เช่าอุปกรณ์จาก PM Center ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ขณะที่ Imaginia Playland กำลังก้าวเข้าสู่โหมดทำกำไร และ CMO Show Corp. ที่ขาดทุนบริษัทเดียวในกลุ่ม คาดว่าจะขาดทุนลดลง Q-Q จากการทำตลาดร่วมกับ BEC เรายังคาดกำไรปีนี้ 35 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 41 ล้านบาทในปีก่อน (9M17 ขาดทุนสุทธิ 4 ล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 90 ล้านบาทใน 9M16) และปีหน้าคาดโตต่ออีก 26% Y-Y อยู่ที่ 44 ล้านบาท ราคาเคลื่อนไหวใกล้เคียงมูลค่าทางบัญชีและปันผลสูง 5-6% ต่อปี แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 3.00 บาท อิง PE 17 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤศจิกายน
2017
RS (HOLD/18TP: 27), ปรับประมาณการขึ้น แต่มี Upside จำกัด
(views 19)
แนวโน้มกำไร 4Q17 ลดลงจากระดับสูงสุดของปีในไตรมาสก่อน ผลกระทบงานพระราชพิธี แต่ยังเพิ่ม Y-Y เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2017 ขึ้น 13% และปี 2018-2019 ปรับขึ้น 44-50% จากมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อ 2 ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจ H&B ที่จะมีการเพิ่มสินค้าและช่องทางจำหน่าย ขณะที่ธุรกิจทีวีดิจิตอลฟื้นตัวขึ้นจากศักยภาพในการปรับขึ้นค่าโฆษณาได้มากขึ้น ตาม Rating ในช่วงที่ผ่านมา และมีการปรับวิธีการขายโฆษณาเน้นรายการที่มีความนิยมสูงๆ ราคาหุ้นปรับฐานลงมา แต่ยังมี Upside ไม่มากจากราคาเป้าหมายปี 2018 ใหม่ที่ 27 บาท จึงแนะนำ ถือ/ซืออ่อนตัว จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤศจิกายน
2017
M (BUY/18TP: 100), กลับเข้าสู่ช่วงเวลาการเติบโตอีกครั้ง หลังจากนิ่งไป 5 ปี
(views 24)
แนวโน้มกำไร 4Q17 จะฟื้นตัวต่อเนื่อง และเป็นจุดสูงสุดของปี จาก SSSG ที่ยังฟื้นตัวเป็นบวกต่อในเดือน ต.ค. – พ.ย. กอปรกับยังเดินหน้าเปิดสาขาใหม่มากขึ้น เราคาดกำไรปีนี้จะโตราว 22.3% Y-Y เป็นอัตราการเติบโตมากสุดในรอบ 5 ปี ในขณะที่มีมุมมองที่ดีขึ้นต่อการเติบโตในปีหน้า ทั้งจากการฟื้นตัวของสาขาในต่างจังหวัด, การเร่งเปิดสาขาใหม่มากขึ้น และเราเห็นสัญญาณแนวโน้มการอ่อนตัวลงของราคาวัตถุดิบอาหารในปีหน้า โดยเฉพาะราคาหมู จากเดิมที่เคยมองว่าจะปรับตัวขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนการปรับขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นในปีหน้า ทั้งนี้เราปรับเพิ่มกำไรปี 2018 ขึ้น 8% เป็นการเติบโต 22.7% Y-Y จากเดิมคาดโต 13.2% Y-Y และปรับเพิ่มอัตราการเติบโตของกำไรปี 2018-2020 ขึ้นเป็นเฉลี่ยปีละ 17% จากเดิม 14% และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2018 เป็น 100 บาท จากเดิม 75 บาท (อิง PE 30 เท่า Re-rate ขึ้นจากเดิม 24 เท่า) คิดเป็น PEG ที่ 1.76 เท่า ถือว่าใกล้เคียงกับ PEG ของร้านอาหารในภูมิภาค ยังมี Upside 17% นอกจากนี้เรายังชอบฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งสุดในกลุ่มอาหาร ด้วยเงินสดในมือที่สูง และ D/E Ratio ต่ำมากเพียง 0.14 เท่า และยังมี Upside จากแผนการเช้าซื้อกิจการในอนาคตด้วย จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
21
พฤศจิกายน
2017
BTS (BUY/19TP: 9.7), ธุรกิจรถไฟฟ้าเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
(views 36)
BTS ประกาศกำไรปกติ 2Q18 ทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 4% Y-Y ต่ำกว่าคาด จากส่วนแบ่งขาดทุนจาก U ที่อยู่ในระดับสูง และรายได้จากงาน E&M ที่น้อยกว่าคาด สำหรับการปรับโครงสร้างธุรกิจอสังหาฯให้มีความชัดเจนขึ้นโดยการโอนกิจการ UE ให้กับ U City (BTS ถือ 35.64%) เรามีมุมมองบวกในแง่ของการยกให้ U City เป็น Flagship ของธุรกิจอสังหาฯ และหันไปมุ่งเน้นพัฒนาธุรกิจรถไฟฟ้าซึ่งเป็นธุรกิจหลักแทน ทั้งนี้ เราปรับประมาณกำไรสุทธิปี 2018-2019 ลง 14%-20% ตามลำดับ สะท้อนการลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม และการรับรู้งาน E&M ที่ล่าช้า รวมถึงผลของการปรับโครงสร้างธุรกิจ ทำให้สัดส่วนกำไรจาก JV-SIRI ลดลง ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2019 (สิ้นสุดมี.ค. 19) ที่ 9.70 บาท คงคำแนะนำซื้อ จากแนวโน้มกำไรที่เติบโตดีในระยะยาว โดยมีแรงขับเคลื่อนจากรายได้ของธุรกิจรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังเปิดรถไฟฟ้าสีชมพู-เหลือง สอดคล้องกับธุรกิจสื่อโฆษณา, อสังหาฯ และบริการที่ขยายตัวตาม นอกจากนี้ ยังมี Upside จากการเข้าประมูลงานรถไฟฟ้าอีกมาก
อ่านเพิ่มเติม
21
พฤศจิกายน
2017
CENTEL (BUY/18TP: 54), ผู้บริหารให้เป้าปีหน้าค่อนข้างสดใส เราปรับกำไรปีหน้าขึ้น 5%
(views 22)
จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหารให้เป้าหมายการเติบโตในปี 2018 ค่อนไปในเชิงบวกทั้งธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยังมีทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่ง รวมถึงการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ ขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q17 คาดว่ายังมีโมเมนตัมการเติบโตที่แข็งแกร่งจากฐานที่ต่ำในปีก่อน เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 เติบโต 10% Y-Y แต่ปี 2018 ปรับขึ้น 5% เป็นเติบโต 14.8% Y-Y โดยรวมโรงแรมและศูนย์ประชุมที่ศูนย์ราชการไว้ในประมาณการ ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับขึ้นเป็น 54 บาท ขณะที่ระยะสั้นมี Catalyst จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่อยู่ในช่วง High Season และทำให้กำไรอยู่ในช่วงขาขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y ใน 2 ไตรมาสข้างหน้า เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ซื้อเก็งกำไร”
อ่านเพิ่มเติม
20
พฤศจิกายน
2017
TVO (SELL/18TP: 25), ราคาหุ้นสะท้อนการเติบโตในปีหน้าไปแล้ว
(views 31)
จากประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17พ.ย.) ระยะสั้นแนวโน้มกำไร 4Q17 น่าจะฟื้นตัว Q-Q จากปริมาณขายที่สูงขึ้นตามฤดูกาล และต้นทุนวัตถุดิบปรับลงเล็กน้อย แต่ด้วยกำไร 9M17 ที่หดตัวแรงถึง -65% Y-Y และต่ำกว่าคาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 ลง 37% เป็นกำไรที่ลดลง -56% Y-Y สำหรับแนวโน้มราคาถั่วเหลืองปีหน้าน่าจะทรงตัวใกล้เคียงปีนี้ที่ระดับ US$9.5 - US$10.5 ต่อบุชเชล โดยมองการปรับลงของราคาถั่วเหลืองค่อนข้างจำกัด เพราะโซนอเมริกาใต้ประสบภาวะอากาศแล้ง ทำให้ปริมาณถั่วเหลืองโลกปีหน้าอาจปรับลดลงจากปีนี้ ในขณะที่เราไม่เห็นสัญญาณการปรับขึ้นของราคาถั่วเหลืองอย่างมีนัยสำคัญนัก ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นหลักว่าจะเลวร้ายมากกว่าคาดหรือไม่ ดังนั้นเราจึงคาดการเติบโตของกำไรในปี 2018 ไว้ราว 40% มาจากการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นที่น่าจะมาจากการบริหารสต็อกได้ง่ายขึ้น ส่วนรายได้รวมอาจเติบโตไม่มากนัก และยังมี Downside หากราคาเนื้อสัตว์ในประเทศปีหน้าอ่อนตัว จะทำให้ภาวะการเลี้ยงสัตว์ไม่สดใส และกระทบต่อความต้องการอาหารสัตว์อย่างกากถั่วเหลือง เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 25 บาท (อิง PE เดิม 12 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นสะท้อนการฟื้นตัวในปีหน้าแล้ว และคาด Dividend Yield ในช่วง 2H17 เพียง 2.4% ปรับคำแนะนำเป็น ขาย จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤศจิกายน
2017
GUNKUL (BUY/18TP: 5), กำไรปกติ 3Q17 ฟื้นตัวสูง รอการโตสูงปีหน้า
(views 36)
กำไรปกติ 3Q17 เพิ่ม 58.2% Q-Q, 91.3% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 140 ล้านบาท เพิ่ม 10.2% Q-Q, 11.7% Y-Y แต่หากไม่รวม FX Loss 53 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติ 193 ล้านบาท เพิ่ม 58.2% Q-Q, 91.3% จากรายได้รวมเพิ่ม 16.0% Q-Q, 117.3% Y-Y จากธุรกิจหลักเดิมคือ ธุรกิจขายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Trading) และรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้า (EPC) มีรายได้เพิ่ม แม้ Gross margin ลดลงจากการแข่งขันในธุรกิจเพิ่มขึ้น กอปรกับรายได้ธุรกิจขายไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่ม 11.4% Q-Q, 63.7% Y-Y ตามรายได้ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม “WED” (60 MW เริ่ม COD ปลายปี 2016) เพิ่มขึ้น หลังจากไตรมาสก่อนประสบปัญหาความเร็วลมน้อยกว่าปกติ และการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤศจิกายน
2017
PPS (BUY/18TP: 2.5), ผลประกอบการกำลังทำจุดสูงสุดใหม่
(views 38)
จากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง เราปรับประมาณการกำไรปี 2017-2018 ขึ้น 22%-14% ตามลำดับ และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 2.50 บาท คงคำแนะนำซื้อ ด้วยเหตุผล 4 ประการ 1. คาดผลประกอบการปี 2017 จะทำสถิติสูงสุด และ แนวโน้ม 3 ปีข้างหน้าจะเติบโตต่อเนื่องตามโครงการก่อสร้างภาครัฐที่จะทยอยออกมา 2. คาดกำไรปี 2018 โตต่อเนื่อง 9% Y-Y จากสมมติฐานรายได้ที่มี backlog รองรับแล้ว 66% 3. นอกจาก Upside ที่จูงใจ 28% ประมาณการและราคาเป้าหมายเรายังมี upside จากธุรกิจบริหารจัดการอาคาร 4. เป็นบริษัทที่มีโครงสร้างเงินทุนมั่นคงมาก เนื่องจากไม่มีหนี้สินติดภาระดอกเบี้ยจ่าย และ มีเงินสดในมือสูง
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤศจิกายน
2017
TACC (BUY/18TP: 7.7), มีแผนออกสินค้าใหม่ต่อเนื่องไปปีหน้าอย่างหนาแน่น
(views 26)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โทนค่อนไปในทางบวก จากการมีพันธมิตรใหม่ที่จีน ซึ่งจะเข้ามาช่วยกระจายสินค้าของบริษัทในจีนได้ดีขึ้น น่าจะได้เห็นความชัดเจนในปีหน้า รวมถึงมีแผนออกสินค้าใหม่ในช่วงปลายปีนี้ ต่อเนื่องไปถึงปีหน้าค่อนข้างหนาแน่น อาทิ Hershey’s Freeze (เครื่องดื่มโถกดรสชาติโกโก้), Easy Dip (ซอสจิ้มจุ่ม) และ Sanrio เป็นต้น มีเพียงตลาดกัมพูชาที่เผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในปีนี้ และตั้งเป้าจะกลับมาฟื้นตัวได้มากขึ้นในปีหน้า ระยะสั้นคาดกำไรสุทธิ 4Q17 จะกลับมาฟื้นตัวและเป็นจุดสูงสุดของปี เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2017 – 2018 เติบโต 7.9% Y-Y และ 22.7% Y-Y ตามลำดับ (ยังไม่รวมการมี QJ เข้ามาเป็นพันธมิตร) คงราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 7.7 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) ยังมี Upside 18.5% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2017
AMATA (BUY/18TP: 26.6), กำไร 3Q17 เติบโตก้าวกระโดดกว่าคาด
(views 29)
กำไรสุทธิ 3Q17 โตโดดเด่นกว่าคาด +129% Q-Q, +221% Y-Y AMATA ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 587 ล้านบาท เติบโต 129% Q-Q และ 221% Y-Y สูงกว่าที่เราคาด เป็นผลจาก (1) Gross Margin โดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 60.6% จาก 49.2% ใน 2Q17 และ 33% ใน 3Q16 เพราะการโอนที่ดินส่วนใหญ่ในไตรมาสนี้มาจากที่อมตะนครซึ่งมีเป็นพื้นที่ที่มี Margin สูงกว่าที่ดินอื่น (2) ควบคุมค่าใช้จ่ายขายและบริหารดี ทำให้ EBIT margin ใน 3Q17 เพิ่มเป็น 44% จาก 26% ใน 2Q17 และ 24% ใน 3Q16 (3) กำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น +31% Q-Q, 21%Y-Y เป็น 181 ล้านบาท จากการเริ่มทยอย COD ของโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2017
ERW (T-BUY/18TP: 8), แนวโน้มการเติบโตยังแข็งแกร่ง
(views 24)
จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้แม้ผู้บริหารจะปรับเป้ารายได้ปี 2017 ลง แต่สามารถชดเชยได้ทั้งหมดจาก Margin ที่ขยายตัวดีกว่าคาด เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ขึ้น 8% เป็นเติบโต 55.7% Y-Y และ 10.9% Y-Y ตามลำดับ ขณะที่เราไม่กังวลต่อโรงแรมใหม่ที่เปิดให้บริการที่จะถ่วงการเติบโตของกำไรในปีหน้า โดยอิงจากความสำเร็จของโรงแรมลักษณะเดียวกันในอดีตและการเลือกเปิดในช่วง High Season เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2018 ขึ้นเป็น 8 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2017
SPALI (BUY/18TP: 28), กำไรปกติ 3Q17 ฟื้นตัวดีและคาดโตต่อเนื่องถึงปีหน้า
(views 28)
กำไรสุทธิ 3Q17 ดีกว่าคาดจาดยอดโอนที่โตโดดเด่นและมีกำไรพิเศษ บริษัทประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 2,094 ลบ. (+57.7% Q-Q, +146.9% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายอาคารสำนักงานในฟิลิปปินส์ประมาณ 457 ลบ. จะมีกำไรปกติที่ 1,637 ลบ. +23.3% Q-Q, +93.3% Y-Y ถือว่าแข็งแกร่งตามรายได้โอนที่เพิ่มขึ้นถึง 27.7% Q-Q, 68.0% Y-Y จากการเริ่มทยอยโอน 5 โครงการแนวสูงที่สร้างเสร็จมูลค่าโครงการรวมประมาณ 9,390 ลบ. และจากสัดส่วนคอนโดที่สูงขึ้น ประกอบกับคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 38.2% ขึ้นจาก 3Q16 ที่ 37.7% และยังสามารถลดค่าใช้จ่าย SG&A/Sale ใน 3Q17 ลงเหลือ 10.6% จาก 11.8% ใน 2Q17 และ 13.4% ใน 3Q16
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤศจิกายน
2017
VNG (HOLD/18TP: 12.5), กำไร 3Q17 ยังน่าผิดหวัง แนวโน้ม 4Q17 ยังถูกกดดันจากต้นทุน
(views 21)
กำไรปกติ 3Q17 ยังคงน่าผิดหวังเป็นไตรมาสที่ 3 หากตัดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 5.1 ล้านบาทใน 3Q17 ออกไป กำไรปกติจะเป็น 301.3 ล้านบาท ต่ำกว่าที่เราซึ่งคาดการณ์ไว้ต่ำอยู่แล้ว ถือว่าน่าผิดหวังเป็นไตรมาสที่ 3 รายได้ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ +2.6% Q-Q, +16.0% Y-Y ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกทั้งสิ้น แต่ยอดขายในประเทศยังคงหดตัวจากกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 2Q17 ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ ทำให้ต้นทุนเศษไม้แพงขึ้น ในไตรมาสนี้มีฝนตกชุกในภาคใต้ ทำให้ต้นทุนราคาเศษไม้ไม่ลดลง อัตรากำไรขั้นต้นจึงลดลงเหลือ 25.0% ต่ำสุดในรอบ 13 ไตรมาส และเป็นทิศทางขาลงต่อเนื่องนับตั้งแต่ 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
BCP (BUY/18TP: 41), ผลประกอบการถูกฉุดจากด้อยค่าสินทรัพย์
(views 31)
แม้กำไรปกติออกมาดีแต่ต่ำกว่าคาด ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 1,316 ล้านบาท (+33% Q-Q, +12% Y-Y) ต่ำกว่าที่ตลาดคาดเพราะมีขาดทุนด้อยค่าในธุรกิจ E&P หากหักรายการพิเศษ กำไรปกติและไม่รวมสต๊อกน้ำมันจะเท่ากับ 1,462 ล้านบาท (+11% Q-Q, +43% Y-Y) ถือว่าเติบโตได้ดี เนื่องจาก 1. ธุรกิจโรงกลั่นมีอัตราการใช้กำลังการผลิตในระดับสูง margin ดีขึ้นตามค่าการกลั่น และ มีกำไรสต๊อกน้ำมัน 2. ธุรกิจไฟฟ้าที่เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าความร้อนใต้พิภพเป็นไตรมาสแรกทำให้ equity income เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 3. ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมีผลประกอบการดีขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากธุรกิจการตลาดที่ชะลอเนื่องจากเป็น low season เพราะมีฝนตกทำให้ปริมาณขาย และ ค่าการตลาดลดลง ทั้งนี้ 3Q17 มีขาดทุนจากรายการพิเศษรวม 1.2 พันล้านบาท โดยหลักมาจากการด้อยค่าในธุรกิจ E&P จำนวน 1.4 พันล้านบาท แต่มีกำไรจาก fx และ ผลประโยชน์จากภาษีคืน 671 ล้านบาท ช่วยลดผลกระทบ ส่งผลให้กำไรสุทธิเหลือ 1,316 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
BEC (SELL/18TP: 16), กำไร 3Q17 ลดลงหนักกว่าคาดอีกครั้ง
(views 26)
กำไรสุทธิ 3Q17 ลดลง 69.1% Q-Q, 86.1% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 เพียง 35 ล้านบาท -569.1% Q-Q, -86.1% Y-Y หากไม่รวมรายการพิเศษกำไรจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 29 ล้านบาท จะเป็นกำไรปกติเหลือแค่ 15 ล้านบาท -87.4% Q-Q, -94.2% Y-Y กำไรต่ำกว่าคาดของเราและตลาดคาดมาก (คาดที่ 100-200 ล้านบาท) ส่วนใหญ่จากต้นทุนบริการมากกว่าคาด คาดว่าจากต้นทุนการถ่ายทอดกีฬาลดลงน้อยกว่าทีเราคาด กำไรลดลงมาก Q-Q, Y-Y จากต้นทุนบริการลดลงน้อยกว่ารายได้รวมที่ลดลง 15.0% Q-Q, 16.4% Y-Y และน้อยกว่าคาดจากรายได้จัดการแสดงลดลงมากกว่าคาด ขณะที่รายได้โฆษณา TV (สัดส่วนรายได้หลัก 92%) ใกล้เคียงคาด ลดลง 6.4% Q-Q, 14.0% Y-Y ทำให้ Gross margin ลดลงเหลือ 15.9% จากไตรมาสก่อนที่ 19.5% และ 3Q16 ที่ 24.7%
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
K (BUY/18TP: 6.5), 3Q17 ขาดทุนลดลง และจะพลิกมามีกำไรสูงมากใน 4Q17
(views 25)
ผลการดำเนินงาน 3Q17 ขาดทุนสุทธิ 24 ล้านบาท K ประกาศผลการดำเนินงาน 3Q17 ขาดทุนสุทธิ 24 ล้านบาท เป็นไปตามที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ว่า 3Q17 ยังไม่กลับมามีกำไร แต่จะขาดทุนลดลง เพราะยังมีค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างองค์กรในระดับสูง และมีการรับรู้งานตกแต่งภายในให้กับองค์กรกึ่งรัฐวิสาหกิจที่มีอัตรากำไรต่ำ เพราะฉะนั้น แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 91% Q-Q และ 25% Y-Y อยู่ที่ 310 ล้านบาท แต่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่เหลือเพียง 0.53% ดีขึ้นจาก -9.18% ใน 2Q17 แต่แย่ลงจาก 22.04% ใน 3Q16 ขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารทรงตัวในระดับ 10.5% ของรายได้รวม ถือว่าเริ่มควบคุมได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปีก่อนที่ 12% ของรายได้รวม ผลการดำเนินงาน 9M17 ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 84 ล้านบาท แย่ลงจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 35 ล้านบาท จากเหตุผลด้านภาวะอุตสาหกรรมที่การแข่งขันสูงขึ้นจากงานที่ออกมาน้อย, การปรับโครงสร้างองค์กรที่กล่าวไปข้างต้น, และการเร่งเคลียร์งานอัตรากำไรต่ำ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
MFEC (BUY/18TP: 6.6), กำไรสุทธิ 3Q17 ออกมาดีกว่า ยัง ให้มองเป็น Asset Play
(views 25)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% Q-Q แต่ลดลง 41% Y-Y กำไรสุทธิ 3Q17 ของ MFEC อยู่ที่ 48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาลที่กำไรครึ่งปีหลังมักดีกว่าครึ่งปีแรก ตามการเร่งปิดงานด้านไอทีของกลุ่มลูกค้าทั้งสถาบันการเงินและโทรคมนาคม แต่เมื่อเทียบ Y-Y ยังลดลง 41% จากอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว และการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่มากกว่าปกติในการปิดงานให้กับลูกค้ารายหนึ่ง รวมถึง ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในบริษัทย่อยที่เป็น Start-up อย่างไรก็ตาม เราเริ่มเห็นพัฒนาการดีขึ้น จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 20% Q-Q และ 5% Y-Y อยู่ที่ 845 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 22.1% จาก 20.8% ใน 2Q17 ส่วนกำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 118 ล้านบาท ลดลง 44% Y-Y เพราะปีก่อนมีกำไรจากการขายพรอมท์นาว 112 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
MODERN (BUY/18TP: 6.8), กำไร 3Q17 ออกมาโมเดิร์นตามคาด 4Q17 ยังเดิร์นต่อ แนะนำซื้อ
(views 28)
กำไรสุทธิ 3Q17 ออกมาดีกว่าคาด จากธุรกิจที่กลับมาโตและมีกำไรพิเศษ กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 333% Q-Q และ 182% Y-Y รายได้รวมเพิ่มขึ้น 33% Q-Q และ 11% Y-Y อยู่ที่ 921 ล้านบาท แม้ตลาดเฟอร์นิเจอร์บ้านชะลอตัวกว่าปีก่อน แต่เริ่มฟื้นตัวเมื่อเทียบกับต้นปีที่ผ่านมา และที่เร่งตัวมากคือเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในงานราชการ ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่ MODERN พยายามรุกมากขึ้นเพื่อทดแทนตลาดเดิมแข่งขันรุนแรง ส่วนรายได้จากโมเดิร์นฟอร์มแฮลท์แอนด์แคร์ชะลอตัวจากการเลื่อนส่งมอบงานไปเป็น 4Q17 อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 37.98% จาก 36.54% ใน 2Q17 และ 33.72% ใน 3Q16 ตามการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น และมีการบันทึกรายได้อื่นจากเงินชดเชยการยกเลิกสัญญาเช่าสำนักงานโฮมเดคคอเรทีฟ โปรดักส์ ที่เอกมัยราว 20 ล้านบาท โดยถ้าหักรายได้อื่นออก อัตรากำไรขั้นต้นยังเป็นระดับดีสุดในรอบ 8 ไตรมาส นอกจากนี้ ผลจากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้เป็นอย่างดี ทำให้ SG&A/Sales ลดลงเหลือ 25.5% จาก 32.0% ใน 2Q17 และ 28.8% ใน 3Q16 กำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 133 ล้านบาท พลิกกลับมาโต 25% Y-Y ตามกำไรที่เร่งตัวอย่างมากใน 3Q17 ตอกย้ำถึงแนวโน้มผลประกอบการที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
SEAFCO (HOLD/18TP: 9.65), กำไร 3Q17 เติบโตโดดเด่นตามคาด
(views 18)
กำไรสุทธิ 3Q17 น่าประทับใจ +18% Q-Q, +256% Y-Y SEAFCO ประกาศกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 45 ล้านบาท เติบโต 18% Q-Q และ 256% Y-Y เป็นไปตามที่เราคาด การเติบโตของกำไร Q-Q มาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 17% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดน้อย และมีการรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ส่วนกำไรที่โตแรง Y-Y เนื่องจากฐานที่ต่ำ เพราะถูกกดดันจาก Cost Overrun ของโครงการทางลอดพรานนก และรถไฟทางคู่จิระ-ขอนแก่นในปีก่อน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 17.7% จาก 2Q17 ที่ 19.6% เนื่องจากมีความล่าช้าของงานมอเตอร์เวย์จากอุปสรรคในการเจาะหิน ซึ่งปัจจุบันได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
TRUE (T-BUY/18TP: 6.5), 3Q17 ขาดทุนลดลง Y-Y แนะนำ เก็งกำไร
(views 25)
3Q17 ขาดทุนลดลง Y-Y แต่ทรงตัว Q-Q TRUE ประกาศผลการดำเนินงาน 3Q17 ออกมามีผลขาดสุทธิ 691 ลบ. แต่หากตัดรายการกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนและ Deferred Tax ออก จะมีผลขาดทุนปกติ 1,160 ลบ. ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับ 2Q17 แต่ดีขึ้นจาก 3Q16 ที่ขาดทุนเพียง 2,469 ลบ. รายได้จากการให้บริการชะลอตัว 1.9% Q-Q ซึ่งเกิดจากการตัดรายการระหว่างกันในส่วนของ True Online แต่ยังโต 5.6% Y-Y จาก True Mobile ยังมี Net Add เป็นบวกกว่า 5 แสนรายส่งผลให้ Market Share ในแง่รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 26.5% จาก 24.1% และ 26% ใน 3Q16 และ 2Q17 ตามลำดับ ขณะที่ฝั่งต้นทุนเริ่มเห็นการควบคุมที่ดีมากขึ้นทั้งต้นทุนโครงข่ายและค่าใช้จ่าย SG&A
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
DCC (SELL/18TP: 3.8), กำไร 3Q17 อ่อนแอ แต่คาดจะฟื้นตัวใน 4Q17
(views 24)
กำไรสุทธิ 3Q17 ไม่สดใส -25% Q-Q, -24% Y-Y DCC ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 242 ล้านบาท ลดลง 25% Q-Q และ24% Y-Y ต่ำกว่าคาดจากต้นทุนราคาก๊าซ และน้ำมันที่สูงกว่าคาด ทั้งนี้ กำไรที่หดตัว Q-Q มีสาเหตุหลักมาจากรายได้ที่ลดลง 12% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาลที่มีฝนปริมาณมาก และปัญหาน้ำท่วม กำลังซื้อของผู้บริโภคในต่างจังหวัดซึ่งเป็นลูกค้าหลักจึงชะลอตัว ส่วนการลดลงของกำไร Y-Y ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 18% Y-Y ซึ่งเป็นผลมาจากราคาก๊าซที่ปรับตัวสูงขึ้น 7% Y-Y บวกกับค่าใช้จ่ายการขายที่เพิ่มขึ้น 9% Y-Y จากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 25% Y-Y จากค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นจากการรับสินทรัพย์จาก RCI ทำให้กำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 39% จาก 45% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤศจิกายน
2017
BJC (BUY/18TP: 60), กำไร 3Q17 ฟื้นตัวแรง และจะดีต่อเนื่องทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q17
(views 22)
กำไรปกติ 3Q17 ฟื้นตัวแรง กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 1,387 ล้านบาท (+39.3% Q-Q, -13.6% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่ค่อนข้างสูงในปีก่อน จะมีกำไรปกติ 3Q17 ฟื้นตัวดีมาก +38.2% Q-Q และ +446.8% Y-Y ทั้งที่เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ สาเหตุหลักมาจากการฟื้นตัวของ 1) BIGC ที่มี SSSG พลิกเป็นบวกที่ +9.2% Y-Y เป็นบวกครั้งแรกในรอบ 11 ไตรมาส ภายหลังผลของการปรับปรุงคุณภาพรายได้ปรับฐานแล้วเสร็จ และมีการเปิดสาขาใหม่ (3HM, 61 Mini BigC) ทำให้รายได้ BIGC +9.8% Q-Q และ +13.3% Y-Y และมีกำไรสุทธิที่ 1,575 ล้านบาท (-2% Q-Q, +21.5% Y-Y) ในขณะที่ 2) ธุรกิจ Packaging มีรายได้โตต่อเนื่อง +6.8% Q-Q, +3.6% Y-Y มาจากสายกระป๋องเป็นหลัก 3) ธุรกิจ Consumer มีรายได้ฟื้นตัว +7.3% Q-Q, +8% Y-Y และมีกำไรเติบโตดีมากเพราะราคาวัตถุดิบปรับลดลง และ 4) ธุรกิจ Healthcare รายได้เติบโตราว +24% Q-Q, +4% Y-Y จากการเพิ่มขึ้นของธุรกิจยา (เป็นตัวแทนสมุนไพรวังพรม) และธุรกิจโครงสร้างเหล็กชุบสังกะสี รวม 4 ธุรกิจ มีรายได้รวม ทรงตัว Q-Q และ +10.7% Y-Y และมีอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอยู่ที่ 19.6% จาก 18.3% ใน 2Q17 แต่ลดลงเล็กน้อยจาก 19.8% ใน 3Q16 ในขณะที่ควบคุมสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ค่อนข้างดีอยู่ที่ 20.7% จาก 20.9% ใน 2Q17 และ 23% ใน 3Q16 ทั้งนี้อัตราภาษียังค่อนข้างสูงอยู่ที่ราว 26.6% เพราะยังไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยไปเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
HUMAN (IPO/18TP: 5.8), HUMAN ผู้นำธุรกิจ HR Outsourcing รายใหญ่ที่สุดในประเทศ
(views 43)
HUMAN ประกอบธุรกิจ HR Outsourcing ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยศักยภาพการเติบโตของความต้องการใช้ Outsourcing ขององค์กรยุคใหม่ ทำให้ HUMAN ยังเหลือช่องว่างในการเติบโตอีกมาก เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018-2020 จะเติบโตเฉลี่ยราว 35% ต่อปี จากฐานพนักงานที่รับช่วงดูแลเพิ่มขึ้นปีละ 50,000 คนเป็นอย่างน้อย การเพิ่มขนาดของรายได้ ส่งผลให้ HUMAN จะยิ่งเพิ่ม Gross Margin ให้ปรับสูงขึ้นเพราะการมี High Operating Leverage เราคาดว่า GM และ NM ของ HUMAN จะเพิ่มขึ้นเป็น 40% และ 26% ในปี 2019 ซึ่งใกล้เคียงกับบริษัทระดับโลก ประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 5.80 บาท อิง PEG 1 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
CENTEL (T-BUY/18TP: 50), กำไรปกติ 3Q17 ออกมาตามคาด
(views 17)
กำไรปกติ 3Q17 โต Y-Y ได้ตามคาด CENTEL ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาตามคาดที่ 369 ลบ. -7.5% Q-Q, 14.5% Y-Y โดยรายได้เติบโตในอัตราที่ดีขึ้น +1.7% Q-Q, +3% Y-Y จาก Rev Par ของธุรกิจโรงแรมที่โต 2.6% Y-Y ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารมี Same Store Sales Growth พลิกมาบวกได้ 1.9% ขณะที่การควบคุมต้นทุนถือว่าทำได้ค่อนข้างดีโดยเฉพาะค่าใช้จ่าย SG&A ส่งผลให้ EBITDA Margin คาดว่าจะขยายตัวเป็น 22% จาก 19.4% และ 19.2% ใน 2Q17 และ 3Q16 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
CMO (BUY/18TP: 3), งบ 3Q17 ยังติดลบ แต่เริ่มเห็นพัฒนาการดีขึ้น
(views 19)
3Q17 ขาดทุนสุทธิ 23 ล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 39 ล้านบาทใน 3Q16 ผลการดำเนินงาน 3Q17 ขาดทุนสุทธิ 23 ล้านบาท แย่กว่าที่เราคาดว่าจะมีกำไรสุทธิราว 3 ล้านบาท จาก 2 ปัจจัย คือ (1) การรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทลูก CMO Show Corp. ที่มากกว่าคาด (2) การแก้ไขข้อผิดพลาดทางบัญชี จากการบันทึกประมาณการภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานต่ำเกินไป แต่เมื่อเทียบ Y-Y ถือว่ามีพัฒนาการดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 39 ล้านบาท จากรายได้ที่โต 13% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวเป็น 14.8% จาก 9.1% ใน 3Q16 สะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมจัดอีเว้นท์ที่เริ่มฟื้นตัว ส่วนผลการดำเนินงาน 9M17 ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 2 ล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 91 ล้านบาทใน 9M16 อย่างมีนัยสำคัญ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
CPALL (BUY/18TP: 86), กำไร 3Q17 น่าประทับใจตามคาด จะดีต่อใน 4Q17
(views 23)
กำไรสุทธิ 3Q17 ยังน่าประทับใจ มีมาร์จิ้นปรับดีขึ้นทุกรายการ กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 4,970 ล้านบาท (+7% Q-Q, +20.8% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 4,841 ล้านบาท) ทำได้น่าประทับใจ โดยมีกำไรเติบโตได้ ทั้งที่เป็น Low Season ของธุรกิจค้าปลีก แต่บริษัทมีการจัดแคมเปญ Stamp Promotion เพื่อกระตุ้นรายได้ ซึ่งในปีนี้ถือเป็นอีกปีที่ประสบความสำเร็จ ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ส่งผลให้ SSSG พลิกกลับมาเป็นบวกตามคาดที่ +2.4% Y-Y จาก -1% Y-Y ในไตรมาสก่อน รวมถึงยังมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องที่ 145 สาขา ทำให้รายได้ไตรมาสนี้เติบโต 1.8% Q-Q และ 8.8% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีทั้งธุรกิจ Cash&Carry และ CVS ทำให้ขยับขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 22.4% เพิ่มขึ้นจาก 22.2% ใน 2Q17 และ 22.1% ใน 3Q16 จาก Product Mix ที่ยังดีต่อเนื่อง โดยสินค้าที่ขายดีของ CVS ยังอยู่ในกลุ่ม Ready to eat และ Personal Care แม้ค่าใช้จ่ายจะปรับสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการทำโปรโมชั่น และค่าใช้จ่ายของ MAKRO ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 20% จาก 19.6% ใน 2Q17 และ 19.6% ใน 3Q16 แต่บริษัทมีภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y มาอยู่ที่ 2 พันลบ. ส่งผลให้ Ebitda Margin ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 8.6% จาก 8.5% ใน 2Q17 และ 3Q17 รวมถึง Net Margin ปรับขึ้นมาในทิศทางเดียวกันอยู่ที่ 4.2% จาก 4% ใน 2Q17 และ 3.8% ใน 3Q16 สะท้อนถึงความสามารถทำกำไรที่ยังแข็งแกร่ง แม้ฐานค่อนข้างใหญ่ก็ตาม
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
CPF (BUY/18TP: 32), กำไร 3Q17 ใกล้เคียงคาด แนวโน้มจะอ่อนตัวลงใน 4Q17
(views 18)
กำไรสุทธิ 3Q17 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 4,914 ล้านบาท (+20.9% Q-Q, -5.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 4,739 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุน 1,507 ล้านบาท (สุทธิภาษี), กำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมพันธุ์สัตว์ 1,074 ล้านบาท และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 42 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 2,290 ล้านบาท (+6.7% Q-Q, -55.5% Y-Y) สาเหตุที่กำไรไม่สดใสนักลดลง Y-Y เพราะได้รับผลขาดทุนจากธุรกิจหมูเวียดนาม และกัมพูชา แต่สิ่งที่ดีขึ้นคือ ขาดทุนน้อยลงจากไตรมาสก่อน ส่งผลให้กำไรปรับเพิ่มขึ้น Q-Q โดยราคาหมูเวียดนามเฉลี่ย 3Q17 เท่ากับ 30,718 ด่องต่อกก. (+34.3% Q-Q, -35% Y-Y) ส่วนภาพรวมธุรกิจในต่างประเทศอื่นๆ ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะ รัสเซียที่ยังดีต่อเนื่อง และตุรกีที่เริ่มกลับมามีกำไรหลังจากทำการลดขนาดธุรกิจไปพอสมควรแล้ว ในขณะที่ภาพรวมธุรกิจในประเทศได้รับปัจจัยหนุนจากการส่งออกเป็นหลัก โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของปริมาณการส่งออกไก่ ทำให้รายได้รวมในไตรมาสนี้ +0.4% Q-Q และ +3.2% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 13.9% จาก 11.5% ใน 2Q17 แม้เผชิญกับค่าเงินบาทแข็งค่า แต่ได้รับชดเชยจากราคาวัตถุดิบที่อยู่ในระดับต่ำ และยังคงได้รับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม (มาจาก CPALL เป็นหลัก) ที่ดีอย่างต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
DRT (BUY/18TP: 6.6), กำไร 3Q17 ยังไม่สดใส แต่คาดจะฟื้นตัวตั้งแต่ 4Q17
(views 21)
กำไรสุทธิ 3Q17 ถูกกดดันจากปัจจัยฤดูกาล DRT ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 77 ล้านบาท ลดลง 34% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 2% Y-Y ใกล้เคียงคาด หากไม่รวมกำไรพิเศษจากปีก่อนราว 1.8 ล้านบาท กำไรปกติจะทรงตัว Y-Y ทั้งนี้ กำไรที่หดตัว Q-Q เนื่องจากเป็น Low Season ที่มีปริมาณฝนมาก และมีปัญหาน้ำท่วมในภาคอีสาน กำลังซื้อของผู้บริโภคจึงชะลอตัว ส่งผลให้ยอดขายลดเหลือ 941 ล้านบาท (-14% Q-Q) ส่วนการทรงตัว Y-Y แม้รายได้จากการขายจะหดตัว 3% Y-Y แต่ถูกชดเชยด้วยสัดส่วนค่าใช้จ่ายการขายต่อรายได้ที่ลดลงเป็น 4.6% จาก 5% ในปีก่อน จากการควบคุมค่าใช้จ่ายการตลาดที่มีประสิทธิภาพขึ้น ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 25.3% จาก 28% ใน 2Q17 และ 25.6% ในปีก่อน เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงเครื่องจักร
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
EKH (BUY/18TP: 7), กำไร 3Q17 แข็งแกร่งเกินคาด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
(views 16)
กำไร 3Q17 แข็งแกร่งกว่าคาดอย่างน่าประทับใจ EKH ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาดีกว่าคาดราว 8% ที่ 37 ลบ. +212.5% Q-Q, +31.8% Y-Y โดยได้รับอานิสงส์จาก High Season ของฤดูฝน ทำให้รายได้เติบโตในอัตราเร่ง +33.1% Q-Q, +5.4% Y-Y ซึ่งเป็นไปตามคาด แต่สาเหตุที่ทำให้กำไรออกมาดีกว่าคาดคือ Gross Margin ที่ขยายตัวอย่างมีนัยยะถึง 3.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อนขึ้นเป็น 42.1% ในไตรมาสนี้จากผลของ Operating Leverage ซึ่งน่าประทับใจมากและเป็นระดับที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
MINT (BUY/18TP: 48), กำไรปกติ 3Q17 แข็งแกร่งตามคาด
(views 23)
กำไรปกติ 3Q17 โตทั้ง Q-Q และ Y-Y ตามคาด MINT ประกาศผลการดำเนินงาน 3Q17 ออกมาใกล้เคียงคาดโดยมีกำไรปกติ 1,143 ลบ. +55.1% Q-Q, +15.1% Y-Y รายได้เติบโต 9.5% Q-Q และ 4.8% Y-Y นำโดยธุรกิจโรงแรมที่ยังโตแข็งแกร่งทั้งในไทยและ Tivoli ในบราซิลและโปรตุเกสซึ่งเป็น High Season ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกเติบโตดีทั้งจากกลุ่มแบรนด์แฟชั่นและการรับจ้างผลิต ซึ่งทั้ง 2 ธุรกิจสามารถชดเชยธุรกิจอาหารที่ชะลอตัวได้ ส่วนฝั่งต้นทุนถือว่าควบคุมได้ดีกว่าที่คาดเล็กน้อยและชดเชยรายได้อื่นๆที่ลดลงได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y ได้ โดยล่าสุด EBITDA Margin ใน 3Q17 ปรับขึ้นเป็น 20.6% จาก 16.5% และ 19.4% ใน 2Q17 และ 3Q16 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
M (HOLD/18TP: 75), กำไร 3Q17 ฟื้นตามคาด และน่าจะดีต่อเนื่องใน 4Q17
(views 13)
กำไรสุทธิ 3Q17 ฟื้นตัวได้ดีตามคาด กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 651 ล้านบาท (-3.6% Q-Q, +27.6% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 654 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรอ่อนตัวลง Q-Q เพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ แต่ในแง่ Y-Y ถือว่ากลับมาเติบโตได้ดีขึ้น โดย SSSG พลิกกลับมาเป็นบวกได้ดี สำหรับร้าน MK +3% Y-Y และร้าน Yayoi +8% Y-Y กอปรกับมีการเปิดสาขาใหม่ 9 แห่งได้แก่ 6 MK และ 3 Yayoi ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 8.7% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงน่าประทับใจที่ 67.9% ใกล้เคียง 2Q17 ที่ 68.2% และเพิ่มขึ้นจาก 66.4% ใน 3Q16 ทั้งที่ไม่มีการปรับขึ้นราคาอาหารในปีนี้ (ปกติปรับขึ้นแทบทุกปี ตามการปรับขึ้นของค่าเช่าและเงินเดือนพนักงาน) แต่ได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนวัตถุดิบที่อยู่ในระดับต่ำ ทั้งเป็ดและหมู สามารถชดเชยการปรับขึ้นของค่าเช่าและเงินเดือนได้ทั้งหมด รวมถึงยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 50.6% จาก 52.3% ใน 3Q17 และใกล้เคียงกับ 50.5% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
SYNEX (BUY/18TP: 20), กำไร 3Q17 เป็นไปตามคาด แนวโน้มจะเร่งตัวขึ้นอีกใน 4Q17
(views 16)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% Q-Q และ 47% Y-Y กำไร 3Q17 เป็นไปตามคาด รายได้รวมยังถูกกดดันจากปัจจัยฤดูกาล และกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว ทำให้ลดลง 2% Q-Q อยู่ที่ 8,084 ล้านบาท แต่ที่น่าสนใจคือ อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวขึ้นครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส อยู่ที่ 4.8% จาก 4.3% ใน 2Q17 จากการเพิ่มสินค้าอัตรากำไรสูงและเงินบาทที่แข็งค่าราว 3% Q-Q ส่วนอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นแตะ 2% เป็นครั้งแรก จากการเริ่มรับรู้กำไรของ บัฟ (ประเทศไทย) ที่ถือหุ้น 30% ราว 7-8 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 460 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% Y-Y คิดเป็น 79% ของประมาณการทั้งปีที่ 584 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
TKN (BUY/18TP: 27), กำไร 3Q17 ฟื้นตัวได้ตามคาด และจะโตมากขึ้นในปี 2018
(views 16)
กำไรสุทธิ 3Q17 ฟื้นตัวได้ดี กำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 160 ล้านบาท (+18.5% Q-Q, -20.8% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ 22 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 182 ล้านบาท (+23.8% Q-Q, -10% Y-Y) ถือว่าทำได้ดี สาเหตุที่กำไรฟื้นตัว Q-Q ส่วนหนึ่งมาจากการเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจ โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดจีน ในขณะที่สามารถจัดการปัญหาแรงงานได้แล้วเสร็จ ทำให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานใหม่ได้มากขึ้น ส่งผลให้มีรายได้รวมในไตรมาสนี้ +15.9% Q-Q, +11.4% Y-Y อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่เฟส 1 (2,000 ตันต่อปี) ราว 30% และเริ่มเพิ่มเฟส 2 (อีก 2,000 ตันต่อปี) ทำให้ต้องเผชิญกับต้นทุนโรงงานใหม่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ยังผลิตได้ไม่ถึงระดับที่ได้ Economies of Scale จึงกระทบต่อไปยังอัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงมาอยู่ที่ 31.3% จาก 31.7% ใน 2Q17 และ 35.5% ใน 3Q16 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังคงสูงขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยมาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดเป็นหลัก แต่ด้วยรายได้ที่เติบโตดี ทำให้ยังควบคุมสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ใกล้เคียงปีก่อนที่ 15.3% และลดลงจาก 17.1% ใน 2Q17
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
TOP (SELL/18TP: 90), ผลประกอบการแข็งแกร่งแต่ไม่เหนือความคาดหมาย
(views 15)
กำไรสุทธิต่ำกว่าที่คาด ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 เท่ากับ 7,605 ล้านบาท (+134% Q-Q, +159% Y-Y) แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดเพราะมีการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือให้สะท้อนต้นทุน อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 3Q17 ถือว่ามีผลการดำเนินงานหลักแข็งแกร่ง โดยสาเหตุจาก 1. margin ของธุรกิจหลัก (Market GIM) ปรับตัวขึ้นโดดเด่นเป็น US$12.5/bbl (+23% Q-Q, +52% Y-Y) เพราะค่าการกลั่นที่พุ่งขึ้นผิดปกติ เพราะได้รับอานิสงค์จากอุปทานในตลาดที่หายไปอย่างกะทันหัน 2. อัตราการใช้กำลังการผลิตปรับตัวสูงขึ้นเป็น 114% และ 3. ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ขยับขึ้น ทำให้เกิดกำไรจากสต๊อกน้ำมันรวมผมกระทบจากการปรับมูลค่าของสินค้าคงเหลือจำนวน 1.5 พันล้านบาท เทียบกับขาดทุน 2.2 พันล้านบาท ใน 2Q17 และ 6.3 ร้อยล้านบาท ใน 3Q16 นอกจากนี้ ยังมีกำไรพิเศษอีก 6.9 ล้านบาท โดยหลักเป็นผลจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
VIBHA (BUY/18TP: 3), กำไร 3Q17 แข็งแกร่ง ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ”
(views 22)
กำไร 3Q17 โตทั้ง Q-Q และ Y-Y VIBHA ประกาศผลการดำเนินงาน 3Q17 ออกมาแข็งแกร่ง โดยมีกำไรปกติ 298 ลบ. +59% Q-Q, +32.6% Y-Y จากรายได้จากการรักษาพยาบาลเติบโตเร่งตัวขึ้นเป็น 20.3% Q-Q และ 10.1% Y-Y ซึ่งหลักมาจาก CMR ที่ได้อานิสงส์จากการปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคม ขณะที่ร.พ.วิภาวดียังเติบโตได้ค่อนข้างดีราว 7% Y-Y นอกจากนี้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการปรับโครงการการถือหุ้น ซึ่งทำให้ฐานระดับ 50 ลบ.ต่อไตรมาสโดยเฉลี่ยจะเป็นระดับปกติใหม่ในอนาคต ขณะที่ฝั่ง Gross Margin ยังขยายตัวต่อเนื่องและควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
LIT (HOLD/18TP: 11.7), กำไร 3Q17 ดีตามคาดแต่ควรดูคุณภาพหนี้ประกอบด้วย
(views 18)
กำไร 3Q17 ดีตามฤดูกาล LIT รายงานกำไรสุทธิ 3Q17 ที่ 39 ลบ. +7%Q-Q, +46%Y-Y เป็นไปตามที่คาดและยังทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการทำสัญญาเงินกู้โครงการที่มากขึ้นตามฤดูกาล ส่วนรายได้ดอกเบี้ยทรงตัว Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 50%Y-Y ตามการเติบโตของสินเชื่อ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 21%Q-Q และ 76%Y-Y ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญซึ่งเพิ่มขึ้นเท่าตัว Q-Q มาอยู่ที่ 15 ลบ. สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของ NPL เราเห็นแรงกดดันของ Int.Spread ซึ่งปรับตัวลงมาอยู่ที่ 12.9% จาก 14-15% ใน 1H17 ซึ่งเกิดจากการลดลงของสินเชื่อ
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
ORI (BUY/18TP: 27), กำไรปกติ 3Q17 น่าประทับใจ แนวโน้ม 4Q17 จะสูงสุดของปี
(views 23)
กำไรปกติ 3Q17 +43% Q-Q, +90% Y-Y จากยอดโอนที่ทำได้อย่างน่าประทับใจ กำไรสุทธิที่สูงถึง 556.1 ล้านบาทใน 3Q17 มาจากกำไรพิเศษจากการขายหุ้นให้ Nomura Real Estate Development (NRED) 267.1 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออก กำไรจากการดำเนินงานปกติจะเป็น 342.4 ล้านบาท ดีกว่าคาดเล็กน้อย และเป็นกำไรที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ +43.4% Q-Q, +116.4% Y-Y จากรายได้โอนที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจ +43.4% Q-Q, +89.9% Y-Y จากการเริ่มโอนโครงการ Notting Hilll เจริญกรุง และ Kensington แหลมฉบัง มูลค่ารวมกว่า 1 พันล้านบาท รวมถึงมีคอนโด 5 โครงการที่โอนต่อเนื่องมาจากปีก่อน ขณะเดียวกันก็ยังรักษาต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีมาก โดย Gross margin อยู่ที่ 46.8% ดีกว่าช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหาร 22% ต่อรายได้ สูงขึ้นกว่าปกติที่ 21% เล็กน้อยตามการเปิดตัวโครงการใหม่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ Norm profit margin อยู่ที่ 20.6% ยังคงรักษาไว้ได้ในระดับสูงใกล้เคียงไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
14
พฤศจิกายน
2017
KAMART (BUY/18TP: 9.8), กำไรสุทธิ 3Q17 ออกมาแย่กว่าคาด แต่จะเห็นการฟื้นใน 4Q17
(views 15)
กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 67 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดที่ 80 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3Q17 อยู่ที่ 67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% Q-Q แต่ลดลง 8% Y-Y โดยรายได้ยังเพิ่มขึ้น 10% Q-Q และ 7% Y-Y อยู่ที่ 398 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวขึ้นเป็น 57.7% จาก 55.4% ใน 2Q17 และ 56.9% ใน 3Q16 แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารกลับเร่งตัวขึ้น โดยคิดเป็น 35.9% ของรายได้รวม จาก 33.7% ของรายได้รวมใน 2Q17 จากค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายและโฆษณาเพื่อสร้างแบรนด์ที่เพิ่มขึ้น และสูงกว่าคาดการณ์ของเราราว 20 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 16.7% จาก 17.1% ใน 2Q17 และ 19.5% ใน 3Q16 กำไรสุทธิ 9M17 อยู่ที่ 209 ล้านบาท ยังมีการเติบโต 3% Y-Y ตามรายได้ที่เติบโตราว 3% Y-Y และความสามารถในการบริหารต้นทุนรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ทำได้ใกล้เคียงเดิม
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
BDMS (T-BUY/18TP: 23), กำไร 3Q17 ดีกว่าคาดอย่างน่าประทับใจ
(views 24)
กำไรปกติ 3Q17 กลับมาโตแกร่งทั้ง Q-Q และ Y-Y BDMS ประกาศกำไรปกติ 3Q17 ออกมาที่ 2,417 ลบ. +51.4% Q-Q, +10.5% Y-Y ดีกว่าเราและตลาดคาดราว 10% โดยในส่วนรายได้เติบโตได้ใกล้เคียงคาด +13.9% Q-Q, +7.1% Y-Y จากแรงหนุนของ High Season และเติบโตใกล้เคียงกันทั้งผู้ป่วยไทยและต่างชาติ ขณะที่ปัจจัยที่หนุนกำไรให้โตแข็งแกร่งเกิดจาก Gross Margin ที่ขยายตัวอย่างน่าประทับใจเป็น 34.7% ในไตรมาสนี้จาก 32% และ 33.8% ใน 2Q17 และ 3Q16 ตามลำดับ รวมถึงค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ แสดงให้เห็นถึงมาตรการควบคุมต้นทุนที่เริ่มเห็นผล นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้จะมีการขายหุ้น BH ออกไปบ้างส่วนในไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
EA (BUY/18TP: 47), กำไร 3Q17 ต่ำกว่าคาดเพราะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นชั่วคราว
(views 19)
กำไร 3Q17 +1% Q-Q, +36% Y-Y ต่ำกว่าคาดเพราะต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่ม EA รายงานกำไรสุทธิ 976.1 ล้านบาทใน 3Q17 เพิ่มขึ้นเพียง 1.0% Q-Q และ 35.9% Y-Y ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดประมาณ 10% เพราะต้นทุนและค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่คาด โดยเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการเปิดดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งใหม่ ค่าธรรมเนียมในการรีไฟแนนซ์เงินกู้ระยะยาวเป็นหุ้นกู้ และดอกเบี้ยจ่ายที่เคยบันทึกเป็นต้นทุนการก่อสร้างก่อนหน้านี้ ทำให้มาร์จิ้นต่ำไปกว่าคาด อย่างไรก็ตาม หากตัดรายการที่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวออก กำไรในไตรมาสนี้ใกล้เคียงที่เราและตลาดคาด มุมมองของเราต่อ EA จึงไม่เปลี่ยน และถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายดังกล่าว มาร์จิ้นโดยรวมก็ยังทำได้ดี Gross margins 47.6% และ EBIDA margin 56.3% สูงกว่าปี 2016 และไม่ต่างจาก 1H17 นัก
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
EPG (BUY/18TP: 16), กำไรฟื้นช้ากว่าคาดแต่กำลังเข้าสู่ High season
(views 21)
กำไรฟื้นตัวช้ากว่าคาด ถูกฉุดด้วยกำลังซื้อในประเทศ EPG รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 (ก.ค.-ก.ย. 2017) ที่ 291.2 ล้านบาท โดยมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 11.9 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรจากการดำเนินงานปกติเป็น 303.1 ล้านบาท เป็นกำไรที่ฟื้นตัวเพียงเล็กน้อย +1.9% Q-Q แต่ -23.4% Y-Y การฟื้นตัวที่ยังไม่ดีนักเพราะถูกฉุดโดยธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก (EPP) (23% ของรายได้รวม) ที่มีรายได้ลดลงถึง 8.3% Q-Q และ 10.0% Y-Y ตามฤดูกาลจับจ่ายที่เป็น Low season ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับบริษัทในกลุ่มค้าปลีก การบริโภคที่ซบเซาทำให้การแข่งขันระหว่างผู้ผลิตรุนแรง ประกอบกับกำลังการผลิตขนาดใหญ่ของ EPG ทำให้การผลิตไม่ถึงระดับ Economy of scales อัตรากำไรขั้นต้นจึงลดเหลือเพียง 19.3% ต่ำกว่า 20% เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี สำหรับธุรกิจฉนวนยางและธุรกิจชิ้นส่วนตกแต่งรถยนต์มีรายได้เพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y แต่ไม่มากพอที่จะชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าไตรมาสก่อนและไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
ERW (T-BUY/18TP: 7.2), กำไร 3Q17 แข็งแกร่งตามคาด
(views 22)
กำไรสุทธิ 3Q17 โตเด่นทั้ง Q-Q และ Y-Y ERW ประกาศกำไรสุทธิ 3Q17 แข็งแกร่งตามคาดที่ 79 ลบ. +38.1% Q-Q, +42.2% Y-Y รายได้ยังเติบโตในระดับที่ค่อนข้างดี 7.6% Q-Q และ 5.3% Y-Y โดย Rev Par เติบโตแข็งแกร่งในทุกระดับโรงแรม (รวมทุกโรงแรม ex. Hop Inn +3% Y-Y, Hop Inn +7% Y-Y) ยกเว้นกล่ม 5 ดาวที่ -4% Y-Y เนื่องจากมีการปรับปรุงห้องพักของโรงแรม เจดับบลิว แมริออท ขณะที่อีกปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรที่สำคัญคือ Margin ที่ยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่องจาก Operating Leverage ส่งผลให้ล่าสุด EBITDA Margin ใน 3Q17 อยู่ที่ 27.9% เพิ่มจาก 26.4% และ 27.1% ใน 2Q17 และ 3Q16 ตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
13
พฤศจิกายน
2017
FSMART (BUY/18TP: 23.5), กำไร 3Q17 ตามคาด
(views 25)
กำไร 3Q17 เพิ่มเล็กน้อย 1.0% Q-Q แต่โต 39.4% Y-Y กำไร 3Q17 ที่ 145 ล้านบาท ใกล้เคียงคาดที่ 147 ล้านบาท เพิ่มเล็กน้อย 1.0% Q-Q แต่ยังโตสูง 39.4% Y-Y กำไรโตไม่มาก Q-Q จากรายได้รวมเพิ่มไม่มาก 2.3% Q-Q เทียบกับไตรมาสก่อนที่เพิ่ม 7.6% Q-Q จากผลกระทบฤดุฝนมากกว่าปกติและกำลังซื้อยังไม่ฟื้นเต็มที่ ขณะที่ต้นทุนเพิ่มในอัตราสุงกว่า จากการขยายจำนวนตู้เติมเงิน ทำให้ Gross margin ลดลงเหลือ 22.9% จากไตรมาสก่อนที่ 24.9% ต่ำกว่าคาดที่ 24.5% จากการขยายตู้เติมเงินค่อนข้างมากในช่วง 2Q17-3Q17 เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาด (เพิ่มตู้ระดับ 3,000 ตู้ต่อเดือน เป็นเกือบ 1.2 แสนตู้ ณ สิ้น 3Q17 จากปกติเพิ่ม 2,000-2,500 ตู้ต่อเดือน) และมีการทำโปรโมชั่นเพิ่มเพื่อจูงใจให้เติมเงินมือถือมากกว่า 100 บาท กำไรยังโตสูง Y-Y ตามมูลค่าทำรายการผ่านตู้เพิ่มขึ้นเป็น 9.3 พันล้านบาท เพิ่ม 61.5% Y-Y (6.1% Q-Q) รวมอานิสงค์จากการที่ร้าน 7-11 เลิกขายบัตร/สลิปเติมเงินของ AIS ตั้งแต่ 4Q16 และบริการใหม่ๆ เช่น บริการรับชำระค่ามือถือรายเดือน และโดยเฉพาะบริการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารผ่านตู้ที่เริ่มให้บริการตั้งแต่ 2Q16 มีมูลค่าการทำรายการเพิ่มข