บทวิเคราะห์รายบริษัท

25
กรกฏาคม
2017
III (IPO/18TP: 5.4), ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรชั้นนำของประเทศ
(views 7)
III เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร โดยเป็นผู้ขนส่ง ทั้งทางอากาศ ทางทะเล ทางบก และผู้รับบริหารจัดการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศและภายในประเทศ รวมถึงให้บริการโลจิสติกส์สินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ซึ่งต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จุดเด่นของบริษัท คือการเป็นผู้ให้บริการตลอดห่วงโซ่อุปทานแบบ One Stop Service รวมถึงมีความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายในการประกอบธุรกิจเป็นเวลานานกว่า 25 ปี ปัจจุบัน ธุรกิจโลจิสติกส์ยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่องจากการเปิด AEC, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ EEC และธุรกิจE-Commerce ที่โตอย่างรวดเร็ว ทำให้เราคาดกำไรสุทธิใน 2 ปีข้างหน้าจะโตเฉลี่ย 46% CAGR ประเมินมูลค่าของหุ้น III อิง PER ที่ 17 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 5.40 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
กรกฏาคม
2017
BCP (BUY/17TP: 40), คาด 2Q17 อ่อนแอ
(views 3)
เราคาดกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 814 ล้านบาท หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y โดยถูกกดดันจากทั้งภาวะอุตสาหกรรมที่ราคาน้ำมันเฉลี่ย -6% Q-Q ทำให้เกิดขาดทุนสต๊อกน้ำมัน อีกทั้ง การหยุดซ่อมโรงงานฉุกเฉิน 26 วัน น่าจะทำให้ค่าการกลั่นต่ำลง -11% Q-Q อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าแนวโน้ม 2H17 จะฟื้นตัว โดยมีปัจจัยหนุนจากการ COD โรงไฟฟ้าในเดือนก.ค.นี้ซึ่งจะเพิ่ม Margin ให้โรงกลั่นราว US$0.15/บาร์เรล นอกจากนี้ BCP ยังถือเป็นโรงกลั่นที่ได้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาน้ำมันเตาที่ปรับตัวดีขึ้นที่สุด ส่วนด้านราคาหุ้นปัจจุบันถือว่าถูกที่สุดในกลุ่มไม่ว่าจะมองที่ P/E P/BV EV/EBITDA และ มี Dividend yield ที่ 5.1% ส่วน 1H17 เราคาดที่ 2.7% ดังนั้น เรายังแนะนำซื้อ คงราคาเหมาะสม 40.0 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
กรกฏาคม
2017
HMPRO (HOLD/17TP: 10.8), กำไร 2Q17 เติบโตตามคาด โดย SSSG ติดลบหนักขึ้น
(views 2)
กำไรสุทธิ 2Q17 ตามคาด โตได้แต่ไม่ตื่นเต้น กำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 1,131 ล้านบาท (+8.1% Q-Q, +14.1% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 1,107 ล้านบาท) โดย SSSG ติดลบมากขึ้นตามคาดมาอยู่ที่ราว -5.2% Y-Y จาก -2.5% Y-Y ในไตรมาสก่อน ถือเป็นการติดลบมากสุดในรอบ 13 ไตรมาส จากเหตุฝนตกเร็ว, กำลังซื้ออ่อนแอ และได้รับผลกระทบของ Cannibalization จากสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน แต่มีการเปิดสาขาใหม่ในไตรมาสนี้คือ HMPRO มาเลเซียที่มะละกา, HMPRO ที่โลตัส บางแค และ HMPRO S ที่ Gateway เอกมัย ทำให้มีรายได้รวมเติบโต 3.7% Q-Q และ 1.2% Y-Y แต่สาเหตุหลักที่ทำให้กำไรเติบโตได้ดีกว่ารายได้ มาจากปรับการ Sourcing สินค้า ทำให้ยังเห็นการขยับขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นมาอยู่ที่ 26% จาก 25.4% ใน 2Q16 ซึ่งเป็นการทรงตัวจากไตรมาสก่อน นอกจากนี้บริษัทยังได้เน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายเข้มข้นขึ้น ภายใต้สถานการณ์กำลังซื้อที่ไม่ดี ซึ่งสามารถลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลงมาอยู่ที่ 22.4% จาก 23.1% ใน 1Q17 และ 22.9% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
25
กรกฏาคม
2017
BH (BUY/17TP: 200), คาดกำไร 2Q17 โตในอัตราเร่ง
(views 3)
เราคาดกำไรปกติ 2Q17 ของ BH -6.3% Q-Q, +9.8% Y-Y จากอานิสงส์ของฝนที่มาเร็วปีนี้ ทำให้รายได้คาดว่าจะพลิกมาเติบโตเล็กน้อย Y-Y และยังสามารถควบคุมต้นทุนได้ดี ขณะที่การเติบโตทั้งปีเรายังคาดโต 7% Y-Y โดยยังขับเคลื่อนจากการขยายตัว Margin เป็นหลัก แม้การเติบโตของรายได้ยังไม่โดดเด่น แต่จากความสามารถในการทำกำไรที่ยังเป็นเลิศ ฐานะการเงินและกระแสเงินสดที่ยังแข็งแรง ประกอบกับราคาหุ้นอ่อนตัวลงมาจนมี Upside กว่า 10% เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 200 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
กรกฏาคม
2017
SEAFCO (BUY/17TP: 16.6), เข้าสู่ยุคทองของงานฐานราก
(views 4)
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์หุ้น SEAFCO ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” และประเมินราคาเป้าหมายปี 2018 เท่ากับ 16.60 บาท อิง PER 18x สะท้อนผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากอุตสาหกรรมก่อสร้างที่มีแนวโน้มเติบโตจากการประมูลงานที่คึกคักในปี 2017-19 โดย SEAFCO ได้ประโยชน์โดยตรงจากการเป็นผู้นำก่อสร้างฐานราก แม้ใน 2Q17 กำไรจะถูกกดดันจากปัจจัยฤดูกาล แต่เราเชื่อว่าการรับรู้รายได้และกำไรจะเร่งตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของปี โดยคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะโตโดดเด่น 46.5% Y-Y และโตต่อเนื่อง 23% Y-Y ในปีหน้า โดยมีสัญญาณบวกจากงานในมือที่ปัจจุบันมีถึง 2.1 พันล้านบาท นับว่าเป็นสถิติสูงสุด ซึ่งคาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ราว 80-90% บวกกับงานใหญ่ของทั้งภาครัฐ และเอกชนที่จะเข้ามาเติม Backlog ตั้งแต่ 2H17 อีกมาก อาทิ รถไฟฟ้าสีส้ม ชมพู เหลือง และโครงการ Mixed Use
อ่านเพิ่มเติม
25
กรกฏาคม
2017
KKP (HOLD/17TP: 73), เงินปันผลอาจน้อยกว่าปีก่อน แต่ Yield ก็ยังน่าสนใจ
(views 3)
เราไม่กังวลต่อผลกำไรที่ลดลงใน 2Q17 เนื่องจากค่าใช้จ่ายหลายรายการเป็นค่าใช้จ่ายที่จะไม่เกิดต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป ขณะที่คาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมน่าจะฟื้นตัวขึ้นได้จากงาน IB ซึ่งจะส่งผลต่อแนวโน้มกำไร 3Q17 ที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้ราว 25%Q-Q อย่างไรก็ตามเราปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ลงเนื่องจากคาดการณ์การตั้งสำรองฯที่มากกว่าประมาณการเดิมจาก NPL ที่สูงขึ้น ขณะที่ปรับลดคาดการณ์เงินปันผลลง เพื่อรักษาเงินกองทุนในเหมาะสมต่อการขยายตัวของธุรกิจในปีถัดไป แม้กระนั้นเรายังคาดการณ์ Dividend Yield ที่น่าสนใจราว 7% ต่อปี โดยราคาเหมาะสมปรับลงเป็น 73 บาท ซึ่งมี Upside ที่แคบลง คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
24
กรกฏาคม
2017
KSL (HOLD/17TP: 5.6), มองเป็นกลางต่อการควบรวมธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพกับ BCP
(views 5)
ระยะสั้น เรามีมุมมองเป็นกลางต่อการควบรวมธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพของ KSL และ BCP เพราะนอกจากคาดจะไม่กระทบต่อผลประกอบการระยะสั้นของ KSL แล้ว เรายังไม่เห็น Synergy ที่จะเกิดได้ทันที โดยเฉพาะในส่วนของการผลิต เพราะมีกำลังการผลิตและวัตถุดิบที่แยกกันอย่างชัดเจน แต่มองเป็นบวกในภาพระยะยาว หากสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น รวมถึงสร้างความแข็งแกร่งในการทำตลาดและขยายฐานลูกค้า และการต่อยอดความรู้จากการแลกเปลี่ยนข้อมูล และประสบการณ์ระหว่างกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะถัดไป ในขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานหลักของ KSL น่าจะแผ่วลงใน 2H17 โดยมองผ่านจุดสูงสุดของปีนี้ไปแล้วใน 2Q17 ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 โต 171.7% Y-Y จากฐานที่ต่ำมากในปีก่อน และคาดโตเพียง 3.7% Y-Y ในปี 2018 จากราคาน้ำตาลที่ปรับลดลง เรายังคงราคาเป้าหมาย 5.6 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) โดยปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ จากราคาหุ้นปรับลงมาแล้ว 12% จากที่แนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนในรายงานฉบับก่อน
อ่านเพิ่มเติม
24
กรกฏาคม
2017
ASEFA (BUY/17TP: 9.7), คาดกำไร 2Q17 เพิ่ม 21.8% Q-Q, 9.9% Y-Y คาดเร่งตัวขึ้นอีกใน 2H17
(views 4)
คาดกำไร 2Q17 เพิ่มขึ้น 21.8% จากไตรมาสก่อนซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของปี ตามการรับรู้รายได้เพิ่มตามฤดูกาล เราคาดหวังการเร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลังตามปกติที่จะมีการส่งมอบงานมากในช่วงดังกล่าว จึงคงประมาณการกำไรทั้งปีโตเกือบ 13% Y-Y ตามการโตของรายได้ โดยมี Backlog ระดับสูง หนุนและความสามารถในการหางานที่แข็งแกร่ง และคาดได้อานิสงส์จากการลงทุนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ใน 3-4 ปีข้างหน้า เช่น โครงการรถไฟฟ้า โครงการสุวรรณภูมิเฟส 2 โครงการสายไฟฟ้าลงดิน เป็นต้น ราคาหุ้นที่ค่อนข้างทรงตัวในช่วงที่ผ่านมา คิดเป็น PE 12.4 เท่า ยังต่ำกว่ากลุ่ม และมี Upside 33% จากราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 9.70 บาท (ที่ PE 16.5 เท่า) รวมทั้งคาด Dividend yield ในอัตราค่อนข้างดี ปี 2017 ที่ 4.8% (จ่ายปีละครั้ง) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
24
กรกฏาคม
2017
BIG (BUY/17TP: 5), ราคาปรับตัวลงจน Downside ในเชิงพื้นฐานเริ่มจำกัด “ซื้อ”
(views 5)
เราปรับลดประมาณการปี 2017-2018 ลงปีละ 9% เหลือ 888 ล้านบาท (+5% Y-Y) และ 977 ล้านบาท (+10% Y-Y) ตามลำดับ เพื่อสะท้อนกำลังซื้อช่วง 2Q17 ที่ชะลอกว่าคาด พร้อมกับปรับลด PE Multiplier ลงเหลือ 20 เท่า จาก 25 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยตั้งแต่ BIG เข้าตลาด ส่งผลให้ราคาเป้าหมายปี 2017 ลดลงเหลือ 5.00 บาท จากเดิม 6.90 บาท ทั้งนี้ แม้ความน่าสนใจในฐานะ Growth Stock จะหมดไป เพราะฐานกำไร 2 ปีที่ผ่านมาสูงขึ้นมาก แต่เราคาดกำไรสุทธิ 2Q17 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี และน่าจะค่อยๆฟื้นตัวใน 2H17 จากการจัดงาน Big Pro Days ที่ยอดขายยังเติบโตกว่าปีก่อน, ผู้ผลิตกล้องนัดกันออกสินค้าใหม่ใน 3Q17, และการรุกตลาดพิมพ์ภาพดิจิตอลที่มีอัตรากำไรสูง อีกทั้ง เป็นไปได้ที่จะเห็นการกลับรายการค่าเผื่อสินค้าด้อยค่า เกิดขึ้นเร็วจากการจัดโปรโมชั่นร่วมกับผู้ผลิตกล้อง ราคาปัจจุบันที่ลงมาจน PE2017 เหลือเพียง 15 เท่า ซึ่งเป็นกรอบล่างตามค่าเฉลี่ยในอดีตของ BIG และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มซื้อขายสินค้าไอทีที่ 25 เท่า ทำให้ BIG เริ่มกลับมาดูน่าสนใจในเชิง Valuation ที่ถูกเมื่อเทียบกับกลุ่ม เราจึงยังคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
กรกฏาคม
2017
BBL (HOLD/17TP: 230), กำไร 2Q17 ผลประกอบการ 2Q17 น่าผิดหวัง
(views 5)
กำไร 2Q17 น้อยกว่าคาดจาก Opex ที่เพิ่มเกินคาด BBL รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 8,047 ลบ. ลดลง 3%Q-Q แต่ +12%Y-Y น้อยกว่าที่เราคาดไว้ซึ่งเกิดจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่สูงเกินคาดโดย +16%Q-Q และ +2%Y-Y ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายอาคารสถานที่และค่าใช้จ่ายอื่น (คาดว่าเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อปรับปรุงระบบ) ทำให้ Cost to income ratio พุ่งขึ้นเป็น 45.8% จาก 41% ในไตรมาสก่อน ด้านรายได้รวมถือว่าทำได้ดีกว่าที่คาดทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (+1.8%Q-Q และ +6.2%Y-Y) ทั้งๆที่มีพอร์ตสินเชื่อบางส่วนอิงกับ MRR และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ +4.9%Q-Q และ +24%Y-Y (จากรายได้จากเงินปันผล และกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์) ในไตรมาสนี้ธนาคารมีการตั้งสำรองฯที่ 5.7 พันลบ. -2%Q-Q แต่ +61%Y-Y หรือ Credit cost ที่ 1.17% ซึ่งมากกว่าที่เราคาดไว้ ซึ่งเป็นไปตาม NPL ที่เพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
21
กรกฏาคม
2017
SCB (BUY/17TP: 182), ผลประกอบการ 2Q17 เป็นไปตามที่คาด
(views 8)
กำไร 2Q17 ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ SCB รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 11,911 ลบ. ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน แต่ลดลง 7%Y-Y เป็นไปตามที่เราและตลาดคาดไว้ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +1%Q-Q ถือว่าทำได้ดีกว่าที่เราคาดไว้ และสะท้อนว่า SCB ได้รับผลกระทบจากการปรับลด MRR และ MLR ในช่วงเดือนพ.ค. น้อยกว่าที่เราคาดไว้ โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปรับลดลงจากไตรมาสก่อนเพียง 0.03% เป็น 3.18%?? โดยมีแรงช่วยจากรายได้จากเงินลงทุนและรายได้จากรายการระหว่างธนาคาร ขณะที่ CoF ที่ยังลดต่ำลงจากฐานเงินฝากระยะสั้น (ออมทรัพย์) ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +5.3%Q-Q มาจากรายได้เงินปันผล และกำไรจาก FX ที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน +5%Q-Q, +13.5% Y-Y จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน (ปรับขึ้นเงินเดือนและจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น) และค่าใช้จ่ายอื่น (ค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าที่ปรึกษา)
อ่านเพิ่มเติม
21
กรกฏาคม
2017
KTB (BUY/17TP: 22), แผนการลด NPL เข้มข้นขึ้น
(views 8)
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 เป็น 2.85 หมื่นลบ. (-12%Y-Y) โดยส่วนใหญ่การปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญเพื่อสะท้อนการตั้งสำรองฯที่สูงกว่าคาดใน 2Q17 แนวโน้มกำไร 2H17 คาดว่าจะดีขึ้น H-H โดยคาดการณ์ว่าการตั้งสำรองฯจะลดลงสู่ระดับปกติที่ Credit cost 1.5% ต่อไตรมาสและคาดรายได้จากงานภาครัฐที่เข้ามามีบทบาทในรูปแบบของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยซึ่งแผ่วลงไปมากใน 1H17 ด้านการจัดการ NPL เราเซอร์ไพรส์ที่เห็นนโยบายเชิงรุกมากขึ้นจากการ Write-off และการขาย ซึ่งก่อนหน้านี้ KTB ไม่ได้คำนึงถึง แม้ราคาเหมาะสมจะปรับลดเป็น 22 บาท (เดิม 24 บาท) เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรใหม่ แต่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่า Prospective 2017 BVS ขณะที่คาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ราว 4.5% ต่อปี (ทั้งสองเหตุผลทำให้ KTB จัดเป็น Valued-play stock ได้ จึงแนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
21
กรกฏาคม
2017
ERW (BUY/17TP: 6), 2Q17 เป็น Low Season ที่ดีสุดที่เคยมี
(views 11)
เราคาดผลการดำเนินงาน 2Q17 ยังมีกำไรปกติต่อเนื่องแม้เป็น Low Season ที่ 36 ลบ. ก้าวกระโดดจาก 1 ลบ.ในปีก่อน หนุนโดยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น 7.6% Y-Y เรายังมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวจากการลงทุนที่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง ซึ่งจำนวนห้องพักจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 50% ณ สิ้นปี 2020 และเชื่อว่าโรงแรมที่เปิดใหม่จะไม่เป็นตัวถ่วงผลการดำเนินงานโดยอิงจากความสำเร็จในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมาและ Portfolio ที่แข็งแกร่งกว่าในอดีตมาก เรายังคงคาดการกำไรปกติปี 2017-2018 เติบโตเฉลี่ย 19% ต่อปี และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 6 บาท
อ่านเพิ่มเติม
21
กรกฏาคม
2017
MFEC (BUY/17TP: 6), เห็น MFEC วันนี้แล้วนึกถึง Google… “ซื้อ” เป้า 6.00 บาท
(views 14)
แนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 6.00 บาท อิง PE เฉลี่ยของกลุ่มที่ 15 เท่า โดยเรามอง MFEC เป็น Dividend Stock ในกลุ่ม small-cap. อีกตัวที่น่าสนใจ เพราะให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสม่ำเสมอ 5-6% ต่อปี และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ด้วยเงินสดในมือและมูลค่าตามบัญชีสูงถึง 2.2 บาท/หุ้น และ 4.6 บาท/หุ้น อีกทั้งยังแทบไม่มีหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ย โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา MFEC มีการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อรองรับงานภาครัฐฯที่ชะลอ และการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันถือว่าเริ่มนิ่งในแง่ของการรักษาฐานรายได้และการควบคุมค่าใช้จ่าย รวมถึงการลงทุนธุรกิจใหม่ในกลุ่ม Startup เราคาดกำไรปกติปี 2017-2018 กลับมาโตเฉลี่ย 35% ต่อปี ขณะที่ การเข้ามาถือหุ้นของ TIS INC. 20% จะเกิด Synergy จากการได้ลูกค้าใหม่มากขึ้น ส่วนด้าน Valuation ถือว่ายังไม่แพง โดย PE2017 และ PBV อยู่ที่ 13 เท่า และ 1.1 เท่า ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 15 เท่า และ 2.3 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
21
กรกฏาคม
2017
DCC (HOLD/17TP: 4.1), คาดกำไรสุทธิ 2Q17 ไม่น่าตื่นเต้น
(views 6)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q17 น่าจะทรงตัว Q-Q แต่หดตัว 4% Y-Y ถูกกดดันจากหลายปัจจัย อาทิ ฝนที่ค่อนข้างเร็ว วันหยุดยาว และต้นทุนก๊าซ ส่วนการรับจ้างบริหาร RCI หนุนให้ DCC ขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมตลาดกลาง-บน และมีสินค้าที่หลากหลายขึ้น เรายังคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ที่ 1,397 ล้านบาท (-1.7% Y-Y) หุ้นมีความโดดเด่นในการจ่ายปันผลดี โดยเราคาดจะจ่ายปันผลทั้งปี 0.16 บาท คิดเป็น Yield 4% ปัจจุบันราคาหุ้นใกล้ราคาเหมาะสมของเราที่ 4.10 บาทแล้ว มี Upside เพียง 1.5% จึงแนะนำถือ
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2017
DELTA (HOLD/17TP: 92), คาดกำไรหลัก 2Q17 โตดี แต่มีค่าใช้จ่ายพิเศษกดดันกำไรสุทธิ
(views 10)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q17 น่าจะปรับลดลงหนักทั้ง Q-Q และ Y-Y แต่มาจากรายการพิเศษค่าใช้จ่ายภาษีย้อนหลังก้อนใหญ่ที่เป็น One Time หากไม่รวมรายการพิเศษ พบว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานหลักทำได้ดี จากการเติบโตของรายได้เป็นหลัก ซึ่งสามารถชดเชยผลลบจากการแผ่วลงของอัตรากำไรขั้นต้นที่เกิดจากค่าเงินบาทแข็งค่า และการเปลี่ยนแปลงของ Product Mix ได้ทั้งหมด หากกำไรปกติ 2Q17 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็นสัดส่วน 43% ของประมาณการทั้งปี แนวโน้มกำไรปกติน่าจะดีต่อเนื่อง และอาจเป็นจุดสูงสุดของปีใน 3Q17 เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 ไว้เติบโต 26.7% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 92 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) มี Upside 3.7% คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2017
KBANK (BUY/17TP: 240), กำไร 2Q17 น้อยกว่าคาด
(views 7)
กำไร 2Q17 น้อยกว่าที่คาด แต่ PPOP ใกล้เคียงคาด KBANK รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 8,986 ลบ. ลดลง 12%Q-Q และ 5%Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 10% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่สูงกว่าคาด โดยในไตรมาสนี้ KBANK ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญ 1.06 หมื่นลบ. +16%Q-Q และ +22%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 2.45% มากกว่า Guidance ที่ธนาคารได้ให้ไว้ทั้งปี ซึ่งน่าจะเป็นการตั้งสำรองฯสำหรับลูกหนี้รายหนึ่งที่มีปัญหาสภาพคล่องด้วย หากหักรายการสำรองฯออก PPOP ใกล้เคียงกับที่คาดไว้โดย ทรงตัว Q-Q และเพิ่มขึ้น +6.5%Q-Q สังเกตุว่า NIM สูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.43% ดีกว่าที่เราคาดไว้ สะท้อนว่า KBANK ได้รับผลกระทบจากการปรับลด MRR ไม่มาก
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2017
KTB (BUY/17TP: 24), กำไร 2Q17 ลดลงตามคาด แต่ NPL เริ่มดีขึ้น
(views 8)
กำไร 2Q17 ลดลงตามคาดจากการตั้งสำรองฯหนี้ KTB รายงานกำไร 2Q17 ที่ 3.2 พันลบ. ลดลง 62%Q-Q และ 63%Y-Y ลดลงมาใกล้เคียงกับกรณีที่เราคาดว่าเป็นกรณี Worse case ของเรา กำไรสุทธิที่ลดลงส่วนใหญ่เกิดจากการตั้งสำรองฯหนี้สูญในไตรมาสนี้ที่ 1.39 พันลบ. +86%Q-Q และ +79%Y-Y หรือคิดเป็น Credit cost ที่ 2.9% เนื่องจากการกลายเป็นหนี้ด้อยคุณภาพของลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่งในกลุ่มเหมืองแร่ ซึ่งธนาคารได้ตัดสินใจกันสำรองหนี้สูญทั้งจำนวน หากไม่นับรวมรายการดังกล่าว PPOP ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ โดย NIM ขยับลงเล็กน้อยเป็น 3.35% เนื่องจากผลของการปรับลด MRR ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 9.7%Q-Q และ 2.8%Y-Y ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้จากการปริวรรตเงินตราที่ลดลงซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล ขณะที่ Cost to income ratio ย่อตัวลงมาอยู่ที่ราว 39% จาก 40.6% ในไตรมาสก่อนเนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายพนักงาน (การบันทึกโบนัสในไตรมาสก่อน)
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2017
RS (HOLD/17TP: 14.5), คาดกำไรปกติ 2Q17 ฟื้นตัวสูงต่อเนื่อง Q-Q, Y-Y
(views 7)
คาดผลประกอบการ 2Q17 ฟื้นต่อเนื่อง กำไรปกติเพิ่ม 272.5% Q-Q และกลับจากขาดทุนใน 2Q16 ปัจจัยหนุนหลักยังคงมาจากยอดขายธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ H&B โตก้าวกระโดด ขณะที่รายได้ทีวีดิจิตอลกระเตื้องขึ้น ตามฤดูกาล ท่ามกลางการแข่งขันยังสูงและกำลังซื้อโดยรวมไม่ฟื้นตัวดีนัก จากแนวโน้มยอดขาย H&B ที่ดีกว่าเคยคาด ทำให้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ขึ้น 18-26% เป็นผลประกอบการที่คาดฟื้นตัวสูงใน 2 ปีข้างหน้า จากขาดทุนในปีก่อน แต่ราคาหุ้นขึ้นเร็ว ทำให้มี Upside จำกัด จากราคาเป้าหมายใหม่ที่ 14.50 บาท จากเดิม 10.80 บาท คงแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2017
TMB (BUY/17TP: 2.84), รายได้ค่าธรรมเนียมเป็น key driver ในปีนี้
(views 6)
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการต่อสัญญาการขายประกันชีวิตระหว่าง TMB และ FWD โดยเฉพาะการได้รับค่าธรรมเนียมการใช้ช่องทางธนาคาร (Access fee) จำนวน ~ 2 หมื่นลบ. ที่นอกเหนือจาก Incentive fee และ Commission fee ทำให้ TMB จะมีสภาพคล่องที่ไม่มีต้นทุนใดๆนำไปลงทุนในรูปของเงินลงทุนระหว่างธนาคารหรือเงินให้สินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น นอกจากนี้เราคาดว่า TMB จะมีรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจากการทยอยรับรู้รายได้ใน 15 ปีข้างหน้ารวมถึงการขยายประกันผ่านธนาคารที่น่าจะสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นด้วย เราคงคำแนะนำ ซื้อ โดยคงราคาเหมาะสมที่ 2.84 บาท
อ่านเพิ่มเติม
20
กรกฏาคม
2017
BAY (BUY/17TP: 42), กำไร 2Q17 แข็งแกร่ง
(views 6)
กำไรสุทธิ 2Q17 ดีกว่าคาด BAY รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 5,871 ลบ. เพิ่มขึ้น 4%Q-Q และ 11%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยรับที่มากกว่าที่คาดไว้ (+3%Q-Q, +11%Y-Y) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้จากสินเชื่อเช่าซื้อที่ดีเกินคาดมาก ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยดีเกินคาดโดยปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.89% จาก 3.82% ในไตรมาสก่อน นอกจากนี้ยังมาจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยน้อยกว่าที่คาด เนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายพนักงาน ในไตรมาสนี้ BAY มีการตั้งสำรองฯที่ 5.4 พันลบ. เพิ่มขึ้น 3.7%Q-Q และ 3.5%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.47% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน ซึ่งน่าจะเป็นระดับปกติของธนาคารและสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อ
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2017
KTC (BUY/17TP: 120), Positive Surprise
(views 16)
กำไร 2Q17 สร้างเซอร์ไพรส์เชิงบวก KTC รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 787 ลบ. +7.4%Q-Q และ +35.7%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ และสร้าง New High ได้อีกครั้ง ผลกำไรที่ดีกว่าคาดเกิดจาก 1.รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2.6%Q-Q และ 12%Y-Y เป็นไปตามเงินให้สินเชื่อที่ +1.9%Q-Q และส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อบัตรเครดิต 2. รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงกว่าคาด ซึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม และหนี้สูญรับคืน และ 3.ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญน้อยกว่าที่เราคาดไว้ โดยในไตรมาสนี้ KTC มีการตั้งสำรองฯที่ 1.67 พันลบ. +2%Q-Q ซึ่งยังเป็นการตั้งสำรองฯที่มากกว่า NPL ที่มีอยู่ โดย NPL รวมอยู่ที่ 1.57% (แบ่งเป็น NPL ของบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ 1.22% และ 0.88% ตามลำดับ) ลดลงจาก 1.7% ในไตรมาสก่อน
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2017
TCAP (HOLD/17TP: 51), มีความดีที่คงที่
(views 10)
กำไร 2Q17 ดีกว่าคาด TCAP รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 1,675 ลบ. เพิ่มขึ้น +4.5%Q-Q และ +14.2%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ 11% เนื่องจากมีรายได้ดอกเบี้ยรับจากการให้สินเชื่อที่ดีกว่าคาด (ตามการเติบโตของสินเชื่อและส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น สังเกตว่า Spread ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.91% ในไตรมาสนี้จาก 2.89% ในไตรมาสก่อน) และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่สูงกว่าคาด (ส่วนใหญ่มากจากกำไรจากเงินลงทุน) ขณะที่การควบคุมค่าใช้จ่ายทำได้ดีกว่าที่คาดแม้ว่ามีการปรับโครงสร้างองค์กรและฐานรายได้ที่สูงขึ้น ส่งผลให้ Cost to income ratio อยู่ที่ 52.56% จากไตรมาสก่อนที่ 54.8%
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2017
THANI (BUY/17TP: 6.25), กำไรดีกว่าคาดและเป็นจุดสูงสุดใหม่
(views 13)
กำไร 2Q17 มีความแข็งแรง
THANI รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 258 ลบ. +5%Q-Q และ +19%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้และเป็นกำไรที่เป็นจุดสูงสุดใหม่ กำไรที่ดีกว่าคาดเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าคาด โดย +3.6%Q-Q และ 10%Y-Y ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของสินเชื่อ ขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่าที่คาดไว้ ส่งผลให้ Cost to income ratio ต่ำกว่า 20% ต่ำสุดในประวัติการณ์ ทั้งนี้ในไตรมาสนี้ THANI มีการตั้งสำรองหนี้สูญที่ 147 ลบ. +5.5%Q-Q และ 18%Y-Y ซึ่งเป็นการตั้งสำรองตามปกติ (ตามอายุหนี้) และการตั้งสำรองฯพิเศษเพื่อรองรับการเปลี่ยนวิธีการตั้งสำรองฯตามมาตรฐานบัญชีใหม่ ซึ่งเป็นไปอย่างที่เคยปฏิบัติมาทุกไตรมาส (ไม่มีรายละเอียดว่าอย่างละเท่าไหร่) ทำให้เพิ่มความมั่นใจให้กับเราว่าการตั้งสำรองฯพิเศษนี้น่าจะใกล้จบและครบตามที่ต้องการภายในปีนี้
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2017
DRT (BUY/17TP: 6.6), คาดกำไร 2Q17 ถูกกดดันจากปัจจัยฤดูกาล แต่ปันผลดี
(views 9)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q17 คาดลดลง 11% Q-Q จากฝนที่ค่อนข้างเร็ว และวันหยุดยาว แต่ยังโต 3% Y-Y จากการควบคุม SG&A ได้ดี และปรับ Product mix ทำให้คาดกำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 27.3% จาก 27.1% แม้ใน 2H17 จะได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของกม.แรงงานต่างด้าว ทำให้ธุรกิจวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มชะลอตัว แต่เรายังคงคาดกำไรปกติทั้งปี +17% Y-Y จากการรุกตลาดทุกช่องทางขาย และการรักษากำไรขั้นต้นให้อยู่ระดับที่ดี เราคาดจ่ายปันผลทั้งปี 0.31 บาท(Yield 5.1%) และแบ่งจ่ายใน 1H17 ที่ 0.16 บาท(Yield 2.7%) คงราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 6.60 บาท แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2017
ROBINS (BUY/17TP: 68), หลายปัจจัยลบ กดดันแนวโน้มกำไร 2Q17
(views 10)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q17 ไม่สดใสคาดลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y เนื่องจากเผชิญหลายปัจจัยลบกดดัน ทั้งกำลังซื้ออ่อนแอ และฝนตกเร็วกว่าปกติ คาดกดดัน SSSG ให้ติดลบมากขึ้น รวมถึงการเข้าโปรโมชั่นใหญ่ของเครือเซ็นทรัลฯ น่าจะกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นให้แผ่วลง ในขณะที่มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ แนวโน้มกำไรน่าจะยังไม่ฟื้นตัวนักใน 3Q17 เพราะเป็น Low Season และคาดจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งใน 4Q17 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจค้าปลีก และคาดเห็นบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยกลับมาคึกคักมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มกำไร 1H17 ที่อ่อนแอกว่ที่เคยคาด จึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลง 10% เป็นทรงตัว Y-Y แต่หากตัดรายการพิเศษปีก่อนออกไป คาดกำไรปกติปี 2017 จะโต 9.7% Y-Y จากเดิมคาดโต 22% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 68 บาท จากเดิม 76 บาท (DCF, Implied PER 27 เท่า) ยังมี Upside 21.4% จึงคงคำแนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
19
กรกฏาคม
2017
PTTEP (T-BUY/17TP: 103), ถูกกดดันระยะสั้นจากกำไร 2Q17 แต่มี upside จากการประมูล
(views 8)
เราคาดกำไรปกติ 2Q17 ที่ 6.2 พันล้านบาท +17% Y-Y แต่ -16% Q-Q เพราะต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ปริมาณขายลดลงเพราะมีการหยุดซ่อมแหล่งผลิตปิโตรเลียม รวมถึงการหยุดการผลิตกรณีที่ดิน ส.ป.ก. แนวโน้มหลังจากนี้ผลประกอบการน่าจะทำได้แค่ทรงตัว เพราะ แม้ลูกค้าในมาเลเซียอาจกลับมาซื้อก๊าซจาก PTTEP ได้ตามแผนอีกครั้ง และ การหยุดซ่อมแหล่งปิโตรเลียมจะลดลง แต่จากผลกระทบของราคา LNG ทำให้คาดว่าปริมาณการขายก๊าซให้ PTT ยังมีแนวโน้มลดลง และ น่าจะต่อเนื่องไปในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งอาจทำให้สมมติฐานปริมาณขายของเรามี Downside ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำเพียงซื้อเก็งกำไร ราคาเหมาะสม 103 บาท จากประเด็นการเปิด TOR ประมูลแหล่งปิโตรเลียมที่จะหมดอายุปี 2022-2023 ช่วงเดือนส.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม
18
กรกฏาคม
2017
MINT (BUY/17TP: 43), ธุรกิจโรงแรมยังเป็นพระเอกใน 2Q17
(views 9)
เราคาดกำไรปกติ 2Q17 ของ MINT หดตัว 63.1% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่โตแข็งแกร่ง 19.3% Y-Y นำโดยธุรกิจโรงแรมที่มี Rev Par เติบโตสูงในทุกภูมิภาค และชดเชยธุรกิจอาหารที่ชะลอตัวตามกำลังซื้อและการบริโภคได้ ขณะที่แนวโน้มกำไรในช่วง 2H17 ต่อเนื่องจนถึงปี 2018 ยังคงสดใส โดยระยะสั้นมี Catalyst จากโรงแรม Tivoli ในโปรตุเกสกำลังอยู่ในช่วง High Season ซึ่งจะช่วยหนุนกำไร 3Q17 เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 43 บาท
อ่านเพิ่มเติม
18
กรกฏาคม
2017
TMB (BUY/17TP: 2.84), กำไร 2Q17 ดีกว่าคาดจากรายได้ค่าธรรมเนียม ดีต่อใน 2H17
(views 14)
กำไรสุทธิ 2Q17 ดีกว่าคาดจากค่า Access fee รับจาก FWD TMB รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 2.33 พันลบ. +11%Q-Q และ +8% Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายประกันชีวิตผ่านธนาคารและรายได้ค่าธรรมเนียมการเข้าถึงช่องทางการให้บริการของธนาคาร (Access fee) ซึ่งได้รับจากการต่อสัญญาความร่วมมือกับ FWD ที่เข้ามาเป็นพิเศษซึ่งสังเกตว่า TMB ได้บันทึกรายการนี้ในรายการลูกหนี้อื่นและรายได้รับล่วงหน้าที่ราว 2 หมื่นลบ. ตามการต่อสัญญาอีก 15 ปี ซึ่งเป็นผลให้ TMB จะทยอยรับรู้เป็นรายได้ปีละ ~ 1.3 พันลบ. หรือ ไตรมาสละ ~ 330 ลบ. (ใน 2Q17 เป็นการบันทึกย้อนหลังรวมราว 660 ลบ.)
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2017
KTC (BUY/17TP: 120), เกณฑ์การคุมธุรกิจไม่หนักอย่างที่คาดไว้
(views 12)
เราปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ แต่ปรับลดราคาเหมาะสมปี 2017 ลงเป็น 120 บาท ตามประมาณการกำไรสุทธิปีนี้และปีหน้าที่ปรับลดลง 10% และ 22% ตามลำดับ เป็น 2.57 พันลบ. (+3%Y-Y) และ 2.59 พันลบ. (+0.9%) ตามลำดับ เพื่อสะท้อนการปรับลดรายได้ดอกเบี้ยจากธุรกิจบัตรเครดิตที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากเกณฑ์เพดานอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบัตรเครดิต และปรับลดอัตราการเติบโตของสินเชื่อปี 2018 ลงเหลือ 3% จาก 12% เพื่อสะท้อนเกณฑ์การกำหนดวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลที่เข้มงวดขึ้น แม้ว่าระยะสั้นยังขาดปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้น (กำไร 2Q17 คาดว่าจะชะลอ Q-Q, เกณฑ์ธปท.กดดัน) แต่เราเห็น Upside ต่อประมาณการใน 2H17 จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและ Credit cost ที่อาจน้อยกว่าคาดไว้
อ่านเพิ่มเติม
17
กรกฏาคม
2017
SCC (BUY/17TP: 610), คาดกำไร 2Q17 ไม่น่าตื่นเต้น
(views 10)
เราคาดกำไรปกติ 2Q17 ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท ทรงตัว Y-Y แต่ –14% Q-Q เนื่องจาก Margin ปิโตรเคมีที่ลดลงกดดันผลประกอบการกลุ่มเคมีภัณฑ์ และ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือ ขณะที่ธุรกิจวัสดุก่อสร้างถูกกดดันจากการก่อสร้างในประเทศยังไม่ฟื้นตัว และ มีค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น กำไร 1H17 น่าจะเท่ากับ 53% ของคาดการณ์เราทั้งปี ส่วนแนวโน้ม 3Q17 น่าจะทำได้เพียงทรงตัว ก่อนจะเห็นการเติบโตอีกครั้งช่วงปลายปีตามการก่อสร้างภาครัฐที่จะเป็นรูปธรรมมากขึ้น ดังนั้น เรายังคงประมาณการกำไรปกติ 5.4 หมื่นล้านบาท ทรงตัวในระดับเดียวกับปีก่อนซึ่งเป็นระดับสูงสุดของ SCC ส่วนในระยะยาวเรายังคงชอบ SCC ในด้านการกระจายธุรกิจ การเติบโตไปต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และ การเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ HVA ทำให้ผลประกอบการที่ผ่านมาเติบโตต่อเนื่อง และ มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ราคาหุ้นปัจจุบันถือว่าไม่แพง โดยมี P/E เพียง 10.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ดังนั้น ยังคงคำแนะนำซื้อลงทุน ราคาเหมาะสม 610 บาท
อ่านเพิ่มเติม
14
กรกฏาคม
2017
DTAC (SELL/17TP: 46), กำไร 2Q17 ดีกว่าคาดมาก แต่ยังไม่มั่นใจระยะกลาง
(views 8)
กำไร 2Q17 ดีกว่าคาดมาก DTAC ประกาศผลการดำเนินงาน 1Q17 ออกมาดีกว่าคาดมากโดยมีกำไรปกติ 739 ลบ. +247.6% Q-Q, +37.2% Y-Y โดยรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC สามารถพลิกมาเติบโตได้ 1.1% Q-Q และ 2.3% Y-Y ผิดคาด ขณะที่ฝั่งต้นทุนลดลงอย่างมีนัยยะทั้ง Regulatory Cost ที่มีสัดส่วนลดลงเหลือ 13.3% ของรายได้ (จากระดับกว่า 15% ใน 1Q17 และ 2Q16) จากผลของ USO Fee ที่ลดลงและการใช้งานคลื่นบนระบบใบอนุญาตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการตลาดปรับตัวลงถึง 24% Q-Q และ 46% Y-Y จากปัจจัยฤดูกาลและการใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
14
กรกฏาคม
2017
FSMART (BUY/17TP: 22), คาดกำไร 2Q17 ทำ New High ต่อ
(views 16)
คาดกำไร 2Q17 โตต่อเนื่อง 6.6% Q-Q, 47.5% Y-Y จากการขยายจำนวนตู้เติมเงิน “บุญเติม” ได้อานิสงส์จากกรณี 7-11 กับ AIS ตั้งแต่ 4Q16 และบริการใหม่ๆ โดยเฉพาะบริการโอนเงินผ่านตู้ที่มีรายการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากคาดการณ์ของเราเป็นจริง จะทำให้กำไร 1H17 โต 48.6% Y-Y และเป็นสัดส่วน 48% ของคาดการณ์ทั้งปีที่ 566 ล้านบาท โต 34.7% โดยมองแนวโน้มกำไรไตรมาสถัดไปยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น จากการรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจตู้เติมเงินมือถือผ่านตู้ และอานิสงส์กรณี 7-11 กับ AIS เต็มปี ราคาหุ้นยังมี Upside 17% จากราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 22 บาท (DCF) ที่คิดเป็น PEG 1 เท่า จากคาดการณ์กำไรโตเฉลี่ย 31% ในช่วง 2 ปีข้างหน้า คงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
13
กรกฏาคม
2017
M (HOLD/17TP: 60), คาด SSSG 2Q17 จะพลิกเป็นลบอีกครั้ง
(views 11)
คาด SSSG ใน 2Q17 น่าจะพลิกเป็นติดลบอีกครั้ง จากฐานสูงในปีก่อนที่มีมาตรการกินช่วยชาติ แต่ด้วยการเปิดสาขาใหม่ และภาพรวมราคาวัตถุดิบค่อนไปในทางทรงตัว จึงคาดกำไรสุทธิ 2Q17 จะเพิ่มขึ้น 9.8% Q-Q และทรงตัว Y-Y ส่วนในช่วง 2H17 คาดกำไรน่าจะแผ่วลงใน 3Q17 เพราะเป็นหน้าฝน และจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q17 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และจะเปิดสาขามากขึ้นในช่วงปลายปี เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 โต 13% Y-Y (ไม่รวมการตั้งสำรองด้อยค่าเงินลงทุน ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา) และคงราคาเป้าหมาย 60 บาท (อิง PE เดิม 24 เท่า) คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
13
กรกฏาคม
2017
BEM (BUY/17TP: 9.7), คาดกำไร 2Q17 ไม่ตื่นเต้นจากปัจจัยฤดูกาล แต่ระยะยาวโตดี
(views 15)
เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 2Q17 อยู่ที่ 662 ล้านบาท หดตัว 6% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่เพิ่มขึ้น 31% Y-Y จากรายได้รวมที่คาด +26.6% Y-Y จากการรับรู้ค่าจ้างเดินรถสายสีม่วง และค่าผ่านทางของทางด่วนศรีรัชรอบนอก สำหรับการเปิดส่วนเชื่อม 1 สถานีในเดือนส.ค. คาดว่าจะหนุนให้มีผู้โดยสาร feed in เข้ารถไฟฟ้าสีน้ำเงินราว 3 หมื่นเที่ยว/วัน โดยเรายังคงมีมุมมองเป็นบวกกับกำไรระยะยาวของทั้ง 3 ธุรกิจ คือ ธุรกิจทางด่วนที่มีโอกาสต่ออายุสัมปทาน, รถไฟฟ้าสีน้ำเงินส่วนต่อขยายที่จะเปิดในปี 2019 และการเติบโตของธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 9.70 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
กรกฏาคม
2017
BCH (BUY/17TP: 16.5), คาดกำไรฟื้นตัวในช่วงทีเหลือของปี ยังมีลุ้นเรื่องประกันสังคม
(views 13)
เราคาดว่ากำไรสุทธิ 2Q17 ของ BCH จะเติบโต 3% Q-Q และ 8.7% Y-Y เร่งตัวขึ้นจาก 1Q17 จากอานิสงส์ของฤดูฝนปีนี้ที่มาค่อนข้างเร็ว ขณะที่การประกาศปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสปส.ตั้งแต่เดือน ก.ค. นี้เป็นต้นไปส่งผลบวกต่อ BCH โดยตรงและทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิในปี 2018 เป็นต้นไปราว 4-5% โดยคาดการเติบโตในปี 2017-2018 เฉลี่ย 16.2% ต่อปี เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 16.50 บาท โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็น Top Pick
อ่านเพิ่มเติม
12
กรกฏาคม
2017
IRPC (BUY/18TP: 7.4), ภาพรวมอุตสาหกรรมกดดันกำไร 2Q17
(views 9)
เราคาดกำไรปกติ 2Q17 ที่ 1.5 พันล้านบาท หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y สาเหตุหลักจากภาวะตลาดที่ชะลอลงทั้งจากส่วนต่างราคาปิโตรเคมี และ ราคาน้ำมัน ทั้งนี้ หากไม่รวมผลกระทบจากราคาน้ำมัน กำไรจะเท่ากับ 2.4 พันล้านบาท +447% Q-Q +16% Y-Y เนื่องจากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นหลังผ่านการหยุดซ่อมโรงงานใน 1Q17 แม้กำไรปกติ 1H17 คิดเป็นเพียง 34% ของประมาณการทั้งปี แต่เราคาดกำไรจะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2H17 จากการหยุดซ่อมที่ลดลง และ ประโยชน์จากโครงการขยายกำลังการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต อีกทั้งเมื่อมองข้ามไปยังปี 2018 คาดกำไรจะเติบโตจากการรับรู้ประโยชน์จากโครงการต่างๆ ทั้ง UHV EVEREST PPC&PPE Gasoline-Maximizatoin เต็มที่เป็นปีแรก ดังนั้น เรายังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 7.40 บาท
อ่านเพิ่มเติม
12
กรกฏาคม
2017
TISCO (BUY/17TP: 80), เพอร์เฟคในระดับหนึ่ง
(views 13)
กำไร 2Q17 ดีกว่าคาด แต่ PPOP เริ่มชะลอ TISCO รายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 1.51 พันลบ. +1%Q-Q และ +24.7%Y-Y ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญน้อยกว่าที่เราคาดไว้ หากไม่นับรายการดังกล่าว PPOP ถือว่าน้อยกว่าที่เราคาดไว้ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่สูงกว่าคาดโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงาน ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิทรงตัว Q-Q แต่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยชะลอตัวตามที่คาด ส่งผลให้ Cost to income ratio ในไตรมาสนี้สูงขึ้นเป็น 44.7% จาก 41.8% ในไตรมาสก่อน และ 40.9% ใน 2Q16
อ่านเพิ่มเติม
11
กรกฏาคม
2017
BANPU (BUY/17TP: 24), Panic มากเกินไป
(views 15)
จากประเด็นที่เกิดขึ้นในจีนไม่ว่าการระงับการนำเข้าถ่านหิน และ น้ำท่วมใหญ่ในจีน เรามองว่าประเด็นเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบด้านลบในเชิงพื้นฐานต่อ BANPU อีกทั้งในระยะสั้นยังทำให้ราคาถ่านหินปรับเพิ่มขึ้น ส่วนเรื่องคดีความหงสา ปัจจุบันเรายังไม่เห็นความชัดเจนใดๆ แม้ยังไม่ชัดเจน แต่หากอ้างอิงคำตัดสินของศาลแพ่งกรณีเลวร้ายจะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นประมาณ 6.1 บาท ทำให้ราคาเหมาะสมของเราเหลือ 17.9 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันถือว่าซึมซับประเด็นนี้ไปแล้วบางส่วน ดังนั้น ราคาหุ้นที่ปรับลดลง 9% ในช่วง 7 วัน สวนทางราคาถ่านหินที่ +3% เกิดจากความกังวลที่มากเกินไป ไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัท โดยเรายังคงมุมมองบวกต่อกำไรปีนี้ที่จะเติบโตแข็งแกร่ง +226% Y-Y ส่วน 2Q17 คาดกำไรปกติที่ 2.8 พันล้านบาท +17% Q-Q +422% Y-Y เราจึงยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 24 บาท
อ่านเพิ่มเติม
11
กรกฏาคม
2017
ORI (BUY/17TP: 16), คาดกำไร 2Q17 สดใส +16% Q-Q, +174% Y-Y และยิ่งดีขึ้นใน 2H17
(views 6)
เราคาดกำไร 2Q17 จะสดใส +16% Q-Q, +174% Y-Y จากการรับโอนโครงการมากขึ้น แนวโน้มรายได้และกำไรจะยิ่งเร่งตัวขึ้นในช่วง 2H17 โดยเฉพาะ 4Q17 ที่จะเริ่มรับรู้รายได้จากคอนโดหรู Park 24 ที่ซื้อมาจากพราวด์เรสซิเดนซ์ สำหรับการเปิดขายโครงการใหม่ในช่วงที่ผ่านมาได้ผลตอบรับดีและจะช่วยเพิ่ม Backlog ที่มีอยู่ 1.4 หมื่นล้านบาทได้อีก การประชุมผู้ถือหุ้นเรื่องเพิ่มทุน คาดว่าจะประสบความสำเร็จด้วยดี เรายังคงปรับประมาณการกำไรปี 2017 โตก้าวกระโดด +160% Y-Y ส่วน EPS +74.5%% Y-Y และคาดโตต่อเนื่องในปีหน้า 52% Y-Y ยังแนะนำซื้อ ราคาพื้นฐาน 16 บาท (PE 16 เท่า)
อ่านเพิ่มเติม
11
กรกฏาคม
2017
TU (HOLD/17TP: 24), คาดกำไรปกติ 2Q17 โต Q-Q แต่ไม่ตื่นเต้น
(views 10)
แนวโน้มกำไรปกติ 2Q17 ไม่ตื่นเต้นนัก คาดโต Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล และการฟื้นตัวของธุรกิจกุ้ง และปลาแซลมอน แต่คาดลดลง Y-Y เพราะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะปลาทูน่า แม้ยังคาดหวังผลการดำเนินงานเติบโตในช่วง 2H17 แต่ปัจจัยหนุนอาจมาจากกลยุทธ์เน้นควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้เข้มงวดมากขึ้น ในขณะที่การหนุนให้รายได้เติบโตดูท้าทายมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจแบรนด์ในยุโรป ซึ่งเผชิญการแข่งขันสูง และราคาวัตถุดิบสูงขึ้น อาจทำให้รายได้ในปีนี้ต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ตั้งเป้าโต 8% - 11% ส่งผลให้ประมาณการกำไรปีนี้ของเราดูมี Downside มากขึ้น จากปัจจุบันที่คาดไว้ 6.6 พันล้านบาท โต 26% Y-Y เรายังคงราคาเป้าหมาย 24 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) แม้ยังมี Upside 15.9% และเรายังมองบวกต่อการกลับมาฟื้นตัวในปี 2018 แต่ระยะสั้น การเติบโตของกำไรในปีนี้ดูน่าเป็นห่วงมากขึ้น จึงคงคำแนะนำเพียง ถือ
อ่านเพิ่มเติม
11
กรกฏาคม
2017
WORK (T-BUY/17TP: 69), คาดกำไรปกติ 2Q17 โตสูง Q-Q, Y-Y สูงสุดของปี
(views 8)
คาดกำไรปกติ 2Q17 สูงสุดของปี โตถึง 33.6% Q-Q, 66.5% Y-Y จากอัตราใช้เวลาโฆษณาเพิ่มตามฤดูกาล และความสามารถในการปรับค่าโฆษณาเฉลี่ยขึ้นได้อีก 16% Q-Q, 44% Y-Y ตาม Rating แต่คาดกำไร 2H17 ลดลง H-H โดย 4Q17 เป็นต่ำสุดของปี เนื่องจากจะมีค่าใช้จ่ายโบนัสพนักงานสูงตามปกติ และมีงานพระราชพิธี แต่คาดทั้งปีกำไรปกติ 2017 โตสูงโดดเด่น 165% Y-Y และปี 2018 โตอีก 30% ราคาหุ้นปรับฐานลงมา มี Upside ไม่ถึง 10% จากราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 69 บาท (DCF) อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนุนระยะสั้นจากแนวโน้มกำไร 2Q17 โตสูงดังกล่าว แนะนำ ซื้อเก็งกำไร จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
07
กรกฏาคม
2017
ITEL (BUY/17TP: 7), Growth Stock ที่เกาะกระแส Mega trend “ซื้อ” เป้า 7.00 บาท
(views 13)
ยังแนะนำ “ซื้อ” ITEL ที่ราคาเป้าหมาย 7 บาท (DCF, WACC 8%) ในฐานะ Growth Stock ที่ได้แรงหนุนจาก Mega trend การใช้บอร์ดแบนด์ที่เร่งตัวขึ้น เพื่อสนุบสนุนการขยายตัวของธุรกิจไปจนถึงเศรษฐกิจมหภาค ขณะที่ ผลประกอบการ 2Q17 คาดว่าจะโต 30%Q-Q อยู่ที่ 24 ล้านบาท ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y ที่ดูทรงตัวเพราะ 2Q16 มีการเร่งส่งมอบงานติดตั้งโครงข่ายให้กับ Mobile Operator รายหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงแรกของการเข้าใช้โครงข่าย ส่วนแนวโน้ม 2H17 เราคาดว่ากำไรจะขยายตัวเร็วกว่า 2 เท่าตัว Y-Y จาก (1) รายได้การให้เช่าใช้โครงข่ายที่เพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง โดยถ้าอิงตามรายงานสภาพตลาดโทรคมนาคมจะเห็นได้ว่า อัตราการเติบโตของวงจรเช่าระบบ MPLS เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 9%Y-Y ใน 4Q16 จากค่าเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นเพียง 5%Y-Y ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (2) อัตรากำไรขั้นต้นจะขยายตัวตามประสิทธิภาพการใช้โครงข่ายที่เพิ่มขึ้น (3) เริ่มรับรู้รายได้จาก Data Center แห่งที่ 2 และ (4) มีโอกาสได้งานติดตั้งโครงข่ายเพิ่มขึ้นตามงานประมูลที่เปิดกว้างและฐานลูกค้าที่ขยายตัว ราคาปัจจุบันแม้จะซื้อขายบน PE2017 สูงถึง 38 เท่า แต่จะลดลงเหลือเพียง 28 เท่าในปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
06
กรกฏาคม
2017
SAPPE (T-BUY/17TP: 28), คาดกำไร 2Q17 ฟื้นตัวแรง Q-Q
(views 17)
เป็นหลัก และคาดตลาดในประเทศยังทำได้ดี โดยเฉพาะสินค้าขายดอย่าง Beauti Drink ขวดสีฟ้า เป็นบวกต่อรายได้ และอัตรากำไรขั้นต้นยังปรับตัวดีขึ้น ตามการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น แต่เชื่อว่าอัตรากำไรน่าจะกลับไปไม่เท่ากับที่เคยทำได้ในปีก่อน ซึ่งเป็นสาเหตุที่คาดกำไรน่าจะปรับลดลง Y-Y ส่วนปัจจัยหนุนการเติบโตในช่วง 2H17 น่าจะมาจากตลาดจีนเป็นหลัก โดยในช่วง 1H17 ตลาดจีนแทบไม่โต และคาดตลาดอินโดนีเซียกับในประเทศน่าจะแผ่วลงตามฤดูกาล โดยเรามองกำไร 2Q17 อาจเป็นกำไรสูงสุดของปี ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ไว้ตามเดิมเป็นลดลง 9.5% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 28 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาจากที่เราแนะนำซื้อในรายงานฉบับก่อน (6 มิ.ย.) จนมี Upside แคบลงเหลือ 5.7% จึงปรับคำแนะนำเป็น ซื้อเก็งกำไร จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
06
กรกฏาคม
2017
DTAC (SELL/17TP: 40), ราคาหุ้นปรับตัวบนความคาดหวังเชิงบวกมากเกินไป
(views 11)
เราคาดกำไร 2Q17 ของ DTAC ยังคงอ่อนแอ โดยหดตัว 26.5% Q-Q และ 71% Y-Y จากรายได้ที่คาดว่ายังหดตัวขณะที่ต้นทุนยังเพิ่ม ขณะที่การได้คลื่น 2300 MHz เรามองว่าช่วยปลดล็อคความเสี่ยงด้านการดำเนินงานระยะยาวได้บ้างส่วน แต่ยังจำเป็นต้องได้คลื่น 1800 MHz ในการประมูลปีหน้า เราปรับลดกำไรปี 2017-2018 ลงสะท้อนต้นทุนคลื่น 2300 MHz ที่เข้ามา แต่ปรับเพิ่มปี 2019 เป็นต้นไปจากความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 40 บาท อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันเกินปัจจัยพื้นฐานและสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกมากเกินไป จึงยังคงคำแนะนำ “ขาย”
อ่านเพิ่มเติม
06
กรกฏาคม
2017
CPF (BUY/17TP: 32), คาดกำไร 2Q17 ไม่ตื่นเต้น ถูกฉุดโดยหมูเวียดนาม
(views 10)
แนวโน้มกำไรปกติ 2Q17 ไม่ตื่นเต้น คาดเติบโตได้ Q-Q จากธุรกิจไก่ กุ้ง และหมูในประเทศที่ฟื้นตัวดีขึ้น และคาดไม่มีค่าใช้จ่ายซื้อกิจการมากเหมือนไตรมาสก่อน แต่คาดกำไรจะลดลง Y-Y เพราะคาดจะเผชิญผลขาดทุนจากธุรกิจหมูในเวียดนามต่อเนื่องจาก 1Q17 ทั้งนี้เรามองแนวโน้มกำไรน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วง 2H17 โดย 3Q17 เป็น High Season ของธุรกิจ และคาดเห็นธุรกิจหมูในเวียดนามจะฟื้นตัวได้ตั้งแต่ 4Q17 หรือในปี 2018 จึงน่าจะช่วยหนุนการเติบโตในปี 2018 เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 – 2018 ไว้ ทรงตัว Y-Y และ +14.9% Y-Y ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายปี 2017 ไว้ที่ 32 บาท (SOTP) ยังมี Upside 29% คงคำแนะนำซื้อ ทั้งนี้กำหนดวันจองซื้อและชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนในวันที่ 24 – 27 ก.ค. และ 31 ก.ค.
อ่านเพิ่มเติม
05
กรกฏาคม
2017
TACC (BUY/17TP: 7.5), คาดกำไร 2Q17 เติบโตได้ แต่ไม่ตื่นเต้น
(views 15)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q17 ยังเติบโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y แต่ไม่ตื่นเต้น ถือว่าต่ำกว่าที่เคยประมาณการไว้ เพราะเจออุปสรรคในส่วนของสินค้าใหม่อย่าง Jump Start ที่เผชิญการแข่งขันสูง รวมถึงกำลังซื้อในประเทศที่ไม่สดใส และฝนที่ตกเร็วผิดไปจากฤดูกาล ในขณะที่ชาเขียว Zenya ในกัมพูชาเริ่มฟื้นตัวกลับสู่ระดับปกติ ทั้งนี้เราคาดหวังกำไรจะฟื้นตัวดีขึ้นใน 2H17 จากทั้งสินค้าใหม่ที่จะวางขายใน 7-11 และอยู่ระหว่างเตรียมทำโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายในกัมพูชา รวมถึงการเติบโตตามการขยายสาขาของร้าน 7-11 อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มกำไร 1H17 ที่ไม่ตื่นเต้น เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลงจากเดิม 25% เป็นการเติบโต 25.3% Y-Y จากเดิมคาดโต 67.6% Y-Y โดยคาดการณ์กำไรสุทธิ 1H17 จะคิดเป็นสัดส่วน 45% ของประมาณการกำไรใหม่ของเรา นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 7.5 บาท จากเดิม 11.5 บาท โดยปรับลด PE ลงเหลือ 35 เท่า จากเดิม 40 เท่า เพื่อสะท้อนการเติบโตที่สดใสน้อยลง ที่ราคาเป้าหมายใหม่ยังมี Upside 16.3% Y-Y คงคำแนะนำซื้อ ทั้งนี้ราคาหุ้นน่าจะโดนกดดันจากแนวโน้มกำไร 2Q17 ที่ไม่สดใส และรอดูความชัดเจนเรื่องภาษีเครื่องดื่ม ก่อนที่จะบังคับใช้ 16 ก.ย. นี้
อ่านเพิ่มเติม
05
กรกฏาคม
2017
MBAX (BUY/17TP: 6.5), ความต้องการถุงซิปล็อคล้นทลัก คาดกำไร 2Q17 สดใส “ซื้อ”
(views 14)
คาดกำไร 2Q17 เพิ่มขึ้น 17%Q-Q และ 189%Y-Y อยู่ที่ 20 ล้านบาท รายได้รวมอาจไม่ได้ขยับขึ้นมากนัก เพราะเงินบาทแข็งค่าอีก 1.2%Q-Q แต่อัตรากำไรสุทธิจะดีสุดในรอบ 8 ไตรมาสที่ 5.4% จาก (1) เม็ดพลาสติก LDPE ที่ลง 6%Q-Q (2) ผลของ Economy of scale ตามการใช้กำลังการผลิตที่มากขึ้น (3) ดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากการใช้เงินทุนหมุนเวียนที่ลดลง ส่วนแนวโน้มช่วงที่เหลือของปีมีโอกาสสดใสกว่าคาด จากทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่ลงและภาวะอุตสาหกรรมที่ขยายตัว ตามยอดส่งออกถุงและกระสอบพลาสติก 5M17 ที่เพิ่มขึ้น 5%Y-Y โดยตลาดที่น่าสนใจคือญี่ปุ่น +7%Y-Y ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ของ MBAX เรามีแนวโน้มปรับประมาณการขึ้น หากผลประกอบการ 2Q17 ออกมาดีตามคาด ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 6.50 บาท อิง PE Multiplier เฉลี่ยในอดีตที่ 16 เท่า จุดเด่นของ MBAX ยังอยู่ที่ปันผล ซึ่งคาดว่างวด 1H17 จะจ่ายราว 0.20 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทน 3.6% (7% ต่อปี) ส่วนการใช้สิทธิ MBAX-W1 ครั้งสุดท้ายที่เหลือ 32 ล้านหน่วยจะขึ้น SP วันที่ 24 ก.ค. 17 ไม่กดดันกำไรต่อหุ้นเพราะจะนำเงินไปลงทุนขยายโรงงานรองรับยอดสั่งซื้อที่จะเพิ่มขึ้นมากในปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม
05
กรกฏาคม
2017
PTTGC (BUY/17TP: 80), คาดกำไร 2Q17 อ่อนแอ แต่ภาพรวมยังดูดี
(views 9)
เราคาดกำไรสุทธิ 2Q17 เท่ากับ 7.0 พันล้านบาท +43% Y-Y แต่ -47% Q-Q เนื่องจากเป็นช่วงหยุดซ่อมโรงงาน และ Margin ผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ธุรกิจหลักชะลอลง อีกทั้ง ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยที่ -6% Q-Q น่าจะทำให้มีผลขาดทุนสต๊อก 938 ล้านบาท แม้ผลประกอบการ 2Q17 จะอ่อนแอแต่หลังจากนี้จะปรับตัวดีขึ้นจากการหยุดซ่อมโรงงานที่ลดลง และราคาน้ำมันที่คาดฟื้นตัวสู่สมมติฐานเราที่เฉลี่ย US$55/บาร์เรล ประกอบกับกระบวนการโอนซื้อกิจการทั้ง 6 บริษัทจาก PTT เสร็จเร็วกว่าคาด ทำให้มีกำไรเข้ามาทันทีตั้งแต่ 3Q17 เราจึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ขึ้นเป็น 3.4 หมื่นล้านบาท +34% Y-Y และปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 80 บาท ราคาปัจจุบันยังถือว่าไม่แพง P/E 9.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 11.9 เท่า คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
04
กรกฏาคม
2017
SCB (BUY/17TP: 182), แนวโน้มกำไร 2Q17 ชะลอตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 13)
เราคาดว่า SCB จะรายงานกำไรสุทธิ 2Q17 ที่ราว 1.15 หมื่นลบ. ลดลง 3.5%Q-Q และ 10.3%Y-Y โดยคาดว่าจะได้แรงกดดันจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยทุกประเภทในกลางเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเราคาดว่าจะมีผลต่อรายได้ดอกเบี้ยสุทธิราว 5% ต่อปี กระทบ NIM ราว 0.12-0.15% ต่อปี และ กระทบกำไรสุทธิราว 5-7% ต่อปี ขณะที่คาดว่าค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะสูงขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y จากการปรับปรุงระบบงานและพนักงาน คงกำไรสุทธิปี 2017 ที่ 4.78 หมื่นลบ. (+0.4% Y-Y) โดยประมาณการดังกล่าวยังไม่รวม Downside ที่อาจเกิดขึ้นได้จากผลของการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจพิจารณาร่วมกับทิศทางของนโยบายการตั้งสำรองฯอีกครั้ง ในเบื้องต้นจึงยังคงราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 182 บาท (อิง PBV 1.67 เท่า) และคงคำแนะนำ ซื้อ จาก Upside ที่ยังเหลืออยู่ที่ราว 16% อย่างไรก็ตามหากมีงบประมาณที่จำกัด เรายังยืนยันว่า KBANK ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดในกลุ่มแบงก์
อ่านเพิ่มเติม
04
กรกฏาคม
2017
GFPT (T-BUY/17TP: 21), คาดกำไร 2Q17 จะเติบโตดีต่อเนื่อง
(views 10)
แนวโน้มกำไร 2Q17 น่าจะยังสดใสต่อเนื่อง คาดเติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y จากปริมาณการส่งออกไก่สูงขึ้นเป็นหลัก ในขณะที่ราคาขายค่อนไปในทางทรงตัว กอปรกับราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับลดลง เป็นบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้น แนวโน้มกำไรจะดีต่อเนื่อง และอาจทำจุดสูงสุดของปีใน 3Q17 เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ ในขณะที่ความต้องการนำเข้าไก่จากไทยยังคึกคักต่อเนื่อง จากหลายประเทศที่ประสบปัญหาไข้หวัดนก และปัญหาคอรับชั่นในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์แช่แข็งของบราซิล เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปีนี้โต 14% Y-Y โดยยังคงมุมมองต่อราคาไก่ปีนี้ตามเดิมเฉลี่ยที่ 38-40 บาท/กก. และคงราคาเป้าหมาย 21 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ราคาหุ้นได้ปรับลงมามากจากการถูกขายทำกำไรหลังผ่านช่วงเก็งกำไรเข้าคำนวณใน SET100 และข่าวพบโรคอหิวาต์ในไก่ ซึ่งความเสียหายจำกัดอยู่ในวงแคบเพราะพบในฟาร์มของผู้เลี้ยงรายย่อยในสุโขทัยและอยุธยา ไม่กระทบต่อ GFPT ทำให้มี Upside กว้างขึ้นเป็น 8.8% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อเก็งกำไร จากชะลอการลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
03
กรกฏาคม
2017
XO (U.R./17TP: U.R.), คาดกำไร 2Q17 จะกลับมาอ่อนแออีกครั้ง
(views 14)
แนวโน้มกำไร 2Q17 น่าจะกลับมาอ่อนตัวลงราว 21% Q-Q และ -63% Y-Y แม้รายได้กลุ่มซอสและน้ำจิ้มน่าจะยังทรงตัวได้ แต่รายได้กลุ่มเครื่องดื่ม คาดจะลดลงค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งมาจากฐานสูงในปีก่อน และเราตั้งข้องสังเกตว่าอาจเกิดจากลูกค้าสหรัฐมีความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้ามากขึ้น หากเป็นไปตามคาด บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 1H17 ลดลง 61.5% Y-Y และคิดเป็นสัดส่วนเพียง 24% ของรายได้รวม แม้เบื้องต้นเรายังคาดหวังเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการในช่วง 2H17 จากการทยอยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ แต่ด้วยกำไรที่อ่อนแอใน 1H17 และดูมีความเสี่ยงมากขึ้นหากแนวโน้มค่าเงินบาทยังแข็งค่ามากกว่านี้ อาจทำให้ลูกค้ามาขอต่อราคากับบริษัทก็เป็นได้ เราอยู่ระหว่างทบทวนปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลงจากปัจจุบันที่คาดไว้โต 35.4% Y-Y และจะปรับลดราคาเป้าหมายจากปัจจุบันที่ให้ไว้ 6.5 บาท (อิง PE 24 เท่า) แนะนำหลีกเลี่ยงไปก่อน
อ่านเพิ่มเติม
30
มิถุนายน
2017
CPALL (BUY/17TP: 74), คาด SSSG 2Q17 จะแผ่วลง อาจพลิกเป็นติดลบ
(views 17)
จากภาวะกำลังซื้อในมุมมองของ 7-11 ที่ค่อนข้างทรงตัวจาก 1Q17 ทั้งในกทม. และปริมณฑล กอปรกับฐานที่สูงในปีก่อน และปีนี้ฝนตกเร็วกว่าปกติ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคต่อธุรกิจค้าปลีก จึงคาด SSSG จะแผ่วลงจากไตรมาสก่อนเป็นติดลบราว -1% Y-Y และคาดกำไรสุทธิ 2Q17 จะทำได้ทรงตัว Q-Q และโต 14.2% Y-Y ถือว่าไม่ตื่นเต้นนัก หากเป็นไปตามคาด บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 1H17 โต 15.7% Y-Y และคิดเป็นสัดส่วน 48% ของประมาณการทั้งปี เรายังคาด Stamp Promotion น่าจะช่วยหนุนการเติบโตของผลประกอบการในช่วง 2H17 ให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ ดังนั้นเรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ไว้ตามเดิมโต 18.4% Y-Y และมีมุมมองการฟื้นตัวของกำลังซื้อน่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ และต่อเนื่องไปในปีหน้า ยังคงราคาเป้าหมาย 74 บาท (DCF) มี Upside 17.9% ภายใต้ภาวะกำลังซื้อที่อ่อนแอ เรามอง CPALL แม้ผลการดำเนินงานจะโตไม่มาก แต่สม่ำเสมอ และค่อนข้างปลอดภัย ยังแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
มิถุนายน
2017
HMPRO (HOLD/17TP: 10.8), คาด SSSG 2Q17 จะติดลบมากขึ้น
(views 16)
แนวโน้ม SSSG 2Q17 น่าจะติดลบมากขึ้นจาก 1Q17 และจะเป็นการติดลบเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน จากทั้งกำลังซื้อที่อ่อนแอ, ฝนตกเร็วกว่าปกติ และเผชิญ Cannibalization จากสาขาใหม่ในกทม. แต่ยังมีปัจจัยผลักดันให้กำไร 2Q17 ยังพอโตได้เล็กน้อย จากการปรับ Sourcing สินค้าให้มีมาร์จิ้นดีขึ้น และเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายภายใต้ภาวะกำลังซื้อที่ไม่ดี แม้เรายังคาดหวังเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการในช่วง 2H17 และยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ไว้ตามเดิมเป็นโต 13.3% Y-Y แต่ผลประกอบการเริ่มดูมี Downside มากขึ้น หาก SSSG ไม่สามารถพลิกกลับมาเป็นบวกได้ใน 2H17 และบริษัทอาจมีแผนปรับลดการขยายสาขาในปีนี้ลง ทั้งนี้เราได้ปรับลดสมมติฐาน Terminal Growth ลงเป็น 2% จากเดิม 3% และนำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 10.8 บาท จากเดิม 12 บาท โดยคิดเป็น Implied PE ที่ 30 เท่า และ Implied PEG ที่ 1.7 เท่า ซึ่งราคาเป้าหมายใหม่ของเรามี Upside 13% แต่ด้วย Story การเติบโตที่ไม่น่าตื่นเต้น และยังมี Downside ต่อผลประกอบการ เราจึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
28
มิถุนายน
2017
IT (BUY/17TP: 5), แนวโน้มปีนี้ฟื้นตัวจริงและแรง ปรับเป้าขึ้นเป็น 5.00 บาท “ซื้อ”
(views 26)
แนะนำซื้อ IT โดยปรับราคาเป้าหมายปี 2017 ขึ้นเป็น 5.00 บาท จากการปรับประมาณการกำไรและผลของการซื้อหุ้นคืน 63 ล้านหุ้น เรายังชอบ IT ในฐานะหุ้น Turnaround กลุ่ม Small cap โดยคาดการณ์กำไรสุทธิ 2Q17 ที่ 13 ล้านบาท (+106%Q-Q, +19%Y-Y) จะเป็นกำไรรายไตรมาสสูงที่สุด นับตั้งแต่ผลประกอบการพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรใน 3Q14 ส่วนกำไรสุทธิทั้งปีนี้คาดโต 215%Y-Y อยู่ที่ 48 ล้านบาท จากปัจจัยหนุนด้านกำลังซื้อที่เริ่มฟื้น และการขยายตัวของ IoT รวมถึงการพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจของภาครัฐฯ (เพื่อให้เกิด Business Ecosystem) ส่วนแนวโน้มการเติบโตใน 3 ปีข้างหน้า เรามั่นใจว่า IT ผ่านช่วงแย่ที่สุดของวงจรขาลงทางธุรกิจไปแล้ว ซึ่งประสิทธิภาพการใช้พื้นที่หน้าร้านที่สูงขึ้น สะท้อนมายังอัตรากำไรขั้นต้นที่ค่อยๆ ฟื้นตัวจนคาดว่าจะแตะ 12% ในปี 2018 ราคาปัจจุบันที่ยังไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ ขัดแย้งกับกำไรต่อหุ้นรายไตรมาสที่จะทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี อีกทั้ง PBV ที่ 1.1 เท่า ยังต่ำกว่ากลุ่มที่ 3.1 อยู่มาก Downside ในเชิงปัจจัยพื้นฐานจึงอยู่ในระดับที่จำกัด
อ่านเพิ่มเติม
28
มิถุนายน
2017
KKP (BUY/17TP: 77), โดดเด่นกว่ากลุ่มทั้งสินเชื่อ ผลกำไรและเงินปันผล
(views 19)
เราคาดว่า KKP จะรายงานกำไรสุทธิ 2Q17 มีความโดดเด่นทั้งสินเชื่อและการเติบโตของกำไรเมื่อเทียบกับกลุ่ม โดยคาดสินเชื่อ +3%YTD (VS กลุ่มโต <1%) และกำไรสุทธิที่ +5%Q-Q, +24%Y-Y (VS กลุ่มชะลอตัวทั้ง Q-Q, Y-Y) พร้อมกันนี้เราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2017 ขึ้น 4% เป็น 6.1 พันลบ. (+10%Y-Y) เพื่อสะท้อนสินเชื่อที่ดีกว่าคาดและ CoF ที่น่าจะปรับขึ้นได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ทำให้ KKP น่าจะรักษา Spread ได้ในระดับสูงใกล้กับปีก่อน ประมาณการดังกล่าวยังมี Upside จากรายได้จากงาน IB และกำไรจาก NPA ภายหลังการปรับเพิ่มประมาณการ สังเกตว่า ROE จะขึ้นสูงสุดมาอยู่ที่ ~ 15% สูงสุดในรอบ 12 ปี เราปรับราคาเหมาะสมขึ้น เป็น 77 บาท (จากเดิม 74 บาท) แม้ว่าราคามี Upside ต่ำกว่า 10% แต่คาดหวังอัตราผลตอบแทนเงินปันผล ~ 8.8% ต่อปี จึงแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
28
มิถุนายน
2017
MALEE (SELL/17TP: 44), คาดกำไร 2Q17 จะหดตัวแรง ต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส
(views 14)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q17 น่าจะหดตัวแรงคาดไว้ที่ -29% Q-Q และ -41% Y-Y จากทั้งการชะลอตัวของรายได้ในประเทศ (ปัญหากำลังซื้อ) และส่งออก (ปรับปรุงระบบตรวจสอบคุณภาพสินค้าครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบรายได้ขายน้ำมะพร้าว) ซึ่งนำไปสู่การหดตัวลงของมาร์จิ้นจากทั้งอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง และ Product mix เปลี่ยนไป หากกำไร 2Q17 เป็นไปตามคาด บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 1H17 ลดลง 20% Y-Y เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ลง 25% เป็นการหดตัวลง 2.5% Y-Y จากเดิมคาดโต 29% Y-Y ทั้งนี้เรายังมีความกังวลต่อการฟื้นตัวของยอดขายในประเทศในช่วง 2H17 และผลกระทบของภาษีค่าความหวาน เพราะยังมีความไม่แน่นอนในกรณีที่อาจไม่ให้ Grace Period (เวลาปรับตัว 2 ปี) แก่ผู้ประกอบการที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิต ซึ่ง MALEE จะเข้าข่ายด้วย ทั้งนี้จากการปรับลดกำไร นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 44 บาท จากเดิม 57.5 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) ราคาหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว เราจึงปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย
อ่านเพิ่มเติม
27
มิถุนายน
2017
FN (U.R./17TP: U.R.), คาด SSSG ยังดูน่าเป็นห่วง อยู่ระหว่างปรับลดกำไรปีนี้ลง
(views 12)
จากสถานการณ์กำลังซื้อใน 2Q17 ที่ยังไม่สดใส และฝนตกเร็วและบ่อยกว่าปกติ ซึ่งเป็นลบต่อธุรกิจค้าปลีก เราจึงคาดกำไรสุทธิ 2Q17 จะยังฟื้นตัวไม่ตื่นเต้นนัก แม้คาด +30% Q-Q แต่มาจากฐานต่ำในไตรมาสก่อน และคาดกำไรจะลดลง -16.7% Y-Y จากทั้ง SSSG ที่น่าจะยังติดลบในระดับสูงเป็นตัวเลขสองหลัก และคาดอัตรากำไรจะแผ่วลงจากการทำแคมเปญฉลอง 20 ปี ซึ่งเป็นวิธีการบริหารจัดการสต็อกของบริษัท แม้ผลงานของสาขาใหม่ที่หาดใหญ่จะทำได้ตามเป้าหมายของบริษัท แต่เชื่อว่าไม่สามารถหักล้างการหดตัวลงของยอดขายสาขาเดิมได้ หากกำไร 2Q17 เป็นไปตามคาด บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 1H17 หดตัวลง 23.2% Y-Y และคิดเป็นเพียงสัดส่วน 30% ของประมาณการทั้งปี เราจึงมีแนวโน้มปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลงจากปัจจุบันคาดไว้ที่ 177 ล้านบาท โต 21.2% Y-Y และจะนำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายลงจากปัจจุบันที่ให้ไว้ 7.5 บาท (DCF)
อ่านเพิ่มเติม
22
มิถุนายน
2017
KBANK (BUY/17TP: 240), เห็นสัญญาณดีในสินเชื่อธุรกิจ
(views 25)
KBANK แสดงภาพของสินเชื่อที่ดีขึ้นในเดือนพ.ค. โดยสินเชื่อที่เติบโตดีเกินคาดมาจากสินเชื่อธุรกิจและเป็นสินเชื่อระยะยาว ขณะที่ทิศทางใน 2H17 ดีกว่า 1H17 จึงมีแนวโน้มว่า KBANK น่าจะปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของสินเชื่อขึ้นเป็นธนาคารแรก ระยะสั้นคาดการณ์กำไร 2Q17 ยังไม่ได้เป็นภาพเชิงบวกชัดเจนเนื่องจากจะได้รับผลกระทบจากฤดูกาลและการลด MRR ในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา แต่คาดว่าสินเชื่อที่จะเติบโตดีขึ้นใน 2H17 จะชดเชยผลลบดังกล่าวได้ และกำไรสุทธิ 2H17 จะดีกว่า 1H17
อ่านเพิ่มเติม
21
มิถุนายน
2017
ADVANC (HOLD/17TP: 185), คาดกำไร 2Q17 ยังไม่สดใสนัก
(views 19)
เราคาดกำไรปกติ 2Q17 ของ ADVANC จะหดตัว 6.5% Q-Q และ 25.1% Y-Y จากรายได้ที่ยังโตไม่สูงนัก ขณะที่ต้นทุนยังเป็นปัจจัยกดดันโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่คาดว่าจะสูงขึ้นจากไตรมาสก่อน ขณะที่แนวโน้มการแข่งขันในตลาดผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังค่อนข้างรุนแรง เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 หดตัวอีก 5.4% Y-Y ราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside จำกัดเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 185 บาท เราจึงยังคงคำแนะนำ “ถือ” รับปันผลงวด 1H17 Yield 2%
อ่านเพิ่มเติม
21
มิถุนายน
2017
KSL (AVOILD/17TP: 5.6), มองลบต่อราคาน้ำตาลและผลประกอบการมากขึ้น
(views 17)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรามีมุมมองเป็นลบต่อแนวโน้มราคาน้ำตาลและผลประกอบการมากขึ้น โดยมองผ่านกำไรสูงสุดปีนี้แล้วใน 2Q17 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ ทั้งนี้กำไรปกติ 1H17 คิดเป็นสัดส่วน 57% ของประมาณการทั้งปี แนวโน้มกำไรจะแผ่วลงใน 2H17 เรายังคาดกำไรปกติปี 2017 ไว้ที่ 1.46พันล้านบาท (+171.7% Y-Y) ทั้งนี้แนวโน้มราคาน้ำตาลเริ่มไม่สดใส ล่าสุดปรับลงแรงหลุดต่ำกว่าระดับ 14 เซนต์ต่อปอนด์แล้ว และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือน จากคาดการณ์ภาวะน้ำตาลโลกปีหน้าจะกลับมาเกินดุลอีกครั้ง จากที่ขาดดุล 2 ปีติดต่อกัน เพราะแนวโน้มปริมาณผลผลิตจะเพิ่มขึ้นทั้งที่อินเดีย และไทย จากสภาพอากาศที่ดีและพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้น เราจึงปรับลดกำไรปกติปี 2018 ลง 10% เป็นการเติบโต 3.7% Y-Y แม้การลอยตัวราคาน้ำตาลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. เป็นต้นไป จะมองเป็นบวกต่อโรงงานน้ำตาล แต่เราให้น้ำหนักไปที่แนวโน้มราคาน้ำตาลตลาดโลกที่ไม่สดใสมากกว่า นำไปสู่การปรับลด PE เป้าหมายเป็น 17 เท่า ซึ่งเป็น PE เฉลี่ยของ KSL จากเดิมที่ให้ 25 เท่า ซึ่งเป็น PE ช่วงราคาน้ำตาลขาขึ้น จึงปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 5.6 บาท จากเดิม 8.3 บาท และปรับลดคำแนะนำเป็น หลีกเลี่ยงการลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
16
มิถุนายน
2017
ASAP (BUY/18TP: 8.2), ศักยภาพเป็นได้ถึงผู้นำทางธุรกิจ
(views 40)
เริ่มต้นด้วยคำแนะนำ ซื้อ ASAP โดยประเมินราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 8.20 บาท ASAP เป็น Growth stock ที่น่าสนใจ ทั้งนี้แรงหนุนกำไรจะเกิดขึ้นตั้งแต่ในปี 2017 จากการขยายกองรถยนต์ให้เช่าให้ > 1 หมื่นคันขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในธุรกิจ และปี 2018 จะมีเรื่องราวการเติบโตที่น่าสนใจมากขึ้นจากการเปิด Auto-Park ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรเบื้องต้นดีขึ้น เราคาดว่าจะเห็นโมเมนตัมการขยับตัวขึ้นของ Net Profit Margin สู่ 9-10% ในปี 2018 จาก 5% และ 7% ในปี 2016 และ 2017 ตามลำดับ และ ROE จะเติบโตขึ้นสู่ ~20% ในปี 2019 (ใกล้เคียงกับ KCAR) ระยะยาวเราคาดหวังว่าจะเห็น ASAP ในฐานะผู้นำในธุรกิจรถยนต์ให้เช่าทั้งระยะสั้นและระยะยาว และการให้บริการที่เกี่ยวข้องแบบครบวงจรในตลาดรถเช่า
อ่านเพิ่มเติม
13
มิถุนายน
2017
SWC (BUY/17TP: 14.7), คาดกำไรสุทธิ 2Q17 สดใสเพราะเป็น High Season “ซื้อ”
(views 34)
คาดกำไร 2Q17 เพิ่มขึ้น 34%Y-Y และ 11%Q-Q อยู่ที่ 50 ล้านบาท จากปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season ของสินค้ากลุ่มป้องกันและกำจัดแมลง รวมถึงกลุ่มรักษาเนื้อไม้ที่มักขายดีในฤดูฝน ขณะที่ ต้นทุนมีแนวโน้มลดลงจากมาตรการควบคุมประสิทธิภาพการผลิต การอ่อนตัวลงของน้ำมันดิบที่มีสัดส่วนราว 30% ของต้นทุนรวม และการแข็งค่าของเงินบาทที่วัตถุดิบกว่า 60% นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งนอกจากผลประกอบการระยะสั้นจะดูโดดเด่นแล้ว ในเชิง Valuation ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2017 เพียง 10 เท่า และจะลดเหลือ 9 เท่าในปีหน้า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของ SWC ที่ 12.5 เท่า โดยที่ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง จากการไม่มีหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ย และยังสามารถให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง 4-5% ต่อปี เรายังแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 14.70 บาท อิง PE 12.5 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
12
มิถุนายน
2017
MTLS (BUY/17TP: 39), คาดการณ์กำไร 1H17 โตก้าวกระโดด +90%Y-Y
(views 24)
เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2017 ของ MTLS เป็น 39 บาท เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ที่เราปรับประมาณการขึ้น 7% เป็น 2.3 พันลบ. +58.5%Y-Y ส่วนใหญ่เป็นการปรับเพิ่มการเติบโตของสินเชื่อ, การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม แต่ยังคงมุมมองเชิงระมัดระวังต่อการตั้งสำรองฯไว้แล้ว แนวโน้มกำไร 2Q17 คาดสร้าง New High ได้ต่อเนื่องที่ราว 564 ลบ. +5%Q-Q และ +88%Y-Y ซึ่งน่าจะทำให้กำไร 1H17 ขึ้นมาที่ 1.1 พันลบ. +90%Y-Y บนการเติบโตดังกล่าวเราคาดว่า ROE ของ MTLS จะยังเป็นขาขึ้นโดยเราคาดว่าน่าจะขึ้นแตะ 30% เร็วขึ้นในปี 2018 จาก 20% ก่อนการ IPO คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
08
มิถุนายน
2017
VIBHA (SELL/17TP: 2.5), Valuation ค่อนข้างแพง
(views 57)
เราคาดว่าผลการดำเนินงานในช่วงทีเหลือของปีมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวขึ้นโดยได้รับอานิสงส์จากฤดูฝนที่มาเร็วในปีนี้ รวมถึงผลบวกจากการปรับการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคมในส่วนของ CMR และวิภาราม อย่างไรก็ตาม จากกำไร 1Q17 ที่หดตัวค่อนข้างแรง ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2017 ลงเหลือ 733 ลบ. โตเพียง 1.9% Y-Y และปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 2.50 บาท โดยในแง่ของ Valuation ถือว่าค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับกลุ่มฯและมี Downside จากราคาเหมาะสมอยู่ 8.8% จึงยังคงคำแนะนำ “ขาย”
อ่านเพิ่มเติม
07
มิถุนายน
2017
TPCH (BUY/17TP: 22), ปรับประมาณการลงจากโรงไฟฟ้าใหม่ Delay
(views 61)
จาก Opportunity Day เมื่อวาน บริษัทคาดการเริ่ม COD ของโรงไฟฟ้าใหม่ PGP เลื่อนเป็นภายในปลาย 2Q17 นี้ และโรงไฟฟ้า SGP เป็น 3Q17 ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปี 2017 ลง 8% โดยคาดกำไรเร่งตัวขึ้นใน 2H17 นอกจากนี้ ได้ปรับคาดการณ์กำหนดการ COD ของโรงไฟฟ้าปัตตานี เฟส 1 (PTG#1) เป็น 1Q19 จากเดิม 3Q18 ทำให้เราปรับประมาณกำไรปี 2018 ลง 20% ยังเป็นกำไรโต 47% จากปี 2017 ที่คาดโต 65% ราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside 16% จากราคาเป้าหมายใหม่ที่ 22 บาท จากเดิม 23 บาท (Sum-of-the-Parts) จึงคงคำแนะนำ ซื้อ โดย Upside จากโครงการรับซื้อไฟฟ้าของภาครัฐ เช่น โครงการ SPP Hybrid 300 MW และ โครงการ VSPP Semi Firm 289 MW ซึ่งคาดความชัดเจนขึ้นในปลาย 2H17 หลังโครงการโซลาร์สหกรณ์ราชการเฟส 2 ไม่เกิน 219 MW ที่ประกาศรับซื้อไฟแล้ว ทั้งนี้ Catalyst ระยะสั้นต่อราคาหุ้น หากโรงไฟฟ้า PGP เริ่ม COD และโรงไฟฟ้า PTG#1 ได้ PPA ตามคาด ในปลาย 2Q17 นี้
อ่านเพิ่มเติม
06
มิถุนายน
2017
SAPPE (BUY/17TP: 28), คาดกำไร 2Q17 ฟื้นตัว แต่ทั้งปีกำไรจะหดตัว จาก 1Q17 อ่อนแอ
(views 50)
คาดกำไรสุทธิ 2Q17 จะกลับมาฟื้นตัว Q-Q จากผลประกอบการที่อ่อนแอในไตรมาส ทั้งจากการฟื้นตัวของรายได้ในประเทศ (ปรับเปลี่ยน Distributor แล้วเสร็จ และสินค้าใหม่ยังขายดีต่อเนื่อง) และตลาดส่งออกเติบโตดีขึ้น (ลูกค้าอินโดนีเซียกลับมา Stock สินค้าหลังผ่านช่วงน้ำท่วม) ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตฟื้นตัวขึ้น ช่วยหนุนการเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้นต้น และในช่วง 2H17 น่าจะได้รับปัจจัยหนุนจากการออกสินค้าใหม่ในประเทศต่อเนื่อง และการฟื้นตัวของตลาดส่งออก โดยเฉพาะตลาดจีน ส่วนธุรกิจ All Coco น่าจะยังขาดทุนในช่วง 1-2 ปีนี้ แต่ทยอยขาดทุนลดลง อย่างไรก็ตาม ด้วยผลประกอบการที่อ่อนแอใน 1Q17 เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 ลง 15% เป็นกำไรลดลง 9.5% Y-Y จากเดิมคาดโต 6.3% Y-Y แต่หากไม่รวมกำไรพิเศษขายเงินลงทุนในปีก่อน คาดกำไรปกติปีนี้จะลดลง 1.6% Y-Y จากเดิมคาดโต 15.6% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 28 บาท จากเดิม 33 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) ที่ราคาเป้าหมายใหม่มี Upside 12.9% จึงคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
มิถุนายน
2017
BANPU (BUY/17TP: 24), กังวลราคาถ่านหินมากเกินไป
(views 69)
จากการปรับลงของราคาถ่านหินช่วงที่ผ่านมาทำให้ราคาหุ้นค่อนข้าง Underperform เรามองว่าตลาดกังวลต่อประเด็นราคาถ่านหินมากเกินไป เนื่องจาก 1. แม้ราคาถ่านหินจะปรับลดลง แต่ ณ ระดับราคาปัจจุบันยังถือว่าอยู่ในสมมติฐานของเราที่ US$80/ตัน 2. ราคาถ่านหินปัจจุบันถือว่า Downside ต่ำแล้ว เนื่องจากที่ราคาปัจจุบันถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมสำหรับผู้ผลิตตามนโยบายของจีนที่ต้องการให้ถ่านหินมีเสถียรภาพ ณ ช่วงราคา 500-570 หยวน/ตัน 3. ผลประกอบการยังมีแนวโน้มเติบโต คาดกำไรปกติทั้งปีโต +226% Y-Y ส่วน 2Q17 คาดยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง 4. Valuation ปัจจุบันถือว่าไม่แพง โดยทั้ง P/E และ P/BV อยู่ต่ำกว่าทั้งค่าเฉลี่ยในอดีต และ คู่แข่งในภูมิภาค อีกทั้ง ราคาหุ้นที่ปรับลงทำให้ Upside เปิดกว้างน่าสนใจ ดังนั้น ด้วยเหตุผลข้างต้นเราจึงยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 24 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
มิถุนายน
2017
EKH (BUY/17TP: 6.4), กำไรปีนี้โตชะลอเล็กน้อย แต่ปีหน้าจะกลับมาโตเด่น
(views 37)
เราคาดว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงทีเหลือของปีจะฟื้นตัวดีขึ้นโดยได้รับอานิสงส์จากฤดูฝนที่มาค่อนข้างเร็ว ส่งผลให้ผู้ป่วยเริ่มกลับมาใช้บริการและทำให้ Utilization Rate ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาพทั้งปี 2017 แม้เราคาดกำไรปกติเติบโตเพียง 7.3% Y-Y จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพราะมีการจ้างบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มเติมเพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว แต่เชื่อว่าจะเห็นผลบวกในอนาคต ขณะที่ศูนย์ผู้มีบุตรยากจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในปีหน้าโดยเราคาดเติบโตในอัตราเร่งเป็น 13.7% Y-Y ราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว จึงมองว่าเป็นโอกาสในการเข้า “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 6.40 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
มิถุนายน
2017
MBAX (BUY/17TP: 6.5), โตไม่สูงแต่ปันผลดีเหมือนถุงซิปล็อคห่อทอง “ซื้อ” เป้า 6.50 บาท
(views 34)
แนะนำ “ซื้อ” MBAX ที่ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 6.50 บาท (อิง PE Multiplier เฉลี่ยในอดีตที่ 16 เท่า) โดยเรามอง MBAX เป็น Dividend Stock ที่ให้ผลตอบแทนจากปันผลสูงถึง 8% ต่อปี และอยู่ในอุตสาหกรรมผลิตถุงพลาสติกที่การแข่งขันต่ำ โดยเฉพาะถุงซิปล็อคที่โครงสร้างตลาดเป็นอุปสงค์ส่วนเกิน และผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยขั้นสูง ขณะที่ การเพิ่มมาตรการลดของเสียและขยายกำลังการผลิต จะหนุนการเติบโตของกำไรในระยะยาว โดยเราคาดกำไรสุทธิปี 2017-2019 โตเฉลี่ย 20% ต่อปี ส่วนปัจจัยบวกระยะสั้น คือ คาดการณ์ผลประกอบการ 2Q17 ที่จะโตแรง 155%Y-Y จากฐานที่ต่ำในปีก่อน เนื่องจากลูกค้าที่ชะลอการสั่งซื้อใน 2Q16 กลับมาสั่งผลิตตามปกติอีกครั้ง ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2017 เพียง 12 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 16 เท่า และคิดเป็น PEG เพียง 0.6 เท่า ต่ำกว่ากลุ่ม (THIP และ TPBI) ที่ 0.8 เท่า ซึ่งเมื่อหักล้างกับจุดด้อยด้านสภาพคล่องในการซื้อขายที่ต่ำ เรามองว่าระดับราคาปัจจุบันเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับการซื้อเพื่อถือลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
05
มิถุนายน
2017
KCAR (BUY/17TP: 17), คาดการณ์กำไรและ ROE ปีนี้ดีที่สุดในรอบ 5 ปี
(views 33)
เรากลับมาแนะนำ KCAR อีกครั้ง เนื่องจาก 1.ปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจปรับตัวดีขึ้นตามธุรกิจการขายรถยนต์ที่ฟื้นตัวดีขึ้นทั้งปริมาณและราคาขาย 2.ความแข็งแกร่งของธุรกิจรถยนต์ให้เช่าจากฐานลูกค้าองค์กรที่เหนียวแน่นและมีความต้องการรถเช่าเพิ่มขึ้น และ 3.คาดการณ์กำไรสุทธิเพิ่มต่อเนื่องเป็นที่ 2 และคาดว่าทั้งกำไรและ ROE จะทำสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปีในปีนี้ (2017 ROE ~19%) จากแรงหนุนของรายได้และผลประโยชน์ทางภาษี ประเมินราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 17 บาท พร้อมคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผล ~ 6.9% ต่อปี (จ่ายปีละ 2 ครั้ง)
อ่านเพิ่มเติม
02
มิถุนายน
2017
BCH (BUY/17TP: 16), คาดกำไรฟื้นตัวในช่วงทีเหลือของปี ยังมีลุ้นเรื่องประกันสังคม
(views 37)
แนวโน้มกำไรในช่วงที่เหลือของปีคาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 1Q17 ที่โตค่อนข้างต่ำเนื่องจากมีโรคระบาดน้อย ขณะที่ปัจจุบันเริ่มได้รับอานิสงส์จากฤดูฝนที่มาเร็วกว่าปกติ นอกจากนี้เราคาดว่ายังมีโอกาสที่สำนักงานประกันสังคมจะปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินซึ่ง BCH จะได้ประโยชน์เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้ราว 35% ของรายได้รวม เราจึงยังคงประมาณการกำไรปกติเติบโต 15.6% Y-Y ราคาหุ้นปรับตัวลงมาค่อนข้างแรงตั้งแต่ต้นปีและทำให้มี Upside เปิดกว้างและเรามองว่าสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 16 บาท
อ่านเพิ่มเติม
01
มิถุนายน
2017
DELTA (HOLD/17TP: 92), การเติบโตในปีนี้ดูดีขึ้น ส่วนระยะยาวยังมองบวกตามเดิม
(views 38)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ข้อมูลที่ได้รับค่อนไปเชิงบวก โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ปีนี้ไว้ราว 6% - 13% Y-Y ถือว่าเป็นระดับที่ Aggressive มากสุดในรอบ 5 ปี ปัจจัยหนุนการเติบโตจะมาจากกลุ่ม Automotive, FAN และธุรกิจในอินเดียที่จะฟื้นตัวจากฐานต่ำในปีก่อน และเติบโตตามการขยายตัวของอุตสาหกรม Telecom ซึ่งจะเข้ามาทดแทนการลดลงของสินค้ากลุ่มเดิม ที่มีมาร์จิ้นลดลงจากการปรับลดราคาขาย (ตามปกติ) ได้ทั้งหมด เราจึงปรับเพิ่มสมมติฐานรายได้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท นำไปสู่การปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ขึ้น 3% เป็นการเติบโต 22.5% Y-Y จากเดิมคาดโต 18.6% Y-Y และมีการ Re-rate PE จาก 14 เท่า ขึ้นเป็น 17 เท่า ให้เท่ากับกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 92 บาท จากเดิม 74 บาท และมี Upside 2.22% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
01
มิถุนายน
2017
GGC (HOLD/17TP: 15), แนวหน้าในธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม
(views 37)
GGC เป็นแนวหน้าในธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตแฟตตี้แอลกอฮอล์รายเดียวในประเทศ และ เป็นผู้ผลิตเมทิลเอสเทอร์รายใหญ่ของประเทศ มีแต้มต่อคู่แข่งจากการเป็นบริษัทในเครือ PTT และเป็น Flagship ในธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมของ PTTGC เราประเมินการเติบโตปี 2017 – 2019 ในอัตรา +11.4% CAGR สอดคล้องกับการเพิ่มสัดส่วนผสมเมทิลเอสเทอร์ของภาครัฐ และ การขยายกำลังการผลิตอีก 200,000 ตันต่อปี ใน 4Q18 ส่วนหลังจากนั้น บริษัทฯ มีแผนขยายการผลิตไปสู่ผลิตภัณฑ์ Downstream และ การเพิ่มไลน์ไปสู่ผลิตภัณฑ์จากอ้อยภายใต้โครงการ Biocomplex ประเมินราคาเหมาะสมที่ 15.0 บาท อ้างอิง PE 14.0 เท่า ทั้งนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันปรับตัวขึ้นมาสะท้อนปัจจัยพื้นฐานจนมี Upside จำกัด ดังนั้น เราจึงแนะนำเพียงถือ
อ่านเพิ่มเติม
01
มิถุนายน
2017
DCC (HOLD/17TP: 4.1), ยอดขายจะฟื้นตัวในช่วงที่เหลือ แต่ถูกกดดันจากราคาก๊าซ
(views 34)
แม้ยอดขายจะชะลอตัวใน 1Q17 จากอุปสงค์ที่อ่อนแอ และผลกระทบน้ำท่วมในภาคใต้ แต่เราเชื่อว่าในช่วงที่เหลือของปีจะมีแนวโน้มฟื้นตัวเป็นบวก จากฝนตกที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ประสบภัยแล้ง หนุนให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ส่วนการรับจ้างบริหารให้ RCI บริษัทจะได้รับค่าจ้างบริหารเดือนละ 1 ลบ. และกำไรจากการจำหน่ายสินค้าให้ RCI ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมกำไรให้ DCC ในปี 2016-17 ราว 24 ลบ. และ 67.8 ลบ. ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม มาร์จิ้นถูกกดดันจากต้นทุนก๊าซ และ SG&A ที่สูงขึ้น ทำให้เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 จะหดตัว 1.7% Y-Y เป็น 1,397 ลบ. ประเมินราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 4.10 บาท อิง PER 19x มี Upside จากราคาหุ้นปัจจุบันเพียง 3.5% จึงแนะนำ”ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
31
พฤษภาคม
2017
HANA (BUY/17TP: 58), คำสั่งซื้อแข็งแกร่ง ปรับเพิ่มกำไรและราคาเป้าหมาย
(views 48)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ทำให้เรามีมุมมองเชิงบวกต่อภาพธุรกิจในปีนี้มากขึ้น จากความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้นแทบทุกอุตสาหกรรม ทั้งนี้บริษัทได้เห็นคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งมากขึ้นทั้งในกลุ่ม PCBA และ IC ใน 2Q17 และต่อเนื่องไปใน 2H17 โดยเฉพาะในกลุ่ม Telecom, Automotive และ RFID ซึ่งสามารถมาทดแทนการลดลงของกลุ่ม Computer ได้ทั้งหมด และด้วยการเติบโตของรายได้ที่ดี นำไปสู่อัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นจนเกือบเต็มกำลังการผลิตของโรงงานเดิม และช่วยเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานใหม่ที่ลำพูน 2 และกัมพูชา จึงเป็นบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้น และด้วยกำไรที่ฟื้นตัวได้ดีกว่าคาดใน 1Q17 เราจึงปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2017 ขึ้น 10% เป็นการเติบโต 33% Y-Y จากเดิมคาดโต 20% Y-Y และ Re-rate PE ขึ้นจากเดิม 15 เท่า เป็น 17 เท่า ให้เท่ากับกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ราคาเป้าหมายปรับขึ้นเป็น 58 บาท จากเดิม 46 บาท มีUpside 17.2% และคาดให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปีนี้ราว 5.3% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
31
พฤษภาคม
2017
TK (HOLD/17TP: 12), ค่อยๆดีขึ้นจากแรงส่งในประเทศเป็นหลักก่อน
(views 39)
ทิศทางผลการดำเนินงานของ TK เริ่มดีขึ้นตั้งแต่ 2Q17 โดยถึงแม้สินเชื่อน่าจะชะลอตัวลงตามฤดูกาลแต่คาดค่าใช้จ่ายทางการตลาดจะลดลงจากไตรมาสก่อน เราคาดการณ์กำไร 2Q17 +15%Q-Q, +13%Y-Y ขณะที่คาดว่าแนวโน้ม 2H17 การเติบโตของสินเชื่อจะเริ่มดีขึ้นอีกครั้งขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองฯจะผ่อนคลายลงตามคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น เราปรับเพิ่มประมาณการสินเชื่อขึ้นเป็น 10% จากเดิม 5% แต่มีผลต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 เล็กน้อยเนื่องจากมีแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงในช่วงแรก จึงยังคงราคาเหมาะสมเดิมที่ 12 บาท แต่ปรับคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ขาย เพราะมี Upside ที่กว้างขึ้นจากคำแนะนำครั้งก่อน ในกลุ่มนี้เราชอบ KTC และ MTLS มากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤษภาคม
2017
MGT (BUY/17TP: 3.3), ปรับเป้าขึ้นสะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่ดีกว่าคาด “ซื้อ”
(views 59)
เราปรับราคาเป้าหมายปี 2017 ขึ้นเป็น 3.30 บาท จาก 2.70 บาท จากการปรับกำไรสุทธิปี 2017-2018 ขึ้น 10% และ 14% จากคาดการณ์เดิม โดยปรับคาดการณ์รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นขึ้น ตามการขยายทีมขายและการเพิ่มสินค้าใหม่ไปในกลุ่มอัตรากำไรสูง กอปรกับ เราได้ปรับ PE Multiplier ขึ้นเป็น 22 เท่า จาก 20 เท่า จากคาดการณ์การเติบโตเฉลี่ยใน 3 ปีข้างหน้าที่สูงขึ้นเป็น 41% ต่อปี จากเดิม 37% ต่อปี โดยยังอิง PEG เฉลี่ยของกลุ่มที่ 0.6 เท่า ทั้งนี้เรายังมอง MGT เป็น Growth Stock ที่กำไรสุทธิปีนี้จะเติบโตโดดเด่นถึง 84%Y-Y โดยนอกจากปัจจัยหนุนข้างต้นผนวกกับฐานที่ต่ำในปีก่อนแล้ว อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ม.ค.-เม.ย. 17 ที่วัดจากการนำเข้ายังขยายตัวถึง 14%Y-Y และเมื่อพิจารณาที่ความสามารถในการสร้างอัตรากำไรสุทธิที่ทำได้ 8-9% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ทำได้เพียง 4-5% เรามองว่าไม่สอดคล้องอย่างมากกับราคาปัจจุบันที่ซื้อขายบน PE2017 เพียง 16 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มที่ 20 เท่า และ MegaChem สิงคโปร์ที่ 25 เท่า จึงแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
30
พฤษภาคม
2017
EPG (BUY/18TP: 16), กำไรแย่กว่าคาด แนวโน้มระยะยาวยังแกร่ง
(views 50)
กำไรสุทธิ 4Q17 (ม.ค.-มี.ค. 2017) ต่ำกว่าคาด การจับจ่ายในประเทศแผ่ว หากตัดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติ 4Q17 (ม.ค.-มี.ค. 2017) ก็ยังทำได้เพียง 298.7 ล้านบาท -7.7% Q-Q, -2.8% Y-Y เป็นกำไรที่ต่ำที่สุดในรอบปี แย่กว่าเราและตลาดคาด เป็นผลมาจากรายได้ที่ลดลงโดยเฉพาะธุรกิจ EPP (บรรจุภัณฑ์พลาสติก) ซึ่งมีสัดส่วน 26% ของรายได้รวม ลดลง 9% Q-Q และ 10% Y-Y ขณะที่ธุรกิจ Aeroklas (อุปกรณ์แต่งรถ) ซึ่งมีสัดส่วน 45% ของรายได้ ก็ชะลอ -5% Q-Q, +8% Y-Y มีเพียงธุรกิจ Aeroflex (ฉนวนกันความร้อน/เย็น) ที่มีส่วน 29% ของรายได้รวม ยังโตได้ 2% Q-Q และ 8% Y-Y และด้วยความที่ใช้กำลังการผลิตลดลง ทำให้ Gross margin ลดลงเหลือ 30.5% ต่ำกว่าในช่วง 3 ไตรมาสแรกที่อยู่ที่ระดับ 32-33%
อ่านเพิ่มเติม
29
พฤษภาคม
2017
PDG (BUY/17TP: 5.5), ราคา PET เริ่มลดลงและลูกค้าที่สะดุดไปใน 1Q17 กำลังกลับมา
(views 50)
แนะนำ “ซื้อ” PDG ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 5.50 บาท (อิง PE Multiplier 15 เท่า) โดยราคาหุ้นก่อนหน้านี้ถูกกดดันจากผลประกอบการ 1Q17 ที่ออกมาต่ำกว่าคาด และราคา PET ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ปัจจุบันถือว่าแรงกดดันต่างๆ เริ่มผ่อนคลายลง ทั้งราคา PET ที่ลงเป็นเดือนที่ 3 ราว 7% จาก ก.พ. 17 และกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการกลับมาสั่งซื้อของลูกค้าเดิมในกลุ่มน้ำผลไม้ ทำให้คาดว่าผลประกอบการ 2Q17 จะกลับมาขยายตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y ส่วนการลงทุนในธุรกิจใหม่ เรามองว่ามีความเป็นไปได้ที่ PDG จะซื้อโรงเป่าขวดที่ดำเนินการอยู่แล้วเพื่อขยายฐานลูกค้าต่างจังหวัด จากเงินสดในมือที่เหลือหลังลงทุนธุรกิจหลอดพรีฟอร์มอีกราว 100 ล้านบาท ราคาปัจจุบันยังถูกมาก ซื้อขายบน PE2017 เพียง 12 เท่า ใกล้จุดต่ำสุดตั้งแต่เข้าตลาดที่ 11.2 เท่า และให้ผลตอบแทนจากปันผลสูงถึง 6% ต่อปี (จ่าย 2 ครั้ง)
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤษภาคม
2017
AIT (BUY/17TP: 31), แนวโน้มผลการดำเนินงานสดใส ปันผลยังสูง
(views 57)
เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มธุรกิจและผลการดำเนินงานของ AIT จากสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันที่มีเสถียรภาพทำให้โครงการประมูลงานต่างๆจากภาครัฐยังคงมีปริมาณมาก นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้งานในประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเป็นปัจจัยหนุน Backlog และกำไร เราปรับเพิ่มประมาณการขึ้น 5% เป็นเติบโต 29.8% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 31 บาท มี Upside กว่า 10% ขณะที่ปันผลยังสูงถึงปีละราว 7% เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็น Top Pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤษภาคม
2017
WORK (BUY/17TP: 69), แนวโน้ม 2Q17 ยังแข็งแกร่ง สูงสุดของปี ปรับราคาเป้าหมายขึ้น
(views 48)
จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการทำกำไรที่แข็งแกร่งของบริษัท จากการเป็นผู้ประกอบการทีวีรายใหม่ที่ดึงส่วนแบ่งการตลาดได้โดดเด่นสุด โดยคาดกำไร 2Q17 ทำกำไรสูงสุดของปี และโตต่อเนื่องทั้ง Q-Q, Y-Y จากความสามารถในการปรับค่าโฆษณาเฉลี่ยขึ้นได้อีก ตาม Rating กอปรกับกำไรที่มากกว่าคาดใน 1Q17 จากการควบคุมต้นทุนทำให้เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ขึ้น 11-13% เป็นกำไรโตสูง 165% และ 30% ตามลำดับ แม้คาดกำไร 4Q17 เป็นระดับต่ำสุดของปีตามปกติที่มีค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มมาก ราคาเป้าหมายปี 2017 ปรับขึ้นเป็น 69 บาท จากเดิม 62 บาท (DCF) ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมายังมี Upside 12% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
26
พฤษภาคม
2017
SVI (BUY/17TP: 6.8), กำไรจะฟื้นตัวตั้งแต่ 2Q17 และสดใสเต็มที่ในปี 2018
(views 54)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรามีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อการเติบโตในช่วงที่เหลือของปีนี้และปีหน้า โดยผู้บริหารยังตั้งเป้าหมายค่อนข้าง Aggressive ตามเดิม แต่ดูมีศักยภาพมากขึ้น ภายหลังขจัดปัญหาสายการผลิตแล้วเสร็จ ทำให้สามารถใช้กำลังการผลิตได้มากขึ้น อีกทั้งอยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติม เพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากสินค้าใหม่ และจากลูกค้าใหม่ที่เข้ามาค่อนข้างแน่นอนในช่วง 4Q17 เพราะเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว โดยแนวโน้มกำไร 2Q17-3Q17 น่าจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง และจะเห็นการเติบโตอย่างโดดเด่นใน 4Q17 และจะรับรู้เต็มปีในปีหน้า เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 เติบโต 48.5% Y-Y และปรับเพิ่มกำไรปี 2018 ขึ้น 7% เป็นโต 24.6% Y-Y จากเดิมคาดโต 16.7% Y-Y ทำให้คาดการณ์การเติบโตของกำไรใน 3 ปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 21% จากเดิม 16% CAGR ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่ม PE ที่เหมาะสมเป็น 17 เท่า ให้เท่ากับกลุ่ม และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2017 เป็น 6.8 บาท จากเดิม 6 บาท ยังมี Upside 15.3% จึงคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤษภาคม
2017
EA (BUY/17TP: 33), กำไรจะเติบโตในอัตราเร่งในปีนี้และเต็มที่ในปี 2019
(views 55)
กำไรที่น่าประทับใจใน 1Q17 คิดเป็น 22% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา แนวโน้มกำไร 2Q17 – 3Q17 มีทิศทางดีขึ้นตาม High season และการทยอย COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมอีก 90MW ที่เหลือในช่วงปลาย 2Q17 เรายังคงคาดกำไรสุทธิปี 2017 โต 35% Y-Y ปี 2018 โต 40% Y-Y และปี 2019 โต 35% Y-Y กำไรที่เติบโตอย่างรวดเร็วทำให้ PE ปัจจุบันที่ 24.6 เท่า ลดเหลือ 17.5 เท่าในปีหน้าและเหลือเพียง 12.9 เท่าในปี 2019 การเติบโตตั้งแต่ปี 2019 จะสูงกว่าที่คาดขึ้นกับความสำเร็จของโครงการแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าที่คาดว่าโรงงานจะสร้างแล้วเสร็จปลายปี 2018 เรายังคงแนะนำซื้อ คงราคาพื้นฐาน 33 บาทยังไม่รวมโครงการ Energy storage
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤษภาคม
2017
DTAC (SELL/17TP: 30), ปลดล็อคความเสี่ยงได้บางส่วน แต่กำไร 1-2 ปีข้างหน้ายังไม่สดใส
(views 52)
คลื่น 2300 MHz อย่างไรก็ตาม ยังมีความจำเป็นต้องประมูลคลื่น 1800 MHz กลับมาให้ได้ในปีหน้า ขณะที่เบื้องต้นหากรวมผลจากการได้คลื่น 2300 MHz จะทำให้ผลการดำเนินงานปี 2018 พลิกมาขาดทุนจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในขณะที่รายได้ยังต้องลุ้น ในเชิงพื้นฐานเราจึงยังไม่ได้ชื่นชอบ DTAC โดยราคาเหมาะสม ณ ปัจจุบันของเรายังอยู่ที่ 30 บาท ยังแนะนำ ขาย
อ่านเพิ่มเติม
25
พฤษภาคม
2017
BIG (BUY/17TP: 6.9), กำไรสุทธิมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวแรงใน 2H17 “ซื้อ”
(views 53)
แนะนำ “ซื้อ” BIG ที่ราคาเป้าหมายปี 2017 ขึ้นเป็น 6.90 บาท อิง PE Multiplier ของกลุ่มที่ 25 เท่า จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ทำให้เราสบายใจต่อการเติบโตของตลาดกล้อง Mirrorless และภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยคาดว่าจะเห็น BIG ทำตลาดเชิงรุกในธุรกิจพิมพ์ภาพดิจิตอลใน 2H17 และด้วยฐานที่ต่ำในปีก่อน ทำให้กำไรช่วงที่เหลือของปีเติบโตอย่างก้าวกระโดด Y-Y ขณะที่การปรับตัวลงของราคาหุ้นรับงบ 1Q17 ที่ต่ำกว่าคาด ได้ทำให้ PE2017 ลดลงเหลือเพียง 17 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่ BIG เข้าตลาดที่ 20 เท่า และต่ำกว่ากลุ่มซื้อขายสินค้าไอทีที่ 25 เท่า ส่วน PEG เทียบการเติบโตของกำไรต่อหุ้นใน 3 ปีข้างหน้าคิดเป็น 1 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มที่ 1.5 เท่า ในเชิงของ Valuation จึงเริ่มน่าสนใจในการลงทุนมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
24
พฤษภาคม
2017
TVO (HOLD/17TP: 30), ผ่านช่วงที่ดีไปแล้วในปีก่อน คาดกำไรปีนี้จะลดลงแรง
(views 60)
แม้จะคาดแนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q17 น่าจะฟื้นตัวจาก 1Q17 ที่มีกำไรไม่ดีนัก แต่ในแง่ Y-Y กำไรจะลดลงแรงเพราะฐานที่สูงในปีก่อน ในขณะที่เรายังคงมุมมองต่อราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปีนี้ตามเดิมว่าน่าจะทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน ยังไม่มีปัจจัยเชิงบวกกระตุ้นราคาถั่วเหลือง แต่ในขณะเดียวกันก็มอง Downside ต่อการปรับลงของราคาถั่วเหลืองค่อนข้างจำกัด อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มผลประกอบการใน 1H17 ที่ดูอ่อนแอกว่าคาด เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 ลงอีก 18% เป็นการลดลงจากปีก่อน 30.7% Y-Y ทั้งนี้เรายังมีมุมมองต่อการลงทุนในปีนี้ตามเดิมคือ มองผ่านกำไรสูงสุดไปแล้วในปีก่อน ซึ่งเป็นจังหวะที่ดีสำหรับ TVO อย่างมาก ทั้งในแง่การแข่งขันของกากถั่วเหลืองนำเข้าที่ต่ำมาก (เพราะหันไปนำเข้าข้าวสาลีแทน) และเกิดภาวะปาล์มขาดแคลนทำให้สินค้าทดแทนอย่างน้ำมันถั่วเหลืองขายดีมาก รวมถึงการขึ้นลงของราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกที่ไม่ผันผวนนัก แต่มีจังหวะให้การบริหารสต็อกของบริษัทดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การมีมาร์จิ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่เราไม่คิดว่าหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นในปีนี้อีก โดยราคาปรับลดลงราคาเป้าหมายเป็น 30 บาท จากเดิม 35 บาท (อิง PE เดิม 12 เท่า) เราแนะนำเพียงถือรับปันผล ด้วยคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปีนี้ที่ 6.5%
อ่านเพิ่มเติม
24
พฤษภาคม
2017
ORI (BUY/17TP: 16), พราวด์เรสซิเดนซ์ช่วยขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าให้กิจการ
(views 58)
เรามองบวกกับการซื้อหุ้น 100% ในพราวด์เรสซิเดนซ์ เพราะช่วยขยายตลาดสู่ระดับบนที่ ORI ยังขาด ปัจจุบันพราวด์เรสซิเดนซ์มี 1 โครงการคอนโดคือ Park 24 มูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท ขายได้แล้ว 1 หมื่นล้านบาท ทยอยรับรู้เป็นรายได้ใน 4Q17 ถึงปี 2020 เมื่อรวมกับ Backlog ของ ORI จึงเป็น 2.2 หมื่นล้านบาท เป็นผู้ประกอบการในตลาดฯที่มี Backlog สูงมาก ขณะที่ Net profit margin ของ Park 24 สูงกว่าโครงการของ ORI ที่ทำได้ 18-19% เราปรับประมาณการกำไรปี 2017 ขึ้นเป็น 1.66 พันล้านบาท (+160% Y-Y) จากเดิม 1 พันล้านบาท กำไรส่วนเพิ่มมาจาก Park 24 หรือประมาณ 38% ของกำไรรวม การเติบโตสูงดังกล่าวชดเชย dilution จากการเพิ่มทุน PP 5.3% ได้หมด ทำให้ EPS growth เป็น 77% Y-Y และคาดกำไรโตต่อเนื่องในปีหน้า 52% Y-Y ปรับราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 16 บาท (PE 16 เท่า) แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
23
พฤษภาคม
2017
LPH (HOLD/17TP: 9.5), กำไรผ่านช่วงเติบโตสูงสุดไปแล้ว ปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
(views 62)
เราคาดว่าการเติบโตของกำไรของ LPH ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในปีที่ผ่านมา โดยเราปรับลดประมาณการกำไรปกติปีนี้ลงเหลือเติบโต 5.7% Y-Y สะท้อนรายได้ที่เริ่มเติบโตชะลอตัว ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการเปิดอาคารใหม่ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตของกำไรในระยะสั้น ขณะที่ราคาเหมาะสมเราปรับลงจาก 10.50 บาท เหลือ 9.50 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside จำกัด เราจึงปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” อย่างไรก็ตามเรายังไม่ได้รวม Upside จากการขายที่ดิน การ M&A และโอกาสในการปรับเพิ่มการจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคมไว้ในประมาณการ
อ่านเพิ่มเติม
22
พฤษภาคม
2017
BJC (BUY/17TP: 55), ปีนี้ดีที่กระป๋องและ BIGC ส่วนแก้วจะดีปีหน้า
(views 68)
จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เรามีมุมมองเป็นกลางต่อข้อมูลที่ได้รับ แม้ใน 2Q17 แนวโน้มผลประกอบการของ BIGC จะดูฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากฐานทีต่ำในปีก่อน แต่ธุรกิจหลักของ BJC ค่อนไปในทางตัว เพราะจะมีการปิดซ่อมบำรุงเตาแก้วโรงที่ 2 ราว 45 วัน ต่อมาจาก 1Q17 ที่ปิด 1 เตาในจำนวนวันที่เท่ากัน ทำให้ธุรกิจแก้วใน 1H17 ไม่สดใสนัก ในขณะที่ช่วง 2Q17-3Q17 บริษัทยังต้องเผชิญกับอัตราภาษีจ่ายที่สูงขึ้นผิดปกติ และจะกลับรายการก้อนใหญ่ใน 4Q17 ซึ่งอัตราภาษีจ่ายทั้งปีน่าจะทรงตัวที่ระดับ 20% อย่างไรก็ตาม เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะยาว ภายหลังปรับโครงสร้างธุรกิจเป็นโครงสร้างเดียวแล้วเสร็จ โดย BIGC จะเป็นหัวหอกในการขยายธุรกิจร้านค้าปลีกทั้งไทยและ CLMV โดยจะเริ่มเห็นการขยายสาขา BIGC ไปในต่างประเทศตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป สำหรับปีนี้เราปรับลดกำไรสุทธิลง 12% เป็นการเติบโต 48.8% Y-Y จากเดิมคาดโต 68.1% Y-Y จากธุรกิจแก้วที่ไม่สดใสใน 1H17 และรวมผลกระทบของค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น จากการประเมินมูลค่ากิจการของ BIG ใหม่ และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 55 บาท จากเดิม 58 บาท (DCF) ยังมี Upside 30.2% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤษภาคม
2017
BDMS (HOLD17TP: 20), มีมุมมองเป็นลบมากขึ้นต่อการเติบโตในช่วง 3 ปีข้างหน้า
(views 66)
เรามีมุมมองเชิงลบมากขึ้นต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานสำหรับ BDMS หลังรายได้เติบโตชะลอตัว ในขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นซึ่งกดดัน Margin ทำให้ต้องแก้ปัญหาโดยการเจาะตลาดในภูมิภาคมากขึ้นเพื่อชดเชยตะวันออกกลางที่หายไป รวมถึงการควบคุมต้นทุนภายในและลดเม็ดเงินลงทุนที่ไม่จำเป็น เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2017 ลงเป็นหดตัว 5.9% Y-Y ขณะที่ช่วง 3 ปีข้างหน้าคาดว่าจะโตเฉลี่ยปีละเพียง 3% เท่านั้นซึ่งทำให้ความน่าสนใจลดลง เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 20 บาทและปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
19
พฤษภาคม
2017
RS (BUU/17TP: 10.8), แนวโน้มกำไร 2Q17 ฟื้นตัวสูง Q-Q, Y-Y ธุรกิจ H&B หนุนหลัก
(views 56)
จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวาน เราคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการ 2Q17 ที่จะฟืนตัวสูงทั้ง Q-Q และ Y-Y จากยอดขายธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ H&B ยังเป็นตัวหนุนหลัก ยอดขายโตสูงขึ้น Q-Q และเพิ่มก้าวกระโดด Y-Y ขณะที่รายได้ทีวีดิจิตอลกระเตื้องขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันยังสูงและกำลังซื้อโดยรวมไม่ฟื้นตัว Y-Y มากนัก เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ขึ้น 8-9% นับเป็นผลประกอบการที่คาดฟื้นตัวสูงจากขาดทุนในปีก่อน จากการเติบโตสูงของธุรกิจ H&B ธุรกิจทีวีดิจิตอลกระเตื้องขึ้น และการควบคุมต้นทุนธุรกิจเพลง คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 10.80 บาท ปรับขึ้นจากเดิมที่ 10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2017
KTC (BUY/17TP: 168), กำไร 2Q17 อ่อนลงระยะสั้น ทั้งปียังอยู่ในเกณฑ์ดี
(views 64)
ระยะสั้น ราคาหุ้น KTC อาจขาดปัจจัยกระตุ้นทางบวก (กำไร 2Q17 ชะลอตามฤดูกาล, ความเสี่ยงจากกฏเกณฑ์การคุมก่อหนี้ครัวเรือนจากภาครัฐ) แต่เรายังคงเชื่อถือความแข็งแกร่งของพื้นฐานที่มีเป้าหมายการเพิ่มยอดการใช้จ่ายเพื่อเตรียมพร้อมสู่การปรับรูปแบบพฤติกรรมทางสังคมสู่ Digital economy ซึ่งการใช้เงินสดจะลดลง และ KTC จะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ นอกจากนี้ KTC มีความเสี่ยงด้านคุณภาพหนี้ต่ำที่สุดในกลุ่มโดยพิจารณาจาก NPL ที่ต่ำเพียง 1.7% และ Coverage ratio สูง 500% คงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ที่ 2.8 พันลบ. +15%Y-Y คงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมที่ 168 บาท
อ่านเพิ่มเติม
18
พฤษภาคม
2017
MC (BUY/17TP: 21.5), สินค้าใหม่หนุนการเติบโต ปันผลยังสูง
(views 65)
เรายังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อกลยุทธ์การเติบโตทั้งการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าท่อนบนรวมถึงการออกผลิตใหม่ โดยเป็นการ Engage ลูกค้าเดิมและขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของทั้งรายได้และกำไร รวมถึงยังเป็นการใช้ประโยชน์จากหน้าร้านของตนเองที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุนมากขึ้น เราคาดกำไรปกติปี 2017 โต 13.3% Y-Y และประเมินราคาเหมาะสมที่ 21.50 บาท ขณะที่ Dividend Yield ยังน่าสนใจราว 5.4% จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤษภาคม
2017
DRT (BUY/17TP: 6.6), กำไร 1Q17 โตโดดเด่น
(views 58)
กำไรสุทธิ 1Q17 โต +95% Q-Q, +5% Y-Y DRT ประกาศกำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95% Q-Q และ 5% Y-Y สูงกว่าคาด หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายที่ดินในปีก่อนราว 32 ล้านบาท กำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 39.5% Y-Y ทั้งนี้ กำไรที่เพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y มาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น +25% Q-Q, +4.5% Y-Y ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายที่เติบโตได้ดีทุกช่องทางการจัดจำหน่าย หลังจากเน้นปรับ Product Mix และรุกขยายตลาดแบบ Full Multi Channel ทำให้สัดส่วนยอดขายผ่าน Modern Trade และตลาดส่งออกไปยัง CLMV เพิ่มเป็น 14% และ 18% ตามลำดับ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มไม้สังเคราะห์ กระเบื้องคอนกรีต และกระเบื้องจตุลอน ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นทั้งตลาดในประเทศและส่งออก ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ในระดับสูงราว 90% บวกกับราคาพืชผลทางการเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้น หนุนให้กำลังซื้อของผู้บริโภคในต่างจังหวัดดีขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายการขายลดลง –29% Q-Q, -14% Y-Y จากการลดค?าใช?จ?ายทางด?านการตลาด ทำให้กำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 27.4% จาก 26% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
17
พฤษภาคม
2017
ERW (BUY/17TP: 6), ยังคงมุมมองบวกต่อภาพรวมการเติบโตในช่วง 2 ปีข้างหน้า
(views 65)
เรายังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อทิศทางการเติบโตของผลการดำเนินงานจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยังคงเป็นขาขึ้นนำโดยการเติบโตของรัสเซีย ขณะที่จีนเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจน ส่วนการลงทุนใหม่ๆยังเป็นไปตามแผนและคาดว่าจะไม่ฉุดภาพรวมการเติบโตของทั้งกลุ่ม โดยอ้างอิงจาก Performance ของโรงแรมใหม่ที่เปิดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาที่ค่อนข้างดี รวมถึงขนาดของธุรกิจที่เติบโตขึ้นมากจากในอดีต การจายตัวของ Portfolio ที่แข็งแกร่ง เราจึงยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 เติบโต 20.6% Y-Y และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 6 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2017
BANPU (BUY/17TP: 24), ธุรกิจถ่านหินผลักดันกำไรปกติโตแรงตามคาด
(views 69)
ประกาศกำไรปกติ 1Q17 (+62% Q-Q +314% Y-Y) เติบโตได้ดีตามคาด โดยสาเหตุหลักมาจากธุรกิจถ่านหินที่เติบโตตามราคาถ่านหิน ส่วนแนวโน้ม 2Q17 น่าจะทรงตัวในระดับสูงต่อไปได้ ก่อนที่ธุรกิจถ่านหินจะเร่งตัวอีกครั้งใน 3Q17 เนื่องจากจะเข้าสู่ฤดูผลิตถ่านหินสำหรับอินโดนิเซีย กำไรปกติ 1Q17 คิดเป็น 23% ของคาดการณ์เราทั้งปี สำหรับราคาหุ้นและราคาถ่านหินที่ปรับลงช่วงก่อน เป็นเพราะอุปทานในออสเตรเลียกลับมาเป็นปกติ ส่วนช่วงที่เหลือของปีคาดว่าราคาถ่านหินจะอยู่ในกรอบ US$70/ตัน-US$80/ตัน ตามนโยบายของจีน โดย YTD ราคาถ่านหินเฉลี่ยเท่ากับ US$82/ตัน ยังอยู่สูงกว่าสมมติฐานเราที่ US$80/ตัน ดังนั้น ประมาณการเรากำไรเราที่ 1.1 หมื่นล้านบาท +226% Y-Y ยังเป็นไปได้ ส่วนราคาถ่านหินและราคาหุ้นปัจจุบันถือว่า Downside เริ่มแคบแล้ว ประกอบกับ Valuation ยังถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค ดังนั้น เรายังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 24 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2017
GFPT (BUY/17TP: 21), ปรับเพิ่มกำไรสะท้อนไก่ส่งออกที่ดีและต้นทุนการเลี้ยงที่ต่ำ
(views 75)
ภาวะอุตสาหกรรมไก่ปีนี้เติบโตมากกว่าคาด โดยตัวเลขส่งออกไก่ของไทย 1Q17 เติบโตถึง 11% Y-Y มากกว่าเป้าหมายทั้งปีที่คาดโต 3% Y-Y ในขณะที่ปกติ 1Q มักเป็นช่วง Low Season ของการส่งออก สอดคล้องกับปริมาณไก่ส่งออกของบริษัทใน 1Q17 ที่พุ่งขึ้น 39% Y-Y ส่วนราคาวัตถุดิบ 2017YTD ยังถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำ ทรงตัวใกล้เคียง 4Q16 น่าจะเป็นบวกต่อต้นทุนการเลี้ยงไปจนถึง 3Q17 เพราะปกติจะมีการสต็อกวัตถุดิบอย่างน้อย 3 เดือน เราจึงปรับเพิ่มสมมติฐานการเติบโตของปริมาณขายส่งออก และอัตรากำไรขั้นต้นให้สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ขึ้น 14.6% เป็นการเติบโต 14% Y-Y จากเดิมที่คาดทรงตัว และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 21 บาท จากเดิม 18.3 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) มี Upside 19.3% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ และชอบมากสุดในกลุ่มไก่
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2017
GL (SELL/17TP: 20), ลดขนาดเงินให้กู้ใน SG, Cyprus ปรับประมาณการลง
(views 80)
เราคงคำแนะนำ ขาย และปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 20 บาท (เดิม 32 บาท) การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ GL มีแผนได้กล่าวถึงกลยุทธในการทำธุรกิจในปี 2017 จะรุกตลาดอินโดนีเซียและเมียนมามากขึ้น ทั้งนี้คาดว่าเงินให้สินเชื่อที่ให้กับกลุ่มไซปรัสและสิงคโปร์ (ลูกหนี้เงินกู้ยืม SME) จะทยอยลดลงซึ่งเราคาดว่าจะกระทบต่อรายได้ในระยะสั้นขณะที่ค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้นตามการขยายกิจการในช่วงแรก เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลง 20% เป็น 1,169 ลบ. +9.9%Y-Y โดยมีสาเหตุหลักจาก 1.ปรับลดเงินให้สินเชื่อที่ให้กับกลุ่มไซปรัสและกลุ่มสิงคโปร์ลงเป็น -14% หรือเท่ากับเงินต้นที่ได้รับการชำระคืนจากลูกหนี้กลุ่มไซปรัสในเดือนเม.ย. 2.ปรับลดส่วนแบ่งกำไรจากประเทศศรีลังกา และ 3. ปรับเพิ่ม Cost to income ratio ทั้งนี้ประมาณการของเรายังไม่รวมความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการตั้งด้อยค่าเงินลงทุนที่ศรีลังกาซึ่ง ณ มี.ค. 2017 มีมูลค่าตลาด 855 ลบ. น้อยกว่าอย่างมีนัยเมื่อเทียบกับเงินลงทุนทางบัญชีที่ 2.5 พันลบ. ซึ่งในเบื้องต้นผู้บริหารคาดว่ายังไม่จำเป็นต้องตั้งด้อยค่าฯในตอนนี้
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2017
TOP (HOLD/17TP: 77.5), ประกาศกำไรสุทธิเติบโตแรง +22% Q-Q +50% Y-Y
(views 79)
ประกาศกำไรปกติ 1Q17 สูงกว่าคาด -17% Q-Q +45% Y-Y โดยผลประกอบการธุรกิจหลักดีขึ้นทุกธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจอะโรมาติกส์ ทำให้ Market GIM เท่ากับ US$9.4/BBL +18% Q-Q +13% Y-Y แต่มีขาดทุนสต๊อก 249 ล้านบาท เทียบกับ 4Q16 ที่กำไร 3,752 ล้านบาท และ 1Q16 ที่ขาดทุน 311 ล้านบาท ทำให้ Accounting GIM -19% Q-Q แต่ +27% Y-Y กำไรปกติคิดเป็น 34% ของที่เราคาดแต่แนวโน้มมีโอกาสชะลอลงโดยเฉพาะธุรกิจอะโรมาติกส์ที่เด่นใน 1Q17 โดยล่าสุดส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ลดลงแรง เพราะ อุปทานในตลาดเพิ่มขึ้น ดังนั้น เรายังคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ -19% Y-Y และ คงคำแนะนำถือ ราคาเหมาะสม 77.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2017
MGT (BUY/17TP: 2.7), กำไร 1Q17 ออกมาดีตามคาด และจะดีต่อเนื่องทั้งปี “ซื้อ”
(views 81)
กำไรสุทธิ 1Q17 อยู่ที่ 12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59%Q-Q และ 11%Y-Y กำไรสุทธิ 1Q17 อยู่ที่ 12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59%Q-Q และ 11%Y-Y จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 25%Q-Q และ 5%Y-Y ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 160 ล้านบาท จากความต้องการเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษในกลุ่มยานยนต์ (50% ของรายได้รวม) ที่เพิ่มขึ้น ตามยอดผลิตรถยนต์ในประเทศที่ฟื้น 4%Q-Q อยู่ที่ 485,555 คัน รวมถึงการเพิ่มทีมขายและความหลากหลายในตัวสินค้ามากขึ้น ขณะที่ การลดลงของราคาวัตถุดิบและเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 4%Q-Q หนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวเป็น 28.5% จาก 27.3% ใน 4Q16 และ 27.1% ใน 1Q16 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ควบคุมได้ดีขึ้น โดยคิดเป็น 17.9% ของรายได้รวม ลดลงจาก 18.5% ใน 4Q16 ซึ่งถูกหักล้างเล็กน้อยจากค่าใช้จ่าย IPO ที่ยังเหลือบันทึกเข้าไตรมาสนี้ราว 2 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2017
SWC (BUY/17TP: 14.7), กำไร 1Q17 ออกมาดีตามคาด 2Q17 จะเป็น High Season “ซื้อ”
(views 77)
กำไรสุทธิ 1Q17 อยู่ที่ 45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51%Q-Q แต่ลดลง 17%Y-Y กำไรสุทธิ 1Q17 อยู่ที่ 45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51%Q-Q จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 4%Q-Q และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 31%Q-Q เหลือ 56 ล้านบาท เนื่องจากทุกไตรมาส 4 จะมีการจัดกิจกรรมทางการตลาดและบันทึกค่าใช้จ่ายพนักงานสูงกว่าปกติ จึงทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 13.8% จาก 9.6% ใน 4Q16 ส่วนที่เทียบ Y-Y แล้วกำไรสุทธิลดลง 17%Y-Y มาจาก 2 ส่วน คือ (1) ช่วง 1Q16 มีการขายแบบ Big Lot ให้กับตัวแทนจำหน่ายที่เพิ่งแต่งตั้ง 2 ราย ทำให้ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการทำตลาดมากนัก (2) Product Mix จากการขายสินค้าอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ ซึ่งส่วนใหญ่คือกลุ่มที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยถ้าหากหักผลบวกต่อกำไรสุทธิจากการตั้งตัวแทน ซึ่งเราคาดว่าจะอยู่ที่ราว 15 ล้านบาท กำไรปกติจะโต 14%Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
16
พฤษภาคม
2017
LTT (BUY/17TP: 13), กำไร 1Q17 น่าประทับใจ ปรับประมาณการขึ้น
(views 63)
กำไร 1Q17 ดีกว่าคาดและเป็นจุดสูงสุดใหม่ LIT รายงานกำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 34 ลบ. +20%Q-Q และ +72%Y-Y ดีกว่าที่คาดไว้และยังเป็นกำไรที่เป็นจุดสูงสุดใหม่ กำไรที่เพิ่มขึ้น Q-Q มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยรับ ซึ่งสอดคล้องกับเงินให้สินเชื่อที่เติบโตแข็งแกร่ง +3%YTD ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูงราว 7% ขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีมาก Cost to income ratio อยู่ที่ 55% ลดลงจาก 60% ในไตรมาสก่อน สะท้อนการเกิด Efficiency จากการขยายตัวของสินเชื่อที่ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
CPF (BUY/17TP: 38.0 (After XR = 32)), พื้นฐานดูไม่แย่ แต่ราคาหุ้นคงถูกกดันจากการเพิ่มทุน
(views 62)
ประกาศผลประกอบการ 1Q17 ทำได้ดีกว่าคาด มาจากการรวม Bellisio เต็มไตรมาส และส่วนแบ่งกำไรจาก CPALL ที่ทำได้โดดเด่น ส่วนธุรกิจที่สร้างผลขาดทุนคือ ธุรกิจหมู จากราคาหมูที่ลดลงทั้งในเวียดนาม กัมพูชา และไทย แนวโน้มกำไรจะดีขึ้นใน 2Q17 จากสถานการณ์หมู ไก่ กุ้งในประเทศที่ดีขึ้น และกำไร 3Q17 จะได้ปัจจัยหนุนจากฤดูกาล ในขณะที่คาดสถานการณ์หมูในเวียดนามที่ประสบปัญหา Oversupply ที่จะดีขึ้นในช่วง 2H17 เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 ทรงตัวจากปีก่อนหน้า จากฐานที่ค่อนข้างสูง และบริษัทได้ประกาศเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิม 5:1 ราคาเพิ่มทุน 25 บาท จะมี Dilution 25% จะขึ้น XR วันที่ 3 ก.ค. โดยต้องได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นวันที่ 27 มิ.ย. ก่อน การเพิ่มทุนนี้จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการมองหาโอกาสในการเติบโตในอนาคต โดยราคาเป้าหมายก่อนเพิ่มทุนเท่ากับ 38 บาท และหลังขึ้นเพิ่มทุนจะลดลงเหลือ 32 บาท ในเชิงพื้นฐานยังแนะนำซื้อ แต่ราคาหุ้นในช่วงนี้คงจะถูกกดดันจากการเพิ่มทุน
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
ALT (SELL/17TP: 6), กำไร 1Q17 อ่อนแออย่างมาก
(views 69)
กำไร 1Q17 ฟื้นตัว Q-Q แต่ยังหด Y-Y ALT ประกาศกำไรปกติ 1Q17 ออกมาที่ 31 ลบ. -70.2% Q-Q, -52.5% Y-Y ซึ่งน่าผิดหวังอย่างมากจากรายได้ที่หดตัวถึง 60.2% Q-Q และ 52.7% Y-Y ทั้งๆที่ Mobile Operator ทั้ง ADVANC และ DTAC ใช้เม็ดเงินลงทุนตามแผน ซึ่งหมายถึงการลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในส่วนของการติดตั้งสถานีฐานเพิ่มเติม แต่เป็นการลงทุนด้านอุปกรณ์ซึ่งทำให้ ALT ไมได้ประโยชน์ ขณะที่ Gross Margin แม้จะเพิ่มขึ้น Y-Y แต่ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หดตัวแรงได้ ขณะที่ธุรกิจให้เช่า Fiber Optic ยังไม่มีรายได้เข้ามาในไตรมาสนี้
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
INTUCH (BUY/17TP: 61), กำไร 1Q17 ฟื้น Q-Q ตามลูก
(views 70)
กำไร 1Q17 ฟื้นตัว Q-Q แต่ยังหด Y-Y INTUCH ประกาศกำไรปกติ 1Q17 ออกมาที่ 3,088 ลบ. +19.7% Q-Q, -9.7% Y-Y ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับลูกอย่าง ADVANC และ THCOM ที่ประกาศกำไรออกมาก่อนหน้า โดยกำไรที่ฟื้นตัว Q-Q เกิดจาก Handset Subsidy ที่ลดลงของ ADVANC แต่ Y-Y ยังหดตัวเนื่องจากปีก่อนต้นทุนคลื่น 900 MHz ที่เพิ่มเข้ามารวมถึงกำไรของ THCOM ที่หดตัวอย่างมีนัยยะจากการสูญเสียลูกค้าทั้งดาวเทียม Broadcast และ Broadband ในปีที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
TVO (HOLD/17TP: 35), กำไร 1Q17 หดตัวแรง นำไปสู่การปรับลดกำไรและเป้าหมาย
(views 65)
กำไรสุทธิ 1Q17 ลดลงแรง กำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 263 ล้านบาท (-38.8% Q-Q, -43.9% Y-Y) สาเหตุที่กำไรลดลงมาจากรายได้ที่ปรับลดลง 13.8% Q-Q และ 12.6% Y-Y เนื่องจากการอ่อนตัวลงของทั้งธุรกิจกากถั่วเหลือง ที่เผชิญการแข่งขันกับกากถั่วเหลืองนำเข้าสูงขึ้น ทำให้ปริมาณขายกากลดลง เช่นเดียวกับธุรกิจน่ำมันถั่วเหลืองที่มีปริมาณขายลดลง ภายหลังสถานการณ์น้ำมันปาล์มเริ่มดีขึ้น กอปรกับต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาเมล็ดถั่วเหลืองเฉลี่ย 1Q17 เท่ากับ US$10.26 ต่อบุชเชล (+2.2% Q-Q, +16.6% Y-Y) กระทบต่อไปยังอัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงแรงมาอยู่ที่ 10.2% จาก 12.6% ใน 4Q16 และ 12.3% ใน 1Q16 เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 ไตรมาส สำหรับด้านค่าใช้จ่าย ถือว่าบริษัทควบคุมได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ทรงตัวจากปีก่อนที่ระดับ 5% และลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 5.6%
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
SAT (SELL/17TP: 14.5), กำไรสุทธิ 1Q17 ดีขึ้น Y-Y แต่ 2Q17 จะชะลอและราคาเต็มมูลค่า
(views 66)
กำไรสุทธิ 1Q17 เพิ่มขึ้น 13%Y-Y จาก Product Mix แต่รายได้ยังลดลงต่อเนื่อง SAT เปิดเผยกำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 4Q16 ที่ 171 ล้านบาท โดยทั้งยอดขายและความสามารถในการทำกำไรแทบไม่ต่างกัน ซึ่งถือว่าแย่กว่าอุตสาหกรรมเพราะยอดผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 4%Q-Q ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 13% จาก Product Mix ที่มีสัดส่วนการผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรการเกษตรเพิ่มขึ้น รวมถึงการเน้นควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 15.9% จาก 13.9% ใน 1Q16 ส่วนรายได้ลดลง 5%Y-Y เหลือ 2,093 ล้านบาท ตามยอดผลิตรถยนต์ที่ลดลงราว 4%Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
ARROW (BUY/17TP: 21.4), กำไร 1Q17 ออกมาน่าผิดหวัง แต่คาดว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี
(views 61)
กำไรสุทธิ 1Q17 ทำได้เพียง 47 ล้านบาท ลดลง 29%Q-Q และ 33%Y-Y แรงกดดันไม่ได้มาจากอุปสงค์ เพราะรายได้รวมโต 2%Q-Q และ 16%Y-Y อยู่ที่ 361 ล้านบาท โดยลูกค้ายังมีการเร่งสั่งซื้อเพื่อล็อคต้นทุนอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนระบบบัญชีในการคำนวณต้นทุนจาก FIFO เป็นวิธีถัวเฉลี่ย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ราคาเหล็กเพิ่มขึ้นราว 10%Q-Q ขณะที่ ราคาขายถูกกำหนดตามต้นทุนเดิม ประกอบกับ เม-ฆา เอส ที่เป็นบริษัทลูกมีการรับรู้แต่ต้นทุนเข้ามาในงบ เพราะงานส่วนใหญ่ส่งมอบใน 2H17 จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือเพียง 25.9% จาก 32.7% ใน 4Q16 และ 36.2% ใน 1Q16 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดี โดยคิดเป็น 11.5% ของรายได้รวมเท่ากับ 4Q16
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
ASEFA (BUY/17TP: 9.7), กำไร 1Q17 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
(views 58)
กำไร 1Q17 ลดลง 36.6% Q-Q, 12.6% Y-Y กำไร 1Q17 ที่ 56 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย (คาด 61 ล้านบาท) ลดลง 36.6% จากไตรมาสก่อนที่เป็นระดับสูงสุดของปีก่อน และลดลง 12.6% Y-Y ตามรายได้ใกล้เคียงคาดลดลง 19.7% Q-Q แต่ Flat Y-Yแต่ Gross margin ที่ 23.5% ต่ำกว่าคาดที่ 25% และลดลง 2% Q-Q, Y-Y จากสัดส่วนรายได้จากโครงการรื้อถอนทีมีมาร์จิ้นต่ำกว่าธุรกิจหลักเพิ่มกว่าคาด เป็น ~10% เทียบกับคาดที่ ~3% ชดเชยค่าใช้จ่าย SG&A ที่ต่ำกว่าคาด
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
BIG (BUY/17TP: 6.9), กำไรสุทธิ 1Q17 ไม่ BIG ตามคาด แต่ Downside จำกัด “ซื้อ”
(views 60)
กำไรสุทธิ 1Q17 แย่กว่าคาด จากรายได้ที่ไม่มาตามนัด กำไรสุทธิ 1Q17 อยู่ที่ 239 ล้านบาท แย่กว่าคาดการณ์ของเราที่ 260 ล้านบาท โดยลดลง 21%Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล และกำลังซื้อที่ถูกดึงไป 4Q16 ตามาตรการช้อปช่วยชาติ ส่วนเมื่อเทียบ Y-Y เพิ่มขึ้น 2% ซึ่งถ้าหัก Loss Carry Forward ที่เกิดขึ้นใน 1Q16 ราว 27 ล้านบาท กำไรปกติจะโต 15%Y-Y จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 14%Y-Y อยู่ที่ 1,589 ล้านบาท ซึ่งถูกหักล้างเล็กน้อยจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเหลือ 32.1% จาก 32.4% ใน 1Q16 เพราะ Product Mix เนื่องจากสินค้า Sony ที่ให้อัตรากำไรสูงเพิ่งเริ่มกลับมาจำหน่ายเต็มรูปแบบเป็นไตรมาสแรก
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
BJC (BUY/17TP: 58), กำไร 1Q17 ต่ำกว่าคาด จากค่าเสื่อมราคาและภาษีจ่ายสูง
(views 55)
กำไรสุทธิ 1Q17 ต่ำกว่าคาด จากค่าเสื่อมสูงขึ้นจากการประเมินมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ BIGC สูงขึ้น และภาษีจ่ายสูงกว่าคาด ในขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) ถือว่าทำได้ดี เติบโต Y-Y จากการรวม BIGC และธุรกิจ Healthcare และเติบโต Q-Q จากการฟื้นตัวของ BIGC นอกจากนี้มีการประกาศเพิกถอนหุ้น BIGC ออกจากตลาด และจะทำ Tender ในราคา 225 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้เราอยู่ระหว่างทบทวนปรับลดกำไรสุทธิปีนี้จากผลกระทบของค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น และภายหลังได้รับข้อมูลชัดเจนเรื่องของอัตราภาษีในอนาคต จากปัจจุบันคาดกำไรสุทธิไว้โต 68.2% Y-Y แต่ราคาเป้าหมายน่าจะคงเดิมที่ 58 บาท เพราะประเมินด้วยวิธี DCF ในขณะที่ค่าเสื่อมเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด และราคาหุ้นที่ปรับลงมามากสะท้อนกำไรที่ต่ำกว่าคาดใน 1Q17 ไปแล้ว ยังคงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
BLA (HOLD/17TP: 52), ความกดดันจากธุรกิจลงทุนและค่าใช้จ่ายประกันฯ สูงขึ้น
(views 66)
เราปรับลดประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้าลง 18% เป็น 4 พันลบ. -20.6%Y-Y และ 4.6 พันลบ. +14%Y-Y ตามลำดับ เนื่องจากแรงกดดันจากรายได้จากการลงทุนและ ค่าใช้จ่ายประกันชีวิต ที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แนวโน้มกำไร 2Q17 น่าจะดีที่สุดในปีเนื่องจากจะรับรู้รายได้จากเงินปันผลเข้ามาตามฤดูกาล ส่วนธุรกิจประกันคาดว่ายังมีผลขาดทุน กำไรสุทธิน่าจะชะลอตัวลงใน 2H17 อีกครั้งเนื่องจากมีกรมธรรม์ครบอายุไถ่ถอนมากที่สุดในปี (ราว 6-7 พันลบ.) เราปรับราคาเหมาะสมปี 2017 ลงเป็น 52 บาท จากเดิม 56.50 บาท ปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
FN (BUY/17TP: 7.5), กำไร 1Q17 น่าผิดหวัง แต่มองเป็นกำไรต่ำสุดของปี
(views 56)
กำไรสุทธิ 1Q17 น่าผิดหวัง ต่ำกว่าคาดมาก กำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 23 ล้านบาท (-51.1% Q-Q, -30.3% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดที่ 43 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรที่น่าผิดหวัง จาก SSSG ที่ติดลบมากกว่าคาดสูงเป็นระดับสองหลัก แม้ผลงานที่สาขาอยุธยาจะทำได้ดี แต่ยังไม่สามารถหักล้างผลลบจากการหดตัวของ SSSG ได้ทั้งหมด ทำให้รายได้รวม -13.5% Q-Q และ -1.2% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงแรงมาอยู่ที่ 43% (ต่ำกว่าที่เราคาดที่ 44.6%) จาก 44.3% ใน 4Q16 และ 44.6% ใน 1Q16 จากการเร่งทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นรายได้ แต่กลับไม่เป็นผลสำเร็จ และด้วยฐานรายได้ที่อ่อนแอ กอปรกับค่าใช้จ่ายบริหารที่สูงขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 36.2% จาก 31.7% ใน 4Q16 และ 30.7% ใน 1Q16
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
ROBINS (BUY/17TP: 76), กำไร 1Q17 ทำได้ใกล้เคียงคาด จากมาร์จิ้นที่ดีขึ้น
(views 64)
กำไรสุทธิ 1Q17 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 710 ล้านบาท (-29.7% Q-Q, +3.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 736 ล้านบาท) หากไม่รวมการกลับรายการหนี้สูญในไตรมาสก่อนที่ 239 ล้านบาท จะมีกำไรปกติในไตรมาสนี้ลดลงเพียง 7.9% Q-Q ทั้งนี้สาเหตุที่กำไรลดลง Q-Q ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของปัจจัยฤดูกาล และฐานสูงในไตรมาสก่อนจากมาตรการช้อปช่วยชาติ ส่วนสาเหตุที่กำไรเติบโต Y-Y แม้รายได้จะไม่สดใสนักจากเหตุ SSSG ติดลบ 4.4% Y-Y ในขณะที่รายได้สาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อนไม่สามารถหักล้างได้ทั้งหมด แต่สิ่งที่ดีในไตรมาสนี้คือ พัฒนาการของอัตรากำไรขั้นต้นยังทำได้ดี จากการปรับ Product Mix สามารถเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand และ International Brand ได้ตามเป้าหมาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y เป็น 25.3% และรายได้ค่าเช่ายังเติบโตได้ต่อเนื่อง +5% Q-Q และ +11.4% Y-Y ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 29.1% จาก 28% ใน 4Q16 และ 27.6% ใน 1Q16 รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมมีทิศทางเดียวกับบริษัทคือ ลดลง 29% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 20% Y-Y มาอยู่ที่ 147 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
SVI (BUY/17TP: 6), กำไร 1Q17 ยังไม่สวยนัก แต่ชอบอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวดี
(views 66)
กำไรปกติ 1Q17 ยังไม่สดใสเท่าที่ควร แต่อัตรากำไรขั้นต้นมีพัฒนาการดีขึ้น กำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 174 ล้านบาท (-15.9% Q-Q, +544.4% Y-Y) หากไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 45 ล้านบาท และการกลับรายการสำรองค่าใช้จ่ายการรับประกัน 94 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 125 ล้านบาท (-19.9% Q-Q, +34.4% Y-Y) สาเหตุที่กำไรเติบโต Y-Y มาจากฐานที่ต่ำในปีก่อนที่เพิ่งฟื้นจากเหตุไฟไหม้ ส่วนกำไรที่ลดลง Q-Q แม้บริษัทได้จัดการปัญหาสายการผลิตได้แล้วเสร็จ แต่ประสบปัญหาการผลิตสินค้าใหม่บางรายการที่ยังไม่สามารถผลิตได้อย่างตามเป้าหมาย ทำให้รายได้ลดลง 7.2% Q-Q แต่สิ่งที่ดีขึ้นคือ อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 9.2% จาก 8.8% ใน 4Q16 และ 8.4% ใน 1Q16 สะท้อนถึงอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น และน่าจะมาจาก Product Mix จากการเน้นผลิตสินค้าใหม่ที่มีอัตรากำไรที่ดีมาตั้งแต่ปีก่อน และยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ค่อนข้างใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 5.2% และลดลงจาก 6.7% ใน 1Q16
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
XO (BUY/17TP: 6.5), กำไร 1Q17 เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวได้ตามคาด
(views 60)
กำไรสุทธิ 1Q17 ฟื้นตัวตามคาด กำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 14 ล้านบาท (+366.7% Q-Q, -60% Y-Y) เท่ากับคาด ถือเป็นการฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำในไตรมาสก่อน โดยปัจจุบันสามารถเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่สู่ระดับ 50% ซึ่งเข้าถึงระดับคุ้มทุนแล้ว ในขณะที่ไม่มีค่าใช้จ่ายย้ายสายการผลิตและค่าทำลายสินค้าจำนวนมากเหมือนไตรมาสก่อน เหลือเพียงค่าใช้จ่ายบางอย่างที่ทับซ้อนกันอยู่ระหว่างโรงงานเก่าและโรงงานใหม่ โดยรายได้ในไตรมาสนี้ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง +14.3% Q-Q และ +15.4% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 27.2% ดีขึ้นจาก 25.1% ใน 4Q16 แต่ยังต่ำกว่าระดับที่เคยทำได้ในช่วงปกติที่ 34.7% ใน 1Q16 รวมถึงสัดส่วนค่าใช้จ่ายปรับตัวลดลงได้ดีมาอยู่ที่ 21.1% จาก 24.7% ใน 4Q16 ถือเป็นระดับที่ใกล้เคียงปกติแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
15
พฤษภาคม
2017
MINT (BUY/17TP: 43), กำไร 1Q17 แข็งแกร่งตามคาด
(views 63)
กำไร 1Q17 ฟื้น Q-Q และยังหดแรง Y-Y MINT ประกาศผลการดำเนินงาน 1Q17 ออกมาแข็งแกร่งตามคาดโดยมีกำไรปกติ 1,924 ลบ. ฟื้นตัวแรง 42.8% Q-Q หลังจากถูกกระทบจากการไว้ทุกข์ใน 4Q16 และเติบโตถึง 17.1% Y-Y จากทั้งธุรกิจโรงแรมและอาหารทั้งไทยและและต่างประเทศที่ฟื้นตัว รายได้เติบโตในระดับใกล้เคียงคาดโดยธุรกิจโรงแรมมี Rev Par เติบโต 6% Y-Y ส่วนธุรกิจขายอสังหาฯเติบโตก้าวกระโดดหลังปรับรูปแบบการขาย Anantara Vacation Club และมีการโอนวิลล่าที่ภูเก็ตเพิ่มอีก 3 หลัง ขณะที่ธุรกิจอาหารมี Same Store Sales Growth 1.3% Y-Y แต่เมื่อรวมกับการขยายสาขาราว 8% Y-Y ทำให้ Total System Sales Growth เติบโตได้ 8.2% Y-Y ขณะที่ Margin ขยายตัวขึ้นจากการควบคุมต้นทุนที่ดี
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2017
BEAUTY (BUY/17TP: 12.6), กำไรสุทธิ 1Q17 ออกมาคลายความกังวล แนะนำ “ซื้อ”
(views 57)
กำไรสุทธิ 1Q17 อยู่ที่ 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12%Q-Q และ 55% Y-Y กำไร 1Q17 อยู่ที่ 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12%Q-Q และ 55%Y-Y โดยกำไรที่ฟื้นตัว Q-Q ไม่ได้มาจากจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น เพราะสาขาทั้งในและนอกประเทศยังเท่าเดิมจาก 4Q17 ที่ 372 สาขา แต่ยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาเดิมเพิ่มขึ้นถึง 14.4%Y-Y มากกว่า 4Q16 ที่เพิ่มขึ้น 9.2%Y-Y อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงเหลือ 30.8% ของรายได้รวม จาก 36.2% ของรายได้รวมใน 4Q16 เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายในการทำตลาดที่มักเกิดขึ้นในช่วงปลายปี ส่วนกำไรที่โต Y-Y เป็นผลจากจำนวนสาขาที่ต่างกัน 23 สาขา โดย 1Q16 มีเพียง 349 สาขา และจากยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ที่ 66.7% ชะลอลงเล็กน้อยจาก 4Q16 ที่ 67.4% แต่ใกล้เคียงกับ 66.6% ใน 1Q16 และด้วยความที่กำไรสุทธิ 1Q17 คิดเป็น 23% ของประมาณการทั้งปีที่ 855 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30%Y-Y ซึ่งเป็นระดับที่ดีกว่า 1Q15 และ 1Q16 ที่กำไรออกมาแล้วคิดเป็น 19% และ 20% ของกำไรในปีนั้นๆ ตามลำดับ เราจึงคงประมาณการเดิมไว้ก่อน
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2017
CPALL (BUY/17TP: 74), เริ่มต้น 1Q17 ได้อย่างน่าประทับใจ
(views 60)
กำไรสุทธิ 1Q17 น่าประทับใจ ทำได้ดีกว่าคาด 7% กำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 4,765 ล้านบาท (+10.8% Q-Q, +17.2% Y-Y) ดีกว่าคาด 7% (เราคาดไว้ 4,462 ล้านบาท) สาเหตุที่เติบโตส่วนหนึ่งมาจากผลงานของ MAKRO ที่ทำได้ดี โดยมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,622 ล้านบาท (+0.7% Q-Q, +29.3% Y-Y) และผลงานของร้าน 7-11 ที่ทำได้ดีเช่นเดียวกัน โดยมี SSSG เป็นบวกตามคาดที่ 1.2% Y-Y และมีการเปิดสาขาใหม่ 246 แห่ง รวมมีจำนวนสาขาสิ้น 1Q17 ที่ 9,788 แห่ง ส่งผลให้มีรายได้รวมในไตรมาสนี้เติบโต 2% Q-Q และ 8% Y-Y และมีอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 22% จาก 21.9% ใน 4Q16 และ 21.6% ใน 1Q16 โดยมาจาก Product Mix ที่ยังดีต่อเนื่องของทั้ง MAKRO และ 7-11 โดยสัดส่วนสินค้าของร้าน 7-11 ยังมาจาก Food มากถึง 70.9% ซึ่งมีอัตรากำไรที่สูงกว่า Non Food ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ควบคุมได้ดีอยู่ที่ 18.8% จาก 19.2% ใน 4Q16 และ 18.5% ใน 1Q17 และมีภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงมาอยู่ที่ 2,040 ล้านบาท (-4.3% Q-Q, -0.7% Y-Y) จากการ Refinance เป็น Perpeptual Bond (หุ้นกู้ที่ลักษณะคล้ายทุน)
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2017
GFPT (HOLD/17TP: 18.3), กำไร 1Q17 เป็นไปตามคาด คงคำแนะนำถือ
(views 54)
กำไรปกติ 1Q17 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 424 ล้านบาท (-13.8% Q-Q, +54.2% Y-Y) แต่หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่ 29 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 395 ล้านบาท (-15.8% Q-Q, % Y-Y) ถือว่าใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 393 ล้านบาท) โดยกำไรลดลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล และไตรมาสก่อนมีปริมาณขายที่ค่อนข้างสูง เพราะเลื่อนมาจากไตรมาสก่อนๆ ส่วนสาเหตุที่กำไรโตดี Y-Y มาจากปริมาณขายส่งออกที่เติบโตน่าประทับใจ 39% Y-Y เป็น 7,500 ตัน จากทั้งตลาดญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมาเลเซีย ในขณะที่ราคาค่อนไปในทางทรงตัว ทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้ -8% Q-Q และโตเล็กน้อย 5.6% Y-Y ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงมาอยู่ที่ 15.3% จาก 17.1% ใน 4Q16 แต่เพิ่มขึ้นจาก 11.5% ใน 1Q16 จากภาพรวมราคาวัตถุดิบต่ำลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ปรับขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน และสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 8.2% จาก 7.5% ใน 1Q16 และ 7.4% ใน 4Q16 สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 7.9% Q-Q แต่ลดลง 22.6% Y-Y เพราะฐานสูงของ GFN
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2017
KCE (SELL/17TP: 100), ต้นทุนสูงขึ้นและค่าเงินผันผวนจะกดดันมาร์จิ้นปีนี้
(views 47)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้พบว่า การปรับขึ้นราคา PCB ให้สอดคล้องกับราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ทำได้ยาก เนื่องจากภาวะตลาด PCB โลกไม่ได้สดใสนัก ทำให้การกำหนดราคาขายขึ้นอยู่กับ Demand และ Supply เป็นหลัก ซึ่ง ณ วันนี้ถือว่าอยู่ในเขต Oversupply ดังนั้นราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน รวมถึงความผันผวนของค่าเงินบาท ทำให้การบริหารจัดการทำได้ยากขึ้น และจะกระทบต่อความสามารถทำกำไรในที่สุด แม้ราคาทองแดงล่าสุดเริ่มอ่อนตัวลง แต่ยังสูงกว่าช่วงก่อนหน้าอยู่มาก และยังไม่ได้ส่งผลบวกต่อต้นทุนการผลิตของบริษัททันที เพราะยังมีสต็อกล่วงหน้า 3 เดือนที่ต้นทุนสูงอยู่ ซึ่งคาดจะเห็นต้นทุนของบริษัทอ่อนตัวลงใน 3Q17 เป็นต้นไป ดังนั้นราจึงปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้ให้สอดคล้องกับ 1Q17 และสถานการณ์ปัจจุบัน นำไปสู่การปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 ลง 6% เป็นการเติบโต 12.6% Y-Y จากเดิมคาดโต 19.4% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 100 บาท จากเดิมคาด 105 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ราคาหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว ปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2017
ITEL (BUY/17TP: 14), กำไรสุทธิ 1Q17 โตโดดเด่น ยังชอบในฐานะ Growth Stock “ซื้อ”
(views 54)
กำไรสุทธิ 1Q17 เพิ่มขึ้น 59%Q-Q และ 58%Y-Y อยู่ที่ 18 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1Q17 อยู่ที่ 18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59%Q-Q และ 58%Y-Y แม้รายได้รวมจะลดลง 36%Q-Q อยู่ที่ 187 ล้านบาท (เมื่อเทียบ Y-Y เพิ่มขึ้น 17%) แต่เพราะรายได้จากการให้เช่าโครงข่าย Fiber Optic เพิ่มขึ้น 7%Q-Q และ 42%Y-Y อยู่ที่ 117 ล้านบาท และ Data Center มีการให้เช่าเต็มพื้นทีเป็นไตรมาสแรก (เพิ่มขึ้น 14%Q-Q และ 21%Y-Y อยู่ที่ 15 ล้านบาท) ซึ่งรายได้ทั้ง 2 ส่วนนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นดีกว่ารายได้จากงานรับเหมาติดตั้งโครงข่าย (ลดลง 70%Q-Q และ 17%Y-Y อยู่ที่ 51 ล้านบาท) จึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 28.9% จาก 16.4% ใน 4Q16 และ 27.7% ใน 1Q16 ขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ควบคุมได้ดี โดยคิดเป็น 9.6% ของรายได้รวม ลดลงจาก 10.7% ของรายได้รวมใน 1Q16
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2017
MAJOR (HOLD/17TP: 35), กำไรสุทธิดีกว่าคาดจากรายการพิเศษ กำไรปกติใกล้เคียงคาด
(views 41)
กำไรสุทธิ 1Q17 เพิ่ม 208.4% Q-Q จากฐานต่ำ และเพิ่ม 15.7% Y-Y กำไรปกติเพิ่ม 21.2% Flat Y-Y
กำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 261 ล้านบาท ดีกว่าคาดเล็กน้อย (คาด 245 ล้านบาท) เพิ่ม 208.4% Q-Q จากฐานต่ำไตรมาสก่อนที่มีรายการพิเศษสุทธิเป็นลบ เทียบกับไตรมาสนี้ เป็นบวกกำไรจากขายหุ้น PVR 90 ล้านบาท (คาด 80 ล้านบาท) กำไรปกติ 171 ล้านบาท ใกล้เคียงคาดที่ 165 ล้านบาท เพิ่ม 21.2% จากไตรมาสก่อนที่มีผลกระทบจากช่วงไว้อาลัย และ Flat Q-Q
ทั้งนี้ รายได้รวมเพิ่ม 12.6% Q-Q, 10.2% Y-Y จากรายได้ตั๋วหนัง (สัดส่วนรายได้ ~55%) +15.9% Q-Q, +12.0% Y-Y รายได้ขายเครื่องดื่มและอาหาร (สัดส่วนรายได้ ~16%) +21.0% Q-Q, +11.7% Y-Y รายได้โฆษณา (สัดส่วนรายได้ ~15%) +20.4% Q-Q, +15.2% Y-Y ขณะที่รายได้ธุรกิจโบวลิงและค่าเช่าพื้นที่ (สัดส่วนรายได้อย่างละ ~5%) ยังลดลงเล็กน้อย -7.8% Q-Q, -7.4% Y-Y และ -3.6% Q-Q, -4.7% Y-Y รวมทั้งมีขาดทุนขั้นต้น ~25 ล้านบาทส่วนใหญ่จากหนังของบ.ย่อย MPIC
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2017
ICHI (SELL/17TP: 6), กำไร 1Q17 ดีกว่าคาด แต่ยังไม่สดใสนัก
(views 58)
1Q17 พลิกกลับมามีกำไรอีกครั้ง บริษัทมีกำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 62 ล้านบาท (-75.2% Y-Y) ดีกว่าคาด (เราคาดไว้ที่ 44 ล้านบาท) พลิกจากที่ขาดทุนสุทธิ 55 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน เพราะไตรมาสก่อนมีรายการพิเศษคือ ตั้งด้อยค่าความนิยมแบรนด์ไบเล่ 40 ล้านบาท และไตรมาสนี้รับรู้ขาดทุนจากอินโดนีเซียน้อยลงเป็น 44 บาท จาก 61 ล้านบาทในไตรมาสก่อน เพราะปกติไตรมาส 4 จะมีรายการค่าใช้จ่ายมากกว่าปกติอยู่แล้ว ทั้งนี้ถ้าพิจารณาในส่วนของ Operation พบว่า ยังไม่สดใส เพราะตลาดชาเขียวในประเทศยังหดตัวต่อเนื่อง ทำให้รายได้ไตรมาสนี้ -12.1% Y-Y ในขณะที่ต้องใช้การแข่งขันด้านราคาเพื่อประคองให้รายได้ไม่หดตัวลงแรงนัก ซึ่งต้องแลกมาด้วยมาร์จิ้นที่ลดลง จากกำไรต่อหน่วยที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 23.7% จาก 34.6% ใน 1Q16 สำหรับค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้ปรับขึ้น Q-Q เพราะเริ่มทำโปรโมชั่นครั้งใหญ่ของปีตั้งแต่เดือน มี.ค. แต่เป็นงบค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าปีก่อน ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 16.5% จาก 17.2% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2017
M (HOLD/17TP: 60), กำไร 1Q17 ตามคาด
(views 50)
กำไรสุทธิ 1Q17 ใกล้เคียงคาด SSSG พลิกกลับเป็นบวก กำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 553 ล้านบาท (+2.8% Q-Q, +26.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 549 ล้านบาท) ถือเป็นการฟื้นตัวจาก SSSG ที่พลิกกลับมาเป็นบวกจากร้าน MK +2% Y-Y และร้าน Yayoi +1% Y-Y โดยมาจากฐานต่ำในปีก่อนเป็นหลัก และมีการเปิดสาขาใหม่ 3 แห่งได้แก่ 1 MK LIVE และ 2 Yayoi ทำให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 5.7% Y-Y แต่ทรงตัว Q-Q ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนที่ 67.5% แต่ลดลงจาก 68.1% ใน 4Q16 และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 51.6% จาก 52.6% ใน 4Q16 และ 54.7% ใน 1Q16 ทั้งนี้มีการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายในการแปลง ESOP ของพนักงานลดลงมาอยู่ที่ 11 ล้านบาท (สุทธิจากภาษี) จาก 22 ล้านบาทใน 1Q16
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2017
MALEE (BUY/17TP: 115), กำไร 1Q17 เป็นไปตามคาด น่าจะฟื้นตัวตั้งแต่ 2Q17
(views 53)
กำไรสุทธิ 1Q17 ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 119 ล้านบาท (+1.7% Q-Q, +8.2% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ที่ 113 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 4 ล้านบาท และกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนบริษัทย่อย จะมีกำไรปกติเท่ากับ 107 ล้านบาท (-16.4% Q-Q, -2.7% Y-Y) สาเหตุที่กำไรไม่สดใสนัก ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยฤดูกาล และด้วยภาวะกำลังซื้อในประเทศที่ไม่สดใส ทำให้รายได้ในประเทศลดลงทั้งในส่วนของ Brand และ CMG รวมเป็นการลดลง 13% Y-Y ในขณะที่การส่งออกทำได้ดีโต 22% Y-Y โดยเฉพาะ Brand ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสนี้ +2.5% Q-Q และ -1% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 31.3% จากไตรมาสก่อนที่ 27.4% แต่ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนที่ 31.5% และสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 22.5% จาก 13.6% ใน 4Q16 ที่ไม่มีการโฆษณาหรือทำโปรโมชั่นมากนัก แต่ถือว่าใกล้เคียงปีก่อนที่ 22.9% บริษัทยังรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมที่ฟิลิปปินส์ที่ 7 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 40 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2017
MTLS (BUY/17TP: 36), กำไร 1Q17 ดีเกินคาด คุณภาพสินเชื่อยังสตรอง
(views 47)
กำไรสุทธิ 1Q17 ดีกว่าคาด รายได้รวมโตแข็งแกร่งขณะที่คุมคชจ.ได้ดีขึ้นอีก
MTLS รายงานกำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 536 ลบ. เพิ่มขึ้น 11%Q-Q และ 92%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 5% โดยมีสาเหตุหลักจาก 1.รายได้รวมดีกว่าคาดโดย +11%Q-Q และ +80%Y-Y ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของสินเชื่อที่แข็งแกร่ง ส่งผลรายได้ดอกเบี้ย +11%Q-Q และ +84%Y-Y ขณะที่ Loan Yield ขยับสูงขึ้นเป็น 23.5% จาก 23% ในไตรมาสก่อน ซึ่งน่าจะเกิดจากการขยายตัวของสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อประเภทอื่นที่ไม่ใช่สินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ ส่วน Spread ขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 20.8% เนื่องจากต้นทุนทางการเงินเริ่มปรับขึ้นเช่นกัน 2. การมี Efficiency ของสาขาและพนักงสนมากขึ้น ส่งผลต่อ Cost to income ทำได้ดีกว่าคาด โดยลดลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 มาอยู่ที่ 43.6% จาก 46.8% ในไตรมาสก่อนสอดคล้องกับที่ผู้บริหารเคยระบุว่าสาขาที่เปิดไปในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเริ่มทำกำไรและทำได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2017
MGT (BUY/17TP: 2.7), คาดกำไร 1Q17 ออกมาสดใส และยังดีต่อเนื่องตลอดทั้งปี “ซื้อ”
(views 51)
แนะนำ “ซื้อ” MGT ที่ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 2.70 บาท อิง PE Multiplier เฉลี่ยของกลุ่มที่ 20 เท่า จากคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q17 ที่มีแนวโน้มออกมาสดใส โดยเราคาดเพิ่มขึ้น 61%Q-Q และ 12%Y-Y อยู่ที่ 12 ล้านบาท จากรายได้ขายเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของยอดผลิตรถยนต์ 4%Q-Q และอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวตามการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่ง MGT มีสัดส่วนการนำเข้าสินค้าสูงถึง 90% ของต้นทุนรวม ขณะที่ การเติบโตทั้งปีนี้ คาดกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 67%Y-Y อยู่ที่ 54 ล้านบาท จากทั้งรายได้ที่โตตามการเพิ่มสินค้าและทีมขาย รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ควบคุมได้ดีขึ้นเพราะไม่มีค่า IPO เหมือนปีก่อน ซึ่งนอกจาก MGT จะน่าสนใจในแง่การเติบโตข้างต้นแล้ว ราคาปัจจุบันถือว่ายังไม่แพง โดยคิดเป็น PE2017 ที่ 17 เท่า หรือ PEG เทียบการเติบโตเฉลี่ยของกำไรสุทธิ 3 ปีข้างหน้าราว 39% ต่อปี ที่ 0.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ GIFT UKEM และ SELIC ซึ่งทำธุรกิจคล้ายคลึงกันมากที่สุดที่ 0.7 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2017
SAPPE (N.R./17TP: U.R.), กำไรสุทธิ 1Q17 น่าผิดหวัง อยู่ระหว่างทบทวนปรับลดเป้าหมาย
(views 51)
กำไรสุทธิ 1Q17 น่าผิดหวังมาก กำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 49 ล้านบาท (-49.5% Q-Q, -27.9% Y-Y) ต่ำกว่าคาด 16% (เราคาดไว้ 58 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุนในไตรมาสก่อน กำไรปกติในไตรมาสนี้จะ -39.4% Q-Q และ -33.8% Y-Y ค่อนข้างน่าผิดหวัง สาเหตุที่กำไรต่ำกว่าคาด มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาดมากถึง 5.7% เหลือ 36.3% (เราคาดไว้ 42%) ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 13 ไตรมาส มาจากอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง สืบเนื่องจากรายได้ที่ลดลง 22.7% Q-Q และ 14.8% Y-Y เพราะการขายในประเทศได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง Distributor แม้จะประสบความสำเร็จจากการออกสินค้าใหม่ถึง 7 รายการ แต่ยังไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด ในขณะที่การขายส่งออกไปยังอินโดนีเซียแผ่วลง เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ทำให้ลูกค้าสต็อกสินค้าลดลง รวมถึงรายได้จากบริษัทย่อยที่อินโดนีเซียหายไป หลังจากขายเงินลงทุนออกไปทั้งหมด ในขณะที่ค่าใช้จ่ายลดลงอย่างมากเพราะไม่มีการทำโปรโมชั่นหรือโฆษณามากนัก และเป็นการลดลงมากกว่ารายได้ ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 26% จาก 31.6% ใน 4Q16 และ 31.5% ใน 1Q16
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2017
TACC (BUY/17TP: 11.5), กำไร 1Q17 ใกล้เคียงคาด และจะกลับมาโตโดดเด่นใน 2Q17
(views 47)
กำไรสุทธิ 1Q17 เป็นไปตามคาด กำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 26 ล้านบาท (-10.3% Q-Q, +8.3% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 27 ล้านบาท) สาเหตุที่กำไรไม่ตื่นเต้นนักมาจาก 1) ธุรกิจชาเขียว Zenya ที่กัมพูชา ได้รับผลกระทบจากการมีคู่ขางรายใหม่เข้าไปในตลาด และได้ทำโปรโมชั่นรุนแรงในช่วงแรก แต่สามารถได้รับการชดเชยทั้งหมดด้วยสินค้าใหม่ Jump Start ที่ได้รับการตอบรับที่ดีและมีรายได้เป็นไปตามเป้าหมายในตลาดกัมพูชา เท่ากับว่าภาพรวมรายได้ที่กัมพูชาไม่เติบโต และ 2) ธุรกิจกาแฟ VSlim มีรายได้ลดลงไปครึ่งหนึ่ง (กระทบรายได้ราว 3%) จากการหยุดขายบางรสชาติที่มีผลงานไม่ดีนัก ในขณะที่ภาพรวมสินค้าอื่นที่ขายผ่าน 7-11 ยังทำได้ดีสม่ำเสมอ ทำให้รายได้รวมในไตรมาสนี้ % Q-Q และ % Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 31.9% จาก 29.3% ใน 4Q16 และ 30.7% ใน 1Q16 จาก Product Mix ที่ดีขึ้น ถือเป็นระดับสูงสุดเท่ากับ 4Q15 และสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 21.8% จาก 20.4% ใน 1Q16 และ 18.5% ใน 4Q16 จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดของสินค้าใหม่
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2017
WORK (BUY/17TP: 62), กำไรปกติ 1Q17 สูงกว่าคาดอย่างมาก 116%
(views 49)
กำไรปกติ Q17 ฟื้นตัวแรง 365.3% Q-Q, เพิ่ม 363.1% กำไรสุทธิและกำไรปกติ 1Q17 ที่ 179 ล้านบาท และ 173 ล้านบาท สูงกว่าเราและตลาดคาดกว่าเท่าตัว (คาด 74-90 ล้านบาท) ส่วนใหญ่จากต้นทุนบริการต่ำกว่าคาด 10% และค่าใช้จ่าย SG&A 30% ขณะที่รายได้รวมตามคาด โดยรายได้หลักจากช่องทีวีดิจิตอล WPTV เพิ่ม 65.6% Q-Q, 45.3% Y-Y เป็นการฟื้นตัวสูง 365.3% จากไตรมาสก่อนที่ขาดทุนปกติ 68 ล้านบาท จากผลกระทบช่วงไว้อาลัย 1 เดือน และเพิ่ม 363.1% Y-Y จากปัจจัยหนุนค่าโฆษณาเฉลี่ย (Avg. Ad. Rate) ของช่อง WPTV คาดปรับขึ้นได้ 32% Y-Y เป็นประมาณ 61,000 บาทต่อนาที และคาดอัตราการใช้เวลาโฆษณา (Utization rate) เพิ่ม นอกจากนี้ ค่าใช้จ่าย SG&A ก็ลกลง Q-Q, Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2017
THCOM (SELL/17TP: 18), กำไร 1Q17 ยังอ่อนแอ คงคำแนะนำ ขาย
(views 51)
กำไร 1Q17 ฟื้น Q-Q และยังหดแรง Y-Y THCOM ประกาศกำไรสุทธิ 1Q17 ออกมาที่ 259 ลบ. พลิกจากขาดทุน 114 ลบ.ใน 4Q16 แต่ลดลง 63.1% Y-Y หากตัดรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนออกกำไรปกติจะอยู่ที่เพียง 183 ลบ. +146.9% Q-Q, -70% Y-Y ซึ่งถือว่ายังคงอ่อนแอ สาเหตุหลักยังคงเกิดจากรายได้ของธุรกิจดาวเทียมที่แม้จะฟื้นตัวได้ 5.3% Q-Q แต่เกิดจากการขายอุปกรณ์ของ IPSTAR ขณะที่ยังหดตัวถึง 18.3% Y-Y จากการยกเลิกให้บริการออกอากาศของ CTH และ GMMB ตั้งแต่ 2H16 รวมถึง NBN ยังคงใช้งาน IPSTAR ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ ส่งผลให้ Gross Margin ยังหดตัวอย่างมีนัยยะจาก 44.1% ใน 1Q16 เหลือ 31.5% ณ ปัจจุบัน ส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญน้อยลง
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2017
BEM (BUY/17TP: 9.7), กำไร 1Q17 ใกล้เคียงคาด โตจากธุรกิจทางด่วนและรถไฟฟ้า
(views 55)
กำไรสุทธิ 1Q17 โต Q-Q ทรงตัว Y-Y BEM รายงานกำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 702 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +18.7% Q-Q และทรงตัว Y-Y ใกล้เคียงที่เราคาด การเพิ่มขึ้นของกำไร Q-Q สาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร -28% Q-Q หลังจากมีค่าใช้จ่ายในการเปิดโครงการใหม่ในไตรมาสก่อน ส่วนกำไรที่ทรงตัว Y-Y มาจากรายได้รวมที่โต +23.3% Y-Y โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1) รายได้ธุรกิจทางด่วนที่เพิ่มขึ้น 7.7% Y-Y ส่วนใหญ่มาจากค่าผ่านทางของทางด่วนศรีรัชรอบนอกราว 193 ล้านบาท 2) รายได้ธุรกิจรถไฟฟ้าโตสดใส +83% Y-Y จากการรับรู้ค่าจ้างการเดินรถสายสีม่วงราว 460 ล้านบาท และการขยายตัวของจำนวนผู้โดยสารในสายสีน้ำเงินเดิม +7% Y-Y อย่างไรก็ตาม ถูกกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 30.6% Y-Y ตามโครงการที่เปิดให้บริการเพิ่ม และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น +36% Y-Y จากโครงการทางด่วนศรีรัชรอบนอก ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับลดลงเป็น 37.8% จาก 41.3% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
12
พฤษภาคม
2017
TKN (HOLD/17TP: 21), สิ่งที่น่าห่วงปีนี้คือในประเทศและต้นทุนสาหร่าย
(views 46)
จากประชุม Opp day วานนี้ ผู้บริหารยังตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ในปีนี้ที่ 10% - 20% และให้น้ำหนักไปที่การเติบโตของตลาดจีน ที่ในปีนี้น่าจะมีสัดส่วนรายได้สูงกว่าการขายในประเทศแล้ว ส่วนปัจจัยที่น่ากังวลสำหรับปีนี้คือ ตลาดในประเทศที่ไม่สดใส จากทั้งกำลังซื้อที่ซบเซา และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง รวมถึงได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งจาก ราคาวัตถุดิบสาหร่ายแพงขึ้นราว 5% - 8% และมาจากต้นทุนโรงงานใหม่ที่ในช่วงแรกยังมีการใช้กำลังการผลิตค่อนข้างต่ำ ทั้งนี้เรายังคาดเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการในช่วง 2H17 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจ และคาดหวังโรงงานใหม่เข้าสู่ จุดคุ้มทุนได้เร็วขึ้น แต่จากผลประกอบการที่ไม่สดใสใน 1Q17 และปัจจัยลบข้างต้น เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปีนี้ลง 12% เป็นการเติบโต 21.2% Y-Y จากเดิมคาดโต 38% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 23 บาท จากเดิม 27.5 บาท โดยมีการปรับลด PE ลงเป็น 33 เท่า จากเดิม 35 เท่า เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราการเติบโตของกำไรที่ลดลง จากราคาหุ้นที่ปรับลงมามาก ทำให้มี Upside อยู่ที่ 5% จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ จากเดิม ขาย
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2017
GLOBAL (BUY/17TP: 19), กำไร 1Q17 ใกล้เคียงคาด แต่ไม่ตื่นเต้นเพราะลดลงจากปีก่อน
(views 49)
กำไร 1Q17 ใกล้เคียงคาด แต่ไม่ตื่นเต้นนัก กำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 484 ล้านบาท (+24.4% Q-Q, -2.8% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 504 ล้านบาท) แต่ผิดไปจากคาดตรงที่เป็นการลดลง Y-Y (คาดไว้ว่าจะโต Y-Y) โดยมาจาก SSSG ที่ติดลบมากถึง -7% Y-Y ส่วนหนึ่งจากฐานสูงในปีก่อน และกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวนัก แต่รายได้จากสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน และสาขาใหม่ในไตรมาสนี้ที่เปิด 4 แห่งได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ อุตรดิตถ์ อ่างทอง และเลย ทำให้รายได้รวมยังเติบโตได้ 18.1% Q-Q และ +4.3% Y-Y และมีค่าใช้จ่ายเร่งตัวขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 12.2% จาก 10.2% ใน 1Q16 ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นถือว่ายังทำได้ดีปรับขึ้นเป็น 21% จาก 19.5% ในปีก่อน แต่แผ่วลงเล็กน้อยจาก 21.4% ใน 4Q16 ซึ่งยอมรับได้ เพราะมาจาก Product Mix และเรื่องของฤดูกาลในการทำโปรโมชั่น
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2017
BCP (BUY/17TP: 40), ปรับประมาณการกำไรขึ้น สะท้อนกำไรที่ดีกว่าคาดใน 1Q17
(views 43)
จากกำไร 1Q17 ที่ดีกว่าที่เราคาด เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ขึ้น 5% โดยปรับเพิ่มสมมติฐานค่าการกลั่นขึ้น 8% เพราะคาดว่าประโยชน์จากส่วนต่างราคาน้ำมันดิบ Dated brent กับ ดูไบที่แคบลงใน 1Q17 จะยังคงต่อเนื่องไปยังช่วงที่เหลือของปี ทำให้เพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ที่ 5.5 พันล้านบาท +15% Y-Y และ ปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 40 บาท (จาก 38 บาท) อ้างอิง SOTP สำหรับราคาหุ้นถือว่ายังไม่แพง เนื่องจากปัจจุบันมี P/E 8.3 เท่า และ P/BV 1.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และ ยังต่ำที่สุดในกลุ่มโรงกลั่น นอกจากนี้ BCP ยังมีเงินปันผลระดับดี คาด Yield ราว 5.4% ดังนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงยังคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2017
EKH (BUY/17TP: 6.4), กำไร 1Q17 อ่อนแอ ปรับประมาณการและราคาเหมาะสมลง
(views 40)
กำไรสุทธิ 1Q17 ลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y EKH ประกาศผลการดำเนินงาน 1Q17 ออกมาอ่อนแอโดยมีกำไรสุทธิเพียง 14 ลบ. -18.7% Q-Q, -22.5% Y-Y รายได้จากการให้บริการหดตัว 7% Q-Q และ 0.1% Y-Y ซึ่งต่ำกว่าประมาณการทั้งปีที่เราคาดโตราว 12.4% Y-Y โดยสาเหตุเกิดผลกระทบจากใน 1Q16 มีไข้เลือดออกระบาดและสภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย รวมถึงการแปลงผู้ป่วย OPD เป็น IPD มีอัตราที่ลดลง ขณะที่ Gross Margin ปรับตัวลงอย่างมีนัยยะเหลือ 31.2% จาก 35.1% ใน 4Q16 และ 1Q16 จากต้นทุนบุคลากรที่สูงขึ้น ส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ปรับตัวขึ้นเช่นกันจากการเฉลี่ยตั้งสำรองโบนัสพนักงานทุกๆไตรมาสจากเดิมที่จะตั้งในไตรมาส 4
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2017
PDG (BUY/17TP: 5.5), กำไร 1Q17 ออกมาต่ำกว่าคาด แต่จะฟื้นตัวใน 2Q17 “ซื้อ”
(views 39)
กำไรสุทธิ 1Q17 ลดลง 22%Q-Q และ 6%Y-Y กำไรสุทธิ 1Q17 อยู่ที่ 21 ล้านบาท ลดลง 22%Q-Q และ 6%Y-Y ต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ 25 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขึ้นต้นที่ทรุดตัวลงเหลือ 22.2% จาก 27.6% ใน 4Q16 และ 26.0% ใน 1Q16 เพราะต้นทุนเม็ดพลาสติกในประเทศเพิ่มขึ้นราว 10%Q-Q อยู่ที่ 42 บาท/กิโลกรัม ขณะที่ การเริ่มผลิตขวดน้ำผลไม้ให้ลูกค้ารายใหม่มีต้นทุนเพิ่มขึ้นในช่วงแรก ซึ่งไปหักล้างกับผลบวกของ Economy of scale จากการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น ที่สะท้อนมายังการขยายตัวของรายได้ 5%Q-Q และ 13%Y-Y อยู่ที่ 173 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิ 1Q17 คิดเป็น 21% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีที่ 98 ล้านบาท (+5%Y-Y) ซึ่งแย่กว่าข้อมูลในอดีตที่กำไรสุทธิ 1Q15 และ 1Q16 คิดเป็น 32% และ 24% ของกำไรสุทธิทั้งปีในปีนั้นๆ ทำให้ประมาณการของเราเริ่มมี Downside แต่ด้วยความที่ต้นทุนเม็ดพลาสติก PET ลดลงใน 2Q17 ราว 5%Q-Q และคาดว่าประสิทธิภาพการผลิตให้กับลูกค้ารายใหม่จะเริ่มดีขึ้น เราจึงเลือกที่จะคงประมาณการเดิมไว้ก่อน ด้วยความคาดหวังว่าจะเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นตั้งแต่ 2Q17 เป็นต้นไป
อ่านเพิ่มเติม
11
พฤษภาคม
2017
TPCH (BUY/17TP: 23), กำไร 1Q17 ต่ำกว่าเราและตลาดคาดเล็กน้อย
(views 30)
กำไร 1Q17 ลดลง 8.9% Q-Q แต่ยังโต 104.3% Y-Y กำไร 1Q17 ที่ 64 ล้านบาท ต่ำกว่าเราและตลาดคาดที่ 65-73 ล้านบาท และลดลง 8.9% Q-Q ส่วนใหญ่จากมีการตั้งสำรองค่าปรับเกี่ยวกับโครงการโรงไฟฟ้าขยะของ บ.ย่อย “SIAM POWER” จำนวน 5 ล้านบาท ขณะที่โรงไฟฟ้ามหาชัย (MGP: 8 MW, TPCH ถือหุ้น 46%) มี Shutdown 7 วัน ทำให้ไม่มีกำไรรับรุ้จากบริษัทร่วม จากไตรมาสก่อนที่รับรู้ 4 ล้านบาท แม้ยังเป็นกำไรเพิมสูง 104.3% Y-Y จากการดำเนินงาน 4 โรงไฟฟ้า (หลังโรงไฟฟ้า MGP และโรงไฟฟ้าทุ่งสัง กรีน “TSG:: 9.2 MW, TPCH ถือหุ้น 65% เริ่ม COD ในต้น 2Q16 และต้น 4Q16 ตามลำดับ)
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2017
IRPC (BUY/18TP: 7.4), เข้าสู่ช่วงสดใส
(views 27)
ประกาศกำไรปกติ 1Q17 -38% Q-Q -49% Y-Y แต่สูงกว่าคาดเพราะ Margin ปิโตรเคมี และ กำไรสต๊อกน้ำมันที่ดีกว่าคาด โดยกำไรที่หดตัว Q-Q และ Y-Y สาเหตุหลักเพราะ 1Q17 เป็นช่วงหยุดซ่อมโรงงาน ทำให้อัตราการผลิตลดลงเหลือ 57% จากระดับ 87% ใน 4Q16 และ 1Q16 สำหรับแนวโน้มหลังจากนี้คาดกำไรจะฟื้นตัวได้ดี โดยมีปัจจัยหนุนใน 2Q17 จากการกลับมาจากหยุดซ่อมบำรุง และ ใน 3Q17-4Q17 จะมีปัจจัยหนุน Margin จากการ COD โครงการใหม่ ดังนั้น แม้กำไรปกติ 1Q17 คิดเป็น 18% ของคาดการณ์เราทั้งปี แต่เรายังคงประมาณการกำไรปี 2017 ที่ 9.7 พันล้านบาท -21% Y-Y ส่วนปี 2018 คาดกำไรโต +25% เพราะไม่มีหยุดซ่อมโรงงาน และ รับรู้ประโยชน์จากโครงการเพิ่มประสิทธิภาพต่างๆเต็มที่ เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปีหน้าที่ 7.40 บาทต่อหุ้น เพราะการประเมินราคาเหมาะสมปี 2017 บนกำไรปี 2017 ไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงเนื่องจากกำไรถูกฉุดด้วยการหยุดซ่อมโรงงานใน 1Q17 ซึ่งผ่านมาแล้ว เรายังคงให้ IRPC เป็น Top pick ของกลุ่ม และ ยังคงคำแนะนำซื้อ เพื่อรับกำไรปี 2018 ที่จะโตโดดเด่น และ Upside ที่น่าสนใจ
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2017
AAV (HOLD/17TP: 6.8), กำไร 1Q17 ต่ำกว่าคาด ปรับลดราคาเป้าหมายลง
(views 30)
กำไรสุทธิ 1Q17 ต่ำกว่าเราและตลาดคาด AAV ประกาศกำไรสุทธิ 1Q17 เพิ่มขึ้น +1,283% Q-Q แต่ลดลง -43.5% Y-Y เป็น 570 ล้านบาท น้อยกว่าที่เราคาด หากตัดรายการพิเศษจากกำไรของอัตราแลกเปลี่ยน อันเนื่องมาจากค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลล่าสหรัฐฯ ราว 144 ล้านบาทแล้ว กำไรปกติจะเป็น 427 ล้านบาท +129.5% Q-Q แต่ -57.8% Y-Y สาเหตุหลักของกำไรที่น้อยกว่าคาดมาจากการปรับอัตราจัดเก็บภาษีน้ำมันเครื่องบินสำหรับเส้นทางบินในประเทศจาก 20 สตางค์ต่อลิตร เป็น 4 บาทต่อลิตร ตั้งแต่ปลายเดือนม.ค. แม้จะมีการปรับเพิ่มค่าธรรมเนียม 150 บาทเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่การขายตั๋วล่วงหน้าทำให้อัตราค่าโดยสารยังมีค่าธรรมเนียมน้ำมันรวมอยู่ด้วย ส่วนการลดลงของกำไร Y-Y เนื่องจากรายได้ของส่วนเช่าเหมาลำลดลง 24% Y-Y ตามการหดตัวของจำนวนเที่ยวบินเหมาลำในเส้นทางบินจีน ส่งผลให้ค่าโดยสารเฉลี่ยลดลง 9% Y-Y ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนน้ำมันที่เพิ่ม ตามแนวโน้มราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้น 18% Y-Y รวมถึงค่าบริการใน สนามบิน และค่าซ่อมแซม บำรุงรักษาเพิ่มขึ้นตามขนาดฝูงบินที่ขยายตัว ทำให้กำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 17.3% จาก 27.8% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2017
ARROW (BUY/17TP: 21.4), คาดกำไรสุทธิ 1Q17 ชะลอ แต่จะเป็นจุดต่ำสุดของปี “ซื้อ”
(views 43)
คาดกำไรสุทธิ 1Q17 ชะลอตัว 8%Q-Q และ 13%Y-Y อยู่ที่ 60 ล้านบาท แม้คาดรายได้จากการขายท่อร้อยสายไฟจะโตต่อเนื่องอีก 10%Y-Y อยู่ที่ 341 ล้านบาท แต่เพราะต้นทุนเหล็กปรับตัวเพิ่มขึ้น และรายได้งานรับเหมาวางระบบไฟฟ้าจากบริษัทลูกยังไม่เข้า จึงทำให้คาดอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 32.0% จาก 32.7% ใน 4Q16 และ 36.2% ใน 1Q16 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากต้นทุนเหล็กเริ่มลดลง และรายได้จากการขายให้โครงการขนาดใหญ่ เช่น ท่อร้อยสายไฟใต้ดินจะเริ่มรับรู้ตั้งแต่ 2Q17 ทำให้คาดว่า 1Q17 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี เพราะฉะนั้น แม้เราปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 21.40 บาท จาก 22.30 บาท แต่ยังแนะนำ “ซื้อ” โดยนอกจากจะคาดหวังการเติบโตใน 2H17 ที่มีการรับรู้รายได้บริษัทลูกซึ่งมี Backlog กว่า 260 ล้านบาทแล้ว ราคาปัจจุบันยังซื้อขายบน PE2017 เพียง 14 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลังที่ 18 เท่า และผลตอบแทนจากเงินปันผลยังน่าสนใจที่ราว 4% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2017
SYNEX (BUY/17TP: 15.5), กำไรสุทธิ 1Q17 ดีกว่าคาด มีแนวโน้มทำ All Time High ต่อเนื่อง
(views 26)
กำไรสุทธิ 1Q17 สร้างสถิติสูงสุดใหม่ที่ 149 ล้านบาท +26%Q-Q, +50%Y-Y SYNEX ประกาศกำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 149 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26%Q-Q และ 50%Y-Y มากกว่าคาดการณ์ของเราที่ 131 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากการทำตลาดเชิงรุกด้วยการเพิ่มสินค้าใหม่ถึง 4 แบรนด์ในไตรมาสเดียว คือ D-Link, DJI, belkin, และ Apple(ยกเว้นสมาร์ทโฟน) ซึ่งทำให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 14%Q-Q และ 55%Y-Y อยู่ที่ 8,181 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดันเล็กน้อยเหลือ 4.4% จาก 4.6% ใน 4Q16 และ 5.2% ใน 1Q16 จากผลของ Product Mix แต่ถูกชดเชยด้วยการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดีขึ้น โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงเหลือ 2.56% จาก 2.64% ใน 4Q16 และ 3.26% ใน 1Q16 ทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 1.80% จาก 1.65% ใน 4Q16 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 45 ล้านบาท หากหักรายการดังกล่าวออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 116 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%Q-Q และ 46%Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2017
TU (HOLD/17TP: 24), กำไรสุทธิ 1Q17 ดูดี แต่มาจาก FX Gain ก้อนใหญ่
(views 25)
กำไรปกติ 1Q17 ไม่สดใส แต่มองเป็นกำไรต่ำสุดของปี กำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 1,469 ล้านบาท (+62.9% Q-Q, +19.3% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงถึง 590 ล้านบาท และการกลับรายการขาดทุนจากธุรกิจกองเรือ 36 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 808 ล้านบาท (-37.6% Q-Q, -16.4% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 989 ล้านบาท) ถือเป็นระดับกำไรที่ไม่สดใสนัก เพราะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินปอนด์และยูโร กระทบต่อธุรกิจทูน่าแบรนด์ MWB รวมถึงการอ่อนตัวลงของธุรกิจกุ้ง จากราคาวัตถุดิบกุ้งสูงขึ้นเพราะเหตุน้ำท่วมภาคใต้ (เป็นแหล่งเลี้ยงกุ้งมากสุดของประเทศ) ในช่วงต้นปี ส่งผลให้รายได้รวมสกุลบาทในไตรมาสนี้ -6.3% Q-Q และ +0.5% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 13.8% จาก 14% ใน 4Q16 และ 15.5% ใน 1Q16 ทั้งนี้ธุรกิจปลาแซลมอนเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน แม้จะยังขาดทุนในระดับกำไรสุทธิ แต่สามารถพลิกกลับมามีกำไรในระดับ EBITDA ได้แล้ว ในขณะที่ธุรกิจ Red Lobster พลิกกลับมามีกำไรได้ในไตรมาสนี้ กอปรกับบริษัทยังคงได้รับเงินปันผลในอัตรา 8% จาก Red Lobster อย่างสม่ำเสมอ
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2017
TCAP (HOLD/17TP: 51), ไม่มี Catalyst ใหม่
(views 31)
เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 แม้ธนาคารได้เพิ่มงบลงทุนการปรับโครงสร้างการทำงานเพิ่มขึ้น (ปรับโครงสร้างระบบงานสู่ Digital Banking ปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการและโครงสร้างพื้นฐานของธนาคาร) ซึ่งอาจทำให้ Cost to income ratio พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี แต่คาดว่าจะได้รับชดเชยได้จากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯที่ลดลงตามคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้นจนถึงระดับที่น่าพอใจแล้ว นอกจากนี้ ยังถือเป็นจังหวะที่ถูกต้องเนื่องจากยังเป็นปีที่ TCAP ได้ประโยชน์ทางภาษี (ใช้ได้ถึง 1H18) จึงทำให้กำไรสุทธิไม่หยุดชะงัก คงราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 51 บาท (PBV 1X) แต่คงคำแนะนำ ถือ เนื่องจากมี Upside จากประมาณการเพียง 7%
อ่านเพิ่มเติม
09
พฤษภาคม
2017
XO (BUY/17TP: 6.5), คาดกำไร 1Q17 เริ่มกลับมาฟื้นตัวแล้ว
(views 40)
เราเริ่มเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการตั้งแต่ 1Q17 ภายหลังมีอัตราการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการย้ายโรงงานลดลง โดยคาดกำไรสุทธิ 1Q17 จะฟื้นตัวแรง 367% Q-Q แต่ในแง่ Y-Y ยังลดลง เราคาดจะเห็นการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องใน 2Q17 ซึ่งปกติเป็น High Season ของธุรกิจ ส่วนการฟื้นตัวในช่วง 2H17 จะมาจากการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่เพิ่มขึ้น และน่าจะไปสู่ระดับ 70% ได้ในปี 2018 ซึ่งเป็นระดับที่น่าจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นกลับสู่ระดับสูงที่เคยทำได้ราว 34% - 35% เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 กลับมาเติบโต 35.4% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 6.5 บาท (อิง PE เดิม 24 เท่า) ยังมี Upside 25% และเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกำไรแล้ว จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ทยอยซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤษภาคม
2017
SPRC (HOLD/17TP: 13.3), กำไรปกติผันผวนตามคาดจากผลกระทบสต๊อกน้ำมัน
(views 34)
ประกาศกำไรปกติ 1Q17 -27% Q-Q แต่ +53% Y-Y เป็นไปตามคาด โดยผันผวนตามกำไร/ขาดทุนสต๊อกน้ำมัน กำไรปกติ 1Q17 คิดเป็น 30% ของประมาณการเราทั้งปี ส่วนแนวโน้ม 2Q17 คาดว่ากำไรปกติน่าจะทำได้เพียงทรงตัวเพราะค่าการกลั่นที่อาจปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย น่าจะชดเชยกับผลกำไรสต๊อกน้ำมันที่น่าจะลดลง ดังนั้น เรายังคงคาดการณ์กำไรปกติปี 2017 ที่ 7.0 พันล้านบาท -13% Y-Y และ ราคาเหมาะสม 13.30 บาท แม้ราคาหุ้นมี Upside สู่ราคาเป้าหมายเราค่อนข้างจำกัด แต่ด้วยเงินปันผลที่สูง คาด Yield 7.4% เราจึงยังคงคำแนะนำถือ
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤษภาคม
2017
SAPPE (BUY/17TP: 33), คาดกำไร 1Q17 ไม่สดใส นำไปสู่การปรับลดกำไรและเป้าหมาย
(views 36)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q17 ไม่สดใสนัก คาดลดลงทั้ง Q-Q และ Y-Y เพราะยอดขายในประเทศยังหดตัว และอินโดนีเซียมีน้ำท่วม ลูกค้าจึงสต็อกสินค้าน้อยลง แต่คาดจะกลับมาฟื้นตัวใน 2Q17 จากรับรู้รายได้สินค้าใหม่เต็มไตรมาส โดย Beauti Drink สูตร Relaxing Calm ได้รับการตอบรับที่ดีมาก แม้จะมีข่าว อย.ระงับโฆษณาที่อ้างสรรพคุณเกินจริง แต่มองไม่กระทบ เพราะไม่ใช่โฆษณาจากทางบริษัท และคาดยอดขายที่จีนจะยังฟื้นตัวต่อเนื่อง มีเพียงอินโดนีเซียที่ปีนี้จะมีการปรับฐาน เพราะมีการขายเงินลงทุนออกไปในปีก่อน อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มกำไร 1Q17 ที่ไม่ดี เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2017 ลง 7.4% เป็นการเติบโต 16% Y-Y จากเดิมคาดโต 25.5% Y-Y และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 33 บาท จากเดิม 39 บาท โดยปรับลด PE เป็น 23 เท่า จากเดิม 25 เท่า จากการปรับลดอัตราการเติบโตของกำไรในช่วง 3 ปีข้างหน้าเป็น 18% CAGR จากเดิมคาด 21% CAGR โดยยังคิดเป็น Implied PEG ที่ 1.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มเครื่องดื่มที่ 1.4 เท่า ที่ราคาเป้าหมายใหม่ยังมี Upside 33.1% คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
05
พฤษภาคม
2017
BBL (BUY/17TP: 230), ผลกำไรที่ดีจะเกิดขึ้นใน 2H17
(views 34)
การประชุมกับผู้บริหารเมื่อวานนี้ ผู้บริหารกล่าวถึงเป้าหมายทางการเงินปี 2017 ในเชิงบวกกว่าที่เราคาดไว้โดยเฉพาะการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญว่าน่าจะใกล้เคียงกับปีก่อนหน้าแม้ว่า NPL จะสูงขึ้นใน 1Q17 แต่ผู้บริหารคาดว่ามีความสบายใจต่อการจัดการขึ้นกว่าปีก่อนเนื่องจากการเกิดใหม่ชะลอลงและการปรับโครงสร้างฯทำได้เร็วขึ้น เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ที่ 3.44 หมื่นลบ. (+8.2%Y-Y) โดยคาดว่ากำไรใน 2H17 จะดีกว่า 1H17 ราคาหุ้น BBL ที่แม้จะ Outperform กลุ่มตั้งแต่ต้นปี (BBL +14%YTD VS SETBANK +7%YTD) แต่ยังซื้อขายในระดับที่ต่ำกว่า 2017 Prospective BVS ขณะที่ความแข็งแกร่งฐานะการเงิน BBL ไม่เป็นรองธนาคารใดทั้งด้านสภาพคล่อง และเงินกองทุน เราจึงคงคำแนะนำ ซื้อ โดยคงราคาเหมาะสมที่ 230 บาท
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤษภาคม
2017
BH (BUY/17TP: 200), การควบคุมต้นทุนเป็นปัจจัยหลักสำหรับการเติบโตของกำไรปีนี้
(views 30)
เรายังคาดว่ากำไรสุทธิของ BH ปี 2017 สามารถเติบโตได้ราว 7% Y-Y แม้ว่ารายได้คาดว่าจะทำได้เพียงแค่ทรงตัว แต่ถูกชดเชยได้ทั้งหมดจากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพอย่างมากซึ่งหนุนให้ Margin ขยายตัวอย่างมีนัยยะ BH ยังเน้นขยายขีดความสามารถในการรักษาและเพิ่ม Capacity ในซอยนานาโดยเน้นขยายตลาดกลุ่มอินโด-จีนมากขึ้น ขณะที่ตลาดตะวันออกกลางเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นจากนโยบายภาครัฐ ส่วนตลาดในประเทศยังมีแรงหนุนจากการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลพันธมิตรในประเทศ เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 200 บาท และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤษภาคม
2017
GPSC (BUY/17TP: 38), กำไร 1Q17 ดีกว่าคาดแต่ถูกหน่วงจากลูกค้าหลักหยุดซ่อม
(views 43)
ประกาศกำไรสุทธิ 1Q17 +79% Q-Q แต่ -14% Y-Y สูงกว่าที่เราและตลาดคาดราว 10% กำไรที่โตแรง Q-Q มาจากโรงไฟฟ้า IPP กลับมาจากหยุดซ่อมใน 4Q16 และ มีเงินปันผลรับเข้ามาช่วย ทั้งนี้ กำไรลดลง -14% Y-Y หลักๆจากเงินปันผลรับลดลง –33% Y-Y และ ลูกค้าหลักของโรงไฟฟ้า (SPP) หยุดซ่อม สำหรับแนวโน้มกำไร 2Q17 คาดว่าจะลดลง Q-Q เล็กน้อยเพราะไม่มีเงินปันผลรับ ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าน่าจะดีขึ้นเพราะเข้าสู่ฤดูร้อน และ ลูกค้าหลักกลับมาจากหยุดซ่อม ส่วน 3Q17 คาดจะเร่งตัวขึ้นเพราะจะมีเงินปันผลรับเข้ามาช่วย และ มีโรงไฟฟ้าที่จะทยอย COD เข้ามาเพิ่ม ดังนั้น เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ 2,955 ล้านบาท +10% Y-Y และ ราคาเหมาะสม 38 บาท แต่ปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ เนื่องจากราคาหุ้นช่วงก่อนปรับลงมาจนราคาหุ้นมี Upside เปิดกว้างขึ้น นอกจากนี้ หุ้นยังมีประเด็นบวกจากการปรับค่า Ft ช่วงเดือนพ.ค.-ส.ค.ขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤษภาคม
2017
IT (BUY/17TP: 4.7), กำไรสุทธิ 1Q17 ออกมาดีกว่าคาดเล็กน้อย “ซื้อ”
(views 33)
งบ 1Q16 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 6 ล้านบาท จากขาดทุน 9 ล้านบาทใน 4Q16 กำไรสุทธิ 1Q17 อยู่ที่ 6 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 9 ล้านบาท ใน 4Q16 และเพิ่มขึ้นกว่า 2.6 เท่าตัวเมื่อเทียบ Y-Y ซึ่งดีกว่าคาดการณ์ของเราที่ 5 ล้านบาท จากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 12.2% จาก 11.4% ใน 4Q16 และ 10.9% ใน 1Q16 ตามสัดส่วนยอดขายมือถือและอุปกรณ์ (อัตรากำไรสูงกว่าคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง) ที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย โดย SG&A/Sales ลดลงเหลือ 11.6% จาก 12.5% ใน 4Q16 ซึ่งสามารถชดเชยรายได้ที่ชะลอตัว 3%Q-Q และ 7%Y-Y เหลือ 1,189 ล้านบาท จากกำลังซื้อบางส่วนที่ถูกดึงไปเนื่องด้วยมาตรการช้อปช่วยชาติเมื่อ 4Q16 ได้ทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติม
04
พฤษภาคม
2017
MAJOR (HOLD/17TP: 35), คาดกำไรสุทธิ 1Q17 โต 8% Y-Y จะแกร่งใน 2Q17 สะท้อนในราคาหุ้น
(views 34)
คาดกำไรสุทธิ 1Q17 โตสูงจากไตรมาสก่อนที่มีรายการพิเศษรวมเป็นลบ ขณะที่ไตรมาสนี้เป็นบวก และกำไรเพิ่มเล็กน้อย 8.3% Y-Y กำไรปกติเพิ่ม 16.8% Q-Q จากฐานต่ำในไตรมาสก่อนที่ได้รับผลกระทบช่วงไว้อาลัย แต่ลดลงเล็กน้อย 5.2% Y-Y คงมองกำไร Peak สุดของปีใน 2Q17 ซึ่งเป็นหน้าหนังและมีหนังฮอลลีวู๊ดที่น่าจะทำเงินสูงเข้าฉายหลายเรื่องมาก คงคาดกำไรปกติปีนี้โตดี 23% แต่ราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนแนวโน้มที่ดีส่วนใหญ่แล้ว จึงคงคำแนะนำ ถือ/ซื้ออ่อนตัว ราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 35 บาท
อ่านเพิ่มเติม
03
พฤษภาคม
2017
ASEFA (BUY/17TP: 9.7), คาดกำไร 1Q17 ลดลงมาก Q-Q ตามฤดูกาล แต่จะเร่งตัวขึ้นใน 2H17
(views 40)
คาดกำไร 1Q17 ลดลง 29.9% Q-Q ตามการรับรู้รายได้ลดตามฤดูกาล และลดลงเล็กน้อย 3.4% Y-Y แต่จะเพิ่มขึ้นใน 2Q17 และเร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลังตามปกติที่จะมีการส่งมอบงานมากในช่วงดังกล่าว จึงคงประมาณการกำไรทั้งปีโตเกือบ 13% Y-Y ตามการโตของรายได้ โดยมี Backlog ระดับสูงหนุนและความสามารถในการหางานได้แข็งแกร่งกว่าอุตสาหกรรม รวมทั้งคาดได้อานิสงส์จากการลงทุนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ใน 3-4 ปีข้างหน้า เช่น โครงการรถไฟฟ้า โครงการสุวรรณภูมิเฟส 2 โครงการสายไฟฟ้าลงดิน เป็นต้น ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside 24% จากราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 9.70 บาท (ที่ PE 16.5 เท่า) รวมทั้งคาด Dividend yield ในอัตราค่อนข้างดี ปี 2017 ที่ 4.5% จึงคงคำแนะนำ ซื้อ โดยหากราคาหุ้นปรับลดลงหลังประกาศงบ 1Q17 ถือเป็นโอกาสเข้าลงทุนอีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม
03
พฤษภาคม
2017
BDMS (BUY/17TP: 24), คาดกำไร 1Q17 ยังไม่สดใส แต่ยังแนะนำ “ซื้อ”
(views 29)
เราคาดกำไรปกติ 1Q17 ของ BDMS ฟื้นตัว 13.2% Q-Q จากปัจจัยฤดูกาล แต่หดตัว 7% Y-Y จากฐานที่สูงในปีก่อน โดยรายได้คาดว่าจะเติบโตชะลอตัวทั้งจากผู้ป่วยตะวันออกกลางที่หายไปรวมถึงผู้ป่วยไทยที่ชะลอตัวเช่นกันตามสภาพเศรษฐกิจ ขณะที่ต้นทุนคาดว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการลงทุน ขณะที่การขายหุ้น BH คาดว่าเป็นการระดมเงินทุนสำหรับลงทุนโครงการต่างๆเพื่อลดภาระการกู้ยืม เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 โต 8.2% Y-Y โดยคาดหวังการฟื้นตัวโดยเฉพาะในช่วง 2H17 และยังมีมุมมองเป็นบวกต่อผลการดำเนินงานในระยะยาว เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 24 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
03
พฤษภาคม
2017
ICHI (SELL/17TP: 6), ตลาดชาเขียวยังอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก
(views 30)
แนวโน้ม 1Q17 จะพลิกกลับมามีกำไรอีกครั้ง จากที่ขาดทุนในไตรมาสก่อน แต่เพราะไม่มีรายการตั้งด้อยค่าเหมือนไตรมาสก่อน ในขณะที่ผลการดำเนินงานหลักยังไม่สดใส เพราะภาพรวมตลาดชาเขียวในประเทศยังหดตัวต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการยังต้องใช้โปรโมชั่นด้านราคาเพื่อกระตุ้นยอดขายไม่ให้หดตัว ส่งผลให้ยอดขายพอทรงตัวได้ แต่ต้องแลกด้วยมาร์จิ้นที่หดตัวลง ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างปรับกลยุทธ์ด้วยการพัฒนาสินค้าใหม่ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น และเน้นการทำตลาดส่งออก โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้ส่งออกจาก 3% ของรายได้รวม ณ สิ้นปี 2016 เป็น 10% ภายในสิ้นปี 2017 และเน้นทำตลาดที่กัมพูชา อินโดนีเซีย และลาว อย่างไรก็ตาม การปรับตัวของบริษัทยังคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง พร้อมกับรอกำลังซื้อฟื้นตัว เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลง 28% เป็นเติบโต 14.7% จากเดิมคาดโต 60% และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 6 บาท จากเดิม 8 บาท คงคำแนะนำขาย
อ่านเพิ่มเติม
28
เมษายน
2017
AAV (BUY/17TP: 7.1), คาดกำไร 1Q17 ฟื้นตัวโดดเด่น Q-Q
(views 49)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q17 คาดจะกลับมาโตแข็งแกร่ง +283% Q-Q แต่ลดลง 30% Y-Y จากฐานกำไรที่สูงในปีก่อน รวมถึงต้นทุนน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น และการแข่งขันด้านราคาตั๋ว การเติบโตของกำไร Q-Q หนุนจาก High Season ของการท่องเที่ยว และการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน บวกกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสารจาก CLMV และอินเดีย ทำให้จำนวนผู้โดยสารขยายตัว +11% Y-Y และLoad factor สูงถึง 89% สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2017 เรามีมุมมองเป็นบวกกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่โตต่อเนื่อง และการขยายเส้นทางการบินใหม่ในอาเซียน ส่วนราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เราคาดว่า AAV จะได้รับผลกระทบจำกัด เพราะมีการทำ Hedging ราคาในปีนี้แล้ว 74% คงประมาณการกำไรปกติที่ 2,285 ล้านบาท +17% Y-Y และคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 7.10 บาท
อ่านเพิ่มเติม
28
เมษายน
2017
ADVANC (HOLD/17TP: 185), กำไร 1Q17 ดีกว่าคาดมาก
(views 34)
กำไร 1Q17 ดีกว่าคาดจาก Handset Subsidy ที่ลดลง ADVANC ประกาศกำไรปกติ 1Q17 ออกมาที่ 7,542 ลบ. +16.7% Q-Q, -15.2% Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 20% โดยด้านรายได้จากการให้บริการออกมาต่ำกว่าคาดเล็กน้อยทั้งในส่วนของธุรกิจ Mobile และ Fixed Broadband แต่หักล้างไปกับต้นทุนและค่าใช้จ่ายโครงข่ายต่างๆที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าคาดเช่นกัน ขณะที่ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรออกมาดีกว่าคาดมากเกิดจากค่าใช้จ่ายส่วนของ Handset Subsidy ในกลุ่มลูกค้า Prepaid ที่ลดลงอย่างมีนัยยะ
อ่านเพิ่มเติม
28
เมษายน
2017
WORK (BUY/17TP: 62), คาด 1Q17 ฟื้น Q-Q และกำไรโตสูง Y-Y จะดีขึ้นอีก
(views 32)
คาด 1Q17 ฟื้นตัวแรงจากขาดทุนในไตรมาสก่อนที่มีเหตุการณ์พิเศษ และเป็นกำไรเพิ่มกว่าเท่าตัว Y-Y จากคาดอัตราใช้เวลาโฆษณาเฉลี่ยเพิ่ม และสามารถปรับค่าโฆษณาเฉลี่ยขึ้นได้ 32% ตาม Rating ที่เร่งตัวขึ้นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา คาดว่ากำไรจะดีมากขึ้นอีกใน 2Q17 ที่เป็นช่วง High season เราคงชอบ WORK จากการเป็นผู้ประกอบการทีวีรายใหม่ที่ดึงส่วนแบ่งการตลาดได้โดดเด่นสุดจากการมี Content ที่แข็งแกร่ง และคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 และ 2018 โตสูง 135% และ 33% ตามลำดับ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 62 บาท (DCF)
อ่านเพิ่มเติม
28
เมษายน
2017
PTTEP (HOLD/17TP: 103), ปรับประมาณสะท้อนกำไร 1Q17 ดีกว่าคาดมาก
(views 34)
1Q17 กำไรสุทธิ +118% Y-Y และพลิกจากขาดทุน Q-Q เพราะมีกำไรพิเศษก้อนใหญ่จากค่าเงินแข็งค่า ส่วนกำไรปกติ +55% Q-Q +100% Y-Y สูงกว่าที่เราและตลาดคาดมาก สาเหตุมาจากต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำกว่าคาดซึ่งเป็นผลมาจากค่าเสื่อมราคาลดลง -12% Q-Q -11% Y-Y เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ขึ้น 27%-8% ทั้งนี้ เรายังคงราคาเหมาะสม 103 บาท (DCF) เนื่องจากกำไรที่ปรับขึ้นมาจากการลดค่าเสื่อมราคาซึ่งไม่กระทบต่อกระแสเงินสด เนื่องจาก Upside ที่ยังจำกัด และ แนวโน้มกำไร 2Q17 ที่อาจชะลอลงเพราะไม่มีกำไรพิเศษจำนวนมากจาก FX ต้นทุนต่อหน่วยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณขายอาจลดลงเพราะเป็นช่วงหยุดซ่อมแหล่งปิโตรเลียม เรายังคงคำแนะนำถือ
อ่านเพิ่มเติม
28
เมษายน
2017
SPRC (HOLD/17TP: 13.3), คาดกำไร 1Q17 ผันผวนตามกำไรสต๊อกน้ำมัน
(views 32)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q17 คาด -31% Q-Q แต่ +45% ผันผวนตามกำไร/ขาดทุนสต๊อกน้ำมัน ส่วนค่าการกลั่นคาดว่าจะขยายตัวได้ Q-Q เล็กน้อยตามส่วนต่างราคาของน้ำมันกลุ่ม Light distillate ขณะที่หดตัวแรง Y-Y ตามส่วนต่างน้ำมันเบนซิน (ผลิตภัณฑ์หลัก) ทั้งนี้ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าน่าจะทำให้มีกำไร FX 250 ล้านบาท ทำให้คาดกำไรสุทธิเท่ากับ 2.3 พันล้านบาท กำไรที่เราคาดคิดเป็น 29% ของกำไรปกติทั้งปีที่ 7.0 พันล้านบาท ส่วนแนวโน้ม 2Q17 คาดทรงตัว ดังนั้น เรายังคงคำแนะนำถือ และคงราคาเหมาะสม 13.30 บาท
อ่านเพิ่มเติม
28
เมษายน
2017
SYNEX (BUY/17TP: 15.5), คาดกำไร 1Q17 ออกมาสวยจากการเพิ่มแบรนด์และขยายตลาด
(views 33)
แนะนำ “ซื้อ” SYNEX ที่ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 15.50 บาท อิง PE เฉลี่ยของกลุ่มจัดจำหน่ายสินค้าไอทีที่ 25 เท่า โดยระยะสั้นมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q17 ที่คาดว่าจะทำจุดสูงสุดใหม่ 131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11%Q-Q และ 33%Y-Y จากการเพิ่มแบรนด์สินค้าอีก 4 แบรนด์ การรุกตลาด Commercial การโตแรงต่อเนื่องของตลาดมือถือ และการขยายตลาดไปต่างประเทศ ส่วนกรณีมือถือหัวเหว่ยรุ่น Mate9 และ P10 ที่ผู้บริโภคร้องเรียนต่อ สคบ. ว่าถูกเอาเปรียบจากชิ้นส่วนไม่ตรงสเปค อย่างแย่สุดอาจทำให้ยอดขายรุ่นดังกล่าวชะลอ ซึ่งคาดว่าไม่กระทบกำไรอย่างมีนัยสำคัญ เพราะมือถือแบรนด์หัวเหว่ยทุกรุ่นมีสัดส่วนรวมกันไม่เกิน 10% ของรายได้รวม ขณะที่ มือถือแบรนด์อื่นก็ขยายตัวแรงเช่นกัน ทั้งนี้ ด้วยความที่ SYNEX มีแผนเพิ่มสินค้าแบรนด์ใหม่และขยายตลาดเชิงรุกมากขึ้นใน 2H17 ซึ่งยิ่งขายสินค้าได้มากจะหนุนให้อัตรากำไรสุทธิขยายตัวเพิ่มขึ้นตามด้วย ทำให้เรายังมั่นใจต่อคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ที่ 476 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17%Y-Y ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2017 ราว 16 เท่า ยังต่ำกว่ากรอบบนและค่าเฉลี่ยในรอบ 3 ปีที่ 25 เท่าและ 20 เท่าตามลำดับ
อ่านเพิ่มเติม
27
เมษายน
2017
SCC (BUY/17TP: 610), สร้าง Surprise อีกครั้งด้วยกำไรสูงสุด
(views 41)
ประกาศกำไร 1Q17 สูงกว่าที่เราและตลาดคาด กำไรปกติ +68% Q-Q +29% Y-Y จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจเคมีภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือ และ เงินปันผลรับเข้ามาช่วยอีกจำนวนมาก สำหรับแนวโน้มหลังจากนี้คาดว่ากำไรจะชะลอลงตาม Margin ของปิโตรเคมีที่กลับมาสู่ปกติหลังพุ่งขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2016 อย่างไรก็ตาม กำไร 1Q17 ที่ดีกว่าคาดมาก เราจึงปรับคาดการณ์กำไรปกติปีนี้ขึ้น 8% เป็น 54,136 ล้านบาท และ ปรับราคาเหมาะสมเป็น 610 บาท ยังคงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
27
เมษายน
2017
KTB (BUY/17TP: 24), ความเสี่ยงต่อ NPL ไม่หนักหนาอย่างที่ตลาดคาดไว้
(views 33)
เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ที่ 3.4 หมื่นลบ. +5.6%Y-Y คงราคาเหมาะสมที่ 24 บาท บนการคาดการณ์แนวโน้ม NPL ที่ผ่อนคลายลง (ผู้บริหารกล่าวถึงกระบวนการการจัดการ NPL ในปีนี้ซึ่งรวมไปถึงการขายและ Write-off ซึ่งน่าจะทำให้ NPL ลดลงได้ใน 2H17), ราคาหุ้นที่ซื้อขายไม่แพง โดยล่าสุดอยู่ที่ Justified 2017 PBV 0.85 เท่า ขณะที่ Dividend yield 4.3% และเราเชื่อว่า KTB จะได้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนภาครัฐที่จะเป็นปัจจัยกระตุ้นเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง
อ่านเพิ่มเติม
26
เมษายน
2017
ERW (BUY/17TP: 6), คาดกำไร 1Q17 เป็นจุดสูงสุดของปี
(views 38)
คาดกำไร 1Q17 เติบโตแข็งแกร่ง 99.9% Q-Q และ 7.4% Y-Y หนุนโดย High Season ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรวมถึงสถานการณ์ในประเทศที่กลับสู่ภาวะปกติ ขณะที่ช่วง 2Q17-3Q17 คาดว่ายังคงมีกำไรต่อเนื่องแม้เป็น Low Season โดยได้แรงหนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังเติบโตโดยเฉพาะรัสเซีย ส่วนจีนเริ่มฟื้นเช่นกันหลังถูกกระทบจากการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 เติบโต 20.6% Y-Y และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 6 บาท
อ่านเพิ่มเติม
26
เมษายน
2017
TPCH (BUY/17TP: 23), คาดกำไร 1Q17 เพิ่ม Q-Q ไม่ตื่นเต้น แต่ยังโตสูง Y-Y
(views 38)
คาดกำไร 1Q17 เพิ่ม Q-Q ไม่ตื่นเต้น แต่ยังโตสูง 131.9% Y-Y จากการดำเนินงาน 4 โรงไฟฟ้า เทียบกับช่วง 1Q16 ดำเนินงาน 2 โรงไฟฟ้า การเลื่อน COD ของโรงไฟฟ้าใหม่ PGP 2-3 เดือน เป็นภายใน 2Q17 ทำให้ขาดข่าวดีหนุน แต่คาดไม่กระทบอย่างมีนัยฯ ต่อประมาณการกำไรทั้งปีที่คาดโตต่อเนื่อง 79% และกำไรในช่วง 3 ปี (2017-2019) โตเฉลี่ย 54% จากการทยอย COD ของโรงไฟฟ้าใหม่ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 23 บาท (Sum-of-the-Parts) และ Upside จากโครงการรับซื้อไฟฟ้าของภาครัฐ เช่น โครงการชีวมวล 3 จังหวัดชายแดนใต้ 18 MW, โครงการ SPP Hybrid 300 MW, และ โครงการ VSPP Semi Firm 289 MW ซึ่งคาดมีความชัดเจนมากขึ้นใน 2H17 หลังโครงการโซลาร์สหกรณ์ราชการเฟส 2 ไม่เกิน 219 MW ที่ประกาศรับซื้อไฟแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
26
เมษายน
2017
THANI (BUY/17TP: 6.25), เมื่อค่าใช้จ่าย (CoF, Provision) เบาลง กำไรก็ติดปีก
(views 43)
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ของ THANI ขึ้นเป็น 1 พันลบ. (+13.8%Y-Y) โดยเป็นการปรับประมาณการ 1.ต้นทุนทางการเงินจากเดิม 3.6% เป็น 3% ซึ่งเป็นไปตามแผนการออกหุ้นกู้ใหม่มาทดแทนชุดเดิมซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ราว 4.5% จำนวนรวมกว่า 8 พันลบ. และ 2.ปรับลดค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองฯ หลังจากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้บริษัทกล่าวถึงความต้องการเงินสำรองฯทั่วไป (General reserve) เพื่อรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ที่ผ่อนคลายลง จากการคำนวณของเรามีความเป็นไปได้สูงว่าค่าใช้จ่ายสำรองฯจะลดลงเป็นระดับปกติ4Q17 ซึ่งเร็วกว่าที่เราคาดไว้เดิม แนวโน้มกำไร 2Q17 สดใสและดีต่อเนื่องตลอดทั้งปี รวมไปถึงแนวโน้มปี 2018 ด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากการตั้งสำรองฯผ่อนคลายลงได้ในปี 2017 นี้ คงคำแนะนำ ซื้อ โดยปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 6.25 บาท
อ่านเพิ่มเติม
25
เมษายน
2017
HMPRO (BUY/17TP: 12), กำไร 1Q17 ต่ำกว่าคาด แต่ยังเติบโต Y-Y และจะดีต่อใน 2Q17
(views 53)
กำไรสุทธิ 1Q17 เติบโต Y-Y แต่ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย กำไรสุทธิ 1Q17 เท่ากับ 1,046 ล้านบาท (-20.7% Q-Q, +20.8% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 1,166 ล้านบาท) จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด สาเหตุที่กำไรที่อ่อนตัวลง Q-Q มาจากปัจจัยฤดูกาล และไตรมาสก่อนมีฐานสูงจากมาตรการช้อปช่วยชาติ ส่วนสาเหตุที่กำไรโต Y-Y แม้ SSSG จะออกมาติดลบตามคาดที่ราว -3% Y-Y จากภาพรวมกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่สดใสนัก แต่ได้รับการชดเชยด้วยรายได้จากสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน ทั้งสาขา HMPRO, Mega Home และ HMPRO มาเลเซีย รวมถึงการจัดงาน Expo ในเดือน มี.ค. ที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จ ส่งผลให้รายได้รวมเติบโตได้ 4.7% Y-Y ในขณะที่สามารถปรับ Product Mix ได้ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 26% (ต่ำกว่าที่เราคาดที่ 26.4%) จาก 25% ใน 1Q16 รวมถึงมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 23.1% ใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 23.2% และปีก่อนที่ 23.3%
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2017
BAY (HOLD/17TP: 42), กำไร 1Q17 ใกล้เคียงกับที่คาดไว้
(views 41)
กำไรสุทธิ 1Q17 เป็นไปตามที่คาด BAY รายงานกำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 5,645 ลบ. เพิ่มขึ้น 9.5%Q-Q และเพิ่มขึ้น 9.6%Y-Y ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ กำไรที่เพิ่มขึ้น Q-Q เกิดจากรายได้รวมที่ดีขึ้นทั้งการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 2.1%Q-Q (ส่วนใหญ่มาจากรายได้ดอกเบี้ยจากการให้เช่าซื้อ ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงตามการบริหารต้นทุนดอกเบี้ยด้วย) และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +3.6%Y-Y (ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้หนี้สูญรับคืนเพิ่มขึ้นและกำไรจากเงินลงทุนประเภทเผื่อขาย) โดยในไตรมาสนี้ BAY ยังรักษา NIM ไว้ได้ในระดับสูงที่ 3.8% สำหรับกำไรที่เพิ่มขึ้น Y-Y เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ +10%Y-Y ซึ่งมาจากสินเชื่อเช่าซื้อและเช่าทางการเงิน และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +8.4%Y-Y ซึ่งเกิดจากรายได้จากหนี้สูญรับคืนและกำไรจาก FX สังเกตว่า ค่าใช้จ่ายสำรองฯลดลง 2.4%Q-Q และ 3.1%Y-Y หรืออยู่ที่ 5.2 พันลบ. Credit cost ที่ 1.46% ซึ่งใกล้เคียงกับระดับปกติของธนาคาร
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2017
SCB (BUY/17TP: 182), “คชจ.ปรับกระบวนการทำงาน” เริ่มกดดันผลประกอบการ
(views 40)
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลง 3% เป็น 4.78 หมื่นลบ. (+0.4%Y-Y) ภายหลังจากที่ SCB รายงานกำไรสุทธิ 1Q17 ออกมาน่าผิดหวังเนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยปรับตัวสูงกว่าที่คาดไว้ ซึ่งเกิดจากการปรับฐานเงินเดือนพนักงาน และค่าใช้จ่ายจากการปรับปรุงระบบ IT ต่างๆเพื่อรองรับ Transformation program ของธนาคารที่จะสิ้นสุดปี 2020 การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย 1Q17 จึงไม่ใช่ค่าใช้จ่ายชั่วคราวหรือตามฤดูกาล อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่า SCB มี Downside ต่อคุณภาพหนี้จำกัดแล้ว โดยพิจารณาจากอัตราการเกิด NPL และความต้องการเงินสำรองฯในระยะถัดไปเริ่มน้อยลงซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อคุณภาพหนี้เมื่อเทียบกับแบงก์ใหญ่อื่น เราจึงคงคำแนะนำ ซื้อ แต่มีการปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 182 บาท ตามประมาณการใหม่
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2017
KKP (HOLD/17TP: 74), กำไร 1Q17 ดีกว่าคาด ปรับประมาณการขึ้น
(views 52)
กำไร 1Q17 ดีกว่าคาด PPOP เป็นไปตามคาด KKP รายงานกำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 1,524 ลบ. +4.9%Q-Q และ +37.7%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 14% เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองฯที่น้อยกว่าคาด (Credit cost 0.38% จากค่าเฉลี่ย 1.3% ในปีก่อน) โดยธนาคารพิจาณาจากยอดสำรองฯสะสมที่มีอยู่ที่ราว 1 หมื่นลบ. (110% ของ NPL) แล้วในจำนวนนี้มีสำรองทั่วไปทั้งสิ้น 4.5 พันลบ. เกินเกณฑ์ที่ธปท.กำหนดไป 188% ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับคุณภาพพอร์ตที่มีอยู่ ทั้งนี้หากไม่รวมรายการสำรองฯ PPOP ในไตรมาสนี้ถือว่าเป็นไปตามที่คาดโดยเห็นการชะลอตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิซึ่งลดลง 2.1%Q-Q ซึ่งหลักๆเกิดจากรายได้จากเงินให้สินเชื่อที่ลดลง
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2017
BEM (BUY/17TP: 10.5), คาดกำไรสุทธิ 1Q17 เติบโตดี ทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 41)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q17 น่าจะฟื้นตัวดี คาด +27% Q-Q และ +7% Y-Y จากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เกิดจากการรองรับโครงการที่เปิดเพิ่มในไตรมาสก่อน หนุนด้วยรายได้รวมที่คาดโต +24% Y-Y จากปริมาณจราจรในธุรกิจทางด่วนที่เพิ่มขึ้นทุกเส้นทาง บวกกับการขยายตัวของจำนวนผู้โดยสารในธุรกิจรถไฟฟ้า และรายได้การเดินรถสายสีม่วง สำหรับทั้งปี 2017 เรายังมีมุมมองเป็นบวกกับการรับรู้รายได้ค่าผ่านทางของทางด่วนศรีรัชรอบนอก และการเดินรถสายสีม่วงเต็มปี รวมถึงจำนวนผู้โดยสารที่น่าจะเติบโตได้ดีจากสายสีม่วงหลังการเชื่อมต่อที่สมบูรณ์ในเดือนส.ค. คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 โตแข็งแกร่งที่ 3,323 ล้านบาท +27% Y-Y จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 10.50 บาท รวมรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2017
PLANB (BUY/17TP: 6.3), คาดกำไร 1Q17 กลับมาโตสุงทั้ง Q-Q, Y-Y
(views 38)
คาดกำไร 1Q17 กลับมาดีขึ้น 55.0% Q-Q และ 48.9% Y-Y จากช่วง 4Q16 ที่ได้รับผลกระทบจากช่วงไว้อาลัย กำไร 1Q17 ที่คาดเป็นสัดส่วน 18% ของคาดทั้งปีที่คาดกลับมาโตสูง 41.8% ตามการขยายตัวของตลาดสื่อโฆษณานอกบ้านรวม และมีการใช้กำลังผลิตสื่อโฆษณาที่ได้พัฒนาในปีก่อนๆ ได้มากขึ้น รวมทั้งได้ส่วนแบ่งรายได้เต็มปีจากการบริหารสิทธิประโยชน์สมาคมฟุตบอลฯ โดยคาดกำไรในไตรมาสถัดไปจะดีขึ้นอีก เนื่องจากเข้าช่วง High season ขณะที่ราคาหุ้นปรับฐานลงมา มี Upside กว้างขึ้นเป็นเกือบ 17% จากราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 6.30 บาท และคาดการณ์กำไร 1Q17 น่าจะเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้นด้วย จึงปรับคำแนะนำ เป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
24
เมษายน
2017
TOP (HOLD/17TP: 77.5), คาด 1Q17 ธุรกิจอะโรมาติกส์เด่น
(views 33)
เราคาดกำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 5.5 พันล้านบาท -6% Q-Q +16% Y-Y โดยภาพรวมถือว่าค่อนข้างดี โดยเทียบ 4Q16 กำไรสุทธิ -6% แม้คาดมีขาดทุนสต๊อกน้ำมัน 2.9 ร้อยล้านบาท เทียบกับกำไรสต๊อก 3.8 พันล้านบาทในไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจาก Margin ธุรกิจหลักทั้ง 3 เติบโตได้ดี เราคาด Market GIM +16% Q-Q อีกทั้งคาดว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าจะทำให้มีกำไร FX ช่วยอีก 1.1 พันล้านบาท เรายังคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ 1.7 หมื่นล้านบาท –20% แต่ปรับ EBITDA ขึ้นเล็กน้อย (4%) และ ปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 77.5 บาท อ้างอิง EV/EBITDA 6.0 เท่า (คงเดิม) และยังคงคำแนะนำถือ เพราะ Upside และ แนวโน้มกำไรยังไม่น่าสนใจ
อ่านเพิ่มเติม
21
เมษายน
2017
BBL (HOLD/17TP: 230), กำไร 1Q17 ไม่ประทับใจทั้งผลกำไรและคุณภาพหนี้
(views 62)
กำไร 1Q17 น่าผิดหวัง ค่าใช้จ่ายสำรองฯพุ่งเกินคาด BBL รายงานกำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 8,305 พันลบ. ทรงตัว Q-Q และ Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ มีการเปลี่ยนแปลงด้านรายได้ทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยน้อยมาก ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 15%Q-Q และ 14%Y-Y (ค่าใช้จ่ายประมาณการหนี้สินที่มีภาระผูกพันลดลง) แต่ถูกชดเชยทั้งหมดจากค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญที่เพิ่มขึ้นเกินคาดที่ 5.8 พันลบ. +61%Q-Q และ +59%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.2% เป็นระดับที่สูงสุดในรอบหลายไตรมาสเพื่อให้สอดคล้องกับ NPL ที่สูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
21
เมษายน
2017
DTAC (SELL/17TP: 30), ยังมีกำไรเล็กน้อยใน 1Q17 แต่คาดไม่ยั่งยืน
(views 55)
ผลการดำเนินงาน 1Q17 ดีกว่าคาดจาก SG&A ที่ลดลง DTAC ประกาศผลการดำเนินงาน 1Q17 มีกำไรปกติเพียง 213 ลบ. +26% Q-Q, -82% Y-Y ซึ่งดีกว่าที่เราคาดว่าจะมีผลขาดทุน อย่างไรก็ตามรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ใน 1Q17 แม้จะส่งสัญญาณดีขึ้นโดยเติบโต 1.3% Q-Q และหดตัวแคบลงเหลือ 1.3% Y-Y แต่ยังคงหมายถึงการสุญเสีย Market Share ขณะที่ฝั่งต้นทุนโครงข่ายยังปรับตัวขึ้นตามการลงทุน แต่ปัจจัยที่ทำให้ผลการดำเนินงานดีกว่าคาดเกิดจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ลดลงอย่างมีนัยยะแม้จะมีการออก 2 แคมเปญใหญ่ซึ่งผิดจากที่เราคาดว่าจะเพิ่มขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
21
เมษายน
2017
GFPT (HOLD/17TP: 18.3), คาดกำไร 1Q17 จะอ่อนตัวลง Q-Q
(views 51)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q17 น่าจะอ่อนตัวลง Q-Q ตามปัจจัยฤดูกาล และฐานสูงในไตรมาสก่อน แต่คาดจะเติบโตดี Y-Y จากปริมาณการส่งออกไก่ที่สูงขึ้นมากคาด +39% Y-Y จากการเติบโตของตลาดส่งออกทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น คาดกำไรจะเติบโตในช่วง 2Q17 ถึง 3Q17 ซึ่งเป็น High Season ของการส่งออก เรายังมองปัจจัยหนุนกำไรปีนี้จะมาจากแนวโน้มการส่งออกไก่ที่สดใสต่อเนื่อง ในขณะที่คาดต้องเผชิญกับแนวโน้มราคาวัตถุดิบสูงขึ้นในช่วง 2H17 ดังนั้นยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ทรงตัว Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 18.3 บาท (อิง PE เดิม 14 เท่า) ราคาปรับขึ้นมาจนมี Upside เหลือเพียง 4.6% จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
21
เมษายน
2017
SCB (BUY/17TP: 195), กำไร 1Q17 ต่ำคาด มีแนวโน้มปรับลดกำไรทั้งปีลง
(views 52)
กำไร 1Q17 น้อยกว่าคาดจาก NonNII ที่ชะลอและค่าใช้จ่ายพนักงานสูงขึ้น SCB รายงานกำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 11,912 หมื่นลบ. ลดลง 6.3%Q-Q (จากการตั้งสำรองฯเพิ่มขึ้นสู่ระดับปกติเทียบกับต่ำกว่าปกติในไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากมีการตั้งสำรองฯส่วนเกินในไตรมาสอื่นๆไปก่อนแล้ว) แต่เพิ่มขึ้น 13%Y-Y อ่อนตัวกว่าที่เราคาดไว้ราว 5% เนื่องจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด โดยส่วนใหญ่มาจากการอ่อนตัวของรายได้ของธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต ขณะที่มีค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงกว่าที่คาดไว้เนื่องจากการปรับเงินเดือนประจำปี ส่งผลให้ Cost to income ratio เร่งตัวขึ้นตั้งแต่ต้นปีมาอยู่ที่ราว 41% ขณะที่สังเกตว่า NIM ลดลงมาอยู่ที่ 3.2% จาก 3.3% ในไตรมาสก่อนเนื่องจากการลดลงของ Loan yield และรายได้จากเงินลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
21
เมษายน
2017
KBANK (BUY/17TP: 240), NPL นิ่งคือดี
(views 58)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ เราเชื่อว่าตลาดจะคลายกังวลต่อ NPL ของ KBANK มากยิ่งขึ้น โดยสิ่งที่ปรากฏใน 1Q17 ยืนยันว่า NPL ratio ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วใน 3Q16 ในปีนี้ธนาคารมีแผนจะขายและ write-off NPL สูงกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการจัดการปัญหา NPL แล้ว ประกอบกับข้อมูลจากผู้บริหารที่ระบุว่าอัตรา New NPL/ Performing loan มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเป็นลำดับ สะท้อนว่า NPL Ratio ยังมีทิศทางลงต่อ แต่ธนาคารจะยังต้องการการตั้งสำรองฯที่สูงกว่าปกติ (คล้ายที่เกิดใน 1Q17) และ Coverage ratio จะทรงตัวได้ที่ราว 130-135 เราคงประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ที่ 4.1 หมื่นลบ. (+3%Y-Y) แม้คาดการณ์การเติบโตของกำไรของ KBANK ไม่ได้หวือหวา แต่ข้อดีคือเรามีความเชื่อมั่นต่อคุณภาพหนี้ เราจึงคงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเหมาะสมที่ 240 บาท
อ่านเพิ่มเติม
21
เมษายน
2017
MINT (BUY/17TP: 43), คาดกำไร 1Q17 กลับมาโตแข็งแกร่ง
(views 43)
เราคาดกำไรปกติ 1Q17 กลับมาเติบโตแข็งแกร่ง 39.4% Q-Q และ 14.3% Y-Y จากอานิสงส์ของ High Season และสถานการณ์ในประเทศที่กลับสู่ปกติ ส่วนภาพทั้งปี 2017 เรายังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อการ Turnaround ของกำไรที่จะกลับมาเติบโตในอัตราเร่งหลังจากถูกกระทบทั้งปัจจัยภายในและภายนอกในปีที่แล้วโดยคงประมาณการกำไรปกติเติบโต 23.4% Y-Y เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 43 บาทและคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยเป็นหุ้น Top Pick ในกลุ่มท่องเที่ยว
อ่านเพิ่มเติม
21
เมษายน
2017
IRPC (BUY/17TP: 5.8), คาดกำไร 1Q17 ไม่แย่แม้มีแผนหยุดซ่อมใหญ่
(views 50)
เราคาดกำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 1.3 พันล้านบาท หดตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y สาเหตุหลักจากการหยุดซ่อมโรงงาน ทำให้อัตราการใช้กำลังผลิตเหลือ 60% จากระดับปกติ 80% ถึง 90% อย่างไรก็ตาม เรามองว่าผลประกอบการไม่ได้ย่ำแย่อย่างที่กังวลไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจาก Margin ของธุรกิจปิโตรเคมีที่แข็งแกร่ง ประกอบกับคาดมีกำไรสต๊อกน้ำมัน และ กำไร FX ช่วยอีก สำหรับสถานการณ์หลังจากนี้เราคาด Momentum ของกำไรจะเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ 2Q17 หลังผ่านช่วงหยุดซ่อมใหญ่มาแล้ว รวมถึงการรับรู้โครงการอัพเกรดมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่จะ COD ช่วง 3Q17 ดังนั้น เรายังคงประมาณการกำไรปี 2017 ที่ 9.1 พันล้านบาท -6.9% Y-Y และ ราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 5.80 บาท ยังคงแนะนำซื้อ และ เป็น Top pick ของกลุ่ม
อ่านเพิ่มเติม
21
เมษายน
2017
RS (BUY/17TP: 10), Upside น่าสนใจขึ้น คาด 1Q17 กลับเป็นกำไรเล็กน้อย
(views 47)
คาด 1Q17 ฟื้นตัวเป็นกำไรเล็กน้อย จากยอดขายเกือบทุกธุรกิจฟื้นตัว Q-Q แต่กำไรปกติลดลง 75% Y-Y จากฐานสูงใน 1Q ปีก่อนที่มีรายได้จัด Event สูงเป็นพิเศษ เราคงประมาณการกำไรปกติทั้งปีที่ 198 ล้านบาท กลับจากปีก่อนที่ขาดทุนหนัก ปัจจัยหนุนหลักจากการเติบโตของธุรกิจ H&B การฟื้นตัวดีขึ้นของธุรกิจทีวีดิจิตอล และนโยบายลดต้นทุนของธุรกิจเพลงและช่องทีวีดาวเทียม ทั้งนี้ มี Upside จากเดิมที่คาดการณ์ยอดขาย H&B ที่ค่อนข้าง Conservative แต่มี Downside จากธุรกิจทีวีดิจิตอล หาก Rating รายการละครไม่กระเตื้องขึ้นตามคาด ขณะที่ราคาหุ้นมี Upside มากขึ้น เกิน 10% จากราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 10 บาท จึงปรับคำแนะนำขึ้นจากเดิม ถือ เป็น ซื้อ โดยเฉพาะหลังประกาศงบ 1Q17 ที่คาดลดลงมาก Y-Y ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังชอบ WORK (17TP-62 บาท) มากกว่า จากการเป็นผู้ประกอบการทีวีรายใหม่ที่มี Content และ Rating แข็งแกร่งสุด
อ่านเพิ่มเติม
21
เมษายน
2017
TACC (BUY/17TP: 11.5), คาดกำไร 1Q17 ไม่ตื่นเต้น แต่จะกลับมาโดดเด่นใน 2Q17
(views 45)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q17 ไม่ตื่นเต้นนัก คาด -6.9% Q-Q และ +12.5% Y-Y แม้จะเริ่มรับรู้รายได้ Jump Start ซึ่งทำได้ดีตามเป้าหมาย แต่ถูกหักล้างด้วยการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดชาเขียวในกัมพูชา และได้รับผลกระทบจากการหยุดขายเครื่องดื่มกาแฟตรา VSlim ในบางสินค้า แต่คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวอย่างโดดเด่นใน 2Q17 เพราะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และมีการออกสินค้าใหม่กับ 7-11 (All Caf? รสมะม่วง, Zenta Mocktail, โถกดตัวที่ 4 ตามฤดูกาล) รวมถึงเริ่มเห็นการฟื้นตัวของธุรกิจชาเขียวในกัมพูชา หลังหมดช่วงโปรโมชั่นของคู่แข่ง และคาดกำไรสูงสุดของปีนี้จะอยู่ใน 4Q17 ตามฤดูกาล เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 โต 68% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 11.5 บาท (อิง PEG 1.4 เท่า คิดเป็น Implied PE 41 เท่า) ยังมี Upside 43.8% คงคำแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2017
KBANK (BUY/17TP: 240), กำไร 1Q17 น้อยกว่าคาด
(views 49)
กำไร 1Q17 น้อยกว่าคาด แต่ PPOP ดีกว่าที่คาดไว้ KBANK รายงานกำไรสุทธิ 1Q16 ที่ 10,171 ลบ. ทรงตัว Q-Q และเพิ่มขึ้น 5.4%Y-Y น้อยกว่าที่เราคาดไว้ราว 6% เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่สูงกว่าที่เราคาดไว้ โดยในไตรมาสนี้ KBANK ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญ 9.1 พันลบ. +33%Q-Q แต่ลดลง 19%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 2.14% ตามหลักความระมัดระวังของธนาคาร แม้กระนั้นหากหักรายการสำรองฯออก PPOP ถือว่าทำได้ดีกว่าที่เราคาดไว้ โดย +13.8%Q-Q เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัย และตลาดทุน) ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย -13.5%Q-Q ตามฤดูกาลซึ่งทำให้ Cost to income ratio ลดลงมาต่ำที่ 39%
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2017
PTTEP (HOLD/17TP: 103), คาดอานิสงส์ค่าเงินบาทหนุนกำไร 1Q17 โดดเด่น
(views 48)
เราคาดกำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 1.0 หมื่นล้านบาท พลิกจากขาดทุน Q-Q และ +80% Y-Y สาเหตุหลักมาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากผลกระทบทางภาษี 4.8 พันล้านบาท หากดูเฉพาะกำไรปกติคาดเท่ากับ 5.3 พันล้านบาท +6% Q-Q การเติบโตที่ดีมาจากราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น และควบคุมค่าใช้จ่ายดีขึ้นทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท แต่ปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 103 บาทจากการปรับวิธีประเมินมูลค่าหุ้นเป็นวิธี DCF แทนการอิงจาก BV เพื่อให้สะท้อนมูลค่าอนาคตของกิจการได้ดีขึ้น และปรับเพิ่มคำแนะนำเป็นถือ แม้จะมีปัจจัยลบจากโอกาสการเกิดด้อยค่าของแหล่งปิโตรเลียมในอนาคต แต่ปัจจัยบวกมีมากกว่าคือราคาก๊าซผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ราคาน้ำมันน่าจะทรงตัวในระดับนี้ได้ตลอดทั้งปี และการเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียมภายในปีนี้
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2017
TCAP (HOLD/17TP: 51), กำไรและคุณภาพหนี้เป็นไปตามคาด
(views 50)
กำไร 1Q17 ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ TCAP รายงานกำไรสุทธิ 1Q17 เป็นไปตามคาดที่ 1.6 พันลบ. ลดลง 5%Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 18.6%Y-Y กำไรที่ลดลง Q-Q มีสาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ 20%Q-Q เนื่องจากไตรมาสก่อนมีรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์และจัดการกองทุนเข้ามามากเป็นพิเศษ สำหรับกำไรที่เพิ่มขึ้น Y-Y เกิดจากค่าใช้จ่ายสำรองค่าเผื่อหนี้สูญที่ลดลง 52%Y-Y ตามคุณภาพพอร์ตที่ดีขึ้นตั้งแต่ปีก่อน โดยในไตรมาสนี้ TCAP มีการตั้งสำรองฯที่ราว 852 ลบ. คิดเป็น Credit cost ที่ 0.5% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี สังเกตว่า TCAP ยังรักษา NIM ได้ในระดับที่ >3% เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงตามกลยุทธปรับสัดส่วนเงินฝากเป็นฐาน CASA มากขึ้น (ล่าสุดอยู่ที่ 44% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน)
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2017
M (SELL/17TP: 60), คาด SSSG 1Q17 พลิกเป็นบวก แต่มาจากฐานต่ำ
(views 46)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q17 จะเติบโตได้ 2% Q-Q และ 25.3% Y-Y จากคาด SSSG จะพลิกเป็นบวกเล็กน้อย แต่เรามองว่ามาจากฐานต่ำมากกว่า ในขณะที่ภาพกำลังซื้อยังไม่ชัดเจนนัก ทั้งนี้เราค่อนข้างชอบร้านในรูปแบบใหม่ MK LIVE ปัจจุบันมี 1 สาขาที่ Emquartier โดยได้รับการตอบรับที่ดีมาก เราคาดเห็นการขยายสาขาในรูปแบบนี้มากขึ้นในอนาคต คาดการณ์กำไร 1Q17 คิดเป็นสัดส่วน 23% ของประมาณการทั้งปี แนวโน้มกำไรน่าจะดีต่อเนื่องใน 2Q17 และทำจุดสูงสุดของปีได้ใน 4Q17 เพราะเป็น High Season ของธุรกิจ เรายังคงประมาณกำไรสุทธิปี 2017 โต 13% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 60 บาท (อิง PE เดิม 24 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาจนเต็มมูลค่าแล้ว จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
20
เมษายน
2017
MALEE (HOLD/17TP: 115), คาดกำไร 1Q17 ไม่สดใสนัก จะฟื้นตัวดีใน 2H17
(views 54)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q17 ไม่สดใสนัก เราคาดไว้ -3.4% Q-Q และ +2.7% Y-Y เพราะมาจากปัจจัยฤดูกาล และกำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวชัดเจนนัก ทำให้รายได้ในประเทศแผ่วลง รวมถึงการส่งออกสำหรับลูกค้า CMG มีเพียงการส่งออกสินค้า Brand ตนเองที่ยังเห็นการเติบโตต่อเนื่อง เราคาดเห็นการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานตั้งแต่ 2Q17 และจะโดดเด่นในช่วง 2H17 ซึ่งเป็น High Season ของการส่งออกใน 3Q และการขายในประเทศช่วง 4Q รวมถึงน่าจะรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทที่ฟิลิปปินส์ลดลงในปีนี้ ภายหลังมีแผนออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 โต 29.4% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 115 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาจนมี Upside เพียง 8.5% จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ / ซื้ออ่อนตัว จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2017
TISCO (BUY/17TP: 80), คุณภาพสินเชื่อที่แข็งแกร่งขึ้นจะผลักดันผลกำไรในปีนี้
(views 45)
แม้ว่าการรวมพอร์ตรายย่อยของ SCBT จะล่าช้ากว่าที่เราคาดการณ์เป็น 4Q17 แต่ไม่กระทบประมาณการกำไรทั้งปีของเราที่ 6 พันลบ. (+20%Y-Y) เนื่องจากผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปีจะถูกผลักดันจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่คาดว่าจะลดลงจากประมาณการเดิมของเราที่ 1.3% มาอยู่ในระดับที่ < 1.2% ของสินเชื่อ (การลดลงของ Credit cost ทุกๆ 0.1% จะกระทบต่อประมาณการกำไรราว 3%) ตามคุณภาพพอร์ตสินเชื่อที่แข็งแกร่งขึ้นทั้งการขายรถยึดที่ไม่มีผลขาดทุนแล้ว และ NPL สินเชื่อเช่าซื้อที่ต่ำสุดในรอบ 14 ไตรมาส รวมถึง Coverage ratio และ Excess reserve ที่อยู่ในระดับสูง เราคงประมาณการและคงคำแนะนำ ซื้อ โดยคงราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2017
FSMART (BUY/17TP: 22), คาดกำไร 1Q17 Flat Q-Q แต่ยังโตสูง Y-Y
(views 52)
คาดกำไร 1Q17 Flat Q-Q แต่ยังโตสูงต่อเนื่อง 48.9% Y-Y จากความแข็งแกร่งในการขยายจำนวนตู้เติมเงิน ได้อานิสงส์จากกรณี 7-11 กับ AIS และบริการใหม่ๆ โดยเฉพาะบริการโอนเงินผ่านตู้ที่มีการรายการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กำไร 1Q17 ที่คาดเป็นสัดส่วน 23% ของคาดการณ์ทั้งปีที่ 566 ล้านบาท โต 34.7% จากการรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจตู้เติมเงินมือถือผ่านตู้ และได้อานิสงส์เต็มปีกรณี 7-11 กับ AIS เต็มปี แม้การแข่งขันในธุรกิจสูงขึ้น ราคาหุ้นมี Upside เกือบ 21% จากราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 22 บาท (DCF) ที่คิดเป็น PEG 1 เท่า จากคาดการณ์กำไรโตเฉลี่ย 31% ใน 2 ปีข้างหน้า คงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2017
FN (BUY/17TP: 10.2), สาขาอยุธยาหนุนกำไรโตใน 1Q17 และหาดใหญ่หนุน 2Q17
(views 56)
ระยะสั้น เรายังมองเชิงบวกต่อกำไรสุทธิ 1Q17 ตามเดิม โดยคาดลดลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่น่าจะยังเติบโตได้ดี Y-Y แม้ SSSG จะยังไม่สดใส แต่รายได้สาขาใหม่ที่อยุธยาจะเข้ามาชดเชยได้ทั้งหมด แนวโน้มจะดีต่อเนื่องใน 2Q17 เพราะมีเปิดสาขาใหม่ที่หาดใหญ่ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี และมีแผนเปิดสาขาใหม่แห่งที่ 2 ของปีใน 3Q17 ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นสาขาใหม่แห่งที่ 3 ของปี ซึ่งมากกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ นอกจากการเดินหน้าเปิดสาขาใหม่, การเพิ่มพื้นที่เช่า และการรักษา Product Mix ที่ดีแล้ว บริษัทยังอยู่ระหว่างปรับกลยุทธ์สร้างแบรนด์ Save Now (เน้นสินค้า Snack และ Cosmetics) เพื่อเพิ่มความถี่ในการซื้อซ้ำให้สูงขึ้น รวมถึงอยู่ระหว่างศึกษาช่องทางการขายสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเองไปยังรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ร้าน FN Outlet เพื่อเพิ่มรายได้, สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 โต 43% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 10.2 บาท ยังมี Upside 32.5% คงคำแนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
19
เมษายน
2017
KTB (BUY/17TP: 24), กำไร 1Q17 ใกล้เคียงคาด ขณะที่ NPL ยังเพิ่ม
(views 63)
กำไร 1Q17 ใกล้เคียงคาด KTB กำไรสุทธิ 1Q17 อยู่ที่ 8.5 พันลบ. เพิ่มขึ้น 14.7%Q-Q และ 13.2%Y-Y ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาดไว้ ผลกำไรที่ดีขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y มาจากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญที่ลดลง 21%Q-Q และ 14%Y-Y ด้านรายได้ดอกเบี้ยรวมเป็นไปตามที่คาดไว้ทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM ทรงตัวจากไตรมาสก่อนที่ 3.37% ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนทางการเงินที่ยังอ่อนตัวลงโดยเฉพาะต้นทุนด้านเงินฝาก) และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจบัตรและธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์) ขณะที่ธนาคารควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานได้ดีโดยลดลงตามฤดูกาล Cost to income ratio อยู่ที่ 40.6% จาก 41.1% ในไตรมาสก่อน และ ทรงตัวจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2017
KTC (BUY/17TP: 168), กำไร 1Q1 7 ดีกว่าคาด
(views 48)
KTC กำไรสุทธิ 1Q17 ดีกว่าที่คาดไว้ KTC รายงานกำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 732.55 ลบ. +14%Q-Q. +15%Y-Y ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 7% ซึ่งเกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าคาด และการบันทึกหนี้สูญรับคืนที่มากกว่าที่เราคาดไว้ ขณะที่ควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานได้ค่อนข้างดี รายได้รวมอยู่ที่ 4.6 พันลบ. ชะลอตัวลง 2%Q-Q เนื่องจากรายได้ทั้งดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่มีฐานสูงตามมาตรการช็อบช่วยชาติในช่วงปลายปี แต่หากเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมยังเติบโตแข็งแกร่ง +12%Y-Y ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมผ่านบัตร
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2017
TISCO (BUY/17TP: 80), แข็งแกร่งทั้งกำไรและคุณภาพหนี้
(views 48)
กำไร 1Q17 แข็งแกร่ง TISCO รายงานกำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 1.49 พันลบ. +15.3%Q-Q และ +18.8%Y-Y สูงกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 10% กำไรที่แข็งแกร่งเกิดจาก 1. การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจธนาคาร, รายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์ รายได้จากงาน IB และรายได้จากธุรกิจจัดการกองทุน) และ 2. ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญลดลง 22.7%Q-Q และ 23.3%Y-Y คิดเป็น Credit cost ที่ 1.24% ต่ำที่สุดในรอบ 9 ไตรมาสเนื่องจากคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้นมาตั้งแต่ปีก่อนหน้าแล้ว ทั้งนี้สังเกตว่า Spread เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.7% จาก 4.65% ในไตรมาสก่อน เนื่องจากพอร์ตสินเชื่ออเนกประสงค์ (รายย่อย) ที่เพิ่มขึ้น และ CoF ที่ลดลงต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2017
TMB (BUY/17TP: 2.8), กำไร 1Q17 น้อยกว่าที่คาด แนวโน้ม 2Q17 น่าจะยังชะลอ
(views 59)
กำไรสุทธิ 1Q17 น้อยกว่าคาด NIM น่าผิดหวัง TMB รายงานกำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 2.1 พันลบ. -2%Q-Q และทรงตัว Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดไว้เนื่องจาก 1.รายได้ดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด เราค่อนข้างแปลกใจต่อการลดลงของรายได้ของเงินให้สินเชื่อซึ่ง -2.5%Q-Q, -2.8%Y-Y ทั้งที่สินเชื่อยังขยับเพิ่มได้ และส่งผลต่อ NIM ลดลงราว 0.2%Q-Q มาอยู่ที่ 3.2% ในไตรมาสนี้ 2. มีค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญสูงกว่าคาด (ทรงตัว Q-Q แต่ +19%Y-Y และคิดเป็น Credit cost ที่ 1.5%) เพื่อเผื่อการ Write-off NPL จำนวน 2.2 พันลบ.
อ่านเพิ่มเติม
18
เมษายน
2017
CPALL (BUY/17TP: 74), คาด SSSG 1Q17 จะบวกเล็กน้อย สวนทางบริษัทอื่นในกลุ่ม
(views 47)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q17 ยังดูดีต่อเนื่อง แม้จะเติบโตไม่มาก แต่เป็นการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ โดยคาดโต 3.7% Q-Q และ 9.8% Y-Y จาก SSSG ที่น่าจะบวกได้เล็กน้อย (สวนทางบริษัทอื่นในกลุ่มที่คาด SSSG จะติดลบ) และยังเปิดสาขาใหม่ในอัตราเร่งอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคาดกำไรของ MAKRO จะเติบโตได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้คาดภาระดอกเบี้ยจ่ายในไตรมาสนี้จะลดลง ภายหลังบริษัทได้ออก Perpetual Bond 1 หมื่นล้านบาท เพื่อ Refinance Bond เดิมที่ครบกำหนดในเดือน มี.ค. โดยดอกเบี้ยจาก Perpetual Bond จะถูกรับรู้ในส่วนของ Equity (ไม่ผ่านงบกำไรขาดทุน) แนวโน้มกำไรจะดีต่อเนื่องใน 2Q17 และคาดทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q17 สอดคล้องกับปัจจัยฤดูกาล เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 เติบโต 18.4% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 74 บาท (อิง DCF) ยังมี Upside 22.3% คงคำแนะนำ ซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
17
เมษายน
2017
BANPU (BUY/17TP: 24), ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาถ่านหิน
(views 54)
เรากลับมาทบทวนสมมติฐานและเริ่มต้นบทวิเคราะห์หุ้น BANPU อีกครั้ง โดยมอง BANPU เป็นหุ้น Turnaround ที่ผลประกอบการของธุรกิจถ่านหินที่จะฟื้นตัวโดดเด่น เพราะได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาถ่านหินที่ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และ หลังจากนี้คาดราคาถ่านหินจะมีเสถียรภาพที่ ณ ระดับราคา US$70-80/ตัน ส่วนธุรกิจไฟฟ้าคาดเติบโตต่อเนื่องตามกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามแผน COD ของโรงไฟฟ้า เราคาดกำไรปกติปี 2017 ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท +226% Y-Y ประเมินราคาหุ้นด้วย P/E ที่ 11.5 เท่า ได้ราคาเหมาะสม 24.0 บาท คิดเป็น Implied EV/EBITDA และ P/BV ที่ 8.9 เท่า และ 1.4 เท่า ถือว่ายังต่ำกว่าคู่แข่งในภูมิภาค เราจึงแนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
17
เมษายน
2017
DRT (HOLD/17TP: 6.3), รับอานิสงส์ฤดูกาลก่อสร้าง หนุน 1Q17 โตทั้ง Q-Q และ Y-Y
(views 50)
แนวโน้มกำไรปกติ 1Q17 น่าจะฟื้นตัวดีจากฤดูกาลก่อสร้าง คาดเพิ่มขึ้นทั้ง +55% Q-Q และ +6% Y-Y จากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผุ้บริโภคในต่างจังหวัด ประกอบกับ DRT มีการปรับ Product Mix และเน้นขายสินค้า Premium หนุนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับที่สามารถทำกำไรได้ดีราว 25-27% เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 โต 17% Y-Y โดยคาดว่าจะได้รับผลบวกจากการส่งออก CLMV ที่ยังขยายตัว ส่วนในประเทศจะมีการเพิ่มสัดส่วน Modern Trade และลูกค้าโครงการเพิ่มขึ้น คาดสามารถผลักให้รายได้ทั้งปีพลิกเป็นเติบโต 4.5% Y-Y จากที่ลดลงมาตลอดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 6.30 บาท ปัจจุบันราคาหุ้นใกล้เต็มมูลค่า เราจึงแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
11
เมษายน
2017
SWC (BUY/17TP: 14.7), คาดงบ 1Q17 ออกมาดี และมีแนวโน้มดีต่อเนื่องถึง 2Q17
(views 83)
แนะนำ “ซื้อ” SWC ที่ราคาเป้าหมาย 14.70 บาท อิง PE Multiplier เฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 12.5 เท่า โดยนอกจากความน่าสนใจในเชิงของมูลค่าที่ยังไม่แพง และผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าพอใจราว 4-5% ต่อปีแล้ว ผลประกอบการ 1Q17 ยังมีแนวโน้มออกมาน่าประทับใจ โดยเราคาดที่ 45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49%Q-Q จากยอดขายในออสเตรเลียที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล และต้นทุนการผลิตที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงและเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น แต่เมื่อเทียบกับ Y-Y คาดกำไรสุทธิลดลง 18% เพราะ 1Q16 มีการเพิ่มตัวแทนจำหน่าย 2 ราย ทำให้มียอดสั่งซื้อสินค้ามากกว่าปกติ ซึ่งถ้าหักยอดดังกล่าวออก คาดว่ากำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 29%Y-Y ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ความอ่อนไหว เราพบว่า เปอร์เซนต์การเปลี่ยนแปลงของ USD/THB มีผลกับเปอร์เซนต์การเปลี่ยนแปลงของกำไรสุทธิมากกว่าตัวแปรอื่น เพราะต้นทุนวัตถุดิบกว่า 60% นำเข้าจากต่างประเทศ เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นราว 3% ตั้งแต่ต้นปี จึงเป็นสถานการณ์ที่เอื้อต่อการบริหารต้นทุนและการขยายตัวของอัตรากำไร ที่คาดว่า SWC จะทำได้ดีต่อเนื่องถึง 2Q17 ซึ่งเป็น High Season ของยอดขายในประเทศด้วย
อ่านเพิ่มเติม
11
เมษายน
2017
ROBINS (BUY/17TP: 76), ผลสำเร็จของ House Brand ช่วยหนุนกำไร 1Q17 โต Y-Y
(views 54)
แม้คาด SSSG ใน 1Q17 น่าจะยังติดลบราว -3.8% Y-Y แต่ด้วยผลของสาขาใหม่ 2 แห่งที่เปิดในปีก่อน น่าจะทำให้รายได้รวมทรงตัว Y-Y ได้ แต่ปัจจัยหนุนการเติบโตของกำไรไตรมาสนี้จะมาจากพัฒนาการที่ดีต่อเนื่องของอัตรากำไรขั้นต้น จากการปรับ Product Mix เพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand และ International Brand จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นได้ราว 40bps จากปีก่อนและไตรมาสก่อน ทำให้แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q17 จะเติบโตราว 7.3% Y-Y ซึ่งหากเป็นไปตามคาด จะคิดเป็นสัดส่วน 23% ของประมาณการทั้งปี ถือว่ายังสอดคล้องกับประมาณการของเรา จึงยังคาดกำไรปี 2017 โต 22% Y-Y ด้วยแผนเปิดสาขาใหม่ปีนี้ 3 แห่ง ตั้งแต่ 2Q17 เป็นต้นไป และคงราคาเป้าหมาย 76 บาท (DCF) ยังมี Upside 22.6% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
11
เมษายน
2017
HMPRO (BUY/17TP: 12), คาดกำไร 1Q17 จะเติบโตดี Y-Y
(views 45)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q17 ยังทำได้ดี แม้คาดลดลง Q-Q แต่มาจากเรื่องของฤดูกาล และฐานสูงในไตรมาสก่อนจากมาตรการช้อปช่วยชาติ แต่คาดจะเติบโตสูง 34.6% Y-Y แม้ SSSG น่าจะยังติดลบ แต่ด้วยผลบวกของสาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน และการประสบคามสำเร็จจากการจัดงาน Expo จึงคาดรายได้จะยังเติบโตได้ รวมถึงสามารถ Product Mix ได้ดี จากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ได้มากขึ้น จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างทรงตัวเพราะไม่มีค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่ในไตรมาสนี้ แนวโน้มกำไรน่าจะดีต่อเนื่องใน 2Q17 และทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q17 เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 เติบโต 13.3% Y-Y โดยคาดการณ์กำไร 1Q17 คิดเป็นสัดส่วน 25% ของประมาณการทั้งปี ยังคงราคาเป้าหมาย 12 บาท (DCF) ยังมี Upside 25% จะขึ้น XD เงินปันผลหุ้นละ 0.15 บาท (Yield 1.6%) วันที่ 12 เม.ย.นี้ และจ่ายเงิน 3 พ.ค. แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
10
เมษายน
2017
GLOBAL (BUY/17TP: 21), คาดกำไร 1Q17 จะเติบโตและทำจุดสูงสุดใหม่
(views 44)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q17 น่าจะสดใสตามฤดูกาล และทำจุดสูงสุดใหม่ +47% Q-Q และ +11.5% Y-Y แม้คาด SSSG น่าจะยังติดลบ แต่ได้รับการชดเชยทั้งหมดด้วยรายได้สาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน รวมถึง 4 สาขาใหม่ที่เปิดในปีก่อน รวมถึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นยังเพิ่มขึ้นและทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง จากการปรับ Product Mix และได้อานิสงส์ราคาเหล็กปรับสูงขึ้น แนวโน้มกำไรน่าจะทรงตัวถึงปรับขึ้นได้ใน 2Q17 เพราะยังเป็นช่วง High Season ของธุรกิจใน 1H และคาดกำไรจะอ่อนตัวลงใน 2H เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 โต 31% Y-Y ด้วยสมมติฐานเปิดสาขาใหม่ 7-8 แห่ง และคาดเห็นพัฒนาการของอัตรากำไรขั้นต้นต่อเนื่อง ยังคงราคาเป้าหมาย 21 บาท (DCF) มี Upside 24.3% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
10
เมษายน
2017
TU (BUY/17TP: 24), คาดกำไร 1Q17 ยังไม่สดใสนัก แต่จะฟื้นตัวตั้งแต่ 2Q17
(views 55)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q17 จะยังเติบโตได้ แต่มาจากรับรู้กำไรอัตราแลกเปลี่ยนค่อนข้างมาก ในขณะที่ผลการดำเนินงานหลักไม่สดใสนักคาด -23.6% Q-Q และ +2.3% Y-Y เพราะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับปอนด์ และยูโร รวมถึงธุรกิจกุ้งได้รับผลลบจากราคาวัตถุดิบกุ้งในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลลบต่อทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น ส่วนปลาแซลมอนฟื้นตัวดีขึ้น แต่ยังประสบผลขาดทุนเล็กน้อย แต่จะพลิกกลับมารับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก Red Lobster หลังจากที่รับรู้ขาดทุนในไตรมาสก่อน แนวโน้มกำไรจะฟื้นตัวตั้งแต่ 2Q17 เป็นต้นไปจากทั้งธุรกิจทูน่า กุ้ง และคาดแซลมอนจะพลิกกลับมามีกำไร รวมถึงเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นต่อเนื่องในธุรกิจ Red Lobster เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 เติบโต 26% Y-Y และคงราคาเป้าหมายที่ 24 บาท (อิง PE เดิม 17 เท่า) ยังมี Upside 14.8% เรายังแนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
07
เมษายน
2017
CPF (BUY/17TP: 38), คาดกำไร 1Q17 ไม่สดใส อาจเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้
(views 51)
แนวโน้มกำไร 1Q17 ไม่สดใสนัก จากราคาหมูปรับลงทั้งในไทยและเวียดนาม, ธุรกิจกุ้งได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ช่วงปลายปี แม้ไตรมาสนี้จะมีการรวม Bellisio เข้ามาเต็มไตรมาส ซึ่งมีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 4.5% ของรายได้ CPF แต่จะถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายในการซื้อกิจการ (One Time) ทั้งนี้กำไร 1Q17 อาจเป็นจุดต่ำสุดของปี โดยแนวโน้มกำไรจะกลับมาเติบโตตั้งแต่ 2Q17 จากธุรกิจไก่ที่สดใสอย่างมากในปีนี้ และการฟื้นตัวของธุรกิจกุ้ง รวมถึงไม่ต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายซื้อกิจการอย่างมากเหมือนในไตรมาสก่อน และจะโตต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดของปีใน 3Q17 ทั้งนี้ เราคาดกำไรสุทธิปี 2017 ไว้ทรงตัวจากปีก่อน จากฐานที่สูง และมองว่าธุรกิจไก่และกุ้งที่ดี จะถูกหักล้างด้วยการอ่อนตัวลงของธุรกิจหมู เรายังคงราคาเป้าหมาย 38 บาท (SOTP) มี Upside 35.7% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
07
เมษายน
2017
TISCO (BUY/17TP: 78), คาดการณ์กำไร 1Q17 แข็งแกร่ง
(views 49)
TISCO เป็นหนึ่งใน Top Pick ในกลุ่มธนาคารของเราในปีนี้ เราคาดว่ากำไรสุทธิจะยกฐานขึ้นตั้งแต่ 1Q17 เป็นต้นไป โดยคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q17 ที่ 1,356 ลบ. เป็นจุดสูงสุดใหม่ ซึ่ง +5%Q-Q, +8%Y-Y จากการตั้งสำรองฯที่ลดลง, Loan Yield ที่ดีขึ้นขณะที่ CoF ยังอยู่ในระดับต่ำ แม้กระนั้นกำไรที่ดีขึ้นใน 1Q17 ยังไม่ดีที่สุด เพราะจะดีขึ้นอีกใน 2H17 ภายหลังการรวมธุรกิจสินเชื่อรายย่อยจาก STNB ซึ่งน่าจะช่วยสร้างกำไรให้ยกฐานขึ้นในระดับที่สูงกว่า 1.4 พันลบ.ต่อไตรมาสใน 2H17 เป็นต้นไป คงประมาณการกำไรปี 2017 ที่ 5.7 พันลบ. (+13.9%Y-Y) คงคำแนะนำ ซื้อ คงราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 78 บาท (ปันผลหุ้นละ 3.50 บาท Yield 4.9% XD 26/4 จ่าย 12/5)
อ่านเพิ่มเติม
07
เมษายน
2017
IT (BUY/17TP: 4.7), กำไรมีแนวโน้มฟื้นดีต่อเนื่อง “ซื้อ” เป้าหมาย 4.70 บาท
(views 47)
แนะนำ “ซื้อ” IT ที่ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 4.70 บาท โดยเรายังชอบ IT ในฐานะหุ้น Turnaround และฐานะทางการเงินแข็งแกร่งเป็นเงินสดสุทธิ 1.50 บาท/หุ้น ขณะที่ ผลจากการซื้อหุ้นคืนในช่วง 8-22 พ.ค. 17 (หากสำเร็จ) จะทำให้กำไรและเงินปันผลต่อหุ้นยกตัว ส่วนแนวโน้มผลประกอบการ 1Q17 คาดว่าจะพลิกเป็นกำไรสุทธิราว 5 ล้านบาท จากขาดทุน 9 ล้านบาทใน 4Q16 โดยเรายังคาดกำไรสุทธิทั้งปี 2017 ที่ 55 ล้านบาท +259%Y-Y จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว และไม่มีค่าใช้จ่ายตั้งสำรองเหมือนปีก่อน รวมถึงบริษัทลูกที่เริ่มสร้างกำไร หลังจากนี้คาดว่าจะเห็น IT เน้นเพิ่มรายได้และอัตรากำไรมากขึ้น จาก 2 ปีก่อนที่เน้นลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย ซึ่งความพยายามผันตัวเองไปหาธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับ IoT ด้วยเงินลงทุนที่มีอยู่มาก เรามองว่าจะทำให้ภาพการเติบโตในช่วง 3-5 ปีข้างหน้ามีความชัดเจนมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
05
เมษายน
2017
TPIPP (IPO: 7/17TP: 8), ผู้นำด้านการเปลี่ยนขยะเป็นไฟฟ้า
(views 82)
TPIPP ดำเนินธุรกิจหลักเป็นโรงไฟฟ้า และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งธุรกิจโรงไฟฟ้าถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัวตามความต้องการในอนาคตที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบัน Portfolio ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานขยะและความร้อนทิ้ง กำลังการผลิตติดตั้งรวม 150 MW และ จะเพิ่มเป็น 440 MW ในปี 2017 ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิในช่วง 3 ปีข้างหน้าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดที่ +50.4% CAGR โดยจุดเด่นของ TPIPP คือ ความเป็นผู้นำในธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะที่มีกำลังการผลิตสูงที่สุดในประเทศ (ข้อมูลจาก AWR Lloyd) มีเครือข่ายการจัดหาขยะทำให้สามารถหาขยะที่มีทั้งคุณภาพและปริมาณเพียงพอ และเนื่องจากมี TPIPL เป็นบริษัทแม่และที่ตั้งของโรงไฟฟ้าอยู่ใกล้โรงปูนซีเมนต์ของ TPIPL ทำให้ TPIPP สามารถนำความร้อนที่ถูกปล่อยทิ้งจากกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์มาผลิตไฟฟ้าได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำ เราประเมินมูลค่าเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานของหุ้น TPIPP ปี 2017 ด้วยวิธี SOTP ได้มูลค่าหุ้นตามปัจจัยพื้นฐานปี 2017 ที่ 8.00 บาท
อ่านเพิ่มเติม
05
เมษายน
2017
FN (BUY/17TP: 10.2), คาดกำไร 1Q17 ยังโตสดใส 30% Y-Y
(views 50)
แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q17 จะโตดี 30% Y-Y เป็น 43 ล้านบาท แต่อ่อนตัวลง Q-Q ตามฤดูกาล แม้คาด SSSG น่าจะยังติดลบต่อเนื่อง แต่น่าจะได้รับการชดเชยด้วยผลงานของสาขาอยุธยาที่ทำได้โดดเด่น จึงคาดรายได้รวมจะเติบโตได้ แนวโน้มกำไรจะโตต่อเนื่องใน 2Q17 เพราะเข้าสู่ฤดูกาลของการท่องเที่ยว และจะเปิดสาขาใหม่แห่งที่ 9 ที่หาดใหญ่ในวันที่ 6 เม.ย.นี้ ก่อนที่คาดกำไรจะอ่อนตัวลงใน 3Q17 แต่อาจลดลงไม่มากนัก เพราะมีความเป็นไปได้ที่อาจเปิดสาขาใหม่แห่งที่ 10 ได้เร็วกว่าเป้าหมาย และคาดกำไรจะเติบโตจะทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q17 ทั้งนี้หากกำไรสุทธิ 1Q17 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็นสัดส่วน 21% ของประมาณการทั้งปี เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 เติบโต 43% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 10.2 บาท (DCF) ยังมี Upside 29.1% คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
03
เมษายน
2017
D (IPO: 6/17TP: 7), คาด 1Q17 ผู้นำด้านทันตกรรมของเมืองไทย
(views 57)
D ถือเป็นผู้นำในด้านผู้ให้บริการทันตกรรมของประเทศไทย โดยมีจุดเด่นด้านคุณภาพบริการที่ได้มาตรฐานสากลและมีความรวดเร็ว ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมยังถือว่ามีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมากในอนาคต เราคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2017-2018 จะเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องเฉลี่ย 24.7% ต่อปี โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งรายได้ที่เติบโตจากสาขาเดิมและแผนการเปิดสาขาใหม่ปีละ 3-4 สาขา ขณะที่ฝั่งต้นทุนคาดว่ายังคงสามารถควบคุมได้ดีรวมถึงผลบวกจากการมีแล็ปของตัวเองซึ่งจะช่วยหนุนให้ Margin ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เราประเมินมูลค่าพื้นฐานของ D ที่ 7 บาท
อ่านเพิ่มเติม
31
มีนาคม
2017
KBANK (BUY/17TP: 240), เพิ่ม KBANK เป็น Top Pick ของกลุ่ม
(views 59)
เราเพิ่ม KBANK เป็น Top Pick หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ เนื่องจาก 1. เราเชื่อว่า KBANK จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ที่สุดจากวงจรขาขึ้นของสินเชื่อในครึ่งปีหลังเป็นต้นไป เนื่องจาก KBANK เป็นธนาคารที่มี NIM สูงสุดในกลุ่มธนาคารใหญ่ และ 2. เราคาดว่า KBANK จะได้ประโยชน์ที่สุดจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นด้วยตามโครงสร้างสินเชื่อที่มีอัตราส่วนสินเชื่อภาคธุรกิจอยู่ที่ราว 70% ในระยะสั้นเราคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q17 จะเพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y มาอยู่ที่ราว 1.08 หมื่นลบ. (+6%Q-Q และ +12%Y-Y) เราคงประมาณการกำไรปี 2017 ที่ 4.17 หมื่นลบ. +3%Y-Y แต่ Re-rating PBV ขึ้นเป็น 1.65 เท่า ราคาเหมาะสมปรับขึ้นเป็น 240 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
30
มีนาคม
2017
DTAC (SELL/17TP: 30), คาด 1Q17 พลิกเป็นขาดทุน
(views 51)
เราคาดว่า DTAC จะพลิกมามีผลขาดทุนปกติ 125 ลบ. ใน 1Q17 ซึ่งยังถูกกดดันจากรายได้จากการให้บริการที่คาดว่ายังหดตัวลง Y-Y ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากทั้ง Handset Margin ที่ยังติดลบจากสภาพการแข่งขันในปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่อยู่ในระดับสูงหลังออกแคมเปญใหญ่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่วนประเด็นเรื่องโอกาสในการได้คลื่น 2300 MHz มาใช้งานเราไม่ได้คิดว่าจะเป็นบวกต่อผลการดำเนินงานของ DTAC ในทันที ประมาณการกำไรปกติปี 2017 ณ ปัจจุบันที่ 2,089 ลบ. -17.8% Y-Y คาดว่าจะมี Downside และอาจถึงขั้นขาดทุน ราคาหุ้นปรับขึ้นมาค่อนข้างมากและเกินราคาเหมาะสมที่ 30 บาท จึงยังคงคำแนะนำ “ขาย”
อ่านเพิ่มเติม
29
มีนาคม
2017
SAPPE (BUY/17TP: 39), การเติบโตปีนี้จะมาจากการฟื้นตัวทั้งในและต่างประเทศ
(views 57)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 10% จากการฟื้นตัวของรายได้ในประเทศ และการเติบโตของตลาดส่งออก โดยเฉพาะตลาดจีนที่น่าจะฟื้นตัวต่อเนื่อง และกลับมาเท่ากับที่เคยทำได้สูงสุดในปี 2014 หลังจากที่มี Distributor เพิ่มขึ้น และมีแผนนำเสนอสินค้าใหม่ด้วย อย่างไรก็ตาม ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 1Q17 อาจไม่สดใสนัก เพราะมีการเปลี่ยน Distributor ทำให้กระทบรายได้ในประเทศราว 1 เดือน และในอินโดนีเซียประสบเหตุน้ำท่วม ทำให้ลูกค้าลดการสต็อคสินค้า รวมถึงจีนเองก็แผ่วลงเล็กน้อย แต่คาดจะกลับมาฟื้นตัวดีใน 2Q17 หลังจากกลับมาขายในประเทศได้มากขึ้น และลูกค้าในต่างประเทศกลับมาสต็อกสินค้าตามเดิม ในส่วนของธุรกิจ All Coco เห็นภาพการเติบโตได้ชัดเชนมากขึ้น ทั้งแผนขายน้ำมะพร้าวบรรจุขวดและขยายร้าน Franchise ไปต่างประเทศ แต่ยังต้องอาศัยระยะเวลา คาดจะสามารถคุ้มทุนได้ในปี 2018 เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 โต 26.7% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 39 บาท (อิง PE เดิม 25 เท่า) ยังมี Upside 33.3% แนะนำซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
29
มีนาคม
2017
ASEFA (BUY/17TP: 9.7), แนวโน้ม 1Q17 ชะลอลง Q-Q ตามฤดูกาล ก่อนเร่งตัวไตรมาสถัดๆ ไป
(views 42)
จาก Opportunity Day เมื่อวาน แม้ยังไม่มีประเด็นใหม่ๆ และคาดรายได้และกำไร 1Q17 ลดลง Q-Q ตามฤดูกาล แต่เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทโดยคงคาดกำไรปีนี้โตเกือบ 13% ตามการโตของรายได้ ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายของบริษัทที่คาดโต 10-15% โดยมี Backlog ระดับสูงและความสามารถในการหางานได้แข็งแกร่งกว่าอุตสาหกรรม รวมทั้งคาดได้อานิสงค์จากการลงทุนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ใน 3-4 ปีข้างหน้า เช่น โครงการรถไฟฟ้า โครงการสุวรรณภูมิเฟส 2 โครงการสายไฟฟ้าลงดิน เป็นต้น ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside 19% จากราคาเป้าหมายปี 2017 ที่ 9.70 บาท (ที่ PE 16.5 เท่า) รวมทั้งคาด Dividend yield ในอัตราค่อนข้างดี ปี 2017 ที่ 4.3% จากงวดปี 2016 ที่บริษัทประกาศจ่ายหุ้นละ 0.32 บาท คิดเป็น Yield 3.9% XD 2 พ.ค. คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
28
มีนาคม
2017
PDG (BUY/17TP: 5.5), คาดกำไรสุทธิ 1Q17 เติบโตต่อเนื่อง จากลูกค้าใหม่ที่เพิ่มไม่หยุด
(views 51)
แนะนำ “ซื้อ” PDG โดยเราปรับราคาเป้าหมายปี 2017 ขึ้นเป็น 5.50 บาท (อิง PE Multiplier 15 เท่า) จากเดิม 5.30 บาท จากการปรับคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นปี 2017-2018 ขึ้นเป็น 24.0% จาก 23.0-23.5% ตามการเพิ่มขึ้นของลูกค้ากลุ่มน้ำดื่มและน้ำผลไม้ ที่หนุนให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 72-75% จาก 65% ในปี 2016 และการควบคุมต้นทุน รวมถึงลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งสามารถหักล้างกับต้นทุนวัตถุดิบ PET ที่คาดว่าเพิ่มขึ้น 10-15%Y-Y ในปีนี้ได้ ส่วนกำไรสุทธิ 1Q17 คาดโตต่อเนื่องอีก 13%Y-Y จากการได้ลูกค้ารายใหม่ในกลุ่มน้ำผลไม้ และคำสั่งผลิตกลุ่มน้ำดื่มที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับฤดูร้อน ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2017 เพียง 11.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 15 เท่า และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 6% ต่อปี โดยไม่มีหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ย
อ่านเพิ่มเติม
27
มีนาคม
2017
MALEE (BUY/17TP: 115), ตลาดส่งออกจะขับเคลื่อนการเติบโตใน 2 – 3 ปีนี้
(views 36)
บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ในปี 2017 ราว 10% - 15% และทะลุระดับ 1 หมื่นล้านบาทในปี 2018 โดยเน้นการเติบโตไปที่ตลาดส่งออกทั้งในแบรนด์ตนเอง และธุรกิจรับจ้างผลิต ทั้งนี้ธุรกิจน้ำมะพร้าวน่าจะยังเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนการเติบโต เพราะฐานที่ยังต่ำและความต้องการของตลาดต่างประเทศที่สูงมาก แม้การทำธุรกิจรับจ้างผลิตจะมีความเสี่ยงจากการสูญเสียลูกค้า แต่ที่ผ่านมา บริษัทยังไม่ประสบปัญหาดังกล่าว รวมถึงสามารถปรับขึ้นราคาขายตามต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับขึ้นได้ เพราะใช้นโยบาย Cost Plus และคาดจะรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมที่ฟิลิปปินส์ลดลงต่อเนื่อง จากการทยอยออกสินค้าตัวใหม่ และน่าจะถึงจุดคุ้มทุนในปี 2019 เรายังคาดเห็นการเติบโตของรายได้ และอัตรากำไรขั้นต้น จากการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น ทำให้ได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด ยังคาดกำไรสุทธิปี 2017 – 2018 เติบโต 29.4% Y-Y และ 23.4% Y-Y ตามลำดับ คงราคาเป้าหมาย 115 บาท (อิง PE เดิม 23 เท่า) ยังมี Upside 21.4% อยู่ระหว่างขออนุมัติจากการประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 25 เม.ย. สำหรับการแตกพาร์เป็น 0.5 บาท จากปัจจุบัน 1 บาท โดยหลังแตกพาร์ราคาเป้าหมายจะเป็น 57.5 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
22
มีนาคม
2017
ADVANC (HOLD/17TP: 170), คาดกำไร 1Q17 เป็นจุดต่ำสุดของปี ยังแนะนำ “ถือ”
(views 67)
เราคาดกำไรปกติ 1Q17 ของ ADVANC หดตัว 4.4% Q-Q และ 41.7% Y-Y โดยปัจจัยกดดันยังคงมาจากต้นทุนที่สูงขึ้นตามการลงทุนและการอุดหนุนราคาเครื่องที่ยังสูง อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าแนวโน้มกำไรจะค่อยๆฟื้นตัวในไตรมาสถัดๆไปหนุนจากรายได้ที่เติบโตแข็งแกร่งขึ้นจากปีก่อน การอุดหนุนราคาเครื่องที่คาดว่าจะลดลง เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 หดตัว 13.1% Y-Y ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นกว่า 20% YTD และทำให้ปัจจุบันเต็มมูลค่าเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 170 บาท แต่เนื่องจากมี Catalyst จากโอกาสได้คลื่น 2300 MHz กำไรที่คาดว่ากำลังจะผ่านจุดต่ำสุดใน 1Q17 เราจึงยังคงคำแนะนำ “ถือ” รับปันผลงวด 2H16 Yield 2.4%
อ่านเพิ่มเติม
21
มีนาคม
2017
BIG (BUY/17TP: 6.9), Opp Day ไม่มีอะไรเซอร์ไพร์ส แต่ทำให้มั่นใจมากขึ้น “ซื้อ”
(views 79)
การประชุม Oppertunity Day วานนี้ ได้รับข้อมูลเชิงบวกจากผู้บริหารมากขึ้นจาก (1) ตลาดกล้อง Mirrorless ปีนี้ยังเติบโตแรงต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 20% Y-Y จากปีก่อนที่โตสูงถึง 70% Y-Y (2) ตั้งเป้าขยายสาขาเชิงรุก โดยจะเปิดสาขา Big Camera 10 แห่งเป็น 232 แห่ง และ Big Mobile 20 แห่งเป็น 50 แห่ง (3) ปรับภาพลักษณ์สาขาเพื่อรุกตลาดงานพิมพ์มากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลกระทบต่อกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญใน 2H17 (4) ฐานะทางการเงินหลังจากนี้จะอยู่ในภาวะปลอดหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ซึ่งผลทั้งหมดทำให้เรามั่นใจกับประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ที่ 980 ล้านบาท (+16%Y-Y) มากขึ้น และถ้าอิงตามสมมติฐานของเรา เป็นไปได้สูงที่ผลตอบแทนจากเงินปันผลจะยกระดับขึ้นเกิน 4% ตั้งแต่ปี 2018 ยังแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2017 เท่ากับ 6.90 บาท อิง PE Multiplier 25 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
20
มีนาคม
2017
BCH (BUY/17TP: 16), คาดกำไรยังโตต่อเนื่องในปีนี้
(views 68)
เราคาดว่าผลการดำเนินงานของ BCH ยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่องในปีนี้ โดยเรายังคงประมาณการกำไรสุทธิเติบโต 15.6% Y-Y ซึ่งถูกหนุนจากทั้งกลุ่มผู้ป่วยเงินสดจากโรงพยาบาลเกษมราษฎร์และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง WMC ที่มีพัฒนาการดีขึ้น ขณะที่ฝั่งประกันสังคม แม้สำนักงานประกันสังคมจะยังไม่ปรับเพิ่มการจ่ายเงิน แต่การให้สิทธิตรวจร่างการฟรีแก่ผู้ประกันตนและมีการตั้งงบไว้ จะทำให้โรงพยาบาลมีรายได้เพิ่มเติม และเรายังไม่ได้รวมปัจจัยดังกล่าวไว้ในประมาณการ ขณะที่ราคาหุ้นในช่วงหลังปรับตัวลงสะท้อนปัจจัยและความคาดหวังเชิงลบต่างๆ มากเกินไปและทำให้มี Upside เปิดกว้าง เราจึงมองเป็นโอกาสในการเข้า “ซื้อ” อีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม
20
มีนาคม
2017
KSL (BUY/17TP: 8.3), คาดกำไรจะฟื้นตัวสดใสตั้งแต่ 2Q17 เป็นต้นไป
(views 55)
แนวโน้มกำไรจะฟื้นตัวสดใสใน 2Q17 (ก.พ.-เม.ย.) เบื้องต้นคาดราว 600-700 ล้านบาท จากฤดูกาลส่งออกน้ำตาล และมีการเลื่อนรับมอบน้ำตาลมาจาก 1Q17 รวมถึงจะมีรายการพิเศษรับรู้ต่อเนื่องจาก 1Q17 สถานการณ์ปัจจุบันยังสอดคล้องกับสมมติฐานของเรา ทั้งแนวโน้มราคาน้ำตาลที่ยังดูดีต่อเนื่อง เพราะปีนี้ภาวะน้ำตาลโลกจะขาดดุลเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยธุรกิจน้ำตาลจะฟื้นตัวแข็งแกร่งจากการปรับขึ้นของราคาขายราว 30% และการฟื้นตัวของธุรกิจเอธานอล และธุรกิจไฟฟ้า จึงคาดกำไรปกติปี 2017 จะกลับมา Turnaround โดยยังคงประมาณการเติบโตราว 167% Y-Y (ทั้งนี้กำไร 1Q17 คิดเป็นสัดส่วน 22% ของประมาณการทั้งปี) และคงราคาเป้าหมายที่ 8.3 บาท (อิง PE 25 เท่า) คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
20
มีนาคม
2017
DRT (HOLD/17TP: 6.3), รุกขยายตลาด ผ่านทุกช่องทางแบบ Full Multi Channel
(views 37)
เราประเมินราคาเป้าหมายของ DRT ปี 2017 ได้เท่ากับ 6.30 บาท โดยอิง PER 16x ราคาปิดมี Upside จำกัด จึงแนะนำ“ถือ” DRT เป็น 1 ใน 3 ผู้ผลิตและจำหน่ายหลังคา และผนังรายใหญ่ มีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศ 15% ปัจจัยหนุนการเติบโตในปีนี้มาจากภาพรวมวัสดุก่อสร้างที่มีแนวโน้มฟื้นตัว จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ดีขึ้นตามราคาสินค้าเกษตรที่ฟื้นตัว ขณะที่ตลาดส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง ขณะเดียวกันกลยุทธ์ของ DRT ที่เน้นเติบโตแบบ Full Multi Channel รุกขยายตลาดในทุกช่องทางการขายทั้งไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะ CLMV ทำให้เราคาดรายได้ปี 2017 พลิกเป็นเติบโต 4.5% Y-Y จากที่ลดลงมาตลอดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การปรับ Product mix จะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นและการคุมค่าใช้จ่ายอย่างดี ทำให้คาดกำไรปกติเพิ่มขึ้น 17% Y-Y ปัจจุบันมี PE 15.2x และ PEG 0.9 ใกล้เต็มมูลค่า
อ่านเพิ่มเติม
17
มีนาคม
2017
HANA (HOLD/17TP: 46), ปรับเพิ่มกำไรสะท้อนคำสั่งซื้อที่ดีขึ้นจากการปรับ Product Mix
(views 47)
ภายหลังบริษัทได้ปรับ Product Mix ให้สอดคล้องกับภาวะอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของโลก ทำให้สัดส่วนรายได้กลุ่ม Computer ลดลง และมีสัดส่วนรายได้กลุ่ม Telecom และ Automotive เพิ่มขึ้นทดแทน ซึ่งมีคำสั่งซื้อที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง และมีอัตรากำไรสูงกว่ากลุ่ม Computer โดยเห็นสัญญาณการฟื้นตัวตั้งแต่ 4Q16 ทำให้บริษัทต้องขยายกำลังการผลิตโรงงานอยุธยาเพิ่มขึ้นอีก 20% ซึ่งจะแล้วเสร็จและเริ่มผลิตได้ตั้งแต่ 2Q17 เป็นต้นไป เราจึงปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2017 ขึ้น 9.7% เป็นการเติบโต 20% Y-Y จากเดิมคาดโต 10% Y-Y และ Re-rate PE ขึ้นเป็น 15 เท่า จากเดิม 13 เท่า ให้เท่ากับค่าเฉลี่ยของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และสะท้อนการเติบโตของกำไรที่มากขึ้น ทำให้ราคาเป้าหมายปรับขึ้นเป็น 46 บาท จากเดิม 36 บาท แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาจนมี Upside เพียง 6.4% จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
16
มีนาคม
2017
SVI (HOLD/17TP: 6), โรงงานไทยจะกลับมาฟื้นตัวปีนี้ แต่ที่ยุโรปยังต้องใช้เวลา
(views 49)
ผู้บริหารตั้งเป้ากลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นในปีนี้ ภายหลังหมดปัญหาสายการผลิตและเคลียร์คำสั่งซื้อเก่าที่มาร์จิ้นต่ำได้หมดแล้ว พร้อมกับเร่งทำตลาดหาลูกค้าใหม่ และสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ลูกค้าใหม่ในกลุ่มสินค้าเดิมอย่าง Medical และขยายไปกลุ่มสินค้าใหม่อย่าง Clean Energy (Windmill) และกลุ่ม Automotive (รถยนต์ไฟฟ้า) ทั้งนี้เราคงสมมติฐานรายได้ในปีนี้โต 15% เป็น US$360 ล้าน Conservative กว่าเป้าหมายของผู้บริหารที่ US$380 – US$400 ล้าน เพราะมองว่าจะรับรู้รายได้สินค้าใหม่ได้ในช่วงปลายปี และผลประกอบการของโรงงาน Siedel ที่ยุโรปยังไม่สดใส เพราะยังต้องจัดการปัญหาการผลิตที่ยังไม่ถึงระดับที่ได้การปรหยัดต่อขนาดและต้นทุนการผลิต ค่อนข้างสูง จึงยังต้องเผชิญการตั้งด้อยค่าความนิยม รวมถึงต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายการสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่กัมพูชาด้วย ดังนั้เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 กลับมาเติบโต 48.5% Y-Y และคงราคาเป้าหมาย 6 บาท (อิง PE เดิม 15 เท่า) มี Upside 8.1% จึงแนะนำเพียง ถือ
อ่านเพิ่มเติม
15
มีนาคม
2017
GUNKUL (BUY/17TP: 5.9), ปรับประมาณการลงเล็กน้อย ยังเป็นกำไรฟื้นตัวสูงใน 2 ปีข้างหน้า
(views 75)
แม้มีการปรับประมาณการกำไรปกติปี 2017 ลงเล็กน้อย 6% จากการที่โรงไฟฟ้าลม GNP เลื่อน COD ไป 3-4 เดือนเป็น 4Q17 แต่ยังเป็นกำไรกลับมาโตสูงเฉลี่ย 61.4% (CAGR) ใน 2 ปีข้างหน้า (2017-2018) ปัจจัยหนุนจากการทยอย COD ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนใหม่ต่างๆ ซึ่งมี Margin สูงกว่าธุรกิจเดิมคือธุรกิจ Trading และรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้า ราคาเป้าหมายปี 2017 ปรับลงเล็กน้อยจากเดิม 6 บาท เป็น 5.90 บาท (Sum-of-the-Parts) ยังมี Upside 18.5% (Sum-of-the-Parts) และติดตามความคืบหน้าโอกาสในการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากโครงการรับซื้อไฟของภาครัฐและโครงการในต่างประเทศ คงคำแนะนำ ซื้อ
อ่านเพิ่มเติม
13
มีนาคม
2017
FN (BUY/17TP: 10.2), แนวโน้มการเติบโตยังดูสดใส พร้อมเปิดสาขาใหม่ในเม.ย.นี้
(views 51)
บริษัทได้เปิดเผยถึงสาขาใหม่แห่งที่ 9 ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งมีแผนเปิดภายในเดือน เม.ย.นี้ โดยจะมีการปิดร้าน Save Now หาดใหญ่ในส่วนของทำเลที่ตั้งในตัวเมืองหาดใหญ่ และเช่าพื้นที่อยู่ใต้คอนโด ซึ่งเป็นทำเลที่ตั้งไม่ดีนัก และจะย้าย Save Now มาเปิดเป็นอีกโซนในพื้นที่สาขาของ FN Outlet และมีการปรับโมเดลสินค้าใหม่ เรามองบวกต่อสาขานี้เพราะเป็นการเปิดสาขาใหม่ตามแผน และไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากร้าน Save Now อีก และยังคงแผนเปิดสาขาใหม่แห่งที่ 10 (สาขาที่ 2 ของปีนี้) ใน 4Q17 แนวโน้มกำไรสุทธิใน 1Q17 น่าจะทรงตัวถึงปรับขึ้น Q-Q ถือว่าค่อนข้างดีจากสาขาอยุธยาที่มีผลงานอยู่ในระดับที่ดีมาก และคาดกำไรจะเติบโตต่อเนื่อง ทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q17 เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 เติบโตสูง 43.2% จากการรับรู้รายได้สาขาอยุธยาเต็มปี และแผนเปิด 2 สาขาใหม่ รวมถึงการเติบโตของรายได้ค่าเช่า และคงราคาเป้าหมายที่ 10.2 บาท (DCF) มี Upside 31.6% ยังแนะนำซื้อ และเลือกเป็น Top Pick กลุ่มค้าปลีก
อ่านเพิ่มเติม
10
มีนาคม
2017
GL (SELL/17TP: 32), มีความเสี่ยงต่อคุณภาพของรายได้
(views 106)
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลง 15% มาอยู่ที่ 1.48 พันลบ. (+38.7%Y-Y) ตามการปรับประมาณการการเติบโตของสินเชื่อของบริษัทย่อยลง คาดว่าบริษัทจะชะลอการขยายและอาจกลับมาปล่อยสินเชื่อเองทางตรงให้กับดีลเลอร์ (แทนการซื้อเป็นสินค้า) เพื่อลดความกังวลของการทำธุรกิจ นอกจากนี้เราปรับเพิ่มต้นทุนทางการเงินด้วย ทั้งนี้ประมาณการใหม่ยังไม่รวม Downside ที่อาจเกิดขึ้นจากเงินลงทุน CCF ศรีลังกา ซึ่งราคาเหมาะสมของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระและราคาตลาดอย่างมีนัยฯอยู่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีอย่างมีนัยฯ ซึ่งอาจส่งผลให้ GL มีความเสี่ยงการตั้งด้อยค่าเงินลงทุนทางบัญชี เราคงคำแนะนำ ขาย และปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 32 บาท (เดิม 48 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
10
มีนาคม
2017
ROBINS (BUY/17TP: 76), แผนธุรกิจปีนี้น่าตื่นเต้นในเชิงของพัฒนาการอัตรากำไรขั้นต้น
(views 89)
จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหารได้เปิดเผยแผนธุรกิจในปีนี้ และเป้าหมายการเติบโตยาวไปจนถึงปี 2020 โดยมีเป้าหมายค่อนข้าง Aggressive สำหรับการเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้นปีละ 30 bps – 50 bps จนถึงปี 2020 จากการปรับ Product Mix เพื่อสัดส่วนสินค้า House Brand และ Inter Brand ซึ่งเราเชื่อว่าบริษัทจะสามารถทำได้ตามเป้าหมาย พิจารณาผลการตอบรับที่ดีของสินค้าในช่วงปีที่ผ่านมา ส่วนเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไม่ตื่นเต้นนัก โดยตั้งเป้า SSSG เพียง 1% - 2% Y-Y และคงแผนเปิดสาขาใหม่ 3 แห่งต่อปีไปจนถึงปี 2020 อย่างไรก็ตาม ถือว่าค่อนข้างสอดคล้องกับสมมติฐานของเรา ดังนั้นเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 เติบโต 22% (ไม่รวมรายการพิเศษในปี 2016) และคงราคาเป้าหมายเท่ากับ 76 บาท (อิง DCF) ยังมี Upside 27.7% คงคำแนะนำซื้อลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
10
มีนาคม
2017
WORK (T-BUY/17TP: 62), ปรับประมาณการและราคาเป้าหมายขึ้นจาก Rating ที่เร่งตัวเร็ว
(views 44)
จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มการทำกำไรที่แข็งแกร่งของบริษัท จากการเป็นผู้ประกอบการทีวีรายใหม่ที่ดึงส่วนแบ่งการตลาดได้โดดเด่นสุดจาก Content ที่แข็งแกร่ง โดยคาด 1Q17 ฟื้นตัวแรงจากขาดทุนในไตรมาสก่อนที่มีเหตุการณ์พิเศษ และเพิ่ม Y-Y จากการปรับค่าโฆษณาได้มาก 30-35% จาก Rating ที่เร่งตัวขึ้นในช่วง 3-4 เดือน และคาดว่ากำไรจะดีมากขึ้นใน 2Q17 ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2017-2018 ขึ้น 30-38% เป็นกำไรโตสูง 135% และ 33% ตามลำดับ และราคาเป้าหมายปี 2017 ปรับขึ้นเป็น 62 บาท จากเดิม 44 บาท (DCF) ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมา มี Upside ไม่มาก 8% แต่คาดยังมีปัจจัยหนุนจากแนวโน้มกำไร 1Q17 ที่ฟื้นตัวสูงและจะดีต่อในไตรมาสหน้า จึงปรับคำแนะนำขึ้นจากเดิม ถือ เป็น ซื้อเก็งกำไร
อ่านเพิ่มเติม
09
มีนาคม
2017
BDMS (BUY/17TP: 24), กำไรถูกกระทบในระยะสั้น แต่ระยะยาวยังมองบวก
(views 88)
BDMS มีแผนลงทุนต่อยอดธุรกิจโรงพยาบาลทั้ง Forward และ Backward เช่นการลงทุน Wellness Clinic รวมถึงโรงพยาบาลที่เน้นด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งเรามีมุมมองค่อนมาในเชิงบวก ส่วนเรื่องความกังวลของโครงการ Wellness Clinic เราคาดว่าจะกดดันการเติบโตของกำไรในช่วง 2 ปีแรกให้เติบโตต่ำกว่าระดับปกติ โดยเราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2017 ลง 7% เหลือเติบโต 8.2% Y-Y และปรับลดราคาเหมาะสมลงเหลือ 24 บาท อย่างไรก็ตามเรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานในระยะยาว ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงสะท้อนความกังวลดังกล่าวไปมากแล้ว จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
08
มีนาคม
2017
TK (SELL/17TP: 12), การขยายธุรกิจไปตปท.ช่วงแรกมีค่าใช้จ่ายฯกดดันกำไร
(views 40)
แม้ว่าเรามีมุมมองที่ดีขึ้นต่อ TK ทั้งการรักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงที่ราว 30% และแนวโน้มการฟื้นตัวของสินเชื่อรถจักรยานยนต์ แต่เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ที่ 501 ลบ. +16.5%Y-Y โดยคาดว่าปัจจัยบวกดังกล่าวจะถูกชดเชยด้วยค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่จะสูงขึ้นตามปกติของการขยายธุรกิจไปต่างประเทศในช่วงแรก และคาด Credit cost จะยังสูงที่ 10% ใกล้เคียงกับปีก่อน ราคาหุ้นล่าสุดซื้อขายสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต คงราคาเหมาะสมที่ 12 บาทปรับลดคำแนะนำลงเป็น ขายทำกำไร (จาก ถือ)
อ่านเพิ่มเติม
06
มีนาคม
2017
LIT (BUY/17TP: 14.8), จัดโครงสร้างเงินทุนใหม่ ความกังวลต่อการ Funding ลดลง
(views 64)
เราคงมุมมองเชิงบวกต่อแผนการจัดโครงสร้างด้านเงินทุนของ LIT เนื่องจากแผนการจ่ายหุ้นปันผลและออกและเสนอขาย LIT-W1 จะช่วยผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการหาเงินทุนจากแหล่ง B/E ซึ่งประสบปัญหาด้านความเชื่อถือในตอนต้นปี และยังทำให้ D/E Ratio ลดระดับลงเหลือ 2.4 เท่า จาก 3.2 เท่า ในปี 2016 ซึ่งคาดว่าน่าจะทำให้บริษัทขยายสินเชื่อในอัตรา 25-30% ได้อีกอย่างน้อย 3 ปี ด้านธุรกิจ LIT มีโมเมนตัมการเติบโตของสินเชื่อที่ดีตั้งแต่ต้นปี และเราคาดว่าน่าจะทำให้กำไร 1Q17 ทำ New record high ได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ขึ้นอีก 6% เป็น +31%Y-Y เนื่องจากแผนการเติบโตของสินเชื่อที่สูงกว่าคาด และ การปรับเปลี่ยน Loan mix สู่ High-Yield loan ซึ่งจะดีต่อ Int.Spread ในระยะถัดไป คงคำแนะนำ ซื้อ โดยปรับราคาเหมาะสมก่อน XW ขึ้นเป็น 14.80 บาท (และหลัง XW อยู่ที่ 12.30 บาท)
อ่านเพิ่มเติม
06
มีนาคม
2017
SAMART Group (SAMART-SIM-SAMTEL), เริ่มเห็นการฟื้นตัวในปีนี้ แต่ Upside ยังจำกัด
(views 48)
โดยสรุปเราคาดว่าทิศทางผลการดำเนินงานของกลุ่ม SAMART ในปี 2017 จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของบริษัทลูกโดยเฉพาะอย่างยิ่ง SAMTEL และธุรกิจ Non-Listed อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปัจจุบันถือว่ามี Upside ที่ค่อนข้างจำกัด ปัจจุบันเราจึงยังแนะนำเพียง “ถือ” สำหรับ SAMTEL และ SAMART และรอซื้อหากราคาปรับตัวลง ส่วน SIM เรายังแนะนำ “ขาย” โดยยังรอดูพัฒนาการของธุรกิจใหม่ว่าจะเร็วพอและทดแทนธุรกิจขายมือถือได้หรือไม่
อ่านเพิ่มเติม
06
มีนาคม
2017
SWC (BUY/17TP: 14.7), SWC ผู้นำสินค้ากำจัดแมลง ที่ราคาหุ้นถูก+ดี+มีปันผล
(views 87)
แนะนำ “ซื้อ” SWC ที่ราคาเป้าหมาย 14.70 บาท อิง PE Multiplier เฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 12.5 เท่า จากจุดเด่น (1) เป็นผู้นำสินค้ากลุ่มรักษาเนื้อไม้และกำจัดแมลงภายใต้แบรนด์เชนไดร์ท ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นสำหรับประเทศอากาศร้อนชื้นอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (2) ความสามารถในการทำกำไรสูงขึ้นต่อเนื่อง สังเกตจากกำไรสุทธิปี 2014-2016 ที่โตเฉลี่ย 33% ต่อปี มากกว่ารายได้ที่โตเพียง 4% ต่อปี (3) ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง เป็น Net Cash และไม่มีหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ย (4) ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PE2017 เพียง 10 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 12.5 เท่า และเมื่อคิดเป็น PEG เทียบกับการเติบโตเฉลี่ยปี 2017-2019 ที่ 14% ต่อปี อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.7 เท่า (5) จ่ายปันผลสม่ำเสมอปีละ 2 ครั้งในระดับ 4-5% ต่อปี
อ่านเพิ่มเติม
06
มีนาคม
2017
VNG (HOLD/17TP: 16), เป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
(views 57)
กำไรปกติ 4Q16 ชะลอตามฤดูกาล VNG รายงานกำไรสุทธิ 4Q16 จำนวน 412.9 ล้านบาท +2.0% Q-Q, +51.0% Y-Y ส่วนกำไรปกติ +4.2% Q-Q, +70.8% Y-Y กำไรที่ดีเพราะมีรายได้อื่นที่สูงกว่าปกติเข้ามาช่วย ไม่เช่นนั้นผลประกอบการโดยรวมชะลอเป็นปกติตาม Low season ของการส่งออก โดยรายได้เพิ่มเพียง 1.3% Q-Q อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 28.8% จาก 3Q16 ที่ทำได้ 29.9% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสูงขึ้นเป็นปกติในไตรมาสสุดท้าย ส่วนดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ ส่วนภาพทั้งปี 2016 กำไรปกติ +10.2% Y-Y จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น แต่รายได้เพิ่มเพียง 2.9% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
03
มีนาคม
2017
CENTEL (BUY/17TP: 42), ยังคงมุมมองเป็นกลางต่อการเติบโตปีนี้
(views 53)
เรายังคงมีมุมมองเป็นกลางต่อทิศทางผลการดำเนินงานในปี 2017 โดยยังคงคาดกำไรปกติเติบโตเพียง 4.3% Y-Y ซึ่งเกิดจากการแข่งขันที่ยังสูงของโรงแรมในมัลดีฟท์ การปรับปรุงห้องพักของโรมแรมที่เซนทรัลเวิร์ล รวมถึงการลงทุนที่ไม่ต่อเนื่องทำให้มีเพียง 1 โรงแรมที่จะเปิดในปีนี้ ขณะที่แนวโน้มกำไรในช่วง 1Q17 คาดว่ายังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่นักจากธุรกิจอาหารที่ยังถ่วง เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 42 บาท โดยปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” จาก Upside ที่เปิดกว้างขึ้น แต่เรายังชื่นชอบ MINT มากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
02
มีนาคม
2017
SPRC (HOLD/17TP: 13.3), ปรับกำไรและราคาเหมาะสมขึ้น แต่แนะนำเพียงถือ
(views 59)
จากกำไรปี 2016 ที่แข็งแกร่งกว่าคาด ซึ่งมาจากกำไรสต๊อก และ อีกส่วนมาจากโครงการ BLIP ที่ทำให้ค่าการกลั่นของ SPRC สูงกว่าโรงกลั่นอื่น เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2017 ขึ้น 12% เป็น 7.0 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม เรายังคงมองว่ากำไรปกติปี 2017 จะหดตัว 13% จากปี 2016 เพราะกำไรสต๊อกน่าจะลดลงมาก ขณะที่คาดว่าค่าการกลั่นจะปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ดังนั้น เราจึงแนะนำเพียงถือเพื่อรับปันผล ประเมินราคาเป้าหมายใหม่ 13.30 บาท อ้างอิง EV/EBITDA 5.0 เท่า Discount จาก TOP เพราะการเติบโตในระยะยาว และ การกระจายธุรกิจ
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2017
TRUE (BUY/17TP: 8.5), ขาดทุนหนักใน 4Q16 แต่คาดฟื้นตัวในปี 2017-2018
(views 111)
ขาดทุนหนักขึ้นใน 4Q16 TRUE ประกาศผลการดำเนินงาน 4Q16 ออกมาขาดทุนสุทธิ 1,658 ลบ. แต่หากตัดรายการพิเศษออก จะมีผลขาดทุนปกติ 3,418 ลบ. แย่ลงกว่าทั้ง 3Q16 และ 4Q15 แม้ว่ารายได้จะเร่งตัวขึ้น 10.9% Q-Q และ 4.9% Y-Y แต่ถูกหักล้างไปกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการขยายโครงข่ายและต้นทุนใบอนุญาตทั้ง 1800 MHz และ 900 MHz ส่งผลให้ทั้งปี 2016 มีผลขาดทุนสุทธิและขาดทุนปกติที่ 2,814 ลบ. และ 5,558 ลบ. ตามลำดับ ซึ่งแย่กว่าปี 2015 ที่ขาดทุนเพียง 65 ลบ. อย่างไรก็ตามธุรกิจ Mobile ยังคงมีการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง 4.7% Q-Q และ 27.1% Y-Y และทำให้มี Market Share เพิ่มขึ้นเป็น 24.8% จาก 24.1% ใน 3Q16 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีและหากจาก DTAC เพียง 0.7% เท่านั้น
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2017
RS (HOLD/17TP: 10), ปรับประมาณการขึ้นจากแนวโน้มธุรกิจ H&B ดีกว่าเคยคาด
(views 99)
การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวาน มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อการขยายตัวของธุรกิจขายผลิตภัณฑ์ Health&Beauty (H&B) หลังปีก่อนต่ำกว่าเป้ามาก ทำให้เราปรับคาดการณ์ยอดขายและ Gross margin ในปี 2017-2018 ขึ้น และปรับเพิ่มประมาณการปี 2017-2018 ขึ้น 32-40% เป็นกำไรฟื้นตัวสูงจากปีก่อนที่ขาดทุน จากการเติบโตสูงของธุรกิจ H&B การฟื้นตัวของธุรกิจทีวีดิจิตอลท่ามกลางตลาดโฆษณายังไม่ฟื้นเต็มที่ และนโยบายลดต้นทุนของธุรกิจเพลง จากการปรับประมาณการขึ้น ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2017 ปรับเป็น 10 บาท จากเดิม 8.20 บาท (DCF) ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาสะท้อนแนวโน้มเชิงบวกดังกล่าวระดับหนึ่งแล้ว มี Upside 8% คงคำแนะนำ ถือ
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2017
FN (BUY/17TP: 10.2), กำไรสุทธิ 4Q16 ดีกว่าคาด และน่าจะดีต่อใน 1Q17
(views 97)
กำไรสุทธิ 4Q16 ดีกว่าคาด 18% ทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 4Q16 เท่ากับ 47 ล้านบาท (+51.6% Q-Q, +193.8% Y-Y) ดีกว่าคาด 18% (เราคาดไว้ 40 ล้านบาท) แม้ SSSG จะยังติดลบเพราะบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยที่ไม่สดใสในเดือน ต.ค. – พ.ย. แต่ได้รับผลบวกจากสาขาใหม่ 1 แห่งที่อยุธยา (เปิด 17 พ.ย.) ที่ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ทั้งจากทำเลที่ตั้งที่ดี และได้รับอานิสงส์จากวันหยุดยาวที่ค่อนข้างมากในเดือน ธ.ค. รวมถึงผลบวกจากมาตรการช้อปช่วยชาติ ทำให้รายได้รวมเติบโต 22.8% Q-Q และ 3.1% Y-Y ทั้งนี้อัตรากำไรขั้นต้นยังแผ่วลงมาอยู่ที่ 44.3% จาก 46.5% ใน 3Q16 และ 48.4% ใน 4Q15 จากการทำโปรโมชั่นช่วงปลายปี ถือว่าไม่เสียหายเพราะสามาถรกระตุ้นรายได้ได้สำเร็จ ในขณะที่มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 31.7% จาก 31.9% ใน 3Q16 และ 42.5% ใน 4Q15 เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้ระบบต่างๆและค่าใช้จ่ายเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ที่มากเหมือนในปีก่อน นอกจากนี้เริ่มเห็นพัฒนาการของรายได้ค่าเช่าแล้ว โดยไตรมาสนี้เติบโตสูง 37.5% Q-Q, 120% Y-Y จากฐานที่ต่ำและจากพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้น แม้กำไร 9M16 จะไม่สดใส (-23.7% Y-Y) แต่ด้วยกำไรที่ดีใน 4Q16 ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2016 เท่ากับ 146 ล้านบาท ทรงตัว Y-Y ถือว่าดีกว่าคาดว่าจะลดลง 2.7% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2017
TKN (SELL/17TP: 27.5), ราคาหุ้นสะท้อนการเติบโตของกำไรที่ดีในปีนี้ไปแล้ว
(views 56)
ประกาศกำไรสุทธิ 4Q16 ทำจุดสูงสุดใหม่ +15.8% Q-Q, +53.9% Y-Y จากการเติบโตในทุกรายการทั้งรายได้ อัตรากำไรขั้นต้น และการลดลงของค่าใช้จ่าย ทำให้กำไรสุทธิปี 2016 เติบโตสูงถึง 97% Y-Y แม้ต้องเผชิญกับต้นทุนสาหร่ายปรับตัวสูงขึ้น แต่ด้วยการเติบโตของรายได้ทั้งในประเทศและการส่งออก รวมถึงประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น และเน้นควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย ทำให้กำไรยังเติบโตได้ดี สำหรับปี 2017 เราได้ปรับกำไรขึ้น 5% (สะท้อนสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากรายได้ส่งออกที่สูงขึ้น) เป็นการเติบโต 38% Y-Y เดิมคาดโต 32% Y-Y ปัจจัยหนุนมาจากจะเริ่ม Operate โรงงานใหม่ในเดือน มี.ค. นี้ ซึ่งกำลังการผลิตโรงงานใหม่เพิ่มขึ้นจากเดิมเท่าตัวเป็น 1.2 หมื่นตันต่อปี ในขณะที่คำสั่งซื้อยังแข็งแกร่งโดยเฉพาะตลาดส่งออก เราจึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2017 เป็น 27.5 บาท จากเดิม 26.5 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า) แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาสะท้อนการเติบโตที่ดีใน 4Q16 และปีนี้ไปแล้ว และบริษัทประกาศจ่ายปันผลงวด 2H16 หุ้นละ 0.3 บาท คิดเป็น Yield เพียง 1% กำหนดขึ้น XD 10 มี.ค. และจ่ายเงิน 12 พ.ค. ในขณะที่มีประเด็นความเสี่ยงต่อประมาณการกำไร หากราคาวัตถุดิบสาหร่ายปรับขึ้นแรงกว่าคาด เราจึงปรับคำแนะนำเป็น ขาย จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
01
มีนาคม
2017
ORI (HOLD/17TP: 10.6), กำไรสุทธิ 4Q16 ตามคาด แนะนำถือ รับปันผลหุ้นและเงินสด
(views 66)
กำไรสุทธิ 4Q16 เป็นไปตามคาด ORI รายงานกำไรสุทธิงวด 4Q16 โตแรงตามคาดที่ 318 ลบ. (+100.9% Q-Q, +154.7% Y-Y) แม้รายได้จะน้อยกว่าคาดราว 9.3% ที่ 1,285 ลบ. (เราคาดไว้ที่ 1,417 ลบ.) แต่ชดเชยได้จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดมากถึง 47.5% (+4.6% Q-Q) ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังทำได้ดีแม้บริษัทจะจัดงานเปิดตัวโครงการ Notting Hill Jatujak ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้อยู่ที่ 17.0% ลดลง 4.0% จากไตรมาสก่อน ส่งผลให้กำไรทั้งปี 2016 อยู่ที่ 638 ลบ. เติบโต 65.0% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2017
BEAUTY (BUY/17TP: 12.6), กำไรสุทธิ 4Q16 เริ่มโรยราลง ปรับเป้าลงตาม แต่ยังแนะนำ “ซื้อ”
(views 68)
กำไรสุทธิ 4Q16 เพิ่มขึ้น 36% Y-Y แต่ลดลง 15% Q-Q อยู่ที่ 178 ล้านบาท กำไร 4Q16 อยู่ที่ 178 เพิ่มขึ้น 36% Y-Y จากการเปิดสาขาเพิ่มอีก 10 สาขา เป็น 372 สาขา และยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้น 9.2% Y-Y ซึ่งทำให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 22% Y-Y อยู่ที่ 697 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบ Q-Q แล้วกำไรสุทธิลดลง 15% Q-Q ทั้งที่ไตรมาส 4 ของทุกปีเป็น High Season โดยหลักถูกกดดันจาก จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปตามการปราปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ซึ่งทำให้รายได้รวมลดลง 5% Q-Q เหลือ 697 ล้านบาท อีกทั้ง ยังเป็นผลจากการทำกิจกรรมทางการตลาดช่วงท้ายปี ที่ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 17% Y-Y และ 7% Q-Q อยู่ที่ 252 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น ยังรักษาระดับได้ค่อนข้างดีที่ 67.4% ใกล้เคียงกับ 3Q16 และเพิ่มขึ้นจาก 4Q15 ที่ 66.0% ทั้งนี้ กำไรสุทธิปี 2016 อยู่ที่ 656 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63% Y-Y ต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ 699 ล้านบาท อยู่ 6.2%
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2017
ARROW (BUY/17TP: 22.3), กำไร 4Q16 พลาดเป้าเพราะปิดยอดไม่ทัน เตรียมกระชาก 1Q17
(views 54)
กำไรสุทธิ 4Q16 ทำได้เพียง 66 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดที่ 76 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4Q16 อยู่ที่ 66 ล้านบาท ลดลง 7% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 7% Y-Y ต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ 76 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายท่อร้อยสายไฟลดลง 10% Q-Q เหลือ 293 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดมาก และอีกส่วนเป็นผลมาจากยอดสั่งซื้อที่ส่งมอบไม่ทัน รวมถึงการชะลอสั่งซื้อของผู้รับเหมาเพื่อรอดูทิศทางราคาเหล็ก อย่างไรก็ตาม รายได้จากงานวางระบบไฟฟ้าและแอร์ของบริษัทย่อย(เม-ฆา เอส) ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่น 10% Q-Q และ 520% Y-Y อยู่ที่ 61 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้รวมลดลงเพียง 7% Q-Q เหลือ 354 ล้านบาท ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 32.7% จาก 31.0% ใน 3Q16 แต่ยังต่ำกว่า 36.1% ใน 4Q15 จากต้นเหล็กที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ใน 4Q16 ยังมีค่าใช้จ่ายในการวางระบบบัญชีเพิ่มขึ้นอีกราว 2-3 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว จึงทำให้ SG&A/Sales เพิ่มขึ้นเป็น 7.3% จาก 4.6% ใน 3Q16 ส่วนกำไรสุทธิปี 2016 อยู่ที่ 263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% Y-Y โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 12% Y-Y อยู่ที่ 1,356 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยเหลือ 33.1% จาก 33.7% ในปี 2015 ตามต้นทุนเหล็กที่เพิ่มขึ้นราว 60% Y-Y หักล้างด้วยการบริหารสต็อกและการปรับขึ้นราคาขายเพื่อไม่ให้กระทบอัตรากำไรมากจนเกินไป
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2017
HMPRO (BUY/17TP: 12), กำไร 4Q16 ทำจุดสูงสุดใหม่ตามคาด และจะโตต่อเนื่องในปีนี้
(views 51)
กำไรสุทธิ 4Q16 ทำจุดสูงสุดใหม่ตามคาด กำไรสุทธิ 4Q16 เท่ากับ 1,319 ล้านบาท (+39.1% Q-Q, +15.5% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 1,340 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ SSSG จะติดลบราว -1.5% Y-Y เพราะได้รับผลกระทบจากบรรยากาศการจับจ่ายที่ไม่สดใสในเดือน ต.ค. - พ.ย. แต่ด้วยอานิสงส์ของมาตรการช้อปช่วยชาติในเดือน ธ.ค., ผลของการเปิดสาขาใหม่ 5 แห่ง ได้แก่ 2 HMPRO (พระราม9, ศรีนครินทร์), 2 Mega Home (นครราชสีมา, นครพนม) และ 1 HMPRO Malaysia (The Summit Subang USJ) และการประสบความสำเร็จในการจัดงาน Expo ครั้งที่ 2 ของปี ทำให้รายได้รวมยังเติบโตได้ 7.5% Q-Q และ 5.4% Y-Y ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นเป็น 26.2% จาก 25.4% ใน 3Q16 และ 25.7% ใน 4Q15 แม้สัดส่วนรายได้จาก Mega Home สูงขึ้น แต่อัตรากำไรยังเพิ่มขึ้นได้ มาจาก Product Mix ที่ดีขึ้นด้วยการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand ส่วนค่าใช้จ่ายปรับขึ้น 8.8% Q-Q และ 6.6% Y-Y จากค่าใช้จ่ายการเปิดสาขาใหม่ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 23.2% จาก 22.9% ใน 3Q16 และ 4Q15 ทั้งนี้บริษัทได้มีการรับรู้การประหยัดทางภาษี (ย้อนหลังตั้งแต่ 1Q16) ราว 80 ล้านบาท จากนโยบายภาครัฐที่ให้นำรายจ่ายลงทุนปีนี้มาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ 2 เท่า ทั้งปี 2016 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 4,125 ล้านบาท (+17.9% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2017
ITEL (BUY/17TP: 14), กำไรปกติ 4Q16 ดีตามคาด + ประกาศแตกพาร์เหลือ 0.50 บาท
(views 46)
กำไรสุทธิ 4Q16 ลดลง 42% Q-Q และ 17% Y-Y แต่กำไรปกติทำได้ดีตามคาด ต่ำกว่าคาดการณ์ของเราที่ 17 ล้านบาท เนื่องจากมีการกลับรายการภาษีส่วนที่กับค่าใช้จ่าย IPO ราว 6 ล้านบาท ถ้าหักรายการดังกล่าวออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 18 ล้านบาท ลดลง 9% Q-Q แต่เพิ่มขึ้น 30% Y-Y ใกล้เคียงกับคาดการณ์ของเรา โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 85% Q-Q และ 99% Y-Y อยู่ที่ 293 ล้านบาท จากทั้งรายได้ให้เช่าโครงข่ายที่เพิ่มขึ้น 5% Q-Q อยู่ที่ 109 ล้านบาท และรายได้งานบริการติดตั้งโครงข่ายที่รับรู้มากถึง 167 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 336% Q-Q และ 254% Y-Y แต่ผลจากการรับรู้งานรับเหมาในสัดส่วนมาก ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือเพียง 16.4% จาก 30.5% ใน 3Q16 และ 37.8% ใน 4Q15 อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิทั้งปี 2016 ยังเพิ่มขึ้นถึง 116% Y-Y ที่ 67 ล้านบาท จากรายได้การให้เช่าโครงข่ายที่เพิ่มขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวจากการที่ต้นทุนกว่า 40% เป็นต้นทุนคงที่ เช่น ค่าเสื่อมราคาโครงข่าย
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2017
MINT (BUY/17TP: 43), ปีแห่งการฟื้นตัว
(views 61)
เราเชื่อว่า MINT ได้ผ่านช่วงที่ท้าทายที่สุดไปแล้วในปี 2016 โดยเราคาดหวังการฟื้นตัวของกำไรปกติ 23.4% ในปีนี้ ซึ่งจะถูกขับเคลื่อนจากธุรกิจโรงแรมในไทยที่กลับสู่ภาวะปกติ การ Renovate และ Rebrand โรงแรม Tivoli ที่จะทันรับ High Season ตั้งแต่ 2Q17 ธุรกิจ Timeshare ที่ฟื้นตัวหลังปรับรูปแบบธุรกิจแล้วเสร็จ รวมถึงธุรกิจอาหารในทุกประเทศที่คาดว่าจะมีพัฒนาการดีขึ้น ขณะที่ปัจจัยหนุนระยะสั้นคือกำไรใน 1Q17 ที่คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างมีนัยยะและเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี เรายังคงราคาเหมาะสมที่ 43 บาทและยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2017
TVO (HOLD/17TP: 40), กำไร 4Q16 ต่ำกว่าคาด ผ่านกำไรสูงสุดแล้วในปี 2016
(views 44)
กำไรสุทธิ 4Q16 ต่ำกว่าคาด เป็นกำไรต่ำสุดของปี กำไรสุทธิ 4Q16 เท่ากับ 430 ล้านบาท (-59.3% Q-Q, +119.4% Y-Y) ต่ำกว่าคาด (เราคาดไว้ 551 ล้านบาท) จากรายได้ที่ต่ำกว่าคาด และค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าคาด กำไรที่เติบโตสูง Y-Y มาจากฐานที่ต่ำในปีก่อนโดยปริมาณและราคาปรับสูงขึ้นทุกรายการ ส่วนสาเหตุที่กำไรลดลง Q-Q มาจากปริมาณขายกากถั่วเหลืองที่ลดลงตามฤดูกาลเพราะเป็น Low Season ของการเลี้ยงสัตว์ และต้นทุนถั่วเหลืองราคาถูกใช้หมดไปแล้ว โดยบริษัทมีรายได้รวม -5.9% Q-Q และ +5.4% Y-Y (เราคาดโต 8% Y-Y) และมีอัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงตามคาดมาอยู่ในระดับปกติที่ 12.6% จาก 20.2% ใน 3Q16 แต่ยังเป็นระดับที่สูงกว่าปีก่อนที่ทำได้เพียง 9.8% ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นเป็น 5.6% (เราคาดที่ 4%) จาก 3.7% ใน 3Q16 แต่ลดลงเล็กน้อยจาก 5.8% ใน 4Q15 แต่จากผลประกอบการที่ดีตลอด 9M16 ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิทั้งปี 2016 ทำจุดสูงสุดใหม่เท่ากับ 2,755 ล้านบาท (+44.8% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษจะมีกำไรปกติเท่ากับ 2,738 ล้านบาท (+68% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2017
XO (HOLD/17TP: 6.5), กำไร 4Q16 อ่อนแอกว่าคาด และกำไรปีนี้ดูมี Downside มากขึ้น
(views 52)
กำไร 4Q16 อ่อนแอมากกว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q16 เท่ากับ 3 ล้านบาท (-70% Q-Q, -66.7% Y-Y) อ่อนแอกว่าคาด (เราคาดไว้ 8 ล้านบาท) ถ้าไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน จะมีกำไรปกติเหลือเพียง 1 ล้านบาท (-90% Q-Q, -95% Y-Y) แม้รายได้จะกลับมาฟื้นตัว 11.5% Q-Q และ 19.9% Y-Y แต่ด้วยการเริ่ม Operate โรงงานใหม่ ซึ่งยังมีอัตราการใช้กำลังการผลิตค่อนข้างต่ำเพียง 15% โดยยังอยู่ระหว่างย้ายสายการผลิตจากโรงงานเดิมมายังโรงงานใหม่ ทำให้ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากทั้งค่าเสื่อมโรงงานใหม่ และค่าทำลายสินค้าโรงงานเก่า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาสนี้ลดลงแรงมาอยู่ที่ 25.1% จาก 30.1% ใน 3Q16 และ 32.5% ใน 4Q15 เป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2014 รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับขึ้น 10% Q-Q และ 31% Y-Y ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 24.7% จาก 22.7% ใน 4Q15 แต่ลดลงเล็กน้อยจาก 25% ใน 3Q16 เพราะรายได้เติบโตขึ้น ผลประกอบการที่อ่อนแอใน 2H16 ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2016 เท่ากับ 77 ล้านบาท (-10.5% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
28
กุมภาพันธ์
2017
ALT (HOLD/17TP: 9.25), ปรับเพิ่มประมาณการ แต่ราคาสะท้อนปัจจัยบวกไปมาก
(views 41)
ALT ประกาศกำไรสุทธิ 4Q16 ออกมาดีกว่าคาดมากและทำให้กำไรทั้งปี 2016 เติบโต 35.1% เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ขึ้น 10% เป็นเติบโต 30.8% Y-Y สะท้อนการฟื้นตัวที่ค่อนข้างชัดเจน โดยสำหรับปี 2017 มีปัจจัยหนุนทั้งจากการลงทุนของ DTAC ที่เร่งตัวขึ้น การประมูลงานโครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน และคาดว่าจะมีลูกค้าเพิ่มเติมสำหรับธุรกิจให้เช่าโครงสร้างพื้นฐานหลังจากลงทุนติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมแล้วเสร็จ เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 9.25 บาท โดยยังไม่ได้รวมมูลค่าส่วนเพิ่มจากการชนะคดีความ อย่างไรก็ตามราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยบวกไปค่อนข้างมาก จึงปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ”
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2017
CPF (BUY/17TP: 38), กำไร 4Q16 ทำได้ดีกว่าคาด แต่แผ่วลง Q-Q เพราะผลของฤดูกาล
(views 91)
กำไรจากการดำเนินงาน 4Q16 ทำได้ดีกว่าทั้งเราและ Consensus คาด กำไรสุทธิ 4Q16 เท่ากับ 1,738 ล้านบาท (-66.5% Q-Q, +12.3% Y-Y) หากไม่รวมผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมพันธุ์หมู 1,620 ล้านบาท และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 737 ล้านบาท (โดยไตรมาสนี้ไม่มีการขายเงินลงทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 21 ไตรมาส) จะมีกำไรปกติเท่ากับ 2,620 ล้านบาท (-47.8% Q-Q และพลิกจากขาดทุนในปีก่อน) ถือว่าดีกว่าคาด (เราคาดไว้ 1,440 ล้านบาท) สาเหตุที่ฟื้นตัว Y-Y มาจากการฟื้นตัวในหลายธุรกิจ ส่วนสาเหตุที่กำไรลดลง Q-Q ส่วนหนึ่งเพราะเป็น Low Season ของธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ และราคาเนื้อสัตว์ปรับลดลงทั้งราคาไก่ -10.1% Q-Q และราคาหมู -9.5% Q-Q ทำให้รายได้ในไตรมาสนี้ -2.4% Q-Q แต่ยังเติบโต 9.2% Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงสอดคล้องกับรายได้มาอยู่ที่ 13.1% จาก 16.5% ใน 3Q16 และ 13.8% ใน 4Q15 ในขณะที่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นแม้จะต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการซื้อกิจการ โดยมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ทรงตัวอยู่ที่ 9.6% จาก 9.5% ใน 3Q16 แต่ลดลงจาก 11.8% ใน 4Q15 และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยขยับขึ้น 11.6% Q-Q และ 27.6% Y-Y จากภาระหนี้ที่สูงขึ้น สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมยังอยู่ในระดับที่ดี 1.6 พันล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากส่วนแบ่งกำไรของ CPALL ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2016 เท่ากับ 14,703 ล้านบาท (+33% Y-Y) และหากไม่รวมรายการพิเศษ จะมีกำไรปกติเท่ากับ 14,323 ล้านบาท สูงขึ้นจากที่ทำได้เพียง 1,614 ล้านบาทในปี 2015
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2017
BJC (BUY/17TP: 58), แผนขยายธุรกิจขวดแก้ว จะหนุนการเติบโตในอนาคต
(views 71)
จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้เรามีมุมมองที่ดีต่อ BIGC มากขึ้น เพราะสาเหตุหนึ่งของผลประกอบการที่ไม่สดใสใน 4Q16 มาจากการปรับกลยุทธ์และปรับนโยบายการบริหารมาสู่สไตล์ของ BJC ซึ่งเราคาดผลประกอบการของ BIGC จะฟื้นตัวดีขึ้นในปี 2017 แต่อย่างไรก็ตาม เราได้ปรับลดกำไรสุทธิปี 2017 ลง 7.7% เป็นการเติบโต 68.2% Y-Y (เดิมคาดโต 82%) สะท้อนผลการดำเนินงานในส่วนที่ไม่สดใสแท้จริงของ BIGC แต่เราปรับเพิ่มการเติบโตในอนาคต จากแผนการขยายกำลังการผลิตขวดแก้วจากปัจจุบันมี 3 โรง เป็น 5 โรง โดยโรง 4 จะเริ่ม Operate ใน 4Q17 และคาดโรง 5 จะเริ่ม Operate ใน 4Q18 ทั้งนี้เราคาดอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิเฉลี่ยปี 2017 – 2020 จะอยู่ที่ 27% CAGR (เดิมคาดโต 22% CAGR) จึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 58 บาท จากเดิม 54 บาท (DCF) มี Upside 22.1% และเราหมดความกังวลต่อ Downside ของประมาณการกำไร BIGC จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2017
SAPPE (BUY/17TP: 39), กำไร 4Q16 เป็นไปตามคาด ถือว่าทำได้ดี
(views 83)
กำไร 4Q16 ใกล้เคียงคาด ถือว่าทำได้ดี กำไรสุทธิ 4Q16 เท่ากับ 97 ล้านบาท (+3.5% Q-Q, +137.1% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 101 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุนธุรกิจที่อินโดนีเซีย 26 ล้านบาท (สุทธิภาษี) จะมีกำไรปกติเท่ากับ 71 ล้านบาท (-22% Q-Q, +97.2% Y-Y) กำไรที่เติบโตดี Y-Y มาจากฐานต่ำในปีก่อน ส่วนสาเหตุที่กำไรลดลง Y-Y ส่วนหนึ่งเป็นผลของ Low Season ของธุรกิจ และการอ่อนตัวลงของยอดขายในประเทศ เพราะได้รับผลกระทบจากบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยที่ไม่สดใส รวมถึงการขายเงินทุนที่อินโดนีเซียไปตั้งแต่ 19 ธ.ค. ทำให้รายได้จากอินโดนีเซียหายไปราว 20 ล้านบาท (รายได้จากอินโดนีเซียอยู่ที่ราว 120 ล้านบาทต่อไตรมาส) ทำให้รายได้รวมลดลง -1.4% Q-Q แต่อัตรากำไรขั้นต้นปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 43.3% จาก 42.4% ใน 3Q16 และ 37.4% ใน 4Q15 มาจากประสิทธิภาพการผลิตที่สูงขึ้น สำหรับค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้ปรับตัวสูงขึ้นมาจากค่าใช้จ่ายในการซื้อและขายกิจการ รวมถึงการจัดตั้งบริษัทย่อยที่ประเทศจีน ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 31.6% จาก 26.5% ใน 3Q16 แต่ยังต่ำกว่า 34.7% ใน 4Q15 และเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก All Coco ที่ 3 ล้านบาท (ซื้อ All Coco สัดส่วน 40% เมื่อ 3 ต.ค. 2016) โดยบริษัทมีกำไรสุทธิปี 2016 เท่ากับ 410 ล้านบาท (+36.2% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษจะมีกำไรปกติเท่ากับ 377 ล้านบาท (+16.7% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2017
M (HOLD/17TP: 60), กำไร 4Q16 เติบโตเล็กน้อยตามคาด คงคำแนะนำ ถือ
(views 47)
กำไรสุทธิ 4Q16 เติบโตได้ตามคาด กำไรสุทธิ 4Q16 เท่ากับ 538 ล้านบาท (+5.5% Q-Q , +8.7% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 523 ล้านบาท) บริษัทได้รับผลกระทบจากบรรยากาศที่ไม่สดใสใน 2 เดือนแรกของ 4Q16 แต่สามารถพลิกกลับมาได้ในช่วงครึ่งหลังของเดือน ธ.ค. ด้วยอานิสงส์ของมาตรการช้อปช่วยชาติ แต่ไม่สามาถชดเชยได้ทั้งหมด ทำให้ SSSG พลิกเป็นติดลบสำหรับร้าน MK -1% Y-Y จาก +2% Y-Y ใน 3Q16 ส่วนร้าน Yayoi มี SSSG +3% Y-Y ลดลงจาก +8% Y-Y ใน 3Q16 แต่มีการเปิดสาขาใหม่ 19 แห่ง (7 MK, 9 Yayoi, 3 Miyazaki) ทำให้รายได้ในไตรมาสนี้ยังเติบโตได้เล็กน้อย +1.8% Q-Q และ +3.1% Y-Y ในขณะที่บริษัทยังรักษาความสามารถทำกำไรอยู่ในระดับที่ดี โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 68.1% จาก 66.4% ใน 3Q16 และ 66.5% ใน 4Q15 ผลจากราคาวัตถุดิบหลักอย่าง หมู และเป็ด ที่มีราคาอ่อนตัวลงในไตรมาสที่ผ่านมา กอปรกับสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.4% Q-Q จากค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่และโบนัสพนักงาน โดยมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 52.6% เพิ่มจาก 52.3% ใน 3Q16 แต่ทรงตัวใกล้เคียง 4Q15 ทั้งนี้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2016 เท่ากับ 2,100 ล้านบาท (+13.1% Y-Y) ถือเป็นจุดสูงสุดใหม่
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2017
BLA (HOLD/17TP: 56.5), ไม่มี Upside จากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นเหมือนอย่างเคยอีกแล้ว
(views 82)
เราคงคำแนะนำ ถือ BLA แม้ว่าจะขยับประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ขึ้น 5% 4.95 พันลบ. (-3%Y-Y) โดยปรับลดประมาณการ Benefit payment ลงจากเดิม 48% เป็น 45% ซึ่งบางส่วนจะได้ชดเชยจากการคาดการณ์สัดส่วนการตั้งสำรองประกันชีวิตจะลดลงจาก 62% เป็น 58% ทำให้ Underwriting margin น่าจะดีขึ้นจากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะลดลง 15-20% เป็น -12% ข้อสังเกตว่า CAR Ratio ของ BLA ลดลงอย่างมีนัยเป็น 252% ในปี 2016 จาก 309% ในปีก่อนหน้านั้น อัตราส่วนนี้จะผ่อนคลายขึ้นในปี 2017 หากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเข้าสู่ขาขึ้นตลอดทั้งปี เพราะจะทำให้การคำนวณมูลค่าสินทรัพย์สุทธิดีขึ้น ซึ่งบวกต่อ CAR Ratio ทั้งนี้การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยจะไม่ส่งผลกระทบต่อการตั้งสำรองเบี้ยประกันฯแต่อย่างใด (ตามมาตรฐานบัญชีใหม่) ดังนั้นเราไม่อาจคาดหวัง Upside จากเหตุการณ์นี้ เราคงคำแนะนำ ถือ และคงราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 56.50 บาท
อ่านเพิ่มเติม
27
กุมภาพันธ์
2017
AP (BUY/17TP: 9), เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จาก JV อย่างต่อเนื่อง
(views 83)
AP รายงานกำไรสุทธิ 4Q16 ตามคาดที่ 1.3 พันลบ. เติบโตแรงทั้ง Q-Q และ Y-Y หลังจากบริษัทเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากคอนโด JV อย่างเต็มที่ ทำให้กำไรทั้งปี 2016 จบที่ 2.7 พันลบ. เติบโต 3% Y-Y ส่วนปี 2017 คาดโตแรง 21.6% Y-Y หนุนจากการโอนโครงการ JV ต่อเนื่อง และปัจจุบัน AP มี Backlog ของปี 2017 ที่ 9.6 พันลบ. ช่วยหนุนเป้ารายได้ของเราแล้ว 28% ที่เหลือจะมาจากการขายและโอนแนวราบและคอนโดที่จะครบกำหนดโอนในปีนี้ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 9.0 บาท (Target P/E 8.5x) ประกาศจ่ายปันผลปี 2016 ที่ 30 สตางค์ ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 8 พ.ค. 2017 (Dividend yield 4.1%)
อ่านเพิ่มเติม
24
กุมภาพันธ์
2017
CPALL (BUY/17TP: 74), กำไรสุทธิ 4Q16 ดีกว่าคาด ทำจุดสูงสุดใหม่
(views 80)
กำไรสุทธิ 4Q16 ดีกว่าทั้งเราและ Consensus คาด โดยทำจุดสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 4Q16 เท่ากับ 4,301 ล้านบาท (+4.5% Q-Q, +10.9% Y-Y) ดีกว่าคาด 7% (เราคาดไว้ 4,013 ล้านบาท) ทำจุดสูงสุดใหม่ ทั้งนี้ธุรกิจ Cash & Carry ทำได้ดีโดย MAKRO มี SSSG +3.9% และมีกำไรสุทธิ 4Q16 เท่ากับ 1,611 ล้านบาท (+14.4% Q-Q, +13.2% Y-Y) สำหรับธุรกิจ 7-11 ด้วยบรรยากาศที่ไม่สดใสในช่วงเดือน ต.ค. - พ.ย. ในขณะที่บริษัทไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการช้อปช่วยชาติ ทำให้ผลตอบรับของ Stamp Promotion แผ่วลงจาก 3Q16 ทำให้มี SSSG ติดลบเล็กน้อย -1% Y-Y แต่มีการเปิดสาขาใหม่ 131 แห่ง ทำให้มีรายได้รวม +2.3% Q-Q และ +8.3% Y-Y และมีอัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงมาอยู่ที่ 21.9% จาก 22.1% ใน 3Q16 แต่ใกล้เคียงกับ 21.8% ใน 4Q15 แม้บริษัทจะหยุดขายบัตรเติมเงิน AIS แต่มีรายได้จากช่องทางอื่นสามารถชดเชยได้ทั้งหมด ทำให้รายได้อื่นในไตรมาสนี้ยังเติบโตได้ +1% Q-Q และ +16% Y-Yโดยบริษัทมีกำไรสุทธิปี 2016 เท่ากับ 16,677 ล้านบาท (+22% Y-Y) เปิดสาขาใหม่ได้ตามเป้าหมายที่ 710 แห่ง ทำให้สิ้นปี 2016 มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 9,542 แห่ง
อ่านเพิ่มเติม
24
กุมภาพันธ์
2017
MALEE (BUY/17TP: 115), กำไร 4Q16 ลดลงตามคาด และจะกลับมาโตในปี 2017
(views 38)
กำไรสุทธิ 4Q16 อ่อนตัวลงตามคาด กำไรสุทธิ 4Q16 เท่ากับ 117 ล้านบาท (-27.3% Q-Q, +11.4% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 114 ล้านบาท) หากไม่รวมผลขาดทุนจากการตั้งด้อยค่าค่าความนิยม 11 ล้านบาท (สุทธิภาษี) จะมีกำไรปกติเท่ากับ 128 ล้านบาท (-18% Q-Q, +29.3% Y-Y) แม้ไตรมาสนี้จะมีค่าใช้จ่ายการขายลดลงค่อนข้างมาก จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดในประเทศที่น้อยลงตามภาวะการจับจ่ายใช้สอยที่ไม่สดใส และสัดส่วนลูกค้ารับจ้างผลิต (CMG) ที่สูงขึ้น ซึ่งมีค่าใช้จ่ายการขายต่ำกว่าการขายสินค้าแบรนด์ตนเอง ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 13.6% จาก 24.8% ใน 3Q16 และ 23.9% ใน 4Q15 ส่งผลให้กำไรเติบโตดี Y-Y แต่เมื่อเทียบ Q-Q พบว่ามีกำไรลดลง เพราะค่าใช้จ่ายที่ลดลงไม่สามารถชดเชยผลของรายได้ที่ลดลง 16.5% Q-Q ซึ่งกระทบต่อไปยังอัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 27.4% จาก 35.5% และยังรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมที่ฟิลิปปินส์อีก 40 ล้านบาท ทำให้ภาพรวมกำไรสุทธิทั้งปี 2016 เท่ากับ 530 ล้านบาท (+60% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
24
กุมภาพันธ์
2017
ICHI (SELL/17TP: 8), 4Q16 แย่กว่าคาด ถึงขั้นขาดทุน
(views 39)
ผลงาน 4Q16 แย่กว่าคาดมาก พลิกเป็นขาดทุน 4Q16 พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 55 ล้านบาท แย่กว่าคาด (เราคาดจะมีกำไร 15 ล้านบาท) พลิกจากที่กำไรสุทธิ 32 ล้านบาทใน 3Q16 และ 54 ล้านบาทใน 4Q15 หากไม่รวมการตั้งด้อยค่าค่าความนิยมแบรนด์ไบเล่ที่ 40 ล้านบาท ผลการดำเนินงานหลักยังขาดทุน 15 ล้านบาท สาเหตุมาจาก 1) เป็นช่วง Low Season ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง โดยบริษัทมีรายได้ลดลง -6.4% Q-Q และ -10.5% Y-Y และมีอัตรากำไรขั้นต้นเหลือเพียง 16.9% จาก 19.6% ใน 3Q16 และ 24.3% ใน 4Q15 2) ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แม้ไม่รวมด้อยค่าค่าความนิยม พบว่าค่าใช้จ่ายยังปรับขึ้น 25.5% Q-Q และ 17.8% Y-ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้สูงขึ้นเป็น 18.5% จาก 13.7% ใน 3Q16 และ 14% ใน 4Q15 และ 3) รับรู้ผลขาดทุนจากธุรกิจที่อินโดนีเซียมากขึ้นเป็น -61 ล้านบาท จาก -12 ล้านบาทใน 3Q16 และ -49 ล้านบาทใน 4Q15 ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2016 เท่ากับ 368 ล้านบาท (-54.7% Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษ จะมีกำไรปกติเท่ากับ 408 ล้านบาท (-49.8% Y-Y) ถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
อ่านเพิ่มเติม
24
กุมภาพันธ์
2017
AAV (BUY/17TP: 7.1), กำไร 4Q16 อ่อนแอ จากผลกระทบทัวร์ศูนย์เหรียญ
(views 45)
กำไรสุทธิ 4Q16 ลดลงเป็นกำไรต่ำสุดของปี AAV ประกาศกำไรสุทธิ 4Q16 ลดลง -89.6% Q-Q, -84.9% Y-Y ที่ 41 ล้านบาท ต่ำกว่าคาด หากตัดรายการพิเศษจากการขาดทุนของอัตราแลกเปลี่ยนราว 145 ล้านบาทแล้ว กำไรปกติจะเป็น 186 ล้านบาท -48% Q-Q, +4.2% Y-Y ใกล้เคียงคาด สาเหตุการลดลงของกำไรมาจากผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ และสถานการณ์ไว้อาลัย ทำให้รายได้จากเที่ยวบินเช่าเหมาลำ โดยเฉพาะเส้นทางการบินจีน ลดลง -47% Y-Y เป็น 249 ล้านบาท ประกอบกับบริษัทได้จัดโปรโมชั่นลดราคาค่าโตยสารเพื่อกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยว และลดผลกระทบดังกล่าว ทำให้ราคาค่าโดยสารเฉลี่ยลดลง -10% Y-Y เป็น 1,415 บาทต่อคน ส่งผลให้รายได้รวมลดลง -7.4% Q-Q, -1.1% Y-Y และกำไรขั้นต้นปรับลง 10.9% จาก 11.4% ในปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิ 9M16 ทำได้ดี +127% Y-Y หนุนให้ผลการดำเนินงานทั้งปี 2016 ยังโตสดใส +73.3% Y-Y เป็น 1,869 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปกติจะเพิ่มขึ้น +52% Y-Y เท่ากับ 1,949 ล้านบาท จากจำนวนผู้โดยสารที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับต้นทุนน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำจากการ hedging ราคาน้ำมัน ทำให้กำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 17.6% จาก 14.2%
อ่านเพิ่มเติม
24
กุมภาพันธ์
2017
ERW (BUY/17TP: 6), ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อแผนการขยายธุรกิจ
(views 41)
เรายังมีมุมมองเป็นบวกต่อแผนการขยายโรงแรมของ ERW เพิ่มเป็น 95 แห่ง (ไม่ต่ำกว่า 10,000 ห้องพัก) ด้วยเงินลงทุนอีกราว 9,100 ลบ. ภายในปี 2020 โดยเป็นการกระจายไปยังต่างจังหวัดและต่างประเทศมากขึ้นซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้านการกระจุกตัวของรายได้ในกรุงเทพฯ โดยเราไม่ได้เป็นกังวลนักกับโรงแรมเปิดใหม่ที่จะถ่วงผลการดำเนินงานในช่วงเริ่มแรกเนื่องจากฐานรายได้และกำไรของ ERW แข็งแกร่งกว่าในอดีตมาก เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2017 เติบโต 20.6% Y-Y ขณะที่ระยะสั้นคาดว่าจะได้รับปัจจัยหนุนจากกำไรในช่วง 1Q17 ที่จะทำจุดสูงสุดของปีจากอานิสงส์ของ Peak Season จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 6 บาท
อ่านเพิ่มเติม
24
กุมภาพันธ์
2017
TACC (BUY/17TP: 11.5), กำไร 4Q16 น่าประทับใจ ทำจุดสูงสุดใหม่ตามคาด
(views 37)
กำไรสุทธิ 4Q16 ทำจุดสูงสุดใหม่ตามคาด กำไรสุทธิ 4Q16 เท่ากับ 29 ล้านบาท (+31.8% Q-Q, +107.1% Y-Y) เป็นไปตามคาด ถือเป็นจุดสูงสุดใหม่ นอกจากจะเป็นการเติบโตตามฤดูกาลแล้ว บริษัทยังประสบความสำเร็จจากการวางขาย โดนัท (เริ่มวางขายปลาย ก.ย. 2016) ซึ่งได้มีการเข้าร่วม Stamp Promotion ในเดือน ต.ค. 2016 ในขณะที่สินค้าอื่นๆของบริษัทสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง ครอบคลุมการไม่ประสบความสำเร็จในสินค้า Sanrio ได้ทั้งหมด ทำให้บริษัทมีรายได้รวมเติบโตน่าประทับใจ 5.2% Q-Q และ 17.2% Y-Y ทั้งนี้อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาสนี้ลดลงมาอยู่ที่ 29.3% จาก 30.7% ใน 3Q16 และ 31.9% ใน 4Q15 แต่ถือว่าไม่เสียหาย เพราะเกิดจากอัตรากำไรขั้นต้นของโดนัทที่ต่ำกว่าเครื่องดื่ม ซึ่งการมีรายได้จากโดนัทได้ช่วยสร้างการเติบโตของรายได้และกำไรได้ตามเป้าหมาย ในขณะที่ยังรักษาระดับสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ได้ดีอยู่ที่ 18.5% ลดลงจาก 21.7% ใน 3Q16 และ 24.2% ใน 4Q15 ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2016 สูงสุดเป็นประวัติการณ์เท่ากับ 102 ล้านบาท (+50% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
24
กุมภาพันธ์
2017
PDG (BUY/17TP: 5.3), กำไรสุทธิ 4Q16 ออกมาสดใส ราคายังถูกมาก “ซื้อ”
(views 46)
กำไรสุทธิ 4Q16 เพิ่มขึ้น 18% Q-Q และ 20% Y-Y กำไรสุทธิ 4Q16 อยู่ที่ 27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% Q-Q และ 20% Y-Y จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 5% Q-Q และ 8% Y-Y เป็น 166 ล้านบาท เพราะเป็นช่วง High Season ของการผลิตขวดน้ำมันพืชให้ TVO (48% ของรายได้รวม) และได้ลูกค้าใหม่ในกลุ่มขวดน้ำดื่ม (20% ของรายได้รวม) ส่วนอัตรากำไร เพิ่มขึ้นเป็น 27.6% จาก 25.4% ใน 3Q16 และ 25.1% ใน 4Q15 ตามผลของ Economy of scale ที่มีการใช้กำลังการผลิตมากขึ้น และการบริหารต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุน PET ที่ PDG มีการล็อคราคาไว้ยังใกล้เคียงกับ 3Q16 ที่ 34 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งกำไร 4Q16 ที่เร่งตัวขึ้น ทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2016 เพิ่มขึ้น 13% Y-Y อยู่ที่ 93 ล้านบาท มากกว่าคาดการณ์เดิมของเราที่ 88 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
24
กุมภาพันธ์
2017
IRPC (BUY/17TP: 5.8), การเติบโตในระยะยาวน่าสนใจ
(views 44)
เรายังคงประมาณการกำไรปี 2017 ที่ 9.0 พันล้านบาท -7% Y-Y เพราะมีหยุดซ่อมโรงงานใน 1Q16 แต่หากมองข้ามกำไร 1Q16 ไป คาดว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวได้ดี จาก 1. การรับรู้ UHV เต็มที่ 2. การ COD โครงการ PPC และ PPE ช่วงกลางปี และ 3. รับรู้ประโยชน์จากโครงการ Everest เพิ่มขึ้น ดังนั้น ในระยะยาวเรายังคงชอบ IRPC ในด้านการเติบโตโดยเฉพาะในปี 2018 ที่จะรับรู้ประโยชน์จากโครงการต่างๆเต็มปี และ ไม่มีประเด็นหยุดซ่อมโรงงานกดดัน ยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 5.80 บาท
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2017
MGT (IPO: 1.89/17TP: 2.7), MGT ผู้จำหน่ายเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษที่มีศักยภาพทำกำไรสูง
(views 67)
MGT ผู้จัดจำหน่ายเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษที่ใช้เป็นส่วนเติมในส่วนประกอบหลักให้กับผู้ผลิตสารเคมีหรือสินค้า เช่น พอลีเมอร์หรือสี เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะยานยนต์และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะกลับมาขยายตัวในปี 2017 ตามการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ และภาระการผ่อนชำระโครงการรถคันแรกที่สิ้นสุดลง และด้วยความที่ผู้ซื้อเคมีภัณฑ์ชนิดนี้มีความต้องการเพียงส่วนน้อย จึงไม่คุ้มค่าที่จะสั่งซื้อจากผู้ผลิตโดยตรง ทำให้เกิดช่องว่างในการเข้ามาบริหารห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันไม่รุนแรง เพราะผู้จำหน่ายต้องมีความเชี่ยวชาญในส่วนผสม และความปลอดภัยในการจัดเก็บรวมถึงการจัดส่งเป็นพิเศษ MGT จึงสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงกว่า 25% ไว้ได้ต่อเนื่อง แม้คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2016 จะลดลงถึง 33% Y-Y อยู่ที่ 30 ล้านบาท แต่โดยหลักมาจากการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต เราคาดกำไรสุทธิปี 2017-2018 จะกลับมาโตเฉลี่ย 45% ต่อปี อยู่ที่ 54 ล้านบาท และ 63 ล้านบาท ตามลำดับ ประเมินราคาที่เหมาะสมปี 2017 ที่ 2.70 บาท อิงค่าเฉลี่ย PE ของกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม MAI และปิโตรเคมีของ SET ที่ 20 เท่า คิดเป็น PEG เท่ากับ 0.4 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2017
MTLS (BUY/17TP: 36), ปรับประมาณการกำไรและราคาเหมาะสมขึ้น
(views 48)
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ของ MTLS ขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ได้ปรับไปครั้งหนึ่งแล้วหลังประกาศกำไรปี 2016 ที่ดีกว่าคาด โดยเราปรับลดสมมติฐาน Cost to income ratio ลงเป็น 48% จากเดิม 50% เนื่องจากเห็นถึง efficiency ที่แข็งแกร่งขึ้น เราเห็น upside ของประมาณการจากรายได้ค่าธรรมเนียม การปรับลดเงินสำรองฯทั่วไป และ spread ที่บริษัทตั้งเป้าดีกว่าคาดการณ์ของเรา คงคำแนะนำ ซื้อ และปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 36 บาท
ตั้งเป้าการเติบโตเชิงรุกตามเดิม
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2017
GFPT (BUY/17TP: 18.3), กำไรสุทธิ 4Q16 ทำได้ดี เด่นที่ปริมาณไก่ส่งออกและ GM
(views 43)
กำไร 4Q16 ทำได้ดี แม้เป็น Low Season ของธุรกิจ กำไรสุทธิ 4Q16 เท่ากับ 492 ล้านบาท (-0.8% Q-Q, +9.1% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 23 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 469 ล้านบาท (-1.9% Q-Q, +5.6% Y-Y) ใกล้เคียงคาด (เราคาดไว้ 461 ล้านบาท) ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี ทั้งที่ช่วง 4Q เป็น Low Season ของธุรกิจ แต่กำไรลดลงเพียงเล็กน้อย Q-Q เพระมีปริมาณขายไก่ส่งออกทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 9.1 พันตัน (+13.8% Q-Q, +37.9% Y-Y) มาจาก Demand ที่สูงขึ้นของตลาดญี่ปุ่น และมาเลเซีย ทำให้รายได้รวมไตรมาสนี้เติบโตได้ 1.5% Q-Q และ 3.2% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้นทำจุดสูงสุดในรอบ 13 ไตรมาสที่ 17.1% จาก 17% ใน 3Q16 และ 14.3% ใน 4Q15 ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 76 ล้านบาท (-6% Q-Q, -43% Y-Y) ส่วนใหญ่มาจากการอ่อนตัวลงของ GFN เป็นหลัก เพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ และราคาไก่ในประเทศอ่อนตัวลง ทั้งนี้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2016 เท่ากับ 1,644 ล้านบาท (+37.6% Y-Y) หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 50 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,594 ล้านบาท (+34.1% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2017
IT (BUY/17TP: 4.7), กำไร 4Q17 แย่ตามคาด แต่ถูกหักล้างด้วยการซื้อหุ้นคืน
(views 35)
ผลประกอบการ 4Q16 ออกมาแย่ตามคาด จากการตัดจำหน่ายธุรกิจเก่า ผลประกอบการ 4Q16 พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 9 ล้านบาท รายได้รวมลดลงเล็กน้อย 1% Q-Q และ 8% Y-Y เหลือ 1,224 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอ่อนลงเช่นกันเหลือ 11.4% จาก 12.3% ใน 3Q16 แต่ดีขึ้นจาก 10.9% ใน 4Q15 ตัวแปรที่ฉุดงบมากที่สุดคือ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 11% ทั้ง Q-Q และ Y-Y อยู่ที่ 153 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงสาขาเดิมและเปิดสาขาใหม่ รวมถึงการตัดจำหน่ายซอฟแวร์และตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ราว 13 ล้านบาท ซึ่งถ้าหักรายการดังกล่าวออกจะมีกำไรปกติราว 7 ล้านบาท ลดลงจาก 2Q-3Q16 ที่ทำได้ 11 ล้านบาท และ 12 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนกำไรสุทธิทั้งปี 2016 อยู่ที่ 15 ล้านบาท ลดลง 31% Y-Y ถ้าไม่นับรายการตัดจำหน่ายจะมีกำไรปกติ 28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% Y-Y ซึ่งถือเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่องปีที่ 2 ติดต่อกัน สะท้อนธุรกิจหลักของ IT ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2017
BEM (BUY/17TP: 10.5), กำไรปกติ 4Q16 อ่อนแอกว่าคาดจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นชั่วคราว
(views 46)
กำไรปกติ 4Q16 หดตัว -30.8% Q-Q, +12.3% Y-Y จากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น BEM รายงานกำไรสุทธิ 4Q16 ที่ 591.6 ล้านบาท -26.8% Q-Q, -40.2% Y-Y หากตัดรายการพิเศษจากกำไรการขายเงินลงทุน 31 ล้านบาท กำไรปกติจะเป็น 560.5 ล้านบาท -30.6% Q-Q, +12.2% Y-Y น้อยกว่าที่เราและตลาดคาด สาเหตุของการลดลง Q-Q มาจาก 1) ค่าใช้จ่ายธุรกิจรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น +43% Q-Q ตามจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนการให้บริการเดินรถ และซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีม่วง 2) ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น +37.5% Q-Q ตามโครงการที่เปิดให้บริการเพิ่ม อย่างไรก็ตาม รายได้รวมยังโต +8.7% Q-Q, +24% Y-Y จากปริมาณจราจรในธุรกิจทางด่วนที่เพิ่มขึ้นทุกเส้นทาง และการขยายตัวของจำนวนผู้โดยสารในธุรกิจรถไฟฟ้า ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับลงเล็กน้อยเป็น 37.4% จาก 37.9% ในปีก่อน ส่วนกำไรปกติทั้งปี 2016 โตสดใส +90.4% Y-Y เป็น 2,574.8 ล้านบาท เพราะไม่มีรายการพิเศษจากการขายหุ้น BECL ก่อนการควบบริษัทราว 1,235.5 ล้านบาทเหมือนในปีก่อน ทำให้กำไรสุทธิหดตัวเล็กน้อย -1.7% Y-Y อยู่ที่ 2,605.9 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 40.3% จาก 39.6% ในปีก่อน
อ่านเพิ่มเติม
23
กุมภาพันธ์
2017
SC (HOLD/17TP: 4), กำไรสุทธิ 4Q16 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย แนะนำ ถือ เพื่อรับปันผล
(views 58)
กำไรสุทธิ 4Q16 ต่ำกว่าคาด SC รายงานกำไรสุทธิ 4Q16 น้อยกว่าคาดที่ 263 ลบ. (-23.9% Q-Q, -68% Y-Y) เป็นไตรมาสที่ต่ำที่สุดของปี จากรายได้ที่ต่ำกว่าคาดหลังมาตรการภาครัฐดึงยอดโอนให้กระจุกตัวในข่วง 4Q15 - 2Q16 และอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาที่ต่ำสุดในรอบปีที่ 31.9% และฉุดให้กำไรขั้นต้นรวมลดลงมาที่ 34% (-1.8% Q-Q) ทั้งนี้เราเชื่อว่าสาเหตุหลักเกิดจากการที่ Product mix ของยอดโอนมีแนวราบในสัดส่วนสูง ขณะที่ SG&A to revenue อยู่ที่ 24.3% ตามปัจจัยฤดูกาลของค่าใช้จ่ายที่มักจะสูงสุดในไตรมาสสุดท้าย ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2016 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2.0 พันลบ. (+3.8% Y-Y)
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2017
ERW (BUY/17TP: 6), กำไร 4Q16 ใกล้เคียงคาด
(views 38)
กำไร 4Q16 ยังโตได้เล็กน้อย Y-Y ERW ประกาศกำไรสุทธิ 4Q16 ที่ 103 ลบ. +84.8% Q-Q, +2.5% Y-Y แต่หากตัดรายการกำไรจากการขายอาคารพาณิชย์ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 101 ลบ. +81.2% Q-Q, +0.5% Y-Y ซึ่งถือว่าเป็นไตรมาสที่ดีแม้จะได้รับผลกระทบจากการไว้ทุกข์ โดยรายได้ยังสามารถเติบโตได้ 3.6% Q-Q และ 2.8% Y-Y ขณะที่ฝั่ง Gross Margin สามารถขยายตัวมาชดเชยค่าใช้จ่าย SG&A ที่เร่งขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรปกติปี 2017 อยู่ที่ 346 ลบ. +77% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2017
SYMC (SELL/17TP: 10.8), กำไร 4Q16 ดีขึ้นจากการได้ลูกค้ารายใหม่แทนรายเดิมที่เสียไป
(views 39)
กำไรสุทธิ 4Q16 อยู่ที่ 39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67%Q-Q และ 145%Y-Y กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 67%Q-Q และ 145%Y-Y อยู่ที่ 39 ล้านบาท มาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 2%Q-Q และ 12%Y-Y อยู่ที่ 360 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวเป็น 41.1% จาก 38.2% ใน 3Q16 และ 38.9% ใน 4Q15 โดยรายได้ IPLC หรือการเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อยู่ที่ 88 ล้านบาท จากราว 75 ล้านบาทใน 3Q16 ขณะที่ การชะลอตัวของกลุ่ม ISP ถูกทดแทนด้วยรายได้จากการให้บริการ Private Network ที่ค่อยๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนค่าเสื่อมราคาโครงข่ายที่เป็นต้นทุนหลักเริ่มทรงตัวที่ 27% ของรายได้จากการให้บริการรวม จึงทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 10.9% จาก 6.7% ใน 3Q16 และ 5.0% ใน 4Q15 ซึ่งแม้เราจะเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ยังถือว่าห่างไกลจากอดีตที่เคยสร้างอัตรากำไรสุทธิได้สูงถึง 25-30% ทั้งนี้ กำไรสุทธิปี 2016 อยู่ที่ 99 ล้านบาท ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 อีก 13% Y-Y
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2017
SAWAD (HOLD/17TP: 44), มีความกังวลต่อการตั้งสำรองฯเพิ่มขึ้น
(views 32)
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2017 ลง 8% เป็น 2.3 พันลบ. (+15%Y-Y) เพื่อสะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นหากต้องใช้มาตรฐานบัญชี IFRS9 ในปี 2019 ซึ่งหลายบริษัทในกลุ่มการเงินและกลุ่มธนาคารได้ทะยอยตั้งสำรองฯบางส่วนไปบ้างแล้วเพื่อลดผลกระทบเมื่อใช้จริง ล่าสุด Coverage ratio เมื่อเทียบกับสินเชื่อที่ค้างชำระ > 3 เดือนอยู่ที่เพียง 61% ต่ำสุดในรอบ 3 ปี ประมาณการดังกล่าวอยู่บนคาดการณ์ One-time provision ที่ 250 ลบ. เพื่อให้ Coverage ratio เพิ่มเป็น 100% ขึ้นต่ำ เราปรับลดราคาเหมาะสมปี 2017 ลงเป็น 44 บาท และ หลัง XD (หุ้นปันผล 25:1) จะอยู่ที่ 42.20 บาท ปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ หรือ Switch เป็น MTLS
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2017
TU (BUY/17TP: 24), ผ่านกำไรต่ำสุดแล้วใน 4Q16 จะกลับมาเติบโตในปี 2017
(views 34)
กำไร 4Q16 เป็นจุดต่ำสุดของปีตามคาด กำไรสุทธิ 4Q16 เท่ากับ 902 ล้านบาท (+43.4% Q-Q, +19.2% Y-Y) เป็นจุดต่ำสุดของปีตามคาด (เราคาดไว้ 859 ล้านบาท) หากไม่รวมผลขาดทุนจากธุรกิจที่ยกเลิก (ธุรกิจกองเรือ) 272 ล้านบาท, ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 181 ล้านบาท, เครดิตภาษีจาก Deferred Tax การลดอัตราภาษีเงินได้ในฝรั่งเศส 270 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายเรียกคืนสินค้า 88 ล้านบาท และการปรับรายการทางบัญชี 120 ล้านบาท จะมีกำไรปกติเท่ากับ 1,294 ล้านบาท (-20.4% Q-Q, -8% Y-Y) สาเหตุที่กำไรลดลงมาจากรายได้รวม -4.5% Q-Q และทรงตัว Y-Y ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 14% ใกล้เคียง 3Q16 และ 4Q15 แม้ธุรกิจปลาแซลมอนจะมีอัตรากำไรขั้นต้นพลิกสู่ระดับคุ้มทุนแล้ว แต่ภาพรวมราคาวัตถุดิบปลาทูน่าและกุ้งปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้นทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ขึ้นมาอยู่ที่ 14.3% จาก 13.8% ใน 4Q15 และทรงตัวจาก 14.4% ใน 3Q16 ส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายในการซื้อกิจการ (ค่าใช้จ่ายซื้อ Red Lobster ส่วนใหญ่ถูก Capitalize เข้าเป็นสินทรัพย์) และมีภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น 35.2% Q-Q และ 8% Y-Y จากภาระหนี้เข้าซื้อ Red Lobster ทั้งนี้ใน 4Q16 มีผลของการรวม Red Lobster เข้าในงบกำไรขาดทุนเป็นบวกที่ราว 58 ล้านบาท (เงินปันผลและการเครดิตภาษีสามารถหักล้างส่วนแบ่งขาดทุนและดอกเบี้ยจ่ายจากดีลนี้ได้ทั้งหมด) ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2016 เท่ากับ 5,254 ล้านบาท (ทรงตัว Y-Y) หากไม่รวมรายการพิเศษ จะมีกำไรปกติเท่ากับ 5,380 ล้านบาท (-1.5% Y-Y) โดยมีผลขาดทุนจากธุรกิจปลาแซลมอนราว 500 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2017
ITEL (BUY/17TP: 14), กำลังอยู่ในจุดเริ่มต้นของช่วงโตแรง “ซื้อ” เป้าใหม่ 14.00 บาท
(views 37)
แนะนำ “ซื้อ” ITEL โดยเราปรับประมาณราคาเป้าหมายปี 2017 ขึ้นเป็น 14.00 บาท (DCF อิง WACC ที่ 8%) จากเดิม 7.80 บาท จากการปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017-2021 ขึ้นเฉลี่ย 15% ต่อปี ตามจำนวนวงจรเช่าโครงข่าย Fiber Optic ที่ขยายตัวเร็ว และงานรับเหมาติดตั้งโครงข่ายที่มีแนวโน้มสูงกว่าคาดการณ์เดิม ทั้งจาก Backlog ที่เพิ่มขึ้น และโอกาสได้งานใหม่ที่เริ่มเปิดกว้าง และด้วยความที่ต้นทุนกว่า 40% เป็นต้นทุนคงที่ รายได้ที่เพิ่มขึ้นจึงทำให้ประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.9% ต่อปี อยู่ที่ 33.6-38.4% ซึ่งยังเป็นระดับที่ต่ำกว่า 37.1-43.8% ของ SYMC ที่ทำธุรกิจคล้ายคลึงกัน ถึงแม้ราคาปัจจุบันจะคิดเป็น PE2017 สูงถึง 38 เท่า แต่ด้วยฐานกำไรที่ยังต่ำ และผ่านช่วงลงทุนหนักไปแล้ว Learning Curve จึงเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง เมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ต้องลงทุนและทำตลาดไปพร้อมกัน ซึ่งเมื่อคิดเป็น PEG เทียบกับการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2017-2021 ที่ 48% ต่อปี จะอยู่ที่ 0.8 เท่า ถือว่ายังไม่แพงเมื่อเทียบกลุ่มที่ 1.5 เท่า
อ่านเพิ่มเติม
22
กุมภาพันธ์
2017